ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แอมเวย์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แอมเวย์ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ข่าวแอมเวย์ (Amway Thailand) : "แอมเวย์" ผวา! กำลังซื้อหด ดันโปรดักต์-ขายเงินผ่อน







Capture (Mobile)

 


"แอมเวย์" เร่งเครื่องปั๊มยอดขายในครึ่งปีหลัง หวั่นเศรษฐกิจชะลอตัวกระทบกำลังซื้อผู้บริโภค ด้วยการอัดฉีดโบนัส ให้นักธุรกิจเพิ่ม 6% พร้อมดันเครื่องกรองน้ำ "อีสปริง" เข้าระบบ เงินผ่อน มั่นใจสิ้นปีนี้ขึ้นแชมป์ตลาดเครื่องกรองน้ำด้วยเป้ายอด ขาย 2.3 พันล้านบาท หรือครองส่วนแบ่งตลาด 60% จะเป็นแรง หนุนยอดขายรวม 1.8 หมื่นล้านบาท แน่นอน


นางรัตนา ชาญนรา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ยอดขายในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาถือว่าอยู่ในเป้าหมายที่บริษัทได้วางไว้ โดยครึ่งปีแรกมี อัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 5-10% แต่ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ บริษัท มีความกังวลในเรื่องของเศรษฐกิจ ที่อาจทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภค ลดลง ซึ่งอาจทำให้บริษัทไม่สามารถเติบโตได้อย่างที่คาดหวังไว้


"การเติบโตของบริษัทที่ "แอมเวย์" ได้ตั้งไว้ในส่วนของยอดขายคือ การมียอดขายเพิ่มขึ้น 7% แต่เมื่อดูจากสถานการณ์ ต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาในช่วงครึ่งปีหลังนี้ อาจทำให้บริษัทเติบโตได้เพียง แค่ 3-5% แต่บริษัทยังเชื่อว่าเป้า 1.8 หมื่นล้านบาท บริษัทจะสามารถทำได้เมื่อจบปี 56 นี้" รัตนา เผย


อย่างไรก็ดี หลังจากนี้บริษัทได้พยายามที่จะเน้นการทำงาน เพื่อกระตุ้นนักธุรกิจ และผู้บริโภคเป็นสำคัญ ซึ่งบริษัทจะมีการเพิ่ม รายได้จากงานขายสินค้าให้กับสมาชิกประมาณ 6% โดยบริษัทจะเน้นในเรื่องของการขายสินค้าของสมาชิกเป็นสำคัญ ส่วนเรื่อง ของการสร้างเครือข่ายนักธุรกิจ ในส่วนนี้บริษัทไม่ได้ตั้งเป็นเป้า หลักแต่อย่างใด


อย่างไรก็ดี "รัตนา" ยังได้กล่าวถึงสินค้าตัวที่มีการเติบโตสูงสุดของบริษัทอย่างเครื่องกรองน้ำ "อีสปริง" ด้วยว่า จากผลสำรวจเทรนด์สุขภาพของคนไทยในปีนี้ พบว่าคนไทยให้ความสำคัญกับสุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดีเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบัน หันมาใส่ใจในรายละเอียดการดูแลสุขภาพ ของตนเองและคนในครอบครัว รวมถึงการให้ความสำคัญเรื่องคุณภาพของน้ำดื่มภายในบ้านที่ต้องสะอาด ปลอดภัย ดังนั้น การเลือกเครื่องกรองน้ำที่ตอบโจทย์ในจุดนี้จึงกลายเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคสนใจหันมา ให้ความสำคัญมากขึ้น ส่งผลให้ตลาดเครื่อง กรองน้ำดื่มในประเทศไทยมีการขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ โดยปี 2556 นี้ คาดว่าตลาดเครื่องกรองน้ำดื่มภายในครัวเรือนจะมีมูลค่ารวม 3,900 ล้านบาท


"สำหรับประเทศไทย แอมเวย์ ถือเป็นผู้บุกเบิกตลาดเครื่องกรองน้ำมาตั้งแต่ ปี 2538 และได้รับการตอบรับจากผู้บริโภค อย่างดียิ่ง จนปัจจุบันเราจำหน่ายเครื่องกรองน้ำจากแอมเวย์แก่ครัวเรือนคนไทยมากกว่า 600,000 เครื่อง ด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจคิดค้นและพัฒนาคุณภาพเครื่องกรองน้ำให้เหมาะกับสภาพของน้ำในแต่ละ พื้นที่ จึงเป็นส่วนสำคัญทำให้เครื่องกรองน้ำอีสปริงได้รับการยอมรับทั้งในระดับประเทศไทยและระดับโลก โดยปี 2555 ที่ผ่านมาเพียงปีเดียวมียอดขายเครื่องกรองน้ำทั่วโลก 590,000 เครื่อง ทำให้ประสบความสำเร็จรักษาตำแหน่งแชมป์เครื่องกรองน้ำดื่มภายในครัวเรือนติดต่อกันเป็นปีที่ 4" ผอ.ฝ่ายการตลาด แอมเวย์ กล่าว


รัตนา กล่าวอีกว่า อีสปริงเป็นเครื่อง กรองน้ำดื่มภายในครัวเรือนชนิดแรกที่ผสานเทคโนโลยี การบำบัดน้ำชั้นยอดเข้า ไว้ด้วยกัน และการันตีความเชี่ยวชาญด้าน ระบบการกรองน้ำด้วยสิทธิบัตรกว่า 330 ฉบับทั่วโลกจากการค้นคว้าและวิจัยกว่า 20 ปี ทำให้เกิดการบอกต่อและเป็นที่ยอมรับของลูกค้า จนสร้างยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา มียอดขายเติบโตเกือบ 10% จึงมั่นใจว่าสิ้นปีนี้จะประสบความสำเร็จด้วยยอดขาย ที่เพิ่มขึ้นถึง 2,300 ล้านบาท ซึ่งจัดว่าเป็น อีกกลุ่มสินค้าที่ประสบความสำเร็จด้วยส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 60% ทีเดียว


"เครื่องกรองน้ำอีสปริงเป็นอีกผลิตภัณฑ์เรือธงของกลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพ นอกเหนือไปจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร นิวทริไลท์และเครื่องสำอางอาร์ทิสทรี บริษัทจึงจัดสรรงบประมาณ 80 ล้านบาท สำหรับการทำตลาดเครื่องกรองน้ำอีสปริง ในปีนี้ โดยวางแผนจัดรายการส่งเสริมการ ขายสำหรับการซื้อตัวเครื่องใหม่และสำหรับ การเปลี่ยนไส้กรองของลูกค้าเดิม เราเน้น กลยุทธ์ในการทำตลาด 3 ข้อหลัก ได้แก่ 1.การอบรมข้อมูลผลิตภัณฑ์แก่นักธุรกิจแอมเวย์ เพื่อให้รู้จริงและสามารถบอกความแตกต่างของเครื่องกรองน้ำอีสปริงกับคู่แข่งได้อย่างชัดเจน พร้อมชูจุดขายความเป็นเครื่องกรองน้ำที่มีคุณภาพและมียอดขายสูงสุดทั้งในระดับโลกและในเมืองไทย 2.เน้นการบริการหลังการขาย ด้วยจุดเด่น ที่สามารถให้บริการได้อย่างรวดเร็วและครอบคลุมทุกปัญหาของลูกค้า 3.โปรโมชั่นและกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะรายการผ่อน 0% นาน 10 เดือน ซึ่งได้รับความชื่นชอบจาก ลูกค้าอย่างมาก"


"เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค ในการเลือกซื้อเครื่องกรองน้ำที่ได้คุณภาพ มาตรฐาน นอกเหนือจากรายการส่งเสริม การขายในไตรมาสสุดท้ายแล้ว แอมเวย์จะเน้นการสื่อสารออนไลน์ เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูลของอีสปริงง่ายขึ้นสะดวกขึ้น โดยจะมีการปรับปรุงและวางผังเว็บไซต์ www.espring.co.th ใหม่ พร้อมกิจกรรมต่างๆ บนเฟซบุ๊กอีสปริงประเทศไทย เนื่องจากผู้บริโภคยุคนี้มีพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าจากการค้นคว้าหา ข้อมูลด้วยตนเองผ่านอินเตอร์เน็ต ซึ่งช่องทางการตลาดออนไลน์มีความสำคัญมากในการช่วยให้ลูกค้าสามารถหาข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ต้องการรวมถึงสามารถสื่อสาร กับแอมเวย์ผ่านช่องทางนี้อย่างมีประสิทธิภาพ" นางรัตนา กล่าวปิดท้าย


ทั้งนี้ หากจะเปรียบเทียบในส่วนของ ยอดขายแต่ละกลุ่มสินค้าของ "แอมเวย์" จะแบ่งเป็นเครื่องกรองน้ำอีสปริง และเครื่องฟอกอากาศ 19% ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร 36% กลุ่มเครื่องสำอาง 17% และ อื่นๆ 28% โดยมียอดขายหลักมาจากกลุ่ม ผู้บริโภคภาคกลาง โดยในส่วนนี้เป็นยอดขายจากกรุงเทพฯ ถึง 40%








 

 


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันอังคารที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ข่าวเเอมเวย์ (Amway Thailand) : แอมเวย์แต่งตั้ง เลไล โสฬสรัตนพร นั่ง ผู้อำนวยการอาวุโสปฏิบัติการ







Capture (Mobile)


บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดทัพผู้บริหารระดับสูง ประกาศแต่งตั้ง นางเลไล โสฬสรัตนพร เข้าดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการอาวุโสปฏิบัติการ มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบการบริหารจัดการงานด้านปฏิบัติการทั้งหมดภายในบริษัท ได้แก่ ฝ่ายการเงิน ฝ่ายจัดจำหน่าย และฝ่ายระบบข้อมูล โดยรายงานตรงต่อกรรมการผู้จัดการ ซึ่งการแต่งตั้งในครั้งนี้นับเป็นการเสริมทีมด้านการบริหารงานของแอมเวย์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น


นางเลไลร่วมงานกับบริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งแต่เดือนเมษายน 2530 ในตำแหน่งสมุห์บัญชี จากนั้นดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการเงินในปี 2537 ตลอดระยะเวลา 26 ปีที่ร่วมงานกับแอมเวย์ นางเลไลได้นำความรู้ความสามารถและความเชี่ยวชาญเฉพาะทางมาพัฒนาดูแลงานที่ได้รับมอบหมาย ไม่ว่าจะเป็นการรับผิดชอบส่วนงานบัญชีและการเงิน การควบคุมสินค้าคงคลัง การจัดซื้อภายในประเทศ การบริหารงานด้านภาษีและกฎหมาย การจ่ายผลตอบแทนแก่นักธุรกิจแอมเวย์ การปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของบริษัทโดยรวม รวมทั้งการจัดทำกลยุทธ์และแผนงานระยะสั้นและระยะยาวของบริษัทซึ่งทำให้บริษัทสามารถขับเคลื่อนองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ดังนั้นการเลื่อนตำแหน่งในครั้งนี้ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ความสามารถในการปฏิบัติงานอย่างมีศักยภาพและทุ่มเทเพื่อเตรียมความพร้อมในการรองรับการขยายตัวทางธุรกิจในประเทศ


นาง เลไลจบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาการบัญชี จากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้รับใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหลังจากจบการศึกษา นางเลไลได้เข้าร่วมงานกับบริษัท เอสจีวี ณ ถลาง จำกัด ในตำแหน่งผู้สอบบัญชี ก่อนที่จะมาร่วมงานกับบริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นระยะเวลากว่า 26 ปี จนถึงปัจจุบัน






ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.Leader Time ฉบับที่ 227 ประจำวันที่ 16-31 กรกฎาคม 2556


วันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ข่าวเเอมเวย์ (Amway Thailand) : แอมเวย์ฉลองครบรอบการดำเนินการ มอบทุนการศึกษา 200,000 บาทอย่างต่อเนื่องมากว่า 9 ปี







DSC_0131_main (Mobile)


แอมเวย์ฉลองครบรอบการดำเนินการ มอบทุนการศึกษา 200,000 บาทอย่างต่อเนื่องมากว่า 9 ปี


นายกิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด (ที่ 3 จากซ้าย แถวหลัง) มอบทุนการศึกษา 200,000 บาท แก่นักเรียนในโรงเรียนบริเวณใกล้เคียงสำนักงานใหญ่จำนวน 4 แห่ง ได้แก่โรงเรียนสุเหร่าวังใหญ่ โรงเรียนสุเหร่าหัวหมากน้อย โรงเรียนวัดศรีบุญเรือง และโรงเรียนลำสาลี (ราษฎร์บำรุง) เพื่อฉลองการดำเนินงานครบรอบปีที่ 26 และเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้กับเยาวชนไทย โดยได้มอบทุนให้อย่างต่อเนื่องมาแล้ว 9 ปี

วันศุกร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2556

ข่าวแอมเวย์ (Amway Thailand) : แอมเวย์ รับมอบใบสำคัญการจดทะเบียนประกอบธุรกิจขายตรง







img_00033_s (Mobile)


บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด รับมอบใบสำคัญการจดทะเบียนประกอบธุรกิจขายตรง
คุณกิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด รับมอบใบสำคัญการจดทะเบียนประกอบธุรกิจขายตรง จาก ดร.ไชยรัตน์ ไทยเจียมอารีย์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งรับรองให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจขายตรงที่มีการจดทะเบียนบริษัทอย่างถูกต้อง และรายงานผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค โดยแอมเวย์ประเทศไทยเป็นบริษัทแรกที่ได้จดทะเบียนประกอบธุรกิจขายตรง เมื่อปี 2545 และเป็นบริษัทที่มียอดธุรกิจเติบโตเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ


วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2556

ข่าวแอมเวย์(Amway) : อาร์ทิสทรีทุ่มพีอาร์ฝันยอดขาย3พันล.








 


 


นางรัตนา ชาญนรา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันธุรกิจขายตรงมีการแข่งขันที่สูงมาก ดังนั้น บริษัทฯ จึงต้องมีการดำเนินกลยุทธ์ทางการตลาดแบบบูรณาการ รวมไปถึงนำผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ มานำเสนอ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง


ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของ อาร์ทิสทรี กลุ่มที่มียอดขายสูงสุดคือ สกินแคร์ โดยมีส่วนแบ่งตลาดผลิตภัณฑ์ไวท์เทนนิ่ง 20% จากมูลค่าตลาดรวม ที่ 28% ผลิตภัณฑ์สำหรับลดริ้วรอย สัดส่วนกว่า 40% จากมูลค่าตลาดรวม ที่ 37% และสัดส่วนที่เหลือเป็นผลิตภัณฑ์กลุ่มเบสิก


"ปี 55 ที่ผ่านมา อาร์ทิสทรี ยังคงครองแชมป์เป็นเครื่องสำอางพรีเมียมแบรนด์อันดับ 1 ของเมืองไทย มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ถึง 20% เรามองเห็นโอกาสทางการตลาด โดยเฉพาะการเติบโตของเครื่องสำอางเพื่อผิวขาวใส โดยปี 55 นั้น กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อผิวกระจ่างใสของอาร์ทิสทรี มีรายได้ประมาณ 400 ล้านบาท และคาดว่าปี 56 จะมีรายได้สำหรับกลุ่มนี้ถึง 450 ล้านบาท และมั่นใจว่ายอดขายรวมของอาร์ทิสทรี ปี 56 นี้ จะถึง 3,100 ล้านบาท แน่นอน" นางรัตนา กล่าว


ส่วนงบประมาณที่จะส่งเสริมการขาย และประชาสัมพันธ์ในปีนี้ จะอยู่ที่ประมาณ 120 ล้านบาท และสิ้นปีนี้จะทำการเปิดศูนย์บริการแอมเวย์ให้ครบ 80 แห่งทั่วประเทศ จากปีที่แล้วที่มีแค่ 74 แห่ง ภายในงาน อาร์ทิสทรี ได้เปิดตัว อาร์ทิสทรี ไอดีล เรเดียนซ์ เป็นชุดผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเพื่อความกระจ่างใสที่ทรงประสิทธิภาพสูง แต่อ่อนโยนต่อผิว.


 


 


Credit by :http://www.ryt9.com

วันจันทร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2556

ข่าวแอมเวย์(Amway): อาร์ทิสทรีรุกตลาดไวท์เทนนิ่ง ส่ง "อาร์ทิสทรี ไอดีล เรเดียนซ์" ใหม่ มั่นใจยอดขายอาร์ทิสทรีรวมทะลุ 3,100 ล้านบาทสิ้นปีนี้








เครื่องสำอางอาร์ทิสทรีจากแอมเวย์เสริมทัพผลิตภัณฑ์บำรุงผิวพรีเมียม เปิดตัวสินค้าใหม่ อาร์ทิสทรีไอดีล เรเดียนซ์ ชูเทคโนโลยีเพื่อผิวสว่างใสแบบ 3 มิติ ให้ประสิทธิภาพสูงแต่อ่อนโยนต่อผิว ตอบรับเทรนด์สาวไทยปลื้มผิวขาว เตรียมกลยุทธ์บุกตลาดเต็มรูปแบบ มั่นใจสิ้นปีอาร์ทิสทรีมียอดขายรวมกว่า 3,100 ล้านบาท


นางรัตนา ชาญนรา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทแอมเวย์ยังมุ่งเน้นการทำตลาดที่กลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพและความงามอย่างต่อเนื่อง จากการศึกษาพฤติกรรมของผู้หญิงเอเชียในประเทศเกาหลี ญี่ปุ่น ไทย จีน เวียดนาม และมาเลเชีย พบว่า เทรนด์ความต้องการผิวขาวกระจ่างใสยังคงมาแรงและได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ยิ่งไปกว่านั้น ผู้บริโภคจะมีความคาดหวังต่อผลิตภัณฑ์บำรุงผิว-มากขึ้น โดยต้องการสกินแคร์ที่ล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยีที่ให้ผลลัพธ์รวดเร็ว ดังนั้น ปัจจัยที่ใช้ในการตัดสินใจซื้อ จึงเลือกจากประสิทธิภาพของสกินแคร์นั้นๆ เป็นหลัก เช่น สามารถช่วยให้ผิวขาวใส สีผิวสม่ำเสมอ ไร้ที่ติ นอกจากนั้น ความนิยมในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เน้นส่วนผสมจากธรรมชาติก็เป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่น่าจับตามอง เพราะสาวๆ เชื่อว่า ประโยชน์จากธรรมชาติจะช่วยให้เกิดความงามที่ยั่งยืนและปลอดภัย


ปีที่ผ่านมา ตลาดเครื่องสำอางบำรุงผิวหน้าในกลุ่มพรีเมียมแบรนด์มีมูลค่าสูงถึง 11,500 ล้านบาท ซึ่งอาร์ทิสทรียังครองแชมป์เป็นเครื่องสำอางพรีเมียมแบรนด์อันดับ 1 ของเมืองไทย มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ถึง 20% เรามองเห็นโอกาสทางการตลาดโดยเฉพาะการเติบโตของเครื่องสำอางเพื่อผิวขาวใส จึงเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อการดูแลสมดุลผิวแบบองค์รวม อาร์ทิสทรี ไอดีล เรเดียนซ์ (ARTISTRY IDEAL RADIANCE) ชุดผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเพื่อความขาวกระจ่างใสที่สอดรับความต้องการของลูกค้าด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยให้ประสิทธิภาพที่สัมผัสได้และส่วนผสมสำคัญที่มาจากธรรมชาติ จึงมั่นใจว่าจะได้รับการต้อนรับอย่างดีจากสาวไทย นางรัตนากล่าว


นางรัตนากล่าวเสริมว่า อาร์ทิสทรี ไอดีล เรเดียนซ์ เป็นชุดผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเพื่อความกระจ่างใสที่ทรง- ประสิทธิภาพสูง แต่อ่อนโยนต่อผิว โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีผิวกระจ่างใสแบบ 3 มิติ (3D Technology) พร้อมสูตรเฉพาะ มัลติฟลอรา เบลนด์ (MultiFlora Blend) จากดอกไม้นานาพันธุ์ และโปรตีนจากไข่มุก ช่วยให้ผิวเปล่งประกายสมบูรณ์แบบด้วยความงามแบบ 3 มิติ คือ ผิวสว่างใส สีผิวสม่ำเสมอ และเปล่งประกายผิวสุขภาพดี กลุ่มผลิตภัณฑ์นี้มีทั้งหมด 6 รายการ ได้แก่ 1.เคล็นเซอร์ 2. โทนเนอร์ 3.เอสเซนส์สูตรน้ำนม 4.ทรีทเมนท์ดูแลจุดด่างดำ 5.มอยเจอร์ไรเซอร์บำรุงผิวสูตรน้ำนม และ 6.ครีมบำรุงผิวกลางคืน เพื่อการดูแลผิวอย่างครบวงจร ซึ่งอาร์ทิสทรีมั่นใจว่าจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการมีผิวเนียนกระจ่างใสของผู้หญิงไทยได้อย่างสมบูรณ์แบบ


นางรัตนากล่าวเพิ่มเติมว่า กลยุทธ์ในการโปรโมท อาร์ทิสทรี ไอดีล เรเดียนซ์ เน้นการตลาดแบบบูรณาการ (Integrated Communication) เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึงทุกช่องทาง โดยอาร์ทิสทรีประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นประเทศแรกที่เริ่มจำหน่ายสินค้ากลุ่มนี้ ทั้งยังเตรียมจัด ไอดีล เรเดียนซ์ 3D ไบรท์เทนนิ่ง เวิร์คช็อป (Ideal Radiance 3D Brightening Workshop) เพื่ออบรมให้นักธุรกิจแอมเวย์กว่า 10,000 ที่นั่ง พร้อมถ่ายทอดสดผ่านดาวเทียมไปยัง 6 จังหวัดหลักทั่วประเทศ เพื่อฝึกอบรมให้นักธุรกิจแอมเวย์สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ได้อย่างมืออาชีพ โดยเชิญนักวิทยาศาสตร์และผู้บริหารจากสำนักงานใหญ่ ประเทศสหรัฐอเมริกาบินตรงมาให้ความรู้ถึงเมืองไทย


พร้อมกันนี้ได้มีการจัดทำวิดีโอโฆษณาเผยแพร่ทางยูทูป (YouTube) และโฆษณาผ่านนิตยสารสตรีชั้นนำ โดยทั้งสองสื่อมี เทเรซ่า พาล์มเมอร์ (Teresa Palmer) ดาราฮอลลีวู้ดในฐานะโกลบอลแบรนด์แอมบาสเดอร์เป็นพรีเซ็นเตอร์แสดงนำ และเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์สินค้าที่แปลกใหม่ อาร์ทิสทรีได้สร้างแอพพลิเคชั่นใหม่ชื่อว่า อาร์ทิสทรี ไทย เออาร์ (Artistry Thai AR) เพื่อนำเทคโนโลยีการผสมผสานโลกเสมือนจริง (Augmented Reality) มาสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ให้กับผู้บริโภคอีกด้วย เพื่อสร้างชีวิตชีวาให้กระดาษสามารถลุกขึ้นมามีชีวิตได้ด้วยเทคนิค 3D ในการนำเสนอวิดีโอโฆษณา และเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนนักธุรกิจแอมเวย์ให้เปิดตลาดง่ายขึ้นด้วย นางรัตนากล่าว


จากคุณภาพของผลิตภัณฑ์กับแผนการตลาดแบบบูรณาการ เรามั่นใจว่า อาร์ทิสทรี ไอดีล เรเดียนซ์ จะช่วยให้ยอดขายของกลุ่มเครื่องสำอางเพื่อผิวขาวใสของอาร์ทิสทรีเติบโตเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 10% ส่งผลให้อาร์ทิสทรียังครองแชมป์เป็นเครื่องสำอางที่มียอดขายสูงสุดในกลุ่มแบรนด์พรีเมียมของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง นางรัตนากล่าวทิ้งท้าย


ที่มา:www.amwayshopping.com

วันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

MLM Gossip (ล้วงลับคนธุรกิจเครือข่าย) ซุบซิบ ค่าย แอมเวย์-Amway Thailand








 


 


 


 


 


 


 


 


ตั้งแต่เปิดตึกใหม่ อะไรๆก็สดใสไฉไลไปซะหมดนะเจ้าค่ะ ก็แหมเป็นแบรนด์พี่ใหญ่ทั้งที เล็ก ๆ เเบบธรรมดาไม่ จะทำอะไรก็ต้องสมฐานะเสมอๆ พอย้ายมาอยู่อาคารที่ทำการใหม่กันไม่ทันไร ก็ดูๆว่าคนแอมเวย์ ตั้งเเต่บอส กิจฤวัช ฤทธีราวี ไปจนถึง พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ดดูสดใสปิ๊งปั๊ง ฟิต แอนด์ เฟิร์ม กันจริงจริ๊ง 4 สาวเลยต้องเเอบย่องไปส่องว่ามีอะไรดีๆ ที่ตึกเเอมเวย์กัน ฤ ป่าว ถึงได้ประสบเจอกับคำตอบที่ใช่เลย ว่าที่เเท้ ทาง แอมเวย์ ได้สร้าง Fitness ครบวงจรเอาไว้ให้คนแอมเวย์ไปใช้บริการเพื่อความฟิต แอนด์ เฟิร์ม อยู่ตลอดเวลา แหม... ก็เป็นแบรนด์ที่ส่งเสริมเรื่องสุขภาพทั้งที ทำอะไรก็ไม่มีหลุดคอนเซ็ปต์อ่ะนะเจ้าค่ะ อิอิ


 


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพเดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 216 ประจำวันที่ 1-15 กุมภาพันธ์ 2556

วันจันทร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2556

ข่าวแอมเวย์ (Amway Thailand) : แอมเวย์รวมพลังแบ่งปันโลหิต ครั้งที่ 25









บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดกิจกรรม แอมเวย์รวมพลังแบ่งปันโลหิต ครั้งที่ 25


เพื่อรณรงค์ให้นักธุรกิจแอมเวย์ สมาชิก พนักงาน ตลอดจนผู้สนใจทั่วไปในทุกภูมิภาคของประเทศ


ได้ร่วมกันทำความดีโดยบริจาคโลหิตเพื่อแบ่งปันให้แก่ผู้ป่วยและผู้ที่มีความจำเป็นต้องการโลหิตทั่วประเทศ


ตามรายละเอียด ดังนี้


เขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล (สำนักงานใหญ่ สยาม ดิสคัฟเวอรี่ สุขุมวิท


ดอนเมือง ธนบุรี พระราม 2 และนนทบุรี) เปิดรับบริจาคโลหิต วันอังคารที่ 22 มกราคม 2556


เวลา 9.30 15.00 น. ณ ห้องริช แอนด์ เจย์ 3 ชั้น 3 สำนักงานใหญ่ แอมเวย์


ผู้ประสงค์บริจาคโลหิต สามารถติดต่อลงทะเบียนล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันที่ 1 20 มกราคม 2556


และในวันบริจาคโลหิต กรุณาเดินทางถึงสำนักงานใหญ่แอมเวย์เพื่อลงทะเบียนกรอกประวัติ


ภายในเวลา 09.00 - 13.00 น. (หากเกินกำหนดเวลา บริษัทขออนุญาตมอบคิวที่ท่าน


ได้สำรองไว้แก่ผู้บริจาคโลหิตท่านอื่นๆ)


ต่างจังหวัด เปิดรับบริจาคโลหิตที่โรงพยาบาลหรือหน่วยสภากาชาดประจำจังหวัด


ในพื้นที่ที่มีแอมเวย์ ช็อป เปิดให้บริการ ผู้ประสงค์บริจาคโลหิต สามารถติดต่อ


ลงทะเบียนล่วงหน้า ณ แอมเวย์ ช็อปทุกสาขา ได้ตั้งแต่วันที่ 1 19 ตุลาคม 2555


และท่านสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากประกาศ ณ แอมเวย์ ช็อปทุกสาขา



ภาคเหนือ


วันเสาร์ที่ 12 มกราคม 2556


เชียงใหม่ แอมเวย์ ช็อป เชียงใหม่ 14.00-16.00 น.


วันอังคารที่ 15 มกราคม 2556


ลำปาง รพ.ลำปาง 9.00-16.00 น.


เพชรบูรณ์ รพ.เพชรบูรณ์ 9.00-16.00 น.


ตาก รพ.สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช 9.00-16.00 น.


สุโขทัย รพ.สุโขทัย 9.00-16.00 น.


น่าน รพ.น่าน 9.00-15.00 น.


วันพุธที่ 16 มกราคม 2556


กำแพงเพชร รพ.กำแพงเพชร 9.00 - 15.00 น


พะเยา รพ.พะเยา 9.00 - 15.00 น.


อุตรดิตถ์ รพ.อุตรดิตถ์ 9.00 - 15.00 น.


วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม 2556


พิษณุโลก แอมเวย์ ช็อป พิษณุโลก 9.00 - 12.00 น.


แพร่ รพ.แพร่ 9.00-16.00 น.


วันจันทร์ที่ 21 มกราคม 2556


เชียงราย แอมเวย์ ช็อป เชียงราย 9.00 - 16.00 น.


วันพุธที่ 23 มกราคม 2556


นครสวรรค์ แอมเวย์ ช็อป นครสวรรค์ 9.00-12.00 น.



ภาคกลาง


วันจันทร์ที่ 14 มกราคม 2556


กาญจนบุรี รพ.พหลพลพยุหเสนา 8.30-12.00 น.


วันอังคารที่ 15 มกราคม 2556


สมุทรปราการ รพ.สมุทรปราการ 9.00-15.00 น.


วันพุธที่ 16 มกราคม 2556


ลพบุรี แอมเวย์ ช็อป ลพบุรี 13.30-16.30 น.


เพชรบุรี รพ.พระจอมเกล้าเพชรบุรี 9.00 - 16.00 น.


อยุธยา รพ.พระนครศรีอยุธยา 9.00-16.00 น.


สระบุรี รพ.สระบุรี 9.00-15.00 น.


วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม 2556


สามพราน รพ.นครปฐม(นายกเหล่ากาชาด) 9.00 - 12.00 น.


วันศุกร์ที่ 18 มกราคม 2556


สุพรรณบุรี รพ.เจ้าพระยายมราช ชั้น 4 9.00-15.30 น.


ราชบุรี รพ.บ้านโป่ง 9.00 - 15.00 น.



ภาคใต้


วันพุธที่ 16 มกราคม 2556


สุราษฎร์ธานี รพ.สุราษฎร์ธานีิ์ 9.00 - 16.00 น.


ภูเก็ต สภากาชาดจังหวัดภูเก็ต 9.00 - 16.00 น.


นครศรีธรรมราช รพ.มหาราช 9.00 - 16.00 น.


ตรัง รพ. ตรัง 9.00 - 15.00 น.


ยะลา รพ.ยะลา 9.00 - 16.00 น.


ประจวบคีรีขันธ์ รพ.ประจวบคีรีขันธ์ 9.00 - 15.00 น.


กระบี่ รพ.กระบี่ 9.00 - 12.00 น.


พัทลุง รพ.พัทลุง 9.00 - 15.00 น.


สตูล รพ.สตูล 9.00 - 15.00 น.


วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม 2556


หาดใหญ่ รพ.สงขลานครินทร์ 9.00 - 16.00 น.


ชุมพร รพ.ชุมพรเขตอุดมศักดิ์ 9.00 - 16.00 น.



ภาคตะวันออก


วันอังคารที่ 15 มกราคม 2556


ปราจีนบุรี รพ. เจ้าพระยาอภัยภูเบศร 9.00 - 16.00 น.


วันพุธที่ 16 มกราคม 2556


ระยอง รพ.ระยอง 9.00-16.00 น.


จันทบุรี รพ.พระปกเกล้าจันทบุรี 9.00-16.00 น.


ชลบุรี รพ.ชลบุรี 9.00-16.00 น.


ฉะเชิงเทรา เหล่ากาชาดจังหวัดฉะเชิงเทรา 9.00 - 12.00 น.



ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ


วันอังคารที่ 15 มกราคม 2556


สุรินทร์ รพ.สุรินทร์ 9.00 - 16.00 น.


อุดรธานี รพ.ค่ายประจักศิลปาคม 9.00 - 16.00 น.


ร้อยเอ็ด รพ.ร้อยเอ็ด 9.00 - 16.00 น.


เลย รพ.เลย 9.00 - 16.00 น.


บุรีรัมย์ รพ.บุรีรัมย์ 9.00 - 15.00 น.


ชัยภูมิ รพ.ชัยภูมิ 9.00 - 15.00 น.


มหาสารคาม รพ.มหาสารคาม 9.00 - 15.00 น


กาฬสินธุ์ รพ.กาฬสินธุ์ 9.00 - 15.00 น.


วันพุธที่ 16 มกราคม 2556


นครราชสีมา เหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา 9.00 - 15.00 น.


สกลนคร รพ.สกลนคร 9.00 - 16.00 น.


ศรีสะเกษ รพ.ศรีสะเกษ 9.00 - 15.00 น.


วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม 2556


ขอนแก่น รพ.ศรีนครินทร์ 9.00 - 16.00 น.


อุบลราชธานี รพ.สรรพสิทธิ์ประสงค์ 10.00 - 16.00 น.


วันศุกร์ที่ 18 มกราคม 2556


หนองคาย รพ.หนองคาย 9.00-15.00 น.


กรุณาติดตามรายละเอียดวัน เวลา-สถานที่บริจาคได้ที่ประกาศของบริษัท


ทุกท่านสามารถแจ้งความประสงค์บริจาคล่วง หน้าได้ตั้งแต่วันที่ 1 20 มกราคม 2556


ณ แผนกบริการธุรกิจและแอมเวย์ ช็อป ทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่


คุณน้ำทิพย์ 0-2840-8000 ต่อ 8122


พิเศษ


สำหรับผู้บริจากคโลหิตทุกท่าน


รับ "สำลีแผ่นสำหรับทำความสะอาด


เครื่องสำอางอาร์ทิสทรี เป็นที่ระลึก



คุณสมบัติของผู้บริจาคโลหิต ตามระเบียบของสภากาชาดไทย


- อายุระหว่าง 17 ปี ถึง 60 ปีบริบูรณ์


- น้ำหนัก 45 กิโลกรัมขึ้นไป สุขภาพทั่วไปสมบูรณ์ดี


- ไม่มีประวัติเป็นโรคตับอักเสบ หรือดีซ่าน ตัวเหลือง ตาเหลือง


- ไม่เป็นไข้มาเลเรียมาในระยะ 3 ปีที่ผ่านมา และไม่เป็นกามโรค โรคติดเชื้อต่างๆ ไอเรื้อรัง


- ไอมีโลหิต โลหิตออกง่ายผิดปกติ โรคเลือดชนิดต่างๆ โรคหอบหืด โรคลมชัก โรคผิวหนังเรื้อรัง


- โรคหัวใจ โรคไต โรคเบาหวาน โรคไทรอยด์


- ไม่อยู่ในระหว่างรับประทานยาแก้อักเสบในระยะ 7 วันที่ผ่านมา


- ไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์และไม่มีประวัติติดยาเสพย์ติด


- งดการบริจาคโลหิตภายหลังการผ่าตัดหรือคลอดบุตร 6 เดือน


- สตรีไม่อยู่ระหว่างมีประจำเดือนหรือตั้งครรภ์


- ก่อนการบริจาคโลหิตล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ชั่วโมง ควรรับประทานอาหารมาก่อนและเป็น


- อาหารที่ย่อยง่ายไม่มีไขมัน


- พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอในคืนก่อนวันบริจาคโลหิต อย่างน้อย 6 ชั่วโมง


- ก่อนการบริจาคโลหิตล่วงหน้า 2 วัน ควรงดการรับประทานนิวทริไลท์ น้ำมันปลา นิวทริไลท์


พริมโรส พลัส และสมุนไพรขมิ้นชัน เพื่อป้องกันการเกิดภาวะน้ำมันในเลือดสูง ตามระเบียบ


ของสภากาชาดไทย


หมายเหตุ


* แจ้งชื่อลงทะเบียนล่วงหน้าได้ตั้งแต่ 1 20 มกราคม 2556 ณ แอมเวย์ ช็อป ในพื้นที่ของท่าน


* สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่คุณน้ำทิพย์ 0-2840-8000 ต่อ 8122



พิเศษ! สำหรับผู้บริจาคโลหิตทุกท่าน รับ ยาสีฟันกลิสเทอร์


มัลติ-แอ็คชั่นฟลูออไรด์ขนาดทดลอง เป็นที่ระลึก



แทนคำขอบคุณ สำหรับผู้บริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่อง


5 ครั้ง: รับประกาศนียบัตร และสเปรย์ระงับกลิ่นปาก กลิสเทอร์ รสมินท์


10 ครั้ง: รับประกาศนียบัตร และนิวทริไลท์ แอคทีฟ 8 มิกซ์ (เครื่องดื่ม) รสส้ม


15 ครั้ง: รับประกาศนียบัตร และนิวทริไลท์ สปิแนช พลัส


20 ครั้ง: รับโล่ประกาศเกียรติคุณ และนิวทริไลท์ นิวทริ - โปรตีน

วันอังคารที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2556

แอมเวย์ (Amway Thailand) จัดคาราวานส่งมอบ "ห้องสมุดเคลื่อนที่ 25 ปีแอมเวย์ไทย"


แอมเวย์จัดคาราวานส่งมอบ ห้องสมุดเคลื่อนที่ 25 ปีแอมเวย์ไทย
เปิดโลกแห่งการเรียนรู้สู่เด็กไทยใน 114 โรงเรียนทุกจังหวัดทั่วประเทศ


แอมเวย์ฉลองส่งท้ายปีแห่งการดำเนินธุรกิจครบรอบ 25 ปี จัดงานคาราวานส่งมอบความรู้ครั้งใหญ่ ห้องสมุดเคลื่อนที่ 25 ปีแอมเวย์ไทย แก่ 114 โรงเรียนทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อขยายโอกาสทางความรู้ของเยาวชนไทยให้กว้างขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัด ตั้งเป้าเด็กๆ ได้รับประโยชน์จากต้นแบบคลังความรู้เคลื่อนที่นี้กว่า 22,000 คนทั่วประเทศ


นายกิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า ห้องสมุดเคลื่อนที่ 25 ปีแอมเวย์ไทยเป็นโครงการสร้างต้นแบบคลังความรู้เคลื่อนที่ เพื่อเปิดโลกกว้างให้แก่เด็กไทย โดยตั้งเป้าส่งมอบให้ 77 โรงเรียนในทุกจังหวัดทั่วประเทศด้วยงบประมาณรวมกว่า 10 ล้านบาท พร้อมเปิดโอกาสให้นักธุรกิจแอมเวย์ พนักงานและผู้สนใจร่วมบริจาคเงินจัดทำห้องสมุดเคลื่อนที่เพิ่ม โดยล่าสุด มีผู้บริจาคอีก 37 ชุด ทำให้สามารถส่งมอบห้องสมุดรวมได้ทั้งสิ้น 114 ชุด ซึ่งบริษัทพร้อมดำเนินการส่งมอบได้ภายในสิ้นปีนี้ และคาดว่าจะมีเด็กไทยได้รับประโยชน์มากกว่า 22,000 คน


เนื่องในโอกาสที่แอมเวย์ประเทศไทยดำเนินธุรกิจครบรอบ 25 ปีในปีนี้ บริษัทได้เปิดตัวโครงการใหญ่แห่งปีห้องสมุดเคลื่อนที่ 25 ปีแอมเวย์ไทยภายใต้ความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยเปิดรับสมัครโรงเรียนที่ต้องการห้องสมุดเคลื่อนที่เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ปรากฎว่า มีโรงเรียนตอบรับมากกว่า 700 แห่ง ทำให้ต้องมีการคัดเลือกโรงเรียนที่เหมาะสมและขาดแคลนห้องสมุดจริงๆ โดยแบ่งเป็นโรงเรียนในภูมิภาคต่างๆ ดังนี้ ภาคเหนือ 25 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 30 แห่ง ภาคตะวันออก 4 แห่ง ภาคกลาง 33 แห่ง และภาคใต้ 22 แห่ง รวมทั้งสิ้น 114 โรงเรียนนายกิจธวัชกล่าวถึงที่มาโครงการ


ห้องสมุดเคลื่อนที่ 25 ปีแอมเวย์ไทยได้รับการสนับสนุนอย่างดียิ่งจากทุกภาคส่วน อันได้แก่ สพฐ. โรงเรียนทั่วประเทศ มูลนิธิแอมเวย์เพื่อสังคมไทย นักธุรกิจแอมเวย์ พนักงาน และประชาชนทั่วไป ที่ต่างมีบทบาทสำคัญในการผลักดันกิจกรรมนี้ให้เป็นที่รู้จักและได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เพื่อให้เยาวชนไทยและชุมชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์ทางความรู้สูงสุดนั่นเอง นายกิจธวัช กล่าวในที่สุด


นายสุชาติ ไชยสาร รองผู้อำนวยการสำนักพัฒนากิจกรรมนักเรียน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)กล่าวว่า สพฐ. มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งกับความสำเร็จของโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ 25 ปี แอมเวย์ไทย ซึ่งเปรียบเสมือนแม่แบบที่จะกระตุ้นให้หน่วยงานอื่นๆ หันมาให้ความสนใจช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในด้านการศึกษามากยิ่งขึ้น โดยในอนาคตหากแอมเวย์มีโครงการดีๆ ทางด้านการศึกษาไทยอีก ทางสพฐ. พร้อมที่จะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่แน่นอน เนื่องจากแอมเวย์มีนโยบายด้านการศึกษาเดียวกับวัตถุประสงค์ของสพฐ. ในการพัฒนาและส่งเสริมการศึกษาของไทยให้มีคุณภาพเทียบเท่าระดับสากล เพื่อให้ประเทศไทยกลายเป็นผู้นำด้านการศึกษาของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


นายประจบ จันทะเวช ผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านบ่อตาโล่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยากล่าวว่า โรงเรียนบ้านบ่อตาโล่เปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลชั้นปีที่ 1 ประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียน 163 คน ครู 11 คน และปัจจุบันยังไม่มีห้องสมุด มีเพียงมุมหนังสือเท่านั้น เนื่องจากห้องสมุดเดิมโดนน้ำท่วมเสียหาย ดังนั้นโรงเรียนจึงยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับห้องสมุดเคลื่อนที่ 25 ปีแอมเวย์ไทย ซึ่งจะช่วยให้โรงเรียนมีแหล่งค้นคว้าหาความรู้เพิ่มขึ้น อีกทั้งช่วยให้นักเรียนมีโอกาสอ่านหนังสือเสริมทักษะเพิ่มเติมจากหนังสือเรียน ส่งเสริมให้นักเรียนมีนิสัยรักการอ่านมากขึ้น รวมทั้งได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ โดยโรงเรียนจะนำห้องสมุดเคลื่อนที่มาใช้ในการจัดกิจกรรมระหว่างกลุ่มนักเรียน และสลับหมุนเวียนห้องสมุดเคลื่อนที่นี้ไปในแต่ละชั้นเรียน เพื่อที่นักเรียนจะได้หยิบอ่านหนังสือได้อย่างทั่วถึง และใช้ประโยชน์จากห้องสมุดเคลื่อนที่นี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

วันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ยักษ์ใหญ่ขายตรง "แอมเวย์ Amway" ทุ่มงบพันล. ...สร้างอาณาจักรใหม่ตอกย้ำความสำเร็จธุรกิจ


หากพูดถึงบริษัทขายตรงเบอร์ 1 ของเมืองไทย คงปฏิเสธไม่ได้ว่าบริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัดนั่นคือ เบอร์ 1 ในสมรภูมิรบขายตรงเมืองไทยนั่นเอง ที่สำคัญ เชื่อว่าหลาย ๆ ท่านในที่นี้ คงมีการติดตามความเคลื่อนไหวของค่ายนี้อย่างแน่นอน ในขณะเดียวกัน หากย้อนอดีตไปเมื่อช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมานั้นแอมเวย์ถือเป็นค่ายขายตรงที่ต้องบอกว่าโค่นยากและหนังเหนียวที่สุด ไม่ว่าจะเจอกับวิกฤติเศรษฐกิจมาสักเท่าไหร่ หรือหนักหนาเท่าไหร่ ขึ้นชื่อว่ายักษ์ใหญ่ในวงการขายตรงแล้ว การก้าวเดินแต่ละช็อตไม่เคยมีคำว่าแพ้อาจจะเรียกได้ว่าเป็นเกมแห่งศักดิ์ศรีเลยก็ว่าได้

...ซึ่งหากย้อนไปเมื่อช่วงต้นปี 2553 ที่ผ่านมา หากทุกคนจำกันได้ดีแอมเวย์เริ่มที่จะมีการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ในส่วนของธุรกิจมากขึ้น ด้วยการเปิดตัวอัตลักษณ์แบรนด์แอมเวย์ใหม่ เพื่อหวังสร้างแบรนด์และเพิ่มความแข็งแกร่งของธุรกิจให้มากขึ้น
ในขณะเดียวกัน หากใครสังเกตกันให้ดีจะพบว่า หลังจากที่แอมเวย์ได้มีการฉลองครบรอบ 50 ปีทั่วโลก หลายท่านต่างจับจ้องมองกันว่าแอมเวย์จะมีการเปลี่ยนแปลงเช่นไรบ้าง...ซึ่งต้องบอกว่า การเปิดตัวอัตลักษณ์แบรนด์แอมเวย์ในครั้งนี้ คือ อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของแอมเวย์เลยก็ว่าได้ ที่ต้องการรักษาฐานที่มั่นขององค์กรให้อยู่อย่างเหนียวแน่นมากที่สุด เท่าที่จะมากได้!!...

จะกระทั่ง ต่อมาแอมเวย์ประเทศไทย ก็ได้ออกมาตอกย้ำความมั่นคงของธุรกิจด้วยการประกาศ เตรียมที่จะสร้าง สำนักงานใหญ่แอมเวย์แห่งใหม่บนถนนรามคำแหง โดยได้มีการคาดการณ์ว่า จะแล้วเสร็จในช่วงปี 2555 นี้...และล่าสุดจากเป้าหมายแผนงานที่ทางแอมเวย์ประกาศ พร้อมที่จะสร้างสำนักงานใหญ่แห่งใหม่นี้ให้เสร็จ ก็เรียกได้ว่าสำเร็จตรงตามวัตถุประสงค์ที่ได้วางไว้

ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2555 ที่ผ่านมา บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ก็ได้มีการจัดพิธีฉลองการเข้าใช้อาคารสำนักงานใหญ่อย่างเป็นทางการ ซึ่งทางด้านนายกิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เผยว่า สำหรับอาคารสำนักงานแห่งใหม่ของแอมเวย์ประเทศไทยนั้น ได้มีการทุ่มงบประมาณกว่า 1,100 ล้านบาท ก่อสร้างอาคารสำนักงานใหญ่แห่งใหม่บนพื้นที่กว่า 10 ไร่ พื้นที่ใช้สอยรวม 45,432 ตารางเมตร ซึ่งถือว่ามีขนาดใหญ่กว่าแห่งเดิมถึง 5 เท่าด้วยกัน โดยจะมีทั้งศูนย์ธุรกิจและศูนย์ประสบการณ์แอมเวย์ที่ครบวงจร รองรับการเติบโตทางธุรกิจที่จะมีในอนาคตอันใกล้นี้
นายกิจธวัช เผยต่ออีกว่า อาคารสำนักงานใหญ่ของแอมเวย์ประเทศไทย ได้ถูกออกแบบภายใต้แนวคิดกรีน คอนเซ็ปต์โดยเป็นการใช้ธรรมชาติทั้งน้ำ ลม และแสงสว่าง เพื่อลดการใช้พลังงานภายในอาคาร เช่น การออกแบบให้ตึกหันด้านข้างให้แสงอาทิตย์ การใช้ไอน้ำสะท้อนความเย็นสู่ตึก การติดตั้งแผงกั้นแสง เพื่อลดอุณหภูมิภายในอาคาร เป็นต้น

ขณะเดียวกัน ยังเป็นอาคารอัจฉริยะด้วยระบบบริหารจัดการอาคาร โดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในการรวบรวมข้อมูล ตรวจสอบ และควบคุมการทำงานของส่วนต่าง ๆ ภายในอาคาร อาทิ ควบคุมสภาพอากาศและระดับแสงสว่างที่เหมาะสมแก่ผู้ที่อยู่ในอาคาร ควบคุมระบบการบริหารจัดการภายในอาคาร เป็นต้น
นอกจากนี้ แอมเวย์ ยังได้ติดตั้งระบบสำนักงานอัตโนมัติ เพื่อบริหารจัดการงานเอกสารต่าง ๆ ให้รวมศูนย์เป็นที่เดียว ทั้งการสั่งพิมพ์ การถ่ายสำเนา การสแกนภาพ และการส่งโทรสาร โดยสามารถสั่งจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของพนักงานได้โดยตรงไปสู่จุดติดตั้งอุปกรณ์ ซึ่งจะอยู่รวมกันในที่เดียว และห่างจากบริเวณโต๊ะทำงาน ตรงนี้จะถือเป็นการช่วยลดมลภาวะภายในสำนักงานทั้งความร้อน ไอหมึกพิมพ์ และเสียง เป็นการเสริมสร้างบรรยากาศที่ดีขึ้นของการทำงาน
สำหรับอาคารสำนักงานแห่งใหม่นี้ ประกอบด้วยอาคาร 3 หลัง ได้แก่

1. แอมเวย์พลาซ่า 3 ชั้น ครบครันด้วยแอมเวย์ ช็อป ขนาดใหญ่กับสินค้ากว่า 1,400 รายการ สามารถรองรับนักธุรกิจกิจแอมเวย์และสมาชิกได้มากกว่า 1,000,000 คนต่อปี ริชแอนด์เจย์ บอลรูม ห้องคอนเวนชั่น พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่สามารถรองรับได้ถึง 1,500 คน ห้องตรวจสุขภาพและความงาม เพื่อสร้างโปรแกรมช่วยดูแลด้านนี้ให้โดยเฉพาะ

นอกจากนี้ ยังมี แอมเวย์ เอ็กซ์พีเรียนซ์ เซ็นเตอร์ ที่จะเป็นศูนย์ประสบการณ์แอมเวย์ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของธุรกิจในทุก ๆ มิติ รวบรวมประวัติความเป็นมาของแอมเวย์ หลักปรัชญาทางธุรกิจ รวมถึงข้อมูลเชิงลึกของผลิตภัณฑ์แอมเวย์ทุกกลุ่ม ผ่านการนำเสนอด้วยมัลติมีเดียในรูปแบบหลากหลาย เพื่อให้เป็นศูนย์สำหรับการพัฒนาศักยภาพของนักธุรกิจแอมเวย์มืออาชีพอย่างแท้จริง

2. อาคารสำนักงาน 5 ชั้น รองรับการทำงานของพนักงานได้สูงสุด 500 คน และ 3. อาคารจอดรถ 8 ชั้น บริการจอดรถได้ 600 คัน นอกจากนั้น ยังสร้างความสดชื่นด้วยบริเวณเดอโวส พาร์ค สวนพักผ่อนในบรรยากาศกรีนเนอรี่วิว 180 องศา

การลงทุนครั้งนี้ของแอมเวย์ เพื่อตอกย้ำการเป็นธุรกิจอันดับหนึ่งและมั่นใจในปรัชญาของแอมเวย์ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนไทย รวมทั้งเป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจของไทย ให้เกิดกระแสการหมุนเวียนทางการเงินในระบบ หรือเป็นการพัฒนาชุมชน ซึ่งเป็นนโยบายในการทำงานของบริษัทมาโดยตลอด
นายกิจธวัช ยังกล่าวต่ออีกว่า สำหรับแผนงานของแอมเวย์ต่อจากนี้ ยังมีการเตรียมแผนที่จะขยายแบรนด์เซ็นเตอร์และแอมเวย์ช็อปอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันแอมเวย์ช็อป ได้เปิดบริการในตลาดต่างจังหวัดแล้ว 50% พร้อมกับคาดว่าอีก 2 ปีจากนี้ จะสามารถเปิดสาขาได้ครบทั้ง 77 จังหวัด ขณะที่การขยายแบรนด์เซ็นเตอร์หรือศูนย์สร้างประสบการณ์ให้ความรู้จะดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไป ส่วนรายได้ปีนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 16,800 ล้านบาท หรือเติบโตจากปีก่อน 10%

ที่สำคัญ ทางด้าน มร. จิม เพย์น รองประธานบริหาร แอมเวย์ คอร์ปอเรชั่น และประธานบริษัทแอมเวย์ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ยังได้กล่าวว่า ธุรกิจเครือข่ายในประเทศไทย ถือว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโต และเป็นที่จับตามองในระดับโลก สำหรับแอมเวย์ประเทศไทยนั้น มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นมาตลอด 25 ปี โดยมียอดขายเป็นอันดับหนึ่งของแอมเวย์ในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นอันดับ 6 ของแอมเวย์ทั่วโลกที่มีสาขารวม 108 ประเทศ
สำหรับสำนักงานใหญ่แห่งใหม่นี้ ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ได้เป็นอย่างดี ถึงความสำเร็จของแอมเวย์ประเทศไทย และยังเป็นเครื่องยืนยันถึงพันธสัญญาที่แอมเวย์ คอร์ปอเรชั่น มีให้แก่สาขาประเทศไทยนี้ และมั่นใจว่า แอมเวย์ประเทศไทยจะเติบโตต่อไปได้อีกมากและอย่างมั่นคงแน่นอน

พร้อมกันนี้ นายจิม เพย์น ยังเผยอีกว่า แผนงานของแอมเวย์ในขณะนี้ ยังมีแผนที่จะขยายธุรกิจขายตรงของแอมเวย์ ไปในประเทศพม่าด้วยเช่นกัน โดยจะใช้บริษัทแอมเวย์ไทยเป็นฐานในการส่งออก เนื่องจากมองว่าประเทศพม่า ถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพอีกประเทศหนึ่ง มีจำนวนประชากรมากกว่า 60
ล้านคน โดยขณะนี้ทางแอมเวย์เอง อยู่ระหว่างการศึกษาความต้องการของตลาด เพื่อหาช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะเข้าไปขยายธุรกิจต่อไป
วันนี้ถ้าแอมเวย์สามารถขยายตลาดเข้าไปในพม่าสำเร็จ เชื่อว่าจะช่วยทำให้ผลประกอบการของเอเชียเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน จากปัจจุบันนี้ ที่เอเชียสามารถสร้างยอดขายให้แอมเวย์มากที่สุด โดยมีสัดส่วนยอดขายสูงถึง 90% จากยอดขายรวมที่อยู่นอกอเมริกาเหนือ โดยคิดเป็นสัดส่วน 90% ของรายได้รวมทั่วโลก โดยยอดขายรวมของแอมเวย์ทั่วโลกปีที่แล้วมีประมาณ 12,000 ล้านเหรียญสหรัฐ มีอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 6% ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่ค่อนข้างน่าพอใจเป็นอย่างมากทีเดียว

นายจิม เพย์น ยังกล่าวอีกว่า หากพิจารณาถึง 10 อันดับของแอมเวย์ทั่วโลก ที่มียอดขายสูงสุดและเติบโตดีที่สุดก็ยังพบว่า มาจากเอเชีย โดยปีที่ผ่านมาแอมเวย์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มียอดขายรวมอยู่ที่ประมาณ 3,100 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งในส่วนของแอมเวย์ประเทศไทยก็มียอดขายติดอันดับ 1 ใน 6 ของแอมเวย์ทั่วโลก ที่สร้างยอดขายสูงสุด โดยอันดับ 1 เป็นของจีน รองลงมาคือ ญี่ปุ่น อเมริกา เกาหลีใต้ รัสเซีย และไทย ส่วนประเทศที่มียอดขายเติบโตสูงที่สุดคือ เวียดนาม แม้ว่าจะเพิ่งเข้าไปขยายธุรกิจได้เพียง 5 ปี แต่ก็สามารถสร้างยอดขายได้เติบโตสูงถึง 50% ในปีที่ผ่านมา

...จะเห็นได้ว่า ที่ผ่านมาแอมเวย์ทั่วโลกประสบความสำเร็จได้นั้น ส่วนหนึ่งมาจากการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ด้านการสื่อสารกับลูกค้า เพื่อต้องการตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้มากที่สุด รวมถึงการใช้แคมเปญโฆษณาประชาสัมพันธ์สื่อเพื่อสังคม และช่องทางสื่อสารอื่น ๆ เพื่อให้เข้าถึงตัวลูกค้า
อีกทั้งพยายามรักษาวิธีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์แบบบุคคลต่อบุคคลไว้ให้มากที่สุด ตรงนี้เองคือจุดแข็งที่แอมเวย์มี แต่ค่ายอื่นอาจไม่มี...
และยิ่งวันนี้กับสำนักงานใหญ่แห่งใหม่บนพื้นเนื้อที่กว่า 10 ไร่ มูลค่ากว่า 1,100 ล้านบาทด้วยแล้ว คงจะเป็นอีกหนึ่งหน้าตา บนความภาคภูมิใจของสมาชิกแอมเวย์ได้เป็นอย่างดีทีเดียว ที่สำคัญ สำนักงานแห่งนี้ เรียกได้ว่า เป็นการรวบรวมสิ่งอำนวยความสะดวกทางธุรกิจที่ครบครันอย่างมากมายสำหรับสมาชิกแอมเวย์ไว้ในที่เดียว...จึงไม่ใช่เรื่องแปลกว่าทำไม....ขายตรงเบอร์หนึ่งถึงชื่อแอมเวย์นั่นเอง!


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ. ตลาดวิเคราะห์ ประจำวันที่ 1- 15 ธันวาคม 2555 ฉบับ 333

วันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

แอมเวย์ (Amway Thailand) : เปิดบ้านฉลองการเข้าใช้สำนักงานใหญ่แห่งใหม่อย่างอบอุ่น


[gallery link="file"]


แอมเวย์เปิดบ้านฉลองการเข้าใช้สำนักงานใหญ่แห่งใหม่อย่างอบอุ่น


แอมเวย์เปิดบ้านฉลองการเข้าใช้สำนักงานใหญ่แห่งใหม่อย่างอบอุ่น


ผ่านไปแล้วอย่างยิ่งใหญ่กับงาน Happy New Home พิธีฉลองการเข้าใช้อาคารสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ธุรกิจเครือข่ายอันดับหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งก่อสร้างด้วยงบประมาณ 1,100 ล้านบาท บนพื้นที่ 10 ไร่ ย่านรามคำแหง ภายใต้แนวคิด กรีน คอนเซ็ปต์พร้อมอวดโฉม แอมเวย์ เอ็กซ์พีเรียนซ์ เซ็นเตอร์ ซึ่งสามารถถ่ายทอดเรื่องราวของธุรกิจแอมเวย์ในทุกๆ มิติ ผ่านการนำเสนอด้วยมัลติมีเดียในรูปแบบหลากหลาย เพื่อให้เป็นศูนย์สำหรับการพัฒนาศักยภาพของนักธุรกิจแอมเวย์มืออาชีพอย่างแท้จริง


นายกิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัดพร้อมด้วยคณะผู้บริหารครบทีม ถือฤกษ์งามยามดีประกอบพิธีทางศาสนาพุทธและพราหมณ์เพื่อความเป็นสิริมงคลในช่วงเช้า จากนั้นจึงได้เวลาเปิดบ้านหลังใหม่ให้นักธุรกิจแอมเวย์ สมาชิก และแขกผู้มีเกียรติได้เดินชมกันอย่างใกล้ชิด ภายในงานยังได้รับเกียรติจากนายจิรชัย มูลทองโร่ยเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมร. จิม เพย์นรองประธานบริหาร แอมเวย์ คอร์ปอเรชั่น และประธานบริษัทแอมเวย์ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก และมร. เลา ฮัน กี่ประธานบริษัทแอมเวย์ภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมแสดงความยินดีกับก้าวที่ยิ่งใหญ่ของแอมเวย์ประเทศไทย

บริษัทยังได้จัดงานรื่นเริงกลางสวน ณ เดอโวส พาร์ค โดยมีกิจกรรมเล่นเกมพร้อมลุ้นของรางวัลมากมายในช่วงบ่าย ก่อนปิดท้ายวันด้วยงานเลี้ยงฉลองสุดอลังการ ณ ริช แอนด์ เจย์ บอลรูม ห้องคอนเวนชั่นที่สามารถรองรับได้ถึง1,500คน โดยเชิญนักธุรกิจแอมเวย์ระดับมรกตและสูงขึ้นไปร่วมฉลองพร้อมมอบเข็มเกียรติคุณสำหรับผู้ที่ทำธุรกิจมายาวนาน25ปี และภายในงานยังขับกล่อมบทเพลงอันไพเราะจากชมรมดนตรีสากล สโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือC.U. Bandต่อด้วยการแสดงโขนชุด สดุดีรามวตาร ออกระบำอู่ทอง ซึ่งเป็นศิลปะนาฏกรรมชั้นสูงของไทยที่มีความสง่างามและอ่อนช้อยสวยงาม ตามด้วยโชว์การวาดทรายบอกเล่าเรื่องราว 25 ปีแอมเวย์ประเทศไทย โดยอาจารย์ก้องเกียรติ ทองจันดีศิลปินมือเอกของไทยที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างน่าประทับใจและปิดท้ายค่ำคืน แห่งความทรงจำด้วยการแสดงสุดพิเศษจากนักร้องเสียงทรงพลังชั้นนำของประเทศไทยรัดเกล้า อามระดิษซึ่งช่วยเติมเต็มให้ค่ำคืนแห่งนี้อยู่ในความทรงจำของผู้ร่วมงานตราบนานเท่านาน

วันศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

แอมเวย์ เปิดตัวผงซักฟอกสูตรเข้มข้น แอมเวย์ โฮม เอสเอ 8 พรีเมี่ยม









บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวผลิตภัณฑ์ แอมเวย์ โฮม เอสเอ 8 พรีเมี่ยม ผงซักฟอกสูตรเข้มข้น ด้วยสูตรไบโอเควส ให้ประสิทธิภาพในการทำความ สะอาดสูง เหมาะสำหรับเสื้อผ้าสวมใส่ประจำวันและ ผ้าเนื้อละเอียด ให้พลังการขจัดคราวสกปรก คราบไขมัน รวมทั้งคราวนํ้ามันอย่างได้ผล คงความสดใสและความ ขาวให้กับเนื้อผ้า ทำให้ผ้ามีกลิ่นหอมสดชื่น ทั้งยัง ปราศจากฟอสเฟตและคลอรีน จึงไม่ระคายเคืองต่อ ผิวหนัง นอกจากนี้ ยังช่วยประหยัดด้วยปริมาณการใช้ ต่อครั้งที่น้อยกว่า เนื่องจากเป็นสูตรเข้มข้นและมีสาร ลดแรงตึงผิวที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ จึงคุ้มค่าและใส่ใจในสิ่งแวดล้อม แอมเวย์ โฮม เอสเอ8 พรีเมี่ยม ผงซักฟอกสูตรเข้มข้น ขนาด 1 กิโลกรัม ราคา 685 บาท (ราคาสมาชิก 548 บาท) และขนาด 3 กิโลกรัม ราคา 1,710 บาท (ราคาสมาชิก 1,365 บาท) สินค้ารับประกันความพอใจ ไม่พอใจยินดีคืนเงิน สนใจสั่งซื้อได้ที่นักธุรกิจแอมเวย์ ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป


หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.amwayshoping.com หรือ Amway Call Center 02-7258000




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ ธุระกิจเครือข่าย ฉบับที่ 240 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-30 พฤศจิกายน 2555

MLM Gossip (ล้วงลับคนธุรกิจเครือข่าย) ซุบซิบ ค่าย แอมเวย์-Amway Thailand

















ส่วนที่แรงไม่หยุด... ฉุดไม่อยู่จนยอดขายต่อปีจะ เฉียดทะลุ 20,000 ล้านบาท เข้าไปทุกเมื่อเชื่อวันอยู่แล้ว ...ก็ต้องบอกว่าหนีไม่พ้นค่าย ยักษ์ใหญ่เจ้าเดิม แอมเวย์ ที่ล่าสุด ได้จัดงานใหญ่ระดับชาติขึ้นอีกครั้งกับการ เปิดตึกใหม่ อันเป็นสำนักงานใหญ่ที่ เพิ่งสร้างเสร็จบนถนนรามคำแหงเนื้อที่กว่า 10 ไร่ ด้วยงบประมาณ 1,100 ล้านบาท งานนี้ บิ๊กเคอาร์-กิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการย้ำแล้วย้ำอีกว่า เพื่อ รองรับและสนับสนุนการทำงานของ นัก ธุรกิจแอมเวย์ ที่วันนี้มีจำนวนมากกว่า 1,000,000 รหัสไปแล้ว


งานใหญ่ของค่าย แ อ ม เ ว ย์ค รั้ง นี้. . . จัด ขึ้น สดๆ ร้อนๆ เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายนที่ผ่านมานี้เอง... จะว่าไปแล้วก็ไม่ได้เป็นงาน ใหญ่แค่ในระดับชาติ...แต่เป็นได้ถึงระดับ ภูมิภาคเอเชียกันเลยทีเดียว...ถึงขนาดว่า มร.จิม เพย์น รองประธานบริหาร แอมเวย์ คอร์ปอเรชั่น และประธานบริษัท แอมเวย์ภาคพื้นเอเชียบินตรงมาร่วมพิธี เปิดตึกอย่างเป็นทางการครั้งแรกนี้ด้วย ตัวเองอีกด้วย...โอ๊ะ!! เป็นสุขใจแทน นักธุรกิจแอมเวย์จิงๆ เนาะ...ที่องค์กรดู ภูมิฐานมั่นคงขึ้นอย่างเหนือระดับจริงๆ



ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ ธุระกิจเครือข่าย ฉบับที่ 240 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-30 พฤศจิกายน 2555

วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ข่าวแอมเวย์ (Amway Thailand) : รีแบรนด์ "อาร์ทิสทรี (Artistry)" มุ่งครองแชมป์ยอดขายเครื่องสำอางพรีเมี่ยม


แบรนด์อาร์ทิสทรี ปรับโฉมลุกซ์ใหม่ พร้อมประเดิมส่ง อาร์ทิสทรี ยูธ เอ็กซ์เทนด์ พรีเมี่ยมสกินแคร์ บุกตลาดไตรมาสสุดท้าย ล่าสุดดึง เทเรซ่า พาล์มเมอร์ ดาราสาวฮอลลีวู้ดเป็นโกลบอลแบรนด์แอมบาสเดอร์ใหม่ ประกาศมั่นใจสิ้นปียอดจำหน่ายอาร์ทิสทรีในไทยทะลุ 3,100 ล้าน. พร้อมครองแชมป์ยอดขายสูงสุดในกลุ่มเครื่องสำอางพรีเมี่ยม

...ภาพลักษณ์ของธุรกิจในเรื่องของการสร้างแบรนด์สินค้า ถือเป็นอีกหนึ่งตัวแปรหนึ่งที่เป็นเครื่องชี้วัดในการทำธุรกิจเช่นกัน เพราะหากค่ายไหนที่แบรนด์ดีและมีความเข้มแข็ง บอกได้เลยว่ามีชัยไปกว่าครึ่ง เช่นเดียวกับค่าย แอมเวย์ ก็ได้ออกมาประกาศรีแบรนด์ปรับโฉมแบรนด์ อาร์ทิสทรี ใหม่ทั่วโลก ซึ่งถือเป็นการรีแบรนด์ครั้งสำคัญในช่วง 4 - 5 ปีที่ผ่านมา ที่ไม่เคยมีการปรับเปลี่ยนกันเลย

การปรับโฉมแบรนด์ อาร์ทิสทรี ครั้งใหม่ นายกิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ออกมากล่าวว่า ถือเป็นการปรับเปลี่ยนโลโก้และภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้มีความชัดเจน มีเอกลักษณ์ และมีความหรูหรายิ่งขึ้น รวมทั้งการปรับรูปแบบบรรจุภัณฑ์ให้เป็นแบบเครสเชนโด พร้อมกับนำ เทเรซ่า พาล์มเมอร์ นักแสดงสาวฮอลลีวู้ดเป็นโกลบอลแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ เพื่อเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นแบรนด์บำรุงที่มียอดขายสูงสุด 1 ใน 5 ของโลกอีกด้วย

เพราะปัจจุบันผู้บริโภคมีความต้องการดูแลความงามบนใบหน้าและผิวพรรณของผู้หญิง ยังคงมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากมูลค่าตลาดของเครื่องสำอางบำรุงผิวหน้าของไทย ในกลุ่มพรีเมี่ยมแบรนด์ ซึ่งเติบโตสูงขึ้น 6% ด้วยมูลค่าถึง 11,500 ล้านบาท จากในช่วงหลายปีที่ผ่านมาตลาดโตเพียง 3 - 4% เท่านั้น
ขณะเดียวกันเครื่องสำอางอาร์ทิสทรี ยังได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดีเช่นเดียวกัน โดยตลอด 10 เดือนที่ผ่านมา เฉพาะในไตรมาสสุดท้ายนี้ ได้รับการสนับสนุนจากทีมงานอาร์ทิสทรี โกลบอล ทั้งแผนการปรับโฉมแบรนด์ใหม่ทั่วโลก และแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่กลุ่มดูแลริ้วรอย อาร์ทิสทรี ยูธ เอ็กซ์เทนด์ สู่ตลาดเมืองไทย ทำให้แอมเวย์ มีความมั่นใจมากว่า ปีนี้อาร์ทิสทรีจะประสบความสำเร็จด้วยยอดขายสูงถึง 3,100 ล้านบาท

การปรับโฉมอาร์ทิสทรี ยูธ เอ็กซ์เทนด์ ในครั้งนี้จะส่งผลให้แบรนด์มียอดโตมากกว่า 7% ซึ่งถือเป็นการเติบโตมากที่สุดในรอบ 3-4 ปี โดยแบ่งเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลผิว 80% และกลุ่มเครื่องสำอาง 20% พร้อมกับการตั้งเป้าอีก 3 ปีข้างหน้าจะมียอดขายโต 10% ซึ่งเป็นการเติบโตที่สูงเช่นเดียวกับเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา และสำหรับแบรนด์ อาร์ทิสทรี ยูธ เอ็กซ์เทนด์ ยังตั้งเป้าที่จะสร้างยอดขายไม่ต่ำกว่าปีละ 800 ล้านบาทอีกเช่นเดียวกัน

ทางด้าน มร.ม็อด แพนซิ่ง รองประธานกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านความงามทั่วโลก แบรนด์อาร์ทิสทรี ได้กล่าวถึงการปรับโฉมแบรนด์ อาร์ทิสทรี ในครั้งนี้ว่า ตลอดระยะเวลากว่า 50 ปีที่ผ่านมา อาร์ทิสทรี เป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์ความงามที่ก้าวล้ำทางวิทยาศาสตร์และเป็นเครื่องสำอางบำรุงผิวระดับพรีเมี่ยมที่มียอดจำหน่ายสูงสุด 1 ใน 5 ของโลก เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ความเป็นแบรนด์พรีเมี่ยมระดับโลก วันนี้ อาร์ทิสทรี จึงทำการปรับโฉมแบรนด์ครั้งใหญ่ทั่วโลก ภายใต้แนวคิด ความงามแห่งอนาคต

ด้าน นางรัตนา ชาญนรา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ในการปรับภาพลักษณ์แบรนด์จะเริ่มต้นจากผลิตภัณฑ์ใหม่กลุ่ม อาร์ทิสทรี ยูธ เอ็กซ์เทนด์ เป็นกลุ่มแรก จากนั้นทยอยตามด้วยผลิตภัณฑ์กลุ่มอื่นๆ ของ อาร์ทิสทรี ต่อไป เพราะผลจากการสำรวจพฤติกรรมผู้หญิงไทยพบว่า ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการบำรุงผิวหน้า มีปัญหาริ้วรอยมากเป็นลำดับต้น ๆ โดยเฉพาะผู้บริโภคในช่วงอายุ 20 - 34 ปี ต่างให้ความสนใจและใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่มลดเลือนริ้วรอยกันมากขึ้น และยังพบว่าพฤติกรรมของผู้หญิงไทย 80 - 90% จะใช้เครื่องสำอางแทบทั้งสิ้น แอมเวย์ จึงมีความเชื่อมั่นว่า อาร์ทิสทรี ยูธ เอ็กซ์เทนด์ จะสร้างความประทับใจและตอบสนองความต้องการ ลดเลือนริ้วรอยให้กับผู้หญิงไทยได้เป็นอย่างดีเช่นกัน

ผลิตภัณฑ์อาร์ทิสทรี ยูธ เอ็กซ์เทนด์ ถือเป็นสุดยอดนวัตกรรมความงามที่ผ่านการคิดค้นอย่างยาวนานจากทีมนักวิทยาศาสตร์ของอาร์ทิสทรี โดดเด่นด้วยด้วยไลฟ์เซิร์ท สิทธิบัตรเฉพาะของอาร์ทิสทรี ซึ่งเป็นส่วนผสมศักยภาพสูงจากใบไมร์เทิล พืชพรรณหายากแถบเมดิเตอร์เรเนียน พร้อมสูตรเฉพาะเปปไทด์ชนิดเดียว ช่วยฟื้นบำรุงผิวที่ถูกทำลาย และสารสกัดจากผลแอฟริกัน บาวบับ ซึ่งถือกำเนิดในแอฟริกา ที่ช่วยให้ความชุ่มชื้น เรียบเนียน และความยืดหยุ่นแก่ผิว ทำให้ผลิตภัณฑ์ชุดนี้เปี่ยมไปด้วยสารแอนตี้ออกซิแดนท์ที่ช่วยปกป้องผิวจากความเสียหายในอนาคต โดยกลุ่มนี้มีสินค้าทั้งหมด 8 รายการด้วยกัน

นายกิจธวัช กล่าวเสริมต่อว่า ขณะนี้ทาง แอมเวย์ ประเทศไทย ได้ทุ่มงบการทำตลาด 130 ล้านบาท จากงบการตลาดรวมทั้งปี 600 ล้านบาท เพื่อดำเนินการเชิงรุก หลังจากเปิดตัว อาร์ทิสทรี ยูธ เอ็กซ์เทนด์ ในไทยเป็นแห่งที่ 3 ของโลก รองจากญี่ปุ่น และเกาหลี ซึ่งเลือกเปิดในเอเชียก่อนเนื่องจากเอเชียเป็นตลาดใหญ่ หลังจากนั้นก็จะทยอยปรับผลิตภัณฑ์กลุ่มอื่น ๆ ของ อาร์ทิสทรี ต่อไป


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ. ตลาดวิเคราะห์ ประจำวันที่ 16 - 30 พฤศจิกายน 2555 ฉบับ 332

วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

"แอมเวย์"ชูไทยฐานลุยตลาดพม่า








 


แอมเวย์ รอจังหวะบุกพม่า เล็งใช้ฐานไทยฐานลุยตลาด รับโอกาสทองเอเชียแนวโน้มเติบโตสูงต่อเนื่อง พร้อมเร่งขยายช็อปในไทยครบทั่วประเทศใน 2 ปี


นายจิม เพย์น รองประธานบริหาร แอมเวย์ คอร์ปอเรชั่น และประธานบริษัทแอมเวย์ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก เปิดเผยว่า แอมเวย์มีแผนรุกขยายตลาดประเทศพม่าในอนาคตอันใกล้นี้ รองรับโอกาสทางการตลาดและกำลังซื้อที่มีแนวโน้มเติบโตสูงอย่างต่อเนื่องในอนาคต จากจำนวนประชากรมากกว่า 60 ล้านคน โดยจะใช้ประเทศไทยเป็นฐานสนับสนุนการรุกขยายธุรกิจในพม่าแต่ต้องรอจังหวะเวลาที่เหมาะสม


ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มียอดขายเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเวียดนามเติบโตสูงกว่า 50% " นายเพย์นกล่าว


ทั้งนี้ ภาพรวมยอดขายแอมเวย์ทั่วโลกในช่วงปีที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตประมาณ 6% หรือมีรายได้ 12,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ถือเป็นการเติบโตที่ดี โดยภูมิภาคที่สร้างยอดขายให้กับแอมเวย์มากที่สุดคือ เอเชีย มีสัดส่วนยอดขายสูงถึง 90% จากยอดขายรวมที่อยู่นอกอเมริกาเหนือ สัดส่วน 90% ของรายได้รวมทั่วโลก ขณะที่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สร้างยอดขาย 3,100 ล้านเหรียญสหรัฐ


สำหรับประเทศไทย มียอดขายอยู่ในอันดับ 6 ของแอมเวย์ทั่วโลก โดยอันดับ 1 เป็นของจีน ตามด้วยญี่ปุ่น อเมริกา เกาหลีใต้ รัสเซีย และไทย


นายกิจธวัช ฤทธิราวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทมีแผนเร่งขยายแบรนด์เซ็นเตอร์และแอมเวย์ช็อปอย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนของแอมเวย์ช็อปคาดว่าจะขยายสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ ครบ 77 จังหวัดภายใน 2 ปีนับจากนี้


ล่าสุด แอมเวย์ได้เปิดอาคารสำนักงานแห่งใหม่ย่านรามคำแหง พื้นที่ 10 ไร่ ภายใต้แนวคิด "กรีน คอนเซ็ปต์" ลงทุนกว่า 1,100 ล้านบาท รองรับการขยายตัวของธุรกิจในอนาคต ในสิ้นปีนี้ แอมเวย์ประเทศไทย คาดว่าจะมีรายได้ 16,800 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 10%




Credit By :bangkokbiznews.com

วันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

แอมเวย์ทุ่มงบ 1,100 ล้านบาท สร้างสำนักงานใหญ่แห่งใหม่








 


แอมเวย์เตรียมแผนรองรับการเติบโต ทุ่มงบ 1,100 ล้านบาทสร้างสำนักงานใหญ่แอมเวย์แห่งใหม่บนเนื้อที่กว่า 10 ไร่ เน้นอำนวยความสะดวกสบายแก่นักธุรกิจแอมเวย์และสมาชิกกว่า 1,000,000 รหัส พร้อมมั่นใจธุรกิจยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดปี 2552 ทำลายสถิติอีกครั้งด้วยยอดขาย 13,300 ล้านบาทหรือโตขึ้น 15% ตอกย้ำอาชีพ "นักธุรกิจแอมเวย์" สามารถสร้างงานสร้างรายได้แม้ในสภาวะเศรษฐกิจซบเซา


นายปรีชา ประกอบกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "บริษัทเตรียมแผนรองรับการเติบโตของธุรกิจแอมเวย์และเป้าหมายยอดขาย 20,000 ล้านบาทในปี 2555 ด้วยการทุ่มงบ 1,100 ล้านบาท สร้างสำนักงานใหญ่แอมเวย์แห่งใหม่บนถนนรามคำแหง มีเนื้อที่กว่า 10 ไร่หรือ 17,000 ตารางเมตร พื้นที่ใช้สอย 35,405 ตารางเมตร คาดว่าจะสามารถรองรับความต้องการและช่วยสนับสนุนนักธุรกิจแอมเวย์และสมาชิกกว่า 1,000,000 รหัสได้เป็นอย่างดี รวมทั้งเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้คนในวงกว้างมากขึ้น สำนักงานแห่งนี้จะเป็นสัญลักษณ์ที่ตอกย้ำถึงการเป็นธุรกิจขายตรงอันดับหนึ่งของประเทศไทยและธุรกิจขายตรงขนานแท้ที่ปฏิบัติตนอย่างถูกต้องตามกฎหมายและผู้นำที่เป็นแบบอย่างที่ดีเสมอมา"


"สำนักงานใหญ่แอมเวย์ออกแบบด้วยแนวคิดการรักษาสิ่งแวดล้อม (Green Concept) เพื่อช่วยลดการใช้พลังงานของโลก และสร้างความรู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลาย มีอิสระ ทันสมัยควบคู่ไปกับความรู้สึกมั่นคง โดยผสมผสานพื้นที่ใช้สอยที่ลงตัวให้เข้ากับฟังก์ชั่นการใช้งานได้อย่างสูงสุด พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ประกอบไปด้วยอาคาร "Amway Experience Plaza" ซึ่งอยู่ที่ด้านหน้าติดถนนใหญ่ เป็นอาคาร 3 ชั้น ภายในมีร้านสะดวกซื้อ แอมเวย์ ช็อป ศูนย์รวมผลิตภัณฑ์คุณภาพจากแอมเวย์และพันธมิตรทางธุรกิจกว่า 2,000 รายการ ศูนย์รวมประสบการณ์ แอมเวย์ โซนโอกาสทางธุรกิจ ห้องสมุด และห้องประชุมที่สามารถรองรับผู้เข้าร่วมได้ถึง 1,000 คน ส่วนกลางของพื้นที่เป็นอาคารจอดรถ 8.5 ชั้น 530 คัน และพื้นที่ Grand Arena เพื่อการพักผ่อนในบรรยากาศสวนและสระน้ำพุ ด้านหลังเป็นอาคารสำนักงาน 5 ชั้น กว้างขวางเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ"


"สำนักงานใหญ่นี้เป็นการลงทุนระดับท้องถิ่นที่มีมูลค่าสูงและได้ใช้ศักยภาพของธุรกิจในประเทศด้านต่างๆ เช่น เรื่องของที่ดิน วัสดุอุปกรณ์ ผู้ออกแบบ ผู้ก่อสร้าง ผู้ตกแต่ง เป็นต้น เพื่อร่วมกันกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมภาพรวมของธุรกิจทุกสาขา ทั้งยังเป็นการพัฒนาชุมชนในพื้นที่ให้เติบโตไปพร้อมๆ กัน ซึ่งคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2554 และจะแล้วเสร็จปี 2555 ซึ่งเป็นปีที่บริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโต 20,000 ล้านบาทนั่นเอง" นายปรีชากล่าว


นายกิจธวัช ฤทธีราวี ผู้จัดการทั่วไป บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "ปี 2552 ที่ผ่านมาผลประกอบการของแอมเวย์ประเทศไทยได้ทำลายสถิติอีกครั้งด้วยยอดขาย 13,300 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 15% โดยกลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพและความงามมีรายได้สูงสุด 60% ของยอดธุรกิจทั้งหมด ซึ่งความสำเร็จนี้ บริษัทขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจในผลิตภัณฑ์แอมเวย์ ยิ่งไปกว่านั้น ความทุ่มเทและความเป็นหุ้นส่วนจากนักธุรกิจแอมเวย์ (นธอ.) และพนักงานทุกส่วน ทำให้ แอมเวย์ เติบโตอย่างต่อเนื่องในฐานะแชมป์ขายตรงไทยได้อย่างเต็มภาคภูมิ"


"ปี 2553 บริษัทยังคงเน้นการนำเสนอสินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม โดยมุ่งไปที่ความหลากหลายและความต้องการเฉพาะกลุ่ม ขณะเดียวกันสำหรับสินค้าที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง บริษัทจะทำการประชาสัมพันธ์มากขึ้นเพื่อขยายกลุ่มผู้ใช้สินค้านั้น และมีการขยายแอมเวย์ ช็อป มากขึ้นภายในปีนี้เพื่อสร้างการเข้าถึงแบรนด์แอมเวย์ พร้อมๆ กับการให้ความสำคัญกับฐานสมาชิกผู้ใช้สินค้าให้เกิดการซื้อซ้ำ (Reactivation) และขยายฐานของกลุ่มผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ (Penetration) โดยมีงบประมาณรวมทั้งด้านการตลาด ส่งเสริมการขาย โฆษณาประชาสัมพันธ์ และอื่นๆ รวม 750 ล้านบาท"


"ความสำเร็จที่ต่อเนื่องนี้เป็นบทพิสูจน์ว่าอาชีพ นักธุรกิจแอมเวย์" สามารถสร้างรายได้สร้างความมั่นคงให้ชีวิต ขณะเดียวกันยังมีส่วนช่วยเศรษฐกิจของประเทศแม้ในสภาวะที่ซบเซา ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้ให้ความสำคัญกับการดูแลบริการองค์กรนักธุรกิจแอมเวย์ โดยการให้ความรู้ จัดประชุม บริการสื่อส่งเสริมธุรกิจ และส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างมืออาชีพและมีจรรรยาบรรณมาโดยตลอด บริษัทจึงมั่นใจว่านักธุรกิจแอมเวย์ทั่วประเทศ 320,000 รหัสนี้จะเป็นแรงผลักดันสำคัญให้แอมเวย์เติบโตต่อไป" นายกิจธวัชกล่าว


นายศักดิ์ ธนประกอบ ประธานคณะกรรมการและที่ปรึกษานักธุรกิจแอมเวย์ประเทศไทยและนักธุรกิจแอมเวย์ระดับเพชรคู่ กล่าวว่า "ในฐานะหุ้นส่วนทางธุรกิจและตัวแทนนักธุรกิจแอมเวย์ทั่วประเทศ เรารู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของบริษัทขายตรงอันดับ 1 ของเมืองไทย และองค์กรนักธุรกิจแอมเวย์ทั่วประเทศต่างเชื่อมั่นในเป้าหมายที่เรามีรวมกันในปี 2555 ทุกคนจึงได้ทุ่มเททำงานเพื่อทำให้แอมเวย์สามารถเติบโต 20,000 ล้านบาทได้ตามที่ตั้งไว้ เรายังรู้สึกภาคภูมิใจที่อาชีพนักธุรกิจแอมเวย์สามารถทำให้ผู้คนมีโอกาสและทางเลือกในชีวิตมากขึ้น และแอมเวย์ก็เป็นธุรกิจต้นแบบหรือโมเดลของธุรกิจขายตรง เป็นผู้นำที่ไม่เพียงเฉพาะด้านความสำเร็จที่เติบโตของธุรกิจ แต่ยังดำรงตนอยู่ในกรอบจรรยาบรรณของธุรกิจขายตรงอีกด้วย"


"เรามั่นใจว่า แผนงานของบริษัททั้งการสร้างสำนักงานใหญ่แอมเวย์แห่งใหม่และการสนับสนุนจากบริษัทในทุกๆ ด้านจะเป็นแรงผลักดันให้ธุรกิจแอมเวย์เติบโตต่อไป ขณะเดียวกันคณะกรรมการนักธุรกิจแอมเวย์ประเทศไทยซึ่งมีจำนวน 12 คน มีวาระการดำรงตำแหน่ง 1 ปีนั้น เราได้มีแผนงานที่จะสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนแก่นักธุรกิจแอมเวย์ในทุกๆ องค์กรบนพื้นฐานการบริการอย่างมืออาชีพ ปฏิบัติตนอย่างมีจรรยาบรรณ และพร้อมจะสนับสนุนการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของนักธุรกิจแอมเวย์เพื่อให้เป็นอาชีพทางเลือกสำหรับทุกคน นอกจากนั้น เรายังจะเป็นศูนย์กลางการติดต่อประสานงานระหว่างนักธุรกิจแอมเวย์ทั่วประเทศกับบริษัทเพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพ นายศักดิ์กล่าวในที่สุด

วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

แอมเวย์ ปรับโฉม อาร์ทิสทรี อัด 130 ล.ขย่มตลาดหวังได้คืน 3.1 พันล.สิ้นปี








 


แอมเวย์ จัดการปรับโฉมแบรนด์เครื่องสำอางของบริษัท อาร์ทิสทรี ครั้งใหญ่ทั่วโลก ประเดิม ส่ง อาร์ทิสทรี ยูธ เอ็กซ์เทนด์ สินค้าพรีเมี่ยมกลุ่มลดเลือนริ้วรอย อัดงบ 130 ล้านบาท ขย่มตลาดโค้งสุดท้าย พร้อมเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ เทเรซ่า พาล์มเมอร์ ดาราสาวฮอลลีวูด ย้ำภาพความหรูของผลิตภัณฑ์ มั่นใจสิ้นปี อาร์ทิสทรี ในไทยฟัน 3.1 พันล้านบาท ครองแชมป์ยอด ขายเครื่องสำอางระดับพรีเมี่ยม


นายกิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ปัจจุบันความต้องการ ดูแลความงามบนใบหน้าและผิวพรรณ ของผู้หญิงยังคงมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากมูลค่าตลาด ของเครื่องสำอางบำรุงผิวหน้าของไทยในกลุ่มพรีเมี่ยมแบรนด์ซึ่งเติบโตสูงขึ้น 6% ด้วยมูลค่าถึง 11,500 ล้านบาท ขณะเดียวกัน เครื่องสำอางอาร์ทิสทรีได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็น อย่างดีเช่นเดียวกันตลอด 10 เดือนที่ผ่าน มา โดยเฉพาะในไตรมาสสุดท้ายนี้ ได้รับการสนับสนุนจากทีมงานอาร์ทิสทรีโกลบอล ทั้งแผนการปรับโฉมแบรนด์ใหม่ ทั่วโลก และแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่กลุ่มดูแลริ้วรอย อาร์ทิสทรี ยูธ เอ็กซ์เทนด์ สู่ตลาดเมืองไทย ทำให้มั่นใจมากว่า ปีนี้อาร์ทิสทรีจะประสบความสำเร็จด้วยยอด ขายสูงถึง 3,100 ล้านบาท ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่น่าพอใจคือเพิ่มขึ้นถึง 7% ส่งผลให้อาร์ทิสทรียังรักษาตำแหน่ง แชมป์เครื่องสำอางทั้งสกินแคร์และสีสันในกลุ่มพรีเมี่ยมแบรนด์ของไทยได้อีกสมัย


การรีแบรนด์ครั้งนี้ บริษัททำเพื่อ การพัฒนา ซึ่งเป็นการรีแบรนด์ครั้งใหญ่ในรอบ 4-5 ปี สำหรับกลุ่มเครื่องสำอางของบริษัท เพื่อเป็นการยกระดับกลุ่มผลิตภัณฑ์ให้มีความเป็นพรีเมี่ยมมาก ยิ่งขึ้น โดยจะใช้เวลาปรับประมาณ 1 ปี อีก ทั้งบริษัทยังได้ลงงบเรื่องของการโฆษณา ประชาสัมพันธ์สินค้าแบรนด์นี้ 130 ล้านบาท ในช่วงเวลาเพียง 2 เดือน ก่อนสิ้นปี 55 นายกิจธวัช เผย


สำหรับสินค้าในกลุ่มอาร์ทิสทรี นับเป็นแบรนด์สินค้าระดับพรีเมี่ยมเบอร์ 1 ของประเทศไทย จากยอดขายที่มากกว่า 3 พันล้านบาทต่อปี โดยในส่วนของการเติบโตนั้น บริษัทมีอัตราการเติบโตที่ถือ ว่ามากกว่าการเติบโตมวลรวมของสินค้า เครื่องสำอางในประเทศ โดยมูลค่าการเติบโตในแต่ละปีของสินค้าเครื่องสำอาง ในประเทศโตอยู่ที่ 6% จากมูลค่า 1.15 หมื่นล้านบาท ส่วนอาร์ทิสทรีคาดหวังที่จะโต 7%


ม็อด แพนซิ่ง รองประธานกลุ่มผลิต ภัณฑ์ด้านความงามทั่วโลกแบรนด์ อาร์ทิสทรี กล่าวถึงการปรับโฉมแบรนด์ (Rebranding) ของอาร์ทิสทรีในครั้งนี้ว่า ตลอดระยะเวลากว่า 50 ปีที่ผ่านมา อาร์ทิสทรีเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์ความงามที่ก้าวล้ำทางวิทยาศาสตร์และเป็นเครื่อง สำอางบำรุงผิวระดับพรีเมี่ยมที่มียอดจำหน่ายสูงสุด 1 ใน 5 ของโลก เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ความเป็นแบรนด์พรีเมี่ยมระดับโลก วันนี้อาร์ทิสทรีจึงได้ทำการ ปรับโฉมแบรนด์ครั้งใหญ่ทั่วโลกภายใต้แนวคิด ความงามแห่งอนาคต หรือ FORWARD BEAUTY


การปรับเปลี่ยนครั้งนี้ตั้งอยู่บนแนวคิดที่สามารถส่งต่อคุณค่าความงามสู่ผู้หญิงทั่วโลกด้วยหลัก 3 ประการ ดังนี้ 1.การค้นพบ (Discovery) การค้นหาและ พบส่วนผสมอันล้ำค่าจากธรรมชาติจากทั่วโลกเพื่อผลิตภัณฑ์ชั้นเยี่ยม 2.จินตนา การ (Imagination) เพื่อส่งมอบจินตภาพความงามให้เกิดขึ้นจริงผ่านสีสัน และผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ล้ำสมัย และ 3.นวัตกรรมสร้างสรรค์ (Invention) ด้วยเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพและสิทธิบัตรกว่า 183 รายการ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ดูแลผิวชั้นเลิศแก่ผู้หญิงทั่วโลก การปรับโฉมแบรนด์ในครั้งนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนโลโก้และภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ชัดเจน มีเอกลักษณ์ และมีความหรูหรายิ่งขึ้น รวมถึงปรับรูปแบบบรรจุภัณฑ์เป็นแบบ เครสเชนโด ซึ่งมีลักษณะสง่า งาม มีระดับ และโดดเด่น และประการสำคัญได้แต่งตั้ง เทเรซ่า พาล์ม เมอร์ (Teresa Palmer) นักแสดงสาวฮอลลีวูด ผู้หลงใหลในผลิตภัณฑ์อาร์ทิสทรี เป็นโกลบอลแบรนด์ แอมบาสเดอร์คนใหม่ อีกด้วย ม็อดกล่าวทิ้งท้าย


นางรัตนา ชาญนรา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยเพิ่มเติมว่า การปรับภาพลักษณ์แบรนด์ครั้งนี้จะเริ่มต้นกับ ผลิต ภัณฑ์ใหม่กลุ่ม อาร์ทิสทรี ยูธ เอ็กซ์-เทนด์ เป็นกลุ่มแรก จากนั้นจึงทยอย ตามด้วยผลิตภัณฑ์กลุ่มอื่นๆ ของอาร์ทิสทรีต่อไป จากการสำรวจพฤติกรรม ผู้หญิงไทยพบว่า ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการบำรุงผิวหน้าโดยเฉพาะปัญหาริ้วรอยมากเป็นลำดับต้นๆ โดยเฉพาะผู้บริโภคในช่วงอายุ 20-34 ปี ต่างเริ่มให้ความสนใจและใช้ผลิตภัณฑ์ กลุ่มลดเลือนริ้วรอยกันมากขึ้น ดังนั้น เราจึงมั่นใจว่า อาร์ทิสทรี ยูธ เอ็กซ์-เทนด์ จะสร้างความประทับใจและตอบ สนองความต้องการลดเลือนริ้วรอยให้กับผู้หญิงไทยได้เป็นอย่างดี


ผลิตภัณฑ์อาร์ทิสทรี ยูธ เอ็กซ์-เทนด์ เป็นสุดยอดนวัตกรรมความงาม ที่ผ่านการคิดค้นอย่างยาวนานจากทีม นักวิทยาศาสตร์ของอาร์ทิสทรี โดดเด่นด้วยไลฟ์เซิร์ท (LifeSirt) สิทธิบัตรเฉพาะของอาร์ทิสทรีซึ่งเป็นส่วนผสมศักยภาพสูงจากใบไมร์เทิล พืชพรรณหา ยากแถบเมดิเตอร์เรเนียน พร้อมสูตรเฉพาะ Micro-X6 Peptide เปปไทด์ชนิดเดียว ช่วยฟื้นบำรุงผิวที่ถูกทำลาย และสารสกัด จากผลแอฟริกัน บาวบับ (African Bao bab) ซึ่งถือกำเนิดในแอฟริกา ที่ช่วยให้ความชุ่มชื้น เรียบเนียน และความยืดหยุ่น แก่ผิว ทำให้ผลิตภัณฑ์ชุดนี้เปี่ยมด้วยสารแอนตี้ออกซิแดนท์ที่ช่วยปกป้องผิวจากความเสียหายในอนาคต โดยกลุ่มนี้มีสินค้า ทั้งหมด 8 รายการ นางรัตนา กล่าว


นางรัตนากล่าวต่อไปว่า เพื่อเป็น การแนะนำผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนักธุรกิจแอมเวย์และผู้บริโภคเป้าหมาย อาร์ ทิสทรีได้จัดงาน อาร์ทิสทรี ฟอร์เวิร์ด บิวตี้ เดย์ (Artistry Forward Beauty Day) เพื่อแนะนำผลิตภัณฑ์พร้อมโกล บอลแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ และจัดการฝึกอบรมสำหรับนักธุรกิจแอม เวย์รวม 14,500 ที่นั่ง ซึ่งจะมีการถ่าย ทอดสดไปยัง 6 จังหวัดทั่วประเทศพร้อมกิจกรรมออนไลน์ลุ้นรับรางวัลต่างๆ อีกมากมาย คาดว่าอาร์ทิสทรี ยูธ เอ็กซ์ เทนด์ จะสร้างยอดจำหน่ายได้ไม่ต่ำกว่า ปีละ 800 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นกลุ่มสินค้าหลักที่สำคัญของผลิตภัณฑ์เพื่อความงามของอาร์ทิสทรีทีเดียว ทั้งนี้ เมื่อถามถึงการคาดคะเนตลาดธุรกิจขายตรงนั้น ผู้บริหารแอม เวย์ มีความมั่นใจว่า ในช่วงสุดท้ายของ ปีคงไม่มีเหตุการณ์อะไรที่จะส่งผลกระ ทบต่อธุรกิจ ตลาดจะสามารถโตได้ตาม ที่คาดหวัง และอาจมากกว่า ซึ่งนับเป็น เรื่องที่ดีของวงการธุรกิจขายตรงไทย


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจฉบับที่ 1350 ประจำวันที่ 7-11-2012 ถึง9-11-2012

วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2555

Exclusive interview บริษัท แอมเวย์ ประเทศไทยจำกัด กับ คุณ กิจธวัช ฤทธีวารี


แนวทางการบริหารงานของแอมเวย์ยังคงยึดแก่นเดิม คือ การมอบโอกาสดีๆ ให้กับผู้คนการแบ่งปันความซื่อสัตย์ สิ่งที่ต้องปรับเปลี่ยน คือ วิธีปฏิบัติ การปรับธุรกิจให้ก้าวทันโลก


ถือเป็นพี่ใหญ่ และเป็นเบอร์ 1 ในแวดวงอุตสาหกรรมขายตรงไทยมานานหลายปี สำหรับยักษ์แอมเวย์ วันนี้แอมเวย์ได้ก้าวเข้าสู่ยุคผลัดใบ ยุคที่มีผู้บริหาร หนุ่มรุ่นใหม่ๆฟแรงเข้ามารับช่วงต่อจากหัวเรือใหญ่ที่เกษียณลง อย่าง ปรีชา ประกอบกิจ วันนี้ผู้บริหารหนุ่มอย่าง กิจธวัช ฤทธีราวี ได้สะท้อนมุมมองด้านการบริหารงานของแอมเวย์ว่า จากนี้ไปในอนาคตจะมีแนวทางในการบริหารงานต่อในยุคที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างไร


แนวทางการบริหารงานสไตล์ กิจธวัช เป็นอย่างไรเมื่อเข้าสู่ช่วงผลัดใบ


แนวทางการบริหารงานแอมเวย์ยังคงยึดแก่นเดิม คือการมอบดอกาสดีๆ ให้กับผู้คน การแบ่งปันความซื่อสัตย์ สิ่งที่ต้องปรับเปลี่ยนคือ วิธีการปฏิบัติ การปรับธุรกิจให้ก้าวทันโลก โดยเน้น 3 ยุทธศาสตาร์หลัก คือ



  1. ด้านนวัตกรรม ซึ่งเป็นจุดยืนที่แอมเวย์ทำให้ประสบความสำเร็จมาตลอด ด้วยการเน้นสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ วีธีการทำงาน โครงสร้างขององค์กร

  2. ไลฟ์สไตล์โซลูชั่น ที่ต้องบอกว่าเมื่อถึงจุดหนึ่ง จะมีการแบ่งเซ็กเม้นด์ กลุ่มเป้าหมายอย่างชัดเจน แอมเวย์จึงพยายามเข้าไปทำการตลาดเพื่อตัวบุคคลมากขึ้น ฉะนั้นสินค้าจึงต้องตอบสนองความต้องการของบุคคล เช่นการบริหารการจัดการแต่ละคนก็มีความอ่อนไหวไม่เหมือนกัน อย่างเช่นการได้รับสารอาหารของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน แอมเวย์ จึงเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือ ที่เป็นการตรวจเชิงลึกเฉพาะของบุคคลนั้นๆ เรื่องนี้จะเป็นคอร์สออกกำลังกาย เรียกว่า เวชศาสตร์องค์รวม


ในอนาคตแอมเวย์จะมีคอร์สการตรวจ DNA ของแต่ละบุคคล เพื่อเป็นการวัดผลและตรวจหาค่าว่าใครมีความสุ่มเสี่ยงว่าจะเกิดโรคอะไรในอนาคต ดังนั้นแอมเวย์จะมีการจัดเตรียมบุคคลากรเพื่อให้คำแนะนำด้านโภชนาการ ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนา ซึ่งอนาคตแอมเวย์จะรุกการค้นหาไปถึงระดับยีน และ DNA



  1. การสร้างแบรนด์ แห่งจิตสำนึก แบ่งเป็น 2 แนวทางหลักได้แก่

    1. ด้านธุรกิจ เน้นการบริหารงาน ปลูกสร้างจรรยาบรรณให้กับนักธุรกิจแอมเวย์ ซึ่งเป็นเรื่องที่แอมเวย์จะทำอย่างเข้มข้นขึ้นไปเรื่อยๆ ต้องบอกว่าปัจจุบันแอมเวย์ได้เปิดแผนกเพิ่ม อีก 1 ยูนิต จะเปิดเป็นดีพาร์ตเม้นต์ ที่ใช้ชื่อว่า Amway Training Center ที่ใช้คอนเซ็ปต เป็นหน่วยงานที่พัฒนานักธุรกิจแอมเวย์ให้มีองค์ความรู้ พร้อมในทุกด้าน ซึ่งเรื่องนี้ นักธุรกิจจะต้องเข้าถึงเบื้องลึกและจิตสำนึก ที่จะต้องมีคุณธรรมและจริยธรรม

    2. กิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) อย่างที่ผ่านมาแอมเวย์จัดกิจกรรมมากมายปัจจุบันได้โฟกัสเรื่องเด็ก การให้ความรุ้แก่เด็ก ที่ทำควบคู่กับมูลนิธิแอมเวย์ เพื่อสังคมไทย ตั้งแต่การให้ทุนการศึกษา การสร้างห้องสมุด การทำหนังสือเสียงให้กับเด็กตาบอด และในปี 2555 เป็นปีที่แอมเวย์ฉลองครบรอบ 25 ปีได้มีการจัดหนังสือบินได้เพื่อน้อง และห้องสมุดเคลื่อนที่ ส่วนอีกเรื่องที่จะเน้นคือ ด้านสภาพแวดล้อม ที่พยายามผลักดันด้าน กรีนมาร์เก็ตติ้งมากขึ้น เช่น สินค้าก็จะนึกถึงบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมารีไซเคิลใหม่ได้ และตึกใหม่ของแอมเวย์ที่ออกแบบมาเพื่อการประหยัดพลังงาน



เป้าหมายการดำเนินธุรกิจ


เป้าหมายเดิมคือการสร้างฐานธุรกิจให้ใหญ่โต ดังนั้น จากนี้ไปอมเวย์จะทำ Back to Basic เครือข่ายการสร้างงานสร้างรายได้ สิ่งที่ต้องการ คือใหคนที่เข้ามาทำธุรกิจประสบความสำเร็จขึ้นเรื่อยๆ และประสบความสำเร็จในระยะยาว ตรงนี้จะทำอย่างไรสิ่งที่ต้องทำคือ ให้ผู้คนมองเห็นธุรกิจขายตรงเป็นอาชีพที่ดี ในระยะยาวอาชีพนักธุรกิจขายตรงต้องติดใน 10 อาชีพ ที่คนอยากเป็นักธุริจ ในระยะกลางมองว่าธุรกิจยังคงเติบโต ดังนั้นแอมเวย์จะยัคงรักษาระดับการเป็นผู้นำในตลาด ด้วยการส้างธุรกิจแบบองค์รวมของการเป็นักธุรกิจขายตรงให้เป็นที่ยอมรับและในระยะสั้น ทำอย่างไรให้นักธุรกิจมีแรงขับเคลื่อน เช่น การปรับรายได้ให้กับนักธุรกิจ มีกิจกรรมส่งเสริมการขาย มีการสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์ ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ส่งต่อความสำเร็จ


 


มุมมองการเปิดตลาด AEC กิจธวัช มีความคิดเห็นอย่างไร


การเปิดตลาด AEC ผู้ประกอบการไทยจะได้ประโยขน์ โดยเฉพาะประเทศไทยที่มีศักยภาพดีเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ เรื่องนี้คนที่แข็งแกร่งกว่าย่อมได้ประโยชน์ ตรงนี้ประเทศไทย สามารถสร้างโอกาสในประเทศอื่นๆ ได้หากมีการเปิดเสรีทางด้านการค้า


สิ่งที่มองคือด้านเศรษฐกิจโลกที่จะเรื้อรังต่อไปอีก ซึ่งแต่ละปีส่งผลกระทบโดยอ้อม แต่หากไปกระทบกระเทือนอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ก็จะกลายเป็นลูกโซ่ และจะมากระทบกับผู้บริโภค ซึ่งก็ต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งขระที่สถานการณ์ใปในประเทศไทยนั้นยังเป็นไปในทิศทางที่ดีเมื่อเทียบกับตลาดอื่นๆ หากย้อนกลับไปด้านการเมืองที่ยังมีความขัดแย้งมาหลายปีและคนไทยก็คุ้นเคยเป็นอย่างดี ดังนั้น เมื่อย้อนกลับไปยังอุตสาหกรรมขายตรงแล้ว มองว่าตลาดที่นี้ยังมีโอกาสเติบโตอีกสูง


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 208 วันที่ 1- 15 ตุลาคม พ.ศ. 2555

วันพุธที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ข่าวแอมเวย์ (Amway Thailand) : มัดรวมสินค้าครัวเรือนผุด "แอมเวย์ โฮม (Amway Home)" เอาใจแม่บ้านระดับบน


แอมเวย์ ปรับโฉมผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนภายใต้แบรนด์ แอมเวย์ โฮม จับรวม แอมเวย์ โฮม เอสเอ8 ผลิตภัณฑ์ซักรีด, แอมเวย์ โฮม แอล.โอ.ซี. ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นผิว และแอม เวย์ โฮม ดิช ดรอปส์ ผลิตภัณฑ์ล้างจาน 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์เป็นหนึ่ง เดียว พร้อมเปิดตัวสองสินค้าใหม่ ย้ำภาพผู้นำผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนระดับพรีเมี่ยม


นายกิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากรูปแบบการดำเนิน ชีวิตของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันที่แปรเปลี่ยนไปจากอดีต โดยเริ่มหันมาใส่ใจกับการดูแลตนเอง ครอบ ครัว และที่อยู่อาศัย มากขึ้นจนกลาย เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะ อย่างยิ่งกระแส นิยมที่ให้ความสำคัญกับการใส่ใจสิ่งแวด ล้อมมากขึ้นนั้น แอมเวย์จึงเล็ง เห็นความสำคัญของความต้อง การผู้บริโภคที่เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับเพื่อเป็นการปรับภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ให้มีความชัดเจนขึ้น และตอบรับความต้องการของ ผู้บริโภคได้ครอบคลุมมากที่สุด จึงได้ดำเนิน การปรับโฉมหรือรีแบรนด์ผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนทั่วโลก ภายใต้ชื่อใหม่ แอมเวย์ โฮม (Amway Home)


โดยการรวม 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์เป็นหนึ่งเดียวกัน ประกอบด้วย แอมเวย์ โฮม เอสเอ8 ผลิตภัณฑ์ซักรีด แอมเวย์ โฮม แอล.โอ.ซี. ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นผิว และแอมเวย์ โฮม ดิช ดรอปส์ ผลิตภัณฑ์ล้างจาน ชูจุดเด่นด้านประสิทธิภาพการทำความสะอาดสูงสุดพร้อมด้วยส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติ และจากสูตรผสมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมส่งผลให้ผลิต ภัณฑ์ส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้สามารถแสดงสัญลักษณ์ การออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม หรือ Design for the Environment : DfE จากสำนักงานพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐ อเมริกา (U.S. EPA) ซึ่งเป็นเสมือนคำรับ รองว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้ มีส่วนผสมจากธรรมชาติและใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม


นอกจากนี้ บริษัทยังได้เปิดตัว 2 ผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ครอบคลุมทุกการใช้งาน ได้แก่ แอมเวย์ โฮม ทอยเลต โบว์ล คลีน เนอร์ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดโถสุขภัณฑ์ และ แอมเวย์ โฮม เลเทอร์ แอนด์ ไวนิล คลีนเนอร์ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด หนังและไวนิล เพื่อตอบรับทุกความต้อง การในครัวเรือน


ด้านนางรัตนา ชาญนรา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า การรีแบรนด์ ในครั้งนี้นอกจากการย้ำภาพลักษณ์ผลิต ภัณฑ์ในครัวเรือนให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ยังเป็น การสะท้อนถึงพันธสัญญาของแอมเวย์ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งธุรกิจครั้งแรกกว่า 50 ปีมาแล้ว


โดยผลิตภัณฑ์ชนิดแรกที่ถือเป็นจุดกำเนิดและความภูมิใจของบริษัทจวบจนปัจจุบันคือ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอเนก ประสงค์ แอล.โอ.ซี. และยังคงยืนหยัดที่จะสืบทอดพันธสัญญาดังกล่าวด้วยการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนขึ้นมาใหม่ในชื่อ แอมเวย์ โฮม ซึ่งมีความโดดเด่นด้วยสูตรอันเป็นนวัตกรรมเอกสิทธิ์ เฉพาะของแอมเวย์กับ สูตรไบโอเควส (Bioquest Formula) ซึ่งประกอบด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ เช่น มะพร้าว และพืชตระกูลมะนาว ด้วยคุณสมบัติเด่นคือ เป็นสูตรเข้มข้น ทำให้ลดปริมาณการซื้อให้น้อยครั้งกว่าปกติ จึงช่วยลดปริมาณขยะ ช่วยทำความสะอาดได้เป็นอย่างดี ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ (Biodegradable) ผ่านการทดสอบการระคายเคือง (จากผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการ ประเทศสหรัฐ อเมริกา) และใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม และเชื่อมั่นว่าการรีแบรนด์ในครั้งนี้จะยังได้รับ การตอบรับที่ดีเหมือนในช่วงตลอดระยะเวลา 50 ปี ที่ผ่านมา


สำหรับการสร้างการรับรู้ถึงการปรับโฉมแบรนด์ แอมเวย์ โฮม ในครั้งนี้ ซึ่งจะเริ่มจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายนเป็นต้นไป แอมเวย์มีการวางแผน กิจกรรมส่งเสริมการตลาดให้เกิดขึ้นทั้งใน กลุ่มผู้บริโภคและนักธุรกิจแอมเวย์อย่างทั่วถึง อาทิ จัดกิจกรรมการเปิดตัวผลิตภัณฑ์แอมเวย์ โฮม ณ แอมเวย์ ช็อป สำนัก งานใหญ่ และสาขาย่อยอีก 19 สาขาทั่วประเทศ ในระหว่างวันที่ 27-29 กันยายนนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้ร่วมสัมผัส ประสบการณ์การดูแลและทำความสะอาด บ้านอย่างมืออาชีพด้วยสูตรผสมจากธรรมชาติ และให้คำแนะนำวิธีใช้ผลิตภัณฑ์แอม เวย์ โฮม อย่างถูกต้อง รวมทั้งจัดฝึกอบรม ผลิตภัณฑ์ให้กับนักธุรกิจแอมเวย์ เพื่อให้เกิด การเรียนรู้และเข้าใจคุณประโยชน์ของ ผลิตภัณฑ์อย่างลึกซึ้ง


ทั้งนี้ แอมเวย์มั่นใจว่าจากคุณภาพของผลิตภัณฑ์ประกอบกับกิจกรรมทาง การตลาดดังกล่าวจะเป็นส่วนผลักดันให้ผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน แอมเวย์ โฮม กลายเป็นที่หนึ่งในใจของผู้บริโภคด้วยการเติบโต 10% ภายในสิ้นปีได้อย่างแน่นอน นางรัตนา กล่าวทิ้งท้าย


อ้างอิง : นสพ.สยามธุรกิจ

วันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2555