ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหารเสริม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหารเสริม แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2556

ผ่าจุดบอดขายตรงน้องใหม่Q1 เผยเส้นทางเกิดง่าย-ตายง่ายมีเท่ากัน

เปิดบทวิเคราะห์ เส้นทางขายตรงน้องใหม่Q1 หลังพบแรงเหวี่ยงทางธุรกิจเริ่มปะทุจุดเดือดเพียบ!...เผยทั้งค่ายเก่า-ค่ายใหม่ ออกมาเน้นสร้างธุรกิจบนความต่าง...ชี้!นาทีนี้ หากค่ายไหนมีความพร้อมไม่พอมีสิทธิ์สิ้นชีพได้ ...ระบุผู้ประกอบการจะอยู่รอดได้ต้องรอบรู้ธุรกิจแบบแตกฉานด้วย...พร้อมเตือนระวังภัยมืดเครือข่ายขายตรงจอมปลอมบนโลกออนไลน์ หลังพบเริ่มมีกลยุทธ์จูงใจคนโลภหลากหลายรูปแบบเพิ่มมากขึ้น



...เป็นที่ทราบกันดีว่า เกมการแข่งขัน ใน ธุรกิจขายตรง ช่วงต้นปี นับเป็นอีกหนึ่งช่วงที่เรียกว่า หลาย ๆ ค่าย ต่างพากัน เชือดเฉือน กันแบบ ถึงพริก ถึงขิง กันเลยทีเดียว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะต้องการปลุกยอดให้ตื่น เพื่อต้องการให้ยอดขายของตนเองนั้น ส่งสัญญาณดีตั้งแต่ต้นปี...ซึ่งเชื่อว่าหลาย ๆ ค่าย คงวิตกกังวลใจกันไม่น้อยว่า สำหรับยอดขายของตนเองนั้น จะตรงตามเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่!... ซึ่ง จะลด หรือ จะเพิ่ม

และยิ่งในวันนี้ มีหลาย ๆ บริษัท กระโดดเข้ามาขอแบ่งแชร์การตลาดใน ธุรกิจขายตรง มากขึ้น ซ้ำร้าย! ยังเจอในเรื่องของกำลังซื้อ ที่อาจจะลดน้อยลงกว่าที่ผ่านมา เนื่องจากพิษของ ค่าแรง 300 บาท-นโยบายรถคันแรก-อัตราเงินเฟ้อ ที่อาจจะเป็นปัจจัยลบ ทำให้ผู้บริโภคมีการตัดสินใจที่จะจับจ่ายใช้สอยยากขึ้น
นั่นเอง...นั่นก็หมายความว่า เกมช่วงชิง ความได้เปรียบเพื่อดึงกำลังซื้อของผู้บริโภคให้มีมากขึ้น ก็น่าที่จะเริ่ม ปะทุ ออกมาให้เห็นในช่วงต้นปีนี้อย่างแน่นอน!!...
...เฉกเช่นดั่ง ธุรกิจขายตรง ที่ในช่วงต้นปีนี้ ก็เริ่มที่จะมีหลาย ๆ ค่าย พร้อมที่จะ สาดอาวุธลับ ออกมากระตุ้นยอดขายในช่วงต้นปี กันอย่างเมามันบ้างแล้ว...ที่สำคัญ ในวันนี้หลายคนอาจจะมองว่า ธุรกิจขายตรง เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่น่าลองกระโดดมาร่วมวงแข่งขันเพื่อหวังแย่งแบ่งแชร์ทางธุรกิจ ซึ่งหากมองไปในเชิงลึกแล้ว มันไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่ใครคิดเลย โดยต้องบอกว่า คนที่จะเข้ามาทำธุรกิจนี้ได้นั้น ต้องมีความพร้อมทุกด้านจริง ๆ ไม่ใช่ว่า ขี้หมู ขี้หมา ก็กระโดดเข้ามาทำธุรกิจนี้ได้แบบง่าย ๆ

ที่สำคัญ หากท่านที่อยู่ในแวดวงธุรกิจขายตรงนี้ แล้วจะพบว่า ที่ผ่านมา บริษัทขายตรงหลายต่อหลายค่าย ต่างกระอักเลือดกับธุรกิจนี้มาจนบอบซ้ำมานับไม่ถ้วนก็มี โดยเฉพาะขายตรงน้องใหม่ที่ยังไม่พร้อม!!...

...ซึ่งปัจจุบัน ก็พบว่า วันนี้มี ขายตรงน้องใหม่ ที่เคยประกาศว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันไหน ในวันนี้ แต่ผลสุดท้ายกลับไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการอย่างที่ได้ประกาศไว้ นี่อาจจะเป็นอีกหนึ่ง บททดสอบ ข้อแรกที่ต้องบอกว่ายัง สอบไม่ผ่าน กับการมาสู่ธุรกิจขายตรงนั่นเอง!
เพราะขึ้นชื่อว่า ธุรกิจขายตรง แล้ว มัน ต้องพร้อม ทั้ง คำพูด และ แนวทาง ไม่ใช่ว่าป่าวประกาศว่าจะเปิดวันนั้นวันนี้ แต่กลับทำไม่ได้...และนี่คือ เพียงแค่บททดสอบข้อแรกเอง แล้วบททดสอบข้อต่อไป จะเป็นอย่างไร สอบผ่าน หรือ ไม่สอบผ่าน เรื่องนี้ก็น่าคิดอยู่เหมือนกัน...
ยิ่ง ณ ชั่วโมงนี้ มีหลายค่ายขายตรงที่พร้อมที่จะเปิดใหม่ พร้อมที่จะสร้างจุดเด่นของตัวเองให้เกิด บริษัทที่ขึ้นชื่อว่าน้องใหม่ด้วยแล้วล่ะก็ ยิ่งต้องสร้างแรงศรัทธาของตัวเองให้เกิดในช่วงแรกอย่างเต็มที่

เพราะ ผู้บริโภค และคนที่อยู่ในธุรกิจนี้ ค่อนข้างที่จะหูตากว้างไกลกว่าที่ผ่านมา เขาสามารถรับรู้ได้หมดว่า ใครของจริง-ใครของปลอม ในขณะเดียวกัน หากท่านยังไม่รู้ถึง กลไก ของ ธุรกิจขายตรง มากพอ...ขอกล้าฟันธง! ได้เลยว่า สิ่งที่ท่านคิดผิดตั้งแต่แรกที่เริ่มทำธุรกิจแล้ว!!
วันนี้ การเข้ามาสู่ธุรกิจขายตรง ผู้ประกอบการเอง ควรต้องรอบรู้ในธุรกิจนี้อย่างแตกฉานด้วย ที่สำคัญ การปรับตัวเร็วให้เข้ากับเหตุบ้านการเมืองยิ่งต้องใส่ใจในรายละเอียดอย่างมากด้วยเช่นกัน คือ ต้องรบอย่างนักปราชญ์ ไม่ใช่รบแบบกองโจร หากรบแบบนักปราชญ์เชื่อว่าทุกก้าวที่ท่านเดินจะก้าวอย่างราบรื่นและสมหวังอย่างแน่นอน อาจจะสะดุดบ้างซึ่งถือเป็นบททดสอบที่ทุกคนจะต้องเจอ....


แฉพฤติกรรมขายตรงจอมปลอม
ระวังภัยมืดบนอินเตอร์เน็ตรับปีมะเส็ง
...ต้องบอกว่า อีกหนึ่งประเด็นที่น่าจับตามองสำหรับขายตรงน้องใหม่ (บางกลุ่ม) ที่ขณะนี้ ยังคงอาศัยธุรกิจขายตรงในการหลอกลวงชาวบ้านตาดำ ๆ อยู่นั่นก็คือ เครือข่ายขายตรงที่อยู่บนอินเตอร์เน็ต ด้วยการใช้
วาทะศิลป์ เป็นตัวหลอกล่อให้เข้าสู่ธุรกิจ เห็นได้อย่างการ เอารถหรู-เงินล้านมาล่อตาล่อใจ ซึ่งหากใครเห็นใครย่อมสะดุดนั่นเอง
ซึ่งต้องบอกว่า การนำความโลภของคนมาเป็นตัวผลักดันธุรกิจ แถมยังเอาเงินหลักล้าน รถหรูราคาแพงมาหลอกล่อให้คนหลงเชื่อ คนหัวอ่อน จนตกเป็นเหยื่ออย่างง่าย ๆ นั้น ก็ไม่ต่างอะไรจากการทำนาบนหลังคนเลย ในขณะเดียวกัน หากพูดกันตามจริงแล้ว ในเรื่องของ ธุรกิจแชร์ลูกโซ่ ก็เช่นกัน ก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่น่ากลัวเช่นกัน

โดยอยากที่จะขอยกตัวอย่าง แหล่งข่าวท่านหนึ่งที่เคยหลงเชื่อ ทำธุรกิจแชร์ลูกโซ่ในบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งเคยเล่าให้เราฟังว่า ในช่วงนั้นมีการให้สมัครเป็นสมาชิก 200,000 บาท หรือ 500,000 บาท พร้อมกับ ยังมีการพูดให้เรานั้น หลงเชื่อ ภายใน 3 เดือน คุณได้เงินคืนแน่นอน ที่สำคัญ มีการโทรทั้งเช้า เที่ยง และเย็นเข้ามาหาอีกด้วย อีกทั้ง ยังบอกอีกว่า ถ้ามีตำแหน่ง สูง ๆ จะมีรายได้เข้ามาเป็นล้าน เหมือนต้นสายคนนั้นคนนี้ รวมถึง ยังมีเงินพาพ่อแม่ไปเที่ยวต่างประเทศ มีรถราคาแพง ๆ ขับ มีบ้านหลังโต ๆ แต่สุดท้าย แหล่งข่าวท่านนี้ ก็บอกว่า ตนเองออกมาโดยที่ไม่มีคนมาสมัครด้วยสักคน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกลัวเขาจะมาเสียเงินเหมือนเรา...เรียกได้ว่า เป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาที่ต้องบอกว่า ถูกหลอกเพราะวาทะศิลป์ผ่านทางโลกอินเตอร์เน็ตนั่นเอง

จะเห็นได้ว่า เหยื่อของธุรกิจเหล่านี้ ส่วนใหญ่จะมีอายุค่อนข้างน้อย บางคนใส่ชุดนักเรียน นักศึกษามานั่งฟังอบรม ฟังไปฟังมา มีความรู้สึกว่า อยากจะมีเงิน มีรถ ขับ ทั้ง ๆ ที่ ต้องบอกว่า คนกลุ่มนี้ ยังไม่มีความเข้าใจถึงแก่นแท้ ในการดำเนินธุรกิจเหล่านี้เลย โดยเด็กรุ่นใหม่ อาจจะมองว่า การหาสมาชิกด้วยการส่งอีเมล์ชักชวนมันง่ายยิ่งกว่า เหมือนปอกกล้วยเข้าปาก และธุรกิจเหล่านี้ มักจะสอนต่อกันมาว่า ให้เริ่มที่คนใกล้ตัวก่อน ลิสต์มาเลยว่า เพื่อนสนิทมีใครบ้าง แล้วค่อย ๆ พูดจาหว่านล้อมให้เข้ามาฟังอบรม

นอกจากนี้ ยังพบอีกว่า มีบริษัทบางแห่ง มีการยังแจกโปรแกรมแฮกอีเมลชาวบ้านให้ ซึ่งเชื่อว่าหลาย ๆ คนน่าที่จะเคยรับอีเมลขยะพวกนี้บ่อย ๆ ที่พูดทำนองว่า ทำงานที่บ้านผ่านอินเทอร์ เน็ต ทำงานวันละ 1-3 ชั่วโมง รายได้ 6,000-20,000 บาท/เดือน อาหารเสริมลดความอ้วนภายใน 3 เดือน และที่น่าเอือมระอามากที่สุด คือ การแท็กรูปในเฟซบุ๊กจนต้อง unfriends กันไป

ซึ่งสอดคล้องกับ ทางเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ที่เคยกล่าวไว้ว่า ปัจจุบันนี้พบว่า มีผู้ที่ร้องเรียนมาที่ สคบ.อย่างต่อเนื่อง ทั้งผู้จำหน่ายอิสระ ผู้ประกอบการ โดยส่วนใหญ่เรื่องที่ร้องเรียนเข้ามาจะเป็นในเรื่องของแผนการจ่ายผลตอบแทน ส่วนที่แจ้งว่าเป็นธุรกิจแชร์ลูกโซ่นั้น ค่อนข้างมีน้อย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะธุรกิจพวกนี้จะหลบ ๆ ซ่อน ๆ จึงตรวจสอบค่อนข้างยากนั่นเอง

จะเห็นได้ว่า ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา บริษัทขายตรงน้องใหม่ ที่กระโดดเข้ามาสู่ธุรกิจนี้ เกิดง่าย-ตายเร็ว ก็มีเยอะ ส่วนบริษัทที่เกิดมาพร้อมกับความพร้อมขององค์กรที่แข็งแกร่ง มีทีมงานที่รู้จักกลไกของธุรกิจดี เรียกได้ว่าวันนี้ก็มีหลายบริษัทที่สร้างชื่อเสียงจนหลายคนต่างรู้จักกันเป็นอย่างดีก็มีเยอะเช่นกัน
...นั่นก็หมายความว่า สิ่งที่ถือเป็นเกาะกำบังให้กับ ขายตรงน้องใหม่ ที่ต้องการแจ้งเกิดในแวดวงธุรกิจนี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ความพร้อม ถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เสมือน การออกรบ หาก อาวุธ ไม่พร้อม กองกำลัง ก็ไม่พร้อม แล้วกำลังพลหรือธุรกิจจะขับเคลื่อนไปได้อย่างไร...
ลองมาจับตาดูกันว่า วินาที นี้ ที่เขาต่างกล่าวขานกันว่า เป็นอีกหนึ่ง ปีทอง ของ ธุรกิจขายตรง เหมือนเช่นดั่งปีที่ผ่านมานั้น มันจะจริงอย่างที่เขาว่ากันไหม...แล้วขายตรงที่ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดจะสิ้นชื่อเร็วหรือช้า คำตอบอยู่ที่ตัวผู้ประกอบการเอง เชื่อว่าผู้ประกอบการหลายท่านที่จะเข้ามาสู่ธุรกิจนี้ คงอาจจะทราบคำตอบที่ท่านนั้นกำหนดเองได้อย่างแน่นอน!!...


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ประจำวันที่ 16-31 มกราคม 2556 ปีที่ 15 ฉบับที่ 336

วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ข่าวไอยรา แพลนเน็ต (Aiyara Planet) : สปีดสิ้นปีคาดผลงาน 100 ล.โอ่!ครึ่งปียอดโตตามเป้าดันธุรกิจสู่อาเซียน (AEC)


ไอยรา แพลนเน็ต ส่ง อิม-มูล่า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสกัดจากงาดำ โกยยอดครึ่งปีแรกมากกว่า 50 ล้านบาท เร่งเดินหน้าขยายธุรกิจต่อเนื่อง โดยเตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่อีก 2 กลุ่ม ทั้งการเกษตร และสินค้ากระชับสัดส่วน พร้อมเร่งอัดหลักสูตรอบรมนักขาย วาดฝันสิ้นปียอดสมาชิกแตะ 1.5 หมื่นรหัส ด้านรายรับขอ 100 ล้านบาทและหวังขยับสู่ตลาดอาเซียน


นายกัมปนาท บุญราศรี ประธาน กรรมการ บริษัท ไอยรา แพลนเน็ต จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมธุรกิจตลอดระยะเวลา 7 เดือนที่ผ่านมาว่า หลังจากที่บริษัทเปิดตัวในช่วงต้นปี และได้ส่งสินค้า เรือธงอย่าง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อิมมูล่า สารสกัดจากงาดำที่ได้รับการวิจัยจากนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญออกจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ปรากฏว่าผลตอบรับดีเกินความคาดหมาย ครึ่งปีแรกบริษัทปิดยอดขายได้มากกว่า 50 ล้านบาท สิ้นปีนี้มั่นใจว่าจะเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ 100 ล้าน บาทอย่างแน่นอน ส่วนยอดสมาชิกคาดว่า สิ้นปีอาจถึงเป้า 1.5 หมื่นรหัส เนื่องจากปัจจุบันมีอยู่แล้วกว่า 8 พันรหัส


ในส่วนของนักวิจัยผู้คิดค้นผลิตภัณฑ์ ที่มีคุณภาพให้กับบริษัทนั้น กัมปนาท เปิดเผยว่า บริษัทได้รับความร่วมมือจาก รศ.ดร.ปรัชญา คงทวีเลิศ นักวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้เป็นหัวหน้าหน่วยวิจัยวิศวกรรมเนื้อเยื่อและเซลล์ต้นกำเนิด ซึ่งคิดค้นงานวิจัยสาร สกัดงาดำ และนำผลงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารโลก มาร่วมเป็นทีมผู้บริหารระดับ สูงของบริษัทอย่างเป็นทางการ จึงทำให้ปัจจุบันไอยราได้ถือสิทธิบัตรงานวิจัย 1 ใน 5 ใบ ซึ่งเป็นเซซามีน ผลิตภัณฑ์งาดำชั้น 1 โดยผลิตภัณฑ์ เสริมอาหารสกัดจากงาดำตัวนี้ของบริษัท มีชื่อว่า อิมมูล่า


นอกจากสินค้าเรือธงอย่างผลิตภัณฑ์ เสริมอาหารอิมมูล่าแล้ว บริษัทยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกหลายรายการด้วยกัน โดยอาจจัดแบ่งเป็น 4 กลุ่มสินค้า ได้แก่ กลุ่ม สุขภาพ, ความงาม, การเกษตร, และกลุ่ม กระชับสัดส่วน ซึ่งสินค้าที่บริษัทวางแพลน จะให้เป็นสินค้าเรือธงตัวที่สอง คือ กลุ่มการเกษตร เนื่องจากมองว่าสินค้าทางการ เกษตรเป็นสินค้ามวลชน เพราะประชากร ส่วนใหญ่ของประเทศไทยมีอาชีพ ทำไร่ ทำสวน หากบริษัทต้องการให้ประชากร กลุ่มนี้หันมาสนใจผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งเป็นสินค้าหลักของบริษัท ก็จำเป็นต้องมีสินค้าทางการเกษตรเป็นใบเบิกทาง ให้ชื่อของบริษัทไอยราได้เข้าไปนั่งอยู่ในใจของประชากรเหล่านี้ และเมื่อพวกเขารับรู้ว่าบริษัทคัดสรรแต่สิ่งที่ดีมานำเสนอ เขาก็จะหันมาสนใจสินค้าอื่นๆ ของบริษัทนั่นเอง


ส่วนครึ่งปีหลังบริษัทได้วางกลยุทธ์ลงภาคสนาม เข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น เพื่อ เป็นการขยายโอกาสทางธุรกิจให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วประเทศ นอกจากนั้น บริษัท กำลังเร่งดำเนินการในเรื่องของระบบการ ฝึกอบรม โดยดึงอาจารย์ชาญวิทย์ เมธาชัยวุฒิ วิทยากรผู้เชี่ยวชาญในการฝึกอบรม มาร่วมผนึกกำลังเสริมความแกร่งให้กับบริษัท ซึ่งอาจารย์ชาญวิทย์ กล่าวว่า การอบรมจะแบ่งเป็น 5 หลักสูตร ได้แก่ 1.คนที่เริ่มทำธุรกิจ จะอบรมถึงการเปลี่ยนแปลงเพื่อการเติมเต็ม 2.การพัฒนาบุคลากรในสถาบันอบรม ให้พวกเขารู้ว่าธุรกิจคืออะไร สินค้าคืออะไร 3.วิถีผู้นำไอยรา ภาวะผู้นำ 4.หลักสูตรผู้บริหาร และ 5.ชื่อคอส ว่า We are Aiyara ทุกคนคือไอยรา


ทั้งนี้ ในส่วนของหลักสูตรการฝึกอบรมวิทยากร หรือผู้นำนั้น บริษัทได้มีการ จัดฝึกอบรมไปแล้ว 4 รุ่น รุ่นละ 25 คน รวมทั้งหมด 100 คน ซึ่งเหตุที่บริษัทหันไป เน้นหลักสูตรนี้มากขึ้น เนื่องจากมองว่า วิทยากรจะเป็นเหมือนกระบอกเสียง หรือ ผู้ที่สามารถประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่ถูกต้อง ให้กับผู้บริโภค และนักธุรกิจรายใหม่ได้ โดยที่ผ่านมาจัดอบรมไปแล้ว 4 รุ่นจำนวน 100 คน และมีแผนจะเปิดการอบรมอีก 4 รุ่น จำนวน 100 คนเช่นเดิม ซึ่งเมื่อเสร็จสิ้นบริษัทก็จะมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยประชาสัมพันธ์ ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ให้กับบริษัทถึง 200 คนด้วยกัน


กัมปนาท ยังได้กล่าวทิ้งท้ายไว้อีกว่า ในวันที่ 21 ตุลาคมนี้ บริษัทจะจัดงานเปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งในงานครั้งนี้จะได้มีการประดับเข็มเกียรติยศ แก่นักธุรกิจระดับ โกลด์ สตาร์ ถึง 100 คน และคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานทั้งสิ้น กว่า 1,200 คน โดยงานดังกล่าวถือเป็น การสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักธุรกิจในอีกระดับหนึ่ง ส่วนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของบริษัท คาดว่าจะจัดขึ้น ประมาณเดือนมกราคมปีหน้า ซึ่งหลังจากบริษัทเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว เชื่อมั่นว่าไอยราจะเติบโตยิ่งขึ้น และพร้อมที่จะก้าวสู่ถนน AEC


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1343 ประจำวันที่ 13-10-2012 ถึง16-10-2012

วันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ข่าวประชาสัมพันธ์ พระราม 9 เน็ตเวิร์ค(Praram9 Network) รถยนต์ ทองคำ แจกไม่อั้น








 


พบกับโปรโมชั่นร้อนแรงแห่งปีของบริษัท พระราม9 เน็ตเวิร์ค จำกัด


ท้า!!!สุดยอดผู้นำ คุณทำได้ เราให้เลย

ทั้งรถยนต์ระดับผู้นำ ทองคำแท่ง และรถจักรยานยนต์มากมายแจกเต็มพิกัด ให้คุณไปเลยฟรี!!!!ร่วมสร้างปรากฏการณ์แห่งปีกับพระราม9 เน็ตเวิร์ค

โดยการร่วมสร้างยอดขายทั้งบริษัท กว่า 4 เดือน สิ้นสุด 31 ธันวาคม 2555


สอบถามข้อมูลได้ที่ เบอร์โทร 02-6942001-5

วันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

“SNatur” ออกผลิตภัณฑ์ อาหารเสริม รางวัลเหรียญทอง นวัตกรรมโลก บุกตลาดเอเซีย



ธุรกิจเครือข่าย SNatur (เอสเนเจอร์) ในเครือศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จับมือ “แพทย์แผนไทยบุณยพร ยี่มี” เจ้าของผลงานรางวัลนวัตกรรมเหรียญทองสิ่งประดิษฐ์ เจนีวา 2011เปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสารสกัดจากไข่แดงและผลมะตูม “SNatur Dynamic Plus (ไดแนมมิค พลัส)” เจาะตลาดเอเซีย หวังดันยอดขายพุ่ง 300%

คุณบัญชา เหมินทคุณ รองกรรมการผู้จัดการด้านธุรกิจเครือข่าย SNatur บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “บริษัทได้วางตลาด SNatur Dynamic Plus เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้รับผลตอบรับดีมากทั้งด้านยอดขายและจำนวนนักธุรกิจที่มาร่วมกับเรา SNatur Dynamic Plus ยังเป็น 1 ใน 9 สินค้าโปรดักท์แชมเปี้ยน (Product Champion) ในปีนี้ มั่นใจว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดในตลาดสุขภาพให้สูงขึ้น โดยตั้งเป้าตัวเลขจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์นี้ไว้ที่ 30 ล้านบาทในปีบัญชี 2554 นี้

“SNatur Dynamic Plus” เป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหารเสริมที่สกัดโคลีนจาก Egg Yolk (ไข่แดง) และ Bael fruit หรือ Wooden Apple (ผลมะตูม) โดยแพทย์แผนไทยบุณยพร ยี่มี ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้ได้รับรางวัลนานาชาติหลายรางวัล ล่าสุดได้รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขันสิ่งประดิษฐ์นานาชาติ สาขาผลิตภัณฑ์อาหารเสริม เมือง เจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (International Exhibition Invention of GENEVA) เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้ได้รับ The Best Inventor จาก WIPO (World Intellectual Property Organization: องค์กรทรัพย์สินทางปัญญาโลก) องค์การสหประชาชาติ และองค์กรทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประเทศรัสเซีย เหรียญทองและเหรียญทองแดง จาก KIPA ประเทศเกาหลีใต้

“กลยุทธ์การตลาดของเราจะเน้นไปที่กลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ที่ต้องใช้สมองในการคิดอ่าน ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน รวมทั้งผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้สูงอายุเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ใหญ่ เนื่องจากประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จากตัวเลขสถิติพบว่ามีสัดส่วนผู้สูงอายุในปี 2553 มากกว่า 7 ล้านคน ซึ่งจะมีปัญหาเรื่องความเสื่อมของสมองอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ และพบว่ากลุ่มนี้มีการใช้จ่ายเพื่อสุขภาพมากถึงร้อยละ 50 และอนาคตรัฐจะต้องเสียงบประมาณในบริการสุขภาพของผู้สูงอายุมากถึง 3.62 เท่า ดังนั้นจึงคาดว่า “SNatur Dynamic Plus” จะได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาดในกลุ่มผู้สูงอายุ”

“สินค้าเด่น 9 สินค้าของเราจะอยู่ในกลุ่มสุขภาพ (Health Care) กลุ่มความงาม (Beauty care) ของใช้ส่วนตัว (Personal Care) และผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน (Home care) ซึ่งเราจะทยอยเปิดตัวออกมาเรื่อยๆ นอกจากเราจะนำนวัตกรรมมาเสนอให้แก่ลูกค้าภายในประเทศแล้ว เรายังได้ขยายตลาดไปยังประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเซีย ซึ่งจะส่งผลให้เรามีรายได้เพิ่มขึ้นจาก 126 ล้านบาท ในปีที่แล้ว เป็น 450 ล้านบาท ในปีนี้” นายบัญชาเสริม

“การเจาะตลาดในเอเซีย SNatur ได้ประเดิมเปิดสำนักงานแห่งแรกไปแล้วในย่างกุ้ง สาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่าเมื่อเดือนที่ผ่านมา ต่อไปก็จะเปิดสำนักงานเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวในเดือนสิงหาคม ปลายปีจะเปิดสาขาที่ประเทศอินโดนีเซีย และในปีหน้าก็จะขยายตลาดไปยังเวียดนาม กัมพูชา และอินเดียต่อไป” นายบัญชากล่าว

แพทย์แผนไทย บุณยพร ยี่มี เจ้าของรางวัลเหรียญทองจากการประกวดสิ่งประดิษฐ์นานาชาติ เจนีวา จากผลงานสารสกัดจากไข่แดงและผลมะตูม ผู้ประยุกต์ศาสตร์การแพทย์ไทยและตะวันตกเข้ากันได้อย่างลงตัว กล่าวว่า “ผลงานประดิษฐ์นี้ได้นำเอาไข่แดงและผลมะตูมมาสกัดเป็นผลิตภัณฑ์ผ่านกระบวนการสกัดที่ไม่ใช้สารเคมี และเป็นการผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ 100% จนได้เป็นน้ำมันไข่แดงที่มีโคลีน, เลซิทิน, และโอเมก้า-3 (ดีเอชเอ) ซึ่งมีประโยชน์ช่วยบำรุงระบบสมองและระดับประสาท ฟื้นฟูร่างกาย เสริมภูมิคุ้มกัน ส่วนน้ำมันจากผลมะตูม ถือเป็นสมุนไพรที่เป็นยาอายุวัฒนะ และมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่หลากหลาย และยังช่วยเพิ่มเมตาบอลิซึ่มเสริมการออกฤทธิ์ในระดับดีเอ็นเอ เมื่อนำมารวมเข้าไว้ด้วยกันแล้วทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ซึ่งมีคุณสมบัติที่ช่วยในเรื่องระบบประสาทและสมอง ช่วยให้หลับลึก (Deep Sleep) มีผลทำให้การพักผ่อนมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังปรับฮอร์โมนให้สมดุล รวมถึงช่วยบำรุงร่างกายและฟื้นฟูสุขภาพด้วย”

ผู้สนใจ ผลิตภัณฑ์ “SNatur Dynamic Plus” สามารถติดต่อนักธุรกิจเอสเนเจอร์ หรือที่ Call Center            02 246 1111       หรือที่สำนักงานเอสเนเจอร์ สาขารัชดาภิเษก ราคาสมาชิกกล่องละ 995บาท ข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.SNatur.com หรือ www.facebook.com/SNaturLives

ธุรกิจเครือข่าย SNatur ในเครือ บมจ. ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทการตลาดแบบ Modern Network Marketing ของคนไทยที่มีมาตรฐานสากลมุ่งสู่ตลาดโลก ภายใต้วิสัยทัศน์ “ธุรกิจเครือข่ายไทย … สู่ธุรกิจเครือข่ายสากล”
ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ

บริษัท นิโอ ทาร์เก็ต จำกัด

พจนีย์ บุญเจริญสุข /อัจฉราวดี อวนอ่อน

โทร. 0-2631-2290-5 ต่อ 309, 318 แฟกซ์.             0-234-6192-3


ที่มา : http://www.newswit.com