ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จอย แอนด์ คอยน์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จอย แอนด์ คอยน์ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2556

MLM Gossip (ล้วงลับคนธุรกิจเครือข่าย) ซุบซิบ ค่าย จอย แอนด์ คอยน์ (J&C) กับ ดร. สมชาย หัชลีฬหา







Capture

 


 


 


 


 


 


 


 


ปีนี้ได้ข่าวมาว่าร้อนแรงเกินห้ามใจเหลือเกินสำหรับค่ายขายตรง “จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น” ของบิ๊กบอส “ดร.สมชาย หัชลีฬหา” ขนาดจัดงานประกาศเกียรติคุณ “MDP AWARDS” ภาคกลางที่ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต และภาคเหนือที่จังหวัดเชียงราย มีผู้ที่ประสบความสำเร็จและผู้เข้าร่วมงานล้นทะลักกันเลยทีเดียว สัญญาณเช่นนี้ฟันธงได้เลยว่า ปีนี้ยอดกระฉูดแน่ๆ ไม่เพียงเท่านั้นบิ๊กบอสสุดหล่อก็เพิ่งควงแขนภรรยาสุดสวย “ดร.กฤตภัค หัชลีฬหา” ไปทำพิธีลงเสาเอกวางฐานรากศูนย์บริการจอยมาร์ท ที่อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา บนพื้นที่ของตัวเองเป็นที่เรียบร้อยแล้วรับรองได้ว่าตลาดของ J&C ในถิ่นแดนใต้ ซึ่งถือเป็นตลาดใหญ่ที่เติบโตสูงที่สุดของบริษัทคงจะเขย่าขวัญบรรดาบริษัทคู่แข่งขันทั้งหลายชนิดดุเดือดห้ามกระพริบตาอย่างแน่นอน


 


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.Leader Time ฉบับที่ 233 ประจำวันที่ 16-31 ตุลาคม 2556

วันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2556

MLM Gossip (ล้วงลับคนธุรกิจเครือข่าย) ซุบซิบ ค่าย จอย แอนด์ คอยน์ (J&C) กับดร.กฤตภัค หัชลีฬหา







1007951 (Mobile)

 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


นี่ก็แฮปปี้อิ่มเอมกัน (เกือบจะ) พร้อมหน้า ครบทั้งครอบครัว ใน วันเกิดของ ดร.กฤตภัค หัชลีฬหา รองประธานกรรมการแห่งขายตรง สะดวกซื้อ J&C ที่ ทั้งลูกชายลูกสะใภ้ พร้อมด้วยคุณแม่ ร่วมฉลองรับประทานอาหารเพื่อ เบิร์ธเดย์ให้ ดร.กฤตภัค อย่างสุขสันต์ ขาดก็แต่บิ๊กบอสอย่าง ดร.สมชาย หัชลีฬหา ที่ดันติดภารกิจสำคัญ (ได้ข่าวว่าจะไป ขยายสาขา) ที่ประเทศเวียดนาม เลยไม่ได้ร่วมฉลองในวันเกิด คุณภรรยา อ๊ะๆ แต่ไม่เป็นไร เพราะยังไงเดือนหน้า ทั้งครอบครัว ก็พากันไปช้อปปิ้งลั้นลาที่ดูไบ แล้วก็เลยไปล่องเรือสุดหรูแถบ เมดิเตอร์เรเนียนพร้อมแม่ทีมอีกเป็นร้อยชีวิต คาดว่างานนี้... คงได้ของขวัญย้อนหลังชิ้นใหญ่ล่ะเจ้าค่า คริค


 


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 232 ประจำวันที่ 1-15 ตุลาคม 2556

วันอังคารที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2556

MLM Gossip (ล้วงลับคนธุรกิจเครือข่าย) ซุบซิบ ค่าย จอย แอนด์ คอยน์ (J&C) กับ คุณอาสา และ คุณศรัณย์ณัฐฐา หัชลีฬหา







Capture (Mobile)









แต่ที่ดูจะเป็นไฮไลต์สร้างความ ตื่นตาตื่นใจแอนด์ตะลึงตึงๆ ทึ่งกันถ้วนหน้า ก็เห็นจะเป็นโฉมใหม่ของ JC TV ที่ ทายาทอย่างลูกชายคนโตและลูกสะใภ้ คนสวย คุณอาสา และ คุณศรัณย์ณัฐฐา หัชลีฬหา ผู้อำนวยการและรองผู้อำนวย- การสถานี JC TV ทุ่มทุนสร้าง ปรับโฉม ให้น่าสนใจ ไฉไลทันยุคทันสมัย แถมยัง ทำเป็น Live Stream แบบ HD อีกด้วย เรียกได้ว่า จัดหนัก จัดเต็ม พร้อมกับมีแพลนการพัฒนาเพิ่มรายการ และสาระอีกเพียบ ที่เด็ดสุด เห็นจะเป็นแพลนการทำ English Subtitle เพื่อรองรับสมาชิก J&C ในประเทศอื่น และเพื่อสนองนโยบาย AEC อีกด้วย อู้ย... มัวแต่ปล่อยให้คนอื่นตายใจ ที่แท้แอบไปซุ่มเงียบเตรียมงาน มาทีจัดมาเต็มเลยนะเจ้าคะ แต่งานนี้คนหน้าบานสุด ก็เห็นจะเป็น ดร.สมชาย ล่ะเจ้าค่ะ เพราะได้ดังใจ ชิมิคะ อิอิ...





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 228 ประจำวันที่ 1-15 สิงหาคม 2556













MLM Gossip (ล้วงลับคนธุรกิจเครือข่าย) ซุบซิบ ค่าย จอย แอนด์ คอยน์ (J&C) กับ ดร. สมชาย หัชลีฬหา







Biz-JC (Mobile)










ดร.สมชาย หัชลีฬหา บิ๊กบอสแห่ง ขายตรงสะดวกซื้ออย่าง J&C ถือโอกาส ฤกษ์งามยามดี เปลี่ยนสไตล์การแถลงข่าว เป็นทางการ กลายเป็นนัดแนะนักข่าวไป นั่งรับลมชมวิวทะเล ให้ข่าวในบรรยากาศ ชิวๆ เพื่ออัพเดตความเติบโตและเป้า- หมาย J&C ว่า มีแผนเด็ด เตรียมขยาย อาณาจักรขายตรงสะดวกซื้อไปในทิศทาง ไหน แต่ไหนๆ ไปทั้งที ดร.สมชาย ก็ไม่ให้ เสียคอนเซ็ปต์ ขอยึดสโลแกนประจำตัว กินหรู อยู่สบาย กับ J&C ท่าน ดร. เลยทุ่มทุนควักกระเป๋าเปิดโรงแรมหรู ให้นักข่าวนอนเล่น พร้อม ทั้งอิ่มเอมกับอาหารสุดหรูแบบจัดเต็มทุกมื้อ งานนี้เลยเปรมปรีดิ์ กันถ้วนหน้า แถมมีเสียงกระซิบแบบเบาๆ ว่า คราวหน้าขอจัดแบบนี้ อีกนะเจ้าคะ ดร. ขรา....





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 228 ประจำวันที่ 1-15 สิงหาคม 2556



วันเสาร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ข่าวจอยแอนด์คอยน์ (Join &Coin) : J&C ขึ้นแท่นขายตรงอินเตอร์ คว้ารางวัล







p007_1_00 (Mobile)

 


J&C โชว์ศักยภาพขายตรงระดับอินเตอร์ คว้ารางวัลอาเซียนอวอร์ด ด้านการเป็นบริษัทที่มีนวัตกรรมยอดเยี่ยม ณ ประเทศบรูไน ไม่หยุดนิ่งต่อยอดพัฒนาระบบ E-wallet ให้สามารถทำงานได้สะดวก ขึ้น ล่าสุด เตรียมเปิดตัว SMART MLM อย่างเต็มรูปแบบเร็วๆ นี้ หวังดึงคนรุ่นใหม่แห่ร่วมธุรกิจ ด้าน ดร.สมชาย ฟันธงครึ่งแรกยอดโต ตามเป้า มั่นใจสิ้นปีโต 10% แน่นอน ซุ่มเงียบเกี่ยวแขนภาครัฐ ดอดเจรจาดูลู่ทางลงทุนในฟิลิปปินส์ และเวียดนาม


ดร.สมชาย หัชลีฬหาประธานกรรมการบริหารบริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (J&C)เปิดเผยว่า จากการที่บริษัทได้ทุ่มเทและการพัฒนาธุรกิจด้วย นวัตกรรมทางด้านเทคโนโลยีตลอดเวลา ทำให้ จอย แอนด์ คอยน์ ได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 3 บริษัทของประเทศไทย ประกอบด้วย ซีพี, เดลต้า และ จอย แอนด์ คอยน์ ให้เข้ารับ รางวัลอาเซียนอวอร์ด ด้านการเป็นบริษัทที่มีนวัตกรรมยอดเยี่ยมที่จะจัดขึ้น ณ ประเทศบรูไน นอกจากรางวัลดังกล่าว แล้ว บริษัทยังมีรางวัลอื่นๆ อีกมากมายที่กำลังอยู่ในระหว่าง การรอผลการคัดเลือกให้ไปรับรางวัล ซึ่งเป็นการการันตีถึง ความทุ่มเท และมุ่งมั่นในการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง


บริษัทไม่ได้หยุดนิ่งเพียงเท่านี้ยังได้พัฒนาระบบ E-wallet และ Software ให้มีความสามารถมากยิ่งขึ้นไป อีก เพื่อตอบโจทย์ความต้องการ และช่วยให้สมาชิกสามารถ บริหารจัดการกับธุรกิจได้ด้วยตนเอง โดยปัจจุบันบริษัท มีสมาชิกผู้ที่เปิดใช้ E-wallet แล้วกว่า 400 แอคเคาน์ ซึ่ง ทั้ง 400 แอคเคาน์นี้ สมาชิกสามารถบริหารงานได้เองและ สามารถทำงานได้จากที่บ้าน


ระบบ E-wallet และ Software พัฒนาขึ้นมา เพื่อ ช่วยให้นักธุรกิจอิสระได้ทำงานได้ง่ายขึ้น และสามารถทำงานได้ทุกที่ผ่านระบบออนไลน์ ขณะเดียวกันบริษัทยังได้พัฒนา ระบบ Software ต่างๆ และ E-Wallet ให้มีประสิทธิภาพ ในการใช้งานให้ดียิ่งขึ้นไปอีก โดยระบบ E-Wallet เป็น ตัวช่วยในการทำงาน กล่าวคือ เพียงนักธุรกิจเติมเงินเข้าไป ใน E-Wallet ขั้นต่ำ 10,000 บาท สามารถที่จะสั่งซื้อสินค้า และสั่งจ่ายได้ผ่านทางระบบ E-Wallet ได้ทันที


ดร.สมชาย กล่าวอีกว่า บริษัทยังได้วางแผนที่จะช่วย ให้นักธุรกิจมีความเป็นเจ้าของธุรกิจ จอย แอนด์ คอยน์ มากขึ้นผ่านระบบ SMART MLM โดยนักธุรกิจทุกคนสามารถ บริหารงาน และวิเคราะห์โครงสร้างองค์กรของตนเองได้ ผ่านทางระบบดังกล่าว คาดว่าระบบ SMART MLM จะ สามารถใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบในอีก 2 ปีข้างหน้า ซึ่ง เชื่อว่าจะสามารถดึงดูดกลุ่มนักธุรกิจที่เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีอายุ ตั้งแต่ 18-35 ปี เข้ามาใช้งานได้


สำหรับอัตราการเติบโตของ จอย แอนด์ คอยน์ ใน ครึ่งแรกของปี 2556 นั้น ดร.สมชาย กล่าวว่า ยังคงเติบโต เป็นไปตามเป้าหมาย โดยคาดว่าทั้งปีนี้บริษัทจะมีอัตราการ เติบโตอยู่ที่ 10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ส่วนโครงการ ห้างสะดวกซื้อนั้น ขณะนี้บริษัทได้เริ่มดำเนินการจัดซื้อที่ดิน ตามจังหวัดใหญ่ๆ ไว้แล้วกว่า 20 จังหวัด โดยในแต่ละจังหวัด จะมีพื้นที่ประมาณ 2-3 ไร่ ทุกสาขาจะมีลักษณะอาคาร เป็นแบบกรีนบิวดิ้ง และในอนาคตจะซื้อที่ดินเพื่อขยายสาขา ของห้างสะดวกซื้ออีกแน่นอน


การที่บริษัทได้จัดทำเป็นห้างสะดวกซื้อ เพื่อตอบ- สนองความต้องการของผู้บริโภค และสมาชิกของ จอย แอนด์ คอยน์ ซึ่งภายในห้างสะดวกซื้อจะแบ่งเป็น 2 ชั้น ชั้นแรกจะ เป็นที่จำหน่ายสินค้า และชั้นที่ 2 เป็นพื้นที่สำหรับการจัดฝึก อบรมกับสมาชิก และผู้สนใจ ซึ่งห้างสะดวกซื้อในแต่ละที่ จะเป็นเหมือนศูนย์กระจายสินค้าตามจังหวัดต่างๆ และให้ E-wallet เป็นเหมือนสาขาเล็กๆ สินค้าที่วางจำหน่าย ภายในห้างฯ จะเป็นสินค้าที่อยู่ในความต้องการของผู้บริโภค เป็นหลัก


ด้าน ฐัช หัชลีฬหาผู้ช่วยประธานกรรมการและ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัดกล่าวว่า ขณะนี้บริษัทได้ขยายธุรกิจ ไปยังต่างประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย และกัมพูชา ในอนาคต อันใกล้นี้มีวางแผนจะขยายไปยังประเทศต่างๆ เพิ่มมากขึ้น โดยล่าสุดบริษัทจะเข้าไปทำการสำรวจตลาด และเจรจา การค้ากับประเทศฟิลิปปินส์และเวียดนาม ซึ่งการเข้าไป ในประเทศต่างๆ นั้น บริษัทจะร่วมเดินทางเข้าไปกับทาง ภาครัฐบาลในการเข้าไปเจรจาเพื่อหาช่องทางในการเข้าไป ลงทุนในประเทศเหล่านี้


วันนี้ J&C ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การทำธุรกิจ ขายตรงแบบสะดวกซื้อได้รับการยอมรับเป็นอย่างดี ซึ่งจะ เห็นได้จากในปัจจุบันมีนักธุรกิจอิสระได้ให้ความสนใจเข้ามา ทำธุรกิจใน J&C เป็นจำนวนมาก และนักธุรกิจมีความ หลากหลายของกลุ่มช่วงอายุ โดยมีตั้งแต่อายุ 18-70 ปี ซึ่ง ปัจจุบันบริษัทมีสมาชิกทั้งหมดกว่า 1 ล้านรหัส และมี J&C Shop กว่า 70 สาขาเปิดให้บริการแล้วทั่วประเทศ ทั้งนี้ การ ที่บริษัทได้รับความสนใจจากกลุ่มนักธุรกิจอิสระเป็น อย่างมาก เนื่องจากการที่บริษัทได้สร้างเครื่องมือ และ นวัตกรรมใหม่ๆ ที่สามารถช่วยให้นักธุรกิจอิสระได้ทำงาน อย่างสะดวกสบาย รวมไปถึงการมีสินค้าที่ครอบคลุมและตรง ต่อความต้องการของนักธุรกิจอิสระและกลุ่มผู้บริโภค ปัจจุบันบริษัทมีสินค้า 8 กลุ่ม รวมกว่า 20,000 รายการ และ ยังมียาน้ำสมุนไพรจีนโหย่งเหิงเป็นสินค้าหลักด้วย


ขณะที่อาสา หัชลีฬหาผู้อำนวยการสถานี เจซี ทีวี และศรัณย์ณัฐฐา หัชลีฬหารองผู้อำนวยการ เจซี ทีวี กล่าวว่า สถานี เจซี ทีวี เป็นสถานีโทรทัศน์ที่ผลิตรายการ และนำเสนอเรื่องราว ข่าวสารต่างๆ ของ จอย แอนด์ คอยน์ ให้แก่สมาชิกได้รับรู้ภายใต้คอนเซ็ปต์ แค่คิดชีวิตก็เปลี่ยน โดยสถานเี จซี ทีวี จะมีรายการให้ไดรั้บชมทั้งหมด 25 รายการ เป็นรายการที่ผลิตให้กับ จอย แอนด์ คอยน์ ได้แก่ The Key Man, JC Special Scoop, JC Travel และท้าลองท้ารวย สามารถรับชมได้ 3 ช่องทาง คือ เคเบิล ทีวี, อินเทอร์เน็ต ทีวี และเว็บไซต์ www.jctv.in.th


โดยในเว็บไซต์ www.jctv.in.th สมาชิกยังสามารถ ที่จะเข้าไปสืบหาข้อมูลของ จอย แอนด์ คอยน์ ได้ ผ่านทาง เว็บไซต์ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หลังจากที่สถานีเจซี ทีวี ได้ เปิดดำเนินการมากว่า 10 เดือน ได้มีสมาชิก และผู้คนที่ให้ ความสนใจเป็นอย่างมาก รวมถึงยังมีพันธมิตรให้ความ


 


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 228 ประจำวันที่ 1-15 สิงหาคม 2556

วันพุธที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2556

MLM Gossip (ล้วงลับคนธุรกิจเครือข่าย) ซุบซิบ ค่าย จอย แอนด์ คอยน์ (J&C) กับ ดร. สมชาย หัชลีฬหา














jc-0094 (Mobile)












ก่อนอื่นก็ต้องขอแสดงความยินดี ปรีดา กับ ดร.สมชาย หัชลีฬหา บิ๊กบอสแห่ง ขายตรงสะดวกซื้อ J&C ที่แม้จะยุ่งแสนยุ่ง ก็ยังยินดีและเต็มใจที่จะมารับตำแหน่ง นายกสมาคมพัฒนาการขายตรงไทย (TSDA) ไปเพิ่มงานให้บีซี่ขึ้นอีกหนึ่งตำแหน่ง เนื่อง มาจากไม่สามารถขัดศรัทธา สมาชิกสมาคม ที่สามัคคีพร้อมใจกันลงคะแนนเป็นมติ เอกฉันท์ไว้วางใจ ดร.สมชาย ให้มานำสมาคม TSDA พัฒนาไปข้างหน้า ส่วนนายกคนเดิม อย่าง ท่านอนุวัฒน์ ธรมธัช ก็ไม่ได้หนีหายไปไหน แต่หันไปรับตำแหน่ง ประธานที่ปรึกษาสมาคมฯ เจ้าค่า ก็ช่วยกันทำงานพัฒนากันต่อไป 4 สาว ก็เป็นกำลังใจให้ค่า ถึงแม้ ดร.สมชาย จะเอ่ยปากมาว่า สมาคม TSDA ตอนนี้ ก็มีสมาชิก ไม่มากไม่น้อย กำลังพอดีๆ ที่จะขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยกันเพราะเยอะ เกินไป เดี๋ยวมีเรื่องให้เวียนหัว ปวดเฮด แต่ 4 สาว แอบได้ยินแว่วๆ มาว่า มี บริษัทขายตรงแนวยาจีน อักษรย่อว่า พ. ที่ชื่อเหมือนถนน แต่สำนักงาน ตั้งอยู่ ณ รัชดา เตรียมร่อนใบสมัคร ขอเข้าเป็นสมาชิก TSDA ด้วยคน อันนี้ เป็นเรื่องจริงหรือไม่ อย่างไร ก็ลองไปกระซิบกระแซะ ถามกันเอาเอง นะเจ้าคะ คริคริ




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 224 ประจำวันที่ 1-15 มิถุนายน 2556

วันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

MLM Gossip (ล้วงลับคนธุรกิจเครือข่าย) ซุบซิบ ค่าย จอย แอนด์ คอยน์ (J&C) กับ ดร. สมชาย หัชลีฬหา







Biz-JC (Mobile)









ผ่านพ้นไปอย่างยิ่งใหญ่อลังการงานสร้าง สำหรับงานเกียรติยศฉลองความสำเร็จครบรอบ 11 ปี ของ J&C ที่ฉากเปิดตัวบิ๊กบอส ดร.สมชาย หัชลีฬหา เป็นที่เลื่องลือกล่าวขวัญไปไกล ถึงประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ กัมพูชา พม่า ฯลฯ แหม...ก็เล่นมาแบบไฮเทคสมกับคอนเซ็ปต์ ขายตรงนวัตกรรมล้ำสมัย แว่วมาว่างานนี้ใช้ ทีมงาน Backstage ของนักร้องดังระดับประเทศ ส่วนงบลงทุนในการจัดงานก็ เบาๆ แค่ 12 ล้าน- บาท เท่านั้นเอ๊งงงง... ส่วนถ้าใครจะเลียนแบบ ดร.สมชาย คงจะไม่หวง หรือสงวนลิขสิทธิ์แต่อย่างใด แต่ก่อนจะก๊อบปี้ใดๆ ก็ขอให้ก้มตานับเงินในกระเป๋าให้มั่นใจซะก่อนว่าจ่ายไหว ก็แบบว่า ของแบบนี้ เหมาะสำหรับคนจริง รวยจริง อ่ะเจ้าค่า




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 223 ประจำวันที่ 16-31 พฤษภาคม 2556

วันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ข่าวจอย แอนด์ คอยน์ (J&C) : 'จอย แอนด์ คอยน์' ก้าวสู่ปีที่ 20 รุกโมเดิร์นเทรดเต็มสูบ







225377_209753585714275_4197575_n (Mobile)


จอย แอนด์ คอยน์"เตรียมพร้อมสู่การเป็นขายตรงโมเดิร์นเทรดอย่างเต็มตัว เตรียมเปิดขายตรงสะดวกซื้ออีก 10 สาขา ทั่วประเทศ มั่นใจระบบที่พัฒนามากว่า10ปี พร้อมใช้งานแล้ว ขณะที่ตลาดเวียดนามเปิดครบ 1 ปี ยอดขายแตะ 20 ล้านบาท


ดร.สมชาย หัชลีฬหา บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า อีก 2 ปีข้างหน้าบริษัทจะเข้าสู่การเป็นขายตรงสะดวกซื้ออย่างเต็มรูปแบบ ด้วยความพร้อมของระบบออนไลน์ที่บริษัทพัฒนามากว่า 10 ปี จนสามารถเป็นผลได้ จะเห็นได้จากการที่มีระบบลงทะเบียนที่ใช้ข้อมูลจากบัตรสมาร์ทการ์ด โดยลิงค์ข้อมูลจากกรมการปกครองเข้ามาไว้ที่ฐานข้อมูลของบริษัท โดยข้อมูลที่ได้จะสามารถนำมาวิเคราะห์ ทำให้สามารถจัดการเรื่องการตลาดต่อไป


"ระบบเราพัฒนาไปมาก พัฒนาขีดความสามารถจากเซิร์ฟเวอร์เราเอง กระจายไปทุกที่ ซิงค์ทุกเย็น สามารถทำได้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ยอมรับว่าเราลงทุนเรื่องนี้มากทีเดียว"


ดร.สมชาย กล่าวว่า ที่ผ่านมาบริษัทลงทุนซื้อที่ดินไปแล้วกว่า 360 ล้านบาท โดยเน้นพื้นที่ทุกจังหวัดที่มีสนามบินขึ้นลง โดยเฉพาะทำเลที่ติดหรือใกล้กับห้างสรรพสินค้าเพื่อให้เปรียบเทียบได้ง่ายว่าห้างของบริษัทคุ้มค่ากว่าอย่างไรบ้างโดยจะเห็นเป็นรูปเป็นร่างภายในระยะเวลา 2 ปีนี้กว่า 10 สาขา กระจายอยู่ทั่วประเทศ


"การกำหนดตัวเองเป็นขายตรงสะดวกซื้อค่อนข้างสมบูรณ์ ในอีก 2 ปี เราค่อยเป็นค่อยๆไป จะเห็นว่าเรามีห้างขายตรงสะดวกซื้อที่สมบูรณ์แบบเมื่อ 5 ปีที่แล้วที่ย่านรัชดา แต่ที่ใหม่ที่เราจะเปิดบางสาขาใหญ่กว่าเดิม ผู้คนที่เข้ามาจะสามารรถใช้ระบบ สิ่งที่เราออกแบบ ใช้ประโยชน์ได้จริง อย่างเราจะเปิดที่หาดใหญ่ จะมี 3 ชั้น เพราะสมาชิกภาคใต้เยอะ"


ดร.สมชาย กล่าวและว่า "ทั้งนี้แนวโน้มการเปิดสาขาที่ภาคใต้จะค่อนข้างมีสาขาครอบคลุมมากกว่าที่อื่น เพราะที่ผ่านมาบริษัทมีฐานสมาชิกภาคใต้เยอะ จึงพัฒนาภาคใต้มากหน่อย เราดูจำนวนลูกค้าที่สมัครเข้ามา เพราะเราเก็บข้อมูลลูกค้าทุกเดือน ว่าลูกค้ามาจากจังหวัดใด ซื้ออะไร เท่าไหร่ บริโภคครั้งแรกเท่าไหร่ กลับมาซื้อซ้ำกี่ราย ขึ้นตำแหน่งกี่ราย ข้อมูลเหล่านี้ เอามาวิเคราะห์ อย่างที่กระบี่ ที่จริงไม่เคยมองเลย แต่ยอดเข้ามาเยอะ เราก็ไปเปิดสาขาที่นั้น ถ้าลูกค้าอยู่ตรงไหน เราไม่ไปบริการ ไม่ไปสร้างเครื่องมือให้เขาเท่ากับเราละเลยหน้าที่"


สำหรับการก้าวสู่ทศวรรษที่ 2 ของธุรกิจจอยส์ แอนด์ คอยน์ ดร.สมชาย กล่าวว่า ทุกธุรกิขก็มีช่วงเวลาของตัวเอง ไม่ว่าจะคิดทำอะไรก็ตาม ต้องมีการวิจัยเสียก่อน ส่วนจอยส์แอนคอยน์ ใช้เวลากว่า 10 ปี ในการคิดค้นพัฒนา ในวันนี้เพิ่งเริ่มเฟส 2 คือ วางสิ่งที่พัฒนาเสร็จแล้วให้เป็นรูปเป็นร่าง ส่วนตลาดต่างประเทศอย่างกัมพูชา ที่เป็นวาระครบรอบ 1 ปีการเปิดทำการ แต่สามารถสร้างยอดขายกว่า 20 ล้านบาท




Credit By :หนังสือพิมพ์บ้านเมือง

วันพฤหัสบดีที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2556

ข่าวจอย แอนด์ คอยน์ (J&C) : ผ่ายุทธศาสตร์ J&C ประกาศศักดายึดตลาด AEC









จอยแอนด์คอยน์ (J&C) ประกาศเดินแผนรุกทางการตลาด ครั้งใหญ่ เพื่อยกระดับสู่การเป็นบริษัทขายตรงข้ามชาติสู่อาเซียน รองรับกับกระแส AEC ที่ทุกค่ายต่างเปิดศึกช่วงชิงทางการตลาดจน ฝุ่นตลบ รูปแบบการสร้างร้านสะดวกซื้อขายตรง แม้เป็นปรากฏการณ์ ใหม่ในวงการ แต่ก็ไม่น่าติดตามเท่ากับใช้ยุทธวิธี 3 ประสานที่ดึงเอา แนวร่วมด้านการผลิต การจำหน่าย และเครือข่ายมารวมศูนย์ไว้ที่ เดียวกัน ผลสำเร็จจะเป็นไปอย่างที่คาดหรือไม่คงต้องติดตาม แต่ถ้า งานนี้โชคเข้าข้าง J&C กินรวบทั้งอาเซียนแน่นอน !!!


อาจจะไม่ใช่เวลาที่ ยาวนานเกินไปนัก สำหรับเส้น ทางเดินบนถนนธุรกิจขายตรง ของ จอย แอนด์ คอยน์ ที่กำลัง ก้าวล่วงสู่ทศวรรษที่ 2 แต่เพียงระยะเวลาสั้น ๆ เพียง 10 ปี แทบไม่น่าเชื่อว่า นัก ธุรกิจขายตรง มือระดับพระกาฬ อย่าง ดร.สมชาย หัชลีฬหา จะสร้างตำนานหน้าใหม่ให้กับ วงการขายตรงเมืองไทย ด้วย การผลักดัน จอย แอนด์ คอยน์ ก้าวขึ้นสู่การเป็นบริษัทขายตรง ข้ามชาติ ที่แหวกตลาดทะลุมิติ การแข่งขันอย่างไร้พรมแดน ด้วย นวัตกรรมทางการตลาดที่ลํ้าลึก เกินกว่าใครจะตามทัน จุดเปลี่ยนของ จอย แอนด์ คอยน์ จะเห็นว่าระยะ 1-2 ปีที่ ผ่านมา ไม่ได้มุ่งเน้นการสร้าง เครือข่ายเป็นเป้าหมายหลัก รวม ทั้งไม่ได้เน้นการเติบโตแบบ ฉาบฉวย ที่หวังเพียงแค่เพิ่มยอด ขายระยะสั้น หากแต่เป็นการวาง ยุทธศาสตร์ทางการตลาด เพื่อ หวังผลระยะยาว ด้วยการหันมา เน้นการเตรียมความพร้อมใน การสร้างระบบการจำหน่าย และ การพัฒนาระบบจัดจำหน่าย ใน รูปแบบ พลาซ่าขายตรง ที่ตอบ สนองผู้บริโภคได้มากกว่าคอนวี เนียนสโตร์ทั่วไป


การเปลี่ยนสถานะ จาก เจริญโอสถ เป็น จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น แม้จะ เป็นการรีแบรนด์ครั้งใหญ่ ทั้งใน เชิงโครงสร้างการตลาด ที่ใน อดีต ทุกคนคุ้นเคยกับยี่ห้อ โหย่ง เหิง จ้าวตำรับยานํ้า สมุนไพรจีน ที่ครองตลาดมา ยาวนาน แต่มาถึงวันนี้ เมื่อสังคม ไทย ได้เริ่มก้าวไปสู่สังคมบริโภค นิยม การสรรสร้างผลิตภัณฑ์ใน ด้านอื่น ๆ ก็เริ่มมีความจำเป็น มากขึ้น และนี่อาจจะเป็นจุด เปลี่ยนครั้งสำคัญ ที่ จอย แอนด์ คอยน์ จำเป็นต้องเปลี่ยนภาพ ลักษณ์ของตัวเองใหม่ เพื่อให้ ทันยุคทันสมัย ที่ไม่เพียงแค่ชื่อ เท่านั้น หากแต่เป็นการ ปรับ กระบวนทัพครั้งใหญ่ในทุก ด้าน ในสายการผลิต นับแต่เริ่ม กิจการ จอย แอนด์ คอยน์ อาศัย การสร้างความโดดเด่น ในด้าน ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ต่อมา ระยะหลังเริ่มมีผลิตภัณฑ์ที่ หลากหลายมากขึ้น ทั้งสินค้า อุปโภคบริโภค ผลิตภัณฑ์ดูแล ผิวกาย ผลิตภัณฑ์ดูแลรักษา รถยนต์ หรือรวมไปถึงสินค้าทาง ด้านเกษตร มีการจัดเตรียมความ พร้อมในด้า นโรงงานที่มี มาตรฐาน GMP ที่ผู้บริโภค ให้การยอมรับ ตลอดจนการ เพิ่มสินค้าเพื่อเข้ามาสนับสนุน ทางการตลาดอีกกว่า 2,000 รายการ จวบจนกระทั่งปัจจุบัน ได้ มีการคัดสรรสินค้าระดับสุดยอด ทั้งที่ผลิตเองในประเทศ และ นำเข้าจากต่างประเทศ เข้ามา เสริมทางการตลาดกว่า 8,000 รายการ


จอย แอนด์ คอยน์ กำหนดแผนการตลาดเอาไว้ 3 ช่องทาง ด้วยกัน ช่องทางแรก เป็นช่อง ทางการขายผ่านระบบเครือข่าย ขายตรง MLM ที่เป็นธุรกิจดั้งเดิม ถือเป็นหัวหอกในการขับเคลื่อน สินค้าสู่มือผู้บริโภค เน้นการเอื้อ ประโยชน์ให้กับผู้ใช้สินค้า และ ผู้ที่ทำธุรกิจเครือข่าย ช่องทางที่สอง เป็นช่อง ทางการขาย ที่อยู่นอกระบบขาย ตรง โดยจะมีการจัดจำหน่ายใน ลักษณะขายปลีก เพื่อเพิ่มทาง เลือกแก่ผู้บริโภคในการเลือกซื้อ สินค้า ถือเป็นการสร้างยอดขาย ให้กับกิจการอีกช่องทางหนึ่ง และช่องทางที่สาม เป็น ช่องทางการขายส่ง ผ่านระบบ แฟรนไชน์ ที่เปิดโอกาสให้นัก ธุรกิจหรือผู้ลงทุนทั่วไป สามารถ เข้ามามีส่วนร่วม โดยผ่าน กระบวนการขายในลักษณะ โมเดิร์นเทรด ที่ไม่ต่างกับคอน วีเนียนสโตร์ทั่วไป ใน 3 ช่องทางหลักทางการ ตลาด แม้จะมีการแบ่งแยกกลุ่ม สินค้า และวิธีบริหารจัดการกัน อย่างชัดเจน แต่สำหรับ จอย แอนด์ คอยน์ แล้ว กลับสามารถ นำเอาช่องทางการตลาด 3 ช่อง ทาง เข้ามารวมเป็นหนึ่งเดียวได้ อย่างลงตัว


แผนการรุกทางการตลาด แบบ 3 ประสาน ถูกขับเคลื่อน โดยอาศัยบริษัทจอยมาร์ท จำกัดซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของ อนุวัฒน์ ธรมธัช อดีตเลขาธิการ สคบ. ที่ปรึกษาประธานกรรมการ จอย แอนด์ คอยน์ จอย มาร์ท ถูกกำหนด ให้เป็น ร้านขายตรงสะดวกซื้อ ที่ แตกต่างไปจาก จุดบริการหรือ จุดจำหน่ายขายตรงทั่วไป ที่มุ่ง เน้นให้ ผู้นำในระดับแม่ทีม ที่มี ความพร้อมทางการลงทุน เอาไป สนับสนุนการสร้างเครือข่ายใน เขตพื้นที่ของตนเอง เริ่มตั้งแต่ การสร้าง โมเดล รูปแบบการจัดจำหน่าย ที่มี ความรวดเร็ว รองรับกับการ ขยายตัวของเครือข่ายขายตรง ทั้งในด้านการดิสเพลย์ร้าน การนำเอาซอฟต์แวร์ มาใช้ใน การสนับสนุนการซื้อขาย ผ่าน ระบบการชำระเงิน รวมไปถึงการ เชื่อมโยงข้อมูล เพื่อนำไปสู่การ คำนวณรายได้ สำหรับสมาชิก ขายตรงของ จอย แอนด์ คอยน์ แบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ ยังเป็นการ สร้างโมเดล สำหรับ ธุรกิจแฟรน ไชน์ ที่จะมีการขับเคลื่อนไป พร้อม ๆ กันอย่างเป็นระบบ โดย สิทธิประโยชน์ นอกจากจะได้ จากธุรกิจขายตรงแล้ว ยัง สามารถรองรับรายได้อีก 2 ช่อง ทาง ทั้งขายปลีกและขายส่ง ที่จะ ถูกรวบรวมเอาไว้ที่ จอย มาร์ท เพียงจุดเดียว


ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ในวงการธุรกิจขายตรง มีหลาย ค่ายพยายามที่จะผลักดันจุด บริการมาตรฐานให้เกิดขึ้น แต่ก็ เป็นไปได้ยาก เนื่องจากต้องใช้ เงินลงทุนเป็นจำนวนมาก ส่วน ใหญ่ จะผลักภาระการลงทุนไป ยังแม่ทีมที่มีความพร้อม ทั้งเงิน ทุนและทางด้านการบริหาร จัดการ ปัญหา ที่เกิดขึ้นในการทำ ธุรกิจเครือข่ายของหลายค่าย จะเห็นว่า การสนับสนุนให้มีการ เปิดจุดบริการมาตรฐาน เกินกว่า 50% มักจะประสบความล้ม เหลว เนื่องจากการตัดสินใจเปิด จุดบริการ ผู้นำหรือแม่ทีม มักจะ อาศัยการใช้ยุทธวิธีหลอกล่อ โดยอาศัย แรงกระตุ้นจากโปรโม ชั่น เพื่อสร้างแรงจูงใจ ประกอบกับ การปฏิบัติ ตามเงื่อนไขหรือกฎเกณฑ์ที่ บริษัทได้วางเอาไว้ ก็มักจะมีการ แหกคอกนอกระเบียบ จนยากแก่ การควบคุม ครั้น เมื่อมีการลงทุน ไป แล้ว ไม่สามารถสร้างยอดขายใน จุดบริการดังกล่าวได้ เนื่องจาก ไม่มีองค์กรเครือข่ายทางการ ตลาดรองรับ สุดท้ายก็เท่ากับว่า เอาสินค้าไปกองขึ้นอืดในจุด บริการ สินค้าไม่ถึงมือผู้บริโภค แต่อย่างใด หากจุดบริการ ประสบ ความล้มเหลว เป็นจำนวนมาก ย่อมจะนำไปสู่ความเสื่อมเสียชื่อ เสียงของบริษัท เผลอ ๆ ดีไม่ อาจ จะลุกลาม ไปถึงความเชื่อมั่น ที่ สมาชิกในองค์กรมีต่อบริษัทด้วย ซํ้าไป ดังนั้นการผ่าทางตัน ใน ระบบการจัดจำหน่ายสินค้าขาย ตรง โดยการตัดสินใจเข้ามา ลงทุนเอง ถือเป็นการตัดสินใจ ครั้งสำคัญของ จอย แอนด์ คอยน์ ที่แม้จะดูเป็นการลงทุน ที่สูงเกินความจำเป็น แต่ถ้า หากมาดูผลในระยะยาว ย่อม เป็นการสร้างหลักประกันแก่ผู้ใช้ สินค้า รวมไปถึงสมาชิกทั้งมวล ที่ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป ทั้งใน เรื่องการบริการขนส่งสินค้า การ ส่งมอบสินค้า การแจงยอดสินค้า ที่เป็นปัญหาใหญ่สำหรับคนทำ ธุรกิจเครือข่ายขายตรงในเวลานี้ การทำธุรกิจขายตรง เป็น ธุรกิจอิสระ ที่นักธุรกิจทุกคน จะ ต้องบริหารต้นทุนค่าใช้จ่ายของ ตนเอง โดยรายได้ส่วนหนึ่งจะ เห็นว่าไปจมอยู่กับการบริหารทีม ส่วนรายจ่ายอีกส่วนหนึ่ง ก็คือ การบริการส่งมอบสินค้า เพราะฉะนั้น รายได้จาก แม่ทีม ระดับเงินแสน หากนำมา หักค่าใช้จ่ายเหล่านี้ออกไป จะ เห็นว่า รายได้สุทธิจริง ๆ จะหาย ไป 30-40% ต่อเดือน แผนการลงทุนเบื้องต้น ของ จอย แอนด์ คอยน์ ได้รับ การเปิดเผยจาก ดร.สมชาย หัชลีฬหา ประธานกรรมการ ว่า ได้ลงทุนไปมูลค่ากว่า 300 ล้าน บาท หรือหากรวมมูลค่าการ ก่อสร้าง ก็จะคิดเป็นมูลค่านับ พันล้าน โดยล่าสุดมีรายการว่า จอย มาร์ท ได้เปิดดำเนินการ ไปแล้วประมาณ 40 แห่ง โดยตั้ง อยู่ตามหัวเมืองหลักที่สำคัญ การสร้างสิ่งอำนวยความ สะดวก เหล่านี้ ดร.สมชายมอง ว่า เป็นการวางแผนระยะยาว เพื่อลดขั้นตอนและลดปัญหา ใน เรื่องการกระจายสินค้าสู่มือผู้ บริโภค ในเวลาเดียวกัน ก็เป็นการ สร้างพฤติกรรมผู้บริโภคให้มี ความรู้สึกคุ้ยเคยกับระบบขาย ตรงมากขึ้น ที่ผ่านมา การขายสินค้า อาศัยเครือข่ายสมาชิก เป็นผู้ ดำเนินการ ส่งตรงถึงผู้บริโภค แต่ถ้าหากวันหนึ่ง สินค้าขาย ตรง ผู้บริโภคสามารถเดินเข้ามา หาซื้อได้ด้วยตัวเอง อะไรจะเกิด ขึ้นกับวงการธุรกิจขายตรง ดังนั้น การขับเคลื่อน ทางการตลาด จอย มาร์ท จึง มีบทบาทสำคัญ ในการเข้ามา เสริมทั้งการทำธุรกิจเครือข่าย รวมไปถึงการสร้างภาพลักษณ์ ใหม่ให้กับวงการธุรกิจขายตรง ที่อนาคตอันใกล้ อาจเป็นไปได้ ที่สินค้าขายตรงจะเข้าไปมี อิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตประจำ วัน ของประชาชนมากขึ้น ด้วยเหตุที่ สินค้าขายตรง มีจุดเด่นโดยตัวของตัวเองอยู่ แล้ว ในด้านคุณภาพสินค้าที่ เหนือกว่าสินค้าในท้องตลาด ทั่วไป หากลดช่องว่างทางการ ตลาดตรงนี้ลงไปได้ นั่นก็เท่ากับ ว่า โอกาสที่ธุรกิจขายตรงจะ เติบโตมากไปกว่านี้ยังมีอีกมาก
สิ่งสำคัญ ระบบที่จะ รองรับ ตั้งแต่ก้าวแรกที่ลูกค้า ย่างเท้าเข้าสู่ จอย มาร์ท จะ ต้องตอบสนองความต้องการได้ หลากหลายและเพียงพอ เริ่มตั้งแต่กระบวนการซื้อ สินค้าผ่านการเป็นสมาชิก การ สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่าง ลูกค้ากับบริษัท ฯ ที่นอกจาก บริการที่รวดเร็วแล้ว หากแต่ยัง จะต้องมีวิธีการมัดใจให้ ผู้ซื้อพึง พอใจทั้งในตัวสินค้าและเงื่อนไข ผลประโยชน์ กลยุทธ์ ที่ จอย แอนด์ คอยน์ วางเอาไว้ ด้วยการสร้าง โมเดล รูปแบบธุรกิจขายตรง แบบ 3 มิติ เพื่อรองรับกับ แผนการตลาดทั้งระบบเครือ ข่าย ขายส่งและ ขายปลีก จึงเป็น ทางเลือกสำหรับนักลงทุน และ ผู้บริโภคในเวลาเดียวกัน ช่วงระยะเวลาแห่งการรอ คอย สำหรับจุดเปลี่ยนธุรกิจขาย ตรงเมืองไทย ไม่เพียงแต่เป็นการ ปรับตัวเพื่อสร้างโอกาสทางการ ตลาดในประเทศเท่านั้น หากแต่ ยัง เป็นการเตรียมความพร้อม เพื่อรองรับการรวมตลาดใน อาเซียนที่กำลังจะถึงในอีก 2 ปี ข้างหน้า ถามว่า J&C มีความ พร้อมกี่เปอร์เซ็นต์ สำหรับใน ประเทศตอนนี้ 100% แต่หาก ในระดับอาเซียน เราต้องมี โมเดลสาขาขนาดใหญ่พอ ที่จะ ประกาศให้เขาได้รู้ว่า รูปแบบ ขายตรงของบ้านเราได้เปลี่ยนไป แล้ว คือมีลักษณะไม่ต่างกับห้าง สรรพสินค้า เป็นหน้าเป็นตา มี สินค้าหลากหลายจริง แข่งขันได้ จริง ขณะเดียวกันสาขาที่เราจะ ไปเปิดใน AEC ก็ต้องอยู่ใน โมเดลเดียวกัน คือ คีย์ออร์เดอร์ ที่ไหนก็ได้ในโลกนี้ ลูกค้าที่อยู่ ต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นมาเลย์ กัมพูชา สามารถรับคอมมิชชั่น ได้โดยไม่ต้องข้ามมา เราโอนให้ ประเทศนั้น ๆ ได้เลย บริษัท ดำเนินการเอง โดยไม่ต้องให้ แบงค์ทำ ดร.สมชาย หัชลีฬหา ประธานกรรมการ จอย แอนด์ คอยน์ กล่าวถึงแผนการยกระดับ การแข่งขัน เพื่อก้าวสู่ประชาคม เศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC ที่ ไม่เพียงแค่การเตรียมพร้อมเพื่อ ตั้งรับคู่แข่งจากประเทศอื่น เท่านั้น หากแต่เป็นการเตรียม พร้อมเพื่อที่จะรุกไปสู่ประเทศอื่น ในอาเซียนเช่นกัน การเปิดประตูสู่ AEC แม้ จะมีการรวมตลาดเป็นหนึ่ง มี กำลังซื้อจากพลเมืองเพิ่มขึ้น เกือบ 600 ล้านคน แต่ปัญหาที่ ทุกคนยังกังวลกันอยู่ก็คือ รูป แบบทางการตลาดรวมไปถึงวิธี การบริหารจัดการทางการตลาด ในแต่ละประเทศจะทำอย่างไรให้ สู่มาตรฐานเดียวกันได้ หากหวังแต่เพียงสร้าง ภาพ เพื่อทำให้ภาพพจน์ของ บริษัทดูดีในสายตาคนทั่วไป ก็ คงไม่มีประโยชน์อะไรกับการเข้า สู่ AEC ด้วยเหตุที่ เงื่อนไขการ ลงทุน รวมทั้งข้อกำ หนดกฎ เกณฑ์ในเรื่องการกำกับดูแล ธุรกิจขายตรงในแต่ละประเทศ มีความแตกต่างกัน การพัฒนาธุรกิจขายตรง เพื่อก้าวสูการลงทุนนอกประเทศ หรือ การยกระดับสู่การเป็น บริษัทขายตรงข้ามชาติ มีความ แตกต่างกับการขายในลักษณะ เทรดดิ้ง เฟิร์ม อย่างสิ้นเชิง เทรดดิ้ง เฟิร์ม ดำเนินการ ทางการตลาด โดยอาศัยระบบ การกระจายสินค้าจากคนในท้อง ถิ่นเป็นหลัก มีกลไกทางด้าน ราคา และการสร้างแบรนด์ เป็น พลังขับเคลื่อน เสมือนหนึ่งกับ เป็นการต่อท่อนํ้าลำเลียงไปยัง ชุมชนต่าง ๆ


ขณะที่การทำตลาดขายตรงจะมีระบบการขับเคลื่อน ผ่านกระบวนการตัวแทน ที่ต้อง ใช้คนจำนวนมาก รวมทั้งต้อง มีระบบการจัดวางสินค้าเพื่อ รองรับความต้องการอย่าง เหมาะสม และที่สำคัญ การดูแลผล ประโยชน์ของสมาชิก จะต้อง ใช้ซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ ที่มี ศักยภาพเพียงพอในการดูแล ผลประโยชน์ของสมาชิกในต่าง ประเทศ เพราะฉะนั้น การเปิด แนวรบนอกบ้าน สิ่งสำคัญที่สุด ก็คือ การสร้างกลไกทางการ ตลาดให้พร้อม เพื่อลดขั้นตอน หรือเงื่อนไข สำหรับผู้บริโภคใน ท้องถิ่น รูปแบบ ของ จอย มาร์ท โมเดล กำลังเป็นบททดสอบ พลังขับเคลื่อนเครือข่ายขายตรง สู่ระดับนานาชาติ เป็นครั้งแรก ที่ถึงวันนี้ หากทุกอย่างเป็นไป ตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ การ ทำธุรกิจขายตรง ไม่ว่าจะเป็น ส่วนไหนของโลกก็จะสามารถ เชื่อมโยงทางการตลาดเป็น ตลาดเดียวกันได้ ณ วันนี้ จอย แอนด์ คอยน์ ได้วางรากฐานทั้งใน_ ประเทศ และในระดับอาเซียน เอาไว้หลายประเทศ โดยจะมุ่ง เน้นการขายเครือข่ายผ่านระบบ มินิมาร์ทขายตรง เป็นหัวหอก อาศัยแรงส่ง จากผลิต ภัณฑ์สินค้าที่หลากหลาย เพิ่ม ทางเลือกแกผู่บ้ ริโภค เพมิ่ โอกาส แก่คนทำธุรกิจเครือข่าย ถือเป็นการประกาศ แนวรบทางการตลาด รูปแบบ ใหม่ ที่ไม่จำเป็นต้อง สร้างแรง จูงใจแก่คนภายนอกด้วยการ สร้างภาพความยิ่งใหญ่ หากแต่ เป็นการสร้างกระบวนการเครือ ข่ายขายตรง ภายใต้คอนเซ็ปที่ เน้นความยั่งยืน เปลี่ยนความ ยากเป็นความง่าย เปลี่ยนราย จ่ายเป็นรายรับ สามารถทำ ธุรกิจได้ทุกที่ ทุกเวลา ด้วยระบบ การแบ่งสรรผลประโยชน์อย่าง เป็นเสมอภาค ยุทธศาสตร์ทางการตลาด ของ จอย แอนด์ คอยน์ ไม่เพียง แต่การเสริมสร้างศักยภาพใน ระบบการจำหน่ายสินค้าให้ สะดวกเหมือนกับคอนวิเนียน สโตร์ทั่วไปเท่านั้น หากแต่ยัง มี กระบวนการสร้างเครือข่ายด้าน การผลิต ในรูปแบบที่เรียกว่า มัลติ แชลแนล มาร์เก็ตติ้ง ที่ผู้ ค้า ผู้ผลิตหรือใครก็ตาม ที่ นอกจากจะเข้าร่วมเป็นนักธุรกิจ อิสระ สร้างเครือข่ายกับบริษัท ฯ แล้ว ยังสามารถนำสินค้าเข้า ร่วมกับบริษัท เพื่อเพิ่มความ หลากหลาย และทางเลือกแก่ผู้ บริโภคอีกด้วย เพราะฉะนั้น หาก วิเคราะห์ ดูการขับเคลื่อน ทางการตลาดโดยรวมของ จอย แอนด์ คอยน์ แล้วจะเห็นว่า มี การเข้าไปปรับโครงสร้างเกือบ ทุกด้าน เริ่มตั้งแต่การผลิต มีการ เพิ่มไลน์โปรดักส์ออกไปในทุก กลุ่มลูกค้ารวมทั้งมีการปรับปรุง โรงงานให้ทันสมัย เพื่อรองรับกับ การเติบโตในอนาคต ประการต่อมา ด้านการ ตลาด จะเห็นว่า จอย แอนด์ คอยน์ เริ่มหันกลับมาเน้นความ เชื่อมั่น กับสมาชิกในองค์กรด้วย การพัฒนาระบบงานให้ทันสมัย สร้างสิ่งแปลกใหม่ให้เกิดขึ้น ทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง กรณี จอย มาร์ท คง ไม่ใช่เพียงแค่ร้านสะดวกซื้อ สำหรับผู้บริโภคเท่านั้น หากแต่ ยังเป็นร้านสะดวกขาย ที่นัก ธุรกิจอิสระ สามารถนำมาเป็น จุดแข็งในการต่อสู้ทางการตลาด กับกิจการขายตรงอื่นได้ อย่าง มั่นใจ และที่สำคัญ การแสวงหา แนวร่วมทางการตลาด เพื่อขยาย ผลิตภัณฑ์สินค้า เข้าสู่ จอย มาร์ท อย่างต่อเนื่อง ย่อมเป็น ความท้าทาย สำหรับคนรุ่นใหม่ ที่กำลังตัดสินใจเข้าสู่ธุรกิจขาย ตรง นอกจากนี้ หากรูปแบบ หรือ โมเดล ที่จอย แอนด์ คอยน์ ได้สร้างเอาไว้ได้รับการ ตอบรับอย่างกว้างขวาง ใน อนาคต รูปแบบการลงทุนใน ลักษณะ จอย มาร์ท ก็มีความ เป็นไปได้ ที่จะถูกผ่องถ่ายไปสู่ นักธุรกิจอิสระทั้งหลาย ที่พร้อม จะควักเงินในกระเป๋ามาลงทุนใน รูปแบบที่เรียกว่า แฟรนไชน์ ที่มิได้มีความหมายแค่ใน ประเทศ แต่หากหมายรวมไปถึง ในอีก 10 ประเทศอาเซียน ที่จะ กำลังจะตามมา ธุรกิจขายตรง นับเป็นหนึ่ง ที่ถูกจับตามองเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มีการขยาย ตัวในอัตราที่สูง การเตรียมความพร้อม เพื่อรองกับการรวมเป็นตลาด เดียว จึงเป็นสิ่งที่วงการธุรกิจ ขายตรง จะต้องเร่งวางแผน รองรับในทุกมิติ การมุ่งเน้นการสร้างเครือ ข่ายแต่เพียงอย่างเดียว คงมิใช่ หนทางสู่ความสำเร็จอีกต่อไป... วิสัยทัศน์ จะเป็นตัว กำหนดแนวทางทางการตลาด รวมถึงอนาคตของวงการธุรกิจ ขายตรงเมืองไทย ที่จะต้องเข้าใจ และเข้าถึงข้อมูลทางการตลาด ทั้งในและต่างประเทศอย่างรอบ ด้าน
การรู้เขารู้เรา ตามตำรา ของ ซุนหวู่ ในยุคนี้ อาจไม่ เพียงพอ เพราะ หากรู้แล้ว แต่ยัง ใช้รูปแบบการรบเดิม ๆ ไม่รู้จัก ปรับเปลี่ยนยุทธวิธี โดยยังคงทำ ธุรกิจในลักษณะที่เรียกว่า Old Fashion ยังไงก็คงต้องแพ้ สิ่งสำคัญ ก็คือ การเดิน ยุทธศาสตร์การต่อสู้ จะต้องผ่าน กระบวนการ พิสูจน์ และการ ทดสอบมาอย่างโชนโชน ก่อนมา สู่การปฏิบัติจริง เพราะสนาม ธุรกิจขายตรง แม้จะมีตัวเล่นใน สนามมากมาย แต่คนที่จะมา เป็นตัวจริงในสนาม ต้องมีความ พร้อม ทั้งร่างกาย ทั้งทักษะ และ ความสามารถเฉพาะตัว ที่โดด เด่นเหนือคนอื่น หากจะมีใครสักคนต้อง ถูกเปลี่ยนตัวเล่นระหว่างเกมยัง ไม่จบ ก็ถือว่าเป็นเรื่องน่า เสียดาย


วันนี้ จอย แอนด์ คอยน์ ประกาศพร้อมรบทุกสนาม ไม่ ว่าจะเป็นระบบประเทศ หรือ ระดับสากล เพื่อพิสูจน์ทฤษฎี ทางการตลาดขายตรงแบบใหม่ ที่ไม่ว่าผลจะสำเร็จหรือไม่ อย่างไรก็ตาม แต่อย่างน้อย คงต้องให้เครดิต ดร.สมชาย หัชลีฬหา คนเก่งมือเก๋า ที่กล้า เปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนมุมมอง มิหนำซํ้ายังกล้าเดิมพันด้วยเงิน ลงทุนสูงนับพันล้านบาท นี่อาจจะเป็นการเริ่มต้น ครั้งสำคัญ ของการสร้าง อาณาจักรเครือข่าย ที่แม้บาง ครั้งอาจดูสุ่มเสี่ยง แต่งานนี้หาก ดร.สมชาย ผลงานดีตีโจทก์แตก เชื่อเหลือเกินว่า รางวัลแจ็คพ็อต คงไม่หนีไปไหน กินรวบข้ามทวีปแน่นอน !!!




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 342 ประจำวันที่ 16-31 เมษายน 2556

วันพุธที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2556

ข่าวจอย แอนด์ คอยน์ (J&C) : เปลือยความสำเร็จนักขาย จอยแอนด์คอยน์ อุษากานต์ ศรีบาง จากนักสู้ธรรมดาสู่ผู้นำมืออาชีพ









ถึงแม้ว่าจะพบอุปสรรคในการทำงานบ้าง เนื่องจากในช่วงเวลานั้น อาจจะเรียกว่าเป็นรุ่นแรก ของการทำธุรกิจ จอยแอนด์คอยน์ เลยก็ว่าได้ เพราะ ยังไม่มีผู้นำที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจมากนัก แต่ ตนเองก็ไม่รู้สึกท้อแต่อย่างใด กลับมองว่า ยิ่งทำงาน หนักมากขึ้นเท่าไร ความสำเร็จก็จะยิ่งเกิดขึ้นเร็ว เท่านั้น ซึ่งหากถามว่า ปัญหาและอุปสรรคมีไหม (มี) เหนื่อยไหม (เหนื่อย) และท้อไหม (ท้อ) แต่วันนี้ขอให้ทุกคนเปลี่ยนคำว่า ปัญหา-เหนื่อย-ท้อ มา เป็นความสำเร็จจะดีกว่า


...เหตุเพราะ ไม่เชื่อ จึงไมมี่ใครจะชักชวนให้เข้ามาร่วมธุรกิจ ขายตรงสักเท่าใด ก็ไม่เคยคิดที่จะสนใจ และไม่เคยเปิดใจ หรือตัดสิน ใจในการเข้าร่วมวงจรธุรกิจขายตรงเลยสักครา...แต่ว่า เมื่อครั้นเห็น เพื่อนสนิท สามารถแปรเปลี่ยนชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากคน ที่ไม่เคยมีทรัพย์สินอะไรเลย สู่การมีทรัพย์สิน เงินทอง มีบ้าน มีรถ... จากคนที่ไม่มีรายได้ กลับกลายเป็นคนมีรายได้หลักแสน ทำให้ความ คิด ไม่เชื่อ ที่มีในอดีต กลับต้องมาค้นหาความจริง ณ ปัจจุบัน...นี่ คือความคิดของนักขายที่ชื่อ อุษากานต์ ศรีบาง (ซ้าย) หญิงแกร่ง บริษัท จอยแอนด์คอยน์ คอร์ปอเรชั่นจำกัด!..


ต้องบอกว่าเธอผู้นี้ไม่เคยเชื่อมั่นมาตั้งแต่ตอนต้นว่าธุรกิจ ขายตรง จะสามารถทำให้ รํ่ารวย ได้จริง...แต่ปัจจุบัน เธอเอง ก็ได้รับรู้ว่า ธุรกิจขายตรง สามารถ รวยได้ชั่วลูกชั่วหลาน เนื่องจากเห็นเพื่อน ๆ เริ่มมีชีวิตที่ดีขึ้นจากธุรกิจนี้ ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้เริ่มหันมาทำธุรกิจขายตรงอย่างจริงจัง ทั้งนี้ หากย้อนดูถึงจุดเริ่มต้นของชีวิต อุษากานต์ ก่อนที่ จะเจอคำว่า สำเร็จ นั้น นักขายท่านนี้เรียกได้ว่า เคยลำบากมา ก่อน ที่จะสบายเช่นเดียวกับนักขายท่านอื่น ๆ เพราะการศึกษา น้อย...แต่แล้วชีวิต อุษากานต์ ก็ต้องเปลี่ยนไป จากการที่มี รุ่นพี่ได้มามอบโอกาสให้นั่นคือ ธุรกิจ จอย แอนด์ คอยน์ ต่อมาจึงได้ตัดสินใจออกจากงานประจำที่ทำมากว่า 10 ปี ซึ่งช่วงเวลานั้น เรียกได้ว่าเป็น มนุษย์เงินเดือน นั่นเอง มีรายได้ ประจำอยู่เพียงหมื่นต้น ๆ ค่าใช้จ่ายไม่พอกับรายได้ ด้วยเหตุนี้เอง ที่ทำให้เธอจึงตัดสินใจมองหาอาชีพเสริม ที่เปรียบเสมือนเป็นอาชีพ เสริมหลักนั่นก็คือ ธุรกิจขายตรง นั่นเอง!!... สิ่งที่ตนเองสัมผัสได้ตั้งแต่แรกเริ่มของ จอยแอนด์คอยน์ นั่น ก็คือ ความอบอุ่น และความเป็นกันเองของทั้งท่านประธานและ สมาชิกทุกคน รวมถึงสินค้าที่มีคุณภาพ


อุษากานต์ บอกว่า กว่าที่เธอจะเดินทางจนมาถึงวันนี้ได้ นั้น ต้องปาดเหงื่อ ทุ่มเททั้ง แรงกาย และ แรงใจ มาตลอด เกือบทั้งชีวิต...ที่สำคัญ พบว่า วันนี้คนจน คนรวย ไม่สามารถเลือก เกิดได้ ในขณะเดียวกัน คนเราอาจจะต่างกันที่ความคิด พอเราคบ คนที่สำเร็จ เราก็จะรู้วิธีการว่าเขาเดินไปแบบไหน เดินอย่างไร และ เราเอง ต้องปฏิบัติแบบนั้น หากทำได้ เชื่อว่าความสำเร็จก็จะมาถึง อย่างแน่นอน วันนี้ตนเองใช้ระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี พบว่า ความ สำเร็จได้เริ่มก่อตัวขึ้นมาบ้างแล้ว เนื่องจากยึดหลักที่ว่า ทำงานขาย ตรงให้เปรียบเสมือนงานประจำ ทำอย่างต่อเนื่อง เมื่อสำเร็จแล้วก็ ต้องถ่ายทอดเทคนิคทั้งหมดให้ทีมงาน ถึงแม้ว่า จะพบอุปสรรคในการทำงานบ้า ง เนื่องจากในช่วงเวลา นั้นอาจจะเรียกว่าเป็นรุ่น แรกของการทำธุรกิจ จอยแอนด์คอยน์ เลยก็ว่าได้ เพราะยังไม่มีผู้นำที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจมากนัก แต่ตนเองก็ไมรู้สึกท้อแต่อย่างใด กลับมองว่ายิ่งทำงานหนักมากขึ้น เท่าไร ความสำเร็จก็จะยิ่งเกิดขึ้นเร็วเท่านั้นซึ่งหากถามว่าปัญหาและ อุปสรรคมีไหม (มี) เหนื่อยไหม (เหนื่อย) และท้อไหม (ท้อ ) แต่วันนี้ขอ ให้ทุกคนเปลี่ยนคำว่าปัญหา-เหนื่อ ย-ท้อ มาเป็น ความสำเร็จจะดีกว่า


...ความสำเร็จของ อุษากานต์ และความมุ่งมั่นตั้งใจจริง ที่จะทำความฝันของตัวเองให้สำเร็จของเธอผู้นี้ก็เกิดขึ้นเหมือนฝัน นั่นคือ การก้าวขึ้นตำแหน่งระดับสูงสุดของบริษัทซึ่งถือเป็นอีกหนึ่ง รางวัลที่มีค่าสำหรับเธอ นอกจากนี้ สิ่งที่เธอได้รับจากธุรกิจเครือ ข่าย จอยแอนด์คอยน์ ก็คือ การมีเงินเก็บและซื้อที่ดิน 100 กว่า ไร่ ซื้อบ้านหลังงามมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ซื้ออาคารชุด 3 ล้าน กว่า ซื้อรถเบนซ์ 1 คัน พร้อมกับเอาเงินไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ มีเงินสดเก็บในบัญชี มีรายได้ต่อเดือน 6 แสนกว่าบาท ที่สำคัญ สิ่งที่เธอมีความภูมิใจอย่างมากนั่นก็คือ การได้ดูแลผู้มีพระคุณ...


ต้องบอกว่า อุษากานต์ ไม่ได้แค่สร้างความรวยกระจุกไว้ ที่ตัวเองเท่านั้นแต่ยังกระจายความรวยไปสู่สมาชิกภายใต้สายงาน จนพวกเขามีบ้านในฝัน มีทีมงานซื้อบ้านประมาณ 3-4 หลังต่อปี... และนี่คือ ความภาคภูมิใจเพราะเราสามารถช่วยให้น้อง ๆ หลาย คน ที่เขาไม่มีความรู้ ไม่มีประสบการณ์ สามารถสร้างบ้านหลัง งาม ๆ อยู่ได้ แถมยังพาพ่อพาแม่ พาลูกพาหลาน มาอยู่ด้วยกัน อย่างมีความสุข ได้ส่งลูกเรียนต่อที่โรงเรียนดี ๆ เสมือนได้สืบทอด ความรํ่ารวยต่อยอดกันไปเรื่อย ๆ


ที่สำคัญอุษากานต์ ยังถือได้ว่า เป็นผู้หนึ่งที่ช่วยเหลือ ประเทศชาติให้ผู้คนได้อยู่ดีกินดี ช่วยขจัดปัญหาความยากจน ความไม่มีอาชีพและสร้างอาชีพให้กับผู้คน สร้างให้เขารวย มีที่ อยู่ ที่กิน สามารถจับจ่ายใช้สอยสะดวกมือ นี่คือ ความสวยงาม ของธุรกิจเครือข่ายที่เธอบอกว่า คิดไม่ผิดที่เลือกทำเครือ ข่าย!!...เพราะ ธุรกิจเครือข่าย นอกจากจะสร้างให้ผู้คนร่ำรวย แล้ว ยังเปิดโอกาสให้คนจน ๆ ได้มีโอกาสท่องเที่ยวในต่างแดน รวม ถึงมีโอกาสเปิดโลกกว้าง สู่การเรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ ๆ เรียนรู้เกร็ด ในการใช้ชีวิตให้สู่ความสำเร็จอีกด้วย ซึ่งเธอผู้นี้ยังได้บอกกับทีมข่าว ตลาดวิเคราะห์ อีกว่า วันนี้...คนที่รํ่ารวย คนที่สำเร็จ ในธุรกิจนี้ต่างมีมาก และก็ไม่ได้ ต่างอะไรจากเรา ในเมื่อตัวเราก็มีความสามารถไม่ต่างกัน และเราจะไปกลัวอะไรกับอุปสรรคที่มีอยู่ตรงหน้าเพราะหากเราสามารถ ผ่านพ้นปัญหาและอุปสรรคตรงนี้ไปได้ เชื่อว่าทุกอย่างที่เป็น ปัญหาย่อมผ่านพ้นไปได้ด้วยดีอย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วันนี้เราได้พิสูจน์ให้เขาเห็นแล้วว่า ระบบของเรา สามารถ เปลี่ยนแปลงชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ แถมยังพ่วงความ มั่นคง มอบเป็นมรดกได้ชั่วลูกชั่วหลานอีกต่างหาก


และจากวันนั้นจนถึงวันนี้ อุษากานต์ กล้าพูดได้เลยว่า มนต์เสน่ห์ของธุรกิจขายตรง สามารถสร้างคนจนให้รํ่ารวยได้ ด้วย พลังเครือข่ายจริงๆและนี่ก็เป็นความสำเร็จ ความรู้สึกที่ดี ๆ ที่ เธอบอกว่า ถือเป็นกำไรชีวิตที่ประเมินค่าไม่ได้จริง ๆ เพราะที่ธุรกิจ จอย แอนด์ คอยน์ แห่งนี้ สามารถสร้างให้เธอหยิบจับเงินตั้งแต่ หลักพัน หลักหมื่น หลักแสน จนถึงหลักล้านได้ในเวลาอันรวดเร็ว และเชื่อว่า ทุกคนก็สามารถทำอย่างนี้ได้ ขอเพียงมีความมุ่งมั่นตั้งใจ ที่จะทำมันเท่านั้นพอ! ทั้งนี้สำหรับเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ของ อุษากานต์นั้นไม่ได้จับ เพียงแค่ต้องการเอาเงินทองมากองไว้หน้าบ้านตัวเองอย่างเดียว แต่ ต้องการสร้างความรํ่ารวยไปยังทีมงานใต้สายงานและคนอื่นๆ ด้วย.. วันนี้ ภารกิจที่สำคัญ ของตนเอง คือ ต้องการปั้นทีมงาน ให้สามารถมีรายได้หลักแสนต่อเดือนอยู่ที่ 200 คน ภายใน 2 ปี โดยจะเริ่มต้น จากการพัฒนาระบบคน จากคนธรรมดาสู่มืออาชีพ ให้สามารถสร้างเนื้อ สร้างตัวได้ ตามนโยบายบริษัท แล้วเดินทาง ไปด้วยกัน ภายใต้ทีม ไฟว์ สตาร์ ซึ่งเชื่อว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ก็ น่าที่จะสำเร็จเช่นกัน


....นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่เชื่อว่าหลาย ๆ คน คงอยากที่ จะมีเช่นเดียวกับเธอผู้นี้อย่างแน่นอน และวันนี้ต้องบอกว่าเส้นทางสู่ ความรวย เส้นทางสู่ความสำเร็จนั้นผู้ที่จะสามารถปั้นได้นั่นก็คือ ตัวคุณ เท่านั้นเอง!...เหมือนเช่นดั่งหญิงเก่งผู้นี้ อุษากานต์ ศรีบาง




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 341 ประจำวันที่ 1-15 เมษายน 2556

วันพฤหัสบดีที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2556

ข่าวจอย แอนด์ คอยน์ (J&C) : สมศรี นพรัตน์ แดงเย็น นักธุรกิจมือทอง จอย แอนด์ คอยน์ ความซื่อสัตย์เป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของเรา









ทุกเส้นทางสู่ความสำเร็จ ย่อมมีปัญหาและอุปสรรค เวลาเจอปัญหาจะไม่มองว่าเป็นปัญหา ตามองว่าเป็นบันไดก้าวสู่ความสำเร็จยิ่งก้าวมากเท่าไหร่เราก็จะประสบความสำเร็จเร็วเท่านั้น เช่นเดียวกันบันไดชีวิตใหม่ของผู้นำมือพระกาฬ สมศรี นพรัตน์ นักธุรกิจตำแหน่งไดเร็คเตอร์ แผนทวิน บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอปอเรชั่น จำกัด ผู้ที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาและสามารถฟันฝ่าอุปสรรคชีวิตจนมีดีถึงทุกวันนี้


สมศรี แดงเย็น อดีตข้าราชการระดับสูง โรงพยาบาลปัตตานี จากความคิดเดิมๆเธอคาดหวังว่าอาชีพรับราชการจะเติมเต็มความมั่นคงให้แก่ชีวิตเหตุเพราะถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เยาว์วัย ละเป็นอาชีพที่เป็นความฝันของครอบครัวที่ต้องการให้ลูกผู้หญิงรับราชการ เพราะจะได้หมดห่วง จึงทำให้เธอเดินบนเส้นทางการใช้ชีวิตแบบเดิมๆ ตลอดระยะเวลา 24 ปีที่ผ่านมาบนเส้นทางที่เธอเลือก แต่แล้วเมื่อมาถึงจังหวะชีวิตที่ทำให้เธอฉุกคิดว่าบนเส้นทางแบบเดิมๆนี้แม้จะมีความมั่นคงสูง แต่งานที่ทำไม่สามารถตอบสนองความมั่งคั่ง หรือยกระดับฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้ โดยเฉพาะโจทย์ชีวิตความต้องการด้านปัจจัยสี่ ที่มนุษย์ทุกคนพึงได้ทั้งหมด มิหนำซ้ำหลังจากเลือกใช้ชีวิตคู่แต่งงานอยู่กินกับสามี (คุณนพรัตน์ แดงเย็น) และมีทายาทสืบสกุล 2 คน ยิ่งทำให้ค่าใช้จ่ายในครอบครัวเริ่มขัดสน เรียกได้ว่ารายจ่ายมากกว่ารายรับเกิดขึ้นทุกเดือน ทำให้เธอเริ่มมองหาลู่ทางใหม่เพื่อต้องการหารายได้เสริมด้วยการลงทุนธุรกิจ พร้อมๆกับการกู้เงินมาลงทุนอย่างต่อเนื่องแต่สุดท้ายงานที่ทำนั้นก็ไม่ทำให้ทั้งคู่ก้าวถึงฝั่งฝันเพราะทุกธุรกิจที่ทำเป็นเงินทุนหมุนเวียนได้ได้ไม่คุ้มเสีย จนกลายเป็นหนี้สินดินพอกหางหมูมากกว่า 3 ล้านบาท


จนกระทั่งปี 2545 ฟ้าก็ได้เปิดชีวิตใหม่ให้กับเธอและสามีได้รู้จักกับธุรกิจเครือข่าย J&C (บริษัทจอย แอนด์ คอยน์ คอปอเรชั่น จำกัด) จากคำแนะนำของ เพรสซิเด้นส์ บรรเจิด-สายฝน แก้วสมวงศ์ และได้สัมผัสถึงจุดแข็งทางธุรกิจที่ทำให้เธอมีชีวิตที่ดีกว่าได้อย่างชัดเจน ประการที่ 1.ผลิตภัณฑ์ดีจริงใช้แล้วเห็นผลชัดเจน โดยเฉพาะสมุนไพร โหย่งเหิง ที่ทำให้สามีของเธอหายจากโรคหัวใจขาดเลือด 2.ให้ผลตอบแทนสูงจ่ายจริง 3. ธุรกิจจอย แอนด์ คอยน์ เป็นทั้งธุรกิจค้าส่ง ค้าปลีกและธุรกิจขายตรงในเครือเดียวกัน ถือเป็นธุรกิจที่มหัศจรรย์เจ้าแรก เจ้าเดียวในไทยและระดับโลก นับเป็นเจ้าของธุรกิจเครือข่ายผู้บริโภคอย่างแท้จริง และหลังจากที่ได้ซึมซับธุรกิจอย่างแตกฉานมองเห็นลู่ทางการสร้างชีวิตใหม่ที่ได้ทั้งความมั่นคงและมั่งคั่ง สุดท้ายเมื่อตกผลึกความคิดใหม่เธอจึงตัดสินใจลาออกจากชีวิตข้าราชการมุ่งธุรกิจเน็ทเวิร์ค J&C เต็มตัว หลังจากนั้นก็ไต่ระดับความสำเร็จก้าวสู่ผู้นำคุณภาพที่มีทีมงานมากมาย


ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา ดิฉันมีอิสรภาพการใช้ชีวิตทุกอย่าง แม้ว่าจะหยุดงานแต่รายได้ไม่หยุดตาม และสามารถปลดล็อคหนี้สินหลัก 3 ล้านบาทได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว ชีวิตมั่นคงขึ้นมาก มีเงินซื้อบ้านแฝดให้ลูกได้อยู่อาศัย ถอยรถป้ายแดงไว้ขับชิลๆ ถึง 2 คัน และล่าสุดเมื่อปลายปีที่ผ่านมาได้ซื้อบ้านเดี่ยว ราคา 6 ล้านบาทเป็นของขวัญวันเกิดให้กับตนเอง พร้อมทั้งเปิดโลกกกว้างด้วยการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศฟรีๆ เฉลี่ยปีละ 3-5ประเทศ อย่างมีความสุขล้วนเป็นความสุขที่J&C มอบให้ทั้งสิ้น


หากถามถึงเป้าหมายความสำเร็จขั้นต่อไป สมศรี เธอบอกอย่างมั่นใจว่า จะเป็นผู้พลิกฝันร้ายทีมงานพี่น้องชาวใต้ที่ใช้ชีวิตอย่างสุ่มเสี่ยงกับเหตุการณ์อันไม่สงบ ได้พบกับฝันดีของการมีชีวิตใหม่ด้วยการก้าวขึ้นแท่นผู้นำธุรกิจระดับเดียวกับเธอให้ได้มากที่สุด


ส่วนเป้าหมายตัวเธอนั้นแน่นอนว่าจะพิชิตเป้าหมายใหญ่ในตำแหน่งเพรสซิเด้นส์ แผนทวินก่อนสิ้นปีนี้ และความสำเร็จที่เกิดขึ้นอย่างสวยหรูนี้เป็นเพราะผู้นำคุณภาพทั้งคู่ยึดมั่น ปรัชญาการทำงาน ความซื่อสัตย์เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จเรา




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.LEADER TIME ฉบับที่ 219 ประจำวันที่ 16-31 มีนาคม 2556

วันจันทร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2556

ข่าวจอย แอนด์ คอยน์ (J&C) : สลิลทิพย์ ณัฐวุฒิ พาหาญ การทำงานกับคนจำนวนมาก ให้ประสบความสำเร็จ นั่นคือ...บทพิสูจน์ความสำเร็จของเรา









ย้อนเวลากลับไปเมื่อสมัยเรียนจบ ใหม่ ๆ สมัยนั้นอาชีพรับราชการ เป็นเป้าหมายหลักที่ทุกคนต่างถวิลหา และอาชีพครูก็เป็นอาชีพที่ สลิลทิพย์ ณัฐวุฒิพาหาญ เลือกที่จะเป็นเพราะ คิดว่าชีวิตในอนาคตการรับราชการนั้น มั่นคง ทั้งคู่เป็นคนราชบุรีโดยกำเนิดรับ ข้าราชการครูอยู่ 10 กว่าปี แต่ก็ยังไม่ ค่อยจะประสบความสำเร็จในชีวิตสัก เท่าไหร่ ในระหว่างนั้นก็ได้ประกอบ ธุรกิจส่วนตัวควบคู่กับการรับราชการ


เริ่มต้นธุรกิจเครือข่ายกับ J&C


และในช่างเวลาประมาณ 20 ปี ที่แล้ว ได้มองหาเละมีโอกาสได้เข้ามา ศึกษาเรื่องระบบเครือข่าย ในตอนแรก ก็ยังไม่ค่อยสนใจสักเท่าไหร่ เพราะ บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ ในตอนนั้นมี สินค้าเพียงตัวเดียว เราก็เลยคิดว่าคง เป็นไปไม่ได้ที่จะเติบโต แต่เมื่อเข้ามาได้ พบกับท่านประธาน ดร.สมชาย ก็เลย รู้สึกประทับใจ เมื่อได้ฟังวิสัยทัศน์ และ แนวทางการทำงานของท่าน และเป็นบริษัทของคนไทยด้วยก็เลยตัดสินใจ ลงมือทำ หลังจากนั้นก็เริ่มศึกษา แผนการตลาดของบริษัทอย่างจริงจัง


อุปสรรคในการทำธุรกิจเครือข่าย


การเริ่มเข้ามาทำ ขายตรงกับ J&C ในช่วง แรกก็ยังไม่ ได้ทำ อย่าง จริงจังเพราะ ครอบครัวและ ญาติพี่น้อง ไม่ยอมรับที่ จะให้เราทำ ธุรกิจในด้าน นี้ เพราะเรา เ ค ย ทำ ม า หลายบริษัท แล้วไม่ประสบ ความสำเร็จในระยะแรก ๆ นั้นมีปัญหากับครอบครัว มากแต่ก็สามารถผ่านจุดนั้นมาได้ ใน ช่วงนั้นพอเข้ามาทำอย่างจริงจังแล้ว ก็ เลยชวนคนนั้นคนนี้แต่ไม่มีใครที่จะยอม เปิดใจกับธุรกิจขายตรง จนมาเจอกับคน ที่ยอมเปิดใจกับเรา แล้วหลังจากนั้นเรา ก็เริ่มมีเครือข่ายเพิ่มมากขึ้น แต่ก็เจอ อุปสรรคด้านการไปช่วยลูกทีมแต่ละ จังหวัดเพราะว่าต้องเดินทางไกลมาก และบ่อยมาก


การบริหารทีมงานสู่ความสำเร็จ


เราเน้นการบริหารทีมงานโดยใช้ คอร์สการเรียนรู้ที่เป็นระบบแนวทาง เดียวกันเน้นให้ทีมงานรู้จักกับระบบของ บริษัท สอนให้ทีมงานมีการตั้งเป้าและมุ่ง ไปให้ถึงเป้ าหมายที่ตั้งเอาไว้ และการออกไปในแต่ละจังหวัดเพื่อคอยช่วยเหลือ ทีมงาน


การเป็นนักธุรกิจเครือข่ายที่ดี


ในส่วนตัวเราเองมองว่าการเป็นนัก ธุรกิจเครือข่ายที่ดี ต้องมุ่งสร้างองค์กรของ เราให้ประสบความสำเร็จและเราก็จะ ประสบความสำเร็จไปด้วย และช่วยให้ทุกคนประสบความสำเร็จเหมือนกับเราให้ได้


ช้าไปหรือเปล่าที่จะร่วมธุรกิจ กับ J&C


ในความคิดของเราว่าไม่ช้าไปเพราะว่าประเทศไทยยังมีคนอีกเยอะ มากที่ยังไม่รู้จัก กับธุรกิจเครือข่าย และ ถ้ามาเข้าร่วมกับจอยแอนด์คอยน์ในตอน นี้ ที่เปิดดำเนินการมาเป็นปีที่ 11 ซึ่งท่าน ประธานบริษัทสร้างความมั่นคงให้กับ พวกเรา มามีส่วนร่วมช่วยกันให้บริษัทมี ความมั่นคงร่วมกัน และที่นี่เรามีระบบ การเรียนรู้เตรียมพร้อมให้ทุกอย่างอยู่ แล้ว เพียงท่านเปิดใจและเข้ามาร่วม ธุรกิจกับเรา


สิ่งที่ได้จากจอยแอนด์คอยน์


เราทั้งคู่ทำ ธุรกิจขายตรงกับจอยแอนด์คอยน์มาเป็นเวลา 9 ปี มี โอกาสได้ซื้อบ้านและคอนโด ซื้อรถให้ตัว เองและลูกๆทกุ คน ได้ส่งลูกไปศึกษา ที่ต่างประเทศ และมีโอกาสไปเที่ยวต่างประเทศกับริษัททุกโปรโมชั่นในตอนนี้ รับรายได้จากจอยแอนด์คอยน์ 6 หลัก ต่อเดือน และมีคนภายใต้องค์กรหลาย หมื่นคน และสายงานของเราสามารถ ตกทอดเป็นมรดกแก่ลูกของเราได้โดย ไม่มีเงื่อนไขผูกมัดแต่อย่างใด


ขอบคุณ J&C


อยากจะขอบคุณท่านประธานดร. สมชายหัชลีฬหา ประธานกรรม การบริษัทฯ ท่านเป็นผู้ที่เปิดใจให้เข้า มาร่วมธุรกิจ และสร้างความเชื่อมัน และความมั่นคงให้กับพวกเราทุก คนใน J&C ท่านเป็นเหมือนกับอาจารย์ ที่คอยสอนคอยบอกและให้พวกเรา ปฏิบัติตามและเกิดการเรียนรู้ และ ขอบคุณผู้ที่แนะนำให้รู้จักกับจอย แอนด์คอยน์ทำให้เราประสบความ สำเร็จจนทุกวันนี้




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพธุรกิจเครือข่าย ฉบับที่ 245 ประจำวันที่ 1-15 กุมภาพันธ์ 2556

วันอังคารที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2556

สัมภาษณ์ ดร.สมชาย หัชลีฬหา ประธาน Join & Coin กับความเป็นมาของนวัตกรรมขายตรงสะดวกซื้อที่เปิดโอกาสให้ทุกคนร่วมเข้ามาเป็นเจ้าของธุรกิจ









การตลาดในรูปแบบธุรกิจขายตรงหรือที่คนส่วนใหญ่จะรู้จักกันคือ MLM ที่ย่อมาจาก Multi Level Marketing หรือเรียกกันอีกอย่างว่าการตลาดแบบเครือข่าย NetworkMarketing ซึ่งเป็นการตลาดขายตรงหลายชั้นเพื่อแบ่งรายได้ให้แก่สมาชิกในองค์กร โดยผู้ที่เป็นสมาชิกจะเป็นผู้ที่ทำการกระจายสินค้าไปสู่มือผู้บริโภคเพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้แก่สมาชิก โดยมีองค์กรเป็นผู้สนับสนุนในการผลิตสินค้าและแผนการตลาด


โดยทั่วไปแล้วธุรกิจเครือข่ายจะมีข้อจำกัดอยู่ที่สมาชิกไม่สามารถนำสินค้าที่นอกเหนือจากแบรนด์ขององค์กรมาจัดจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภคได้และไม่มีการพัฒนาระบบการอำนวยความสะดวกให้แก่สมาชิกในด้านการซื้อขายสินค้า ไปยังถึงระบบการจัดส่งที่รวดเร็วเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคก่อให้เกิดความรู้สึกว่าธุรกิจนี้ไม่ใช่เป็นธุรกิจของตัวสมาชิกเองส่งผลให้สมาชิกได้หมดความรักและความเชื่อมั่นต่อองค์กรสุดท้ายก็ได้ปิดตนเองออกจากองค์กรที่ทำอยู่


ด้วยเหตุนี้ ดร.สมชาย หัชลีฬหา ประธานกรรมการบริหารบริษัท จอยแอนด์คอยน์คอร์ปอเรชั่นจำกัด จึงเกิดแนวคิดพัฒนาระบบธุรกิจขายตรงรูปแบบใหม่ที่แตกต่างจากรายอื่น โดยเน้นที่การได้รับประโยชน์อย่างเท่าเทียมกันทุกฝ่าย


ดร.สมชาย ได้ก้าวเข้ามาสู่ธุรกิจขายตรงเมื่อ 10 ปีก่อนโดยเริ่มจากการจำหน่ายธุรกิจโหย่งเหิง ยาน้ำสมุนไพรจีนเพื่อบำรุงสุขภาพ โดยเริ่มจากการจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าต่างๆ ตลอดจนถึงงานแสดงสินค้าต่างๆ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากทางผู้บริโภค จนมีผู้สนใจขอเข้ามาเป็นตัวแทนจำหน่าย ตลอดจนได้มีผู้มาชักชวนให้พัฒนามาเป็นธุรกิจในรูปแบบขายตรง ซึ่งเป็นการเพิ่มรายได้ให้แก่บริษัทมากขึ้นอีกทั้งยังช่วยให้ผู้คนทั่วไปสามารถสร้างรายได้สร้างอาชีพได้จริง


โดยในปีแรกที่ได้เข้ามาเริ่มต้นธุรกิจเครือข่ายก็สามารถทำยอดการจำหน่ายได้ถึง 180 ล้านบาท ซึ่งยอดการเจริญเติบโตของบริษัทในแต่ละปีนั้นมากกว่า 80% ในช่วง 4 ปีแรกจนกระทั่งได้ถูก อย. กล่าวว่าได้ทำการโฆษณาสินค้าเกินจริงก่อให้เกิดผลกระทบต่อบริษัทและยอดการจำหน่ายตลอดจนสมาชิกและผู้บริโภครู้สึกถึงความไม่เชื่อมั่นในตราสินค้าทำให้ปีถัดมายอดตกลงมาเหลืออยู่ที่ราว 400 ล้านบาท


ดร. สมชาย มีความเชื่อมั่นว่าเมื่อคนเราพบกับปัญหาและสามารถข้ามผ่านปัญหาที่เข้ามาได้มนุษย์เราจะแข็งแกร่งขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง จึงก่อให้เกิดแนวคิดในการนำสินค้าที่มีความหลากหลายมากกว่าหมื่นรายการมาจำหน่ายเพื่อแก้ไขปัญหาในข้างต้น รวมไปถึงการพัฒนารายได้ของธุรกิจให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น จึงก่อให้เกิดนวัตกรรมในระบบธุรกิจขายตรงที่มีจุดเด่นที่เรียกว่า Convenience MLMหรือเรียกอีกอย่างว่าขายตรงสะดวกซื้อ ซึ่งเป็นการนำสินค้าขายตรงต่างมาๆอยู่ภายในร้านสะดวกซื้อ ภายใต้ชื่อ Join Mart


นิยามของ นวัตกรรมขายตรง คือการที่เราเปลี่ยนธุรกิจขายตรงทั่วไปให้เป็นขายตรงสะดวกซื้อที่จะสามารถช่วยให้การกระจายสินค้าไปถึงมือผู้บริโภคได้ง่ายขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง อีกทั้งสมาชิกสามารถบริหารจัดการธุรกิจเองได้และมีระบบ อี-วอลเล็ต ที่เป็นระบบกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์มาช่วยในการบริหารจัดการในการซื้อขายสินค้า ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นนวัตกรรมที่จะเข้ามาเปลี่ยนบทบาทหน้าที่ขายตรงแบบทั่วไปให้มีศักยภาพและการขับเคลื่อนของธุรกิจที่พัฒนาไปอีกขั้นหนึ่ง


ดร. สมชาย ได้กล่าวต่ออีกว่า ซึ่งนวัตกรรมเหล่านี้ทำให้สมาชิกทุกคนเปรียบเหมือนเป็นเจ้าของธุรกิจและสามารถที่จะสร้างแรงผลักดันให้มีการทำธุรกิจมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งผลสำรวจได้พบว่า ถ้าหากสมาชิกมีความรู้สึกว่าตนเองเป็นเจ้าของในธุรกิจสูงก็จะสามารถดึงศักยภาพในการทำธุรกิจให้ดีขึ้นถึง 2-3 เท่า เพราะมีความรู้สึกว่านี่คือธุรกิจของตนเอง โดยที่ผ่านมามีสมาชิกได้นำไปขยายเป็นแฟรนไชส์แล้วได้ผลตอบรับที่ดี


สมาชิกมองเห็นว่านวัตกรรมนี้เป็นโอกาสให้กับสมาชิกและสมาชิกทุกคนสามารถสร้างรายได้สร้างอาชีพได้ด้วยระบบกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิคส์ สมาชิกสามารถเปิดร้านขายสินค้าได้ทุกที่หรือสามารถนำสินค้าที่มีอยู่สามารถเข้ามาร่วมขายด้วยก็ได้


โดยปกติทั่วไปแล้วบริษัทขายตรงจะไม่อนุญาตให้นำสินค้าอื่นที่ไม่ใช่แบรนด์ขององค์กรมาขาย แต่ทางเราอนุญาตและเปิดโอกาสให้ทางสมาชิกสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในตรงนี้ จึงก่อให้เกิดความรู้สึกว่าตนเองมีความเป็นเจ้าของธุรกิจมากกว่า อีกทั้งโดยทั่วไปแล้วธุรกิจขายตรงอื่นๆ จะไม่อนุญาตให้ทางสมาชิกเปิดร้าน แต่ทางเราคิดต่างและยังเปิดโอกาสให้คนที่มีความรู้ ความสามารถมีความชำนาญในพื้นที่ ที่เราไม่มีความสะดวกในการเข้ามาดูแล เราก็ให้คนที่ในพื้นที่สามารถขยายเข้าไปเปิดเป็นแฟรนไชส์ซึ่งคือการให้โอกาสเจ้าของร่วม


นอกจากนี้ ยังสามารถสร้างความแตกต่างด้วยสินค้าที่หลากหลายรวมถึงราคาในระดับที่ผู้บริโภคสามารถเข้ามาหยิบจับได้จริง โดยใช้หลักการกำไรที่โตขึ้นนั้นตามจำนวนสินค้าที่มากขึ้น โดยทางบริษัทจะเป็นผู้ให้การสนับสนุนสมาชิกที่อยู่ตามพื้นที่ต่างๆ เพื่อนำสินค้าไปจำหน่ายต่อ ซึ่ง ดร.สมชายเชื่อมั่นว่ารูปแบบการทำตลาด กลยุทธ์ และเครื่องมือเหล่านี้สามารถนำไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ได้


ดร.สมชายบอกต่อไปอีกว่า การพัฒนาธุรกิจที่ผ่านมา เขาเริ่มต้นจากการพัฒนาสินค้า ต่อมาคือการพัฒนาลูกค้า ตามด้วยการพัฒนาแพลตฟอร์มธุรกิจ ซึ่งไม่ได้มีแค่สินค้ากับลูกค้าเท่านั้น แต่ยังมีสมาชิกที่นำสินค้าไปจำหน่ายต่อด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อให้ทุกคนได้รับความพึงพอใจ และได้ประโยชน์ร่วมกัน


การพัฒนาโซลูชั่นนี้ทำให้เราค้นพบตัวตนที่แท้จริงและทำให้เราแสดงตัวตนให้คนอื่นรู้ว่าเราเป็นใคร ดังนั้นช่วงที่ผ่านมาเราถือว่าเป็นการทำวิจัยและพัฒนาดร.สมชายกล่าว ซึ่งต่อไปคือการหาวิธีการที่จะทำให้ลูกค้าอยู่กับแบรนด์ได้นานขึ้น มีความจงรักภักดีกับแบรนด์ รู้สึกดีกับบริษัทและสินค้า จึงเป็นเรื่องของการต่อยอด


สำหรับเป้าหมายที่ตั้งเป้าไว้ภายใน 2-3 ปีข้างหน้านี้คือ การมีสาขาของ JC Shop (เปลี่ยนชื่อจากJoin Mart) ในรูปแบบห้างขายตรงสะดวกซื้อจำนวน 3-4 สาขาตามจังหวัดใหญ่ๆ ที่มีสนามบินเพื่อเป็นฮับในการกระจายสินค้าสู่สาขาย่อยในพื้นที่ต่างๆ ที่มีอยู่แล้วกว่า 40 สาขาในปัจจุบัน โดยในจำนวนนี้ 30% คือสาขาแฟรนไชส์ที่สมาชิกนำไปเปิดธุรกิจเอง รวมทั้งพัฒนาช่องทางอี-วอลเล็ตให้สะดวกมากยิ่งขึ้นเพื่อที่สมาชิกจะสามารถนำระบบนี้ไปขยายสาขาเพื่อขายสินค้าเองได้ ซึ่งเขามั่นใจว่าวิธีนี้จะช่วยกระจายสินค้าในจังหวัดที่มีฮับอยู่ได้เร็วยิ่งขึ้น และจะเริ่มก่อสร้างภายในปี 2556 นี้ ซึ่งจะเริ่มเห็นอย่างเป็นรูปธรรมในปลายปีที่จะถึงนี้


ตอนนี้ Join & Coin มีสมาชิกทั่วประเทศทั้งหมดนับล้านราย โดยมีสมาชิกที่ดำเนินธุรกิจต่อเนื่องราวแสนรายหรือ 10% ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด ขณะเดียวกันก็มีจำนวนสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นถึงหลักแสนรายต่อปีเช่นกัน ซึ่งเป้าหมายที่เขาวางไว้อีกข้อหนึ่งคือพยายามเพิ่มจำนวนสมาชิกที่แอ็กทีฟให้มากขึ้นจาก 1 แสนรายเป็น 2 แสนรายต่อปี


ปัจจุบัน Join & Coin มีรายได้มากกว่า 2,000 ล้านบาทต่อปี โดยมีสินค้าหลักคือ โหย่งเหิง ที่สร้างยอดขายปีละเกือบ 1,000 ล้านบาทหรือคิดเป็นเกือบ 50% ของรายได้ทั้งหมด


ทั้งนี้ภายใน 2 ปี ข้างหน้านี้ทาง Join & Coin มีแผนที่จะเปลี่ยนตนเองให้เป็นบริษัทมหาชนเพื่อเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งตอนนี้ทางบริษัทมีทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 200 ล้านบาท ซึ่งทางบริษัทมีแผนที่จะเพิ่มเม็ดเงินการจดทะเบียนให้เป็นเป็น 300 ล้านบาท เพื่อนำเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ภายในปีหน้านี้ ซึ่งวัตถุประสงค์การเข้าตลาดหลักทรัพย์เพื่อที่จะนำเงินทุนเข้ามาเพื่อเปิดสาขาให้กระจายไปทั่วประเทศมากที่สุด


ในส่วนตลาดต่างประเทศนั้น ทาง Join & Coin ได้เปิดตลาดอยู่ในประเทศลาวและมาเลเซียซึ่งจะมีการเปิดตลาดต่อไปอีก 2 ประเทศด้วยกันในอนาคต และหลังจากประชาคมอาเซียนในปี 2558 ได้ถือกำเนิดขึ้น ดร.สมชาย คาดว่าจะขยายสาขาไปได้ถึง 8 สาขาในตลาดต่างประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ประชาคมอาเซียน


ดร.สมชาย ได้กล่าวถึงประชาคมอาเซียนที่จะเกิดขึ้นต่อด้วยว่า ตามที่คาดการณ์ไว้ประเทศต่างๆ จะเข้ามาสู่ประเทศไทยมากกว่าเพราะเชื่อว่าประเทศไทยจะกลายเป็นศูนย์กลางของประชาคมอาเซียนที่จะเกิดขึ้นในปี 2558 ซึ่งทางเราก็จะแบ่งตลาดได้ด้วยสินค้าที่มีคุณภาพและแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับในตลาดสากล ส่วนแผนในระยะยาวนั้นเราจำเป็นต้องการใช้คนในพื้นที่เข้าไปเพื่อแบ่งตลาดเข้ามา โดยใช้ระบบ One Code One World ให้คนต่างชาติเข้ามาเป็นสมาชิกเข้ารับการเทรนนิ่งเพื่อกลับไปยังประเทศและสามารถทำตลาดต่อไปได้


ในด้านยอดปี 2555 ที่ผ่านมาทาง บริษัท จอยแอนด์คอยน์คอร์ปอเรชั่น จำกัด มียอดการเจริญเติบโตอยู่ที่ 20% ซึ่งผิดจากที่ตั้งเป้าไว้เล็กน้อย และในส่วนปี 2556 ดร.สมชาย มั่นใจถึงศักยภาพขององค์กรและมองว่าในปี 2556 ที่จะถึงนี้จะเติบโตในด้านยอดขายและสมาชิกมากกว่า 20% ซึ่งในด้านกลยุทธ์ ดร.สมชาย ได้กล่าวว่า แผนที่จะผลักดันในการกระตุ้นการเติบโตของบริษัทนั้นได้แก่การเทรนนิ่งบุคลากรเพื่อเป็นการเสริมสร้างศักยภาพให้สมาชิกของ Join & Coin เพื่อให้ทุกคนมีองค์ความรู้นำมาพัฒนาในสายงานของตนเอง ซึ่งการพัฒนาบุคลากรคือการพัฒนาที่มั่นคงและยั่งยืนที่สุดในส่วนการส่งเสริมการตลาด ดร.สมชาย ได้มองถึงกลยุทธ์หลักคือ การจัดโปรโมชั่นและการจัดอีเว้นท์ ควบคู่กันไปเพื่อเป็นการกระตุ้นยอดขายให้แก่สมาชิกและบริษัท ทั้งนี้ในปี 2556 ระบบการจัดส่งของ Join & Coin จะมีความพร้อมซึ่งก็คือ ระบบการจัดส่งที่จะพัฒนาก้าวข้ามขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง ซึ่งการจัดส่งสินค้าของทางบริษัทนั้นจะสามารถจัดส่งสินค้าต่างๆ ได้ถึงมือผู้บริโภคอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพเพื่อตอบสนองความต้องการแก่ผู้บริโภค


และอีกสิ่งหนึ่งที่ ดร. สมชาย และ Join & Coin มุ่งหวังอย่างแท้จริงนั้นคือ เราไม่มองถึงประโยชน์ของการหารายได้เพียงอย่างเดียวแต่สิ่งที่เรามุ่งเน้นเป็นหลักตั้งแต่เริ่มธุรกิจมานั้นคือ โอกาสทางธุรกิจ และเราก็ให้ความสำคัญต่อทุกภาคส่วนนโยบายของเรานั้นคือการใช้แพลทฟอร์มที่จะเปิดโอกาสให้ผู้มีความสนใจในธุรกิจได้มีโอกาสเข้ามาร่วมก้าวเดินไปกับ Join & Coin พร้อมที่จะสร้างให้สมาชิกทุกคนมีวิธีคิดและหลักการเป็นของตนเอง ไม่จำเป็นต้องมาขึ้นกับบริษัท อนึ่ง บริษัทเรานั้นเปรียบเสมือนเป็นผู้ให้บริการแก่สมาชิก เพื่อช่วยเหลือให้สมาชิกทุกคนมีความสำเร็จ มีชีวิตที่ดี มีความคิดที่ดี เราไม่เคยคิดที่จะตีกรอบไว้ที่ว่าสมาชิกเมื่อมาซื้อของกับเราแล้วจะต้องนำสินค้าไปขายเพียงอย่างเดียวแต่ที่นี่สมาชิกทุกคนยังสามารถนำสินค้ามาขายด้วยและยังนำระบบไปขายต่อได้อีกด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้เรามองว่าเป็น นวัตกรรมขายตรงรูปแบบใหม่ซึ่งเป็นโอกาสแห่งชีวิตสำหรับผู้คน(Innovative Modern Trade MLM) ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้กับการนำบริษัท จอยแอนด์คอยน์คอร์ปอเรชั่น จำกัด ไปสู่การเป็นมหาชนหรือการตั้งระบบให้เป็นศูนย์กลางของการค้าขายรูปแบบใหม่ไม่ว่าจะเป็น ขายตรง ค้าปลีก หรือ ค้าส่ง จนกระทั่งถึงระดับสรรพสินค้าก็ตาม


ด้วยคอนเซ็ปที่ผ่านพ้นมาในอดีตนั้นก่อให้เกิดแผนใหม่ได้แก่แผนที่นำมาผสมซึ่งกันและกัน Hybrid ซึ่งเป็นกลยุทธ์แบบ Vertical Market หมายถึงเป็นการทำการตลาดแนวดิ่งไม่ว่าจะเป็นการผลิตเอง การขายส่ง การค้าปลีก จนไปถึงผู้บริโภค และก็ยังสมารถให้ผู้บริโภคสามารถเข้ามาเป็นสมาชิกเพื่อให้บริษัทเป็นผู้ให้บริการและผู้บริโภคก็จะสามารถกลายเป็นแฟนไชส์ซีของเราได้ ซึ่งแฟรนไชส์ซีก็มีโอกาสที่จะเป็นแฟนไชส์ซอว์ได้อีกด้วยหากผู้บริโภคผู้นั้นสามารถนำเอาธุรกิจนี้ไปขยายได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือนวัตกรรมทางการตลาดแบบใหม่ซึ่งเราเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้คือโอกาสสำหรับผู้คนในทุกช่วงอายุที่สามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโอกาสในส่วนนี้ได้


จัดทำและเรียบเรียงโดย www.thaimlmnews.com


วันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ผ่าปฏิบัติการเชิงรุก "จอย แอนด์ คอยน์ J&C" ย้ำ!ธุรกิจสำเร็จได้ต้องยึด3องค์ประกอบ


จอย แอนด์ คอยน์ เปิดกลยุทธ์สร้างฝันคนเครือข่าย พร้อมแนะ 3 องค์ประกอบนำทางธุรกิจสู่ความสำเร็จ เผยแผนการตลาดในวันนี้ ต้องครบสูตรและเอื้อประโยชน์ต่อทุกฝ่าย ส่วนสินค้าและบริการต้องยอดเยี่ยมสะกดใจสมาชิกด้วย... ด้าน ดร.สมชาย ชี้!วันนี้รูปแบบธุรกิจแนวใหม่ด้านไอทีกำลังมีบทบาทที่สำคัญในการทำธุรกิจให้ง่ายขึ้นกว่าในอดีต ลั่น!เตรียมสร้างสาขาไซส์ใหญ่ ให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปีนับจากนี้ รองรับการขยายตัวที่จะมีขึ้นในอนาคตอันใกล้

ดร.สมชาย หัชลีฬหา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เผยต่อ ตลาดวิเคราะห์ ว่า การทำธุรกิจขายตรงให้ประสบความสำเร็จในปัจจุบันนี้นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมี 3 องค์ประกอบหลัก คือ
1. เรื่องแผนการตลาด
2. เรื่องสินค้าและบริการ
3. เรื่องการรับรู้หรือการยอมรับ

โดยองค์ประกอบแรก คือ เรื่องของแผนการตลาดนั้น แต่ละบริษัทควรที่จะต้องออกแบบแผนการตลาด ด้วยการทำอย่างไร ให้ผู้ที่เข้ามาสู่ธุรกิจได้ผลประโยชน์ทุกคน และสามารถสร้างเครือข่ายได้เยอะ ๆ

วันนี้ต้องบอกว่า ที่จอย แอนด์ คอยน์ นั้น มี 2 แผนอยู่ในที่เดียวกัน หรือที่เรียกว่า ไฮบริดคอนเซ็ปต์ ซึ่งเป็นแผนที่มีการผสมผสานเพื่อสร้างความน่าสนใจ ด้วยรูปแบบของการจูงใจรายได้ จากแผนการตลาดและแรงจูงใจจากอย่างอื่นด้วย เช่น โปรโมชั่นการท่องเที่ยว การทำโปรโมชั่นต่าง ๆ เป็นต้น

องค์ประกอบที่ 2 คือ เรื่องของสินค้าและบริการ ที่ถือเป็นสิ่งที่สำคัญในการทำธุรกิจขายตรงอย่างมาก โดยสินค้าต้องมีความหลากหลายและครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย เช่นเดียวกับที่จอย แอนด์ คอยน์ เอง ที่มีสินค้ามากถึง 10,000 รายการ ทั้งในหมวดสุขภาพ หมวดความสวยความงาม หมวดสินค้าเกษตร หมวดสินค้าอุปโภคและบริโภค เป็นต้น

นอกจากนี้ ในเรื่องของการบริการ จอย แอนด์ คอยน์ ยังเน้นหนักอีกว่า ต้องทำให้ลูกค้าเกิดความพอใจและเกิดความเชื่อมั่นในเรื่องของคุณภาพ ที่สำคัญ บริษัทฯ กล้ายืนยันว่า สินค้าของบริษัทฯ ทุกตัว มีใบรับรองคุณภาพ

Certificate และเป็นที่ยอมรับ รวมถึงสินค้าทุกรายการ มีการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายด้วย
หัวใจที่สำคัญของการทำธุรกิจ เรื่องของการบริการ ถือว่าค่อนข้างมีความสำคัญอย่างมาก เห็นได้จากวันนี้บริษัทฯ ได้มีการเน้นในเรื่องของการฝึกอบรมให้พนักงานเกิดความเข้าใจในส่วนของการบริการให้มากขึ้น เพื่อให้ผู้ที่ได้รับการบริการเกิดความพอใจ พร้อมกับมองว่า วันนี้คนที่ชวนเข้ามาในธุรกิจจอย แอนด์ คอยน์ เราไม่ได้ชวนแค่เข้ามาเป็นนักขายอิสระหรือแค่บริโภคเท่านั้น แต่ต้องสามารถที่จะไปเปิดร้านเอง รวมถึงเปิดเป็นแฟรนไชส์ได้ด้วย

ดร.สมชาย เผยต่ออีกว่า ปัจจุบันนี้รูปแบบของการทำธุรกิจไม่ได้ตอบสนองเพียงแค่คนบางกลุ่มเท่านั้น แต่ต้องตอบสนองคนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นร้านโชห่วยหรือร้านขายปลีกย่อย ที่สามารถเข้ามาทำได้หมด เพื่อเป็นการยกระดับของตัวเขาเอง

ทั้งนี้ ในเรื่องของความสะดวกสบายในการทำธุรกิจก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญด้วยเช่นกัน ซึ่งทางจอย แอนด์ คอยน์เอง ก็ได้ให้ความสำคัญ ในเรื่องนี้มาโดยตลอด ภายใต้ปณิธานที่ว่า ขายตรงสะดวกซื้อ อาชีพที่เป็นไปได้ ทำง่ายและมั่นคง ซึ่งปัจจุบันนี้ บริษัทฯ ได้มีการสร้างเครื่องมือการทำงาน เพื่อให้ตอบสนองกับความต้องการของสมาชิกให้ได้มากที่สุด รวมถึงการทำให้สมาชิกทำงานง่ายขึ้นกว่าในอดีต ด้วยเครื่องมือที่ชื่อว่า ระบบ E-Wallet หรือระบบกระเป๋าเงินออนไลน์
ระบบ E-Wallet หรือระบบกระเป๋าเงินออนไลน์นั้น เป็นการซื้อขายออนไลน์ ที่ผู้จำหน่ายอิสระ สามารถทำงานด้วยตัวเองได้ และก็สามารถที่จะลงพื้นที่ในทุกพื้นที่ได้ ถ้ามีอินเตอร์เน็ต ซึ่งรูปแบบของการทำธุรกิจต่อจากนี้ จะไม่เป็นการให้ผู้จำหน่ายอิสระหอบสินค้าไปนำเสนออีกต่อไป แต่จะเป็นการนำเสนอสินค้า รวมถึงธุรกิจ ผ่านระบบออนไลน์นั่นเอง

ดร.สมชาย เผยต่ออีกว่า อีกหนึ่งเครื่องมือในการช่วยให้สมาชิกของบริษัทฯ ทำงานง่ายขึ้นนั่นก็คือ ในส่วนของสาขา โดยปัจจุบันนี้ บริษัทฯ ได้มีการลงทุนที่จะสร้างสาขาที่มีขนาดใหญ่ในจังหวัดใหญ่ ๆ บ้างแล้ว โดยคาดว่าไม่เกิน 2 ปีนับจากนี้น่าที่จะแล้วเสร็จอย่างแน่นอน

วันนี้จอย แอนด์ คอยน์ มีเป้าหมายต้องการที่จะสร้างขนาดของสาขาให้ใหญ่ขึ้น โดยในแต่ละสาขา จะต้องมีสถานที่ฝึกอบรม เสมือนหนึ่งเป็นซูเปอร์มาเก็ต มีที่จอดรถ มีที่ล้างรถ เรียกได้ว่ามีทุกอย่างในที่แห่งเดียว ซึ่งเชื่อว่ารูปแบบของธุรกิจของเรา น่าที่จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของทุกคนได้อย่างแน่นอน
สำหรับสาขาที่ทางจอย แอนด์ คอยน์ ได้เข้าไปลงทุนนั้น ในเฟสแรก อยู่ที่เชียงใหม่ พิษณุโลก ชลบุรี และที่สุขาภิบาล 3 (รามคำแหง 129) สุราษฎร์ธานี ตรัง หาดใหญ่ โดยสาขาดังกล่าวจะเป็นจุดศูนย์กลางในการกระจายสินค้าเพื่อความสะดวกสบายของสมาชิก และรองรับกับการเติบโตในอนาคตนั่นเอง
และองค์ประกอบที่ 3 คือ เรื่องของการรับรู้หรือการยอมรับ โดยจะต้องให้ผู้ที่เข้าสู่ธุรกิจเกิดการยอมรับ รวมถึงมีความฮึกเหิมในการทำงานตลอดเวลา และมีทัศนคติที่ดีต่อธุรกิจ

ผมขอบอกได้เลยว่า วันนี้คนที่ทำธุรกิจสำเร็จหรือไม่สำเร็จนั้น บางครั้งไม่ได้อยู่ที่การมีเครื่องมือดี หรือว่ามีความสามารถเท่านั้น โดยจะต้องมีความสามารถในการเข้าใจธุรกิจที่ทำด้วย รวมถึงผู้ที่เข้ามาสู่ธุรกิจนี้แล้ว ต้องมีความหวังและเกิดความหวังที่จะทำ ซึ่งจุดนี้ คือ แรงบันดาลใจ ที่จะทำให้เรานั้น อยากที่
จะทำและเกิดความมุ่งมั่นต่อไป

ดร.สมชาย กล่าวอีกว่า ปัจจุบันนี้บริษัทฯ ได้มีการออกแบบรูปแบบการฝึกอบรมใหม่ ซึ่งตนเองเป็นผู้สอน โดยเป็นการให้ความรู้กับสมาชิกที่อยากจะเรียนให้สำเร็จ พร้อมกับต้องการเพิ่มศักยภาพของตัวเอง

วันนี้บริษัทฯ ตั้งเป้าหมาย อยากที่จะมีผู้ที่เข้าร่วมอบรมครั้งละ 1,000 คน ให้ได้ โดยต้องบอกว่า ขณะนี้ จอย แอนด์ คอยน์ มีคนเข้ามาเป็นสมาชิกเดือนละ 10,000 คนเลยทีเดียว และบริษัทฯ ยังมีแนวคิดที่ว่า จะทำอย่างไรให้คน 1,000 คนมีความรู้ให้ได้ ซึ่งหากจะให้สอนคน 10,000 คน คงไม่มีความสามารถแน่นอน

ประธานฯ จอย แอนด์ คอยน์ เสริมต่อว่า ในการเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถ รวมถึงศักยภาพและการนำเสนอ ไปพร้อม ๆ กับการสร้างแรงกระตุ้นให้เกิดการฮึกเหิม และเกิดความเชื่อมั่นในธุรกิจนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความชำนาญ ซึ่งหากเมื่อทุกคนเกิดความชำนาญแล้ว ทุกอย่างก็จะง่ายและการทำงานก็จะสำเร็จด้วย

การทำธุรกิจที่จอย แอนด์ คอยน์ จะสำเร็จหรือไม่สำเร็จ ไม่ได้อยู่ที่ว่า มีความสามารถอย่างเดียว ต้องมีความสามารถทั้งกายและใจด้วย โดยใจก็สำคัญเช่นกัน ทัศนคติต้องดี โดยความพร้อมทั้งหมดที่จอย แอนด์ คอยน์ ได้สร้างในวันนี้ ผมเชื่อเหลือเกินว่า สิ่งเหล่านี้ จะเป็นโมเดลที่จะทำให้ทุกคน ไปสู่ความสำเร็จโดยไม่ยาก ดร.สมชาย กล่าวทิ้งท้าย

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ. ตลาดวิเคราะห์ ประจำวันที่ 1- 15 ธันวาคม 2555 ฉบับ 333

วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

MLM Gossip (ล้วงลับคนธุรกิจเครือข่าย) ซุบซิบ ค่าย จอย แอนด์ คอนย์ (J&C) กับ ดร. สมชาย หัชลีฬหา

 









 


 


 


 


 


 


 


 


สำหรับ ดร.สมชาย หัชลีฬหา บิ๊กบอสใหญ่แห่งขายตรงสะดวกซื้อ J&C ก็ชีพจรลงเท้าไม่ต่างกัน เริ่มจาก ต้นเดือนสัมมนาที่พัทยา ต่อด้วยไป ดูงานขอนแก่น กลางเดือนพาสมาชิก หลายร้อยชีวิตไปหลั่นล้าที่เมืองจีน กลับมาต่อด้วยไปดูงานที่พม่า ปิดท้าย ของเดือนด้วยสัมมนาที่พัทยา Again แล้วเริ่มต้นเดือนด้วยงานของ สมาคม- พัฒนาการขายตรงไทย (TSDA) นี่ยังไม่รวมทริปท่องเที่ยวอเมริกา กับสมาชิก J&C ตอนคริสต์มาส อีกนะเจ้าคะ โอ้ว...มายก็อด ตาราง แน่นได้อีกนะเจ้าคะ ว่าแต่ได้มองหาตัวช่วยไว้บ้างมั้ยเอ่ย เพราะ เห็นสาวๆ รอสมัครเป็นผู้ช่วยส่วนตั๊ว ส่วนตัว ของลูกชายท่าน ดร.กันใหญ่ เลยล่ะเจ้าค่ะ...อิอิ


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ปีที่9 ฉบับที่ 211 วันที่ 16-30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 



วันพุธที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2555

จอย แอนด์ คอยน์ ได้เปิดสถานีเคเบิลทีวีตลอด 24 ชั่วโมงแล้ว ภายใต้ชื่อ JC TV


ข่าวดี ข่าวด่วน สำหรับนักธุรกิจอิสระจอยแอนด์คอยน์ทุกท่าน ขณะนี้บริษัทของเราได้เปิดทำการสถานีเคเบิลทีวีตลอด 24 ชั่วโมงแล้ว ภายใต้ชื่อ JC TV หากบ้านของท่านมีจานดำ PSI สามารถเข้าไปดูได้ที่ช่อง 183 แต่หากท่านใดไม่ได้ใช้จานดำ ท่านสามารถปรับคลื่นไปได้ที่ frequency 3433V และ symborate 5000 ซึ่งรายการต่างๆ ของช่อง JC TV นี้จะเต็มไปด้วยสาระและความรู้ที่อัดแน่นพร้อมเสริฟให้ทุกท่านถึงบ้านกันเลยทีเดียว และเร็วๆ นี้ทุกท่านจะสามารถรับฟังความรู้และคำแนะนำดีๆ จากท่านประธาน ดร สมชาย หัชลีฬหาในรูปแบบรายการสด พร้อมกันนี้ ท่านประธานจะตอบทุกปัญหาหรือข้อสงสัยต่างๆในการทำธุรกิจของท่านแบบคำถามต่อคำถามกันเลยทีเดียว อย่าพลาด เตรียมเครื่องรับของท่านให้พร้อมกับความตื่นเต้นในรูปแบบใหม่ๆ กับ JC TV

วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2555

จอย แอนด์ คอยน์ (J&C) ลุยตลาดโค้งสุดท้ายตบเท้าจัดงานส่วนภูมิภาค


จอย แอนด์ คอยน์ J&C รุกจัดงานฝึกอบรมควบกับการพัฒนาระบบออนไลน์ เสนอแนวทางตลาดแบบใหม่ผ่านเทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมจัดงานใหญ่ตามภูมิภ่ค ประเดิมจัดงานต้นแบบหาดใหญ่ที่แรก ล่าสุดทุ่มทุน 25 ล้านบาท ซื้อที่ดินสร้างห้างโมเดร์นเทรด หาดใหญ่ ลั่นไม่หวั่นสถานการณ์น้ำพร้อมรับมือเต็มที่


ดร.สมชาย หัชลีฬหา ประธานกรรมการ บริหาร บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (J&C) เปิดเผยกับ เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ว่า แผนการตลาดในไตรมาสสุดท้าย บริษัทจะยังคงเน้นการฝึกอบรมให้กับสมาชิก เป็นหลัก โดยในช่วงที่ผ่านมา บริษัทจะเน้นฝึกอบรมให้กับสมาชิกกลุ่มย่อย แต่ในไตรมาสสุดท้ายจะเน้นฝึกอบรมในรูปแบบที่ใหญ่ขึ้น ควบคู่กับการพัฒนาระบบออนไลน์และการนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาใช้ในการดำเนินงาน ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรองรับบริษัท ที่มีการกำหนดให้เป็นขายตรงแบบโมเดิร์นเทรดมากขึ้น


ล่าสุด บริษัทได้จัดงานประกาศเกียรติคุณ MPD ระดับภูมิภาค ประจำปี 2555 ที่อำเภอ หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งงานดังกล่าวจัดขึ้น เพมื่อมอบเข็มเกียรติยศให้กับนักธุรกิจที่ยังไม่ขึ้นตำแหน่งสูงในภาคใต้ โดยการจัดงานดังกล่าวเป็นงานมอบเข็มเกียรติยศในระดับภูมิภาคของบริษัทและจะเป็นงานต้นแบบของการจัดงานในระดับภูมิภาค ซึ่งครั้งต่อไปจะจัดขึ้นในเดือนธันวาคมที่ภาคอีสาน ในจังหวัดขอนแก่น และต่อด้วย ภาคเหนือตามลำดับ


ในส่วนของร้านจอยมาร์ทปัจจุบันมีมากกว่า 40 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งขณะนี้บริษัทไม่มีแผนเน้นการขยายสาขาเพิ่มแต่จะเน้นการปรับรูปแบบของสาขาให้เป็นโมเดิร์นเทรดรวมถึงการเพิ่มจุดบริการ อีวอลเรท ซึ่งปัจจุบันมีจุดบริการ อีวอลเรท เพิ่มขึ้นกว่า 100 จุดทั้งนี้เพื่อเป็นการรองรับการสร้างห้างขายตรงตามจังหวัดใหญ่เพื่อเป็นฮับของภูมิภาคต่างๆ


เราได้จัดสรรงบประมาณ 25 ล้านบาท ซื้อที่ดีประมาณ 3 ไร่ บนถนนลพบุรีราเมศสร้างห้างฯ ขายตรงสะดวกซื้อ สาขาหาดใหญ่ คาดว่หากไม่มีอะไรผิดพลาด ห้างฯ ดังกล่าวจะสามารถเริ่มลงเสาได้ในเดือนกันยายนนี้


สำหรับภาพรวมของธุรกิจขายตรงในไตรมาสสุดท้าย บริษัทมองว่าจากสถานการณ์โลกในปัจจุบันที่ฝั่งยุโรปและสหรัฐอเมริกาได้มีนโยบายคิดอี 3 (มาตรการผ่อนคลายเชิงประมาณรอบ 3 ) เข้ามาช่วยในการเพิ่มสภาพคล่องเศรษฐกิจ ทำให้มีการจัดจ่ายใช้สอยและการลงทุนเพิ่มขึ้นนั้น บริษัทคาดว่าตั้งแต่ปลายปีนี้ไปจนถึงต้นปีหน้าจะทำให้การซื้อขายและการลงทุนในประเทสไทยรวมไปถึงทั่วทวีปเอเชียจะมีการปรับตัวและอัตราการซื้อขาย และการลงทุนจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย


ดร.สมชาย กล่าวต่อไปว่า สถานการณ์น้ำในปีนี้บริษัทไม่ได้กังวลแต่อย่างใด เนื่องจากการที่ได้เฝ้าสังเกตและติดตามสถานการณ์นั้น พบว่า ปริมาณน้ำในเขื่อนยังสามารถรอบรับปริมาณน้ำได้อีก ซึ่งมีปริมาณมากบวกกับทิศทางของน้ำแล้วในปีนี้ไม่น่าจะท่วม หรือหากท่วมจริงๆ บริษัทก็ได้เตรียมมาตรการรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวไว้แล้ว โดยปีนี้บริษัทได้เตรียมสต๊อกสินค้าไว้รองรับสำหรับช่วงเวลา 2 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่โรงงานไม่สามารถผลิตสินค้าได้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตามปีที่ผ่านมาบริษัทไม่ได้ผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมตามสาขาต่างๆ แต่จะมีปัญหาในการขนส่งสินค้าจากโรงงานไปสต๊อกไว้เพื่อจัดจำหน่ายได้ไม่เพียงพอ


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 208 วันที่ 1- 15 ตุลาคม พ.ศ. 2555

วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ข่าว J&C รุกแผนประชาสัมพันธ์ผ่าน Billboard

[gallery link="file"]


J&C รุกแผนประชาสัมพันธ์ผ่าน Billboard เริ่มประเดิมกันที่แรกตรงบริเวณด่านเก็บเงิน (ทางด่วน) งามวงศ์วาน เส้นทางมุ่งหน้าเข้าสู่ถนนงามวงศ์วาน เรียกได้ว่าใครผ่านไปผ่านมาแถวนี้เป็นต้องได้เห็นบิ๊กบอส ดร.สมชาย หัชลีฬหา ยืนสง่าต้อนรับสมาชิกทุกท่านเข้าสู่อาณาจักรจอย แอนด์ คอยน์ กันทุกคน ล่าสุดได้ขึ้นป้ายBillBoard แห่งใหม่ ใหญ่กว่าเดิม ตรงบริเวณมอเตอร์เวย์ กม.1 ขาเข้าเมืองจากสนามบินสุวรรณภูมิมุ่งหน้าพระราม 9 มุมมองด้านขวา ก็จะเห็นบิ๊กบอส ดร.สมชาย หัชลีฬหา ยืนต้อนรับทุกท่านทั้งสมาชิกชาวไทยและชาวต่างชาติสู่อาณาจักรจอย แอนด์ คอยน์ ขายตรงสะดวกซื้อหนึ่งเดียวของไทยอีกเช่นกัน คงต้องตามลุ้นกันต่อไปว่าป้ายBillboard แห่งต่อไปจะอยู่ที่ใด แว่วมาว่า จะยึดหัวหาดทั้ง 4 มุมเมืองเลยทีเดียว


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย:บริษัท จอย แอน์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด(J&C)

ข่าว จอยแอนด์คอยน์ (Join & Coin) เปิดตัวกาแฟเพื่อสุขภาพ JOIN Coffee

[gallery link="file"]


เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2555 ที่ผ่านมา บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้จัดงานเปิดตัวกาแฟเพื่อสุขภาพ "JOIN Coffee" ขึ้น ณ โรงแรมรัชดาซิตี้ โดยมีคุณอนุวัฒน์ ธรมธัช รองประธานกรรมการ บริษัทจอยแอนด์คอยน์ และกรรมการผู้จัดการ บริษัทจอยมาร์ท เป็นประธานในการแถลงข่าวเปิดตัวกาแฟเพื่อสุขภาพ "JOIN Coffee" พร้อมด้วยพรีเซ็นเตอร์สาวสวยสุขภาพดี มาแนะนำ 7 คุณประโยชน์ที่ได้จาก JOIN Coffee เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น สำหรับสมาชิก J&C ที่รักสุขภาพ และรักกาแฟตัวจริง โดยภายในงานมีบูทสาธิตการชงกาแฟ เพื่อให้สมาชิกได้ทดลองดื่มกาแฟ พร้อมโปรโมชั่นสมนาคุณพิเศษเฉพาะงานนี้งานเดียวเท่านั้น พลาดไม่ได้กับ JOIN Coffee กาแฟเพื่อสุขภาพ หาซื้อได้ที่ จอย แอนด์ คอยน์ ทุกสาขาทั่วประเทศ


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย:บริษัท จอย แอน์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด(J&C)

วันอาทิตย์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ธัญพิสิษฐ์ - อุษากานต์ ศรีบาง เปิดม่าน...บ้านหลังงาม 10 ล้าน. กับ ธุรกิจ จอยแอนด์คอยน์ - Join & Coin (J&C)


เปิดม่าน...บ้านหลังงามมูลค่ากว่า 10 ล้านบาทภายใต้ ตระกูลศรีบาง 2 สามี - ภรรยาผู้ปลุกปั้นความสำเร็จที่สัมผัสได้ในธุรกิจขายตรงไทยนาม...ธัญพิสิษฐ์ - อุษากานต์ศรีบาง


บนถนนเส้นรัตนาธิเบศร์ กลายเป็นฐานปฏิบัติการใหญ่ของที่ตั้งสำนักงานใหญ่ขายตรงค่ายจอยแอนด์คอยน์หรือเรียกสั้น ๆ ว่าJ&Cส่วนอีกฟากฝั่งถนนที่อยู่มิไกลกันมากนัก เราจะเห็นป้ายโครงการเพอร์เฟคมาสเตอร์พีซตั้งเด่นเป็นสง่าไม่แพ้กัน หรือถ้าเรียกกันในภาษา J&C...โครงการแทบจะทั้งโครงการ ล้วนเป็นเป้าที่ผู้นำจอยแอนด์คอยน์ต้องการซื้อไว้เป็นที่พำนัก เพราะมองรอดรั้วไปฝั่งตรงข้าม ก็จะเป็นอาคารสำนักงานใหญ่ J&C ส่วนด้านหลังโครงการจะเป็นที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมจอยแอนด์คอยน์ที่เอื้ออำนวยทั้งความสะดวกในโครงการมาสเตอร์พีซและบริเวณรอบนอก
โดยภายในตัวบ้านมีพื้นที่ใช้สอยกว่า 90 ตารางวา รวมทรัพย์สินพร้อมตกแต่ง ก็มีมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท
...เมื่อเดินย่างกรายเข้าไปในบริเวณพื้นที่หน้าบ้าน ก็ได้สัมผัสกับความร่มรื่นของหมู่มวลแมกไม้ ที่จัดสวนไว้อย่างสวยงาม...ขยับเท้าย่างเข้าไปในตัวบ้าน ทุกจุด ทุกมุม ไม่ว่าจะเป็น ห้องนั่งเล่น ห้องนอน หรือแม้แต่ห้องน้ำ...ได้ถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
...เหลียวมองไปเฟอร์นิเจอร์ ผ้าม่าน เกิดแสงจรัสวูบวาบ เพราะเป็นสีทองนวลแทบทั้งหลัง...สีทอง นั่นหมายถึง สีในความเป็นตัวตนของจอยแอนด์คอยน์และบ่งบอกความหรูหราของเจ้าของบ้าน โดยมีแม่บ้านอุษากานต์คอยเป็นผู้กำกับและตกแต่งด้วยตนเอง
และที่สำคัญ...ยังมีห้องพระ เพราะบอสใหญ่ดร.สมชายหัชลีฬหาผู้นำทัพ เป็นนักแสวงบุญ เพราะฉะนั้นผู้นำแถวหน้าของค่ายนี้ ก็จะเดินตามรอยบุญบอสใหญ่กันแทบทั้งสิ้น
ห้องพระจะเป็นห้องที่เรา2คนชอบไปนั่งสมาธิเวลาที่เครียดๆก็จะทำเราจิตใจเราสบายขึ้นก็ต้องบอกว่าเป็นห้องโปรดของเราทั้งคู่เลย... อุษากานต์และธัญพิสิษฐ์กล่าวถึงความชอบที่มีเหมือน ๆ กัน
และ 2 คนนี้ ไม่ได้สร้างความรวยกระจุกไว้ที่ตัวเอง แต่ยังกระจายความรวยไปสู่สมาชิกภายใต้สายงาน จนพวกเขามีบ้านในฝัน โดยซื้อบ้านที่โครงการหมู่บ้านพิมพ์ภัสสรสนนราคาประมาณ 5 ล้านกว่า ๆ ตั้งเด่นอยู่ตรงแยกบางบัวทอง ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้ว ปี ๆ หนึ่งจะมีทีมงานซื้อบ้านประมาณ 3-4 หลังต่อปี หรือไม่ก็จะเป็นแถวบางพลีอีก 4-5 หลัง
นี่คือความภาคภูมิใจเพราะเราสามารถช่วยให้น้องๆหลายคนที่เขาไม่มีความรู้ไม่มีประสบการณ์สามารถสร้างบ้านหลังงามๆอยู่ได้แถมยังพาพ่อพาแม่พาลูกพาหลานมาอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขได้ส่งลูกเรียนต่อที่โรงเรียนดีๆเสมือนได้สืบทอดความร่ำรวยต่อยอดกันไปเรื่อยๆทั้งคู่กล่าวด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม - แจ่มใส
ในปีหนึ่ง ๆ เรามีโอกาสไปขึ้นบ้านใหม่ของทีมงาน 3 - 4 หลัง พอมากปีเข้า ก็ลืมไปว่าบ้านใคร อยู่ที่ไหน... เพราะมัวแต่ไปขึ้นบ้านหลังใหม่ทุก ๆ ปี จนมึน...
ที่สำคัญ...เราได้เป็นแกนหนึ่งที่ช่วยเหลือประเทศชาติให้ผู้คนได้อยู่ดี...กินดี ช่วยขจัดปัญหาความยากจน ความไม่มีอาชีพ...เราเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างอาชีพให้กับผู้คน สร้างให้เขารวย มีที่อยู่ที่กิน สามารถจับจ่ายใช้สอยสะดวกมือ นี่คือ ความสวยงามของธุรกิจเครือข่ายเพียงเสี้ยวหนึ่ง
เพราะธุรกิจเครือข่าย นอกจากจะสร้างให้ผู้คนร่ำรวยแล้ว ยังเปิดโอกาสให้คนจน ๆ ได้มีโอกาสท่องเที่ยวในต่างแดน ได้มีโอกาสเปิดโลกกว้าง สู่การเรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ ๆ เรียนรู้เกร็ดในการใช้ชีวิต การพัฒนาของเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำนำสมัย
ฉะนั้น...การได้ขึ้นเที่ยวบินครั้งแรก ก็เป็นเรื่องที่น่าประทับใจ...โอ้โห เราได้ขึ้นเครื่องแล้วหรือนี่ เราดีใจมาก...ครั้งแรก ยังแอบคิดว่าเป็นตัวเราเหรอเนี่ยที่ได้มาท่องเที่ยวต่างประเทศ... ที่ผ่านมาตัวเราทำอะไรอยู่คนที่ร่ำรวยคนที่สำเร็จในธุรกิจนี้ก็มีมาก และก็ไม่ได้ต่างอะไรจากเรา ในเมื่อตัวเราก็มีความสามารถไม่ต่างกัน แล้วเราจะไปกลัวอะไร...โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เราได้พิสูจน์ให้เขาเห็นแล้วว่า ระบบของเรา สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือได้
แถมยังพ่วงความมั่นคง มอบเป็นมรดกได้ชั่วลูกชั่วหลานอีกต่างหาก...นี่หรือที่เขาบอกว่ามนต์เสน่ห์ขายตรงที่สร้างคนจนให้ร่ำรวยได้ด้วยพลังเครือข่ายเพียงหยิบมือ...
...ก็เป็นความสำเร็จ ความรู้ที่ดี ๆ ในจิตใจ และมันเป็นกำไรชีวิต ที่ไม่สามารถประเมินคุณค่าได้
และไม่น่าเชื่อว่าที่จอยแอนด์จอยน์แห่งนี้ จะสามารถผลิตเงินหลักหมื่นในปีแรก ส่วนปีถัดไปขยับ 2 - 3 แสนบาท/เดือน สุดท้ายรายได้วิ่งไปชนหลักล้านเพียงไม่กี่ปี...ซึ่งมนุษย์อย่างเรา ก็เป็นคนหนึ่งที่ทำได้และได้สัมผัสกับเงินล้านจริง ๆ ในธุรกิจขายตรงไทย
เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ของทั้งคู่...ไม่ได้จบแค่เอาเงินทองมากองไว้หน้าบ้านตัวเองอย่างเดียว แต่ต้องไปกองไว้ที่บ้านหลังอื่นด้วย
ฉะนั้น ภารกิจนับจากนี้ ทั้ง 2 จึงต้องการปั้นทีมงานให้แตะยอดหลักแสน/เดือน ราว ๆ 200 คน ภายใน 2 ปี
โดยจะเริ่มต้นจากการพัฒนาระบบคน จากคนธรรมดาสู่มืออาชีพ ให้สามารถสร้างเนื้อ สร้างตัวได้ ตามนโยบายบริษัท แล้วเดินทางไปด้วยกัน ภายใต้ทีมไฟว์สตาร์เราจะส่งแพ็คเกจสำเร็จรูปให้กับทุก ๆ ท่าน...แล้วก้าวเดินไปสู่ความสำเร็จพร้อม ๆ กัน


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่324 ประจำวันที่16 - 31 กรกฏาคม 2555