ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หมอเส็ง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หมอเส็ง แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ขายตรงเฮือกสุดท้าย!เคลื่อนขบวนเต็มสตรีม ศึกปีหน้าชี้ชะตายักษ์ไบนารี่ใครครอง..?







nnh (Mobile)

 


จับชีพจรขายตรงโค้งสุดท้าย...พบหลายค่ายใส่เกียร์ธุรกิจเต็มสตรีม เกมแรก วัดขุมกำลังจัดงานปลายปีโชว์ศักยภาพ...เกม 2 ปรับแผนเดินหมากดูดสมาชิกให้อยู่หมัด ป้องกันคนไหล...เกม 3 เดินหน้าปล่อยสินค้าใหม่ - อัดโปรโมชั่น - มุ่งอบรม - เพิ่มศูนย์ ครบเครื่องครบรส...ศึกปีหน้าชี้ชะตายักษ์ตัวใหม่ “ไบนารี่” ตำแหน่งนี้ใครครอง..?


...เป็นที่ทราบกันดีว่า “เกมการแข่งขัน” ใน “ธุรกิจขายตรง” นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปลายปี มีหลายต่อหลายค่าย ต่างออก “อาวุธลับ” มา “เชือดเฉือน” ธุรกิจกันอย่างสนุกมือ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะต้องการปลุกยอดขายให้ตื่น หลังสลบกับภาวะวิกฤติรอบด้านมานาน


เรื่องปัจจัยลบทางด้านเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ถือเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้เกือบทุกบริษัท ต่างออกมางัดแผนทั้งเชิงรุกและรับ แบบฉบับฉับไวกันเลยทีเดียว


ซึ่งวินาทีนี้ เรียกได้ว่า อาจเป็น “เฮือกสุดท้าย” ก่อนสิ้นปี ในห้วงของเทศกาลของการปิดยอดขายได้มากที่สุด ดังนั้น หลาย ๆ ค่ายเริ่มมีการอัดกลยุทธ์กันแบบเต็มแม็กซ์เลยทีเดียว โดยเฉพาะ “เหล่าผู้ประกอบการ” ใน “ธุรกิจขายตรง”


ที่สำคัญโปรโมชั่นที่นำเสนอ ไม่ใช่แค่ ลด แลก แจก แถม เท่านั้น แต่ยังเสริมกลยุทธ์หลาย ๆ ด้าน เพื่อเติมความแข็งแกร่งและความเชื่อมั่น เพื่อจะดึงดูดสมาชิกเข้ามาเสริมทัพให้ได้มากที่สุด


เริ่มตั้งแต่การจัดงานโหมโรงธุรกิจก่อนสิ้นปี เพื่อวัดขุมกำลังและกำหนดทิศทางเดินธุรกิจในปีหน้า ฉะนั้น


จะเห็นได้ว่า การจัดงานเกียรติยศทั้งแบบใหญ่สุดอลังการ หรือเกียรติยศระดับกลางถึงเล็ก ก็คัดเอาช่วงนี้เป็นช่วงชี้วัดเกมธุรกิจ...


ซึ่งภาพลักษณ์ที่ได้รับ ก็จะกลายเป็นไพ่ใบสุดท้ายที่จะชี้ชัดได้ว่า ใครคือยักษ์...ใครคือตัวจริง และใครคือตัวปลอม โดยเฉพาะตัวปลอมหากดันช็อตสุดท้ายปลายปีไม่กระเตื้อง ก็เท่ากับว่า โอกาสจะเจ๊งย่อมมีสูง และหากไม่ปรับเกมแบบฉับไว โอกาสของพี่ใหญ่ก็จะเข้ามาฮุบเหยื่อปลาชิ้นงาม ก็มีสิทธิ์เต็มประตู


ลองมาดูกลเกม ทั้งยักษ์ใหญ่ น้องกลาง และน้องเล็ก ว่ามีทีเด็ดเรียกยอดอย่างไร..? ก่อนจะเปิดรับศึกใหญ่อีกครั้งที่จะปะทุขึ้นในช่วงต้นปี 2557


 “หมอเส็ง”เปิดศึกชิงที่ 1


ชักธงไบนารี่ขึ้นนำแถวหน้า


...เริ่มต้นความเคลื่อนไหวของยักษ์ใหญ่แห่งวงการขายตรงค่ายแรก “บริษัท แสงสุริยะฉัตร (2002) จำกัด” หรือ “หมอเส็ง” ก็ได้ออกมาสร้างความเชื่อมั่น ตอกย้ำความสำเร็จของธุรกิจในช่วงโค้งสุดท้ายนี้เช่นกัน ด้วยการเตรียมจัดงาน “เวทีแห่งฝัน วันแห่งเกียรติยศครั้งที่ 15 “หมอเส็ง” ฉลองชัยก้าวไกลสู่ปีที่ 12” ซึ่งเป็นงานมอบรางวัลเสื้อเกียรติยศ ฉัตรทอง”, ฉัตรไพลิน, ฉัตรมุก, ฉัตรทับทิม, ฉัตรมรกต, ฉัตรเพชร ให้แก่นักธุรกิจหมอเส็งที่ประสบความสำเร็จ


โดยคาดการณ์ว่า งานดังกล่าวน่าจะมีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 6,000 - 7,000 คนด้วยกัน ผลจากการทุ่มงบในการสร้างแบรนด์ติดต่อกันยาวนาน กับเกือบปี ทำให้วันนี้แบรนด์หมอเส็งไม่ว่าจะเหลียวไปทางไหน ก็มีแต่ผู้คนถามหา และเป็นที่รู้จักแก่คนทั่วไป ดังนั้น การจัดงานในครั้งนี้ “หมอเส็ง” จึงเลือกจัดงานใหญ่บนพื้นที่ที่กว้างขวาง จากเดิมที่เคยจัดงานที่สำนักงานใหญ่ เพื่อรองรับสมาชิกและผู้ที่สนใจเข้ามาร่วมงานอย่างคับคั่ง


ที่สำคัญการจัดงานสไตล์ “หมอเส็ง” พร้อมทุ่มและแจกงบไม่อั้น แถมยังอิ่มหนำสำราญกับอาหารครบมื้อ และยังเต็มไปด้วยความสนุกสนานจากความบันเทิงที่ถูกขนมาอย่างครบเครื่อง เพราะฉะนั้นเราจะเห็นองค์กรยักษ์ใหญ่ “หมอเส็ง” เติบโตอย่างอหังการอีกครั้ง โดยงานดังกล่าวก็จะเป็นตัวชี้วัดการจัดอันดับขายตรงในแผนไบนารี่ว่า ตำแหน่งหมายเลข 1 “หมอเส็ง” จะกลับมาครองความยิ่งใหญ่นี้ได้หรือไม่ สิ้นปีนี้รู้ผล โดยงานดังกล่าวจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 21 ธันวาคม 2556 เวลา 9.00 - 18.00 ณ ศูนย์ประชุมธรรมศาสตร์รังสิต...เรียกว่า เป็นการสร้างความฮึกเหิมช่วงโค้งสุดท้ายของปีเลยทีเดียว


 “นีโอฯ-สุพรีเดอร์ม-ยูนิลีเวอร์”


แห่ปรับแผนกระตุ้นต่อมสมาชิก


…เรื่องการจ่ายผลตอบแทน ก็เป็นอีกหนึ่งตัวชูโรงที่สำคัญของ “ธุรกิจขายตรง” ซึ่งหากค่ายไหนที่มีแผนเร้าใจและดึงดูดใจสมาชิกมากเท่าไหร่ โอกาสที่สมาชิกจะยึดมั่นและถือมั่นในธุรกิจที่ทำ ก็ย่อมมีสูงเช่นกัน เห็นได้จากช่วงปลายปีนี้ มีหลาย ๆ บริษัทต่างแห่กันปรับแผนการจ่ายผลตอบแทนกันถ้วนหน้า


เริ่มต้นกันที่ “นีโอ ไลฟ์” ค่ายยักษ์ใหญ่ไบนารี่ ชูโครงการรายได้ทวีคูณขึ้นมา โดยนอกเหนือจะเป็นการส่งเสริมให้สมาชิกมีประกันชีวิตทุกคนแล้ว ยังคงรับรายได้เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว โดยสมาชิกสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการรายได้ทวีคูณ โดยเสียค่าสมัครเพียง 200 บาทเท่านั้น ทาง “นีโอ ไลฟ์” ก็จะมีการมอบประกันชีวิตในวงเงิน 120,000 บาท เป็นเวลานาน 1 ปีด้วยกัน


ส่วน “ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค” ได้ปรับแผนการจ่ายผลตอบแทนใหม่ ที่ชื่อว่า i12 (ไอทเวลฟ์) โดยมีจุดแข็งตรงที่ว่า สมาชิกสมัครครั้งเดียว สามารถไปทำธุรกิจเครือข่ายได้ทั่วโลก เรียกได้ว่า เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญของค่าย “ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค” หลังจากที่ได้มีการปรับชื่อองค์กรใหม่ พร้อมกับการปรับแผนการจ่ายผลตอบแทนในครั้งนี้


...เช่นเดียวกับทางด้าน “สุพรีเดอร์ม” ก็มีการปรับแผน การจ่ายผลตอบแทนเช่นกัน เพื่อให้สามารถแข่งขันกับในตลาดขายตรงในช่วงนี้ ซึ่งแผนดังกล่าวมีชื่อว่า “P17” ซึ่งแผนนี้เป็นแผนการจ่าย เพื่อสร้างให้เป็นมรดกของสมาชิก โดยจะเน้นการสร้างฐานผู้บริโภคเป็นหลัก พร้อมกันนี้ “สุพรีเดอร์ม” ยังได้มีการส่งผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับน้ำมันมะกอกที่ถือเป็นสินค้าในการกระตุ้นตลาดในช่วงนี้ รวมถึงการจัดแคมเปญพิเศษต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นตลาดอีกด้วย


จะเห็นได้ว่า เรื่องการปรับแผนการจ่ายผลตอบแทน ถือเป็นอีกหนึ่งแรงกระตุ้นตลาดในช่วงโค้งสุดท้ายของปี ซึ่งหากค่ายไหนสามารถสร้างสิ่งจูงใจและดึงดูดคนเครือข่ายได้มากเท่าไหร่ เชื่อว่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนของธุรกิจได้มากขึ้นเท่านั้น และอาจเป็นแผนสำคัญที่ก่อให้เกิดความสัมฤทธิ์ผล ก็เป็นได้!!..


 “จันทร์สว่าง - 4ไล้ฟ์”ลุยแพ็คเกจ


เสริมยุทธศาสตร์ตลาดเต็มเหนี่ยว


ทางด้าน “บริษัท จันทร์สว่าง เฮิร์บเบิล ไลน์ จำกัด” ภายใต้การนำของ “ดร.กัญชร จันทร์สว่าง” ก็ออกมาปล่อยอาวุธช่วงเฮือกสุดท้ายของปีเช่นกัน ภายใต้นโยบายธุรกิจ 5 พัฒนา ประกอบด้วย


1. พัฒนาสินค้าเก่า เพิ่มสินค้าใหม่ ซึ่งจะมีการพัฒนาแพ็คเกจสินค้าให้มีสีสันสวยงาม ทันสมัย และมีความสะดวกในการใช้สินค้ายิ่งขึ้น


2. พัฒนาศูนย์เก่าและเพิ่มศูนย์ใหม่ โดยเน้นการฝึกอบรมโดยวิทยากรชั้นนำมาให้ความรู้ มีการกำหนดรูปแบบการตกแต่งหน้าร้านให้มีความเป็นเอกภาพเหมือนกันทุกศูนย์ และกระตุ้นความสนใจให้มีการเปิดศูนย์เพิ่มใหม่อีก 8% ภายในปี 2557 โดยการให้โปรโมชั่นพิเศษและรางวัลพิเศษ เป็นต้น


3. พัฒนาช่องทางการทำโฆษณา - ประชาสัมพันธ์ โดยเพิ่มงบประมาณในการโฆษณาอีก 7 - 8% ผ่านช่องทางต่าง ๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ โทรทัศน์ วิทยุ และการทำกิจกรรมการตลาด ณ จุดขาย และเพิ่มช่องทาง Social Network เพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น


4. พัฒนาแนวทางการฝึกอบรม แก่ผู้บริหารศูนย์ความงามทั่วประเทศ ให้มีความรู้ทันยุคสมัยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงยังเน้นอบรมเสริมด้านสปา อีกทั้งเพิ่มในส่วนของการอบรมรายศูนย์และการอบรมสัญจรตามต่างจังหวัดให้มากขึ้น และ


5. พัฒนาตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ซึ่งล่าสุดได้มีการเปิดตัวผู้แทนการค้าประเทศเยอรมันและประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ไปบ้างแล้ว...นับเป็นนโยบาย 5 พัฒนาที่ทางค่าย “จันทร์สว่าง” ต่างงัดออกมาสู้ศึกขายตรงช่วงโค้งสุดท้ายปลายปี ชนิดที่ว่าครบทุกกระบวนท่าเลยก็ว่าได้


…ด้าน “บริษัท 4ไล้ฟ์ (ประเทศไทย) จำกัด” ช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ ก็ได้เร่งเครื่องด้วยการจัดโรดโชว์ไปตามภูมิภาคต่าง ๆ มากขึ้น พร้อมกับแผนการสร้างการรับรู้ในผลิตภัณฑ์ 2 รายการ คือ ทรานสเฟอร์แฟกเตอร์ บีซีวี และ นูทราสตาร์ท เพื่อต้องการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคมากขึ้น


รวมถึงยังได้จัดโปรโมชั่นแจกรางวัลเงินสดให้แก่ผู้ที่สามารถขึ้นสู่ตำแหน่งไดมอนด์ และเพรสซิเด้นท์ไดมอนด์อีกด้วย ซึ่งตำแหน่งไดมอนด์ จะได้รับเงินรางวัล 40,000 บาท พร้อมผลิตภัณฑ์มูลค่า 10,000 รวมทั้งสิ้น 50,000 บาท และตำแหน่งเพรสซิเด้นท์ไดมอนด์ รับเงินสดมูลค่า 150,000 บาท ที่สำคัญทาง 4ไล้ฟ์ ยังได้มีการทำการตลาดผ่านทางโซเชียล เน็ตเวิร์ค ด้วยการเจาะฐานสมาชิกในกลุ่ม Gen Y มากขึ้นด้วย


 “นิวไลฟ์ - โมสท์เวลล์”ลุยต่างแดน


จัดงานใหญ่ประลองขุมกำลัง


“นิว ไลฟ์” ณ ช่วงเวลานี้ ก็ได้ออกมากล่าวยอมรับแล้วว่า การแข่งขันของธุรกิจขายตรง ณ ตอนนี้ค่อนข้างที่จะดุเดือดอย่างมากทีเดียว โดยเฉพาะในช่วงปลายปี เห็นได้จากหลาย ๆ ค่ายในธุรกิจขายตรงต่างออกกลยุทธ์ที่หลากหลาย เพื่อมากระตุ้นยอดขายกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง


ซึ่งแผนงานของ “นิว ไลฟ์” ในอนาคตอันใกล้นี้ พบว่า ได้เตรียมที่จะบุกตลาดต่างแดน 2 ประเทศด้วยกัน คือ ประเทศอินโดนีเซียและประเทศนอร์เวย์ โดยการเข้ารุกไปในตลาดต่างประเทศนั้น จะเป็นการเปิดในรูปแบบแฟรนไชส์ โดยจะมอบหมายให้นักธุรกิจในพื้นที่ดังกล่าว เป็นผู้ลงทุนบริหารงานเองทั้งหมด พร้อมกับการรุกตลาดเออีซีอย่างต่อเนื่องด้วย


อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญช่วงโค้งสุดท้ายนี้ “นิว ไลฟ์” ยังได้เพิ่มทางเลือกใหม่ ด้วยการนำกลุ่มสินค้าเกษตร ภายใต้ชื่อแบรนด์ “นัมเบอร์วันอินทรีย์ภัณฑ์” ซึ่งเพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน พร้อมกับเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจด้วยสาขาที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่ใช้งบลงทุนกว่า 30 ล้านบาท และสาขาจังหวัดขอนแก่นที่กำลังเตรียมตัวเปิดในช่วงเดือนมกราคมปี 2557 ก้าวไปพร้อมกับการสร้างความน่าเชื่อถือของธุรกิจรับเดือนมกราคมปีหน้านี้ ด้วยรหัสลับ “We are Number One : เราคือที่ 1” ที่จะเป็นงานประดับเข็มครั้งยิ่งใหญ่ ณ จุดนัดพบที่ศูนย์ไบเทค บางนา


...ด้านความเคลื่อนไหว “โมสท์เวลล์” ก็ได้ออกมาประกาศเตรียมโฟกัสจับธุรกิจกับคนรุ่นใหม่ที่ยังไม่เคยรู้จักธุรกิจเครือข่ายให้มากขึ้น พร้อมเน้นการฝึกอบรมให้กับสมาชิกได้เข้าใจในธุรกิจและผลิตภัณฑ์มากขึ้น รวมถึงโค้งสุดท้ายปลายปี “โมสท์เวลล์” ยังได้จัดโปรโมชั่น พิเศษในการกระตุ้นยอดขาย เพื่อต้องการผลักดันธุรกิจให้มีอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 20 - 30% อีกด้วย รวมทั้งยังมีแผนงานในการจับมือกับพาร์ทเนอร์ต่างประเทศ ที่สนใจจะนำผลิตภัณฑ์ของ “โมสท์เวลล์” เข้าไปทำตลาดในประเทศนั้น ๆ อาทิ อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, สิงคโปร์ และกลุ่มในแถบตะวันออกกลาง เป็นต้น


 


 


 


 


Credit By : http://www.taladvikrao.com/

วันพฤหัสบดีที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2556

MLM Gossip (ล้วงลับคนเครือข่าย) : ซุบซิบ กับ คุณหมอเส็ง (Morseng)







Capture

 


 


 


 


 


 


 


 


เดินสายออกรายการทีวีมามากมายจนกลายเป็น “คู่ขวัญ” ที่โด่งดังที่สุดในเวลานี้คงจะเป็นใครไม่ได้นอกจาก “คุณหมอเส็ง ฉัตรชัย และ คุณเล็ก” นิภา แสงสุริยะฉัตร ที่เดี๋ยวนี้กลายเป็นดาราคิวทองฝังเพชรไปเรียบร้อยแล้ว...ซึ่งจากการสอบถาม “หมอเส็ง” ว่ารายการไหนที่ทำให้เกิดกระแส “หมอเส็งฟีเวอร์มากที่สุด” คำตอบ คือ “รายการวู้ดดี้เกิดมาคุย” โดยเฉพาะช่วงเปิด “คลังสมบัติ 1,000 ล้าน” จนกลายเป็นกระแส ที่ฮือฮาที่สุดเพราะหลังจากที่ออกรายการไปผู้คนโทรกลับเข้ามาหาจนรับสายกันไม่ไหวเลยทีเดียว


“หมอเส็ง” ย้ำว่ารายการของวู้ดดี้เกิดกระแสที่ดีมากมาย 1.คือ สมาชิกหน้าใหม่สนใจเข้ามาทำธุรกิจกับหมอเส็งเป็นจำนวนมากมาย 2. สมาชิกเก่าร่ำรวยกันเป็นแถวเพราะสินค้าขายดีจนผลิตไม่ทันเลยจริงๆ 3. สินค้าแบรนด์หมอเส็งทุกๆตัวยอดขายเพิ่มพรวดเป็น 100 % ทำเอาโรงงานผลิตปั่นป่วนกันเลยทีเดียว และ 4. คุณวู้ดดี้สนใจที่จะให้คุณหมอเส็งผลิตสินค้าให้ 1 ตัวเพื่อทำการตลาดเองอีกต่างหาก...เวลานี้ใครที่หาที่ลงยังไม่เจอแนะนำว่า “อย่าลองผิดลองถูกอยู่เลย” ไปลุยธุรกิจกับหมอเส็งดีกว่าเพราะยืนหยัดในยุทธจักรมา 10 กว่าปีคนทำรวยกันถ้วนหน้า 10 ปีไม่เคยทำให้ใครผิดหวังเชื่อซิ !


 


 


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.Leader Time ฉบับที่ 233 ประจำวันที่ 16-31 ตุลาคม 2556

วันศุกร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ข่าวหมอเส็ง (Morseng) : หมอเส็ง ตัวอย่างที่ดี...11ปี ไม่เคยถูกร้องเรียน!







s1u8bmu1bv53wmcfg (Mobile)


เชื่อได้ว่า...ประเด็นข่าวที่จั่วหัวให้ไว้ในฉบับนี้อาจจะเป็นแค่ข่าวชิ้นเล็กๆ ที่ไม่ค่อยน่าสนใจสักเท่าไหร่ในสายตาผู้คนทั่วไปและมันอาจจะดูธรรมดาๆ ซะด้วยซ้ำไป โดยเฉพาะกับผู้คนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับหมอเส็ง...


แต่สำหรับผู้คนที่เกี่ยวข้องกับ หมอเส็ง แล้วล่ะก็! ผมเชื่อว่ามันเป็นข่าวที่ยิ่งใหญ่และน่าภาคภูมิใจมากๆ ข่าวหนึ่งเลยทีเดียว ซึ่ง หมอเส็ง คนที่กำลังเขียนถึงอยู่นี่คือ นายฉัตรชัย แสงสุริยะฉัตร เจ้าของบริษัทสมุนไพรขายตรงที่ชื่อ บริษัทแสงสุริยะฉัตร (2002) จำกัด นั้นเองครับ...


เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า... คุณณัชภัทร ขาวแก้ว นิติกรปฏิบัติการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ซึ่งเป็นบุคคลที่คลุกคลีกับธุรกิจขายตรงมาตั้งแต่ปี 2544 จนกระทั่งเห็น พ.ร.บ. ขายตรงและการตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 ออกมาบังคับใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ.2545 และเขาเป็นคนหนึ่งที่กำกับดูแลธุรกิจขายตรงมาจนถึงกระทั่งทุกวันนี้ เป็นผู้เปิดประเด็นขึ้นมาว่า


... ตลอด 11 ปีที่กฎหมายขายตรงออกมาบังคับใช้มีบริษัทขายตรงแห่งหนึ่งซึ่งเปิดมานานกว่า 10 ปี แล้วและเป็นบริษัทขายตรงที่ใช้แผนไบนารี่ในการทำตลาดแต่ละบริษัทนี้น่าชื่นชมเหลือเกินตรงที่ว่าไม่เคยมีเรื่องร้องเรียนใดๆ เข้ามาสู่ สคบ. เลยแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งผู้ประกอบการขายตรงที่ใช้แผนการตลาดแบบไบนารี่น่าจะลองศึกษาจากบริษัทนี้ดูเป็นตัวอย่างว่าเขาทำธุรกิจอย่างไรถึงไม่เคยมีเรื่องร้องเรียนเลย


คุณณัชภัทร ขาวแก้ว พูดชื่นชมถึงบริษัทขายตรงแห่งหนึ่งที่ใช้แผนไบนารี่แต่ก็ไม่ยอมบอกชื่อว่าบริษัทให้ใครลวงรู้


เรื่องร้องเรียนในวงการขายตรงนั้นมีอยู่มากมายหลายประเด็น ทั้งการทอดทิ้งลูกค้า ทอดทิ้งทีมงาน เรื่องของสินค้าไม่ได้มาตรฐาน การไม่รับคืนสินค้า เรื่องของการจ่ายผลตอบแทนที่ไม่เป็นธรรม การไม่ยอมจ่ายค่าคอมมิชชั่นให้แก่นักขาย และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งส่วนบริษัทขายตรงส่วนใหญ่ จะเคยถูกร้องเรียนแทบทั้งสิ้นแต่การร้องเรียนนั้นอาจจะร้องเรียนเพราะได้รับผลกระทบจริงหรืออาจจะร้องเรียนเพราะคู่แข่งกลั่นแกล้งก็เป็นไปได้ทั้งสิ้น


ประเด็นที่คุณ คุณณัชภัทร เปิดมานี้แต่ไม่ยอมบอกชื่อเสียงเรียงนามของบริษัทดังกล่าวให้ใครทราบ...แต่มันก็ทำให้ผมนึกอยากรู้จักบริษัทนั้นขึ้นมาทันที ซึ่งผมก็รู้อยู่ว่า บริษัทขายตรงที่ใช้แผนแบบไบนารี่และมีอายุระดับ 10 ปีขึ้นไปนั่นมีใครบ้าง...และรู้ว่ามีบริษัทใดบ้างที่ถูกร้องเรียน...


ผมรู้ว่าบริษัทนั้นชื่ออะไร เป็นของใคร แต่ก็อยากจะคอนเฟิร์มให้แน่ชัดว่า ตรงกับสิ่งที่คิดไว้หรือไม่ ผมสอบถามไปยังพรรคพวกที่อยู่ใน สคบ. ถึงบริษัทที่คุณคุณณัชภัทร พูดถึงและเปิดประเด็นขึ้นมา คำตอบที่ได้รับมาก็คือ


บริษัท แสงสุริยะฉัตร (2002) จำกัด ของหมอเส็ง... นายฉัตรชัย แสงสุริยะฉัตร เป็นบริษัทขายตรงที่ใช้แผนการแบบไบนารี่รายเดียวในประเทศไทยที่ตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมาไม่เคยถูกร้องเรียนใดๆ เลยแม้แต่ครั้งเดียว ...ตรงกับบริษัทที่ผมคิดไว้จริงๆ... ช่วยปรบมือให้กับหมอเส็งกันหน่อยครับ !


ตอนอายุ 63 ปี ซึงตรงกับปี (2002) หรือเมื่อ 11 ปีที่ผ่านมา หมอเส็ง เปิดบริษัทขายตรงเป็นครั้งแรกในชื่อ บริษัทฉัตรสุริยะจำกัด ซึ่งในขณะนั้นได้เช่า อาคารพุทธธรรมประกันภัย ย่านวงศ์สว่างเป็นสำนักงานใหญ่และภายหลังได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น บริษัท แสงสุริยะฉัตร (2002) จำกัด ก่อนที่จะย้ายมาอยู่ที่อาคารบัวสุวรรณพลาซ่าเยื้องการบินไทย ถนนวิภาวดี จากนั้นซื้อที่ดินจำนวน 9 ไร่ตรงข้าม ม. ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต สร้างสำนักงานใหญ่เป็นของตัวเองอย่างยิ่งใหญ่...ด้วยเงินสด!


ปัจจุบัน หมอเส็ง อายุ 74 ปี ไดซื้อที่ดินอีก 230 ไร่ที่จังหวัดอยุธยาเพื่อสร้างโรงงานแห่งใหม่อย่างครบวงจร คาดว่าจะใช้...เงินสดอีกราวๆ 1,000 ล้านสำหรับเนรมิตพื้นที่แห่งนี้เพื่อนักธุรกิจของเขา


ผมไม่รู้ว่า หมอเส็ง และ สมาชิกชาวแสงสุริยะฉัตร จะ ภาคภูมิใจกับคำชื่นชมของสคบ.ที่ให้การยกย่องว่า เป็นบริษัทขายตรงในแผนไบนารี่ที่ไม่เคยถูกร้องเรียนใดๆ เลยตั้งตามีกฎหมายขายตรงออกมาบังคับใช้ หรือไม่ แต่ตลอด 10 ปีที่ได้รู้จัก คุณหมอเส็ง เขามักพูดให้ฟังอยู่เสมอว่า...


หมอไม่เคยเอาเปรียบใครอีกทั้งได้ปลูกฝังเรื่องนี้ไปสู่สมาชิกของหมอไม่ให้เอาเปรียบใครและไม่ให้หลอกลวงใครเช่นกัน ขายสินค้าก็ต้องไม่โอ้อวดสรรพคุณ อย่าไปโกหกเขา ต้องขายที่ความจริงเท่านั้นและสิ่งสำคัญคือจะต้องทำให้คนที่เข้ามาทำธุรกิจกับเรามีรายได้มากที่สุด ให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิมแค่นี้ก็มีความสุขแล้วและเมื่อเขามีรายได้ที่ดี เขามีความสุข เขาก็อยู่กับเราไปอีกยาวนาน นี่คือคำพูดของหมอเส็งที่ผมได้ยินมาเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมาและยังคงได้ยินหมอเส็งพูดคำๆนี้อยู่ทุกๆวัน


ขอให้สมาชิกชาวหมอเส็งทั้งหลายโปรดรักษาแบบอย่างดีๆเหล่านี้ให้ยาวเหมือนดั่งเกลือรักษาความเค็มเลยนะครับ






ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.Leader Time ฉบับที่ 225 ประจำวันที่ 16-30 มิถุนายน 2556


วันพุธที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

MLM Gossip (ล้วงลับคนเครือข่าย) : ซุบซิบ กับ คุณหมอเส็ง (Morseng)







safe_image









แม้ว่าจะเกิดตรงกับวันที่ 7 เม.ย. แต่ตลอดทั้งวันที่ 6 และ 7 เม.ย. สมาชิกนักขายตรงจากค่ายหมอเส็งจากทั่วประเทศ ต่างเดินทางมาร่วมอวยพรรดน้ำดำหัวให้กับ คุณหมอเส็ง ตลอด 2 วัน กว่า 5,000 คนเลยทีเดียวแสดงว่า มีคนรัก มีคนศรัทธาคุณหมอเส็ง อย่างมากมาย เห็นภาพแล้วคงต้องบอกว่าดีใจแทนจริงๆ และยิ่งค่ำคืนของวันที่ 7 เม.ย. ยังมีการจัดพลุฉลองวันเกิดครบรอบ 74 ปี ของคุณหมออย่างยิ่งใหญ่พร้อมๆ กับการแสดงของศิลปินนักร้องชื่อดังจากค่ายอาร์สยามและแกรมมี่อีกนับ 10 ชีวิต รวมถึงนักร้องรับเชิญชื่อดัง อาทิ เต๋าสมชาย เข็มกลัด ,น้องเล็ก ก่อนบ่ายคลายเครียด,โก๊ะตี๋ อารามบอยและค่อม ชวนชื่น และผู้หลักผู้ใหญ่จากหลายวงการที่เดินทางมาร่วมอวยพรอย่างคับคั่งเลยทีเดียว


คุณหมอเส็ง แม้จะมีวัยถึง 74 ปีเข้าไปแล้วแต่ก็ไม่เคยหยุดพัฒนาธุรกิจเลยแม้แต่เสี้ยววินาทีเพื่อสมาชิก ขนาดล่าสุดยังควักเงินสดอีก 200 ล้าน ซื้อที่ดิน 200 ไร่ที่อำเภอวังน้อยสำหรับสร้างโรงงานผลิตแห่งใหม่และคาดว่าจะต้องใช้เม็ดเงินอีกหลายร้อยล้านบาทสำหรับการก่อสร้างอีกต่างหาก...วัยขนาดนี้ยังกล้าลงทุนอีกมหาศาลเพื่อสมาชิก เห็นแล้วอายแทนผู้ประกอบการอีกหลายรายที่ยังไม่กล้าลงทุนอะไรเพื่อมวลสมาชิกเลยพับผ่าซิ!...ขนาด เสี่ยเจ๊ยะ คุณสมชาย เหลี่ยมเย็นใจ ผอ.ศูนย์หมอเส็งสาขาโคราช บอกว่า หมอเส็งไม่เคยหยุดพัฒนาเพื่อสมาชิกเลยแม้แต่วันเดียวขนาดสาขาที่โคราชหมอเส็งยังกล้าทุ่มทุนอีกกว่า 20 ล้านตรงข้าม ม. วงศ์ชวลิตกุล สร้างศูนย์สาขาเป็นของตัวเองอีกต่างหาก เพราะยอดขายที่โคราชตอนนี้ทะลุหลัก 30 ล้านบาท ต่อเดือนเข้าไปแล้วจ้า !




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.Leader Time ฉบับที่ 221 ประจำวันที่ 16-30 เมษายน 2556

วันอังคารที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2556

ขายตรงปี56เร่งเครื่องรั้งอันดับ TOP5 หลังโผยอดขายปี55พลิกล็อคเพียบ !









จับทิศอันดับยอดขายบริษัทขาย ตรงปี56...หลังหลายค่ายเดินหน้าปล่อย ยุทธศาสตร์เพียบ หวังรั้งอันดับ TOP 5 กลับคืนมา!...พบเบอร์ 1 แอมเวย์อันดับยัง คงเหนียวแน่นตลอดกาล ด้วยยุทธศาสตร์ เหนือเมฆปล่อยออกมาเป็นซีรี่ส์ หวังครองใจคนทั่วโลก เผย 10 อันดับขายตรงปี53- 55 เริ่มพบเห็นอันดับเปลี่ยนมือ ยอดขายบางค่ายตกฮวบ...พร้อมเตรียม จับตาปี56 การแข่งขันในสมรภูมิรบขายตรงดุเดือดเลือดพล่านแน่!


...นับได้ว่าในปี 2555 ที่ผ่านมา ธุรกิจขายตรง เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีการ แข่งขันกันค่อนข้างสูงทีเดียว ทั้งในเรื่อง ของ ชั้นเชิงธุรกิจ หรือแม้กระทั่ง กึ๋น ของ ผู้ประกอบการ เองก็ตามที ที่ใส่กัน แบบไม่ยั้งหวังที่จะอยู่ในอันดับยอดขาย ที่ดีที่สุด หรือไม่ให้ตกไปจากอันดับเดิมที่ รั้งอยู่
ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่า อันดับยอด ขาย ถือเป็นอีกหนึ่งหน้าตาของบริษัทเลย ก็ว่าได้ เพราะหากค่ายไหนที่มีอันดับยอด ขายที่ดี หรือไม่ตกอันดับไปจากเดิม ก็ ถือว่ามีแต้มต่อในเรื่องของความน่าเชื่อถือ และการเติบโตที่ค่อนข้างที่จะมีความ มั่นคงนั่นเอง วันนี้ต้องบอกว่า ธุรกิจขาย ตรง ค่อนข้างที่จะเติบโตอย่างร้อนแรงที เดียว ทั้งค่ายที่เกิดใหม่ หรือแม้กระทั่งค่าย เก่า ๆ ที่อยู่มานานก็ตามที เห็นได้อย่าง หลาย ๆ ค่าย ต่างมียอดขายที่โตตามเป้า และมียอดทะลุเกินเป้าหมายก็หลาย ๆ ค่ายทีเดียว
...จะเห็นได้ว่า วันนี้ ยอดขายที่เรียก ว่า โตแบบร้อนแรง อันดับ 1 ที่รั้งมานาน ยังคงเป็นของยักษ์ใหญ่จากอเมริกานั่น ก็คือ แอมเวย์ แต่ที่น่าสนใจคงจะหนี ไม่พ้นบริษัทขายตรงที่อยู่ในอันดับ 2-10 ที่มีการเปลี่ยนอันดับออกมาให้เห็นกันอยู่ทุกปี นั่นก็หมายความว่า ฝีมือและ ชั้นเชิงทางธุรกิจของ ผู้ประกอบการ แต่ละค่าย อาจเรียกได้ว่าไม่ทิ้งห่างกัน มากเท่าที่ควร

เผย10 อันดับขายตรงปี53-55 อันดับเปลี่ยนมือยอดขายฮวบ

...วันนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ทำไม... ยักษ์ใหญ่ แอมเวย์ ถึงสามารถรั้งจ้าว ผู้นำเครือข่ายในเมืองไทยตลอดกาล!.. คำถามนี้ คงเกิดขึ้นในความคิดของใคร หลายคนอย่างแน่นอน...ส่วนหนึ่งอาจจะ เป็นเพราะการเข้าใจและเข้าถึงความ ต้องการของผู้บริโภคที่สำคัญยังสามารถ พลิกคัมภีร์รบได้ค่อนข้างเร็ว ตาม สถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไป
ทั้งนี้ หากลองเปรียบเทียบอันดับ ยอดขายของบริษัทขายตรงในช่วงปี 2553-2555 ที่ผ่านมา พบว่า อันดับยอด ขายเริ่มที่จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็น ได้ชัด โดยทีมข่าว ตลาดวิเคราะห์ ขอแจงข้อมูลยอดขายของ 10 อันดับ บริษัทขายตรงให้ทุกท่านทราบดังนี้
สรุปอันดับยอดขายบริษัทขายตรง 10 อันดับ ประจำปี 2553 พบว่า อันดับที่ 1 แอมเวย์ ปี 2553 ปิดยอดขายอยู่ที่ 14, 370 ล้านบาท อันดับที่ 2 กิฟฟารีนปี 2553 ปิด ยอดขายอยู่ที่ 4, 912 ล้านบาท อันดับที่ 3 เอม สตาร์ ปี 2553 ปิดยอดขาย อยู่ที่ 4,901 ล้านบาท อันดับที่ 4 ซูเลียน ปี 2553 ปิดยอดขายอยู่ที่ 4, 400 ล้านบาท อันดับที่ 5 นีโอไลฟ์ ปี 2553 ปิดยอดขาย อยู่ที่ 2,700 ล้านบาท อันดับที่ 6 คังเซนฯ ปี 2553 ปิดยอดขายอยู่ที่ 2,300 ล้านบาท อันดับที่ 7 นู สกิน ปี 2553 ปิด ยอดขายอยู่ ที่ 2,000 ล้านบาท อันดับที่ 8 ยูนิซิตี้ ปี 2553 ปิดยอดขายอยู่ที่ 2,000 ล้านบาท อันดับที่ 9 จอยแอนด์คอยน์ ปี 2553 ปิด ยอดขายอยู่ที่ 1, 500 ล้านบาท และอันดับ 10 ไลฟ์ สไตลส์ ปี 2553 ปิดยอดขายอยู่ ที่ 1,500 ล้านบาท
สรุปอันดับยอดขายบริษัทขายตรง 10 อันดับ ประจำปี 2554 พบว่า อันดับที่ 1 แอมเวย์ ปี 2554 ปิดยอดขายอยู่ที่ 15,500 ล้านบาท อันดับที่ 2 ซูเลียน ปี 2554 ปิด ยอดขายอยูที่ 5,540 ล้านบาท อันดับที่ 3 กิฟฟารีน ปี 2554 ปิดยอดขาย อยู่ที่ 5,488 ล้านบาท อันดับที่ 4 เอม สตาร์ ปี 2554 ปิดยอดขายอยู่ที่ 4,203 ล้านบาท อันดับที่ 5 นีโอไลฟ์ ปี 2554 ปิดยอดขาย อยู่ที่ 3,998 ล้านบาท อันดับที่ 6 หมอเส็ง ปี 2554 ปิดยอดขายอยู่ที่ 2,500 ล้านบาท อันดับที่ 7 นู สกิน ปี 2554 ปิด ยอดขายอยู่ ที่ 2,200 ล้านบาท อันดับที่ 8 ยูนิซิตี้ ปี 2554 ปิด ยอดขายอยูที่ 2,000 ล้านบาท อันดับที่ 9 จอยแอนด์คอยน์ ปี 2554 ปิด ยอดขายอยู่ที่ 2,000 ล้านบาท และอันดับ ที่ 10 คังเซน-เคนโก ปี 2554 ปิดยอดขาย อยู่ที่ 1,822 ล้านบาท
สรุปอันดับยอดขายบริษัทขายตรง 10 อันดับ ประจำปี 2555 พบว่า อันดับที่ 1 แอมเวย์ ปี 2555 ปิดยอดขายอยู่ที่ 17,000 ล้านบาท อันดับที่ 2 ซูเลียน ปี 2555 ปิดยอดขายอยู่ที่ 7,100 ล้านบาท อันดับที่ 3 กิฟฟารีน ปี 2555 ปิดยอดขาย อยู่ที่ 6,000 ล้านบาท อันดับที่ 4 นีโอไลฟ์ ปี 2555 ปิดยอดขายอยู่ที่ 5,400 ล้านบาท อันดับที่ 5 ยูนิซิตี้ ปี 2555 ปิดยอดขายอยู่ ที่ 3,700 ล้านบาท อันดับที่ 6 เอม สตาร์ ปี 2555 ปิด ยอดขายอยู่ที่ 3,147 ล้านบาท อันดับที่ 7 หมอเส็ง ปี 2555 ปิดยอดขาย อยู่ที่ 2,700 ล้านบาท อันดับที่ 8 นู สกิน ปี 2555 ปิดยอดขายอยูที่ 2,500 ล้า นบาท อันดับที่ 9 จอยแอนด์คอยน์ ปี 2555 ปิด ยอดขายอยูที่ 2,400 ล้านบาท และอันดับ 10 คังเซน-เคนโก ปี 2555 ปิดยอดขายอยู่ ที่ 1,750 ล้านบาท

แอมเวย์ ขอรั้งจ้าวผู้นำเครือข่าย จับตาปี56หลายค่ายเร่งเครื่องชิงอันดับ

...จะเห็นได้ว่า ในช่วง ปี 2553-2555 ยอดขายของบริษัทขายตรงไทยใน 10 อันดับแรกแต่ละปี จะมีการเปลี่ยนแปลง ทุกปี เฉพาะอันดับ 2-10 เท่านั้น เห็นได้ จากในปี 2553 เจ้าตลาดเครือข่ายอันดับ 1 ยังคงเป็นในส่วนของแอมเวย์ ส่วนอันดับที่ 2 เป็นในส่วนของบริษัทกิฟฟารีน และต่อมาในปี 2554 ค่ายม้ามืดอย่าง ซูเลียน ก็มารั้งอันดับที่ 2 แทนค่าย กิฟฟารีน พร้อมกับขึ้นมาแซงค่ายเอม สตาร์อีกหนึ่งค่าย เรียกว่ายอดขายแต่ละ ค่ายขึ้นมาเบียดกันอย่างน่าตกใจเลยที เดียว
แต่ที่น่า ตกใจเป็นอย่างยิ่งคงจะ เป็นในส่วนของค่าย เอม สตาร์ ที่เรียก ว่า ออกมาสตาร์ทด้วยยอดขายดีดีอย่าง มากในช่วงปี 2553 โดยรั้งอยู่ที่อันดับ 3 แต่พอหลังจากนั้นในปี 2554 และ ปี 2555 ยอดขายของค่ายนี้ก็ตกฮวบลงอย่างน่า ตกใจพร้อมกับอันดับก็ร่วงลงมาอยู่ที่อันดับ 6 ในปี 2555...ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าคิด เช่นเดียวกันว่า ทำไมค่ายนี้ยอดขายถึงดิ่ง ลงเหวลงเรื่อย ๆ ในแต่ละปี ทั้ง ๆ ที่ในช่วง แรกค่อนข้างที่จะออกตัวแรงอย่างมากที เดียว
แต่อีกหนึ่งค่ายที่เรียกว่าน่าจับตา มองเป็นอย่างยิ่งใน ยุคนี้ พ.ศ.นี้ คงต้อง เป็นค่าย นีโอไลฟ์ ที่อันดับยอดขายเริ่ม ไต่ขึ้นมาเรื่อย ๆ ที่สำคัญ ยอดขายเติบโต ค่อนข้างเร็วอย่างมากทีเดียว ในขณะนี้ เดียวกัน อีกหนึ่งค่ายอย่าง นู สกิน ถึง แม้อันดับจะขึ้น ๆ ลง ๆ แต่สำหรับยอด ขายแล้ว ต้องบอกว่าค่ายนี้มีอัตราการ เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี
เช่นเดียวกับ ยูนิซิตี้ ที่ ทั้งอันดับและยอดขายต่างก็ ถีบตัวสูงขึ้นเป็นอันดับ จากที่ ในปี 2553 และ 2554 อยู่ ในอันดับที่ 8 มาในปี 2555 ที่ ผ่านมา สามารถรั้งขึ้นมาอยู่ที่ อันดับที่ 5 เลยทีเดียว ส่วนทาง ด้าน หมอเส็ง ถึงแม้ว่าในปี 2553 จะไม่ติดอยู่ใน 10 อันดับ บริษัทขายตรงที่มียอดขายที่ ดีแล้ว จนกระทั่งในปี 2554 สามารถติดอยู่ที่อันดับ 6 แซง บริษัทข้ามชาติอย่าง นู สกิน และ ยูนิซิตี้ ชนิดที่ว่าไม่เห็น ฝุ่นกันเลยทีเดียว
แม้กระทั่งค่าย จอย แอนด์คอยน์ เอง ในช่วงปี 2553 ที่ผ่านมา ก็เริ่มติดอยู่ใน 10 อันดับแรกด้วยเช่นกัน พร้อม กับมียอดขายเติบโตขึ้นอย่าง ต่อเนื่องจนถึงในปี 2555 นี้ ... แต่ก็มีอีกหนึ่งค่าย ที่น่าตกใจ เช่นเดียวกัน กับทั้งในเรื่องของ ยอดขายและอันดับที่ร่วงควบคู่ กันนั่นก็คือ ค่าย คังเซน-เคน โก หลังจากที่องค์กรภายใน มีการปรับเปลี่ยนผู้บริหารเกิด ขึ้น เช่นเดียวกับค่าย ไลฟ์ สไตลส์ ที่ก่อนหน้านี้ในปี 2553 ติดอยู่ในอันดับ 10 ของบริษัทที่ มียอดขายที่ดี แต่ในวันนี้พบว่า ค่ายนี้ ได้กระเด็นหลุดหนีออก จากวงโคจรนี้ ไปเป็นที่เรียบร้อย แล้ว!!

หลายค่ายปล่อยยุทธศาสตร์แรง หวังดึงยอดขายกลับคืนชีพ

...หลังจากที่ตัวเลขผล ประกอบการในปี 2555 ของแต่ ละบริษัทฯ ได้ออกมาแล้ว พบ ว่า มีทั้งค่ายที่มียอดขายเติบโต ดี และค่ายที่มียอดขายที่ถือว่า ยังไม่ตรงตามเป้าเท่าที่ควร ด้วย เหตุนี้เอง ที่ทำให้หลาย ๆ ค่าย ต่างเตรียมกลยุทธ์เพื่อที่จะช่วง ชิงความได้เปรียบและกระตุ้น ยอดขายกันตั้งแต่ต้นปี เห็นได้จาก เบอร์ 1 ใน วงการขายตรงอย่าง แอมเวย์ ก็เช่นกัน ที่ในปีนี้ ก็ออกมา ประกาศถึงยุทธศาสตร์ ที่ยังคง เน้นกลยุทธ์เดิม ด้วยการ มุ่งเน้นกิจกรรมที่ทำให้เกิด ประสิทธิผลมากที่สุด พร้อม กับการชูกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อ สุขภาพและความงาม รวมถึง การเตรียมนำเสนอไลฟ์สไตล์ โซลูชั่นสำหรับกลุ่มบุคคลในวัย และไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ ไปพร้อม ๆ กับ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่ตอบสนองความต้องการ เฉพาะกลุ่มมากยิ่งขึ้น พร้อมกับการเสริมทัพ หน้าด้วยการสื่อสารเชิงรุก ทั้ง ในเรื่องของการสร้างแบรนด์ให้ ใกล้ชิดกับผู้บริโภคผ่านการใช้ กระแสโซเชียลมีเดียมากขึ้น การเพิ่มแอมเวย์ช็อป ให้ กระจายสู่จังหวัดต่าง ๆ เพื่อ เพิ่มช่องทางให้ผู้บริโภค สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้ง่ายและสะดวกขึ้น ส่วนทางด้านค่าย ซูเลียน การทำตลาดในปีนี้ คงเน้นกลยุทธ์ซุ่มเงียบเหมือน เช่นเคย ไม่มีการออกสื่อให้ข่าว แต่อย่างใด แต่จะเป็นกลยุทธ์ ในเรื่องของการใช้การฝึกอบรม เทรนนิ่งสมาชิกเป็นหลักเสีย ส่วนใหญ่สำหรับในปีนี้ ด้าน กิฟฟารีน พบว่า ใน ปีนี้ จะเป็นการเน้นการขยาย ตลาดไปยังต่างประเทศอย่าง ต่อเนื่อง โดยในไตรมาสแรกปีนี้ จะเข้าไปเปิดตลาดในประเทศ อินโดนีเซีย ต่อจากนี้ จะไปเจาะ ตลาดประเทศเวียดนามในปี 2557 รวมถึงการรุกขยายสาขา ในภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการเตรียมตัวรองรับการ เปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ในปี 2558 พร้อมกับ เตรียมที่จะเพิ่มเนื้อหาใหม่ ๆ ใน กิฟฟารีนชาแนล เพื่อขยาย ฐานลูกค้าให้กว้างและครอบคลุม ในทุกพื้นที่
...เช่นเดียวกับค่าย นีโอ ไลฟ์ ที่ยังคงส่งเสริมการขับ เคลื่อนเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรมสินค้าโอท็อป กับทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ที่ได้ร่วมลง นาม MOU กับทางกระทรวง มหาดไทยเหมือนที่ผ่านมาเช่น เดิม รวมถึงการจัดกิจกรรม โรดโชว์ตามภูมิภาคต่าง ๆ พร้อมกับการเปิดรับสมัครการ ประกวด นีโอ สตาร์ส ตามโรง เรียนมัธยมศึกษา นอกจากนี้ ทาง นีโอไลฟ์ เอง ยังเตรียมที่จะบุก ตลาดอาเซียนมากยิ่งขึ้น ไป พร้อม ๆ กับการมองหาตลาด ใหม่ ๆ เพื่อเข้าไปขยายธุรกิจ ต่ออีกด้วย นอกจากนี้ ทางด้าน ยูนิซิตี้ ก็มีแผนงานที่สำคัญ ในปีนี้ คือ เตรียมที่จะขยาย ตลาดเพิ่มขึ้นใน 3 ประเทศด้วย กัน คือ ลาว, อินโดนีเซีย และ เวียดนาม เพื่อรองรับการเปิด ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน พร้อมกับการเปิดตัวสินค้าใหม่ อย่างต่อเนื่อง และการเน้นใน เรื่องของการอบรมเพื่อให้ผู้นำ ประสบความสำเร็จ พ่วงท้าย ด้วยกิจกรรมส่งเสริมการขาย ในการกระตุ้นยอด
...เรียกได้ว่า วันนี้การที่ จะก้าวสู่ผู้นำในตลาดขายตรง ได้นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง มีความพร้อมครบทุก ๆ ด้าน ที่ สำคัญ ต้องอ่านเกมการแข่งขัน ในแต่ละปีให้ขาดด้วย ในขณะ เดียวกัน เชื่อว่าในปีนี้ สมรภูมิ รบ ใน ธุรกิจขายตรง คงเป็น เกมที่น่าจะแข่งขันกันอย่างสนุก และตื่นเต้นอย่างแน่นอนในปีนี้ เพราะถือว่าเป็น เกมแห่ง ศักดิ์ศรี เลยก็ว่าได้ เพราะวันนี้ หากค่ายไหนเสียหลักพลาดท่า เมื่อไหร่...เชื่อว่า อันดับยอด ขาย ก็คงต้องมีการเปลี่ยนแปลง เหมือนเช่นปีที่ผ่าน ๆ มาอย่าง แน่นอน!!...ไม่เชื่อคอยดู




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 340 ประจำวันที่ 16-31 มีนาคม 2556

วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ขายตรงดาหน้าโหมโรงจัดงานสร้างศรัทธา ฉลองครบรอบบริษัท/ประดับเข็มเชิดชูเกียรติ



ขายตรง เปิดเกมเฉียบคมต้นปีมะเส็ง เร่งเครื่องเขย่าความเชื่อ มั่นธุรกิจด้วยการจัดงานใหญ่ ฉลองความสำเร็จ พร้อมประดับเข็ม เชิดชูเกียรติผู้ที่สำเร็จ หวังดึงคนเข้ามาร่วมธุรกิจ...ด้าน ยูนิซิตี้-นิว ไลฟ์-ดี เน็ทเวิร์ค ออกตัวแรงชิงความได้เปรียบตอกยํ้าภาพความ สำเร็จของผู้นำ...ส่วน หมอเส็ง-เอปูเซ่-นีโอ ไลฟ ชูความพร้อมธุรกิจ แบบครบวงจร... ฮอไรซอน-บี.พี.โปรเกรส ตอกยํ้าความสำเร็จบน โอกาสที่ทุกคนสามารถจับต้องได้


ปัจจุบันนี้การสร้างความศรัทธาและ ความเชื่อมั่นให้ธุรกิจได้แจ้งเกิดสำหรับ ธุรกิจขายตรง ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่าง ยิ่ง เห็นได้จาก ณ ห้วงเวลานี้ หากใครที่ ติดตามความเคลื่อนไหวของ ธุรกิจขายตรง คงพอน่าที่จะทราบว่า ธุรกิจนี้เริ่มที่จะมีการเปิดฉากแรงตั้งแต่ต้นปีเลยทีเดียว ไม่ว่าจะ เป็นการเดินหน้าสร้างขวัญและกำลังใจให้ กับสมาชิก รวมถึงการสร้างภาพความยิ่ง ใหญ่ของธุรกิจนี้ให้หลาย ๆ คน ได้เดินเข้ามา สำเร็จในธุรกิจนี้ ด้วยการจัดงานประดับเข็ม เกียรติยศ สำหรับผู้ที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งต้องบอกว่าแต่ละค่าย มีอะไรต่างโหมโรง ออกมากันแบบเต็มแม๊กส์ เพื่อต้องการสร้าง ภาพความยิ่งใหญ่ของธุรกิจตนเองให้หมู่ มวลคนเครือข่ายได้ประจักษ์ต่อสายตา นั่นเอง มาลองดูกันว่าในช่วงต้นปี 2556 มี ค่ายไหนกันบ้าง ที่โหมจัดงานสร้างความเชื่อ มั่นทางธุรกิจกันบ้าง ซึ่งทีมข่าว ตลาด วิเคราะห์ ขอนำเสนอให้ทุกท่านได้รับทราบ ดังนี้


3ค่ายโหมโรงสร้างความเชื่อมั่น จัดงานประดับเข็มปลุกพลังสมาชิก


...เริ่มต้นที่ บริษัท ยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด ที่ออกตัวแรงตั้งแต่ต้นปี ด้วยการจัดงาน ประดับเข็มเกียรติยศประจำปี 2556 ขึ้นไป เมื่อวันเสาร์ที่ 12 มกราคม 2556 ที่ผ่านมา ภายใต้คอนเซ็ปต์ New Day New Challenge ท้าฝัน วันใหม่ โดยเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้นักธุรกิจ ยูนิซิตี้ ที่จะก้าวสู่ความสำเร็จพร้อมๆ กับ ความท้าทายใหม่ ๆ เพื่อการเปลี่ยนแปลง และก้าวไปสูชี่วิตที่ดีขึ้น โดยงานนี้ มีนักธุรกิจยูนิซิตี้ที่ประสบ ความสำเร็จขึ้นรับเข็มเกียรติยศกว่า 673 คน ด้วยกัน โดยแบ่งเป็นในระดับ Diamond 2 คน, ระดับ Presidential Ruby 1 คน, ระดับ Presidential Sapphire 7 คน ระดับ Presidential Director 17 คน ระดับ Executive Director 49 คน ระดับ Senior Director 128 คน และระดับ Director 469 คน
พร้อมกันนี้ ภายในงาน ทาง ยูนิซิตี้ เอง ยังได้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ LC เพื่อรองรับกับตลาดสินค้าเพื่อสุขภาพ ที่ กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องในขณะนี้อีกด้วย เรียกได้ว่า ยูนิซิตี้ เอง ต้องการที่จะสร้าง ความน่าเชื่อถือของธุรกิจนั่นเอง ...เช่นเดียวกับ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม 2556 ที่ผ่านมา บริษัท นิว ไลฟ์ เวิลด์ไวด์ จำกัด ก็ได้จัดงานฉลองอย่างยิ่ง ใหญ่ก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 ณ ศูนย์นิทรรศการและ การประชุมไบเทค บางนา โดยใช้ชื่องานว่า Grand Rally New Life No.1 ตั้งเป้าพัน ล้านแสนรหัสตะลุยสี่ภาค
ซึ่งงานนี้ ทางด้านประธานกรรมการ บริหาร สุเทพ ยืนยงค์วิทยากุล นายใหญ่ แห่งนิวไลฟ์เวิลด์ไวด์ได้เป็นผู้กล่าวเปิดงาน Grand Rally New Life No.1 พร้อมให้ สัมภาษณ์ต่อสื่อมวล รวมถึงยังได้ ประกาศ แผนงานในปี 2556 ที่จะพร้อมลุยสี่ภาค กวาดพันล้าน พร้อมด้วยการอัดฉีดงบ กว่า 50 ล้านบาท ในการสร้างสำนักงาน ตามยุทธศาสตร์พื้นที่ต่าง ๆ ภายในปีนี้ รวม ถึงการเน้นการเข้าถึงสมาชิก โดยการสร้าง สมาชิกคุณภาพพร้อมความสามารถในการเป็นผู้นำที่ดี
ที่สำคัญ ในงานนี้ทาง บอสใหญ่สุเทพ ยังได้ประกาศที่ จะสร้างผู้นำสูงสุดมากกว่า 10 รหัส เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ แก่สมาชิกนิว ไลฟ์โดยมุ่งเน้นที่ จะสร้างยอดสมาชิกมากกว่า แสนรหัสภายในปีนี้ และต้องเป็น รหัสที่มีการทำงานจริงถึง 30% ด้วยกัน อีกทั้งยังเตรียมแผนเด็ด ผุดไอเดียเจ๋งจัดมินิเอ็กซ์โปลุยสี่ ภาคกระตุ้นยอดขาย ก้าวสู่พัน ล้านภายในปี 2556 นี้อีกด้วย โดยภายในงานเชิดชู เกียรติผู้ที่ประสบความสำเร็จใน ครั้งนี้ ทางนิวไลฟ์ เอง ยังได้มีการ เปิดตัวสินค้าใหม่อย่างมากมาย เช่น ลูทีนพลัส ที่ช่วยบำรุง สายตา และสินค้าด้านความ สวยความงาม พร้อมกับปิดท้าย ด้วยมินิคอนเสิร์ตจาก หลิว อา จาริยา ที่มาสร้างความครื้นเครง ให้กับหมู่มวลสมาชิก
...นอกจากนี้ ยังมีทาง ด้าน บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ ไวด์ จำกัด ที่นำโดยอาจารย์ สาคร ใสกมล ประธานกรรมการ บริหารพร้อมด้วย ภูมิสนอง หล้า สุด และ อุทัย แจ่มฟ้า ผู้ร่วมก่อ ตั้งบริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด ก็ได้ออกมาโหมโรงจัดงาน เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ สมาชิกด้วย ซึ่งงานนี้ ไม่เพียงแค่ การจัดงานประดับเข็มเพื่อเชิดชู เกียรติเพียงอย่างเดียว แต่ทาง ด้านอาจารย์สาคร ใสกมล ประธานกรรมการบริหาร ยังได้ ขึ้นเวทีประกาศถึงความพร้อม ของบริษัทฯ ในปีนี้ไม่ว่าจะเป็น ในส่วนของฐานบัญชาการแห่ง ใหม่ที่อาคารไทย ซีซี ทาวเวอร์ ด้วยงบลงทุนหลายสิบล้านบาท เลยทีเดียว โดยตั้งอยู่ใจกลาง สาทร พร้อมกับทิศทางการ ดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ในปีนี้ ด้วย ที่สำคัญ ยังได้ประกาศ พร้อมดันยอด โกเรจินส์ ให้ได้ 67 ล้านเม็ด รวมถึงการเปิดตัว สินค้าใหม่ บานเย็น ลุยตลาด เกษตร และเปิดตัวพ็อคเก็ตบุ๊ค Why D Network คัมภีร์สำหรับ นักธุรกิจเครือข่ายโดยเฉพาะใน งานนี้อีกด้วย


หมอเส็ง-เอปูเซ่-นีโอไลฟ์ ตอกยํ้าธุรกิจสร้างโอกาส


...ถัดมาอีกค่ายนั่นก็คือ บริษัท แสงสุริยะฉัตร (2002) จำกัด หรือ หมอเส็ง ที่ก็ได้มี ความเคลื่อนไหวทางธุรกิจออก มาเช่นกันในช่วงต้นปีนี้ ด้วยการจัดงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จ GOLD ยิ่งใหญ่ ที่นำโดย ฉัตร ชัย แสงสุริยะฉัตร หรือคุณหมอ เส็ง ประธานกรรมการ และ นิภา แสงสุริยะฉัตร รองประธาน กรรมการ ร่วมด้วยคณะผู้บริหาร ได้จัดงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จ ให้กับสมาชิกที่ประสบความ สำเร็จในตำแหน่ง GOLD ด้วย งานนี้ ยังถือเป็นการจัดงานเลี้ยง ปีใหม่ให้กับสมาชิกอีกด้วย
ซึ่งงานนี้ ทางคุณหมอเส็ง และคุณเล็กเอง ยังได้ประกาศ เป้าหมายในปีนี้ ว่า จะสร้างธุรกิจ เครือข่ายหมอเส็งให้เติบโตอย่าง ยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน ด้วยอาวุธ ในการทำศึก รุกสื่อทีวีเต็มสูบ พร้อมเติบโตทวีคูณ ที่สำคัญ งานนี้คุณหมอเส็งและคุณเล็ก ยังจัดหนักให้กับสมาชิกอย่างยิ่ง ใหญ่ด้วยศิลปิน นักร้อง ที่มา มอบความสุขกันชนิดที่ว่าต้อง ลุกขึ้นมาขยับตามจังหวะเสียง เพลง จากน้อง ๆ ศิลปินจาก สโมสร ชิมิ ตามติดด้วย ขวัญใจ รากหญ้า นักร้องชื่อดัง ต่าย อรทัย ที่มาขับกล่อมเสียงเพลง หวานจับใจ ก่อนจะมาหัวเราะ กันแบบไม่หยุด กับศิลปิน เท่ง เถิดเทิง , โหน่ง ช่า ช่า ช่า และ คณะปิดท้ายด้วย นักร้องขวัญใจ วัยรุ่นอย่าง โฟร์-มด ซึ่งถือเป็น งานที่เรียกได้ว่า สร้างขวัญและ กำลังใจของสมาชิกหมอเส็งได้ เป็นอย่างดี
เช่นเดียวกับทางด้าน เอปูเซ่ ภายใต้การนำทัพของ มนตรี ฉิมมณีภัทธ ประธาน กรรมการบริหาร ที่นำพาธุรกิจ เอปูเซ่ ให้เติบโต มาตลอดระยะ เวลา 7 ปีแบบไม่มีสั่นคลอน ก็ได้ ออกมาสร้างความเคลื่อนไหว ของธุรกิจเช่นกัน ด้วยการจัดงาน ราตรีสีชมพู 2556 ขึ้นเมื่อ ปลายเดือนมกราคม 2556 ที่ ผ่านมา เพื่อประดับเข็มเกียรติยศ ให้กับสมาชิก ในระดับสูง ทั้ง ตำแหน่ง SPD, GPD,DPD โดย ภายในงาน ยังได้มอบรางวัล เกียรติยศ Epousee Award 2012 ให้กับสมาชิกที่ชนะเลิศ การประกวด พร้อมเผยโฉมหน้า สมาชิกที่ได้ไปท่องเที่ยวเกาหลี กว่า 100 คน ก่อนจะปิดท้ายด้วย พิธีส่งมอบการสัมมนาจีน ที่ท่าน ประธานมนตรี จัดให้สมาชิกเอปู เซ่ โดยเฉพาะ ที่สำคัญงานนี้รวม พลคนรักเอปูเซ่ จากทั่วประเทศ กว่า 2,000 คน ที่ต่างมาสวย หล่อ กันเต็มที่ กับงานแห่ง เกียรติยศในครั้งนี้
ด้าน บริษัท นีโอไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ที่นำ ทัพโดย ดร.นพรุจ เวชกุลประธานกรรมการบริหาร และ ดร.รัชนี มหานิยม ประธาน กรรมการบริหารฝ่ายสมาชิกและ กรรมการผู้จัดการ ก็ได้มีการจัด งานฉลองเกียรติยศความสำเร็จ ประจำ 2556 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2556 ที่ผ่านมา ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้ชื่อ งาน NEW YEAR NEOLIFE SUCCESS TOGETHER ใน คอนเซ็ปต์ที่ว่า นีโอ ไลฟ์ ความ สำเร็จเราเป็นที่ 1 ที่สำคัญ งานนี้ ยังได้มีการ ประกาศผล นีโอ สตาร์ โปรเจกต์ 1 ในครั้งนี้ด้วย โดยโครงการนี้ ถือเป็นการจัดประกวดหาหนุ่ม สาวเพื่อเป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้า และแบรนด์ นีโอ ไลฟ์ อีกด้วย พร้อมกันนี้ ทางด้าน ดร.นพรุจ และ ดร.รัชนี เอง ยังจัดหนัก มอบของขวัญด้วยความบันเทิง จากศิลปินดารานักร้องอย่าง ใหม่-เจริญปุระ - อ๋อม-อรรค พันธ์ นะมาตร์- แพนเค้ก- เขม นิจ มาร่วมสร้างสีสันภายในงาน ให้กับสมาชิกอีกด้วย...เรียกว่า เป็นการต้อนรับศักราชใหม่และ การก้าวเข้าสู่ปีที่13 ของบริษัท ขายตรงที่ชื่อ นีโอ ไลฟ์ ในการ สร้างความเชื่อมั่นของธุรกิจและ แรงศรัทธาให้เกิดได้เป็นอย่างดีที เดียว


3 ขายตรงโหมโรงธุรกิจแจ้งเกิด ฉลองครบรอบธุรกิจ/ชูเกียรติสมาชิก


ส่วนอีกหนึ่งความ เคลื่อนไหวของธุรกิจขายตรง นั่น ก็คือ ค่ายน้องใหม่อย่าง บริษัทเฟอร์ทิไลซ์ จำกัด ที่ นำโดย ภูศักดิ์ ด่านประดิษฐ์ ประธานกรรมการบริหาร ก็ได้มี การจัดงานฉลอง 2 ปี ฮอไรซอน เฟอร์ทิไลซ์ ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2555 ณ โรงงาน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เพื่อสร้างความเชื่อ มั่นทางธุรกิจให้กับสมาชิกทั้ง ใหม่และเก่า โดยขายตรง ฮอไรซอน มี แบรนด์สินค้าการเกษตรที่สร้าง ชื่อนั่นก็คือ ปุ๋ยกำแพงทอง ที่ เรียกได้ว่ากำลังได้รับการตอบรับ จากชาวเกษตรกรที่ไม่แพ้กับ สินค้าการเกษตรค่ายอื่น ๆ เลยที เดียว พร้อมกันนี้ ทางด้านบอส ใหญ่ของค่ายนี้ยังเตรียมที่จะบุก ตลาดสินค้าเกษตรใน ตลาดเครือ ข่ายปี 2556 นี้ แบบครบเครื่องอีก ด้วยก็ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จ ของค่ายนี้ในการฉลองครบรอบ 2 ปีของการดำเนินธุรกิจซึ่งก็ต้อง มาดูกันว่าในปีนี้ ฮอไรซอน จะ ออกมาสร้างความตื่นเต้นได้ มากน้อยแค่ไหน


. ...ข้ามมาดูอีกความเคลื่อนไหวของ บริษัท บี.พี.โปร. เกรส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ภายใต้การคุมทัพของ สุเทพ บุญภักดี ประธานกรรมการ ก็ได้ ประกาศเตรียมที่จะจัดงานใหญ่ ประจำปีของบริษัทเลยทีเดียว นั่นก็คือ งานรวมพล คน บี.พี. ซึ่ง งานนี้จะมีการจัดขึ้นในวันที่ 10 มีนาคม 2556 นี้ ณ หอประชุม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต ภายในงานจะมีพิธีมอบเสื้อ เกียรติยศ ใหแ้ก่ผู้ที่ประสบความ สำเร็จ พร้อมกับมีศิลปิน ดารา นักร้อง มาให้ความบันเทิง ไม่ว่า จะเป็น กระแต-กระต่าย อาร์ สยาม, สนุ๊ก สิงห์มาตร มาให้ ความบันเทิงในงาน พร้อมกันนั้น ยังมีในส่วนของรางวัลต่าง ๆ มากมาย อาทิ เช่น รถยนต์ สร้อย คอทองคำ พัดลม ตู้เย็น มอเตอร์ ไซด์ จักรยาน เป็นต้น...นับว่าเป็น อีกหนึ่งค่ายที่เร่งเครื่องธุรกิจด้วย การเรียกนํ้าย่อยสร้างความ มั่นคง และความเชื่อมั่นของ ธุรกิจได้อย่างมากเลยทีเดียว เรียกได้ว่า ทั้งหมดนี้ ถือ เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่สำคัญ ในการสร้างความเชื่อมั่นของ บริษัทฯ ขายตรงหลาย ๆ ค่าย เลยก็ว่าได้ ซึ่งหากใครที่โหมโรง ได้ร้อนแรงมากกว่า ก็หย่อมได้ เปรียบกว่านั่นเอง!!




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 338 ประจำวันที่ 16-28 กุมภาพันธ์ 2556

วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ประมวลช็อตเด็ดขายตรงปี55 ร้อนระอุทุกอณูตั้งแต่ต้นปีถึงปลายปี


ซูมภาพธุรกิจขายตรงปี55 พบคลื่นความแรงปะทุตั้งแต่ต้นปี หลังหลายค่ายยอดขายพุ่งสวนวิกฤติ เผยไตรมาสที่ 1 ทุกค่ายเร่งกลยุทธ์ดึงธุรกิจตื่น ทั้งเสริมความแข็งแกร่งด้วยโฆษณา-สื่อทีวี-โปรโมชั่น พร้อมระบุครึ่งปีแรกข่าวฉาวขายตรงเพียบ ตลาดผลิตภัณฑ์สตรีดังพลุแตก...ส่วนครึ่งปีหลังตลาดขายตรงร้อนระอุ หลังหน่วยงานรัฐสับแหลกธุรกิจนอกรีดดิ้นไม่หลุด

หากจะให้พูดถึงสถานการณ์ต่าง ๆ ในธุรกิจขายตรง ตั้งแต่ต้นปีจนถึงสิ้นปีนี้ เชื่อว่าหลาย ๆ ท่าน คงจำเรื่องราวของธุรกิจนี้ได้เป็นอย่างดี แต่ก็เชื่อว่ามีหลาย ๆ คน จำนวนไม่น้อยเช่นกัน ที่ยังจำเหตุการณ์เรื่องราวในธุรกิจขายตรงไม่ได้แบบเต็มร้อยเสียทีเดียว
โดยปักษ์นี้ทีมข่าว ตลาดวิเคราะห์ ขอมาประมวลภาพรวม ธุรกิจขายตรง ออกมาให้ทุกท่านได้ ย้อนรำลึก ถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตลอดปี 2555 ที่ผ่านมาอีกครั้ง เชื่อว่าหลาย ๆ ท่านในที่นี้ คงจะจำภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ได้อย่างแน่นอน โดยเชื่อว่าแต่ละเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต่างล้วนแล้ว น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งทีเดียว


Q1ขายตรงยอดขายร้อนฉ่า
ทุกค่ายเร่งกลยุทธ์ดึงธุรกิจตื่น
...ต้องบอกว่า เริ่มต้นปี 2555 นั้น พบว่า หลาย ๆ ค่ายในบริษัทขายตรง ต่างออกอาวุธหมัดเด็ด ด้วยการสร้างความเชื่อมั่นของธุรกิจอย่างเมามันทีเดียว เห็นได้จาก เมื่อจบไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ หลาย ๆ ค่าย ต่างมียอดขายที่เรียกว่าเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก เริ่มตั้งแต่พี่ใหญ่อย่าง แอมเวย์ เอง ที่ยังคงยึดเก้าอี้แชมป์ยอดขายในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ โดยสามารถมียอดขายเติบโตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 7-10% เช่นเดียวกับทางด้าน ซูเลียน ที่มียอดขายในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ที่เติบโตมากกว่า 20% หรือมียอดขายกว่า 1,400 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีในส่วนของค่าย กิฟฟารีน ที่มีตัวเลขเติบโตอยู่ที่ 10% ในช่วงไตรมาสที่ 1 รวมถึงเอม สตาร์ มียอดขายเติบโตเพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนค่ายหมอเส็ง มีตัวเลขในไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ เติบโตอยู่ที่ 20-25% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาปีที่ผ่านมา...เรียกได้ว่าขายตรงแต่ละค่าย ต่างมียอดขายที่ถือว่าเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก ถึงแม้ว่าจะเจอวิกฤติในเรื่องของภาวะน้ำท่วมลากยาวมาถึงต้นปีนี้ก็ตามที

ซึ่งต้องบอกว่า ไม่ใช่เฉพาะในเรื่องของยอดขายในไตรมาสที่ 1 ที่ทำให้หลาย ๆ ค่าย ต่างยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ แต่ทั้งนี้ยังพบอีกว่า ในช่วงไตรมาสที่ 1 มีหลาย ๆ ค่าย ต่างออกมาปล่อยทีเด็ดเพื่อกระตุ้นธุรกิจกันอย่างมากมายทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นทางด้านค่าย โกลด์แคทส์ ก็ได้ออกมาอัดกลยุทธ์แบบครบเครื่อง ด้วยการเปิดตัว 2 ทายาทนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง ไปพร้อม ๆ กับการเตรียมแผนบุกตลาดเต็มร้อย ด้วยการทุ่มทุนสร้างสื่อทีวีดาวเทียมช่อง GIFT Channel ลุยตีตลาดในวงการขายตรงแบบครบเครื่อง

ค่าย ดีเน็ทเวิร์ค ออกมาประกาศรุกตลาดด้วย 7 จุดยุทธศาสตร์ พร้อมกับการเข็นสินค้าใหม่สู้ศึกอย่างมากมาย โดยในช่วงไตรมาสที่ 1 นั้น สินค้าที่ทาง ดีเน็ทเวิร์ค นำออกมาตีตลาด คือ สินค้าสำหรับท่านชาย Seven Zeed จากประเทศไต้หวัน...เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่สร้างความฮือฮาได้อย่างมากทีเดียว
ส่วนอีกหนึ่งข่าวที่หลาย ๆ คน คงพอที่จะจำกันได้เป็นอย่างดี ในกรณีของค่าย ไทยเฮลท์ ที่มีข่าวฉ่าวออกมาว่า มีตัวแทนขายโอเวอร์เคลม อวดสรรพคุณเกินจริงผ่านเว็บจนทิ่มตา อย. เข้า...ซึ่งเรื่องนี้ถูกกลายเป็นประเด็น ที่ถูกจับจ้องรับปีมังกรทองกันเลย จนทางด้าน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ต้องออกมาร่อนออกข่าวประชาสัมพันธ์เตือน! ผู้บริโภค อย่าตกเป็นเหยื่อหลงเชื่อโฆษณาที่เกินความเป็นจริง โดยเฉพาะการโฆษณาผ่านเว็บไซต์ ที่ตัวแทนขายโอเวอร์เคลมสรรพคุณสินค้าเกินความเป็นจริง...!!.ซึ่งในเวลานั้น ทางด้านเอ็มดีใหญ่ของค่าย ไทยเฮลท์ ก็ออกมาโต้ว่า นโยบายโฆษณาบริษัทฯ อยู่ในกรอบควบคุมของทาง อย. ไม่คิดที่จะออกนอกลู่ นอกทาง แถมที่ผ่านมา ไม่เคยโฆษณาขายสินค้าผ่านเว็บไซต์แต่อย่างใด ก็เป็นอีกหนึ่งข่าวที่หลาย ๆ คน ต่างเฝ้าดูความคืบหน้าของเรื่องนี้กันอย่างใกล้ชิดทีเดียว

เช่นเดียวกับทางด้านขายตรงน้องใหม่เอง ในช่วงไตรมาสที่ 1 ก็พบว่า หลาย ๆ ค่ายต่างส่งไม้เด็ดออกอาวุธครบมือเพียบ ทั้งในส่วนของ สินค้า-แผนการตลาด-โปรโมชั่น เรียกได้ว่ามีการเปิดเกมรบหมดหน้าตัก หวังเขย่าธุรกิจเพื่อต้องการแจ้งเกิดกันเลย

ส่วนอีกหนึ่งเรื่องที่น่ายินดีสำหรับค่าย นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส อิงค์ นั่นก็คือ การตอกย้ำบริษัทชั้นนำระดับโลก ด้วยการคว้า 2 รางวัล การันตีคุณภาพความสำเร็จ จากการจัดอันดับของ อินเวสเตอรส์ บิสซิเนส เดลี่ หรือ ไอบีดี ให้เป็น1 ใน 100 บริษัทที่ดีที่สุดประจำปี 2011 และเป็น 1 ใน 1,000 บริษัทมหาชน ที่มีการเติบโตเร็วที่สุดในโลกจาก ดิ อินเตอร์เนชั่นแนล บิสซิเนส ไทมส์ หรือไอบีทีอีกด้วย

ต่อกันด้วยค่าย หมอเส็ง ที่ออกมาประกาศรุกฆาต กางตำราทุ่มงบกว่า 200 ล้านบาท ลุยสื่อเต็มอัตราศึก เพื่อหวังที่จะปูทางให้สมาชิก พิชิตความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการโฆษณาผ่าน 3,5,7,9 ซึ่งนับว่าหมากเกมนี้ ทางด้านคุณหมอเส็ง วางหมากเพื่อที่จะเป็นเครื่องมือสำคัญ ให้กับสมาชิกได้สามารถทำงานได้ง่ายขึ้นจริง ๆ

ส่วนอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สร้างความคึกคักให้กับสมรภูมิรบขายตรงได้ไม่น้อย นั่นก็คือ การเปิดศึกช่วงชิงพื้นที่ความยิ่งใหญ่ในตลาดเครือข่ายขายตรงของค่ายใหญ่หลาย ๆ ค่าย ที่ออกมาเดินเกมได้อย่างน่ากลัวเริ่มจาก ...แอมเวย์ ที่นำร่อง ปรับผลตอบแทนอีกรอบ หวังที่จะดึงสมาชิกไม่ให้ปันใจหนีไปค่ายอื่น แถมยังมุ่งเน้นรุกตลาดผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์คอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีในส่วนของ กิฟฟารีน ก็ไม่น้อยหน้า กางตำราเพิ่มอินเทนซีฟ 2 เท่า พร้อมกับจัดโปรโมชั่นพิเศษ เอาใจสมาชิกตลอดทั้งปี ส่วน คังเซน-มิสทีน-เอสเนเจอร์ ก็ออกมางัดลูกเล่นใหม่สารพัด หลังจากที่โดนขายตรงหน้าใหม่ รุกประชิดติดหน้าประตูบ้าน ด้วยการออกอาวุธแบบครบเครื่องกันเลยทั้งในส่วนของโฆษณาประชา สัมพันธ์ สินค้าที่โดนใจ


ครึ่งปีแรกข่าวฉาวขายตรงเพียบ
ตลาดผลิตภัณฑ์สตรีดังพลุแตก
...เช่นเดียวกับอีกหนึ่งข่าวดัง ที่ประโคมข่าวหน้า 1 หนังสือพิมพ์ตลาดวิเคราะห์ นั่นก็คือ ผู้บริหารโอทูฯ เดือด หลังถูกบริษัทขายตรงจอมลวงโลก 2 ค่าย แอบอ้างโรงงานการผลิต มาจากแหล่งเดียวกันกับ โอทู ฟลาโวเจน พร้อมกับมีการนำภาพโฆษณาขึ้นเว็บหรา ขนาดเว็บช่อง intv.co.th ยังเข้ามาล้วงคองูเห่า โชว์โลโก้โอทูฯ แต่คลิกดูเนื้อหาข้างในกลับเป็นคนละบริษัท

โดยในช่วงนั้นทางด้าน กัญจนา ผู้จัดการโรงงานผลิตโอทู ฟลาโวเจน ก็ได้ออกมากล่าวว่า ตนเองไม่มีส่วนรู้เห็นเป็นใจให้ค่ายอื่น ยังให้ความไว้วางใจบริษัท โอทูฯ เป็นตัวแทนจำหน่ายเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น เช่นเดียวกับทางด้าน ขวัญชัย ปิยะทัศน์ ก็ออกมาเคลียร์ใจจับมือโรงงานลุยตลาดเกษตรเหมือนเดิม พร้อมกับเตรียมเปิดตัวโอทูขวดเล็กหวังบุกตลาดล่างกลุ่มเกษตร

นอกจากนี้ ยังมีในส่วนของกรณีค่าย ซัน คลาร่า สินค้าฟิตกระชับที่ในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ ก็เกิดปัญหาเช่นกัน โดยในช่วงนั้น ค่าย สตาร์ ซันไชน์ ที่นำโดย โกสิทธิ์ ผะลิวรรณ์ ก็ได้ออกแบรนด์ใหม่ที่ชื่อว่า คลาร่า พลัส พร้อมกับจ้างโรงงานอื่นผลิตสินค้าให้ และไม่ใช้บริการ บริษัท เนเชอรัล เฮิร์บ อินดัสทรี จำกัด เหมือนเดิม ด้วยเหตุนี้เอง ที่ทำให้ทางสมาชิกในช่วงเวลานั้น เกิดความสับสนหวั่นสูตรเพี้ยนคุณภาพไม่เหมือนเดิม จนผลสุดท้ายทางด้าน ธนอรรถ ตรีธิติธัญ ผู้ผลิต ซัน คลาร่า สูตรฟิตกระชับเจ้าตำรับ ก็ได้ออกมาประกาศว่าในกลางเดือนเมษายนนี้ พร้อมที่จะออกผลิต ภัณฑ์ใหม่ชื่อ ซัน คลาร่า พลัส เลขที่ อย. 11-1-03654-1-0005 ที่สำคัญ ยังประกาศอีกว่า หาก สตาร์ ซันไชน์ ไปใช้บริการจากโรงงานผลิตอื่น บริษัทฯ จำเป็นต้องมอบแบรนด์นี้ ให้ค่ายขายตรงรายอื่นทำตลาดต่อไป...เรียกว่ากระแสของผลิตภัณฑ์ ซัน คลาร่า ค่อนข้างที่จะร้อนแรงอย่างมากทีเดียวในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา

...นับได้ว่า ในช่วงครึ่งปีแรกกระแสของผลิตภัณฑ์ภายในสำหรับสุภาพสตรีค่อนข้างมาแรงอย่างมากทีเดียว หลังจากที่ ซัน คลาร่า ออกมาสร้างกระแสจนดังเปรี้ยงป้าง จนส่งผลให้หลาย ๆ ค่าย ต่างกระโดดเข้ามาร่วมแชร์ในตลาดนี้ เห็นได้จาก ค่าย แอมริช ขายตรงคลื่นลูกใหม่ ที่ได้ส่งผลิตภัณฑ์ ออไรท์ ใช่เลย เพื่อภายในผู้หญิง สูตรดั้งเดิม พร้อมกับทุ่มงบ 80 ล้าน ลงสื่อทีวีดาวเทียม ควบคู่กับวิทยุชมชนกว่า 1,200 สถานี จนวันนี้เรียกว่าผลิตภัณฑ์ ออไรท์ กำลังอยู่ในกระแสของตลาดและหลาย ๆ คนเริ่มที่จะรู้จักกันอย่างมากขึ้นด้วย เช่นเดียวกับทาง โอทู ก็ได้ออกสินค้า ภายในผู้หญิง ที่ชื่อว่า เอฟ-ทู มาเขย่าตลาดเช่นกัน
เช่นเดียวกับข่าวของทางด้านอดีตมือปราบแชร์ลูกโซ่อย่าง พ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ ที่ถูก นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวง พร้อมกับมีหนังสือย้ายฟ้าผ่าจากผบ.สำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญา ไปเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านคดีพิเศษมีผลทันที ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งข่าวที่สร้างความตกตะลึงให้กับหลาย ๆ คน ได้อย่างมากทีเดียว และจากนั้นไม่นาน ทางด้าน พ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ เอง ก็ได้ โบกมืออำลาสื่อ เออรี่ตัวเองก่อนเกษียณ พร้อมกับปิดฉากมือปราบแชร์ลูกโซ่ขายตรงลงทันที


ตลาดขายตรงครึ่งปีหลังระอุ
หน่วยรัฐสับแหลกธุรกิจนอกรีด
...เช่นเดียวกับ ข่าวร้อนมาแรงในช่วงเริ่มต้นครึ่งปีหลัง ที่ทำให้ทางผู้ประกอบการขายตรงต่างเครียดขึ้นสมองหลังกันเลย หลังจากที่ถูก วรวัจน์ เอื้ออภิญ ญกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ได้มีใบสั่งให้สคบ. บีบคอ บริษัทขายตรง ให้ซื้อประกันสินค้ากับ ทิพยประกันภัย โดยคิดค่าเบี้ยประกันภัยร้อยละ 0.1 0.5 จากยอดขายแต่ละปี เพื่อเป็นการเยียวยาให้แก่ผู้บริโภค โดยเอา ตราสัญลักษณ์คุ้มครองผู้บริโภค มาเป็นตัวล่อ ซึ่งเรื่องนี้ทำเอาผู้ประกอบการหลาย ๆ ค่าย ต่างออกมาโต้ว่า ถือเป็นการแบกภาระที่ซ้ำซ้อน เนื่องจากบริษัทขายตรงทุกค่าย ต่างมีระบบประกันคุณภาพสินค้าอยู่แล้ว...ซึ่งเป็นข่าวที่หลาย ๆ ฝ่ายต่างเฝ้าจับตามองกันอย่างมากที่เดียวว่าจะหาทางออกที่ดีสำหรับผู้ประกอบการอย่างไร

ส่วนอีกหนึ่งข่าวที่สร้างความฮือฮาได้ไม่น้อยทีเดียวนั่นก็คือ การเปิดตัวเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) คนใหม่ที่ชื่อ จิรชัย มูลทองโร่ย โดยเลขาฯ คนใหม่ท่านนี้ ต้องบอกว่า เป็นผู้ที่ถูกสื่อวิจารณ์หนัก พรอมกับเป็นเลขาฯสคบ.คนแรก ที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในทางลบมากที่สุดด้วย

และหลังจากที่ได้รับตำแหน่งใหม่ได้ไม่นาน เรียกได้ว่า ช่วงนั้นมีข่าวมาว่า เลขาฯ สคบ.ท่านนั้น ค่อนข้างฟิตจัดอย่างมากทีเดียว ด้วยการออกหมัดแรก จี้ผู้ประกอบการขายตรงทำประกันสินค้า เพื่อรับ ตราสัญลักษณ์สคบ. รับสนองนโยบาย รมต.วรวัจน์ เอื้ออภิญ ญกุล พร้อมกับบอกว่า ไม่สนซ้ำซ้อนกฎหมายขายตรงที่ว่าด้วย การรับคืนสินค้ามาตรา ๓๖ ...เรียกได้ว่า เป็นอีกหนึ่ง แอ็ค ชั่นแรก ที่นายจิรชัย มูลทองโร่ย จะต้องลงมือเดินเครื่องเต็มสูบ นั่นก็คือ การขับเคลื่อน ตราสัญลักษณ์ สคบ. เพื่อให้บริษัทขายตรงนำไปเป็นโลโก้แห่งความเป็นมาตรฐาน อย่างล่าสุดก็มีข้อสรุปแล้วว่า ในส่วนของผู้ประกอบการที่จะได้ตราสัญลักษณ์ สคบ. นั้น จะต้องปฏิบัติ 3 แนวทาง ด้วยกัน คือ 1.ให้ทางธนาคารค้ำประกัน ตามวงเงินความเสี่ยงที่มี 2. ต้องมีการตั้งกองทุนขึ้นมา และ 3. การทำประกัน
...ส่วนอีกหนึ่งข่าวใหญ่ที่ส่งท้ายปีนี้ เลยก็ว่าได้ นั่นก็คือ การปิดบัญชีดำขายตรง DCHL ที่ทางด้าน สคบ. DSI กองปราบฯ ได้ร่วมมือกัน บุกจับตัวการใหญ่ DCHL ที่ย่านพระราม 9 หลังจาก ที่ได้มีการรวบรวมพยานหลักฐานแล้วพบว่า สามารถดำเนินคดีได้ พร้อมกับสามารถออกหมายจับได้ ซึ่งการจับกุมในครั้งนี้ ถือเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดูเลยก็ว่าได้

...จะเห็นได้ว่า ข่าวต่าง ๆ ที่ทาง นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ได้นำเสนอมานี้ คือ หลาย ๆ เหตุการณ์ที่ใครหลายคนที่อยู่วงการขายตรง คงพอที่จะจำกันได้บ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งทาง ทีมข่าวตลาดวิเคราะห์ ได้หยิบยกออกมาให้ทุกท่านได้ทราบเพียงคร่าว ๆ เท่านั้น เชื่อว่าตลอดระยะเวลา 1 ปี ที่ผ่านมานี้ ธุรกิจขายตรง หรือ ธุรกิจไหน ๆ ต่างก็คงที่จะเจอสารพัดปัญหาเข้ามารุมเร้าในธุรกิจอย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้อยู่ที่ว่าธุรกิจนั้นจะเจอปัญหามากน้อยแค่ไหนเท่านั้นเอง...ลองมาจับตากันดูต่อไปว่าในปี 2556 ที่กำลังจะคืบคลานมาถึงนี้ จะมีสิ่งแปลก ๆ ใหม่ ๆ เข้ามาในธุรกิจมากน้อยแค่ไหนอีกไม่นานคงรู้กันแน่!!!...


thaimlmnews.com ( เชื่อมตรงทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่งรวมธุรกิจเครือข่าย )


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ ตลาดวิเคราะห์ ประจำวันที่ 16-31 ธันวาคม 2555 ปีที่ 15 ฉบับที่ 334

วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ข่าวหมอเส็ง (Morseng) : คนจนรุ่นสุดท้าย ภายใต้บ้านหลังใหญ่หมอเส็ง (บุญเลิศ - จิราวรรณ ช่อเกตุ)


บุญเลิศ - จิราวรรณช่อเกตุ 2 สามีภรรยาคู่นี้...เป็นลูกชาวสวนพื้นเพเมืองเพชรบุรีทำงานรับเหมา
ทุกอย่างสารพัดสารพันเพื่อพลิกฟื้นชีวิตตัวเองให้ดีขึ้นแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จสมดั่งใจหวังเพราะชีวิตมีแต่หนี้สินล้นพ้นตัว
บุญเลิศ-จิราวัณ จึงล้มเลิก หันมาเปิดร้านขายวัสดุก่อสร้างมาประมาณ 20 กว่าปี หวังว่าการเป็นพ่อค้าขายวัสดุก่อสร้างและรับเหมาทั่วไป จะทำให้มีชีวิตที่ดีกว่าวันวาน จึงฝันอยากจะเปลี่ยนจากร้านค้าเล็ก ๆ ให้กลายเป็นร้านค้าที่ใหญ่โตประจำอำเภอ และมีชื่อเสียงโด่งดังให้ผู้คนมาใช้บริการข้ามอำเภอ แต่ด้วยเม็ดเงินที่มีอยู่อย่างน้อยนิด ก็ไม่สามารถลิขิตความฝันที่ยิ่งใหญ่กว่าได้ การต่อยอดไปสู่ความฝัน...จึงต้องพังครืนลงมาอีกครั้ง...

...พวกเขาทั้ง 2 จึงเบนเข็มชีวิตอีกครั้ง คราวนี้หันเหมาสู่วงการเครือข่ายขายตรง เครือข่ายที่หลายคนคุยนักคุยหนาว่า...จะเปลี่ยนชีวิตจากดินสู่ดาว และโกยความร่ำรวยอย่างไม่รู้จักจบจักสิ้น

ทั้ง 2 จึงตัดสินใจก้าวเข้าสู่วงการเครือข่ายขายตรงค่ายหนึ่ง ที่คิดว่าขายตรงทำแล้วรวยเร็วแน่ ๆ ตามคำคุยของคนที่มาชักชวน...และอาชีพเครือข่ายนี่แหละ จะสามารถสร้างเม็ดเงินก้อนโตให้กับพวกเราได้

วันแล้ว วันเล่า ที่เฝ้ารอ...นาทีแล้ว นาทีเล่าที่เฝ้าติดตาม...บวกกับจิตใจจดจ่ออยู่กับธุรกิจขายตรง...ตั้งหน้าตั้งตา ขยันแล้วขยันเล่า วนไปเวียนมา สุดท้ายมาตายกับคำว่า จะต้องรักษายอดทุกเดือน เม็ดเงินที่มีร่อยหรออยู่แล้ว ก็ถูกขายตรงดูดออกไปเพื่อการรักษายอด

เมื่อเม็ดเงินมีไม่พอจุนเจือ...ทางออกสุดท้าย ก็กู้...จนเจอภาวะหนี้สินที่ยืมมาจนล้นพ้นตัว จากหนี้ก้อนเล็ก ๆ ก็เริ่มพอกพูนเป็นก้อนโต ๆ เพื่อจะเอามา รักษายอด แค่เพียงไม่กี่คำ แต่ทำให้เรา 2 คนหมดตัว ก้าวไปสู่ภาวะ ชักหน้าไม่ถึงหลัง อีกระลอก...และเป็นระลอกที่หนักที่สุดในชีวิต
จึงแอบสัญญากับตัวเอง ว่า...นับจากนี้ไป จะเลิกทำธุรกิจขายตรงเด็ดขาดและห้ามเอาธุรกิจนี้เข้ามาในบ้านอีก

แต่สุดท้ายก็อดไม่ไหวเมื่อ บุญเลิศ ถูกชักชวนจากคนใกล้ตัวคุณมาโนช ผิวขำ มาชวนไปทำขายตรง (อีกแล้ว) บุญเลิศ เปรยถึงนาทีวิกฤติครั้งนั้น ซึ่งทั้งคู่ยังจำกันได้ดีว่า ขายตรง คือธุรกิจที่ชักนำวิกฤติเข้ามาในตัวบ้าน เพราะเคยบาดเจ็บหนักที่สุดมากกว่าครั้งไหน ๆ ในชีวิต

บุญเลิศ ก็ได้แอบคิดในใจว่า แหมเราเคยโดนหลอกมาแล้ว จะโดนหลอกให้ไปฟังอีกครั้งจะเป็นไรไป จึงเดินไปหาอีกครั้งตามคำชักจูง...โดยเข้าไปฟังแผนและสินค้าตัวหนึ่งที่เป็นสินค้าเกี่ยวกับว่านชักมดลูก ในวันนั้นคุณหมอ (หมอเส็ง) ก็ได้บรรยายสรรพคุณของตัวยาเอง เห็นเขาบอกว่า ดีนักดีหนา จึงได้ตัดสินใจซื้อมา ตอนเอาเข้ามาในบ้านครั้งแรก บอกกับภรรยาว่า เป็นเหล้านอก เพราะภรรยาบอกแล้วว่า อย่าเอาของพวกนี้เข้าบ้านอีก

วันหนึ่งลูกน้องมีอาการตกเลือดและเจ็บท้อง เลยลองให้เขาทาน ปรากฏว่า อาการก็เริ่มดีขึ้น ๆ เรื่อย ๆ จิราวรรณ ผู้เป็นภรรยาเห็นและรับทราบ เธอจึงตัดสินใจมาศึกษาสรรพคุณและก็ทานยานี้ด้วยตัวเอง แล้วก็ทานอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด แต่ตัวเธอเองก็ไม่รู้หรอกว่า ตัวเองรู้สึกดีขึ้น...เพราะเดินไปทางไหน ก็มีแต่คนทักว่า ไปทำอะไรมา ทำไมถึงดูดีขึ้น

จิราวรรณ ก็เริ่มสำรวจตัวเองและมองไปรอบตัว มองไปถึงลูกน้องที่เคยให้ทานยาว่านชักมดลูกตัวนี้...ก็ได้รับคำตอบเหมือนกันว่า ดูดีขึ้น...เธอก็เริ่มแปลกใจ เอ๊ะ!! ยาว่านชักมดลูกสรรพคุณมันเป็นอย่างไรกันแน่ ทำไมถึงมีแต่คนร้องทักว่า ดี

...เธอจึงตัดสินใจชวนสามีลองไปฟังอีกครั้ง เพื่อความมั่นใจ ในวันนั้นที่ไปพบ คุณหมอก็มาบรรยายด้วยตัวเอง เราฟังแล้วตัวยามีประโยชน์หลายอย่าง จึงเปิดใจเข้าร่วมทำธุรกิจกับ บริษัท แสงสุริยะฉัตร (2002) จำกัด

ซึ่ง บุญเลิศ-จิราวรรณ ได้บอกถึงจุดเริ่มต้นแห่งความสำเร็จว่า การทำงานเครือข่ายให้สำเร็จ เราต้องเริ่มต้นด้วยตัวเอง ด้วยการเอาสินค้าไปใช้เองก่อน เพื่อให้ทราบถึงคุณสมบัติจริง ๆ จากนั้นค่อยขยับขยายไปตามเพื่อนฝูง แล้วแต่ว่าเขาจะเชื่อหรือไม่ ขึ้นอยู่กับตัวเขาที่ได้สัมผัสเอง แล้วผลักตัวเองเข้าไปสู่ระบบการอบรม เมื่อแน่นเรื่องอบรมก็สู่ประสบการณ์การเรียนรู้จากภาคสนามจริง เพื่อต่อยอดให้สมาชิกหรือสายงาน แล้วค่อย ๆ เดินก้าวสู่ความสำเร็จในที่สุด

ณ ปัจจุบัน บุญเลิศ - จิราวรรณ พำนักอยู่ที่ชายคาบ้าน หมอเส็ง ร่วมระยะเวลา 9 ปีกว่า ๆ เขาทั้งคู่มีสมาชิกใต้สายงานกว่า 50,000 คน ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ กลาง อีสาน และก็ใต้ ปัจจุบันทั้งคู่ก้าวขึ้นตำแหน่งสูงสุด นั่นคือ คุณวุฒิฉัตรเพชร มีรายได้แตะหลักล้านต่อเดือน
...สามารถสร้างความฝันในอดีต สร้างให้เป็นความจริงได้ในวันนี้
ด้วยการขยับขยายร้านวัสดุก่อสร้าง กลายเป็นอาณาจักรหลายคูหา กลายเป็นร้านวัสดุก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดประจำอำเภอ ภายใต้ชื่อร้าน ส.เกตุแก้ว
เป็นบ้านหลังงาม ๆ กลายเป็นทรัพย์สินที่มีอยู่รายล้อมรอบตัว เพื่อไว้รองรับสมาชิกที่มาเยี่ยมเยือน...
พร้อมสร้างรีสอร์ทแสนสวย ให้กับลูกสาวสุดที่รักและหวงแหนไว้คอยดูแล

หมอเส็ง ทำให้เรามีชีวิตดีขึ้นทุกอย่าง ทั้งบ้าน รถ ที่ดิน ทรัพย์ทุกอย่างที่อยากได้ก็สามารถเนรมิตได้เหมือนดั่งฝัน และได้แปรเปลี่ยนความคิดมา ตกหลุมรัก ขายตรงอีกครั้ง และไม่จำเป็นต้องรักษายอดให้เปลืองเงินอีกต่อไป ความฝันความสำเร็จที่เป็นจริง สัมผัสได้ที่องค์กร หมอเส็ง หากคุณรักที่จะทำและตั้งใจจริง

ทีมงาน...จึงขอเปิดประตูบ้านในฝันหลังแรก เป็นอาคารสำนักงานขนาดใหญ่หลายคูหา ที่ถูกสร้างมาด้วยเงินสด ชั้นแรกถูกจัดให้เป็นร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้าง ในแต่ละห้องถูกแบ่งออกเป็นโซน ๆ เพราะที่นี่จะขายทุกอย่างที่เป็นอุปกรณ์ในการสร้างบ้าน เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาจะมาซื้อที่นี่ที่เดียวแล้วได้ของกลับไปครบมือ โซนถัดไป ก็จะเป็นพวกสีทาบ้านทุกชนิด พ่วงด้วยอุปกรณ์ครบครัน

เมื่อเข้ามาภายในตัวบ้าน บุญเลิศ และ จิราวรรณ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า บ้านหลังนี้มีสไตล์การตกแต่งที่เรียบง่าย โดยลูกสาวคนเก่งเป็นสถาปนึก คือ นึกอะไรได้ก็ทำไป บ้านจึงถูกจัดแบบเรียบง่าย สบาย ๆ เหมาะกับโทนสีของบ้านที่เป็นสีสันมองดูแล้วสบายตา โล่ง โปร่ง และน่าอยู่เป็นยิ่งนัก

...ชะเง้อมองตรงไปที่ส่วนครัว ก็ถูกจัดไว้อย่างกว้างขวาง มีการจัดแยกเป็นสัดส่วน...แม่บ้านอย่าง จิราวรรณ จึงถือโอกาสแสดงฝีมือการทำอาหารของชาวเพชรบุรีแท้ ๆ มาให้ทีมงานได้ลองลิ้มชิมรส...

จิราวรรณ บอกกับเราเพิ่มว่า บ้านหลังนี้พึ่งสร้างมาได้ไม่กี่เดือนและเพิ่งจะขึ้นบ้านหลังใหม่ไปเมื่อตอนเมษายนที่ผ่านมาบ้านหลังนี้บางครั้งก็เอาไว้สำหรับให้สมาชิกที่มาเยี่ยมเยือนมาพักได้...

ส่วนชั้นสองของตัวบ้าน มุมหนึ่งถูกจัดไว้ให้ลูกสาวแปะรูปสวย ๆ ติดไว้ข้างฝาผนัง ไว้คอยอวดความสวยของลูกสาว และหลานชาย - หลานสาวสุดที่รัก ถูกจัดเป็นมุมเล็ก ๆ ไว้ดูเล่น เพราะถ้าหากขึ้นบันไดมา ก็จะเห็นรูปเรียงรายเด่นเป็นสง่าอยู่ที่มุมของบ้าน...และทุกจุดทุกมุมของบ้าน จะเห็นสัญลักษณ์สีแดง ๆ ไว้ทุกมุม ทำตามคำร้องทักของซินแสที่คอยทำพิธีให้กับ คุณหมอเส็ง ท่านก็จะบอกว่า จัดบ้านแบบไหน มุมไหน ดูที่ฮวงจุ๊ยว่าดีหรือไม่ดี พอเราได้ทำตามเคล็ดก็รู้สึกสบายใจ บ้านเราจึงอยู่กันอย่างร่มเย็น เป็นสุข สบายตา และสบายใจ...

...บริเวณชั้น 2 ยังถูกแบ่งเป็นสัดส่วนสำหรับห้องนอนลูกสาวคนสวย และหลานชาย - หลานสาว คนละห้อง ส่วนห้องของสองตา - ยาย ก็อยู่เป็นห้องถัดไป และต่อมาก็จะเป็นระเบียงที่ให้สมาชิกมาจัดประชุม ทำกิจกรรมอะไรกันตรงนี้ได้ เพราะพื้นที่ส่วนหนึ่งก็เอื้อไว้ให้กับสมาชิก บุญเลิศ กล่าวเสริมว่า...เพราะจัดที่นี่ดีกว่าไปเสียเงินค่าเช่าโรงแรมให้เปลืองสตางค์ เรามาทำตรงนี้ จัดที่นี่ดีกว่า ประหยัดกว่ากันเยอะ

ถัดมาก็เป็นชั้นสามของตัวบ้าน ก็จะมีห้องโถง มองเข้าไปข้างใน ก็จะเป็นห้องพระ เพราะมีการอันเชิญพระเกจิดัง ๆ จากหลายที่มารวมไว้ในที่เดียวกัน...โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีทีมงานมาเยือน ก็จะพกเอาพระเกจิดัง ๆ มาฝากติดไม้ติดมือด้วยส่วนถัดไป ก็จะเป็นดาดฟ้าและมุมด้านหลังของบ้าน เหตุที่เลือกตรงนี้เพราะต้องการให้มองวิวด้านหลังของบ้าน ที่เป็นทิวเขาสวยงามมาก ๆ มีลมเอื่อย ๆ พัดโชยเย็นสบายชื่นใจ จิราวัณ กล่าวเสริมว่า...

สำหรับมุมนี้สร้างเอาไว้รับลมเย็นๆในช่วงที่เราทำงานมาเหนื่อยๆสามารถขึ้นมารับลมเย็นๆมานั่งเล่นมาจัดงานเลี้ยงหรือนอนดูดาว...ใครที่สนใจก็สามารถมาเที่ยวได้มีที่พักฟรีกินฟรีและได้ความรู้ดีๆจากผลิตภัณฑ์ หมอเส็ง กลับไปอีกด้วย

ท้ายสุดนี้ บุณเลิศ และ จิราวรรณ ยังฝากวลีงาม ๆ ทิ้งท้ายไว้เป็นข้อคิด หากใครที่ยังไม่มีงานทำหรือยังไม่ได้ลงทุนทำอะไรให้ลองเข้ามาศึกษาในธุรกิจขายตรงนี้ของ หมอเส็ง เพราะที่นี่ทุกคนประสบความสำเร็จได้ก็เริ่มต้นชีวิตมาจากรากหญ้าแค่เรามีความขยันซื่อสัตย์อดทนตรงนี้ถ้าใครอยากเดินเข้ามาเราพร้อมที่จะให้ความรู้กับทุกๆท่านแล้วเดินทางไปสู่ความสำเร็จพร้อมๆกัน

วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

วัดแรงเหวี่ยงขายตรงพันธุ์ไทย5เดือนแรก เหนี่ยวไกอาวุธครบมือหวังพลิกธุรกิจเฟื่อง


เปิดกึ๋นคัมภีร์รบเหล่าผู้ประกอบการขายตรง หลังพบช่วง 5 เดือนแรก หลายค่ายใส่ไอเดียความคิดทางธุรกิจเพียบ!...ด้าน “นีโอ ไลฟ์” เดินเกมตลาดแบบไม่ยั้ง ทั้งสร้างผู้ประสบความสำเร็จประดับวงการพรึบ พร้อมประกาศบุกอาเซียนเต็มพิกัด พ่วงท้ายสื่อครบมือ...ส่วน “จอย แอนด์ คอยน์” กระหน่ำเติมเต็มความมั่นคงทางธุรกิจ หมายพิชิตเป้าสู่ตลาดหลักทรัพย์... “มิทเชลล์” ปลุกธุรกิจตื่นพร้อมเสิร์ฟผลิตภัณฑ์ใหม่กลุ่มเครื่องสำอางเอาใจสุภาพสตรี... “หมอเส็ง” เดินเกมแบบครบเครื่องรุกสื่อเต็มพิกัด หวังสร้างแบรนด์บวกการรับรู้... “บี.พี.โปรเกรส” สร้างโรงงานเสริมความเชื่อมั่น เติมทัพหน้าเต็มอัตราศึกด้วยสื่อทีวีดาวเทียม
...ผ่านพ้นไปแล้ว 5 เดือนกับเกมการแข่งขันในธุรกิจขายตรง ซึ่งต้องบอกว่า เป็นการชิงไหว ชิงพริบและความเหนือชั้นอย่างมากทีเดียว เห็นได้จากแต่ละค่ายล้วนแล้วแต่ปล่อยหมัดเด็ดออกมาสร้างสีสันในตลาดอย่าง “ถึงพริก ถึงขิง” กันเลย 
เริ่มต้นอุ่นเครื่องขายตรงค่ายแรกของคนเครือข่ายรากหญ้า ที่ชั่วโมงนี้คงเป็นค่ายไหนเสียมิได้นอกจาก “นีโอ ไลฟ์” ภายใต้การนำทัพของ “ดร.นพรุจ เวชกุล” ที่เชื่อว่าหลายคนในธุรกิจนี้ต่างรู้จักเป็นอย่างดี เพราะค่ายนี้เรียกได้ว่ามีดีกรีคลื่นความแรงที่สุดแสนจะกระชากใจของใครหลายคนนั่นเอง 
อีกทั้งตลอดระยะเวลาในช่วงกว่า 12 ปีที่ผ่านมา “นีโอ ไลฟ์” สามารถเข็นคนสำเร็จมานับไม่ถ้วน จนสามารถลืมตาอ้าปากได้ โดยเฉพาะคนรากหญ้าที่สามารถพลิกชีวิตจากก้อนดินสู่ก้อนเพชรได้อย่างเหลือเชื่อทีเดียว เพราะเห็นได้จากการจัดงานประดับเข็มประจำเดือนแต่ละครั้งของค่ายนี้นั้น มีเหล่าผู้ประสบความสำเร็จที่เกิดขึ้นมาใหม่อย่างมากมายจนเรียกได้ว่ามากที่สุดในประเทศไทยหรือมากที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้...ซึ่งต้องบอกว่าทุกตำแหน่งล้วนแล้วแต่เกิดจากแรงผลักดันของธุรกิจ นีโอ ไลฟ์ ที่ช่วยให้เหล่าผู้นำทั้งหลายสำเร็จแทบทั้งสิ้น 
นับได้ว่า ความสำเร็จที่ท่านประธาน ดร.นพรุจ เวชกุล ได้กล่าวย้ำอยู่เสมอว่า ต้องการเห็นธุรกิจขายตรง นีโอ ไลฟ์ คือ ธุรกิจแห่งโอกาส เป็นธุรกิจสร้างงาน สร้างรายได้ หากทำได้ก็รวยได้จริง จึงไม่แปลกใจว่า ทำไมวันนี้ นีโอ ไลฟ์ ถึงประสบความสำเร็จได้ถึงเพียงนี้!...เรียกได้ว่า เป็นธุรกิจเครือข่ายที่สามารถพลิกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการขายตรงไทยได้เลยทีเดียวในช่วงที่ผ่านมาและในปัจจุบัน   
ที่สำคัญคัมภีร์สร้างความเกรียงไกรของธุรกิจนีโอ ไลฟ์ให้โลกกระหึ่มนั้น ไม่ได้หมดเพียงแค่นี้ แต่ยังเตรียมที่จะส่งต่อความร่ำรวยสู่พี่น้องประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย กับเป้าหมายที่สำคัญ คือ ต้องการไปยึดครองตลาดขายตรงในประเทศอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ รวมถึงในประเทศจีนและอินเดีย พร้อมกันนี้ นีโอ ไลฟ์ ยังได้ยกระดับขายตรงมืออาชีพ ด้วยการเปิดช่องทีวีดาวเทียม NEO TV เป็นของตัวเอง รวมถึงการเข้าไปเทคโอเว่อร์ “นสพ.สยามธุรกิจ” จนสำเร็จอีกด้วย... 
...ซึ่งวันนี้หากเปรียบขายตรงที่ชื่อ “นีโอ ไลฟ์” แล้วล่ะก็ คงเสมือน “พญาอินทรีย์หนุ่ม” ที่กำลังโฉบเฉี่ยวโลดแล่นอยู่บนน่านฟ้าขายตรงได้อย่างยิ่งใหญ่ทีเดียว…
...แต่กระนั้นก็ยังมีเครือข่ายพันธุ์ไทยอีกหนึ่งค่ายที่เข็นธุรกิจจนประสบความสำเร็จและเติบโตชนิดที่ว่าหลายๆ ท่านในที่นี้รู้จักกันเป็นอย่างดีนั่นก็คือ ขายตรงที่ชื่อ “จอย แอนด์ คอยน์” ภายใต้การนำทัพหน้าของ “ดร.สมชาย หัชลีฬหา” ซึ่งคัมภีร์เกมรบของค่ายนี้นั้น เรียกได้ว่าใช้ “กึ๋น” และ “มันสมอง” ในการบริหารธุรกิจแบบเฉียบคมและชัดเจนทั้งสิ้น!.. 
โดยแนวความคิดทางธุรกิจของ “จอย แอนด์ คอยน์” นั้น หากทุกท่านที่อยู่ในธุรกิจเครือข่ายคงพอที่จะทราบกิตติมศักดิ์ของผู้บริหารค่ายนี้ดีว่า เป็นผู้บริหารที่ค่อนข้างที่จะขายไอเดียในการทำธุรกิจแทบทั้งสิ้น เห็นได้จากยุทธศาสตร์ที่จับเอาสินค้าในหลากหลายรายการมาอยู่ในที่แห่งเดียว พร้อมกันนี้สมาชิกยังสามารถสะสมคะแนนเพื่อรับผลตอบแทนได้อีกด้วย เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งความเหนือชั้นที่ “ดร.สมชาย” พร้อมที่จะเสิร์ฟความสะดวกสบายให้กับคนเครือข่ายแบบโดนใจจริงๆ 
ที่สำคัญการมองการณ์ใหญ่ของ “ดร.สมชาย” ยังไม่หมดเพียงแค่นี้ ซึ่งหากล้วงลึกถึงยุทธศาสตร์คัมภีร์รบสำคัญของค่ายนี้แล้ว พบว่า กำลังที่จะรุกตลาดครั้งใหญ่ เพื่อที่จะสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจทั่วฟ้าเมืองไทยอีกด้วย อีกทั้งยังเตรียมที่จะบุกตลาดอาเซียนด้วยเช่นกัน 
เท่านั้นไม่พอ!...ล่าสุด บอสใหญ่ “จอย แอนด์ คอยน์” ยังได้ประกาศเป้าหมายใหญ่ที่เตรียมจะนำบริษัทฯ เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์อีกด้วย เห็นได้จากการเตรียมการเร่งซื้อที่ดินในพื้นที่ต่างๆ เพื่อที่จะสร้างห้างขายตรงสะดวกซื้อนั่นเอง...ด้วยแนวความคิดที่ว่า วันนี้การที่จะเข้าไปในตลาดหลักทรัพย์ได้เรื่องของความมั่นคงทางธุรกิจนั้นถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก...นับได้ว่า การที่ “จอย แอนด์ คอยน์” ปิ๊งไอเดียด้วยการกว้านซื้อที่ดินในการสร้างห้างขายตรงสะดวกซื้อนั้น ถือเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายที่สำคัญเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นคงของธุรกิจนั่นเอง!...    
ในขณะเดียวกันความสำคัญในเรื่องของการใช้สื่อทีวีของค่ายนี้ เรียกได้ว่าไม่ได้เป็นสองรองใครเช่นกัน เห็นได้จากมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์บริษัทฯ ตัวเองผ่านสื่อต่างๆ มากมาย อย่างล่าสุดที่ผ่านมา “จอย แอนด์ คอยน์” เอง ก็ได้ปล่อยหนังโฆษณาชุดใหม่ขึ้นมา เพื่อหวังที่จะดึงคนรุ่นใหม่เข้ามาสู่ธุรกิจ “จอย แอนด์ คอยน์” มากขึ้น 
ซึ่งนี่คือ อีกหนึ่งบริษัทขายตรงที่ต้องบอกว่า ในการก้าวเดินแต่ละช็อตนั้น ไม่ควรที่จะกะพริบตาเป็นอย่างยิ่งทีเดียว ขณะเดียวกันความครบเครื่อง ครบรส ครบทุกอารมณ์ที่ทางด้าน “ดร.สมชาย” นั้นจัดให้เพื่อสมาชิก ถือเป็นคัมภีร์บทใหม่ที่คนเครือข่ายควรติดตามอย่างมากเช่นกัน!!... 
…เช่นเดียวกับทางด้านค่าย “มิทเชลล์” ที่ได้เปิดเกมรุกอย่างเมามันส์ตั้งแต่แรกเริ่มของการทำธุรกิจ ด้วยคัมภีร์หมัดเด็ดที่โดนใจผู้บริโภคและสมาชิก ในช่วงเริ่มต้นธุรกิจด้วยการส่ง “อายูร่า พิ้งค์เลดี้” เขย่าตลาดขายตรงจนสั่นสะเทือนมาแล้ว และความเข้มข้นในการทะลุทะลวงใจคนเครือข่ายของ “มิทเชลล์” ไม่ได้หมดเพียงแค่นี้ แต่ยังเข็นสินค้าด้านการเกษตรออกมาตอบโจทย์เกษตรกรไทยอีกด้วย ภายใต้แบรนด์ “นางงาม” ซึ่งก็สามารถสร้างยอดขายได้เป็นอย่างดีทีเดียว 
ซึ่งยุทธศาสตร์การต่อยอดความสำเร็จของ “มิทเชลล์” ไม่ได้หมดเพียงแค่นี้!...แต่ยังส่งต่อความร่ำรวยของธุรกิจด้วยนโยบายลุยเปิด Shop ในพื้นที่ทุกตำบลด้วยเป้าหมายที่ว่า “หนึ่งตำบล หนึ่ง Shop” ตามเป้าหมายที่วางไว้ 2,000 Shop ภายในปีนี้ และล่าสุดยังพบอีกว่า “มิทเชลล์” เอง ได้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในหมวดเครื่องสำอางในช่วงไตรมาสที่ 2 เพื่อนำมาสนองความต้องการของสุภาพสตรีอีกด้วย 
โดยความสำเร็จของ “มิทเชลล์” กว่าที่จะมาถึงวันนี้ได้นั้น นอกเหนือจากเรื่องของสินค้าที่โดนใจคนเครือข่ายอย่างทะลุทะลวงแล้ว อีกหนึ่งขีปนาวุธที่สำคัญ ที่เรียกว่าใช้แล้วเห็นผลอย่างมากเลยทีเดียวสำหรับค่ายนี้ นั่นก็คือ การมีช่องทีวีดาวเทียมเป็นของตัวเองที่ชื่อ “PINK TV” ที่ถือเป็นตัวกระจายแบรนด์ให้คนทั่วประเทศต่างรู้จักมิทเชลล์นั่นเอง 
...ด้านค่าย “หมอเส็ง” ก็ถือได้ว่าไม่ได้น้อยหน้าค่ายอื่นเช่นกัน กับยุทธศาสตร์ติดปีก ด้วยการเริ่มเปิดฉากความแรงทางธุรกิจตั้งแต่ช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ กับการประกาศรุกฆาตธุรกิจอย่างหนักหน่วงกว่าในช่วงที่ผ่านมา ด้วยการอัดสื่อแบบเต็มอัตราศึก ทั้งฟรีทีวี 3, 5, 7, 9 ทีวีดาวเทียม สื่อวิทยุชุมชน และบิลบอร์ดมากขึ้น ซึ่งวันนี้หากใครที่ชมทีวีตามช่องต่างๆ หรือพบเห็นโฆษณาตามสถานที่ต่างๆ คงจะเริ่มชินตากันบ้างแล้ว…และนั่นก็หมาย ความว่า การโหมแรงทางด้านสื่อคือ อีกหนึ่งตัวแปรที่สำคัญ ในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จชนิดที่ว่าเห็นผลแบบฉับไว
หากเจาะลึกถึงคัมภีร์พิชิตใจคนเครือข่ายของค่าย “หมอเส็ง” คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องของคุณภาพสินค้าถือเป็นใบเบิกทางความสำเร็จของธุรกิจได้อย่างชัดเจนเช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีในเรื่องของแผนการตลาดที่มีความมั่นคงโดนใจคนเครือข่ายอีกด้วย ที่สำคัญเชื่อว่าด้วยความพร้อมของธุรกิจที่มีเพียบพร้อมเกือบทุกด้านนี่เอง คือ ยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการก้าวสู่ความสำเร็จของค่ายนี้นั่นเอง แต่ทั้งนี้ก็ยังเชื่อว่าธุรกิจหมอเส็งนับจากนี้ คงน่าที่จะมีอะไรใหม่ๆ ออกมาสู่ตลาดเครือข่ายอย่างแน่นอน     
...นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งค่ายที่กำลังฟูมฟักยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญในการก้าวทะยานสู่ความสำเร็จในธุรกิจเครือข่ายนั่นก็คือ “บริษัท บี.พี.โปรเกรส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด” ภายใต้การนำทัพของ “สุเทพ บุญภักดี” ที่เปิดตัวแรงตั้งแต่ต้นปี และวันนี้ธุรกิจก็ยังคงแรงแบบฉุดไม่อยู่ด้วยเช่นกัน    
โดยยุทธศาสตร์คัมภีร์การบุกตลาดของขายตรงค่ายนี้นั้น เริ่มต้นจากการเขย่าตลาดภูธรก่อน โดยที่ในช่วงเริ่มต้นการทำธุรกิจเรียกได้ว่าไม่มีสื่อในมือในการสร้างการรับรู้เลย แต่ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า ค่ายนี้ก็ยังสามารถก้าวเดินในสมรภูมิรบขายตรงได้อย่างสง่างาม ส่วนหนึ่งที่ทำให้ค่ายนี้เติบโตขึ้นมาได้ อาจเป็นเพราะการเข้าทำตลาดแบบถึงลูก ถึงคน การคลุกคลีอยู่กับสมาชิก จนเรียกได้ว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน ในขณะเดียวกันเรื่องของสินค้าที่โดนใจคนรากหญ้าก็มีส่วนที่สำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความน่าเชื่อถือและความเชื่อมั่นให้กับสมาชิกได้ด้วยเช่นกัน 
แต่ที่เป็นเครื่องการันตีถึงความมั่นคงทางธุรกิจที่ไม่สามารถปฏิเสธได้เลย นอกเหนือจากในเรื่องของสินค้าแล้ว “บี.พี.โปรเกรส” ยังได้มีการมองการณ์ใหญ่ ด้วยการทุ่มงบประมาณกว่า 100 ล้านบาท สร้างโรงงาน เพื่อเป็นฐานการผลิตสินค้าขนาดใหญ่ ป้อนให้กับมวลสมาชิก ที่อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมาในช่วงที่ผ่านมาอีกด้วย  
ซึ่ง “ความบ้(า)บิ่น” และ “กล้าได้ กล้าเสีย” ของค่ายนี้ยังไม่หมดเพียงแค่นี้ แต่ยังได้มองการณ์ไกลอีกหนึ่งสเต็ปนั่นคือ การขยายเครือข่ายให้ได้มากที่สุด ด้วยการรุกสื่อทีวีดาวเทียม เพื่อสร้างการรับรู้ให้ผู้บริโภคได้รับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของธุรกิจ “บี.พี.โปรเกรส” มากขึ้น 
จะเห็นได้ว่า ยุทธศาสตร์ของค่ายนี้ ส่วนใหญ่จะเน้นการสร้างผู้นำให้มีความแข็งแกร่งก่อน เพราะเห็นได้จากผู้นำที่
อยู่ภายใต้ชายคาของ “บี.พี.โปรเกรส” ส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่มีศักยภาพที่จะขับเคลื่อนธุรกิจแทบทั้งนั้น จึงไม่ใช่เรื่องที่แปลกว่า เมื่อผู้นำพร้อม สินค้าพร้อม ระบบการจัดการพร้อม และยิ่งได้แรงเหวี่ยงของสื่อทีวีดาวเทียมเข้ามาช่วยอีกแรงแล้ว จึงทำให้วันนี้ธุรกิจ “บี.พี.โปรเกรส” เติบโตได้อย่างสมราคาคุยจริงๆ!!.. 
...นับได้ว่า ยุทธศาสตร์ของขายตรงในแต่ละค่ายดังที่กล่าวมานี้ อาจเรียกว่าเป็นอีกหนึ่ง “คัมภีร์บทใหม่” ใน “ธุรกิจขายตรง” พ.ศ.นี้เลยก็ว่าได้ ที่กำลังจะสร้างความยิ่งใหญ่ให้กับอุตสาหกรรมขายตรงเติบโตในทิศทางที่ดีขึ้นนั่นเอง...และเชื่อว่าหากเมื่อหล่อหลอมยุทธ์ศาสตร์ของแต่ละค่ายรวมกันแล้ว “แสนยานุภาพ” ความร้อนแรงทางธุรกิจ คงดังกระหึ่มทั่วฟ้าเมืองไทย และดังเกรียงไกรสู่สายตาชายโลกด้วยเช่นกัน!!...

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 320 ประจำวันที่ 16 - 31 พฤษภาคม 2555         

วัดแรงเหวี่ยงขายตรงพันธุ์ไทย5เดือนแรก เหนี่ยวไกอาวุธครบมือหวังพลิกธุรกิจเฟื่อง


เปิดกึ๋นคัมภีร์รบเหล่าผู้ประกอบการขายตรง หลังพบช่วง 5 เดือนแรก หลายค่ายใส่ไอเดียความคิดทางธุรกิจเพียบ!...ด้าน “นีโอ ไลฟ์” เดินเกมตลาดแบบไม่ยั้ง ทั้งสร้างผู้ประสบความสำเร็จประดับวงการพรึบ พร้อมประกาศบุกอาเซียนเต็มพิกัด พ่วงท้ายสื่อครบมือ...ส่วน “จอย แอนด์ คอยน์” กระหน่ำเติมเต็มความมั่นคงทางธุรกิจ หมายพิชิตเป้าสู่ตลาดหลักทรัพย์... “มิทเชลล์” ปลุกธุรกิจตื่นพร้อมเสิร์ฟผลิตภัณฑ์ใหม่กลุ่มเครื่องสำอางเอาใจสุภาพสตรี... “หมอเส็ง” เดินเกมแบบครบเครื่องรุกสื่อเต็มพิกัด หวังสร้างแบรนด์บวกการรับรู้... “บี.พี.โปรเกรส” สร้างโรงงานเสริมความเชื่อมั่น เติมทัพหน้าเต็มอัตราศึกด้วยสื่อทีวีดาวเทียม
...ผ่านพ้นไปแล้ว 5 เดือนกับเกมการแข่งขันในธุรกิจขายตรง ซึ่งต้องบอกว่า เป็นการชิงไหว ชิงพริบและความเหนือชั้นอย่างมากทีเดียว เห็นได้จากแต่ละค่ายล้วนแล้วแต่ปล่อยหมัดเด็ดออกมาสร้างสีสันในตลาดอย่าง “ถึงพริก ถึงขิง” กันเลย 
เริ่มต้นอุ่นเครื่องขายตรงค่ายแรกของคนเครือข่ายรากหญ้า ที่ชั่วโมงนี้คงเป็นค่ายไหนเสียมิได้นอกจาก “นีโอ ไลฟ์” ภายใต้การนำทัพของ “ดร.นพรุจ เวชกุล” ที่เชื่อว่าหลายคนในธุรกิจนี้ต่างรู้จักเป็นอย่างดี เพราะค่ายนี้เรียกได้ว่ามีดีกรีคลื่นความแรงที่สุดแสนจะกระชากใจของใครหลายคนนั่นเอง 
อีกทั้งตลอดระยะเวลาในช่วงกว่า 12 ปีที่ผ่านมา “นีโอ ไลฟ์” สามารถเข็นคนสำเร็จมานับไม่ถ้วน จนสามารถลืมตาอ้าปากได้ โดยเฉพาะคนรากหญ้าที่สามารถพลิกชีวิตจากก้อนดินสู่ก้อนเพชรได้อย่างเหลือเชื่อทีเดียว เพราะเห็นได้จากการจัดงานประดับเข็มประจำเดือนแต่ละครั้งของค่ายนี้นั้น มีเหล่าผู้ประสบความสำเร็จที่เกิดขึ้นมาใหม่อย่างมากมายจนเรียกได้ว่ามากที่สุดในประเทศไทยหรือมากที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้...ซึ่งต้องบอกว่าทุกตำแหน่งล้วนแล้วแต่เกิดจากแรงผลักดันของธุรกิจ นีโอ ไลฟ์ ที่ช่วยให้เหล่าผู้นำทั้งหลายสำเร็จแทบทั้งสิ้น 
นับได้ว่า ความสำเร็จที่ท่านประธาน ดร.นพรุจ เวชกุล ได้กล่าวย้ำอยู่เสมอว่า ต้องการเห็นธุรกิจขายตรง นีโอ ไลฟ์ คือ ธุรกิจแห่งโอกาส เป็นธุรกิจสร้างงาน สร้างรายได้ หากทำได้ก็รวยได้จริง จึงไม่แปลกใจว่า ทำไมวันนี้ นีโอ ไลฟ์ ถึงประสบความสำเร็จได้ถึงเพียงนี้!...เรียกได้ว่า เป็นธุรกิจเครือข่ายที่สามารถพลิกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการขายตรงไทยได้เลยทีเดียวในช่วงที่ผ่านมาและในปัจจุบัน   
ที่สำคัญคัมภีร์สร้างความเกรียงไกรของธุรกิจนีโอ ไลฟ์ให้โลกกระหึ่มนั้น ไม่ได้หมดเพียงแค่นี้ แต่ยังเตรียมที่จะส่งต่อความร่ำรวยสู่พี่น้องประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย กับเป้าหมายที่สำคัญ คือ ต้องการไปยึดครองตลาดขายตรงในประเทศอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ รวมถึงในประเทศจีนและอินเดีย พร้อมกันนี้ นีโอ ไลฟ์ ยังได้ยกระดับขายตรงมืออาชีพ ด้วยการเปิดช่องทีวีดาวเทียม NEO TV เป็นของตัวเอง รวมถึงการเข้าไปเทคโอเว่อร์ “นสพ.สยามธุรกิจ” จนสำเร็จอีกด้วย... 
...ซึ่งวันนี้หากเปรียบขายตรงที่ชื่อ “นีโอ ไลฟ์” แล้วล่ะก็ คงเสมือน “พญาอินทรีย์หนุ่ม” ที่กำลังโฉบเฉี่ยวโลดแล่นอยู่บนน่านฟ้าขายตรงได้อย่างยิ่งใหญ่ทีเดียว…
...แต่กระนั้นก็ยังมีเครือข่ายพันธุ์ไทยอีกหนึ่งค่ายที่เข็นธุรกิจจนประสบความสำเร็จและเติบโตชนิดที่ว่าหลายๆ ท่านในที่นี้รู้จักกันเป็นอย่างดีนั่นก็คือ ขายตรงที่ชื่อ “จอย แอนด์ คอยน์” ภายใต้การนำทัพหน้าของ “ดร.สมชาย หัชลีฬหา” ซึ่งคัมภีร์เกมรบของค่ายนี้นั้น เรียกได้ว่าใช้ “กึ๋น” และ “มันสมอง” ในการบริหารธุรกิจแบบเฉียบคมและชัดเจนทั้งสิ้น!.. 
โดยแนวความคิดทางธุรกิจของ “จอย แอนด์ คอยน์” นั้น หากทุกท่านที่อยู่ในธุรกิจเครือข่ายคงพอที่จะทราบกิตติมศักดิ์ของผู้บริหารค่ายนี้ดีว่า เป็นผู้บริหารที่ค่อนข้างที่จะขายไอเดียในการทำธุรกิจแทบทั้งสิ้น เห็นได้จากยุทธศาสตร์ที่จับเอาสินค้าในหลากหลายรายการมาอยู่ในที่แห่งเดียว พร้อมกันนี้สมาชิกยังสามารถสะสมคะแนนเพื่อรับผลตอบแทนได้อีกด้วย เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งความเหนือชั้นที่ “ดร.สมชาย” พร้อมที่จะเสิร์ฟความสะดวกสบายให้กับคนเครือข่ายแบบโดนใจจริงๆ 
ที่สำคัญการมองการณ์ใหญ่ของ “ดร.สมชาย” ยังไม่หมดเพียงแค่นี้ ซึ่งหากล้วงลึกถึงยุทธศาสตร์คัมภีร์รบสำคัญของค่ายนี้แล้ว พบว่า กำลังที่จะรุกตลาดครั้งใหญ่ เพื่อที่จะสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจทั่วฟ้าเมืองไทยอีกด้วย อีกทั้งยังเตรียมที่จะบุกตลาดอาเซียนด้วยเช่นกัน 
เท่านั้นไม่พอ!...ล่าสุด บอสใหญ่ “จอย แอนด์ คอยน์” ยังได้ประกาศเป้าหมายใหญ่ที่เตรียมจะนำบริษัทฯ เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์อีกด้วย เห็นได้จากการเตรียมการเร่งซื้อที่ดินในพื้นที่ต่างๆ เพื่อที่จะสร้างห้างขายตรงสะดวกซื้อนั่นเอง...ด้วยแนวความคิดที่ว่า วันนี้การที่จะเข้าไปในตลาดหลักทรัพย์ได้เรื่องของความมั่นคงทางธุรกิจนั้นถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก...นับได้ว่า การที่ “จอย แอนด์ คอยน์” ปิ๊งไอเดียด้วยการกว้านซื้อที่ดินในการสร้างห้างขายตรงสะดวกซื้อนั้น ถือเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายที่สำคัญเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นคงของธุรกิจนั่นเอง!...    
ในขณะเดียวกันความสำคัญในเรื่องของการใช้สื่อทีวีของค่ายนี้ เรียกได้ว่าไม่ได้เป็นสองรองใครเช่นกัน เห็นได้จากมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์บริษัทฯ ตัวเองผ่านสื่อต่างๆ มากมาย อย่างล่าสุดที่ผ่านมา “จอย แอนด์ คอยน์” เอง ก็ได้ปล่อยหนังโฆษณาชุดใหม่ขึ้นมา เพื่อหวังที่จะดึงคนรุ่นใหม่เข้ามาสู่ธุรกิจ “จอย แอนด์ คอยน์” มากขึ้น 
ซึ่งนี่คือ อีกหนึ่งบริษัทขายตรงที่ต้องบอกว่า ในการก้าวเดินแต่ละช็อตนั้น ไม่ควรที่จะกะพริบตาเป็นอย่างยิ่งทีเดียว ขณะเดียวกันความครบเครื่อง ครบรส ครบทุกอารมณ์ที่ทางด้าน “ดร.สมชาย” นั้นจัดให้เพื่อสมาชิก ถือเป็นคัมภีร์บทใหม่ที่คนเครือข่ายควรติดตามอย่างมากเช่นกัน!!... 
…เช่นเดียวกับทางด้านค่าย “มิทเชลล์” ที่ได้เปิดเกมรุกอย่างเมามันส์ตั้งแต่แรกเริ่มของการทำธุรกิจ ด้วยคัมภีร์หมัดเด็ดที่โดนใจผู้บริโภคและสมาชิก ในช่วงเริ่มต้นธุรกิจด้วยการส่ง “อายูร่า พิ้งค์เลดี้” เขย่าตลาดขายตรงจนสั่นสะเทือนมาแล้ว และความเข้มข้นในการทะลุทะลวงใจคนเครือข่ายของ “มิทเชลล์” ไม่ได้หมดเพียงแค่นี้ แต่ยังเข็นสินค้าด้านการเกษตรออกมาตอบโจทย์เกษตรกรไทยอีกด้วย ภายใต้แบรนด์ “นางงาม” ซึ่งก็สามารถสร้างยอดขายได้เป็นอย่างดีทีเดียว 
ซึ่งยุทธศาสตร์การต่อยอดความสำเร็จของ “มิทเชลล์” ไม่ได้หมดเพียงแค่นี้!...แต่ยังส่งต่อความร่ำรวยของธุรกิจด้วยนโยบายลุยเปิด Shop ในพื้นที่ทุกตำบลด้วยเป้าหมายที่ว่า “หนึ่งตำบล หนึ่ง Shop” ตามเป้าหมายที่วางไว้ 2,000 Shop ภายในปีนี้ และล่าสุดยังพบอีกว่า “มิทเชลล์” เอง ได้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในหมวดเครื่องสำอางในช่วงไตรมาสที่ 2 เพื่อนำมาสนองความต้องการของสุภาพสตรีอีกด้วย 
โดยความสำเร็จของ “มิทเชลล์” กว่าที่จะมาถึงวันนี้ได้นั้น นอกเหนือจากเรื่องของสินค้าที่โดนใจคนเครือข่ายอย่างทะลุทะลวงแล้ว อีกหนึ่งขีปนาวุธที่สำคัญ ที่เรียกว่าใช้แล้วเห็นผลอย่างมากเลยทีเดียวสำหรับค่ายนี้ นั่นก็คือ การมีช่องทีวีดาวเทียมเป็นของตัวเองที่ชื่อ “PINK TV” ที่ถือเป็นตัวกระจายแบรนด์ให้คนทั่วประเทศต่างรู้จักมิทเชลล์นั่นเอง 
...ด้านค่าย “หมอเส็ง” ก็ถือได้ว่าไม่ได้น้อยหน้าค่ายอื่นเช่นกัน กับยุทธศาสตร์ติดปีก ด้วยการเริ่มเปิดฉากความแรงทางธุรกิจตั้งแต่ช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ กับการประกาศรุกฆาตธุรกิจอย่างหนักหน่วงกว่าในช่วงที่ผ่านมา ด้วยการอัดสื่อแบบเต็มอัตราศึก ทั้งฟรีทีวี 3, 5, 7, 9 ทีวีดาวเทียม สื่อวิทยุชุมชน และบิลบอร์ดมากขึ้น ซึ่งวันนี้หากใครที่ชมทีวีตามช่องต่างๆ หรือพบเห็นโฆษณาตามสถานที่ต่างๆ คงจะเริ่มชินตากันบ้างแล้ว…และนั่นก็หมาย ความว่า การโหมแรงทางด้านสื่อคือ อีกหนึ่งตัวแปรที่สำคัญ ในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จชนิดที่ว่าเห็นผลแบบฉับไว
หากเจาะลึกถึงคัมภีร์พิชิตใจคนเครือข่ายของค่าย “หมอเส็ง” คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องของคุณภาพสินค้าถือเป็นใบเบิกทางความสำเร็จของธุรกิจได้อย่างชัดเจนเช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีในเรื่องของแผนการตลาดที่มีความมั่นคงโดนใจคนเครือข่ายอีกด้วย ที่สำคัญเชื่อว่าด้วยความพร้อมของธุรกิจที่มีเพียบพร้อมเกือบทุกด้านนี่เอง คือ ยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการก้าวสู่ความสำเร็จของค่ายนี้นั่นเอง แต่ทั้งนี้ก็ยังเชื่อว่าธุรกิจหมอเส็งนับจากนี้ คงน่าที่จะมีอะไรใหม่ๆ ออกมาสู่ตลาดเครือข่ายอย่างแน่นอน     
...นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งค่ายที่กำลังฟูมฟักยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญในการก้าวทะยานสู่ความสำเร็จในธุรกิจเครือข่ายนั่นก็คือ “บริษัท บี.พี.โปรเกรส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด” ภายใต้การนำทัพของ “สุเทพ บุญภักดี” ที่เปิดตัวแรงตั้งแต่ต้นปี และวันนี้ธุรกิจก็ยังคงแรงแบบฉุดไม่อยู่ด้วยเช่นกัน    
โดยยุทธศาสตร์คัมภีร์การบุกตลาดของขายตรงค่ายนี้นั้น เริ่มต้นจากการเขย่าตลาดภูธรก่อน โดยที่ในช่วงเริ่มต้นการทำธุรกิจเรียกได้ว่าไม่มีสื่อในมือในการสร้างการรับรู้เลย แต่ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า ค่ายนี้ก็ยังสามารถก้าวเดินในสมรภูมิรบขายตรงได้อย่างสง่างาม ส่วนหนึ่งที่ทำให้ค่ายนี้เติบโตขึ้นมาได้ อาจเป็นเพราะการเข้าทำตลาดแบบถึงลูก ถึงคน การคลุกคลีอยู่กับสมาชิก จนเรียกได้ว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน ในขณะเดียวกันเรื่องของสินค้าที่โดนใจคนรากหญ้าก็มีส่วนที่สำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความน่าเชื่อถือและความเชื่อมั่นให้กับสมาชิกได้ด้วยเช่นกัน 
แต่ที่เป็นเครื่องการันตีถึงความมั่นคงทางธุรกิจที่ไม่สามารถปฏิเสธได้เลย นอกเหนือจากในเรื่องของสินค้าแล้ว “บี.พี.โปรเกรส” ยังได้มีการมองการณ์ใหญ่ ด้วยการทุ่มงบประมาณกว่า 100 ล้านบาท สร้างโรงงาน เพื่อเป็นฐานการผลิตสินค้าขนาดใหญ่ ป้อนให้กับมวลสมาชิก ที่อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมาในช่วงที่ผ่านมาอีกด้วย  
ซึ่ง “ความบ้(า)บิ่น” และ “กล้าได้ กล้าเสีย” ของค่ายนี้ยังไม่หมดเพียงแค่นี้ แต่ยังได้มองการณ์ไกลอีกหนึ่งสเต็ปนั่นคือ การขยายเครือข่ายให้ได้มากที่สุด ด้วยการรุกสื่อทีวีดาวเทียม เพื่อสร้างการรับรู้ให้ผู้บริโภคได้รับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของธุรกิจ “บี.พี.โปรเกรส” มากขึ้น 
จะเห็นได้ว่า ยุทธศาสตร์ของค่ายนี้ ส่วนใหญ่จะเน้นการสร้างผู้นำให้มีความแข็งแกร่งก่อน เพราะเห็นได้จากผู้นำที่
อยู่ภายใต้ชายคาของ “บี.พี.โปรเกรส” ส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่มีศักยภาพที่จะขับเคลื่อนธุรกิจแทบทั้งนั้น จึงไม่ใช่เรื่องที่แปลกว่า เมื่อผู้นำพร้อม สินค้าพร้อม ระบบการจัดการพร้อม และยิ่งได้แรงเหวี่ยงของสื่อทีวีดาวเทียมเข้ามาช่วยอีกแรงแล้ว จึงทำให้วันนี้ธุรกิจ “บี.พี.โปรเกรส” เติบโตได้อย่างสมราคาคุยจริงๆ!!.. 
...นับได้ว่า ยุทธศาสตร์ของขายตรงในแต่ละค่ายดังที่กล่าวมานี้ อาจเรียกว่าเป็นอีกหนึ่ง “คัมภีร์บทใหม่” ใน “ธุรกิจขายตรง” พ.ศ.นี้เลยก็ว่าได้ ที่กำลังจะสร้างความยิ่งใหญ่ให้กับอุตสาหกรรมขายตรงเติบโตในทิศทางที่ดีขึ้นนั่นเอง...และเชื่อว่าหากเมื่อหล่อหลอมยุทธ์ศาสตร์ของแต่ละค่ายรวมกันแล้ว “แสนยานุภาพ” ความร้อนแรงทางธุรกิจ คงดังกระหึ่มทั่วฟ้าเมืองไทย และดังเกรียงไกรสู่สายตาชายโลกด้วยเช่นกัน!!...

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 320 ประจำวันที่ 16 - 31 พฤษภาคม 2555         

วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2555

ยอดขาย บริษัทขายตรงฟันยอดขายกระฉูด ไตรมาสแรกของปี 2555

แหยงซ้ำรอย “เอาไม่อยู่” ผ่าน Q1 ขายตรงฟันยอดกระฉูด              !!!!
ผ่านไตรมาสแรกของปี 2555 ไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งถือเป็นด่านทดสอบอีกหนึ่งด่านของทุกธุรกิจ และแม้หลายธุรกิจจะยังซึมจากผลกระทบน้ำท่วมกันอยู่ก็ตาม แต่สำหรับธุรกิจขายตรงไทยแล้วกลับมียอดการเติบโตสวนกระแสหลังจากสิ้นเสียงนกหวีดปล่อยตัวในยกแรก ทุกค่ายต่างพากันเหยียบคันเร่งกันสุดแรง เหตุไม่มั่นใจว่าในอนาคตจะมีวิกฤติน้ำท่วมรอบใหม่เข้ามากระทบหรือไม่ โดยเฉพาะยักศ์ขายตรงรายเก๋าที่ต่างพากันงัดแผนเด็ดโกยยอดขายเป็นว่าเล่น ทั่งฟากสแตร์สเต็ปอย่าง “แอมเวย์-ซูเลียน-กิฟฟารีน” ยอด Q1 มาแรงไม่มีตก ยึดเก้าอี้อันดับ 1-3 อย่างเหนียวเน่น ขณะที่เหล่าบิ๊กไบนารี่ตบเท้ากันแข่งกวาดยอดพุ่งกระฉูดกันทั่วหน้าด้วยเช่นกัน


 



“แอมเวย์” ยึดเก้าอี้แชมป์ Q1 โตตามเป้า
“นายกิจธวัช ฤทธีราวี” กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ด้วยอัตราการเติบโตขอยอดขายในปี 2554 ที่ป่านมา แอมเวย์มีการชยายตัวเพิ่มขึ้นโดยมียอดขายรวมอยู่ที่ 15,500 ล้านบาท เติบโต 8% ส่งผลให้ในไตรมาสแรกของปีนี้แอมเวย์ยังคงเติบดตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 7-10% ทั้งนี้เป็นผลมาจากตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาบริษัทได้จัดกิจกรรมส่งเสริมกาตลาดมาอย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงดังกล่าวจะมีบริษัทเปิดใหม่เกิดขึ้นมากมาย ทำให้การแข่งขันในธุรกิจขายตรงในประเทศมีสีสันเพิ่มมากขึ้น แต่ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีเนื่องจากจะทำให้บริษัทมีการพัฒนาตัวเอง และเชื่อมั่นว่าการที่แอมเวย์ได้สร้างรากฐานการทำธุรกิจมานาน ทำให้นักธุรกิจของแอมเวย์ทุกคนมีความเป็นมืออาชีพ


 



“ซูเลียน” ปลื้มยอด Q1 ทะลุ 1,400 ล้าน
“ดร. ปิยะวัชร์ บุญยืนยงสกุล” ประธานกรรมการ บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แม้ในช่วงปลายปี 2554 ที่ผ่านมาซูเลียนจะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ แต่บริษัทสามารถสร้างยอดขายรวมในปี 2554 ที่ผ่านมาบริษัทสามารถสร้างยอดขายรวมในปี 2554 อยู่ที่ 5,540 ล้านบาท จากยอดขายดังกล่าวทำให้ซูเลียนก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทขายตรงที่มียอดขายเป็นอันดับ 2 ของประเทศ และตั้งแต่ต้นปี 2555 ที่ผ่านมาบริษัทได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย และจัดการประชุมให้ความรู้กับสมาชิกในศูนย์เอเยนซี่เฉลี่ยวันละ 200 แห่งทั่วประเทศ ส่งผลให้ยอดขายของบริษัทโดยเฉพาะในไตรมาสแรกเติบโตมากกว่า 20% หรือมียอดขายกว่า 1,400 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบดตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
“ไม่ว่าสถานการณ์บ้านเมืองจะวิกฤติอย่างไร คนก็ต้องกิน ต้องใช้ ต้องแปรงฟัน ยิ่งเศรษฐกิจไม่ดีสำหรับ ซูเลียน แล้วยิ่งสวนกระแส รวมถึงวันนี้แม้ ซูเลียน จะประสบความสำเร็จมากแค่ไหน หรือแม้กระทั้งจะทำได้ตามเป้าหมายแล้วก็ตามก็ไม่คิดที่จะหยุดอยู่แค่นี้เพราะชีวิตเรามีเป้าหมายเสมอและมีเป้าหมายให้ไปได้ตลอด


 



“กิฟฟารีน” ชี้ไตรมาสแรกโตตามเป้าที่ 10%
“นายพงศ์พสุ อุณาพรหม” ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสาร การตลาด บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด กล่าวถึงผลประกอบการของกิฟฟารีนในไตรมาสแรกว่า เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ กล่าวคือ ธุรกิจกิฟฟารีนเติบโตที่ตัวเลข 10% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาและถือว่าเป็นการเติบโตที่น่าพอใจมาก โดยสืบเนื่องจากบริษัทได้เปิดตัวสินค้าใหม่ๆ หลากรายการเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จึงส่งผลให้นักธุรกิจ และตลาดการจับจ่ายใช้สอบในธุรกิจกิฟฟารีนมีความคึกคัก รวมทั้งยังมีการจัดกิจกรรมในส่วนของการอบรมที่โรงแรมอินทรา และยังมีในส่วนของการสัมมนาในเขตพื้นที่ตามต่างขจังหวัดอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความเข้มข้นของธุรกิจฟื้นตัวเร็วมากจากเมื่อปีที่ผ่านมาที่ได้รับผลกระทบในส่วนของน้ำท่วมครั้งใหญ่
“ปีนี้กิฟฟารีนได้รุกหนักมาตั้งแต่ต้นปี โดยมีการทำงานภายใต้สมมุตืฐานที่ว่าน้ำกำลังท่วมอยู่เลยก็ว่าได้ ซึ่งจะมีการวางแผนงานทางด้านการผลิต ที่ต้องมีสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่องการขนส่ง มีการวางแผนใรการลุยธุรกิจทั้งแผน A และ แผน B จึงส่งผลให้ในไตรมาสแรกปีนี้ของกิฟฟารีนเติบโตเป็นอย่างที่น่าพอใจที่ตัวเลข 10% “ นายพงศ์พสุ กล่าว


 



“เอม สตาร์” ดันยอด 3 เดือนแรกพุ่ง 15%
“พญ.ลพา วัชรศรีโรจน์” ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท เอม สตาร์ เน็ทเวิร์ค จำกัด ระบุว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกของปีนี้เติบโตขึ้นอย่างมาก แต่กระนั้นก็ตามธุรกิจ เอม สตาร์ของเราจะไม่เหมือนบริษทอื่นๆ เพราะมีกาทำงานที่เน้นการสร้างผู้นำ จัดฝึกผบรมเรียนรู้ ให้กับนักธุรกิจอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งยังมีการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ของสินค้าหลากรายการ สอดรับกับแผนการทำงานของ “เอม สตาร์” ที่มีการซอบแบบถี่ยิบตั้งแต่ต้นปี เนื่องจากไม่สามารถคาดเดาได้ว่าน้ำจะท่วมหรือน้ำจะแล้ง ดังนั้น ไตรมาสแรกของปีนี้บริษัทจึงได้ลุยทำงานกันอย่างเต็มที่ ทำให้ยอดขายเติบโตเพิ่มขึ้น 15% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
“เชื่อว่าไตรมาส 2 และ 3 จะคึกคักมากกว่านี้ เนื่องจาก เอม สตาร์ จะรุกหนัก และลุยอย่างเต็มพิกัด จึงสามารถคาดการณ์ในส่วนของยอดขายในปลายปีนี้ว่าน่าจะปิดได้ที่ตัวเลข 5,000 กว่าล้านบาท เพราะธุรกิจเอม สตาร์ เป็นธุรกิจที่สร้างแรงเหวี่ยง ซึ่งจริงๆ แล้วเราต้องการที่จะทะลุยอดขาย 10,000 ล้านบาท แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย อย่างไรก็ตามปัจจุบันเรามีนักุรกิจที่เป็นมนุษย์เงินล้านเพิ่มขึ้นมาอีก  1 รหัสรวมเป็น 11 รหัส นี่จึงเป็นสิ่งที่สุดยอดที่สุดแล้ว เพราะเป็นการเติบโตและประสบความสำเร็จไปพร้อมกันระหว่างบริษัทและนักธุรกิจ เอม สตาร์ ซึ่งทางที่เรามาถึง ณ จุดนี้ได้คุณหมอรู้สึกพอใจอย่างมาก เพราะเราทำธุรกิจขึ้นมาทำธุรกิจขึ้นมามิใช่เพียงการขายของ แต่กำลังส่งมอบโอกาสที่ดี และสวยงามไปยังคนทั่วไปด้วยธุรกิจ เอม สตาร์” พญ.ลพา กล่าวทิ้งท้าย


 



“หมอเส็ง” โอ่ยอดขาย 3 เดือนแรกโต 25%
“นายฉัตรชัย แสงสุริยะฉัตร (คุณหมอเส็ง)” ประธานกรรมการ บริษัท แสงสุริยะฉัตร (2002) จำกัด กล่าวว่าสำหรับผลประกอบการไตรมาส 1 ของปีนี้ ธุรกิจหมอเส็งเติบโตราว 20-25% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาปีที่ผ่านมาซึ่งนับได้ว่าเป็นตัวเลขการเติบโตที่สูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้จากเดิมตั้งเป้าไว้ที่ 10-15% เท่านั้น ปัจจัยที่ผลักดันให้ยอดขายเติบโตได้นั้น มาจากแรงหนุนสำคัญที่บริษัทได้มุ่งเน้นโหมโฆษณาประชาสัมพันธ์รอบด้านอย่างต่อเนื่อง และคาดหวังว่าสิ่งที่ได้ทุ่มเทไปนั้นจะผลักดันให้ยอดขายโดยรวมพุ่งสุงถึง 4,000-5,000 ล้านบาท ภายในสิ้นปีนี้
“กลยุทธ์การตลาดแบบเดิมๆ เราจะมุ่งเน้นการเปิดศูนย์ให้บริการ เพื่อสร้างความสะดวกในการซื้อขาย การจัดฝึกอบรมสมาชิกให้มีความซื่อสัตย์ การเทรนนิ่งสินค้า แต่ในปีนี้ถือเป็นปีแห่งการลงทุนครั้งยิ่งใหญ่ ที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งจุมุ่งเน้นเจาะตลาดขายตรง และตลาดสากลสร้างความเชื่อมั่นทางธุรกิจอย่างเช่นล่าสุดได้โหมโฆษณาแบรนด์สินค้า ผ่านทางรถโดยสารประจำทาง ขสมก. Bus Ad จำนวน 10 คัน 10 สายทั่วกรุงเทพฯ อีกทั้งเพื่อเป็การขยายเครือข่ายรองรับการ เติบโตทางธุรกิจหมอเส็ง ได้จัดให้มีระบบคอลเซ็นเตอร์ เพื่อตอบคำถาม และมีปัญหาให้กับผู้ที่สนใจโทรมาปรึกษาได้ทุกวัน”


 



“J&C” จอย แอนด์ คอยน์ แรงดีไม่มีตก 3 เดือนฟัน 600 ล้าน
“ดร. สมชาย หัชลีฬหา” ประธานกรรมการ บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ จำกัด (J&C) เผยถึงตัวเลขยอดขายไตรมาสแรกของปี 2555 ว่า เติบโตเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้โดยมียอดขายอยู่ที่ 600 กว่าล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งปัจจัยที่ทำให้ยอดขายเติบโตดังกล่าวมาจากการที่บริษัทได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด และโปรโมชั่นต่างๆ ให้กับสมาชิกมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนทิศทางการเติบโตในไตรมาส 2 ของปีนี้คงต้องรอประเมินสถานการณ์ในภาพรวมของบริษัทก่อนว่า กิจกรรมที่ทำมาในช่วงไตรมาสแรกมากไป หรือน้อยเกินไป จากนั้นจึงจะค่อยมาปรับกลยุทธ์ด้านการตลาดกันอีกครั้ง
“ตอนนี้ยังไม่เห็นสัญญาณอะไรที่โดดเด่นมากนักสำหรับภาพรวมของธุรกิจขายตรง ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่าหลายบริษัทอยู่ระหว่างการปรับตัวเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ปกติหลังจากช่วงปลายปีที่แล้วได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมใหญ่ดังนั้นเอว่าตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป จะได้เห็นหลานยบริษัทปรับกลยุทธ์รูปแบบการนำเสนอธุรกิจแบบใหม่ และจัดโปรโมชั่นต่างๆมากขึ้น เพื่อกระตุ้นยอดขาย ซึ่งในส่วนของ J&C เองก็ได้เตรียมความพร้อมไว้แล้ว เพื่อกระตุ้นยอดขายให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2,500 ล้านบาทภายในสิ้นปีนี้”


 



“Cats.Com” บุกตลาดต่างประเทศโกยยอด 120 ล้านบาท
“นาย เอกวัฒน์ วงษ์ชูแก้ว” รองประธานบริหาร บริษัท แคทส์ ดอท คอม (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Cats.Com เปิดเผยว่า ยอดขายรวมในไตรมาสแรกของปีนี้อยู่ที่ 120 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 10 กว่าเปอร์เซ็นต์จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการที่บริษัทได้ขยายตลาดออกไปยัง่างประเทศโดยเฉพาะที่ประเทศกัมพูชาที่เพิ่งจัดงานแกรนด์โอเพ่นนิ่งไป โดยได้รับความสนใจจากสมาชิกในประเทศดังกล่าวเป็นจำนวนมาก และล่าสุดบริษัทได้เจรจากับนักลงทุนจากประเทศลาวเพื่อเข้าไปเปิดเป็นศูนย์สาขาในประเทศดังกล่าวเช่นกัน หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีสมาชิกบางส่วนได้เข้าไปขยายตลาดแล้วล่วงหน้าซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ยอดขายในปีนี้เติบโตตามที่ตั้งเป้าไว้ที่ 550 ล้านบาท
สำหรับแนวโน้มการเติบโตในไตรมาส 2 ของปีนี้นั้น นายเอกวัฒน์ กล่าวว่า บริษัทเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดเพิ่มอีกประมาณ 2-3 รายการ ทั้งในกลุ่มอาหารเสริม และเครื่องสำอาง เพื่อช่วยกระตุ้นยอดขาย นอกจากนี้ยังได้ขยายฐานตลาดใหม่ๆ เพิ่มขึ้น อาทิ การเข้าไปแนะแนวการทำธุรกิจขายตรงให้กับนักศึกษาของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน(กศน.) ในจังหวัดนครพนม ที่ยังอยู่ระหว่างการศึกษาอยู่ แต่สามารถมีรายได้เสริมอีกทางด้วย ซึ่งถือว่าได้รับความสนใจจากนักศึกษาและอาจารย์เป็นอย่างมาก


 



“ยูแคนดู” อู่ฟู่ 3 เดือนแรกโตเกินเป้า
“นายภคินท์ ยมโชติ” ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ยูแคนดู จำกัด กล่าวว่า ยอดขายในไตรมาสแรกของปีนี้อยู่ที่ 50 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 40 ล้านบาท ซึ่งปัจจัยการเติบโตดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการไปสร้างยอดขายขึ้นมา แต่เกิดจากการบริโภคของสมาชิกอย่างแท้จริง รวมถึงการที่บริษัทได้ทำกิจกรรมภายในและภายนอกองค์กร (CSR) ทำให้จำนวนสมาชิกเติบโตเพิ่มขึ้นมากกว่า 100% ต่อเดือนส่งผลให้ปัจจุบันมีจำนวนสมาชิกมากกว่า 3.5 หมื่นรหัสแล้ว
ส่วนกลยุทธ์ในช่วงไตรมาส 2 นั้นบริษัทจะเน้นการทำ CSR เพิ่มมากขึ้น และการทำการตลาดผ่านทางระบบดิจิตอลมาร์เก็ตติ้ง รวมถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เข้ามาเพิ่ม และการเปิดตัวสถานบันวิจัยและพัฒนายูแคนดู (R&D) อย่างเป็นทางการ เพื่อช่วยกระตุ้นยอดขาย และเพิ่มจำนวนสมาชิกให้มากขึ้น ขณะที่ไตรมาส 3-4 จะเน้นการตลาดด้านการท่องเที่ยวและกิจกรรมเพื่อสังคมมากขึ้น อย่างไรก็ตามจากอค์ประกอบดังกล่าวคาดว่าจะทำให้ยอดขายในช่วงสิ้นปีนี้เติบโตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 350-400 ล้านบาทได้อย่างแน่นอน


 



“ดีไลฟ์” เปลี่ยนแผนใหม่ดันยอดพุ่ง 120% 


“นายเทวัญ ดีใจงาม” ประธานกรรมการ บริษัท ดีไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า ยอดขายในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้มียอดขายอยู่ที่ 40 กว่าล้านลาท หรือเติบโตมากกว่า 120% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการปรับเปลี่ยนแผนการจ่ายผลตอบแทนให้กับสมาชิกจากเดิมเป็นแบบสแตร์เสต็ป มาเป็นโครงสร้างไบนารี่ ทำให้อัตราการเติบโตค่อนข้างชัดเจน รวมถึงการขยายศูนย์สาขาดีไลฟ์ เซ็นเตอร์ (DC) ทั่วประเทศ ทำให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภ ได้เร็วขึ้น ทำให้มั่นใจว่าสิ้นปีนี้ยอดขายน่าจะทะลุ 500 ล้านบาทได้อย่างแน่นอน


 



“Agel” ยอดพุ่งสวนกระแสโต 31%
นาย อครณัฐ สุทธพงษ์เกษตร รองประธานกรรมการ บริษัท อาเจล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด หรือ Agel กล่าวว่า ผลประกอบการไตรมาสแรกของปีนี้เติบโตเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4/2554 ที่ผ่านมาประมาณ 31% โดยมีองค์ประกอบหลายปัจจัยอาทิ
1. บริษัทแม่ในสหัฐอเมริกาประกาศชัดเจนว่าจะสนับสนุนการลงทุนในไทยอย่างเต็มที่
2. การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่หลายรายการซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค
3. การแสข่าวการโจมตีบริษัท อาเจล จากบริษัทคู่แข่งเริ่มน้อยลง ทำให้สมาชิกมีความเชื่อมั่นและมั่นใจในการทำงานมากยิ่งขึ้น
“ผลประกอบการใตรมาสแรกของปี่นี้เติบดตต่อเนื่องจาก ไตรมาส 4 ปีที่แล้วซึ่งเป้นการส่งสัญญาณให้เห็นแล้วว่าอาเจลณเริ่มกลับมาแล้ว แต่หากเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนคงต้องบอกว่าลดลง เนื่องจากปีที่แล้วเกิดปัญหาภายในขึ้น ขณะที่แนวโน้มไตรมาส 2 ของปีนี้เราเชื่อว่าอาเจลฯ จะยังคงเติบโตต่อเนื่องต่อไปอีก เพราะเราเตรียมจะเปิดตัวสินค้าใหม่เข้ามาเพิ่มอีกหลายรายการ อาทิ ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับดูแลช่องปาก และอาเจล โอเมก้า 3 ซึ่งจะทำให้ช่วยกระตุ้นยอดขายในไตรมาส 2 ได้นอกจากนี้บริษัทแม่ในสหรัฐฯ ยังไฟเขียวให้เข้าไปขยายตลาดไปยังประเทศกัมพูชา ซึ่งจะช่วยให้สมาชิกของอาเจลฯ ทำงานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น


อย่างไรก็ดีจากการคาดการณ์ของสมาคมการขายตรงไทย ได้ระบุถึงมูลค่าธุรกิจขายตรงในปี 2555 ว่าน่าจะอยู่ที่ตัวเลข 71,500 ล้านบาท หรือเติบโตร้อยละ 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ขยายตัวร้อยละ 5-7 เนื่องจากนำนวนผู้ว่างงานและความต้องการรายได้เสริมเพิ่มสูงขึ้น ด้านภาพการแข่งขันมีแนวโน้มว่าทุกค่ายจะหันมาเร่งสร้างยอดขายตั้งแต่ต้นปี เนื่องจากความไม่มั่นใจว่าในอนาคตจะมีปัจจัยเข้ามากระทบหรือไม่ประกอบกับหลายๆบริษัทชะลอหรืองดการออกแคมเปญมาตั้งแต่ปลายปีจากเหตุการณ์น้ำท่วม


ในขณะที่ ศูนย์วิจัยกสิการไทย มองว่าธุรกิจขายตรงยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีในปี 2555 เนื่องจากมีผู้ประกอบการรายใหม่สนใจเข้ามาในตลาดอย่างต่อเนื่อง ทั้งผู้ประกอบการจากสหรัฐฯ ที่เข้ามารุกธุรกิจนี้ในไทย และผู้ประกอบการคนไทยทำให้คาดว่าจะมีการแย่งตัวสมาชิกผู้แทนจำหน่าย โดยการปรับเพิ่มผลตอบแทน นอกจากนี้ การแข่งขันของผู้ประกอบการแต่ละค่าย ยังอาจเกิดขึ้นทั้งในมิติของสินค้า และการให้บริการที่มีคุณภาพมากขึ้น รวมทั้งการกระตุ้นยอดขายจากการปรับกลยุทธ์ด้วยการเสนอสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น เช่น การ ใช้คะแนนสะสมสำหรับซื้อสินค้าในราคาพิเศษ การเพิ่มแคมเปญทริปท่องเที่ยว เป็นต้น


 ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย:  นิตยสาร ลีดเดอร์ ไทม์   

ยอดขาย บริษัทขายตรงฟันยอดขายกระฉูด ไตรมาสแรกของปี 2555

แหยงซ้ำรอย “เอาไม่อยู่” ผ่าน Q1 ขายตรงฟันยอดกระฉูด              !!!!
ผ่านไตรมาสแรกของปี 2555 ไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งถือเป็นด่านทดสอบอีกหนึ่งด่านของทุกธุรกิจ และแม้หลายธุรกิจจะยังซึมจากผลกระทบน้ำท่วมกันอยู่ก็ตาม แต่สำหรับธุรกิจขายตรงไทยแล้วกลับมียอดการเติบโตสวนกระแสหลังจากสิ้นเสียงนกหวีดปล่อยตัวในยกแรก ทุกค่ายต่างพากันเหยียบคันเร่งกันสุดแรง เหตุไม่มั่นใจว่าในอนาคตจะมีวิกฤติน้ำท่วมรอบใหม่เข้ามากระทบหรือไม่ โดยเฉพาะยักศ์ขายตรงรายเก๋าที่ต่างพากันงัดแผนเด็ดโกยยอดขายเป็นว่าเล่น ทั่งฟากสแตร์สเต็ปอย่าง “แอมเวย์-ซูเลียน-กิฟฟารีน” ยอด Q1 มาแรงไม่มีตก ยึดเก้าอี้อันดับ 1-3 อย่างเหนียวเน่น ขณะที่เหล่าบิ๊กไบนารี่ตบเท้ากันแข่งกวาดยอดพุ่งกระฉูดกันทั่วหน้าด้วยเช่นกัน


 



“แอมเวย์” ยึดเก้าอี้แชมป์ Q1 โตตามเป้า
“นายกิจธวัช ฤทธีราวี” กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ด้วยอัตราการเติบโตขอยอดขายในปี 2554 ที่ป่านมา แอมเวย์มีการชยายตัวเพิ่มขึ้นโดยมียอดขายรวมอยู่ที่ 15,500 ล้านบาท เติบโต 8% ส่งผลให้ในไตรมาสแรกของปีนี้แอมเวย์ยังคงเติบดตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 7-10% ทั้งนี้เป็นผลมาจากตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาบริษัทได้จัดกิจกรรมส่งเสริมกาตลาดมาอย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงดังกล่าวจะมีบริษัทเปิดใหม่เกิดขึ้นมากมาย ทำให้การแข่งขันในธุรกิจขายตรงในประเทศมีสีสันเพิ่มมากขึ้น แต่ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีเนื่องจากจะทำให้บริษัทมีการพัฒนาตัวเอง และเชื่อมั่นว่าการที่แอมเวย์ได้สร้างรากฐานการทำธุรกิจมานาน ทำให้นักธุรกิจของแอมเวย์ทุกคนมีความเป็นมืออาชีพ


 



“ซูเลียน” ปลื้มยอด Q1 ทะลุ 1,400 ล้าน
“ดร. ปิยะวัชร์ บุญยืนยงสกุล” ประธานกรรมการ บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แม้ในช่วงปลายปี 2554 ที่ผ่านมาซูเลียนจะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ แต่บริษัทสามารถสร้างยอดขายรวมในปี 2554 ที่ผ่านมาบริษัทสามารถสร้างยอดขายรวมในปี 2554 อยู่ที่ 5,540 ล้านบาท จากยอดขายดังกล่าวทำให้ซูเลียนก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทขายตรงที่มียอดขายเป็นอันดับ 2 ของประเทศ และตั้งแต่ต้นปี 2555 ที่ผ่านมาบริษัทได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย และจัดการประชุมให้ความรู้กับสมาชิกในศูนย์เอเยนซี่เฉลี่ยวันละ 200 แห่งทั่วประเทศ ส่งผลให้ยอดขายของบริษัทโดยเฉพาะในไตรมาสแรกเติบโตมากกว่า 20% หรือมียอดขายกว่า 1,400 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบดตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
“ไม่ว่าสถานการณ์บ้านเมืองจะวิกฤติอย่างไร คนก็ต้องกิน ต้องใช้ ต้องแปรงฟัน ยิ่งเศรษฐกิจไม่ดีสำหรับ ซูเลียน แล้วยิ่งสวนกระแส รวมถึงวันนี้แม้ ซูเลียน จะประสบความสำเร็จมากแค่ไหน หรือแม้กระทั้งจะทำได้ตามเป้าหมายแล้วก็ตามก็ไม่คิดที่จะหยุดอยู่แค่นี้เพราะชีวิตเรามีเป้าหมายเสมอและมีเป้าหมายให้ไปได้ตลอด


 



“กิฟฟารีน” ชี้ไตรมาสแรกโตตามเป้าที่ 10%
“นายพงศ์พสุ อุณาพรหม” ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสาร การตลาด บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด กล่าวถึงผลประกอบการของกิฟฟารีนในไตรมาสแรกว่า เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ กล่าวคือ ธุรกิจกิฟฟารีนเติบโตที่ตัวเลข 10% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาและถือว่าเป็นการเติบโตที่น่าพอใจมาก โดยสืบเนื่องจากบริษัทได้เปิดตัวสินค้าใหม่ๆ หลากรายการเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จึงส่งผลให้นักธุรกิจ และตลาดการจับจ่ายใช้สอบในธุรกิจกิฟฟารีนมีความคึกคัก รวมทั้งยังมีการจัดกิจกรรมในส่วนของการอบรมที่โรงแรมอินทรา และยังมีในส่วนของการสัมมนาในเขตพื้นที่ตามต่างขจังหวัดอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความเข้มข้นของธุรกิจฟื้นตัวเร็วมากจากเมื่อปีที่ผ่านมาที่ได้รับผลกระทบในส่วนของน้ำท่วมครั้งใหญ่
“ปีนี้กิฟฟารีนได้รุกหนักมาตั้งแต่ต้นปี โดยมีการทำงานภายใต้สมมุตืฐานที่ว่าน้ำกำลังท่วมอยู่เลยก็ว่าได้ ซึ่งจะมีการวางแผนงานทางด้านการผลิต ที่ต้องมีสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่องการขนส่ง มีการวางแผนใรการลุยธุรกิจทั้งแผน A และ แผน B จึงส่งผลให้ในไตรมาสแรกปีนี้ของกิฟฟารีนเติบโตเป็นอย่างที่น่าพอใจที่ตัวเลข 10% “ นายพงศ์พสุ กล่าว


 



“เอม สตาร์” ดันยอด 3 เดือนแรกพุ่ง 15%
“พญ.ลพา วัชรศรีโรจน์” ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท เอม สตาร์ เน็ทเวิร์ค จำกัด ระบุว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกของปีนี้เติบโตขึ้นอย่างมาก แต่กระนั้นก็ตามธุรกิจ เอม สตาร์ของเราจะไม่เหมือนบริษทอื่นๆ เพราะมีกาทำงานที่เน้นการสร้างผู้นำ จัดฝึกผบรมเรียนรู้ ให้กับนักธุรกิจอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งยังมีการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ของสินค้าหลากรายการ สอดรับกับแผนการทำงานของ “เอม สตาร์” ที่มีการซอบแบบถี่ยิบตั้งแต่ต้นปี เนื่องจากไม่สามารถคาดเดาได้ว่าน้ำจะท่วมหรือน้ำจะแล้ง ดังนั้น ไตรมาสแรกของปีนี้บริษัทจึงได้ลุยทำงานกันอย่างเต็มที่ ทำให้ยอดขายเติบโตเพิ่มขึ้น 15% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
“เชื่อว่าไตรมาส 2 และ 3 จะคึกคักมากกว่านี้ เนื่องจาก เอม สตาร์ จะรุกหนัก และลุยอย่างเต็มพิกัด จึงสามารถคาดการณ์ในส่วนของยอดขายในปลายปีนี้ว่าน่าจะปิดได้ที่ตัวเลข 5,000 กว่าล้านบาท เพราะธุรกิจเอม สตาร์ เป็นธุรกิจที่สร้างแรงเหวี่ยง ซึ่งจริงๆ แล้วเราต้องการที่จะทะลุยอดขาย 10,000 ล้านบาท แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย อย่างไรก็ตามปัจจุบันเรามีนักุรกิจที่เป็นมนุษย์เงินล้านเพิ่มขึ้นมาอีก  1 รหัสรวมเป็น 11 รหัส นี่จึงเป็นสิ่งที่สุดยอดที่สุดแล้ว เพราะเป็นการเติบโตและประสบความสำเร็จไปพร้อมกันระหว่างบริษัทและนักธุรกิจ เอม สตาร์ ซึ่งทางที่เรามาถึง ณ จุดนี้ได้คุณหมอรู้สึกพอใจอย่างมาก เพราะเราทำธุรกิจขึ้นมาทำธุรกิจขึ้นมามิใช่เพียงการขายของ แต่กำลังส่งมอบโอกาสที่ดี และสวยงามไปยังคนทั่วไปด้วยธุรกิจ เอม สตาร์” พญ.ลพา กล่าวทิ้งท้าย


 



“หมอเส็ง” โอ่ยอดขาย 3 เดือนแรกโต 25%
“นายฉัตรชัย แสงสุริยะฉัตร (คุณหมอเส็ง)” ประธานกรรมการ บริษัท แสงสุริยะฉัตร (2002) จำกัด กล่าวว่าสำหรับผลประกอบการไตรมาส 1 ของปีนี้ ธุรกิจหมอเส็งเติบโตราว 20-25% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาปีที่ผ่านมาซึ่งนับได้ว่าเป็นตัวเลขการเติบโตที่สูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้จากเดิมตั้งเป้าไว้ที่ 10-15% เท่านั้น ปัจจัยที่ผลักดันให้ยอดขายเติบโตได้นั้น มาจากแรงหนุนสำคัญที่บริษัทได้มุ่งเน้นโหมโฆษณาประชาสัมพันธ์รอบด้านอย่างต่อเนื่อง และคาดหวังว่าสิ่งที่ได้ทุ่มเทไปนั้นจะผลักดันให้ยอดขายโดยรวมพุ่งสุงถึง 4,000-5,000 ล้านบาท ภายในสิ้นปีนี้
“กลยุทธ์การตลาดแบบเดิมๆ เราจะมุ่งเน้นการเปิดศูนย์ให้บริการ เพื่อสร้างความสะดวกในการซื้อขาย การจัดฝึกอบรมสมาชิกให้มีความซื่อสัตย์ การเทรนนิ่งสินค้า แต่ในปีนี้ถือเป็นปีแห่งการลงทุนครั้งยิ่งใหญ่ ที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งจุมุ่งเน้นเจาะตลาดขายตรง และตลาดสากลสร้างความเชื่อมั่นทางธุรกิจอย่างเช่นล่าสุดได้โหมโฆษณาแบรนด์สินค้า ผ่านทางรถโดยสารประจำทาง ขสมก. Bus Ad จำนวน 10 คัน 10 สายทั่วกรุงเทพฯ อีกทั้งเพื่อเป็การขยายเครือข่ายรองรับการ เติบโตทางธุรกิจหมอเส็ง ได้จัดให้มีระบบคอลเซ็นเตอร์ เพื่อตอบคำถาม และมีปัญหาให้กับผู้ที่สนใจโทรมาปรึกษาได้ทุกวัน”


 



“J&C” จอย แอนด์ คอยน์ แรงดีไม่มีตก 3 เดือนฟัน 600 ล้าน
“ดร. สมชาย หัชลีฬหา” ประธานกรรมการ บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ จำกัด (J&C) เผยถึงตัวเลขยอดขายไตรมาสแรกของปี 2555 ว่า เติบโตเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้โดยมียอดขายอยู่ที่ 600 กว่าล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งปัจจัยที่ทำให้ยอดขายเติบโตดังกล่าวมาจากการที่บริษัทได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด และโปรโมชั่นต่างๆ ให้กับสมาชิกมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนทิศทางการเติบโตในไตรมาส 2 ของปีนี้คงต้องรอประเมินสถานการณ์ในภาพรวมของบริษัทก่อนว่า กิจกรรมที่ทำมาในช่วงไตรมาสแรกมากไป หรือน้อยเกินไป จากนั้นจึงจะค่อยมาปรับกลยุทธ์ด้านการตลาดกันอีกครั้ง
“ตอนนี้ยังไม่เห็นสัญญาณอะไรที่โดดเด่นมากนักสำหรับภาพรวมของธุรกิจขายตรง ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่าหลายบริษัทอยู่ระหว่างการปรับตัวเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ปกติหลังจากช่วงปลายปีที่แล้วได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมใหญ่ดังนั้นเอว่าตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป จะได้เห็นหลานยบริษัทปรับกลยุทธ์รูปแบบการนำเสนอธุรกิจแบบใหม่ และจัดโปรโมชั่นต่างๆมากขึ้น เพื่อกระตุ้นยอดขาย ซึ่งในส่วนของ J&C เองก็ได้เตรียมความพร้อมไว้แล้ว เพื่อกระตุ้นยอดขายให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2,500 ล้านบาทภายในสิ้นปีนี้”


 



“Cats.Com” บุกตลาดต่างประเทศโกยยอด 120 ล้านบาท
“นาย เอกวัฒน์ วงษ์ชูแก้ว” รองประธานบริหาร บริษัท แคทส์ ดอท คอม (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Cats.Com เปิดเผยว่า ยอดขายรวมในไตรมาสแรกของปีนี้อยู่ที่ 120 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 10 กว่าเปอร์เซ็นต์จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการที่บริษัทได้ขยายตลาดออกไปยัง่างประเทศโดยเฉพาะที่ประเทศกัมพูชาที่เพิ่งจัดงานแกรนด์โอเพ่นนิ่งไป โดยได้รับความสนใจจากสมาชิกในประเทศดังกล่าวเป็นจำนวนมาก และล่าสุดบริษัทได้เจรจากับนักลงทุนจากประเทศลาวเพื่อเข้าไปเปิดเป็นศูนย์สาขาในประเทศดังกล่าวเช่นกัน หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีสมาชิกบางส่วนได้เข้าไปขยายตลาดแล้วล่วงหน้าซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ยอดขายในปีนี้เติบโตตามที่ตั้งเป้าไว้ที่ 550 ล้านบาท
สำหรับแนวโน้มการเติบโตในไตรมาส 2 ของปีนี้นั้น นายเอกวัฒน์ กล่าวว่า บริษัทเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดเพิ่มอีกประมาณ 2-3 รายการ ทั้งในกลุ่มอาหารเสริม และเครื่องสำอาง เพื่อช่วยกระตุ้นยอดขาย นอกจากนี้ยังได้ขยายฐานตลาดใหม่ๆ เพิ่มขึ้น อาทิ การเข้าไปแนะแนวการทำธุรกิจขายตรงให้กับนักศึกษาของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน(กศน.) ในจังหวัดนครพนม ที่ยังอยู่ระหว่างการศึกษาอยู่ แต่สามารถมีรายได้เสริมอีกทางด้วย ซึ่งถือว่าได้รับความสนใจจากนักศึกษาและอาจารย์เป็นอย่างมาก


 



“ยูแคนดู” อู่ฟู่ 3 เดือนแรกโตเกินเป้า
“นายภคินท์ ยมโชติ” ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ยูแคนดู จำกัด กล่าวว่า ยอดขายในไตรมาสแรกของปีนี้อยู่ที่ 50 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 40 ล้านบาท ซึ่งปัจจัยการเติบโตดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการไปสร้างยอดขายขึ้นมา แต่เกิดจากการบริโภคของสมาชิกอย่างแท้จริง รวมถึงการที่บริษัทได้ทำกิจกรรมภายในและภายนอกองค์กร (CSR) ทำให้จำนวนสมาชิกเติบโตเพิ่มขึ้นมากกว่า 100% ต่อเดือนส่งผลให้ปัจจุบันมีจำนวนสมาชิกมากกว่า 3.5 หมื่นรหัสแล้ว
ส่วนกลยุทธ์ในช่วงไตรมาส 2 นั้นบริษัทจะเน้นการทำ CSR เพิ่มมากขึ้น และการทำการตลาดผ่านทางระบบดิจิตอลมาร์เก็ตติ้ง รวมถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เข้ามาเพิ่ม และการเปิดตัวสถานบันวิจัยและพัฒนายูแคนดู (R&D) อย่างเป็นทางการ เพื่อช่วยกระตุ้นยอดขาย และเพิ่มจำนวนสมาชิกให้มากขึ้น ขณะที่ไตรมาส 3-4 จะเน้นการตลาดด้านการท่องเที่ยวและกิจกรรมเพื่อสังคมมากขึ้น อย่างไรก็ตามจากอค์ประกอบดังกล่าวคาดว่าจะทำให้ยอดขายในช่วงสิ้นปีนี้เติบโตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 350-400 ล้านบาทได้อย่างแน่นอน


 



“ดีไลฟ์” เปลี่ยนแผนใหม่ดันยอดพุ่ง 120% 


“นายเทวัญ ดีใจงาม” ประธานกรรมการ บริษัท ดีไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า ยอดขายในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้มียอดขายอยู่ที่ 40 กว่าล้านลาท หรือเติบโตมากกว่า 120% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการปรับเปลี่ยนแผนการจ่ายผลตอบแทนให้กับสมาชิกจากเดิมเป็นแบบสแตร์เสต็ป มาเป็นโครงสร้างไบนารี่ ทำให้อัตราการเติบโตค่อนข้างชัดเจน รวมถึงการขยายศูนย์สาขาดีไลฟ์ เซ็นเตอร์ (DC) ทั่วประเทศ ทำให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภ ได้เร็วขึ้น ทำให้มั่นใจว่าสิ้นปีนี้ยอดขายน่าจะทะลุ 500 ล้านบาทได้อย่างแน่นอน


 



“Agel” ยอดพุ่งสวนกระแสโต 31%
นาย อครณัฐ สุทธพงษ์เกษตร รองประธานกรรมการ บริษัท อาเจล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด หรือ Agel กล่าวว่า ผลประกอบการไตรมาสแรกของปีนี้เติบโตเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4/2554 ที่ผ่านมาประมาณ 31% โดยมีองค์ประกอบหลายปัจจัยอาทิ
1. บริษัทแม่ในสหัฐอเมริกาประกาศชัดเจนว่าจะสนับสนุนการลงทุนในไทยอย่างเต็มที่
2. การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่หลายรายการซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค
3. การแสข่าวการโจมตีบริษัท อาเจล จากบริษัทคู่แข่งเริ่มน้อยลง ทำให้สมาชิกมีความเชื่อมั่นและมั่นใจในการทำงานมากยิ่งขึ้น
“ผลประกอบการใตรมาสแรกของปี่นี้เติบดตต่อเนื่องจาก ไตรมาส 4 ปีที่แล้วซึ่งเป้นการส่งสัญญาณให้เห็นแล้วว่าอาเจลณเริ่มกลับมาแล้ว แต่หากเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนคงต้องบอกว่าลดลง เนื่องจากปีที่แล้วเกิดปัญหาภายในขึ้น ขณะที่แนวโน้มไตรมาส 2 ของปีนี้เราเชื่อว่าอาเจลฯ จะยังคงเติบโตต่อเนื่องต่อไปอีก เพราะเราเตรียมจะเปิดตัวสินค้าใหม่เข้ามาเพิ่มอีกหลายรายการ อาทิ ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับดูแลช่องปาก และอาเจล โอเมก้า 3 ซึ่งจะทำให้ช่วยกระตุ้นยอดขายในไตรมาส 2 ได้นอกจากนี้บริษัทแม่ในสหรัฐฯ ยังไฟเขียวให้เข้าไปขยายตลาดไปยังประเทศกัมพูชา ซึ่งจะช่วยให้สมาชิกของอาเจลฯ ทำงานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น


อย่างไรก็ดีจากการคาดการณ์ของสมาคมการขายตรงไทย ได้ระบุถึงมูลค่าธุรกิจขายตรงในปี 2555 ว่าน่าจะอยู่ที่ตัวเลข 71,500 ล้านบาท หรือเติบโตร้อยละ 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ขยายตัวร้อยละ 5-7 เนื่องจากนำนวนผู้ว่างงานและความต้องการรายได้เสริมเพิ่มสูงขึ้น ด้านภาพการแข่งขันมีแนวโน้มว่าทุกค่ายจะหันมาเร่งสร้างยอดขายตั้งแต่ต้นปี เนื่องจากความไม่มั่นใจว่าในอนาคตจะมีปัจจัยเข้ามากระทบหรือไม่ประกอบกับหลายๆบริษัทชะลอหรืองดการออกแคมเปญมาตั้งแต่ปลายปีจากเหตุการณ์น้ำท่วม


ในขณะที่ ศูนย์วิจัยกสิการไทย มองว่าธุรกิจขายตรงยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีในปี 2555 เนื่องจากมีผู้ประกอบการรายใหม่สนใจเข้ามาในตลาดอย่างต่อเนื่อง ทั้งผู้ประกอบการจากสหรัฐฯ ที่เข้ามารุกธุรกิจนี้ในไทย และผู้ประกอบการคนไทยทำให้คาดว่าจะมีการแย่งตัวสมาชิกผู้แทนจำหน่าย โดยการปรับเพิ่มผลตอบแทน นอกจากนี้ การแข่งขันของผู้ประกอบการแต่ละค่าย ยังอาจเกิดขึ้นทั้งในมิติของสินค้า และการให้บริการที่มีคุณภาพมากขึ้น รวมทั้งการกระตุ้นยอดขายจากการปรับกลยุทธ์ด้วยการเสนอสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น เช่น การ ใช้คะแนนสะสมสำหรับซื้อสินค้าในราคาพิเศษ การเพิ่มแคมเปญทริปท่องเที่ยว เป็นต้น


 ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย:  นิตยสาร ลีดเดอร์ ไทม์