ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวกิฟฟารีน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวกิฟฟารีน แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ข่าวกิฟฟารีน (Giffarine Thailand) : 'กิฟฟารีน' ตอกย้ำภาพลักษณ์ขายตรงรายแรกเปิดตัวสติ๊กเกอร์ ไลน์คู่ซี้ 'กิฟฟี่ &กิฟฟิน' รับปีใหม่







ggg (Mobile)

 


กิฟฟารีน ควักกระเป๋ากว่า 10 ล้าน ตอกย้ำแบรนด์ไทยใจอินเตอร์ เป็นขายตรงแบรนด์แรกในไทย เปิดตัวสติ๊กเกอร์ไลน์คู่ซี้ "กิฟฟี่ &กิฟฟิน" ภายใต้แนวคิด ตัวแทนความอบอุ่น และมิตรภาพจากใจ แบรนด์กิฟฟารีน เพื่อส่งความสุขช่วงเทศกาลปีใหม่ หวังเจาะกลุ่มนักธุรกิจ และคนรุ่นใหม่ ผู้ชื่นชอบการโหลดสติ๊กเกอร์ไลน์ มั่นใจดาวน์โหลดทะลุ 1 ล้านดาวน์โหลด


พ.ญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่นิยมติดต่อสื่อสารผ่านช่องทางสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะแอพพลิเคชั่นไลน์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ดังนั้น กิฟฟารีน ในฐานะผู้นำธุรกิจเครือข่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และความงามชั้นนำได้ตอกย้ำแบรนด์ให้มีความทันสมัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่และสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ได้กว้างขึ้น จึงได้ใช้งบประมาณกว่า 10 ล้านบาท สร้างสรรค์สติ๊กเกอร์ ไลน์คู่ซี้ "กิฟฟี่ &กิฟฟิน" เพื่อเป็นตัวแทนความอบอุ่น และมิตรภาพจากใจแบรนด์กิฟฟารีน ผ่านไอคอนแสดงอารมณ์ พร้อมคำพูดสุดฮิต จำนวน 16 แบบ โดยเปิดให้ผู้ใช้แอพพลิเคชั่นไลน์ สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีทาง LINE Sticker Shop ตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 56-มกราคม 57 และสามารถเพิ่ม Official Account เพื่อรับข้อมูลข่าวสารได้เป็นระยะเวลา 1 ปี


ทั้งนี้ สติ๊กเกอร์ ไลน์คู่ซี้ "กิฟฟี่ &กิฟฟิน" ได้ออกแบบคาแร็กเตอร์ด้วยตัวการ์ตูน ไลน์ สติ๊กเกอร์ ที่เน้นความน่ารัก อบอุ่น เป็นมิตร จริงใจ และเป็นกันเอง โดยได้รับเกียรติจากนักวาดการ์ตูนชื่อดังจากค่ายหนังสือการ์ตูนขายหัวเราะ ปุ๋ย-ศุภมิตร จันทร์แจ่ม หรือ ปุ๋ย เดวิล มาออกแบบผลงานด้วยลายเส้น ตัวการ์ตูนที่มีเอกลักษณ์ แฝงไว้ด้วยความสนุกสนาน จริงใจ และเป็นมิตร ตอบโจทย์การแสดงออกถึงแบรนด์กิฟฟารีนได้อย่างลงตัว


"เราเชื่อว่า สติ๊กเกอร์ ไลน์คู่ซี้ "กิฟฟี่ &กิฟฟิน" เสมือนเป็นตัวแทนกิฟฟารีน มอบความรู้สึกดีๆ ให้แก่กันทุกวันและเป็นของขวัญต้อนรับเทศกาลปีใหม่ ให้กับนักธุรกิจกิฟฟารีน สมาชิกผู้บริโภคที่เป็นแฟนคลับของกิฟฟารีน และคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการโหลดสติ๊กเกอร์ไลน์ นอกจากนี้ยังเป็นเพื่อนที่ให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ ความงาม และการสร้างแนวคิด รวมถึงให้กำลังใจทุกคน ผ่านทาง Official Account ของกิฟฟารีน โดยคาดว่าจะมีจำนวนผู้ดาวน์โหลดกว่า 1 ล้านดาวน์โหลด"


ปัจจุบันกิฟฟารีนมียอดจำหน่ายตลอดระยะเวลาของการดำเนินธุรกิจรวมกว่า 57,000 ล้านบาท โดยมีศูนย์ธุรกิจตั้งอยู่ในประเทศไทย รวม 113 สาขา และต่างประเทศมากกว่า 30 สาขา พร้อมทั้งมีบริการเดลิเวอรี่ส่งสินค้าถึงมือผู้บริโภคในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ


ส่วนปัญหาความไม่สงบทางการเมืองในประเทศ เริ่มส่งผลกระทบกับยอดขายของบริษัทแล้วโดยพบว่าเฉพาะในช่วงต้นเดือน ธ.ค. มียอดขายต่ำกว่าในช่วงเดียวกันของปีก่อน 10% แล้ว และหากการชุมนุมยืดเยื้ออาจจะส่งต่อยอดขายในระยะยาว ขณะที่แคมเปญการตลาดที่จะใช้ในช่วงเวลานี้จะไม่ช่วยให้ยอดขายดีขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคไม่มีอารมณ์ในการจับจ่ายใช้สอย และระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น


อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ทั้งปีบริษัทมียอดขายค่อนข้างดี มาจนถึงช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาเท่านั้นเอง ที่มีเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง โดยเชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบกับรายได้ และยังมั่นใจว่ายังเติบโต 5% จากปีก่อน โดยปิดยอดขายไม่ต่ำกว่า 6,000 ล้านบาท สำหรับกลยุทธ์การตลาดในช่วงนี้บริษัทจะให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค โดยเปิดตัวสติ๊กเกอร์เพื่อให้ดาวน์โหลดฟรี ซึ่งจะเป็นตัววัดความสนใจที่มีต่อแบรนด์ เพื่อเน้นขยายฐานการรับรู้ไปยังกลุ่มผู้บริโภคคนรุ่นใหม่


ขณะเดียวกันจะให้ความสำคัญกับการทำรายการผ่านทางทีวีดาวเทียม โดยเฉพาะผลิตรายการผ่านช่องกิฟฟารีนแชนแนล รวมไปถึงการจัดส่งสินค้าผ่านช่องทางเดลิเวอรี่มากขึ้นด้วย เพื่อให้สามารถจัดส่งสินค้าได้รวดเร็ว ส่วนการซื้อสินค้าผ่านระบบอีคอมเมิร์ซหรือออนไลน์นั้น ยังไม่ได้รับความนิยมมากนัก เนื่องจากบริษัทมีศูนย์จำหน่ายกระจายอยู่ในส่วนภูมิภาคจำนวนมาก


"ขณะนี้อยู่ระหว่างการวางแผนการตลาดในปีหน้า โดยเชื่อว่าตลาดขายตรงในปีหน้าจะเติบโตประมาณ 5-7% โดยยอดขายของบริษัทจะมีอัตราการเติบโตใกล้เคียงกับตลาดรวม"


 


 


 


Credit By : http://www.ryt9.com

วันศุกร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ขายตรงกู้วิกฤต ศก. ซบ Q4 อัดแคมเปญดันยอดพุ่ง







Business-development-grants1 (Mobile)

 


3 ค่ายยักษ์ใหญ่ขายตรง ปรับแผนสู้วิกฤติเศรษฐกิจซบ หลัง 3 ไตรมาสแรก กำลังซื้อหด Q4 หวังปาฏิหาริย์ช่วยกระตุ้น เศรษฐกิจฟื้น เร่งจัดโปรโมชั่นดันยอดเข้าเป้า เบอร์หนึ่ง “แอมเวย์” เร่งอัดฉีดโปรโมชั่นด้วยการ Intensive สมาชิกสมัครใหม่ ส่วนสมาชิกรายเก่า มีรายได้เพิ่มขึ้น 6% ด้านกิฟฟารีนเร่งสร้างบรรยากาศคึกคักภายในหวังสร้างแรงจูงใจให้สมาชิก ยกขบวน สินค้าขายดีจัดโปรโมชั่นกระตุ้นยอดท้ายปี ส่วน คังเซน-เคนโก ไม่น้อยหน้าจัดแคมเปญปลุกไฟนักขาย เน้นขยายตลาดมากขึ้น เล็งบุกตลาดอาเซียนแก้ลำยอดในไทยไม่กระเตื้อง


อิทธิศักดิ์ อำพันยุทธ์ ประธานกรรมการ บริหาร บริษัท คังเซน-เคนโก อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า จากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ภาครัฐ ประกาศใช้ ไม่ว่าจะเป็นโครงการรถคันแรก และบ้าน หลังแรก ส่งผลให้ผู้บริโภคที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว ระมัดระวังและมีการวางแผนการใช้จ่ายมากขึ้น เนื่องจากต้องนำเงินส่วนหนึ่งมาใช้ใน การผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ทำให้ กำลังซื้อในช่วง 3 ไตรมาสแรก เกิดการชะลอตัว ซึ่งปัจจัยดังกล่าว ถือเป็นสิ่งที่บริษัทไม่สามารถควบคุมได้ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่บริษัทสามารถทำได้ คือ การจัดแคมเปญพิเศษ ให้กับสมาชิก เพื่อออกไปขยายตลาดมากขึ้น เช่น การจัดแคมเปญท่องเที่ยวต่างประเทศ หรือการ จัดโปรโมชั่นซื้อสินค้าแล้วมีของแถม เป็นต้น


ขณะเดียวกันในช่วงที่ตลาด ภายในประเทศเกิดการชะลอตัว บริษัทได้ออกไปขยายตลาด ยังต่างประเทศมากขึ้น เพื่อชดเชยตลาดในประเทศ โดยแนวทางการทำตลาด ต่างประเทศจะไม่เหมือนกับ ในประเทศไทย เนื่องจากใน ไทยสมาชิกส่วนใหญ่จะเน้นการขายมากกว่าการขยาย แต่ในต่างประเทศ บริษัทต้องการให้สมาชิกมีแนวทางในการ ที่เหมาะกับประเทศนั้นๆ เนื่องจากมีวัฒนธรรม และข้อจำกัดที่ไม่เหมือนกัน เช่น ประเทศเวียดนาม, พม่า, กัมพูชา อินโดนีเซีย และ สปป.ลาว เป็นต้น


“เดิมทีสมาชิกของเราจะเน้นการขายมากกว่า ขยายงาน คิดเป็น 70% ต่อ 30% แต่ปัจจุบันเราได้ ปรับแนวคิดในการทำธุรกิจให้กับสมาชิก โดย หันมาเน้นการขยายธุรกิจเพิ่มมากขึ้น ทำให้ ปัจจุบันสัดส่วนดังกล่าวเปลี่ยนมาเป็น 50% ต่อ 50% ซึ่งแนวทางดังกล่าวเราได้นำไปใช้กับตลาด ต่างประเทศถือว่าค่อนข้างได้ผลดี โดยเฉพาะใน สปป.ลาว ที่มียอดขายเพิ่มสูงสุดในรอบ 10 ปี


ด้าน กิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า จากสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ส่งผล ให้ผู้ประกอบการธุรกิจขายตรงมีการปรับกลยุทธ์ การตลาดเพื่อให้สอดรับกับสภาพเศรษฐกิจ มากขึ้น ซึ่งภาพรวมบริษัทมองว่าผู้ประกอบการ แต่ละค่ายจะมีการอัดฉีดงบการตลาดเพื่อกระตุ้น ยอดขาย รวมถึงการจัดแคมเปญต่างๆ ออกมา ช่วยเหลือสมาชิกในไตรมาสสุดท้ายของปีสูงขึ้น เช่นเดียวกัน ซึ่งภาพรวมอุตสาหกรรมขายตรง ปีนี้ คาดว่าจะมีอัตราการเติบโต 5-6%


รัตนา ชาญนรา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปี ที่ยังคงน่าเป็นห่วง จากผลพวงเศรษฐกิจโดยรวม ที่ชะลอตัว ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง บริษัทจึงปรับแผนการตลาดเพื่อให้เป็นไปตาม เป้าหมายที่วางไว้ทั้งปีที่ 18,000 ล้านบาท ด้วย การรุกตลาดผ่าน 2 แนวทางหลัก คือ 1.จัด โปรโมชั่นให้นักธุรกิจแอมเวย์ให้ทำงานได้ง่าย ยิ่งขึ้น 2.เพิ่ม Intensive สำหรับสมาชิกที่สมัคร ใหม่ ส่วนสมาชิกรายเก่าก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้น ประมาณ 6% หากสร้างยอดขายให้เติบโต เพิ่มขึ้น ซึ่งการจัดโปรโมชั่นดังกล่าวถือเป็นการ ปรับเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์เศรษฐกิจใน ยุคปัจจุบัน เพื่อให้สมาชิกและนักธุรกิจแอมเวย์ ทำงานได้คล่องตัวยิ่งขึ้น


ขณะที่แผนการตลาดจากนี้ไป บริษัทจะ รุกตลาดเครื่องกรองน้ำอีสปริง ที่เป็นผลิตภัณฑ์ เรือธงของกลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพ นอกเหนือ ไปจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนิวทริไลท์ และ เครื่องสำอางอาร์ทิสทรี โดยบริษัทจะใช้งบ 80 ล้านบาท ทำตลาดเครื่องกรองน้ำอีสปริงในปีนี้ ไม่ว่าจะเป็นแผนการจัดรายการส่งเสริมการขาย สำหรับการซื้อเครื่องกรองน้ำใหม่ และสำหรับ ผู้ที่เปลี่ยนไส้กรองของลูกค้าเดิม


น.ต.พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาส สุดท้ายของปี ที่บริษัทหลายค่ายเจอกับปัญหา เศรษฐกิจภายในประเทศ ส่งผลให้กำลังซื้อของ ผู้บริโภคลดลง ซึ่งปัจจัยดังกล่าวเป็นปัญหา ที่ไม่สามารถแก้ไขได้ สิ่งเดียวที่ผู้ประกอบการ รวมถึงบริษัทจะทำได้ คือการปรับแผนการตลาด และการทำงานเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดยเฉพาะ ในธุรกิจขายตรงบริษัทมองว่าการอบรมให้ สมาชิกมีวินัยในการทำงาน การกระตุ้นให้สมาชิก มีความตื่นตัวในการขยายสายงาน ด้วยการจัด โปรโมชั่นส่งเสริมการขาย เพื่อให้สมาชิกและ ผู้นำมีกำลังใจในการทำงานมากขึ้น


“สิ่งที่เราทำ คือ การนำสินค้าที่มียอดขายสูงสุดมาจัดโปรโมชั่นให้กับผู้นำ นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมประจำสัปดาห์ และ กิจกรรมประจำเดือน เพื่อให้บรรยากาศภายใน มีความคึกคักมากขึ้น ที่สำคัญในปีนี้เราได้ ทุ่มงบการตลาด รวมถึงกิจกรรมสำหรับสมาชิก ประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 15%” น.ต.พญ.นลินี กล่าว


 


 


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 234 ประจำวันที่ 1-15 พฤศจิกายน 2556


 

วันอังคารที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ข่าวกิฟฟารีน (Giffarine Thailand) : กิฟฟารีน ทุ่มงบกว่า 50 ล้านบาท เปิดตัวเครื่องดื่มใหม่ “กิฟฟารีน อีสเลส” คว้า “เจมส์ มาร์” เป็นพรีเซ็นเตอร์







พญ. นลินี ไพบูลย์ (Mobile)

 


บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เปิดตัวผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม “กิฟฟารีน อีสเลส” พร้อมเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุด “อร่อยแบบเจมส์ มาร์” และทุ่มงบการตลาดกว่า 50 ล้านบาท หวังเจาะกลุ่มเป้าหมายใหม่และขยายเครือข่ายไปสู่คนรุ่นใหม่ เดินหน้ากระตุ้นผู้สมัครใหม่ให้ใช้สินค้าอย่างต่อเนื่อง ด้วยโปรโมชั่นและแคมเปญต่างๆ ตั้งเป้ายอดขายไตรมาสสุดท้าย 6,500 ล้านบาท


แพทย์หญิงนลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เปิดเผยว่า "ปัจจุบันคนรุ่นใหม่หันมาใส่ใจตัวเอง และมองหาเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ พบได้จากเทรนด์การดื่มเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพเพิ่มมากขึ้น ซึ่งกิฟฟารีนมีจุดแข็งที่มีโรงงานผลิตเป็นของตัวเอง จึงได้มีการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์อยู่ตลอดเวลา และล่าสุดโรงงานของเราได้รับการรับรองระบบ OHSAS 18001:2007 จาก บริษัท บูโร เวอริทัส เซอทิฟิเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งรับรองมาตรฐานด้านระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ที่ผ่านมาเราสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่คนไทยด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพหลากหลาย ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม ผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัว ผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภคในบ้านทั่วไป ผลิตภัณฑ์ส่งเสริมคุณภาพชีวิต และผลิตภัณฑ์อาหารรวมทั้งหมดกว่า 2,000 รายการ ที่สามารถเข้าไปเติมเต็มชีวิตประจำวันของสมาชิกผู้บริโภคกว่า 6.5 ล้านรหัส ปัจจุบันกิฟฟารีนมียอดจำหน่ายตลอดระยะเวลาของการดำเนินธุรกิจรวมกว่า 57,000 ล้านบาท โดยมีศูนย์ธุรกิจตั้งอยู่ในประเทศไทย รวม 113 สาขา และต่างประเทศมากกว่า 30 สาขา พร้อมทั้งมีบริการเดลิเวอรี่ส่งสินค้าถึงมือผู้บริโภคในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ


 ดังนั้น เราจึงพัฒนากลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ “กิฟฟารีน อีสเลส” เพื่อตอบสนองความต้องการและไลฟ์สไตล์การรับประทานที่เปลี่ยนไปของคนในปัจจุบัน ด้วยส่วนประกอบสำคัญของไฮดรอกซี ซิตริก แอซิด (Hydroxy citric acid) หรือ HCA-SX สารสำคัญที่มีอยู่ในพืช ผัก ผลไม้ ชนิดต่างๆ ที่เป็นตัวช่วยสำหรับผู้ที่ใส่ใจตัวเอง


คุณพงศ์พสุ อุณาพรหม ผู้อำนวยการใหญ่สายงานการตลาด บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เผยว่า “สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ กิฟฟารีน อีสเลส เราได้ทุ่มงบประมาณถึง 50 ล้านบาท เพื่อสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ นักธุรกิจกิฟฟารีน คนรุ่นใหม่ คนทำงานทั่วไปที่มีไลฟ์สไตล์ทันสมัย และใส่ใจสุขภาพ โดยมีพรีเซ็นเตอร์หนุ่มหล่อผู้ใส่ใจสุขภาพและบุคลิกภาพ เจมส์ มาร์ ผ่านภาพยนตร์โฆษณา เรื่อง “อร่อยแบบเจมส์ มาร์” ภายใต้แนวคิดที่ว่า กิฟาฟารีน อีสเลสเป็นตัวช่วยให้ทุกคนมีความสุขได้โดยไม่ต้องฝืนใจตัวเอง ผ่านเครื่องมือทางการตลาดแบบครบวงจร ทั้ง Above the line และ Below the line พร้อมทั้งยังใช้แผน “ไวรัล มาร์เก็ตติ้ง” โดยได้ปล่อยคลิปวิดีโอสั้น 4 เรื่องทางออนไลน์ พร้อมต่อยอดด้วยกิจกรรมส่งเสริมการตลาดในรูปแบบของเกมส์ ออนไลน์ เพื่อประชาสัมพันธ์ผลิตภัณพ์กิฟฟารีน อีสเลส และพรีเซ็นเตอร์ ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นใหม่ และมีไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัยอีกด้วย


ปัจจุบันในส่วนของตลาดต่างประเทศนั้น กิฟฟารีนได้ส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยัง 33 ประเทศทั่วโลก ทั้งในส่วนของธุรกิจขายตรงและการส่งผลิตภัณฑ์ประเภทสปาออกจำหน่าย โดยปัจจุบัน บริษัทมีแผนขยายตลาดออกสู่ประเทศในประชาคมอาเซียน (AEC) ได้แก่ ประเทศเมียนม่าร์ มาเลเซีย กัมพูชา สปป.ลาว และมีแผนที่จะเปิดในประเทศอินโดเซียในปีถัดไป


[gallery columns="2" ids="20700,20701"]

วันจันทร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2556

พลิกตำราฝ่ากำลังซื้อตก "แอมเวย์-กิฟฟารีน-คังเซน" ทุ่มงบปลุกตลาด







mlm


เศรษฐกิจชะลอตัว "สินค้า-บริการ" พาเหรดขยับราคาขึ้น ส่งผลกำลังซื้อของผู้บริโภคถดถอย ร้อนถึงผู้ประกอบการ MLM แทบ ทุกบริษัทต้องออกแรงกระตุ้นตลาด "แอมเวย์" เตรียมแผน 2-3 ปั่นยอดขาย ช่วงท้ายปี ด้าน "กิฟฟารีน" ทุ่มงบตลาด 100 ล้านผ่านหนังโฆษณา 3 ชุด มุ่งเน้นฉายภาพนักธุรกิจเป็นหลัก ฝั่ง "คังเซน-เคนโก" เร่งปรับฐานบริษัท ใช้คลินิก ความงาม "เบอร์รี่ เฮาส์" เป็นกำลังเสริม


"แอมเวย์" ดันแผนสำรองดันยอดขาย


นายกิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากสภาวะเศรษฐกิจทั้งภายใน และภายนอกประเทศ ไม่ว่าจะเป็นพิษเศรษฐกิจยุโรป สหรัฐอเมริกา และจีน ทำให้ประเทศไทยได้รับผลกระทบ ทำให้ภาพรวมของวงการขายตรงปีนี้ ไม่สามารถเติบโตได้เหมือนปีก่อนๆ โดยจะเติบโตได้เพียงประมาณ 5% จากมูลค่าการตลาดรวมกว่า 7 หมื่นล้านบาท ซึ่งหากโตได้เพียงเท่านี้ ก็จะถือเป็นการเติบโตที่น้อยที่สุดในรอบ 10 ปี จากที่เคยเติบโตในแต่ละ ปีที่ 7-10%


"ธุรกิจขายตรงต้องพบกับการเติบโต ที่น้อยที่สุดในรอบ 10 ปี ก็เป็นผลมาจากพิษ เศรษฐกิจภายนอกประเทศ แต่สำคัญกว่านั้นคือปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยเฉพาะนโยบายรถคันแรก และนโยบายอื่นๆ ซึ่งสิ่งที่กล่าวมาส่งผลให้ประชาชนลดการซื้อ ซื้อช้าลง โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มเครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งเป็นสินค้าหลักของบริษัทขายตรงต่างๆ ทำให้กลุ่มบริษัทขายตรงต้องออกกิจกรรมส่งเสริมการ ขายรวมถึงหาวิธีการกระตุ้นตลาดเพิ่มขึ้น" กิจธวัช เผย


โดยในส่วนของ "แอมเวย์" เอง ขณะนี้ บริษัทได้มีการปรับแผนปรับกลยุทธ์ในการกระตุ้นยอดขาย โดยเริ่มใช้แผน 2 ซึ่งการทำงานของบริษัทเราจะวางแผน 1, 2 และ 3 ในทุกปี เพื่อรองรับกับเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น เพื่อไม่ให้เป้าของยอดขายสะดุด อย่างไรก็ดี บริษัทได้วางงบการตลาด ทั้งปี 56 ไว้ที่ 800 ล้านบาท โดยผ่านช่วงครึ่งปีแรก บริษัทยังเหลืองบอีกมาก ซึ่ง "แอมเวย์" จะใช้งบที่เหลือกระตุ้นตลาดในช่วงครึ่งปีหลัง


ล่าสุด "แอมเวย์" ได้เปิดตัวสินค้าใหม่ ในกลุ่ม "นิวทริไลท์" โดย "กิจธวัช" เผยว่า เทรนด์ของผู้บริโภคยังคงตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลร่างกายให้แข็งแรงมีสุขภาพดี และยอมรับให้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลสุขภาพพื้นฐานมากขึ้น


"กิฟฟารีน" อัดโฆษณากระตุ้นคนร่วมธุรกิจ


ทางด้าน พ.ญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เผยว่า ปีนี้บริษัทได้ทำการก่อสร้างศูนย์ธุรกิจขนาดใหญ่ขึ้นอีกหนึ่งศูนย์ย่านมีนบุรีใช้พื้นที่ 1 ไร่ งบการก่อสร้างทั้งหมด อยู่ที่ประมาณ 75 ล้านบาท และในปีหน้าก็จะสร้างเพิ่มที่หาดใหญ่ จ.สงขลา อีกหนึ่งที่ โดยศูนย์ธุรกิจกิฟฟารีนที่เป็นศูนย์ใหญ่ปัจจุบันมีแล้ว 20 ศูนย์ ซึ่งบริษัทต้องการ สร้างเพิ่มอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทยังได้ตั้งงบไว้ที่ 66 ล้านบาท ซื้อที่ดินขยาย โรงงานในนิคมฯ นวนคร เพื่อรองรับการเติบโต ของธุรกิจกิฟฟารีน


สำหรับทิศทางการตลาดโดยรวมใน ปี 2556 นี้ กิฟฟารีนได้ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 6,500 ล้านบาท โดยทุ่มงบการตลาดถึง 100 ล้านบาท ผ่านภาพยนตร์โฆษณาซีรี่ส์ 3 ชุด เรื่อง "WE" "TRUST" และ "SUPPORT" ภายใต้แนวคิดความตั้งใจจริงของธุรกิจที่ดำเนินมานานกว่า 17 ปี พร้อมสัญญาว่าจะทำให้ทุกท่านได้มีโอกาสเป็นเจ้าของในสิ่งที่ตัวเองสร้าง และมีโอกาสสร้างในสิ่งที่ตัวเองเป็นเจ้าของ


บริษัทมีความพร้อมที่จะสนับสนุน สมาชิกทุกท่านให้ประสบความสำเร็จได้อย่าง ง่ายดาย และใช้เวลาไม่นาน โดยภาพยนตร์ โฆษณาทั้ง 3 เรื่อง เน้นในเรื่องการสร้างภาพลักษณ์ทางธุรกิจผ่านเครื่องมือทาง การ ตลาดแบบครบวงจร ทั้ง Above the line และ Below the line โดยเฉพาะ "กิฟฟารีน แชนแนล" ที่พร้อมออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง ทางอินเตอร์เน็ต เพื่อแสวงหากลุ่มเป้าหมาย ใหม่และการขยายเครือข่ายไปสู่คนรุ่นใหม่ พร้อมทั้งกระตุ้นผู้สมัครใหม่ให้ใช้สินค้าอย่าง ต่อเนื่องด้วยโปรโมชั่นและแคมเปญต่างๆ ตลอดจนการตอบแทนผลกำไรคืนสู่สมาชิก ในรูปแบบใหม่ๆ


"โฆษณาทั้ง 3 ชุดที่กล่าวมา บริษัทต้องการที่จะใช้เพิ่มจำนวนนักธุรกิจของบริษัท จากปัจจุบันที่มีอยู่แล้วประมาณ 5 แสนรหัสที่เป็นกลุ่มนักธุรกิจ จากตัวเลขสมาชิกของบริษัททั้งหมดที่มีอยู่ 6.5 ล้านรหัส ซึ่งบริษัทต้องการใช้โฆษณาที่มีเนื้อหา ในการถ่ายทอดให้เห็นถึงโอกาสเป็นเจ้าของ ธุรกิจกิฟฟารีนสำหรับทุกคนมาเป็นตัวเพิ่ม นักธุรกิจของบริษัท โดยเชื่อว่าจะสามารถเพิ่มนักธุรกิจของบริษัทได้ประมาณ 5-6 หมื่น รหัสในปีนี้"


"คังเซน-เคนโก" รักษานักขายเก่า


ในส่วนของนายอิทธิศักดิ์ อำพันยุทธ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คังเซน-เคนโก อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า บริษัทมีการปรับเปลี่ยนภายในองค์กรมากพอสมควร โดยช่วงต้นปีมีการแก้ไขจุดอ่อน และปรับจุดแข็งให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมยอดขาย จำนวนสมาชิก ซึ่งทุกอย่างกำลังดีขึ้น โดยถือว่ากำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนถ่ายสมาชิกใหม่ๆ เข้ามาสู่องค์กร และบริษัทก็ พยายามมุ่งเน้นให้องค์กรช่วยเหลือดูแลซึ่งกันและกันให้ดี


"ในส่วนของกลยุทธ์ครึ่งปีหลัง ตอนนี้ เริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้น เรายังเดินตามแผนเดิม เพราะได้ปิดจุดอ่อน และเร่งพัฒนาสมาชิกให้มีความเข้าใจสิ่งต่างๆ มากขึ้น เพราะจะขายอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ ต้องมีการขยายองค์กรให้เป็น เริ่มจากการชักชวนอย่างไรให้ได้ผล โดยต้องการให้สมาชิกสามารถกำหนดทิศทางได้เองว่าจะเติบโตได้ ขนาดไหน ที่สำคัญต้องมีความซื่อสัตย์ต่อองค์กรด้วย"


สำหรับทิศทางธุรกิจของปี 2556 นี้ บริษัทตั้งเป้าหมายผลักดันการเติบโตให้ได้ประมาณ 5-10% เนื่องจากต้องค่อยๆ เป็น คอยๆ ไปทีละสเต็ปที่วางแผนไว้ โดยเชื่อว่า ยังมีคนจำนวนมากที่ต้องการมีรายได้เพิ่ม โดยสมาชิกของคังเซน-เคนโก ที่มีอยู่ทั่วประเทศกว่า 5 แสนคน เป็นสมาชิกที่แอ็กทีฟ ประมาณ 30%


"ทั้งนี้ บริษัทยังมีคลินิกด้านความงาม "เบอร์รี่ เฮาส์" ที่ดำเนินธุรกิจความงามมาได้ปีเศษๆ โดยคังเซนฯ ตั้งใจอยากจะบริการ ลูกค้าที่เกษียณแล้ว โดยที่นี่มีคอร์สเกี่ยวกับ ความงามทุกรูปแบบ อย่างที่ทราบกันดีว่า ตลาดความงามมีการแข่งขันกันสูงมาก ทำให้บริษัทเตรียมที่จะซื้อที่ดินด้านหลัง อาคาร คังเซน เพลส ประมาณ 150 ตร.ว. เพื่อเปิดคลินิกรองรับสมาชิกคังเซนฯ โดยเฉพาะ เพราะการมาเสริมความงามที่นี่ยังจะ ได้ PV ของ "คังเซน-เคนโก" เพิ่มด้วย อีกทั้งคลินิกที่ว่ายังมีทีมแพทย์ที่เชี่ยวชาญเข้ามาดูแลเป็นอย่างดี"





Credit By :http://www.siamturakij.com

วันพุธที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ข่าวกิฟฟารีน (Giffarine Thailand) : กิฟฟารีนร่วมสนับสนุนโครงการ เยาวชนไทยในสหรัฐอเมริกา เยือนแผ่นดินแม่ครั้งที่ 9







pic 12233333 (Mobile)


บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด นำโดย ดร. นารี สุทธปรีดา รองกรรมการผู้จัดการ ในฐานะตัวแทนบริษัทผู้ให้การสนับสนุน ร่วมงานแถลงข่าว พร้อมมอบเงินจำนวน 300,000 บาท สนับสนุนโครงการ เยาวชนไทยในสหรัฐอเมริกาเยือนแผ่นดินแม่ครั้งที่ 9 เพื่อปลูกฝังให้เยาวชนไทยได้เกิดความรักและผูกพันต่อประเทศไทย อันเป็นแผ่นดินของบรรพบุรุษ โดยมี พล.อ.อ กันต์ พิมาณทิพย์ ประธานโครงการฯ ให้เกียรติรับมอบ พร้อม คุณสุรศักดิ์ วงศ์ข้าหลวง ประธานโครงการฯ ฝ่ายสหรัฐอเมริกา และ คุณดำฤทธิ์ วิริยะกุล หัวหน้าข่าวภูมิภาคหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ร่วมงาน ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์ กองทัพบก ช่อง 5 (ททบ.5) เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2556 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ โครงการเยาวชนไทยในสหรัฐอเมริกา เยือนแผ่นดินแม่ ครั้งที่ 9 นำโดย นายชัยยงค์ สัจจิพานนท์ เอกอัคราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และนายเจษฎา กตเวทิน กงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส พร้อมด้วยคณะเยาวชนไทยและผู้ปกครอง จำนวน 210 คน เดินทางมาเยือนประเทศไทย ระหว่างวันที่ 6-21 กรกฎาคม 2556 เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมทั้งร่วมกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ในประเทศไทย และทัศนศึกษาสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ โครงการพระราชดำริ และสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในประเทศ ตลอดจนความเจริญก้าวหน้าในประเทศไทย เพื่อนำไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ชาวไทยในสหรัฐอเมริกา รวมทั้งชาวอเมริกัน และนักท่องเที่ยวชาติต่างๆ ได้รับทราบเรื่องราวที่แท้จริงของประเทศไทย เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดี และการท่องเที่ยวในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง


[gallery columns="2" link="post" ids="18541,18542,18543,18544"]

ข่าวกิฟฟารีน (Giffarine Thailand) : กิฟฟารีน สานฝันเยาวชนไทย มอบทุนการศึกษามูลค่ากว่า1.6 ล้านบาท







GFR 06.07.13 (377)777777_1 (Mobile)


เพราะการศึกษาเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาความรู้และความคิดทางปัญญา แต่ยังมีเด็กและเยาวชนไทยอีกหลายคนที่ไม่มีโอกาสได้ศึกษาเล่าเรียน กิฟฟารีนเล็งเห็นความสำคัญ จึงจัดตั้ง "กองทุนมงคลปิยะสุพรรณกัลยา" กองทุนที่สนับสนุนโอกาสทางการศึกษา โดยมอบทุนการศึกษาแบบให้เปล่าแก่เด็กกำพร้าให้ได้เล่าเรียนสูงสุดตามความสามารถ มาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 17 ปี จนถึงปัจจุบันรวมเป็นมูลค่ากว่า 25 ล้านบาท โดยในปีนี้ พญ. นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด ให้เกียรติมอบทุนการศึกษาประจำปี 2556 ให้แก่นักเรียนใน กองทุนมงคล ปิยะสุพรรณกัลยา จำนวน 70 ทุน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1.6 ล้านบาท เพื่อช่วยส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเด็กไทยให้มีโอกาสทางการศึกษาที่ก้าวไกล และประกอบอาชีพในอนาคตตามที่ใฝ่ฝันจนสามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยมีผู้บริหารระดับสูงให้เกียรติร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ อาคารสิริพิชชา ถ.พระราม 6จากนั้นได้จัดกิจกรรมพาน้องๆ เข้าชมภาพยนตร์แอนนิเมชั่น 3D เรื่อง Despicabel Me 2 มิสเตอร์แสบร้ายเกินพิกัด 2 ณ โรงภาพยนตร์ SF World Cinema สาขา Central World งานนี้จึงเต็มอิ่มไปด้วยความสนุกสนาน อบอุ่นและประทับใจตั้งแต่ต้นจนจบตลอดทั้งวัน


[gallery columns="2" ids="18531,18532,18533,18534"]

วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ข่าวกิฟฟารีน (Giffarine Thailand) : กิฟฟารีน ควักงบ 40 ล. ส่งโฆษณาย้ำภาพผู้นำ







13316105301331610573l (Mobile)


กิฟฟารีน ลุยสมรภูมิครึ่งปีหลังด้วยการเทงบ 40 ล้านบาท ผุดโฆษณา 3 เรื่อง ตอกย้ำภาพลักษณ์ ขายตรงที่ดีสู่สาธารณชน พร้อมดันแผนการเปิดศูนย์ แห่งใหม่มีนบุรีปลายปี และแผนผนึกพันธมิตรขยาย เครือข่ายอาเซียน ล่าสุดกิฟฟารีนเนื้อหอม ต่างชาติ แห่เป็นพาร์ตเนอร์ ด้านเป้ายอดขายแม้ครึ่งแรก ไม่ตามเป้า คาดยอดรวมทั้งปีเป็นไปตามเป้าที่ 6,500 ล้านบาท ยันอีก 3 ปี ยอดกิฟฟารีนพุ่ง 9,000 ล้านบาท

น.ต.พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด กล่าวว่า ปีนี้บริษัท จะใช้งบ 100 ล้านบาท ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ให้ผู้บริโภคเข้าใจเกี่ยวกับธุรกิจกิฟฟารีน โดยล่าสุด ได้เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ 3 เรื่อง บริษัทได้ใช้ งบประมาณ 40 ล้านบาท ภายใต้ชื่อ We Trust Support ภายใต้แนวคิดความตั้งใจจริงของธุรกิจ ที่ดำเนินงานมานานถึง 17 ปี โดยภาพยนตร์โฆษณา ทั้ง 3 เรื่อง จะสื่อถึงการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี ผ่านเครื่องมือ ทางการตลาดแบบครบวงจร ทั้ง Above the line และ Below the line โดยเฉพาะช่องทางกิฟฟารีน แชนแนล ที่มีการออกอากาศตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ บริษัทเตรียมแผนเปิดศูนย์กิฟฟารีนแห่งใหม่ ย่านมีนบุรี บนพื้นที่ 1 ไร่ ในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ และ ในปี 2557 จะเปิดศูนย์กิฟฟารีนหาดใหญ่ บนพื้นที่ 1 ไร่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักธุรกิจกิฟฟารีน จาก ปัจจุบันที่บริษัทมีศูนย์กิฟฟารีนขนาดใหญ่ 20 ศูนย์

นอกจากนี้บริษัทยังเตรียมพร้อมรับมือ ในการบุกตลาดอาเซียน ซึ่งปัจจุบันตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีการทำเครือข่ายกิฟฟารีนทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น สปป. ลาว, พม่า, มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ที่จะเปิดตลาดปลาย ปีนี้ ขณะที่เวียดนามบริษัทยังไม่มีความพร้อมที่จะเข้าไป เปิดตลาด แม้ว่าตลาดดังกล่าวจะเป็นตลาดที่น่าสนใจ ก็ตาม เนื่องจากบริษัทยังไม่มีพันธมิตรที่มีความเข้าใจ ทางธุรกิจที่ตรงกันมาร่วมถือหุ้น คาดว่าจะต้องใช้เวลา ในการศึกษา และหาพันธมิตรที่มีความเข้าใจที่ตรงกัน

ประเทศที่ใช้ไลเซนซ์ของกิฟฟารีน คือ มาเลเซีย กัมพูชา และพม่า และตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป กิฟฟารีน จะเปิดตลาดที่ประเทศพม่าเอง นอกจากการเปิดตลาด แล้วเรายังมีการส่งออกสินค้าไปยัง 33 ประเทศทั่วโลก ในแบรนด์กิฟฟารีน และแบรนด์แพทริน่า และอีก 10 ประเทศ อยู่ระหว่างการติดต่อทางธุรกิจ ได้แก่ ซาอุดี- อาราเบีย, บังกลาเทศ, เวสต์แอฟริกา, กานา, ไนจีเรีย, ไนเจอร์ และเคนยา

สำหรับภาพรวมบริษัทในช่วง 5 เดือนแรกของปี (ม.ค.-พ.ค. 56) มีอัตราการเติบโต 9% ซึ่งต่ำกว่าเป้า เล็กน้อย เนื่องจากเดือนเมษายนมีวันหยุดติดต่อกัน หลายวัน และเดือนพฤษภาคมเป็นช่วงที่เด็กนักเรียน เปิดเทอม ส่งผลให้ยอดขายไม่ได้ตามเป้า ดังนั้น ในเดือนมิถุนายนของทุกปีจะเป็นฤดูการขาย บริษัท มองว่าตลาดจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยบริษัทตั้งเป้า สิ้นปีจะปิดยอดขายได้ 6,500 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก ปีก่อนที่ปิดยอดขายได้ 5,800 ล้านบาท และภายใน 3 ปี ตั้งเป้ายอดขายเพิ่มเป็น 9,000 ล้านบาท และ คาดว่ายอดส่งออกจะเพิ่มเป็น 100 ล้านบาท




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 226 ประจำวันที่ 1-15 กรกฎาคม 2556

วันพุธที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ข่าวกิฟฟารีน (Giffarine Thailand) : "กิฟฟารีน"เทหน้าตักลุย! ทุ่มงบตลาด...เปิดศูนย์ฯ-ขยายโรงงาน







12352_567884986575509_898555584_n (Mobile)


"กิฟฟารีน" รุกตลาดครึ่งปีหลังสุดตัว ทุ่มงบการตลาดกว่า 100 ล้านบาท ยิงโฆษณา ผ่านสื่อทีวี 3 ตัวรวด ภายใต้ชื่อ WE, TRUST และ SUPPORT เน้นเนื้อหาดูดนักธุรกิจ หวังเพิ่มสมาชิก 5-6 หมื่นรหัส พร้อมอัดงบเปิดศูนย์ธุรกิจขนาดใหญ่ย่านมีนบุรี และ เตรียมขยายโรงงานในนิคมฯ นวนคร ลั่นผูกแชมป์แบรนด์ขายตรงไทย ด้วยเป้ายอดขายปี 56 กว่า 6.5 พันล้านบาท ด้านตลาดต่างประเทศเตรียมเปิดในพม่า และลาวปีหน้า


พ.ญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ตลอดเวลา 17 ปี ที่กิฟฟารีนได้ดำเนินธุรกิจเครือข่ายหลายชั้น และมอบ โอกาสทางธุรกิจให้แก่คนไทยหลายแสนครอบครัว และมีผู้ที่ประสบความสำเร็จจนสามารถพลิกชีวิตสู่ความสุข ความมั่งคั่งจากธุรกิจกิฟฟารีน ได้เป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังเป็นธุรกิจเครือข่ายของคนไทยที่มียอด จำหน่ายสูงสุดและเป็นบริษัทเอ็มแอลเอ็มสัญชาติไทยหนึ่งเดียวที่ติดอันดับ 56 ใน ท็อป 100 ของสมาพันธ์การขายตรงโลก (WFDSA) ประจำปี 2011 และได้รับการันตีด้วยการโหวตให้เป็นสุดยอดแบรนด์ (Superbrands Award) ถึง 4 ปีซ้อน พร้อมให้ผลตอบแทนคืนกลับสู่นักธุรกิจสูงสุดในประเทศไทย จากยอดจำหน่ายรวมถึงปัจจุบัน 52,000 ล้านบาท มอบให้นักธุรกิจ 24,000 ล้านบาท


ความสำเร็จของนักธุรกิจกิฟฟารีน ทุกคน และการนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพสู่ผู้บริโภคนับล้าน คือ บทพิสูจน์แห่งความภาคภูมิใจของกิฟฟารีนที่ได้เป็นส่วนหนึ่งใน การสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ คนไทยด้วย ผลิตภัณฑ์คุณภาพหลากหลาย ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ เพื่อความงามและของใช้ส่วนตัว ผลิตภัณฑ์ สำหรับเด็กและทารก ผลิตภัณฑ์ของใช้ในบ้านทั่วไป ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและคุณภาพ ชีวิต และผลิตภัณฑ์อาหาร รวมทั้งสิ้นกว่า 2,000 รายการ ที่สามารถเข้าไปเติมเต็มชีวิต ประจำวันของสมาชิก ผู้บริโภคกว่า 6.5 ล้าน รหัส ปัจจุบันกิฟฟารีนมีศูนย์ธุรกิจตั้งอยู่ใน ประเทศไทยรวม 113 สาขา และต่างประเทศ มากกว่า 30 สาขา พร้อมทั้งมีบริการเดลิ-เวอรี่ส่งสินค้าถึงมือผู้บริโภคในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ


อย่างไรก็ดี ในปีนี้บริษัทยังได้ทำการก่อสร้างศูนย์ธุรกิจขนาดใหญ่ขึ้นอีกหนึ่งศูนย์ ย่านมีนบุรีใช้พื้นที่ 1 ไร่ งบการก่อสร้างทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 75 ล้านบาท และในปีหน้าก็จะสร้างเพิ่มที่หาดใหญ่ จ.สงขลา อีกหนึ่งที่ โดยศูนย์ธุรกิจกิฟฟารีนที่เป็นศูนย์ ใหญ่ปัจจุบันมีแล้ว 20 ศูนย์ ซึ่งบริษัทต้องการ สร้างเพิ่มอย่างต่อเนื่อง


นอกจากนี้ บริษัทยังได้ตั้งงบไว้ที่ 66 ล้านบาท ซื้อที่ดินขยายโรงงานในนิคมฯนวนคร เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจกิฟฟารีน


ด้านตลาดต่างประเทศ ปีหน้าบริษัทเตรียมที่จะเปิดบริษัทในพม่า และลาวอย่าง เป็นทางการ หลังในช่วงที่ผ่านมาได้เข้าไป ทดลองทำตลาดอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง "พ.ญ. นลินี" ยังได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการขยายสาขาต่างประเทศด้วยว่า "บริษัทจะทำการขยายสาขาในประเทศที่บริษัทมีความสนิทสนมกับคนที่จะร่วมลงทุนของประเทศนั้นๆ ซึ่งหากไม่พร้อมจริง บริษัทก็จะไม่เข้าไปทำตลาด"


ในส่วนของนายพงศ์พสุ อุณาพรหม ผู้อำนวยการใหญ่สายงานการตลาด บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เผยว่า สำหรับทิศทางการตลาดโดยรวมใน ปี 2556 นี้ กิฟฟารีนได้ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 6,500 ล้านบาท โดยทุ่มงบการตลาดถึง 100 ล้านบาท ผ่านภาพยนตร์โฆษณาซีรี่ส์ 3 ชุด เรื่อง "WE" "TRUST" และ "SUPPORT" ภายใต้แนวคิดความตั้งใจจริงของธุรกิจที่ดำเนินมานานกว่า 17 ปี พร้อมสัญญาว่าจะทำให้ทุกท่านได้มีโอกาสเป็นเจ้าของในสิ่งที่ตัวเองสร้าง และมีโอกาสสร้างในสิ่งที่ตัวเองเป็นเจ้าของ


โดยบริษัทมีความพร้อมที่จะสนับสนุน สมาชิกทุกท่านให้ประสบความสำเร็จได้อย่างง่ายดาย และใช้เวลาไม่นาน โดยภาพยนตร์โฆษณาทั้ง 3 เรื่อง เน้นในเรื่องการสร้างภาพลักษณ์ทางธุรกิจผ่านเครื่องมือทาง การตลาดแบบครบวงจร ทั้ง Above the line และ Below the line โดยเฉพาะ "กิฟฟารีน แชนแนล" ที่พร้อมออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง ทางอินเตอร์เน็ต เพื่อแสวงหากลุ่มเป้าหมายใหม่และการขยายเครือข่ายไปสู่คนรุ่นใหม่ พร้อมทั้งกระตุ้นผู้สมัครใหม่ให้ใช้สินค้าอย่างต่อเนื่องด้วยโปร-โมชั่นและแคมเปญต่างๆ ตลอดจนการตอบแทน ผลกำไรคืนสู่สมาชิกในรูปแบบใหม่ๆ


อย่างไรก็ดี ในงบการตลาด 100 ล้าน บาท บริษัทได้แบ่งมาเป็นงบการโฆษณาดังกล่าวประมาณ 40 ล้านบาท โดยที่บริษัท จะไม่เพิ่มเงินค่าการทำตลาดในส่วนนี้


"การโฆษณาทั้ง 3 ชุดที่กล่าวมา บริษัทต้องการที่จะใช้เพิ่มจำนวนนักธุรกิจของบริษัท จากปัจจุบันที่มีอยู่แล้วประมาณ 5 แสนรหัสที่เป็นกลุ่มนักธุรกิจ จากตัวเลขสมาชิกของบริษัททั้งหมดที่มีอยู่ 6.5 ล้านรหัส ซึ่งบริษัทต้องการใช้โฆษณาที่มีเนื้อหา ในการถ่ายทอดให้เห็นถึงโอกาสเป็นเจ้าของ ธุรกิจกิฟฟารีนสำหรับทุกคนมาเป็นตัวเพิ่ม นักธุรกิจของบริษัท โดยเชื่อว่าจะสามารถเพิ่มนักธุรกิจของบริษัทได้ประมาณ 5-6 หมื่น รหัสในปีนี้" พงศ์พสุ เผย


พร้อมกันนี้ยังแนะนำผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่น และสามารถครองใจผู้บริโภคตลอด มา ได้แก่ กิฟฟารีน อะบาโลน คอลลาเจน, กิฟฟารีน อะบาโลน คอลลาเจน โกลด์, กิฟฟารีน กลูต้า เคอร์คิวมา ซี-อี, กิฟฟารีน อะบาโลน เฟล็กซี่ ดริ้งค์ และชุดผลิตภัณฑ์ เอดดัลไวส์ซีรี่ส์





Credit By :http://www.siamturakij.com

วันอังคารที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ข่าวกิฟฟารีน (Giffarine Thailand) : เจาะใจ (แม่ทัพ) กิฟฟารีน 17 ปีที่พลิกชีวิตคนไทยหลายแสนครอบครัวสู่...ความสุข







p1111 (Mobile)


หากเปรียบกิฟฟารีนในวันนี้ ไม่ต่างอะไรกับหญิงสาววัย 17 ที่ความสวยกำลังบานสะพรั่ง พร้อมที่จะก้าวเข้าสู่ความสำเร็จในชีวิต เฉกเช่นธุรกิจขายตรง "กิฟฟารีน" ที่กำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 18 อย่างมั่นคง และได้รับการตอบรับจนประสบความสำเร็จดังเช่นทุกวันนี้ ภายใต้แนวคิดและวิธีการที่เต็มไปด้วยกลยุทธ์ที่ว่า "เราเป็นเจ้าของธุรกิจร่วมกัน"


ด้วยการบริหารงานของหญิงเก่ง "พ.ญ.นลินี ไพบูลย์" ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีนสกายไลน์ยูนิตี้ จำกัด ผู้บุกเบิกธุรกิจมาอย่างไม่ย่อท้อ จนทำให้วันนี้ "กิฟฟารีน" แบรนด์สัญชาติไทยสามารถอยู่ในใจผู้บริโภค และดังไกลไปทั่วโลก


"พ.ญ.นลินี" กล่าวว่า "...ตลอดเวลา 17 ปีที่ผ่านมา กิฟฟารีนมีกลยุทธ์ในการทำธุรกิจที่แตกต่างจากบริษัทขายตรงอื่นๆ คือ แนวคิดการมอบธุรกิจให้เป็นเจ้าของร่วมกัน เพราะเชื่อว่าคนเราถ้าได้ทำอะไรที่ตัวเองเป็นเจ้าของแล้ว จะทำได้ดีที่สุดและทำเต็มความสามารถ โดยมีหลักการว่าอย่ากดดัน อย่ายัดเยียด ต้องมีสัมพันธภาพที่ดีกับผู้คนและคนรอบข้าง จนวันนี้กิฟฟารีนได้มอบโอกาสทางธุรกิจให้แก่คนไทยหลายแสนครอบครัว และมีผู้ที่ประสบความสำเร็จจนสามารถพลิกชีวิตสู่ความสุข ความมั่งคั่งจากธุรกิจกิฟฟารีนได้เป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังเป็นธุรกิจเครือข่ายของคนไทยที่มียอดจำหน่ายสูงสุด และเป็นบริษัทเอ็มแอลเอ็มสัญชาติไทย หนึ่งเดียวในโลกที่ติดอันดับ 56 ใน ท็อป 100 ของสมาพันธ์การขายตรงโลก (WFDSA) ประจำปี 2011 และได้รับการการันตีด้วยการโหวตให้เป็นสุดยอดแบรนด์ (Superbrands Award) ถึง 4 ปีซ้อน มีสมาชิกมากกว่า 6.5 ล้านรหัส มีศูนย์ธุรกิจตั้งอยู่ในประเทศไทย รวม 113 สาขา และต่างประเทศมากกว่า 30 สาขา"


หัวใจหลักที่ทำให้กิฟฟารีนเป็นที่ยอมรับจากคนในประเทศและต่างประเทศคือ "...หนึ่งต้องทำให้ผู้บริโภคมีความสุข และใช้สินค้าเราอย่างต่อเนื่อง สองทำให้นักธุรกิจของเรามีความสุขได้รับรายได้ ความสำเร็จและความภาคภูมิใจเป็นความอบอุ่นแบบที่เขาต้องการ เพียงเท่านี้เองเพราะถ้าเราทำให้ผู้บริโภคมีความสุขก็เหมือนกับว่าเรามีผลิตภัณฑ์ที่ชัดเจนและคุณภาพดีในราคาที่ไม่สูงเกินไปและคนสามารถซื้อใช้อย่างต่อเนื่องและมีความสุขได้ จากจุดนี้ทำให้เราตัดสินใจเปิดโรงงานของตัวเอง เพื่อที่เราจะได้ควบคุมกระบวนการผลิตได้ทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบที่ใช้ในแต่ผลิตภัณฑ์ ที่ผ่านกระบวนการวิจัยและพัฒนา มีกระบวนการการผลิตที่ได้มาตรฐาน พร้อมทั้งให้ความรู้แก่ผู้บริโภคให้เขาได้รับสิ่งที่ดีและเหมาะกับเขาที่สุด เราจึงมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ของเรามีคุณภาพและราคาที่สมเหตุสมผล ตรงนี้เองที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ของกิฟฟารีนต่างจากแบรนด์อื่นและได้รับการยอมรับ" พ.ญ.นลินี กล่าว ส่วนเคล็ดลับในการบริหารงาน บริหารคนในยุคแห่งการแข่งขันนี้ พ.ญ.นลินี บอกว่า ".ใช้หลัก win-win ถ้าโตเราโตด้วยกัน ถ้าไปไม่รอดก็ไม่รอดด้วยกัน ต้องยอมรับความจริง ดิฉันจะไม่รวยคนเดียว นักธุรกิจเครือข่ายเราก็อยู่ฝั่งเดียวกัน บริษัทแม่ บริษัทลูกจะจับมือกัน ดูแลผู้บริโภคเราดีที่สุด บริษัทเราอาจจะไม่ได้


โตพรวดพราด แต่เราโตประมาณปีละ 10% แต่ ทุกก้าวๆ อย่างมั่นคง ต้องมีเงินฝากประจำมากขึ้นทุกปี มีอสังหาริมทรัพย์เพิ่มมากขึ้น มีเงินที่แบ่งสำหรับการพัฒนาระบบไอที มีเงินพัฒนาสำหรับงานวิจัยและสินค้าใหม่ มีการลงทุนเรื่องโรงงาน เรื่องศูนย์ธุรกิจ เรื่องกิจกรรมทางการตลาดปีที่แล้วเรามีกิฟฟารีนแชนแนล ผ่านช่องทางเคเบิลทีวี ปีนี้จะมีกิฟฟารีนแชนแนลออนไลน์เพิ่มเข้ามา เพื่อรองรับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป"


ปิดท้ายผู้บริหารคนเก่งยังบอกเคล็ดไม่ลับสำหรับคนที่อยากจะประสบความสำเร็จว่า "...ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหรือชีวิตส่วนตัว แค่เรามีความสุขกับสิ่งที่เราได้ทำ กับสิ่งที่เราได้เลือก แค่นี้ก็ประสบความสำเร็จแล้ว ถ้าเกิดความท้อ ความเครียดให้คิดว่าเป็นบทเรียนหรือบทลองใจให้คิดว่าความเหนื่อยความท้อทำให้เราแกร่งขึ้น ให้ก้าวข้ามไปให้ได้ ให้มองเรื่องอุปสรรคเป็นบทเรียนในชีวิต หลายคนถามเหมือนกันว่าเมื่อไหร่ดิฉันจะเกษียณให้คนรุ่นหลังขึ้นมาทำงานต่อ ดิฉันบอกเตรียมทุกอย่างไว้หมดแล้ว แต่จะไม่เกษียณหรอก จะทำงานจนวันสุดท้ายของชีวิต ถ้าเมื่อไหร่เลิกทำงานนะมีความทุกข์แน่ เพราะคิดว่างานคือชีวิต งานคือความสุข เหนื่อยดีกว่าเหงาเยอะเลย วันนี้ให้ดีใจที่ยังได้เหนื่อย"


17 ปีที่ผ่านมา เป็นบทพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าผู้หญิงเก่งคนนี้สามารถนำพาแบรนด์สัญชาติไทยให้เป็นที่ยอมรับของคนในประเทศและต่างประเทศได้อย่างน่าภาคภูมิใจ





Credit By :http://www.ryt9.com

วันอังคารที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ข่าวกิฟฟารีน (Giffarine Thailand) : กิฟฟารีนร่วมสมทบทุนในงาน น้ำใจ...สร้างกุศล เปิดตัว เข็มอานันทมหิดล ประจำปี 2556







555 (Mobile)


คุณเอกกมล บุญญาภิสันท์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาการตลาด บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด ร่วมงานน้ำใจ...สร้างกุศล เปิดตัว เข็มอานันทมหิดล ประจำปี 2556 พร้อมมอบเงินจำนวน 1,000,000 บาท สมทบทุนให้กับ มูลนิธิอานันทมหิดล และมูลนิธิสงเคราะห์เด็ก สภากาชาดไทย โดยบางส่วนของเงินบริจาคจะนำไปช่วยเหลือพระภิกษุอาพาธ และผู้ป่วยยากไร้ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดยมี รศ.นพ.โศภณ นภาธร คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยให้เกียรติรับมอบ ณ พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (แห่งใหม่) ลานอานันทมหิดล อาคาร อปร โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ภายในงานได้จัดให้มีการส่งมอบเข็มวันอานันทมหิดล และกล่องรับบริจาค ให้แก่ผู้แทนคณะนิสิตแพทย์ จุฬาฯ และศิลปิน-ดารา เพื่อนำไปจัดขบวนในการลงพื้นที่ขอรับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา เพื่อหารายได้สมทบทุนเข้าโครงการต่อไป

วันศุกร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2556

ข่าวกิฟฟารีน (Giffarine Thailand) : "กิฟฟารีน" เป่าเค้ก 17 ขวบ อัดสินค้าเต็มพรึบเร่งยอด 6.5 พันล้าน







Capture (Mobile)


"กิฟฟารีน" จุดพลุฉลองครบรอบ 17 ปี ยิ่งใหญ่ ภายใต้งาน "17.17.17. 57000 The Wonder of Happiness กิฟฟารีน สร้างความสุขชั่วนิรันดร์" เนรมิตดินแดน แห่งความสุขต้อนรับนักธุรกิจกว่า 1.8 หมื่น คน พร้อมเปิดตัวแม่ทีมระดับสูงรายล่าสุด ส่งผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อสุขภาพและความงาม กว่า 10 รายการ เร่งยอดขายไต่เป้า 6.5 พันล้านบาท


พ.ญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เปิดเผยถึงการจัดงานฉลองครบรอบ 17 ปี ในครั้งนี้ว่า "ตลอดเวลา 17 ปี ที่กิฟฟารีนได้ดำเนินธุรกิจ เครือข่ายหลายชั้น และมอบโอกาสทางธุรกิจให้แก่คนไทยหลายแสนครอบครัว และมีผู้ที่ประสบความสำเร็จจนสามารถ พลิกชีวิตสู่ความสุข ความมั่งคั่งจากธุรกิจกิฟฟารีนได้เป็นจำนวนมาก และในโอกาสนี้กิฟฟารีนพร้อมที่จะแสดงศักยภาพ ด้วยการจัดงานฉลองครบรอบ 17 ปี ภายใต้คอนเซปต์ "17.17.17.57000 The Wonder of Happiness กิฟฟารีนสร้างความสุขชั่วนิรันดร์" ที่ตอกย้ำความเป็นธุรกิจเครือข่าย หลายชั้นแบรนด์ไทยอันดับ 1 ที่พร้อมจะสร้างโอกาสและเนรมิตความสุขให้กับคนไทยอย่างยั่งยืน"


โดยภายในงานยังมีการเปิดตัวนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ใหม่กว่า 10 รายการ โดยนางเอกของงาน ได้แก่ ผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับผู้ที่สนใจในการดูแลรูปร่าง อีสเลสเครื่องดื่มรสพีช 10 เปอร์เซ็นต์ (Easles Peach Juice 10%) ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ปลอดภัยได้รับการพิสูจน์แล้ว


พร้อมกันนี้ยังมีกิฟฟารีน เอดดัลไวส์ ไวท์เทนนิ่ง มาส์ก ชีต และกิฟฟารีน อะบา-โลน คอลลาเจน-ไฮยา มาส์ก ชีต นวัตกรรม แผ่นมาส์ก Nanofront จากประเทศญี่ปุ่น ที่มีเส้นใยเนียนละเอียดแนบสนิทไปกับผิว ทำให้ Essence เข้าบำรุงผิวได้เป็นอย่างดี ครั้งแรกในประเทศไทย ที่มั่นใจว่าจะสามารถ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในกระแส นิยมอยู่ในท้องตลาด อีกทั้งยังยกขบวนผลิต-ภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ไวท์เทนนิ่งที่มีสวนผสมของดอกเอดดัลไวส์ ต่อยอดความ สำเร็จจากชุดเอดดัลไวส์ซีรี่ส์ที่ชนะใจผู้ใช้ ได้ในเวลาอันรวดเร็ว เปิดตัวให้ได้สัมผัสเป็นครั้งแรกมีทั้ง กิฟฟารีน เอดดัลไวส์ ไวท์เทนนิ่ง อาฟเตอร์ ซัน ฟอร์ เฟซ กิฟฟารีน เอดดัลไวส์ ไวท์เทนนิ่ง อาฟเตอร์ ซัน ฟอร์ บอดี้ และอื่นๆ อีกหลายรายการ (ดูเอกสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์)


นอกจากนี้ ยังจัดให้มีการเชิดชูเกียรติ และแสดงความยินดีกับความสำเร็จของ ผู้บริหารระดับสูงสุด ในตำแหน่งไดมอนด์ แกรนด์ พาราไดซ์ คนล่าสุด คือ ปนัดดา- ร.ต.ต.จำรัส ศิลา และพิธีประดับเข็มเกียรติยศ ผู้บริหารระดับสูงอีกหลายตำแหน่ง


จากนั้นเข้าสู่เวทีสุดอลังการของการเปิดตัวผู้ชนะการแข่งขันและมอบรางวัลต่างๆ มูลค่ารวมกว่า 20 ล้านบาท พร้อมแพ็กเกจท่องเที่ยวต่างประเทศ อาทิ การแข่งขัน Rally Rewards XIV การแข่งขัน Evolution Awards ประจำปี 2012 การแข่งขัน Junior Mini Rally Rewards HongKong การแข่งขัน Unilevel Awards 2012 พร้อมทั้งแนะนำการแข่งขันใหม่ Ju-nior Mini Rally Reward ประจำปี 2556 ประเทศสิงคโปร์ และการแข่งขัน Rally Rewards XV ปิดท้ายด้วยความสนุกจากสุดยอดศิลปินแถวหน้าของเมืองไทย อย่าง ติ๊นา-คริสติน่า อากีล่าร์ ใหม่-เจริญปุระ มอส- ปฏิภาณ ปฐวีกานต์ และไอซ์-ศรัณยู วินัย-พานิช ที่มาพร้อมเพลงแดนซ์สุดมันส์สนั่นฮอลล์เอาใจนักธุรกิจผู้ร่วมงาน


ตลอดระยะเวลากว่า 17 ปีที่ผ่านมา ความสำเร็จของนักธุรกิจกิฟฟารีนทุกคน และ การนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพสู่ผู้บริโภคนับล้าน คือ บทพิสูจน์แห่งความภาคภูมิใจของกิฟฟารีนที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่คนไทยด้วยผลิตภัณฑ์ คุณภาพหลากหลายชนิดกว่า 2,000 รายการ ที่สามารถเข้าไปเติมเต็มชีวิตประจำวันของสมาชิกผู้บริโภคกว่า 6.5 ล้านรหัส ปัจจุบันกิฟฟารีนมียอดจำหน่ายตลอดระยะเวลาของการดำเนินธุรกิจรวมกว่า 57,000 ล้านบาท โดยมีศูนย์ธุรกิจ ตั้งอยู่ในประเทศไทย รวม 113 สาขา และต่างประเทศมากกว่า 30 สาขา พร้อมทั้งมีบริการเดลิเวอรี่ส่งสินค้า ถึงมือผู้บริโภคในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ


ทั้งนี้ ในส่วนยอดขายในปี 2555 ที่ผ่านมา เป็นที่น่าพอใจด้วยตัวเลข 5,878 ล้านบาท โดยมีอัตราเติบโตที่ 7.01 เปอร์เซ็นต์ ถึงแม้จะไม่ถึงเป้าที่บริษัทตั้งไว้ 6,000 ล้านบาท เนื่องจากผลพวงจากสถานการณ์อุทกภัยในช่วงปลายปี 2554 ที่ทำให้สายการผลิตที่โรงงานได้รับผลกระทบ จึงมีผลต่อยอดขายในไตรมาสแรก แต่ด้วยกลยุทธ์ทางการตลาดและแคมเปญต่างๆ ในช่วงครึ่งปีหลัง ทำให้สามารถตีตื้นยอดขายขึ้นมาได้ ซึ่งมีอัตราการเติบโตอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ


สำหรับทิศทางการตลาดโดยรวมในปี 2556 นี้ กิฟฟารีนได้ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 6,500 ล้านบาท โดยนโยบายหลักจะเน้นในเรื่องการสร้างภาพลักษณ์ทางธุรกิจ ผ่าน เครื่องมือทางการตลาดอย่าง "กิฟฟารีน แชนแนล" ที่พร้อมออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง ทางอินเตอร์เน็ต เพื่อแสวงหากลุ่มเป้าหมายใหม่และการขยายเครือข่ายไปสู่คนรุ่นใหม่ พร้อมทั้งกระตุ้นผู้สมัครใหม่ให้ใช้สินค้าอย่างต่อเนื่องด้วยโปรโมชั่นและ แคมเปญต่างๆ ตลอดจนการตอบแทนผลกำไรคืนสู่สมาชิกในรูปแบบใหม่ๆ




Credit By :http://www.siamturakij.com

วันพฤหัสบดีที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2556

ข่าวกิฟฟารีน (Giffarine Thailand) : กิฟฟารีน ดีดยอดพุ่งโตเพิ่ม7.01% เล็งเป้าหมาย 6,500 ล้าน ! เขย่าตลาดปี56








กิฟฟารีนโชว์ตัวเลขเติบโตสำหรับปี 2555 ที่รับทรัพย์ทะลักกระเป๋า!!หลังปิดบัญชียอดขายได้สูงถึง 5,878 ล้านบาทหรือคิดเป็นอัตราการเติบโต 7.01 % ทั้งเตรียมเดินหน้าเขย่าตลาดปีมะเส็งเต็มพิกัดศึกตอกย้ำ 4 กลยุทธ์หลักให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ตั้งเป้าโตเพิ่มอีก 7% หวังคว้ายอดขาย 6,500 ล้านบาทในปีนี้พร้อมเสริมทัพช่องทาง กิฟฟารีน แชนเนล เพิ่มความหลากหลาย โชว์สดแบบเรียลไทม์ (Real time) บนอินเตอร์เน็ต


พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เผยถึงผลประกอบการในปี 2555 ว่าการเติบโตของกิฟฟารีนในช่วงปีที่ผ่านมาเป็นที่น่าพอใจโดยสามารถเติบโตเพิ่มขึ้นได้มากถึง 7.01% หรือคิดเป็นตัวเลขยอดขายโดยรวมในระดับ 5,878 ล้านบาท ซึ่งคาดเคลื่อนไปจากดกเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ที่ 6,000 ล้านบาท อันเนื่องมาจากผลพวงจากสถานการณ์อุทกภัยในช่วงในช่วงปลายปี 2554 ที่ทำให้สายการผลิตที่โรงงานได้ราบผลกระทบ จึงมีผลต่อยอดขายในไตรมาสแรก แต่ด้วยกลยุทธ์ทางการตลาดและแคมเปญต่างๆในช่วงครึ่งปีหลัง ทำให้สามารถตีตื้นยอดขายขึ้นได้


สำหรับทิศทางการตลาดโดยรวมในปี 2556 นี้ กิฟฟารีนตั้งเป้าไว้ที่ 6,500 ล้านบาท โดยนโยบายหลักจะเน้นในเรื่องการสร้างภาพลักษณ์ทางธุรกิจ ผ่านเครื่องมือทางการตลาดอย่าง กิฟฟารีน แชนเนล ที่พร้อมออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง ทางอินเตอร์เน็ต เพื่อแสวงหากลุ่มเป้าหมายใหม่และการขยายเครือข่ายไปสู่คนรุ่นใหม่ พร้อมทั้งกระตุ้นผู้สมัครใหม่ให้ใช้สินค้าอย่างต่อเนื่องด้วยโปรโมชั่นและแคมเปญต่างๆตลอดจนการตอบแทนผลกำไรคืนสู่สมาชิกในรูปแบบใหม่ที่น่าตื่นเต้น อาทิ การท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น (Fantastic Japan Awards) การมอบรางวัลทางธุรกิจ (Unilevel Awards) เป็นต้น


ด้านนายพงศ์พสุ อุณาพรหม ผู้อำนวยการใหญ่สายงานการตลาด บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด กล่าวเสริมถึงแผนการตลาดในปี 2556 ว่า การตลาดในปีนี้ จะเน้นหนักใน 4 กลยุทธ์เป็นสำคัญ ได้แก่ การฝึกอบรม (Training) แบ่งเป็นการอบรมด้านผลิตภัณฑ์และการอบรมด้านธุรกิจ ที่มีการพัฒนาบุคลากรและหลักสูตรให้เข้าใจง่าย มีความทันสมัย เพื่อให้นักธุรกิจนำไปขยายงานได้ง่ายขึ้น การประชาสัมพันธ์และการใช้เครื่องมือทางการตลาดต่างๆ ซึ่งปัจจุบันได้เพิ่มเครื่องมือที่ช่วยในการขยายช่องทางการตลาดมากขึ้น การพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โดยบริษัทได้วางแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในเดือน มีนาคมและกันยายน ที่จะถึงนี้ และสุดท้ายในส่วนของกิฟฟารีนแชนแนล ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว และได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากสมาชิกกิฟฟารีนกว่าแสนหลังคาเรือน รวมทั้งในปีนี้จะเจาะกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นผู้ชมทั่วไป โดยปรับเปลี่ยนรูปแบบรายการให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ทั้งเนื้อหาสาระและความบันเทิงแบบครบครัน



ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.LEADER TIME ฉบับที่ 219 ประจำวันที่ 16-31 มีนาคม 2556

วันเสาร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2556

ข่าวกิฟฟารีน (Giffarine Thailand) : กิฟฟารีนร่วมสนับสนุนงานสถาปนาสมาคมสตรีไทยดีเด่นแห่งชาติ









คุณพงศ์พสุ อุณาพรหม ผู้อำนวยการใหญ่สายงานการตลาด บริษัทกิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด ร่วมงานสถาปนาสมาคมสตรีไทยดีเด่นแห่งชาติ สมาคมสตรีไทยดีเด่นแห่งชาติ ร่วมสานสายใยผ้าไทยเทิดพระเกียรติ และได้รับเกียรติเข้ารับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณในฐานะตัวแทนบริษัทผู้ให้การสนับสนุนจาก ฯพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ประธานในพิธี พร้อมร่วมชมการประกวดชุด ผ้าไหมศูนย์ศิลปาชีพฯ และการแสดงแฟชั่นโชว์ชุด ผ้าไทยสไตล์บาติก โดย Mr. Milo Migliavacca ดีไซน์เนอร์ชั้นนำของโลกชาวอิตาเลี่ยน จากประเทศอินโดนีเซีย ณ ห้องรอยัลจูบิลี่ บอลรูม ศูนย์การแสดงสินค้า และการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อเร็วๆนี้

วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2556

ข่าวกิฟฟารีน (Giffarine Thailand) : กิฟฟารีน ปูพรมแผน 5 ปี ย้ำกลยุทธ์เข้าถึงทุกกลุ่ม









กิฟฟารีน วางหมากก่อนลุยตลาดอาเซียน ดึงกลเม็ดมัดใจลูกค้า 2 กลุ่ม ทั้งเก่าและใหม่ หวังตอบสนองความต้องการได้อย่างตรงจุด เน้นสร้างองค์ความรู้สู่การเป็นมืออาชีพอย่างแท้จริงให้กับสมาชิกส่วนนักธุรกิจใหม่เตรียมสอนวิธีสร้างรายได้อย่างเป็นรูปธรรม ล่าสุดทยอยปรับสินค้าเพิ่ม 10 % หลังอั้นต้นทุนไม่ไหว วัตถุดิบ และต้นทุน สินค้าอื่นๆ ขยับขึ้นทุกรายการ


น.ต.พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้วางแผนเติบโตในระยะยาว โดยวางแผน 3-5 ปีจากนี้ไป จะต้องมีอัตราเติบโตอยู่ที่ 10-15% โดยปัจจัยหลักที่จะช่วยผลักดันยอดขาย คือการเปิดตลาด AEC ที่จะมีการแข่งขันกันสูง ซึ่งบริษัทต้องเร่งปรับตัวและพัฒนาสินค้าเพื่อรองรับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นในอนาคต


สำหรับแผนการรองรับเปิดตาด AEC บริษัทได้วางแผน 2 ส่วน คือ 1.การพุ่งเป้าไปที่ผู้บริโภคกลุ่มใหม่ที่ยังไม่เคยใช้สินค้าของกิฟฟารีนมาก่อน และ 2.สมาชิกกลุ่มเดิมที่เป็นกลุ่มผู้บริโภค ซึ่งบริษัทมองภาพในระยะยาวว่าอะไรที่จะมาต่อยอดและตอบสนองความพึงพอใจของสมาชิกกลุ่มดังกล่าวได้ ที่สำคัญจะต้องมีการสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์เพื่อให้ผู้บริโภครับรู้อย่างต่อนื่อง


แผนที่เรากล่าวมา คือื การตอบสนองกลุ่มคน 2 กลุ่ม ทั้งกลุ่มเก่าและกลุ่มใหม่ว่าอะไรที่จะช่วยต่อยอดในการทำงานให้กับเขาได้ อย่างสมาชิกกลุ่มเดิมปัจจุบันให้ความสนใจอะไรเป็นพิเศษ ต้องบอกว่าสมาชิกที่เป็นผู้บริโภคสินค้าปัจจุบันมีมากถึง 6 ล้านคน ทีนี้เราต้องตอบโจทย์ให้ได้ว่าคนเก่าที่อยู่จะรักษาฐานกลุ่มนี้อย่างไร และทำอย่างไรให้สมาชิกกลุ่มนี้ซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่อง จากนี้ไปเราจะเน้นกลลุ่มสมาชิกเก่า 70% และกลุ่มสมาชิกใหม่ 30 %


ทั้งนี้บริษัทจะใช้กลยุทธ์การสร้างองค์ความรู้ในการเข้าสู่การเป็นมืออาชีพอย่างเเท้จริงให้กับสมาชิก ส่วนนักธุรกิจใหม่ก็จะมีการสอนวิธีการสร้างรายได้ในการทำงานอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งสิ่งที่บริษัทจะเน้นคือ การแยกกลุ่มเซ็กเม้นเตชั่นเพื่อดูแลผู้บริโภคให้ครอบคลุมทุกกลุ่มโดยปัจจุบันจะเห็นได้ว่าผู้บริโภคมีหลากหลายกลุ่มและต้องจำแนกตามอายุ เพศ และกำลังซื้อ เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง


น.ต.พญ.นลินี กล่าวต่อว่า กว่า 1 เดือนที่ผ่านมา (1 ม.ค.-15 ก.พ. 2556) บริษัทมีอัตราสูงถึง 19.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากต้นปี 2555 บริษัทได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ขณะที่อัตราเติบโตดังกล่าวส่วนหนึ่งมาจากช่องกิฟฟารีน รวมถึงกลยุทธ์ในการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคมากขึ้น นอกจากนี้บริษัทยังได้ปรับโครงสร้างนักธุรกิจด้วยการแนะนำให้นักธุรกิจจำนวน 300 รหัส (รายได้ 10,000 บาทขึ้นไป) จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล


การแนะนำให้นักธุรกิจจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล จัดตั้งบริษัทเพื่อความสะดวกในการหักลดหย่อนภาษี อย่างที่ผ่านมาเราได้เชิญสรรพากรมาให้คำแนะนำกับนักธุรกิจ ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ คาดว่าจะจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเรียบร้อยในเดือนมีนาคมนี้


อย่างไรก็ตาม หลังต้นทุนสินค้าโดยรวมตัวปรับสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นบรรจุภัณฑ์อย่างเม็ดพลาสติก กล่องกระดาษ รวมถึงวัตถุดิบในการผลิตสินค้าที่ปรับราคาสูงขึ้น 20% บริษัทจึงได้ทยอยปรับราคาสินค้าขึ้นเนื่องจากแบกรับต้นทุนไม่ไหว สินค้าเฉลี่ยอยู่ที่ 10% ตั้งแต่ต้นปี 2556 โดยสินค้าที่ปรับขึ้น ได้แก่ ผงซักฟอก และ ยาสีฟัน เป็นต้น





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 218 ประจำวันที่ 1-15 มีนาคม 2556


วันศุกร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ขุดข้อมูลพาณิชย์ใครจริง ใครโม้ เผยสถิติยอดขาย 5 อันดับสูงสุดของธุรกิจขายตรงในรอบ 3 ปี ระหว่างปี 2552-2554 จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์









ยักษ์ใหญ่ แอมเวย์ ครองแชมป์ เบอร์ 1 ตลอดกาล ขณะที่ กิฟฟารีน รั้งอันดับ 2 เชิดหน้าชูตาขายตรงพันธุ์ไทย ลบคำครหาโดนแซง ด้าน นู สกิน ไต่ขึ้นมาติดท็อปไฟว์ครั้งแรกในปี 2554 แหล่งข้าวชี้หลายบริษัทเคลมตัวเลขเกินจริง หวังเลี่ยงภาษี


ภาพรวมอุตสาหกรรมขายตรงในช่วงหลายปีที่ผ่านมายังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่-ย 6-10% ต่อปี ซึ่งปัจจุบันแม้จะยังไม่มีหน่วยงานใดเก็บข้อมูลหรือตัวเลขเพื่อทำสถิติตลาดรวมขายตรง แต่สมาคมอุตสาหรรมขายตรงไทย (TDSA) ได้ร่วมมือกับบริษัทวิจัยชื่อดังในการเก็บข้อมูลตัวเลข 2 ปีต่อ 1 ครั้ง เพื่อหาตัวเลขตลาดรวม โดยในปี 2552 ที่ผ่านมาตลาดรวมธุรกิจขายตรงมีมูลค่า 52,900 ล้านบาท เติบโตจากปี 2551 อยู่ที่ 14.6% จนมาถึงปัจจุบันที่ยังไม่มีการเก็บข้อมูลตัวเลขดังกล่าว แต่มีการคาดการณ์กันว่าตลาดรวมขายตรงน่าจะมีมูลค่าเกือบ 100,000 ล้านบาท


เผยตัวเลขท็อปไฟว์


จากข้อมูลดังกล่าวถือเป็นดัชนีวัดได้ว่าอุตสาหกรรมขายตรงปัจจุบันยังคงเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ให้กับประเทศไทยอย่างมหาศาล ซึ่งปัจจัยที่ช่วยหนุนตลาดให้เติบโต มาจากการที่ธุรกิจขายตรงมีภาพลักษณ์ที่ดีมากขึ้นในสายตาของผู้บริโภค การแข่งขันเพื่อสร้างแบรนด์ การโฆษณาประชาสัมพันธ์ต่างๆ การให้ความรู้เกี่ยวกับธุรกิจขายตรงให้กับผู้บริโภคในวงกว้าง ตลอดจนการออกสินค้าใหม่ที่อิงเทรนด์สุขภาพ ซึ่งอัตราการเติบโตดังกล่าวถูกนำเสนอในรูปแบบของการเก็บสถิติ การจัดอันดับ 1 ใน 5 ของธุรกิจขายตรงที่มียอดขายสูงสุด ล่าสุดนสพ. เดอะพาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ได้เก็บสถิติรวบรวมตัวเลขบริษัทขายตรงที่สร้างยอดขายได้สูงสุด 5 อันดับแรก ตั้งแต่ปี 2552 จนถึงปี 2554 กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์ ได้ว่า บริษัทที่ยังครองยอดขายเป็นอันดับ 1 ตลอดกาลยังคงเป็นเจ้าตลาดอย่างบริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ส่วนอันดับสองเป็นของบริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิซิตี้ จำกัด ซึ่งที่ผ่านมาเป็นประเด็นถกเถียงกันมาโดยตลอดว่าอันดับที่ 2 เป็นของผู้ประกอบการรายใด ระหว่างกิฟฟารีน แบรนด์สินค้าคนไทย กับบริษัท ซูเลียน(ประเทศไทย) จำกัด ยักษ์ใหญ่จากประเทศมาเลเซีย ซึ่งจากข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุชัดเจนว่า ซูเลียน มียอดขายอยู่ในอันดับสาม แค่ในปี 2552 และปี 2554 เท่านั้น เพราะในปี 2553 อันดับยอดขายสูงสุดอันดับ 3 ตกเป็นของ บริษัท เอมสตาร์ เน็ทเวิร์ค จำกัด


สำหรับสถิติยอดขายในรอบ 3 ปี (2552-2554) พบว่า ในปี 2554 ที่ผ่านมาบริษัทที่ทำยอดขายได้เป็นอันดับ 1 คือ แอมเวย์ มียอดขายรวม 14,644 ล้านบาท ตามด้วยกิฟฟารีน ที่มียอดขาย 5,146 ล้านบาท อันดับ 3 ซูเลียน มียอดขาย 4,980 ล้านบาท อันดับ 4 เอมสตาร์ มียอดขาย 3,933 ล้านบาท และอันดับ 5 เป็นของบริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด ที่มียอดขาย 1,954 ล้านบาท


ทั้งนี้ จากสถิติยอดขายในปี 2553 นั้น อันดับ 1 คือ แอมเวย์ มียอดขาย 13,590 ล้านบาท อันดับ 2 กิฟฟารีน มียอดขาย 4,609 ล้านบาท อันดับ 3 เอมสตาร์ มียอดขาย 4,585 ล้านบาท อันดับ 4 ซูเลียน มียอดขาย 4,184 ล้านบาท และอันดับ 5 บริษัท คังเซน-เคนโกฯ มียอดขาย 2,204 ล้านบาท ขณะที่ปี 2552 อันดับ 1 แอมเวย์ มียอดขาย 12,609 ล้านบาท อันดับ 2 กิฟฟารีน มียอดขาย 4,355 ล้านบาท อันดับ 3 ซูเลียน มียอดขาย 3,309 ล้านบาท อันดับ 4 คังเซน-เคนโก มียอดขาย 2,377 ล้านบาท และอันดับ 5 เอมสตาร์ มียอดขาย 1,805 ล้านบาท


ยักษ์ใหญ่เร่งสร้างแบรนด์


การขึ้นท็อปไฟว์ของ นู สกิน ในปี 2554 นั้น ถือเป็นครั้งแรกของนูสกินที่ขึ้นอันดับท็อปไฟว์ หลังจาก นู สกิน ได้เข้ามาดำเนินธุรกิจตั้งแต่ปี 2540 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 16 ปี โดยปัจจัยที่ทำให้ นู สกิน มียอดขายที่เติบโตนั้นมาจากการรุกตลาดเพื่อสร้างแบรนด์อย่างจริงจัง และการสร้างโพซิชั่นของแบรนด์ที่เป็นสินค้าต่อต้านความเสื่อมชราอย่างชัดเจน และมีการตอกย้ำตำแหน่งสินค้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนโยบายดังกล่าว นูสกินได้ผลักดันทั่วโลก ที่ให้ความสำคัญกับสินค้าต่อต้านความเสื่อมชรา เพราะเทรนด์หรือแนวโน้มตลาดของสินค้าในกลุ่มเอนไทน์เอจจิ้งมีการเติบโตเป็นอย่างมาก


ส่วนพี่ใหญ่ในวงการขายตรงอย่างแอมเวย์ ที่สามารถรักษายอดขายได้ติดอันดับ 1 มาโดยตลอด นอกเหนือจากการสร้างธุรกิจในประเทศไทยมาอย่างยาวนานแล้ว ยังเป็นผลมาจากแอมเวย์ได้สร้างแบรนด์ และรุกตลาดอย่างต่อเนื่อง ครบวงจรทุกด้าน ทั้งสมาชิกกลุ่มผู้บริโภคและการสื่อสารแบรนด์ผ่านสื่อต่างๆ รวมทั้งมีการสร้างตำแหน่งสินค้าที่ชัดเจนเพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภค อาทิ แบรนด์นิวทริไลท์ ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาร์ทิสทรี ในกลุ่มสินค้าความงาม ทั้งกลุ่มสกินแคร์ และสีสัน อีกทั้งแอมเวย์ยังมี รอยัลตี้ แบรนด์กับผู้บริโภคที่สูงไม่น้อย


ส่วนกิฟฟารีนแม้จะเป็นสินค้าแบรนด์ไทย ยังสามารถสร้างยอดขายได้เป็นอันดับสองตลอดระยะเวลา 3 ปี(2552-2554) ซึ่งเป็นผลมาจากกิฟฟารีนได้สร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก และหากถามกลับไปว่า ปัจจุบันผู้บริโภครู้จักแบรนด์กิฟฟารีนมากน้อยเพียงใด เรื่องนี้ น.ต.พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ ของ กิฟฟารีน เผยว่าจากการสำรวจล่าสุดพบว่าผู้บริโภคมากถึง 99% รู้จักแบรนด์กิฟฟารีน ไม่เพียงแค่รู้จักแบรนด์เท่านั้น แต่ยังรู้จัก น.ต.พญ.นลินี ด้วยว่าเป็นเจ้าของธุรกิจกิฟฟารีน


ขณะที่กิฟฟารีนเองได้สร้างความมั่นใจในธุรกิจให้กับสมาชิกและผู้บริโภคด้วยการตั้งโรงงานผลิตสินค้าในกลุ่มเสริมอาหาร ที่มีการลงทุนมากกว่า 700 ล้านบาท รวมทั้งสินค้าของกิฟฟารีน ก็มีความหลากหลาย ที่สำคัญราคาสินค้าเป็นราคาที่ผู้บริโภคจับต้องได้ มีการซื้อซ้ำ อีกทั้งคุณภาพสินค้าดี ส่งผลให้กิฟฟารีนมีสมาชิกผู้บริโภคสูงถึง 6,000,000 คน และมีนักธุรกิจอิสระมากกว่า 500,000 คน ประกอบกับที่ผ่านมากิฟฟารีนมีการสร้างแบรนด์ผ่านสื่ออย่างชัดเจน


ซัดบางรายมั่วตัวเลข


อย่างไรก็ตามในช่วงที่ผ่านมามีบริษัทขายตรงชื่อดังหลายบริษัทได้โฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ว่ามียอดขายหลายพันบาท แต่จากการแจ้งรายได้ไปยังกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่าหลายบริษัทมียอดขายไม่ถึง 1,000 ล้านบาท บางบริษัทแถลงต่อหน้าสื่อว่ามียอดขายสูงถึง 5,000 ล้านบาท แต่กลับแจ้งกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าว่ามียอดขายเพียง 800 ล้านบาทเท่านั้น


สำหรับประเด็นดังกล่าว แหล่งข่าวจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า การกระทำดังกล่าวสามารถตีความได้หลายอย่างที่บริษัทขายตรงเหล่านั้นไม่แจ้งยอดขายตรงกับความเป็นจริง ซึ่งเป็นไปได้ว่า บริษัทเหล่านั้นอาจหลีกเลี่ยงภาษี หรือต้องการสร้างขวัญกำลังใจและกระตุ้นให้สมาชิก และแม่ทีมมีความตื่นเต้น เป็นการปลุกพลังในการแสวงหาสมาชิกอย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวทางหน่วยงานภาครัฐควรจะมีการตรวจสอบที่เข้มข้นถึงตัวเลขยอดขายทีแท้จริงของแต่ละบริษัท เพื่อสร้างความถูกต้องในธุรกิจอีกทางหนึ่งด้วย




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพเดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 216 ประจำวันที่ 1-15 กุมภาพันธ์ 2556

วันอังคารที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2556

ข่าวกิฟฟารีน (Giffarine Thailand) : กิฟฟารีน กางแผนลุยปี56 โชว์ครึ่งปีแรกมุ่งเทรนนิ่งเป็นหลัก









กิฟฟารีนตีโค้งสุดท้ายทิ้งทวนปี55 ยอดขายโตมากกว่า 10 % เตรียมโหมลุยปีงูเล็กแบบๆไม่ใส่เกียร์ถอย พร้อมสตาร์ทอุ่นเครื่อง โหมเทรนนิ่งสูตรใหม่ หวังสร้างความแกร่งให้นักธุรกิจกระตุ้นบรรยากาศให้คึกคักก่อนส่งผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาเขย่าตลาดเรียกเรตติ้งพร้อมวางหมากรุกเขย่าตลาดอาเซียน


นายพงศ์พสุ อุณาพรหม ผู้อำนวยการฝ่าย สื่อสารการตลาด บริษัทกิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เปิดเผยว่าในปีนี้กลยุทธ์ของกิฟฟารีนแบ่งออกเป็น 4 ด้านหลักๆ คือ มุ้งเน้นไปที่เรื่องของการเทรนนิ่ง โดยจะมีการพัฒนาปรับปรุงหลักสูตรใหม่ๆ เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเทรนนิ่งโปรดักส์ และการทำธุรกิจ นอกเหนือจากนั้นก็จะเป็นการทำกลยุทธ์เหมือนที่เคยทำมาโดยตลอด คือ การทำประชาสัมพันธ์ เครื่องมือทางการตลาดต่างๆ ซึ่งปัจจุบันนี้เราก็ได้มีเครื่องมือที่เป็นอาวุธในการขยายตลาดมากขึ้น รวมถึงการพัฒนาคุณภาพของโปรดักส์ใหม่ๆ ซึ่งในปีนี้จะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในช่วงเดือนมีนาคมและเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ด้วย ทั้งนี้บริษัทได้มีการวางแผนไว้และสุดท้ายในส่วนของกิฟฟารีนแชนแนลที่เป็นอาวุธในการขยายตลาดของกิฟฟารีน ที่เพิ่งเปิดตัวออกไปเมื่อปีที่ผ่านมา เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี การเพิ่มสาระความบันเทิงให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น


ในปีที่ผ่านมากิฟฟารีน แชนแนล ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ชมที่เป็นเหล่าสมาชิกกิฟฟารีนที่ขณะนี้มากกว่า แสนหลังคาครัวเรือน ซึ่งเป็นตรงตามเป้าที่กิฟฟารีนวางไว้ในช่วงเริ่มต้นนี้ เพราะในช่วงเฟสแรกนี้เราจะมุ่งจับกลุ่มผู้ชมภายในธุรกิจของเราที่จะเขไปเจาะผู้ชมที่เป็นผู้บริโภคทั่วๆไปมากขึ้น โดยจะมีการเพิ่มเนื้อหาสาระและความบันเทิงที่หลากหลายให้มากขึ้นในปี 2556 นี้ด้วยเช่นกัน


นายพงศ์พสุ กล่าวเพิ่มเติมต่อว่า ในไตรมาสที่ 4 ที่ผ่านมาเติบโตตามเป้าที่วางไว้สามารถเติบโตเพิ่มมากกว่า 10% จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2554 ทำให้ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2556 นี้การฟื้นตัวของสมาชิกหลังจากปีใหม่ มีการกระตุ้นให้เกิดการทำงานให้เกิดขึ้นก่อนดังนั้นในช่วง 3 เดือนแรก บริษัทจะมีการโหมการเทรนนิ่ง จัดกิจกรรมต่างๆ จะมีส่วนช่วยให้บรรยากาศในการทำงานคึกคักมากขึ้น และในช่วง 3 เดือนครึ่งของครึ่งปีแรกจะเน้นไปที่เรื่องของผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่จะออกมากระตุ้นกำลังซื้อให้สูงขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเดือน มีนาคม-พฤษภาคม


นอกจากนี้ในภาพรวมของอุตสาหกรรมขายตรงไทยในปีนี้นั้นยังคงมีแนวโน้มที่เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน


โดยเมื่อประมวลจากภาพรวมอุตสาหกรรมธุรกิจขายตรง ในตลอดทั้งปี 2555 ที่ผ่านมาผู้ประกอบการธุรกิจขายตรงไทยหลายๆราย ทำการตลาดที่ถูกต้องและเหมาะสมกับผู้บริโภคมากขึ้นและเน้นการให้ความรู้กับผู้ที่ทำธุรกิจอิสระอย่างถูกต้อง ทำให้ภาพอุตสาหกรรมมีการเติบโตที่เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 7% อีกทั้งภาพลักษณ์ที่สะท้อนไปยังภาคเอกชนก็ดีขึ้น ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับขายตรงที่ดีและธุรกิจที่ระดมทุนเป็นอย่างไร จึงทำให้ภาพรวมของอุตสาหกรรมขายตรงนั้นเติบโตเพิ่มขึ้นนั่นเอง


ผู้ประกอบการขายตรงในปัจจุบันนี้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์มากขึ้น มีการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่เป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคมากขึ้น เป็นการแข่งขันที่เน้นเรื่องราวความพึงพอใจในการใช้สินค้าของผู้บริโภคมากขึ้นนั่นเอง


นายพงศ์พสุ ยังได้กล่าวถึงไลน์เซนในประเทศไทยเพิ่มเติมว่า หลังจากที่กิฟฟารีนได้เปิดอนุญาตให้มีการเปิดไลน์เซนไปเมื่อหลายปีก่อนนั้นปัจจุบันนี้กิฟฟารีนมีไลน์เซนอยู่ทั้งหมด 7 แห่ง และยังไม่มีแผนที่จะเปิดเพิ่มแต่อย่างไร เนื่องจากกิฟฟารีนต้องการให้ทั้ง 7 แห่งนั้นเพียงพอแล้วแต่ในอนาคตบริษัทอาจจะมีการเปิดศูนย์บริการเพิ่มขึ้นอีกเพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคให้เกิดความครอบคลุมมากขึ้น


ขณะเดียวกันกิฟฟารีน ยังได้เตรียมความพร้อมที่จะเข้าไปรุกตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยมีการศึกษาลู่ทางและแนวโน้มของการเข้าไปเจาะตลาดประเทศเพื่อนบ้าน ต้องศึกษาแผนการลงทุนเพื่อให้ตรงกับกรอบของกฏหมายและความต้องการของประเทศต่างๆด้วยเช่นกัน


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ LEADER TIME รายปักษ์ ประจำวันที่16-31มกราคม 2556 ฉบับที่ 215

วันอังคารที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2556

ข่าวกิฟฟารีน (Giffarine Thailand) : จับมือรายการ วู้ดดี้ เกิดมาคุย สานต่อโครงการ "Gifts for all" การให้...... เพื่อให้ต่อ ปีที่ 3


กิฟฟารีนจับมือรายการ วู้ดดี้ เกิดมาคุย สานต่อโครงการ Gifts for all การให้...... เพื่อให้ต่อ ปีที่ 3 หลังจากที่เปิดตัวโครงการเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยในปีนี้เป็นอีกหนึ่งปีพิเศษที่ พ.ญ. นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด ร่วมกับคุณวู้ดดี้ มิลินทจินดา พิธีกรชื่อดัง เปิดโอกาสให้ผู้ชมทางบ้านส่งเรื่องราวที่อยากจะมอบความรู้สึกดีๆ ความรู้สึกที่ซ่อนเร้นไม่กล้าบอก ซึ่งในปีนี้มีผู้นำเรื่องราวดีๆ มาร่วมบอกต่อกันมากมาย
ซึ่งในปีนี้ทีมงานต้องระดมสมอง เพื่อทำการคัดเลือกเรื่องราวที่มีความน่าสนใจ เพื่อส่งมอบของขวัญชิ้นพิเศษมากที่สุด จนในที่สุดเรื่องราวที่ประทับใจพ.ญ. นลินี ไพบูลย์ คุณวู้ดดี้และทีมงานมากที่สุด คือ เรื่องราวของคุณนุ๊ก ที่ได้ส่งคลิปมายังรายการ เพื่อต้องการที่จะขอโทษ และขออภัยจากคุณพ่อและคุณแม่ ในสิ่งที่เคยทำผิดพลาดไปและไม่กล้ากลับมาหาท่านนานถึง 10 ปี พร้อมทั้งอยากให้ท่านได้รู้จักคุณแฟรงค์ และน้องแองจี้ ซึ่งเป็นสามีและลูกสาวสุดที่รัก พ.ญ. นลินี ไพบูลย์ คุณวู้ดดี้และทีมงานตัดสินใจที่จะทำความฝันของเขาให้สำเร็จ
การปฏิบัติภารกิจ Gifts for all ปีที่3 จึงได้เริ่มขึ้นโดยทางทีมงานได้วางแผนให้คุณพ่อ คุณแม่และน้องชายเดินทางมาที่ร้านอาหารโดยที่ทั้ง 2 ไม่ทราบว่าจะมีโอกาสที่จะได้พบกับลูกสาว ซึ่งเป็นเวลากว่า 10 ปีที่ครอบครัวนี้ไม่เคยได้อยู่พร้อมหน้ากัน หลังจากที่ทีมงานพาคุณพ่อและคุณแม่มาพบกันระหว่างนั้นทีมงานได้เปิดตัวคุณนุ๊ก คุณพ่อและคุณแม่ต่างดีใจ จนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เมื่อได้เห็นคุณนุ๊ก โดยคุณนุ๊กได้มีโอกาสกล่าวคำขอโทษ และอยากให้ท่านทั้ง 2 พบกับคุณแฟรงค์ สามีของเธอ และขอให้ท่านให้อภัยในสิ่งที่เคยผิดพลาดไป ท่ามกลางกองเชียร์กว่า 500 คน ที่เฝ้ารอคอยเป็นกำลังใจ จนในที่สุดคุณพ่อและคุณแม่ก็บอกกับคุณนุ๊กว่ายังรักและให้อภัยเสมอ บรรยากาสต่างเต็มไปด้วยรอยยี้มและน้ำตาของความสุข ของทุกคนที่มาเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวของคุณนุ๊กได้หลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันและมีความสุขร่วมกันอีกครั้ง
คุณนุ๊กได้มีโอกาสที่จะแนะนำคุณพ่อและคุณแม่ได้พบกับ และน้องแองจี้ หลานสาวทั้ง 2 ท่านต่างตื่นเต้นที่จะได้เจอ ทีมงานเปิดตัวคุณวู้ดดี้ พาน้องแองจี้ เดินมาหาคุณพ่อคุณแม่ของคุณนุ๊ก และแสดงความยินดีที่วันนี้ทุกคนในครอบครัวอยู่กันอย่างพร้อมหน้า พร้อมกล่าวถึงคุณนุ๊กที่ได้ส่งเรื่องราวมาร่วมรายการกับโครงการ Gifts for all การให้...... เพื่อให้ต่อในปีที่ 3 เพื่อขอโอกาสที่จะขอโทษ และขอให้คุณพ่อ และคุณแม่ให้อภัยคุณนุ๊ก และครอบครัว โดยโครงการดีๆ ในครั้งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าไม่ได้รับโอกาสจาก คุณหมอต้อย-พญ. นลินี ไพบูลย์ แห่งกิฟฟารีน โดยคุณหมอต้อย ได้ ร่วมแสดงความยินดีกับครอบครัวของคุณนุ๊ก และให้กำลังใจคุณนุ๊กด้วยข้อคิดดีๆ 3 ข้อว่า ข้อแรก ไม่มีใครรักเราและปรารถนาดีกับเราเท่าคุณพ่อคุณแม่ ผู้ซึ่งเลี้ยงดูเรามา ข้อที่สอง ไม่มีใครทำอะไรถูกไปซะทุกอย่าง และข้อสุดท้าย ให้กล้าที่จะยอมรับในสิ่งที่ทำพลาดไป และเดินกลับมาขออภัย กลับมาหาคนที่เรารัก ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้ม และน้ำตาแห่งความปลื้มปิติ ที่ทำให้ทั้งคุณหมอต้อย คุณวู้ดดี้ และทีมงานทุกคนมีความสุขที่ ได้มอบของขวัญดีๆ ที่ทำให้ครอบครัวนี้ ได้มีโอกาสสานสัมพันธ์ที่ดีต่อกันได้สำเร็จ

วันพุธที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ข่าวกิฟฟารีน (Giffarine) : กางแผน56ลุยต่างประเทศ








 


กิฟฟารีน ฟันธงขายตรงปีหน้าโต กางยุทธศาสตร์ปี 56 ลุยต่างประเทศดันสัดส่วนส่งออกปี 58 แตะ 500 ล้าน เล็งปรับคอนเทนต์ทีวีดาวเทียมดึงกันตนาเสริมแกร่งเจาะฐานลูกค้าระดับแมส สานต่อธุรกิจ 16 ปี โกยยอด 5 หมื่นล้าน
พ.ญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจขายตรง ภายใต้ชื่อ "กิฟฟารีน" เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจขายตรงปี 2556 คาดว่ายังเติบโตได้ หากไม่มีปัจจัยลบทั้งด้านการเมือง และภัยธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงขึ้น ขณะที่ปีนี้คาดว่าธุรกิจขายตรงจะเติบโตประมาณ 7-10% และมีมูลค่าราว 8 หมื่นล้านบาท ส่วนบริษัทคาดการณ์ยอดขายปีหน้าว่ายังคงเติบโตได้ต่อเนื่องระดับ 10% จากปีนี้ที่คาดว่าจะปิดยอดขายรวมแตะ 6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มียอดขาย 5.4 พันล้านบาท
ทั้งนี้ แผนธุรกิจปีหน้าบริษัทจะขยายตลาดไปยังต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเปิดตลาดในประเทศอินโดนีเซีย และเจาะตลาดเวียดนามในปี 2557 เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 โดยโมเดลในการเจาะตลาดต่างประเทศนั้นจะมี 2 รูปแบบ คือการให้ไลเซนส์แก่พาร์ตเนอร์ท้องถิ่นเพื่อขยายตลาด และการลงทุนเองทั้งหมดหรือเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ สำหรับธุรกิจขายตรงในอาเซียนเกือบทุกประเทศถือว่ามีการเติบโตค่อนข้างมาก โดยเฉพาะมาเลเซียถือว่าเติบโตสูงสุดและบริษัทมีการเปิดช็อปประมาณ 20 สาขา ตามด้วยพม่า กัมพูชา และลาว
"ในปี 2558 บริษัทวางเป้าหมายขายจากต่างประเทศเพิ่มเป็น 500 ล้านบาท จากปัจจุบันอยู่ที่ 200 ล้านบาท ขณะที่เป้าหมายยอดขายในประเทศไทยจะถึงระดับ 1 หมื่นล้านบาท บริษัทยอมรับว่าคาดการณ์ได้ยาก เพราะปัจจุบันธุรกิจมีปัจจัยเสี่ยงเพิ่มขึ้นทั้งภัยธรรมชาติที่รุนแรงมากขึ้นและปัจจัยการเมือง ซึ่งกระทบยอดขายไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยเฉพาะช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมามีความขัดแย้งเกิดขึ้นต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามบริษัทดำเนินธุรกิจขายตรงมา 16 ปี ค่อนข้างโชคดีที่ยอดขายเติบโต 10% มาโดยตลอด และไม่มีปีใดที่ติดลบ และปีนี้บริษัทได้ฉลองยอดขายรวมถึง 5 หมื่นล้านบาท และมีการจ่ายผลตอบแทนให้กับนักธุรกิจราว 2.4 หมื่นล้านบาท ตลอดระยะเวลา 16 ปีที่ผ่านมา" พ.ญ.นลินี กล่าว"
ด้านนายพงศ์พสุ อุณาพรหม ผู้อำนวยการใหญ่สายงานการตลาด บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด กล่าวว่า ปีหน้าบริษัทจะมีการปรับแผนธุรกิจโดยเฉพาะทีวีดาวเทียมด้วยการเพิ่มคอนเทนต์ใหม่ๆเพื่อขยายฐานลูกค้าให้กว้างและเป็นระดับแมสมากขึ้น ซึ่งขณะนี้ได้หารือกับผู้ผลิตรายการทีวีรายใหญ่อย่างกันตนา เพื่อพัฒนาคอนเทนต์ให้ตรงกับความต้องการและกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น และบริษัทยังมีแผนจะซื้อลิขสิทธิ์รายการทีวีจากต่างประเทศมาเสริมความแข็งแกร่งให้กับช่องด้วย ที่สำคัญบริษัทจะปรับทีวีดาวเทียมให้มีความพร้อมในการออกอากาศที่คมชัดมากขึ้น เพื่อสอดคล้องกับอนาคตที่จะมีทีวีดิจิตอลมากขึ้น
"ปีหน้าช่องทีวีดาวเทียมของกิฟฟารีนก็จะปรับให้พร้อมสู่การเป็นระบบดิจิตอล คือการผลิตรายการจะต้องมีความละเอียดคมชัดมากขึ้น และคอนเทนต์ของช่องก็จะเพิ่มรายการวาไรตีขยายฐานลูกค้าให้แมสเพิ่มจากปัจจุบันที่มีคนดูช่องของกิฟฟารีนประมาณ 1 แสนครัวเรือน เบื้องต้นปีหน้าคาดว่าจะมีรายการใหม่เพิ่ม 1 รายการ จากที่มี 9 รายการ และจะทำให้สัดส่วนรายการที่ออกอากาศตลอด 24 ชั่วโมง เป็นรายการใหม่ 80% จากปีนี้ 70% รายการเดิมออกอากาศซ้ำ 30%" นายพงศ์พสุ กล่าว


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 32 ฉบับที่ 2,796 วันที่ 2- 5 ธันวาคม พ.ศ. 2555

วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ข่าวกิฟฟารีน - (Giffarine) : สอยลูกจ้างSMEเข้าขายตรง








กิฟฟารีน เผยธุรกิจขายตรงพร้อมอ้าแขนรับคนตกงานหากเอสเอ็มอีล้ม พร้อมคุยปีนี้สินค้าทุกกลุ่มขายดี โดยเฉพาะเดือน พ.ย.ยอดพุ่ง 30% หลังไตรมาสแรกยอดขายสะดุดเพราะพิษน้ำท่วม
นางนลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจขายตรงภายใต้แบรนด์ กิฟฟารีน เปิดเผยว่า จากนโยบายการปรับค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาททั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2556 เป็นต้นไปนั้น คาดว่าน่าจะส่งผลกระทบให้กับผู้ ประกอบการพอสมควรโดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็ม อี เนื่องจากมีเงินทุนในการดำเนินธุรกิจน้อยซึ่งจากแนวโน้มดังกล่าวอาจทำให้เกิดปัญหาการคนตกงาน โดยในส่วนของคนตกงานส่วนหนึ่งคาดว่าจะหันมาทำธุรกิจขายตรง เพราะเป็นอา ชีพอิสระที่สร้างรายได้ดี ด้วยเหตุนี้จึงทำให้อาชีพ ธุรกิจขายตรงกลายเป็นอาชีพที่ 2 ของผู้ที่ทำ งานประจำไปแล้วส่วนหนึ่ง


สำหรับในส่วนของบริษัทนั้น ปัจจุบันมีสมาชิกผู้บริโภคมากกว่า 6.3 ล้านรหัส โดยในจำนวนดังกล่าว 5 แสนรหัส เป็นสมาชิกที่มีรายได้ และ 50,000 รหัส เป็นนักธุรกิจที่มีรายได้ประจำ ซึ่งจากจำนวนสมาชิกที่มีรายได้ดังกล่าวถือว่าเป็นที่พอใจมาก ด้วยเหตุนี้ บริษัทจึงต้องมีการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งจากความสำเร็จที่ได้รับตลอดระยะเวลากว่า 16 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทมีรายได้รวมตลอดระยะเวลาดังกล่าวอยู่ที่ประมาณ 50,000 ล้านบาท
ส่วนแผนการทำตลาดในช่วง 2 เดือนสุดท้ายนี้ บริษัทได้มีการเปิดตัวผลิต ภัณฑ์ใหม่เข้าทำตลาด เช่น ชุดผลิตภัณฑ์ เอดดัลไวส์ และชุดกิฟฟารีนกลามอรัสบิวตี้ เพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วงปลายปีนี้ โดยสิ้นปีนี้บริษัทคาดว่าจะมียอดขาย อยู่ที่ประมาณ 5,800 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนประมาณ 8-10% ต่ำกว่าเป้าหมายเดิมที่วางไว้เล็กน้อยว่าจะเติบโตที่ประมาณ 6,000 ล้านบาท เนื่องจากมียอดขายสะดุดไปในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ เพราะยังไม่สามารถผลิตสินค้าเข้าทำตลาดได้ตามปกติภายหลังจากประสบปัญหาน้ำท่วม
อย่างไรก็ตาม หลังจากกลับมาผลิตสินค้าได้ตามปกติในช่วงไตรมาส 2 ส่งผลให้ยอดขายตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นมา มีอัตราการเติบโตที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะช่วงเดือน พ.ย.นี้ มียอดขายเติบ โตสูงถึง 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งในส่วนของปีหน้าคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตได้ที่ประมาณ 10%.



Credit By :ryt9.com

วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2555

กิฟฟารีน-Giffarine : ฉลองยอด16ปี50,000ล้าน เดินเครื่องอัดแคมเปญสร้างยอดสิ้นปี


กิฟฟารีน เผยความสำเร็จธุรกิจ พร้อมฉลองยอดขาย 16 ปี 50,000 ล้าน...ล่าสุดจัดแคมเปญสุดพิเศษ Big Gifts Big Celebration แทนคำขอบคุณสมาชิก พร้อมงัดกลยุทธ์ CRM ด้วยบัตร Gifts Club บัตรสะสมคะแนนแบบใหม่เอาใจนักช้อป รับเทศกาลของขวัญวันปีใหม่ สร้างความคึกคัก เผยต้นปีหน้าเตรียมเร่งเครื่องขยายสาขาอินโดนีเซีย พร้อมมั่นใจเป้า 6,000 ล้านสิ้นปีไม่ใช่เรื่องยาก

พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ตลอดเวลา 16 ปี ที่กิฟฟารีน ดำเนินธุรกิจขายตรงหลายชั้น กิฟฟารีนได้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์คุณภาพรวม 5 กลุ่มผลิตภัณฑ์กว่า 2,000 รายการเพื่อผู้บริโภคชาวไทยตลอดมา พร้อมทั้งยังมอบโอกาสทางธุรกิจให้กับคนไทยอย่างแท้จริง ทำให้มีนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจากธุรกิจกิฟฟารีนเป็นจำนวนมาก ซึ่งในปัจจุบันกิฟฟารีนมีนักธุรกิจกว่า 50,000 รหัส และสมาชิกผู้บริโภครวมกว่า 6.3 ล้านรหัส ที่เป็นกำลังสำคัญ ในการผลักดันให้วันนี้กิฟฟารีนมียอดขายรวม 50,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจในความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ครั้งนี้
ที่สำคัญ หากจะมองถึงปัจจัยแห่งความสำเร็จของ กิฟฟารีนนั้น สิ่งสำคัญที่สุด คือ การสร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ ที่ในวันนี้มีผลิต ภัณฑ์ที่โดดเด่น และสามารถสร้างยอดขายที่เติบโตได้อย่างรวดเร็ว ในระยะเวลาอันสั้น ผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ของ กิฟฟารีนในปีนี้ มีทั้ง เครื่องดื่มอะบาโลน คอลลาเจน เครื่องดื่มกลูต้า เคอร์คิวมา ซี-อี และชุดผลิตภัณฑ์เอดดัลไวส์ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเพื่อความกระจ่างใส โดยผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 กลุ่ม เป็นผลิตภัณฑ์ยอดนิยมที่ขายดีที่สุด ของกิฟฟารีนขณะนี้
ส่วนกิจกรรมเฉลิมฉลองยอดขาย 50,000 ล้านบาท ทางกิฟฟารีนได้เปิดโอกาสให้นักธุรกิจ กิฟฟารีน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ครั้งนี้ ด้วยการชนแก้วดื่มน้ำทับทิมเฉลิมฉลองทุกศูนย์ธุรกิจพร้อมกันทั่วประเทศ และบันทึกภาพ ถ่ายเหตุการณ์ครั้งนี้ลงในหนังสือ บ้านสีฟ้า 50,000 ล้าน เพื่อตอกย้ำถึงความสำเร็จร่วมกันในครั้งนี้

พญ.นลินี กล่าวต่อว่า สำหรับเป้าหมายยอดขายของบริษัทฯ ในสิ้นปีนี้ คาดว่าน่าที่จะถึง 6,000 ล้านบาทแน่นอน เนื่องจากในปีนี้เป้าหมายที่บริษัทฯ วางไว้ 5,000 ล้านบาท ได้ทะลุเป้าหมายไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะผลพวงมาจาก ปีนี้ไม่มีปัญหาในเรื่องของวิกฤติน้ำท่วมเหมือนปีที่ผ่านมานั่นเอง ส่วนเป้าหมายยอดขาย 10,000 ล้านบาทนั้น บริษัทฯ คงต้องรอดูก่อน เนื่องจากประเทศไทยยังมีปัจจัยลบหลาย ๆ อย่างที่ยังไม่นิ่ง ไม่ว่าจะเป็น ความไม่นิ่งทางการเมือง ภัยธรรมชาติที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะหากถ้าไม่มี 2 ประเด็นนี้ ทาง บริษัทฯ เอง เชื่อว่า เป้าหมายที่ตั้งไว้ก็ไม่น่าที่จะเกินเอื้อมแน่นอน

ส่วนแผนธุรกิจปีหน้านั้น กิฟฟารีน มีแผนที่จะลงทุนวิจัยและพัฒนาผลิต ภัณฑ์ใหม่ด้วยการทุ่มงบ 30 ล้านบาท พร้อมวางเป้าหมายเติบโต 10% นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายธุรกิจในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปีหน้าจะเข้าไปทำตลาดในอินโดนีเซีย จากปัจจุบันเข้าไปทำตลาดในลาว พม่า กัมพูชา และมาเลเซียแล้ว และส่งผลทำให้มีรายได้จากต่างประเทศในปีนี้อยู่ที่ 150 ล้านบาท

สิ่งที่ทำให้กิฟฟารีน มียอดขายเติบโตในตลาดต่างประเทศถึง 150 ล้านบาทนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค โดยเฉพาะในส่วนของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่เติบโตอย่างมาก ในแต่ละประเทศที่กิฟฟารีนเข้าไปทำตลาด โดยประเทศ ที่เติบโตอย่างมากของกิฟฟารีนอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีผู้ที่ซื้อไลเซ่นของบริษัทเข้าไปทำค่อนข้างมากนั่นเอง จึงทำให้ยอดขายในมาเลเซียของกิฟฟารีนค่อนข้างเยอะ

พญ.นลินี กล่าวต่อว่า วันนี้ในเรื่องของคู่แข่งในต่างประเทศนั้น บริษัทฯ มองว่า คงไม่มีปัญหา และสินค้าไม่ไปชนกับค่ายอื่นแน่นอน เนื่องจากคู่แข่งของกิฟฟารีนจะเป็นในส่วนของเคาน์เตอร์แบรนด์มากกว่า พร้อมกับเชื่อว่า หากมีการเปิดตลาดอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบ สัดส่วนยอดขายของบริษัทก็น่าที่จะเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ส่วนในเรื่องของกำลังการผลิต ขณะนี้นั้น กิฟฟารีน ก็มีการเตรียมความพร้อม สำหรับกำลังการผลิตที่คาดว่าจะเพิ่มมากขึ้นในอนาคตเช่นกัน

ด้านนายพงศ์พสุ อุณาพรหม ผู้อำนวยการใหญ่สายงานการตลาด บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด กล่าวว่า จุดแข็งของกิฟฟารีนในการสร้างแบรนด์นั้น จะมีความโดดเด่น ตรงที่เน้นแบรนด์ของซีอีโอ ที่สามารถสร้างความน่าเชื่อถือ ทั้งในเรื่องของธุรกิจและผลิตภัณฑ์ได้เป็นอย่างดี รวมถึงการพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทันสมัย เข้าถึงกลุ่มนักธุรกิจอิสระและผู้บริโภคที่มีพฤติกรรมการบริโภคสินค้าที่แตกต่างกัน

นอกจากนี้กิฟารีน ยังมีการใช้สื่อ และช่องทางในการสื่อสารที่มีการพัฒนาตลอดเวลา เช่น กิฟฟารีนเดลิเวอร์รี่ กิฟฟารีน เฟสบุ๊คแฟนเพจ เว็บไซต์กิฟฟารีนไทยแลนด์ ตลอดจนสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมกิฟฟารีนแชนแนล เพื่ออัพเดทข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยจะมีเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ชม อีกทั้งยังช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่นักธุรกิจและผู้บริโภค ให้สามารถขยายงานได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

สำหรับกิจกรรมพิเศษทางการตลาดช่วงโค้งสุดท้าย เพื่อให้สอดคล้องกับบรรยากาศการเฉลิมฉลองยอดขาย 50,000 ล้านบาทนั้น นายพงศ์พสุ เผยว่า ขณะนี้กิฟฟารีนได้จัดแคมเปญสุดพิเศษ Big Gifts Big Celebration แทนคำขอบคุณสมาชิก ที่ซื้อสินค้าด้วยรางวัลสุดพิเศษมากมาย นอกจากนี้ ยังขนทัพผลิตภัณฑ์ใหม่ อาทิ ชุดผลิตภัณฑ์เอดดัลไวส์ ชุดกิฟฟารีนกลามอรัสบิวตี้ เป็นต้น พร้อมจัดแคมเปญเทศกาลของขวัญวันปีใหม่ ที่ช่วยสร้างบรรยากาศในการจับจ่ายในช่วงท้ายปี ให้ทะลุเป้า 6,000 ล้านบาทที่วางไว้อีกด้วย

นอกจากนี้ ยังใช้กลยุทธ์ CRM (การบริหารลูกค้าสัมพันธ์) ด้วยบัตร Gifts Club บัตรสะสมคะแนนแบบใหม่จากกิฟฟารีน ที่พร้อมมอบสิทธิพิเศษให้แก่สมาชิกได้คุ้มค่าทุกการจับจ่าย โดยเริ่มเปิดรับสมัครเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งมีสมาชิกกิฟฟารีนให้ความสนใจสมัครเป็นสมาชิกจำนวนมากกว่า 30,000 คน
พญ.นลินี กล่าวทิ้งท้ายว่า ตลอดระยะเวลากว่า 16 ปีที่ผ่านมา ความสำเร็จของนักธุรกิจกิฟฟารีนทุกคน และการนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพสู่ผู้บริโภคนับล้าน คือ บทพิสูจน์แห่งความภาคภูมิใจของกิฟฟารีนที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่คนไทยด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพหลากหลายชนิดกว่า 2,000 รายการ ที่สามารถเข้าไปเติมเต็มชีวิตประจำวันของสมาชิกผู้บริโภคกว่า 6 ล้านรหัส ซึ่งปัจจุบันกิฟฟารีนมียอดจำหน่าย ตลอดระยะเวลาของการดำเนินธุรกิจรวมกว่า 50,000 ล้านบาท โดยมีศูนย์ธุรกิจตั้งอยู่ในประเทศไทย รวม 113 สาขา และต่างประเทศ 18 สาขา พร้อมทั้งมีบริการเดลิเวอรี่ส่งสินค้าถึงมือผู้บริโภคในทุกภูมิภาคทั่วประเทศอีกด้วย


thaimlmnews.com ( เชื่อมตรงทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่งรวมธุรกิจเครือข่าย )


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ ตลาดวิเคราะห์ ประจำวันที่ 16-31 ธันวาคม 2555 ปีที่ 15 ฉบับที่ 334