ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กิฟฟารีน สกายไลน์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กิฟฟารีน สกายไลน์ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ข่าวกิฟฟารีน (Giffarine Thailand) : "กิฟฟารีน" ดิ้นสู้ ศก.ซบ อัดงบ 50 ล้านปลุกตลาดโค้งสุดท้าย







1380034_168681776662059_1690058306_n (Mobile)

 


พ.ญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เปิดเผยว่า จากยอดขายในช่วงที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า "กิฟฟารีน" ยังมียอดขายที่น้อยกว่าเป้าหมายที่ได้วางไว้ คือ เติบโตเพียง 6% จากที่มีการตั้งเป้าในแต่ละปีว่าบริษัท จะต้องทำรายได้ให้ถึง 10% ในทุกปี


"ในส่วนของเป้าหมายการเติบโต 10% ที่บริษัทตั้งเป้าในทุกปี จากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวบวกกับผลพวงจากกำลังซื้อที่ลดลง รวมถึงเหตุการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดในเวลานี้ ก็อาจ ส่งผลกระทบต่อบริษัทไม่น้อย ซึ่งอาจทำให้การเติบโตของบริษัท ต้องคลาดเคลื่อน การเติบโตอาจลดลงมาที่ 5-7%"


"จากยอดขายที่ผ่านมา ทำให้บริษัทต้องหวังพึ่งยอดขายใน ช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี โดยล่าสุดบริษัทก็ได้จัดการลงทุนเพิ่มอีก ประมาณ 50 ล้านบาท เพื่อทำการประชาสัมพันธ์และสร้างการตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพิ่มขึ้น ซึ่งสินค้าที่นำมาประชาสัมพันธ์ ไม่ใช่สินค้าใหม่ของบริษัท แต่เป็นสินค้าที่อยู่ในความนิยม ซึ่งบริษัท จะได้ทำการกระตุ้นยอดขายต่อไป" พ.ญ.นลินี กล่าว


อย่างไรก็ดี ในปีนี้ทาง "กิฟฟารีน" ได้ทุ่มงบการตลาด เพื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ไปแล้วกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งบริษัทพยายาม สร้างโฆษณาเพื่อกระตุ้นภาพของบริษัท ทั้งทางด้านผลิตภัณฑ์ และ ในส่วนของการเพิ่มจำนวนนักธุรกิจอิสระของ "กิฟฟารีน" ซึ่งหากรวมงบทุกอย่างในปีนี้ ไม่ว่าจะเป็นการจัดกิจกรรมต่างๆ รวมถึงการประชาสัมพันธ์แบรนด์ การจ่ายโบนัสนักธุรกิจ บริษัทคาดว่า งบในปีนี้ อาจทะลุไปถึง 300 ล้านบาท ซึ่งมากกว่าในปีที่ผ่านมาถึง 15%


เศรษฐกิจพ่นพิษ! ทำยอดขาย "กิฟฟารีน" ครึ่งปีแรกโตไม่ ถึง 10% เดินหน้าอัดงบการตลาด อีก 50 ล้านบาท หวังปลุกตลาดในช่วงไตรมาสสุดท้าย ดึง "เจมส์ มาร์" กระตุ้นสินค้ากลุ่มฟังก์ชันนัลดริงก์ "กิฟฟารีน อีสเลส" รุก เจาะ Gen Y เผยปีนี้งบตลาดมีสิทธิ์แตะ 300 ล้านบาท มาก กว่าปีก่อนถึง 15% ด้านตลาด AEC ย้ำชัดไม่หวั่น เรื่องการแข่งขัน แต่ยอมรับตอนนี้เจอภาษีอาเซียนแพงระยับ


นอกจากนี้ ดังที่กล่าวมาว่า "กิฟฟารีน" พยายามที่จะผลักดันยอดขายให้เป็นไปตามเป้าคือ 6.5 พันล้านบาท ในช่วงไตรมาสสุดท้าย นอกจากการประชาสัมพันธ์ แบรนด์แล้ว บริษัทยังต้องการเดินหน้าเรื่อง การจัดทำโปรโมชั่นสนับสนุนการขาย พร้อมด้วยการจัดประชุมนักธุรกิจในทุกสัปดาห์ เพื่อกระตุ้นสมาชิก


โดยในส่วนของสมาชิก ปัจจุบัน "กิฟฟารีน" มีสมาชิกที่อยู่ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือกลุ่ม Gen Y ที่ 25% จากเดิมเมื่อประมาณ 5-6 ปีก่อน ที่บริษัทมีสมาชิกกลุ่ม นี้เพียง 10% ซึ่งตรงนี้ถือเป็นการตอบรับของผู้บริโภค เพราะบริษัทพยายามสร้างการ รับรู้ผ่านสื่อออนไลน์ โดยเฉพาะสื่อโซเชียลเน็ตเวิร์ก ซึ่งกำลังได้รับความนิยม


เกี่ยวกับเรื่องนี้ "พ.ญ.นลินี" กล่าวว่า "ปัจจุบันคนรุ่นใหม่หันมาใส่ใจตัวเอง และ มองหาเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ พบได้จากเทรนด์การดื่มเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เพิ่มมากขึ้น ซึ่งกิฟฟารีนมีจุดแข็งที่มีโรงงาน ผลิตเป็นของตัวเอง จึงได้มีการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์อยู่ตลอดเวลา และล่าสุด โรงงานของเราได้รับการรับรองระบบ OHSAS 18001:2007 จากบริษัท บูโร เวอริทัส เซอทิฟิเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งรับรองมาตรฐานด้านระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย"


ที่ผ่านมาเราสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่คนไทยด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพหลากหลาย ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม ผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัว ผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภคในบ้านทั่วไป ผลิตภัณฑ์ส่งเสริมคุณภาพ ชีวิต และผลิตภัณฑ์อาหารรวมทั้งหมดกว่า 2,000 รายการ ที่สามารถเข้าไปเติมเต็มชีวิต ประจำวันของสมาชิกผู้บริโภคกว่า 6.5 ล้านรหัส ปัจจุบันกิฟฟารีนมียอดจำหน่ายตลอด ระยะเวลาของการดำเนินธุรกิจรวมกว่า 57,000 ล้านบาท โดยมีศูนย์ธุรกิจตั้งอยู่ในประเทศไทยรวม 113 สาขา และต่างประเทศ มากกว่า 30 สาขา พร้อมทั้งมีบริการเดลิเวอรี่ส่งสินค้าถึงมือผู้บริโภคในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ


ดังนั้น เราจึงพัฒนากลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ "กิฟฟารีน อีสเลส" เพื่อตอบสนองความต้องการและไลฟ์สไตล์การรับประทานที่เปลี่ยนไปของคนในปัจจุบัน ด้วยส่วนประกอบสำคัญของไฮดรอกซี ซิตริก แอซิด (Hydroxy citric acid) หรือ HCA-SX สารสำคัญที่มีอยู่ในพืช ผัก ผลไม้ ชนิดต่างๆ ที่เป็นตัวช่วยสำหรับผู้ที่ใส่ใจตัวเอง


ด้านนายพงศ์พสุ อุณาพรหม ผู้อำนวยการใหญ่สายงานการตลาด บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เผยว่า "สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ กิฟฟารีน อีสเลส เรา ได้ทุ่มงบประมาณถึง 50 ล้านบาท เพื่อสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ นักธุรกิจ กิฟฟารีน คนรุ่นใหม่ คนทำงานทั่วไปที่มีไลฟ์ สไตล์ทันสมัย และใส่ใจสุขภาพ โดยมีพรีเซ็นเตอร์หนุ่มหล่อผู้ใส่ใจสุขภาพและบุคลิกภาพ เจมส์ มาร์ ผ่านภาพยนตร์โฆษณา เรื่อง "อร่อยแบบเจมส์ มาร์" ภายใต้แนวคิดที่ว่า กิฟาฟารีน อีสเลส เป็นตัวช่วย ให้ทุกคนมีความสุขได้โดยไม่ต้องฝืนใจตัวเอง ผ่านเครื่องมือทางการตลาดแบบครบวงจร ทั้ง Above the line และ Below the line พร้อมทั้งยังใช้แผน "ไวรัล มาร์เก็ตติ้ง" โดยได้ปล่อยคลิปวิดีโอสั้น 4 เรื่องทางออนไลน์ พร้อมต่อยอดด้วยกิจกรรมส่งเสริมการตลาด ในรูปแบบของเกมออนไลน์ เพื่อประชาสัมพันธ์ ผลิตภัณพ์กิฟฟารีน อีสเลส และพรีเซ็นเตอร์ ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นใหม่ และมีไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัยอีกด้วย"


โดยเหตุที่บริษัทเลือก "เจมส์ มาร์" มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับผลิตภัณฑ์ตัวนี้ ในช่วงปลายปี เนื่องจากบริษัทต้องการดาราที่อยู่ในความนิยมของคนรุ่นใหม่ รวมถึงคน อีกหลายช่วงอายุก็ชอบและชื่นชม "เจมส์ มาร์" อีกทั้งตัวดาราผู้นี้ยังมีอุปนิสัยการทาน ที่เหมาะกับสินค้าที่บริษัทต้องการนำมาชูคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์


อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันในส่วนของตลาดต่างประเทศนั้น กิฟฟารีนได้ส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยัง 33 ประเทศทั่วโลก ทั้งในส่วนของธุรกิจขายตรงและการส่งผลิตภัณฑประเภทสปาออกจำหน่าย โดยปัจจุบัน บริษัท มีแผนขยายตลาดออกสู่ประเทศในประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ได้แก่ ประเทศเมียนมาร์, มาเลเซีย, กัมพูชา, สปป.ลาว และมีแผนที่จะเปิดในประเทศอินโดเซียในปีถัดไป โดยคาดว่าในเดือน ม.ค.ปี 57 จะสามารถเปิดที่ประเทศอินโดนีเซียได้อย่างเป็นทางการ


นอกจากนี้ บริษัทยังได้ขยายไปที่ประเทศดูไบ ซึ่ง "กิฟฟารีน" ได้ขยายสาขาเพิ่มขึ้นเป็น 2 สาขาในดูไบแล้ว ส่วนรูปแบบ ของธุรกิจนั้นในประเทศต่างๆ บริษัทจะขยาย ธุรกิจในรูปแบบของค้าปลีก ส่วนประเทศที่ อยู่ในแถบอาเซียน "กิฟฟารีน" จะพยายาม ขายไปในรูปแบบ MLM


ทั้งนี้ การขยายตลาดในกลุ่มประเทศ อาเซียน เพื่อรองรับการเกิดขึ้นของประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC บริษัทไม่ได้ห่วงในเรื่องของตลาด แต่เป็นเรื่องภาษีของ หลายประเทศที่ค่อนข้างแพง ทำให้การขยายออกไปต้องประสบปัญหาในเรื่องนี้พอสมควร


 


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันอังคารที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ข่าวกิฟฟารีน (Giffarine Thailand) : กิฟฟารีน ทุ่มงบกว่า 50 ล้านบาท เปิดตัวเครื่องดื่มใหม่ “กิฟฟารีน อีสเลส” คว้า “เจมส์ มาร์” เป็นพรีเซ็นเตอร์







พญ. นลินี ไพบูลย์ (Mobile)

 


บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เปิดตัวผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม “กิฟฟารีน อีสเลส” พร้อมเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุด “อร่อยแบบเจมส์ มาร์” และทุ่มงบการตลาดกว่า 50 ล้านบาท หวังเจาะกลุ่มเป้าหมายใหม่และขยายเครือข่ายไปสู่คนรุ่นใหม่ เดินหน้ากระตุ้นผู้สมัครใหม่ให้ใช้สินค้าอย่างต่อเนื่อง ด้วยโปรโมชั่นและแคมเปญต่างๆ ตั้งเป้ายอดขายไตรมาสสุดท้าย 6,500 ล้านบาท


แพทย์หญิงนลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เปิดเผยว่า "ปัจจุบันคนรุ่นใหม่หันมาใส่ใจตัวเอง และมองหาเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ พบได้จากเทรนด์การดื่มเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพเพิ่มมากขึ้น ซึ่งกิฟฟารีนมีจุดแข็งที่มีโรงงานผลิตเป็นของตัวเอง จึงได้มีการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์อยู่ตลอดเวลา และล่าสุดโรงงานของเราได้รับการรับรองระบบ OHSAS 18001:2007 จาก บริษัท บูโร เวอริทัส เซอทิฟิเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งรับรองมาตรฐานด้านระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ที่ผ่านมาเราสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่คนไทยด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพหลากหลาย ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม ผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัว ผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภคในบ้านทั่วไป ผลิตภัณฑ์ส่งเสริมคุณภาพชีวิต และผลิตภัณฑ์อาหารรวมทั้งหมดกว่า 2,000 รายการ ที่สามารถเข้าไปเติมเต็มชีวิตประจำวันของสมาชิกผู้บริโภคกว่า 6.5 ล้านรหัส ปัจจุบันกิฟฟารีนมียอดจำหน่ายตลอดระยะเวลาของการดำเนินธุรกิจรวมกว่า 57,000 ล้านบาท โดยมีศูนย์ธุรกิจตั้งอยู่ในประเทศไทย รวม 113 สาขา และต่างประเทศมากกว่า 30 สาขา พร้อมทั้งมีบริการเดลิเวอรี่ส่งสินค้าถึงมือผู้บริโภคในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ


 ดังนั้น เราจึงพัฒนากลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ “กิฟฟารีน อีสเลส” เพื่อตอบสนองความต้องการและไลฟ์สไตล์การรับประทานที่เปลี่ยนไปของคนในปัจจุบัน ด้วยส่วนประกอบสำคัญของไฮดรอกซี ซิตริก แอซิด (Hydroxy citric acid) หรือ HCA-SX สารสำคัญที่มีอยู่ในพืช ผัก ผลไม้ ชนิดต่างๆ ที่เป็นตัวช่วยสำหรับผู้ที่ใส่ใจตัวเอง


คุณพงศ์พสุ อุณาพรหม ผู้อำนวยการใหญ่สายงานการตลาด บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เผยว่า “สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ กิฟฟารีน อีสเลส เราได้ทุ่มงบประมาณถึง 50 ล้านบาท เพื่อสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ นักธุรกิจกิฟฟารีน คนรุ่นใหม่ คนทำงานทั่วไปที่มีไลฟ์สไตล์ทันสมัย และใส่ใจสุขภาพ โดยมีพรีเซ็นเตอร์หนุ่มหล่อผู้ใส่ใจสุขภาพและบุคลิกภาพ เจมส์ มาร์ ผ่านภาพยนตร์โฆษณา เรื่อง “อร่อยแบบเจมส์ มาร์” ภายใต้แนวคิดที่ว่า กิฟาฟารีน อีสเลสเป็นตัวช่วยให้ทุกคนมีความสุขได้โดยไม่ต้องฝืนใจตัวเอง ผ่านเครื่องมือทางการตลาดแบบครบวงจร ทั้ง Above the line และ Below the line พร้อมทั้งยังใช้แผน “ไวรัล มาร์เก็ตติ้ง” โดยได้ปล่อยคลิปวิดีโอสั้น 4 เรื่องทางออนไลน์ พร้อมต่อยอดด้วยกิจกรรมส่งเสริมการตลาดในรูปแบบของเกมส์ ออนไลน์ เพื่อประชาสัมพันธ์ผลิตภัณพ์กิฟฟารีน อีสเลส และพรีเซ็นเตอร์ ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นใหม่ และมีไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัยอีกด้วย


ปัจจุบันในส่วนของตลาดต่างประเทศนั้น กิฟฟารีนได้ส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยัง 33 ประเทศทั่วโลก ทั้งในส่วนของธุรกิจขายตรงและการส่งผลิตภัณฑ์ประเภทสปาออกจำหน่าย โดยปัจจุบัน บริษัทมีแผนขยายตลาดออกสู่ประเทศในประชาคมอาเซียน (AEC) ได้แก่ ประเทศเมียนม่าร์ มาเลเซีย กัมพูชา สปป.ลาว และมีแผนที่จะเปิดในประเทศอินโดเซียในปีถัดไป


[gallery columns="2" ids="20700,20701"]

วันพุธที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ข่าวกิฟฟารีน (Giffarine Thailand) : "กิฟฟารีน"เทหน้าตักลุย! ทุ่มงบตลาด...เปิดศูนย์ฯ-ขยายโรงงาน







12352_567884986575509_898555584_n (Mobile)


"กิฟฟารีน" รุกตลาดครึ่งปีหลังสุดตัว ทุ่มงบการตลาดกว่า 100 ล้านบาท ยิงโฆษณา ผ่านสื่อทีวี 3 ตัวรวด ภายใต้ชื่อ WE, TRUST และ SUPPORT เน้นเนื้อหาดูดนักธุรกิจ หวังเพิ่มสมาชิก 5-6 หมื่นรหัส พร้อมอัดงบเปิดศูนย์ธุรกิจขนาดใหญ่ย่านมีนบุรี และ เตรียมขยายโรงงานในนิคมฯ นวนคร ลั่นผูกแชมป์แบรนด์ขายตรงไทย ด้วยเป้ายอดขายปี 56 กว่า 6.5 พันล้านบาท ด้านตลาดต่างประเทศเตรียมเปิดในพม่า และลาวปีหน้า


พ.ญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ตลอดเวลา 17 ปี ที่กิฟฟารีนได้ดำเนินธุรกิจเครือข่ายหลายชั้น และมอบ โอกาสทางธุรกิจให้แก่คนไทยหลายแสนครอบครัว และมีผู้ที่ประสบความสำเร็จจนสามารถพลิกชีวิตสู่ความสุข ความมั่งคั่งจากธุรกิจกิฟฟารีน ได้เป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังเป็นธุรกิจเครือข่ายของคนไทยที่มียอด จำหน่ายสูงสุดและเป็นบริษัทเอ็มแอลเอ็มสัญชาติไทยหนึ่งเดียวที่ติดอันดับ 56 ใน ท็อป 100 ของสมาพันธ์การขายตรงโลก (WFDSA) ประจำปี 2011 และได้รับการันตีด้วยการโหวตให้เป็นสุดยอดแบรนด์ (Superbrands Award) ถึง 4 ปีซ้อน พร้อมให้ผลตอบแทนคืนกลับสู่นักธุรกิจสูงสุดในประเทศไทย จากยอดจำหน่ายรวมถึงปัจจุบัน 52,000 ล้านบาท มอบให้นักธุรกิจ 24,000 ล้านบาท


ความสำเร็จของนักธุรกิจกิฟฟารีน ทุกคน และการนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพสู่ผู้บริโภคนับล้าน คือ บทพิสูจน์แห่งความภาคภูมิใจของกิฟฟารีนที่ได้เป็นส่วนหนึ่งใน การสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ คนไทยด้วย ผลิตภัณฑ์คุณภาพหลากหลาย ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ เพื่อความงามและของใช้ส่วนตัว ผลิตภัณฑ์ สำหรับเด็กและทารก ผลิตภัณฑ์ของใช้ในบ้านทั่วไป ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและคุณภาพ ชีวิต และผลิตภัณฑ์อาหาร รวมทั้งสิ้นกว่า 2,000 รายการ ที่สามารถเข้าไปเติมเต็มชีวิต ประจำวันของสมาชิก ผู้บริโภคกว่า 6.5 ล้าน รหัส ปัจจุบันกิฟฟารีนมีศูนย์ธุรกิจตั้งอยู่ใน ประเทศไทยรวม 113 สาขา และต่างประเทศ มากกว่า 30 สาขา พร้อมทั้งมีบริการเดลิ-เวอรี่ส่งสินค้าถึงมือผู้บริโภคในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ


อย่างไรก็ดี ในปีนี้บริษัทยังได้ทำการก่อสร้างศูนย์ธุรกิจขนาดใหญ่ขึ้นอีกหนึ่งศูนย์ ย่านมีนบุรีใช้พื้นที่ 1 ไร่ งบการก่อสร้างทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 75 ล้านบาท และในปีหน้าก็จะสร้างเพิ่มที่หาดใหญ่ จ.สงขลา อีกหนึ่งที่ โดยศูนย์ธุรกิจกิฟฟารีนที่เป็นศูนย์ ใหญ่ปัจจุบันมีแล้ว 20 ศูนย์ ซึ่งบริษัทต้องการ สร้างเพิ่มอย่างต่อเนื่อง


นอกจากนี้ บริษัทยังได้ตั้งงบไว้ที่ 66 ล้านบาท ซื้อที่ดินขยายโรงงานในนิคมฯนวนคร เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจกิฟฟารีน


ด้านตลาดต่างประเทศ ปีหน้าบริษัทเตรียมที่จะเปิดบริษัทในพม่า และลาวอย่าง เป็นทางการ หลังในช่วงที่ผ่านมาได้เข้าไป ทดลองทำตลาดอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง "พ.ญ. นลินี" ยังได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการขยายสาขาต่างประเทศด้วยว่า "บริษัทจะทำการขยายสาขาในประเทศที่บริษัทมีความสนิทสนมกับคนที่จะร่วมลงทุนของประเทศนั้นๆ ซึ่งหากไม่พร้อมจริง บริษัทก็จะไม่เข้าไปทำตลาด"


ในส่วนของนายพงศ์พสุ อุณาพรหม ผู้อำนวยการใหญ่สายงานการตลาด บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เผยว่า สำหรับทิศทางการตลาดโดยรวมใน ปี 2556 นี้ กิฟฟารีนได้ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 6,500 ล้านบาท โดยทุ่มงบการตลาดถึง 100 ล้านบาท ผ่านภาพยนตร์โฆษณาซีรี่ส์ 3 ชุด เรื่อง "WE" "TRUST" และ "SUPPORT" ภายใต้แนวคิดความตั้งใจจริงของธุรกิจที่ดำเนินมานานกว่า 17 ปี พร้อมสัญญาว่าจะทำให้ทุกท่านได้มีโอกาสเป็นเจ้าของในสิ่งที่ตัวเองสร้าง และมีโอกาสสร้างในสิ่งที่ตัวเองเป็นเจ้าของ


โดยบริษัทมีความพร้อมที่จะสนับสนุน สมาชิกทุกท่านให้ประสบความสำเร็จได้อย่างง่ายดาย และใช้เวลาไม่นาน โดยภาพยนตร์โฆษณาทั้ง 3 เรื่อง เน้นในเรื่องการสร้างภาพลักษณ์ทางธุรกิจผ่านเครื่องมือทาง การตลาดแบบครบวงจร ทั้ง Above the line และ Below the line โดยเฉพาะ "กิฟฟารีน แชนแนล" ที่พร้อมออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง ทางอินเตอร์เน็ต เพื่อแสวงหากลุ่มเป้าหมายใหม่และการขยายเครือข่ายไปสู่คนรุ่นใหม่ พร้อมทั้งกระตุ้นผู้สมัครใหม่ให้ใช้สินค้าอย่างต่อเนื่องด้วยโปร-โมชั่นและแคมเปญต่างๆ ตลอดจนการตอบแทน ผลกำไรคืนสู่สมาชิกในรูปแบบใหม่ๆ


อย่างไรก็ดี ในงบการตลาด 100 ล้าน บาท บริษัทได้แบ่งมาเป็นงบการโฆษณาดังกล่าวประมาณ 40 ล้านบาท โดยที่บริษัท จะไม่เพิ่มเงินค่าการทำตลาดในส่วนนี้


"การโฆษณาทั้ง 3 ชุดที่กล่าวมา บริษัทต้องการที่จะใช้เพิ่มจำนวนนักธุรกิจของบริษัท จากปัจจุบันที่มีอยู่แล้วประมาณ 5 แสนรหัสที่เป็นกลุ่มนักธุรกิจ จากตัวเลขสมาชิกของบริษัททั้งหมดที่มีอยู่ 6.5 ล้านรหัส ซึ่งบริษัทต้องการใช้โฆษณาที่มีเนื้อหา ในการถ่ายทอดให้เห็นถึงโอกาสเป็นเจ้าของ ธุรกิจกิฟฟารีนสำหรับทุกคนมาเป็นตัวเพิ่ม นักธุรกิจของบริษัท โดยเชื่อว่าจะสามารถเพิ่มนักธุรกิจของบริษัทได้ประมาณ 5-6 หมื่น รหัสในปีนี้" พงศ์พสุ เผย


พร้อมกันนี้ยังแนะนำผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่น และสามารถครองใจผู้บริโภคตลอด มา ได้แก่ กิฟฟารีน อะบาโลน คอลลาเจน, กิฟฟารีน อะบาโลน คอลลาเจน โกลด์, กิฟฟารีน กลูต้า เคอร์คิวมา ซี-อี, กิฟฟารีน อะบาโลน เฟล็กซี่ ดริ้งค์ และชุดผลิตภัณฑ์ เอดดัลไวส์ซีรี่ส์





Credit By :http://www.siamturakij.com