ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ก.ม.ขายตรง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ก.ม.ขายตรง แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2556

แก้ ก.ม.ขายตรง ผลดีเศรษฐกิจชาติ







1506682_701888919845501_53719388_n (Mobile)

 


ธุรกิจขายตรงในปัจจุบันจัดเป็นธุรกิจหนึ่งที่ทำให้คนในประเทศมีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่ด้วย ข้อจำกัดหลายๆ อย่าง ยังทำให้วงการขายตรงไม่สามารถแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะเรื่อง กฎระเบียบข้อบังคับที่ดูจะ ยังไม่ใช่ปัจจัยหลักในการยกระดับธุรกิจ ทำให้หลายฝ่าย มองว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะมีการปรับแก้ไขกฎหมายขายตรง


นางเพ็ญทิพย์ โปษยานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โซล คอร์ปอร์เรชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องตัวบทกฎหมายถือเป็นสิ่งที่ต้องได้รับการแก้ไขโดยด่วน เนื่องจากอีก 2 ปี การรวมตัวของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนก็จะเกิดขึ้น ซึ่งถึงวันนั้นจะมีการค้าเสรีระหว่าง 10 ประเทศในอาเซียน ที่จะเดินทางข้ามไปข้ามมาโดยไม่ต้องเสียภาษีในหลายส่วน ทำให้การลงทุนในธุรกิจขายตรงจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอีกมหาศาล โดยประเทศไทยหากมีกฎหมายขายตรงที่แข็งแรงก่อนใคร จะทำให้ได้เปรียบมากขึ้นแน่นอน


ปัจจุบันบริษัทขายตรงในเมืองไทยมีจำนวนมาก และทุกบริษัทก็ต่างแข่งขันที่จะทำให้ธุรกิจของตัวเองอยู่รอด ถ้าเป็นบริษัทใหญ่ๆ ก็จะได้เปรียบ เนื่องจากมีศักยภาพมากกว่า ทั้งความน่าเชื่อถือ ความมั่นคงทาง การเงิน และการยอมรับในเรื่องของผลิตภัณฑ์ ไม่เหมือน กับบริษัทขายตรงขนาดเล็กที่เพิ่งเปิดใหม่ หรือเปิดมาได้ ไม่เกิน 2 ปี ที่ค่อนข้างจะเสียเปรียบ ทำตลาดยากขึ้น หาก AEC เริ่มเมื่อไรคาดว่า บริษัทใหญ่จะอยู่รอด แต่บริษัทเล็กจะอยู่ยาก


"เพ็ญทิพย์" ยังกล่าวต่อว่า การแก้ไขกฎหมายขายตรง ตนอยากจะให้มีการดึงผู้ที่ทำธุรกิจขายตรงเข้า ไปช่วยร่างกฎหมาย ด้วยเนื่องจากจะมีความเข้าใจดีกว่า หน่วยงานภาครัฐ หรือไม่ก็ควรจะมีการเปิดระดมความคิดว่าจะแก้ไขกันในเรื่องใดบ้างที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ เพราะกฎหมายขายตรงฉบับปัจจุบันยังเอื้อต่อธุรกิจบางประเภท แต่บางประเภทก็ยังเอื้อเฉพาะผู้บริโภค จึงอยากให้มีการปรับแก้ไขให้มีครอบคลุมมากกว่านี้


"หากมีการแก้ไขกฎหมายขายตรงแล้ว เชื่อว่าสิ่งที่จะตามมาต้องเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจชาติแน่นอน เพราะจะทำให้ประเทศไทยเป็นต้นแบบของธุรกิจขายตรง ที่หลายๆ ประเทศในแถบอาเซียนจะต้องเข้ามาศึกษาข้อมูล และเอาไปใช้เป็นแบบอย่าง เพราะมีกฎหมาย ขายตรงที่แข็งแรง ถือเป็นการยกระดับภาพลักษณ์ที่ดีของธุรกิจขายตรงไทยด้วย" ผู้บริหาร "โซล" กล่าวปิดท้าย


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันจันทร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

TDNA เร่งแก้ ก.ม.ขายตรงเดินหน้าสานฝันคนเครือข่าย ชี้ ก.พ.ไม่มีอำนาจตั้งสำนักงานฯ







555 (Mobile)


สมาคมฯ TDNA โต้ข่าว ก.พ.ดับฝันคนเครือข่าย เดินหน้าเร่งแก้กฎหมายตั้งสนง.กำกับดูแลธุรกิจขายตรงโดยเฉพาะ "นิโรธ เจริญประกอบ" นายกสมาคมฯ แจง ข่าว ก.พ.อนุมัติแผนกที่ดูแล ธุรกิจขายตรงเป็นกองฯ เป็น เรื่องเก่าที่สคบ.ยื่นขอไปเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ชี้เป็นคนละเรื่องกับ การตั้ง "กรมขายตรง" ระบุตั้ง สนง.ขายตรงเป็นหน้าที่ของสภาฯ ก.พ.ไม่มีอำนาจ มีหน้าที่ทำตามกฎหมายเท่านั้น ยันพร้อมเปิดโอกาสบริษัทขายตรงทุกสมาคมฯร่วมแสดงความคิดเห็น เพื่อเป็นข้อมูลยื่นให้กับนายกรัฐมนตรี


นายนิโรธ เจริญประกอบ นายกสมาคมธุรกิจเครือข่ายขายตรงไทย หรือ TDNA เปิดเผยกับ "สยามธุรกิจ" ว่า จากกรณีที่มีข่าวสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ดับฝันคนเครือข่ายขายตรง ในการยื่นขอการตั้งสำนักงาน หรือกรมขายตรง เป็นแค่ "กองขายตรง" นั้น เป็นเรื่องที่เข้าใจผิด เนื่องจากเป็นเรื่อง เก่าที่ สคบ.ยื่นขอ ก.พ.ให้ยกระดับแผนก ขายตรงเป็น "กองขายตรง" หรือให้เป็นเพียงสำนักที่อยู่ใน สคบ. ไปเมื่อ 6-7 ปีที่แล้ว และเพิ่งได้รับการอนุมัติให้เป็น "กองขายตรง" ก่อนที่ตนจะลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการ สคบ.เมื่อ ปีที่แล้ว ซึ่งตามกฎหมาย ก.พ.ไม่มีอำนาจไม่อนุมัติให้ใครตั้งสำนักงานฯหรือกรมได้ เนื่องจากเรื่องนี้เป็นอำนาจของสภาฯ


"จากเดิมที่ สคบ.มีแผนกที่ดูแลธุรกิจขายตรงอยู่แล้ว ซึ่งสมัยที่ผมนั่งเป็น เลขาธิการ สคบ. ก็ทราบในเรื่องนี้ดีว่า หน่วยที่ดูแลธุรกิจขายตรงมีกำลังคนเพียง 6 คน จึงยื่นเรื่องถึง ก.พ.ไปหลายครั้ง เพื่อขอกำลังคนเพิ่ม แต่การยื่นขอเพื่อยกระดับแผนกฯ เป็นกอง ต้องใช้งบประมาณ ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งรัฐบาลสมัยนั้นไม่มีนโยบายให้หน่วยงานเพิ่มกำลังคน เนื่องด้วยเศรษฐกิจ ไม่ดี จนกระทั่งมีการอนุมัติ และมีบางสื่อเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเรื่องเดียวกันกับที่ทางสมาคมฯ กำลังผลักดันแก้ไขกฎหมายเพื่อจัดตั้งสำนักงานหรือกรมอยู่" นายกสมาคม TDNA กล่าวและว่า ในเรื่องนี้ตนทราบดี ว่า ถ้าอยู่ในตำแหน่งเลขาธิการ สคบ. การ จะตั้งสำนักงานให้เหมือน "สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบ ธุรกิจประกันภัย (คปภ.)" คงเป็นไปไม่ได้ จึงได้ออกจากราชการแล้วมาเดินหน้าเรื่องนี้ด้วยวิธีการอื่น


อย่างไรก็ดี จากการพยายามผลักดัน ให้มีการตั้งสำนักงานที่คล้ายธุรกิจประกัน ภัยที่มี คปภ. ดูแลนั้น ต้องเริ่มจากการแก้ไขกฎหมาย โดยพยายามที่จะผลักดันให้มีการบัญญัติในมาตรากฎหมายว่า ธุรกิจ ขายตรงต้องมีหน่วยงานอิสระดูแลวงการ ธุรกิจโดยเฉพาะ ซึ่งทาง TDNA ก็พยายาม ผลักดันในเรื่องนี้อย่างจริงจัง


โดยทางสมาคมฯพยายามดึงบริษัทขายตรงเข้าร่วมสมาคมธุรกิจเครือข่ายขายตรงไทย เพื่อผลักดันการตั้งสำนักงาน อิสระขึ้นมาดูแลวงการธุรกิจขายตรง โดยที่ ก.พ.ไม่มีหน้าที่ที่จะไม่เห็นชอบในเรื่องนี้ เพราะเป็นการพิจารณาของ ครม.จากสภา ผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา เพื่อออกพระราชบัญญัติเท่านั้น หากมีกฎหมายให้ตั้งสนง.กำกับธุรกิจขายตรง ก.พ. มีหน้าที่ต้อง ทำตามกฎหมายเท่านั้น


สำหรับความคืบหน้าของการรณรงค์ ให้มีการแก้ไขกฎหมายขายตรงนั้น นายนิโรธ กล่าวว่า ตอนนี้ก็อยู่ระหว่างการรอ ผลงานวิจัยครั้งประวัติศาสตร์ที่สมาคมได้ว่าจ้างให้มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ทำงานวิจัยขึ้น โดยเฉพาะภาพรวมธุรกิจขายตรงในทุกๆ มิติ ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน ทั้งมิติธุรกิจ, ภาครัฐกับการใช้กฎหมาย และด้านที่เป็นผลกระทบต่อสังคม เพื่อนำผลงานวิจัยไปเสนอต่อ สคบ. หลังจากนั้นก็จะผลักดันให้ สคบ.เห็นชอบในเรื่องของการแก้ไขกฎหมาย แล้วส่งต่อ ให้นายกรัฐมนตรีได้เห็นว่าธุรกิจขายตรงมีทิศทางอย่างไร และถึงเวลาที่จะมีการแก้ไขกฎหมายแล้วหรือไม่


อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่รอผลงานวิจัยของ ม.หอการค้าไทย ทางสมาคมธุรกิจเครือข่ายขายตรงไทย ก็เดินหน้าจัดสัมมนา เพื่อรวบรวมความคิดเห็นจากทั้งผู้ประกอบการ ประชาชน และพร้อมเปิดโอกาสให้สมาชิกจากสมาคมฯ อื่นที่ต้องการเห็นวงการธุรกิจขายตรงพัฒนาไปในทางที่ขึ้น มาร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อหาข้อสรุปว่ากฎหมายขายตรงไทยนั้นมีอะไรต้องแก้ไขอย่างไร




Credit By :http://www.siamturakij.com