ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาเจล เอ็นเตอร์ไพรส์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาเจล เอ็นเตอร์ไพรส์ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

“อีพิค” ดูดแม่ทีมดังร่วมทีม “นิติ” นำร่อง “อาเจล” แห่ซบ







1235959_408159125951298_1498159882_n (Mobile)

 


ช็อก !! วงการขายตรงเมืองไทย เมื่อ “อีพิค” ปล่อยพลังดูด เปิดตัวผู้นำหมายเลขหนึ่งแห่งค่ายอาเจล “นิติ สว่างทรัพย์” เข้าร่วมทัพ หลังซุ่มเงียบเจรจากันเป็นแรมเดือน วงในเผยแผนใหญ่เตรียมใช้สำนักงานใหญ่ของ อาเจล ในไทย เป็นฐานบัญชาการใหม่ อีพิค แบไต๋จ่อโชว์ตัวผู้นำต่างค่ายอีกเพียบ ด้าน “นิติ” ยอมรับตัดสินใจค่อนข้างนาน แต่จำใจต้องจาก เหตุความคิดเห็นไม่ตรงกัน มั่นใจศักยภาพบริษัทใหม่ทั้งเงินทุน ผู้บริหาร และสินค้าเด่น เชื่อช่วยทีมงานประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก บริษัท อีพิค (ประเทศไทย) จำกัด (EPIC) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของกลุ่มบริษัท เบอร์จายา กรุ๊ป ที่มี Tan Sri Vicent Tan มหาเศรษฐีชาวมาเลเซียเป็นเจ้าของได้เปิดตัวทีมผู้บริหารอย่าง Glen Jensen อดีตผู้ก่อตั้ง บริษัท อาเจลฯ ปัจจุบันนั่งตำแหน่งประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท อีพิคฯ และ ชัยวัฒน์ ชัยจินดาวัธน์ อดีตผู้บริหารของ บีฮิบ (ไทยแลนด์) ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานฝ่ายภูมิภาคเอเชีย ดูแลตลาดเอเชีย และประเทศไทย อย่างเป็นทางการ ปรากฏมีกระแสข่าวว่าได้ดึงผู้นำจากค่ายขายตรงหลายแห่งมาร่วมทีมเป็นจำนวนมาก


ล่าสุด นิติ สว่างทรัพย์ ผู้นำหมายเลขหนึ่งของ อาเจล ประเทศไทย ได้ตัดสินใจยื่นใบลาออกจากบริษัท อาเจลฯ อย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว เพื่อเข้ามาร่วมธุรกิจ กับ บริษัท อีพิคฯ อย่างเป็นทางการ ซึ่งการเข้ามาร่วมธุรกิจกับอีพิคในครั้งนี้ ถือว่าได้สร้างความมึนงง!! ให้กับสมาชิกของอาเจลเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่า นิติ สว่างทรัพย์ คนนี้เป็นผู้บุกเบิกตลาดอาเจลในประเทศไทย และในกลุ่มประเทศอาเซียน จนทำให้อาเจลก้าวขึ้นมามียอดขายติดอันดับต้นๆ ของประเทศไทย และถือว่าเป็นผู้นำต้นแบบของหลายๆ คน ในวงการขายตรงไทย จากการที่เขาประกาศชัดเจนว่าจะยืนหยัดสู้ต่อไป แม้ บริษัท อาเจลฯ จะประสบวิกฤติอย่างหนักก็ตาม


นอกจากการลาออกจาก อาเจล ประเทศไทย อย่างเป็นทางการของ นิติ สว่างทรัพย์ แล้ว แหล่งข่าววงในยังระบุอีกว่า บริษัท อีพิคฯ เตรียมจะใช้สำนักงานใหญ่ของ อาเจล ประเทศไทย ในปัจจุบัน มาเป็นฐานบัญชาการของอีพิค อีกด้วย ซึ่งแหล่งข่าวจาก อาเจล ประเทศไทย ยอมรับว่าขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการหาสถานที่ เพื่อใช้เป็นสำนักงานเห่งใหม่ของ อาเจล ประเทศไทย อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ อีพิค (ประเทศไทย) ได้แถลงข่าวเปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการ เมื่อปลายเดือนกันยายน 2556 โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทางกลุ่มผู้นำ นำโดย นิติสว่างทรัพย์ ได้จัดประชุมกัน เพื่อจัดให้มีการวางผังองค์กรเป็นครั้งแรก


ด้าน นิติ สว่างทรัพย์ นักธุรกิจอิสระเปิดใจว่า การตัดสินใจลาออกจากอาเจลเพื่อมาร่วมธุรกิจกับอีพิคในครั้งนี้ ถือเป็นการตัดสินใจค่อนข่างยากมาก ซึ่งต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน โดยเหตุผลที่ลาออกมาในครั้งนี้เป็นเพราะความคิดเห็นหลายอย่างไม่ตรงกันกับทางผู้บริหารของอาเจล จึงจำใจต้องตัดสินใจลาออกมา อย่างไรก็ตามจากการที่เคยได้ร่วมงานกับ Glen Jensen ประธานผู้ก่อตั้ง อีพิค เมื่อ 6-7 ปีก่อน ทำให้มีความเชื่อมั่นในการบริหารงาน และด้วยความพร้อมรอบด้านของบริษัทจึงเชื่อว่าจะนำพาทีมงานให้สามารถ ประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน


ขณะเดียวกัน ปัจจัยที่จะทำให้ทีมงานประสบความสำเร็จไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทีมผู้บริหารอย่าง Tan Sri Vicent Tan ที่ถือว่ามีความเข้าใจและมีแหล่งเงินทุนมหาศาลที่คอยให้การสนับสนุน โดยมอบหมายให้ Glen Jensen มีอำนาจในการบริหารงานอย่างเต็มที่ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัทที่คาดว่าจะสร้างความฮือฮาให้กับวงการขายตรงระดับโลกอย่างแน่นอน ที่สำคัญไปกว่านั้น ด้วยแผนการจ่ายผลตอบแทนที่ทำง่ายและไม่ต้องลงทุนเยอะ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เชื่อว่าจะทำให้อีพิคเติบโตอย่างยั่งยืน


“การที่ผมลาออกจากอาเจล ส่วนตัวคิดว่าไม่น่าจะมีผลกับบริษัทมากนัก เพราะทางผู้บริหารของอาเจลเองก็ยืนยันแล้วว่าจะให้การสนับสนุนในการททำตลาดในเมืองไทยต่อไป ซึ่งผมก็ได้บอกกับน้องๆทุกคนแล้วว่าให้มองที่ตัวเองเป็นหลัก แม้ผมจะไม่อยู่ทุกคนก็สามารถที่จะประสบความสำเร็จได้ ส่วนที่จะมีใครตามมาหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเขา สำหรับกระแสข่าวที่ออกมาว่าทางอีพิคจะใช้สำนักงานของอาเจล เป็นสำนักงานนั้นยังไม่มีข้อสรุป เพราะก่อนหน้านี้ผมได้เสนอกับทาง บริษัท อีพิคฯ ไปว่าให้ลองติดต่อกับทางเจ้าของอาคารแห่งนี้ดู ส่วนเขาจะตกลงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับนโยบายและการตัดสินใจของผู้บริหารของบริษัทเป็นหลัก” นิติ กล่าว


 


 


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 234 ประจำวันที่ 16-31 พฤศจิกายน 2556


 

วันพุธที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

“อีพิค (EPIC)” ดูดแม่ทีมดังร่วมทีม “นิติ สว่างทรัพย์” นำร่องทิ้ง “อาเจล” ย้ายค่าย

Head


boss3


niti_sawangsap2


 


ช็อกวงการขายตรงเมืองไทย เมื่อ “อีพิค” ปล่อยพลังดูด เปิดตัวผู้นำหมายเลขหนึ่งแห่งค่ายอาเจล “นิติ สว่างทรัพย์” เข้าร่วมทัพ หลังซุ่มเงียบเจรจากันเป็นแรมเดือน วงในเผยแผนใหญ่เตรียมใช้สำนักงานใหญ่ของ อาเจล ในไทย เป็นฐานบัญชาการใหม่ อีพิค แบไต๋จ่อโชว์ตัวผู้นำต่างค่ายอีกเพียบ ด้าน “นิติ สว่างทรัพย์” ยอมรับตัดสินใจค่อนข้างนาน แต่จำใจต้องจาก เหตุความคิดเห็นไม่ตรงกันมั่นใจศักยภาพบริษัทใหม่ทั้งเงินทุน ผู้บริหาร และสินค้าเด่น เชื่อช่วยทีมงานประสบความสำร็จได้ไม่ยาก


                ผู้สื่อข่ายรายงานว่า หลังจาก บริษัท อีพิค (ประเทศไทย) จำกัด (EPIC) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของกลุ่มบริษัท เบอร์จายา กรุ๊ป ที่มี Tan Sri Vincent Tan มหาเศรษฐีชาวมาเลเซียเป็นเจ้าของได้เปิดตัวทีมผู้บริหารอย่าง Glen Jensen อดีต ผู้ก่อตั้ง บริษัท อาเจลฯ ปัจจุบันนั่งตำแหน่งประธาน ผู้ก่อตั้ง บริษัท อีพิคฯ และ ชัยวัฒน์ ชัยจินดาวัธน์ อดีตผู้บริหารของ บีฮิบ (ไทยแลนด์) ปัจจุบันดำรงตำแหน่งของรองประธานฝ่ายภูมิภาค เอเชีย ดูแลตลาดเอเชีย และ ประเทศไทย อย่างเป็นทางการ ปรากฏมีกระแสข่าวว่าได้ดึงผู้นำจากค่ายขายตรงหลายแห่งมาร่วมทีมเป็นจำนวนมาก


                ล่าสุด นิติ สว่างทรัพย์ ผู้นำหมายเลขหนึ่งของ อาเจล ประเทศไทย ได้ตัดสินใจยื่นใบลาดออกจาก บริษัท อาเจลฯ อย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว เพื่อเข้าร่วมธุรกิจกับ บริษัท อีพิคฯ อย่างเป็นทางการซึ่งการเข้ามาร่วมธุรกิจกับอีพิคในครั้งนี้ ถือว่าได้สร้างความมืนงง ให้กับสมาชิกของอาเจลเป็นอย่างมากเนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่า นิติ สว่างทรัพย์คนนี้เป็นผู้บุกเบิก ตลาดอาเจล ในประเทศไทย และ ในกลุ่มประเทศอาเซียน จนทำให้อาเจลก้าวขึ้นมามียอดขายติดอันดับต้นๆ ของประเทศไทย และถือว่าเป็นผู้นำต้นแบบของหลายๆ คนในวงการขายตรงไทย จากการที่เขาประกาศชัดเจนว่าจะยืนหยัดสู้ต่อไป แม้บริษัท อาเจลฯ จะประสบวิกฤติอย่างหนักก็ตาม


                นอกจากการลาออกจาก อาเจล ประเทศไทย อย่างเป็นทางการของ นิติ สว่างทรัพย์ แล้ว แหล่งข่าววงในยังระบุอีกว่า บริษัท อีพิคฯ เตรียมจะใช้สำนักงานใหญ่ของอาเจล ประเทศไทย ในปัจจุบัน มาเป็นฐานบัญชาการของ อีพิค อีกด้วย ซึ่งแหล่งข่าวจาก อาเจลประเทศไทย ยอมรับว่าขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการหาสถานที่ เพื่อใช้เป็นสำนักงานแห่งใหม่ ของ อาเจล ประเทศไทย อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ อีพิค (ประเทศไทย ) ได้แถลงข่าวไปอย่าง ไม่เป็นทางการ เมื่อปลายเดือนกันยายน 2556 โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทางกลุ่มผู้นำ นำโดย นิติ สว่างทรัพย์ ได้จัดประชุมกัน เพื่อจัดให้มีการวางผังองค์กรเป็นครั้งแรก


                ด้าน นิติ สว่างทรัพย์ นักธุรกิจอิสระเปิดใจกับหนังสือพิมพ์ “เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค” ว่า การตัดสินใจลาออกจากอาเจลเพื่อมาร่วมุรกิจกับอีพิคในครั้งนี้ ถือเป็นการตัดสินใจค่อนข้างยากมาก ซึ่งต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน โดยเหตุผลที่ลาออกมาในครั้งนี้เป็นเพราะความคิดเห็นหลายอย่างไม่ตรงกันกับทางผู้บริหารของอาเจล จึงจำใจต้องตัดสินใจลาออกมา อย่างไรก็ตามจากการที่เคยได้ร่วมงานกับ Glen Jensen ประธานผู้ก่อตั้ง อีพิค เมื่อ 6-7 ปีก่อน ทำให้มีความเชื่อมั่นในการบริหารงาน และด้วยความพร้อมรอบด้านของบริษัทจึงเชื่อว่าจะนำพาทีมงานให้สามารถประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน


                ขณะเดียวกัน ปัจจัยที่จะทำให้ทีมงานประสบความสำเร็จไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทีมผู้บริหารอย่าง Tan Sri Vincent Tan ที่ถือว่ามีความเข้าใจและมีแหล่งเงินทุนมหาศาลที่คอยให้การสนับสนุน โดยได้มอบหมายให้ Glen Jensen มีอำนาจในการบริหารงานอย่างเต็มที่ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัทที่คาดว่าจะสร้างความฮือฮาให้กับวงการขายตรงระดับโลกได้อย่างแน่นอน ที่สำคัญไปกว่านั้น ด้วยแผนการจ่ายผลตอบแทนที่ทำง่ายและไม่ต้องลงทุนเยอะ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เชื่อว่าจะทำให้อีพิคเติบโตอย่างยั่งยืน


                “การที่ผมลาออกจากอาเจล ส่วนตัวคิดว่าไม่น่าจะมีผลกับบริษัทมากนัก เพราะทางผู้บริหารของอาเจลก็ยืนยันแล้วว่าจะให้การสนับสนุนในการทำตลาดในเมืองไทยต่อไป ซึ่งผมก็ได้บอกกับน้องๆ ทุกคนแล้วว่าให้มองที่ตัวเองเป็นหลัก แม้ผมจะไม่อยู่ทุกคนก็สามารถที่จะประสบความสำเร็จได้ ส่วนที่จะมีใครตามมาหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเขา สำหรับกระแสข่าวที่ออกมาว่าทางอีพิค จะใช้สำนักงานของอาเจลเป็นสำนักงานนั้นยังไม่มีข้อสรุป เพราะว่า ก่อนหน้านี้ผมได้เสนอกับทางบริษัท อีพิคฯ ไปว่าให้ลองติดต่อกับทางเจ้าของอาคารแห่งนี้ดู ส่วนเขาจะตกลงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับนโยบายและการตัดสินใจของผู้บริหารของบริษัทเป็นลัก” นิติ สว่างทรัพย์ กล่าว


ขอขอบคุณ ข้อมูลและเนื้อหา จาก นสพ. เดอะพาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ปีที่ 10 ฉบับที่ 235 วันที่ 16-30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556


วันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

"กรมขายตรง"ยกระดับ"ขายตรง"







1011704_538696539499907_1209108848_n (Mobile)


ถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง สำหรับแนวคิด การตั้งหน่วยงานอิสระ โดยการสนับสนุนของภาครัฐ เพื่อกำกับ ดูแลวงการธุรกิจขายตรงอย่างจริงจัง และเป็นหน่วยงานที่ดูแลเฉพาะเพียงธุรกิจขายตรงเท่านั้น ซึ่งหลายฝ่ายเห็นพ้องว่า ธุรกิจขายตรงมีความคล้ายคลึงกับธุรกิจประกัน แต่ธุรกิจประกัน กลับเป็นที่ยอมรับและพัฒนาไปไกลกว่า เนื่องจากมีหน่วยงาน อย่าง "สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)" คอยกำกับดูแลอยู่แล้วเหตุใดธุรกิจขายตรงจะพัฒนาขึ้นตามไม่ได้ หากมีหน่วยงานอะไรสักอย่าง ที่เข้ามากำกับดูแลอย่างเฉพาะธุรกิจ


นายวสันต์ ลิขิตเสถียร รองประธานกรรมการอาวุโส บริษัท อาเจล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า อยากให้ภาครัฐ ตั้งหน่วยงานที่กำกับดูแลธุรกิจขายตรงอย่างเฉพาะขึ้นมาเสียที เนื่องจากจะได้ตัดปัญหาที่มีมากมายในวงการขายตรงให้หมดไป ถึงแม้ปัญหาจะยังมีใหม่ๆ ตลอด แต่อย่างน้อยก็จะมีหน่วยงานให้ผู้ประกอบการและผู้บริโภคได้เรียกร้องความเป็นธรรม เมื่อถูกเอาเปรียบหรือถูกหลอกลวงทำให้เสียหาย


"ก็คงจะเหมือนๆ กับบริษัทอื่นๆ เพราะอยากให้มีหน่วยงาน ดูแลวงการขายตรงอย่างเฉพาะขึ้นมาจริงๆ สักที แต่จะใช้ชื่ออะไร ก็คงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง อาจจะเป็นกรมขายตรงก็ได้ แต่ก็คงจะไม่หนีจากนี้ เพราะตอนนี้อย่างในธุรกิจ ประกันก็มีหน่วยงานดูแล และธุรกิจ ขายตรงที่มีมูลค่าตลาดรวมมหาศาล จะมีหน่วยงานที่ดูแลไม่ได้เชียวหรือ"


"คงไม่มีใครอยากให้ปัญหาแชร์ลูกโซ่ หรือปัญหากลุ่มแอบอ้าง หลอกลวง มาฉวยโอกาสเอาเปรียบ คนที่ตั้งใจทำธุรกิจนี้จริงๆ เพราะมันส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ขายตรงมาก ทั้งๆ ที่ธุรกิจนี้เป็นอะไรที่สวยงาม เพราะมีหลายคนที่เข้าสู่ธุรกิจนี้แล้วเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองกลายมาเป็นเศรษฐีได้จำนวนไม่น้อย ผมอยากให้ทุกคนมองว่า ธุรกิจนี้ให้ได้จริงๆ"


รองประธานกรรมการอาวุโส "อาเจล" ได้กล่าวต่อว่า ในอีกมุมมองหนึ่ง อาจเป็นเพราะรัฐบาลยังไม่เข้าใจในธุรกิจขายตรง ทำให้ไม่สามารถจัดการปัญหานี้ได้ เพราะกฎหมายฉบับปัจจุบันที่ใช้บังคับอยู่ค่อนข้างล้าสมัยมาก ควรมีการปรับ แก้ไขได้แล้ว เพื่อให้เข้ากับยุคเทคโนโลยีนี้ ไม่อย่างนั้นจะเป็น ช่องโหว่ให้กลุ่มไม่หวังดีหาผลประโยชน์ไปเรื่อยๆ


"น่าจะมีการระดมความคิดจากบริษัทยักษ์ใหญ่หรือทุกบริษัท เพื่อหาทางออกเกี่ยวกับเรื่องนี้ ว่าต้องการเปลี่ยน แปลงอะไรในธุรกิจขายตรง เพื่อให้เกิดสิ่งใหม่ทำให้วงการขายตรงพัฒนาต่อไปได้ และคนที่สนใจธุรกิจขายตรงนี้ จะมีความมั่นใจและกล้าเข้ามาทำธุรกิจเครือข่ายมากขึ้น เพราะถือเป็นอาชีพรายได้เสริมอีกอย่างที่สามารถทำควบคู่กับงานประจำ หรือจะทำเต็มเวลาก็ย่อมได้"





Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันจันทร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ข่าว อาเจล (Agel) : มุ่งมั่นกว่า อดทนกว่า เราย่อมได้สิ่งที่ดีกว่า "กฤษฎา เจนวิชชุวงศ์" นักธุรกิจระดับ One star diamond บริษัท อาเจล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด







666 (Mobile)


จากผู้ที่ประสบความสำเร็จในการหาเงิน แต่กลับล้มเหลวในการใช้ชีวิต แม้จะเป็นเจ้าของธุรกิจสวนยางหลายร้อยไร่ ซึ่งกลับไม่มีเวลา ให้กับครอบครัว จนกระทั่งคนที่รักสุดดวงใจ ได้จากไป


อะไรที่ทำให้เข้ามาจับ MLM


"ผมเคยประสบความสำเร็จในอาชีพการงาน แต่สิ่งที่น่าเศร้าก็คือ ผมต้องแลกความสำเร็จเหล่านั้นด้วยเวลาทั้งชีวิตของผม ในแต่ละวันผมยุ่งมากจนไม่มีเวลาให้ใครเลย ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่า พ่อกับแม่ภูมิใจในความสำเร็จครั้งนี้ของผมมั้ยเพราะผมไม่มีแม้แต่เวลาที่จะกลับไปเยี่ยมและถามท่านเลย แม้กระทั่ง วันที่แม่ผมป่วย ผมมีเวลาอยู่กับแม่แค่ 2-3 วันก่อนที่แม่จะเสียเท่านั้น!!!...นี่เหรอ ความสำเร็จที่ผมตามหามาตลอดชีวิต"


ธุรกิจ MLM ให้อะไรบ้าง


"ตลอดระยะเวลา 3 ปีกับอาเจลมีทั้ง ความประทับใจและความมหัศจรรย์เกิดขึ้น ในชีวิตผมมากมาย แม้ผมไม่ได้เรียนจบมา ทางสายการแพทย์ แต่ผมกลับได้มีโอกาส ช่วยเหลือคนที่เจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ ให้กลับมามีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้นทุกทิศทั่วไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ส่งผลให้ผมมีรายได้จากอาเจลแซงรายได้จากธุรกิจที่ผมหยุดไปทั้งหมดแต่ผมกลับมีเวลาว่างให้กับตัวเองและคนรอบข้างเพิ่มมากขึ้น"


ตอนนี้อยู่ตำแหน่งใด และได้ไปเที่ยวไหนบ้าง


"ทำมา 3 ปี อยู่ในตำแหน่งวันสตาร์ ไดมอนด์ รายได้ประมาณ 500,000 กว่าบาท มีโอกาสไปเที่ยวต่างประเทศกับครอบครัวมากกว่า 8 ประเทศทั่วโลก รวม 13 ครั้ง ไม่ว่าจะเป็น สเปน อิตาลี ฝรั่งเศส จีน ฮ่องกง เกาหลี สิงคโปร์ รวมถึงสหรัฐอเมริกาที่เค้าร่ำลือกันว่าไปกันยากนักหนา ผมก็มีโอกาสได้ไปมาแล้ว"


รู้สึกเสียใจกับอะไรในชีวิต


"ตั้งแต่ผมจำความได้ ผมรู้สึกว่า ผมไม่เคยทำอะไรให้พ่อกับแม่ภูมิใจเลย จนผมได้ขอแม่พาผมไปขายน้ำแข็งที่ต่างจังหวัด ด้วยความที่ผมมีแต่ความอยากตามประสาเด็กๆ และไม่มีประสบการณ์ สุดท้ายผมก็พาแม่ไปลำบากและก็ขาดทุน กลับมา ผมเป็นคนเดียวในบ้านที่ทำให้ พ่อกับแม่เป็นหนี้ก้อนโตจากการลงทุนในครั้งนั้น"


เคยท้ออะไรสุดๆ ใน MLM


"เป็นเรื่องปกติที่ต้องเจอ แต่ถือว่าเป็นอุปสรรคที่จะทำให้เราไปสู่ความสำเร็จ มากกว่า หากเราท้อแท้เราก็เหมือนคนสิ้นหวัง ดังนั้น เราต้องมีความอดทน และ มุ่งมั่นให้มากพอ"


วางอนาคตไว้อย่างไร


"ผมอยากช่วยให้ทีมงานของผมมีรายได้สูงๆ และจะพยายามช่วยให้บริษัท เจริญเติบโตไปเรื่อยๆ ให้เป็นที่รู้จักให้มาก ที่สุด"


อยากฝากอะไร...ถึงผู้ที่ทำ MLM


"การทำธุรกิจเครือข่ายอาจต้องใช้เวลากับมัน ไม่มีอะไรได้มาโดยง่าย หากคุณอยากประสบความสำเร็จ คุณต้องมีความมุ่งมั่น และอดทนมากกว่า ไม่มีอะไร ที่เราทำไม่ได้ หากใจมีฝันที่ไม่ยอมแพ้ เพราะผมเองก็เคยผ่านความยากลำบากใน MLM มาก่อน ผมทำได้ คุณก็ทำได้"


และท้ายนี้... "การใช้ชีวิตแบบผิดๆ มีแต่จะนำมาซึ่งความเศร้าโศก และเสียดายวันเวลาที่ผ่านไป ดังนั้น จงกล้าที่จะเป็นตัวของตัวเอง KEY TO SUCCESS ขอฝากวลีเด็ดให้นักธุรกิจขายตรงทั่วฟ้าเมืองไทย เอาไว้ยึดเหนี่ยว เป็นกำลังใจในการเดินไปสู่ความสำเร็จ"





Credit By :http://www.siamturakij.com

วันจันทร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ข่าว อาเจล (Agel) : "อาเจล" ปั้นตลาดสายกีฬาส่งสินค้าหนุน "กกท." ดันเป้า 500 ล้าน







385337_520483294654565_791084747_n (Mobile)


"อาเจล" หนุนการกีฬาแห่งประเทศไทย ส่งผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ของบริษัทให้นักกีฬา เน้นไปที่เยาวชน ในโครงการ "สปอร์ตฮีโร่" สานฝันเด็ก ไทยสู่ทีมชาติ พร้อมยอมรับปัญหาแม่ทีมย้ายค่ายยังมีในค่าย ฉุดยอดขายปี 55 รายรับปีก่อนปิดที่ 450 ล้านบาท ส่วนปี 56 วางกลยุทธ์หลักจัดโรดโชว์อวดแบรนด์ดันเป้า 500 ล้านบาท


นายวสันต์ ลิขิตเสถียร รอง-ประธานกรรมการอาวุโส บริษัท อาเจล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผย "สยามธุรกิจ" ว่า การดำเนินธุรกิจเมื่อ ปี 2556 ที่ผ่านมาบริษัทได้เจอปัญหามาก มาย โดยเฉพาะเรื่องของ "แม่ทีม" ที่ชอบย้ายค่ายไปที่อื่น ทำให้ ส่งผลกระทบต่อบริษัทเป็นอย่างมาก แต่ก็ยังผ่านอุปสรรคเหล่านั้นมาได้ และ หากเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ บริษัทยังถือว่ามีการเติบโต 42% ส่วนยอดขายอยู่ที่ 450 ล้านบาท แต่หากเทียบสาขาที่เปิดในประเทศอื่นๆ ไม่ว่าจะ เป็นมาเลเซีย, สิงคโปร์, ไต้หวัน และพม่า มีการเติบโต 15% ทำยอดขายรวม ได้ 1,000 ล้านบาท


"ตอนนี้บริษัทได้ดำเนินธุรกิจในประเทศ ไทยเข้าสู่ปีที่ 6 แล้ว และได้จัดงานฉลองครบรอบ 5 ปี ไปเมื่อช่วงเดือน พ.ย.เมื่อปีที่ผ่านมา ถือว่าภาพรวมในเมืองไทยนั้น ยัง อยู่ในเกณฑ์น่าพอใจ แม้ว่าจะเจอปัญหาเรื่อง แม่ทีมย้ายค่ายบ่อยก็ตาม แต่บริษัทแสดงให้เห็นถึงความมั่นคง และยืนหยัดที่จะเดินหน้าต่อไป ซึ่งถือเป็นการแสดงความเชื่อมั่น ให้กับสมาชิกทุกคนด้วย"


รองประธานกรรมการอาวุโส "อาเจล" เผยต่อว่า บริษัทได้พยายามออกไปทำโรดโชว์ทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รู้จักภาพลักษณ์บริษัทมากขึ้น โดยไปทัวร์กันทั้ง 4 ภาค เลย และตอนนี้ได้พยายามให้แม่ทีมกระจาย ออกไปทำงานให้ครอบคลุมไปทุกพื้นที่ของประเทศ ส่วนสำนักงานนั้นมีอยู่ 4 แห่ง คือ กรุงเทพมหานคร, เชียงใหม่, หาดใหญ่ และ พัทยา ซึ่งตอนนี้กำลังเล็งที่จะเปิดสำนักงาน เพิ่มเติมอีก แต่ต้องดูความพร้อมของแม่ทีม ด้วย


"ในการดำเนินธุรกิจของเรานั้น บริษัทใช้แผนการตลาดแบบไบนารี่ และที่นี่ มีการจ่ายผลตอบแทนที่ชัดเจนตรงไปตรงมา หากสมาชิกมีความสามารถมาก บริษัทก็พร้อมจะจ่ายแน่นอน แต่หลักๆ องค์กรของ เราจะขยายออกไปได้ จะต้องได้รับความร่วมมือร่วมใจ และมีความรักสามัคคีกัน"


สำหรับเป้าหมายในสิ้นปีนี้ คุณวสันต์ ได้กล่าวต่อว่า บริษัทตั้งเป้าจะต้องมีการเติบโตขึ้นไปอีก 15% ซึ่งยอดขายต้องแตะที่ 500 ล้านบาทให้ได้ ส่วนสมาชิกที่มีอยู่ 230,000 รหัส ก็จะตั้งเป้าจะขยับตัวเลขไปให้ถึง 250,000 รหัสให้ได้ ส่วนในช่วงเดือน ก.ค. ที่จะถึงนี้ บริษัทเตรียมจะจัดงานใหญ่ "อาเจล เวิร์ค มิล เอเชีย" เพื่อให้สมาชิกได้เตรียมพร้อมกับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและให้ความรู้การทำธุรกิจ อย่างถูกต้อง


ขณะที่เรื่องของผลติภัณฑ์ก็ได้รับการรับรองจาก อย. เรียบร้อย และยังมีสินค้าชูโรงอย่าง Exo กับ Umt ที่กำลังมาแรงในตลาดมาก เพราะจะช่วยลดน้ำตาลในเลือดที่สูง และต้านมะเร็ง ซึ่งจุดแข็งอีกอย่างคือ ผลิตภัณฑ์อาเจลจะเป็นลักษณะที่นักบินอวกาศใช้รับประทาน กัน นอกจากนี้ บ.อาเจล ได้จับมือกับการ กีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท. โดยได้นำผลิตภัณฑ์ของบริษัทเข้าไปใช้ในนักกีฬาโครงการ "สปอร์ตฮีโร่" อย่างเป็นทางการ เพื่อให้นักกีฬาใช้รับประทาน ก่อนแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเป็นการเสริมสร้างเยาวชนให้ สุขภาพแข็งแรง


ทั้งนี้ การเตรียมความพร้อมในการ รวมตัวประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี นั้น ตอนนี้ได้เข้าไปเจาะตลาดตาม ตะเข็บชายแดนพอสมควรแล้ว รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ลาว พม่า กัมพูชา และเวียดนาม โดยยังเข้าไปทำตลาดในประเทศจีน เพราะมีเครือข่ายของบริษัท อยู่ที่นั่น แต่ยังไม่ได้เปิดเป็นทางการ กำลังขยายตลาดและอยู่ในช่วงกำลังศึกษา ข้อกฎหมายให้ละเอียดก่อน




Credit By :http://www.siamturakij.com

วันศุกร์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2556

ข่าว อาเจล (Agel) : Director Party Right Here Right Now ต้นแบบสูตรสำเร็จที่เป็นจริงได้!!







IMG_2129 (Mobile)


ค่ำคืนสุดพิเศษ เหล่าขุนพลนักธุรกิจจากทั่วประเทศ ร่วมฉลองความสำเร็จ ภายใต้ธีม Right Here Right Now โดยบอสใหญ่จากอเมริกาบนตรงร่วมแสดงความยินดี Mr. Craig Bradley และ Ann Feinstein ,Executive Diamond Director USA และผู้บริหารอาเจล ประเทศไทย คุณวสันต์ ลิขิตเสถียร ,คุณอคิรณัฐ สุทธิพงษ์เกษตร ช่วงเวลาแห่งการฉลองความสำเร็จ ผู้เข้าร่วมงานแสดงความยินดีพร้อมปูพรมแดงต้อนรับผู้ประสบความสำเร็จอย่างสมเกียรติพร้อมเปิดแชมเปญดื่มฉลองแก่ผู้ประสบความสำเร็จระดับไดเร็กเตอร์ 9 ท่าน คือ คุณปิยะ ลิมพิพรรธ คุณเสาวภา อุยพานิช, คุณบุษกร คุณชัชวาลย์ เจนวิชชุวงศ์ ,นางศุภลักษณ์ ชื่นชูศิลป์, นายอชิระ เจนวิชชุวงศ์ ,คุณสุมาลี - คุณวุฒินันท์ จาตุรงคกุล, คุณจิตตพงค์ ตันติจิราภรณ์ , คุณณัฎฐนันธ์ วินิตวัฒนกุล พร้อมจากเพื่อนต่างชาติ 2 ท่าน Mr. Terfong Yang & Peng Yang และ Steven Chew ผู้สำเร็จในระดับ รีจินอล ไดเร็กเตอร์ คือ นายกฤษฎา เจนวิชชุวงศ์ ตบท้ายด้วยโชว์ไฮไลท์ต้อนรับด้วยเต้นลีลาศ ดีกรีแชมป์ระดับประเทศ ในครั้งนี้ถือว่ายิ่งใหญ่และเป็นปรากฎการณ์ที่ต้องจารึกที่มีผู้ประสบความสำเร็จมากถึง 10 รหัส สร้างความปลื้มปิติแก่ผู้สำเร็จและผู้ร่วมงานอย่างมาก ณ โรงแรม มิราเคล แกรนด์ หลักสี่


[gallery columns="4" link="post" ids="16189,16188,16187,16186,16185,16180,16181,16182,16183,16184,16179,16178,16177,16176"]

วันอังคารที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2556

ข่าว อาเจล (Agel) : เจาะแผนเหนือเมฆ อาเจล ปี 2556 ผ่าน วสันต์ ลิขิตเสถียร คีย์แมนมือฉมัง นำพาธุรกิจก้าวทะยานอย่างยิ่งใหญ่









ระยะเวลากว่า 1 ปีที่ผ่านมาถือเป็นบททดสอบความแข็งแกร่งของธุรกิจขายตรงข้ามชาติ รัฐยูท่าห์ ประเทศสหรัฐอเมริกาหลังจากที่ได้เข้ามาปักธงรบในประเทศไทยในนาม บริษัทอาเจล อินเตอร์เนชั่นแนลจำกัด และสามารถก้าวผ่านมรสุมธุรกิจลูกใหญ่อย่างเข้มแข็ง และเช่นกันในปีนี้ถือเป็นปีที่อาเจล ต้องผงาดความยิ่งใหญ่อีกครั้งกับเกมรบที่วางไว้อย่างมีชั้นเชิง ผ่านมุมมอง นายวสันต์ ลิขิตเสถียร รองประธานบริหารอาวุโส บริษัทอาเจล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด


คีย์แมนผู้บริหารประเทศไทย ที่มีดีกรีด้านการตลาดมากด้วยประสบการณ์และพร้อมที่จะนำพาอาเจล เติบโตก้าวสู่เป้าหมายที่วางไว้


นายวสันต์ เปิดใจกล่าวว่ายุทธศาสตร์การตลาดตลอดทั้งปี 2556 นี้ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้นักธุรกิจ


อาเจล ก้าวสู่ความสำเร็จที่รวดเร็วยิ่งขึ้น บริษัทได้รองรับการทำงานด้วยการมอบโอกาสทางธุรกิจให้ผู้นำธุรกิจระดับตำแหน่งไดเร็คเตอร์ขึ้นไปที่มีศักยภาพการทำงานสูงทั้งการเงินและการตลาดเข้ามาเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจในรูปแบบศูนย์จำหน่ายสินค้าคีย์ออสเล็กๆ เกิดขึ้นในทุกอำเภอ ทั่วประเทศไทย โดยเล็งทำเลทองแหล่งช้อปปิ้งตามห้างดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ซูปเปอร์มาเก็ตทั่วไป ซึ่งในเบื้องต้นนี้บริษัทได้ตั้งเป้าหมาย 20 แห่งทั่วประเทศ และรวมถึงการขยายผ่านช่องทางธุรกิจยุคใหม่สถาบันเสริมความงามและศูนย์ฟิตเนสด้วยเช่นกัน ภายใต้การบริหารของผู้นำอาเจลเองทั้งหมด สำหรับกลยุทธ์ดังกล่าวนี้จะเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2556-2557


นอกจากนี้เพื่อตอกย้ำความเชื่อมั่นในธุรกิจ บริษัทยังคงสานต่อกิจกรรมปลูกพลังสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้นำอาเจล เพื่อเปิดโอกาสทางธุรกิจให้เกิดขึ้นต่อเนื่อง เช่นงาน Agel Business Briefing (ABB) และ SuperABB ที่ถี่ขึ้นกว่า 200 ครั้งต่อปีทั่วประเทศ, งาน Business Building Event (BBE) ในทุกๆเดือน และงาน I Am Agel (IAA)จัดขึ้นทุก 3 เดือนของทุกปี ที่สำคัญตอกย้ำความยิ่งใหญ่ทางธุรกิจ ด้วยงาน Agel World Tour ซึ่งจะจัดขึ้นในประเทศไทย เดือนกรกฎาคม ณ ศูนย์ราชการถนนเจ้งวัฒนะหลักสี่ พร้อมๆ กับการสร้างทางเลือกใหม่ ในกลุ่มเสริมอาหารเพิ่มอีก 3 รายการ ที่มีสรรพคุณช่วยกระตุ้นเซลล์ร่างกายให้เกิดความสมบูรณ์ และบำรุงสายคา ซึ่งเชื่อมั่นว่าด้วยยุทธศาสตร์ การตลาดรอบด้านที่แข็งแกร่งนี้จะผลักดันให้ยอดขายปี 2556 เติบโตเพิ่มขึ้น 15-20 เปอร์เซ็นต์


นายวสันต์ กล่าวต่ออีกว่า อีกทั้งด้วยจุดเด่นของสินค้านวัตกรรมใหม่เพื่อสุขภาพที่ได้ผลักดันชื่อเสียงของอาเจลให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นบริษัทยังคงให้ความสำคัญและสานต่อกลยุทธ์เดิมในการเป็นผู้ให้การสนับสนุนสมาคมการกีฬาแห่งประเทศไทย สู่โครงการ สปอร์ต ฮีโร่ เส้นทางสู่ความสำเร็จของนักกีฬาด้วยการมอบผลิตภัณฑ์ให้นักกีฬาได้ทดลองทาน เพื่อเพิ่มความอดทนในการแข่งขันและฝึกซ้อมที่ยาวนานขึ้น รวมถึงช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายให้มีความสมบูรณ์แข็งแรงยิ่งขึ้น ด้วยงบลงทุนทั้งหมด 10 ล้านบาท


ตลอดระยะเวลาปีกว่าที่ผ่านมาอาเจลอยู่ในช่วงการเก็บกวาดบ้านเพื่อก้าวเดินไปข้างหน้าสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งเวลานี้เรามาพร้มอกับอาวุธครบมือในการรุกตลาดอย่างเหนือชั้นที่ได้หลอมรวมไปกับขุมพลังพลของผู้นำที่แข็งแกร่ง เก่งและมีศักยภาพสูง ดังนั้นจะเห็นได้ว่าตลอดปีที่ผ่านมา (2555) มีผู้นำรุ่นใหม่ตบเท้าเข้าร่วมธุรกิจอาเจลจำนวนมากที่มีความรักและศรัทธาต่อผลิตภัณฑ์และบริษัท จึงผลักดันให้ผลประกอบการทุกไตรมาสเติบโตต่อเนื่อง


นอกจากภาพความสำเร็จที่เกิดขึ้นในประเทศไทยแล้ว เชื่อมั่นว่าภายใต้วิสัยทัศน์อันกว้างไกลของผู้บริหารระดับสูงอาเจล ในการจัดตั้งฐานการผลิตสินค้าในไทยเพื่อใช้เป็นศูนย์กระจายสินค้า (Hub) จะสามารถรองรับการเติบโตทางธุรกิจในตลาดเอเชียและตลาดอาเซียนได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญจะนำไปสู่ความยิ่งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในตลาดใหม่เออีซี (AEC) ได้อย่างสง่างาม และเมื่ออถึงวันนี้ความเชื่อมั่นทางธุรกิจอาเจลจะทะยานเติบโตได้อย่างรวดเร็วอีกหลายเท่าทวีคูณ


ด้วยพละกำลังความพร้อมรอบด้านของอาเจล ขณะนี้ทำให้ได้เริ่มเห็นถึงความแข็งแกร่งที่ชัดขึ้นในตลาดใหญ่ทั้งประเทศกัมพูชา พม่า เวียดนามและลาวภายใต้กระบวนการทำงานของบริษัทเองทั้งหมดเพื่อสร้างฐานการตลาดที่มั่นคงและทำให้สมาชิกเกิดความเชื่อมั่นในธุรกิจ ส่วนเป้าหมายยอดขายปีที่ผ่านมา (2555) บริษัทได้ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 1,000 ล้านบาท ซึ่งมาจากยอดขาย 3 ประเทศรวมกัน คือ อาเจลไทย มาเลเซีย และสิงค์โปร โดยรายได้หลักยังคงเป็นของอาเจลประเทศไทยมีสัดส่วนรายได้อยู่ที่ 40% นายวสันต์กล่าวทิ้งท้ายให้บทสัมภาษณ์




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ LEADER TIME รายปักษ์ ประจำวันที่16-31มกราคม 2556 ฉบับที่ 215

วันอังคารที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2555

MLM ดันตัวเข้า "ตลาดหุ้น" ฝันเป็นธรรมาภิบาลชิงแต้มต่อภาพลักษณ์


เชื่อว่าการได้เข้าตลาดหลักทรัพย์ และเป็นบริษัท (มหาชน) คงเป็นความฝันของทุกธุรกิจ ทุกบริษัท เนื่องจากประโยชน์ต่างๆ ที่จะได้รับ และความเป็นบริษัทธรรมาภิบาล คงเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบ การเจ้าของธุรกิจเฝ้าฝัน ไม่เว้นแม้แต่บริษัทในวงการขายตรง ที่ ต่างพากันคาดหวังที่จะทำให้แบรนด์ของตนเองเป็นบริษัทที่อยู่ใน ตลาดหลักทรัพย์ เพื่อประโยชน์ที่กล่าวมา อีกทั้งยังเป็นการยกระดับบริษัทของตนเองในอีกทาง


โดยนายวสันต์ ลิขิตเสถียร รองประธานอาวุโส บริษัท อาเจล อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในฐานะที่อาเจลประเทศไทยก้าวขึ้นสู่ปีที่ 5 บริษัทก็พร้อมเปิดเกมเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง โดยแผนกลยุทธ์แรกที่อาเจลวางไว้ คือการ เปิดตัวผลิตภัณฑ์เจลใหม่ถึง 3 ตัว หลังจากออกผลิตภัณฑ์ใหม่ใน กลุ่ม Body Care และ Hair Series มากกว่า 10 ตัว ในปีที่ผ่านมา ซึ่งแต่ละตัวได้รับการตอบรับอย่างดีจากสมาชิกและนักธุรกิจอาเจล ทั้งภายในประเทศไทยและกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน ในแถบอาเซียน โดยผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ถือว่ามีสัดส่วนการขาย ประมาณ 25% จาก ยอดขายโดยรวม


อาเจลวางแผนไว้ว่าปีนี้ บริษัทจะสร้างความเติบโตอย่างต่อเนื่องในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิว และเส้นผม รวมถึงกลุ่มออรัลแคร์ คือเพิ่มสัดส่วนขึ้นเป็น 30-35% ตามความต้องการของสมาชิก และจะนำผลิตภัณฑ์เจลต่างๆ ออกมาวางจำหน่ายตลอดปี 55 ให้ได้ 10-12 ตัวด้วยกัน นายวสันต์ กล่าว


ที่สำคัญเอเจลยังได้ผุดแผนหนึ่งขึ้น เพื่อเป็นการสร้างความ สะดวกให้กับสมาชิกผู้บริโภคของบริษัท โดยการทำตู้หยอดเหรียญ อาเจล ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกับตู้กดน้ำดื่มกระป๋อง โดยเครื่องนี้จะเป็นการซื้อสินค้าอาเจลผ่านตู้ โดยจะติดตั้งไว้ตามสถานที่สำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า หรือสนามบิน เพื่อความ สะดวก รวดเร็วต่อสมาชิกของบริษัทในการใช้สินค้า ซึ่งในส่วนนี้ คาดว่า น่าจะเริ่มมีให้เห็นในปี 2555 นี้


ด้านการขยายเครือข่าย อาเจลวางเป้าหมายไว้ว่าในปี 55 บริษัทจะขยายสาขาให้ได้มากกว่า 20 สาขาทั่วประเทศ และใน กลุ่มประเทศอาเซียน เพื่อรองรับเขตความร่วมมืออาเซียน (AFTA) ในปี 2558 โดยประเทศที่เปิดตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้วคือ มาเลเซีย และสิงคโปร์ ถัดไปบริษัทจะเตรียมเปิดตัวที่ประเทศพม่า เวียดนาม ลาว และท้ายสุดกับกัมพูชาในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้


ซึ่งกลยุทธ์ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ถือว่า เป็นการปูทางสู่เส้นชัยที่อาเจลประเทศไทยตั้งเป้าไว้ว่าในปีนี้ เราจะขอปิดยอดการ ขายที่ 1,000 ล้านบาท ให้ได้ และนอกจาก นี้ เพื่อก้าวสู่ความฝันอันสูงสุดของอาเจล ประเทศไทยที่จะเป็นบริษัทมหาชนในปี 2560 ตอกย้ำความมั่นคงและรองรับการเติบโตของภูมิภาคอาเซียนในอนาคต อีกด้วย


ด้านนายเชน ใจซื่อ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นิวตริริช จำกัด ผู้ผลิต และ จำหน่ายปุ๋ยอินทรีย์ ดาวปูแดง และผลิตภัณฑ์การเกษตรแบบครบวงจร เปิดเผย สยามธุรกิจ ว่า เมื่อประมาณต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา บริษัท ดาวปูแดง ได้มีการยื่นเรื่องเพื่อเข้าสู่ตลาด หลักทรัพย์ ตามโครงการ หุ้นใหม่ ความภูมิใจของจังหวัด ที่จัดตั้งขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อฉลองครบรอบ 20 ปีของการก่อตั้ง ก.ล.ต.


บริษัทที่จะเข้าร่วมโครงการดังกล่าว ได้ต้องมีคุณสมบัติ 4 ข้อ คือ ต้องเป็นบริษัท ที่จัดตั้งในต่างจังหวัดหรือทำธุรกิจในต่างจังหวัด, มีทุนจดทะเบียนก่อตั้งบริษัทไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท, ต้องทำประโยชน์ให้กับจังหวัด หรือช่วยเหลือสังคมอย่างสม่ำเสมอ, และสุดท้ายมีผลดำเนินงานมา แล้วไม่ต่ำกว่า 2 ปี และบริหารงานภายใต้ผู้บริหารชุดปัจจุบันติดต่อกันไม่ต่ำกว่า 1 ปี พร้อมทั้งมีผลกำไรในงบการเงินงวดล่าสุด ซึ่งหากคุณสมบัติต่างๆ ผ่านจะต้อง ยื่นเรื่องมาที่สภาอุตฯ สภาหอฯ จังหวัด เพื่อดูว่าเข้าเกณฑ์ทั้ง 4 ข้อหรือไม่ จากนั้น ก็จะเสนอเรื่องมายัง ก.ล.ต.ภายในสิ้นเดือน มิ.ย.นี้


นายเชนได้กล่าวถึงข้อดีของการจัดตั้งโครงการดังกล่าวว่า เป็นการเปิดกว้างให้แก่ธุรกิจต่างๆ ในต่างหวัดให้สามารถ เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ได้มากขึ้น เพราะจากข้อมูลการสำรวจของ ก.ล.ต.พบว่า จำนวน 500 บริษัทที่มีนามสกุล จำกัด (มหาชน) มีเพียง 7% เท่านั้นที่เป็นบริษัทซึ่งอยู่นอกเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่ง ถือว่าน้อยมาก โครงการดังกล่าวจึงเป็น การส่งเสริมสนับสนุนธุรกิจต่างจังหวัดที่มีศักยภาพ มีความพร้อม แต่ขาดโอกาสเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ได้มีโอกาสในจุดนี้มากขึ้น ซึ่งตนมั่นใจว่า ดาว ปูแดง จะสามารถผ่านคุณสมบัติหรือเงื่อนไขต่างๆ ตามโครงการ จนสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เป็นบริษัทเล็กๆ ที่สามารถใช้นามสกุล จำกัด (มหาชน) ได้อย่างแน่นอน ซึ่งน่าจะไม่เกิน ปลายปีหน้า


อย่างไรก็ดี ด้านแผนการตลาดในปี นี้บริษัทได้ตั้งเป้าขยายสาขาแฟรนไชส์เพิ่มขึ้นอีก 10% จากปัจจุบันที่มีอยู่ทั้งหมด 1,200 สาขาทั่วประเทศ โดยใช้กลยุทธ์เพิ่ม ความถี่ในการจัดฝึกอบรมเกี่ยวกับการดูแล บริหารธุรกิจแฟรนไชส์และโอกาสแห่งความสำเร็จ เพื่อดึงศักยภาพและสร้างแรง กระตุ้นให้นักธุรกิจประสบความสำเร็จดังเป้าหมายที่วางไว้ นอกจากนั้น ในไตรมาส หลังนี้บริษัทจะมีการผลิตสินค้าใหม่เพิ่มอีก 1 รายการ คือ ฮอร์โมนพืช ที่เรียกว่า Oxin เป็นผลิตภัณฑ์ ที่นำเข้ามาจากประเทศเบลเยียม โดยมีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการแตกตัวของเซลล์ ทำให้พืชเติบโตไวถือเป็น สินค้าแห่งนวัตกรรมที่หลายคนกำลังให้ความสนใจ


ซึ่งนอกจาก 2 บริษัทขายตรงที่กล่าวมานี้ ที่มีความต้องการนำบริษัทเข้าไป อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แล้วยังมีค่ายขายตรงอีกมากมาย ซึ่งล้วนแล้วแต่มีความคาดหวังที่จะมีนามสกุลบริษัทเป็นมหาชน โดยรวมถึงบริษัทขายตรงน้องใหม่อย่าง บริษัท เรียลเน็ตเวิร์ค (ประเทศไทย) จำกัด ที่หมายมั่นว่า ในอีก 3 ปีข้างหน้า จะเป็นบริษัทขายตรงแบรนด์หนึ่งที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ให้จงได้ เพื่อหวังจะรองรับ การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน


อย่างไรก็ดี นอกจากบริษัทขายตรง ค่ายต่างๆ ที่คิดฝันว่าอนาคตจะเป็นบริษัท มหาชน แต่เมื่อไม่นานมานี้บริษัทที่ดำเนิน ธุรกิจตลาดแบบตรงอย่าง ทีวี ไดเร็ค ก็ประสบความสำเร็จในการเข้าตลาดหลักทรัพย์ ไปเป็นที่เรียบร้อย และกลายเป็นแบรนด์ตลาดแบบตรงที่มีนามสกุลมหาชน


ทั้งนี้ ในส่วนของขอบเขตและกฎกติกาในการเข้าตลาดหลักทรัพย์นั้น ก็ดูจะเป็นเรื่องยากของธุรกิจขายตรง และถึงแม้บริษัทขายตรงจะได้เข้าไปอยู่ในตลาดแล้ว แต่เรื่องของการจะได้รับความนิยมจากนักลงทุนก็ไม่ใช่เรื่องง่าย อีกทั้งนักวิเคราะห์หลายท่านยังเอ่ยเป็นเสียงเดียวกันว่า ธุรกิจขายตรง สำคัญที่ตัวนักขาย ซึ่งนักลงทุนคงไม่อยากที่จะลงทุนแล้วรอหวังผลกำไรจาก การขายของนักธุรกิจอิสระมากนัก


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่1344 ประจำวันที่ 17-10-2012 ถึง19-10-2012

วันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2555

MLM Gossip (ล้วงลับคนเครือข่าย) - ซุบซิบ ค่าย "อาเจล (Agel Thailand)" กับ คุณนิติ สว่างทรัพย์


กระเถิบต่อในเส้นรัชดาฯ มาอีกนิด แวะมาเช็กกระแส AGEL กันซะหน่อย ก็ดู เหมือนช่วงนี้ข่าวจะดูเบาๆ แบบเหงาๆ ไป หน่อยว่ามั้ยล่ะเจ้าคะท่านผู้อ่าน แต่พอ 4 สาว ย่องไปกระซิบถามเท่านั้นแหละ ก็ได้ รับคำตอบมาว่า กระแสยังแรงดีไม่ตก ดูจาก สินค้าสิ ที่ถึงขนาดผลิตไม่ทันโดยเฉพาะ OM3 ที่ขาดตลาด ถึงจะพยายามเร่งแล้ว เร่งอีก ก็ยังออกไม่ได้สักที แหม..แบบนี้ผู้นำ ทั้งหลายคงต้องฮัมเพลงรอไปก่อนซิเจ้าคะ แต่หวังว่าคงไม่ปล่อยให้รอเก้อ นะเจ้าคะ คริคริ... ส่วนด้าน คุณนิติ สว่างทรัพย์ ก็ออกโรงคอนเฟิร์ม นอนยัน นั่งยันว่า กระแสข่าวลือมันเหมือนลมเพลมพัด ทำมั้ย ทำไม ยัง ลือกันไม่เลิก ก็คุณพี่เค้าเองยังเองยังคงปึ้กเหมือนเดิม กรีดเลือดออกมา ก็แทบจะเป็นเจลเหมือน AGEL เลยเจ้าค่ะ อิอิ ได้ยินแบบนี้ 4 สาว ก็เบาใจ เอ๊ะๆ ว่า แต่ เฟอร์รารี่คันงาม ของคุณพี่ตอนนี้ยังอยู่ดีหรือป่าวเจ้าค่ะ อิอิ


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 204 วันที่ 1-15 สิงหาคม พ.ศ. 2555

วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ข่าว อาเจล (Agel Thailand) : จัดแถลงข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ และงาน ไอ แอม อาเจล (I Am Agel-IAA)


บริษัท อาเจล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จัดแถลงข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ และงาน ไอ แอม อาเจล (I Am Agel) ซึ่งในวันที่ 6 กรกฎาคม 2555 ได้ร่วมฟังวิสัยทัศน์จาก Joel Rockwood รองประธานบริหารฝ่ายวิจัยและพัฒนา (Vice President Research & Development) จากสหรัฐอเมริกา และผู้บริหาร อาเจล ประเทศไทย วสันต์ ลิขิตเสถียร รองประธานอาวุโส (Vice Senior President) อคิรณัฐ สุทธิพงษ์เกษตร รองประธาน (Vice President) ณ โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ ช่วงเย็นก็เต็มอิ่มกับงาน Director Party ร่วมฉลองความสำเร็จกับผู้นำระดับสูง ณ ห้องเมจิก 3 และวันที่ 7 กรกฎาคม 2555 งาน I AM AGEL (IAA) ภายในงานได้รวมขุนพลบรรดาผู้นำธุรกิจจากทั่วประเทศ และ มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ OM-3 ซึ่งเป็นเจลเสริมอาหารบำรุงด้านสมอง ตลอดทั้งได้พบแขกปราศรัยผู้ที่ประสบความสำเร็จ จากประเทศเม็กซิโกที่มาร่วมแชร์ประสบการณ์ งานนี้เรียกได้ว่าได้ทั้งความรู้ ข้อคิดดีๆ แถมยังได้รอยยิ้มความประทับใจกลับไป กันทุกคน


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 203 วันที่ 16-31 กรกฏาคม พ.ศ. 2555

ข่าว อาเจล (Agel) : ครึ่งหลัง Agel ลุยตลาดเต็มพิกัด บริษัทแม่ปักธงไทยเป็นฮับเอเชีย


Agel เผยครึ่งปีแรกเติบโตในระดับน่าพอใจ ประกาศครึ่งหลังพร้อมลุยอย่างเต็มที่ เตรียมอัด โปรโมชั่นสมาชิก พร้อมเข้าสนับสนุนนักกีฬาไทยอย่าง เป็นทางการ เผยสมาชิกเก่ากลับสู่อ้อมอกอีกครั้ง มั่นใจไตรมาสแรกปี 2556 โรงงานผลิตสินค้าพี่ไทย เดินเครื่องได้ชัวร์

วสันต์ ลิขิตเสถียร รองประธานอาวุโส บริษัท อาเจล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผย ถึงอัตราการเติบโตของอาเจลในช่วงครึ่งแรกของ ปีว่า Agel ทั่วโลกมีอัตราการเติบโต 10% ซึ่งเป็น อัตราการเติบโตที่น่าพอใจ เมื่อเปรียบเทียบกับ ช่วงระยะเวลาเดียวกันกับปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะ ประเทศไทย ซึ่งในช่วงที่ผ่านมามีอัตราการ- เติบโต จนสามารถมีผู้ได้รับตำแหน่ง Director ใหม่ถึง 3 รหัส

นอกจากนี้บริษัทยังได้จัดกิจกรรมเพื่อเป็นการสร้าง การเติบโต ด้วยการจัดโครงการ Agel Olympic ซึ่งเป็น อีกหนึ่งโปรโมชั่นที่บริษัทแม่ที่อเมริกาได้จัดขึ้นเพื่อเป็น การแข่งขันของสมาชิก Agel ทั่วโลก โดยผู้ที่ได้รับคัดเลือก จะเป็นสมาชิกของ Agel ที่อยู่ในตำแหน่งในภูมิภาคใดก็ได้ ซึ่งผู้ที่ทำคะแนนได้สูงสุดจะได้รับสิทธิพิเศษ 5 วัน และ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการค้นหาบุคคลที่มีคุณสมบัติที่ เหมาะสม โดยประเทศที่เข้าแข่งขันจะมีสมาชิกที่เข้าแข่งขัน ในทีมเทา่ ๆ กนั และหากประเทศใดเปน็ ผชู้ นะโครงการ Agel Care ก็จะต้องมาอยู่ในประเทศนั้น

สำหรับโครงการ Agel Care ในประเทศไทย ล่าสุด ได้จัดมอบคอมพิวเตอร์มือสองที่ปรับปรุงใหม่ให้กับโรงเรียน วัดโคกเข็ม จังหวัดชัยนาท และยังมีสมาชิกบางส่วนได้ร่วม ทำกิจกรรมให้กับนักเรียน สำหรับโครงการดังกล่าวสามารถ บริจาคได้โดยการดื่มผลิตภัณฑ์ของ Agel และทุกๆ ฝาจุก ของอาเจลมีมูลค่า 1 เซ็น หรือประมาณ 30 สตางค์ จะถูก ส่งมอบให้กับโครงการดังกล่าว

พร้อมกันนี้ Agel ยังได้เปิดตัวสินค้าใหม่ 2 รายการ ได้แก่ OM-3 โอเมก้า 3 ที่สกัดจากปลาทะเลนํ้าลึกแถบ ประเทศนอร์เวย์ และ อาเจล คอฟฟี่ พลัส การแฟกระชับ สัดส่วนที่บริษัทนำสินค้ามารีเฟรชแบรนด์ใหม่ และเครื่องชง กาแฟอัตโนมัติ ที่สามารถนำไปให้บริการได้ที่ฟิตเนส โรงเรียน กวดวิชา และคอมมูนิตี้มอลล์ คาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะมีเครื่อง ชงกาแฟอัตโนมัติวางให้บริการตามจุดต่างๆ ไม่น้อยกว่า 200 เครื่อง อีกทั้งบริษัทมีแผนที่จะเปิดตัวสินค้าเพิ่มใหม่อีก 2 รายการ

ในส่วนของโปรโมชั่นท่องเที่ยว บริษัทได้จัดอย่าง ต่อเนื่อง ล่าสุดได้พาสมาชิกกว่า 60 คน ท่องเที่ยวที่กรุง- ลอนดอน และในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้บริษัทเตรียมพา สมาชิกไปเที่ยวที่อเมริกา พร้อมกันนี้ยังได้วางแผนที่จะไป ท่องเทียวที่อิตาลี และฝรั่งเศส ตามลำดับ อีกทั้งยังได้จัด Manager Trip ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวในภูมภาคเอเชีย นอกจากนี้บริษัทยังได้จัดพ็อกเกตมันนี่มูลค่า 2,000,000 บาทต่อคน ให้กับสมาชิกในระดับ Director ที่สามารถทำ คุณสมบัติได้ตามกำหนดในการท่องเที่ยวแต่ละครั้ง

แผนการจ่ายผลตอบแทน Agel ได้เพิ่มเวลาใน การจ่ายผลตอบแทนแบบ ไฮบริด พลัส ไปจนถึงสิ้นปีจากเดิม แผนการจ่ายผลตอบแทนดังกล่าวหมดระยะเวลาลงในสิ้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งการต่อระยะเวลาแผนการ แบ่งจ่ายนี้ บริษัทแม่ที่อเมริกาได้มีความเห็นชอบด้วยเป็น อย่างยิ่ง

ทั้งนี้ Agel ยังได้ร่วมมือกับธนาคารไทยพาณิชย์ และ บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) MRT ในการจัดทำ บัตร SCB Cash Card ซึ่งเป็นบัตรที่ใช้เป็นทั้งบัตรเอทีเอ็ม และบัตรรถไฟฟ้า พร้อมกับเป็นบัตรของสมาชิก Agel ในบัตร เดียวกัน โดยบัตรดังกล่าวในประเทศไทยมีเพียง 2 บริษัท ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ ได้แก่ บริษัท สิงห์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และ บริษัท อาเจล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

ขณะที่โครงการ Sports Hero ล่าสุด Agel ได้เข้า ร่วมกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท) ในการร่วมสนับสนุน ผลิตภัณฑ์สำหรับนักกีฬา โดยได้ลงนามอย่างเป็นทางการกับ กกท. ซึ่งการลงนามครั้งนี้มีสัญญาทั้งสิ้น 2 ปี โดยข้างกล่อง ของผลิตภัณฑ์ของ Agel จะระบุว่า Agel ผู้สนับสนุน โครงการ Sports Hero อย่างเป็นทางการ

วสันต์ กล่าวต่อไปว่า ในช่วงที่ผ่านมาที่มีกระแสข่าว การไหลออกของสมาชิก Agel ที่ออกเป็นจำนวนหนึ่งนั้น ตอนนี้บริษัทมีความยินดีที่สมาชิกเหล่านั้นได้กลับคืนมา อีกครั้ง แต่อย่างไรก็ตาม การรับกลับเข้ามาครั้งนี้ไม่ได้รับ ทุกคนที่ต้องการกลับเข้ามาแต่ต้องดูถึงสาเหตุที่ออกไป และ สาเหตุในการกลับเข้ามาเสียก่อน โดยล่าสุดบริษัทได้พูดคุย กับตระกูลเจนวิชชุวงศ์ ในการกลับเข้ามาร่วมงานกันอีกครั้ง และตอนนี้ตระกูลดังกล่าวได้กลับเข้ามาร่วมงาน โดยเริ่มใหม่ จากข้างซ้าย 0 คะแนน และข้างขวา 0 คะแนน ซึ่งในตอน ที่ไปอยู่ที่อื่นนั้นนับว่าอยู่ในตำแหน่งที่สูง นอกจากนี้การ กลับมาของตระกูลดังกล่าวยังเป็นการนำทัพของคนที่ออกไป และคนใหม่กลับเข้ามาสู่ Agel อีกครั้ง

ด้าน Joel Rockwood รองประธานบริหารฝ่ายวิจัย และพัฒนา บริษัท Agel Enterprises.LLC. เปิดเผยถึงการ เข้ามาเปิดโรงงานผลิตสินค้าในประเทศไทยจากที่เคย พิจารณาหลายๆ ประเทศในภูมิภาคเดียวกันว่า การที่ Agel ได้ตัดสินใจเข้ามาเปิดโรงงานในประเทศไทย เนื่องจากบริษัท ได้มองเห็นแล้วว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีภูมิประเทศ ที่เหมาะสมในการเป็นฮับของ Agel ในภูมิภาคอาเซียน และ เอเชีย-แปซิฟิก

อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นบริษัทได้วางแผนที่จะ ว่าจ้างโรงงานที่มีความเชี่ยวชาญในการผลิตสินค้า ซึ่ง บริษัทจะส่งผู้เชี่ยวชาญการผลิตจากต่างประเทศ เข้ามา ควบคุมการผลิต ซึ่งคาดว่าผลิตภัณฑ์แรกที่จะทำการผลิต ในประเทศไทยได้ คือ OMI หลังจากนั้นจะเป็นกลุ่มสินค้า ที่มีความต้องการของตลาดประมาณ 3-4 รายการ พร้อมกันนี้บริษัทมีความเชื่อมั่นว่าเมื่อโรงงานผลิตสินค้า ในประเทศไทยแล้วเสร็จ จะสามารถทำให้ผู้บริโภคใน ประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนมีสินค้าที่มีราคา ที่เหมาะสม โดยคาดว่าโรงงานจะสามารถเริ่มดำเนินการ ผลิตได้ในไตรมาสแรกของปี 2556


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 203 วันที่ 16-31 กรกฏาคม พ.ศ. 2555

วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ข่าว "อาเจล (Agel)" ปลื้มผู้นำเก่าหวนซบอกย้ำรับแต่คนดีส่วนพวกให้ร้ายอย่าได้เผาผี!

 


อาเจล อ้าแขนรับนักขาย ที่เคยหอบผ้าหนี แต่ต้องไม่ใช่คนที่เคยให้ร้ายบริษัท โชว์แผนครึ่งปีหลังจับมือ ธนาคารไทยพาณิชย์ ออกบัตรใช้จ่ายเฉพาะ ลูกค้าอาเจลสร้างความสะดวกสมาชิก ด้านแม่ทัพอเมริกา มร. โจล์ ร็อควูด บินตรงเข้าไทย ประกาศตั้งเป็นแกนอาเซียน เนรมิตโรงงานผลิตสินค้าจ่ายสาขาในภูมิภาค

นายวสันต์ ลิขิตเสถียร รองประธานอาวุโส บริษัท อาเจล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา อาเจลสาขาไทยมีผลประกอบการ เติบโตขึ้นถึง 10% ถือเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดที่ทำให้ใครหลายคนเกิดความเชื่อมั่นในธุรกิจอาเจล โดยเฉพาะผู้นำเก่าที่หวนกลับมาสนใจและเข้าร่วมธุรกิจกับเรา อีกครั้ง

จะเห็นได้ว่าก่อนหน้านั้นอาเจลประเทศไทยเกิดวิกฤติภาวะเลือดไหล สร้างผลกระทบทั้งต่อภาพลักษณ์ของบริษัท และต่อยอดขายมากมาย แต่ทุกสิ่งทุกอย่าง ในโลกนี้ล้วนไม่แน่นอน เมื่อเลือดเก่าเหล่านั้นไหลย้อนกลับมา และนำทัพของธุรกิจที่เขาอยู่ล่าสุดมาเป็นทัพใหญ่ ซึ่งตนเชื่อว่าปรากฏการณ์เลือดไหลย้อนกลับนี้จะนำ อาเจลก้าวไปสู่มิติใหม่อย่างที่ใครๆ คาดไม่ถึงแน่นอน

อย่างไรก็ดี นายวสันต์ ก็ได้กล่าวถึงเงื่อนไขที่บริษัทจะรับพิจารณาผู้นำเก่าที่จะมาร่วมธุรกิจกับอาเจลใหม่ว่า การพิจารณา รับเข้ามานั้น คณะกรรมการจะพิจารณาออก เป็น 2 เรื่อง คือ ตอนออกไป เขาเหล่านั้นออกไปเพราะเหตุผลใดรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือ ไม่ และออกไปแล้วทำร้ายบริษัทมากน้อยแค่ไหน เพราะอาเจลเราเจ็บแล้วจำ จะไม่พิจารณาคนที่สร้างความเสียหายให้กับบริษัท อย่างแน่นอน และผู้นำเก่าที่กลับมาใหม่ เขา จะต้องเริ่มต้นใหม่ เหมือนสมาชิกนักธุรกิจคนอื่นๆ ทุกคน

ส่วนแผนการดำเนินงานในครึ่งปีหลัง รองประธานอาวุโส อาเจลประเทศไทย กล่าวว่า ครึ่งปีนี้บริษัทเตรียมรุกตลาดอย่าง เต็มที่ เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำตลาดเครือข่าย อย่างแท้จริง โดยแผนแรก คือ การขยายแผนโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย Hybrid Plus Triple Bonus ที่บริษัทได้จัดเป็นโปรฯพิเศษ ให้กับสมาชิก โดยเป็นแผนที่นักขายสามารถ รับรายได้เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า ซึ่งได้รับความสนใจและการตอบรับที่ดีจากบรรดาสมาชิก บริษัทจึงได้ขยายระยะเวลาสำหรับโปรฯดังกล่าวจนถึงสิ้นปีนี้

นอกจากนั้นบริษัทยังได้จับมือกับธนาคารไทยพาณิชย์ ทำ SCB Cash Card ที่จะทำให้สมาชิกของบริษัทมีความคล่องตัวในการจับจ่ายใช้สอย ซึ่งบัตรเดียวเป็นได้ ทั้ง ATM รวมถึงสามารถใช้เดินทางรถไฟฟ้า ใต้ดิน (MRT) ได้อีกด้วย และถือเป็นความภาคภูมิใจยิ่งขึ้นเมื่อมีเพียงแค่ 2 บริษัทเท่านั้น ที่ได้รับการคัดเลือกจากธนาคารไทยพาณิชย์ ในการผลิตบัตรดังกล่าวให้ โดยอีกบริษัทหนึ่ง คือ เบียร์สิงห์

ด้านโปรฯ การท่องเที่ยว หลังจากในช่วงไตรมาสแรก อาเจลได้มีการจัดทริปท่องเที่ยวยุโรป ประเทศอังกฤษ โดยมีผู้นำสามารถพิชิตโปรฯ ได้ถึง 60 คน หลังจากนี้บริษัทจะจัดให้ผู้นำธุรกิจมีโอกาสท่องเที่ยว ได้เพิ่มขึ้น คือ 1 ปี มีโอกาสเที่ยวได้ 4 ครั้ง และเป็นครั้งแรกที่อาเจลจะแจกทั้งทริปท่องเที่ยวและเงินช็อปปิ้งเป็นพ็อกเก็ตมันนี่สูงสุดถึงคนละ 2 ล้านบาท อาจกล่าวว่าเป็นประวัติศาสตร์ของวงการเครือข่ายขาย ตรงบ้านเราเลยก็ว่าได้ที่มีการแจกพ็อกเก็ต มันนี่ให้ผู้นำแต่ละคนถึง 2 ล้านบาท โดยที่ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าอาหารและที่พักอย่างแน่นอน

อาเจล คงจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้ว ว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเราสามารถหยัดยืนอยู่ท่ามกลางมรสุมต่างๆ ได้ และปัจจุบันบริษัทก็เติบโตอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้เพื่อนๆ ที่เคยออกจากธุรกิจอาเจลไปด้วย หลายปัจจัย เปลี่ยนใจกลับมาสู่บ้านหลังเก่า ที่มีความพร้อมและอบอุ่นเช่นเคย ซึ่งเราก็เปิดโอกาสต้อนรับทุกคนด้วยความจริงใจ วสันต์ กล่าวทิ้งท้าย

ด้านมร.โจล์ ร็อควูด รองประธานบริหารฝ่ายวิจัยและพัฒนา บริษัท อาเจล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทอาเจลสำนักงานใหญ่ ตัดสินใจที่จะเข้ามาเปิดโรงงานที่ประเทศไทย เพื่อเป็นฐานการ ผลิตสินค้าส่งขายทั่วเอเชีย เพราะอาเจล อเมริกามั่นใจว่า ไทยเป็นสาขาที่แข็งแกร่ง ซึ่งต่อไปนอกจากอาเจลสาขาไทยจะกลายเป็นฐานการผลิตสำคัญของเอเชียแล้วยังสามารถก้าวสู่ความเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้อีกด้วย โดยตนคาดว่าโรงงานจะเริ่มผลิตในไตรมาสแรกของปีหน้าอย่างแน่นอน โดยเริ่มต้นน่าจะเป็นการผลิตสินค้าจำพวกบอดี้แคร์ก่อน ส่วนงบในการจัดตั้งโรงงานยังไม่เป็นที่แน่นอน ต้องรอระยะเวลา และดูความพร้อม ต่างๆ

โดยในส่วนของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ มร.โจล์ กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทได้มีการพัฒนา ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะเข้ามาช่วยรุกการขยายตลาดกลุ่มเด็ก นักศึกษา หรือกลุ่มบุคคลที่ต้องการเสริมสร้างสติปัญญา โดยการผลิตสินค้าที่เรียกว่า OM-3 ในซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ เสริมอาหารในรูปแบบเจล นอกเหนือจากนี้ บริษัทยังมีอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่นำมาปรับปรุง พัฒนาสูตรใหม่ ให้เป็นที่ชื่นชอบของคนรักสุขภาพมากขึ้น คือ การพัฒนาเครื่องดื่มกาแฟเพื่อสุขภาพ COF และที่พิเศษยิ่งกว่า ก็คือการเปิดตัวเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ ที่จะเป็นเครื่องมือช่วยให้นักธุรกิจทำงานได้คล่องขึ้น โดยเครื่องชงกาแฟนี้สามารถติดตั้งไว้ได้เกือบทุกที่ ไม่ว่าจะตามสถานฟิตเนส แหล่งเสริมสวย หรือโรงเรียน และสถานราชการต่างๆ คาดว่าในครึ่งปีหลังนี้เฉพาะอาเจลประเทศไทยจะมีการตอบรับเครื่องชงกาแฟดังกล่าวถึง 200 เครื่อง

นอกเหนือจากนี้ ยังมีอีก 2 ผลิตภัณฑ์ที่จะเปิดตัวในงาน Agel World รัฐยูท่าห์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ในเดือน กันยายนนี้ ซึ่งตนเชื่อว่า หากผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้ง 2 ตัวนี้ ได้เปิดตัววางจำหน่ายในประเทศไทย เชื่อได้ว่าวงการเสริมอาหาร จะต้องตะลึง


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจฉบับที่ 1318 ประจำวันที่ 18-7-2012 ถึง20-7-2012

วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2555

ขายตรงรุกหนัก ‘สื่อดาวเทียม’ ระดมทุนจ่ายหนักซื้อเวลาแย่งสมาชิก


 


บริษัทขายตรงแห่แย่งซื้อเวลา สื่อทีวีดาวเทียมประโคมแบรนด์หนัก “ลาชูเล่” ขนทุนเตรียมโปรโมตบริษัทลูก “ลาชูเล่ (เอเชีย)” ดึงสมาชิก ไบนารี่ “ยูนิไลฟ์” หาช่องไล่ กวดยอดขาย ด้าน “ดีไลฟ์” หารายการเพิ่ม ผนวกสื่อออนไลน์เรียกเรตติ้ง “อาเจล” ไม่เน้นสื่อ ขอสร้างนวัตกรรมเครื่องซื้อสินค้า สร้างความล้ำสมัย


ดูจะเป็นของคู่กันไปเสียแล้ว ระหว่างธุรกิจขายตรง กับ ทีวีดาวเทียม ซึ่งบรรดาบริษัทน้อยใหญ่ต่างพากันสร้างแบรนด์ผ่านช่องรายการประเภทนี้ โดยสถิติชี้ให้เห็นว่า กว่า 10 ล้านครัวเรือน จาก 20 กว่าล้านครัวเรือน ของประชากรไทย นิยมรับชมรายการทีวีผ่านสัญญาณดาวเทียม นี่จึงเป็นสมรภูมิสร้างแบรนด์ที่ขายตรงแห่แย่งซื้อเวลา เรียกเรตติ้งใส่ตัว


>> “ลาชูเล่” หาช่องโปรโมตบริษัทลูก


ร.ต.ต. ดร.สุรเชษฐ์ เชื้อศรี ประธานกรรมการ บริษัท ลาชูเล่ คอสเมติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ในเดือน กรกฎาคม บริษัทได้วางแผนงานที่จะเปิดตัว “บริษัท ลาชูเล่ (เอเชีย) จำกัด” ขึ้น โดยบริษัทนี้ จะเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจในรูปแบบขายตรง โดยจะใช้แผนงานไบนารี่ เป็นแผนในการทำตลาด”


“โดยแผนงานไบนารี่ ของลาชูเล่ (เอเชีย) จะเป็นการผสมผสานระหว่างหลายแผน ซึ่งบริษัทต้องการสร้างขึ้นเพื่อ เอาใจสมาชิกของบริษัทที่ต้องการทำงานภายใต้แผนใหม่ ซึ่งบริษัทมีความเชื่อว่าจะสามารถสร้างตัวเลือกใหม่ๆให้สมาชิกได้ เป็นอย่างดี” แม่ทัพ ลาชูเล่ เผย


ในส่วนของสินค้าที่บริษัทจะนำเข้ามาวางจำหน่ายสำหรับบริษัทใหม่ จะต่างจากลาชูเล่ คอสเมติคส์ เพราะบริษัทใหม่จะเน้นไปที่เรื่องของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นหลัก ซึ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ ไม่มีในจำหน่ายในลาชูเล่ คอสเมติคส์ โดยขณะนี้ มีด้วยกันแล้ว 4 รายการสินค้า โดยใน 4 รายการนี้ จะมีเพียงครีมกันแดดตัวใหม่ ที่เป็นสินค้าในกลุ่มความงาม ดูแลผิว อีกทั้งในช่วงถัดไปบริษัทยังต้องการใช้สินค้าการเกษตรเข้ามาช่วยเพิ่มรายรับอีกทาง


อย่างไรก็ดี ในเรื่องของการทำตลาด บริษัทได้มองไปที่เรื่องของทีวีดาวเทียมเป็นหลัก โดยบริษัทได้ทำการเจรจาอยู่กับหลายช่องทีวีที่อยู่ในระบบจานดาวเทียม ซึ่งทั้ง หมดอยู่ในขั้นตอนการเจรจาเรื่องของราคา และความเหมาะสมในส่วนของเวลาในการออกอากาศ


ในส่วนของแผนงานการเปิดบริษัทลูกที่กล่าวมา บริษัทได้ยื่นเรื่องของการจดทะเบียนบริษัท และสินค้าไปแล้ว อีกทั้งเรื่องทั้งหมดก็ผ่านการอนุญาตจากทางหน่วยงานรัฐเป็นที่เรียบร้อย โดยบริษัทที่เปิดใหม่นี้ มีสโลแกนว่า “ความมั่งคั่ง คู่ความมั่นคง”


“หลังจากที่บริษัทได้ผ่านการอนุญาต จากหน่วยงานรัฐทั้งหมดแล้ว และได้วางแผนว่าในวันที่ 21 ก.ค. ที่จะถึงนี้เป็นวันเปิดตัวบริษัทลูกอย่างเป็นทางการ บริษัทมีความเชื่อมั่นว่าในวันงานเปิดตัว วงการขายตรงไทยจะต้องสั่นสะเทือนด้วยแผนต่างๆ ของบริษัทใหม่ ที่เราใส่เข้าไป ซึ่งจะทำให้ยอดขายรวมของลาชูเล่เติบโตไม่ต่ำกว่า 30% ในปีนี้อย่างแน่นอน” แม่ทัพใหญ่ ลาชูเล่ เผย


>> “ยูนิไลฟ์” โหมขายสินค้า ผ่านรายการทีวี


นางปราณี พุทธิพิพัฒน์ขจร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ยูนิไลฟ์ อินเตอร์ เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมดำเนินกลยุทธ์หลักประการแรก คือ การเน้นโปรโมต สร้างการรับรู้สินค้าชุดประหยัดปุ๋ย 5 พลัง ซึ่งถือเป็นสินค้าเอกของบริษัทเพิ่มเติม โดยจะเน้นการออกสื่อทีวี สื่อดาวเทียมมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้เริ่มเผยแพร่โฆษณาในสินค้าดังกล่าวไปแล้ว และได้รับการตอบรับเป็นที่น่าพอใจ 


ซึ่งปัจจุบันยอดขายจากสินค้าชุดประหยัดปุ๋ย 5 พลัง มีประมาณ 30-40% จากยอดขายสินค้าทั้งหมดของบริษัทนอกจากนี้ ในสินค้าชนิดอื่นๆ ขณะนี้บริษัทก็กำลังเตรียมนำสินค้าตัวใหม่ออกมา คือ ผลิตภัณฑ์สารกำจัดศัตรูพืช ซึ่งหากจะกล่าวว่า เป็นสินค้าชนิดใหม่เลย ก็คงไม่ใช่ เพราะสินค้าดังกล่าวเป็นผลิตภัณฑ์ที่บริษัทมีอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมารัฐบาลได้มีการเปลี่ยนแปลง เกี่ยวกับพ.ร.บ. บังคับใช้วัตถุอันตรายอยู่ตลอด บริษัทจึงต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยในครั้งนี้พ.ร.บ.บังคับ ใช้วัตถุอันตรายฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้ไปเมื่อปีที่แล้ว ขณะนี้บริษัทจึงรอขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ดังกล่าวอยู่ และคาดว่าน่าจะออกตีตลาดได้ประมาณกลางปีนี้


แผนกลยุทธ์ประการต่อมา คือ เน้นการขยายตลาด โดยปีนี้บริษัทจะรุกตลาดไปทั่วทุกภาค ไม่ว่าจะเป็นภาคกลาง เหนือ อีสาน ใต้ โดยปัจจุบันพื้นที่ที่สร้างยอดขาย ให้กับบริษัทมากที่สุด ยังคงเป็นภาคกลาง ส่วนตลาดต่างประเทศ ขณะนี้ประเทศกัมพูชา ยังคงเป็นพื้นที่เดียวที่สินค้ายูนิไลฟ์ ส่งไปมากที่สุด ส่วนประเทศอื่น เช่น ลาว ยังมีสมาชิกไม่มากนัก 


>> “ดีไลฟ์” หาช่องเพิ่มปั้นแบรนด์


นายเทวัญ ดีใจงาม ประธานกรรมการ บริษัท ดีไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า แผนกลยุทธ์สำคัญของบริษัทหลังจากนี้ คือ การเพิ่มช่องทางการสื่อสาร โดยเฉพาะสื่อดาวเทียม และระบบออนไลน์ ซึ่งตนมองว่าในปัจจุบันสื่อเหล่านี้มีอิทธิพลต่อผู้บริโภคมาก โดยเฉพาะผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งบริษัทคาดว่า ไม่เกินเดือนเมษายนปีนี้ จะมีการปล่อยสัญญาณทีวีดาวเทียมของ ดีไลฟ์ ออกสู่สายตาประ ชาชนได้อย่างแน่นอน ส่วนระบบออนไลน์ ขณะนี้ระบบของบริษัทก็มีความพร้อมแล้วกว่า 90%


แผนสำคัญประการสุดท้าย คือ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งในขณะนี้ สินค้าสำคัญของดีไลฟ์อย่าง โสมสกัด อัดเม็ด ได้รับการจดทะเบียน อย.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากต้องรอการดำเนินงานตรงนี้เป็นปี ซึ่งผลตอบรับจากผู้ที่ได้ลองใช้แล้ว ปรากฏว่าให้ผลดีมาก แผนต่อไปบริษัทจึงเตรียมจดลิขสิทธิ์ทางปัญญาในผลิตภัณฑ์ดังกล่าว และอาจรวมถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆของบริษัทด้วยในอนาคต


>> “อาเจล” เล่นนวัตกรรมตู้กดสินค้า


มร.เจฟ ฮิกกินสัน ประธาน บริษัท อาเจล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า แผนการตลาดสำคัญอีกประการที่เป็นความภาคภูมิใจของอาเจลในขณะนี้ คือ การนำเทคโนโลยี ตู้จำหน่ายอัตโนมัติของผลิตภัณฑ์เจล ที่เรียกว่า “Gel Dispenser” เข้ามาช่วยขยายฐานผู้บริโภคใหม่ ซึ่งผู้นำธุรกิจสามารถมีส่วนร่วมในการลงทุน พร้อมเลือกทำเลในการวางตู้จำหน่ายอัตโนมัติได้เอง แต่อย่างไรก็ดี ในขณะนี้บริษัทได้วางแผนในการวางตู้จำหน่ายอัจฉริยะนี้ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และสถานีรถไฟฟ้า BTS


นอกจากนี้ มร. เจฟ ได้เปิดเผยต่อว่า ขณะนี้อาเจลประเทศไทย ได้มีการจัดแผนการตลาดใหม่ จากเดิมที่ใช้ระบบไบนารี่ ขณะนี้อาเจลได้ดึงระบบยูนิเลเวลมาร่วม รวมกันเป็นแผนไฮบริด พลัส โดยแผนดังกล่าวจะทำให้ทีมสมาชิกได้รายได้เกือบ 3 เท่า หรือบริษัทจ่ายเพิ่มขึ้นเกือบ 60% ซึ่งคาดว่าจะลองใช้แผนดังกล่าวประมาณ 4 เดือน หากดีก็จะใช้แบบถาวร


อย่างไรก็ดี เกี่ยวกับนโยบายการลงทุนเปิดโรงงานในประเทศไทย มร.เจฟ กล่าวว่า “ตนก็ยังคงพิจารณาอยู่อย่างแน่นอน แม้ใครหลายคนจะห่วงในด้านผลกระทบจากภัยพิบัติธรรมชาติ แต่สิ่งที่ตนจะ พิจารณา มีองค์ประกอบสำคัญประการแรก คือ ศักยภาพภายในประเทศ ประการที่สอง คือ สูตรต้องไม่รั่วไหล ประการที่สาม คือ วัตถุดิบที่จะคงระดับมาตรฐานของสินค้า เมื่อพิจารณาแล้วประเทศไทยถือว่ามีความพร้อมสูง ดังนั้นหากอาเจลได้เข้ามาผลิตสินค้าในประเทศไทย ก็จะเป็นประโยชน์ในแง่การขนส่งสินค้า และจะช่วยลดราคาสินค้าให้กับสมาชิกได้”


 ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1295 ประจำวันที่ 28-4-2012 ถึง 1-5-2012     

ขายตรงรุกหนัก ‘สื่อดาวเทียม’ ระดมทุนจ่ายหนักซื้อเวลาแย่งสมาชิก


 


บริษัทขายตรงแห่แย่งซื้อเวลา สื่อทีวีดาวเทียมประโคมแบรนด์หนัก “ลาชูเล่” ขนทุนเตรียมโปรโมตบริษัทลูก “ลาชูเล่ (เอเชีย)” ดึงสมาชิก ไบนารี่ “ยูนิไลฟ์” หาช่องไล่ กวดยอดขาย ด้าน “ดีไลฟ์” หารายการเพิ่ม ผนวกสื่อออนไลน์เรียกเรตติ้ง “อาเจล” ไม่เน้นสื่อ ขอสร้างนวัตกรรมเครื่องซื้อสินค้า สร้างความล้ำสมัย


ดูจะเป็นของคู่กันไปเสียแล้ว ระหว่างธุรกิจขายตรง กับ ทีวีดาวเทียม ซึ่งบรรดาบริษัทน้อยใหญ่ต่างพากันสร้างแบรนด์ผ่านช่องรายการประเภทนี้ โดยสถิติชี้ให้เห็นว่า กว่า 10 ล้านครัวเรือน จาก 20 กว่าล้านครัวเรือน ของประชากรไทย นิยมรับชมรายการทีวีผ่านสัญญาณดาวเทียม นี่จึงเป็นสมรภูมิสร้างแบรนด์ที่ขายตรงแห่แย่งซื้อเวลา เรียกเรตติ้งใส่ตัว


>> “ลาชูเล่” หาช่องโปรโมตบริษัทลูก


ร.ต.ต. ดร.สุรเชษฐ์ เชื้อศรี ประธานกรรมการ บริษัท ลาชูเล่ คอสเมติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ในเดือน กรกฎาคม บริษัทได้วางแผนงานที่จะเปิดตัว “บริษัท ลาชูเล่ (เอเชีย) จำกัด” ขึ้น โดยบริษัทนี้ จะเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจในรูปแบบขายตรง โดยจะใช้แผนงานไบนารี่ เป็นแผนในการทำตลาด”


“โดยแผนงานไบนารี่ ของลาชูเล่ (เอเชีย) จะเป็นการผสมผสานระหว่างหลายแผน ซึ่งบริษัทต้องการสร้างขึ้นเพื่อ เอาใจสมาชิกของบริษัทที่ต้องการทำงานภายใต้แผนใหม่ ซึ่งบริษัทมีความเชื่อว่าจะสามารถสร้างตัวเลือกใหม่ๆให้สมาชิกได้ เป็นอย่างดี” แม่ทัพ ลาชูเล่ เผย


ในส่วนของสินค้าที่บริษัทจะนำเข้ามาวางจำหน่ายสำหรับบริษัทใหม่ จะต่างจากลาชูเล่ คอสเมติคส์ เพราะบริษัทใหม่จะเน้นไปที่เรื่องของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นหลัก ซึ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ ไม่มีในจำหน่ายในลาชูเล่ คอสเมติคส์ โดยขณะนี้ มีด้วยกันแล้ว 4 รายการสินค้า โดยใน 4 รายการนี้ จะมีเพียงครีมกันแดดตัวใหม่ ที่เป็นสินค้าในกลุ่มความงาม ดูแลผิว อีกทั้งในช่วงถัดไปบริษัทยังต้องการใช้สินค้าการเกษตรเข้ามาช่วยเพิ่มรายรับอีกทาง


อย่างไรก็ดี ในเรื่องของการทำตลาด บริษัทได้มองไปที่เรื่องของทีวีดาวเทียมเป็นหลัก โดยบริษัทได้ทำการเจรจาอยู่กับหลายช่องทีวีที่อยู่ในระบบจานดาวเทียม ซึ่งทั้ง หมดอยู่ในขั้นตอนการเจรจาเรื่องของราคา และความเหมาะสมในส่วนของเวลาในการออกอากาศ


ในส่วนของแผนงานการเปิดบริษัทลูกที่กล่าวมา บริษัทได้ยื่นเรื่องของการจดทะเบียนบริษัท และสินค้าไปแล้ว อีกทั้งเรื่องทั้งหมดก็ผ่านการอนุญาตจากทางหน่วยงานรัฐเป็นที่เรียบร้อย โดยบริษัทที่เปิดใหม่นี้ มีสโลแกนว่า “ความมั่งคั่ง คู่ความมั่นคง”


“หลังจากที่บริษัทได้ผ่านการอนุญาต จากหน่วยงานรัฐทั้งหมดแล้ว และได้วางแผนว่าในวันที่ 21 ก.ค. ที่จะถึงนี้เป็นวันเปิดตัวบริษัทลูกอย่างเป็นทางการ บริษัทมีความเชื่อมั่นว่าในวันงานเปิดตัว วงการขายตรงไทยจะต้องสั่นสะเทือนด้วยแผนต่างๆ ของบริษัทใหม่ ที่เราใส่เข้าไป ซึ่งจะทำให้ยอดขายรวมของลาชูเล่เติบโตไม่ต่ำกว่า 30% ในปีนี้อย่างแน่นอน” แม่ทัพใหญ่ ลาชูเล่ เผย


>> “ยูนิไลฟ์” โหมขายสินค้า ผ่านรายการทีวี


นางปราณี พุทธิพิพัฒน์ขจร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ยูนิไลฟ์ อินเตอร์ เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมดำเนินกลยุทธ์หลักประการแรก คือ การเน้นโปรโมต สร้างการรับรู้สินค้าชุดประหยัดปุ๋ย 5 พลัง ซึ่งถือเป็นสินค้าเอกของบริษัทเพิ่มเติม โดยจะเน้นการออกสื่อทีวี สื่อดาวเทียมมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้เริ่มเผยแพร่โฆษณาในสินค้าดังกล่าวไปแล้ว และได้รับการตอบรับเป็นที่น่าพอใจ 


ซึ่งปัจจุบันยอดขายจากสินค้าชุดประหยัดปุ๋ย 5 พลัง มีประมาณ 30-40% จากยอดขายสินค้าทั้งหมดของบริษัทนอกจากนี้ ในสินค้าชนิดอื่นๆ ขณะนี้บริษัทก็กำลังเตรียมนำสินค้าตัวใหม่ออกมา คือ ผลิตภัณฑ์สารกำจัดศัตรูพืช ซึ่งหากจะกล่าวว่า เป็นสินค้าชนิดใหม่เลย ก็คงไม่ใช่ เพราะสินค้าดังกล่าวเป็นผลิตภัณฑ์ที่บริษัทมีอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมารัฐบาลได้มีการเปลี่ยนแปลง เกี่ยวกับพ.ร.บ. บังคับใช้วัตถุอันตรายอยู่ตลอด บริษัทจึงต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยในครั้งนี้พ.ร.บ.บังคับ ใช้วัตถุอันตรายฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้ไปเมื่อปีที่แล้ว ขณะนี้บริษัทจึงรอขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ดังกล่าวอยู่ และคาดว่าน่าจะออกตีตลาดได้ประมาณกลางปีนี้


แผนกลยุทธ์ประการต่อมา คือ เน้นการขยายตลาด โดยปีนี้บริษัทจะรุกตลาดไปทั่วทุกภาค ไม่ว่าจะเป็นภาคกลาง เหนือ อีสาน ใต้ โดยปัจจุบันพื้นที่ที่สร้างยอดขาย ให้กับบริษัทมากที่สุด ยังคงเป็นภาคกลาง ส่วนตลาดต่างประเทศ ขณะนี้ประเทศกัมพูชา ยังคงเป็นพื้นที่เดียวที่สินค้ายูนิไลฟ์ ส่งไปมากที่สุด ส่วนประเทศอื่น เช่น ลาว ยังมีสมาชิกไม่มากนัก 


>> “ดีไลฟ์” หาช่องเพิ่มปั้นแบรนด์


นายเทวัญ ดีใจงาม ประธานกรรมการ บริษัท ดีไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า แผนกลยุทธ์สำคัญของบริษัทหลังจากนี้ คือ การเพิ่มช่องทางการสื่อสาร โดยเฉพาะสื่อดาวเทียม และระบบออนไลน์ ซึ่งตนมองว่าในปัจจุบันสื่อเหล่านี้มีอิทธิพลต่อผู้บริโภคมาก โดยเฉพาะผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งบริษัทคาดว่า ไม่เกินเดือนเมษายนปีนี้ จะมีการปล่อยสัญญาณทีวีดาวเทียมของ ดีไลฟ์ ออกสู่สายตาประ ชาชนได้อย่างแน่นอน ส่วนระบบออนไลน์ ขณะนี้ระบบของบริษัทก็มีความพร้อมแล้วกว่า 90%


แผนสำคัญประการสุดท้าย คือ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งในขณะนี้ สินค้าสำคัญของดีไลฟ์อย่าง โสมสกัด อัดเม็ด ได้รับการจดทะเบียน อย.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากต้องรอการดำเนินงานตรงนี้เป็นปี ซึ่งผลตอบรับจากผู้ที่ได้ลองใช้แล้ว ปรากฏว่าให้ผลดีมาก แผนต่อไปบริษัทจึงเตรียมจดลิขสิทธิ์ทางปัญญาในผลิตภัณฑ์ดังกล่าว และอาจรวมถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆของบริษัทด้วยในอนาคต


>> “อาเจล” เล่นนวัตกรรมตู้กดสินค้า


มร.เจฟ ฮิกกินสัน ประธาน บริษัท อาเจล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า แผนการตลาดสำคัญอีกประการที่เป็นความภาคภูมิใจของอาเจลในขณะนี้ คือ การนำเทคโนโลยี ตู้จำหน่ายอัตโนมัติของผลิตภัณฑ์เจล ที่เรียกว่า “Gel Dispenser” เข้ามาช่วยขยายฐานผู้บริโภคใหม่ ซึ่งผู้นำธุรกิจสามารถมีส่วนร่วมในการลงทุน พร้อมเลือกทำเลในการวางตู้จำหน่ายอัตโนมัติได้เอง แต่อย่างไรก็ดี ในขณะนี้บริษัทได้วางแผนในการวางตู้จำหน่ายอัจฉริยะนี้ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และสถานีรถไฟฟ้า BTS


นอกจากนี้ มร. เจฟ ได้เปิดเผยต่อว่า ขณะนี้อาเจลประเทศไทย ได้มีการจัดแผนการตลาดใหม่ จากเดิมที่ใช้ระบบไบนารี่ ขณะนี้อาเจลได้ดึงระบบยูนิเลเวลมาร่วม รวมกันเป็นแผนไฮบริด พลัส โดยแผนดังกล่าวจะทำให้ทีมสมาชิกได้รายได้เกือบ 3 เท่า หรือบริษัทจ่ายเพิ่มขึ้นเกือบ 60% ซึ่งคาดว่าจะลองใช้แผนดังกล่าวประมาณ 4 เดือน หากดีก็จะใช้แบบถาวร


อย่างไรก็ดี เกี่ยวกับนโยบายการลงทุนเปิดโรงงานในประเทศไทย มร.เจฟ กล่าวว่า “ตนก็ยังคงพิจารณาอยู่อย่างแน่นอน แม้ใครหลายคนจะห่วงในด้านผลกระทบจากภัยพิบัติธรรมชาติ แต่สิ่งที่ตนจะ พิจารณา มีองค์ประกอบสำคัญประการแรก คือ ศักยภาพภายในประเทศ ประการที่สอง คือ สูตรต้องไม่รั่วไหล ประการที่สาม คือ วัตถุดิบที่จะคงระดับมาตรฐานของสินค้า เมื่อพิจารณาแล้วประเทศไทยถือว่ามีความพร้อมสูง ดังนั้นหากอาเจลได้เข้ามาผลิตสินค้าในประเทศไทย ก็จะเป็นประโยชน์ในแง่การขนส่งสินค้า และจะช่วยลดราคาสินค้าให้กับสมาชิกได้”


 ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1295 ประจำวันที่ 28-4-2012 ถึง 1-5-2012     

วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2555

ยอดขาย บริษัทขายตรงฟันยอดขายกระฉูด ไตรมาสแรกของปี 2555

แหยงซ้ำรอย “เอาไม่อยู่” ผ่าน Q1 ขายตรงฟันยอดกระฉูด              !!!!
ผ่านไตรมาสแรกของปี 2555 ไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งถือเป็นด่านทดสอบอีกหนึ่งด่านของทุกธุรกิจ และแม้หลายธุรกิจจะยังซึมจากผลกระทบน้ำท่วมกันอยู่ก็ตาม แต่สำหรับธุรกิจขายตรงไทยแล้วกลับมียอดการเติบโตสวนกระแสหลังจากสิ้นเสียงนกหวีดปล่อยตัวในยกแรก ทุกค่ายต่างพากันเหยียบคันเร่งกันสุดแรง เหตุไม่มั่นใจว่าในอนาคตจะมีวิกฤติน้ำท่วมรอบใหม่เข้ามากระทบหรือไม่ โดยเฉพาะยักศ์ขายตรงรายเก๋าที่ต่างพากันงัดแผนเด็ดโกยยอดขายเป็นว่าเล่น ทั่งฟากสแตร์สเต็ปอย่าง “แอมเวย์-ซูเลียน-กิฟฟารีน” ยอด Q1 มาแรงไม่มีตก ยึดเก้าอี้อันดับ 1-3 อย่างเหนียวเน่น ขณะที่เหล่าบิ๊กไบนารี่ตบเท้ากันแข่งกวาดยอดพุ่งกระฉูดกันทั่วหน้าด้วยเช่นกัน


 



“แอมเวย์” ยึดเก้าอี้แชมป์ Q1 โตตามเป้า
“นายกิจธวัช ฤทธีราวี” กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ด้วยอัตราการเติบโตขอยอดขายในปี 2554 ที่ป่านมา แอมเวย์มีการชยายตัวเพิ่มขึ้นโดยมียอดขายรวมอยู่ที่ 15,500 ล้านบาท เติบโต 8% ส่งผลให้ในไตรมาสแรกของปีนี้แอมเวย์ยังคงเติบดตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 7-10% ทั้งนี้เป็นผลมาจากตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาบริษัทได้จัดกิจกรรมส่งเสริมกาตลาดมาอย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงดังกล่าวจะมีบริษัทเปิดใหม่เกิดขึ้นมากมาย ทำให้การแข่งขันในธุรกิจขายตรงในประเทศมีสีสันเพิ่มมากขึ้น แต่ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีเนื่องจากจะทำให้บริษัทมีการพัฒนาตัวเอง และเชื่อมั่นว่าการที่แอมเวย์ได้สร้างรากฐานการทำธุรกิจมานาน ทำให้นักธุรกิจของแอมเวย์ทุกคนมีความเป็นมืออาชีพ


 



“ซูเลียน” ปลื้มยอด Q1 ทะลุ 1,400 ล้าน
“ดร. ปิยะวัชร์ บุญยืนยงสกุล” ประธานกรรมการ บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แม้ในช่วงปลายปี 2554 ที่ผ่านมาซูเลียนจะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ แต่บริษัทสามารถสร้างยอดขายรวมในปี 2554 ที่ผ่านมาบริษัทสามารถสร้างยอดขายรวมในปี 2554 อยู่ที่ 5,540 ล้านบาท จากยอดขายดังกล่าวทำให้ซูเลียนก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทขายตรงที่มียอดขายเป็นอันดับ 2 ของประเทศ และตั้งแต่ต้นปี 2555 ที่ผ่านมาบริษัทได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย และจัดการประชุมให้ความรู้กับสมาชิกในศูนย์เอเยนซี่เฉลี่ยวันละ 200 แห่งทั่วประเทศ ส่งผลให้ยอดขายของบริษัทโดยเฉพาะในไตรมาสแรกเติบโตมากกว่า 20% หรือมียอดขายกว่า 1,400 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบดตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
“ไม่ว่าสถานการณ์บ้านเมืองจะวิกฤติอย่างไร คนก็ต้องกิน ต้องใช้ ต้องแปรงฟัน ยิ่งเศรษฐกิจไม่ดีสำหรับ ซูเลียน แล้วยิ่งสวนกระแส รวมถึงวันนี้แม้ ซูเลียน จะประสบความสำเร็จมากแค่ไหน หรือแม้กระทั้งจะทำได้ตามเป้าหมายแล้วก็ตามก็ไม่คิดที่จะหยุดอยู่แค่นี้เพราะชีวิตเรามีเป้าหมายเสมอและมีเป้าหมายให้ไปได้ตลอด


 



“กิฟฟารีน” ชี้ไตรมาสแรกโตตามเป้าที่ 10%
“นายพงศ์พสุ อุณาพรหม” ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสาร การตลาด บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด กล่าวถึงผลประกอบการของกิฟฟารีนในไตรมาสแรกว่า เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ กล่าวคือ ธุรกิจกิฟฟารีนเติบโตที่ตัวเลข 10% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาและถือว่าเป็นการเติบโตที่น่าพอใจมาก โดยสืบเนื่องจากบริษัทได้เปิดตัวสินค้าใหม่ๆ หลากรายการเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จึงส่งผลให้นักธุรกิจ และตลาดการจับจ่ายใช้สอบในธุรกิจกิฟฟารีนมีความคึกคัก รวมทั้งยังมีการจัดกิจกรรมในส่วนของการอบรมที่โรงแรมอินทรา และยังมีในส่วนของการสัมมนาในเขตพื้นที่ตามต่างขจังหวัดอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความเข้มข้นของธุรกิจฟื้นตัวเร็วมากจากเมื่อปีที่ผ่านมาที่ได้รับผลกระทบในส่วนของน้ำท่วมครั้งใหญ่
“ปีนี้กิฟฟารีนได้รุกหนักมาตั้งแต่ต้นปี โดยมีการทำงานภายใต้สมมุตืฐานที่ว่าน้ำกำลังท่วมอยู่เลยก็ว่าได้ ซึ่งจะมีการวางแผนงานทางด้านการผลิต ที่ต้องมีสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่องการขนส่ง มีการวางแผนใรการลุยธุรกิจทั้งแผน A และ แผน B จึงส่งผลให้ในไตรมาสแรกปีนี้ของกิฟฟารีนเติบโตเป็นอย่างที่น่าพอใจที่ตัวเลข 10% “ นายพงศ์พสุ กล่าว


 



“เอม สตาร์” ดันยอด 3 เดือนแรกพุ่ง 15%
“พญ.ลพา วัชรศรีโรจน์” ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท เอม สตาร์ เน็ทเวิร์ค จำกัด ระบุว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกของปีนี้เติบโตขึ้นอย่างมาก แต่กระนั้นก็ตามธุรกิจ เอม สตาร์ของเราจะไม่เหมือนบริษทอื่นๆ เพราะมีกาทำงานที่เน้นการสร้างผู้นำ จัดฝึกผบรมเรียนรู้ ให้กับนักธุรกิจอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งยังมีการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ของสินค้าหลากรายการ สอดรับกับแผนการทำงานของ “เอม สตาร์” ที่มีการซอบแบบถี่ยิบตั้งแต่ต้นปี เนื่องจากไม่สามารถคาดเดาได้ว่าน้ำจะท่วมหรือน้ำจะแล้ง ดังนั้น ไตรมาสแรกของปีนี้บริษัทจึงได้ลุยทำงานกันอย่างเต็มที่ ทำให้ยอดขายเติบโตเพิ่มขึ้น 15% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
“เชื่อว่าไตรมาส 2 และ 3 จะคึกคักมากกว่านี้ เนื่องจาก เอม สตาร์ จะรุกหนัก และลุยอย่างเต็มพิกัด จึงสามารถคาดการณ์ในส่วนของยอดขายในปลายปีนี้ว่าน่าจะปิดได้ที่ตัวเลข 5,000 กว่าล้านบาท เพราะธุรกิจเอม สตาร์ เป็นธุรกิจที่สร้างแรงเหวี่ยง ซึ่งจริงๆ แล้วเราต้องการที่จะทะลุยอดขาย 10,000 ล้านบาท แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย อย่างไรก็ตามปัจจุบันเรามีนักุรกิจที่เป็นมนุษย์เงินล้านเพิ่มขึ้นมาอีก  1 รหัสรวมเป็น 11 รหัส นี่จึงเป็นสิ่งที่สุดยอดที่สุดแล้ว เพราะเป็นการเติบโตและประสบความสำเร็จไปพร้อมกันระหว่างบริษัทและนักธุรกิจ เอม สตาร์ ซึ่งทางที่เรามาถึง ณ จุดนี้ได้คุณหมอรู้สึกพอใจอย่างมาก เพราะเราทำธุรกิจขึ้นมาทำธุรกิจขึ้นมามิใช่เพียงการขายของ แต่กำลังส่งมอบโอกาสที่ดี และสวยงามไปยังคนทั่วไปด้วยธุรกิจ เอม สตาร์” พญ.ลพา กล่าวทิ้งท้าย


 



“หมอเส็ง” โอ่ยอดขาย 3 เดือนแรกโต 25%
“นายฉัตรชัย แสงสุริยะฉัตร (คุณหมอเส็ง)” ประธานกรรมการ บริษัท แสงสุริยะฉัตร (2002) จำกัด กล่าวว่าสำหรับผลประกอบการไตรมาส 1 ของปีนี้ ธุรกิจหมอเส็งเติบโตราว 20-25% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาปีที่ผ่านมาซึ่งนับได้ว่าเป็นตัวเลขการเติบโตที่สูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้จากเดิมตั้งเป้าไว้ที่ 10-15% เท่านั้น ปัจจัยที่ผลักดันให้ยอดขายเติบโตได้นั้น มาจากแรงหนุนสำคัญที่บริษัทได้มุ่งเน้นโหมโฆษณาประชาสัมพันธ์รอบด้านอย่างต่อเนื่อง และคาดหวังว่าสิ่งที่ได้ทุ่มเทไปนั้นจะผลักดันให้ยอดขายโดยรวมพุ่งสุงถึง 4,000-5,000 ล้านบาท ภายในสิ้นปีนี้
“กลยุทธ์การตลาดแบบเดิมๆ เราจะมุ่งเน้นการเปิดศูนย์ให้บริการ เพื่อสร้างความสะดวกในการซื้อขาย การจัดฝึกอบรมสมาชิกให้มีความซื่อสัตย์ การเทรนนิ่งสินค้า แต่ในปีนี้ถือเป็นปีแห่งการลงทุนครั้งยิ่งใหญ่ ที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งจุมุ่งเน้นเจาะตลาดขายตรง และตลาดสากลสร้างความเชื่อมั่นทางธุรกิจอย่างเช่นล่าสุดได้โหมโฆษณาแบรนด์สินค้า ผ่านทางรถโดยสารประจำทาง ขสมก. Bus Ad จำนวน 10 คัน 10 สายทั่วกรุงเทพฯ อีกทั้งเพื่อเป็การขยายเครือข่ายรองรับการ เติบโตทางธุรกิจหมอเส็ง ได้จัดให้มีระบบคอลเซ็นเตอร์ เพื่อตอบคำถาม และมีปัญหาให้กับผู้ที่สนใจโทรมาปรึกษาได้ทุกวัน”


 



“J&C” จอย แอนด์ คอยน์ แรงดีไม่มีตก 3 เดือนฟัน 600 ล้าน
“ดร. สมชาย หัชลีฬหา” ประธานกรรมการ บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ จำกัด (J&C) เผยถึงตัวเลขยอดขายไตรมาสแรกของปี 2555 ว่า เติบโตเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้โดยมียอดขายอยู่ที่ 600 กว่าล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งปัจจัยที่ทำให้ยอดขายเติบโตดังกล่าวมาจากการที่บริษัทได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด และโปรโมชั่นต่างๆ ให้กับสมาชิกมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนทิศทางการเติบโตในไตรมาส 2 ของปีนี้คงต้องรอประเมินสถานการณ์ในภาพรวมของบริษัทก่อนว่า กิจกรรมที่ทำมาในช่วงไตรมาสแรกมากไป หรือน้อยเกินไป จากนั้นจึงจะค่อยมาปรับกลยุทธ์ด้านการตลาดกันอีกครั้ง
“ตอนนี้ยังไม่เห็นสัญญาณอะไรที่โดดเด่นมากนักสำหรับภาพรวมของธุรกิจขายตรง ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่าหลายบริษัทอยู่ระหว่างการปรับตัวเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ปกติหลังจากช่วงปลายปีที่แล้วได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมใหญ่ดังนั้นเอว่าตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป จะได้เห็นหลานยบริษัทปรับกลยุทธ์รูปแบบการนำเสนอธุรกิจแบบใหม่ และจัดโปรโมชั่นต่างๆมากขึ้น เพื่อกระตุ้นยอดขาย ซึ่งในส่วนของ J&C เองก็ได้เตรียมความพร้อมไว้แล้ว เพื่อกระตุ้นยอดขายให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2,500 ล้านบาทภายในสิ้นปีนี้”


 



“Cats.Com” บุกตลาดต่างประเทศโกยยอด 120 ล้านบาท
“นาย เอกวัฒน์ วงษ์ชูแก้ว” รองประธานบริหาร บริษัท แคทส์ ดอท คอม (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Cats.Com เปิดเผยว่า ยอดขายรวมในไตรมาสแรกของปีนี้อยู่ที่ 120 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 10 กว่าเปอร์เซ็นต์จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการที่บริษัทได้ขยายตลาดออกไปยัง่างประเทศโดยเฉพาะที่ประเทศกัมพูชาที่เพิ่งจัดงานแกรนด์โอเพ่นนิ่งไป โดยได้รับความสนใจจากสมาชิกในประเทศดังกล่าวเป็นจำนวนมาก และล่าสุดบริษัทได้เจรจากับนักลงทุนจากประเทศลาวเพื่อเข้าไปเปิดเป็นศูนย์สาขาในประเทศดังกล่าวเช่นกัน หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีสมาชิกบางส่วนได้เข้าไปขยายตลาดแล้วล่วงหน้าซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ยอดขายในปีนี้เติบโตตามที่ตั้งเป้าไว้ที่ 550 ล้านบาท
สำหรับแนวโน้มการเติบโตในไตรมาส 2 ของปีนี้นั้น นายเอกวัฒน์ กล่าวว่า บริษัทเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดเพิ่มอีกประมาณ 2-3 รายการ ทั้งในกลุ่มอาหารเสริม และเครื่องสำอาง เพื่อช่วยกระตุ้นยอดขาย นอกจากนี้ยังได้ขยายฐานตลาดใหม่ๆ เพิ่มขึ้น อาทิ การเข้าไปแนะแนวการทำธุรกิจขายตรงให้กับนักศึกษาของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน(กศน.) ในจังหวัดนครพนม ที่ยังอยู่ระหว่างการศึกษาอยู่ แต่สามารถมีรายได้เสริมอีกทางด้วย ซึ่งถือว่าได้รับความสนใจจากนักศึกษาและอาจารย์เป็นอย่างมาก


 



“ยูแคนดู” อู่ฟู่ 3 เดือนแรกโตเกินเป้า
“นายภคินท์ ยมโชติ” ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ยูแคนดู จำกัด กล่าวว่า ยอดขายในไตรมาสแรกของปีนี้อยู่ที่ 50 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 40 ล้านบาท ซึ่งปัจจัยการเติบโตดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการไปสร้างยอดขายขึ้นมา แต่เกิดจากการบริโภคของสมาชิกอย่างแท้จริง รวมถึงการที่บริษัทได้ทำกิจกรรมภายในและภายนอกองค์กร (CSR) ทำให้จำนวนสมาชิกเติบโตเพิ่มขึ้นมากกว่า 100% ต่อเดือนส่งผลให้ปัจจุบันมีจำนวนสมาชิกมากกว่า 3.5 หมื่นรหัสแล้ว
ส่วนกลยุทธ์ในช่วงไตรมาส 2 นั้นบริษัทจะเน้นการทำ CSR เพิ่มมากขึ้น และการทำการตลาดผ่านทางระบบดิจิตอลมาร์เก็ตติ้ง รวมถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เข้ามาเพิ่ม และการเปิดตัวสถานบันวิจัยและพัฒนายูแคนดู (R&D) อย่างเป็นทางการ เพื่อช่วยกระตุ้นยอดขาย และเพิ่มจำนวนสมาชิกให้มากขึ้น ขณะที่ไตรมาส 3-4 จะเน้นการตลาดด้านการท่องเที่ยวและกิจกรรมเพื่อสังคมมากขึ้น อย่างไรก็ตามจากอค์ประกอบดังกล่าวคาดว่าจะทำให้ยอดขายในช่วงสิ้นปีนี้เติบโตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 350-400 ล้านบาทได้อย่างแน่นอน


 



“ดีไลฟ์” เปลี่ยนแผนใหม่ดันยอดพุ่ง 120% 


“นายเทวัญ ดีใจงาม” ประธานกรรมการ บริษัท ดีไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า ยอดขายในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้มียอดขายอยู่ที่ 40 กว่าล้านลาท หรือเติบโตมากกว่า 120% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการปรับเปลี่ยนแผนการจ่ายผลตอบแทนให้กับสมาชิกจากเดิมเป็นแบบสแตร์เสต็ป มาเป็นโครงสร้างไบนารี่ ทำให้อัตราการเติบโตค่อนข้างชัดเจน รวมถึงการขยายศูนย์สาขาดีไลฟ์ เซ็นเตอร์ (DC) ทั่วประเทศ ทำให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภ ได้เร็วขึ้น ทำให้มั่นใจว่าสิ้นปีนี้ยอดขายน่าจะทะลุ 500 ล้านบาทได้อย่างแน่นอน


 



“Agel” ยอดพุ่งสวนกระแสโต 31%
นาย อครณัฐ สุทธพงษ์เกษตร รองประธานกรรมการ บริษัท อาเจล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด หรือ Agel กล่าวว่า ผลประกอบการไตรมาสแรกของปีนี้เติบโตเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4/2554 ที่ผ่านมาประมาณ 31% โดยมีองค์ประกอบหลายปัจจัยอาทิ
1. บริษัทแม่ในสหัฐอเมริกาประกาศชัดเจนว่าจะสนับสนุนการลงทุนในไทยอย่างเต็มที่
2. การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่หลายรายการซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค
3. การแสข่าวการโจมตีบริษัท อาเจล จากบริษัทคู่แข่งเริ่มน้อยลง ทำให้สมาชิกมีความเชื่อมั่นและมั่นใจในการทำงานมากยิ่งขึ้น
“ผลประกอบการใตรมาสแรกของปี่นี้เติบดตต่อเนื่องจาก ไตรมาส 4 ปีที่แล้วซึ่งเป้นการส่งสัญญาณให้เห็นแล้วว่าอาเจลณเริ่มกลับมาแล้ว แต่หากเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนคงต้องบอกว่าลดลง เนื่องจากปีที่แล้วเกิดปัญหาภายในขึ้น ขณะที่แนวโน้มไตรมาส 2 ของปีนี้เราเชื่อว่าอาเจลฯ จะยังคงเติบโตต่อเนื่องต่อไปอีก เพราะเราเตรียมจะเปิดตัวสินค้าใหม่เข้ามาเพิ่มอีกหลายรายการ อาทิ ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับดูแลช่องปาก และอาเจล โอเมก้า 3 ซึ่งจะทำให้ช่วยกระตุ้นยอดขายในไตรมาส 2 ได้นอกจากนี้บริษัทแม่ในสหรัฐฯ ยังไฟเขียวให้เข้าไปขยายตลาดไปยังประเทศกัมพูชา ซึ่งจะช่วยให้สมาชิกของอาเจลฯ ทำงานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น


อย่างไรก็ดีจากการคาดการณ์ของสมาคมการขายตรงไทย ได้ระบุถึงมูลค่าธุรกิจขายตรงในปี 2555 ว่าน่าจะอยู่ที่ตัวเลข 71,500 ล้านบาท หรือเติบโตร้อยละ 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ขยายตัวร้อยละ 5-7 เนื่องจากนำนวนผู้ว่างงานและความต้องการรายได้เสริมเพิ่มสูงขึ้น ด้านภาพการแข่งขันมีแนวโน้มว่าทุกค่ายจะหันมาเร่งสร้างยอดขายตั้งแต่ต้นปี เนื่องจากความไม่มั่นใจว่าในอนาคตจะมีปัจจัยเข้ามากระทบหรือไม่ประกอบกับหลายๆบริษัทชะลอหรืองดการออกแคมเปญมาตั้งแต่ปลายปีจากเหตุการณ์น้ำท่วม


ในขณะที่ ศูนย์วิจัยกสิการไทย มองว่าธุรกิจขายตรงยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีในปี 2555 เนื่องจากมีผู้ประกอบการรายใหม่สนใจเข้ามาในตลาดอย่างต่อเนื่อง ทั้งผู้ประกอบการจากสหรัฐฯ ที่เข้ามารุกธุรกิจนี้ในไทย และผู้ประกอบการคนไทยทำให้คาดว่าจะมีการแย่งตัวสมาชิกผู้แทนจำหน่าย โดยการปรับเพิ่มผลตอบแทน นอกจากนี้ การแข่งขันของผู้ประกอบการแต่ละค่าย ยังอาจเกิดขึ้นทั้งในมิติของสินค้า และการให้บริการที่มีคุณภาพมากขึ้น รวมทั้งการกระตุ้นยอดขายจากการปรับกลยุทธ์ด้วยการเสนอสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น เช่น การ ใช้คะแนนสะสมสำหรับซื้อสินค้าในราคาพิเศษ การเพิ่มแคมเปญทริปท่องเที่ยว เป็นต้น


 ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย:  นิตยสาร ลีดเดอร์ ไทม์   

ยอดขาย บริษัทขายตรงฟันยอดขายกระฉูด ไตรมาสแรกของปี 2555

แหยงซ้ำรอย “เอาไม่อยู่” ผ่าน Q1 ขายตรงฟันยอดกระฉูด              !!!!
ผ่านไตรมาสแรกของปี 2555 ไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งถือเป็นด่านทดสอบอีกหนึ่งด่านของทุกธุรกิจ และแม้หลายธุรกิจจะยังซึมจากผลกระทบน้ำท่วมกันอยู่ก็ตาม แต่สำหรับธุรกิจขายตรงไทยแล้วกลับมียอดการเติบโตสวนกระแสหลังจากสิ้นเสียงนกหวีดปล่อยตัวในยกแรก ทุกค่ายต่างพากันเหยียบคันเร่งกันสุดแรง เหตุไม่มั่นใจว่าในอนาคตจะมีวิกฤติน้ำท่วมรอบใหม่เข้ามากระทบหรือไม่ โดยเฉพาะยักศ์ขายตรงรายเก๋าที่ต่างพากันงัดแผนเด็ดโกยยอดขายเป็นว่าเล่น ทั่งฟากสแตร์สเต็ปอย่าง “แอมเวย์-ซูเลียน-กิฟฟารีน” ยอด Q1 มาแรงไม่มีตก ยึดเก้าอี้อันดับ 1-3 อย่างเหนียวเน่น ขณะที่เหล่าบิ๊กไบนารี่ตบเท้ากันแข่งกวาดยอดพุ่งกระฉูดกันทั่วหน้าด้วยเช่นกัน


 



“แอมเวย์” ยึดเก้าอี้แชมป์ Q1 โตตามเป้า
“นายกิจธวัช ฤทธีราวี” กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ด้วยอัตราการเติบโตขอยอดขายในปี 2554 ที่ป่านมา แอมเวย์มีการชยายตัวเพิ่มขึ้นโดยมียอดขายรวมอยู่ที่ 15,500 ล้านบาท เติบโต 8% ส่งผลให้ในไตรมาสแรกของปีนี้แอมเวย์ยังคงเติบดตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 7-10% ทั้งนี้เป็นผลมาจากตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาบริษัทได้จัดกิจกรรมส่งเสริมกาตลาดมาอย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงดังกล่าวจะมีบริษัทเปิดใหม่เกิดขึ้นมากมาย ทำให้การแข่งขันในธุรกิจขายตรงในประเทศมีสีสันเพิ่มมากขึ้น แต่ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีเนื่องจากจะทำให้บริษัทมีการพัฒนาตัวเอง และเชื่อมั่นว่าการที่แอมเวย์ได้สร้างรากฐานการทำธุรกิจมานาน ทำให้นักธุรกิจของแอมเวย์ทุกคนมีความเป็นมืออาชีพ


 



“ซูเลียน” ปลื้มยอด Q1 ทะลุ 1,400 ล้าน
“ดร. ปิยะวัชร์ บุญยืนยงสกุล” ประธานกรรมการ บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แม้ในช่วงปลายปี 2554 ที่ผ่านมาซูเลียนจะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ แต่บริษัทสามารถสร้างยอดขายรวมในปี 2554 ที่ผ่านมาบริษัทสามารถสร้างยอดขายรวมในปี 2554 อยู่ที่ 5,540 ล้านบาท จากยอดขายดังกล่าวทำให้ซูเลียนก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทขายตรงที่มียอดขายเป็นอันดับ 2 ของประเทศ และตั้งแต่ต้นปี 2555 ที่ผ่านมาบริษัทได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย และจัดการประชุมให้ความรู้กับสมาชิกในศูนย์เอเยนซี่เฉลี่ยวันละ 200 แห่งทั่วประเทศ ส่งผลให้ยอดขายของบริษัทโดยเฉพาะในไตรมาสแรกเติบโตมากกว่า 20% หรือมียอดขายกว่า 1,400 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบดตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
“ไม่ว่าสถานการณ์บ้านเมืองจะวิกฤติอย่างไร คนก็ต้องกิน ต้องใช้ ต้องแปรงฟัน ยิ่งเศรษฐกิจไม่ดีสำหรับ ซูเลียน แล้วยิ่งสวนกระแส รวมถึงวันนี้แม้ ซูเลียน จะประสบความสำเร็จมากแค่ไหน หรือแม้กระทั้งจะทำได้ตามเป้าหมายแล้วก็ตามก็ไม่คิดที่จะหยุดอยู่แค่นี้เพราะชีวิตเรามีเป้าหมายเสมอและมีเป้าหมายให้ไปได้ตลอด


 



“กิฟฟารีน” ชี้ไตรมาสแรกโตตามเป้าที่ 10%
“นายพงศ์พสุ อุณาพรหม” ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสาร การตลาด บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด กล่าวถึงผลประกอบการของกิฟฟารีนในไตรมาสแรกว่า เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ กล่าวคือ ธุรกิจกิฟฟารีนเติบโตที่ตัวเลข 10% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาและถือว่าเป็นการเติบโตที่น่าพอใจมาก โดยสืบเนื่องจากบริษัทได้เปิดตัวสินค้าใหม่ๆ หลากรายการเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จึงส่งผลให้นักธุรกิจ และตลาดการจับจ่ายใช้สอบในธุรกิจกิฟฟารีนมีความคึกคัก รวมทั้งยังมีการจัดกิจกรรมในส่วนของการอบรมที่โรงแรมอินทรา และยังมีในส่วนของการสัมมนาในเขตพื้นที่ตามต่างขจังหวัดอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความเข้มข้นของธุรกิจฟื้นตัวเร็วมากจากเมื่อปีที่ผ่านมาที่ได้รับผลกระทบในส่วนของน้ำท่วมครั้งใหญ่
“ปีนี้กิฟฟารีนได้รุกหนักมาตั้งแต่ต้นปี โดยมีการทำงานภายใต้สมมุตืฐานที่ว่าน้ำกำลังท่วมอยู่เลยก็ว่าได้ ซึ่งจะมีการวางแผนงานทางด้านการผลิต ที่ต้องมีสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่องการขนส่ง มีการวางแผนใรการลุยธุรกิจทั้งแผน A และ แผน B จึงส่งผลให้ในไตรมาสแรกปีนี้ของกิฟฟารีนเติบโตเป็นอย่างที่น่าพอใจที่ตัวเลข 10% “ นายพงศ์พสุ กล่าว


 



“เอม สตาร์” ดันยอด 3 เดือนแรกพุ่ง 15%
“พญ.ลพา วัชรศรีโรจน์” ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท เอม สตาร์ เน็ทเวิร์ค จำกัด ระบุว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกของปีนี้เติบโตขึ้นอย่างมาก แต่กระนั้นก็ตามธุรกิจ เอม สตาร์ของเราจะไม่เหมือนบริษทอื่นๆ เพราะมีกาทำงานที่เน้นการสร้างผู้นำ จัดฝึกผบรมเรียนรู้ ให้กับนักธุรกิจอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งยังมีการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ของสินค้าหลากรายการ สอดรับกับแผนการทำงานของ “เอม สตาร์” ที่มีการซอบแบบถี่ยิบตั้งแต่ต้นปี เนื่องจากไม่สามารถคาดเดาได้ว่าน้ำจะท่วมหรือน้ำจะแล้ง ดังนั้น ไตรมาสแรกของปีนี้บริษัทจึงได้ลุยทำงานกันอย่างเต็มที่ ทำให้ยอดขายเติบโตเพิ่มขึ้น 15% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
“เชื่อว่าไตรมาส 2 และ 3 จะคึกคักมากกว่านี้ เนื่องจาก เอม สตาร์ จะรุกหนัก และลุยอย่างเต็มพิกัด จึงสามารถคาดการณ์ในส่วนของยอดขายในปลายปีนี้ว่าน่าจะปิดได้ที่ตัวเลข 5,000 กว่าล้านบาท เพราะธุรกิจเอม สตาร์ เป็นธุรกิจที่สร้างแรงเหวี่ยง ซึ่งจริงๆ แล้วเราต้องการที่จะทะลุยอดขาย 10,000 ล้านบาท แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย อย่างไรก็ตามปัจจุบันเรามีนักุรกิจที่เป็นมนุษย์เงินล้านเพิ่มขึ้นมาอีก  1 รหัสรวมเป็น 11 รหัส นี่จึงเป็นสิ่งที่สุดยอดที่สุดแล้ว เพราะเป็นการเติบโตและประสบความสำเร็จไปพร้อมกันระหว่างบริษัทและนักธุรกิจ เอม สตาร์ ซึ่งทางที่เรามาถึง ณ จุดนี้ได้คุณหมอรู้สึกพอใจอย่างมาก เพราะเราทำธุรกิจขึ้นมาทำธุรกิจขึ้นมามิใช่เพียงการขายของ แต่กำลังส่งมอบโอกาสที่ดี และสวยงามไปยังคนทั่วไปด้วยธุรกิจ เอม สตาร์” พญ.ลพา กล่าวทิ้งท้าย


 



“หมอเส็ง” โอ่ยอดขาย 3 เดือนแรกโต 25%
“นายฉัตรชัย แสงสุริยะฉัตร (คุณหมอเส็ง)” ประธานกรรมการ บริษัท แสงสุริยะฉัตร (2002) จำกัด กล่าวว่าสำหรับผลประกอบการไตรมาส 1 ของปีนี้ ธุรกิจหมอเส็งเติบโตราว 20-25% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาปีที่ผ่านมาซึ่งนับได้ว่าเป็นตัวเลขการเติบโตที่สูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้จากเดิมตั้งเป้าไว้ที่ 10-15% เท่านั้น ปัจจัยที่ผลักดันให้ยอดขายเติบโตได้นั้น มาจากแรงหนุนสำคัญที่บริษัทได้มุ่งเน้นโหมโฆษณาประชาสัมพันธ์รอบด้านอย่างต่อเนื่อง และคาดหวังว่าสิ่งที่ได้ทุ่มเทไปนั้นจะผลักดันให้ยอดขายโดยรวมพุ่งสุงถึง 4,000-5,000 ล้านบาท ภายในสิ้นปีนี้
“กลยุทธ์การตลาดแบบเดิมๆ เราจะมุ่งเน้นการเปิดศูนย์ให้บริการ เพื่อสร้างความสะดวกในการซื้อขาย การจัดฝึกอบรมสมาชิกให้มีความซื่อสัตย์ การเทรนนิ่งสินค้า แต่ในปีนี้ถือเป็นปีแห่งการลงทุนครั้งยิ่งใหญ่ ที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งจุมุ่งเน้นเจาะตลาดขายตรง และตลาดสากลสร้างความเชื่อมั่นทางธุรกิจอย่างเช่นล่าสุดได้โหมโฆษณาแบรนด์สินค้า ผ่านทางรถโดยสารประจำทาง ขสมก. Bus Ad จำนวน 10 คัน 10 สายทั่วกรุงเทพฯ อีกทั้งเพื่อเป็การขยายเครือข่ายรองรับการ เติบโตทางธุรกิจหมอเส็ง ได้จัดให้มีระบบคอลเซ็นเตอร์ เพื่อตอบคำถาม และมีปัญหาให้กับผู้ที่สนใจโทรมาปรึกษาได้ทุกวัน”


 



“J&C” จอย แอนด์ คอยน์ แรงดีไม่มีตก 3 เดือนฟัน 600 ล้าน
“ดร. สมชาย หัชลีฬหา” ประธานกรรมการ บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ จำกัด (J&C) เผยถึงตัวเลขยอดขายไตรมาสแรกของปี 2555 ว่า เติบโตเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้โดยมียอดขายอยู่ที่ 600 กว่าล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งปัจจัยที่ทำให้ยอดขายเติบโตดังกล่าวมาจากการที่บริษัทได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด และโปรโมชั่นต่างๆ ให้กับสมาชิกมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนทิศทางการเติบโตในไตรมาส 2 ของปีนี้คงต้องรอประเมินสถานการณ์ในภาพรวมของบริษัทก่อนว่า กิจกรรมที่ทำมาในช่วงไตรมาสแรกมากไป หรือน้อยเกินไป จากนั้นจึงจะค่อยมาปรับกลยุทธ์ด้านการตลาดกันอีกครั้ง
“ตอนนี้ยังไม่เห็นสัญญาณอะไรที่โดดเด่นมากนักสำหรับภาพรวมของธุรกิจขายตรง ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่าหลายบริษัทอยู่ระหว่างการปรับตัวเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ปกติหลังจากช่วงปลายปีที่แล้วได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมใหญ่ดังนั้นเอว่าตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป จะได้เห็นหลานยบริษัทปรับกลยุทธ์รูปแบบการนำเสนอธุรกิจแบบใหม่ และจัดโปรโมชั่นต่างๆมากขึ้น เพื่อกระตุ้นยอดขาย ซึ่งในส่วนของ J&C เองก็ได้เตรียมความพร้อมไว้แล้ว เพื่อกระตุ้นยอดขายให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2,500 ล้านบาทภายในสิ้นปีนี้”


 



“Cats.Com” บุกตลาดต่างประเทศโกยยอด 120 ล้านบาท
“นาย เอกวัฒน์ วงษ์ชูแก้ว” รองประธานบริหาร บริษัท แคทส์ ดอท คอม (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Cats.Com เปิดเผยว่า ยอดขายรวมในไตรมาสแรกของปีนี้อยู่ที่ 120 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 10 กว่าเปอร์เซ็นต์จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการที่บริษัทได้ขยายตลาดออกไปยัง่างประเทศโดยเฉพาะที่ประเทศกัมพูชาที่เพิ่งจัดงานแกรนด์โอเพ่นนิ่งไป โดยได้รับความสนใจจากสมาชิกในประเทศดังกล่าวเป็นจำนวนมาก และล่าสุดบริษัทได้เจรจากับนักลงทุนจากประเทศลาวเพื่อเข้าไปเปิดเป็นศูนย์สาขาในประเทศดังกล่าวเช่นกัน หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีสมาชิกบางส่วนได้เข้าไปขยายตลาดแล้วล่วงหน้าซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ยอดขายในปีนี้เติบโตตามที่ตั้งเป้าไว้ที่ 550 ล้านบาท
สำหรับแนวโน้มการเติบโตในไตรมาส 2 ของปีนี้นั้น นายเอกวัฒน์ กล่าวว่า บริษัทเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดเพิ่มอีกประมาณ 2-3 รายการ ทั้งในกลุ่มอาหารเสริม และเครื่องสำอาง เพื่อช่วยกระตุ้นยอดขาย นอกจากนี้ยังได้ขยายฐานตลาดใหม่ๆ เพิ่มขึ้น อาทิ การเข้าไปแนะแนวการทำธุรกิจขายตรงให้กับนักศึกษาของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน(กศน.) ในจังหวัดนครพนม ที่ยังอยู่ระหว่างการศึกษาอยู่ แต่สามารถมีรายได้เสริมอีกทางด้วย ซึ่งถือว่าได้รับความสนใจจากนักศึกษาและอาจารย์เป็นอย่างมาก


 



“ยูแคนดู” อู่ฟู่ 3 เดือนแรกโตเกินเป้า
“นายภคินท์ ยมโชติ” ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ยูแคนดู จำกัด กล่าวว่า ยอดขายในไตรมาสแรกของปีนี้อยู่ที่ 50 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 40 ล้านบาท ซึ่งปัจจัยการเติบโตดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการไปสร้างยอดขายขึ้นมา แต่เกิดจากการบริโภคของสมาชิกอย่างแท้จริง รวมถึงการที่บริษัทได้ทำกิจกรรมภายในและภายนอกองค์กร (CSR) ทำให้จำนวนสมาชิกเติบโตเพิ่มขึ้นมากกว่า 100% ต่อเดือนส่งผลให้ปัจจุบันมีจำนวนสมาชิกมากกว่า 3.5 หมื่นรหัสแล้ว
ส่วนกลยุทธ์ในช่วงไตรมาส 2 นั้นบริษัทจะเน้นการทำ CSR เพิ่มมากขึ้น และการทำการตลาดผ่านทางระบบดิจิตอลมาร์เก็ตติ้ง รวมถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เข้ามาเพิ่ม และการเปิดตัวสถานบันวิจัยและพัฒนายูแคนดู (R&D) อย่างเป็นทางการ เพื่อช่วยกระตุ้นยอดขาย และเพิ่มจำนวนสมาชิกให้มากขึ้น ขณะที่ไตรมาส 3-4 จะเน้นการตลาดด้านการท่องเที่ยวและกิจกรรมเพื่อสังคมมากขึ้น อย่างไรก็ตามจากอค์ประกอบดังกล่าวคาดว่าจะทำให้ยอดขายในช่วงสิ้นปีนี้เติบโตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 350-400 ล้านบาทได้อย่างแน่นอน


 



“ดีไลฟ์” เปลี่ยนแผนใหม่ดันยอดพุ่ง 120% 


“นายเทวัญ ดีใจงาม” ประธานกรรมการ บริษัท ดีไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า ยอดขายในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้มียอดขายอยู่ที่ 40 กว่าล้านลาท หรือเติบโตมากกว่า 120% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการปรับเปลี่ยนแผนการจ่ายผลตอบแทนให้กับสมาชิกจากเดิมเป็นแบบสแตร์เสต็ป มาเป็นโครงสร้างไบนารี่ ทำให้อัตราการเติบโตค่อนข้างชัดเจน รวมถึงการขยายศูนย์สาขาดีไลฟ์ เซ็นเตอร์ (DC) ทั่วประเทศ ทำให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภ ได้เร็วขึ้น ทำให้มั่นใจว่าสิ้นปีนี้ยอดขายน่าจะทะลุ 500 ล้านบาทได้อย่างแน่นอน


 



“Agel” ยอดพุ่งสวนกระแสโต 31%
นาย อครณัฐ สุทธพงษ์เกษตร รองประธานกรรมการ บริษัท อาเจล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด หรือ Agel กล่าวว่า ผลประกอบการไตรมาสแรกของปีนี้เติบโตเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4/2554 ที่ผ่านมาประมาณ 31% โดยมีองค์ประกอบหลายปัจจัยอาทิ
1. บริษัทแม่ในสหัฐอเมริกาประกาศชัดเจนว่าจะสนับสนุนการลงทุนในไทยอย่างเต็มที่
2. การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่หลายรายการซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค
3. การแสข่าวการโจมตีบริษัท อาเจล จากบริษัทคู่แข่งเริ่มน้อยลง ทำให้สมาชิกมีความเชื่อมั่นและมั่นใจในการทำงานมากยิ่งขึ้น
“ผลประกอบการใตรมาสแรกของปี่นี้เติบดตต่อเนื่องจาก ไตรมาส 4 ปีที่แล้วซึ่งเป้นการส่งสัญญาณให้เห็นแล้วว่าอาเจลณเริ่มกลับมาแล้ว แต่หากเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนคงต้องบอกว่าลดลง เนื่องจากปีที่แล้วเกิดปัญหาภายในขึ้น ขณะที่แนวโน้มไตรมาส 2 ของปีนี้เราเชื่อว่าอาเจลฯ จะยังคงเติบโตต่อเนื่องต่อไปอีก เพราะเราเตรียมจะเปิดตัวสินค้าใหม่เข้ามาเพิ่มอีกหลายรายการ อาทิ ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับดูแลช่องปาก และอาเจล โอเมก้า 3 ซึ่งจะทำให้ช่วยกระตุ้นยอดขายในไตรมาส 2 ได้นอกจากนี้บริษัทแม่ในสหรัฐฯ ยังไฟเขียวให้เข้าไปขยายตลาดไปยังประเทศกัมพูชา ซึ่งจะช่วยให้สมาชิกของอาเจลฯ ทำงานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น


อย่างไรก็ดีจากการคาดการณ์ของสมาคมการขายตรงไทย ได้ระบุถึงมูลค่าธุรกิจขายตรงในปี 2555 ว่าน่าจะอยู่ที่ตัวเลข 71,500 ล้านบาท หรือเติบโตร้อยละ 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ขยายตัวร้อยละ 5-7 เนื่องจากนำนวนผู้ว่างงานและความต้องการรายได้เสริมเพิ่มสูงขึ้น ด้านภาพการแข่งขันมีแนวโน้มว่าทุกค่ายจะหันมาเร่งสร้างยอดขายตั้งแต่ต้นปี เนื่องจากความไม่มั่นใจว่าในอนาคตจะมีปัจจัยเข้ามากระทบหรือไม่ประกอบกับหลายๆบริษัทชะลอหรืองดการออกแคมเปญมาตั้งแต่ปลายปีจากเหตุการณ์น้ำท่วม


ในขณะที่ ศูนย์วิจัยกสิการไทย มองว่าธุรกิจขายตรงยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีในปี 2555 เนื่องจากมีผู้ประกอบการรายใหม่สนใจเข้ามาในตลาดอย่างต่อเนื่อง ทั้งผู้ประกอบการจากสหรัฐฯ ที่เข้ามารุกธุรกิจนี้ในไทย และผู้ประกอบการคนไทยทำให้คาดว่าจะมีการแย่งตัวสมาชิกผู้แทนจำหน่าย โดยการปรับเพิ่มผลตอบแทน นอกจากนี้ การแข่งขันของผู้ประกอบการแต่ละค่าย ยังอาจเกิดขึ้นทั้งในมิติของสินค้า และการให้บริการที่มีคุณภาพมากขึ้น รวมทั้งการกระตุ้นยอดขายจากการปรับกลยุทธ์ด้วยการเสนอสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น เช่น การ ใช้คะแนนสะสมสำหรับซื้อสินค้าในราคาพิเศษ การเพิ่มแคมเปญทริปท่องเที่ยว เป็นต้น


 ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย:  นิตยสาร ลีดเดอร์ ไทม์