ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวสมาคมขายตรง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวสมาคมขายตรง แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2556

จบไม่ลง!แนวคิด4สมาคมขายตรง จิรชัยขอเป็นกาวใจเชื่อมต่อสายสัมพันธ์







943251_556722501045849_2088255802_n (Mobile)

 


เปิดศึกทางความคิด 4 สมาคมขายตรงไทย...ล่าสุด สมาคมธุรกิจเครือข่ายขายตรงไทย หรือ (TDNA) เดินหน้าเข้าพบ เลขาธิการฯ สคบ. จิรชัย มูลทองโร่ย ปรึกษาหารือเรื่องการจัดเตรียมร่างกฎหมายขายตรง...พร้อมสวนกลับ สมาคมการขายตรงไทย ทันควัน การก่อตั้ง สมาพันธ์ขายตรงอาเซียน ไม่ใช่สมาคมเดียวที่ทำได้ ขอให้เข้าใจใหม่...ส่วน ดร.สมชาย นายกสมาคมพัฒนาการขายตรงไทย ย้ำจุดยืนขอส่งเสริมธุรกิจของคนไทย...ด้าน จิรชัย ระบุพร้อมเชื่อมสัมพันธ์ 4 สมาคมให้รวมเป็นหนึ่ง แต่ทั้งนี้ก็ต้องใช้ระยะเวลา


...เปิดศึกเกมทางความคิดกันแบบจ้าละหวั่น สำหรับ 4 สมาคมขายตรงที่ประกอบด้วย 1. สมาคมการขายตรงไทย (TDSA) 2. สมาคมอุตสาหกรรมขายตรงไทย (TDIA) 3. สมาคมพัฒนาการขายตรงไทย (TSDA) และ 4. สมาคมธุรกิจเครือข่ายขายตรงไทย (TDNA) ซึ่งในช่วงที่ผ่านมานั้น ต้องยอมรับว่า การเกิดขึ้นของสมาคมขายตรงทั้ง 4 สมาคมนั้น เมื่อมองดูแล้ว คงต้องบอกว่าเป็นการตกผลึกโครงสร้างทางความคิดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ถึงแม้


นโยบายของทั้ง 4 สมาคมจะมีนโยบายที่คล้ายกันก็คือ การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมขายตรงไทยให้เติบโตสู่


สากลนั่นเอง!!


ประเด็นสมาพันธ์ขายตรงอาเซียน


บ่มจุดแตกหักรอยร้าวที่ควรแก้ไข


...หากใครที่ติดตามความเคลื่อนไหวของ 4 สมาคมขายตรงแบบชนิดติดขอบสนามแล้วล่ะก็ จะพบว่า ในช่วงที่ผ่านมา การปล่อย ขีปนาวุธทางความคิด ของแต่ละสมาคมนั้น ในเชิงของการโชว์ศักยภาพความพร้อมในหลาย ๆ เรื่องถือเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ทำให้แต่ละสมาคมต่างเกิดความไม่พออกพอใจกันเป็นอย่างยิ่ง เห็นได้จาก การเริ่มปะทุแนวทางความคิดในเรื่องของการก่อตั้ง สมาพันธ์ขายตรงอาเซียน นั้น ที่ทาง สมาคมการขายตรงไทย ได้ออกมาประกาศโชว์ออฟขอเป็นแนวหน้าในการก่อตั้ง สมาพันธ์ขายตรงอาเซียน พร้อมกับระบุว่า สมาคมการขายตรงไทย หรือ (TDSA) นั้น คือ สมาคมเดียวที่มีศักยภาพมากพอในการก่อตั้งสมาพันธ์ดังกล่าวได้


และด้วยประเด็นคำว่า สมาคมการขายตรงไทย นั้น ถือเป็นสมาคมเดียวของไทยที่มีศักยภาพมากพอในการที่จะก่อตั้ง สมาพันธ์ขายตรงอาเซียน นี่เอง ที่ทำให้เริ่มมีความเคลื่อนของเหล่าสมาคมต่าง ๆ ออกมาให้เห็นกันแบบ ตาต่อตา ฟันต่อฟัน กันเลยทีเดียว


...อย่างล่าสุดเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2556 ที่ผ่านมา ทาง สมาคมธุรกิจเครือข่ายขายตรงไทย หรือ (TDNA) ที่มี นิโรธ เจริญประกอบ เป็นนายกสมาคมฯ ก็ได้เดินทางพร้อมสมาชิกในสมาคมเข้าพบกับ จิรชัย มูลทองโร่ย เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ในการปรึกษาหารือในเรื่องของการจัดเตรียมร่างกฎหมายขายตรง ซึ่งถือเป็นอีกนโยบายหลักของทางสมาคมนี้นั่นเอง


โดยเนื้อหาสาระของการหารือในครั้งนั้น ทาง นิโรธ เจริญประกอบ นายกสมาคมธุรกิจเครือข่ายขายตรงไทย หรือ (TDNA) ก็ได้มีการชี้แจ้งให้กับทางเลขาฯ สคบ. พร้อมกับสื่อมวลชนที่ได้เข้าร่วมประชุมหารือในครั้งนี้ด้วยว่า วันนี้ทางสมาคมธุรกิจเครือข่ายขายตรงไทยต้องการที่จะยกระดับธุรกิจขายตรงให้ทุกภาคส่วนมีการยอมรับในหลาย ๆ เรื่อง ซึ่งการก่อตั้งสมาคมธุรกิจเครือข่ายขายตรงไทย ทางสมาคมฯ มีนโยบายที่จะรณรงค์ให้มีการแก้กฎหมายหลัก ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเสนอให้มีการจัดตั้งสำนักงานกำกับกิจการขายตรง โดยให้แยกธุรกิจตลาดแบบตรงออกไปเป็นกฎหมายอีกฉบับ รวมถึงการแก้ไขกฎหมายขายตรงในหลาย ๆ เรื่องที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ให้เสร็จ เป็นต้น พร้อมกับ อยากเห็นธุรกิจขายตรงมีหน่วยงานที่ดูแลธุรกิจนี้โดยเฉพาะคล้าย ๆ กับธุรกิจประกันที่มี สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือคปภ. ที่ดูแลธุรกิจประกันทั้งหมด



นิโรธชี้ถอยคำแถลงTDSA


ระบุ!ไม่ใช่สมาคมเดียวที่ดีพอ


ซึ่งนอกเหนือจากในเรื่องของการปรึกษาหารือเกี่ยวกับการแก้ไขกฎหมายขายตรงแล้วนั้น อีกหนึ่งเรื่องที่ทางด้านนายกสมาคมธุรกิจเครือข่ายขายตรงไทย ได้มีการยกขึ้นมาพูดในที่ประชุมครั้งนี้นั่นก็คือ การที่ทางสมาคมการขายตรงไทย หรือ (TDSA) ที่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในประเด็นที่ว่า ขอทิ้งน้ำหนักในเรื่องของการรวบรวมสมาคมต่าง ๆ ให้เกิดเป็น สมาพันธ์ขายตรงอาเซียน นั้น ถือเป็นเรื่องที่เร่งด่วนกว่า การแก้ไขกฎหมายขายตรง


เรียกว่า การที่ทาง สมาคมการขายตรงไทย ออกมาพูดเช่นนี้ ทำให้ฝั่งทาง นายกสมาคมธุรกิจเครือข่ายขายตรงไทย อย่าง นิโรธ เจริญประกอบ ถึงกับเลือดขึ้นหูกันเลยทีเดียว พร้อมกับออกมาโต้กลับทันควันด้วยว่า


... วันนี้ทางสมาคมการขายตรงไทยอาจจะมองว่า สมาคมธุรกิจเครือข่ายขายตรงไทยต้องการที่จะโชว์ออฟในเรื่องของการแก้ไขกฎหมาย ซึ่งทางสมาคมฯ ขอเรียนว่าเราเองไม่เคยพูดว่าสมาคมธุรกิจเครือข่ายขายตรงไทย จะเป็นผู้ที่เสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายขายตรง โดยลำพังแต่อย่างใด เนื่องจากไม่ใช่หน้าที่ของเรา โดยสมาคมอื่น ๆ สามารถที่จะแสดงความคิดเห็นได้ ซึ่งหากสมาคมไหนมีความคิดที่ดี และทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน ก็จะได้นำเรื่องดังกล่าวเสนอต่อ สคบ.ภายหลังต่อไป เนื่องจากมีทาง สคบ. หน่วยงานเดียวเท่านั้นที่จะมีอำนาจในการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวกับรัฐบาล และขอบอกว่า จะไม่มีสมาคมไหนที่มีอำนาจตรงนี้แต่อย่างใด...


นายกสมาคมธุรกิจเครือข่ายขายตรงไทยกล่าวเสริมอีกว่า การที่สมาคมธุรกิจเครือข่ายขายตรงไทยได้เข้าพบกับทางเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ.ในครั้งนี้ เพื่อต้องการมาชี้แจ้งทำความเข้าใจว่า ทางสมาคมฯ มีเจตนารมณ์อย่างไร ที่จะเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายขายตรง และมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ซึ่งในการดำเนินเรื่องดังกล่าวนั้น ก็สุดแต่ทาง สคบ. จะดำเนินการต่อไปในภายหลังต่อไป



จิรชัยพร้อมเชื่อมสัมพันธ์ 4สมาคม


ชี้!เรื่องดังกล่าวต้องใช้ระยะเวลา


...จากประเด็นในหลาย ๆ เรื่องที่ทาง สมาคมธุรกิจเครือข่ายขายตรงไทย ได้เข้าพบกับทาง จิรชัย มูลทองโร่ย เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ในครั้งนั้น พบว่า ทางเลขาธิการสคบ. เอง ต่างเล็งเห็นปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมกับยังได้ขอเป็นกาวใจเชื่อมสายสัมพันธ์ทั้ง 4 สมาคมให้หันหน้าร่วมพูดคุยกันอีกด้วย


สิ่งที่จะทำให้อุตสาห กรรมขายตรงไทยมีความเข้มแข็งนั่นก็คือ การร่วมมือกันในหลาย ๆ ฝ่าย ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม ซึ่งวันนี้หากหลาย ๆ ฝ่ายยังมีแนวคิดที่ไม่ตรงกัน หรือหากมีสมาคมเกิดขึ้นมาใหม่อีก แล้วเราทุกคนจะตอบสังคมได้อย่างไร ซึ่งหลายคนอาจจะมองว่าเป็นไปได้ยาก เนื่องจากแนวคิดของแต่ละสมาคมค่อนข้างแตกต่างกัน แต่ทั้งนี้ตนเองมองว่าทุกอย่างก็ต้องใช้ระยะเวลาเช่นกัน นายจิรชัย กล่าวและว่า พร้อมกันนี้ ทางด้าน จิรชัย ยังได้เผยอีกว่า วันนี้แนวทางการทำงานของสำนัก งานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ได้มีการแบ่งบัญชีการทำงานไว้ 2 ส่วนด้วยกัน คือ ส่วนที่ 1 คือ บัญชีของผู้ที่ทำธุรกิจอยู่จริงในปัจจุบันที่มีอยู่ 353 บริษัท ซึ่งขณะนี้ก็เริ่มมีเพิ่มขึ้นแต่ยังไม่มาก ส่วนที่ 2 คือ บัญชีผู้ที่เข้ามาจดทะเบียน แต่ยังไม่มีการรายงานว่า ทำธุรกิจอยู่


นอกจากนี้ เลขาฯ สคบ. ยังกล่าวยอมรับด้วยว่า สิ่งที่หน่วยราชการถูกจำกัดจากทางภาครัฐมีอยู่ 2 เรื่องด้วยกัน คือ เรื่องแรกกำลังคนที่ถูกจำกัด เรื่องที่สองงบประมาณที่ถูกจำกัด รวมถึงการถูกจำกัดในเรื่องของการจัดตั้งกรมด้วย โดยทางด้าน สคบ. เอง ก็อยากที่จะเห็นการจัดตั้งกรมในลักษณะดังกล่าวที่คล้าย ๆ กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือคปภ. ที่ดูแลธุรกิจประกันทั้งหมดเช่นกัน


วันนี้สิ่งที่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งปัญหาในธุรกิจขายตรงนั่นก็คือ การโฆษณาโดยที่ไม่ได้คำนึงถึงผู้บริโภค ซึ่งทาง สคบ.เอง ก็อยากที่จะให้มีการจัดระเบียบในเรื่องของการโฆษณาด้วยเช่นกัน ซึ่งขณะนี้ธุรกิจขายตรงค่อนข้างที่จะมีโฆษณาที่ไม่ค่อยเหมาะสม นอกจากนี้ ในส่วนของตราสัญญาลักษณ์นั้น ทางสคบ. ยังจะมีการทำต่ออย่างแน่นอน รวมถึงในเรื่องของการแก้ไขกฎหมาย และคณะกรรมการขายตรงให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นด้วย


เปิดใจนายกส.พัฒนาการขายตรงไทย


ย้ำจุดยืน!ขอส่งเสริมธุรกิจของคนไทย


...เช่นเดียวกับทางด้าน สมาคมพัฒนาการขายตรงไทย หรือ (TSDA) ที่มี ดร.สมชาย หัชลีฬหา เป็นนายกสมาคมฯ อยู่ขณะนี้นั้น ก็ได้ออกมาเผยผ่านสื่อในกรณีของการตั้ง สมาพันธ์ขายตรงอาเซียน ว่า ขณะนี้ตนเองมองว่า การจับมือกับทางสมาคมในเมืองไทยที่มีอยู่เยอะแยะมากมายนั้น น่าที่จะเห็นผลมากกว่าการตั้งสมาพันธ์เสียอีก ที่สำคัญ ยังถือได้ว่าน่าที่จะมีอำนาจในการต่อรองมากขึ้นด้วย แต่ทั้งนี้ ทางสมาคมฯ เอง ก็พร้อมที่จะส่งเสริมธุรกิจขายตรงให้เติบโต พร้อมกับต้องการเป็นมิตรกับทุกที่และวันนี้ทางสมาคมฯ เอง ก็ขอที่จะไม่เกี่ยวข้องกับใคร และพร้อมที่จะทำตลาดในไทยรวมถึงส่งเสริมคนไทยด้วย


ดร.สมชาย เผยต่ออีกว่า ในขณะเดียว ภารกิจหลักของ สมาคมพัฒนาการขายตรงไทย นั้น ยังต้องการที่จะพัฒนาองค์กรขายตรงไทยสู่ความเป็นเลิศ พร้อมกับการช่วยเหลือและสนับสนุนธุรกิจขายตรงไทยให้เป็นที่ยอมรับในสากลอีกด้วย รวมถึงทางสมาคมฯ เอง ยังจะมีการทำวิจัยเพื่อศึกษาการทำธุรกิจขายตรง เพื่อให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคและตอบสนองความพึงพอใจของผู้ประกอบการให้มีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงในระดับภูมิภาคด้วย และรับมือกับการแข่งขันในตลาดเออีซีที่จะเกิดขึ้น นอกจากนี้ ยังเชื่อว่าหลังจากที่มีการเปิดเสรีทางการค้าเกิดขึ้น เรื่องของกฎหมายก็น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบของความเป็นอินเตอร์มากขึ้นเช่นกัน เพราะฉะนั้นรูปแบบการพัฒนาต้องให้ทันกับสังคมโลกด้วย


นอกจากนี้ อีกหนึ่งยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ของสมาคมฯ ก็คือ การเป็นตัวแทนรับหน้าที่ในการไกล่เกลี่ยปัญหาต่าง ๆ รวมถึงการสนับสนุนการให้ความรู้แก่สมาชิกในสมาคม เช่น การจัดสัมมนาในเรื่องของหลักสูตรมาตรฐานวิชาชีพการจัดสัมมนากับทางหน่วยงานรัฐบาล เช่น สคบ. บก.ปคบ หรือทาง อย. เป็นต้น พร้อมกับการบูรณาการธุรกิจร่วมกันระหว่างผู้ประกอบการ ผู้จำหน่าย และผู้บริโภค


นับได้ว่า การเปิดเกมทางความคิดของทั้ง 4 สมาคมในธุรกิจขายตรงนั้น อาจจะเรียกได้ว่าแต่ละสมาคมต่างออกมาโชว์ออฟสร้างศักยภาพของตัวเองชนิดที่ว่า ไม่มีใคร ยอมใคร กันเลยทีเดียว...ซึ่งก็ต้องมาติดตามกันดูว่า กับทางเส้นขนานที่มองว่าอาจจะมาบรรจบยากนั้น จะสามารถเดินทางมาพบกันได้หรือไม่ ซึ่งวันนี้ก็ยังไม่มีใครคาดเดาได้ แต่หากทั้ง 4 สมาคมสามารถรวมตัวไปในทิศทางเดียวกันได้เมื่อไหร่ เชื่อว่าอุตสาหกรรมขายตรงไทยก็หย่อมเติบโตอย่างรวดเร็วแน่นอน!!


 


 


 


Credit By :http://www.taladvikrao.com

วันพุธที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

สมาคมขายตรง5ชาติผนึกกำลัง ตั้ง สมาพันธ์ขายตรงอาเซียน








 


ฮือฮา สมาคมขายตรง จาก 5 ประเทศในเอเชีย ซึ่งเป็นสมาชิกของสมาพันธ์การขายตรงโลก(WFDSA) อันประกอบไปด้วย สมาคมการขายตรงจากประเทศไทย(TDSA), สมาคมขายตรงมาเลเซีย(DSAM), สมาคมขายตรงเกาหลีใต้(KDSA),สมาคมขายตรงไต้หวันและสมาคมขายตรงประเทศอินโดนีเซีย เตรียมประสานความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์เพื่อระดมแนวคิดสำหรับการจัดตั้ง สมาพันธ์ขายตรงอาเซียน ขึ้นมาอย่างเป็นทางการโดยมีสมาคมขายตรง(DSA)ซึ่งเป็นสมาชิกของWFDSA เป็นแกนนำในการจัดตังเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการเปิดเสรีประชาคมอาเซียน เบื้องต้นพร้อมยกเครดิตให้กับ สมาคมขายตรงมาเลเซีย เป็นแม่งานหลักในการประสานงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลให้กับประชาชนและภาครัฐเข้าใจธุรกิจขายตรงมากยิ่งขึ้น เชื่อมั่นแนวความคิดนี้มีโอกาสความเป็นไปได้สูงมาก


ดูเหมือนว่าการจุดประกายฝันของ คุณอัศวิน วัฒนปราโมทย์อดีตนายกสมาคมอุตสาหกรรมขายตรงไทย (TDIA) ที่คาดหวังจะประสานความร่วมมือกับสมาคมที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจขายตรงในเมืองไทยไม่ว่าจะเป็นสมาคมการขายตรงไทย(TDSA),สมาคมพัฒนาการขายตรงไทย(TSDA)และสมาคมอุตสาหกรรมการขายตรงไทย(TDIA) เผื่อผนึกกำลังรวมตัวกันจัดตั้ง สมาพันธ์การขายตรงไทยขึ้นมาเพื่อสร้างความแข็งแกร่งในอุตสาหกรรมขายตรงในประเทศไทยและเตรียมความพร้อมรองรับการเปิดเสรีประชาคมอาเซียนที่จะมาในปี 2558 นี้... ล้มเหลวและไม่สามารถเกิดขึ้นมาได้จริงด้วยเหตุเพราะแต่ละสมาคมล้วนมีจุดยืนและมาตราฐานแนวทางในการทำงานที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงอย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วฃ


ถึงวันนี้การจัดตั้งสมาพันธ์การขายตรงไทยได้ล้มพับไปอย่างไม่เป็นท่าเรียบร้อยแล้ว แต่ท่ามกลางความเงียบกริบนี้กลับมีอีกหนึ่งกระแสที่ ใหญ่กว่า เกิดขึ้นมาอีกระลอก เมื่อมีรายงานข่าวระบุว่าสมาคมการขายตรง (Direct Selling Associations :DSA) จาก 5 ประเทศ ซึ่งเป็นสมาคมขายตรงในสังกัดสมาชิกสมาพันธ์การขายตรงโลก (World Federation of Direct Selling Associations: WFDSA) อันประกอบไปด้วยสมาคมการขายตรงไทย , มาเลเซีย,เกาหลีใต้,ไต้หวันและอินโดนีเซีย เตรียมเปิดโต๊ะประชุมร่วมกัน เพื่อระดมความคิดเห็นสำหรับการจัดตั้ง สมาพันธ์ขายตรงอาเซียน ขึ้นมาเพื่อรองรับการเปิดเสรีประชาคมอาเซียน (AEC) ในปี 2558 ที่จะมาถึงนี้


การจัดตั้งสมาพันธ์ขายตรงอาเซียนในครั้งนี้จะมีสมาคมขายตรงจาก 5 ประเทศซึ่งเป็นสมาชิกของ WFDSA เป็นแกนนำกลุ่มมารวมตัวกันเพื่อจัดตั้งสมาพันธ์ฯ ขึ้นมา ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นความลงตัวที่สมบูรณ์แบบที่สุดเพราะสมาคมขายตรงของแต่ละประเทศได้เปิดขึ้นมานานแล้วและมีบริษัทขายตรงที่มีความเป็นมาตราฐานผ่านการคัดกรองคณะกรรมการสมาคมให้เข่าร่วมเป็นสมาชิกเป็นจำนวนมากและที่ผ่านมาสมาคมขายตรงของแต่ละประเทศได้ทำงานเพื่อสังคมมายาวนานในการให้ความรู้กับประชาชน อีกทั้งได้ประสานความร่วมมือให้ความรู้กับหน่วยงานของภาครัฐของแต่ละประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการรวมตัวจัดตั้งสมาพันธ์ขายตรงอาเซียนในครั้งนี้น่าจะเหมาะสมที่สุด แหล่งข่าวระดับสูงกล่าว


สำหรับสมาคมการขายตรงไทย(TDSA) ในยุคที่มี นายกิจธวัช ฤทธิราวี กรรมการผู้จัดการบริษัท แอมเวย์(ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งดำรงตำแหน่ง นายกสมาคมการขายตรงไทย (TDSA) คนปัจจุบันจะเห็นชอบต่อแนวคิดนี้หรือไม่นั้น แหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้ กล่าวว่า เชื่อว่าน่าจะมีโอกาสและความเป็นไปได้ที่สูงมากที่นายกิจธวัชจะประสานงานในเรื่องนี้อย่างจริงจังกับสมาคมขายตรง (DSA) ทั้ง 4 ประเทศคือ มาเลเซีย,เกาหลีใต้,ไต้หวัน และอินโดนีเซีย เนื่องจากทั้ง4 สมาคมต่างก็เป็นสมาชิกของ WFDSA ด้วยกันทั้งหมด ดังนั้นโอกาสที่จะตั้ง สมาพันธ์ขายตรงอาเซียน ขึ้นมาเพื่อรองรับ AEC จึงมีความเป็นไปได้ที่สูงมาก


....ในเบื้องต้นถ้าการรวมตัวของ 5 สมาคมขายตรงจาก 5 ประเทศในเอเชียซึ่งเป็นสมาชิกของ WFDSA ประสบความสำเร็จขึ้นมามีความเป็นไปได้ว่าสมาคมขายตรงประเทศมาเลเซีย(DSAM) จะได้รับการโหวตให้เป็นแม่งานใหญ่ในการดำเนินงานด้านนี้เพราะสมาคมขายตรงมาเลเซียก่อตั้งมานานและมีประสบการณ์ด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับภาคส่วนธุรกิจขายตรงอย่างเคร่งครัดและเชื่อว่าตำแหน่งประธานสมาพันธ์ขายตรงอาเซียนจะมีการสลับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป


ปัจจุบันสมาคมการขายตรงไทย (TDSA) มีสมาชิกประเภทสามัญและประเภทวิสามัญรวมกันประมาณ 33 บริษัทและบริษัทสมาชิกของสมาคมมีทั้งบริษัทต่างชาติและบริษัทขายตรงของคนไทยเข้าไปเป็นสมาชิก โดยในแต่ละปีกลุ่มบริษัทสมาชิกสมาคมฯครองส่วนแบ่งยอดขายประมาณ 70 % ของมูลค่าอุตสาหกรรมโดยรวมในขณะที่สมาคมการขายตรงประเทศมาเลเซียปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมดประมาณ 56 บริษัท ซึ่งสมาคมการขายตรงมาเลเซียมีความโดดเด่นในเรื่องของการยกร่างกฎหมายขายตรงอย่างเข้มงวดมากกว่าประเทศใดๆอ ทั้งนี้เพื่อต้องการให้การประกอบธุรกิจขายตรงมีความโปร่งใสและเป็นมาตราฐานสากลมากขึ้น รวมถึงส่งเสริมธุรกิจขายตรงภายในประเทศให้เติบโตอย่างมีคุณภาพในอนาคตและทำให้นักลงทุนมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น


ทั้งนี้พ.ร.บ.ขายตรงของมาเลเซียได้มีการร่างกฏหมายขึ้นมาใหม่ซึ่งจะทำให้ธุรกิจมีความโปร่งใสและมีจรรยาบรรณมากขึ้นพร้อมทั้งได้กำหนดนิยามคำว่า ขายตรงระบบเครือข่ายหลายชั้น(MLM)และ ปิระมิด ไว้อย่างชัดเจนโดยพ.ร.บ.ขายตรงฉบับใหม่... ได้เพิ่มโทษปรับทั้งตัวบริษัทขายตรงและนักขายที่หลอกลวงประชาชน ในกรณีของนักขายได้เพิ่มวงเงินค่าปรับสูงสุดเป็น 1 ล้านริงกิตมาเลเซียหรือประมาณ 10 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าวงเงินค่าปรับสูงสุดในอดีตที่เคยปรับอยู่ที่250,000 ริงกิตมาเลเซียหรือประมาณ 2,500,000 บาท หรือมีโทษจำคุกไม่ต่ำกว่า 5 ปีหรือทั้งจำทั้งปรับ


ในส่วนของผู้ประกอบการขายตรงของมาเลเซียได้มีการเพิ่มโทษที่หนักกว่าโดยพ.ร.บ. ขายตรงฉบับใหม่ได้เพิ่มวงเงินค่าปรับเป็น 5 ล้านริงกิตมาเลเซีย หรือประมาณ 50 ล้านบาท จากเดิมมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 500,000 ริงกิตมาเลเซียหรือประมาณ 5 ล้านบาทเท่านั้น


ขณะที่สมาคมการขายตรงประเทศเกาหลีใต้(KDSA) ปัจจุบันมีบริษัทขายตรงเข่าร่วมเป็นสมาชิกจำนวน 62 บริษัทและล่าสุดที่ประเทศเกาหลีใต้ได้มีการประกาศใช้กฎหมายขายตรงฉบับใหม่ใหม่ที่มีความเคร่งครัดมากกว่าเดิม โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการจ่ายคอมมิชชั่นให้กับนักขายโดยกฎหมายใหม่นี้ได้กำหนดให้จ่ายค่าคอมมิชชั่นให้กับนักขายโดยกฎหมายใหม่นี้ได้กำหนดให้จ่ายคอมมิชชั่นให้กับนักขายได้ไม่เกิน 35 % เท่านั้น หากบริษัทใดจ่ายคอมมิชชั่นเกินกว่ากฎหมายกำหนดจะถูกปรับไม่ต่ำกว่า 100 ล้านวอนเลยทีเดียว


อย่างไรก็ตาม ถ้าหาก 5 สมาคมขายตรงจาก 5 ประเทศในเอเชียรวมตัวกันได้สำเร็จนอกจากจะก่อเกิดสมาพันธ์ขายตรงอาเซียนเพื่อร่วมมือกันพัฒนาธุรกิจขายตรงให้เข้มแข็งเป็นที่ยอมรับในระดับสากลแล้วส่วนหนึ่งยังสามารถประยุคข้อกำหนดของกฎหมายขายตรงในแต่ละประเทศที่มีจุดแข็งอยู่แล้วมาปรับใช้ในประเทศไทยอีกด้วย ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับทุกภาคส่วนเลยทีเดียว


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ Leader Time ปีที่9 ฉบับที่ 211 ปักษ์หลังประจำวันที่ 16-30 พฤศจิกายน 2555

วันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ข่าวสมาคมขายตรง : ส.อุตสาหกรรมขายตรงวุ่ย "อัศวิน วัฒนปราโมทย์" ลาออกสายฟ้าแลบ!!!


ศึกสมาคมอุตสาหกรรมขายตรงไทยป่วนหนัก เมื่อ อัศวิน วัฒนปราโมทย์ นายกคนล่าสุดประกาศลาออก เหตุโยงใยหลายเรื่อง ทั้งการสานต่อนโยบายรวมเป็น สมาพันธ์ไม่เป็นผล และแผนภายใน TDIA ไม่ลงตัว ชี้รับตำแหน่งกุมภาพันธ์ 2555 จนถึงปัจจุบัน ยังไม่ส่งมอบตำแหน่งอย่างเป็นทางการ เสมือน เป็นนายกเถื่อน อัศวิน ลั่น! จากนี้ไปขอโฟกัส บริษัทส่วนตัวเท่านั้น พร้อมหันหลังให้กับ TDIA ทันที


ภายหลัง ศิริพร ธรรมภักดี นายกสมาคม อุตสาหกรรมขายตรงไทย หรือ TDIA หมดวาระลง เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2555 ที่ผ่านมา จนสมาคมฯ ได้มีการเลือกนายกสมาคมฯคนใหม่ ซึ่งได้เลือก อัศวิน วัฒนปราโมทย์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท นอร์ทเทอร์น โพรไบโอติค จำกัด, บริษัท โพรแลค (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท โดกุดามิ เอเชีย จำกัด เข้ารับตำแหน่งอย่างไม่เป็นทางการเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2555 ที่ผ่านมา จนนายกสมาคมอุตสาหกรรมขายตรง คนใหม่ได้ประกาศนโยบายการบริหารงานในสมาคมฯ ว่าจะ ดำเนินการไปในทิศทางใด ซึ่งนโยบายหลักที่ถือเป็นหัวใจ สำคัญของ อัศวิน คือ การร่วมกันผลักดันให้ 3 สมาคม ขายตรง หล่อหลอมเป็นน้ำหนึ่งอันเดียวกัน จนกลายเป็น สมาพันธ์การขายตรงไทย


อัศวิน วัฒนปราโมทย์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมขายตรงไทย หรือ TDIA กล่าวว่า หลังรับตำแหน่งนายก- สมาคมฯ ตนได้สานต่อเจตนารมณ์ในการร่วมพูดคุยกับ 2 สมาคมขายตรงในการรวมตัวเพื่อจัดตั้ง สมาพันธ์การขาย- ตรงไทย ซึ่งท้ายที่สุดการสานต่อนโยบายดังกล่าวต้อง ล้มเลิกลง เนื่องจากวิสัยทัศน์ของแต่ละคนแตกต่างกัน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ ดร.สมชาย หัชลีฬหา เลขานุการและฝ่าย- วิชาการ สมาคมพัฒนาการขายตรงไทย ได้เห็นด้วยกับการ รวมตัวเพื่อก่อตั้งเป็นสมาพันธ์การขายตรงด้วยเช่นเดียวกัน


เราไม่สามารถประสานงานให้เกิดความกลมเกลียว เป็นสมาพันธ์ได้ มันไม่สำเร็จ เรื่องนี้ก็อยากฝากไปถึงนายก สมาคมการขายตรงไทยด้วยว่า ทำอะไรให้คิดถึงสังคมไทย ด้วย ต้องบอกว่าความตั้งใจของผมที่จะรวมตัวเป็นสมาพันธ์ นั้นมีมาก แต่เมื่อมันไม่เกิดผล ก็ขอโอกาสหน้าคว้าใหม่


ทั้งนี้ เมื่อการสานต่อเจตนารมณ์ไม่เป็นผล จึง ขอประกาศลาออกจากการเป็นนายกสมาคมอุตสาหกรรม ขายตรงไทย ด้วยเหตุผลหลักหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นการ เชื้อเชิญหลายๆ บริษัท ให้เข้าเป็นสมาชิกในสมาคมอุตสาห- กรรมขายตรงไทย นอกจากนี้การทำงานเพื่อให้สำเร็จลุล่วง ได้นั้น จะต้องมีคณะกรรมการที่เข้มแข็ง และมีวัตถุประสงค์ เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งเหตุผลทั้งหลายทั้งปวงไม่ได้ บรรลุตามเป้าหมาย จึงไม่อยากเสียเวลาในการพัฒนา อุตสาหกรรมขายตรงต่อไป และอยากเปิดทางให้คนอื่น ได้เข้ามาทำหน้าที่ต่อไป


เหตุผลของการลาออกครั้งนี้ ถามว่าถอดใจมั้ย เรื่องนี้ไม่ถอดใจ แต่หนักใจกับคน อย่างที่ผ่านมาผมได้เรียก ประชุมวิสามัญ ปรากฏว่ามากันไม่ครบองค์ประชุม ฉะนั้น การเปลี่ยนแปลงกฎใดๆ ในสมาคมฯ จึงไม่สามารถแก้ไขได้ เพราะมาไม่ครบองค์ประชุม เรื่องนี้บอกได้คำเดียวว่าผมยัง ไม่มีเวลาหล่อหลอมความคิดให้เป็นหนึ่งเดียว ดังนั้น จากนี้ ไปผมก็จะมุ่งหน้าทำงานของบริษัทต่อไป ทั้งงานในประเทศ และต่างประเทศ ตอนนี้คิดว่าส่วนตัวจะไม่เกี่ยวข้องกับ สมาคมฯ แต่ตัวบริษัทยังคงอยู่ในสมาคมต่อไป และจากนี้ไป ก็จะยื่นใบลาออกเร็วๆ นี้


อย่างไรก็ดี หลังเข้ารับตำแหน่งนายกสมาคมอุตสาห- กรรมขายตรงไทย ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2555 ที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ยังไม่มีการยื่นเรื่องเปลี่ยนแปลงชื่อนายกสมาคมฯ อย่างถูกต้องตามกฎของสมาคมฯ แต่อย่างใด ซึ่งชื่อที่ยัง ลงนาม ยังคงเป็นชื่อนายกสมาคมฯ คนเก่าอย่าง ศิริพร ธรรม- ภักดี หรือชื่อที่ใช้ในการลงนามบนเอกสาร คือ ทิพย์ปาลิดา ปวินนฎอัคริมา ซึ่งความเป็นจริงขั้นตอนในการรับตำแหน่ง นั้นตนยังไม่ได้เป็นนายกสมาคมฯ อย่างถูกต้องตามกฎ


สำหรับประเด็นการลาออกของนายกสมาคมอุตสาห- กรรมขายตรงไทยมีหลายประเด็น และเป็นที่น่าสังเกตว่า การ ประกาศลาออกครั้งนี้ คณะกรรมการและสมาชิกในสมาคม ต่างตกใจ และยังไม่มีใครรู้มาก่อนว่าจะมีการลาออกใน ครั้งนี้ ซึ่งหากจะกล่าวภาพรวมที่มีผลทำให้ อัศวิน ลาออก ในครั้งนี้ คือ กฎบางข้อในสมาคมฯ ที่ต้องมีการแก้ไข อีกทั้ง การรวมตัวกันในสมาคมฯ เพื่อสร้างความเข้มแข็งก็ยัง ไม่เกิดผล ที่สำคัญคือประเด็นการส่งมอบตำแหน่งนายก- สมาคมฯ ให้กับนายกคนใหม่นั้นยังไม่ได้ทำอย่างถูกต้อง ซึ่งเป็นเวลา 5 เดือนแล้วที่ อัศวิน รับตำแหน่ง แต่ในการ เซ็นชื่อลงนามต่างๆ ยังคงเป็นชื่อของนายกสมาคมอุตสาห- กรรมขายตรงคนเก่าอย่าง ศิริพร ธรรมภักดี


เรื่องนี้ยังคงต้องติดตามกันต่อ ว่าหลังจากนี้ไป สมาคมอุตสาหกรรมขายตรงไทย จะดำเนินการไป ในทิศทางใด เมื่อไร้นายกสมาคม และใครที่จะเข้ามานั่ง ตำแหน่งนายกสมาคมฯ แทนที่ อัศวิน วัฒนปราโมทย์ ที่ลาออกไป


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 204 วันที่ 1-15 สิงหาคม พ.ศ. 2555