ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นักขายตรง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นักขายตรง แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

"ทีมงาน ทำงานร่วมกัน"







Teamwork-e1375457135976 (Mobile)

 


อุตสาหกรรมการขายตรงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และมีความเจริญ ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเมื่อธุรกิจขายตรงเติบโตก็ต้องดำเนินการควบคู่กับการ พัฒนาองค์กรไปสู่มูลค่าของธุรกิจอันมหาศาล มีบริษัทใหม่ๆ เข้าสู่ธุรกิจขายตรงมากมาย จนทำให้เป็นที่น่าจับตามองของผู้บริโภคที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมหรือเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของธุรกิจขายตรงเหล่านั้น


ทุกสรรพสิ่งในโลกนี้ย่อมต้องมีการเปลี่ยนแปลงซึ่งอาจจะเป็นไปในทางที่ดีหรือไม่ดีก็ได้ แต่ที่แน่นอน คือ ทุกคนต้องการในสิ่งที่ดีๆ ตรงกับที่ตนเองคาดหวัง การขายตรงก็เช่นกัน มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งจะต้องนำเสนอ ในสิ่งที่ทันสมัย ตรงกับความต้องการของทีมงานและผู้บริโภคเป้าหมาย นั่นแสดง ให้เห็นว่า บริษัทขายตรงจะต้องมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการในรูปแบบใหม่ๆ อย่างสม่ำเสมอ สอดคล้องกับสถานการณ์ต่างๆ ของตลาดขายตรง


การขายตรงเป็นการนำเสนอและส่งมอบสินค้าหรือบริการให้กับลูกค้าเป้าหมาย โดยตรง ในลักษณะเจาะจงเฉพาะแต่ละรายหรือแต่ละกลุ่ม ทำให้การขายตรงต้อง พบปะกับลูกค้าที่หลากหลาย โดยลูกค้าแต่ละคนก็จะมีความต้องการและระดับความพึงพอใจที่แตกต่างกัน ซึ่งเป็นหน้าที่ของนักขายตรงที่ต้องหาวิธีการตอบสนอง ความต้องการของลูกค้าแต่ละรายให้ได้รับความพึงพอใจ โดยต้องศึกษาทำความ เข้าใจและพัฒนารูปแบบของการนำเสนอที่มีความแตกต่างให้สอดคล้อง และเหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าแต่ละราย


ความสำเร็จในเส้นทางอาชีพการขายตรงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องอาศัยทีมงานหรือเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งการทำงานขายตรงต้องกระทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จ มีการแบ่งหน้าที่และความรับผิดชอบร่วมกัน มีความสัมพันธ์ กัน และมีจุดประสงค์หรือความคาดหวังร่วมกัน ดังนั้น นักขายตรงต้องให้ความสำคัญกับการทำงานเป็นทีม โดยมีเจตนาที่ดี ตั้งใจ มีทักษะเชื่อมั่นในศักยภาพ ความ สามารถของทีมงาน มีการร่วมมือประสานงานกันอย่างดี เข้าใจ ยอมรับ และไว้ใจ ซึ่งกันและกัน สามารถสร้างภาวะความเป็นผู้นำและสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีภายในองค์กรได้


การสร้างทีมงานให้ประสบความสำเร็จในการขายตรงต้องยึดถือกรอบเพื่อทำงานร่วมกัน ดังนี้


1.มีความเป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งหมายความว่า ทุกๆ คนในเครือข่ายจะต้องมีเป้าหมาย แนวคิด มุมมองและทัศนคติในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้บรรลุความสำเร็จ ในอาชีพขายตรง ทีมงานที่มีประสิทธิภาพจะมีลักษณะโดดเด่นและสมาชิกทุกคนมีความรู้สึกว่าตนเองมีส่วนร่วมในความสำเร็จด้วย


2.จัดการด้วยตนเอง สมาชิกในทีมงานต้องยอมรับบทบาทของตนในเวลาต่างๆ กัน สอดคล้องกับความจำเป็น ความต้องการและความสามารถของตน บางคน อาจมีประสบการณ์ในงานเฉพาะอย่าง แตกต่างจากคนอื่นก็สามารถนำมาเป็นส่วนร่วมเพื่อสร้างความสำเร็จให้กับทีมงานหรือเครือข่ายได้ หรือเป็นการแลกเปลี่ยน ประสบการณ์ให้สมาชิกได้ทราบเพื่อใช้ในการพัฒนาแนวทางการดำเนินงานที่เหมาะสมกับตนเองต่อไป


3.พึ่งพาตัวเอง ในการดำเนินงานธุรกิจขายตรงต้องอาศัยทีมงานในการขับเคลื่อนธุรกิจ ซึ่งไม่ใช่รอผลงานความสำเร็จจากเพื่อนสมาชิกเท่านั้น นักขายตรง ต้องร่วมกันทำงานตามกำลังความสามารถของตนเอง ให้คำปรึกษาแนะนำและชักจูง เมื่อจำเป็น ร่วมประสานงานในหน้าที่และแก้ไขปัญหาอุปสรรคร่วมกัน ทุกคนต่าง เอื้ออาทรช่วยเหลือกันและมีความเป็นหนึ่งเดียวกัน ถ้ามีบุคคลหนึ่งบุคคลใดทำงาน เกินกำลังหรือประสบปัญหายุ่งยากอันใด ก็จะต้องร่วมมือกันช่วยเหลือนำพาทีมงาน ไปสู่ความสำเร็จ


ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยการทำงานร่วมกัน ต้องทำงานเป็นทีม มีเป้าหมายเดียวกัน ร่วมคิดร่วมสร้าง แล้วก้าวเดินไปด้วยกัน เมื่อสถานการณ์ ต่างๆ ได้เปลี่ยนแปลงไป นักขายตรงก็ต้องพัฒนาและปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ดังกล่าว เพื่อความยั่งยืนในอาชีพการขายตรง แต่ไม่ว่า อะไรจะเปลี่ยนไปสิ่งที่สำคัญเราจะต้องมีความสุขในทุกๆ วัน


 


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2556

สร้างความน่าเชื่อถือ







Capture (Mobile)


การสร้างความน่าเชื่อถือเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับการทำขายตรง ซึ่งจะมีผลต่อทัศนคติในเชิงบวกของผู้บริโภค สามารถ สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับธุรกิจขายตรง จนนำไปสู่ความพึงพอใจ ของผู้บริโภคและทีมงาน โดยต้องอาศัยข้อมูลที่ถูกต้องและ ทันสมัยในรูปแบบการดำเนินงานที่สอดคล้องและเหมาะสมกับ สถานการณ์ที่แตกต่างกัน ดังนั้น นักขายตรงต้องตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าด้วยความเต็มใจที่จะช่วยเหลือ มีความพร้อม รวดเร็ว ทำให้ลูกค้ามีความรู้สึกว่าไม่มีความยุ่งยาก และมีความเสี่ยงน้อย สร้างให้เกิดความมั่นใจ สะท้อนในภาพลักษณ์ ที่ดีของบริษัท และบุคลากร


นอกจากนี้ บริษัทขายตรงก็ต้องมีการพัฒนาสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ พร้อมที่จะนำเสนอสู่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนมีแผนการดำเนินงานสู่โอกาสและ รายได้ ซึ่งมีความชัดเจน โปร่งใส เป็นธรรมต่อนักขายตรง และง่ายต่อความสำเร็จในทางปฏิบัติ นอกจากนี้ ภาพลักษณ์ทางด้านการบริหารจัดการ และฐานะความมั่นคงทางการเงินของบริษัท ก็สามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ผู้บริโภคได้


การสร้างความน่าเชื่อถือในธุรกิจขายตรงนิยมกระทำกัน หลายวิธี ได้แก่


1.การสร้างความน่าเชื่อถือด้วยคุณภาพสินค้า ใช้แล้วต้องบอกต่อหรือแนะนำบุคคลอื่น สำหรับวิธีนี้ใครที่จะนำมาใช้จะต้อง ได้รับการศึกษาทำความเข้าใจตลอดจนได้ทดลองใช้สินค้า และได้ผลจริงๆ ตามที่ได้กล่าวอ้างไว้ อาทิ อาหารเสริมเพื่อลดความอ้วน ถ้าคนที่ใช้เคยอ้วนและตอนนี้ผอมแล้วเนื่องจากใช้ผลิตภัณฑ์ ดังกล่าวเมื่อไปบอกยังบุคคลอื่นก็จะสามารถสร้างความน่าเชื่อถือ ได้ง่ายยิ่งขึ้น


2.การสร้างความน่าเชื่อถือด้วยกิจกรรมเพื่อสังคม เป็น การสร้างความชอบธรรมให้กับธุรกิจและผลิตภัณฑ์โดยการสรรค์สร้างกิจกรรมที่สะท้อนถึงความรับผิดชอบต่อสังคม เป็น การสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้ชุมชนยอมรับ ซึ่งไม่ได้หวังผลยอดขายโดยตรงแต่เป็นการหวังผลทางอ้อมด้วยการอาศัยกิจกรรมที่สื่อให้เกิดทัศนคติที่ดีต่อผู้ที่รับรู้ข้อมูลข่าวสารซึ่งได้จัดทำขึ้น กิจกรรมดังกล่าวเช่น การมอบทุนการศึกษาให้กับลูกหลานของสมาชิก หรือมอบทุนให้กับคนด้อยโอกาส การบริจาคสิ่งของสำหรับผู้ประสบภัยต่างๆ หรือการจัดกิจกรรมตามเทศกาล หรือ การสนับสนุนกิจกรรมสาธารณกุศลอื่นๆ


3.การสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการอ้างอิงผู้สำเร็จหรือผู้ที่เคยใช้แล้วเห็นผลหรือผู้ที่ทำได้จริง การกระทำลักษณะนี้ บางครั้งจะต้องได้รับการยินยอมจากบุคคลที่จะนำมาอ้างอิง และ ต้องคำนึงถึงจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพนั้นๆ ด้วย อาทิ การขายอาหารเสริมแล้วอ้างอิงว่าได้การรับรองจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ก็จะต้องมีการระบุอย่างชัดเจน ถูกต้อง และเป็นจริง และอีกสิ่งหนึ่งที่นักขายตรงนิยมนำมาอ้างอิงก็คือ ความสำเร็จของสมาชิกอาจเป็น ในลักษณะการอ้างถึง หรือให้ผู้ที่ประสบความสำเร็จมาเล่าให้ฟังก็ได้


4.การสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการนำเสนอข่าวของภาคสื่อมวลชน ปัจจุบันก็ได้รับความนิยมแพร่หลายมากทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ หรือเคเบิลทีวี ตลอดจนผ่านเว็บไซต์ต่างๆ การ นำเสนอข่าวของสื่อมวลชนแขนงต่างๆ จะทำให้ผู้บริโภคเกิดความ เชื่อมั่นมากยิ่งขึ้น แต่ต้องระวังถึงเนื้อหาข่าวหรือการใช้คำอย่างเหมาะสม เป็นจริง ตรงไปตรงมาอาจจะมีผลทางเชิงบวก และเชิงลบ โดยเฉพาะในปัจจุบันเป็นยุคของข้อมูลข่าวสารที่ไร้ขอบเขตและข้อจำกัด ทำให้ผู้บริโภครับรู้ข่าวสารได้อย่างฉับไว


ทั้ง 4 ประเด็นก็เป็นตัวอย่างที่สร้างความน่าเชื่อถือให้กับ ธุรกิจขายตรง ซึ่งหลายๆ บริษัทก็ได้นำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่ละที่สำคัญต้องนำมาใช้อย่างถูกต้อง เป็นจริง ด้วยความจริงใจ และเป็นธรรมต่อผู้บริโภค ทั้งนี้ ผู้บริโภคทั้งหลายก็จะต้องใช้สติ วิจารณญาณในการไตร่ตรองก่อนจะตัดสินใจซื้อสินค้าหรือสมัคร สมาชิกของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง ใช่ว่าเห็นแต่รายได้หรือผลประโยชน์ อื่นใดมายั่วยุจนทำให้ความโลภบังตาตัดสินใจลงไปโดยขาดสติยั้งคิด..ขอให้ทุกคนทำขายตรงอย่างมีสติและยึดมั่นในจริยธรรม จรรยาบรรณ แล้วทุกคนจะประสบความสำเร็จ





Credit By : http://www.siamturakij.com/

สร้างเวลาให้มีค่า







571281-topic-ix-0 (Mobile)


"เวลา" เป็นทรัพยากรที่มีค่าสำหรับทุกคน ซึ่งใช้แล้วหมดไป ผ่านแล้วผ่านเลยไม่สามารถหวนกลับคืนได้ ทุกคนมีเวลาเท่ากันทุกวัน คือ วันละ 24 ชั่วโมง เมื่อทุกคนรู้คุณค่าของเวลาก็ย่อมสามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ รู้จักใช้เวลาที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า ดังนั้น คนเราทุกคนต้องรู้จักการใช้เวลาให้คุ้มค่าก่อเกิดประโยชน์สูงสุด เพราะเวลาไม่เคยหยุดรอใคร ไม่ว่ายากดีมีจนก็ไม่สามารถหาซื้อเวลาได้ และ เวลาก็ไม่สามารถเก็บไว้ใช้ในยามขาดแคลนได้


สำหรับนักขายตรงซึ่งเป็นอาชีพที่มีอิสระทางด้านเวลา ก็ต้องสร้างคุณค่าให้ เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วอย่างไม่มีวันหวนกลับ ดังนั้น นักขายตรง ต้องรู้จักวางแผนและจัดสรรเวลาในการทำงานอย่างถูกต้องเหมาะสม ต้องใช้เวลาในการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด รู้จักที่จะแบ่งเวลาและจัดสรร เวลาของตนเองให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่กำหนดไว้


นักขายตรงควรจัดสรรเวลาเพื่อก่อให้เกิดความสำเร็จในหลายๆ ด้าน เพราะ การจัดสรรเวลาจะเป็นกรอบแนวทางในการให้บรรลุความสำเร็จ กำหนดกรอบเพื่อกำกับการทำงานทุกอย่างด้วยเวลาเสมอ มีการวางแผนการดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อเป็นแนวทางในการกำหนดเวลาให้มีคุณค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยการจัดลำดับความสำคัญ สิ่งที่สำคัญที่สุดไว้ในลำดับแรก และลดหลั่นลงมาตามลำดับ ความสำคัญของงานและเวลาที่มีสำหรับจัดการงานทั้งหมด และต้องคิดค้นหาวิธีการใหม่ๆ เพื่อลดเวลา หรือใช้เวลาเท่าเดิมแต่ได้ปริมาณและคุณภาพมากขึ้น


การสร้างเวลาให้มีค่าเป็นการวางแผนเวลาแต่ละวันอย่างมีระบบ เข้าใจการ จัดเรียงความสำคัญและลำดับของงาน การลดขั้นตอนของงานหลักการประหยัดเวลา มีการบริหารเวลากับคนได้อย่างเหมาะสม มีการเรียนรู้และเข้าใจถึงสาเหตุของการใช้เวลาที่ไม่มีประสิทธิภาพ การสร้างเวลาให้มีคุณค่าของนักขายตรง เพื่อ ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดจากเวลาที่มีอยู่ สามารถกระทำได้ดังนี้


1.นัดหมายตรงเวลา นักขายตรงต้องมีความตรงต่อเวลา เมื่อได้นัดหมายกับบุคคลอื่นไว้แล้วก็ต้องไปให้ตรงเวลา ไม่ไปสาย เพราะเวลาของลูกค้าหรือของ บุคคลอื่นก็ย่อมมีค่ามากเช่นกัน


2.นักขายตรงต้องมีความพร้อมเสมอ สามารถเริ่มงานขายหรือการนำเสนอโอกาสได้ทันทีในทุกโอกาสที่มีความเหมาะสม โดยไม่ต้องรอเวลา หรือไม่ผัดวัน ประกันพรุ่ง


3.ใช้เวลาให้เหมาะสมกับลักษณะงานและลูกค้าแต่ละประเภท ต้องรู้จักการควบคุมเวลา และวางแผนการใช้เวลาให้สอดคล้องกับงานแต่ละลักษณะ มีการ กำหนดแผนงานและตารางเวลาอย่างชัดเจน


4.พยายามทำงานให้เสร็จตามกำหนดเวลา หรือปิดการขายทันทีเมื่อโอกาสเหมาะสม ไม่ปล่อยโอกาสให้ผ่านพ้นไปอย่างไร้ประสิทธิภาพ


5.ปรับปรุงและพัฒนาตนเองเพื่อบริหารเวลาอย่างต่อเนื่อง สามารถปรับตนเองให้เข้ากับสถานการณ์รอบข้างและสอดคล้องกับเวลาที่ใช้ในแต่ละกิจกรรม ตลอดจนรู้จักการสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ


การสร้างเวลาให้มีคุณค่าเป็นเทคนิคของการจัดสรรเวลาและการจัดลำดับความสำคัญอย่างเหมาะสมถูกต้อง ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า มีความก้าวหน้าในชีวิต มีความสุขและประสบความสำเร็จทั้งชีวิตส่วนตัว ครอบครัวและการงาน ซึ่งการบริหาร เวลาที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพเปรียบเสมือนการพัฒนาศักยภาพแห่งตนเพื่อให้บรรลุสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จในชีวิต


การเรียนรู้และทำความเข้าใจถึงทักษะในการบริหารเวลาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในชีวิตส่วนตัวและชีวิตการทำงานของนักขายตรง เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อให้ใช้เวลาแต่ละช่วงอย่างมีคุณค่าและประสบผลสำเร็จ ตามที่ได้ตั้งใจไว้ คุณค่าของเวลาก็คือคุณค่าของชีวิต ดังนั้น ต้องทำทุกช่วงเวลา ที่มีอยู่ให้มีคุณค่า และพึงระลึกเสมอว่า "เวลาไม่คอยใครแม้สักคนเดียว"





Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันอังคารที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2556

"ข้อมูลสินค้า" สิ่งที่ต้องพัฒนาของนักขาย







Capture (Mobile)


เมื่อผู้บริโภคมีความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงไปของสภาพสังคมนั้น ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการ พัฒนาสินค้า การพัฒนาการบริการ การพัฒนาบุคลากรภายในองค์กร เป็นต้น จะต้องเข้าใจ ถึงความต้องการของผู้บริโภคดังกล่าว เพื่อนำมาใช้สำหรับการพัฒนาหรือปรับปรุงผลิตภัณฑ์ พร้อมแนวทางในการนำเสนอสินค้าให้กับผู้บริโภคอย่างเหมาะสม บริษัท นาโน เซิร์ช จำกัด ได้ดำเนินการศึกษากลุ่มผู้บริโภค จำนวน 200 ตัวอย่างในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งสามารถนำเสนอผลการศึกษาในส่วนของแนวคิดของผู้บริโภคที่ต้องการเห็นตัวแทน หรือบุคคลจำหน่ายสินค้าในธุรกิจขายตรง


จากผลการศึกษาพบว่า ผู้บริโภคเป็นเพศชาย คิดเป็นร้อยละ 51.0 และเพศหญิงคิด เป็นร้อยละ 49.0 สำหรับสัดส่วนของอายุของกลุ่มตัวอย่างนั้นโดยส่วนใหญ่นั้น ผู้บริโภคอยู่ในช่วงอายุ 26-35 ปี คิดเป็นร้อยละ 46.1 อายุต่ำกว่า 25 ปี คิดเป็นร้อยละ 30.5 และ อายุมากกว่า 35 ปี คิดเป็นร้อยละ 16.6 ตามลำดับ สำหรับผู้บริโภคนั้นมีช่วงรายได้มากที่สุดอยู่ระหว่าง 10,000-20,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 43.5 และ รายได้มากกว่า 20,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 34.9 ระดับการศึกษานั้นอยู่ในระดับปริญญาตรีมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 68.5 และอยู่ระหว่างการศึกษาระดับปริญญาตรี คิดเป็นร้อยละ 15.5 ตามลำดับ และ กลุ่มผู้บริโภคที่ทำการศึกษาอยู่นั้นมีการประกอบอาชีพเป็นพนักงานบริษัทเอกชน มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 47.5 รองลงมาคือ การประกอบอาชีพข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ 16.0 ตามลำดับ


การเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาเพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินธุรกิจ ดังนั้น บริษัท หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะต้องทราบ เกี่ยวกับสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการ เพื่อนำมาปรับใช้ภายในองค์กร จากการสอบถามผู้บริโภคเกี่ยวกับสิ่งที่จะต้องปรับปรุงของผู้จำหน่ายสินค้าหรือตัวแทนจำหน่ายในธุรกิจขายตรง พบว่า สิ่งแรกที่ผู้บริโภคเห็นว่าควรพัฒนาหรือปรับคือ การให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าผลิตภัณฑ์/ราย-ละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ให้ผู้บริโภคได้ทราบ คิดเป็นร้อยละ 24.5 ลำดับรองลงมาคือ การ อำนวยความสะดวก และการให้บริการในด้านต่างๆ กับลูกค้า คิดเป็นร้อยละ 21.0 และ การนำเสนอข้อมูลที่ทันสมัย รวมทั้งการปรับทัศนคติและแนวคิดในการทำธุรกิจขายตรง คิดเป็นร้อยละ 12.5 ในสัดส่วนที่เท่ากัน


ระดับทัศนคติของผู้บริโภคที่มีต่อพนักงาน ตัวแทน ผู้ที่จำหน่ายสินค้า ของธุรกิจขายตรง เปรียบเทียบระหว่าง ผู้บริโภคเพศชายและผู้บริโภคเพศหญิง พบว่า ทั้งเพศชายและเพศหญิง คะแนนระดับทัศนคติอยู่ในระดับปานกลาง และมีระดับทัศนคติใกล้เคียงกัน


สำหรับผู้บริโภคนั้น มีความรู้สึก เฉยๆ ในกรณีที่ญาติหรือบุคคลรอบข้าง ทำงานเกี่ยวกับระบบธุรกิจขายตรง




Credit By :บริษัท นาโนเซิร์ซ จำกัด