ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขายตรงข้ามชาติ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขายตรงข้ามชาติ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2557

วัดกึ๋นขายตรงข้ามชาติปีมะเมีย ใครเด่น-ใครรองในสมรภูมิรบเมืองไทย







mlm (Mobile)

 


ซูมความพร้อมขายตรงข้ามชาติน้องใหม่บุกไทย...หลังพบหลายค่ายตอกเสาธุรกิจหวังเจาะตลาดขายตรงเมืองไทยแบบเต็มแม็กซ์ ทั้งเกาหลี-มาเลเซีย-ฮ่องกง-อเมริกัน เชื่อทุกค่ายที่เข้ามาต่างมีดีไม่แพ้กัน อยู่ที่กึ๋นใครจะสร้างความโดดเด่นได้มากกว่ากัน...ระบุ! ขายตรงข้ามชาติเก่าที่เคยมาเจาะตลาดในเมืองไทย พบมีหลายค่ายเป๋ไม่เป็นท่า เหตุเพราะยังไม่รู้ลึกซึ้งถึงตลาดขายตรงเมืองไทยดีพอ พร้อมมีบางค่ายทำธุรกิจผิดรูปแบบ


นับว่า “ตลาดขายตรงเมืองไทย” ในช่วงที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า เป็นตลาดที่ค่อนข้างจะหอมหวานอย่างมากทีเดียวสำหรับ “ธุรกิจขายตรงข้ามชาติ” เพราะมีหลาย ๆ ชาติต่างออกมาชิมลางหวังที่จะร่วมชิงแชร์ “ตลาดขายตรงเมืองไทย” อย่างอุ่นหนาฝาคั่งอย่างมาก ซึ่งมีทั้ง “บริษัทที่สมหวัง” และ “ไม่สมหวัง” ในตลาดขายตรงเมืองไทยค่อนข้างมากทีเดียว


ทั้งนี้ หากมองดูถึงความเคลื่อนไหวของ “บริษัทขายตรงข้ามชาติ” ที่เข้ามาบุกตลาดเมืองไทยในช่วงปี 2556 ที่ผ่านมาแล้ว พบว่า มีหลายค่ายกระโดดเข้ามาสร้างกระแสกันอย่างมากมาย ซึ่งทีมข่าว “ตลาดวิเคราะห์” ขอฉายภาพความเคลื่อนไหวของบริษัทขายตรงข้ามชาติที่หันหัวเรือรบมาเจาะตลาดในเมืองไทยให้ทราบพอสังเขป ดังนี้


 ขายตรงอเมริกันบุกไทย


หวังตีตลาดดึงคนร่วมธุรกิจ


...ขอเริ่มเจาะขายตรงข้ามชาติที่เข้ามาเปิดตลาดเมืองไทยในช่วงปี 2556 ที่ผ่านมา นั่นก็คือ “ออร์กาโน่ โกลด์” ขายตรงสายพันธุ์อเมริกัน ที่ได้ออกมากระทุ้งตลาดขายตรงเมืองไทยด้วยสินค้าในกลุ่มของ “กาแฟ” เป็นตัวขับเคลื่อนตลาดในเมืองไทย พร้อมกับการสู้ธงรบด้วยแผนตลาดแบบไบนารี่


ซึ่งต้องบอกว่า ขายตรงน้องใหม่ค่ายนี้นั้น เพียงแค่เริ่มต้นของการเข้ามาเหยียบขายตรงในตลาดเมืองไทย ก็เกิดกระแสของข่าวลือทางด้านลบไปแบบเบา ๆ ในเรื่องของการขอใบอนุญาตที่มีข่าวลือหึ่งว่ายังไม่ครบขั้นตอน จนทำเอาค่ายนี้ได้ออกโรงมาแก้ข่าวลืออย่างทันควันว่า “ออร์กาโน่ โกลด์” เป็นบริษัทขายตรงที่กระทำถูกต้องตามกฎหมายอย่างชัดเจนแน่นอน!


โดยการเข้ามาของค่าย “ออร์กาโน่ โกลด์” นั้น ช่วงแรกผู้ที่ดูแลธุรกิจในเมืองไทยนั่นก็คือ “ภูเชษฐ์ เผดิมปราชญ์” แต่พอหลังจากนั้นไม่นาน ความสั่นคลอนของขายตรงข้ามชาติรายนี้ ก็เริ่มที่จะไม่นิ่ง นั่นก็คือ ได้มีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้ที่ดูแลธุรกิจในเมืองไทยใหม่มาเป็น “ศุภชาติ อังคสุวรรณศิริ”


นับว่าการเริ่มต้นยกแรกของการบุกตลาดขายตรงในเมืองไทยของขายตรงสัญชาติอเมริกาอย่าง “ออร์กาโน่ โกลด์” นั้น เรียกว่ายังไม่สามารถที่จะสร้างกระแสของธุรกิจได้มากเท่าที่ควร ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะด้วยความไม่พร้อมในเรื่องขององค์กรภายใน รวมถึงแนวทางในการทำตลาดที่ยังไม่ค่อยทะลุทะลวงสำหรับตลาดในเมืองไทยนั่นเอง!


ที่สำคัญ ในการใช้สินค้ากลุ่มกาแฟ เพียงตัวเดียวในการขับเคลื่อนธุรกิจก็ยังถือว่า ยังไม่โดดเด่นเท่าที่ควรอีกด้วย อาจจะเรียกว่าไม่สามารถที่จะตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภครวมถึงสมาชิกในเมืองไทยได้นั่นเอง...โดยปัจจุบัน เทรนด์ของสินค้าสุขภาพในธุรกิจขายตรงค่อนข้างที่จะมาแรง ซึ่งหากทาง “ออร์กาโน่ โกลด์” ยังมีสินค้าเพียงกลุ่มเดียวในการขับเคลื่อนธุรกิจแล้วล่ะก็ เชื่อว่าการทำตลาดในเมืองไทยนับจากนี้ ของค่ายนี้ต้องเหนื่อยชนิดที่ว่า “เข็นครกขึ้นภูเขา” อย่างแน่นอน


…เช่นเดียวกับอีกหนึ่งน้องใหม่ขายตรงข้ามชาติอย่าง “ซีสเซิล” ขายตรงสัญชาติอเมริกัน ที่กระโดดเข้ามาเจาะตลาดขายตรงในเมืองไทยเช่นกัน โดยน้องใหม่ค่ายนี้ได้เริ่มดำเนินธุรกิจขายตรงมากว่า 3 ปีแล้ว ซึ่งในช่วงตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ในตลาดเมืองไทยของค่ายนี้นั้น พบว่า อาจจะเรียกว่ายังไม่สามารถที่จะจุดกระแสของเครือข่ายในเมืองไทยได้เท่าที่ควร ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะในเรื่องของสินค้า แผนการตลาดที่อาจจะยังไม่โดนใจสมาชิกในเมืองไทยก็เป็นได้


พร้อมกันนี้ ทาง “ซีสเซิล” เอง ยังประกาศที่จะขอเป็นศูนย์กลางในการขยายธุรกิจสู่ตลาดอาเซียนอีกด้วย รวมถึงเตรียมที่จะเน้นตลาดเชิงรุกเพื่อสร้างการรับรู้ทั้งในเรื่องของสินค้าและแบรนด์ตามช่องทางต่าง ๆ ด้วย พร้อมกับการชูความพร้อมของบริษัท ในเรื่องของสินค้าที่มีคุณภาพ แผนการจ่ายผลตอบแทนที่แข็งแรง รวมถึงมีผู้ก่อตั้งที่มีประสบการณ์จากธุรกิจกว่า 30 ปีอีกด้วย


 จับตาแบรนด์ขายตรงเอเชีย


เตรียมรุกคืบตลาดเมืองไทย


…หลังจากที่พบว่า “ขายตรงข้ามชาติ” อย่าง “อเมริกัน” ถือเป็นอีกหนึ่งสัญชาติที่เข้ามาบุกตลาดในเมืองไทยค่อนข้างมาก มาวันนี้ยังพบอีกว่า บริษัทขายตรงที่เริ่มคืบคลานเข้ามาในเมืองไทยบ้างแล้ว นั่นก็คือทางฝั่งของประเทศในแถบเอเชียและประเทศเพื่อนบ้านเรานั่นเอง


เห็นได้อย่างขายตรงน้องใหม่อย่าง “มายบิซ” ที่ออกมาเขย่าตลาดขายตรงในเมืองไทยด้วยการเข็นสินค้าเครื่องสำอางจากแดนกิมจิ เข้ามาตีตลาดในเมืองไทยเกาะกระแสของเกาหลีฟีเวอร์...โดยขายตรงน้องใหม่ค่ายนี้นั้น ได้ออกมาชูจุดเด่นของธุรกิจตัวเองตรงที่ว่า เป็นธุรกิจขายตรงแนวใหม่ที่แตกต่างจากที่อื่น ๆ โดยมีการเพิ่มช่องทางการลงทุนในระบบแฟรนไชส์ ที่เน้นเปิดกว้างทางด้านการสร้างรายได้


อีกทั้งยังชูในเรื่องของแบรนด์สินค้าความงามในระดับพรีเมียมจากประเทศเกาหลีใต้ที่ได้รับลิขสิทธ์เจ้าเดียวในการทำตลาดในเอเชียอีกด้วย โดยสินค้าที่ถือเป็นหัวหอกในการทำตลาดของค่ายนี้นั้น คือ กลุ่มต่อต้านความชรา หรือ Ani-Aging ภายใต้แบรนด์ L,ENCLOS (ลองคอส) โดยเป็นผลิตภัณฑ์ในรูปแบบสเปรย์


ที่สำคัญ ยังพบอีกว่า ค่ายนี้นั้น ยังได้มีการใช้คอนเซ็ปต์ในการดำเนินธุรกิจออกเป็น 3 ประการด้วยกัน คือ


1.มายบิซ เป็นผู้สร้างทีมงานการตลาดผ่านระบบเครือข่าย


2. แฟรนไชส์ความงามภายใต้แบรนด์โชวาโย ซึ่งเป็นสถาบันเพื่อความงาม ดูแลผิวหน้า ผิวพรรณ และ


3. สถาบันฝึกอบรมครบวงจร อินสไตล์ อคาเดมี พร้อมกับการเน้นทำงานเชิงระบบ ทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์


จะเห็นได้ว่า การเข้ามาเขย่าตลาดขายตรงที่เมืองไทยของค่ายนี้นั้น พบว่า จะเป็นการชูความโดดเด่นของสินค้าแบรนด์เกาหลี ที่ถือว่าเป็นจุดขายของค่ายนี้นั่นเอง ซึ่งก็ต้องดูว่าในปี 2557 นี้ น้องใหม่ค่ายนี้จะสามารถสร้างความโดดเด่นในเรื่องของสินค้าแบรนด์เกาหลีได้มากน้อยเพียงใด เพราะปัจจุบันนี้ต้องยอมรับว่าสินค้าแบรนด์เกาหลีค่อนข้างที่จะมีอยู่เกลื่อนบ้านเกลื่อนเมืองโดยเฉพาะในประเทศไทย


นอกจากนี้ ยังมีในส่วนของบริษัทขายตรงน้องใหม่จากแดนกิมจิ ที่เข้ามาเจาะตลาดขายตรงในเมืองไทย ภายใต้แบรนด์ว่า “รูอัน” โดยได้มีการยึดพื้นที่ ณ อาคารอโยธยา ทาวเวอร์ ชั้น 19 ย่านรัชดาภิเษก เป็นฐานรบในการขยายตลาดที่เมืองไทย


ซึ่งสินค้าในการเจาะตลาดที่เมืองไทยของค่ายนี้นั้น จะเป็นในกลุ่มของการต่อต้านความชรา Anti-Aging ที่มีชื่อว่า “MONG-NIS Skin Vitalizing Essence” โดยเป็นสเปรย์ เซลล์บูสเตอร์สารสกัดจากธรรมชาติ พร้อมกันนี้ ทางค่าย “รูอัน” เอง ยังมีแผนที่จะนำเข้าสินค้าจากประเทศเกาหลี เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องอีกด้วย รวมถึงเตรียมแผนที่จะสร้างการรับรู้ต่อผู้บริโภค ในรูปแบบการสื่อสารทางการตลาดที่ครบเครื่องด้วย


โดยการขยายฐานธุรกิจของ “รูอัน” นับจากนี้ ที่นอกเหนือจากในประเทศไทยแล้วนั้น ยังตั้งเป้าที่จะขยายไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา แคนนาดา รวมถึงตลาดอาเซียน อาทิ เวียดนาม มาเลเซีย อีกด้วย นับเป็นอีกหนึ่งขายตรงข้ามชาติที่เตรียมความพร้อมในการสู้ศึกรอบด้านที่เมืองไทยอย่างเต็มอัตราศึกกันเลยทีเดียว


…ด้านขายตรงจากประเทศฮ่องกงอย่าง “มาร์เวลแมกซ์” ถือเป็นอีกหนึ่งค่ายที่กระโดดเข้ามาเจาะตลาดขายตรงในเมืองไทยเช่นกัน!...โดยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น ประเทศไทยถือเป็นประเทศแรกที่ขายตรงค่ายนี้เข้ามาทำตลาด ที่สำคัญ ค่ายนี้ยังได้มีการประกาศเป้าหมายที่จะตีตลาดในประเทศจีน และรัสเซียในลำดับต่อไปอีกด้วย


โดยกลยุทธ์ที่สำคัญ ในการขับเคลื่อนธุรกิจของค่าย “มาร์เวลแมกซ์” นั้น พบว่า ได้มีการเตรียมไว้ 3 แนวทางด้วยกัน คือ กลยุทธ์ที่


1. การสร้างมาร์เวลแมกซ์ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง (Know us) ผ่านช่องทางสื่อประชาสัมพันธ์ การฝึกอบรม กลยุทธ์ที่


2. การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและหลากหลาย และแผนการจ่ายผลตอบแทนที่น่าดึงดูดมา


เป็นตัวนำให้ทุกคนสนใจในแบรนด์ (Like us) และ


3. การสร้างความมั่นใจ (Believe us) ด้วยศักยภาพด้านเงินทุน การบริหารงาน และทีมงาน


ที่เป็นมืออาชีพ พร้อมกับการชูจุดเด่นทางด้านระบบเครือข่ายภายใต้ชื่อว่า “Promax” ที่จะช่วยให้สมาชิกทุกคนประสบความสำเร็จ


นับได้ว่า การเข้ามาเจาะตลาดในเมืองไทยของ “มาร์เวลแมกซ์” ในครั้งนี้ หากจะมองว่าง่ายก็ไม่ง่าย และหากจะมองว่ายากก็ไม่ยากนัก ซึ่งหากวันนี้ “มาร์เวลแมกซ์” มีสินค้าที่โดนใจ รวมถึงสามารถเข้าถึงกลุ่มเครือข่ายได้ชนิดที่ว่าตรงจุดแล้ว เชื่อว่า ความพร้อมของค่ายนี้ที่มีทั้งในเรื่องของสินค้า แผนการตลาด รวมถึงการสนับสนุนทางด้านต่าง ๆ ของบริษัทแม่ที่พร้อมจะสนับสนุนอย่างเต็มที่แล้ว ก็น่าที่จะทำให้ “มาร์เวลแมกซ์” สามารถที่จะเข้าไปครองใจคนเครือข่ายที่เมืองไทยรวมถึงผู้บริโภคในเมืองไทยได้ด้วยเช่นกัน


...ส่วน “บริษัท เออาร์เอส โกลบอล เน็ทเวิร์ค ไทยแลนด์ จำกัด” ก็เป็นอีกหนึ่งขายตรงน้องใหม่ที่กำลังเตรียมบุกหนักในประเทศไทยเช่นเดียวกันกับขายตรงน้องใหม่ข้ามชาติรายอื่น ๆ ซึ่งขายตรงค่ายนี้เป็นขายตรงที่มาจากประเทศมาเลเซีย โดยมีเป้าหมายในปีแรก คือ เตรียมปั้นผู้นำเงินแสน


ซึ่งขายตรงข้ามชาติที่เข้ามาทำตลาดในเมืองไทยส่วนใหญ่แล้ว จะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ค่อนข้างที่จะมีความเชื่อมั่นในศักยภาพตลาดขายตรงที่เมืองไทย เช่นเดียวกันกับค่ายนี้


โดยจุดแข็งและความพร้อมของ “เออาร์เอส” นั้น พบว่า เป็นการชูจุดแข็งในเรื่องของระบบการจ่ายผลตอบแทนให้แก่สมาชิกในระบบออโต้ ไม่ต้องรอ 15 วัน รวมถึงเรื่องของราคาสินค้าที่ขายในประเทศไทยจะมีราคาถูกกว่าที่มาเลเซีย และการลงรหัสจะสูงกว่าที่มาเลเซียอีกด้วย ที่สำคัญ การเปิดตัวสำนักงานแห่งใหม่ย่านลาดพร้าว ยังถือเป็นอีกหนึ่งการตอกย้ำความพร้อม และความตั้งใจในการเติบโตของ “เออาร์เอส” ในประเทศไทยด้วย


 จับคลื่นขายตรงข้ามชาติเก่า


หลายค่ายเร่งปรับกลยุทธ์รับศึก


...ทั้งนี้ หากมองย้อนดูถึงบริษัทขายตรงข้ามชาติที่เข้ามาสร้างกระแสในเมืองไทยชนิดที่ว่าดังแบบกระหึ่มโลกเครือข่ายมาแล้ว คงหนี้ไม่พ้นค่าย “อาเจล” อย่างแน่นอน เพราะถือเป็นบริษัทขายตรงข้ามชาติที่ในช่วงที่ผ่านมา มีคนกล่าวขานกันอย่างมากทีเดียว ทั้งในด้านบวกและในด้านลบ


โดยวันนี้ขายตรงค่ายนี้ หากลองจับคลื่นธุรกิจแล้ว เริ่มอยู่ในขั้นโคม่าเลยก็ว่าได้ เพราะเจอพิษปัจจัยลบในธุรกิจต่าง ๆ รอบด้าน กระหน่ำเข้ามาในธุรกิจอย่างเต็มแรง ทั้งในเรื่องของความไม่พร้อมในเรื่องขององค์กร การไหลออกของเหล่าแม่ทีมเบอร์ต้น ๆ ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ค่ายนี้เห็นทีคงต้องกลับมาคิดทบทวนการทำตลาดในเมืองไทยใหม่ว่า ควรที่จะต้องพลิกกลยุทธ์ใหม่ในการทำตลาดแบบไหนถึงจะสามารถอยู่ในเครือข่ายที่เมืองไทยได้


...เช่นเดียวกับทางด้านค่าย “บีฮิป” ที่ไม่ต่างอะไรกับ “อาเจล” ที่ ก็เริ่มออกอาการเป๋ของธุรกิจเช่นเดียวกัน ที่มีการปรับเปลี่ยนผู้บริหารที่ดูแลตลาดในเมืองไทยแบบจนหลายคนมึนงง ว่าตกลงใครคือ ผู้ที่ดูแลตลาดในเมืองไทยกันแน่ จนในที่สุด ก็พบว่า ผู้ที่เข้ามาเป็นซีอีโอของค่ายนี้คนล่าสุดนั่นก็คือ ดารานักแสดงหนุ่มชื่อดัง “ฟลุค-เกริกพล มัสยวานิช” นั่นเอง..ซึ่งการเข้ามานั่งบริหารงานในครั้งนี้ เชื่อว่าน่าที่จะมีหลายคนตั้งคำถามเป็นหางว่าวอย่างแน่นอนว่า ซีอีโอ คนใหม่นี้รู้ลึก รู้จริง ถึงแก่นแท้ของการทำธุรกิจขายตรงพอหรือไม่?..


โดยโจทย์ที่สำคัญ ของการทำธุรกิจขายตรงของบีฮิปสำหรับ ซีอีโอคนใหม่นี้ คือ จะทำอย่างไร ให้ “บีฮิป” ประเทศไทย สามารถก้าวเดินได้อย่างไร้คำครหานั่นเอง...เพราะวันนี้ทั้ง “อาเจล” และ “บีฮิป” อาจจะเรียกว่าตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันคือ “กินไม่เข้า คายไม่ออก” นั่นเอง เพราะเจอวิกฤติเดียวกัน คือ แม่ทีมเบอร์ต้น ๆ ไหลออกแบบสายฟ้าแลบ


จะเห็นได้ว่า การสร้างกระแสของ “ธุรกิจขายตรง” โดยเฉพาะขายตรงค่ายใหม่ ๆ นี้ ในสมรภูมิรบขายตรงถือว่าเป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยในธุรกิจนี้ แต่ทั้งนี้ การสร้างกระแสของธุรกิจก็ต้องอยู่ในกรอบของธุรกิจที่ตีเอาไว้ด้วยเช่นกัน ซึ่งหากค่ายไหนที่สร้างกระแสของธุรกิจอยู่นอกกรอบ กฎ กติกา แล้ว กระแสที่สร้างชนิดที่ว่าแรงแค่ไหน ก็ย่อมตกลงมาแบบสายฟ้าแลบด้วยเช่นกัน


ในขณะเดียวกัน การรู้ลึก รู้จริงเรื่องของธุรกิจขายตรงในแต่ละประเทศ รวมถึงวัฒนธรรมของประเทศนั้น ๆ ก็มีส่วนที่สำคัญด้วย เพราะเชื่อว่าหากใครที่อยู่ในถนนขายตรงนี้แล้ว คงพอที่จะมองออกมา วันนี้ขายตรงข้ามชาติที่เข้ามาตีตลาดในเมืองไทย น้อยรายนักที่จะอยู่แบบยั่งยืนได้ ซึ่งบริษัทขายตรงข้ามชาติที่ยืนยงคงกระพันได้นั่น คือ บริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีความพร้อมจริง ๆ


และยิ่งการสร้างกระแสของธุรกิจแบบรวยแบบข้ามคืนด้วยแล้วล่ะก็...ขอฟันธงได้เลยว่า บริษัทขายตรงประเภทนี้ มักที่จะอยู่ในธุรกิจขายตรงนี้ได้ไม่นานด้วยเช่นกัน


...เช่นเดียวกับความเคลื่อนไหวของ “ขายตรงข้ามชาติ” อย่าง “เจอเนสส์” ขายตรงสัญชาติอเมริกัน ที่ในช่วงปี 2556 ที่ผ่านมา ก็ออกมาประกาศเตรียมที่จะรุกหนักในตลาดอาเซียน โดยจะใช้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของธุรกิจในภูมิภาคนี้


โดยในช่วงต้นเดือนตุลาคม 2556 ที่ผ่านมา ค่ายนี้ ก็ได้สร้างความเชื่อมั่นของธุรกิจด้วยการจัดงานภายใต้ชื่อ “Jeuunesse Expo Thailand 2013” ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติ รอยัลคลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา…ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งการตอกย้ำธุรกิจว่าวันนี้ เจอเนสส์ พร้อมที่จะดันหมู่มวลสมาชิกทุกคนให้ประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้นั่นเอง


...และนี่ก็เป็นเพียงแค่ตัวอย่างบางส่วนของบริษัทขายตรงข้ามชาติที่กำลังเตรียมเข้ามาบุกตลาดในเมืองไทย ที่สำคัญ หากมองไปอีกด้านหนึ่งของขายตรงข้ามชาติที่ได้เข้ามาชิมลางในตลาดเครือข่ายเมืองไทยก่อนหน้านี้แล้ว พบว่า ส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่กระแสจะเกิดขึ้นเฉพาะในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น ซึ่งตรงนี้คือ อีกหนึ่งตัวอย่างที่หลาย ๆ ค่าย โดยเฉพาะน้องใหม่ที่กำลังจะเข้าหรือเข้ามาแล้ว ควรศึกษาถึงการดำเนินธุรกิจขายตรงในเมืองไทยให้ดี...เพราะหากค่ายไหนที่เดินถูกทาง เชื่อว่าโอกาสที่จะเติบโตในธุรกิจขายตรงที่เมืองไทยก็มีสูงด้วยเช่นกัน?...


 


 


 


Credit By : http://www.taladvikrao.com/

วันอังคารที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ขายตรงข้ามชาติขย่มเครือข่ายไทย แผลงฤทธิ์พลิกกลยุทธ์สู้ศึกปลายปี







MLM (Mobile)

 


ซูมทิศธุรกิจขายตรงข้ามชาติ พบหลายค่ายเร่งเครื่องโชว์ศักยภาพดึงคนร่วมธุรกิจเพียบ...ด้าน “เจอเนสส์” จัดงานประชุมนานาชาติปลุกความเชื่อมั่นธุรกิจตื่น...“เออาร์เอส” ขายตรงสัญชาติมาเลเซีย เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการสิ้นปีนี้ หลังซุ่มเงียบมากว่า 10 เดือน พร้อมชูจุดแข็งแผนการตลาดที่ไม่เหมือนใคร...ส่วน “ซินเนอร์จี้” เร่งสร้างผู้นำออโต้ชิพ 100 คนต่อเดือน ป้องกันการขายตัดราคา...ด้านขายตรงน้องใหม่ “EPIC” บริษัทในเครือ Berjaya Group ประเทศมาเลเซียบุกไทย พร้อมได้มือดี “ชัยวัฒน์” ปลุกกระแสธุรกิจในไทยหวังแจ้งเกิด


เข้าสู่ไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ เรียกว่าเป็นช่วงโค้งสุดท้ายในการทำธุรกิจของหลาย ๆ ธุรกิจเลยก็ว่าได้ เฉกเช่นเดียวกับ “ธุรกิจขายตรง” ที่ ณ ช่วงเวลานี้จะเริ่มเห็นหลาย ๆ ค่าย ต่างออกหมัดออกอาวุธสร้างความน่าเกรงขามออกมาอย่างมากมายเลยทีเดียว!!


ที่สำคัญ วันนี้หากพูดถึง “ธุรกิจขายตรง” โดยเฉพาะ “ขายตรงข้ามชาติ” คงต้องบอกว่า กระแสของความเร้าร้อนในช่วงปีนี้ไม่ค่อยจะเห็นภาพความหวือหวาออกมาสร้างความสั่นสะเทือนให้กับวงการขายตรงเท่าที่ควร เรียกว่าค่อนข้างที่จะเงียบเหงาไปพอสมควร เหมือนเช่นดั่ง “ขายตรงสัญชาติไทย”


...ปักษ์นี้ “ตลาดวิเคราะห์” ขอซูมความเคลื่อนไหวของ “ธุรกิจขายตรงข้ามชาติ” ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ ว่าแต่ละค่ายมีความเคลื่อนไหวของธุรกิจเป็นอย่างไรบ้าง ที่สำคัญ ในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ แต่ละค่ายมีทีเด็ดออกมาสู้ศึกกันมากน้อยแค่ไหน?...


 ผ่าแผนรบขายตรงข้ามชาติ


โชว์ศักยภาพกลบกระแสธุรกิจนิ่ง


...เริ่มต้นกันที่ความเคลื่อนไหวของธุรกิจขายตรงข้ามชาติอย่าง “เจอเนสส์” ขายตรงสัญชาติอเมริกัน ก็ได้ออกมาประกาศรุกหนักในภูมิภาคอาเซียนด้วยการจัดงานการประชุมระดับนานาชาติครั้งแรกของเจอเนสส์ฯ ที่ประเทศไทย ภายใต้ชื่องาน “Jeuunesse Expo Thailand 2013” โดยได้มีการจัดขึ้นไปเมื่อช่วงวันที่ 5-8 ตุลาคม 2556 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติ รอยัลคลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา ที่ผ่านมา


โดยทางด้าน “มร.สก็อต เอ. ลิวอิส” Chief Visionary Officer และประธานประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท เจอเนสส์ โกลบอล ได้เผยถึงสาเหตุของการเลือกมาจัดงานประชุมใหญ่ในครั้งนี้ที่ประเทศไทยว่า เนื่องจากเป็นประเทศที่มีศักยภาพในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของสถานที่ในการจัดประชุม สถานที่ท่องเที่ยว อีกทั้งเชื่อว่าไทยจะเป็นศูนย์กลางในการขยายธุรกิจสู่ตลาดอาเซียนอีกด้วย


ทั้งนี้ “มร.สก็อต” ยังมองอีกว่า ธุรกิจของเจอเนสส์ โกลบอล นับจากนี้ น่าที่จะขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่พบว่า มีการเติบโตสูงกว่าอัตราการเติบโตเฉลี่ยทั่วโลก และประเทศไทยยังถือเป็นประเทศที่ธุรกิจของเจอเนสส์มีการเติบโตสูงที่สุดในภูมิภาคนี้อีกด้วย โดยมีอัตราการเติบโตเกินกว่าร้อยละ 10 นับตั้งแต่เจอเนสส์เปิดดำเนินธุรกิจในไทยมาตั้งแต่ พ.ศ.2554 นั่นเอง


“ต้องยอมรับว่า ธุรกิจขายตรงในอาเซียน มีการเติบโตถึง 9.7% ต่อปี ในปี 2555 ที่สำคัญ ยังในระดับที่สูงกว่าการเติบโตของตลาดอื่น ๆ ทั่วโลก ที่มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยประมาณ 5.4% โดยในประเทศไทย ธุรกิจขายตรง


มีมูลค่ารวมประมาณ 7 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 6.22% ของมูลค่าธุรกิจเครือข่ายทั่วโลก และมีการเติบโต 7-10% ส่งผลทำให้บริษัทฯ เชื่อว่า ธุรกิจเจอเนสส์ในประเทศไทย น่าที่จะเติบโตได้เป็นอย่างดีด้วยเช่นกัน”


...นับได้ว่า เป็นอีกหนึ่งการสร้างความเชื่อมั่นของธุรกิจเจอเนสส์ในประเทศไทยเลยก็ว่าได้ สำหรับการจัดงานประชุมระดับนานาชาติในครั้งนี้ที่เมืองไทยของค่าย “เจอเนสส์”


เช่นเดียวกับอีกหนึ่งความเคลื่อนไหว ของบริษัทขายตรงข้ามชาติอีกหนึ่งค่ายนั่นก็คือ ค่าย “ซินเนอร์จี้” ที่หลังจากเจอปัญหาในหลาย ๆ อย่างรุมเร้าธุรกิจ จนต้องทำให้มีการปรับกลยุทธ์ในการทำธุรกิจอย่างฉับพลัน เพื่อต้องการเร่งสร้างยอดขายให้เติบโตตามเป้าที่วางไว้ โดยกลยุทธ์ในช่วงนี้ของ “ซินเนอร์จี้” ในการเพิ่มยอดขายนั้น พบว่า เป็นการกระตุ้นยอดซื้อต่อหัวจากเดิม 4,500-5,000 มาเป็น 7,000 บาทต่อคนต่อหัว พร้อมกับกลยุทธ์ในการเพิ่มจำนวนสมาชิกใหม่เข้ามา เพื่อต้องการทดแทนผู้นำเก่าที่ออกไปนั่นเอง


ในขณะเดียวกัน “ซินเนอร์จี้” เอง ยังได้มีการออกโปรโมชั่นต่าง ๆ รวมถึงการพัฒนาสมาชิกด้วยระบบออโต้ ชิพให้มีมากขึ้น ให้กับกลุ่มสมาชิกปัจจุบันที่มีจำนวน 400-500 คน ด้วยการให้สิทธิ์ในการซื้อสินค้าในราคาพิเศษ พร้อมกับมีแผนจะเพิ่มกลุ่มออโต้ชิพอีกจำนวน 100 คนต่อเดือน จากยอดสมาชิกใหม่ที่เข้ามา 500 คนต่อเดือนอีกด้วย


ส่วนนโยบายในการออกสินค้าใหม่ในปีนี้อีก 3 รายการที่ได้เคยประกาศไว้นั้น ทางค่าย “ซินเนอร์จี้” เอง ได้ออกมายอมรับว่า เป้าหมายที่วางไว้ในเรื่องของสินค้านั้น คงต้องมีการชะลอการออกสินค้าใหม่ไปก่อน ด้วยสาเหตุจากการติดปัญหาเรื่องการขออนุญาตนั่นเอง ส่งผลให้สินค้าที่ตั้งเป้าว่า จะออกในช่วง 3 เดือนสุดท้ายนี้ จึงไม่ทันตามกำหนด


ที่วางไว้...


...เช่นเดียวกับ อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวของ “ธุรกิจขายตรง” ในช่วงไตรมาสที่ 4 ปีนี้ อย่างขายตรงน้องใหม่ข้ามชาติ ที่เพิ่งเข้ามาทำตลาดในเมืองไทยในช่วงนี้ นั่นก็คือ “บริษัท เออาร์เอส โกลบอล เน็ทเวิร์ค ไทยแลนด์ จำกัด” ขายตรงสัญชาติมาเลเซีย ที่มี “มร.นิคราซีซี เบ็น นิก อับดุลเลาะห์” นั่งกุมบังเหียนใหญ่อยู่ในขณะนี้ ก็ได้ออกมาประกาศเตรียมเดินหน้าปักธงรบในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในช่วงสิ้นปีนี้...ซึ่งก่อนหน้านี้ค่ายนี้ได้มีการเข้ามาชิมลางในเมืองไทยมาแล้วกว่า 10 เดือนที่ผ่าน จนกระทั่งเล็งเห็นถึงศักยภาพของตลาดขายตรงในเมืองไทย จนได้เตรียมที่จะ


เปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงสิ้นปีนี้นั่นเอง!...


โดยขายตรงน้องใหม่ค่ายนี้นั้น ได้มีการออกมาชูจุดแข็งของธุรกิจ ด้วยระบบการจ่ายผลตอบแทน ที่ค่ายนี้บอกว่า ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาและยังถูกพัฒนาต่อยอดอย่างไม่หยุดยั้ง ที่สำคัญยังประกาศอีกว่าในอนาคตอันใกล้นี้ จะมีการจ่ายผลตอบแทนให้แก่สมาชิกในระบบออโต้ ไม่ต้องรอ 15 วันอีกด้วย


ที่สำคัญ ยังพบอีกว่า ขายตรงสัญชาติมาเลเซียค่ายนี้ ยังเปรียบเทียบในเรื่องของราคาสินค้าที่ขายตรงบริษัทแม่ที่มาเลเซีย เมื่อนำมาขายในเมืองไทยจะมีราคาที่ถูกกว่าอีกด้วย พร้อมกับในการลงรหัสจะสูงกว่าที่มาเลเซีย ไม่ว่าจะเป็น ตำแหน่งซิลเวอร์ มาเลเซียเปิดรหัสอยู่ที่ 2,400 บาท ได้สินค้าจำนวน 2 กล่อง แต่ที่ประเทศไทยเปิดรหัส 3,400 บาท ได้รับสินค้า 3 กล่อง เป็นต้น...เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ในการดึงคนเข้ามาสู่ธุรกิจเลยก็ว่าได้สำหรับค่ายน้องใหม่ค่ายนี้


…นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งขายตรงน้องใหม่ข้ามชาติประเทศมาเลเซีย ที่ชื่อ “EPIC” บริษัทในเครือของยักษ์ใหญ่ เบอร์จายา เข้ามาบุกตลาดเครือข่ายในเมืองไทยอีกด้วย ซึ่งบริษัทธุรกิจเครือข่ายในกลุ่ม Berjaya Group ประเทศมาเลเซียนั้น ยังมีบริษัท อีคอสเวย์ ประเทศไทย ที่เป็นหนึ่งในเครือของ Berjaya Group กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่จากมาเลเซียอีกด้วย


สำหรับการเข้ามาบุกตลาดไทยในครั้งนี้นั้น พบว่า มีผู้ที่เป็นหัวเรือหลักในการทำตลาดที่ประเทศไทยคือ “ชัยวัฒน์ ชัยจินดาวัธน์” ที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานฝ่ายภูมิภาคเอเชีย บริษัท อีพิค ประเทศไทย จำกัด ซึ่งเครือข่ายข้ามชาติค่ายนี้นั้น ได้เริ่มออกสตาร์ทเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2556 ที่ผ่านมา โดยใช้แผนการตลาดแบบผสมทั้งแผนไบนารี่และแผนยูนิเลเวล


...“ขายตรง “EPIC” ถือเป็นบริษัทในเครือของ Berjaya Group ประเทศมาเลเซีย ที่มีบริษัท อีคอสเวย์ ร่วมดำเนินธุรกิจด้วย ซึ่งในช่วงแรกของการดำเนินธุรกิจ ทางบริษัท “EPIC” และ อีคอสเวย์ จะใช้สินค้าตัวเดียวกันในการทำการตลาด พร้อมกับใช้สำนักงานแห่งเดียวกัน และหลังจากนี้ 3 เดือน คาดว่า “EPIC” จะมีสำนักงานแห่งใหม่เพื่อแยกตัวออกมาอย่างชัดเจนแน่นอน”...นายชัยวัฒน์ กล่าวและว่า


นอกจากนี้ นายชัยวัฒน์ ยังเสริมต่ออีกว่า ขณะนี้ทางบริษัทแม่เองได้มีการให้เงินสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของ “EPIC” แล้วจำนวน 100 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยเงินจำนวนดังกล่าวจะใช้ในการพัฒนาธุรกิจในช่วง 6 เดือนนับจากนี้ พร้อมกันนี้ ทาง “EPIC” เอง ยังได้ตั้งเป้าที่จะมีสาขาภายในสิ้นปีนี้จำนวน 11 สาขาด้วยกัน รวมถึงการทยอยเปิดตัวสินค้าใหม่ ๆ อีก 8-9 รายการด้วยกัน


และจากการเข้าไปดูในหน้าเฟสบุ๊คของ “EPIC” พบว่า...ได้มีการเขียนข้อความที่ว่า...เตรียมพบกับ ปรากฏ การณ์ครั้งยิ่งใหญ่ ระดมกำลังขุนพล..เครือข่ายทุกสารทิศ เข้าร่วมฟอร์มทีมต้นสาย บริษัทเครือข่ายระดับอินเตอร์ กำลังจะเปิดตัวเร็ว ๆ นี้ คาดว่าต้นเดือนตุลาคมนี้...ด้วยเงินลงทุน มากกว่า 3,000 ล้านบาท กำหนดเปิดพร้อมกัน 10 ประเทศ ทั้งยุโรป และเอเซีย โดยบริษัทแม่ระดับโลกที่มีธุรกิจกว่า 200 บริษัทและหนึ่งในจำนวนนั้นคือ บริษัท คอสเวย์ (มาเลเซีย) จำกัด ซึ่งปัจจุบันมูลค่าทางการตลาด ในการส่งสินค้าทั่วโลกมาก กว่า 10,000 ล้าน จนนิตยสาร forbes จัดให้อยู่ 1 ใน 10 ของบริษัทที่มียอดการส่งออกสูงด้วยฐานการผลิตและความเชี่ยวชาญในระบบการจัดการที่ยอดเยี่ยม…พร้อมกับมีการชูในเรื่องของแผนการจ่ายผลตอบแทนที่สูง โดยจ่ายสูงสุด สัปดาห์ละ 30,000 us หรือ 1,050,000 บาท เดือนละ 4,200,000 บาท มีค่า แนะนำ หลายชั้นอีกด้วย


...ถือเป็นอีกหนึ่งบริษัทข้ามชาติที่กำลังจะมาสร้างกระแสความน่าสนใจให้กับตลาดขายตรงในเมืองไทยกลับมาคึกคักอีกหนึ่งบริษัทเลยก็ว่าได้...เพราะหากใครที่รู้จักนักบริหารงานเครือข่ายที่ชื่อ “ชัยวัฒน์ ชัยจินดาวัธน์” ดี คงจะรู้ว่านี้คือ “นักสร้างกระแส” ที่เคยสร้างชื่อให้กับ “ขายตรงข้ามชาติ” อย่าง “เอเจล-บีฮิป” ให้ดังเปรี้ยงปร้างมาแล้ว...ก็ต้องติดตามกันดูว่ากับเครือข่ายใหม่ที่ชื่อ “EPIC” จะสามารถมากระชาก อารมณ์ คนเครือข่ายเหมือนเช่นดั่งที่ผ่านมาได้หรือไม่ ก็ต้องติดตามกันต่อไป!...


…มาดูอีกหนึ่งบริษัทขายตรงข้ามชาติสัญชาติเกาหลีนั่นคือ ค่าย “รูอัน” ที่ได้เข้ามาปักธงรบในธุรกิจเครือข่ายในประเทศไทย หลังจากที่กระแสประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) เริ่มมาแรง ทำให้ค่ายนี้เล็งเป้ามาที่ในประเทศไทย ด้วยธุรกิจที่ชื่อว่า “รูอันเวิลด์” โดยมี 2 ประธานบริหารจาก บริษัท รูอัน เกาหลี จำกัด นำโดย “คุณพาร์ค อิน ชอน” และ “คุณเจมส์ ลี” เป็นหัวเรือใหญ่


ซึ่งการเข้ามาบุกตลาดในเมืองไทยครั้งนี้นั้น ทางด้าน “เจมส์ ลี” ประธานบริหาร บริษัท รูอัน เกาหลี จำกัด เผยว่า เนื่องจากมองเห็นประเทศไทยค่อนข้างที่จะมีศักยภาพในการเป็นประเทศศูนย์กลางทางเศรษฐกิจอาเซียนนั่นเอง พร้อมกันนี้ แผนงานในช่วงแรกของทางรูอัน ยังมีนโยบายหลักที่จะทำตลาดด้วยการมุ่งเน้นด้านสุขภาพและการพัฒนาบุคลิกภาพ รวมถึงการเติมเต็มความรู้ด้านผลิตภัณฑ์ความงาม เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของนักธุรกิจยุคใหม่อีกด้วย


พร้อมกันนี้ ทางด้านค่าย “รูอัน” เอง ยังได้มีการส่งผลิตภัณฑ์ไลน์แรกในกลุ่มต่อต้านความชรา Anti – Aging รวมถึงผลิตภัณฑ์ความงามระดับพรีเมี่ยม MONGNIS Skin Vitalizing Essence สเปรย์เซลล์บูสเตอร์ เข้ามารุกตลาดผลิตภัณฑ์ความงามในประเทศไทยด้วยเช่นกัน


“การทำตลาดของ “รูอัน” ในช่วงแรกเตรียมที่จะดำเนินกิจกรรมด้านการสื่อสารทางการตลาดในหลากหลายรูปแบบ เพื่อต้องการสร้างแบรนด์และผลิตภัณฑ์ของ บริษัทฯ ให้เป็นที่รู้จัก และสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภค


ในปัจจุบันได้อย่างทั่วถึง ที่สำคัญ บริษัทฯ มีความมั่นใจว่า จะสามารถผลักดันนักธุรกิจรูอันเวิลด์ ให้ก้าวไกลสู่ระดับสากล พร้อมเติมเต็มทุกรอยฝันของทุกไลฟ์สไตล์ด้วยอิสรภาพในการดำเนินธุรกิจแห่งความมั่นคงได้อย่างแน่นอน”


…นับได้ว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายปีนี้ บริษัทขายตรงข้ามชาติทั้งใหม่และเก่าต้องออกมาสาดอาวุธแบบครบเครื่องกันเลยทีเดียว...ทั้งนี้ก็อยู่ที่ว่าค่ายไหนจะสามารถสร้างความน่าสนใจได้มากน้อยแค่ไหนเท่านั้นเอง!!


 


 


 


 Credit By : http://www.taladvikrao.com/

วันศุกร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2556

สำรวจตลาด ขายตรงข้ามชาติ พบหลายค่ายเปิดเกมรุกตลาดQ1 พรึ่บ !







mlm (Mobile)


ผ่าปฏิบัติการ ขายตรงข้ามชาติ บุกตลาดเครือข่ายเมืองไทย...หลังพบ หลายค่ายเดินเกมสร้างความโดดเด่นของธุรกิจออกมาสู่ตลาดเครือข่ายเพียบ หวังดึงคนร่วมธุรกิจ พร้อมชูสินค้า ดี แผนการตลาดเยี่ยมเย้า ยวนใจผู้ที่ต้องการ ประสบความสำเร็จในธุรกิจ...ระบุเตรียมพบเครือข่ายเปิดใหม่ข้ามชาติเจอคิว เปิดตัวเร็วๆ นี้



...ผ่านพ้นไปแล้ว 3 เดือนเศษ เชื่อว่าผู้ประกอบการหลาย ๆ ราย ในธุรกิจขาย ตรง ต่างมีการออกกลยุทธ์เพื่อหวังสร้างความน่าเชื่อถือของธุรกิจออกมาให้เห็นกันเป็น ระลอกอย่างแน่นอน เช่นเดียวกับ ขายตรงข้ามชาติ ที่ ณ ช่วงเวลานี้ ก็ได้ออกหมัด เด็ด เพื่อสู้ศึกที่มีอยู่รอบด้านใน ธุรกิจขายตรง เช่นกัน!! จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจว่า ทำไม!...ขณะนี้สงครามการดำเนินธุรกิจของขาย ตรงในช่วงเวลานี้ ยังคง ดุเดือด และสร้างสีสันให้ กับวงการอุตสาหกรรม ขายตรงไทยยิ่งนัก เห็น ได้จากการอาศัยช่วงชิง จังหวะและโอกาสใน การทำธุรกิจ เพื่อหวังให้ ตนเองอยู่รอดปลอดภัย และรักษาพื้นที่ตลาด เอาไว้ ทำให้หลาย ๆ ค่าย ในธุรกิจขายตรงต้องรื้อ ระบบ และปรับแผนสู้มากกว่า การใช้แผนตั้งรับ ทั้งค่ายยักษ์ ใหญ่ และค่ายยักษ์เล็ก ที่ต่าง ดิ้นรนปรับกลยุทธ์สู้รบกันทุกวิถี ทาง หวังดูดคนเข้ามาสู่ระบบ เครือข่ายกันแทบทั้งนั้น....

เช่นเดียวกับ ธุรกิจขาย ตรงข้ามชาติ ที่ต่างก็ใช้จุด ต่าง เพื่อสู้ศึกชิงแชร์ตลาดแบบ หลากหลายรูปแบบเข้าสู้กัน แทบทั้งนั้น...ลองมาดูกันว่า ยุทธวิธีการทำตลาดของ ขาย ตรงข้ามชาติ ในปี 2556 นี้ แต่ละค่ายมีทีเด็ดอะไรมาสร้าง ความเหนือชั้นของธุรกิจกันบ้าง ซึ่งรายละเอียดมีให้ท่าน ผู้อ่านได้ติดตามดังนี้!!

ขายตรงข้ามชาติสาดกลยุทธ์ แรง! เข็นสินค้าสู้ศึก/เน้น กิจกรรมเสริมธุรกิจ

ปักษ์นี้คอลัมน์ ตลาด วิเคราะห์ ขอสำรวจความ เคลื่อนไหวในสมรภูมิรบขายตรง โดยเฉพาะบริษัทขาย ตรงน้องใหม่ข้ามชาติ ที่ ปัจจุบันนี้แต่ละค่ายมีทีเด็ด อะไรออกมาสู่สายตาคนเครือ ข่ายกันบ้าง...ขอเริ่มต้นกับ บริษัทขายตรงข้ามชาติค่าย แรกอย่าง บริษัท ออร์กาโน่ โกลด์ (ประเทศ ไทย) จำกัด แบรนด์ขายตรงสัญชาติ สหรัฐอเมริกา ที่เวลานี้ เริ่มมี การส่งสัญญาณกันตั้งแต่ต้นปี นี้เลยทีเดียว ที่สำคัญ ต้องบอกว่า ใน ช่วงที่ผ่านมา มีข่าวลือออกมา ว่า ค่ายนี้ ไม่มีใบอนุญาต ซึ่ง จากข่าวดังกล่าวทำให้ทีมผู้ บริหารค่ายนี้ ต่างออกมาชี้แจง ว่า บริษัทออร์กาโน่ โกลด์ ดำเนินการถูกต้องตาม กฎหมายทุกอย่าง และมีใบ อนุญาตในการประกอบธุรกิจ ด้วย

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ถือ เป็นหัวหอกสำคัญในการ ดำเนินธุรกิจของค่ายนี้นั้นพบว่า จะเน้นสินค้าในกลุ่มของ กาแฟเป็นหลักซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 3 ตัวด้วยกัน คือ กาแฟดำ, มอคค่า และลาเต้ พร้อมกับมี แผนที่จะส่งสินค้าใหม่ ๆ ออก มากระตุ้นตลาดด้วยเช่นกัน ไม่ ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์เสริม อาหาร เป็นต้น รวมถึงค่ายนี้ยัง มีการชูในเรื่องของแผนการ ตลาดแบบไบนารี่อีกด้วย นอกจากนี้ ยังพบอีกว่า การบุก ตลาดของค่ายนี้ ยังเป็นการให้ นํ้าหนักในการทำ ตลาดไป ที่ทางภาคอีสานและทางภาค ใต้เป็นส่วนใหญ่ด้วย ถือเป็น อีกหนึ่งบริษัทขายตรงข้ามชาติ น้องใหม่ ที่ต้องติดตามอย่าง มากทีเดียวว่า ในปีนี้จะ สามารถบรรลุตามเป้าหมาย ได้หรือไม่ สำหรับยอดขาย 800 ล้านบาท ซึ่งก็ต้องติดตามกัน ต่อไป!!

มาลองสำรวจความ พร้อมของธุรกิจขายตรงข้าม ชาติอีกหนึ่งค่ายนั่นก็คือ บริษัท ออริเฟลม คอสเมติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่หลัง จากที่มีการปรับเปลี่ยนทีม ผู้บริหารใหม่ในหลาย ๆ ฝ่าย พบว่า ในปีนี้ ทางค่ายนี้เอง ได้มีการเตรียมความพร้อม ที่จะเน้นการทำตลาดไว้ 3 อย่างด้วยกัน คือ ส่วนแรก การเน้นกิจกรรมการตลาด ที่ทำ ผ่านทัวร์บัส โดยจะ เป็นการทำกิจกรรมไปตาม พื้นที่ต่าง ๆ ทั้งในกรุงเทพฯและ ต่างจังหวัด ตามศูนย์การค้า สถาบันศึกษามหาวิทยาลัย เป็นต้น ด้วยการจัดโชว์สินค้า จัดโปรโมชั่น พิเศษ สำหรับผู้ที่ สนใจธุรกิจ ส่วนที่ 2 ทางออริเฟลมจะเป็นการใช้นิตยสารเข้ามา ช่วยในการโปรโมทพร้อมกับมี การจัดฝึกอบรมแผนการจ่าย ผลตอบแทน รวมถึงวิธีการที่ จะทำ ให้สมาชิกสามารถ ประสบความสำเร็จในแต่ละ ตำแหน่งของบริษัท และส่วนที่ 3 เป็นการเน้นการสร้างแบรนด์ ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ผ่านทาง โซเซียลเน็ตเวิร์ค หรือสื่อสิ่ง พิมพ์ต่าง ๆ เป็นต้น...นับเป็น อีกหนึ่งแผนงานทางธุรกิจที่ ค่ายนี้ ประกาศพร้อมที่จะสร้าง ธุรกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ทีมผู้บริหารชุดใหม่ นั่นเอง!...

เช่นเดียวกับขายตรง ข้ามชาติอย่าง บริษัท เพอร์ เฟค รีซอร์สเซส (ประเทศ ไทย) จำกัด ที่ในปีนี้ ออกมา ประกาศแผนการบุกตลาด ที่ จะหันมาให้ความสำคัญ กับใน เรื่องคุณภาพของสินค้าทั้งใน ส่วนของผลิตภัณฑ์เสริม อาหารและผลิตภัณฑ์ความ งาม พร้อมกับการเพิ่ม ศักยภาพของผู้นำธุรกิจให้มี ความเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น ในช่วง 3-5 ปีนับจากนี้ นอกจากนี้ ยังพบอีกว่า ในปีนี้ ทาง เพอร์เฟค รีซอร์ส เซส ยังเตรียมที่จะมุ่งเน้นใน เรื่องของการสร้างความแตก ต่างให้กับลูกค้า ในเรื่อง แผนการจ่ายผลตอบแทน ที่ เรียกว่าเป็นแผนไม่ซํ้ากับใคร โดยจะเป็นการช่วยให้ผู้ จำหน่ายรายใหม่ รวมถึง สมาชิกรายเดิมได้รับผล ตอบแทนที่ยุติธรรมมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกซื้อผลิต ภัณฑ์เพื่อใช้เอง หรือการ ตัดสินใจ สร้างธุรกิจผ่านการ ทำงานหนักด้วยความมุ่งมั่น ในระยะยาว เป็นต้น อีกทั้งปีนี้ เพอร์เฟค รี ซอร์สเซส ยังได้มีนโยบายที่จะ สร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างต่อ เนื่องอีกด้วย ด้วยการเพิ่มงบ การตลาดจากเดิมถึงเกือบ 3 เท่าตัวเลยทีเดียว เพื่อให้สอด รับกับการขยายธุรกิจในปีนี้ที่ วางไว้ คือ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่ม การอบรมและการจัดประชุม เพิ่มขึ้นจากเดิม 2-3 เท่าตัว หรือจากการจัดประชุม 2-3 ครั้งต่อเดือนเพิ่มเป็น 10 ครั้ง ต่อเดือน เพื่อให้ความรู้กับ สมาชิกในการขยายธุรกิจ และ การพัฒนาเครือข่ายมากขึ้น ภายใต้หลักสูตร Back to Basic รวมถึงการจัดประชุมครั้ง ใหญ่ที่ประเทศไทย ภายใต้ชื่อ งาน Perfect International Convention ที่คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานจากประเทศต่าง ๆ ทั้งไทย จีน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ เวียดนาม ประมาณ 5,000-6,000 คนนั่นเอง

ส่วนอีกหนึ่งความ เคลื่อนไหวของบริษัทขายตรง ข้ามชาติอย่าง โมนาวี ในปีนี้ ก็ได้ออกมาประกาศ พร้อมที่ จะบุกตลาดเครือข่ายใน ประเทศไทยอย่างเต็มอัตราศึกโดยเตรียมที่จะเข็นสินค้าหลัก อย่าง นํ้าผลไม้อาซาอิเพอร์ เพิล ออกมาสู้ศึกในตลาดขาย ตรง พร้อมด้วยสินค้าทางกลุ่ม สกินแคร์ อีก 5 ประเภท ได้แก่ ครีมอาบนํ้า, โฟมล้างหน้า, ซี รั่มบำรุงผิวหน้า, ครีมบำรุงผิว ตอนกลางวัน และกลางคืน นอกจากนี้ ทาง โมนาวี เอง ยังมีการตั้งเป้าหมายใหญ่ ไว้อีกว่าภายใน 5-10 ปี นับจาก นี้จะขอปันให้ โมนาวี ประเทศไทย ก้าวสู่อันดับ 1 ของโมนาวีทั่วโลกอีกด้วย ซึ่ง ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจที่อาจจะ เรียกได้ว่า ค่อนข้างที่จะงาน หินอย่างมากทีเดียว โดยวันนี้ ต้องบอกว่า การทำธุรกิจขาย ตรงในเมืองไทยสำหรับธุรกิจ ขายตรงข้ามชาติแล้วล่ะก็ ถือ ได้ว่าไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลย ที่จะ สามารถครองใจคนเครือข่าย ได้อย่างถึงอกถึงใจ ถ้าไม่ใช่ เครือข่ายที่ตัวจริงพอ!...

ซึ่งแผนการบุกตลาด ของ โมนาวี ในปีนี้ ยังไม่หมด เพียงแค่นี้ แต่พบว่า ในช่วง กลางปีนี้ ยังเตรียมที่จะออก สินค้าใหม่เป็นสินค้ากลุ่ม โปรตีน ควบคุมนํ้าหนัก และ เครื่องดื่มผสมคอลลาเจนบำรุง ผิวพรรณอีกด้วย ซึ่งขณะนี้อยู่ ระหว่างการขออนุญาตจาก ทางองค์การอาหารและยา พร้อมกับมีแผนที่จะเปิดตัว สินค้ากลุ่มเครื่องดื่มให้ พลังงานในช่วงปี 2557 นี้อีก ด้วย
...ด้าน อาวียองซ์ ก็ เป็นอีกหนึ่งค่าย ที่มีความ เคลื่อนในช่วงปีนี้เช่นกัน ด้วย การประกาศเป้าหมายภายใน 3-5 ปี นับจากนี้ เตรียมที่จะ เข็นอาวียองซ์ในประเทศไทย ให้เติบโตไปยังกลุ่มประเทศ อาเซียน พร้อมกับการขยาย ธุรกิจให้ครอบคลุมทุกประเทศ ในทวีปเอเชีย รวมถึงการเร่ง ดำเนินการตามยุทธศาสตร์ที่ วางไว้ 4 ด้าน ด้วยกันคือ 1. เน้นการสร้างแก่น ธุรกิจที่แข็งแกร่ง เพื่อให้อาวี ยองซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล ใน ทุก ๆ ประเทศ มีวัฒนธรรม องค์กรไปในทิศทางเดียวกัน 2. มุ่ง เนน้ คุณภาพของผูร้ ว่ มธุรกิจ ระดับผู้นำ เพื่อเป็นแบบอย่าง ให้กับดาวน์ไลน์ทั่วโลก ทั้งใน เรื่องการทำธุรกิจ คุณลักษณะ และภาวะผู้นำ 3. มุ่งเน้นการ พัฒนาศักยภาพผู้ร่วมธุรกิจ อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่วันแรกที่ สมัครเป็นผู้ร่วมธุรกิจกับอาวี ยองซ์ และให้ผู้ร่วมธุรกิจ ประสบความสำเร็จในธุรกิจ ภายใน 3 ปี และ 4. เน้นสร้าง นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ ด้วยเครือ ข่ายศูนย์วิจัยและพัฒนา ผลิตภัณฑ์ระดับนวัตกรรม อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังพบอีกว่า ทาง อาวียองซ์ เอง ยังเตรียม ที่จะสร้างธุรกิจในทุกประเทศ ให้อยู่ภายใต้มาตรฐาน เดียวกันอีกด้วย โดยเฉพาะใน ประเทศอินเดีย ที่จะมีแผนการจ่ายผลตอบแทนให้กับสมาชิก ใน รูปแบบ เดียวกัน กับ ประเทศไทย พร้อมกับยังจะใช้ เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก ด้วย โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จ ภายในปีนี้

นับได้ว่า ในช่วง 3 เดือนเศษที่ผ่านมานี้ ความ เคลื่อนไหวของธุรกิจ ขายตรง ข้ามชาติ เริ่มที่จะส่งสัญญาณ ออกตัวแรงออกมาเขย่าตลาด เครือข่ายเมืองไทยเช่นกัน ซึ่ง แต่ละค่ายต่างมีทีเด็ด มีการชู จุดแข็งของธุรกิจออกมาอย่าง มากมายเลยทีเดียว ซึ่งวันนี้ ต้องบอกว่า หากค่ายไหนที่มี ความพร้อมรอบด้าน มีการ เปิดกลยุทธ์ที่โดนใจ เชื่อว่า สมรภูมิรบขายตรงเมืองไทย ก็ น่าที่จะไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่ คิดด้วยเช่นกัน!!...




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 342 ประจำวันที่ 16-31 เมษายน 2556