ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สรณัฏฐ์ สาระสมบัติ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สรณัฏฐ์ สาระสมบัติ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ข่าวโมสท์ เวลล์ (Most Well International) : Xclusive Interview สรณัฏฐ์ สาระสมบัติ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โมสท์ เวลล์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด







gmb21.9.55 (Mobile)


บริษัท โมสท์ เวลล์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ถือเป็นบริษัทขายตรงน้องใหม่ที่มาแรงอีกค่ายหนึ่งในอุตสาหกรรมขายตรงเมืองไทย เพราะด้วยความพร้อมหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการมีโรงงานผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐาน มีทีมวิจัยและพัฒนาสินค้าระดับแถวหน้าของประเทศ ทำให้สามารถผลิตสินค้าออกมาให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าได้ บวกกับประสบการณ์ในการผลิตสินค้าป้อนขายตรงมายาวนานผสานกับแผนการจ่ายผลตอบแทนที่ทันสมัย จึงทำให้ โมสท์ เวลล์ฯ เป็นขายตรงน้องใหม่ที่น่าจับตาอย่างมากในตอนนี้


อะไรคือปัจจัยที่ทำให้ผันตัวเองออกจากผู้ผลิตมาทำตลาดเอง


นโยบายของเรา คือต้องการกระจายสินค้าที่ดี และมีคุณภาพออกไปสู่ผู้บริโภคให้มากที่สุด แม้เดิมทีเราจะเป็นผู้ผลิตสินค้าป้อนให้กลับบริษัทขายตรงหลายค่ายก็ตาม รวมถึงต้องการจะกระจายรายได้ผ่านทางแผนการจ่ายผลตอบแทนออกไปสู่ประชาชนทั่วไปในการเข้ามาเป็นสมาชิกของบริษัท ซึ่งปัจจุบันสินค้าที่เราผลิตโดยเฉพาะน้ำคาวพลูหรือคาวตองเป็นที่ต้องการของตลาด ดังนั้น จึงมองว่าน่าจะขยายตลาดสินค้าดังกล่าวออกไปให้ได้มากที่สุดที่โดยไม่กับฐานลูกค้าเดิมของเรา


ทั้งนี้ ความแตกต่างระหว่างการเป็นผู้ผลิต และการทำตลาดเองต้องยอมรับว่ามีความยากง่ายต่างกัน โดยเฉพาะการมาทำตลาดเองสิ่งที่เปลี่ยนไป คือ เราต้องดูแลสมาชิก ซึ่งแต่ละคนก็มีความต้องการที่ต่างกัน ต่างจากการเป็นผู้ผลิต ที่เราไม่ต้องมาดูแลส่วนนี้เลย มีหน้าที่ ผลิตก็ผลิตไป


มองตลาดรวมธุรกิจขายตรงเป็นอย่างไร


ภาพรวมของอุตสาหกรรมขายตรงในไทยเชื่อว่าจะยังคงเติบโตต่อเนื่อง เนื่องจากพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนไป โดยเฉพาะการซื้อสินค้าและมีรายได้กลับคืน ทำให้ผู้บริโภคหันมาทำธุรกิจขายตรงกันมากขึ้น รวมถึงการที่ผู้บริโภคเริ่มหันมาใส่ใจเรื่องของสุขภาพมากขึ้น รวมถึงการที่ผู้บริโภคเริ่มหันมาใส่ใจในเรื่องของสุขภาพมากขึ้น ทำให้ภาพรวมของธุรกิจขายตรงขยายตัวเพิ่มขึ้น นอกจากตลาดในไทยแล้ว บริษัทยังมองไปตลาดเพื่อนบ้านด้วย ซึ่งขณะนี้ได้คุยกับผู้นำสายต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมในการจะขยายตลาดออกไปสู่ประเทศแถบเพื่อนบ้านรองรับการ เปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558


จุดแข็งของโมสท์ เวลล์ฯ คืออะไร


จุดแข็งของเราคือเรื่องของคุณภาพสินค้าซึ่งบริษัทมีการค้นคว้าวิจัย และพัฒนาสินค้าอยู่ตลอดเวลา โดยมีทีมนักวิจัยที่มีชื่อเสียงจากมหาวิทยาลัยต่างๆ เข้ามาเป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาสินค้า ซึ่งนโยบายของบริษัท คือ ต้องการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ เพราะเมื่อไปถึงมือผู้บริโภคแล้ว ต้องเห็นผลชัดเจน นอกจากนี้การที่บริษัทมีโรงงานผลิตเป็นของตัวเอง ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพและมาตรฐานการผลิตได้ ดังนั้น จึงมั่นใจได้ว่าสินค้าที่ออกจากโรงงานของเราไปเป็นสินค้าที่ดี ได้มาตรฐานที่ทุกคนให้การยอมรับ


วางกลยุทธ์รุกตลาดในครึ่งปีหลังอย่างไร


แผนการกระตุ้นตลาดในครึ่งปีหลังเราจะเน้นการจัดโปรโมชั่นพิเศษ และการเปิดตัวสินค้าใหม่ๆ ออกสู่ตลาด เพื่อช่วยกระตุ้นยอดขายในครึ่งปีหลัง ขณะเดียวกันเราจะเน้นการทำประชาสัมพันธ์ตามสื่อต่างๆ มากขึ้น หลังจากปีที่แล้วเราไม่ได้มีการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ เลย นอกจากนี้บริษัทยังให้ความสำคัญในการจัดหลักสูตรฝึกอบรม เพื่อต่อยอดความรู้ให้กับสมาชิกในการออกไปทำธุรกิจอย่างถูกต้อง ซึ่งนโยบายของเรา คือ เน้นการเติบโตแบบมั่นคง ด้วยการสร้างฐานตลาดผู้บริโภคเป็นหลัก ไม่เน้นการสร้างกระแส


ฐานตลาดหลักของ โมสท์ เวลล์ฯ อยู่ภาคไหนเป็นหลัก


ตามหลักของโมสท์ เวลล์ฯ อยู่ในต่างจังหวัดเป็นส่วนใหญ่ โดยปัจจุบันบริษัทมีสมาชิกทั้งหมด 6,000-7,000 รหัส แบ่งเป็นภาคใต้ 50-60 % รองลงมาเป็นภาคอีสาน 30 % และอีก 10-20 % เป็นภาคเหนือ ซึ่งแผนการรุกตลาดในปีนี้เรายังคงเน้นไปที่ภาคใต้และอีสานเป็นหลัก เนื่องจากทั้ง 2 ภาค มีแนวโน้มการเติบโตค่อนข้างสูง โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวกับสุขภาพ ซึ่งสินค้าของเราสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี


ตั้งเป้าหมายการเติบโตในปี 2556 ไว้อย่างไร


ปีนี้บริษัทตั้งเป้าการเติบโตให้สูงกว่าปีที่แล้ว ซึ่งดูจากแนวโน้มการเติบโตในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ ถือว่าสูงกว่าปี 2555 ที่ผ่านมาถึงเท่าตัว ดังนั้น ในช่วง 6 เดือน ที่เหลือ เชื่อว่าอัตราการเติบโตน่าจะสูงถึง 100-200% ได้อย่างแน่นอน





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 227 ประจำวันที่ 16-31 กรกฎาคม 2556


วันจันทร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2555

ขายตรงน้องใหม่ : "โมสท์ เวลล์ (Most Well International)" บุกขายตรง ชูฐานผู้ผลิตสินค้าคุณภาพสูง สู่ความหวังใหม่


ได้เวลา โมสท์ เวลล์ เดินเครื่องรุกตลาดขายตรงเต็มรูปแบบ หลังเป็นผู้ผลิต ส่ง พลูคาว ตีตลาดขายตรงให้กับหลายบริษัทในวงการมานาน ชูความเหนือชั้นเรื่องโรงงานผลิต - วัตถุดิบ
อยู่ภายใต้อาณาจักรเดียวกันเป็นจุดขาย พร้อมเผยวิสัยทัศน์เส้นทางก้าวสู่ผู้นำขายตรงตัวจริง


เขย่าตลาดเครือข่ายแบบไม่ลดราวาศอกกันเลยทีเดียว สำหรับ คลื่นขายตรงน้องใหม่...ที่เปิดขึ้นมาล่าสุด สำหรับ บริษัท โมสท์ เวลล์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ขายตรงย่านดอนเมือง ที่ได้ออกมาวาดลวดลายบนผืนผ้าใบขายตรง เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม 2555 ที่ผ่านมา ภายใต้ทีมคณะผู้บริหารที่มีคุณภาพทั้ง ศ.ดร.ยงยุทธ สาระสมบัติ อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี อดีตเลขาธิการคณะรัฐมนตรี อดีตวุฒิสมาชิก มารับหน้าที่ในตำแหน่งประธานที่ปรึกษา, ภก.ดร.อธิวัฒน์ สินรัชตานันท์ ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ สรณัฏฐ์ สาระสมบัติ ดำรงตำแหน่งรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร...ซึ่งถือได้ว่า เป็นบริษัทขายตรงน้องใหม่ที่น่าจับตามองอย่างมาก เพราะจากการสืบค้นข้อมูล พบว่าค่ายนี้ไม่ธรรมดาทีเดียว


หลังจากที่ทีมข่าว ตลาดวิเคราะห์ ได้มีโอกาสร่วมพูดคุยกับทางผู้บริหารของ โมสท์ เวลล์ ก็พบว่า โมสท์ เวลล์ ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2011 ที่ผ่านมา ด้วยความร่วมมือของแพทย์ระดับศาสตราจารย์ นักวิชาการปริญญาเอก นักบริหารอดีตปลัดกระทรวง และนักธุรกิจเจ้าของกิจการ ที่ต้องการนำเสนอสินค้าที่มีคุณภาพเพื่อผู้บริโภค


ส่วนการเข้ามาเปิดธุรกิจขายตรงได้อย่างไรนั้น ภก.ดร.อธิวัฒน์ สินรัชตานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โมสท์ เวลล์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เผยต่อ ตลาดวิเคราะห์ ว่า จุดที่ทำให้บริษัทฯ ได้หันมาลงเล่นเป็นตัวจริงในสนามขายตรง เป็นเพราะมีเสียงเรียกร้องมามากมายว่า ทำไมเราถึงไม่เปิดขายตรงเสียเอง ในเมื่อบริษัทเป็นผู้ผลิตสินค้าส่งให้กับบริษัทขายตรงหลาย ๆ ค่ายมาแล้ว และต่างก็ประสบความสำเร็จแทบทั้งนั้น ซึ่งก่อนหน้าที่จะตัดสินใจเปิดเป็นธุรกิจขายตรง ท่านประธานบริษัทฯ ก็ได้ทำการศึกษามาเป็นเวลากว่า 6 เดือนจนกระทั่งรู้ถึงโอกาสและอุปสรรคในวัฒนธรรมของธุรกิจขายตรง จึงได้ตกลงเปิดเป็น บริษัท โมสท์ เวลล์ฯ ขึ้นมา โดยใช้แผนการตลาดปันผลแบบไบนารี่นำร่อง


เป้าหมายในการทำธุรกิจของ โมสท์ เวลล์ คือ ทุกคนที่เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจ โมสท์ เวลล์ (Stake Holder)จะต้องอยู่ได้ หมายความว่า ใครก็ตามที่เข้ามาทำธุรกิจกับเรา ต้องมีรายได้ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่าในอดีต ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคที่มาซื้อสินค้าของเรา ต้องได้สินค้าที่ดีมีคุณภาพด้วย ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้บริษัทฯ ต้องควบคุมในเรื่องคุณภาพสินค้าให้ดี ซึ่งเรากล้าพูดได้เลยว่า โมสท์ เวลล์ เป็นบริษัทแรกในประเทศไทยที่ให้ความสำคัญในเรื่องของคุณภาพและมาตรฐานเป็นอย่างมาก โดยมีการทำ QA อย่างเข้มงวด


ด้วยการทำ Fingerprint ที่จะยืนยันความสม่ำเสมอของคุณภาพ เห็นได้จากการได้ใบรับรองมาตรฐาน ใบประกาศนียบัตรต่าง ๆ HACCP และ GMP อีกทั้งโรงงานผลิตยังได้รับอนุญาตการผลิตและจำหน่าย จาก อย.ของสหรัฐอเมริกาให้สามารถนำไปจำหน่ายยังตลาดต่างประเทศได้อีกด้วย
โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ของ โมสท์ เวลล์ ประกอบด้วย
1. กลุ่มเสริมภูมิคุ้มกัน
2. กลุ่มฮอร์โมนทดแทนสำหรับสตรี
3. กลุ่มเสริมสุขภาพบุรุษ
4. กลุ่มสมุนไพรสกัดเข้มข้นสูง
5. กลุ่ม BIO ACTIVE COMPOUNDS และ
6. กลุ่มกาแฟผสมสมุนไพร สินค้าที่ใช้เป็นใบเบิกทางธุรกิจช่วงแรก หรือสินค้าที่เป็นพระเอก นั่นคือ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้ำสมุนไพรตรา ฮุตต้าพลัส เป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรจาก คาวตอง ที่ โมสท์ เวลล์ มีโรงงานผลิตเป็นของตัวเอง


ภก.ดร.อธิวัฒน์ เผยต่ออีกว่า ส่วนสินค้ากำลังมาแรงตีคู่กับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้ำสมุนไพรตรา ฮุตต้าพลัส นั่นคือ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร น้ำสมุนไพรสกัดเข้มข้นตรา มิราเคเล่ ที่เป็นสมุนไพรชนิดเดียวกัน แต่มีความเข้มข้นกว่า ที่สำคัญขวดยังเล็กกว่าเดิมด้วย โดยสามารถผสมกับน้ำทานได้ มีกลิ่นหอมเหมือนชาเขียว นอกจากนี้ โมสท์ เวลล์ ยังมีผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพน้ำสมุนไพรสำหรับสตรี (ฮอร์โมนทดแทนในสตรี) ตรา โกลด์เด้นเอจ และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสมุนไพรผสมชนิดแคปซูลสำหรับสตรี เฮอร์บีนีน โดยผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 รายการนี้ถือว่ามีความโดดเด่นไม่แพ้กับ ฮุตต้าพลัส และ มิราเคเล่ เลยทีเดียว


ทีมข่าวได้ยิงคำถามต่อถึงยุทธศาสตร์การบุกตลาดของ โมสท์ เวลล์ นับจากนี้วางไว้เช่นไร... ภก.ดร.อธิวัฒน์ กล่าวถึงเกมการทำตลาดเชิงรุกว่า สิ่งที่บริษัทฯ จะเน้นในการใช้สินค้าที่ดีมีคุณภาพเป็นตัวนำทัพ เพราะในช่วงที่ผ่านมาสินค้าของ โมสท์ เวลล์ ก็ได้พิสูจน์ให้ผู้บริโภคได้รับรู้แล้วว่า สินค้าของโมสท์ เวลล์ ดีจริงมีผลการทดลองทางคลินิกด้วยทีมนักวิจัยที่เป็นแพทย์ เภสัชกร และนักโภชนาการระดับประเทศ เมื่อทานแล้วเห็นผล และจากการใช้ดีแล้วบอกต่อจนเกิดการซื้อซ้ำ เหตุผลนี้เองที่ทำให้ธุรกิจของ โมสท์ เวลล์ เริ่มที่จะเป็นที่รู้จัก หลังจากที่เปิดตัวมาได้ไม่นาน


ส่วนการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ ในช่วงแรกจะเป็นการสื่อให้คนเครือข่ายได้รับรู้ว่า ธุรกิจของ โมสท์ เวลล์ เป็นธุรกิจสีขาว ภายใต้สโลแกนที่ว่า คุณธรรมคู่คุณภาพ เพี่อสุขภาพ ซึ่งวันนี้คุณภาพจะดีได้ ต้องมีคุณธรรมนำด้วย นั่นก็คือ โมสท์ เวลล์ จะไม่เอาสินค้าที่ไม่มีคุณภาพมาจำหน่าย รวมถึงจะไม่ดำเนินธุรกิจ ด้วยการทำแผนการตลาดที่หลอกลวงชาวบ้านอย่างแน่นอน


โดยเป้าหมายการเติบโตของธุรกิจ โมสท์ เวลล์ นับจากนี้ไป คงไม่มีการตั้งเป้าหมายอะไรไว้มากมาย แต่จะเป็นการวางเป้าในเรื่องของการที่ทำอย่างไร ให้คนที่เข้ามาสู่ธุรกิจของ โมสท์ เวลล์ แล้วมีความสุข ใช้ผลิตภัณฑ์ของเราแล้วเกิดความเชื่อมั่น มีความสุขที่จะไปแนะนำสินค้าให้กับผู้บริโภคได้ใช้ ต่อไปแล้วเป็นแหล่งการสร้างรายได้เป็นธุรกิจส่วนตัว


ส่วนปีนี้ โมสท์ เวลล์ จะมียอดขายอยู่ที่ 100 ล้านบาท ปีถัดไปมียอดขาย 500 ล้านบาท ต่อจากนั้นมียอดขาย 1,000 พันล้านบาท ตามที่มีการโค้ดตัวเลขที่เป็นข่าวมาก่อนหน้านี้ เรื่องนี้ถือเป็น White lies (โกหกสีขาว) แทบทั้งสิ้น เนื่องจากเราไม่ได้มีเป้าหมายที่จะประกาศเป้าแต่อย่างใด แต่ได้ตั้งเป้าไว้คือ ภายใน 3 - 5 ปี นับจากนี้จะต้องอยู่ใน Top10 ของบริษัทขายตรงที่มีภาพลักษณ์สีขาวให้ได้


ณ วันนี้ ถือได้ว่า โมสท์ เวลล์ ได้เปิดดำเนินการมา 5 เดือน ก็ยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่ที่นี่ยังมีจุดแข็งหลายประการด้วยกันคือ อันอับแรกคือ ท่านประธานฯ เน้นการสร้างองค์กรสีขาว เดินตามนโยบายเที่ยงธรรมที่เป็นไม้บรรทัดเหล็ก นั่นคือตรงไปตรงมา หากท่านไม่ชอบอะไร ขอให้พูดกันตรง ๆ


ส่วนใหญ่การตลาดขายตรงมักวัดคนที่สำเร็จด้วยเงิน มีรายได้เป็นมนุษย์เงินล้าน แล้วเอารถ เอาบ้าน เอาเงินมาโชว์กัน ซึ่งจะต้องสร้างภาพกันมาก แต่ที่นี่เน้นระบบสร้างคน ด้วยระบบการฝึกอบรม และมีโครงการที่จะสร้างให้ทุกคนเป็นดิสทริบิวเตอร์ที่มีคุณภาพ เบื้องต้นก็จะอบรมเทคนิคการพบปะกันแบบคนต่อคน เรียกว่าสอนด้วยวิธี การจัดประชุม การนำเสนอ หรือฝึกให้เป็นผู้นำที่ประสบความสำเร็จได้ ต้องทำตามผู้นำให้ได้ ขณะนี้กำลังในอยู่ระหว่างการสร้างตัวนี้อยู่


โมสท์ เวลล์ คือสิ่งที่จะฝากชีวิตและสุขภาพไว้ได้ และที่สำคัญนโยบาบผลิตภัณฑ์ของเราจะออกวางตลาดสินค้าใหม่ทุก ๆ 3 เดือน สำหรับช่วงแรกอาจจะออกมาวางตลาดทุก ๆ เดือน ตอนนี้เรามีสินค้าทั้งหมด 5 ตัว ตัวสุดท้ายที่จะออกมาตีตลาด ก็คือ คอร์ดีเซพส์ (Cordyceps) เป็นตัวถั่งเช่า เป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างชื่อเสียงให้กับคนเอเชียอย่างมาก เพราะว่าก่อนการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่ปักกิ่ง ก็ให้นักกีฬาทาน
ถั่งเช่าเพื่อใช้บำรุงกำลังและทำให้จีนเป็นเจ้าเหรียญทองสำเร็จ


สำหรับสมาชิกหรือผู้นำท่านใดที่ต้องการทำเป็นสต็อกคิดส์ ในเบื้องต้นกำหนดเงินลงทุน 300,000 บาท เรามีเงื่อนไขว่า จะต้องมีสมาชิกอยู่ในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 100 คน เพื่อที่จะให้เขาทำธุรกิจอย่างต่อเนื่องได้ เมื่อมีเครือข่ายแล้ว ทุกคนสามารถทำสต็อกคิดส์ หรือเป็นศูนย์จำหน่ายของตัวเองได้ทันที ปัจจุบันตัวสต็อกคิดส์เรามี ประมาณ 30 ศูนย์ และมีสมาชิกจำนวนกว่า 2,500 คน ซึ่งขอย้ำกันอีกครั้งว่า หากนึกถึง โมสท์ เวลล์ ให้มองที่ตัวสินค้า เพราะเรามีความชำนาญในเรื่องของการทำสมุนไพรสูตรผสม โดยเฉพาะ คาวตอง ซึ่งมีความหลากหลายครบหมด อาทิ คาวตองผสมเห็ดหลินจือ คาวตองสูตรเข้มข้น ที่สามารถพกพาได้ และนี่คือเป้าหมายและนโยบาย ที่เป็นการส่งความสุขเป็นดัชนีชี้วัดความสำเร็จ กับผู้ที่มาร่วมทำธุรกิจกับ โมสท์ เวลล์


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่328 ประจำวันที่16 - 30 กันยายน 2555