ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โปรตีน แอมเวย์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โปรตีน แอมเวย์ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2555

Exclusive interview บริษัท แอมเวย์ ประเทศไทยจำกัด กับ คุณ กิจธวัช ฤทธีวารี


แนวทางการบริหารงานของแอมเวย์ยังคงยึดแก่นเดิม คือ การมอบโอกาสดีๆ ให้กับผู้คนการแบ่งปันความซื่อสัตย์ สิ่งที่ต้องปรับเปลี่ยน คือ วิธีปฏิบัติ การปรับธุรกิจให้ก้าวทันโลก


ถือเป็นพี่ใหญ่ และเป็นเบอร์ 1 ในแวดวงอุตสาหกรรมขายตรงไทยมานานหลายปี สำหรับยักษ์แอมเวย์ วันนี้แอมเวย์ได้ก้าวเข้าสู่ยุคผลัดใบ ยุคที่มีผู้บริหาร หนุ่มรุ่นใหม่ๆฟแรงเข้ามารับช่วงต่อจากหัวเรือใหญ่ที่เกษียณลง อย่าง ปรีชา ประกอบกิจ วันนี้ผู้บริหารหนุ่มอย่าง กิจธวัช ฤทธีราวี ได้สะท้อนมุมมองด้านการบริหารงานของแอมเวย์ว่า จากนี้ไปในอนาคตจะมีแนวทางในการบริหารงานต่อในยุคที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างไร


แนวทางการบริหารงานสไตล์ กิจธวัช เป็นอย่างไรเมื่อเข้าสู่ช่วงผลัดใบ


แนวทางการบริหารงานแอมเวย์ยังคงยึดแก่นเดิม คือการมอบดอกาสดีๆ ให้กับผู้คน การแบ่งปันความซื่อสัตย์ สิ่งที่ต้องปรับเปลี่ยนคือ วิธีการปฏิบัติ การปรับธุรกิจให้ก้าวทันโลก โดยเน้น 3 ยุทธศาสตาร์หลัก คือ



  1. ด้านนวัตกรรม ซึ่งเป็นจุดยืนที่แอมเวย์ทำให้ประสบความสำเร็จมาตลอด ด้วยการเน้นสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ วีธีการทำงาน โครงสร้างขององค์กร

  2. ไลฟ์สไตล์โซลูชั่น ที่ต้องบอกว่าเมื่อถึงจุดหนึ่ง จะมีการแบ่งเซ็กเม้นด์ กลุ่มเป้าหมายอย่างชัดเจน แอมเวย์จึงพยายามเข้าไปทำการตลาดเพื่อตัวบุคคลมากขึ้น ฉะนั้นสินค้าจึงต้องตอบสนองความต้องการของบุคคล เช่นการบริหารการจัดการแต่ละคนก็มีความอ่อนไหวไม่เหมือนกัน อย่างเช่นการได้รับสารอาหารของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน แอมเวย์ จึงเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือ ที่เป็นการตรวจเชิงลึกเฉพาะของบุคคลนั้นๆ เรื่องนี้จะเป็นคอร์สออกกำลังกาย เรียกว่า เวชศาสตร์องค์รวม


ในอนาคตแอมเวย์จะมีคอร์สการตรวจ DNA ของแต่ละบุคคล เพื่อเป็นการวัดผลและตรวจหาค่าว่าใครมีความสุ่มเสี่ยงว่าจะเกิดโรคอะไรในอนาคต ดังนั้นแอมเวย์จะมีการจัดเตรียมบุคคลากรเพื่อให้คำแนะนำด้านโภชนาการ ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนา ซึ่งอนาคตแอมเวย์จะรุกการค้นหาไปถึงระดับยีน และ DNA



  1. การสร้างแบรนด์ แห่งจิตสำนึก แบ่งเป็น 2 แนวทางหลักได้แก่

    1. ด้านธุรกิจ เน้นการบริหารงาน ปลูกสร้างจรรยาบรรณให้กับนักธุรกิจแอมเวย์ ซึ่งเป็นเรื่องที่แอมเวย์จะทำอย่างเข้มข้นขึ้นไปเรื่อยๆ ต้องบอกว่าปัจจุบันแอมเวย์ได้เปิดแผนกเพิ่ม อีก 1 ยูนิต จะเปิดเป็นดีพาร์ตเม้นต์ ที่ใช้ชื่อว่า Amway Training Center ที่ใช้คอนเซ็ปต เป็นหน่วยงานที่พัฒนานักธุรกิจแอมเวย์ให้มีองค์ความรู้ พร้อมในทุกด้าน ซึ่งเรื่องนี้ นักธุรกิจจะต้องเข้าถึงเบื้องลึกและจิตสำนึก ที่จะต้องมีคุณธรรมและจริยธรรม

    2. กิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) อย่างที่ผ่านมาแอมเวย์จัดกิจกรรมมากมายปัจจุบันได้โฟกัสเรื่องเด็ก การให้ความรุ้แก่เด็ก ที่ทำควบคู่กับมูลนิธิแอมเวย์ เพื่อสังคมไทย ตั้งแต่การให้ทุนการศึกษา การสร้างห้องสมุด การทำหนังสือเสียงให้กับเด็กตาบอด และในปี 2555 เป็นปีที่แอมเวย์ฉลองครบรอบ 25 ปีได้มีการจัดหนังสือบินได้เพื่อน้อง และห้องสมุดเคลื่อนที่ ส่วนอีกเรื่องที่จะเน้นคือ ด้านสภาพแวดล้อม ที่พยายามผลักดันด้าน กรีนมาร์เก็ตติ้งมากขึ้น เช่น สินค้าก็จะนึกถึงบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมารีไซเคิลใหม่ได้ และตึกใหม่ของแอมเวย์ที่ออกแบบมาเพื่อการประหยัดพลังงาน



เป้าหมายการดำเนินธุรกิจ


เป้าหมายเดิมคือการสร้างฐานธุรกิจให้ใหญ่โต ดังนั้น จากนี้ไปอมเวย์จะทำ Back to Basic เครือข่ายการสร้างงานสร้างรายได้ สิ่งที่ต้องการ คือใหคนที่เข้ามาทำธุรกิจประสบความสำเร็จขึ้นเรื่อยๆ และประสบความสำเร็จในระยะยาว ตรงนี้จะทำอย่างไรสิ่งที่ต้องทำคือ ให้ผู้คนมองเห็นธุรกิจขายตรงเป็นอาชีพที่ดี ในระยะยาวอาชีพนักธุรกิจขายตรงต้องติดใน 10 อาชีพ ที่คนอยากเป็นักธุริจ ในระยะกลางมองว่าธุรกิจยังคงเติบโต ดังนั้นแอมเวย์จะยัคงรักษาระดับการเป็นผู้นำในตลาด ด้วยการส้างธุรกิจแบบองค์รวมของการเป็นักธุรกิจขายตรงให้เป็นที่ยอมรับและในระยะสั้น ทำอย่างไรให้นักธุรกิจมีแรงขับเคลื่อน เช่น การปรับรายได้ให้กับนักธุรกิจ มีกิจกรรมส่งเสริมการขาย มีการสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์ ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ส่งต่อความสำเร็จ


 


มุมมองการเปิดตลาด AEC กิจธวัช มีความคิดเห็นอย่างไร


การเปิดตลาด AEC ผู้ประกอบการไทยจะได้ประโยขน์ โดยเฉพาะประเทศไทยที่มีศักยภาพดีเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ เรื่องนี้คนที่แข็งแกร่งกว่าย่อมได้ประโยชน์ ตรงนี้ประเทศไทย สามารถสร้างโอกาสในประเทศอื่นๆ ได้หากมีการเปิดเสรีทางด้านการค้า


สิ่งที่มองคือด้านเศรษฐกิจโลกที่จะเรื้อรังต่อไปอีก ซึ่งแต่ละปีส่งผลกระทบโดยอ้อม แต่หากไปกระทบกระเทือนอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ก็จะกลายเป็นลูกโซ่ และจะมากระทบกับผู้บริโภค ซึ่งก็ต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งขระที่สถานการณ์ใปในประเทศไทยนั้นยังเป็นไปในทิศทางที่ดีเมื่อเทียบกับตลาดอื่นๆ หากย้อนกลับไปด้านการเมืองที่ยังมีความขัดแย้งมาหลายปีและคนไทยก็คุ้นเคยเป็นอย่างดี ดังนั้น เมื่อย้อนกลับไปยังอุตสาหกรรมขายตรงแล้ว มองว่าตลาดที่นี้ยังมีโอกาสเติบโตอีกสูง


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 208 วันที่ 1- 15 ตุลาคม พ.ศ. 2555