ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ TDSA แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ TDSA แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ข่าวสมาคมการขายตรงไทย (TDSA) : TDSA เตรียมงานประเพณีตบท้ายปี จัดเกียรติยศนักขาย 90 รหัส 30 บ. ส่งประชัน







�Ҿ��� 4 (Mobile)

 


สมาคมการขายตรงไทย หรือ TDSA เตรียม งานใหญ่ วันเกียรติยศนักขายตรงไทยประจำปี 2556 ภายใต้ธีมงาน "Dynamics of life พลัง แห่งการขับเคลื่อนชีวิต พิชิตชัยชนะสู่ความสำเร็จ" ในวันที่ 10 พ.ย. 2556 ณ เมืองทองธานี เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติให้แก่นักธุรกิจอิสระ สังกัดบริษัทสมาชิกของสมาคมฯ พร้อมแสดงศักยภาพและความมั่นคงของธุรกิจขายตรงไทย โดยในปีนี้มีนักธุรกิจอิสระที่เข้ารับรางวัล "นักขายตรงดีเด่น" มีจำนวน 90 รหัส รวม 128 คน จาก 30 บริษัท


นายกิจธวัช ฤทธีราวี นายกสมาคมการขายตรงไทย กล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดงานว่า เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติแก่นักธุรกิจอิสระของบริษัทสมาชิก ในฐานะ "นักธุรกิจอิสระดีเด่น" ที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจอย่างมีจรรยาบรรณ ทั้งต่อลูกค้า นักธุรกิจอิสระ และผู้บริโภค สมาคมจึงได้จัดงาน "วันเกียรติยศนักขายตรงไทย" ขึ้น เพื่อเชิดชูเกียรตินักธุรกิจอิสระ ผู้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่นักธุรกิจอิสระทั่วประเทศ 11 ล้านคน ทั้งยังเป็นการเสริมสร้างและยกระดับภาพลักษณ์ของสมาคมให้เป็น ที่รู้จักแก่สาธารณชน ส่งเสริมให้สมาชิกทุกบริษัทได้ดำเนินธุรกิจ อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะนำไปสู่ประโยชน์สูงสุดของผู้บริโภค


"งานวันเกียรติยศนักขายตรงไทยประจำปีนี้ นับเป็นปีที่ยิ่งใหญ่ และน่าจดจำ เพราะเป็นปีแห่งการครบรอบ 30 ปีของสมาคม ซึ่งเราได้ฉลองด้วยการเปิดตัวโลโก้ใหม่ของสมาคมและคู่มือขายตรง เล่ม 2 พร้อมพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ตลอดการดำเนินงานที่ผ่านมา สมาคมอยู่เคียงข้างนักธุรกิจอิสระ ผู้บริโภคและบริษัทสมาชิกด้วยการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีมีประโยชน์ต่อสังคมภายใต้ปณิธานหลักที่ว่า "ยึดมั่นจรรยาบรรณ สร้างสรรค์สังคมไทย" นายกิจธวัช กล่าวเพิ่มเติม


ด้าน มร.เต้ เพีย เซง กรรมการฝ่ายกิจกรรมพิเศษ กล่าวว่า ในปีนี้เราได้รับเกียรติจาก 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท เพอร์เฟค รีซอร์สเซส (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงานวันเกียรติยศนักขายตรงไทย ภายใต้ชื่องาน "Dynamics of Life" พลังแห่งการขับเคลื่อนชีวิต พิชิตชัยชนะสู่ความสำเร็จ ซึ่งกิจกรรมบนเวทีประกอบด้วย การมอบโล่เกียรติยศให้แก่นักขายตรงดีเด่น มอบโล่ขอบคุณสื่อมวลชนที่ให้การสนับสนุน นอกจากนั้นท่านจะได้เพลิดเพลินกับศิลปิน โจ-ก้อง ร่วมรับประทานอาหาร พร้อมกับร่วมลุ้นรางวัลต่างๆ จากทางสมาคมการขายตรงไทย และจากผู้บริหารของบริษัทสมาชิก


มร.คริสโตเฟอร์ เฮยนสึ คิม กรรมการฝ่ายกิจกรรมพิเศษ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของบริษัทยูนิซิตี้ จะดูแลและรับผิดชอบ ด้านโครงสร้างและกิจกรรมส่วนหน้าของงานประกอบด้วย บอร์ดนิทรรศการของสมาคม จุดแสดงผลิตภัณฑ์ หอเกียรติยศนักธุรกิจอิสระ หอเกียรติยศสื่อมวลชน จุดถ่ายภาพ ซึ่งผมมั่นใจว่าทุกท่านจะตื่นเต้นและมีช่วงเวลาที่ดีๆ ในปีนี้ร่วมกัน พร้อมดื่มด่ำไปกับบรรยากาศแห่งความภาคภูมิใจ และก้าวเข้าสู่ปีที่ 31 ของสมาคมการขายตรงไทยไปพร้อมกันครับ


งานเกียรติยศนักขายตรงประจำปี 2556 มีกำหนดจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน 2556 เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี จึงขอเชิญชวนท่านคณะผู้บริหารบริษัทสมาชิกของสมาคมการขายตรงไทย นักธุรกิจอิสระที่ได้รับรางวัล ตลอดจนนักธุรกิจอิสระที่มาร่วมแสดงความยินดี สามารถเข้าร่วมงานตามวันและเวลาดังกล่าว เพื่อแสดงศักยภาพทางธุรกิจและพลังแห่งความสามัคคีของภาคธุรกิจขายตรงไทย ที่เป็นภาคส่วนหนึ่งในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้เจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืนตลอดไป


ทั้งนี้ ปี 56 ถือเป็นปีที่ TDSA ได้จัดฉลอง 30 ปีของสมาคมฯ โดยใช้ชื่องาน ว่า "30 ปี สมาคมการขายตรงไทย : ธุรกิจเครือข่าย...อาชีพแห่งอนาคต" ซึ่งเป็นการจัดสัมมนา 1 วัน เมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา ประกอบด้วย 3 การสัมมนาย่อย ได้แก่ "Entrepreneur...เจ้าของธุรกิจอิสระยุคใหม่" ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้คร่ำหวอด ในวงการมาให้ความรู้แก่อาจารย์และนิสิตนักศึกษา พร้อมตัวอย่างคนรุ่นใหม่ที่ประสบ ความสำเร็จในธุรกิจเครือข่ายจากบริษัทชั้นนำ "ธุรกิจเครือข่าย...โอกาสไร้พรม แดนสู่ AEC" เป็นการแบ่งปันประสบการณ์การดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการใน 3 ประเทศจากสมาคมการขายตรงไทย สมาคมการขายตรงมาเลเซีย และสมาคมการขาย ตรงเวียดนาม ร่วมด้วยเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคของประเทศไทย ทั้งยังมีการเสวนาเรื่อง "เปิดโอกาสธุรกิจเครือข่ายรับ AEC" โดยคุณภคพรรณ ลีวุฒินันท์ อุปนายกฝ่ายรัฐสัมพันธ์, คุณอิทธิศักดิ์ อำพันยุทธ์ เลขาธิการ และ พ.ญ. นลินี ไพบูลย์ กรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ พร้อมพิธีเปิดตัวโลโก้ใหม่สมาคมการขายตรงไทยอย่างเป็นทางการ และเปิดตัวหนังสือ "Entrepreneur...เจ้าของธุรกิจอิสระยุคใหม่" ซึ่งเป็นคู่มือเพื่อการศึกษาธุรกิจเครือข่ายเล่ม 2 ที่สมาคมรวบรวมคลัง ความรู้จากผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกของ สมาคม และนำมาเผยแพร่เพื่อช่วยยกระดับ มาตรฐานของธุรกิจเครือข่ายให้มากยิ่งขึ้น


"คู่มือเพื่อการศึกษา "Entrepreneur... เจ้าของธุรกิจอิสระยุคใหม่" มุ่งให้ความรู้แก่นักธุรกิจอิสระ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ กลุ่ม นิสิตนักศึกษาที่มีแนวโน้มต้องการมีธุรกิจเป็นของตนเอง เพื่อให้มีความเข้าใจในวิชาชีพอย่างถูกต้องและเพื่อใช้เป็นคู่มือเพื่อการศึกษาในมหาวิทยาลัยต่างๆ อันจะเป็นหนึ่งในวิชาการตลาดที่เหมาะกับคนรุ่นใหม่และการเติบโตของตลาดโลกในอนาคต จัดทำในรูปแบบพ็อกเกตบุ๊ก ความหนาประมาณ 200 หน้า ประกอบด้วยเนื้อหาของ ธุรกิจเครือข่าย การเริ่มต้นและการสร้างธุรกิจ ตลอดจนการรักษาธุรกิจให้ยั่งยืน"


[gallery ids="21001,21002,21003,21004,21005,21006,21007,21008,21009,21010,21011"]

 


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com/


 

วันพฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ข่าวสมาคมการขายตรงไทย (TDSA) : TDSA โหมโรงจัดงานวันนักขาย







Image (Mobile)

 


สมาคมการขายตรงไทย เตรียมจัดงานวันเกียรติยศนักขายตรงไทยประจำปี 2556 ภายใต้ธีมงาน "Dynamics of life" พลังแห่งการขับเคลื่อนชีวิต พิชิตชัยชนะสู่ความสำเร็จ นักขาย 128 ชีวิต จาก 30 บริษัทในสังกัดสมาคมตบเท้ารับรางวัลแห่งความภาคภูมิใจ


นายกิจธวัช ฤทธีราวี นายกสมาคมการขายตรงไทย เปิดเผยว่า สมาคมเตรียมการจัดงานวันเกียรติยศนักขายตรงไทยประจำปี 2556 โดยในปีนี้ใช้ธีมงานว่า "Dynamics of life" พลังแห่งการขับเคลื่อนชีวิต พิชิตชัยชนะสู่ความสำเร็จ ซึ่งมีกำหนดจัดงานในวันอาทิตย์ที่ 10 พ.ย.56 ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ทั้งนี้เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติให้แก่นักธุรกิจอิสระ ผู้ซึ่งได้รับการคัดเลือกว่าเป็นผู้ประสบความสำเร็จที่ดำเนินธุรกิจอย่างมีจรรยาบรรณ พร้อมแสดงศักยภาพและความมั่นคงของธุรกิจขายตรงไทยอย่างเต็มภาคภูมิ โดยในปีนี้มีธุรกิจอิสระที่เข้ารับรางวัล "นักขายตรงดีเด่น" จำนวน 90 รหัส รวม 128 ท่าน จากบริษัทขายตรงชั้นนำในสังกัดของสมาคมกว่า 30 บริษัท


ทั้งนี้ วัตถุประสงค์การจัดงานดังกล่าว เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติแก่นักธุรกิจอิสระของบริษัทสมาชิกในฐานะ "นักธุรกิจอิสระดีเด่น" ที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจอย่างมีจรรยาบรรณทั้งต่อลูกค้า นักธุรกิจอิสระและผู้บริโภคสมาคมจึงได้จัดงาน "วันเกียรติยศนักขายตรงไทย" ขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรตินักธุรกิจอิสระผู้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่นักธุรกิจอิสระทั่วประเทศ 11 ล้านคน ทั้งยังเป็นการเสริมสร้างและยกระดับภาพลักษณ์ของสมาคมให้เป็นที่รู้จักแก่สาธารณชน ส่งเสริมให้สมาชิกทุกบริษัทได้ดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพอันจะนำไปสู่ประโยชน์สูงสุดของผู้บริโภค


"งานวันเกียรติยศนักขายตรงไทยประจำปีนี้นับเป็นปีที่ยิ่งใหญ่และน่าจดจำ เพราะเป็นปีแห่งการครบรอบ 30 ปีของสมาคม ซึ่งเราได้ฉลองด้วยการเปิดตัวโลโก้ใหม่ของสมาคมและคู่มือขายตรง เล่ม 2 พร้อมพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ตลอดการดำเนินงานที่ผ่านมา สมาคมอยู่เคียงข้างนักธุรกิจอิสระ ผู้บริโภคและบริษัทสมาชิกด้วยการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีมีประโยชน์ต่อสังคมภายใต้ปณิธานหลักที่ว่า "ยึดมั่นจรรยาบรรณ สร้างสรรค์สังคมไทย" นายกิจธวัช กล่าวเพิ่มเติม


ด้าน มร.เต้ เพีย เซง กรรมการฝ่ายกิจกรรมพิเศษ กล่าวว่า ในปีนี้เราได้รับเกียรติจาก 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท เพอร์เฟค รีซอร์สเซส (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ยูนิซิตี้มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงานวันเกียรติยศนักขายตรงไทย ภายใต้ชื่องาน "Dynamics of Life" พลังแห่งการขับเคลื่อนชีวิต พิชิตชัยชนะสู่ความสำเร็จซึ่งกิจกรรมบนเวทีประกอบด้วย การมอบโล่เกียรติยศให้แก่นักขายตรงดีเด่น มอบโล่ขอบคุณสื่อมวลชนที่ให้การสนับสนุน นอกจากนั้นท่านจะได้เพลิดเพลินกับศิลปินอย่าง โจก้อง ร่วมรับประทานอาหาร พร้อมกับร่วมลุ้นรางวัลต่างๆ จากทางสมาคมการขายตรงไทยและจากผู้บริหารของบริษัทสมาชิก


 


 


 


 


Credit by : http://www.ryt9.com/

วันศุกร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2556

ข่าวสมาคมการขายตรงไทย (TDSA) : TDSA ย้ำจุดยืนกูรูขายตรงตัวจริง ชี้ไม่เกิน 3 ปี MLM ไทยแตะ 3 ล้าน







L_kr (Mobile)


TDSA จัดงานฉลองใหญ่ครบรอบ 30 ปี ชูนโยบายเป็นเสาหลักของธุรกิจขายตรง ยึด 4 ข้อ เสริมภาพลักษณ์-สมาชิกคุณภาพ-มีธรรมาภิบาล-ศูนย์กลางความรู้ด้าน MLM ด้าน กิจธวัช ฟันธงไม่เกิน 3 ปี มูลค่าตลาดรวมทะลุแสนล้านบาทหาก AEC เปิด เหตุมีกลุ่มทุนนอกไหลเข้าไทย ขณะที่ข้อมูลจากสมาพันธ์ขายตรงโลกระบุตลาดอาเซียนเนื้อหอมแค่ 6 ประเทศ มีมูลค่ารวมกันสูงถึงหมื่นล้านเหรียญ


กิจธวัช ฤทธีราวี นายกสมาคมการขายตรงไทย (TDSA) เปิดเผยว่า จากการที่สมาคมได้ดำเนินงานมาครบรอบ 30 ปี ทางสมาคมฯ ได้จัดงานสัมมนาเพื่อให้ความรู้กับนักธุรกิจและประชาชนทั่วไปมีความเข้าใจเกี่ยวหับธุรกิจขายตรงมากยิ่งขึ้น เนื่องจากปัจจุบันมีบริษัทขายตรงที่จดทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) อย่างเป็นทางการประมาณ 380 บริษัท แต่ยีงมีบริษัทขายตรงที่ดำเนินธุรกิจแบบสุ่มเสี่ยงในลักษณะมันนี่เกม หรือแชร์ลูกโซ่ออกจำนวนมาก ดังนั้น สมาคมฯ จึงต้องการให้บุคคลทั่วไปสามมารถตรวจสอบได้ว่าบริษัทไหนดำเนินธุรกิจในลักษณะใด


ที่ผ่านมาสมาคมฯ ได้ยึดกลยุทธ์หลักในการพัฒนาอุตสาหกรรมขายตรงไทย ซึ่งประกอบด้วย 4 ข้อหลัก ได้แก่ 1.เสริมสร้างภาพลักษณ์ 2.สมาชิกคุณภาพ 3.ธรรมาภิบาล และ 4.ศูนย์กลางความรู้ ดังนั้น ด้วย ประสบการณ์ของบริษัทสมาชิกของสมาคมฯ จำนวน 35 บริษัท ที่ดำเนินธุรกิจมายาวนาน ซึ่งมียอดขายรวมกันคิดเป็น 70 % ของตลาดรวม ดังนั้น หากภาครัฐและภาคประชาชนทั่วไปที่ต้องการอยากได้ความรู้เกี่ยวกับธุรกิจขายตรงอย่างถูกต้อง ทางสมาคมกล้าพอที่จะบอกว่าเราเป็นกูรูทางด้านขายตรงอย่างแท้จริง


กิจธวัช กล่าวอีกว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมขายตรงในประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าภายในอีก 3 ปีข้างหน้า หรือในปี 2016 มูลค่ารวมของอุตสาหกรรมขายตรงไทยจะสูงถึง 1 แสนล้านบาทซึ่งหากมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาสนับสนุน เช่นการเปิด AEC ซึ่งจะมีกลุ่มทุนจากต่างประเทศเข้ามาที่ตลาดไทยเพิ่มขึ้นดังนั้น เชื่อว่าแสนล้านบาทน่าจะไม่ถึง 3 ปี ตามที่คาดการณ์ไว้ ทั้งนี้ ในปี 2012 ที่ผ่านมา ไทยมีมูลค่ารวมอยู่ที่ 6.87 หื่นล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย 9.48% ซึ่งเติบโตสูงกว่า GDP ของประเทศที่เติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 5.76% ปัจจัยที่จะทำให้มูลค่ารวมของอุตสาหกรรมขายตรงไทยเติบโตเพิ่มขึ้น มาจากบริษัทขายตรงทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้ามาในตลาดเพิ่มขึ้น


โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีอัตราการเติบโตสูงสุด ได้แก่กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้มีอัตราการเติบโตที่ใกล้เคียงกับภาพรวมของอุตสาหกรรมเฉลี่ยอยู่ที่ 10% ต่อปี ซึ่งเป็นผลมาจากสภาพแวดล้อม และพฤติกรรมของผู้บริโภคในประเทศที่เริ่มเปลี่ยนแปลงไป โดยปัจจุบันผู้บริโภคหันมาดูแลเรื่องสุขภาพมากขึ้น


กิจธวัช กล่าวในงานสัมมนาในหัวข้อ ธุรกิจเครือข่าย...โอกาสไร้พรมแดนสู่ AEC ที่จัดโดยสมาคม TDSA ว่า ข้อมูลจากสมาพันธ์ขายตรงโลก (WFDSA) ได้ระบุว่า หลังจากที่กลุ่มประเทศในแถบอาเซียนจะรวมตัวกันเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) จะทำให้มูลค่ารวมของอุตสาหกรรมขายตรงใน 6 ประเทศ ในแถบภูมิภาคอาเซียนจะเพิ่มสูงขึ้น และกลายเป็นกลุ่มประเทศที่น่าสนใจในอนาคต โดยในปี 2012 ที่ผ่านมา มูลค่ารวมของอุตสาหกรรมขายตรงทั้งหมด 6 ประเทศรวมกันมีมูลค่าสูงถึง 10372 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นอัตรา การเติบโตเฉลี่ยตั้งแต่ปี 2009-2012 เฉลี่ยอยู่ที่ 13.7%


โดยประเทศมาเลเซียมีมูลค่ารวมสูงสุดเป็นอันดับ 1 อยู่ที่ 4,667 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นอัตราการเติบโต 16.4% อันดับ 2 ไทย มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 2,947 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นอัตราการเติบโต 9.1% อันดับ 3 อินโดนีเซีย มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 1,088 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นอัตราการเติบโต 10.3% อันดับ 4 ฟิลิปปินส์ มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 1,011 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นอัตราการเติบโต 22.9% อันดับ 5 สิงคโปร์ มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 367 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นอัตราการเติบโต 6.4 % อันดับ 6 เวียดนาม มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 292 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นอัตราการเติบโต 21.7%





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 230 ประจำวันที่ 1-15 กันยายน 2556

วันจันทร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2556

ข่าวสมาคมการขายตรงไทย (TDSA) : ขายตรงไทย-เวียดนาม-มาเลเซียผนึกกำลังร่วม แชร์แนวคิดธุรกิจหวังยกระดับเครือข่ายอาเซียน







mlm01 (Mobile)


3 นายกสมาคมขายตรง 3 ชาติ เปิดมุมมองภาพรวมธุรกิจขายตรง...ด้าน กิจธวัช ฤทธีราวี นายกสมาคมการขายตรงไทย เผยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ขายตรงเมืองไทยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณเกือบ 10% ทุกปี พร้อมเชื่อการเปิดเออีซี ระบบภาคเศรษฐกิจจะมีการถูกพัฒนาให้มีความเร็วขึ้น...ส่วน สมาคมการขายตรงมาเลเซีย แจงข้อมูลผู้สำเร็จในธุรกิจเครือข่ายมาเลเซีย ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงอยู่ที่ 61% พร้อมเตรียมดึงคนรุ่นใหม่สู่ธุรกิจมากขึ้น หลังพบมากกว่า 70% คนอายุ 30-60 ปี เป็นนักธุรกิจเครือข่าย...ด้าน สมาคมการขายตรงเวียดนาม ระบุผู้ที่จะเข้ามาทำธุรกิจขายตรงได้ ต้องใช้ระยะเวลา 2 ปี พร้อมต้องเจอกฎเหล็กขายตรงอีกเพียบ!


นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งการส่งสัญญาณที่ดีสำหรับ ธุรกิจขายตรง ในภูมิภาคอาเซียนเลยก็ได้ กับการมาร่วมแชร์ประสบการณ์ในธุรกิจขายตรงในตลาดอาเซียนด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของทาง สมาคมการขายตรงไทย สมาคมการขายตรงมาเลเซีย และสมาคมการขายตรงเวียดนาม เอง โดยทั้ง 3 สมาคม 3 ชาติ ต่างก็ได้ออกมาเผยถึงภาพรวมและโอกาสในการเข้าไปเปิดตลาดในแต่ละประเทศด้วย แต่ทั้งนี้ ต้องยอมว่าการเข้าไปในแต่ละประเทศนั้น ค่อนข้างที่จะเป็น งานหิน ที่ เหล่าผู้ประกอบการ ใน ธุรกิจขายตรง ควรที่จะต้องเตรียมความพร้อมด้วยเช่นกัน!!...


กิจธวัชฉายภาพขายตรงไทย


อัตราการเติบโตดีทุกปีเกือบ10%


...สำหรับภาพรวมของธุรกิจขายตรงในเมืองไทยนั้น ทางด้านนายกิจธวัช ฤทธีราวี นายกสมาคมการขายตรงไทย หรือ TDSA กล่าวว่า ปัจจุบันธุรกิจชายตรงในประเทศไทยมีอยู่ 4 สมาคม คือ 1.สมาคมการขายตรงไทย (TDSA) 2.สมาคมอุตสาหกรรมขายตรงไทย (TDIA) 3. สมาคมพัฒนาการขายตรงไทย (TSDA) และ 4. สมาคมธุรกิจเครือข่ายขายตรงไทย (TDNA) โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2002-2012 พบว่า ยอดขายโดยรวมของธุรกิจขายตรงมีมูลค่าอยู่ที่ 68,000 ล้านบาท โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณเกือบ 10% ทุกปี


ทางสมาคมมีความเชื่อมั่นว่า หากอุตสาหกรรมขายตรงอัตราการเติบด้วยอัตราเร่งเช่นนี้ เชื่อว่าภายในปี 2016 อุตสาหกรรมขายตรงน่าที่จะมีมูลค่าตลาดรวมทะลุ 100,000 ล้านบาทได้อย่างแน่นอน โดยอัตราเร่งที่จะทำให้อุตสาหกรรมขายตรงเติบโตได้อย่างแน่นอนนั่นก็คือ การเปิดเออีซีนั่นเอง ซึ่งระบบภาคเศรษฐกิจจะมีการถูกพัฒนาให้มีความเร็วขึ้น เพราะฉะนั้นเป้า 1 แสนล้านบาท ก็น่าที่จะขยับเข้ามาเร็วภายใน 1-2 ปีข้างหน้านี้ก็เป็นไปได้ด้วยเช่นกัน


นายกิจธวัช กล่าวอีกว่า จากข้อมูลในชาติอาเซียนเพียงแค่ 6 ประเทศ พบว่า เมื่อเอา 6 ประเทศมารวมกันมีมูลค่าตลาดโดยรวมอยู่ที่ 10,372 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 3 แสนล้านบาท โดยแบ่งแยกได้ดังนี้ 1.ประเทศมาเลเซีย มูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 4,667 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเติบโตที่ 16.4% 2.ประเทศไทย มูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 2,947 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเติบโตที่ 9.1% 3.ประเทศอินโดนีเซีย มูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 1,088 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเติบโตที่ 10.3% 4.ประเทศฟิลิปปินส์ มูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 1,011 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเติบโตที่ 22.9% 5.ประเทศสิงคโปร์ มูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 367 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเติบโตที่ 6.4% และ 6.ประเทศเวียดนาม มูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 292 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเติบโตที่ 21.7%


สำหรับสถิติที่จะเกี่ยวข้องกับธุรกิจเครือข่ายนั้น ประกอบด้วย


1. จำนวนประชากรก็ถือว่ามีโอกาสที่จะทำให้ธุรกิจเติบโตด้วยเช่นกัน


2. กำลังซื้อของผู้บริโภคในประเทศนั้น ๆ


3. การยอมรับในสังคมหรือตลาดนั้น ๆ ว่าพฤติกรรมผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะยอมรับ


ส่วนรูปแบบการตลาดของประเทศ ไทยในปัจจุบันพบว่า ตลาด MLM มีสัดส่วนอยู่ที่ 82.7% ตลาด SLM มีสัดส่วนอยู่ที่ 18.9% และอื่น ๆ มีสัดส่วนอยู่ที่ 2.5% โดยในแต่ละแผนถือว่ามีข้อดีที่แตกต่างกันไป


ด้านพฤติกรรมในการตัดสินใจซื้อสินค้าในธุรกิจขายตรง พบว่า คนส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินค้า รองลงมาจะเป็นในเรื่องของราคา ส่วนกลุ่มสินค้าที่ใช้มากนั้นพบว่า กลุ่ม wellness มีสัดส่วนอยู่ที่ 39% กลุ่ม Cosmetics & Personal Care มีสัดส่วนอยู่ที่ 27% กลุ่ม Household Goods & Durables มีสัดส่วนอยู่ที่ 17% เป็นต้น


สินค้าสุขภาพมาเลเซียโตดี


เชื่อAECเปิดตลาดไปได้สวย


ด้าน Mr.Frederick Ng President of Direct Selling Association of Malaysia ก็ได้เผยว่า ในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านนั้น พบว่า เริ่มเห็นธุรกิจขายตรงในตะวันตกและทางยุโรปเข้ามาเปิดตลาดในภูมิอาเซียนมากขึ้น โดยเฉพาะในประเทศมาเลเซีย ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในมาเลเซียคือ ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพอยู่ที่ประมาณ 44%


นอกจากนี้ จากข้อมูลผู้ที่สำเร็จในธุรกิจขายตรงในประเทศมาเลเซียนั้นพบว่า ส่วนใหญ่จะเป็นสุภาพสตรีมากกว่าสุภาพบุรุษ โดยอยู่ที่ 61% ขณะเดียวกัน ในมาเลเซียคนที่มีเชื้อสายชาวจีนนั้น จะมีความโดดเด่นอย่างมากในการทำธุรกิจเครือข่ายอยู่ที่ 57% ส่วนคนที่มีเชื้อชาติมาเลเซียอยู่ที่ 37%


ส่วนคนที่มีอายุตั้งแต่ 30-60 ปีนั้น พบว่ามากกว่า 70% เป็นนักธุรกิจเครือข่าย ซึ่งคนกลุ่มดังกล่าวนี้ เรียกว่าเป็นกระดูกสันหลังของธุรกิจเครือข่ายในมาเลเซีย ส่วนกลุ่มวัยรุ่นนั้น ถือว่ายังให้ความสนใจในธุรกิจเครือขายน้อยมาก โดยทางมาเลเซียเองมีแผนที่จะเข้าไปให้ถึงกลุ่มดังกล่าวด้วย


ปัจจุบันสมาคมการขายตรงมาเลเซีย มีบริษัทที่เป็นสมาชิกในสมาคมอยู่ที่ 65 บริษัท โดยมีทั้งบริษัทที่เป็นของมาเลเซียและบริษัทข้ามชาติรวมกัน


Mr.Frederick กล่าวอีกว่า ในการร่วมมือกันของตลาดขายตรงแต่ละชาตินั้น เชื่อว่า น่าที่จะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมขายตรงมวลรวมอย่างแน่นอน พร้อมกันนี้ ยังคาดว่าการเปิดตลาดเออีซี ยังจะเป็นการช่วยให้การลงทุนในแต่ละประเทศ เกิดการแข่งขันมากยิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน


กฎเหล็กขายตรงเวียดนามเพียบ!


เผยหน้าใหม่เข้าไปต้องใช้เวลา2ปี


เช่นเดียวกับทางด้าน Tram Ha Chairwoman of AmCham Vietnam Direct Selling Committee เผยว่า ในประเทศเวียดนามถือว่าธุรกิจขายตรงค่อนข้างมีศักยภาพที่สูงมาก แต่ในขณะเดียวกันในเรื่องของกฎหมายเกี่ยวกับธุรกิจขายตรงในเวียดนามก็มีความเข้มงวดมากด้วยเช่นกัน


ซึ่งล่าสุดทางเวียดนามเอง ได้มีแนวคิดที่จะแก้ไขในเรื่องของกฎหมายหลังจากที่ได้มีการบังคับใช้มาแล้วเมื่อปี 2006 ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการจัดประชุม สัมมนา ฝึกอบรม ที่จะต้องมีการขออนุญาตในการจัดแต่ละครั้ง โดยผู้จำหน่ายอิสระ ไม่สามารถที่จะจัดฝึกอบรมด้วยตนเองได้ หรือแม้กระทั่งการจัดฝึกอบรมของบริษัทต่าง ๆ ไม่สามารถที่จะเรียกเก็บเงินจากผู้จำหน่ายอิสระได้ โดยจะต้องเป็นการอบรมฟรีทั้งหมด


นอกจากนี้ บริษัทขายตรงที่ดำเนินธุรกิจในประเทศเวียดนามนั้น จะต้องมีการรายงานการทำธุรกิจในทุก 6 เดือน ที่สำคัญ สำหรับนักลงทุนที่จะเข้ามาเปิดธุรกิจขายตรงในเวียดนามได้นั้น จะต้องใช้ระยะเวลานานถึง 2 ปีเลยทีเดียว กว่าที่จะได้รับใบอนุญาตการลงทุน


นายกสมาคมการขายตรงเวียดนาม กล่าวอีกว่า หากย้อนดูถึงอัตราการเติบโตของธุรกิจขายตรงในเวียดนามตั้งแต่ปี 2006 -2011 พบว่า มีอัตราการเติบโตเป็นที่พึ่งพอใจ แต่หลังจากปี 2011 เป็นต้นไป เริ่มพบว่าธุรกิจขายตรงมีอัตราการเติบโตเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้ทางสมาคมฯ จึงต้องทำงานหนักมาก ที่จะสร้างภาพพจน์ของธุรกิจขายตรงเวียดนามให้กลับมาดีอีกครั้ง ด้วยการให้ความรู้ ความเข้าใจในธุรกิจขายตรงแก่คนหนุ่มสาวที่มีระดับการศึกษาสูงเพิ่มมากขึ้น


สำหรับทิศทางของกฎหมายใหม่ในประเทศเวียดนามนั้น ทางนายกสมาคมการขายตรงเวียดนาม มองว่า อยากที่จะให้เกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2013 และสามารถนำมาปฏิบัติได้จริงในปี 2014 โดยขณะนี้ ร่างกฎหมายฉบับแรกได้เสร็จไปแล้ว ส่วนการร่างกฎหมายฉบับอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการต่ออายุใบอนุญาต ขณะนี้ก็อยู่ในระหว่างการพิจารณา ซึ่งคาดว่าอีกไม่นาน น่าที่จะมี่ข้อสรุปอย่างแน่นอน


...จะเห็นได้ว่า ในแต่ละประเทศต่างก็มีจุดดี จุดเด่น จุดด้อย ที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของกฎหมายที่บางบริษัทเข้มงวดในเรื่องนี้ บางประเทศไม่ได้เข้มงวดในเรื่องนี้ แต่เชื่อว่าเกือบทุกประเทศ ต่างก็ต้องการที่จะเห็นภาพโดยรวมของอุตสาหกรรมขายตรงมีอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างแน่นอน





Credit By :http://www.taladvikrao.com

วันอังคารที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ข่าวสมาคมการขายตรงไทย (TDSA) : TDSA จุดพลุ 30 ปี พี่ไทย ย้ำเป็นสมาคมของคน MLM







Capture (Mobile)


TDSA ย้ำจุดยืนเป็นสมาคมของคนขายตรง เตรียมผลักดันธุรกิจเครือข่ายอาชีพในฝัน ระบุ ไม่เน้นปริมาณสมาชิก เผยจัดงานใหญ่ฉลอง 30 ปี ภายใต้คอนเซ็ปต์ ธุรกิจเครือข่าย...อาชีพ แห่งอนาคต และปรับโลโก้ใหม่เพื่อก้าวสู่ความ ทันสมัย พร้อมเปิดตัวหนังสือคู่มือเล่มที่ 2 Entrepreneur หวังใช้เป็นคัมภีร์การทำธุรกิจ อย่างถูกวิธี


กิจธวัช ฤทธีราวี นายกสมาคมการ ขายตรงไทย (TDSA) กล่าวว่า ตลอดระยะ เวลา 30 ปี ที่สมาคมฯ ได้เปิดดำเนินงานมา ซึ่งจุดยืนของสมาคมฯ ในการดำเนินธุรกิจ ค่อนข้างชัดเจน คือ การสนับสนุน และ ผลักดันอุตสาหกรรมขายตรงของไทยให้ เป็นที่ยอมรับของบุคคลทั่วไป รวมถึง ต้องการให้สมาคมฯ เป็นสมาคมฯ เพื่อคน ขายตรงโดยตรง โดยต้องการสนับสนุน ผู้ประกอบการ และนักธุรกิจอิสระให้ เติบโตอย่างมีศักยภาพตามกฎจรรยา- บรรณ และประสบความสำเร็จอย่าง ยั่งยืน


ปัจจุบันภาพลักษณ์ของ ธุรกิจขายตรงเริ่มได้รับการยอมรับ จากบุคคลทั่วไปมากยิ่งขึ้น ทำให้มี คนเข้ามาอยู่ในอุตสาหกรรมขายตรง เพิ่มสูงขึ้นตาม โดยจากตัวเลขของ สมาคมฯ ที่ได้มีการสำรวจพบว่า มี ผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมขายตรง ทั้งระบบอยู่ที่ 15 ล้านคน แบ่งเป็นประมาณ 9-10 ล้านบาท เป็นเพียงแค่ผู้ที่ซื้อสินค้ากิน และใช้เท่านั้น ส่วนอีก 5 ล้านคน ทำเป็นธุรกิจแบบจริงๆ จังๆ ดังนั้น หากเราทำให้ธุรกิจนี้เป็น ธุรกิจที่ให้ทำทุกอย่าง เชื่อว่าจะทำให้มีผู้คนเข้า สู่ธุรกิจขายตรงเพิ่มมากขึ้น


กิจธวัช กล่าวอีกว่า แม้จำนวนสมาชิก ของ TDSA จะมีเพียงแค่ 30-40 กว่าบริษัท เท่านั้น เมื่อเทียบกับผู้ประกอบการที่แจ้งไว้กับ ทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ทั้งหมด 353 บริษัท ทั้งที่สมาคมฯ เปิดมา 30 ปีแล้ว แต่สมาคมฯ มี หลักในการทำงาน ชัดเจน ไม่ได้แข่งขัน กับใคร ซึ่งการบอก รับสมาชิกใหม่เพิ่ม ทางสมาคมฯ ก็มี จุดยืนชัดเจนโดย เปิดรับสมาชิก ใหม่ไม่ว่าจะใช้ แผนการตลาด แบบใด เพียงแต่ ต้องปฏิบัติตาม กฎจรรยาบรรณ เท่านั้น


ขณะเดียวกัน จุดยืนของสมาคมฯ ยัง ต้องการจะเป็นแหล่งความรู้ ของอุตสาหกรรมขายตรงให้ กับหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ภาครัฐ, สถาบันการศึกษา และ บุคคลทั่วไป ในการศึกษาและ เรียนรู้ธุรกิจขายตรงอย่างถูกวิธี


ด้านสุชาดา ธีรวชิรกุล อุปนายกฝ่ายการศึกษา สมาคม การขายตรงไทย (TDSA) กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี ที่สมาคมฯ ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทสมาชิก และผู้สื่อข่าว ดังนั้น สมาคมฯ จึงต้องการจะตอบแทนเพื่อเป็นการคืนกำไร สู่สังคม ด้วยการจัดงานสัมมนาครบรอบ 30 ปี เพื่อสร้าง ภาพลักษณ์ที่ดีของบุคคลทั่วไปต่ออุตสาหกรรมขายตรง แม้ว่าที่ผ่านมาภาพลักษณ์ของขายตรงจะดีอยู่แล้ว แต่ ต้องการจะทำให้บุคคลทั่วไปมีความเข้าใจในธุรกิจนี้ เพิ่มมากขึ้น


ทั้งนี้ การจัดงานสัมมนาครบรอบ 30 ปี จะจัดขึ้น ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ในวันที่ 15 สิงหาคม 2556 ภายใต้หัวข้อ ธุรกิจเครือข่าย...อาชีพแห่ง อนาคต ซึ่งภายในงานดังกล่าวจะแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ภาคเช้า เป็นการสัมมนาในหัวข้อ Entrepreneurเจ้าของ ธุรกิจอิสระยุคใหม่ โดยได้รับเกียรติจากผู้มีประสบการณ์ ที่คร่ำหวอดในวงการมาให้ความรู้ และการสัมมนาในหัวข้อ ธุรกิจเครือข่าย...โอกาสไร้พรมแดนสู่ AEC เป็นการ แบ่งปันประสบการณ์การดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการจาก 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย เวียดนาม และมาเลเซีย ขณะที่ใน ภาคบ่ายเป็นการสัมมนา 30 ปี สมาคมขายตรงไทยภายใต้ หัวข้อ ธุรกิจเครือข่าย...อาชีพแห่งอนาคต โดยเปิดโอกาส ให้นักธุรกิจอิสระ และบุคคลทั่วไปมีความเข้าใจในการทำธุรกิจ ขายตรงอย่างถูกวิธี


นอกจากนั้นภายในงานยังได้เปิดตัวโลโก้ใหม่ของ สมาคม TDSA อย่างเป็นทางการ รวมถึงการเปิดตัวหนังสือ Entrepreneurเจ้าของธุรกิจอิสระยุคใหม่ ซึ่งเป็นคู่มือ เพื่อการศึกษาของธุรกิจเครือข่ายเล่มที่ 2 หลังจากคู่มือเล่ม ที่ 1 ได้รับการตอบรับดีมาก โดยคู่มือเล่มที่ 2 นี้ จะเป็นคู่มือ ที่ให้ความรู้ และความเข้าใจในธุรกิจขายตรงโดยเฉพาะกลุ่ม คนรุ่นใหม่ นิสิตนักศึกษา และบุคคลทั่วไป ที่ต้องการอย่าง จะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 228 ประจำวันที่ 1-15 สิงหาคม 2556


วันพุธที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ข่าวสมาคมการขายตรงไทย (TDSA) : กำลังซื้อหดตัวกระหน่ำ ธุรกิจขายตรง ตกต่ำสุดในรอบ 10 ปี







556000009350601 (Mobile)


นายกสมาคมการขายตรงไทยบ่นอุบ รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำรอบตัว จวกนโยบายรถคันแรกส่งผลเต็มๆ ทำกำลังซื้อผู้บริโภคหดตัวและตัดสินใจซื้อช้าลง คาดครึ่งปีหลังผู้ประกอบการทุกค่ายอัดงบฯ เล่นเกมลด แลก แจก แถมเต็มเหนี่ยว แต่มั่นใจมีแนวโน้มไปได้สวยหลังเปิดเออีซี เตรียมหารือจัดตั้ง สหพันธ์การขายตรงอาเซียน เพราะตลาดอาเซียนโตถึง 9.7% สูงกว่าตลาดโลกที่โตเพียง 5.4%


นายกิจธวัช ฤทธีราวี นายกสมาคมการขายตรงไทย เปิดเผยว่า จากภาวะเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ขณะนี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจขายตรงไทยโดยรวมมีผลประกอบการไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งเป้า เนื่องจากตลอดเวลาที่ผ่านมากว่า 10 ตลาดรวมธุรกิจขายตรงไทยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 7-10% แต่จากครึ่งปีแรกที่ผ่านมาผู้ประกอบการแต่ละรายมีอัตราเติบโตเพียง 4-5% จึงคาดว่าธุรกิจขายตรงไทยในปีนี้จะมีอัตราการเติบโตเพียงประมาณ 5% จากปี 2555 ซึ่งมีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 7 หมื่นล้านบาท


สาเหตุสำคัญที่ทำให้ตลาดรวมของธุรกิจขายตรงไทยเติบโตต่ำกว่าปกติ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยภายนอกคือภาวะเศรษฐกิจรวมของโลกที่ยังคงผันผวน ทั้งในยุโรป สหรัฐอเมริกา จีน และอื่นๆ ขณะเดียวกันภาคการส่งออกรวมของประเทศก็ไม่เป็นไปตามเป้า แต่สาเหตุที่สำคัญคือปัจจัยภายในประเทศ โดยเฉพาะนโยบายรถคันแรก และนโยบายต่างๆ ทางด้านเศรษฐกิจที่ล้มเหลวจนส่งผลให้ผู้บริโภคมีกำลังซื้อต่ำและมีการตัดสินใจซื้อช้าลงในทุกๆ ผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะในส่วนของอาหารเสริมและเครื่องสำอางได้รับผลกระทบมากที่สุด ประการสำคัญ หากมีเหตุการณ์อื่นๆ เกิดขึ้น โดยเฉพาะสถานการณ์ทางการเมือง อาจส่งผลให้ธุรกิจขายตรงไทยตกต่ำมากกว่านี้ก็เป็นได้


ตลอดเวลาที่ผ่านมาแม้เศรษฐกิจโดยรวมไม่ดี แต่ธุรกิจขายตรงก็ยังคงเติบโตได้อยู่เพราะมีผู้เข้ามาเป็นตัวแทนจำหน่ายอิสระมากขึ้นส่งผลให้ขายสินค้าได้มากตามไปด้วย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้จึงถือเป็นเรื่องผิดปกติมาก เพราะปรากฏว่ามีผู้สนใจเข้าสู่ธุรกิจขายตรงน้อยลงกว่าทุกปี จึงทำให้เชื่อได้ว่าในช่วงครึ่งปีหลังผู้ประกอบการแต่ละรายจะต้องอัดงบประมาณในการทำตลาดมากขึ้นเพื่อใช้ในการจัดโปรโมชันต่างๆ ทั้งลด แลก แจก แถม เพื่อเป็นการกระตุ้นกำลังซื้อให้สูงขึ้น ขณะเดียวกันยังต้องเพิ่มผลตอบแทนให้ผู้จำหน่ายอิสระสูงขึ้นอีกเพื่อเป็นแรงจูงใจให้จำหน่ายสินค้าได้มากขึ้น


อย่างไรก็ตาม เมื่อมองในภาพรวมของธุรกิจขายตรงทั้งภูมิภาคอาเซียนในปี 2555 กลับพบว่ามีมูลค่ายอดธุรกิจเป็นจำนวนถึง 6.22% ของมูลค่าธุรกิจเครือข่ายทั่วโลก ทั้งยังมีอัตราการเติบโตจากปี 2554 สูงถึง 9.7% ในขณะที่ธุรกิจเครือข่ายทั่วโลกมีอัตราการเติบโตเพียง 5.4%


จากภาพรวมดังกล่าว สมาคมการขายตรงไทยจึงเตรียมจัดงานสัมมนาครบรอบ 30 ปีภายใต้ชื่อ 30 ปีสมาคมการขายตรงไทย : ธุรกิจเครือข่าย...อาชีพแห่งอนาคต ในวันที่ 15 ส.ค.ศกนี้ โดยจะมีนายกสมาคมการขายตรงมาเลเซียและเวียดนามมาร่วมงานเพื่อแลกเปลี่ยนทรรศนะและประสบการณ์เพื่อให้ทุกๆ ฝ่ายในธุรกิจเครือข่ายทั้ง 3 ประเทศได้รับประโยชน์จากการเปิดเขตประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558


นายกิจธวัชกล่าวด้วยว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาสมาคมการขายตรงไทยมีการประสานงานกับผู้ประกอบการและสมาคมการขายตรงแต่ละประเทศในอาเซียนเป็นประจำอยู่แล้ว ในช่วงปลายปี 2556 แต่ละประเทศในภูมิภาคอาเซียนจะเดินทางไปประชุมและร่วมงานครบรอบ 35 ปีสมาคมขายตรงมาเลเซีย โดยคาดว่าอาจมีการสรุปเรื่องการจัดตั้ง สหพันธ์ขายตรงอาเซียน อย่างเป็นทางการก่อนที่จะมีการเปิดเออีซี เนื่องจากปัจจุบันเริ่มมีธุรกิจเครือข่ายระดับโลกหลายแห่งทยอยเข้าไปดำเนินธุรกิจในประเทศต่างๆ ของอาเซียนเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ธุรกิจเครือข่ายในอาเซียนก็เริ่มมีการสำรวจตลาดในประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มมากขึ้นด้วย


เหตุผลที่เราเชิญสมาคมการขายตรงมาเลเซียและเวียดนามมาร่วมงานครั้งนี้ เนื่องจากทั้ง 2 ประเทศมีศักยภาพที่ต่างกันและเอื้อต่อธุรกิจขายตรงไทย โดยในส่วนของมาเลเซียนั้นถือเป็นตลาดที่เก่าแก่และใหญ่สุดในอาเซียน โดยมีมูลค่าตลาดรวมสูงถึง 4.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนเวียดนามถือเป็นตลาดใหม่ที่มีแนวโน้มการเติบโตสูงด้วยจำนวนประชากรกว่า 100 ล้านคน จึงทำให้มีศักยภาพสูงพอที่จะเข้าไปเปิดตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ประกอบการธุรกิจเครือข่ายขายตรงที่จดทะเบียนเป็นบริษัทและได้รับการรับรองจากสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) จำนวน 353 บริษัท แต่เป็นสมาชิกสมาคมการขายตรงไทยเพียง 35 บริษัท ซึ่งสามารถทำรายได้สูงถึง 70% ของมูลค่าตลาดรวม 7 หมื่นล้านบาท


ทั้งนี้ จำนวนผู้เกี่ยวข้องในธุรกิจขายตรงประมาณ 15 ล้านคน คิดเป็นสมาชิกเพื่อประกอบธุรกิจเพียง 4.9 ล้านคน โดยส่วนใหญ่เป็นสมาชิกเพื่อใช้สินค้าจำนวน 10.1 ล้านคน





Credit By :http://www.manager.co.th/

วันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

สงคราม MLM ครึ่งปีแรก "รัฐ-เอกชน-สมาคม" สลับกันเด่น พาวงการร้อน!!







mlm-online-school-120711-1 (Mobile)


จับประเด็น 6 เดือนแรกปี 56 ภาครัฐอย่าง "สคบ." ได้ผลงานนโยบายรณรงค์ "ตราสัญลักษณ์ สคบ." ผ่านฉลุย 29 บริษัทขายตรงผ่านสเป็ก รับมอบเรียบร้อย ด้านเอกชน "นีโอ ไลฟ์" จัดงานใหญ่ต่อเนื่อง พร้อมสานต่อ "นีโอ สตาร์ โปรเจกต์ 2" เด็กมัธยมร่วมประกวดร้อง เต้น ชิงรางวัลรวมกว่า 2 ล้านบาท "นู สกิน" เปิดตัวโฆษณาฟรีทีวีตัวแรก นับตั้งแต่ตั้งสาขาไทย "มิ้ลค์กี้ เวย์" แตกหักจากคู่รัก เปลี่ยนเป็นคู่แค้น ฝั่งสมาคมขายตรงกลายเป็น 4 ก๊ก หลัง TDNA เปิดตัวหนุนรัฐแก้กฎหมาย ตั้งหน่วยงานดูแลเฉพาะ ด้าน TDSA ชิงหาแนวร่วมตั้ง "สมาพันธ์ขายตรงอาเซียน" ตัดหน้า TSDA

สคบ. ยิ้มร่า 29 บ. น้อมรับ "ตราสัญลักษณ์"


"สำนักงานคณะกรรมการเลขาธิการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)" ดูจะอิ่มเอิบเป็นที่สุด ภายใต้การบริหารของ "จิรชัย มูลทองโร่ย" เลขาธิการคนปัจจุบัน จากนโยบายข้ามปีของหน่วยงาน รัฐนามนี้ว่าที่เรื่องการรณรงค์ให้ 26 ธุรกิจ เข้ามาขอรับ "ตราสัญลักษณ์ สคบ." เพื่อการันตีคุณภาพของบริษัทนั้น ด้วยเหตุผลที่ว่าต้องการยกระดับวงการธุรกิจทั้ง 26 วงการ


โดยนโยบายดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อประมาณกลางปี 55 ช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนแปลงตัวเลขาธิการ สคบ. จาก "นิโรธ เจริญประกอบ" ที่เกษียณตัวเองก่อนวัย มาเป็น "จิรชัย" ที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้ามากุมอำนาจของ สคบ.แทน ซึ่งหลังจากที่ได้เลขาธิการ สคบ.คนใหม่ เรียบร้อย นโยบาย "ตรา สคบ." กลายเป็นนโยบายหลักของหน่วยงาน ซึ่งต้องทำให้เกิดผลที่เป็นรูปธรรม โดยธุรกิจขายตรงเป็น 1 ใน 26 ธุรกิจที่ต้อง เข้าขอรับตราดังกล่าว


เรื่องนี้ยืดเยื้อกินเวลานานหลายเดือน ในการหาข้อสรุปว่ากฎกติกาของการขอรับ จะต้องมีอะไร อย่างไร โดยเฉพาะเรื่องของ การทำประกันกับบริษัทประกัน เพื่อเป็นทุน ในการเยียวยาผู้บริโภค หากเกิดเหตุที่ผู้บริโภค ได้รับความเสียหายจากการใช้สินค้า ซึ่งผู้ประกอบการของหลายบริษัทเห็นพ้องว่า เบี้ยประกันนั้นแพง อีกทั้งการจะทำประกันก็เป็นเรื่องเกินความจำเป็น สุดท้ายจากการ พูดคุยเสนอแนะหลายครั้ง ก็สรุปว่าบริษัท ส่วนใหญ่ยินยอมตามเงื่อนไขที่ สคบ.เปิดให้ธนาคารเข้ามาบริการตั้งกองทุนรับประกัน แทน และราคาของการตั้งกองทุนเยียวยาก็ถูกกว่า จนวันที่ 30 เม.ย. กลายเป็นวันดีของ สคบ.ที่ธุรกิจขายตรง 29 บริษัทได้รับตราสัญลักษณ์ดังกล่าว


ค่ายใหญ่รุกลูกค้ากลุ่มใหม่/ "มิ้ลค์กี้ เวย์" แตกหัก


หากจะว่าไปช่วงครึ่งปีแรกถือเป็น ช่วง Low Season ของวงการขายตรงก็ว่า ได้ จากการบอกเล่าของเหล่ากูรูผู้คลุกคลีกับ ขายตรง รวมทั้งบรรดาผู้ประกอบการระดับ หัวแถว ต่างก็ให้ความเห็นที่ไม่ต่างกันว่า ช่วงครึ่งปีแรกยอดขายจะไม่ดีเท่าช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งในช่วง 2 ไตรมาสสุดท้ายของแต่ละ ปี จัดว่าเป็นช่วงโกยเงินที่บริษัทขายตรงจะ วัดกึ๋น วัดคม แชร์ตลาดกันอย่างเผ็ดร้อน


แต่ถึงกระนั้น หลายบริษัทก็อาศัยช่วง เวลานี้ในการโหมตลาด โดยไม่ทิ้งเวลาให้ผ่านไปอย่างไร้ประโยชน์ เริ่มตั้งแต่บริษัท นีโอ ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ภายใต้การกุมบังเหียนของ "ดร.นพรุจ เวชกุล" และ "ดร.รัชนี มหานิยม" ที่ยังคงโหมกิจกรรมในทุกสัปดาห์ ที่จะมีการอบรมประชุมสร้างนักธุรกิจมืออาชีพอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด นอกจากนี้ ในทุกเดือนก็ยังมีในเรื่องของการมอบเข็มเกียรติยศให้กับนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ อย่างต่อเนื่อง จนได้ชื่อว่าเป็นบริษัทที่มีผู้ประสบความสำเร็จมากที่สุดของเมืองไทย


นอกจากนี้ "นีโอ ไลฟ์" ยังได้จัดประกวด "นีโอ สตาร์ โปรเจกต์ 2" ภายใต้ โครงการประกวดร้องเพลง และลีลาประกอบเพลงระดับมัธยมศึกษาทั่วประเทศ ชิงถ้วยเกียรติยศพร้อมเงินสนับสนุน ครั้งที่ 1 ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 2 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นกิจกรรมการที่บริษัทจัดเพื่อสมาชิกได้ร่วมความบันเทิง ทั้งยังอาจส่งผลให้มีการ เดินเข้ามาของนักธุรกิจเลือดใหม่


ไม่เพียงแต่ "นีโอ ไลฟ์" ที่ขยับตัว อย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา บริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ก็ออกตัวในปีนี้ได้แรงไม่แพ้กัน โดยบริษัทได้ทำหนังโฆษณา 30 วินาที ผ่านสื่อฟรีทีวี เพื่อเป็นการสร้างแบรนด์ให้กับบริษัท โดยเนื้อหาจะเน้นไปที่สินค้ากลุ่มชะลอริ้วรอย ซึ่งเป็นสินค้าหัวหอกของบริษัท ผ่านงบประมาณที่บริษัทตั้งไว้คือ 20 ล้านบาท


จากข่าวดีมาถึงข่าวที่ไม่ค่อยดีบ้าง ในช่วงครึ่งปีแรกของปี บริษัท มิ้ลค์กี้ เวย์ เน็ตเวิร์ค จำกัด แตกหักกลายเป็น 2 จากการหย่าร้างกับภรรยาของ "สุมิตร วชโรดมทรัพย์" จนต้องมาตั้งบริษัท มิ้ลค์กี้ เวย์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด และต้องเปลี่ยนสถานะจากคู่รัก กลายเป็นคู่ที่ต้องห้ำหั่นทางธุรกิจแทน


TDNA เปิดตัวดันแก้ ก.ม./TDSA เร่งตั้งสมาพันธ์ฯ


อีกประเด็นร้อนประจำครึ่งปีแรก คือ การเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการของ "สมาคมธุรกิจเครือข่ายขายตรงไทย (TDNA)" โดยในงานแถลงข่าวเปิดตัว ก็สร้างความฮือฮาด้วยการตั้งม็อบเรียกร้องให้ภาครัฐยกระดับวงการขายตรง โดยเน้นประเด็นหลักไปที่เรื่องของการแก้ไขกฎหมายขายตรงในหลายประเด็น รวมถึงผลักดันให้มีการ ตั้งหน่วยงานที่จะเข้ามากำกับดูแลวงการขายตรงอย่างเฉพาะ ไม่ใช่เพียงเป็นแผนกหนึ่งใน สคบ.ที่มีคนดูแลเพียง 6 คน อย่างปัจจุบัน


การเดินหน้าผลักดันนโยบายของ TDNA มาควบคู่กับการว่าจ้างให้ "มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย" ทำวิจัยวงการขายตรงในชนิดทุกมิติ เพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการรณรงค์การแก้ไขกฎหมายขายตรง รวมถึงไว้ใช้ประโยชน์ในอนาคตต่อไป


ในส่วนของความเคลื่อนไหวของสมาคม ขายตรงที่มีอยู่ 4 สมาคมในปัจจุบัน ดูจะมีเพียง TDNA และ "สมาคมการขายตรงไทย (TDSA)" เท่านั้นที่ขยับตัวเป็นประเด็นในช่วงนี้ โดยฝั่ง TDSA ก็เตรียมเดินหน้าตั้ง "สมาพันธ์ขายตรงอาเซียน" เพื่อรองรับการเกิดขึ้นของ AEC ซึ่งจะเป็นการ รวมสมาคมขายตรงของประเทศต่างๆ ในอาเซียน แต่ทุกสมาคมต้องอยู่ภายใต้ "สมาพันธ์การขายตรงโลก (WFDSA)" โดยในการผลักดันตั้งสมาพันธ์ขายตรงอาเซียน ดูจะไปทับเส้นกับ "สมาคมพัฒนา การขายตรงไทย (TSDA)" ที่ต้องการตั้งสมาพันธ์ขายตรงอาเซียนเช่นกัน


ทั้งนี้ จากประเด็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีแรกในปี 56 วงการขายตรงยังแสดงให้เห็นถึงการแข่งขันของธุรกิจที่ร้อนระอุไม่เว้นช่วง ทำให้ตีความได้ชัดเจนว่า ธุรกิจขายตรงนี้ได้รับความนิยมมากมายเพียงใด






Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

4 ทาง "4 สมาคม"







44 (Mobile)


เป็นที่ทราบกันเป็นอย่างดีว่า ปัจจุบันวงการขายตรงไทยมีทั้งหมด 4 สมาคม ซึ่งเกิดจากการรวมตัวของบริษัทขายตรงที่มีความคิดเห็นคล้อยตามกัน 4 กลุ่ม ได้แก่ "สมาคมการขายตรงไทย (TDSA)" "สมาคมอุตสาหกรรมขายตรงไทย (TDIA)" "สมาคมพัฒนาการขายตรงไทย (TSDA)" และ "สมาคมธุรกิจเครือข่ายขายตรงไทย (TDNA)"


การเกิดขึ้นของสมาคมที่หลายฝ่ายมองว่า วงการขายตรงไทย มีมากมายหลายสมาคมเกินไปหรือไม่ ทั้งๆ ที่หลายวงการ ธุรกิจก็มีการรวมตัวของหลายกลุ่มไม่ต่างจากวงการขายตรงไทย จากความคิดเห็นที่แตกต่าง นำมาซึ่งการสร้างกลุ่มของตัวเอง ทำให้เกิดตัวเลขของสมาคมที่มากกว่าหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิด


และยิ่งปัจจุบัน จากนโยบายของ "สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)" เรื่องการขอรับตราสัญลักษณ์ สคบ.ด้วยแล้ว ที่ระบุชัดว่า บริษัทที่จะขอตราสัญลักษณ์ดังกล่าวได้ต้องมีสังกัดสมาคม สิ่งนี้ยิ่งกลายเป็นตัวกระตุ้นโดยอ้อม ให้ตัวเลขของจำนวนสมาคมขายตรงไทยเพิ่มขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า 1-2 สมาคมในอนาคต


ความรู้สึก ที่ต้องการเห็นการรวมตัวของสมาคม เป็น 1 สมาคม หรือ 1 สมาพันธ์ นับวันก็ยิ่งยากขึ้น


เพราะปัจจุบันแนวความคิด การทำงานของแต่ละสมาคม ดูจะกลายเป็น 4 ทาง ที่มองไปก็ไร้ทางบรรจบ


"สมาคมการขายตรงไทย" เดินหน้าหาแนวร่วมจากสมาคมต่างประเทศ ซึ่งอยู่ในแถบภูมิภาคอาเซียน เพื่อก่อตั้ง "สมาพันธ์ขายตรงอาเซียน" โดยสมาคมของประเทศต่างๆ ที่จะเข้าร่วม ต้องเป็นสมาชิกในสังกัดใหญ่ อย่าง "สมาพันธ์การขายตรงโลก (WFDSA)"


ที่สำคัญ นายกสมาคม TDSA ยังบอกชัดอีกว่า การรวมตัวสมาคมขายตรงในไทยเป็นหนึ่งเดียวนั้น คงเกิดขึ้นได้ยาก


นี่ยิ่งเป็นเหมือนการตอกฝาปิดกระแสรวมสมาคมขายตรงไทย


สิ่งที่ TDSA กำลังทำ เป็นสิ่งเดียวกับ "สมาคมพัฒนาการขายตรงไทย" ที่ต้องการก่อตั้ง "สมาพันธ์ขายตรงอาเซียน" เช่นเดียวกัน


แต่เมื่อสมาคม TDSA ชิงทำก่อน พร้อมกฎกติกาที่ชัดเจน ที่สมาคมที่จะร่วมต้องสังกัด WFDSA ก็ไม่ต่างจากการปลุก "สมาคมพัฒนาการขายตรงไทย" ให้ตื่นจากฝัน และยอมรับความจริงว่า "สมาพันธ์ขายตรงอาเซียน" คงเกิดขึ้น แต่คงไม่มีชื่อ TSDA เป็นแนวร่วม


โดยสิ่งที่ "สมาคมพัฒนาการขายตรงไทย" จะทำได้ คือ ชิงตั้ง "สมาพันธ์ขายตรงอาเซียน" ให้ได้ก่อน TDSA จะทำได้ หรือไม่ก็ทำให้ "สมาพันธ์ขายตรงอาเซียน" มี 2 สมาพันธ์ ซึ่งนั่นยากมากที่จะเกิดขึ้น


ส่วนฝั่ง "สมาคมธุรกิจเครือข่ายขายตรงไทย" ก็พยายาม เร่งทำงานเรื่องการรื้อกฎหมายขายตรง รวมถึงผลักดันให้ภาครัฐตั้งหน่วยงานที่จะมาดูแล กำกับวงการขายตรงอย่างเฉพาะเจาะจง แยกออกจาก "สคบ." ไม่ให้เข้าไปมั่วอย่างที่ผ่านมา


ถามว่าการแก้ไขกฎหมาย 6 มาตราในเบื้องต้น ที่ TDNA ยกขึ้นมาให้เป็นมาตราหลักที่ต้องแก้ไขนี้ จะตรงใจกับบริษัทขายตรง อื่นๆ หรือสมาคมขายตรงที่เหลือหรือไม่ นี่ก็เป็นสิ่งที่ยากเกินคาดเดา


ถึงแม้ว่า "สมาคมธุรกิจเครือข่ายขายตรงไทย" จะพยายาม เชื้อเชิญตัวแทนสมาคมทุกสมาคม ตัวแทนบริษัททุกบริษัทเข้า ร่วมหารือ แต่ก็ใช่ว่าทุกสมาคม หรือทุกบริษัทจะให้ความร่วมมือ


ส่วน "สมาคมอุตสาหกรรมขายตรงไทย" ซึ่งเป็นสมาคมที่ดูจะเป็นข่าวน้อยที่สุด ก็ดูจะยังนิ่งเงียบอยู่ หลังเคยออกมาเรียกร้องให้มีการรวมสมาคมขายตรงที่มีอยู่ตั้งเป็น "สมาพันธ์ขายตรงไทย" ในยุคที่ "อัศวิน วัฒนปราโมทย์" นั่งเป็นนายกสมาคม สุดท้ายก็คว้าน้ำเหลว


ทั้งหมดคือ 4 ทางเดิน ของ 4 สมาคม ที่ดูเหมือนจะไร้โอกาสจะบรรจบ




Credit By :http://www.siamturakij.com

วันพฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ข่าวสมาคมการขายตรงไทย (TDSA) : 5 ประเทศขานรับ... ตั้งสมาพันธ์ขายตรงอาเซียน







People--Gossip-ImageCrop_1_18547-13-19787m (Mobile)


"สมาคมการขายตรงไทย" เดินหน้าหาแนวร่วมก่อตั้ง "สมาพันธ์ขายตรงอาเซียน" หวังรับเสรีการค้า AEC ยันมาเลเซีย, เวียดนาม, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ เริ่มตอบรับ ชี้คุณสมบัติต้องเป็นสมาคมที่ผ่านการรับรองจาก "สมาพันธ์ขายตรงโลก (WFDSA)" แย้มขั้นตอนเดินหน้าสู่ช่วงวางนโยบาย ขีดเส้นไม่เกิน 2 ปี เกิดขึ้นจริง


นายกิจธวัช ฤทธีราวี นายกสมาคมการขายตรงไทย หรือ TDSA เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางสมาคมกำลังเดินหน้าเรื่องของการสร้างความร่วมมือกับสมาคมขายตรงที่อยู่ในต่างประเทศ ในกลุ่มของประเทศอาเซียน เพื่อหาแนวร่วม เปิดสมาพันธ์ขายตรงอาเซียนรองรับการ เกิดขึ้นของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC


"ขณะนี้ทาง TDSA และกลุ่มสมาคมที่อยู่ในประเทศภูมิภาคอาเซียน ได้ก้าวผ่านเรื่องแนวทางความคิดไปแล้ว โดยเริ่มมีการร่างนโยบายความร่วมมือกับสมาคมขายตรงที่อยู่ในประเทศกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งความร่วมมือที่สมาคม การขายตรงไทยต้องการที่จะผลักดัน คือ การรวมตัวของสมาคมที่อยู่ในอาเซียน จัดตั้งสมาพันธ์ขายตรงอาเซียน รองรับการร่วมมือทำงานเมื่อ AEC เกิดขึ้น" นายก TDSA กล่าว


ปัจจุบันสมาคมของประเทศที่มีการ ตอบรับในเรื่องของการจัดตั้งสมาพันธ์ขายตรงอาเซียนมาแล้ว ก็จะมีทางฝั่ง มาเลเซีย, เวียดนาม, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ โดยสมาคมที่อยู่ในแต่ละประเทศที่จะเข้ามาร่วมก่อตั้งสมาพันธ์ ขายตรงอาเซียนนี้ จะต้องเป็นสมาคมขายตรงที่อยู่ภายใต้การดูแลของ "สมาพันธ์ขายตรงโลก (WFDSA)"


"การเกิดขึ้นของสมาพันธ์ขายตรง อาเซียนนี้ นับเป็นความร่วมมือของวงการ ขายตรงกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งสมาคมที่จะเข้าร่วมสมาพันธ์ขายตรงอาเซียนจะต้องอยู่ภายใต้สมาพันธ์ขายตรงโลก โดยที่ต้องผ่านการรับรองของสมาพันธ์ขายตรงโลกทั้งสิ้น" กิจธวัชกล่าวย้ำ


อย่างไรก็ดี จากที่เริ่มมีการประชุมพูดคุยถึงความร่วมมือดังกล่าว ขณะนี้ทาง สมาคมขายตรงของมาเลเซีย ก็เริ่มเดินทาง มาประเทศไทย เพื่อพูดคุยดูงานของวงการ ขายตรงไทยบ้างแล้ว โดยคาดว่าไม่เกิน 2 ปีนี้ สมาพันธ์ขายตรงอาเซียนจะเกิดขึ้น อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อรองรับการเกิดขึ้น ของ AEC ในปี 2558


นอกจากเรื่องของการตั้งสมาพันธ์ขายตรงโลกแล้ว ในส่วนของสมาคมการขายตรงไทยปัจจุบัน ขณะนี้มีสมาชิกทั้งสามัญ และวิสามัญทั้งหมดอยู่ที่ 34 บริษัท โดยที่ล่าสุด "บริษัท นิว ไลฟ์ เวิลด์ไวด์ (ประเทศไทย) จำกัด" และ "บริษัท เทียนส์ (ประเทศไทย) จำกัด" ก็ได้ยกระดับความเป็นสมาชิกขึ้นมาอยู่ที่ระดับสามัญ จากกฎกติกาการเป็นสมาชิกวิสามัญครบ 1 ปี อีกทั้งในส่วนของสมาชิกใหม่ ขณะนี้ TDSA ก็ได้รับ "บริษัท แอ็ดเวล บิวตี้ (ประเทศไทย) จำกัด" มาเป็นสมาชิกวิสามัญเพิ่มอีกหนึ่งบริษัท


"สมาคมการขายตรงไทยพร้อมที่จะ เปิดรับทุกบริษัทขายตรงที่อยู่ในประเทศ โดยที่บริษัทขายตรงแต่ละบริษัทจะต้องเป็นบริษัทขายตรงน้ำดี มีคุณสมบัติ 11 ข้อ ที่ทางสมาคมตั้งไว้เป็นกฎ รวมถึงความรับผิดชอบ จรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งหากบริษัทใดผ่านกฎกติกาทั้งหมดของสมาคม ทางสมาคมก็พร้อมที่จะรับเป็นสมาชิก"


นายก TDSA เผยว่าปัจจุบัน สมาชิกของสมาคมการขายตรงไทยทั้งหมด 34 บริษัทตอนนี้ผ่านเกณฑ์การขอรับตรา สคบ. ไปแล้ว 24 บริษัท ส่วนบริษัทสมาชิกที่ยังไม่ได้รับนั้น "กิจธวัช" ให้ความเห็นว่า คงเป็นเรื่องของการเปิดบริษัทที่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์บ้าง หรือบางบริษัทก็ติดในเรื่องของขั้นตอนการขอที่ทำให้ขอในช่วงแรกไม่ทันเวลา


นอกจากประเด็นที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ในส่วนของเรื่องที่หลายฝ่ายมีความคิดที่จะมีการรวมสมาคมขายตรงที่อยู่ในประเทศ ปัจจุบันที่มีอยู่แล้ว 4 สมาคมนั้น เรื่องนี้ "กิจธวัช" ให้ความเห็นว่า "การรวมตัวของสมาคมขายตรงในประเทศ คงเป็นไปได้ยาก เนื่องจากปัจจัยหลายๆ อย่าง แต่ท้ายที่สุดถึงแม้การรวมตัวของสมาคมจะไม่เกิดขึ้น แต่ก็เชื่อว่าวงการขาย ตรงก็ต้องทำงานร่วมกันอยู่ดี"


อย่างไรก็ตาม อีกเรื่องที่ถือเป็นประเด็นร้อนอีกหนึ่ง ว่าด้วยเรื่องการรณรงค์ให้มีการแก้ไขกฎหมายขายตรงที่ใช้อยู่ โดย "กิจธวัช" นายก TDSA ให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า เรื่องของการรณรงค์ แก้ไขกฎหมายนั้น ตนก็พอได้ยินมาบ้าง แต่ที่สุดแล้วการจะแก้ไขกฎหมายขายตรง ก็ต้องผ่านความคิดเห็นจากสมาคมการขายตรงไทยด้วยอยู่ดี


ทั้งนี้ ในส่วนของการทำงานของสมาคมการขายตรงไทยนับจากนี้ คือ 1.การผลักดันการทำงานระดับสากลกับกลุ่มสมาคมขายตรงต่างประเทศ โดยเฉพาะการตั้งสมาพันธ์ขายตรงอาเซียนดังที่กล่าวมาในข้างต้น และ 2.คือการออกไปเยี่ยมเยียนบริษัทสมาชิกของสมาคม เพื่อที่จะรับทราบความเป็นไปของบริษัทสมาชิก ซึ่งที่ผ่านมาเรื่องนี้เกิดขึ้นน้อยเกินไป ซึ่งเรื่องนี้ทางสมาคมฯ ก็กำลังพยายามผลักดัน และสร้างการรับรู้ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง




Credit By :http://www.siamturakij.com

วันอังคารที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2556

สมาคมการขายตรงไทย (TDSA) : จัดงานต้อนรับ Mr. Frederick Ng นายกสมาคมการขายตรงมาเลเซีย(DSAM)







212 (Mobile)


นายกิจธวิช ฤทธีราวี นายกสมาคมการขายตรงไทย พร้อมด้วย ตัวแทนคณะกรรมการ ร่วมให้การต้อนรับ Mr. Frederick Ng นายกสมาคม การขายตรงมาเลเซีย(DSAM) เนื่องในโอกาสเยือนประเทศไทย พร้อมหารือแลก เปลี่ยนข้อมูลการประกอบธุรกิจขายตรงระหว่างประเทศ เพื่อรองรับความร่วม มือในระดับอาเซียน ณ ห้องอาร์ทิสทรี 1 อาคารสำนักงานของบริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อเร็วๆ นี้





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 346 ประจำวันที่ 16-30 มิถุนายน 2556


วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2556

DSA เตรียมเปิดประชุมรอบ 2 ตั้งสมาพันธ์ขายตรงอาเซียน









ถึงวันนี้ภาพของการจับมือร่วมกันระหว่างสมาคมการขายตรงไทย (TDSA) กับสมาคมการขายตรงจากหลากหลายประเทศในย่านเอเชียอันประกอบไปด้วยสมาคมการขายตรงมาเลเซีย,สิงคโปร์,เวียดนาม และอินโดนีเซียเพื่อจัดตั้ง สมาพันธ์ขายตรงอาเซียน ขึ้น ดูเหมือนว่าจะมีความคืบหน้าที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นแล้ว...อีกทั้งข่าวการจับมือร่วมกันระหว่างสมาคมการขายตรงของแต่ละประเทศในเอเชีย (ซึ่งเป็นสมาพันธ์การขายตรงโลก) ที่กำลังจะเกิดขึ้นนับเป็นเป็นข่าวใหญ่ที่สื่อขายตรงจากประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซียให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่ใน ระดับอาเซียน ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนั่นเอง


สำหรับความคืบหน้าของการจัดตั้ง สมาพันธ์ขายตรงอาเซียน โดยรวมความร่วมมือของสมาคมการขายตรง (Direct Selling Association : DSA) จาก 5 ประเทศนั้นนายกิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการบริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะ นายกสมาคมการขายตรงไทย(TDSA) เผยว่าเมื่อปลายปี 55 ที่ผ่านมา คุณภคพรรณ ลีวุฒินันท์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะอุปนายกฝ่ายรัฐสัมพันธ์ของสมาคมการขายตรงไทย ได้เป็นตัวแทนของสมาคมฯ เข้าร่วมประชุมกับพันธมิตรสมาคมการขายตรงในกลุ่มอาเซียนเป็นครั้งแรกที่โรงแรมซันเวย์ รีสอร์ท แอนด์สปา ประเทศมาเลเซีย ซึ่งการประชุมในครั้งนี้เป็นการรวมตัวของาสมาคมการขายตรงที่เป็นสมาชิกของสมาพันธ์การขายตรงโลก (WFDSA) เพียงเท่านั้น


การประชุมในวันนั้นมีการพูดคุยกันถึงเรื่องความร่วมมือกันระหว่างสมาคมขายตรงซึ่งเป็นสมาคมที่มีสังกัดสมาพันธ์การขายตรงโลกเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับรองรับการเปิดเสรีประชาคมอาเซียน (AEC) ในอีก 2 ปีข้างหน้าและการจับมือร่วมกันในครั้งนี้จะเป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมขายตรงในภูมภาคนี้มากยิ่งขึ้น นายกสมาคมการขายตรงไทยกล่าว พร้อมกับบอกอีกว่า


ในเร็วๆนี้ จะมีการประชุมร่วมกันอีกเป็นครั้งที่ 2 ที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งในอนาคตการร่วมมือดังกล่าวจะไม่หยุดเพียงแค่ 5 สมาคม จาก 5 ประเทศ (ไทย-มาเลเซีย-สิงคโปร์-เวียดนาม-อินโดนีเซีย) เท่านั้นแต่จะขยายความร่วมมือดังกล่าวนี้ออกไปให้ครบทั้ง 10 ประเทศในย่านอาเซียน โดยประเทศที่เพิ่มขึ้นมาได้แก่ บรูไน ฟิลิปปินส์ ลาว กัมพูชา และพม่า อีกทั้งการรวมตัวกันเพื่อจัดตั้งสมาพันธ์ขายตรงอาเซียนในครั้งนี้ได้ผ่านความเห็นชอบจากสมาพันธ์ขายตรงอาเซียนในครั้งนี้ได้ผ่านความเห็นชอบจากสมาพันธ์การขายตรงโลก (WFDSA) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว


นายกสมาคมการขายตรงไทย กล่าวถึงความจำเป็นของความร่วมมือในครั้งนี้ว่าเพื่อเป็นการรองรับการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ที่จะมาถึงในอีก 2 ปีข้างหน้านี้ ซึ่งธุรกิจขายตรงก็จำเป็นต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับไว้ด้วยเช่นกัน ซึ่งเมื่อมารวมตัวกันเป็นสมาพันธ์ขายตรงอาเซียนแล้วเราสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการทำธุรกิจของแต่ละประเทศได้อย่างสะดวกสบายเช่นอยากรู้ข้อมูลการทำธุรกิจในประเทศเวียดนามว่ามีขั้นตอนอย่างไร ขออนุญาตจากหน่วยงานไหน วัฒนธรรมของประชาชนของประเทศเป็นเช่นไรและต้องลงทุนในลักษณะใด ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เราสามารถแลกเปลี่ยนกันได้โดยไม่มีการปิดบังข้อมูล ซึ่งถือเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับบริษัทขายตรงของคนไทยที่ต้องเข้าไปเปิดทำธุรกิจในกลุ่มประเทศอาเซียน และโครงการดังกล่าวนี้คาดว่าอีกไม่นานคงจะสำเร็จลุล่วง ทั้งนี้เมื่อความร่วมมือดังกล่าวบรรลุผลแล้วประเทศมาเลเซียจะทำหน้าที่เป็นแม่งานใหญ่ในช่วงแรกและจะหมุนเวียนกันไปในอนาคต


นายกิจธวัช กล่าวต่ออีกว่า เมื่อมีการจัดตั้งสมาพันธ์ขายตรงอาเซียนแล้วเสร็จบรรดาบริษัทขายตรงที่จะได้รับประโยชน์ในครั้งนี้ก็คือกลุ่มบริษัทขายตรงที่เป็นสมาชิกของสมาคมการขายตรงไทย (TDSA) เท่านั้น (สามารถดูรายชื่อบริษัทสมาชิกสมาคมการขายตรงไทยได้ที่ www.tdsa.org) ทั้งนี้เนื่องจากว่าการจัดตั้งสมาพันธ์ขายตรงอาเซียนในครั้งนี้เป็นการรวมตัวของสมาคมขายตรงของแต่ละประเทศที่เป็นสมาชิกของสมาพันธ์การขายตรงโลก (WFDSA) เพียงเท่านั้นแต่สมาชิกก็ไม่ได้ปิดกั้นบริษัทอื่นๆ ที่อยากจะเข้ามาเพราะจริงๆแล้วอยากให้ทุกบริษัทขายตรงในเมืองไทยได้รับประโยชน์จากการจับมือกันในครั้งนี้ร่วมกันทั้งหมด


ทั้งนี้หากบริษัทขายตรงรายใดที่มีความประสงค์จะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในสมาพันธ์ขายตรงอาเซียนสามารถส่งเอกสารเข้ามาเป็นสมาชิกของสมาคมการขายตรงไทยได้เลย ซึ่งสมาคมฯก็ยินดีเปิดรับทุกแผนการตลาดโดยไม่มีการปิดกั้นใดๆอยู่แล้ว เพราะในสมาคมฯ ก็มีทั้งบริษัทที่ใช้แผนสแตร์สเต็ปและแผนไบนารี่เข้ามาเป็นสมาชิกเหมือนกัน แต่ทว่าเมื่อคุณสมัครเข้ามาแล้วอยู่ที่ว่าคุณสมามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับที่เป็นมาตรฐานสากลตามหลักเกณฑ์ที่สมาพันธ์ขายตรงโลกยึดถือและปฏิบัติตามกันมายาวนานได้หรือไม่เท่านั้นเอง!


สมาคมฯไม่เคยปิดกั้นใครตรงกันข้ามอยากให้บริษัทขายตรงเข้ามาเป็นสมาชิกสมาคมให้เยอะๆ เพื่อจะได้ร่วมกันสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจนี้ร่วมกันต่อไปในอนาคตข้างหน้า นายกสมาคมเน้นย้ำ



ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.LEADER TIME ฉบับที่ 218 ประจำวันที่ 1-15 มีนาคม 2556


วันศุกร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2556

ข่าวสมาคมการขายตรงไทย TDSA : ธุรกิจเครือข่ายเหมาะกับ Entrepreneur ยุคใหม่จริงหรือ








 


ในปัจจุบันเราจะพบว่าคนรุ่นใหม่ที่เรียนจบปริญญาตรีหรือปริญญาโทต่างก็มีทัศนคติและความคิดในการใช้ชีวิตแบบใหม่ส่วนใหญ่ต้องการทำธุรกิจอิสระ เป็นเจ้าของเอง ไม่ต้องการทำงานประจำ ชอบที่จะออกแบบชีวิตตัวเอง และที่สำคัญต้องการสร้างรายได้มากๆ ในช่วงเวลาหนุ่มสาว หลายคนคิดว่าทำไมต้องรวยตอนแก่ และมองหาธุรกิจที่รวยได้ตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 30 ปัจจุบันเราจึงเห็นเจ้าของร้านกาแฟเต็มไปหมด หรือไม่ก็เจ้าของหน้าร้านค้าออนไลน์ขายข้าวของสารพัดอย่าง แต่บางส่วนก็ยังไม่ตอบโจทย์ของรายได้ที่มากพอให้เกิดอิสระอยู่ดี


ที่จริงแล้วยังมีธุรกิจประเภทหนึ่งที่เหมาะกับแนวโน้มของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการมีรายได้ดีตั้งแต่หนุ่มสาวถ้าศึกษาธุรกิจนี้จริงจัง จะพบว่าธุรกิจขายตรงหลายชั้นหรือที่เรียกว่าธุรกิจเครือข่ายเหมาะกับคนรุ่นใหม่ เพราะไม่ต้องมีประสบการณ์การทำงานมาก่อน ในธุรกิจเครือข่ายมีอัพไลน์ (ผู้ที่ชวนสมัคร) คอยโค้ช ให้ผู้สมัครใหม่มีความเข้าใจธุรกิจและทำธุรกิจเครือข่ายให้ก้าวหน้าได้โดยไม่ต้องลองผิดลองถูกเอง ลองคิดดูว่าถ้าเราจะทำธุรกิจอย่างอื่นคนที่รู้จักธุรกิจประเภทนั้นดีคือคู่แข่ง แล้วคู่แข่งที่ไหนจะมาแนะนำเราว่าควรเริ่มต้นอย่างไร


ไม่ต้องใช้เงินลงทุนสูง ค่าสมัครเป็นสมาชิกของบริษัทขายตรง ค่ายใดค่ายหนึ่งก็จะไม่เกิน 1,000 บาท ที่เหลือก็มีเงินใช้จ่ายประจำเดือนของตัวเอง กับค่าใช้จ่ายในการทำธุรกิจ เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าเดินทาง ค่าเข้าอบรม และอื่นๆ แต่ไม่ต้องลงทุนเรื่องเช่าหน้าร้าน พนักงาน หรือสต็อคสินค้าให้ปวดหัว


กำหนดความเร็วความแรงของรายได้ด้วยตัวเอง สามารถทำธุรกิจได้เต็มที่โดยโดยกำหนดเวลาที่ใช้มากน้อยในการทำธุรกิจได้เอง ใส่ระดับความทุ่มเทเพื่อให้เกิดผลลัพธ์เร็วได้ ซึ่งเท่ากับเป็นการกำหนดว่าตัวเองจะมีรายได้มากๆเร็วแค่ไหน ตอบโจทย์การรวยตั้งแต่หนุ่มสาวได้ ไม่ต้องรอแก่แล้วค่อยรวย เกษียณแล้วค่อยใช้ตังค์


ธุรกิจเครือข่ายจึงเป็นธุรกิจที่คนรุ่นใหม่สนใจเข้ามาทำเรื่อยๆ เพราะเป็นการทำธุรกิจที่เป็น Entrepreneur คือได้เป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเอง ภายใต้หลักการผ่อนแรง (Leverage) จากทีมงานที่เราแนะนำเข้ามาร่วมธุรกิจ โดยมีบริษัทต้นสังกัดเป็นผู้จัดหาสินค้าทำการตลาดด้านสินค้า และจัดส่งสินค้าให้ ผู้ที่มาร่วมธุรกิจเพียงนำเสนอโอกาสทางธุรกิจและแบ่งปันผลลัพธ์ในการใช้ผลิตภัณฑ์ให้กับผู้อื่น เพื่อให้ผู้อื่นสนใจสมัครเข้ามาอยู่ในเครือข่ายองค์กรของตนและทำธุรกิจเช่นเดียวกับตัวเองและขยายคนในองค์กรเช่นเดียวกัน


ธุรกิจเครือข่ายถือเป็น SME ประเภทหนึ่งที่กำลังมาแรง บัณฑิตจบใหม่หลายคนไม่เคยผ่านการสมัครงานมาเลย แต่เป็นเจ้าของธุรกิจเครือข่ายร่วมกับบริษัทต้นสังกัด สามารถสร้างขนาดองค์กรธุรกิจที่ใหญ่มากๆ จนมีรายได้หกหลักต่อเดือน ซึ่งถามทีไรเจ้าตัวก็บอกว่าคิดไม่ออกเลยว่า ถ้าไปทำงานเป็นลูกจ้างประจำป่านนี้รายได้จะเป็นอย่างไร


ธุรกิจเครือข่ายนอกจากจะเป็นธุรกิจที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่แล้ว ยังเป็นธุรกิจแห่งอนาคตอีกด้วย ทำให้การเป็นเจ้าของธุรกิจนี้มีความยั่งยืน เนื่องจาก Mega Trend (แนวโน้มกระแสโลก) จะส่งผลให้ธุรกิจเครือข่ายเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง


Digital Trend ชีวิตยุคดิจิตอลช่วยทำให้การสร้างธุรกิจเครือข่ายเป็นไปได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้นและรวดเร็วขึ้น ปกติธุรกิจธุรกิจเครือข่ายเป็นธุรกิจของการแบ่งปันอยู่แล้ว การแบ่งปันผ่านสื่อดิจิตอลจึงเป็นเครื่องมือที่ขยายพลังการบอกต่อได้เป็นอย่างดี เข้ากับยุคสมัย และเข้าถึงคนจำนวนมากอย่างรวดเร็ว


Aging Population (ผู้สูงวัย) จำนวนประชากรผู้สูงวัยมากขึ้นๆ ซึ่งสินค้าของธุรกิจเครือข่ายจะครอบคลุมกลุ่มสินค้าเพื่อคนสูงอายุอยู่แล้ว สินค้าเป็นที่ต้องการ ธุรกิจเครือข่ายจึงเป็นไปได้ดีและมั่นคง รวมทั้งผู้สูงอายุที่เกษียณอีกจำนวนมากยังมีความกระตือรือร้นในการทำงานและมีสังคม ก็เลือกที่จะเข้าร่วมทำธุรกิจเครือข่าย


Gen Y & Entrepreneurship (เจนวายและความต้องการเป็นเจ้าของธุรกิจ) คนรุ่นใหม่สนใจทำธุรกิจของตัวเองเพิ่มมากขึ้นต้องการความยืดหยุ่นและอิสระแบบที่งานประจำให้ไม่ได้ ธุรกิจเครือข่ายจึงเป็นตัวเลือกที่น่าดึงดูดใจ และยิ่งมีคนรุ่นใหม่ประสบความสำเร็จในธุรกิจเครือข่ายมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีเจนวายเข้ามีร่วมธุรกิจนี้มากขึ้น


Health & Beauty (สุขภาพและความงาม) แนวโน้มของกระแสโลกคือคนให้ความสำคัญกับสุขภาพและความงามมากขึ้นเรื่อยๆ สินค้าชะลอวัยทั้งหลายได้รับความนิยม ซึ่งธุรกิจเครือข่ายส่วนใหญ่ก็นำเสนอสินค้าทั้งสองประเภทนี้ เท่ากับว่ามีฐานผู้บริโภคจำนวนมากรอเป็นลูกค้าอยู่


Urbanization (สังคมเมือง) คนทยอยเข้ามาอยู่ในเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งมาทำงานและเรียนหนังสือ จึงทำให้มีผู้บริโภคมากขึ้นและมีทั้งผู้สนใจมองหาธุรกิจเพื่อหารายได้เสริมหรือรายได้หลักมากขึ้น จึงเป็นโอกาสที่นักธุรกิจเครือข่ายจะมีผู้ร่วมธุรกิจในองค์กรมากขึ้น


สรุปแล้วหากศึกษากันดีๆ จะเห็นได้ว่าธุรกิจเครือข่ายเป็นธุรกิจที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ที่คนรุ่นใหม่ต้องการ และยังเป็นธุรกิจของอนาคตอีกด้วย จึงทำให้ปัจจุบันกระแสการทำธุรกิจเครือข่ายแรงขึ้นเรื่อยๆเพราะคนรุ่นใหม่ได้ไลฟ์สไตล์ที่ตัวเองชอบและทำได้อย่างยั่งยืน ความสุขระยะยาวจึงเกิดขึ้นที่นี่...ธุรกิจเครือข่ายที่มีพลังในตัว อย่างมหาศาล




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพธุรกิจเครือข่าย ประจำวันที่16-31มกราคม 2556 ฉบับที่ 244

วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2556

สมาคมการขายตรง (TDSA) : ร่วมแสดงความยินดีกับรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี


สมาคมร่วมแสดงความยินดีกับรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี


ทำเนียบรัฐบาล พฤศจิกายน 2555 สมาคมการขายตรงไทย นำโดยนายกิธวัช ฤทธีราวี นายกสมาคม พร้อมด้วยผู้บริหารจากบริษัทเครือข่ายชั้นนำ เข้าพบเพื่อแสดงความยินดีกับ ฯพณฯ วราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ พร้อมทั้งร่วมหารือเพื่อสร้างแนวทางความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับสมาคมในการพัฒนาศักยภาพธุรกิจเครือข่าย และป้องกันปัญหาการแฝงตัวของแชร์ลูกโซ่ในธุรกิจขายตรง ณ ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเร็วๆ นี้

วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ขายตรงไทย พร้อมใจยกระดับธุรกิจ เสริมเขี้ยวเล็บกม.-ตลาด-นักขายรับ AEC








 


ธุรกิจเครือข่ายขายตรง นับวันการแข่งขัน เชิงสัญลักษณ์ มีความรุนแรง เพิ่มมากขึ้นไม่ต่างจาก การเมืองไทย ที่วันนี้ถูกมองเป็น ความเสี่ยงต่อ ความ เชื่อมั่น ในสายตาของ นักลงทุนต่างชาติ ที่อาจมีผลกระทบต่อเนื่องมายังเศรษฐกิจ ไทยได้หาก นักลงทุนต่างชาติ มีความไม่เข้าใจในปัญหาอย่างแท้จริง
เช่นเดียวกัน ธุรกิจเครือข่ายขายตรง ที่ปัจจุบัน ภาพลักษณ์ เริ่มออกมา ในเชิงบวกเพิ่มมากขึ้นเมื่อเทียบจากอดีตที่ ผ่านมา ประชาชนเริ่มเปิดใจกว้างยอมรับ หากนับจากยอดจำนวน นักธุรกิจเครือข่ายขายตรง ในระบบที่มีไม่ต่ำกว่า 6 ล้านคน กว่า 800 บริษัทขายตรงในประเทศ คิดเป็น มูลค่าการตลาดไม่ต่ำกว่า 60,000-70,000 ล้านบาท และ โอกาส จะขยายเพิ่มขึ้น อย่างมหาศาลหลังเปิดประตูประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน(AEC) รวมประชากร ประมาณ 600 ล้านคน
- เร่งรวมกลุ่มสร้างเอกภาพขายตรงไทย
ว่าไปแล้ว ธุรกิจเครือข่ายขายตรง ในวันนี้ยังไม่ชัดเจนในการรวมกลุ่มเป็นหนึ่ง เดียวในการผลักดันให้ ธุรกิจขายตรง เป็น อุตสาหกรรมขายตรงไทย เต็มรูปแบบ เข้าไปอยู่ในทำเนียบ สภาอุตสาหกรรม แห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. ตัวแทนของ ภาคอุตสาหกรรมเอกชนไทย ที่มีพลัง ในบทบาทดำเนินงานเพื่อประสานนโยบาย ภาครัฐกับเอกชน ให้ดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่าง คล่องตัวมากขึ้น ซึ่ง ธุรกิจขายตรงไทย ถือว่า มีทั้ง อุปสรรค และ จุดอ่อน มา ยาวนานไม่สามารถคลี่คลายได้ การมี พันธมิตร เพิ่มขึ้นจึงเป็น โอกาส หนึ่งใน การขจัด ทั้ง อุปสรรค และ จุดอ่อน ของ ธุรกิจขายตรงไทย
ปัจจัยภายนอกที่ ธุรกิจขายตรงไทย ต้องเผชิญอย่างหนักหน่วงคือเรื่องของ การประสานนโยบายภาครัฐเสริมภาคธุรกิจ ให้มีความคล่องตัวแต่ยังไม่บรรลุเป้าหมาย อีกทั้งกลุ่มธุรกิจด้วยกันยังต้องเผชิญกับการ แข่งขันที่รุนแรงในประเทศ ไม่นับรวมอนาคต อีกไม่ถึง 3 ปีข้างหน้านี้ที่ ประเทศไทยกำลัง จะมี คู่แข่งเพิ่ม ในทุกอุตสาหกรรม จาก การรวมกลุ่มของ ประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียน หรือ AEC ปี 2558 ภายใต้การ แข่งขันทางการค้าที่เท่าเทียมและเป็นธรรม
ดังนั้นการรู้จัก หลีกเลี่ยง หรือ พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ด้วยการ รวม กลุ่ม ในรูปแบบ พันธมิตร ถือเป็นหัวใจ สำคัญสูงสุดในการดำเนินธุรกิจ
-จับตาทิศทาง 3 สมาคม 1 กลุ่ม ก่อน AEC มา
ธุรกิจเครือข่ายขายตรง ใน ประเทศวันนี้แม้ปรากฎภาพ รวมกลุ่ม แล้วใน เชิงสัญญลักษณ์ แต่หากเป็นเพียง เอกลักษณ์เฉพาะกลุ่ม ต่างคนต่างรวมกัน เติมพลังแห่งความเชื่อมั่น-ภาพลักษณ์ ภายในกลุ่มของตัวเองให้แข็งแกร่งเท่านั้นยัง ขาดเอกภาพ รวมเป็นอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง โดยกลุ่มที่โดดเด่นและเห็นภาพชัดเจนมาก สุดวันนี้มี 3 กลุ่มหลักคือ
กลุ่มใหญ่สุด สมาคมการขายตรงไทย หรือ TDSA ที่สมาชิกสมาคมฯ ส่วน ใหญ่สถาปนาตัวเองว่าเป็น ธุรกิจขายตรงสีขาว ยาวนานมา 29 ปี มีสมาชิกเข้าร่วม สังกัดแล้วประมาณ 29 ราย จากธุรกิจ ขายตรงทั้งหมดประมาณ 800 ราย ล่าสุดมี กิจธวัช ฤทธีราวี บิ๊กแอมเวย์ นั่ง นายกสมาคมฯ เมื่อ ก.ค.2555
กลุ่มนี้นับเป็นกลุ่มที่มีพลัง ด้วย มีสัดส่วนสูงสุดในการสร้าง มูลค่าตลาด ขายตรง ในวันนี้ที่เติบโตราว 60,000- 70,000 ล้านบาท ภายใต้แผนการตลาดหลายชั้น (MLM) หรือแผน สแตร์สเต็ป
ซึ่ง กิจธวัช มีแนวคิดปฏิวัติ อุดมการณ์เดิม ด้วยการเปิดกว้างรับธุรกิจ ที่มีอุดมการณ์เดียวกันเข้าร่วมสมาคมฯ โดยไม่จำกัด แผนการจ่ายผลตอบแทน และ แผนการตลาดทุกแผน นั่นหมายรวม ถึง แผนไบนารี่ ด้วย
กลุ่มที่สอง สมาคมอุตสาหกรรม การขายตรงไทย หรือ TDIA มี นาคาญ์ ทวิชาวัฒน์ แห่ง โควิก เคท อินเตอร์ เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) นั่ง นายก สมาคมฯ เมื่อ ส.ค.55 เป็นกลุ่มที่มีปณิธาน แน่วแน่ในการเชิญชวนทุกกลุ่ม ธุรกิจ ขายตรง ร่วมกันเดินหน้าจัดตั้ง สมาพันธ์ การขายตรงไทย ให้เกิดความร่วมมือกัน สร้างภาพลักษณ์ เชิงบวก แต่ 5 เดือน ผ่านไปวันนี้ยังไม่มีสัญญาณความคืบหน้า
กลุ่มที่สาม สมาคมการพัฒนา ขายตรงไทย หรือ TSDA มี อนุวัฒน์ ธรมธัช ประธานที่ปรึกษา จอย แอนด์ คอยน์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการ คุ้มครองผู้บริโภคหรือ สคบ. ผู้ผลักดัน กฏหมายขายตรง หรือ พระราชบัญญัติ ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ.2545 กระทั่งมี ธุรกิจขายตรง มากมายไม่จำกัด แผนธุรกิจ หลั่งไหลเข้ามาจดทะเบียนกับ สคบ. มากมาย ปัจจุบันยังนั่ง นายก สมาคมฯ โดยสมาคมฯ กลุ่มนี้มีแนวคิดเห็น พ้องกับ TDIAฉะนั้นนับถอยหลังเวลาที่เหลืออีก 2 ปีกว่าก่อนเปิด AEC การเตรียมพร้อมในเชิง รุกของ อุตสาหกรรมขายตรงไทย ยังมี เวลาในการ รวมกลุ่ม หรือ เพิ่มพันธมิตร ขึ้นอยู่กับว่า ทั้ง 3 สมาคม และกลุ่มนีโอ ไลฟ์ จะมองสถานการณ์วันนี้เป็น วิกฤต หรือ โอกาส ก็ต้องจับตาดู หากพลิกทั้งวิกฤต และโอกาส เพื่อสร้างและเสริมความแข็งแกร่ง ให้ อุตสาหกรรมขายตรงไทย รองรับ ตลาดใหญ่ ในอนาคต ท่ามกลางการ แข่งขันที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในเวลานี้
- วิ่งสู้ฟัดกู้ภาพลักษณ์ขายตรงไทย
การต่อสู้ในเกมธุรกิจเครือข่ายขาย ตรงที่รุนแรง นี้ไม่จบลงเพียงแค่ การสร้างภาพ ลักษณ์ ให้ธุรกิจเกิดใหม่ขายตรงที่ไม่ได้ใช้ แผน สแตร์สเต็ป เท่านั้น หากเกิด ปฏิบัติการ ของ ธุรกิจขายตรง กอบกู้ภาพ ลักษณ์ในกลุ่มของตัวเองแทน มีการแข่งขันชิง ข้าราชการระดับสูง จากหน่วยงานที่เป็น ผู้กุมบังเหียนธุรกิจขายตรง ของประเทศ ไทย เข้ามาเสริมทัพให้กับ ธุรกิจขายตรง เช่น จอย แอนด์ คอยน์ หรือ เจริญโอสถ โดย ดร.สมชาย หัชลีฬหา แม่ทัพใหญ่เซียน แผนไบนารี่ คว้า อนุวัฒน์ ธรมธัช อดีตเลขาสคบ.มานั่งเป็น ที่ปรึกษา ประธานบริษัท และกรรมการผู้จัดการ ขณะ นีโอ ไลฟ์ฯ โดย ดร.นพรุจ เวชกุล ประธานกรรมการ และ เจ้าของธุรกิจสื่อ ทาบทาม นิโรธ เจริญประกอบ อดีต เลขาธิการสคบ. นั่งที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ เมื่อ กลางปี 2555 ที่ผ่านมานี้เอง ส่วน รัศมี วิศทเวทย์ อดีตเลขาธิการสคบ.ก่อนหน้านี้ ได้ฝังตัวอยู่ใน T D S A ใน C o d e Administrator ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ผู้ บริหารกฎจรรยาบรรณ TDSA มาได้ 2-3 ปี ที่ผ่านมา
- ขายตรงไทย พร้อมใจยกระดับธุรกิจ
นอกเหนือจากนี้แล้ว ทั้ง 3 กลุ่ม อันทรงพลัง ต่างกำลังเร่งเดินหน้ายกระดับ ภาพลักษณ์-ความเชื่อมั่น ให้กับกลุ่ม ธุรกิจในสังกัดตัวเองให้แข็งแกร่ง เป็นที่ ยอมรับของสังคม เพื่อเตรียมพร้อมรองรับการ มาของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ปี 2558 กันอย่างคึกคัก ทั้งเรื่องของการเสริมสร้าง องค์ความรู้ทางด้านกฏหมาย เร่งพัฒนายก ระดับ นักขาย เรียนรู้การตลาดในแบบ สากลฉีกแนวการดำเนินธุรกิจแบบในอดีตที่ ผ่านมา
ล่าสุด TDSA จัดงาน วันเกียรติยศ นักขายตรงไทยปี 2555 เมื่อวันเสาร์ที่ 10 พ.ย.2555 ที่ผ่านมาเพื่อเชิดชูเกียรติให้แก่ นักธุรกิจอิสระของบริษัทสมาชิกที่ประสบ ความสำเร็จในธุรกิจ มีจรรยาบรรณ ต่อ ลูกค้า-สังคม รวมถึงเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ นักธุรกิจอิสระ ทั่วประเทศเกือบ 6 ล้าน คนและยกระดับ ภาพลักษณ์ ของ TDSA ให้เป็นที่รู้จักแก่สาธารณชนในทางที่ถูกต้อง
ทางด้าน นีโอ ไลฟ์ ก้าวข้ามธุรกิจ ในแบบฉบับเดิมในอดีต ด้วยการปรับตัว รองรับกับกระแส AEC เดินหน้าจัดอบรม สัมนาพิเศษ พัฒนาศักยภาพของนักธุรกิจทุก ระดับ มีการระดมพล นักขาย เรือนหมื่น ร่วมรับฟังความรู้ในหัวข้อ การส่งเสริมความสำเร็จในธุรกิจขายตรงอย่างมีจรรยาบรรณ โดยดึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสคบ. กระทรวงการคลัง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มาให้ความรู้แบบรอบด้านให้กับ นักขาย เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
ขณะ สมาคมพัฒนาการขายตรงไทย วันที่ 1 ธ.ค.นี้ จัดให้มีการอบรม มาตรฐานวิชาชีพขายตรงไทย ครั้งที่ 3 เสริมความรู้ มุมมองการดำเนินธุรกิจให้กับ นักขาย ให้อยู่ภายใต้กฏหมายที่ถูกต้อง โดยได้เชิญ วราเทพ รัตนากร รัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดงานและให้ โอวาท มี จิรชัย มูลทองโร่ย เลขาธิการ สคบ.และเลขาธิการ คณะกรรมการอาหาร และยา (อย.) บรรยายหัวข้อสำคัญถึงเรื่อง โฆษณาขายตรงอย่างไรให้ถูกต้องตาม หลักเกณฑ์ ส่วน ดร.สมชาย หัชลีฬหา ประธาน กรรมการผู้จัดการ เจริญโอสถ ร่วมเสริมความรู้ เรื่อง มาตรฐานของวิชาชีพ ขายตรงและนักธุรกิจอิสระ และสุดท้ายเชิญ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เข้าร่วมบรรยาย เกี่ยวกับ ธุรกิจปุ๋ย ที่ไม่ผิดกฏหมาย เรียก ว่าอัดแน่นความรู้ตลอดทั้งวัน
ดังนั้น ธุรกิจขายตรง ในฐานะ ผู้ประกอบการ เตรียมพร้อม สร้างภาพ ลักษณ์-ความเชื่อมั่น ในความรู้ด้านต่างๆ ถือเป็นการเสริมเขี้ยวเล็บ เตรียมความพร้อม ให้ นักขาย หรือบุคคลากรเป็นทุนติดตัว ก่อนก้าวเข้าสู่ตลาดสากลที่มีการแข่งขันสูง และเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วเหมือนกับธุรกิจใน หลายอุตสาหกรรมที่วันนี้ต่างก็ปรับตัวกัน อย่างคึกคักรับการเปิดตลาดประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่ใครๆ ต่างก็เข้ามาแข่งขันได้ เพราะสุดท้ายจะไม่มี เครื่องมือใดๆ จากรัฐใดๆ ของประเทศใดๆ มากีดกันทางการค้าอีกแล้วนั่นเอง!!


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ ธุรกิจเครือข่าย รายปักษ์ ประจำวันที่ 1-15 ธันวาคม 2555 ฉบับที่ 241

สมาคมการขายตรงไทย จับมือ ติลลีกีแอนด์กิบบินส์ ก้าวสู่ AEC









สมาคมการขายตรงไทยนำโดยคุณกิจธวัช ฤทธีราวี นายกสมาคมฯ จับมือ กับบริษัทที่ปรึกษาทางกฎหมายชื่อดัง Tilleke & Gibbins (ติลลิกีแอนด์กิบบินส์) นำเสนอความรู้แก่ผู้บริหารบริษัทสมาชิกของสมาคมฯ เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ AEC โดยมี มร.พอล จี รัสเซลล์ ที่ปรึกษาบริษัทติลลิกีแอนด์ กิบบินส์ นำทีมนักกฎหมาย ได้แก่ คุณสมบูรณ์ เอื้อธีรศรัณย์ และ คุณอารียา พรวิริยางกูร ร่วม บรรยาย ณ ห้องสิริประภา โรง แรมบัดดี้ โอเรียนทอล ริ เวอร์ไซด์ ปากเกร็ด




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ ธุรกิจเครือข่าย รายปักษ์ ประจำวันที่ 1-15 ธันวาคม 2555 ฉบับที่ 241

วันพุธที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2555

29ปีTDSAหนุนผลักดันพรบ.ตลอด









จิรชัย เลขาฯสคบ.ยอมรับบทบาท TDSA สูง เผยเบื้องหลัง 29 ปีช่วยผลักดัน พ.ร.บ.ขายตรง มาตลอด ย้ำเจตนาสะท้อน ปรารถนาดี ต่อภาพรวมธุรกิจ-ผู้บริโภค กิจธวัช นายกสมาคมฯ ยันต่อยึดมั่นจรรยาบรรณสูงสุดต่อไป
นายจิรชัย มูลทองโร่ย เลขาธิการคณะกรรมการ คุ้มครองผู้บริโภคในฐานะ ประธานของงานวันเกียรติยศ นักขายตรงไทยประจำปี 2555 เปิดเผยว่า สมาคมการ ขายตรงไทย (TDSA) ถือเป็น หน่วยงานที่ได้ให้การสนับสนุน การทำงานร่วมกับภาครัฐ ตลอดระยะเวลา 29 ปี อย่างเต็มที่ ในการนำเสนอข้อมูล ที่เป็นประโยชน์ อาทิ บทบาท หน้าที่เข้าร่วมเป็นคณะทำงาน ร่วม กับ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ในการมีส่วน ร่วมนำเสนอข้อมูลสนับสนุนให้เกิดพระราช บัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง หรือการ เข้าร่วมงานสัมมนา เพื่อแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ ที่มุ่งเน้นให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับส่วนรวม
รวมไปถึงการสนับสนุนกิจกรรม ต่างๆ ประสานระหว่างหน่วยงานภาครัฐและ สมาคม ซึ่งทั้งหมดนี้ ได้สะท้อนถึงความ ปรารถนาดี ของสมาคม ที่จะสร้างความรู้ และความเข้าใจ ด้านธุรกิจขายตรงอย่าง ถูกต้อง เพื่อให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจถึง ลักษณะธุรกิจขายตรง รวมทั้งเข้าใจสิทธิของ ตน ในฐานะผู้บริโภค ที่ได้รับความคุ้มครอง ตามกฎหมาย
ด้านนายกิจธวัช ฤทธีราวี นายก สมาคมการขายตรงไทย กล่าวถึง ปณิธาน ของสมาคมที่ว่า ยึดมั่นจรรยาบรรณ สร้าง สรรค์สังคมไทย สมาคมจึงได้มีธรรมเนียม ปฏิบัติในการจัด งานวันเกียรติยศนักขายตรง ไทย ขึ้นทุกปี เพื่อเชิดชูเกียรติแก่นักธุรกิจ อิสระของบริษัทสมาชิกในฐานะ นักธุรกิจ อิสระดีเด่น ที่ประสบความสำเร็จในการ ดำเนินธุรกิจและมีจรรยาบรรณ ทั้งต่อลูกค้า นักธุรกิจอิสระด้วยกัน บริษัทและสังคม เพื่อ เป็นแบบอย่างที่ดีแก่นักธุรกิจอิสระหลายล้าน คนทั่วประเทศ ทั้งยังเป็นการเสริมสร้างและ ยกระดับภาพลักษณ์ของสมาคมให้เป็นที่รู้จัก แก่สาธารณชนในทางที่ถูกต้อง และเพื่อเป็น การส่งเสริมให้สมาชิกทุกบริษัทมีการปฏิบัติ และการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ อันจะนำ ไปสู่ประโยชน์สูงสุดของผู้บริโภค
สมาคมการขายตรงไทยขอแสดง ความยินดีกับทุกๆ ท่าน ขอให้วันนี้เป็นวัน แห่งเกียรติยศและความภาคภูมิใจของท่านที่ ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ความมานะบากบั่น ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคในการดำเนินธุรกิจอย่าง ถูกต้องตามหลักจรรยาบรรณ ได้สัมฤทธิ์ผล จนนำพาทุกท่านมาสู่รางวัลเกียรติยศในวันนี้ ทุกท่านคือความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งของ สมาคมการขายตรงไทยเช่นเดียวกันครับ นายกิจธวัช กล่าวเพิ่ม
ทั้งนี้สมาคมการขายตรงไทย จัด งานวันเกียรติยศนักขายตรงไทยประจำปี 2555 ภายใต้คอนเซ็ปท์ Night of the Star ค่ำคืนแห่งดวงดาวจรัสฟ้าเพื่อเป็นการยกย่อง เชิดชูเกียรติ และเป็นกำลังใจให้แก่นักขายตรง ที่ทำธุรกิจด้วยความตั้งใจ มุ่งมั่น และมีจรรยา บรรณในการทำธุรกิจด้วยความซื่อตรงและ ความจริงใจต่อลูกค้า เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดี แก่คนในวงการขายตรงต่อไป โดยมีนักธุรกิจ อิสระที่เข้ารับรางวัล นักขายตรงดีเด่น จำนวน 108ท่าน จาก 26 บริษัทขายตรงชั้น นำ พร้อมทั้งนักขายตรงจากบริษัทสมาชิกร่วม แสดงความยินดีอย่างคับคั่งไปเป็นที่เรียบร้อย เมื่อ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ ธุรกิจเครือข่าย รายปักษ์ ประจำวันที่ 1-15 ธันวาคม 2555 ฉบับที่ 241

วันพุธที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

สมาคมขายตรง5ชาติผนึกกำลัง ตั้ง สมาพันธ์ขายตรงอาเซียน








 


ฮือฮา สมาคมขายตรง จาก 5 ประเทศในเอเชีย ซึ่งเป็นสมาชิกของสมาพันธ์การขายตรงโลก(WFDSA) อันประกอบไปด้วย สมาคมการขายตรงจากประเทศไทย(TDSA), สมาคมขายตรงมาเลเซีย(DSAM), สมาคมขายตรงเกาหลีใต้(KDSA),สมาคมขายตรงไต้หวันและสมาคมขายตรงประเทศอินโดนีเซีย เตรียมประสานความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์เพื่อระดมแนวคิดสำหรับการจัดตั้ง สมาพันธ์ขายตรงอาเซียน ขึ้นมาอย่างเป็นทางการโดยมีสมาคมขายตรง(DSA)ซึ่งเป็นสมาชิกของWFDSA เป็นแกนนำในการจัดตังเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการเปิดเสรีประชาคมอาเซียน เบื้องต้นพร้อมยกเครดิตให้กับ สมาคมขายตรงมาเลเซีย เป็นแม่งานหลักในการประสานงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลให้กับประชาชนและภาครัฐเข้าใจธุรกิจขายตรงมากยิ่งขึ้น เชื่อมั่นแนวความคิดนี้มีโอกาสความเป็นไปได้สูงมาก


ดูเหมือนว่าการจุดประกายฝันของ คุณอัศวิน วัฒนปราโมทย์อดีตนายกสมาคมอุตสาหกรรมขายตรงไทย (TDIA) ที่คาดหวังจะประสานความร่วมมือกับสมาคมที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจขายตรงในเมืองไทยไม่ว่าจะเป็นสมาคมการขายตรงไทย(TDSA),สมาคมพัฒนาการขายตรงไทย(TSDA)และสมาคมอุตสาหกรรมการขายตรงไทย(TDIA) เผื่อผนึกกำลังรวมตัวกันจัดตั้ง สมาพันธ์การขายตรงไทยขึ้นมาเพื่อสร้างความแข็งแกร่งในอุตสาหกรรมขายตรงในประเทศไทยและเตรียมความพร้อมรองรับการเปิดเสรีประชาคมอาเซียนที่จะมาในปี 2558 นี้... ล้มเหลวและไม่สามารถเกิดขึ้นมาได้จริงด้วยเหตุเพราะแต่ละสมาคมล้วนมีจุดยืนและมาตราฐานแนวทางในการทำงานที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงอย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วฃ


ถึงวันนี้การจัดตั้งสมาพันธ์การขายตรงไทยได้ล้มพับไปอย่างไม่เป็นท่าเรียบร้อยแล้ว แต่ท่ามกลางความเงียบกริบนี้กลับมีอีกหนึ่งกระแสที่ ใหญ่กว่า เกิดขึ้นมาอีกระลอก เมื่อมีรายงานข่าวระบุว่าสมาคมการขายตรง (Direct Selling Associations :DSA) จาก 5 ประเทศ ซึ่งเป็นสมาคมขายตรงในสังกัดสมาชิกสมาพันธ์การขายตรงโลก (World Federation of Direct Selling Associations: WFDSA) อันประกอบไปด้วยสมาคมการขายตรงไทย , มาเลเซีย,เกาหลีใต้,ไต้หวันและอินโดนีเซีย เตรียมเปิดโต๊ะประชุมร่วมกัน เพื่อระดมความคิดเห็นสำหรับการจัดตั้ง สมาพันธ์ขายตรงอาเซียน ขึ้นมาเพื่อรองรับการเปิดเสรีประชาคมอาเซียน (AEC) ในปี 2558 ที่จะมาถึงนี้


การจัดตั้งสมาพันธ์ขายตรงอาเซียนในครั้งนี้จะมีสมาคมขายตรงจาก 5 ประเทศซึ่งเป็นสมาชิกของ WFDSA เป็นแกนนำกลุ่มมารวมตัวกันเพื่อจัดตั้งสมาพันธ์ฯ ขึ้นมา ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นความลงตัวที่สมบูรณ์แบบที่สุดเพราะสมาคมขายตรงของแต่ละประเทศได้เปิดขึ้นมานานแล้วและมีบริษัทขายตรงที่มีความเป็นมาตราฐานผ่านการคัดกรองคณะกรรมการสมาคมให้เข่าร่วมเป็นสมาชิกเป็นจำนวนมากและที่ผ่านมาสมาคมขายตรงของแต่ละประเทศได้ทำงานเพื่อสังคมมายาวนานในการให้ความรู้กับประชาชน อีกทั้งได้ประสานความร่วมมือให้ความรู้กับหน่วยงานของภาครัฐของแต่ละประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการรวมตัวจัดตั้งสมาพันธ์ขายตรงอาเซียนในครั้งนี้น่าจะเหมาะสมที่สุด แหล่งข่าวระดับสูงกล่าว


สำหรับสมาคมการขายตรงไทย(TDSA) ในยุคที่มี นายกิจธวัช ฤทธิราวี กรรมการผู้จัดการบริษัท แอมเวย์(ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งดำรงตำแหน่ง นายกสมาคมการขายตรงไทย (TDSA) คนปัจจุบันจะเห็นชอบต่อแนวคิดนี้หรือไม่นั้น แหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้ กล่าวว่า เชื่อว่าน่าจะมีโอกาสและความเป็นไปได้ที่สูงมากที่นายกิจธวัชจะประสานงานในเรื่องนี้อย่างจริงจังกับสมาคมขายตรง (DSA) ทั้ง 4 ประเทศคือ มาเลเซีย,เกาหลีใต้,ไต้หวัน และอินโดนีเซีย เนื่องจากทั้ง4 สมาคมต่างก็เป็นสมาชิกของ WFDSA ด้วยกันทั้งหมด ดังนั้นโอกาสที่จะตั้ง สมาพันธ์ขายตรงอาเซียน ขึ้นมาเพื่อรองรับ AEC จึงมีความเป็นไปได้ที่สูงมาก


....ในเบื้องต้นถ้าการรวมตัวของ 5 สมาคมขายตรงจาก 5 ประเทศในเอเชียซึ่งเป็นสมาชิกของ WFDSA ประสบความสำเร็จขึ้นมามีความเป็นไปได้ว่าสมาคมขายตรงประเทศมาเลเซีย(DSAM) จะได้รับการโหวตให้เป็นแม่งานใหญ่ในการดำเนินงานด้านนี้เพราะสมาคมขายตรงมาเลเซียก่อตั้งมานานและมีประสบการณ์ด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับภาคส่วนธุรกิจขายตรงอย่างเคร่งครัดและเชื่อว่าตำแหน่งประธานสมาพันธ์ขายตรงอาเซียนจะมีการสลับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป


ปัจจุบันสมาคมการขายตรงไทย (TDSA) มีสมาชิกประเภทสามัญและประเภทวิสามัญรวมกันประมาณ 33 บริษัทและบริษัทสมาชิกของสมาคมมีทั้งบริษัทต่างชาติและบริษัทขายตรงของคนไทยเข้าไปเป็นสมาชิก โดยในแต่ละปีกลุ่มบริษัทสมาชิกสมาคมฯครองส่วนแบ่งยอดขายประมาณ 70 % ของมูลค่าอุตสาหกรรมโดยรวมในขณะที่สมาคมการขายตรงประเทศมาเลเซียปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมดประมาณ 56 บริษัท ซึ่งสมาคมการขายตรงมาเลเซียมีความโดดเด่นในเรื่องของการยกร่างกฎหมายขายตรงอย่างเข้มงวดมากกว่าประเทศใดๆอ ทั้งนี้เพื่อต้องการให้การประกอบธุรกิจขายตรงมีความโปร่งใสและเป็นมาตราฐานสากลมากขึ้น รวมถึงส่งเสริมธุรกิจขายตรงภายในประเทศให้เติบโตอย่างมีคุณภาพในอนาคตและทำให้นักลงทุนมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น


ทั้งนี้พ.ร.บ.ขายตรงของมาเลเซียได้มีการร่างกฏหมายขึ้นมาใหม่ซึ่งจะทำให้ธุรกิจมีความโปร่งใสและมีจรรยาบรรณมากขึ้นพร้อมทั้งได้กำหนดนิยามคำว่า ขายตรงระบบเครือข่ายหลายชั้น(MLM)และ ปิระมิด ไว้อย่างชัดเจนโดยพ.ร.บ.ขายตรงฉบับใหม่... ได้เพิ่มโทษปรับทั้งตัวบริษัทขายตรงและนักขายที่หลอกลวงประชาชน ในกรณีของนักขายได้เพิ่มวงเงินค่าปรับสูงสุดเป็น 1 ล้านริงกิตมาเลเซียหรือประมาณ 10 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าวงเงินค่าปรับสูงสุดในอดีตที่เคยปรับอยู่ที่250,000 ริงกิตมาเลเซียหรือประมาณ 2,500,000 บาท หรือมีโทษจำคุกไม่ต่ำกว่า 5 ปีหรือทั้งจำทั้งปรับ


ในส่วนของผู้ประกอบการขายตรงของมาเลเซียได้มีการเพิ่มโทษที่หนักกว่าโดยพ.ร.บ. ขายตรงฉบับใหม่ได้เพิ่มวงเงินค่าปรับเป็น 5 ล้านริงกิตมาเลเซีย หรือประมาณ 50 ล้านบาท จากเดิมมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 500,000 ริงกิตมาเลเซียหรือประมาณ 5 ล้านบาทเท่านั้น


ขณะที่สมาคมการขายตรงประเทศเกาหลีใต้(KDSA) ปัจจุบันมีบริษัทขายตรงเข่าร่วมเป็นสมาชิกจำนวน 62 บริษัทและล่าสุดที่ประเทศเกาหลีใต้ได้มีการประกาศใช้กฎหมายขายตรงฉบับใหม่ใหม่ที่มีความเคร่งครัดมากกว่าเดิม โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการจ่ายคอมมิชชั่นให้กับนักขายโดยกฎหมายใหม่นี้ได้กำหนดให้จ่ายค่าคอมมิชชั่นให้กับนักขายโดยกฎหมายใหม่นี้ได้กำหนดให้จ่ายคอมมิชชั่นให้กับนักขายได้ไม่เกิน 35 % เท่านั้น หากบริษัทใดจ่ายคอมมิชชั่นเกินกว่ากฎหมายกำหนดจะถูกปรับไม่ต่ำกว่า 100 ล้านวอนเลยทีเดียว


อย่างไรก็ตาม ถ้าหาก 5 สมาคมขายตรงจาก 5 ประเทศในเอเชียรวมตัวกันได้สำเร็จนอกจากจะก่อเกิดสมาพันธ์ขายตรงอาเซียนเพื่อร่วมมือกันพัฒนาธุรกิจขายตรงให้เข้มแข็งเป็นที่ยอมรับในระดับสากลแล้วส่วนหนึ่งยังสามารถประยุคข้อกำหนดของกฎหมายขายตรงในแต่ละประเทศที่มีจุดแข็งอยู่แล้วมาปรับใช้ในประเทศไทยอีกด้วย ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับทุกภาคส่วนเลยทีเดียว


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ Leader Time ปีที่9 ฉบับที่ 211 ปักษ์หลังประจำวันที่ 16-30 พฤศจิกายน 2555

วันศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

MLM Gossip (ล้วงลับคนเครือข่าย) : สมาคมการขายตรงไทย (TDSA)



















ปิดท้าย รายการด้วยงานวันแห่ง ความสุขสุดๆ ของ เพื่อน นักขาย ทุกค่ายจากทุก บริษัทเครือข่ายขายตรงใน สังกัด สมาคมการขายตรงไทย หรือที่ เราคุ้นๆ กันในนามของ TDSA ที่คณะ ผู้บริหารสมาคมฯ ได้ล็อกค่ำคืนวันที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เนรมิตห้อง รอยัลจูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ให้กลายเป็นเวทีแห่งเกียรติ ยศให้กับ นักขายตรงไทย ได้ชื่นมื่นกันถ้วนหน้า... งาน นี้นอกจากจะมีสุข แล้วยังอิ่ม ใจกับความเพลิดเพลินจาก รุจ & แก้ม เดอะสตาร์ อีกด้วย



ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ ธุระกิจเครือข่าย ฉบับที่ 240 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-30 พฤศจิกายน 2555

วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

สมาคมการขายตรงไทย จัดงาน CEOs meet CEos มุ่งสู่ AEC








 


สมาคมการขายตรงไทยจัดงานสัมมนา CEOs meet CEOs ระหว่างผู้บริหาร จากบริษัทสมาชิกเพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดทางธุรกิจเตรียมพร้อมสู่การเปิดตลาด ในกลุ่ม AEC นำโดยนายกิจธวัช ฤทธีราวี นายกสมาคม ร่วมเปิดมุมมองการทำ ธุรกิจขายตรงผ่านโซเชียล มีเดียพร้อมด้วย พญ.นลินี ไพบูลย์ กรรมการฝ่าย ประชาสัมพันธ์ เผยแนวโน้มการเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทำให้ผู้เข้าร่วมงาน ทุกท่านได้รับข้อมูลอัน เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ในครั้งนี้ ณ ห้องสิริ ประภา โรงแรมบัดดี้ โอเรียนทอล ริเวอร์ไซด์ ปากเกร็ดเมื่อเร็วๆ นี้


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ ธุระกิจเครือข่าย ฉบับที่ 240 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-30 พฤศจิกายน 2555

TDSA ชูเกียรติ108นักขาย ประกาศยึดมั่นจรรยาบรรณ









TDSA 26 บริษัทขายตรงชั้นนำรวมพล ครั้งใหญ่ประจำปี ประกาศความพร้อมจัดงานประกาศประกาศเกียรติยศนักขายตรงไทยประจำปี 2555


ภายใต้คอนเซ็ปต์งาน อลังการ Night of star ค่ำคืนเเห่งดาวจรัสฟ้า เชิดชูเกียรติ 108 นักขายตรงดีเด่น โชว์ศักยภาพความมั่นคงกลุ่มธุรกิจขายตรงไทยอย่างสุดพลัง


นายกิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะนายกสมาคมการขายตรงไทย หรือ TDSA กล่าวว่า ด้วยปณิธานของสมาคมที่ยึดมั่นจรรยาบรรณ สร้างสรรค์สังคมไทยมาโดยตลอด ทางสมาคมจึงได้มีธรรมเนียมปฏิบัติในการจัดงานวันเกียรติยศนักขายตรงไทยขึ้น ทุกปี เพื่อเชิดชูเกียรติให้แก่นักธุรกิจอิสระของบริษัทสมาชิก ในฐานะ นักธุรกิจอิสระดีเด่น ที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจและมีจรรยาบรรณ


ทั้งต่อลูกค้า นักธุรกิจอิสระ บริษัท และสังคม เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่นักธุรกิจอิสระทั่วประเทศที่มีเกือบ 6 ล้านคน นับ เป็นการเสริมสร้างและยกระดับภาพลักษณ์ของสมาคมให้เป็นที่รู้จัก แก่สาธารณชนในทางที่ถูกต้อง และเพื่อเป็น การส่งเสริมให้สมาชิกทุกบริษัทมีการปฏิบัติ และการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ อันจะนำไปสู่ประโยชน์สูงสุดของผู้บริโภค นายกิจธวัชกล่าว และว่า


สำหรับรายละเอียดการจัดงานวันเกียรติยศของสมาคมการขายตรงไทยในปีนี้ สมาคมการขายตรงไทยได้มอบหมายให้ มร. เต้ เพีย เซง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพอร์เฟค รีซอร์สเซส (ประเทศไทย) จำกัด และ มร.คริสโตเฟอร์ คิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้รับผิดชอบการจัดกิจกรรม


มร. เต้ เพีย เซง ในฐานะกรรมการฝ่ายกิจกรรมพิเศษ กล่าว ในปีนี้สมาคมได้รับความร่วมมือจาก 2 บริษัทสมาชิกร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดงานวันเกียรติยศนักขายตรงไทย ประจำปี 2555 ได้แก่ บริษัท เพอร์เฟค รีซอร์สเซส (ประเทศไทย) และบริษัท ยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด ภายใต้ชื่องาน Night of the Star ค่ำคืนแห่งดวงดาวจรัสฟ้า จัดขึ้นที่โดยมีรูปแบบงานที่หรูหราเช่นปีที่ผ่านๆ มา


แต่ในปีนี้ทางสมาคมได้มีการปรับเปลี่ยนแผนผังห้องจัดงานใหม่โดยจะปรับเปลี่ยนเป็นแนวนอน ซึ่งทำให้ผู้ร่วมงานสามารถรับชมกิจกรรมต่างๆ บนเวทีได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งนี้กิจกรรมภายในห้องจัดงานจะประกอบไปด้วย การแสดงเปิดงาน การเปิดตัวนักขายตรงดีเด่นอย่างอลังการ พิธีมอบโล่เกียรติยศให้แก่นักขายตรงดีเด่นจากประธานในพิธี จำนวนทั้งสิ้น 108 ท่านจาก 26 บริษัท และการมอบโล่ขอบคุณสื่อมวลชนทุกค่ายที่ให้การสนับสนุนงานในปีนี้ ตลอดจนร่วมสนุกลุ้นโชคจับรางวัล มากมายและเพลิดเพลินกับศิลปินชั้นนำของเมืองไทยในมินิคอนเสิร์ตจาก แก้ม และรุจน์ เดอะสตาร์


มร.คริสโตเฟอร์ คิม ในฐานะกรรมการฝ่ายกิจกรรมพิเศษ กล่าว เสริมว่าในนามของบริษัท ยูนิซิตี้ฯ รู้สึกเป็นเกียรติและยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ปีนี้เป็นปีแรกที่บริษัทได้เข้ามามีส่วนร่วมในบทบาท กรรมการฝ่ายกิจกรรมพิเศษ ของสมาคมฯ สำหรับงานนี้ ยูนิซิตี้ได้รับมอบหมายให้ดูแลกิจกรรมโซนหน้างาน ซึ่งประกอบด้วยบอร์ดข้อมูลจากสื่อมวลชนที่ ให้การสนับสนุนงานในปีนี้ บอร์ดประกาศ เกียรติคุณนักขายตรงดีเด่น การนำเสนอผลิตภัณฑ์ของแต่ละบริษัท รวมถึงบูธของ สมาคมการขายตรงไทย ซึ่งจะมีการจัดตกแต่งสถานที่อย่างสวยงามตระการตา และสนุกสนานกับเกมพร้อมรับของรางวัล มากมายในงาน



ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ปีที่9 ฉบับที่ 211 วันที่ 16-30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555