ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ thai mlm แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ thai mlm แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2556

ข่าวขายตรง: ขายตรงไทยอ่วมต้านทานค่าแรง น้ำมัน ไม่ไหว หันปรับราคาขึ้น








 


แม้จะเลยเทศกาลปีใหม่มาไม่กี่เดือน ฝันร้ายที่บริษัทขายตรงน้อยใหญ่แทบทุกเจ้าต้องแบกรับคือค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัวสวนกระแสข่าวที่บริษัทขายตรงหลายๆ บริษัทออกมาให้ข่าวเป็นมั่นเป็นเหมาะในช่วงปี 55 ที่ผ่านมาว่าธุรกิจเครือข่ายของตนเองไม่โดนผลกระทบแน่นอนและก็จะไม่ปรับราคาเพื่อยืนเคียงข้างสมาชิกและผู้บริโภคในสภาวะค่าครองชีพพุ่งสูงถึง 13.7% เพียงแค่ในช่วงเวลาราวๆ ปีเศษที่ผ่านมา


โดยบริษัทขายตรงบางเจ้าจมูกไวชิงปรับราคาสินค้าก่อนที่จะเป็นข่าวคึกโครมพร้อมอัดโปรโมชั่นหนักๆ ซึ่งถือว่าเป็นการเดินเกมส์ที่นับได้ว่าเนียนระดับไร้รอยต่อทีเดียว มีเพียงไม่กี่บริษัทเท่านั้นที่ออกมายอมรับว่าทนแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไม่ไหวจึงต้องทำการปรับราคาสินค้าขึ้นจากแต่ก่อน ส่วนขายตรงรายอื่นๆ ก็ทนกระแสไม่ไหวก็เรียงปรับราคาขายปลีกสินค้าแบบยกหน้ากระดานกันเลยทีเดียวเชียว ส่วนเจ้าอื่นๆ ที่ยังไม่ได้มีการปรับราคาสินค้าก็คงขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น


ซึ่งการปรับราคาครั้งนี้ก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องหน้าแปลกใจกันซักเท่าไหร่ด้วยทางกลไกลตลาดแล้วเป็นการยากมากที่จะยึดราคาค้าปลีกให้อยู่ในมาตรฐานเดิม ด้วยค่าแรงที่เพิ่มขึ้นพนักงานฝ่ายผลิตก็เลือกงานอยากได้งานสบายๆ ได้ค่าแรงสามร้อยบาท เด็กจบใหม่ชงกาแฟกินเองยังไม่เป็นแต่กับเรียกเงินเดือนหมื่นห้ามีเดินย่ำหางานกันเกลื่อนถนน แถมค่าเชื้อเพลิงก็ทยอยขึ้นกันแทบตั้่งตัวไม่ทัน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ทางผู้ประกอบการก็ต้องแบกรับแบกสู้กันต่อไป


 


จัดทำและเรียบเรียงโดย www.thaimlmnews.com
ขอบคุณรูปภาพจาก www.dailynews.com

วันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ภาพข่าว: "นู สกิน (Nuskin)" ตอกย้ำคุณภาพ รับเครื่องหมาย "Q-Mark" จากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย


กรุงเทพฯ--8 ก.พ.--Siam PR

บริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจขายตรงชั้นนำในประเทศไทย โดยนางภคพรรณ ลีวุฒินันท์ (ที่ 2 จากขวา) ประธานกรรมการบริหาร เข้ารับเครื่องหมายรับรองมาตรฐาน Q-Mark ในด้านภาคการค้าและการบริการจากนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง (ที่ 3 จากขวา) รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งถือเป็นเครื่องการรันตีคุณภาพของบริษัทฯ ที่ได้รางวัลดังกล่าวติดต่อกันเป็นครั้งที่ 3 ในฐานะที่บริษัทฯ มีการบริหารจัดการองค์กรที่มีประสิทธิภาพจนได้รับการยอมรับและคำนึงถึงผู้บริโภคเป็นหลักมาโดยตลอด อีกทั้งยังยึดหลักบรรษัทภิบาลในการจัดการที่มีความรับผิดชอบต่อผู้แทนจำหน่ายและผู้บริโภคอย่างเป็นธรรม รวมทั้งได้ดำเนินกิจกรรมสาธารณประโยชน์อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด และได้รับอนุญาตให้ติดตราสัญลักษณ์ Q-Mark ลงบนฉลากของทุกผลิตภัณฑ์ ณ ห้องวิมานสุริยา โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ

วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2554

‘เอเชีย สุพรีม’ คลื่นลูกใหม่! ทุนแกร่งทีมเก๋าปีแรกขอโกย 300 ล้าน


ธวัชชัย วงศ์ธนสารสิน ประธานกรรมการบริษัท
ไพบูลย์ สำราญภูติ ประธานกรรมการบริหาร/ประธานสถาบันธุรกิจเครือข่ายเอเชีย
อุชาเดช อุทยานานนท์ กรรมการ/ผู้จัดการทั่วไป

“..เรามุ่งขยายธุรกิจสู่ตลาดอินโดจีน เพื่อก้าวสู่การเป็น ธุรกิจเครือข่าย 1 ใน 5 ของเอเชีย..”

ร้างปรากฏการณ์ใหม่ ให้เกิดขึ้นในวงการขายตรงอีกระลอก! เมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา บริษัทขายตรงน้องใหม่ได้ทำการแถลงข่าวเปิดตัวขึ้นอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางแขกและสื่อมวลชนที่เข้าร่วมงานมากกว่า 500 คน นั่นคือ “บริษัท เอเชีย สุพรีม จำกัด” ที่มีแบ็คกราวไม่ธรรมดา พร้อมชูแผนการตลาด “สแตร์สเต็ป” สวนกระแสความแรงของไบนารี่ “BIZ RECORD” ฉบับนี้จึงพลาดไม่ได้ ที่จะนำความเคลื่อนไหวมารายงานให้ทุกท่านได้ติดตาม

รู้จัก‘เอเชีย สุพรีม’!

“ไพบูลย์ สำราญภูติ” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเชีย สุพรีม จำกัด / ประธานสถาบันธุรกิจเครือข่ายเอเชีย (Asia Network Business Institute) เปิดเผยว่า เอเชีย สุพรีม เป็นบริษัทขายตรงของคนไทย ที่ผู้บริหารมีประสบการณ์ในการวงการธุรกิจขายตรงมายาวนานกว่า 20 ปี พร้อมทั้งมีผู้เชี่ยวชาญทางด้านการขายตรงจากประเทศแคนาดาเข้าร่วมลงทุนด้วย โดยการมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานสากล ส่งตรงถึงมือผู้บริโภค
เอเชีย สุพรีม ดำเนินธุรกิจขายตรงโดยมีโรงงานการผลิตอยู่ที่ประเทศไทย มีกระบวนการผลิต เครื่องจักร และเทคโนโลยีที่ทันสมัยและถูกหลักตามมาตรฐานสากล ด้วยระบบ GMP, ISO 9001-2008 และ Halal ทั้งในเรื่องของผลิตภัณฑ์ความงาม และผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ อีกทั้งยังได้มีระบบการบริการการจัดการคลังสินค้า ระบบของการขนส่งโลจิสติกที่มีประสบการณ์กว่า 13 ปี เพื่อให้บริการแก่ผู้จำหน่ายและลูกค้าทั่วประเทศ พร้อมก้าวไปสู่ภูมิภาคเอเชียอย่างมั่นคง พร้อมสะท้อนความเป็น Asia Network (Asia + International investor) จุดยืนที่แข็งแกร่งของ เอเชีย สุพรีม ออกมาสู่สายตาผู้บริโภค
บริษัทฯ มีความตั้งใจและมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในธุรกิจเครือข่าย ผลักดันให้นักธุรกิจที่ได้เข้าร่วมในทีมขายตรงทุกคนก้าวหน้าไปพร้อมกันกับเอเชีย สุพรีม มีการดำเนินธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซื่อสัตย์ มีจริยธรรม ไม่เอาเปรียบผู้บริโภค ด้วยสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ พร้อมเป็นศูนย์กลางในการให้ความรู้ในด้านการดูแลสุขภาพอย่างถูกต้อง และสนับสนุนให้นักธุรกิจของ เอเชีย สุพรีม บรรลุเป้าหมายและประสบความสำเร็จไปด้วยกัน
นอกจากนี้ เอเชีย สุพรีม ได้สร้างจุดเด่นในการบริหารธุรกิจ โดยการไม่มุ่งเน้นกำไรเพียงอย่างเดียว เพื่อเป็นการตอบแทนสังคม เอเชีย สุพรีม จึงพัฒนาสถาบันธุรกิจเครือข่ายเอเชีย (Asia Network Business Institute : ANBI ) เพื่อพัฒนาบุคคลากรในด้านการทำธุรกิจขายตรงที่มีคุณภาพ และทำธุรกิจขายตรงอย่างมีจรรยาบรรณ
ทั้งนี้บริษัทฯ มีผลิตภัณฑ์เด่นทำตลาดในช่วงแรกอันได้แก่
1. ASUPREME Green Lipped Mussel Oil ผลิตภัณฑ์สารสกัดจากหอยแมลงภู่ มาจากแหล่งธรรมชาติ ในประเทศนิวซีแลนด์รับประทานง่าย บรรจุในแคปซูลนิ่มหอยแมลงภู่ ในนิวซีแลนด์ประกอบด้วยสารอาหารและเกลือแร่หลายชนิด และมีส่วนประกอบของเอนไซม์ที่เป็นประโยชน์ต่อข้อต่อ และกล้ามเนื้อ
2.ASUPREME HERBAL COOL TOOTHPASTE ยาสีฟันผสมสมุนไพรสูตรเข้มข้นที่อุดมไปด้วยสมุนไพร 5 ชนิด Guava ใบฝรั่ง, Pennywort ใบบัวบก, Streblus asper ข่อย, Licorice ชะเอมเทศ และ Clove กานพลู
3.ASUPREME WILD ALASKAN SALMON FISH OIL ผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากเนื้อปลาแซลมอนธรรมชาติ บรรจุอยู่แคปซูลนิ่ม อุดมด้วยกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ในกลุ่มโอเมก้า 3 ที่ประกอบด้วยกรดไขมันจำเป็น 2 ชนิด ช่วยโรคหัวใจขาดเลือด ลดไขมันในเลือดชนิดไตรกลีเซอร์ไรด์ ลดความรุนแรงของโรคปวดข้อรูมาตอยด์ บำรุงสมอง
4.NOIRIS ANTI AGING DETOX CREAM ครีมบำรุงผิวหน้าที่อุดมไปด้วยสารที่ช่วยปรับโครงสร้างผิวให้แข็งแรงโดยการ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวทำให้ผิวเปล่งปลั่ง แลดูอ่อนเยาว์
5.NOIRIS BRIGHTENING SUNSCREEN ครีมกันแดด ที่ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดทั้ง UVA และ UVB ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงด้วยค่า SPF 50 และค่า PA +++
6.NOIRIS MTP ANTI MELASMA CREAM ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยดูแลปัญหาเรื่องฝ้า จุดด่างดำให้ดูจางลง ให้ผิวหน้าดูกระจ่างใส นวลเนียนอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ทำลายเซลล์ผิว ช่วยแก้ไขปัญหาผิวที่เกิดฝ้า จุดด่างดำเฉพาะจุด ด้วยนวัตกรรมแห่งการปรนนิบัติผิวจาก MTP®
M ลดเลือนความหมองคล้ำของผิวด้วยประสิทธิภาพของ Microencapsulated ที่มีอนุภาคเล็ก สามารถซึมเข้าไปสู่ผิว ช่วยให้ผิวสว่างกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ
T ลดการสร้างเมลานินไม่ให้ผลิตมากจนผิดปกติด้วย Tranexamic Acid สีผิวจึงเรียบเนียนสม่ำเสมอไร้จุดด่างดำ
P ดูแลผิวให้กระจ่างใสด้วย Potassium Azeloyl Diglycinate ที่ช่วยให้รอยผิวและรอยหมองคล้ำ จุดด่างดำค่อยๆ จางลง จึงเต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพในการลดการก่อตัวของเมลานินที่มากผิดปกติ

มุ่งสู่ธุรกิจเครือข่าย 1 ใน 5 เอเชีย

“ไพบูลย์ สำราญภูติ” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเชีย สุพรีม จำกัด/ ประธานสถาบันธุรกิจเครือข่ายเอเชีย (Asia Network Business Institute) เปิดเผยว่า ปัจจุบันธุรกิจเครือข่ายหรือการสั่งซื้อสินค้าแบบขายตรงเป็นช่องทางใหม่ในการจับจ่ายใช้สอยสินค้าของผู้บริโภค ซึ่งมีแนวโน้มการเติบโตที่ต่อเนื่องขึ้นทุกปี จึงเกิดการรวมตัวและร่วมทุนของทีม ผู้บริหารที่คร่ำหวอดในวงการธุรกิจขายตรงมากว่า 20 ปีที่มีเป้าหมายเดียวกัน มาร่วมก่อตั้งบริษัท “เอเชีย สุพรีม” ขึ้น
ให้เป็นบริษัทธุรกิจขายตรงด้วยระบบเครือข่ายชั้นนำของคนไทย ที่มีนักลงทุนจากต่างประเทศมาร่วมลงทุน และช่วยกันผลักดันธุรกิจเพื่อให้ก้าวไปเป็นผู้นำอันดับ 1 ในเมืองไทย และเรามุ่งขยายธุรกิจสู่ตลาดอินโดจีน เพื่อก้าวสู่การเป็น “ธุรกิจเครือข่าย 1 ใน 5 ของเอเชียอีกด้วย” เราต้องการเห็นเอเชีย สุพรีมเป็นบริษัทต้นแบบของธุรกิจเครือข่ายที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดีมีคุณภาพให้กับผู้บริโภคและสังคม
“เราคาดหวังในการเป็นผู้นำในธุรกิจขายตรง เราต้องการความสำเร็จและเราต้องการแบ่งปันความสำเร็จนั้นให้กับสมาชิกและสังคมนอกจากนั้น เรายังให้ความสำคัญในเรื่องของการสร้างผู้นำให้แข็งแกร่งด้วย “การเทรนนิ่ง” โดยบริษัทฯเรามีสถาบันธุรกิจเครือข่ายเอเชีย หรือ Asia Network Institute เพื่อเป็นแหล่งรวมเครือข่ายด้านวิชาการ ข้อมูล ข่าวสารและบุคลากรทางด้านการขายและการตลาดโดยตรงเป็นแห่งแรกในประเทศไทยขึ้น ซึ่งจะเป็นเสมือนศูนย์รวมของวิทยากร ผู้บรรยาย ผู้จัดการสัมมนาเพื่อฝึกอบรม ฝึกฝนให้ผู้แทนจำหน่ายอิสระแต่ละท่านมีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องการทำธุรกิจเครือข่ายอย่างถูกต้อง เรามุ่งหวังที่จะพัฒนาบุคลากรในธุรกิจเครือข่ายการขายตรงให้เป็นคนดีและคนเก่ง มีศักดิ์ศรีที่สังคมยอมรับ มีจิตอาสาสาธารณะ อาสารับใช้สังคมและประเทศชาติต่อไป”

สุดแกร่งผนึกร่วมทุน‘ทีโอพีฯ’

ทางด้านประธานกรรมการบริษัท บริษัท เอเชีย สุพรีม จำกัด “ธวัชชัย วงศ์ธนสารสิน” เปิดเผยว่า เอเชีย สุพรีมมีฐานการผลิตในประเทศ โดยการร่วมทุนกับบริษัท ทีโอพี คอสเมติค แอนด์ แมนูแฟคเจอร์ จำกัด ที่ได้ชื่อว่าเป็นโรงงานผลิตที่มีอุปกรณ์การผลิตอันทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย จนได้รับรองมาตรฐานจาก GMP, ISO 9001-2008 และ Halal ภายใต้แบรนด์ NOIRIS ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลรักษาผิวพรรณ ป้องกันแสงแดด ริ้วรอยจุดด่างดำ ทำให้มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ของเราผ่านการควบคุมคุณภาพ และค้นคว้าวิจัยจากนักวิชาการ นักวิทยาศาสตร์กว่า 20 คน ซึ่งมีประสบการณ์ในวงการอุตสาหกรรมรวมกันมากกว่า 13 ปี เพื่อให้มั่นใจว่าได้มอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภค
ทางบริษัทไม่ได้ตั้งเป้าหมายยอดขายไว้ที่เมืองไทยแต่เพียงอย่างเดียว เอเชีย สุพรีมยังตั้งเป้าในการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ ทางบริษัทต้องการความเป็นเลิศในทุกๆ ด้าน สุดท้ายจึงตัดสินใจใช้ชื่อบริษัทว่า “เอเชีย สุพรีม”
“นอกจากนั้นเรายังร่วมมือกับหน่วยงานธุรกิจชั้นนำทั้งในและต่างประเทศคัดสรรวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์เพื่อให้ก้าวทันนวัตกรรมการผลิตอยู่เสมอ ล่าสุดทีมวิจัยสามารถค้นคว้านวัตกรรมใหม่จนได้ผลิตภัณฑ์ NOIRIS MTP ANTI MELASMA CREAM ขึ้น ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดูแลปัญหาเรื่องฝ้าให้จางลง รอยหมองคล้ำดูจางลง ทำให้ผิวเนียนสวยกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติด้วยนวัตกรรม Micro เอนแคปซูเลส ซึ่งมีอนุภาพขนาดเล็ก สามารถซึมเข้าสู่ผิวได้ดี ช่วยให้สารสำคัญออกฤทธิ์ได้ดีที่มีประสิทธิภาพ” ธวัชชัย กล่าว

ผู้บริหารสุดเก๋า กับประสบการณ์ร่วม20ปี

“อุชาเดช อุทยานานนท์” กรรมการ / ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอเชีย สุพรีม กล่าวว่า “ตัวผมเองมีประสบการณ์ในวงการมากว่า 20 ปีในธุรกิจขายตรงแบบหลายชั้น ซึ่งทำให้มั่นใจได้ว่า เอเชีย สุพรีมจะต้องเดินหน้าไปอย่างมั่นคง ผมไม่ได้มาคนเดียว ผมมากับผู้จำหน่ายที่เคยประสบความสำเร็จและติดตามเรามาเพื่อทำธุรกิจ เอเชีย สุพรีมด้วยกัน ตรงนี้เป็นจุดแข็งของเรา”
ในธุรกิจนี้มีองค์ประกอบสำคัญอยู่ 3 ส่วน คือ

1.ผู้จำหน่าย ซึ่งถือว่าผู้จำหน่ายเป็นบุคลากรอันมีค่าที่จะต้องดูแลให้ดี เพราะเมื่อผู้จำหน่ายประสบความสำเร็จ บริษัทก็จะประสบความสำเร็จเช่นกัน
2. สินค้าต้องเยี่ยม ต้องตอบโจทย์ได้ว่าเป็นสินค้าที่ใช้แล้วเห็นผล และ 3.แผนการตลาดสแตร์สเต็ป ที่มั่นคง จ่ายค่าตอบแทนคุ้มค่า ทำได้จริง และสามารถสนับสนุนให้นักธุรกิจเอเชียสุพรีม บรรลุเป้าหมายและประสบความสำเร็จโดยเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจอย่างแท้จริง
ผู้จัดการทั่วไป เอเชีย สุพรีม ยังได้กล่าวปิดท้ายด้วยความมั่นใจอีกว่า “ส่วนแผนการตลาดในขั้นต้นนี้ เรามุ่งเน้นไปที่การจัด Road Show ไป 4 จังหวัด คือจังหวัดนครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานีและสุราษฎร์ธานี คาดสิ้นปีรายได้แตะ 300 ล้านบาท และจำนวนสมาชิกพุ่ง 2,000 คน นอกจากนั้น เรายังมีแนวทางที่ชัดเจนในการมุ่งตรงสู่ทั่วภูมิภาคเอเชีย ซึ่งในขณะนี้บริษัทได้มีฐานเครือข่ายนักธุรกิจอยู่ที่ประเทศพม่า และเวียดนาม ซึ่งคาดว่าอีก 2 – 3 ปีจะรุกขยายธุรกิจไปที่ประเทศอินโดนีเซียและจีนได้อย่างแน่นอน”
อ้างอิง : นสพ.เส้นทางนักขาย ปีที่ 8 ฉบับที่ 206 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16- 30 มิถุนายน 2554

วันพุธที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2554

‘แคนเดซ เอส แมทธิวส์’ เปิดปฏิบัติการณ์ ‘แอมเวย์’ ท้าชิงแชมป์โลก! แคนเดซ เอส แมทธิวส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด แอมเวย์ คอร์ปอเรชั่น

เป้าหมายคือยอดขายทั่วโลก“แอมเวย์”ต้องได้ขึ้นเป็น “ผู้นำอันดับ1” ธุรกิจขายตรงของโลกในปี 2563



นับเป็นโอกาสอันดีที่ “กองบรรณาธิการ” ได้รับเกียรติเข้าร่วมงานแถลงข่าวของ “บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด” ซึ่งความพิเศษครั้งล่าสุด อยู่ตรงการมาเยือนของ “ผู้บริหารชั้นเซียน” มือการตลาดระดับโลก “แคนเดซ เอส แมทธิวส์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด “แอมเวย์ คอร์ปอเรชั่น”

‘BIZ RECORD’ ฉบับนี้จึงขอนำทุกท่านไปทำความรู้จักกับนักบริหารระดับอินเตอร์ท่านนี้ ที่มาพร้อมกับ “กลยุทธ์เด็ด” ส่งแอมเวย์สู่ “แชมป์โลกขายตรง” ให้ได้ในอนาคตอันใกล้!!

ทักทาย‘แคนเดช’มือตลาด ‘แอมเวย์โลก’

“แคนเดซ แมทธิวส์” เกิดที่เมืองนิว ไบรท์ตัน, มลรัฐเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา จบปริญญาตรีจากคณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโลหการและวิทยาการบริหาร และการจัดการจากมหาวิทยาลัยคาร์เนจี เมลลอน (Carnegie Mellon University) และจบการศึกษาในระดับปริญญาโท ด้านบริหารธุรกิจจากสแตนฟอร์ดบัณฑิตวิทยาลัยธุรกิจ

เป็นกำลังสำคัญในการวางกลยุทธ์ด้านการตลาด “แอมเวย์” ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นการตลาดระดับโลกในด้านผลิตภัณฑ์ความงาม สุขภาพและเครื่องใช้ในครัวเรือน รวมทั้งแบรนด์แอมเวย์ระดับโลก ดูแลด้านความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภคและตลาด อีกทั้งความรับผิดชอบต่อการเป็นพลเมืองที่ดีในสังคม และการสื่อสารองค์กรของแอมเวย์ทั่วโลกอีกด้วย

ก่อนที่จะเข้ามาร่วมงานกับ “แอมเวย์” ในปี 2550 แมทธิวส์เคยดำรงตำแหน่งเป็นประธานบริษัท ซอฟท์ชีน-คาร์สัน (SoftSheen-Carson) ฝ่ายสินค้าอุปโภคและบริโภคในเครือลอริอัล (L’OREAL) ประเทศสหรัฐอเมริกา และเคยเป็นรองประธานบริษัทฝ่ายผลิตภัณฑ์ใหม่และนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ และกรรมการผู้จัดการให้กับเครื่องดื่มประเภทที่ไม่ใช่เครื่องดื่มโคล่า ในเครือบริษัทโคคา-โคล่า (Coca-Cola)

นอกจากนี้ แมทธิวส์เคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงสายการตลาดให้กับบริษัทซีบา วิชั่น (CIBA Vision), ผลิตภัณฑ์การดูแลช่องปาก บริษัท บอสช์ แอนด์ ลอมบ์ (Bausch + Lomb), ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและน้ำหอม บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล (Procter & Gamble) และบริษัท เจเนอรอล มิลส์ (General Mills) ซึ่งเป็นที่แรกที่แมทธิวส์ได้เริ่มงานด้านการตลาด

แมทธิวส์เป็นหนึ่งในสมาชิกของสภาผู้นำผู้บริหาร และปัจจุบันดำรงตำแหน่งคณะกรรมการให้กับหน่วยงานด้านเครื่องสำอางเฉพาะผู้หญิง (Cosmetic Executive Women), ธนาคารฟิฟธ์ เธิร์ด (Fifth Third) – มิชิแกนตะวันตก, องค์กรฟิชเกอร์ สเก็ตติ้ง อิน ฮาร์เล็ม (Figure Skating in Harlem), สวนสาธารณะและประติมากรรมเฟรดเดอริก เมย์เยอร์ (Frederik Meijer)

ก่อนหน้านี้เธอยังเคยเป็นหนึ่งในคณะกรรมมาธิการของมหาวิทยาลัยคาร์เนจี เมลลอน (Carnegie Mellon University) เมืองพิตต์สเบิร์ก และยังเคยร่วมเป็นคณะกรรมการที่ปรึกษาของสแตนฟอร์ดบัณฑิตวิทยาลัยธุรกิจ ประวัติการทำงานและความเสียสละต่อสาธารณชนของแมทธิวส์ ได้ลงตีพิมพ์ในสื่อสิ่งพิมพ์ชื่อดังหลายเล่ม เช่น อิบอนี (Ebony), เอสเซ็นส์ (Essence), แบล็ค เอ็นเตอร์ไพรส์ (Black Enterprise), กลาเมอร์ (Glamour), ซาลอน เซ็นส์ (Salon Sense) และ เดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล (The Wall Street Journal) ซึ่งนิตยสาร แบล็ค เอ็นเตอร์ไพร์ส (Black Enterprise) ยังแต่งตั้งให้เธอเป็นนักบริหารยอดเยี่ยมแห่งปี 2552 อีกด้วย

ลั่น!อีก9ปี‘แอมเวย์’ขึ้นแท่นอันดับ1โลก

เป้าหมายการดำเนินธุรกิจของแอมเวย์นับจากนี้ “แคนเดซ” ตอกย้ำว่า เป้าหมายคือยอดขายทั่วโลก “แอมเวย์” ต้องได้ขึ้นเป็น “ผู้นำอันดับ1” ธุรกิจขายตรงของโลกในปี “2563” หรือในอีก “9 ปีข้างหน้า” นี้ ด้วยการครองส่วนแบ่งมากกว่า “12 %” แทนที่แชมป์เดิมคือ “เอวอน” ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้นำตลาดขายตรงชั้นเดียว (SLM)

จากปัจจุบัน “แอมเวย์” มีส่วนแบ่ง “9.7%” นับว่าเป็นผู้นำตลาดธุรกิจขายตรงหลายชั้น (MLM) ของโลก อีกทั้งในปี 2553 ที่ผ่านมา “แอมเวย์ทั่วโลก” มีการเติบโต 0.2% หรือมีรายได้ “9.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ”

“ยุทธศาสตร์” กับการก้าวสู่การเป็นผู้นำตลาดธุรกิจขายตรงทั่วโลกมุ่งเน้นโฟกัส “2 กลุ่มผลิตภัณฑ์” กลุ่มแรก คือ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ “นิวทริไลท์” ที่วางเป้าหมายก้าวสู่การเป็นผู้นำกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพในปี 2563 จากปัจจุบันที่ครองส่วนแบ่งอยู่ที่ 4.7%

กลุ่มถัดมา คือ ผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม เครื่องสำอาง “อาร์ทิสทรี” ซึ่งวางเป้าหมายว่าในปี 2563 จะขึ้นติดอันดับ 1 ใน 5 ของตลาด จากปัจจุบันครองส่วนแบ่งอยู่ที่ 1.7%

สำหรับแผนการรุกตลาดทั่วโลก “แคนเดซ” โฟกัสไปที่ “5 กลยุทธ์” สำคัญ คือ 1.สร้างความแข็งแกร่งใหักับแบรนด์-การบริการให้กับผลิตภัณฑ์หลักของแอมเวย์ 2.สร้างความใกล้ชิดของแบรนด์ผลิตภัณฑ์กับนักธุรกิจและผู้บริโภคโดยเฉพาะกลุ่ม Gen-Y 3.พัฒนาโซลูชั่นครอบคลุมสินค้าและบริการ 4.เปลี่ยนแปลงประสบการณ์ผู้บริโภคและนักธุรกิจ 5.ขับเคลื่อนโดยพัฒนาธุรกิจสู่ความเป็นเลิศในด้านต่างๆ

เจาะคนรุ่นใหม่ผ่าน‘Social Network’

“แคนเดซ” กล่าวว่านอกจากนี้บริษัทได้เพิ่ม “งบการตลาด” มากขึ้น “2 เท่าตัว” นับตั้งแต่ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาที่ตนได้เข้ามาบริหารงาน เพื่อทำให้แบรนด์แอมเวย์เป็นที่รู้จักกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง ผ่านทั้งการโฆษณาประชาสัมพันธ์ทั้งทางโทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ รวมทั้งสื่อออนไลน์ ทาง “Social Network” ด้วยการเปิดแฟนเพจ 3 แบรนด์หลัก คือ แอมเวย์ อาร์ทิสทรี และนิวทริไลท์

กระทั่งสร้าง “Mobile Application” ช่วยให้นักธุรกิจสามารถบริหารจัดการธุรกิจได้บนโทรศัพท์เคลื่อนที่ การเปิดพัฒนาแอมเวย์ช็อป เพื่อให้สินค้าเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายมากขึ้น และทำให้ผลิตภัณฑ์ใกล้ชิดกับผู้บริโภค ซึ่งประเทศไทยมี 48 สาขา ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวไป คือ ที่ สยามดิสคัฟเวอรี่

สำหรับ “Mobile Application” ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมมากขณะนี้ โดยในส่วนของสำนักงานใหญ่ที่สหรัฐอเมริกาได้มีการคิดค้น Application AMWAY for iPhone ออกสู่ท้องตลาดให้สมาชิกทำการดาวโหลดฟรีได้เป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว ซึ่งได้รับการตอบที่ดีมากติดอันดับ 4 ของโลก

“การดาวน์โหลด App. หรือ Application มาลงมือถือในปัจจุบัน ได้รับการตอบรับที่ดีมาก เพราะชีวิตประจำวันของผู้คนทุกวันนี้ อยู่กับการใช้โปรแกรมผ่านมือถือมากกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ ทำให้ยอดการโหลดได้รับความนิยมมากทั้งในสหรัฐอเมริกา เกาหลี ญี่ปุ่น ซึ่งน่าทึ่งว่า App. Amway นั้นได้รับความนิยมมากติด TOP 4 ของ App. ทั้งหมด อีกทั้งมีการใช้สูงกว่าการโทรสั่งสินค้า โดยการโหลดนั้นทำได้ง่ายดาย และสมาชิกไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เมื่อเทรนด์มาในรูปแบบนี้ ทำให้ขณะนี้บริษัทกำลังพัฒนา App. สำหรับโทรศัพท์มือถือที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android เพิ่มเติม ซึ่งจะสามารถเปิดใช้ได้ในเร็วๆนี้”

‘แอมเวย์ไทย’ขานรับทิศทางรุก คาดโต10%

ส่วนทางด้าน “รัตนา ชาญนรา” ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แผนการตลาดของไทยปีนี้ ยังคงสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกับแอมเวย์โลก คือมุ่งเน้นกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนิวทริไลท์ และเครื่องสำอางอาร์ทิสทรี เครื่องกรองน้ำอีสปริง และเครื่องกรองอากาศ แอทโมสเฟียร์ ซึ่งปัจจุบันการรับรู้ตราสินค้าของแบรนด์มีการรับรู้ 99 % และ 45 % ชื่นชอบผลิตภัณฑ์

ทั้งนี้ผลประกอบการ “ไตรมาสแรก” ของไทย “เติบโต 7-10 %” ตามเป้าหมาย ทำให้มั่นใจว่าในสิ้นปีนี้บริษัทจะสร้างยอดขายเติบโตได้ถึง 7-10 % จากปีที่ผ่านมามีรายได้ 14,370 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นรายได้ กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนิวทริไลท์ 34 % เครื่องสำอางอาร์ทิสทรี 20 % และกลุ่มเครื่องกรองน้ำอีสปริง 20% จากปัจจุบันแอมเวย์เป็นผู้นำตลาดขายตรง ครองส่วนแบ่ง 27 % จากมูลค่ากว่า 5 หมื่นล้านบา
อ้างอิง : นสพ.เส้นทางนักขาย ปีที่ 8 ฉบับที่ 205 ปักษ์แรก ประจำวันที่ 1- 15 มิถุนายน 2554