ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวบริษัทขายตรง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวบริษัทขายตรง แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2556

มาเลย์คลอดโรดแม็ปขายตรง 8 ปี เป้ารายได้8.6แสนล้าน/กู้ภาพลักษณ์MLM









มาเลเซียประกาศแผนแม่บทขายตรง (โรดแม็ป) ระยะ 8 ปี ตั้งแต่ปี ค.ศ.2013-2020 หรือ พ.ศ.2556-2563 กำหนดแนวทางพัฒนาอุตสาหกรรมขายตรงของประเทศอย่างมีแบบแผน สะท้อนภาพลักษณ์ให้ความสำคัญอย่างมากกับขายตรงและต้องการส่งเสริมให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ

ดาโต๊ะ เสรี อิสเมล ซาบรี ยาค๊อบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าภายใน ประเทศและคุ้มครองผู้บริโภค เผย โรดแม็ปอุตสาหกรรมขายตรงถูกดีไซน์ ขึ้นมาเพื่อสร้างศรัทธา ความมั่นใจและ ไว้วางใจจากประชาชนต่อ บริษัทขายตรง ภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น


ปี63ขายตรงปั๊มรายได้8.6แสนล้านโต 6-12 % ต่อปีล้อเศรษฐกิจ


ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจของ ประเทศฉบับที่ 10 ระหว่างปี ค.ศ.2011- 2015 หรือพ.ศ.2554- 2558 รัฐบาลตั้ง เป้าหมายธุรกิจขายตรงสร้างรายได้ให้ กับเศรษฐกิจของประเทศ 54,500 ล้าน ริงกิตหรือประมาณ 545,000 ล้านบาท ก่อนที่จะเพิ่มเป็น 86,000 ล้านริงกิตหรือ ประมาณ 860,000 ล้านบาทตามแผน พัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 11 ระหว่างปีค.ศ. 2016-2020 หรือพ.ศ.2559-2563 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าภายใน ประเทศและคุ้มครองผู้บริโภคของ มาเลเซียกล่าวว่า มีการคาดการณ์กันว่า ธุรกิจขายตรงมาเลเซียจะเติบโตประมาณ 6-12% ต่อปีและจะเป็นภาคธุรกิจสำคัญ ที่สร้างรายได้ให้ประชาชนของประเทศ กระตุ้นรายได้ประชาชาติเพิ่มขึ้นล้อไป กับการเติบโตของเศรษฐกิจจนถึงปี 2563


ผนึกดัน 3 พันธกิจยกค่าทุนมนุษย์ สร้างธุรกิจเข้มแข็ง-กู้ภาพลักษณ์


ภายใต้แผนแม่บทขายตรงกำหนด ให้มีความร่วมมือกันระหว่างรัฐบาล สมาคมการขายตรงมาเลเซีย (Direct Selling Association of Malaysia : DSAM) และสมาคมผู้จำหน่ายแบบ ตรงมาเลเซีย (Malaysian Direct Distributor Association : MDDA) เพื่อพัฒนา อุตสาหกรรมขายตรงของประเทศ โดย แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 เฟส เฟส แรกตั้งแต่ปี 2556-2558 เฟสสองตั้งแต่ปี 2559-2561 และเฟสสามปี 2562-2563 อิสเมล ซาบรีกล่าวว่า การมีแผนแม่บท ขายตรงจะทำให้เป้าหมาย 3 ข้อประสบ ความสำเร็จประกอบด้วยการยกระดับ คุณภาพของทุนมนุษย์หรือคุณค่าทาง เศรษฐกิจของคนให้สูงขึ้น สร้างระบบขาย ตรงและกฎหมายให้เข็มแข็งเพื่อส่งเสริม ภาพลักษณ์ ชื่อเสียงของธุรกิจรวมไปถึง การสร้างวัฒนธรรมการประกอบธุรกิจที่ ดีเยี่ยมเพื่อให้ธุรกิจขายตรงเติบโตอย่าง แข็งแกร่งและยั่งยืนตามเป้าหมายของรัฐบาล ขายตรงเป็นอุตสาหกรรมที่มี ความพิเศษมากเพราะเป็นแนวทางที่ ทรงประสิทธิภาพในการสร้างชุมชน การค้าขึ้นในภูมิภาคและส่งเสริม ระบบเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคงในอนาคต เพื่อส่งเสริม ธุรกิจนี้ในปี 2556 นี้รัฐบาลจะมีการ มอบรางวัลขายตรง (Direct Selling Award) เป็นเครื่องยืนยันถึงการ ยอมรับธุรกิจขายตรงมีบทบาทอย่าง มากต่อประเทศกำลังพัฒนาอิสเมล ซาบรียํ้าว่า ธุรกิจขาย ตรงถือกำเนิดขึ้นในมาเลเซียมากว่า 30 ปีก็จริงถ้าเปรียบเป็นคนก็เป็นผู้ใหญ่ แล้ว ดูเหมือนจะอิ่มตัวเพราะเติบโตเต็ม ที่แต่ยังสร้างโอกาสใหม่ๆ ในการเติบโต ได้ตลอด เป็นแหล่งผลิตบุคลากรระดับ บริหารที่มีประสบการณ์สูงและเครือ ข่ายจัดจำหน่ายกระจายไปทั่วประเทศ กระตุ้นเศรษฐกิจระดับภูมิภาคและระดับ ประเทศ ซึ่งการกฎหมายใหม่ยิ่งทำให้ ธุรกิจมามีมาตรฐานส่งเสริมการขยายตัว


ปี54ขายตรงมาเลย์พุ่ง 11% บริษัทต่างชาติทุนขั้นต่ำ 50 ล้าน


ตามสถิติของสมาพันธ์สมาคม การขายตรงโลก (World Federation of Direct Selling Association:WFDSA) ในปี 2554 ขายตรงมาเลเซียมียอดขาย ประมาณ 8,900 ล้านริงกิต (2,908 ล้าน ดอลลาร์) หรือประมาณ 89,000 ล้าน บาทเพิ่มขึ้น 11% เทียบกับปี 2253 นัก ขาย 7.4 ล้านคน อยู่อันดับ 11 ของโลกที่ มียอดขายทั้งสิ้น 153,727 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 4.6 ล้านล้านบาท นักขาย 91 ล้านคนและอันดับ 4 ในเอเชีย แปซิฟิก รองจากจีน ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้
เมื่อปีที่ผ่านมา รัฐบาลมาเลเซีย ร่วมมือกับ 2 สมาคมออกจรรยาบรรณ ขายตรงแห่งชาติหรือแนวปฏิบัติที่ดีเพื่อ กำกับดูแลธุรกิจขายตรงภายในประเทศ เพื่อให้ล้อไปกฎหมายใหม่ที่ประกาศ ใช้เมื่อปี 2553 โดยจรรยาบรรณเปรียบ เหมือนกฎหมายย่อยๆ ฉบับหนึ่งที่นำมา บังคับใช้กับบริษัทขายตรงระบบ MLM ทั้งหมดเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือธุรกิจ ขายตรง ปกป้องสิทธิประโยชน์ของผู้ บริโภคสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยว กับขายตรงถูกกฎหมาย และขายตรงผิด กฎหมายหรือ ปิระมิด สำหรับการดำเนินธุรกิจขายตรง ในมาเลเซียกรณีการลงทุนตั้งแต่ 2.5 ล้าน ริงกิตขึ้นไป (ประมาณ 25 ล้านบาทขึ้น ไป) สามารถขอรับการส่งเสริมการลงทุน ได้ โดยผู้ลงทุนควรตัดสินใจว่าจะลงทุน เองทั้งหมดหรือจะร่วมลงทุนกับท้อง ถิ่นหลังจากนั้นจัดทำรายงานข้อเสนอ โครงการพร้อมหลักฐานการลงทุนมายื่น ต่อMalaysia Industrial Development Authority (MIDA) เพื่อขอรับการส่งเสริม การลงทุนจะพิจารณาไม่เกิน 3 เดือน เมื่อได้รับอนุมัติต้องยื่นแบบฟอร์มเพื่อจดทะเบียนชื่อบริษัทจะใช้เวลาในการ พิจารณาราว12 วันเมื่อผ่านการอนุมัติผู้ ลงทุนต้องจัดทำตราบริษัทและส่งเอกสาร ให้ CCM ออกใบรับรองเพื่อนำไปจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทต่อไป
สิทธิประโยชน์จากโครงการที่ ได้รับการส่งเสริมการลงทุน กรณี อุตสาหกรรมทั่วไปจะได้รับลดหย่อนภาษีเงินได้ร้อยละ 30 เป็นเวลา 5 ปี กรณีกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ ทั้งหมดเป็นเวลา 5 ปี การนำเข้าสินค้าทุนสามารถนำมาหักค่าใช้จ่ายได้ร้อยละ 60 เป็นเวลา 5 ปี มาเลเซียเพิ่งประกาศใช้พระ ราชบัญญัติธุรกิจขายตรง ค.ศ.2010 (พ.ศ.2553) ซึ่งเป็นฉบับใหม่ที่แก้ไขจาก กฎหมายเดิม ค.ศ 1993 (พ.ศ. 2536) ส่วน ใหญ่แก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการปกป้อง สิทธิประโยชน์ของผู้บริโภคและบริษัท ขายตรงถูกกฎหมาย ขณะที่กฎหมาย หลักๆ ยังใช้ของเดิมได้แก่การดำเนิน ธุรกิจขายตรงจะต้องขออนุญาต โดย บริษัทที่เป็นของคนท้องถิ่น ของภูมิบุตรา หรือของชาวต่างชาติก็ได้ กรณีดำเนินธุรกิจโดยชาวต่าง ชาติจะต้องมีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 5 ล้านริงกิต (ประมาณ 50 ล้านบาท) ใน จำนวนนี้จะต้องกันหุ้นจำนวนไม่น้อยกว่า ร้อยละ 30 ให้แก่ผู้ร่วมทุนที่เป็นภูมิบุตรา สินค้าที่อนุญาตให้ดำเนินธุรกิจ ขายตรง ได้แก่สินค้าที่มีเครื่องหมาย รับรองมาตรฐานต่างๆ เช่น ISO, GMP, เครื่องหมายรับรอง Halal, สินค้าอาหาร เพื่อสุขภาพ อาหารเสริม ยาแผนโบราณ ที่ผ่านการรับรองส่วนสินค้าเครื่องสำอาง จะต้องขึ้นทะเบียนกับ Pharmaceutical Service Division, Ministry of Health




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพธุรกิจเครือข่าย ฉบับที่ 245 ประจำวันที่ 1-15 กุมภาพันธ์ 2556

วันจันทร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2556

สคบ.ขีดเส้นตายขายตรง 15 วัน!ถอดใบอนุญาตแล้ว8-เลิกเอง27









จิรชัย นายใหญ่ สคบ. ลุยต่องานช้าง สังคายนาขายตรง ทั้งระบบ ร่อนหนังสือแจ้งบริษัทขายตรงที่ขอใบอนุญาตไว้ 885 รายเป็นครั้งที่ 2 ก่อนสิ้นปีเพียง 1 สัปดาห์ พร้อมขีดเส้นตายให้เวลาแจ้งกลับสถานภาพภายใน 15 วัน ยันไม่มีตัวตนชัด จำหน่ายออก จากสารบบบัญชีทันที เผยข้อมูล 10 ปี เวนคืน ดำเนินคดีไปแล้ว 8 แห่ง ขอเลิกเองอีก 27 ราย เตือน !! เตรียมประกาศ รายชื่อ ผ่านหนังสือพิมพ์เป็นลำดับต่อไป


นายจิรชัย มูลทองโร่ย เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยถึงความคืบหน้าการ สังคายนาธุรกิจขายตรง ทั้งระบบว่า หลังจากปลายปี 2555 ที่ผ่านมา สคบ.ได้ส่งหนังสือเพื่อให้บริษัทขายตรงที่เคยจดทะเบียนกับสคบ. ทั้งหมดไปก่อนแล้ว 1 ครั้ง แล้วได้รับหนังสือยืนยันกลับมาเพียง 180 บริษัท ล่าสุดเมื่อทางสคบ. ได้ออกหนังสือแจ้งการประกอบธุรกิจยังกลุ่มผู้ประกอบดังกล่าวอีกเป็นครั้งที่ 2 เมื่อสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนธันวาคม โดยระบุให้ตอบกลับภายใน 15 วัน


สำหรับการติดตามรายชื่อบริษัทขายตรงครั้งที่สองนี้จะมีการนำรายชื่อดังกล่าวไปลงข่าวในหนังสือพิมพ์ต่างๆ อีกครั้งหนึ่งและเมื่อผลออกมาเป็นอย่างไรก็จะนำบัญชีรายชื่อเหล่านั้นมาพิจารณาและจำหน่ายทะเบียนออกจากสารบบ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนรวบรวมจดหมายตอบรับกลับมาถึง สคบ.


อย่างไรก็ตามข้อมูลตัวเลขสรุปการจดทะเบียนผู้ประกอบธุรกิจขายตรง ล่าสุด สิ้นสุด 30 พฤศจิกายน 2555 ที่ผ่านมา โดยย้อนหลังนับตั้งแต่ปี 2545 หลังจากพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 ออกมามีผลบังคับใช้ มีสถิติการยื่นขอจดทะเบียนรวมสูงสุดถึง 885 ราย ดังนี้ ปี 2545 จำนวน 56 บริษัท ปี 2546 จำนวย 217 บริษัท ปี 2547 จำนวน 107 บริษัท ปี 2548 จำนวน 70 บริษัท ปี 2549 จำนวน 32 บริษัท ปี 2550 จำนวน 41 บริษัท ปี 2551 จำนวน 30 บริษัท ปี 2552 จำนวน 49 บริษัท ปี 2553 จำนวน 88 บริษัท ปี 2554 จำนวน 105 บริษัท และปี 2555 นับตั่งแต่ 1 มกราคม 30 พฤศจิกายน มีทั้งสิ้น 90 บริษัท


ส่วนข้อมูลตัวเลขสรุปผู้ประกอบการธุรกิจตลาดแบบตรงที่ยื่นขอจดทะเบียนกับ สคบ.ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาห้วงเวลาเดียวกับการจดทะเบียนบริษัทขายตรงทั้งหมด 202 บริษัท เริ่มปี 2545 จำนวน 24 บริษัท ปี 2546 จำนวน 118 บริษัท ปี 2547 จำนวน 21 บริษัท ปี 2548 จำนวน 7 บริษัท ปี 2549 จำนวน 1 บริษัท ปี 2550 ไม่มีขอจดทะเบียน ปี 2551 จำนวน 3 บริษัท ปี 2552 จำนวน 4 บริษัท ปี 2553 จำนวน 7 บริษัท ปี 2554 จำนวน 8 บริษัท และปี 2555 นับตั้งแต่ 1 มกราคม 30 ธันวาคม รวม 9 บริษัท


แต่ในจำนวนบริษัทขายตรง 885 ราย และบริษัทตลาดแบบตรง จำนวน 202 รายนั้น ล่าสุดมีตัวเลขจากสคบ. ที่บันทึกไว้ถึงการถูก เพิกถอน หรือ เวนคืนใบอนุญาตไปแล้วทั้งสิ้น 35 บริษัท โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม และกลุ่มแรกแรงสุดคือได้รับโทษยกเลิกใบอนุญาตและถูกดำเนินคดี มีอยู่ทั้งหมด 8 บริษัท ประกอบด้วย 1.บจก. พาวเวอร์ ซัคเซค อินเตอร์เนชั่นแนล 2. บจก. อีซี่ เน็ตเวิร์ค มาร์เก็ตติ้ง 3. บจก. กรีนแพลนเนท 108 คอร์ปอเรชั่น 4. บจก. เบสท์ 59 5.บจก. โฮปยู ซีซี 6. บจก. ซีวัน นูเทรี้ยน 7. บจก. เอเซี่ยนเจมส์ และล่าสุดเมื่อปี 2555 ที่ผ่านมานี้เอง คือ บจก . ดิจิตอล คราวน์ โฮลดิ้ง (DCHL ขายตะเกียงวิเศษ)


ส่วนกลุ่มที่ 2 บริษัทแจ้งยกเลิกการประกอบธุรกิจเอง มีจำนวน 27 บริษัท ประกอบด้วย 1 บจก. ยินตัน นีโอ พลัส 2. บจก. จีเอสอาร์ไอ เน็ตเวิร์ค 3. บจก. เออร์เบล็คซ อินเตอร์เนชั่นแนล 4.บจก. เจียเตอร์(ไทย) 5. บจก. ลอง ลอง ไลฟ์ 6. บจก.จาปิน (ประเทศไทย) 7.บจก.สยาม แอมโบรเซีย อินเตอร์ กรุ๊ป 8. บจก.นีโอ เฟอร์นิไลน์ 9. คลินิกหมอสมวงศ์การแพทย์แผนไทย(นายสมวงศ์ อโณทัย) 10.บจก. วิชั่นการ์เม้นท์ 11.บจก.เอสเซนเชี่ยลลี่ ยัวส์ อินด์สตรี้ส์ (เอเชีย) 12. บจก. บางกอก เพอชันแนลลิตี้ ดีวิล็อปเมนท์เทรนนิ่ง 13.บจก.วีไดเรด ดีสทีริบิวเตอร์ 14.บจก.จาฟรา อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) 15. บจก.มาทอล โบทานิคอล (ประเทศไทย) 16.บจก.บีนิแคร์ 17.บจก.ฟรีไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) 18. บจก.ซีนาดา อินเตอร์เนชั่นแนล 19.บจก.แอล-ไดเร็ค 20.บจก.ที.เอ.นิวเวย์ อินเตอร์เนชั่นแนล 21.บจก.ไทยเทียนซือ อินเตอร์เนชั่นแนล 22.บจก.ฟรีดอมเน็ตเวิร์ค คอนซูเมอร์ คอร์ปอเรชั่น 23.บจก.ภัทรภานันท์ 24.บจก.ยู.เอ็ม.ไอ.อินเตอร์เนชั่นแนล 25.บจก.ศริไชยรัตน์ 26. บจก.เหลียงสวง อินเตอร์เนชั่นแนล และ 27.บจก.ไฮลีฟวิ่ง โกลบอล (ประเทศไทย)


จากรายชื่อกลุ่มบริษัท 8 บริษัทข้างต้นนั้น เป็นกลุ่มบริษัทขายตรงที่ล้วนถูกดำเนินคดีเป็นแชร์ลูกโซ่โกงประชาชน โดยใช้แผนการตลาดขายตรงไปแอบแฝงการหมุนเงินค่าหัวคิวในการสมัครสมาชิก โดยนำสินค้าไม่ได้มาตราฐานมาเป็นสินค้าหลักในการดำเนินธุรกิจ สร้างความเสียหายให้กับสังคมด้วยมูลค่ามหาศาล ละยังมีบางรายที่ท่างการยังไม่สามารถดำเนินคดีได้ถึงที่สิ้นสุดในเวลานี้





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพธุรกิจเครือข่าย ประจำวันที่16-31มกราคม 2556 ฉบับที่ 244