ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เอมสตาร์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เอมสตาร์ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ข่าวเอมสตาร์ (Aimstar Network) : "เอาชนะอุปสรรคของหัวใจ เดินต่อไปสู่เป้าหมายอย่างมั่นคง" วชิราภรณ์ อุณหประเสริฐกูล และ ปกรณ์ บุญฤทธิ์ธงไชย นักธุรกิจเอมสตาร์ ระดับดับเบิ้ลไดมอนด์สตาร์







Capture (Mobile)


วชิราภรณ์ อุณหประเสริฐกูล และ ปกรณ์ บุญฤทธิ์ธงไชย นักธุรกิจเอมสตาร์ ระดับดับเบิ้ลไดมอนด์สตาร์ ต้นแบบของคนรุ่นใหม่ไฟแรงที่ประสบความสำเร็จจากธุรกิจเอมสตาร์ เพียงแค่ 3 ปีที่ฉีกกรอบความคิกเก่าๆ ออกมามาแสวงหาประสบการณ์ใหม่ๆ ในธุรกิจเครือข่ายโดยได้รับคำแนะนำจากมนุษย์เงินล้านคนแรกของเอมสตาร์ คือ ภก.ธนะสิทธิ์ พรสิริกุลนันท์ และคุณธัณย์ชยา พัชรกุลไพสิฐ


สำหรับก้าวย่างความสำเร็จในวันนี้ของ วชิราภรณ์ อุณหประเสริฐกูล และ ปกรณ์ บุญฤทธิ์ธงไชย ทั้งคู่ได้เผยถึงแง่คิดดีๆ จากธุรกิจเอมสตาร์ว่า การสร้างธุรกิจเครือข่ายผู้บริโภคนั้น เป็นธุรกิจที่มีศักยภาพสูงเป็นอันดับต้นๆของโลก สามารถสร้างรายได้มหาศาล และที่สำคัญสิ่งที่สร้างเป็นทรัพย์สินที่สามารถสร้างรายได้ให้ตลอดกาล และธุรกิจเอมสตาร์มีปัจจัยที่มีผลต่อการสร้างเครือข่ายผู้บริโภคให้ประสบความสำเร็จได้นั้น มีครบทุกปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการทำธุรกิจ (BUSINESS MODEL) ที่ให้ผลตอบแทนคนใหม่สูงสุดแทนห้างสรรพสินค้า อีกทั้งทางด้านสินค้า ด้วยแนวคิดการใช้นวัตกรรมใหม่ล่าสุดในระดับแนวหน้า (FRONTLINE INNOVATION) มาผลิตสินค้า ทำให้เครือข่ายมีการบริโภคสินค้าอย่างต่อเนื่อง ก่อเกิดเป็นความมั่นคง และปัจจัยสุดท้าย หุ้นส่วนทางธุรกิจแบบเอมสตาร์ เป็นบริษัทที่มีธรรมมาภิบาล ต้องการช่วยเหลือผู้คนอย่างแท้จริง และเป็นบริษัทที่มีความมั่นคงทางการเงินสูงมาก


สิ่งที่โดดเด่นของเอมสตาร์ที่แตกต่างจากบริษัทเครือข่ายอื่นๆ คือ เรื่องของวัฒนธรรมการเรียนรู้ซึ่งเป็นรากฐานของความมั่นคงของเครือข่าย เธอตัดสินใจมุ่งมั่นและทุ่มเทในการสร้างธุรกิจภายใต้หุ้นส่วนทางธุรกิจที่ดีที่สุดคือ บริษัท เอมสตาร์ เน็ทเวิร์ค จำกัด


การก้าวเข้ามาในธุรกิจเอมสตาร์ครั้งนี้ วชิราภรณ์ และ ปกรณ์ ทั้งคู่มองว่า เอมสตาร์จะเป็นธุรกิจที่เป็นกุญแจสู่คำว่า อิสรภาพให้ชีวิตของทั้งสองได้ เพราะเชื่อมั่นว่าด้วยแผนการตลาดที่ดีที่สุด และสินค้าที่ยอดเยี่ยมจะทำให้ทั้งคู่ถักทอเครือข่ายที่เป็นทรัพย์สิน (ASSET) สำเร็จแน่นอน จึงตัดสินใจอย่างมุ่งมั่น และทุ่มเทอย่างสุดความสามารถ โดยทางด้าน วชิราภรณ์ ได้ตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิตที่จะปิดกิจการที่เป็นเจ้าของ คือบริษัท PROFESSIONAL SCAN ที่เป็นบริษัทเกี่ยวกับระบบ ELECTRONIC DOCUMENT ที่สร้างรายได้ให้เธอมากกว่า 4 แสนบาทต่อเดือน เพื่อเธอจะลงมาทุ่มเทในธุรกิจ เอมสตาร์ ส่วนทางด้าน ปกรณ์ ก็มีธุรกิจบริษัท PROFESSIONAL SCAN และบริษัท INTERIOR DESIGN เขาคิดว่านี่ไม่ใช่คำตอบของชีวิต จนกระทั่งมาพบธุรกิจเอมสตาร์


วชิราภรณ์ และ ปกรณ์ ได้เริ่มเข้ามาทำธุรกิจเอมสตาร์ ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2552 เปรียบเสมือนการสร้างตึกขนาดใหญ่จากเดือนแรกทั้งคู่มีเครือข่ายไม่ถึง 100 คน ด้วยการใช้ความจริงใจนำทางธุรกิจ ทำให้ทั้งคู่ไต่เต้าความสำเร็จสู่ตำแหน่งแพลทตินัมสตาร์ (PLATINUM STAR) ด้วยรายได้กว่า 30,000 บาท และการเติบโตต่อเนื่องไม่หยุด จนกลายเป็นปรากฏการณ์ รายได้ทั้งคู่พุ่งทะยาน ในเดือนที่ 2 ทั้งคู่จบตำแหน่ง รูบี้สตาร์ (RUBY STAR ) ด้วยรายได้ 100,000 บาท เดือนที่ 3 ขึ้นตำแหน่งแซฟไฟร์สตาร์ (SAPPHIRE STAR) ด้วยรายได้ 170,000 บาท ในเดือนที่ 4 ขึ้นตำแหน่งเอมเมอร์รัลด์สตาร์ (EMERALD STAR) ด้วยรายได้ 220,000 บาท ในเดือนที่ 5 ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง ไดมอนด์สตาร์ (DIAMOND STAR) ด้วยรายได้ 340,000 บาท และรายได้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่มีหยุด จนในเดือนที่ 13 พิชิตรายได้กว่า 1,000,000 บาท และทั้งสองก็ได้รับเกียรติเป็นมนุษย์เงินล้านคนที่ 8 ของเอมสตาร์ที่รวดเร็วที่สุดเพียงใช้ระยะเวลาแค่ 13 เดือน และเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาทั้งคู่ได้รับเกียรติจากบริษัทอีกครั้งในตำแหน่งดับเบิ้ลไดมอนด์สตาร์ (DOUBLE DIAMOND STARX) ณ ปัจจุบันรายได้รวมทั้งสิ้นตลอดระยะเวลา 3 ปี กว่า 50,000,000 บาท และในเดือนธันวาคม ที่ผ่านมาทั้งคู่ได้พิชิตคุณสมบัติ ขึ้นสู่ตำแหน่งนักธุรกิจเอมสตาร์ระดับทริปเปิ้ลไดมอนด์สตาร์ อีกด้วย


วชิราภรณ์ เผยถึงข้อคิดดีๆ กับการเริ่มต้นทำธุรกิจเอมสตาร์ว่า คนมักตั้งคำถามให้ชีวิตว่า หนึ่งชีวิตทำอย่างไรให้พบความสุข ตนเคยพยายามค้นหางานที่จะตอบโจทย์ชีวิต เพราะเชื่อว่าสิ่งสำคัญที่สุดในการจะประสบความสำเร็จในชีวิต คือ ความสามารถบนโอกาสที่ถูกต้อง


ไม่เพียงเท่านี้ ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ทั้งคู่มีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวกับธุรกิจเอมสตาร์กว่า 14 ประเทศ และต่อจากนี้ทั้งชีวิตตลอดไป เพราะเอมสตาร์ให้เกียรติมนุษย์เงินล้านทุกทริปการท่องเที่ยว สิ่งที่สำคัญที่สุด ทั้งคู่ยังช่วยเหลือเพื่อนที่ตามทั้งคู่มาให้ประสบความสำเร็จในธุรกิจเอมสตาร์ จำนวนกว่า 15 คนที่มีรายได้มากกว่า 500,000 บาทต่อเดือน และกว่า 200 คนที่มีรายได้มากกว่า 100,000 บาทต่อเดือน สิ่งนี้เป็นคุณค่าที่ยิ่งใหญ่ ที่ทำให้ทั้งคู่ได้พบว่า วันนี้ชีวิตคนธรรมดา 1 คน ช่างมีคุณค่าได้มากมาย เมื่อเราเจอเครื่องมือที่ชื่อธุรกิจเอมสตาร์ ธุรกิจที่เราสามารถหยิบยื่นคุณค่าของ 1 ชีวิตให้ผู้คนได้มากมาย


ตลอดเส้นทางแห่งความสำเร็จในธุรกิจ AIMSTAR มีบุคคลสองท่านที่ต้องขอกล่าวยิ่งกว่าคำว่าขอบคุณ ให้กับท่านทั้งสอง พญ.ลพา และ นพ.พนินท์ ที่เป็นเสมือนผู้ให้โอกาสและเป็นแบบอย่างของความสำเร็จที่ดีเสมอมา จนมาในเวลานี้ เราได้เรียนรู้หลายๆสิ่งหลายๆอย่างในธุรกิจไม่ใช่แค่เพียงในเรื่องของการสร้างรายได้ท่านั้น ยังมีโอกาสได้เรียนรู้ถึงคุณค่าของคำว่าโอกาส เข้าใจความหมายของคำว่าแบ่งปัน เห็นความสำคัญของเวลาที่มีเหลืออยู่ และยังได้มีโอกาสทำสิ่งล้ำค่าที่สุดคือการได้มีโอกาสได้ทำหน้าที่ของลูกอย่างแท้จริง และเข้าใจความหมายของคำว่าคุณค่าชีวิต





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.Leader Time ฉบับที่ 222 ประจำวันที่ 1-15 พฤษภาคม 2556

วันพุธที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

MLM Gossip (ล้วงลับคนธุรกิจเครือข่าย) ซุบซิบ ค่าย "เอมสตาร์ (Aimstar Network)"







lapa_watcharasriroj (Mobile)









พูดถึงบริษัทขายตรงที่สามารถดึงเอาพลังคนหนุ่มคนสาวมาร่วมธุรกิจได้มากที่สุดเมื่อ 3-5 ปีที่ผ่านมาคงไม่มีใครปฏิเสธว่า ค่ายเอมสตาร์เน็ตเวิร์ก ของ หมอลพา วัชรศรีโรจน์ กับ หมอพนินทร์ ชนเลอเกียรติ ประสบความสำเร็จอย่างสูงสุดในการปั้นกลุ่มคนรุ่นใหม่เข้ามาสู่ธุรกิจขายตรงและในวันนี้ก็ยังคงมีภาพเช่นนั้นให้เห็นอย่างต่อเนื่อง และนอกจากเอมสตาร์แล้ว ค่ายยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง เป็นอีกค่ายหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในการสร้างฐานสมาชิกในวัยหนุ่มสาวให้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในระดับแถวหน้าได้มากที่สุด แถมคนหนุ่มคนสาวของค่ายนี้มี ต้นทุนชีวิต ที่เพอร์เฟ็คมาก่อนทำธุรกิจซะด้วยซ้ำ...ซึ่งข้อดีก็คือคนกลุ่มนี่มีกำลังทรัพย์ กล้าลงทุน กล้าเปลี่ยนแปลงเพื่อความสำเร็จด้วยมือของตัวเอง วันนี้พวกเขาจึงประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่คู่ควรกลับรถหรูลัมบอร์กินีราคาแพงจริงๆ...และโปรดอย่าบอกใครนะครับว่า... ทำธุรกิจขายตรงไม่ต้องใช้ทุทรัพย์ใช้แต่ความมุ่งมั่นพยายามเพียงอย่างเดียวก็ประสบความสำเร็จได้




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.Leader Time ฉบับที่ 221 ประจำวันที่ 16-30 เมษายน 2556

วันพุธที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2556

ข่าวเอมสตาร์ (Aimstar Network) : เอมสตาร์ บุกหนักตลาดนอก รุกเปิดสาขาใหม่ 4 แห่งรวด









เอมสตาร์ โหมตลาดต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ ลุยเปิดศูนย์บริการในประเทศเพิ่มอีก 20 แห่ง ตบเท้าขยายสาขาเอมสตาร์เพิ่ม 4 จังหวัด พร้อมเดินทัพสร้างแบรนด์ในลาว กัมพูชา และญี่ปุ่น รวมถึงสหรัฐอเมริกา วาดเป้าขยายธุรกิจสู่ประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เฉลี่ยปีละ 1-2 ประเทศ ฟุ้งเดือนพฤษภาคม 2556 นี้ เปิดทำการในกรุงย่างกุ้งประเทศพม่า ได้เป็นลำดับแรก ก่อนที่จะลุยตลาดมาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์


ทญ.ลพา วัชรศรีโรจน์ ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท เอม สตาร์ เน็ทเวิร์ค จำกัด กล่าวว่า จากนี้ไป บริษัทตั้งเป้าเติบโตในประเทศ ขณะที่แผนระยะยาว 3-5 ปีนับจากนี้ มีเป้าหมายการวางขอบเขตและแผนงานเพื่อรองรับการเติบโต โดยแบ่งเป็นแผนงานภายในประเทศและแผนงานต่างประเทศ


ทั้งนี้ แผนงานภายในประเทศ บริษัทมีแผนเปิดศูนย์บริการสาขาเพิ่ม 20 แห่ง รวมทั้งหมดกว่า 50 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเป็นการรองรับความต้องการสินค้าในแต่ละพื้นที่ โดยในเดือนมีนาคมนี้บริษัทจะเปิดสาขาใหม่พร้อมกัน 4 จังหวัด ได้แก่ จ.กระบี่ , ชุมพร, ประจวบคีรีขันธ์ และลพบุรี นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมต่อเนื่องอย่างการจัดงานแสดงสินค้าเอมสตาร์ระดับภูมิภาค ทั้งภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงการจัดประกวดแอสนี่ แมน แอนด์ วูแมน ประจำวันปี 2556 ในเดือนมิถุนายน ที่จะถึงนี้


ขณะที่แผนขยายตลาดต่างประเทศนั้น บริษัทได้เปิด บริษัท เอมสตาร์ เน็ทเวิร์ค (สปป. ลาว) จำกัดอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2555 ที่ นครหลวงเวียงจันทร์ ด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเท่านั้น ซึ่งระยะเวลาไม่ถึง 3 เดือน มีจำนวนสมาชิกสูงถึงกว่า 6,000 คน และสร้างยอดธุรกิจได้ 20 ล้านบาท อย่างไรก็ดี บริษัทจะมีการเพิ่มเติมกลุ่มผลิตภัณฑ์ 4 กลุ่มโดยเฉพาะกลุ่มเครื่องสำอางและถนอมผิวแอสนี่เพื่อรองรับความต้องการของตลาด รวมทั้งในวันที่ 17 มีนาคม 2556 นี้ บริษัทจะมีการเปิดศูนย์บริการเอมสตาร์ สาขาสะหวันเขต ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศลาว สามารถเชื่อมต่อกับ จ.มุกดาหาร ของประเทศไทยได้ทางสะพานมิตรภาพไทย-ลาว2


ในส่วนของ บริษัท เอมสตาร์ เน็ทเวิร์ค (กัมพูชา) จำกัด ที่ได้เปิดทำการไปแล้วตั้งแต่ปี 2551 ที่เริ่มต้นจากคูหาเล็กๆ และเมื่อเดือนตุลาคม 2555 ที่ผ่านมา เอมสตาร์ (กัมพูชา) ได้ฉลองเปิดสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ที่ทันสมัยบนชั้น 3 ของอาคารพนมเปญทาวเวอร์ กรุงพนมเปญ และยังเป็นสาขาต่างประเทศแห่งแรกที่ได้เริ่มการรับสมัครผู้เข้าประกวด แอสนี่ แมน แอนด์ วูแมน ประจำวันปี 2556 นี้อีกด้วย โดยมีกำหนดการประกวดรอบตัดสินกลางคืนของวันที่ 24 มีนาคม 2556 โดยในช่วงเช้าของวันเดียวกัน จะเป็นงานเอ็กซ์โปแสดงสินค้าเอมสตาร์ประจำปี 2556 ที่ กัมพูชา ส่วนการเปิดศูนย์บริการเอมสตาร์ เพิ่มเติมในเมืองอื่นๆ ของกัมพูชา กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการ


ทญ.ลพา กล่าวต่อว่า บริษัท เอม สตาร์ เน็ทเวิร์ค (ญี่ปุ่น) จำกัด ที่เปิดดำเนินธุรกิจไปแล้ว เมื่อปี 2551 โดยเริ่มแรกเป็นเพียงพื้นที่ 35 ตร.ม.บนชั้น 2 ของอาคารพาณิชย์ย่านคินซีโจว กรุงโตเกียว ต่อมาบริษัทได้ขยายพื้นที่สำนักงานใหญ่ โดยย้ายมาตั้งอยู่ที่ชั้น 7 ด้วยขนาดพื้นที่ 359 ตร.ม. ของอาคารคูคิยา ย่านชิบูย่า กรุงโตเกียว และได้มีการเพิ่มเติมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเดอร์มารีนในปีที่ผ่านมา สำหรับในปีนี้จะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มแอสนี่อีกด้วย


อย่างไรก็ดี การขยายตลาดต่างประเทศไปยัง สหรัฐอเมริกา ภายใต้ บริษัท เอมสตาร์ เน็ทเวิร์ค (สหรัฐอเมริกา) จำกัด เปิดทำการไปตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2554 ด้วยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้ำมันรำข้าวลัจมูกข่าวไวทอลสตาร์ และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเดอร์มารีน โดยในปีนี้จะมีการเพิ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมัลติโปร และกลุ่มสินค้าแอสนี่ที่โดเด่น โดยเฉพาะ แอสนี่ คอนเซนเทรตมาสก์ และแอสนี่ ไบรท์เทนนิ่ง สครับ เป็นต้น


สำหรับการขยายธุรกิจเอมสตาร์สู่ประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะมีการขยายไปในแต่ละประเทศโดยเฉลี่ยปีละ 1-2 ประเทศ สำหรับในเดือนพฤษภาคม 2556 นี้ คาดว่าจะเปิดทำการในกรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า และตามด้วยเวียดนาม ขณะที่ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่น่าสนใจ ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ เป็นต้น




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 219 ประจำวันที่ 16-31 มีนาคม 2556

วันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

วันอาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2555

คุณ สุไลมาน ดาดา นักธุรกิจเอมสตาร์ (Aim Star) ระดับ ดับเบิ้ลไดมอนด์สตาร์ (Double Diamond Star)


ชีวิตเดิมก่อนเข้าสู่ธุรกิจเครือข่าย


ก่อนเข้ามาทำธุรกิจกับ เอมสตาร์ เป็นคนหาดใหญ่โดยกำเนิดจบปริญญาตรีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สาขา วิทยาการจัดการ คอมพิวเตอร์ธุรกิจ ที่หาดใหญ่ มีพี่น้องทั้งหมด 4 คน เป็นลูกชายคนโตเมื่อเรียนจบก็มุ่งหน้าเข้าสู่ธุรกิจเครือข่ายเลยเพราะมองว่าเป็นธุรกิจที่มีลิขสิทธิ์และมีความมั่นคงโดยเฉพาะธุรกิจเอมสตาร์ และคนในครอบครัวของผมก็ทำธุรกิจเอมสตาร์กันทุกคน


จุดเริ่มต้นการทำธุรกิจเอมสตาร์


โดยส่วนตัวแล้วเป็นคนมีฝันและเป็นคนมีเป้าหมาย เข้ามาทำธุรกิจเน็ตเวิร์คตั้งแต่ ปี 47 หลังจากเรียนจบเจอกับธุรกิจเอมสตาร์ ในครั้งแรก ปี 2551 รู้สึกได้เลยและมีความประทับใจในหลายๆส่วนของบริษัท โดยมีคุณ ณัฐพงชัย อักษรสิทธิ์ เป็นผู้ที่เปิดโอกาสเข้าสู่ธุรกิจเอมสตาร์ โดยมีการบอกเล่าถึงเรื่องราวมากมายของบริษัทแต่จุดเปิดใจครั้งสำคัญของผมจริงๆ ก็คือได้อ่านหนังสือพิมพ์ เส้นทางนักขาย-ธุรกิจเครือข่าย เป็นงาน เอ็กซ์โปคอนเวนชั่น จัดขึ้นที่เซ็นทรัลเวิลด์ ก็เลยมีโอกาสไปดูงานก็มีความรู้สึกว่าลักษณะงานของ เอมสตาร์ เป็นเครือข่ายผู้บริโภค


จุดเปิดใจครั้งนั้นก็เลยได้รู้ว่าเป็นบริษัทที่ดีและได้ตัดสินใจเข้ามาทำเป็นบริษัทที่มีวัฒนธรรมและองค์กรของการเรียนรู้และได้พบกับผู้บริหาร ทญ. ลพา วัชรศรีโรจน์ ประธานผู้ก่อตั้งบริษัท ต้องบอกเลยว่ามีความประทับใจโดยส่วนตัวมาก เพราะท่านคือคนที่แบ่งปันเราเป็นพาร์ทเนอร์ของบริษัท ก็มีความรู้สึกว่าถ้าเราเป็นนักธุรกิจ เอม สตาร์ สิ่งที่ดีที่สุดถ้าเราเป็นผู้นำคนหนึ่งที่ต้องการแบ่งปันโอกาสไปสู่ผู้คนให้มากที่สุด


ความยากง่ายก่อนเข้าสู่ธุรกิจ


ณ จุดเริ่มต้นที่เข้ามาเริ่มต้นกับธุรกิจ เอม สตาร์ เริ่มจากการที่ต้องใช้สินค้าด้วยตัวเองเพื่อได้รู้ถึงประสิทธิภาพของสินค้าเพื่อให้ตัวเองเป็นผลิตผลของผลิตภัณฑ์เพื่อที่จะได้ง่ายต่อการชักชวนคนและบอกต่อ จุดที่สำคัญที่สุดคือการเปิดใจในการใช้สินค้าและต้องเปิดใจในการเรียนรู้ระบบธุรกิจโดยส่วนตัวแล้วเป็นคนที่ชอบเรียนรู้อยู่แล้วจึงทำให้เข้ากับระบบของเอมสตาร์ ได้ง่ายขึ้น และก็เริ่มต้นจากการชักชวนคนใกล้ตัวเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ประสบความสำเร็จ จุดมุมมองของผมคือการเพิ่มความเชื่อจากการใช้สินค้าก่อน เริ่มต้นธุรกิจจากคนใกล้ตัวแล้วนำคนสู่การเรียนรู้คอร์ส เดอะวินเนอร์ ซึ่งเป็นแกนใหญ่ของบริษัทซึ่งจัดขึ้นเดือนละ 1 ครั้งที่อิมแพคอารีนาเมืองทองธานี เป็นการตอบโจทย์แบบฟังก์ชั่นการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพและการมีสินค้าที่หลากหลายของบริษัทที่ใช้ในชีวิตประจำวันทำให้ทุกคนประสบความสำเร็จ


จุดแข็งคือ ลิขสิทธิ์กับเอมสตาร์


จุดแข็งของเอมสตาร์น่าจะเป็นเรื่องของความลงตัวทางธุรกิจ เพราะเครือข่าย ผู้บริโภคมีการซื้อซ้ำ ผมมองว่าเป็นลิขสิทธิ์กับธุรกิจเอมสตาร์ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่เป็น ฟ้อนไลน์เอ็นนีเวชั่น และก็วัฒนธรรมองค์กรแห่งการเรียนรู้ ถ้าเปรียบเทียบเป็นผมในอดีตความเข้าใจในธุรกิจเราไม่ได้ดีมาก เราจะเข้าใจว่าการทำธุรกิจคือ การขาย


การแบ่งปันความรักในโลกธุรกิจ


การเรียนรู้เป็นสิ่งที่สำคัญ แต่ ความสามารถในการเรียนรู้ จะสุดยอดมากกว่า เพราะความสามารถในการเรียนรู้ จะมีได้ไม่เท่ากัน ทำให้เราต้องเรียนรู้ตลอดเวลาเรียนรู้จนต้องหล่อหลอมตัวเองหล่อหลอมหัวใจ ในตอนแรกเราก็ไม่ได้มีความรักอะไรเยอะแยะมากมายขนาดนั้น แต่เมื่อทำไปเรื่อยๆ การแบ่งปันความรักก็จะเกิดขึ้นความเข้าใจผู้คนก็จะมากขึ้น เพราะเรามีองค์กรขนาดใหญ่ คนมีหลากหลายแต่ความรักที่เกิดขึ้นจะได้อยู่ระยะยาว


สิ่งที่ได้จากธุรกิจเอมสตาร์


หลังจากทำธุรกิจเครือข่าย เอมสตาร์ เป็นเวลา 4 ปี ได้ขึ้นตำแหน่งนักธุรกิจเอมสตาร์ ระดับดับเบิ้ลไดมอนด์สตาร์ มีสมาชิกภายในองค์กรกว่า 2 แสนคน ที่มีความมั่นคนในธุรกิจเครือข่ายเอมสตาร์ และมีรายได้กว่า 1.7 ล้านบาทต่อเดือน มีที่ดินเป็นของตัวเอง 400 ไร่ และก็ปลูกสวนยางด้วย ได้ซื้อรถเป็นของรางวัลให้กับตัวเอง 3 คัน มีเบนซ์ อีคูเป้ ราคา 5.2 ล้านบาท บีเอ็มดับเบิ้ลยู ซีรี่ 7 ราคา 9.4 ล้านบาท และธันวาคมนี้จะถอยลัมโบร์กินี่ ราคา 24 ล้านบาท


อุปสรรคในธุรกิจเครือข่าย


ช่วงแรกๆการเปิดโอกาสคนเข้ามาร่วมเครือข่ายก็มีการปฏิเสธบ้าง แต่เรามองว่ามันไม่ใช่อุปสรรคเพราะถ้ามองว่าเป็นอุปสรรคมันจะทำให้เราอยุ่ไม่ได้และท้อถอยแต่ผมมองว่า เป็นธรรมชาติทางธุรกิจมากกว่า เพราะการชักชวนคนย่อมมีการถูกปฏิเสธอยู่แล้ว


มองแนวโน้มธุรกิจขายตรง


ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเป็นเจ้าของธุรกิจเครือข่ายเป็นของตัวเองเครือข่ายที่ดีที่สุดคือ เครือข่ายจากคนรอบตัว จากคนที่เรารัก เช่น ประเทศเพื่อนบ้านเรา อาทิ ประเทศมาเลเซีย เท่าที่ผมเคยมีประสบการณ์และได้คุย เขาจะทำธุรกิจขายตรงกันเกือบทุกครอบครัว


ขอบคุณทิ้งท้าย


สุดท้ายอยากขอขอบคุณ ตัวเองที่มีความตั้งใจในการทำงานอย่างจริงจังขอบคุณผู้เปิดโอกาสส คุณ ณัฐพงชัย อักษรสิทธิ์ ที่เปิดโอกาสให้รู้จักกับ ธุรกิจเอ็มสตาร์ และขอบคุณ ทญ. ลพา วัชรศรีโรจน์ ประธานผู้ก่อตั้งบริษัทที่เปิดแนวคิดในการแบ่งปันและก่อตั้งบริษัทที่มีแต่ความแบ่งปันขอขอบคุณ นพ. พนินทร์ ชนเลอเกียรติ์ กรรมการผู้จัดการ เป็นผู้ที่หล่อหลอมแนวคิดให้จนประสบความสำเร็จทุกวันนี้ และ ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนและเครือข่ายทุกคนที่ร่วมฝ่าฟันกันจนถึงทุกวันนี้ ขอบคุณ ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกใบนี้


ธุรกิจ เอม สตาร์ จะประสบความสำเร็จได้นั้นต้องเป็นคนที่รู้จักแบ่งปันความรักให้กับคนทุกคนจึงจะพบกับความสำเร็จในชีวิตและประสบความสำเร็จในธุรกิจ เอม สตาร์


อ้างอิง : นสพ. ธุรกิจเครือข่าย


 


คุณ สุไลมาน ดาดา



คุณ สุไลมาน ดาดา กับ เส้นทางนักขาย


ข่าวเอมสตาร์ (Aimstar Network) : พิธีเปิดสำนักงานแห่งใหม่ บริษัท เอม สตาร์ เน็ทเวิร์ค (กัมพูชา) จำกัด (Aimstar Cambodia)

วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

บิ๊กเนมขายตรง (นีโอไลฟ์,แอมเวย์,กิฟฟารีน,เอม สตาร์) ฉีกตำรารุกครึ่งปีหลังบุกสื่อ ทุกช่องทาง

บิ๊กเนมขายตรง (นีโอไลฟ์,แอมเวย์,กิฟฟารีน,เอม สตาร์) ฉีกตำรารุกครึ่งปีหลัง
บุกสื่อ ทุกช่องทาง



ครึ่งปีแรกผ่าน ค่ายบิ๊กเนมกอดคอโตตามเป้า เป็นผลจากการเร่งเครื่องหวั่นปัญหา น้องน้ำ ทำพิษ
นีโอไลฟ์-Neolife ยอดขายขยายตัวกว่า 20% พุ่งเป้า AEC เต็มกำลัง
แอมเวย์-Amway Thailand โต 7% เน้นจับลูกค้าวัยรุ่นต่อเนื่อง
กิฟฟารีน-Giffarine รายรับเพิ่มไม่น้อยหน้า 7% เปิดช่องดาวเทียมช่วยสมาชิกล่านักขายหน้าใหม่
เอม สตาร์-Aimstar บอกโตตามเป้า ทำตลาดค่อยเป็นค่อยไปเลิกพูดถึงเป้าหมื่นล้าน

วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ข่าว : บริษัท เอม สตาร์ เน็ทเวิร์ค จำกัด (Aim Star Network)


แทบไม่น่าเชื่อ ว่าจากบริษัท SME เล็กๆที่มีทุนจดทะเบียน เพียง 20,000,000 บาทเมื่อ 6 ปีที่แล้ว จะสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ที่มียอดธุรกิตรวมสูงกว่า 11,000,000,000 บาท (หนึ่งหมื่นหนึ่งพันล้านบาท) และยิ่งไปกว่านั้นเพียงระยะเวลา 6 ปี กับการเป็นบริษัทที่ประสบความสำเร็จในการลงทุนข้ามชาติมาแล้วถึง 3 ประเทศ ได้แก่ ประเทศญี่ปุ่น (ทุนจดทะเบียน 50,000,000 เยน, ประเทศสหรัฐอเมริกา (500,000 ดอลลาร์สหรัฐ) และ ประเทศ กัมพูชา (200,000,000 เรียล) ตามลำดับ


หัวใจสำคัญที่ทำให้ เอมสตาร์ ประสบความสำเร็จคือ



  1. เราทำในสิ่งที่เรามีความรู้ ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง หลายคนที่มองว่าธุรกิจเครือข่าย เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการจัดจำหน่ายสินค้า นั่นเขามองแบบพ่อ ค้า เขาก็คือพ่อค้า แต่เรามองว่าธุรกิจเครือข่ายคือโอกาสที่เปิดกว้างให้ผู้คนสามารถประสบความสำเร็จในชีวิตไปด้วยกัน นั้นคือความยิ่งใหญ่ของธุรกิจเครือข่ายที่แตกต่างจากธุรกิจทั่วไป งานๆนี้ จึงเปี่ยมคุณค่าและทรงเกียรติ เป็นงานอุดมการณ์ เราจึงตั้งใจทำทุกอย่าง ให้ออกมาดีที่สุด

  2. เรายึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริ เพราะนั้นคือสิ่งล้ำค่าที่พระองค์ท่านได้กลั่นออกมาจากประสบการณ์ทั้งชีวิต เพื่อสอนเราด้วยความห่วงใย เราค่อยๆ สร้างธุรกิจเอมสตาร์จากเล็กไปใหญ่ด้วยความสุขุม รอบคอบ กับการดำเนินธุรกิจด้วยเงินสด ไม่มีการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินใดๆ แม้แต่บาทเดียว และนั้นทำให้ธุรกิจเอมสตาร์มีความมั่นคง สามารถเป็นหลักประกันความปลอดภัยให้กับครอบครัวของนักธุรกิจเอมสตาร์ได้อย่างแท้จริง

  3. เราให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ชั้นสูง โดยเฉพาะระบบปฏิบัตการ ONE CODE ONE WORLD ของบริษัทฯ ที่มีความโดดเด่นสามารถรองรับการทำธุรกรรมได้ครอบคลุมทั่วโลกในหลากหลายภาษา และหลากหลายสกุลเงิน สามารถรองรับเงื่อนไขที่แตกต่างกันไปในรูปแบบเฉพาะของแต่ละประเทศ เช่น อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม การยกเว้นภาษีเฉพาะบางรายการสินค้าของแต่ละรัฐ การชำระเงินค่าสินค้า การคำนวณค่าจัดส่ง ฯลฯ เป็นต้น


การขายธุรกิจเอมสตาร์เข้าไปสู่ประเทศในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนนั้น เรามองว่าเป็นเรื่องที่อยู่ใกล้ตัวเรามาก ล้วนแต่เป็นเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงกัน เรามีความพร้อมที่จะขยายสู่ทุกๆประเทศแต่สิ่งที่อาจจะเป็นตัวกำหนดลำดับก่อนหลัง คงเป็นเรื่องระบบงานราชการ ที่อาจจะยังไม่มีรูปแบบที่ชัดเจนและสามารถเข้าใจได้ง่ายนักของในแต่ละประเทศ ที่ผ่านมาเราจึงพบว่าการเปิดดำเนินธุรกิจในประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสหรัฐอเมริกา หรือ ญี่ปุ่น เป็นสิ่งที่ชัดเจนและง่ายกว่ามาก หากหน่วยงานภาครัฐของไทยจะสามารถสนับสนุนและส่งเสริมตรงจุดนี้ให้ภาคเอกชนได้มากขึ้น ก็จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนได้มากยิ่งขึ้น


วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

จับตา ข่าวขายตรง "แอมเวย์ กิฟฟารีน เอมสตาร์ นีโอไลฟ์" : สมรภูมิขายตรง สร้าง สังคมคนรุ่นใหม่


ช่วงต้นปี 2555 ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า ธุรกิจขายตรง ชั้นนำแถวหน้าของเมืองไทย ต่างโหมยุทธศาสตร์ สร้างชุมชน หรือ สังคมชุมชน (Community) ให้กับ คนรุ่นใหม่ เฉพาะกลุ่ม ช่วยนำแบรนด์ไปสู่อนาคต โดยเฉพาะกลุ่ม GEN M ที่มีอายุระหว่าง 15 -25 ปี และ Gen Y ที่มีอายุระหว่าง 22 -32 ปี ผ่านความหลากหลายรูปแบบการประกวดบนเวที ให้ คนรุ่นใหม่ได้แสดงออกอย่างเต็มที่ก่อนสานฝันที่เป็นจริงในอนาคตต่อไป


แอมเวย์ ไม่พลาดปลุกกระแส สังคมคนรุ่นใหม่



เริ่มจาก บริษัทขายตรงเบอร์ 1 ของ เมืองไทยอย่างบริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ดำเนินธุรกิจขายตรงหลายชั้น MLM (Multi-level marketing) เปิดเวทีประกวด อาร์ทิสทรี เมน คอนเทสต์ (Artistry Men Contest) เฟ้นหา สุดยอดผู้ชายผิวดี กับ ผลิตภัณฑ์ อาร์ทิสทรี เมน (Artistry Men) ที่ มีอายุระหว่าง 20-30 ปี ผ่านช่องทางการ รับสมัครที่ตรงกับ ไลฟ์สไตล์ ของ คนรุ่น ใ ห ม่ ที่ปัจจุบันใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่กับ เทคโนโลยี และอินเตอร์เน็ต คือ เฟซบุ๊ค อาร์ทิสทรี หรือ Social network ของ แอมเวย์ โดยผู้ชนะ สุดยอดผู้ชายผิวดี จะได้ รับการผลักดันออกไปยังเวทีถ่ายโฆษณาแฟชั่น ร่วมกับนางแบบเซ็กซี่ชื่อดัง เมย์-พิชญ์นาฎ พร้อมกับลงนิตยสารแพรวและ GM ซึ่งถือเป็น การต่อยอดและสานฝันให้กลุ่ม คนรุ่นใหม่ ก้าวไปสู่ฝันที่เป็นจริง


หลังจากก่อนหน้านี้ แอมเวย์ เน้นสร้างแบรนด์สู่อนาคตโดยเฟ้นหา แอมบาสเดอร์ จากผู้บริโภคที่ใช้ผลิตภัณฑ์ แอมเวย์ อยู่แล้วมาเป็น พรีเซ็นเตอร์ สินค้าชนิดรายตัวเพื่อสื่อสารภาพลักษณ์ สินค้าไปยังลูกค้า อาทิ พอล-ภัทรพล ศิลปาจารย์ กวาง- กมลชนก และนุติ เขมะโยธิน, เกรซ มหา ดำรงกุล, อู๋- ธนากร โปษยานนท์ และล่าสุด ดึงนักแสดงสาวฉายาเจ้าหญิงแห่งซีรี่ส์เกาหลี ยุน อึน เฮ มาเป็น พรีเซ็นเตอร์ ให้กลุ่ม ผลิตภัณฑ์ อาทิสทรี เพียวไวท์ เป็นตัวเชื่อมต่อสินค้ามายังกลุ่มผู้บริโภค


กิฟฟารีน ชู Sales Contest
ปลุกกระแสรุกฆาต



แต่หากมองมาที่ บริษัท กิฟฟารีน สกาย ไลน์ ยูนิตี้ จำกัด ธุรกิจขายตรงหลายชั้น MLM เบอร์ 2 เมื่อปลายปี 2551 ก็ได้เฟ้นหา คนรุ่นใหม่ จากภายในองค์กรเองและเป็น สาวกตัวจริง ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ กิฟฟารีน มาเป็น พรีเซ็นเตอร์ เพื่อสื่อสารแบรนด์ไป สู่ คนรุ่นใหม่ เช่นกัน คือ จุ๋ย-วรัทยา นิลคูหา และ อั้ม-อธิชาติ ชุมนานนท์ ที่ใช้ ผลิตภัณฑ์ กิฟฟารีน มานานกว่า 3 ปี ถือเป็น พรีเซ็นเตอร์ 2 คนแรก ที่ถูกสร้างขึ้นมาดึง ความเชื่อมั่นในทุกผลิตภัณฑ์


รวมถึงการสร้าง สังคมคนรุ่นใหม่ จาก นักธุรกิจกิฟฟารีน ในรูปแบบการจัดกิจกรรมชื่อ Giffarine Sales Contest หรือ นักธุรกิจมือทอง โดยมีเป้าหมายปลายทาง สู่ฝันที่เป็นจริงเรียกว่าประสบความสำเร็จอย่าง สูง เป็นภาพที่ชัดเจนอีกภาพหนึ่งที่แสดงให้ เห็นว่า กิฟฟารีน มีเป้าหมายเจาะตลาด คน รุ่นใหม่ มาอย่างต่อเนื่องผ่านนักธุรกิจของ ตนเองที่ประสบความสำเร็จ


เอม สตาร์ รุกตลาด ผู้ชาย รอบุก AEC



ส่วนอีก 2 ธุรกิจขายตรง ที่ปรากฏ ภาพชัดเจนในการดึง คนรุ่นใหม่ มาสร้าง แบรนด์คือ บริษัท เอม สตาร์ เน็ทเวิร์ค จำกัด กับ บริษัทนีโอไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ธุรกิจขายตรงหลายชั้น MLM


กล่าวสำหรับ เอม สตาร์ นั้นเริ่ม จัดกิจกรรมประกวด นางแบบ นับตั้งแต่ เปิดตัวบริษัท คือกิจกรรม ASNI GUEST MODEL CONTEST ซึ่งเป็นกิจกรรมหลักที่ เอม สตาร์ เจาะตลาด วัยรุ่นสาว ที่เป็น นักธุรกิจเอม สตาร์ และมีความใฝ่ฝัน อยากเป็นนางแบบ อายุระหว่าง 18-30 ปี โดยนางแบบ ที่ชนะการประกวด นอกจาก ได้เป็น พรีเซ็นเตอร์ แล้ว ยังได้รับการสนับสนุนออกสู่เวทีที่มากกว่าภายใน


อย่างปี 2554 ที่ผ่านมาได้ นางแบบ ที่ชนะเข้าประกวดก็ถูกส่งเข้าชิงตำแหน่ง มิสยูนิเวิร์ส และสามารถคว้ารางวัลที่ 1 ได้สำเร็จ และความสำเร็จครั้งนี้ได้นำพา ภาพลักษณ์และ แบรนด์ เอม สตาร์ ติดไปกับเวที มิสยูนิเวิร์ส ด้วย


ล่าสุด เอม สตาร์ ขยายการประกวด น า ย แ บ บ ผู้ช า ย เป็นครั้งแรก เพื่อส่ง สัญญาณ ชายหนุ่ม นำพาแบรนด์ไปสู่ คนรุ่นใหม่ ในอนาคตบุกตลาด ผู้ชาย ด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ แอสนี่ ฟอร์ เมน : ไนท์ ดีเฟ้นซ์ และก็ถือว่าเวทีการประกวด ASNI Man & Woman 2012 ประสบความ สำเร็จอย่างสูง กระแสการตอบรับแรง มากกว่าทุกปี


ซึ่ง ทพ.ลภา วัชรศรีโรจน์ ประธาน ผู้ก่อตั้ง เอม สตาร์ ย้ำตลอดว่า การเพิ่ม ประกวดนายแบบเป็นปีแรกนี้ เพื่อเป็น ตัวแทนผู้ชายที่ใช้ผลิตภัณฑ์แอสนี่ หากได้ เชื่อมต่อกิจกรรมไปอีกหลายๆ ประเทศใน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC (ASEAN Economics Community) ตลาด เอม สตาร์ จะไม่อยู่ที่ประชากร 60 ล้านคน หากจะเป็น 600 ล้านคน ดังนั้นกิจกรรมรองรับปลายปี 2555 นี้ จึงได้เตรียมการประกวด ASNI Man & Woman 2012 ที่ประเทศกัมพูชา โดยใช้กฎกติกาเดียวกัน คือต้องเป็นนักธุรกิจ เอม สตาร์ อายุระหว่าง 18-30 ปี


นีโอไลฟ์ ผุด Neo Star Contestก่อนไป AEC



ขณะ นีโอไลฟ์ เปิดตัวโครงการ ประกวด Neo Star Contest ครั้งที่ 1 กำหนดสเปก คนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ ทั่ว ประเทศทั้งที่เป็นสมาชิก ของ นีโอ ไลฟ์ หรือ ลูกหลานของสมาชิกนีโอ ไลฟ์ ที่มี อายุระหว่าง 15-25 ปี มาสมัครเข้าร่วม โครงการ โดยผู้ชนะจะได้รับการสนับสนุน ออกสู่สังคมภายนอกผ่านสื่อของ นีโอไลฟ์ ที่มีอยู่ครบวงจร ทั้งอินเตอร์เน็ต หนังสือพิมพ์ ธุรกิจ ราย 3 วัน ทีวี ดาวเทียมนีโอไลฟ์ ที่วันนี้ กำลังรุกตลาดผ่านทีวีมหาชนมากขึ้น ภายใต้วิสัยทัศน์ ดร.นพรุจ เวชกุล ที่ไม่ มองแค่ประชาชน 62 ล้านคนหากแต่มอง ไกลข้ามไปถึงประชากรในกลุ่มประชาคม เศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC ซึ่งมีรวมกว่า 600 ล้านคน


ฉะนั้นการสร้างโอกาสให้เยาวชน หนุ่มสาวผู้มีฝัน และสานฝันที่เป็นจริง ได้มี เวทีแสดงออกถึงความสามารถ ความกล้า ได้แสดงออกผ่าน สังคมคนรุ่นใหม่ ที่ นีโอไลฟ์ สร้างขึ้นมา เพื่อสื่อสารภาพลักษณ์ องค์กรไปสู่ตลาดในอนาคต


จะเห็นได้ว่า การจุดประกายสร้าง สัง ค ม ค น รุ่น ใ ห ม่ ผสมผสานกับสิ่งที่ บริษัทดำเนินธุรกิจอยู่ ได้ช่วยตอบโจทย์ ทางการตลาดให้กับบริษัทขายตรงชั้นนำใน การเจาะตลาด คนรุ่นใหม่ ตรงนี้ได้ในระดับ หนึ่งแล้ว ขั้นตอนต่อไปนอกเหนือจาก สังคมหรือชุมชน หรือ Community แล้ว จะลงลึก ถึง คนรุ่นใหม่ ให้อินในความรู้สึกของ แบรนด์ และผลิตภัณฑ์เพื่อสื่อสารภาพลักษณ์ สินค้า ผ่านต่อไปในตลาดอนาคตโดยเฉพาะ ตลาด AEC ที่ 10 ประเทศอาเซียนจะเริ่ม พร้อมกันปี 2558 ได้สำเร็จหรือไม่ แค่ไหน ต้อง จับตาดูกันต่อไป !!!


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย:นสพ.ธุรกิจเครือข่าย ฉบับที่ 232 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-31 กรกฏาคม 2555

วันพุธที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

อั้นไม่ไหว! ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งอั้นไม่ไหว! ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง ขายตรง (MLM) พาเหรดขึ้นราคาสินค้า


 


แบรนด์ขายตรงครวญวัตถุดิบสินค้าขยับขึ้นราคาไม่หยุด บีบหลายบริษัทแบกภาระต้นทุนไม่ไหว ปรับราคาสินค้าขึ้นพรวด กิฟฟารีน ปรับขึ้น 10% ใน 10 รายการสินค้า แอมเวย์ ขอขึ้น 6% มิสทิน บอกขอทยอยปรับ ด้าน เอสเนเจอร์ ขอตรึงราคา หลังบริษัทแม่ ศรีไทย ซุปเปอร์แวร์ ขึ้นราคาไปแล้ว เอมสตาร์ เพิ่มการผลิตกินกำไรน้อยลงเพื่อเรตติ้ง คังเซน-เคนโก นับถอยหลังจ่อปรับปลายปี


จากเดิมที่หลายบริษัทออกมาประกาศยอมแบกภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากราคาสินค้าในท้องตลาด รวมถึงราคาวัตถุดิบสินค้าปรับราคาขึ้น จากเศรษฐกิจที่ผันผวน และอีกหลายปัจจัยที่ทำให้ข้าวของปรับราคา มาวันนี้หลายบริษัทดูจะต้องยอมออกมายกธงขาว หลังต้องเลิกแบกภาระที่หนักอึ้ง จนต้องประกาศขึ้นราคาสินค้าบางรายการของบริษัท


> กิฟฟารีน-แอมเวย์-มิสทิน กอดคอขึ้นราคาสินค้า


พ.ญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เปิดเผย ว่า บริษัทได้จัดโปรโมชั่นจำหน่ายจานดาวเทียมในราคาพิเศษแก่นักธุรกิจและสมาชิก สำหรับเป้า หมายในช่วง 1 ปีต้องการสร้างการรับรู้ในวงกว้าง และในระยะยาวคาดว่าจะมีนักธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้น 10-20% ซึ่งหลังจากเปิดตัวไปได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี สำหรับผลประกอบการปีนี้ตั้งเป้า โต 10-12% จากรายได้กว่า 5,000 ล้านบาท แต่ต้องในกรณีที่ไม่มีน้ำท่วม ส่วนผลประกอบการ 5 เดือนเติบโต 10% พร้อมกันนี้ยังได้รองรับภาวะ น้ำท่วมด้วยการทุ่มงบทำกำแพงป้องกันน้ำท่วม สามารถรองรับปัญหาน้ำท่วม 90% ส่วนนิคมอุตสาหกรรมนวนครก็ได้สร้างกำแพงกันน้ำท่วมคืบหน้าไปแล้ว 40% คาดว่าเดือนสิงหาคมแล้วเสร็จ


พ.ญ.นลินีกล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทได้ปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้นไม่ถึง 10% จำนวน 10 รายการจากจำนวนสินค้าทั้งหมด 2,000 รายการ เพราะวัตถุดิบและแพ็กเกจจิ้งสูงขึ้น ส่วนปลายปีนี้จะเปิด ตัวสินค้าใหม่ช่วงเดือนกันยายน 7-10 รายการ ส่วนกรณี กสทช.จะออกมาควบคุมเกี่ยวกับเนื้อ หาการนำเสนอของโทรทัศน์ดาวเทียม เชื่อว่าจะ ส่งผลดีต่อผู้บริโภคได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง สำหรับกิฟฟารีนมีนโยบายการนำเสนอข้อมูล ข่าวสารที่ถูกต้องไม่เกินความเป็นจริงแก่ผู้บริโภคอยู่แล้ว ขณะที่การรวมตัวของกลุ่มขาย ตรงเพื่อเป็นสมาพันธ์ขายตรง ต้องมีการพิจารณาหรือหารือร่วมกัน เนื่องจากปัจจุบันกลุ่มธุรกิจขายตรงมีด้วยกัน 3 สมาคม


บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นแบรนด์ขาย ตรงเบอร์หนึ่งของประเทศ นายกิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการของ บริษัทก็ได้ออกมายอมรับผ่านสื่อว่า บริษัทจำเป็นต้องปรับราคาขึ้น


เพราะกว่า 4 ปีแล้วที่บริษัทคงราคาสินค้า ของบริษัทไว้ ทั้งๆ ที่ผ่านมา ต้นทุนในการ บริหารจัดการหลายอย่างของบริษัทก็มีการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัท ต้องปรับราคา สินค้าบางรายการขึ้นอีก 6% ซึ่งถึงแม้ราคาของสินค้าจะปรับตัวขึ้นก็ตาม ทางบริษัทยังมีความเชื่อมั่นว่า สินค้าของบริษัทจะยังคงขายดีได้เช่นเดิม เนื่อง จากคุณภาพของสินค้านั่นเอง


นอกจากในส่วนของแอมเวย์ แล้ว ยังมีทางด้านของ มิสทิน โดย นายดนัย ดีโรจนวงศ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็น อีกหนึ่งบริษัทที่มีการประกาศในส่วนของการปรับขึ้นราคาสินค้าแล้ว โดยต้นทุนวัตถุดิบของมิสทินคิดเป็นสัดส่วน 80% ต้นทุนค่าแรง 20% หลักๆ เป็นค่าแรงใน กลุ่มสกินแคร์และแป้งมีสัดส่วน 10% และต้นทุนค่าแรงกลุ่มเมกอัพมีสัดส่วนเฉลี่ย 7-9% กรณีการปรับขึ้นค่าแรงจะทำให้ต้นทุน ค่าแรงในกลุ่มสินค้าเมกอัพเพิ่มขึ้น 4-5% ส่วนต้นทุนค่าแรงในกลุ่มแป้งและสกินแคร์ เพิ่มขึ้น 6-7% ทำให้สินค้าใหม่ที่จะออกมาทำตลาดในอีก 1-2 เดือนข้างหน้ามีราคา ที่สูงขึ้น สะท้อนโครงสร้างต้นทุนที่แท้จริง สำหรับสินค้าที่มีจำหน่ายในตลาดอยู่แล้ว บริษัทไม่มีแผนปรับขึ้นราคาภายในปีนี้ แต่จะทยอยปรับขึ้นราคาสินค้าเฉลี่ย 2-5% โดยดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไปครั้งละ 2% ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ต้นปี 2556


> คังเซน-เคนโก จ่อปรับขึ้นตาม


ด้านนายอิทธิศักดิ์ อำพันธ์ยุทธ์ ประธาน กรรมการบริหาร บริษัท คังเซน เคนโก อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า คังเซนฯ จะมีการปรับราคาสินค้าเพื่อช่วยลดต้นทุน การผลิตที่สูงขึ้นหรือไม่นั้น บริษัทจะพิจารณา จากหลายๆ ปัจจัย เพราะหลายปีที่ผ่านมา ทางบริษัทต้องแบกรับกับต้นทุนในการจัดการ หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นอัตราแลกเปลี่ยน ต้นทุนทางลอจิสติกส์ จากอัตราราคาน้ำมันโลก ที่เพิ่มขึ้น ขณะนี้ตนและผู้บริหารจึงกำลังพิจารณาดูภาพรวมของสินค้าว่าจะมีการปรับในกลุ่มไหนก่อน และในอัตราเท่าใด


> เอมสตาร์ ยอมกินกำไรน้อยผลิตให้มากแทน


ท.ญ.ลพา วัชรศรีโรจน์ ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท เอม สตาร์ เน็ทเวิร์ค จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากที่ผ่านมาร่วม 6 เดือนของการทำธุรกิจประจำปีมังกรทองนี้ ทางบริษัทมีอัตราการเติบโตที่ดี และเป็นไปตาม เป้ายอดขายที่บริษัทได้กำหนด ซึ่งนับเป็น เรื่องที่ดี เนื่องจากในปีนี้สถานการณ์ต่างๆ ของบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งส่งผลดีต่อการทำธุรกิจ


โดยหากมองย้อนไปเมื่อช่วงปลายปี ที่ผ่านมา ซึ่งมีเหตุมหาอุทกภัยเกิดขึ้นมานั้น โรงงานของบริษัทไม่ได้รับผลกระทบอะไร ทำให้ยอดขายในปีนี้เป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนเรื่องของการขึ้นราคาสินค้าที่หลายบริษัทเริ่มปรับขึ้นนั้น เอม สตาร์ยังไม่ได้มีแผนที่จะปรับราคาสินค้าขึ้นตาม ซึ่งถึง แม้สินค้าบางตัวจะมีวัตถุดิบที่ราคาขยับขึ้นก็ตาม แต่ทว่าบริษัทยังมีสินค้าชนิดอื่นที่ผลิตอยู่ และราคาต้นทุนยังเหมือนเดิม ทำ ให้บริษัทนำสินค้าเหล่านี้มาหักลบกับสินค้าที่มีวัตถุดิบที่ขยับตัวแพงขึ้น ซึ่งนำมาเฉลี่ยทำให้ไม่มีความจำเป็นที่จะขยับตัวสูงขึ้น


> เอสเนเจอร์ ยังตรึง หลังบริษัทแม่ปรับไปก่อน


นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) และเจ้าของธุรกิจเครือข่ายแบรนด์ เอสเนเจอร์ เผยว่า สำหรับการเตรียมตัวเพื่อรองรับการเปิดเสรีอาเซียน ที่จะถึง ในปี 2558 นี้ นอกจากการพัฒนาคุณภาพ สินค้าแต่ละตัวให้ชัดเจนแล้ว ยังมีองค์ประกอบที่สำคัญอีกด้านหนึ่ง คือด้านบุคลากร ซึ่งบริษัทจะต้องมีการพัฒนาทักษะ (skill) ของพนักงานให้เป็นผู้มีความรู้ ความ ชำนาญ อย่างแท้จริง โดยเฉพาะบุคลากร ในระดับ ผู้จัดการระดับกลางจนถึงระดับสูงให้รู้จักบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ


ส่วนประเด็นการขึ้นค่าแรงงานนั้น ประธานใหญ่ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ยอมรับว่า ในส่วนของบริษัท ต้องแบกค่าแรงเพิ่มขึ้นถึง 20 ล้านบาท/เดือน หรือ 200 ล้านบาท/ปี หลังจากที่มีการปรับค่าแรงงาน 300 บาท/วัน/คนทั่วประเทศ ทำให้ต้นทุน ค่าแรงงานพุ่ง 40-45% บริษัทต้องปรับตัวโดยเน้นการลงทุนในเครื่องจักรและเทคโนโลยีชั้นสูง (High technology & Capital Intensive) อีกทั้งการพัฒนา automation process เพื่อลดและเลี่ยงการใช้แรงงานคน และเพิ่มผลผลิต (optimize productivity) นอกจากนี้ บริษัทยังได้มีแผน ปรับเพิ่มราคาสินค้าในผลิตภัณฑ์พลาสติก ประมาณ 5% สินค้าเมลามีนอีก 10% ภาย ในเดือนพฤษภาคม


สำหรับธุรกิจเครือข่ายเอสเนเจอร์ (S Natur) นั้น ยังไม่มีการปรับขึ้นราคาสินค้าแต่อย่างใด โดยปัจจุบัน S Natur มีสาขากระจายอยู่ทั่วประเทศ 15 แห่ง และมีตัวแทนจำหน่ายอยู่ในต่างประเทศ คือ ลาว และพม่า และในปีนี้บริษัทจะเปิดสาขา เพิ่มอีก 2 แห่งในประเทศอินโดนีเซีย และกัมพูชา เพื่อสามารถรองรับกับความต้องการและใกล้ชิดกับผู้บริโภคในตลาด AEC ต่อไป


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจฉบับที่ 1316 ประจำวันที่ 11-7-2012 ถึง13-7-2012

ข่าว เอมสตาร์-Aimstar พับแผนสร้าง โรงงาน อมตะนคร จีบคู่ค้าแดนมะกันผลิตนํ้ามันรำข้าว


 


เอมสตาร์ ยันแผนชะลอการสร้างโรงงาน ผลิตนํ้ามันรำข้าว เรื่องจริง หลังจากหา พาร์ตเนอร์อเมริกาได้ ช่วยลดต้นทุนการผลิต ได้ดีกว่า ไทย และเทคโนโลยีทีดี่กว่า ลั่นโรงงาน อมตะนครยังคงเดินหน้าสร้างต่อ แต่จะเป็น แผนในอนาคต รองรับตลาด AEC เล็งแผนเปิด ตลาดลาว เวียดนาม และอินโดนีเซีย ต่อ ขณะที่แผนครึ่งหลัง ส่งสินค้าใหม่เอาใจหนุ่ม เจ้าสำอาง

นับเป็นประเด็นข่าวที่แพร่สะพัดมาระยะ หนึ่งแล้วกับกรณีชะลอการก่อสร้างโรงงานผลิต นํ้ามันรำข้าวและจมูกข้าวตราไวทอลสตาร์ มูลค่า โครงการ 500 ล้านบาท บนพื้นที่ 33 ไร่ ที่ โรงงานอมตะนคร จังหวัดชลบุรี ของ บริษัท เอมสตาร์ฯ ส่งผลให้ผู้นำต่างไม่พอใจ และ ทยอยออกไปอยู่บริษัทขายตรงแห่งใหม่กัน เป็นจำนวนมาก

เรื่องนี้ ทญ.ลพา วัชรศรีโรจน์ ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท เอม สตาร์ เน็ท- เวริค์ จำกัด เปดิ เผยถงึ ประเด็นดังกล่าวว่า ข่าวลือดังกล่าวไม่เป็นความจริง เนื่องจาก ก่อนหน้านี้บริษัทเปิดตลาดเครือข่าย ที่สหรัฐอเมริกา ได้มีการเจรจาและ พูดคุยเกี่ยวกับการว่าจ้าง

ผลิตน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว ซึ่งปรากฏว่าการเจรจาเป็นผล บริษัทจึงชะลอแผนการก่อสร้างโรงงานอมตะนครไว้ก่อน และ ได้ว่าจ้างบริษัทผู้ผลิตน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว ให้กับบริษัท เนื่องจากการผลิตนั้นมีต้นทุนที่ถูกกว่า อีกทั้งโรงงานที่ สหรัฐอเมริกายังมีเทคโนโลยีในการผลิตที่ทันสมัยเป็นอย่างมาก โดยสามารถผลิตน้ำมันรำข้าวได้ 20 ล้านเม็ดต่อวัน

ทั้งนี้ แผนการก่อสร้างโรงงานที่อมตะนครที่จังหวัดชลบุรี นั้น บริษัทได้ชะลอไปก่อน และคาดว่าโรงงานดังกล่าวจะเป็น แผนงานสเตปต่อไป ซึ่งคาดว่าจะเป็นโรงงานผลิตสินค้าของบริษัท ในอนาคต ทั้งนี้ เพื่อรองรับตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ที่กำลังจะมาถึงในปี 2558 ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น คาดว่าตลาด จะเปิดกว้างมากขึ้น และจะมีการแข่งขันที่สูงขึ้น ดังนั้น บริษัท จึงเตรียมรับมือกับการแข่งขันด้วยการวางระบบไอทีที่สามารถ เชื่อมต่อกันได้ทั่วโลกให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น อีกทั้งได้จัดเตรียม ภาษาต่างๆ เพื่อรองรับกับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ในส่วนของกระแสข่าวการชะลอการสร้างโรงงานนั้น

ไม่ได้ส่งผลกระทบกับสมาชิกและผู้นำของบริษัทแต่อย่างใด โดย บริษัทยังคงเดินตามแผนงานที่วางไว้ในช่วงครึ่งหลังของปีด้วยการ เปิดตัวสินค้าใหม่ในกลุ่มบำรุงผิวสำหรับผู้ชาย ภายใต้ชื่อ แอสนี่ ฟอร์เมน ไนท์ ดีเฟ้นซ์ รวมถึงการจัดเทรนนิ่งให้กับผู้นำ เพื่อ เป็นการสนับสนุนให้ผู้นำได้ประสบความสำเร็จในการสร้างองค์กร การเรียนรู้

ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2555 ที่ผ่านมา บริษัทได้จัด ประกวด แอสนี่ เกสต์ โมเดล ค้นหาสุดยอดสาวงามที่จะมาเป็น นางแบบให้กับผลิตภัณฑ์แอสนี่ ที่ปีนี้บริษัทได้จัดประกวดเป็น ครั้งที่ 7 ที่มีการรับสมัครนายแบบผู้ชายนอกเหนือจากผู้หญิง ชิงรางวัลเงินสดคนละ 100,000 บาท โดยโครงการดังกล่าว บริษัท ได้จัดขึ้นเป็นประจำต่อเนื่องทุกปี ถือเป็นหนึ่งในแผนงานที่ประสบ- ความสำเร็จเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้บริษัทยังได้ย้ายสาขาเดิมที่กรุงพนมเปญ ไปยัง สถานที่แห่งใหม่ แต่ยังอยู่ที่กรุงพนมเปญเหมือนเดิม ขณะที่ แผนการขยายตลาดเครือข่ายเอมสตาร์ไปยังต่างประเทศ บริษัท กำลังเล็งเข้าสู่ประเทศ สปป.ลาว เวียดนาม และอินโดนีเซีย เนื่องจากประเทศดังกล่าว ผู้นำมีความพร้อมในการทำธุรกิจ เครือข่าย

ถามว่าเราจะปรับราคาสินค้าหรือไม่ เรายังไม่ปรับเพิ่ม ตอนนี้ราคาสินค้าเรายังเอาอยู่ และมันก็มีผลกระทบน้อยมาก เพราะเรายังสามารถควบคุมต้นทุนในการผลิตได้ ดังนั้น เราก็ยังไม่มีแผนการปรับราคาสินค้าเพิ่มในตอนนี้ ทญ.ลพา กล่าว__


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค

วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2554

เอมสตาร์ เล่นของใหญ่ ปักธงสหรัฐ ดีดตัวติด ท็อปสากล



“เอม สตาร์” เดินหน้าไต่บันไดฝัน ข้ามทวีปจัดการปักธงขยายสาขาเข้าเมืองลุงแซม ใช้แคลิฟอร์เนียเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ ส่วนอินเดียยังต้องรอพิกัดตั้งสาขา ด้านโรงงาน ไทยยังมีปัญหาขีดเส้นต้องเสร็จทันปลายปี เป้าหมายยอดขาย ยังเสียงแข็ง ปีนี้ต้อง 1.5 หมื่นล้านบาทเท่านั้น
ท.ญ.ลพา วัชรศรีโรจน์ ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท เอมสตาร์ เน็ทเวิร์ค จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้เอมสตาร์ได้ทำการเปิดสาขาในประเทศสหรัฐอเมริกาที่รัฐแคลิฟอร์เนียโดยมีการเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งสมาชิกสามารถสั่งซื้อสินค้า หรือสมัครสมาชิกได้ จากสาขานี้ได้เลย และกระแสการตอบรับ ถือว่าดีมาก เพราะเมื่อเปิดทำการวันแรกสินค้าของเอมสตาร์ขายหมดเกลี้ยง
สำหรับทุนการจดทะเบียนบริษัทที่อเมริกาอยู่ที่ 5 แสนเหรียญ โดยสินค้าที่ไปวางจำหน่ายตัวแรกคือ น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว สินค้าตัวต่อไปที่จะนำเข้ามา คือ สินค้ากลุ่ม แอสนี่ สกินแคร์ และกลุ่ม เพอร์ซันนอลแคร์ โดยสมาชิกสามารถโทร. สั่งซื้อสินค้า หรือสั่งทางระบบออนไลน์ได้ เพราะมีการเชื่อมโยงระบบและสามารถจัดส่งได้ทั่วอเมริกา แต่ต้องขึ้นอยู่กับระเบียบ การจัดส่งของแต่ละรัฐ
“ในส่วนของเรื่องแม่ทีม บริษัทยังให้ ความสำคัญกับผู้ที่เป็นคนไทย โดยอัพไลน์ ต้องเป็นคนไทยเท่านั้น เพราะเอมสตาร์มองว่าแม้ตลาดจะใหญ่แค่ไหน แต่ต้องมีต้นไม้หลักแค่ต้นเดียว อีกทั้งยังมองว่าตลาดที่อเมริกาถือว่าเป็นตลาดใหญ่ที่สุด ในการทำธุรกิจเครือข่าย เพราะว่าโครงสร้าง สามารถรองรับได้ทั่วโลก และประชาชนส่วนใหญ่ค่อนข้างเชื่อมั่นในตัวเองว่าเขาทำได้ ซึ่งตรงกับคอนเซปต์ของเรา คือ คุณ ลิขิตชีวิตคุณเอง โดยประชาชนที่อเมริกาตั้งเป้าหมายว่าเขาต้องอยู่ในระดับไดมอนด์ สตาร์เท่านั้น หรือต้องมีรายได้เฉลี่ยประมาณ 3 แสนบาทต่อเดือน” หมอลพา กล่าว
ขณะเดียวกัน เอมสตาร์มองเป้าหมาย ในการเปิดสาขาที่อเมริกาว่าเป็นอีกหนึ่งจุดที่จะขับเคลื่อนให้ธุรกิจเอมสตาร์ก้าวเข้า สู่ท็อปเทนของตลาดโลก ซึ่งจากการสำรวจ พบว่าประชาชนที่นั่นมีอยู่สองกลุ่มคือ กลุ่ม ที่เกลียดธุรกิจเครือข่าย กับกลุ่มที่เคยทำธุรกิจเครือข่ายแล้วไม่ประสบความสำเร็จ โดยเอมสตาร์ต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าเมื่อเข้ามาทำธุรกิจนี้แล้วสามารถประสบความสำเร็จได้ไม่ยากอย่างที่คิด
“อย่างไรก็ดี การขยายสาขาในต่าง ประเทศย่อมมีความยากง่ายไม่เหมือนกัน อย่างเราเข้าไปเปิดสาขาที่ญี่ปุ่นกับอเมริกา ก็มีความแตกต่างกัน เพราะฐานประชาชน คนไทยที่อเมริกามีจำนวนมากกว่าที่ญี่ปุ่น อีกทั้งภาษาในการสื่อสารที่ญี่ปุ่นถือเป็นอุปสรรคในการเข้าไปขยายกลุ่มลูกค้า และ อัตราการเติบโตที่อเมริกาค่อนข้างโตได้ง่ายกว่าที่ญี่ปุ่น”
สำหรับสาขาที่ญี่ปุ่น ซึ่งก่อนหน้าที่มีเหตุการณ์แผ่นดินไหว ขณะนี้สถานการณ์ ที่ญี่ปุ่นอยู่ในสถานการณ์ปกติ โดยขณะนี้เอมสตาร์ได้ทำการขยายสำนักงานไปยัง ชิบูย่า แม้ประชาชนที่ญี่ปุ่นยังมีความเครียด และความกังวลกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวสึนามิที่ผ่านมา
ส่วนการขยายสาขาที่อินเดียยังอยู่ในขั้นตอนการจัดหาสถานที่ เพื่อจัดทำเป็น สำนักงาน โดยใช้เงินการลงทุนจดทะเบียน ประมาณ 40 ล้านรูปีหรือ 30 ล้านบาท
อีกทั้งยังมีในส่วนของสาขาพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบจาก ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และขณะนี้กำลังหาสถานที่เพื่อขยายสำนักงานใหม่ที่สามารถรองรับสมาชิกที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันเอมสตาร์ยังต้องการขยายสาขาเข้าไปยังจีน ซึ่งเราต้องทำการบ้านอย่างหนัก เพราะธุรกิจขายตรงของคนไทย ยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในจีน
ดังนั้น จึงต้องเอาภาพความสำเร็จจากอเมริกา และญี่ปุ่นไปเป็นภาพประกอบ แม้การสั่งซื้อสินค้าในต่างประเทศจะเป็น การสั่งออนไลน์ หรือการโทร.สั่งสินค้าเป็น ส่วนใหญ่ แต่ก็ยังต้องมีการอบรมสมาชิกเช่นเดียวกับสมาชิกในไทย
ด้านผลประกอบการในไทยยังเป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ โดยขณะนี้มีสมาชิกระดับ ไดมอนด์ สตาร์ อยู่ประมาณเกือบ 100 รหัส ซึ่งจากการเติบโตดังกล่าว จะเป็นการตอกย้ำ ถึงจุดยืนว่าบริษัทจะต้องสามารถทำเป้าหมายได้ถึง 1.5 หมื่นล้านบาท โดยมีเป้าหมายใหญ่ของเอมสตาร์ คือ ในปี 2558 เอมสตาร์จะขึ้นเป็นท็อปเทนของโลก ซึ่งตอนนี้เอมสตาร์อยู่อันดับที่ 60 กว่าของตลาดสากล ซึ่งถ้าต้องการขึ้นเป็นท็อปเทน อย่างน้อยต้องมีรายได้ประมาณ 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ
อย่างไรก็ดี เอมสตาร์ได้มีโครงการขยายโรงงานให้มีขนาดใหญ่กว่าเดิม เพื่อรองรับกลุ่มสินค้าที่กำลังจะเพิ่มเข้ามาใหม่ รองรับเครื่องจักรที่นำเข้ามาเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิต และพัฒนาสินค้า ซึ่งต้องมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างหลังคาอีก นิดหน่อย โดยคาดว่าปลายปีนี้น่าจะเสร็จสมบูรณ์
สำหรับผลกระทบที่จะมีการเปิดตลาดการค้าเสรี หรือ AEC ที่จะเข้ามาใน ปี 2558 เรามองว่าไม่มีผลกระทบต่อเอมสตาร์ และเห็นว่าเป็นผลดีกับเรามากกว่า เพราะทำให้มีการส่งออกที่ง่ายขึ้น และสะดวกมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นทำให้ ตลาดใหญ่ขึ้น เนื่องจากมีความอิสระในการ ลงทุน โดยลดต้นทุนในส่วนของภาษี
อนึ่ง เอมสตาร์นับเป็นบริษัทของคนไทยที่สามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งทาง ท.ญ.ลพา มักกล่าวถึงตัวเลขหมื่นล้านเสมอ ซึ่งถึงแม้ปัจจุบันจะยังไม่สามารถ ทำได้ตามที่กล่าวก็ตาม แต่ต้องยอมรับว่าตัวเลขการเติบโตที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปีนั้น ก็สร้างความวิตกให้คู่แข่งได้ โดยเฉพาะในปีที่ผ่านมาที่มีข่าวลือว่าบริษัทสามารถเดินไปตามเป้าหมายที่วางไว้

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์สยามธุรกิจ

วันพุธที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ศูนย์การค้า พาวิเลียน เพลส ต้อนรับ “Together Group” ผู้เช่ารายใหม่



คุณทวีเกียรติ สุวรรณ (คนที่ 2 จากซ้าย) ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท สินธรณี พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เป็นตัวแทนบริษัทฯ ร่วมแสดงความยินดี กับ คุณรพีพันธ์ บุญอินทร์ (คนที่ 2 จากขวา) ผู้เช่าใหม่เปิด “ Together Group” ธุรกิจขายตรงเอมสตาร์ ที่ พาวิเลียน เพลส เพชรเกษม 69 เมื่อเร็ว ๆ นี้

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: http://www.newswit.com

 

วันจันทร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2554

ดวงดาวแห่งความฝัน ‘เอมสตาร์’



ผู้อ่านหลายๆ ท่านคงยังไม่ฟื้นจากอาการเฉื่อยชา เนื่องจากเราเพิ่งผ่านช่วงเวลา ของความสุขได้ไม่นานจากเทศกาลปีใหม่ จนรู้สึกเบื่อหน่ายที่จะมองไปที่โต๊ะทำงานแล้ว เห็นงานที่วางกองรอให้สะสางนั่นเป็นเรื่องปกติที่ช่วงเวลาของความสุขย่อมผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่ต้องนึก อยู่ในจิตใจเสมอก็คือ ความรับผิดชอบที่เชื่อว่าท่านผู้อ่านนั้นมี จนนำท่านตื่นจากสิ่งที่ผ่าน แล้วเริ่มต้นฝ่าฟันอุปสรรคในเรื่องของงานต่อไป

ในปี 54 นี้ ทีมงานเลียบค่ายขายตรง เริ่มออกปฏิบัติการตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายอย่างไม่ลดละเช่นเดิม ซึ่งในครั้งนี้ เราหยิบชื่อของ “บริษัท เอมสตาร์ เน็ทเวิร์ค จำกัด” เป็นจุดหมายในการเดินทาง“เอมสตาร์” นับเป็นค่ายขายตรงที่ได้ชื่อว่าสร้างแรงกระตุ้นให้กับวงการเป็นอย่างมากในปีที่ผ่านมา เริ่มตั้งแต่การประกาศเป้าหมายของยอดขายที่บริษัทต้องการไว้ที่ 1 หมื่น ล้านบาท อีกทั้งยังต้องการเป็นบริษัทขายตรงเบอร์หนึ่งของวงการอีกด้วย

และหากมาย้อนดูยอดขายในปี 52 ที่บริษัทนามนี้ทำได้ยิ่งเป็นเรื่องยากที่จะนึกตามในความสำเร็จของเป้าหมาย เนื่องจากในปี 52 เอมสตาร์ปิดบัญชีรายรับไว้ที่พันกว่า ล้านบาท ทำให้หลายฝ่ายเริ่มจับตามองไปที่คำพูดของ “ท.ญ.ลพา วัชรศรีโรจน์” แม่ทัพหญิงของค่าย ที่มั่นหมายว่าจะเดินทางสู่เป้าหมายหมื่นล้าน

ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นเรื่องทำให้ชวนฝัน แต่ผลจะออกมาอย่างไรนั่นเป็นเรื่องของ ข่าวความคืบหน้าบนหน้าหนังสือส่วนเนื้อหาของคอลัมน์แห่งการเดินทางในครั้งนี้ เราเดินทางมาที่สำนักงานใหญ่ของ บริษัท “สุขุมวิท 59” นี่คือที่ตั้งฐานของเอมสตาร์

สำนักงานใหญ่แห่งนี้ เป็นสำนักงานใหม่ของบริษัท ได้ฤกษ์ย้ายที่ทำการมาอยู่ในช่วง เกือบปลายปี 53 ความสวยงามของฐานบัญชาการแห่งนี้ จัดว่าเป็นสำนักงานที่สวยหรูอย่างมากเลยทีเดียว ด้วยงบการก่อสร้างประมาณ 150 ล้านบาท ที่หมอลพาควักออกมาเนรมิตตึกดังกล่าวทำให้ฐานบัญชาการของเอมสตาร์ กลายเป็นอาคารของบริษัทขายตรงค่ายหนึ่งที่มีความสวยงามไม่แพ้บริษัทใดในวงการเดียวกัน

ด้านหน้าของอาคาร บริษัทนำจอภาพขนาดมหึมาติดตั้งเหมือนแหล่งช็อปปิ้งกลางใจเมืองที่เราเคยพบเห็น ตัวอาคารฉาบด้วยสีเทา มีโลโก้บริษัท ฉายให้เห็นถึงความเป็นเจ้าของ แต่สิ่งหนึ่งที่ชวนสังเกตเห็นจะเป็นในส่วนของขั้นบันไดที่บริษัทสร้างขึ้น เนื่องจากมีความชันเป็นอย่างยิ่ง จากธีมที่คุณหมอเคยเล่าให้ฟัง นั่นคือ ความต้องการที่จะใช้เป็นจุดให้สมาชิก ได้มายืนเรียงกันตามขั้นบันไดแต่ละขั้น และถ่ายภาพ ซึ่งภาพที่ออกมาจะมีการลดหลั่น ลงมาสร้างความสวยงามในแผ่นฟิล์ม

ด้านข้างของบันได มีบ่อน้ำพุ ซึ่งเชื่อว่าไม่เพียงแต่ในส่วนของความสวยงามเท่านั้น แต่ที่สังเกตน่าจะเป็นในเรื่องของความเชื่อที่เรียกว่า “ฮวงจุ้ย” อีกทางและเมื่อสังเกตจากรอบตัวอาคาร เราก็จะเห็นแท่นอะไรสักอย่าง ซึ่งหากจำไม่ผิด เมื่อครั้งที่มาร่วมเป็นแขกเปิดสำนักงานใหญ่แห่งนี้ หมอลพาให้ความรู้ว่า นี่คือนวัตกรรม เครื่องทำความเย็น ด้านในจะมีสิ่งใดเสียอย่างที่ผู้เขียนก็งงงวยกับคำอธิบาย แต่นี่เป็นเครื่องทำความเย็นที่จะช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นอย่างมาก

อาคารหลังนี้อยู่บนเนื้อที่เช่า ซึ่งพื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ของเศรษฐีที่ไม่ต้องการขาย แต่เปิดให้เช่าสร้างอาคารแทน เนื่องจากความหวงแหนทางใจ โดยต่อไปไม่นาน ถึงแม้สำนักงานใหญ่ที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้จะมีความใหญ่โตโอ่อ่า ทันสมัย ทางเอมสตาร์ยังมีแผนที่จะสร้างและขยายอีกครั้งในอนาคตอันใกล้ ด้วยความต้องการที่จะเป็นบริษัทขายตรงชั้นแนวหน้าของเมืองไทย และรองรับความยิ่งใหญ่ที่บริษัทวาดไว้

เราวนเวียนอยู่ด้านนอกนานเลยทีเดียว เนื่องจากความจำเป็นที่เราต้องรอไกด์ประจำทริปทำธุระเสร็จ เพราะความตื่นเต้นในการเดินทาง ทำให้ทีมงานเลียบค่ายเดินทางมาถึงก่อนเวลาที่นัดหมายในช่วงแรก ในช่วงที่รอเวลา เราจึงมีเวลาที่มากพอที่จะถือวิสาสะ ในการลัดเลาะ กวาดสายตาไปทั่วเพื่อเรียกน้ำย่อยก่อนถึงเวลาถ่ายจริง

เราอยู่ด้านนอกจนฉ่ำใจ และกาย เนื่องจากสภาพอากาศด้านนอกที่ชวนให้เหงื่อไคลของเราไหลออก จนต้องพาตัวเองเข้ามานั่งรอด้านใน ช่วงที่เรานั่งตากแอร์รอการมาของไกด์ ทีมงานก็สอดส่ายสายตาในพื้นที่ สิ่งหนึ่งที่สังเกตเห็นก็คงเป็นในส่วนของสมาชิก ซึ่งต้องยอมรับว่าเอมสตาร์ เป็นบริษัทที่ครอบคลุมในเรื่องของเพศวัยของสมาชิกได้เป็นอย่างมาก

เพราะในคณะที่เรานั่งเพลินกับความเย็นของเครื่องปรับอากาศ เราก็ต้องเพลินกับสิ่งมีชีวิตชายหญิงที่ผ่านสายตาเราไปมาตลอด เพราะหนุ่มสาวสมาชิกของที่นี่ทำให้เราไม่เบื่อการรอคอยเฉกเช่นที่ผ่านมา โดยเฉพาะผู้หญิงเมื่อไกด์ประจำทริปมาถึงเราต้องเบรกแล้วว่ากันต่อฉบับหน้า เนื่องด้วยเนื้อที่สัมปทานที่หมดลง

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์สยามธุรกิจ