ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มาบุญครอง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มาบุญครอง แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2556

MLM เปิดศึกงานใหญ่ กระตุ้นแรงซื้อโค้งสุดท้าย!!







handshake (Mobile)

 


กลุ่มบริษัทขายตรงโหมจัดงานใหญ่ปลุกกำลังซื้อช่วงโค้งสุดท้ายปลายปี "นีโอไลฟ์" จัดเต็ม ประดับเข็มนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จต่อเนื่องทุกเดือน พร้อมอัดโปรโมชั่นใหม่ล่อใจท้ายปี ด้าน "ดี เน็ทเวิร์ค" จุดพลุต้อนรับ "บลู ไดมอนด์" คนแรกของบริษัท อวดรถยนต์หรู "เฟอร์รารี่" เรียกเรตติ้ง ด้านค่าย "มาบุญครอง" เทหน้าตักจัดงานใหญ่ใช้การมอบโชคใหญ่เร่งปั้นแบรนด์


"นีโอไลฟ์" จัดงานใหญ่ถี่ เร่งขย่มเป้าท้ายปี


ดร.นพรุจ เวชกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นีโอไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า การจัดงานฉลองเกียรติยศความสำเร็จของบริษัทจะจัดขึ้นในทุกเดือน เพื่อเป็นการฉลองความ สำเร็จและเชิดชูเกียรติสมาชิกผู้ประสบความสำเร็จในธุรกิจ


"การจัดงานในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากการที่ บริษัท นีโอไลฟ์ฯ ได้เปิดดำเนินธุรกิจขึ้นมาในรูปแบบของธุรกิจการขายตรงแบบหลายชั้น โดยไม่จำหน่ายสินค้าผ่านระบบการขายทั่วไป แต่ได้จัดจำหน่ายสินค้าในระบบสมาชิกเพื่อเปิดโอกาสให้แก่พี่น้องประชาชนที่สนใจอยากมีธุรกิจหรือมีกิจการเป็นของตนเองแบบเครือข่ายให้สามารถเข้ามาร่วมธุรกิจหรือมีกิจกรรมเป็นของตนเองแบบเครือข่าย ให้ได้สามารถเข้ามาร่วมธุรกิจทั้งเป็นเครือข่ายผู้จัดจำหน่ายสินค้าหรือเป็นสมาชิกผู้ใช้สินค้า ซึ่งก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ทั้งเป็นอาชีพเสริมรายได้ หรือทำเป็นอาชีพหลักสร้าง รายได้ให้แก่บุคคลหรือครอบครัว อันเป็นการสร้างความมั่นคงให้แก่ ครอบครัวในสังคมได้อีกทางหนึ่ง อนึ่ง อาชีพการขายตรงในประเทศ ไทยในอดีตอาจจะไม่เป็นที่ต้องการหรือไม่เป็นที่น่าเชื่อถือแก่ผู้คนในสังคมเท่าที่ควร แต่อาชีพนี้นับเป็นอาชีพที่ดีอีกอาชีพหนึ่ง และเป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศที่เจริญแล้ว"


ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจและความพร้อม ของธุรกิจ จากอดีตจนถึงปัจจุบันตลอดระยะ เวลาร่วม 13 ปีของการดำเนินงาน นีโอไลฟ์ฯ ได้สร้างนักธุรกิจให้ประสบความสำเร็จเป็นจำนวนเฉลี่ยต่อปีไม่ต่ำกว่า 10,000 รหัสตำแหน่ง จึงจะเห็นได้ว่า นีโอไลฟ์ฯ เป็นบริษัท ที่มีการจัดงานมอบเข็มประจำตำแหน่งในทุกๆ เดือน


อย่างไรก็ดี บริษัทยังได้พัฒนาช่องทีวีดาวเทียมที่เปลี่ยนจากนีโอทีวี เป็น "สยามธุรกิจแชนแนล" เพื่อเป็นช่องข่าวสารสาระ บันเทิง วาไรตี้ธุรกิจที่เป็นประโยชน์แก่สังคม นอกจากนั้น ในด้านของการทำประโยชน์ร่วมกับสังคมด้านอื่นๆ นีโอไลฟ์ฯ ก็ได้มีโอกาส ทำงานร่วมกับสังคม ชุมชน วัดวาอารามต่างๆ รวมทั้งส่วนราชการ หรือมูลนิธิทางสังคมต่างๆ ตามสมควร


ที่ผ่านมา นีโอไลฟ์ฯ ยังได้มีโอกาสเป็น ผู้สนับสนุนรายการทีวีในช่องฟรีทีวี นั่นก็คือ ช่อง ททบ.5 ในรายการรัชกับดุ๊ก ออนทัวร์ รายการรัชนีวีไอพี ซึ่งเป็นรายการท่องเที่ยววาไรตี้ที่ขอเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนเศรษฐกิจให้แก่สังคม นีโอไลฟ์ฯ ได้รับเกียรติ จากกระทรวงมหาดไทยให้ร่วมลงนาม MOU เพื่อร่วมทำรายการในการร่วมกันส่งเสริมการ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรม สินค้าโอท็อปกับผู้ว่าราชการจังหวัด ต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการถ่ายทำไปแล้วถึงกว่า 20 จังหวัด


ทั้งนี้ ในปี 56 "นีโอไลฟ์" ต้องการสร้างยอดขายให้เติบโตเพิ่มอีก 10% อีกทั้งบริษัทยังต้องการเน้นการสร้างคุณภาพของนักธุรกิจของบริษัท รวมทั้งการขยายสาขาออกไปในกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งทั้งหมด ถือเป็นการต่อยอดความยิ่งใหญ่ของ "นีโอไลฟ์" ในการก้าวย่างสู่ปีที่ 13 ตามธีมความคิดในการสานต่อความสำเร็จในรูปแบบ "NEO LIFE SUCCESS TOGETHER" รวมทั้งในปีนี้ บริษัทยังต้องการที่จะทำให้เป็นปีแห่งการ ขยายตลาดสู่ประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อรองรับการเกิดขึ้นของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ต่อไป


"ดี เน็ทเวิร์ค" อวดแม่ทีมบลู ไดมอนด์ คนแรกของบริษัท


ด้านนายสาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้งบริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด เปิดเผยว่า ผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกของบริษัทถือว่ามีการเติบโตที่ดีมาก โดยทาง บริษัทสามารถสร้างยอดขายเติบโตกว่า 6 เท่าตัว เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2555 ที่ผ่านมา


"ในช่วงครึ่งปีแรกเรามีผลประกอบการ ที่ดีมากในปี 2555 ที่ผ่านมา ครึ่งปีแรกเราสร้างยอดขายได้ราว 82 ล้านบาท แต่ในช่วง ครึ่งปีแรกของปี 2556 เราปิดยอดขายไปแล้ว กว่า 450 ล้านบาท หากนับเฉพาะเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมาเราปิดยอดขายได้สูงถึง 90 ล้านบาท ปีนี้เราจึงมั่นใจอย่างยิ่งว่า เราจะสร้างยอดขาย แตะหลัก 1,000 ล้านบาทได้"


อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทยังได้จัดงานใหญ่ในการประกาศเกียรติคุณให้กับนักธุรกิจระดับ "บลู ไดมอนด์" คนแรกของบริษัทคือ "ภรัณธรณ์ เชื้อสรห์รดี" นักธุรกิจหญิง ซึ่งสามารถพิชิตกองทุนรถยนต์คว้ารถเฟอร์รารี่ของบริษัท โดยงานดังกล่าวได้จัดให้มีกิจกรรม ต่างๆ ที่น่าสนใจ ซึ่งงานประกาศเกียรติคุณ นักธุรกิจระดับบลู ไดมอนด์ ได้จัดไปเมื่อ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา


นอกจากนี้ ทางบริษัทยังมีการจัดโปรโมชั่นในการท่องเที่ยวปีละ 2 ครั้ง โดยในปี 2556 ทางบริษัทมีโปรโมชั่นในการท่องเที่ยวที่เวียดนามในเดือนมิถุนายน โดยมีผู้พิชิตการ ท่องเที่ยวถึง 350 คน ส่วนในเดือนสิงหาคม ทางบริษัทจะเดินทางท่องเที่ยวในทวีปยุโรป 9 วัน ใน 4 ประเทศ ได้แก่ อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และเนเธอร์แลนด์


ส่วนในปี 2557 บริษัทมีโปรโมชั่นการ ท่องเที่ยว 2 ทริปโดยในทริปแรก บริษัทจะพานักธุรกิจท่องเที่ยวยังฮ่องกง-มาเก๊า ส่วนทริปใหญ่ทาง ดี เน็ทเวิร์ค จะพานักธุรกิจไปท่องเที่ยวยังอลาสก้า 10 วัน ซึ่งถือเป็นทริปท่องเที่ยวครั้งใหญ่ของบริษัท


 MBK เทหน้าตักจัดงานขนรางวัลแจกเพียบ


ด้าน บริษัท มาบุญครอง จำกัด นับเป็นอีกหนึ่งค่ายขายตรงแบรนด์ใหม่ที่ได้ทุ่มงบจัดงานใหญ่ ภายใต้ชื่อ "มาบุญครอง Let it Grow" ไปเมื่อช่วงเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา เพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณผู้นำนักธุรกิจมาบุญครอง ต้นแบบแห่งความสำเร็จ การจุดประกายสานฝันและสร้างแรงบันดาลใจ


"มาบุญครอง" หรือ MBK ภายใต้การบริหารงานโดย "ศิริชัย บูลกุล" ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มาบุญครอง จำกัด ยังได้จัดทำโครงการพัฒนาเกษตรกรไทย ก้าวไกลสู่สากล ดำเนินการแจกตัวอย่างผลิต-ภัณฑ์ทางด้านการเกษตร สารปรับปรุงดินศิริชัย (ชนิดเม็ด) และศิริชัยไบโอพลัส (ชนิดแคปซูล) ให้กับเกษตรกรและสมาชิกนักธุรกิจ มาบุญครองทั่วประเทศ ตั้งแต่ต้นปี 2556 กว่า 20,000 ครัวเรือน รวมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท เพื่อให้เกษตรกรไทย มีโอกาสได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดีมีคุณภาพ เกษตรอินทรีย์ชีวภาพ ปลอดสารพิษ ช่วยปรับปรุงพลิกฟื้นผืนแผ่นดินไทยให้ดินดีมีคุณภาพ เพิ่มผลผลิตทางการเกษตรได้อย่างแท้จริง ตามปณิธานของประธาน บริษัท ที่ตั้งใจสร้างสรรค์ ธุรกิจเครือข่ายน้ำดี ให้มีความมั่นคง ช่วยเหลือเกื้อกูล เข้าถึง เข้าใจ คนไทยในทุกระดับชั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกษตรกรไทย ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของชาติ ให้มีโอกาสได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของมาบุญครอง ทำให้สิ่งแวดล้อมดี ดินดี ผลิตผลดี เกษตรกร สุขภาพดี มีรายได้ที่มั่นคง


โดยในช่วงท้ายของงานยังมีมินิคอนเสิร์ตจากซูซี่ ดันดารา ทีมพิธีกร ดาว-อภิสรา นุตยกุล และเล็ก-เจษฎา ดารานักแสดงชั้นนำ ของประเทศ และพิเศษสุดๆ มาบุญครองมอบ โชคใหญ่ของรางวัลมากมายรวมมูลค่ากว่า 6 ล้านบาท อาทิ รถกระบะ TOYOTA Vigo 9 คัน, รถจักรยานยนต์ Honda Wave 11 คัน, สร้อยคอทองคำ 23 รางวัล, iPhone, iPad, Notebook และรางวัลอื่นๆ


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันศุกร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2556

ข่าวมาบุญครอง(MBK) : มาบุญครอง เเจกจริง จัดใหญ่ ! ในงาน มาบุญครอง Let it Grow







1235910_395309010595115_703389897_n (Mobile)


เมื่อวันพุธที่ 11 กันยายน 2556 ที่ผ่านมา บริษัท มาบุญครอง จำกัด ได้ทุ่มงบมหาศาล จัดงานใหญ่ มาบุญครอง Let it Grow เพื่อประกาศเกียรติคุณ ผู้นำนักธุรกิจมาบุญครอง ต้นแบบแห่งความสำเร็จ,การจุดประกายสานฝันและสร้างแรงบันดาลใจท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติและกองทัพสื่อมวลชนที่ให้ความสนใจเข้าร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก ณ Exhibition Hall 2 Impact เมืองทองธานี


มาบุญครอง หรือ MBK ภายใต้การบริหารงานโดยเจ้าสัวศิริชัย บูลกูล ประธานกรรมการบริหารบริษัท มาบุญครอง จำกัด ได้จัดทำโครงการพัฒนาเกษตรกรไทย ก้าวไกลสู่สากล ดำเนินการแจกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ทางด้านการเกษตร สารปรับปรุงดินศิริชัย (ชนิดเม็ด) และศิริชัยไบโอพลัส (ชนิดแคปซูล) ให้กับเกษตรกรและสมาชิกนักธุรกิจมาบุญครอง ทั่วประเทศ ตั้งแต่ต้นปี 2556 กว่า 20,000 ครัวเรือน รวมมูลค่า กว่า 20 ล้านบาท เพื่อให้เกษตรกรไทย มีโอกาสได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดี มีคุณภาพ คุณภาพ เกษตรอินทรีย์ชีวภาพ ปลอดสารพิษ ช่วยปรับปรุง พลิกฟื้นผืนแผ่นดินไทย ให้ดินดีมีคุณภาพ เพิ่มผลผลิตทางการเกษตรได้อย่างแท้จริง ตามปณิธานของเจ้าสัวศิริชัย ที่ตั้งใจสร้างสรรค์ ธุรกิจเครือข่ายน้ำดี ให้มีความมั่นคง ช่วยเหลือเกื้อกูล เข้าถึงเข้าใจคนไทยในทุกระดับชั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกษตรกรไทย ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของชาติ ให้มีโอกาสได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของมาบุญครอง ทำให้สิ่งแวดล้อมดี ดินดี ผลิตผลดี เกษตรกรสุขภาพดี มีรายได้ที่มั่นคง


ช่วงท้ายของงานมีมินิคอนเสิร์ต จากซูซี่ ดันดารา ทีมพิธีกร ดาว อภิสรา นุตยกุล และเล็ก เจษฎา ดารานักแสดง ชั้นนำของประเทศ และ พิเศษสุดๆ มาบุญครองมอบโชคใหญ่ ของรางวัลมากมาย รวมมูลค่ากว่า 6 ล้านบาท อาทิ รถกระบะ TOYOTA Vigo 9 คัน, รถจักรยานยนต์ Honda Wave 11 คัน, สร้อยคอทองคำ 23 รางวัล, iPhone, iPad, Notebook และ รางวัลอื่นๆ อีกมากมาย ที่มาบุญครอง มีความจริงใจ และ ตั้งใจ สร้างสรรค์มอบสิ่งดีๆ เปิดโอกาสให้ทุกคน ได้เข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจ พัฒนา เติบโต ก้าวไกลไปกับมาบุญครอง ดั่งคำ "มาบุญครอง โอกาสทองของชีวิต"



[gallery ids="19843,19844,19845,19846,19847,19848,19849,19850,19851,19852"]

วันจันทร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2556

จับอุณหภูมิเดือด ค่ายขายตรงประลองตลาดปุ๋ย







p_409269 (Mobile)


นาทีนี้ ขายตรงเกษตร ดูเหมือนจะทวีความร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ จากมูลค่าตลาดเกษตรเมืองไทยมีมูลค่าหลักแสนล้านบาท ไม่น่าแปลกใจที่บริษัทขายตรงต่างมองเห็นโอกาสในการเข้าไปมีส่วนร่วมชิกเค็กก้อนใหญ่นี้ ปัจจุบันสินค้ากลุ่มเกษตรนับว่าเป็นที่นิยมของบรรดาเหล่าบริษัทขายตรงทั้งเก่าและรายใหญ่ต่างตบเท้าลุยด้านเกษตรกันถ้วนหน้า ที่แน่ๆคือเราได้เห็นผู้เล่นหน้าใหม่ที่เข้าสู่ตลาดขายตรงโดยมีสินค้าเกษตรเป็นตัวขับเคลื่อน และขายตรงชั้นนำก็แตกไลน์มาลองชิมลางสินค้าเพื่อการเกษตรบ้าง


ที่ฮือฮาในวงการขายตรงเป็นอย่างมาก เมื่อ ดร.สุรเชษฐ์ เชื้อศรี ประธานกรรมการบริษัท ลาชูเล่ จำกัด ประกาศก่อตั้งบริษัท อาชูเล่ เอเชีย และขนสินค้านวัตกรรมเพื่อการเกษตรสั่งตรงจากประเทศอิราเอล ภายใต้แผนธุรกิจมหัศจรรย์ TCM3 หรือ Triple Core Marketing ซึ่งเขามองว่า เป็นแผนการตลาดที่แรงที่สุดในยุคนี้ที่จ่ายได้เร็ว จ่ายได้จริง ลงทุนน้อยทำงานง่าย มีรายได้มั่นคง


"จากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ไจก้า ลาชูเล่ ออกมารุกตลาดกว่า 4 เดือนที่ผ่านมา ยอดขายมีอัตราการเพิ่มขึ้นในทุกๆเดือน ปัจจุบันมียอดขายรวมแล้ว 50 ล้านบาท โดยเชื่อมั่นว่ายอดขายในส่วนของผลิตภัณฑ์การเกษตรจะมีอัตราที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกๆเดือน และคาดว่าจะสามารถผลักดันให้ยอดขายถึง 500 ล้านบาทได้ภายในสิ้นปีนี้ อีกทั้งบริษัทเล็งเห็นถึงปัญหาด้านเกษตรที่เปรียบเสมือนกับเป็นอาชีพ บรรพบุรุษของไทยและเพื่อปลดหนี้ให้เกษตรกรไทย ด้วยสุดยอดผลิตภัณฑ์อาหารเสริมบำรุงพืชจุลินทรีย์ชีวภาพสูตรเข้มขน ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดที่ใช้กับพืชผักไม้ผลทุกชนิด สามารถเพิ่มพูนผลผลิตให้กับเกษตรกรมากยิ่งขึ้น อันได้แก่ (1.)สารอาหารบำรุงพื้ช(ชนิดผง)นาโน อะมิโนแมค ไจก้า ลาชูเล่-1 (2.)สารอาหารเสริมบำรุงพื้ชจุลินทรีย์(ชนิดน้ำ)นาโน จินซีแมค ลาชูเล่-1 (3.) สารเพิ่มประสิทธิภาพจับใบพื้ช นาโน นูแมค ไจก้า ลาชูเล่-2 (4.)สารอินทรีย์ปรับปรุงบำรุงดินนาโน ฮิวแมค ไจก้า ลาชูเล่-3 และ (5.) สารสกัดชีวภาพป้องกันแมลงและรักษาโรคพืช นาโนไฟท์แบค ไจก้า ลาชูเล่น-4" สุรเชษฐ์กล่าว แจกจริง ใช้แล้วเห็นผล


ออร์กาเนลไลฟ์ ต้นตำหรับขายตรงเกษตร


หากพูดถึงขายตรงเกษตรเชื่อว่าชื่อของ ภัคภณ ศรีคล้าย ประธานกรรมการบริษัท ออร์กาเนลไลฟ์ (ประเทศไทย) จำกัด กำลังเป็นที่รู้จักในแวดวงขายตรงเกษตร ในฐานะกูรูตัวจริงเรื่องเกี่ยวกับการเกษตร เพราะเกิดจากการสั่งสมประสบการณ์เป็นนักวิชาการเกษตรมากกว่า 30 ปี หลังจากเงียบหายไปนานถึง 3 ปี วันนี้การกลับมาของออแกเนลไลฟ์ ที่สะสางปัญหาภายในจนเสร็จสิ้น มุ่งทำตลาดสินค้าในกลุ่มเกษตรแบบถึงลูกถึงคนกับเกษตรกร กระจายศูนย์สาขากว่า 5 แห่ง อาทิ เชียงใหม่, บึงกาฬ, อุบลราชธานี, บุรีรัมย์ และชัยนาท ทำให้ปัจจุบัน ออแกแนลไลฟ์ มีฐานผู้บริโภคเป็นจำนวนมาก และพร้อมแล้วที่จะกลับเข้ามารุกตลาดขายตรงอีกครั้ง


หากมองจุดแข็งของ "ออร์กาเนลไลฟ์" คือ การชูผู้มีประสบการณ์ด้านการเกษตรโดยตรง 30 ปีและกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพระดับพรีเมี่ยมและใช้แล้วเห็นผลชัดเจน กว่า 30 รายการ ทำให้ออร์กาเยลไลฟ์มีความโดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่งอย่างมาก ซึ่งบริษัทถือว่าเป็นหัวใจหลักในการสร้างฐานตลาดผู้บริโภคแบบเครือข่ายอย่างแท้จริง


ขณะที่ พิบูล ลิมปิวิวัฒน์กุล รองประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท มาบุญครอง จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดการเกษตรก็เป็นนโยบายการทำตลาดหลักของบริษัทในปีนี้ โดยได้จัดทำโครงการพัฒนาเกษตรกรไทย ก้าวไกลสู่สากลขึ้น ทั้งนี้ได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัท คือ สารปรับปรุงดินศิริชัย และศิริชัยไบโอ พลัส ซึ่งมีการแจกผลิตภัณฑ์ตัวอย่างให้แก่เกษตรกรทั่วประเทศไทยกว่า 20,000 ครัวเรือน ทั่วประเทศ


ภายในสิ้นปี มาจากสินค้าเกษตร 60-70% โดยเราจะรุกด้านขายตรงเกษตรอย่างจริงจัง ซึ่งมุ่งจับกลุ่มรากหญ้า เราแจกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ให้เกษตรกรได้ทดลองโดยมุ่งเน้นที่พืชเศรษฐกิจของไทย อย่าง ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง และข้าวโพด เมื่อเห็นผลจะเกิดการบอกต่อ


เขายังมั่นใจว่าการขยายตลาดขายตรงเกษตรในปีนี้จะสามารถกระตุ้นยอดขายให้ก้าวกระโดดให้กับบริษัทถึง 2,000 ล้านบาทในปีนี้ด้วย


เทรนด์เกษตรอินทรีย์มาแรง


แม้ "วิน วิน เวิล์ดไวด์" จะไม่ได้จับขายตรงเกษตรอย่างเต็มรูปแบบ แต่ส่วนหนึ่งของนโยบายการเติบโตของบริษัทในปีนี้ก็ไม่ลืมที่จะเติบโตทางด้านนี้ โดยชูจุดเด่นที่เป็นโรงงานผลิตเอง และรูปแบบเน้นสินค้าออแกนิคส์ 100% โดยการันตีถึงประสิทธิภาพในราคาประหยัด


"เรามีโรงงานปุ๋ยน้ำของเราเอง เจอวิกฤตตอนน้ำท่วม โรงงานเพิ่งรีโนเวทเสร็จเมื่อ 2 - 3เดือนที่ผ่านมา ตอนนี้พร้อมผลิต โดยมีกำลังการผลิตเป็นยอดพันล้านได้ แม้เป็นโรงงานเล็กๆ ตอนนี้ปุ๋ยเราเน้นเป็นออแกนิคส์หนด พวกฆ่าแมลง ฆ่าหญ้า เราไม่เอาเลย เรามีแต่เป็นการเพิ่มผลผลิตพื้ชเป็นวัคซีนพืช ให้พืชแข็งแรง โค๊ตราคา 990 บาท ถึงมือผู้บริโภคเลย ปริมาณ 2 ลิตร ใช้กับนาข้าวได้ 25 ไร่ เราเข้าไปทำตลาดร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตร โดยผ่าน ส.ค.ต.หรือส่งเสริมสหกรณ์ด้านการตลาด" เภสัชกรประเสริฐ หวานยิ่ง ประธานบริษัท วิน วิน เวิล์ดไวด์ กล่าว


นี่เป็นเพียงตัวอย่างรูปแบบการทำตลาดของเหล่าบริษัทขายตรงในปีนี้ ซึ่งต่างใช้กลยุทธ์ที่หลากหลายให้ได้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย แน่นอนว่าจะเห็นการแข่งขันกันอย่างดุเดือดตลอดทั้งปี ซึ่งกลวิธีจะเป็นอย่างไร ก็เป็นเรื่องของแต่ละบริษัท แต่สิ่งที่ทุกบริษัทจะลืมไม่ได้ก็คือ ต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดที่เกษตรกรจะได้รับ มากกว่าการมุ่งส่วนแบ่งตลาด




Credit By :หนังสือพิมพ์บ้านเมือง

วันอังคารที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2556

ขายตรงQ1พาเหรดเปิดตัวสินค้าใหม่ ชูความโดดเด่นพรึ่บหวังกระทุ้งยอดต้นปีตื่น !









สมรภูมิรบขายตรงร้อนระอุ!...หลังหลายค่ายเข็นสินค้าใหม่ออก มาสู้ศึกเพียบพร้อมโชว์ความโดดเด่นทางด้านสินค้าที่มีคุณภาพ มี โนวฮ์าวล้ำสมัย...ระบุสินค้าเพื่อสุขภาพ-ความงาม ยังเป็นสินค้ากลุ่ม ฮอตฮิตในตลาดเครือข่ายพ่วงท้ายด้วยสินค้ากลุ่มเกษตร เผยเตรียม พบสินค้าใหม่ที่จะออกมาสู่ตลาดเครือข่ายอีกเพียบเร็วๆนี้ทั้งค่าย เล็ก-กลาง-ใหญ่


ผ่านพ้นไปแล้ว 2 เดือน เกมการแข่งขัน ใน ธุรกิจขายตรง ก็ยังคงทวีความร้อนแรง แบบไม่มีขีดสุด และยิ่งจะเพิ่มอุณหภูมิแบบ ร้อนฉ่าขึ้นเรื่อยๆ เฉกเช่นเดียวกับ อุณหภูมิ ความเดือดของ การเปิดตัวสินค้าใหม่ ของ ธุรกิจขายตรง ก็ถือเป็นอีกหนึ่งยุทธศาสตร์ ที่สำคัญในการทำตลาดเช่นกัน...เพราะยิ่งหากค่ายไหนเข็นสินค้าใหม่ออกมาเย้ายวน ใจผู้บริโภคได้มากแค่ไหน เชื่อว่าก็น่าที่จะมี ภาษีทางธุรกิจที่ดีกว่าเช่นกัน แต่ทั้งนี้ สินค้า ใหม่ที่ออกมา ก็ต้องโดนใจทั้งผู้บริโภคและ สมาชิกด้วย
...ปักษ์นี้ ตลาดวิเคราะห์ ขอซูม ความเคลื่อนไหวของค่ายขายตรงในช่วงต้น ปีว่า มีค่ายไหนบ้าง ที่ปล่อยสินค้าใหม่ ๆ ออกมาสู่ตลาดกันบ้าง และสินค้าแต่ละตัวนั้น มีความโดดเด่นเป็นอย่างไร ซึ่งมีรายละเอียด ให้ทุกท่านได้ติดตามดังนี้


Q1สินค้าใหม่เปิดตัวเพียบ ชูความโดดเด่นด้านนวัตกรรม


...เริ่มต้นเปิดศักราชใหม่ของปีนี้ หาก ใครที่พอจำกันได้ดี กับสินค้าใหม่ของค่าย ยู นิซิตี้ นั่นก็คือ ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพที่ชื่อ LC ที่ค่ายนี้ ส่งตรงเข็นออกมา เพื่อต้องการ ตอบสนองความต้องการของผู้ที่รักสุขภาพ เรียกได้ว่า เป็นการตอบรับกระแสเทรนด์รัก สุขภาพที่ปีนี้กำลังมาแรงนั่นเอง
โดยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแอลซี (LCDietary Supplement Product) ถือเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเวย์โปรตีนชนิดผง สำหรับชงดื่ม (รสวานิลลา) ทางเลือกสำหรับ ผู้ที่ต้องการเสริมโปรตีนและควบคุมปริมาณ ของคาร์โบไฮเดรต เพื่อสุขภาพที่ดี และยังมี ส่วนช่วยควบคุมน้ำหนัก ในผู้ที่มีน้ำหนักตัว เกินด้วย โดยส่วนประกอบที่สำคัญ ของ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแอลซี ได้แก่ โปรตีน เมทริกซ์ (โปรตีนสกัดจากถั่วลันเตา โปรตีน สกัดจากนมวัว และเวย์โปรตีน) มอลโต เด็กซ์ตริน อินนูลิน ไฟเบอร์ วิตามินและเกลือ แร่รวม ซูคราโลส และกลิ่นวานิลลา
ซึ่งต้องบอกว่า ส่วนหนึ่งที่ ยูนิซิตี้ เติบโตและมียอดขายที่ดีอย่างต่อเนื่อง มาได้ นั้น สินค้า ถือว่ามีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที เดียว โดยทางด้าน มร.คริสโตเฟอร์ คิม ประธาน ยูนิซิตี้ เอเชีย แปซิฟิก เอง เชื่อว่า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแอลซีตัวใหม่ ก็น่าที่ จะสร้างยอดขายที่ดีและผู้บริโภคให้การตอบ รับด้วยเช่นกัน
...มาดูกันอีกหนึ่งค่ายที่ขอบอกว่าเป็น เจ้าพ่อเปิดตัวสินค้าใหม่ เลยก็ว่า นั่นก็คือ ค่าย ดี เน็ทเวิร์ค ที่ในปีนี้ เบิกฤกษ์เปิดตัว สินค้าใหม่ ด้วยการเข็นสินค้าทางการเกษตร ออกมาบุกตลาดเครือข่ายภายใต้ชื่อ บานเย็น ซึ่งเป็น สารบำรุงสมองพืช โดย สินค้าในกลุ่มนี้มีอยู่ 3 ตัว ด้วยกัน คือ ตัวแรก บานเย็นรากขาว ตัวต่อมาคือ วัคซีนพืช เป็น การเสริมภูมิคุ้มกันให้กับพืช ซึ่งทำจาก ซิลิก้าและกรดอะมิโน ตัวที่ 3 คือ สารเพิ่ม ผลผลิตบานเย็น เร่งการผลิตดอกออกผล ซึ่ง ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดถือเป็นที่สุดแห่งนวัตกรรม สารเสริมพืชแห่งยุค โดยสินค้าเกษตรดัง กล่าว เป็นเทคโนโลยีจากประเทศสวิตเซอร์ แลนด์ ที่สามารถลดการใช้ปุ๋ยได้ถึง 75 เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน
โดยสินค้ากลุ่มบานเย็น นี้ ทางด้าน ค่าย ดี เน็ทเวิร์ค เอง มีความมั่นใจว่า จะ สามารถก้าวขึ้นมาเป็นสินค้าขายดีในลำดับ ต้น ๆ ของทางบริษัทอีกด้วย โดยในช่วงที่ ผ่านมา พบว่า ค่ายนี้ ได้มีการทดลองแจก สินค้าดังกล่าวไปแล้วกว่า 200 ชุดด้วยกันเพื่อให้เกษตรกรได้ทดลอง ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ ที่สำคัญเลยก็ว่าได้ เพราะถ้า หากสินค้ามีการใช้ดีและเห็นผล จริงนั่นก็หมายความว่า การทำ ตลาดของสินค้ากลุ่มนี้ก็จะง่าย ขึ้นตามมาด้วย ที่สำคัญ ทาง ดี เน็ทเวิร์ค เอง ยังตั้งเป้าหมาย ยอดขายผลิตภัณฑ์ตัวนี้ไว้ที่ 60 ล้านบาทในปีนี้อีกด้วย ซึ่งก็ต้อง มาติดตามกันดูว่าจะบรรลุตาม เป้าหมายหรือไม่
...ข้ามฝากมาที่ค่าย พระรามเก้าเน็ตเวิร์ค กันบ้าง ที่ ในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ มีแผนที่ จะเปิดตัวสินค้าใหม่เป็นกาแฟ รันส์คอฟฟี่ 44 โดยเป็นกาแฟ สำหรับผู้ชาย ที่จะเปิดตัวในช่วง เดือนมีนาคมนี้ หลังจากที่ผ่าน มา พระรามเก้าเน็ตเวิร์ค เอง ได้มีการเปิดตัวสินค้า M9 Coffiee ที่เป็นกาแฟผสมคอลาเจน จากประเทศฝรั่งเศสสำหรับ สุภาพสตรี โดยค่ายนี้บอกว่า กระแสตอบรับค่อนข้างที่จะดี อย่างมาก นอกจากนี้ ยังพบอีกว่า ใน ช่วงเดือนกลางปีนี้ เตรียมที่จะ เปิดตัวสินค้าใหม่ประเภท ปศุสัตว์หรืออาหารสัตว์สำหรับ สุนัขและแมวอีกด้วย ซึ่งถือเป็น อาหารสัตว์ตัวใหม่ที่ พระราม เก้าเน็ตเวิร์ค เอง ร่วมมือกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ในการทำการวิจัยร่วมกัน พร้อม กับมีแผนที่จะขยายไลน์ของ สินค้าประเภทยาสมุนไพรเพิ่ม อีก โดยมีเป้าหมายที่จะออก ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ในรูปแบบ ของยาเม็ดบำรุงร่างกาย ที่มีส่วน ผสมของกระดูกเสือ มีสรรพคุณ ทำให้ร่างกายแข็งแรง ซึ่งคาดว่า จะเปิดตัวได้ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้
...ด้านค่าย นิว ไลฟ์ ก็ไม่ น้อยหน้าเช่นกัน ซึ่งก็ได้เริ่ม ทยอยออกสินค้าใหม่เพื่อตอบ สนองความต้องการของสมาชิก และผู้บริโภคเช่นกัน ซึ่งสินค้าที่ จะชิมลางออกมาในช่วงไตรมาส แรกปีนี้นั้น มีอยู่ 3 รายการด้วย กัน คือ สินค้าตัวแรกชื่อว่า ลูทีน พลัส เป็นผลิตภัณฑ์เสริม อาหาร บำรุงสายตา เหมาะ สำหรับผู้ที่อยู่หน้าคอมพิวเตอร์ เป็นเวลานาน สินค้าตัวที่ 2 ผลิต ภัณฑ์คอลลาเจน และสินค้าตัว ที่ 3 เป็นพวกแชมพู ยานวด เจล อาบนํ้า
ส่วนค่าย มาบุญครอง ในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ ก็ออกมา เข็นสินค้าใหม่ 2 รายการสู่ตลาด เครือข่ายเช่นกัน นั่นก็คือ SB-2 โค เอน ไซม์ คิวเท็นตราศิริชัยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อ สุขภาพสตรี และ D 1 (ดี1) ตรา ศิริชัย ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สารสกัดจากธรรมชาติเพื่อการ ล้างพิษทั่วร่างกาย ซึ่งผลิตภัณฑ์ ใหม่ทั้ง 2 รายการนี้ ทางมาบุญ ครองเอง ได้บอกว่าค่อนข้างที่จะ ได้รับการตอบรับจากนักธุรกิจ เป็นอย่างดีทีเดียว พร้อมกับมี แผนที่จะเข็นสินค้าใหม่ๆออก มาสู่ตลาดในปีนี้อย่างต่อเนื่อง เช่นกัน
เช่นเดียวกับค่าย คัง เซน-เคนโก ที่มีข่าวแว่วมาว่า เตรียมที่จะเปิดตัวสินค้าใหม่ ที่ ยิ่งใหญ่แห่งปีกันเลยทีเดียวใน วันที่ 24 มีนาคม 2556 นี้ ที่อา คารคังเซน เพลส นั่นก็คือ Kangzen PROGENE โปรจีน ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวพรรณให้ กระจ่างใส กระชับกล้ามเนื้อ ด้วยสารอาหารจากธรรมชาติ อย่างแท้จริง พร้อมเสริมด้วยสาร SOD ที่ต้านอนุมูลอิสระ ผิวสวย และสุขภาพดี และผลิตภัณฑ์ คังเซน เฟล็กซิ คอลลาเจน ที่ จะช่วยบำรุงผิวพรรณเช่นกัน... เรียกว่าน่าที่จะเป็นอีกหนึ่งกลุ่ม สินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการ ของสุภาพสตรีได้เป็นอย่างดีที เดียว
ด้าน บริษัท ไอยรา แพลน เน็ต จำกัด อีกหนึ่งบริษัทขาย ตรงน้องใหม่ที่กำลังมาแรงอยู่ใน ขณะนี้ ก็ได้มีการเปิดตัวสินค้า ใหม่ประมาณ 4 รายการด้วยกัน ในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ ไม่ว่า จะเป็น เครื่องดื่มสำหรับผู้ชาย ผลิตภัณฑ์อาหารผิว ผลิตภัณฑ์ ครีมกันแดด เป็นต้น ซึ่งทางด้าน ไอยราเอง มีความคาดหวังว่า ผลิตภัณฑ์สินค้าใหม่ที่จะมีการ เปิดตัวในช่วงไตรมาสที่ 1 นี้ น่า ที่จะสามารถสร้างยอดขายให้ กับบริษัทได้เป็นอย่างดีทีเดียว
...จะเห็นได้ว่า ในเรื่องของ การเปิดตัวสินค้าใหม่ ถือเป็น อีกหนึ่งยุทธศาสตร์ที่สำคัญของ ธุรกิจขายตรง เลยก็ว่าได้ เพราะหากค่ายไหน ที่มีสินค้าที่ โดดเด่น และสามารถสร้างจุด ขายให้กับผลิตภัณฑ์นั้นสำเร็จ เชื่อว่าในเรื่องของยอดขายก็จะ ตามมาด้วยเช่นกัน ซึ่งก็ต้องมา ติดตามกันดูว่า ในไตรมาสที่ 2 ที่ กำลังจะมาถึงนี้ จะมีค่ายไหนที่ เข็นสินค้าใหม่ ๆ ออกมาสร้าง สีสันให้กับธุรกิจบ้าง คงต้องติดตามกันต่อไป!!




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 340 ประจำวันที่ 16-31 มีนาคม 2556

วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2556

ขายตรง "มาบุญครอง" เสริมทัพสินค้าเกษตร ย้ำปี56ขอสร้างเซอร์ไพร์สยอดแตะ2พันล.

มาบุญครอง ทุ่มงบกว่า 50 ล้าน เพื่อการพัฒนาเกษตรกรไทย พร้อมเปิดตัวโครงการ พัฒนาเกษตรกรไทย ก้าวไกลสู่สากล โดยสารปรับปรุงดินตราศิริชัย และ ศิริชัยไบโอพลัส เผยวัตถุประสงค์ เพื่อต้องการช่วยส่งเสริม สนับสนุน เพิ่มผลผลิตทางการเกษตรของไทย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมช่วยเพิ่มมูลค่าพืชเศรษฐกิจของไทย ให้สามารถแข่งขันในกลุ่ม AEC และตลาดโลกในอนาคตได้...แย้มสิ้นปีขอสร้างเซอร์ไพร์สยอดแตะ 2,000 ล้าน




หากพูดถึงธุรกิจขายตรงที่ชื่อ มาบุญครอง ต้องบอกว่า ค่ายนี้ เกิดขึ้นมาจากความพร้อมสูงสุด จากประสบการณ์ของแบรนด์สินค้ามาบุญครอง ที่หลายคนคุ้นหูชินตา ที่อยู่คู่กับสังคมไทยมากว่า 30 ปีแล้ว โดยมี ศิริชัย บูลกุล นั่งแท่นเป็นประธานใหญ่ของธุรกิจในเครือมาบุญครองนั่นเอง ซึ่งทางมาบุญครองเอง ได้มีการนำชื่อ มาบุญครอง นี้ มาทำตลาดระบบเครือข่าย ด้วยประสบการณ์ของทีมงานมืออาชีพอีกด้วย

จะเห็นได้ว่า วันนี้การทำตลาดระบบเครือข่าย ถ้าแบรนด์สินค้าหรือชื่อของบริษัท ที่เข้ามาทำธุรกิจนั้น พูดออกมาคนรู้จักเยอะ ก็เท่ากับว่า เป็นการทำให้การทำการตลาดค่อนข้างที่จะง่ายขึ้น ที่สำคัญ โอกาสที่จะสำเร็จก็มีเยอะขึ้นเช่นกัน

ซึ่งวันนี้ แม้ว่ามาบุญ ครอง จะเกิดขึ้นมาใหม่ ในตลาดของธุรกิจระบบเครือข่าย แต่ด้วยปัจจัยพื้นฐาน ทางด้านการทำธุรกิจบวกกับผู้บริหารที่มีประสบการณ์นั้น ส่งผลทำให้ทีมผู้บริหารของค่ายนี้ มีความมั่นใจว่า ธุรกิจเครือข่ายของมาบุญครองไม่ได้เกิดขึ้นมาเพื่อรอวันดับอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ที่ มาบุญครอง ได้นำมาทำการตลาดในระบบเครือข่ายนั้น พบว่าจะเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับสุขภาพ และเครื่องอุปโภคและบริโภคเป็นหลัก เช่น น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว นอกจากนั้น ยังมีในกลุ่มของโสม ซึ่งได้นำเข้ามาจากประเทศเกาหลี และได้นำโสมมาผสมกับสมุนไพรไทย รวมถึงยังมีกลุ่มสินค้าอุปโภค เช่น ข้าวหอมมะลิ มาบุญครอง ก็ได้เข้ามาอยู่ในตลาดระบบเครือข่ายตรงนี้ด้วย

นอกจากนี้ นายสุรวุฒิ บูลกุล กรรมการบริหาร บริษัท มาบุญครอง จำกัด ยังได้ตั้งเป้าหมายด้วยว่า ภายใน 3 ปี บริษัทจะต้องแตะหลักพันล้านบาทให้ได้ เนื่องจากเชื่อว่า ด้วยประสบการณ์ทางด้านการทำธุรกิจโอกาสที่จะเป็นไปได้ รวมถึงการวางเป้าหมายระยะยาว เพื่อต้องการให้มาบุญครองเป็นต้นแบบในการทำธุรกิจเครือข่าย และเป็นที่ยอมรับของนักการตลาดในระบบเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศนั่นเอง

...อย่างล่าสุดทาง มาบุญครอง ได้มีการทุ่มงบกว่า 50 ล้านบาท เพื่อการพัฒนาเกษตรกรไทย โดยการเปิดตัวโครงการ พัฒนาเกษตรกรไทย ก้าวไกลสู่สากล โดยสารปรับปรุงดินตราศิริชัย และ ศิริชัยไบโอพลัส ซึ่งที่ผ่านมานั้น โครงการดังกล่าวนี้ ทาง มาบุญครอง เอง ได้มีการจัดสัมมนาเชิงวิชาการให้ความรู้กับนักธุรกิจมาบุญครองอีกด้วย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการช่วยส่งเสริมสนับสนุน เพิ่มผลผลิตทางการเกษตรของไทย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมกับช่วยเพิ่มมูลค่าพืชเศรษฐกิจของไทย ให้สามารถแข่งขันในกลุ่ม AEC และตลาดโลกในอนาคตได้

ซึ่งทางด้านนายธนกร กล้าหาญ ผอ.ฝ่ายผลิตภัณฑ์การเกษตร ได้เปิดเผยถึงตัวโครงการ พัฒนาเกษตรกรไทย ก้าวไกลสู่สากล โดยสารปรับปรุงดินตราศิริชัย และ ศิริชัยไบโอพลัส นี้ว่า โครงการนี้ จะมีการกระจายผลิตภัณฑ์ สู่กลุ่มเกษตรกรทั่วประเทศ ด้วยการแจกตัวอย่างผลิต ภัณฑ์ สารปรับปรุงดิน ให้กับเกษตรกรไทย ทดลองใช้ให้ได้ผลจริง โดยโครงการที่ผ่านการอบรมสัมมนาในครั้งนี้ ได้นำความรู้ไปถ่ายทอดสู่เกษตรกรไทย ซึ่งผู้นำโครงการฯ ที่เข้าร่วมกิจกรรม จะต้องมีคุณสมบัติเป็นสมาชิกและผู้ที่เชี่ยวชาญทางด้านการเกษตร โดยโครงการนี้ จะรับสมัครจำนวน 400 คน ที่จะกระจายไปสู่เกษตรกรไทยทั่วประเทศ รวมถึงการส่งผลให้เกษตรกรไทยได้ใช้ผลิต ภัณฑ์คุณภาพสูง มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งขณะนี้ โครงการดังกล่าวกระแสค่อนข้างดีทีเดียว

นายธนกร ยังเผยอีกว่า สำหรับสินค้าเกษตรของบริษัทฯ นั้น จะเริ่มจำหน่ายในช่วงเดือนมกราคม 2556 นี้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของท่านประธานที่ต้องการอยากที่จะให้เกษตรกรของไทย สามารถเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรได้มากขึ้นกว่าที่ผ่านมา ที่สำคัญ ทางมาบุญครองเองยังได้ตั้งเป้าหมายอยากที่จะให้พี่น้องเกษตรกรไทย ได้ใช้สินค้าเกษตรของมาบุญครองในส่วนของนาข้าวประมาณ 5 แสนไร่ ภายในปี 2556 นี้ ส่วนทางด้านการเกษตรพืชอื่น ๆ นั้น ทางมาบุญครองตั้งเป้าหมายไว้ที่ประมาณ 3 แสนไร่

และนอกเหนือจากการเปิดตัวโครงการดังกล่าวนี้แล้ว ทางด้านนายธนกร ยังได้เผยถึงแผนงานของบริษัทฯ นับจากนี้อีกว่า เตรียมที่จะสร้างโรงงานผลิตปุ๋ย รวมถึงโกดังไว้สำหรับเก็บพืชผลทางการเกษตร โดยโรงงานดังกล่าว ตั้งอยู่ที่จังหวัดสระบุรี ซึ่งขณะนี้ กำลังดำเนินการอยู่ อีกทั้งในปี 2556 นี้ ทางบริษัทฯ ยังจะมีการจัดโปรโมชั่นแจกรถเบนซ์อีกด้วย มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท พร้อมกับ ตั้งเป้าหมาย ที่จะมีโมบายในปี 2556 นี้ทั่วประเทศประมาณ 1,000 โมบาย และมียอดขายแตะอยู่ที่ 2,000 ล้านบาทภายในสิ้นปีนี้อีกด้วย


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ประจำวันที่ 16-31 มกราคม 2556 ปีที่ 15 ฉบับที่ 336

วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ข่าวมาบุญครอง : จับมือพันธมิตร "ไทยสมาร์ทการ์ด (Thai Smart Card)" ลุย MLM อีกยก


มาบุญครอง จับมือ ไทยสมาร์ทการ์ด ยกระบบการทำงานสู่สากลสามารถนำบัตรไปเติมเงินได้ทันทีปรับทัพใหม่ใส่คุณภาพสู่ระบบการบริหารครบเครื่องเติมด้วยไลน์สินค้าบุกตลาดเต็มสูบสิ้นปีคาดยอดขายทะยานไปไกลแน่

นายสุรวุฒิ บูลกุล รองประธานกรรมการ บริษัท มาบุญครอง จำกัด ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อในงานแถลงข่าว ว่า มาบุญครอง ได้จับมือกับ ไทยสมาร์ทการ์ด เพื่ออำนวยความสะดวกสมาชิก ในการชำระเงินซื้อผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น จากระบบเดิมที่มีการสั่งซื้อสินค้าแล้วโอนเงินผ่านธนาคาร พร้อมแสดงหลักฐานให้กับทางบริษัทฯ ซึ่งล้วนแต่ซับซ้อนหลายขั้นตอน จึงทำให้การทำงานขาดประสิทธิภาพ

ดังนั้น ระบบตรงนี้ก็จะช่วยในการจัดการตรงนี้ จึงทำให้เราสามารถดูแลสมาชิกของเราได้ดีและถูกต้อง ขณะเดียวกันเราก็สามารถเก็บข้อมูลการจับจ่ายใช้สอยของสมาชิก ซึ่งสามารถนำมาพัฒนาเรื่องของการตลาดในอนาคตต่อไป สมาชิกหรือผู้ถือบัตรก็สามารถนำบัตรไปเติมเงิน หรือว่าใช้จ่ายผ่านเซเว่น - อีเลฟเว่นได้ทุกสาขาทั่วประเทศ และการสะสมแต้มในบัตร ก็สามารถนำแต้มไปใช้จ่ายกับเครือพันธมิตรได้อีกด้วย

ปัจจุบัน มาบุญครอง เปิดตัวมาได้ประมาณปีเศษ ซึ่งเป็นปีที่เริ่มปรับตัวและทดลองทำตลาด จึงต้องมีการจัดองค์กรให้เหมาะสม ทั้งในเรื่องของบุคลากร เรื่องของการบริหาร เพราะหลังจากโดนวิกฤติน้ำท่วมที่ผ่านมา มาบุญครอง ก็ประสบภัยพิบัติตรงนั้นด้วย ทำให้ธุรกิจสะดุดเหมือนกัน

แต่หลังจากต้นปีที่ผ่านมา ก็ได้มีการจัดองค์กรใหม่ โดยเน้นนโยบายที่ว่า จะส่งเสริมให้นักธุรกิจทำธุรกิจอย่างถูกต้อง และให้เป็นไปตามแผนธุรกิจของมาบุญครอง โดยเริ่มจากการพัฒนานักธุรกิจ ด้วยการจัดหลักสูตรต่าง ๆ เพื่อจะพัฒนาให้สมาชิกขยายเครือข่ายเพิ่ม และมีรายได้ด้วยการรับประโยชน์เพิ่มมากขึ้น ก็ได้ทดลองทำมาประมาณ 2 เดือนเศษ ก็ได้ผลตอบรับที่ดีมาก

ล่าสุด มาบุญครอง ได้เปิดตัวสินค้าใหม่ 5 ตัวด้วยกัน หากนับรวมสินค้าเก่าที่มีอยู่ก็จะมีประมาณ 30 กว่ารายการ เป็นทั้งผู้ผลิตเองและนำเข้ามา โดยเฉพาะสินค้าน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว เราปลูกและสีข้าวเอง แล้วนำมาบรรจุขวดของเราเองทั้งหมด รวมถึงการนำเข้าสินค้าโสมเม็ดสกัดจากเกาหลี ทั้งตัวโสมเม็ด โสมน้ำ และ เบต้ากลูแคน ส่วนสินค้าใหม่ ก็คือ ปุ๋ย ที่เกี่ยวกับเกษตรกรรม เพราะมีสมาชิกของ มาบุญครอง ที่เป็นเกษตรกรมีความต้องการ มากพอสมควร มาบุญครอง จึงได้คัดสรรมา แต่จะเน้นเรื่องของสารที่เป็นอินทรีย์ ที่เป็นการรักษาสิ่งแวดล้อมและไม่เป็นพิษต่อผู้ใช้ ซึ่งตัวปุ๋ยก็ได้ทำการผลิตในเมืองไทย จะเป็นทั้งปุ๋ยเม็ดและปุ๋ยน้ำผสมอยู่ด้วย

ด้านความเคลื่อนไหวส่วนสมาชิกของ มาบุญ ครอง ในตอนนี้มีอยู่ประมาณเกือบ 30,000 รหัส และก็จะคงขยายเพิ่มอีกต่อไปเรื่อย ๆ สิ้นปีนี้ ตั้งเป้าไว้น่าจะอยู่ที่ 50,000 รหัส ส่วนยอดขายคาดว่าจะโกยยอดได้กว่า 500 ล้านบาท และจะมีการจัดงานใหญ่สิ้นปีนี้ด้วย

สำหรับช่วงนี้จะมีการจัดโปรโมชั่น เพื่อสนับสนุนยอดขายให้กับสมาชิกได้ขยายสายงาน ขยายเครือข่าย โดยให้สมาชิกแข่งขันกันทำยอด หากใครสามารถที่จะพัฒนาเครือข่ายของตัวเองให้มีความแข็งแกร่งมากที่สุด มาบุญครอง ก็มีรางวัลมอบให้ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ การท่องเที่ยว เพราะปีนี้ตลอดทั้งปีเราจะมีอัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อปลุกยอดขายให้เติบโต


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่326 ประจำวันที่16 - 31 สิงหาคม 2555

วันเสาร์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ข่าวมาบุญครอง : จับมือ "ไทยสมาร์ทการ์ด (Thai Smart Card)" ชูบัตรใบเดียวครบวงจร ตั้งยอดขาย 500 ล.


ขายตรง มาบุญครอง รุกตลาด เครือข่ายเต็มสูบ ล่าสุดร่วมมือ ไทยสมาร์ทการ์ด ผลิตบัตรเงินสดสมาร์ทเพิร์ส เพื่อสนับสนุนการทำงานของสมาชิก ตั้งเป้าผู้ใช้บัตรเริ่มต้นขอ 5 พันคน ด้าน กลยุทธ์ปีนี้ เร่งพัฒนาหลักสูตร เสริมความแกร่ง เพื่อเป้าหมาย 500 ล้านบาท ในสิ้นปี และเพื่อเตรียมตัวเข้าสนามรบ AEC!

นายสุรวุฒิ บูลกุล รองประธานกรรมการบริหาร (อาวุโส) บริษัท มาบุญครอง จำกัด เปิดเผยว่า กระบวนการซื้อขายในธุรกิจขายตรงมีหลายขั้นตอนที่ซับซ้อน บริษัทจึงหาวิธีที่จะลดขั้นตอนการ ทำงานลง ล่าสุดร่วมมือกับ บริษัท ไทย-สมาร์ทการ์ด จำกัด ผู้นำทางด้านบัตรเงิน สดดิจิตอล สมาร์ทเพิร์ส เพื่อผลิตบัตรเงินสดดิจิตอลขึ้น เป็นการสร้างความสะดวกแก่สมาชิกบริษัทโดยตรง

บัตรเงินสดสมาร์ทเพิร์ส ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ที่เกิดขึ้นในตลาด เพราะเพียงบัตรเดียวที่รวบรวมระบบและฟังก์ชั่น หลายอย่างรองรับสำหรับการทำระบบสมาชิก ระบบการทำธุรกรรมการเงิน เมื่อ สมาชิกบริษัทมาบุญครองสมัครใช้บัตรสมาร์ทเพิร์ส และหลังจากชำระเงินผ่านบัตร ข้อมูลการซื้อขายก็จะส่งกลับมาที่บริษัทโดยทันที จึงเป็นการแก้ปัญหาความ ยุ่งยากดังที่ผ่านมาได้

ทั้งนี้ การใช้จ่ายผ่านบัตรสมาร์ท-เพิร์ส นอกจากสมาชิกจะได้แต้มจากการซื้อสินค้าของบริษัทแล้ว เมื่อสมาชิกใช้จ่ายในบริษัทพันธมิตรของไทยสมาร์ท-การ์ด ที่ปัจจุบันมีอยู่กว่า 60 บริษัท (หนึ่ง ในนั้นคือ เซเว่น อีเลฟเว่น) พวกเขาก็จะได้รับแต้มสะสมเช่นเดียวกัน ถือเป็นระบบ สนับสนุนการทำงาน และเป็นการมอบสิทธิพิเศษให้กับสมาชิกอย่างแท้จริง

บัตรสมาร์เพิร์สของมาบุญครอง จัดทำออกมาเป็น 2 รูปแบบ คือ แบบธรรมดา และแบบโกลด์ หรือบัตรทอง ที่จะได้รับสิทธิพิเศษที่หลากหลายขึ้น โดยบัตรดังกล่าวมีอายุการใช้งานปีต่อปี ขณะนี้สมาชิกให้การตอบรับที่ดี เริ่มต้นบริษัทตั้งเป้าสมาชิกที่จะเข้ามาสมัครใช้บัตรดังกล่าวไว้ประมาณ 5 พันคน จากสมาชิกทั้งหมดในปัจจุบันที่มีเกือบ 3 หมื่น รหัส

นอกจากนี้ นายสุรวุฒิ ยังได้กล่าวถึงกลยุทธ์การตลาดของบริษัทในปีนี้ว่า บริษัทจะเน้นสร้างนักธุรกิจให้ทำธุรกิจอย่างถูกต้องตามหลักจรรยาบรรณของวิชาชีพขายตรง โดยเฉพาะการเพิ่มหลักสูตร ฝึกอบรมให้มากขึ้น ซึ่งช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา หลังจากบริษัทได้มีการปรับปรุง หลักสูตรการอบรมไปแล้ว ปรากฏว่าผลตอบรับดีมาก มีสมาชิกในระดับแม่ทีมสนใจ เข้าร่วมมากมาย ซึ่งในแต่ละหลักสูตรบริษัทจำกัดจำนวนสมาชิกเพียง 100 คน

ด้านผลิตภัณฑ์ในครึ่งปีหลังบริษัทจะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 5 รายการด้วยกัน ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ควบคุมน้ำหนัก, ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว, กาแฟลดน้ำหนัก และ สินค้าทางการเกษตร 2 รายการ โดยสินค้า เกษตรที่บริษัทผลิตออกมานั้นก็เพื่อสนับสนุนการทำงานของสมาชิก ที่ส่วนใหญ่จะเป็นชาวเกษตรกร ให้พวกเขามีทาง เลือกในการนำเสนอสินค้ามากขึ้น

ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของบริษัทประมาณ 70% บริษัทจะเป็นผู้ผลิตเอง โดยเฉพาะสินค้าเรือธงที่ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดี อย่างน้ำมันรำข้าวจมูกข้าว และข้าวหอมมะลิแท้ ตราศิริชัย ที่บริษัทรับประกันคุณภาพทุกขั้นตอนการผลิต ส่วนที่เหลืออีก 30% บริษัทจัดจ้างโรงงาน ที่ได้มาตรฐานน่าเชื่อถือเป็นผู้ผลิตให้ ดังนั้น ตนจึงกล้ารับรองว่าสินค้าทุกตัวของ บริษัทมีคุณภาพและได้มาตรฐานอย่างแน่นอน สุรวุฒิ กล่าว

ทั้งนี้ กลยุทธ์สำคัญอีกอย่างหนึ่งในปีนี้ คือ บริษัทวางแผนที่จะพัฒนาศูนย์โมบายให้กระจายครอบคลุมทั่วประเทศ จาก ปัจจุบันที่มีอยู่แล้วเกือบ 500 แห่ง ทั้งนี้ก็เพื่อเพิ่มความสะดวกในการกระจายสินค้า ในพื้นที่ต่างๆ และจากที่ผ่านมาก็พบว่าสมาชิกให้ความสนใจสำหรับการเปิดโมบาย ดังกล่าวเป็นจำนวนมาก โดยแต่ละศูนย์นั้น สมาชิกจะเป็นผู้ลงทุนเอง แต่บริษัทจะให้ การสนับสนุนในเรื่องหลักๆ เช่น ส่วนลดของสินค้า นอกจากนั้นบริษัทก็มีแผนที่จะการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ ซึ่งแม้ว่าปัจจุบันบริษัทมาบุญครองจะยังไม่เคยเข้าไปทำตลาดต่างประเทศ แต่ที่ผ่านมาก็มีผู้บริโภคในแถบประเทศเพื่อนบ้านให้ความสนใจผลิตภัณฑ์ของบริษัทอยู่เป็น จำนวนมาก ทั้งนี้ประเทศเพื่อนบ้านที่เราสนใจอยากจะเข้าไปรุกตลาดในช่วงเริ่มต้นก็จะมีประเทศพม่า เวียดนาม และลาว

นายสุรวุฒิยังได้แสดงความคิดเห็นถึงการเปิดเสรีการค้าประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ว่า AEC เป็นตลาด ที่มีศักยภาพมาก การที่เราจะเข้าไปแข่งขัน ในตลาดนี้ได้ ในฐานะผู้ประกอบการเราก็จะต้องมีความแข็งแกร่ง ซึ่งสิ่งที่จะทราบว่าบริษัทไหนมีความมั่นคง หรือแข็งแกร่ง หรือไม่นั้น จะต้องดูจากปัจจัยหลัก 3 ประการ คือ บริษัทต้องมีความมั่นคง และ มีคุณธรรม จริยธรรม, สินค้าต้องมีคุณภาพ ราคาเหมาะสม และประการสุดท้าย แผน การตลาดต้องทำได้จริง และให้ผลประโยชน์ อย่างถูกต้อง

โดยรองประธานกรรมการบริหาร บริษัทมาบุญครอง ยังได้กล่าวทิ้งท้ายว่า สิ้นปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขาย 500 ล้านบาท ยอดสมาชิกกว่า 3 หมื่นรหัส ซึ่งด้วยระบบสนับสนุน และสิทธิพิเศษต่างๆ ที่บริษัทได้จัดทำขึ้น ตนเชื่อมั่นว่าจะเป็นไปตามเป้าได้อย่างแน่นอน


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจฉบับที่ 1325 ประจำวันที่ 11-8-2012 ถึง14-8-2012

วันเสาร์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2555

มาบุญครอง ลั่นกลองรบปีมังกรทอง จุดพลุประเอกนำโสมดันเป้า 500 ล้าน


 


ตลาดเครื่องคื่มฟังก์ชันนัลดริ้งก์ระอุ มาบุญครองจับกระแสตลาดมาแรงผุดเครื่องดื่มโสมแดง ผสมน้ำผึ้งเจ้าแรกเขย่าวงการขายตรง หวังสร้างความแตกต่างชูจุดเด่นโสมแดงแท้ต้นกำเนิดแดนกิมจิ หลังพบกระแสตอบรับสุขภาพเยี่ยม เดินหน้าเปิดตัวสินค้าทุกไตรมาสพร้อมเทงบ 50 ล้านบาท สร้างแบรนด์ สยายปีกขยายจุดกระจายสินค้าทั่วทุกภาค เล็งเชียงใหม่ หาดใหญ่มหาสารคาม พระราม 2 คาดใช้งบอีกกว่า 20 ล้าน ระบุ Q4 ของปี ตบเท้าจัดงานเปิดตัวมาบุญครองอย่างยิ่งใหญ่คาดสิ้นปีปิดยอดเป้า 500 ล้านบาท


สุรวุฒิ บูลกุล กรรมการบริหาร บริษัท มาบุญครอง จำกัด กล่าวกับ “เดอะพาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค” ว่า แผนการตลาดของบริษัทในปีนี้คือการเปิดตัวสินค้าใหม่ไตรมาสละ 1 รายการ จากปัจจุบันที่มีสินค้า 3 กลุ่มหลัก รวม 14 รายการได้แก่ กลุ่มเสริมอาหาร กลุ่มสกินแค่ร์ ผสมน้ำนมแพะ เป็นหลัก และ กลุ่มอุปโภค-บริโภค โดยในไตรมาสแรกของปีนี้ 15 มีนาคม 2555 บริษัทได้เปิดตัวสินค้าใหม่ ซึ่งเป็นสินค้าพระเอกนำของปีนี้ คือ เครื่องดื่มโสมแดงผสมน้ำผึ้ง เครื่องดื่มฟังก์ชันนัลดริ๊งก์ ในกลุ่มเสริมอาหารเพื่อสุขภาพ


“ตลาดเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลดริ๊งก์ยังมีโอกาสเติบโตสูงด้วยมูลค่าของตลาดปัจจุบัน 4,200 ล้านบาท ดังนั้น การเปิดตัวเครื่องดื่มโสมแดงผสมน้ำผึ้ง ของมาบุฐครองครั้งนี้ คาดว่าจะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการขายตรงไทยไม่น้อยเพราะโสมแดงเกาหลีที่มีนำมาผบิตสินค้านั้นเราคัดสรรมาเป็นพิเศษ ที่มีอายุการปลูกโสมนานถึง 6 ปี โดยเราเป็นผู้นำเข้าโสมแดง 6 ปี รายเดียวของไทย ซึ่งถือเป็นจุดขายหลักของตัวเสริมอาหารเพื่อสุขภาพตัวนี้”


ทั้งนี้ หลังการเปิดตัว เครื่องดื่มโสมแดงผสมน้ำผึ้งมาบุญครอง บริษัทคาดว่าจะมีรายได้จากการจำหน่ายประมาณ 50,000 ขวดต่อวัน จากปัจจุบันที่มีจำนวนสมาชิก 20,000 รหัส โดยบริษัทตั้งราคาเหมาะกับกลุ่มเป้าหมายทั่วไปราคาสมาชิก 480 บาทต่อลัง 24 ขวด และราคาขายปลีกขวดละ 25 บาท ช่วโปรโมชั่น มีสิทธิพิเศษมากมาย ติดต่อสอบถามได้ที่บริษัท


นอกจากแผนการเปิดตัว เครื่องดื่มโสมแดงผสมน้ำผึ้งแล้ว ปีนี้บริษัทได้เตรียมทุ่มงบ 10 ล้านบาท ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์สร้างแบรนด์มาบุญครองให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นโดยจะมีการโฆษณาผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ ทั้งหนังสือพิมพ์ และ แมกกาซีน รวมถึงการโฆษณ่านสื่อเคเบิลทีวี มากขึ้น


สุรวุฒิ กล่าวต่ออีกว่า “ที่ผ่านมาบริษัทได้ขยายพื้นที่สำนักงานใหญ่ที่ ไอที สแควร์ เพิ่มขึ้น จากเดิมที่มีพื้นที่ 400 ตร.ม. เพิ่มขึ้นเป็น 1,000 ตร.ม. เพื่อรองรับกับจำนวนสมาชิกที่เพิ่มขึ้นสำหรับแผนลงทุนในปีนี้ บริษัทจะเปิดให้บริการจุดกระจายสินค้าตามภูมิภาคต่างๆครบทุก 4 ภาค ซึ่งบริษัทเล็งเปิดจุดกระจายสินค้าไปยังหัวเมืองใหญ่ ได้แก่ เชียงใหม่ หาดใหญ่ มหาสารคาม และพระราม 2 ที่คาดว่าจะใช่งบประมาณ ประมาณ 20 ล้านบาท และทุ่มงบอีกกว่า 50 ล้านบาท ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์และจัดกิจกรรมครบวงจร ขณะเดียวกันบริษัทยังคงเดินหน้าวิจัยสินค้านวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้บริษัทยังเตรียมแผนเปิดตัวสินค้าใหม่ในกลุ่มเสริมอาหารอย่างโสมแดงสกัดชนิดเม็ด รวมถึงสินค้ากลุ่มอุปโภค-บริโภค ได้แก่ ยาสีฟัน และผงซักฟอก เป็นต้น”


อย่างไรก็ดี บริษัทยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาและฝึกอบรมให้กับสมาชิก ด้วยหลักสูตรการฝึกอบรม 3 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตร เอ็มบีเค บิสิเนส สคูล, หลักสูตร เอ็มบีเค บิสิเนส คอลเลจ และ หลักสูตร เอ็มบีเค บิสิเนส ลีดเดอร์ โดยทั้ง 3 หลักสูตรจะเชิญวิทยากรนอกมาร่วมอบรม ให้ความรู้ รวมถึงการตั้งชมรมสมาชิกให้เข้ามามีส่วนร่วมทางความคิดทางด้านการตลาด


และในวันที่ 13 ตุลาคม 2555 นี้ บริษัทได้เตรียมแผนจัดงาน แกรนด์ โอเพนนิ่ง เปิดตัวบริษัทอย่างเป็นทางการที่เมืองทองธานี โดยงานดังกล่าวจะมีกิจกรรมต่างๆ มากมายรวมถึงการมอบรางวัลเกียรติยศให้กับนักขายมาบุญครองที่ประสบความสำเร็จ และที่สำคัญในงานยังมีการแจกรางวัลต่างๆมากมาย รวมมูลค่ากว่า 12 ล้านบาท ได้แก่ รุยนต์ เมอร์เซเดส เบนซ์, รถยนต์ โตโยต้า แคมรี่, รถกระบะโตโยต้า วีโก้ , โทรศัพท์มือถือไอโฟน, และสร้อยคอทองคำ อีกเป็นจำนวนมาก โดยภายในงานดังกล่าวบริษัทคาดว่าจะมีจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 50,000 รหัส


หลังจากปีที่ผ่านมาบริษัททำยอดขายได้ประมาณ 100 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจากกลุ่มอาหารเสริม 70% คือ น้ำมันรำข้าว จมูกข้าว และ โสมแดงกึมซาน ส่วนกลุ่มสกินแคร์คิดเป็น 15% และกลุ่มอุปโภค-บริโภค คิดเป็น 15% เช่นเดียวกัน เมื่อนับหลังจากที่เปิดดำเนินธุรกิจเป็นครั้งแรกในเดือนเมษายน 2554 ที่ผ่านมา จากการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องในปีนี้ จึงทำให้บริษัทมั่นใจว่าจะมียอดขายตามเป้าที่ตั้งไว้ 500 ล้านบาท อย่างแน่นอน


โสมแดง
 - คุณภาพดีจากเมืองกึมซาน ประเทศเกาหลี บำรุงโลหิตมีฤทธิ์ในการขยายหลอดเลือดและลดคอเลสเตอรอลในเลือด จึงลดปัจจัยเสียงต่อโรคหัวใจ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมิงจึงรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ด้วย สารซาโปนิน และยังพบสารอื่นๆที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น กรดไขมัน น้ำตาลโพลีแซคคาไรด์ รวมทั้งวิตามินบีรวม และ กรดอะมิโน


น้ำผึ้ง
- จัดเป็นน้ำตาลบริสุทธิ์ที่ได้จากธรรมชาติ และยังเป็นแหล่งรวมแร่ธาตุต่างๆ ได้แก่ เหล็ก ทองแดง แมงกานีส ซิลิกา แคลเซียม โพแทสเซียม แมกนีเซียม คนไทยสมัยก่อนรู้จักบริโภคน้ำผึ้งเป็นยากมากกว่าอาหาร ช่วยลดความร้อนแรงในร่างกายบรรเทาอาหารอ่อนเพลีย และยังช่วยขับสารพิษออกจากร่างกายได้อีกด้วย


วิตามินซี
- หรือกรดแอล-แอสคอร์บิก (L-ascorbic acid) เป็นวิตามินละลายได้ในน้ำ ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ จึงจำเป็นต้องได้รับจากการรับประทานเข้าไป วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ช่วยเพิ่มภูมิชีวิตได้เป็นอย่างดี เพราะสามารถป้องกันและรักษาการอักเสบอันเนื่องมาจากแบคทีเรียและไวรัสได้


ขอขอบพระคุณเนื้อหาดีดี : นสพ. เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค  

มาบุญครอง ลั่นกลองรบปีมังกรทอง จุดพลุประเอกนำโสมดันเป้า 500 ล้าน


 


ตลาดเครื่องคื่มฟังก์ชันนัลดริ้งก์ระอุ มาบุญครองจับกระแสตลาดมาแรงผุดเครื่องดื่มโสมแดง ผสมน้ำผึ้งเจ้าแรกเขย่าวงการขายตรง หวังสร้างความแตกต่างชูจุดเด่นโสมแดงแท้ต้นกำเนิดแดนกิมจิ หลังพบกระแสตอบรับสุขภาพเยี่ยม เดินหน้าเปิดตัวสินค้าทุกไตรมาสพร้อมเทงบ 50 ล้านบาท สร้างแบรนด์ สยายปีกขยายจุดกระจายสินค้าทั่วทุกภาค เล็งเชียงใหม่ หาดใหญ่มหาสารคาม พระราม 2 คาดใช้งบอีกกว่า 20 ล้าน ระบุ Q4 ของปี ตบเท้าจัดงานเปิดตัวมาบุญครองอย่างยิ่งใหญ่คาดสิ้นปีปิดยอดเป้า 500 ล้านบาท


สุรวุฒิ บูลกุล กรรมการบริหาร บริษัท มาบุญครอง จำกัด กล่าวกับ “เดอะพาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค” ว่า แผนการตลาดของบริษัทในปีนี้คือการเปิดตัวสินค้าใหม่ไตรมาสละ 1 รายการ จากปัจจุบันที่มีสินค้า 3 กลุ่มหลัก รวม 14 รายการได้แก่ กลุ่มเสริมอาหาร กลุ่มสกินแค่ร์ ผสมน้ำนมแพะ เป็นหลัก และ กลุ่มอุปโภค-บริโภค โดยในไตรมาสแรกของปีนี้ 15 มีนาคม 2555 บริษัทได้เปิดตัวสินค้าใหม่ ซึ่งเป็นสินค้าพระเอกนำของปีนี้ คือ เครื่องดื่มโสมแดงผสมน้ำผึ้ง เครื่องดื่มฟังก์ชันนัลดริ๊งก์ ในกลุ่มเสริมอาหารเพื่อสุขภาพ


“ตลาดเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลดริ๊งก์ยังมีโอกาสเติบโตสูงด้วยมูลค่าของตลาดปัจจุบัน 4,200 ล้านบาท ดังนั้น การเปิดตัวเครื่องดื่มโสมแดงผสมน้ำผึ้ง ของมาบุฐครองครั้งนี้ คาดว่าจะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการขายตรงไทยไม่น้อยเพราะโสมแดงเกาหลีที่มีนำมาผบิตสินค้านั้นเราคัดสรรมาเป็นพิเศษ ที่มีอายุการปลูกโสมนานถึง 6 ปี โดยเราเป็นผู้นำเข้าโสมแดง 6 ปี รายเดียวของไทย ซึ่งถือเป็นจุดขายหลักของตัวเสริมอาหารเพื่อสุขภาพตัวนี้”


ทั้งนี้ หลังการเปิดตัว เครื่องดื่มโสมแดงผสมน้ำผึ้งมาบุญครอง บริษัทคาดว่าจะมีรายได้จากการจำหน่ายประมาณ 50,000 ขวดต่อวัน จากปัจจุบันที่มีจำนวนสมาชิก 20,000 รหัส โดยบริษัทตั้งราคาเหมาะกับกลุ่มเป้าหมายทั่วไปราคาสมาชิก 480 บาทต่อลัง 24 ขวด และราคาขายปลีกขวดละ 25 บาท ช่วโปรโมชั่น มีสิทธิพิเศษมากมาย ติดต่อสอบถามได้ที่บริษัท


นอกจากแผนการเปิดตัว เครื่องดื่มโสมแดงผสมน้ำผึ้งแล้ว ปีนี้บริษัทได้เตรียมทุ่มงบ 10 ล้านบาท ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์สร้างแบรนด์มาบุญครองให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นโดยจะมีการโฆษณาผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ ทั้งหนังสือพิมพ์ และ แมกกาซีน รวมถึงการโฆษณ่านสื่อเคเบิลทีวี มากขึ้น


สุรวุฒิ กล่าวต่ออีกว่า “ที่ผ่านมาบริษัทได้ขยายพื้นที่สำนักงานใหญ่ที่ ไอที สแควร์ เพิ่มขึ้น จากเดิมที่มีพื้นที่ 400 ตร.ม. เพิ่มขึ้นเป็น 1,000 ตร.ม. เพื่อรองรับกับจำนวนสมาชิกที่เพิ่มขึ้นสำหรับแผนลงทุนในปีนี้ บริษัทจะเปิดให้บริการจุดกระจายสินค้าตามภูมิภาคต่างๆครบทุก 4 ภาค ซึ่งบริษัทเล็งเปิดจุดกระจายสินค้าไปยังหัวเมืองใหญ่ ได้แก่ เชียงใหม่ หาดใหญ่ มหาสารคาม และพระราม 2 ที่คาดว่าจะใช่งบประมาณ ประมาณ 20 ล้านบาท และทุ่มงบอีกกว่า 50 ล้านบาท ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์และจัดกิจกรรมครบวงจร ขณะเดียวกันบริษัทยังคงเดินหน้าวิจัยสินค้านวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้บริษัทยังเตรียมแผนเปิดตัวสินค้าใหม่ในกลุ่มเสริมอาหารอย่างโสมแดงสกัดชนิดเม็ด รวมถึงสินค้ากลุ่มอุปโภค-บริโภค ได้แก่ ยาสีฟัน และผงซักฟอก เป็นต้น”


อย่างไรก็ดี บริษัทยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาและฝึกอบรมให้กับสมาชิก ด้วยหลักสูตรการฝึกอบรม 3 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตร เอ็มบีเค บิสิเนส สคูล, หลักสูตร เอ็มบีเค บิสิเนส คอลเลจ และ หลักสูตร เอ็มบีเค บิสิเนส ลีดเดอร์ โดยทั้ง 3 หลักสูตรจะเชิญวิทยากรนอกมาร่วมอบรม ให้ความรู้ รวมถึงการตั้งชมรมสมาชิกให้เข้ามามีส่วนร่วมทางความคิดทางด้านการตลาด


และในวันที่ 13 ตุลาคม 2555 นี้ บริษัทได้เตรียมแผนจัดงาน แกรนด์ โอเพนนิ่ง เปิดตัวบริษัทอย่างเป็นทางการที่เมืองทองธานี โดยงานดังกล่าวจะมีกิจกรรมต่างๆ มากมายรวมถึงการมอบรางวัลเกียรติยศให้กับนักขายมาบุญครองที่ประสบความสำเร็จ และที่สำคัญในงานยังมีการแจกรางวัลต่างๆมากมาย รวมมูลค่ากว่า 12 ล้านบาท ได้แก่ รุยนต์ เมอร์เซเดส เบนซ์, รถยนต์ โตโยต้า แคมรี่, รถกระบะโตโยต้า วีโก้ , โทรศัพท์มือถือไอโฟน, และสร้อยคอทองคำ อีกเป็นจำนวนมาก โดยภายในงานดังกล่าวบริษัทคาดว่าจะมีจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 50,000 รหัส


หลังจากปีที่ผ่านมาบริษัททำยอดขายได้ประมาณ 100 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจากกลุ่มอาหารเสริม 70% คือ น้ำมันรำข้าว จมูกข้าว และ โสมแดงกึมซาน ส่วนกลุ่มสกินแคร์คิดเป็น 15% และกลุ่มอุปโภค-บริโภค คิดเป็น 15% เช่นเดียวกัน เมื่อนับหลังจากที่เปิดดำเนินธุรกิจเป็นครั้งแรกในเดือนเมษายน 2554 ที่ผ่านมา จากการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องในปีนี้ จึงทำให้บริษัทมั่นใจว่าจะมียอดขายตามเป้าที่ตั้งไว้ 500 ล้านบาท อย่างแน่นอน


โสมแดง
 - คุณภาพดีจากเมืองกึมซาน ประเทศเกาหลี บำรุงโลหิตมีฤทธิ์ในการขยายหลอดเลือดและลดคอเลสเตอรอลในเลือด จึงลดปัจจัยเสียงต่อโรคหัวใจ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมิงจึงรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ด้วย สารซาโปนิน และยังพบสารอื่นๆที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น กรดไขมัน น้ำตาลโพลีแซคคาไรด์ รวมทั้งวิตามินบีรวม และ กรดอะมิโน


น้ำผึ้ง
- จัดเป็นน้ำตาลบริสุทธิ์ที่ได้จากธรรมชาติ และยังเป็นแหล่งรวมแร่ธาตุต่างๆ ได้แก่ เหล็ก ทองแดง แมงกานีส ซิลิกา แคลเซียม โพแทสเซียม แมกนีเซียม คนไทยสมัยก่อนรู้จักบริโภคน้ำผึ้งเป็นยากมากกว่าอาหาร ช่วยลดความร้อนแรงในร่างกายบรรเทาอาหารอ่อนเพลีย และยังช่วยขับสารพิษออกจากร่างกายได้อีกด้วย


วิตามินซี
- หรือกรดแอล-แอสคอร์บิก (L-ascorbic acid) เป็นวิตามินละลายได้ในน้ำ ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ จึงจำเป็นต้องได้รับจากการรับประทานเข้าไป วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ช่วยเพิ่มภูมิชีวิตได้เป็นอย่างดี เพราะสามารถป้องกันและรักษาการอักเสบอันเนื่องมาจากแบคทีเรียและไวรัสได้


ขอขอบพระคุณเนื้อหาดีดี : นสพ. เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค  

วันพฤหัสบดีที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2555

‘มาบุญครอง’พร้อมรบ! ประกาศศักดาผ่าทะลุธุรกิจขายตรง



ผ่าเกมรบ “มาบุญครอง” น้องใหม่ไฟแรงแห่งธุรกิจเครือข่ายขายตรง เตรียมฉีกหน้าประวัติศาสตร์ ดับกระแสเรื่องราวธุรกิจเจ้าสัว ที่เข้ามาพลาดพลั้งในธุรกิจนี้ เตรียมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ปั๊มรายได้สู่มือประชาชน หวังเทียบชั้นไต่ขึ้น เป็นบริษัทขายตรงที่ครองใจคนเครือข่ายติด 1 ใน 5 ของประเทศให้ได้...จับตาปี’55 “มาบุญครอง” เปิดเกมรุกหนักทุกพื้นที่ หวังขยายฐานผู้นำ ปันรายได้สู่พี่-น้องประชาชน กระจายครอบคลุมทั่วประเทศ...!!!
...หลายปีที่ผ่านมา “ธุรกิจเครือข่าย” หรือที่เรียก ติดปากว่า “ขายตรง” ได้มีบริษัทหลายแห่งผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด นับไม่ถ้วน เล็กบ้างใหญ่บ้าง ว่ากันตามกำลังทรัพย์ และสายป่านของเงินถุงเงินถังของเจ้าของธุรกิจ ซึ่งหากรวมเข้ากับบริษัท ที่ยึดสมรภูมินี้เป็นที่ “ขุดทอง” เชื่อว่า บริษัทเครือข่ายขายตรง นับรวม 1,000 บริษัทอย่างแน่นอน
ที่ผ่านมา การเปิดตำราล่าฝัน หวังสร้างตำนานบนใหม่ให้เกิดขึ้นบนสมรภูมิแห่งนี้ มีหลายบริษัทที่ขะมักเขม้น เร่งเฟ้นหายุทธวิธีใหม่ๆ ออกมาประชัน เพื่อบุกจับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น การขยับขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ให้กับลูกค้า หรือเฟ้นหากลยุทธ์ใหม่ๆ มาหยุดคู่ต่อสู้อย่างไม่มีลดละ ทำให้บริษัทสามารถกระชากลูกค้า เข้ามาร่วมอุดมการณ์เพื่อเดินในเส้นทางสายเดียวกันนี้...!!!
ต้องยอมรับว่า ความหอมหวานของธุรกิจเครือข่ายขายตรง ส่งกลิ่นยั่วยวนไปติดจมูกผู้ประกอบการที่อยู่ในธุรกิจอื่น ให้หลงเดินเข้ามาสู่เวทีแห่งนี้อย่างมากมาย แต่ที่ผ่านมาก็ใช่ว่า ขาใหญ่ ที่มีชื่อเสียงในด้านธุรกิจอื่น จะสามารถประกาศศักดาความยิ่งใหญ่ ยืนสู้ในสนามรบนี้ได้นาน เพราะร่ำลือกันมาว่า “สนามรบแห่งนี้ เป็นสนามปราบเซียนอย่างแท้จริง”
...แม้จะมีประวัติศาสตร์ให้จดจำ แต่ก็ยังไม่อาจหยุดความคิดของธุรกิจเจ้าสัวต่างๆ ไม่ให้หันมามองธุรกิจเครือข่ายขายตรงได้ และล่าสุดน้องใหม่ที่อยาก “ลองของ” เข้ามาประลองฝีมือในสนามนี้ นั่นก็คือ “บริษัท มาบุญครอง จำกัด” ธุรกิจยักษ์ใหญ่แห่งผู้นำพ่อค้าปลีกไทย ที่กล้าจะก้าวลงสู่สนามศึกของธุรกิจนี้อย่างจริงจัง
การเปิดตัวที่ไม่ค่อยหวือหวามากนัก เมื่อเทียบกับค่ายอื่น ทำให้หลายคนมองว่า การมาของ “มาบุญครอง” น่าจะเข้าอีหรอบเดิม ตามยักษ์ใหญ่ธุรกิจทั่วไป ที่เข้ามาก่อนหน้านี้
...“แต่ความเงียบสงบ” นั้น ใครจะเชื่อบ้างว่า “มาบุญครอง” กลับสามารถเข้าไปครองใจคนบางส่วนได้ และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกต่างหาก
เมื่อสืบสาวราวเรื่อง พบว่า กระแสต่างๆ ที่ได้มานั้น ล้วนมาจากความเชื่อมั่นในเรื่องความมั่นคงและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง...!!!
แบรนด์ยักษ์ใหญ่ที่กล้า ประกาศศักดา ลงมาลุยในธุรกิจขายตรงอย่างจริงจัง อย่าง “มาบุญครอง” และได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี จากผู้บริโภคที่เคยใช้สินค้ามาแล้ว ย่อมไม่ธรรมดา ซึ่งว่ากันว่า กระแสตอบรับพุ่งแรงอย่างคาดไม่ถึงในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากองค์ประกอบที่เพียบพร้อมทั้ง ผู้บริหาร สินค้า และแบรนด์โดดเด่นเป็นที่ตั้ง จึงเป็นเรื่องที่ไม่ยากที่จะคว้าชื่อเสียงมาเป็นบริษัทต้นๆ ในธุรกิจเครือข่ายขายตรง
“สุรวุฒิ บูลกุล” รองประธานกรรมการ บริษัท มาบุญครอง จำกัด เปิดเผย “ตลาดวิเคราะห์” ว่า ต้นกำเนิดของ “บริษัท มาบุญครอง จำกัด ” เริ่มก่อตั้งมาตั้งแต่สมัยคุณปู่ ที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว 50% จากการทำโรงสีข้าว ถือเป็นแบรนด์ที่รู้จักคุ้นหู และคุ้นหน้าคุ้นตากันดีในแวดวงธุรกิจหลายเครือข่าย คับแก้วด้วยคุณภาพของสินค้าที่โดดเด่นจากผลิตภัณฑ์ “ข้าวมาบุญ ครอง” จึงใช้สิ่งนี้มาโน้มน้าวแนวคิดให้ผู้บริหาร อยากเห็นทุกคนมีสุขภาพดี กับนโยบายมองหาธุรกิจที่สามารถขยายเจริญเติบโตได้เร็ว สินค้าถึงมือผู้บริโภคโดยตรง ด้วยความเชื่อมั่นในการทำธุรกิจอย่างมีคุณธรรม จริยธรรม ให้ผู้บริโภคได้รับผลประโยชน์มากที่สุด “กับการปูพรมอย่างมืออาชีพ” จึงเริ่มลงมืออย่างไม่ลังเล
ด้วยความตั้งใจมุ่งมั่นเต็มเปี่ยม ที่ถึงแม้จะเป็นน้องใหม่ แต่ก็ไม่หวั่นเพราะมีชื่อเสียงเป็นจุดยืน ถึงแม้จะหินขนาดไหน แต่มีความตั้งใจมุ่งมั่นใช้กลยุทธ์ในการผลักดันนักขายให้ก้าวสู่ความสำเร็จพร้อมๆ กัน “ด้วยการพัฒนาคนให้มีความสามารถ มีรายได้ และมีคุณภาพ...กับผลิตภัณฑ์ น้ำมันรำข้าว จมูกข้าวสกัดเย็น หนึ่งเดียวที่ไร้คู่แข่ง” ร่วมกันพัฒนาลบภาพพจน์ด้านเสียๆ ของธุรกิจนี้ออกไปมาเดินในรูปแบบเดียวกัน กับจุดเด่นในเรื่องแบรนด์และผลิตภัณฑ์ที่ “มาบุญครอง” ตลอดคัดสรรคุณภาพล้วนๆ ถ้าของไม่ดีเราไม่เอามานำเสนอ จึงเอามาเป็นอาวุธหลักต่อกรคู่แข่ง และสร้างสินค้าใหม่ให้เป็นที่รู้จักกับ “โสมกึมซาน” นำเข้าจากประเทศเกาหลี ที่เตรียมเดินเครื่องเต็มตัวปีหน้า
เมื่อธุรกิจพร้อมสินค้าพร้อม จะทำอย่างไรให้ผู้บริโภคเปลี่ยนจากพฤติกรรมผู้บริโภคเป็นนักธุรกิจ จึงได้ “ชวลิต สุขสวัสดิ์” ผู้ช่วยประธานกรรมการบริหาร มาร่วมชี้นำแนวทางในการรุกหน้าวาง แผนก่อนเปิดธุรกิจ 4 เดือน คือ ไม่ได้โหมเต็มที่แต่เน้นรากฐานแข็งแรง เลือกระบบให้สมาชิกมีรายได้เร็ว ด้วยแผนงานสร้างผู้นำลงพื้นที่ คือ สร้างในระดับพื้นที่ไม่เอาพื้นที่มาสร้างส่วนกลาง
“โจทย์นี้เป็นโจทย์ที่ใช้วางยุทธศาสตร์ ไม่ใช่มองว่าสินค้าดี ถึงมือผู้บริโภคแล้วมีรายได้ ไม่มองการสร้างนักขาย แต่ “ มาบุญครอง” ต้องการสร้างผู้นำที่มากกว่าผู้นำ เน้นการสร้างไอดอล คือ พร้อมที่จะเดิน พร้อมที่จะนำ พร้อมที่จะคิด พร้อมที่จะเป็นทุกสิ่งทุกอย่างให้กับองค์กร และจุดนี้ถือว่าเป็นโจทย์หลัก” ชวลิต เปิดเผยกับ “ตลาดวิเคราะห์”
จากระยะเวลาเพียงไม่ถึงปี “มาบุญครอง” ถือว่า ยังใหม่มากในแวดวงธุรกิจเครือข่ายขายตรง แต่ด้วยความสามารถที่คิดบวกใน 3 องค์ประกอบหลัก คือ สร้างนักธุรกิจให้เร็ว ให้ไว และการก็อบปี้เป็นสิ่งที่ต้องทำ เพราะนี่คือภารกิจหลักของ “มาบุญครอง” ที่ต้องทำให้ได้ ไม่สนใจเรื่องยอดขาย แต่เน้นสร้างคนให้ประสบความสำเร็จ นี่คือแนวทางที่ชัดเจนของมาบุญครอง แน่นอนกับสิ่งที่นักธุรกิจต้องการ คือ PV หรือคะแนน โปรโมชั่น กับผู้บริโภค คือ ความต้องการลดแลกแจกแถมเราก็มีให้
…ความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาอันสั้น และมุ่งมั่นที่จะขยายฐานการรองรับรวดเร็วอย่างคาดไม่ถึง กับตำแหน่งเกียรติยศของบุคลากรบริษัทมากถึง 100 – 200 คน ซึ่งคาดว่าในปีหน้าจะสร้างผู้นำให้มีรายได้ 6 หลัก ขั้นต่ำ 100 คน และวางแผนการสัมมนาที่เข้าถึงชัดเจนทั้งรายเดือน รายไตรมาส และรายปี รวมถึงมองข้ามไปถึงขยายพื้นที่ของสำนักงานใหญ่ที่ชั้น 12 ไอทีสแควร์ เพื่อรองรับสมาชิกในการจัดฝึกอบรมต่างๆ และอำนวยความสะดวกสำหรับสมาชิกให้มาใช้สำนักงานใหญ่เราอย่างสมบูรณ์แบบ
ถ้าถามถึงการย่างก้าวสู่ความสำเร็จนั้นบริษัทที่ผ่าน 6 เดือนไปได้ ผ่าน 1 ปี ไปได้ นั่นคือ แนวโน้มที่ดีมีความพร้อมและความเข้มแข็ง ไม่ว่าจะเป็นภายในหรือองค์ประกอบอยู่ภายนอก แต่บางบริษัทอาจจะคิดว่าผ่านช่วง 2 – 3 ปี ไปได้คงเป็นช่วงที่ดีที่สุดของบริษัท แต่ “มาบุญครอง” ไม่คิดอย่างนั้นยังมีเป้าหมายที่ชัดเจนกว่าจากการทำธุรกิจไม่ถึงนี่เองจึงพิสูจน์ได้ว่าประสบความสำเร็จมากขนาดไหน พร้อมมองการณ์ไกลใน 3 ปีข้างหน้าต้องติดท็อปไฟว์ 1 ใน 5 ของธุรกิจเครือข่ายขายตรงแน่นอน
...แม้จะขยายผู้นำในระยะเวลาอันสั้นร่วม 200 คน แต่ความตั้งใจจริงของ “มาบุญครอง” ยังมีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง และเป็นที่จับตาของหลายต่อหลายค่ายด้วยแบรนด์ที่ไม่เป็นรองใคร จึงเป็นที่ทำให้ทั้ง 2 ท่านนี้มั่นใจอย่างเต็มที่ว่าจะฝากอนาคตไว้ได้
“วีระ ยูโซ๊ะ” ช่างรับเหมาเล็ก ๆ ทางภูธรภาคใต้ตอนล่าง อยู่ในพื้นที่เสี่ยงชายแดนใต้ ถึงจะเกิดความไม่สงบของพื้นที่บ้านเกิด แต่ “วีระ” ยังมองธุรกิจเครือข่ายนี้เป็นสิ่งน่ารัก สวยงาม และสร้างรายได้ให้กับคนรากหญ้า จากที่บาดเจ็บมาจากหลายบริษัท “วีระ” จึงไม่ท้อที่จะลงสู้ต่อด้วยการมองแนวคิดผู้บริหารที่มีประสบการณ์มาเกือบ 20 ปี ร ากฐานแบรนด์มาบุญครองที่ความมั่นคง รวมถึงสินค้าที่คุ้นตาเป็นอย่างดีจึงไม่ใช่เรื่องยากที่ลุกขึ้นมาดำเนินธุรกิจอีกครั้ง
ทุกครั้งที่เข้าประชุมได้คิดเสมอว่าน้อยนักที่ได้ใกล้ชิดกับผู้บริหารระดับหมื่นล้านเช่นนี้ ทำให้เชื่อมั่น 100% แม้จะเป็นมือใหม่ในธุรกิจขายตรง ด้วยการวางรากฐานตั้งแต่เริ่มต้นมีความมั่นคงอยู่แล้ว และเห็นได้จากการจัดประชุม OPP เล็กๆ ทางภาคใต้ เพียงไม่กี่ร้อยคน ด้วยกระแสการยอมรับที่มาแรง จนทำให้ทุกวันนี้การก้าวกระโดดของสมาชิกรวมไปกว่า 2 พันคน ที่ ณ ปัจจุบันมีรายได้ 200,000 ต่อเดือน ด้วยความมั่นใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อนาคต ผู้นำน้อย ๆ มือใหม่ ระดับภูธรใต้ตอนล่างอย่าง “วีระ” บอกได้คำเดียวว่าไม่เกินกำลังที่จะก้าวไปแตะเงินล้านเกินกว่า 5 ล้านขึ้น ในปีหน้าแน่นอน
ในอนาคตได้บอกครอบครัวและลูกๆ ทุกคน ว่าสุดท้ายเราจะต่อสู้กับมาบุญครองจนกว่าจะไม่เอาเรา นั่นเป็นสิ่งที่ “วีระ” ตั้งในใจไว้ ที่ถือว่านำร่องธุรกิจเครือข่ายได้อย่างดีเยี่ยม และเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่าน่าจะเป็นธุรกิจที่น่าร่วมงานที่สุด ณ เวลานี้
อีกหนึ่งผู้นำ “ณัชพล โพนทอง” หนุ่มนักวิศวกรโรงกลั่นน้ำมัน ที่ทำงานทั้งในประเทศและต่างประเทศร่วม 10 ปี รายได้เดือนละ 120,000 บาท เรียกว่าเป็นอาชีพที่มั่นคง แต่เค้ากลับมองว่าไม่ต้องอะไรกับลูกจ้างมนุษย์เงินเดือนถึงแม้จะเป็นอาชีพที่ทุกคนใฝ่ฝัน แต่กลับเบื่อกับการที่ทำงานไม่หลากหลายซ้ำไปซ้ำมา จึงเริ่มมองว่าธุรกิจเครือข่ายเป็นธุรกิจที่ลงทุนน้อย และสามารถใช้ระยะเวลาสั้นๆ เป็นมนุษย์เงินล้านได้ มีรายได้หลักแสน หลักล้านได้ในระยะเวลา 1 – 2 ปี
ด้วยความมั่นใจของ “ ณัชพล” จากแบรนด์มาบุญครองที่เห็นตั้งแต่เด็ก จนมองไปถึงภาพรวมองค์กร ผู้บริหารเองเลยให้คิดว่าคงไม่มาทำเล่น ๆ แน่นอน และตัดสินใจมาทำธุรกิจกับมาบุญครองแบบไม่ลังเลว่าจะเป็นมนุษย์เงินล้านกับบริษัทมาบุญครองให้ได้ เลยตัดสินใจลาออก
“เป้าหมายของเรา คือให้ทีมงาน อย่างน้อยๆ ในจำนวน 500 คนมีรายได้เดือนละไม่ต่ำกว่า 500,000 บาท พอเรามีรายได้แล้วเราก็อยากสร้างคนให้มีรายได้ เพราะความมั่นคงของเราต้องมาจากความมั่นคงของสมาชิกหรือใต้ล่างเราก่อน”
ด้วยการมองระยะไกลเป้าหมายของ “ณัชพล” จึงไม่สูญเปล่า จากระยะเวลาเพียงแค่ 2 เดือนทำให้ “ณัชพล” มีรายได้ขึ้นมาทันตาเห็น มีพื้นที่ดูแลอยู่ภาคตะวันออก จังหวัดระยอง มีทีมงานสร้างรายได้ไปทั่วทุกภูมิภาค
เพราะฉะนั้นคำว่า ถูกที่ ถูกทีม ถูกเวลา ยังเป็นคำคมที่ใช้ได้ตลอดกาลของในการทำธุรกิจเครือข่าย และ 3 สิ่งนี้ เป็นสิ่งที่เหมาะสมกับบริษัทมาบุญครองมาก และการหาคำตอบของใครหลาย ๆ คน ที่อยากจะประสบความสำเร็จ เป็นมนุษย์เงินล้าน มาที่มาบุญครองได้เลย ธุรกิจเครือข่ายแห่งนี้มีตำตอบที่ดีที่สุดแล้ว
“...มาบุญครอง” ระบบความสำเร็จที่พิสูจน์แล้ว...ว่าทำได้จริง!!! กับกระแสตอบรับแรงแซงโค้งเพื่อนร่วมเครือข่าย จนเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้เป็นที่สนใจจับตามองของนักธุรกิจหลายต่อหลายคน ตัดสินใจจะร่วมธุรกิจด้วย...”
จากประสบการณ์อันยาวนานของการบริหารธุรกิจกว่า 40 แห่ง รวมมูลค่าทรัพย์สินสูงถึง 1 หมื่นล้านบาท ทำให้หลายคนมั่นอกมั่นใจว่า “ตระกูลบูลกุล” จะนำพา “มาบุญครอง” ให้เจริญก้าวไกลและเติบโตไปข้างหน้าได้อย่างไม่ยาก และความหวัง ที่ต้องการจะติดอันดับครองใจคนขายตรง 1 ใน 5 ของประเทศให้ได้ คงไม่ไกลเกินฝันอย่างแน่นอน...!!!

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ. สยามธุรกิจ ฉบับที่ 311 ประจำวันที่ 1 - 15 มกราคม 2555