ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กิฟฟารีน แชนแนล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กิฟฟารีน แชนแนล แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2556

ข่าวกิฟฟารีน (Giffarine Thailand) : กิฟฟารีน กางแผนลุยปี56 โชว์ครึ่งปีแรกมุ่งเทรนนิ่งเป็นหลัก









กิฟฟารีนตีโค้งสุดท้ายทิ้งทวนปี55 ยอดขายโตมากกว่า 10 % เตรียมโหมลุยปีงูเล็กแบบๆไม่ใส่เกียร์ถอย พร้อมสตาร์ทอุ่นเครื่อง โหมเทรนนิ่งสูตรใหม่ หวังสร้างความแกร่งให้นักธุรกิจกระตุ้นบรรยากาศให้คึกคักก่อนส่งผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาเขย่าตลาดเรียกเรตติ้งพร้อมวางหมากรุกเขย่าตลาดอาเซียน


นายพงศ์พสุ อุณาพรหม ผู้อำนวยการฝ่าย สื่อสารการตลาด บริษัทกิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เปิดเผยว่าในปีนี้กลยุทธ์ของกิฟฟารีนแบ่งออกเป็น 4 ด้านหลักๆ คือ มุ้งเน้นไปที่เรื่องของการเทรนนิ่ง โดยจะมีการพัฒนาปรับปรุงหลักสูตรใหม่ๆ เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเทรนนิ่งโปรดักส์ และการทำธุรกิจ นอกเหนือจากนั้นก็จะเป็นการทำกลยุทธ์เหมือนที่เคยทำมาโดยตลอด คือ การทำประชาสัมพันธ์ เครื่องมือทางการตลาดต่างๆ ซึ่งปัจจุบันนี้เราก็ได้มีเครื่องมือที่เป็นอาวุธในการขยายตลาดมากขึ้น รวมถึงการพัฒนาคุณภาพของโปรดักส์ใหม่ๆ ซึ่งในปีนี้จะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในช่วงเดือนมีนาคมและเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ด้วย ทั้งนี้บริษัทได้มีการวางแผนไว้และสุดท้ายในส่วนของกิฟฟารีนแชนแนลที่เป็นอาวุธในการขยายตลาดของกิฟฟารีน ที่เพิ่งเปิดตัวออกไปเมื่อปีที่ผ่านมา เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี การเพิ่มสาระความบันเทิงให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น


ในปีที่ผ่านมากิฟฟารีน แชนแนล ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ชมที่เป็นเหล่าสมาชิกกิฟฟารีนที่ขณะนี้มากกว่า แสนหลังคาครัวเรือน ซึ่งเป็นตรงตามเป้าที่กิฟฟารีนวางไว้ในช่วงเริ่มต้นนี้ เพราะในช่วงเฟสแรกนี้เราจะมุ่งจับกลุ่มผู้ชมภายในธุรกิจของเราที่จะเขไปเจาะผู้ชมที่เป็นผู้บริโภคทั่วๆไปมากขึ้น โดยจะมีการเพิ่มเนื้อหาสาระและความบันเทิงที่หลากหลายให้มากขึ้นในปี 2556 นี้ด้วยเช่นกัน


นายพงศ์พสุ กล่าวเพิ่มเติมต่อว่า ในไตรมาสที่ 4 ที่ผ่านมาเติบโตตามเป้าที่วางไว้สามารถเติบโตเพิ่มมากกว่า 10% จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2554 ทำให้ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2556 นี้การฟื้นตัวของสมาชิกหลังจากปีใหม่ มีการกระตุ้นให้เกิดการทำงานให้เกิดขึ้นก่อนดังนั้นในช่วง 3 เดือนแรก บริษัทจะมีการโหมการเทรนนิ่ง จัดกิจกรรมต่างๆ จะมีส่วนช่วยให้บรรยากาศในการทำงานคึกคักมากขึ้น และในช่วง 3 เดือนครึ่งของครึ่งปีแรกจะเน้นไปที่เรื่องของผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่จะออกมากระตุ้นกำลังซื้อให้สูงขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเดือน มีนาคม-พฤษภาคม


นอกจากนี้ในภาพรวมของอุตสาหกรรมขายตรงไทยในปีนี้นั้นยังคงมีแนวโน้มที่เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน


โดยเมื่อประมวลจากภาพรวมอุตสาหกรรมธุรกิจขายตรง ในตลอดทั้งปี 2555 ที่ผ่านมาผู้ประกอบการธุรกิจขายตรงไทยหลายๆราย ทำการตลาดที่ถูกต้องและเหมาะสมกับผู้บริโภคมากขึ้นและเน้นการให้ความรู้กับผู้ที่ทำธุรกิจอิสระอย่างถูกต้อง ทำให้ภาพอุตสาหกรรมมีการเติบโตที่เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 7% อีกทั้งภาพลักษณ์ที่สะท้อนไปยังภาคเอกชนก็ดีขึ้น ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับขายตรงที่ดีและธุรกิจที่ระดมทุนเป็นอย่างไร จึงทำให้ภาพรวมของอุตสาหกรรมขายตรงนั้นเติบโตเพิ่มขึ้นนั่นเอง


ผู้ประกอบการขายตรงในปัจจุบันนี้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์มากขึ้น มีการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่เป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคมากขึ้น เป็นการแข่งขันที่เน้นเรื่องราวความพึงพอใจในการใช้สินค้าของผู้บริโภคมากขึ้นนั่นเอง


นายพงศ์พสุ ยังได้กล่าวถึงไลน์เซนในประเทศไทยเพิ่มเติมว่า หลังจากที่กิฟฟารีนได้เปิดอนุญาตให้มีการเปิดไลน์เซนไปเมื่อหลายปีก่อนนั้นปัจจุบันนี้กิฟฟารีนมีไลน์เซนอยู่ทั้งหมด 7 แห่ง และยังไม่มีแผนที่จะเปิดเพิ่มแต่อย่างไร เนื่องจากกิฟฟารีนต้องการให้ทั้ง 7 แห่งนั้นเพียงพอแล้วแต่ในอนาคตบริษัทอาจจะมีการเปิดศูนย์บริการเพิ่มขึ้นอีกเพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคให้เกิดความครอบคลุมมากขึ้น


ขณะเดียวกันกิฟฟารีน ยังได้เตรียมความพร้อมที่จะเข้าไปรุกตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยมีการศึกษาลู่ทางและแนวโน้มของการเข้าไปเจาะตลาดประเทศเพื่อนบ้าน ต้องศึกษาแผนการลงทุนเพื่อให้ตรงกับกรอบของกฏหมายและความต้องการของประเทศต่างๆด้วยเช่นกัน


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ LEADER TIME รายปักษ์ ประจำวันที่16-31มกราคม 2556 ฉบับที่ 215

วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ประมวลช็อตเด็ดขายตรงปี55 ร้อนระอุทุกอณูตั้งแต่ต้นปีถึงปลายปี


ซูมภาพธุรกิจขายตรงปี55 พบคลื่นความแรงปะทุตั้งแต่ต้นปี หลังหลายค่ายยอดขายพุ่งสวนวิกฤติ เผยไตรมาสที่ 1 ทุกค่ายเร่งกลยุทธ์ดึงธุรกิจตื่น ทั้งเสริมความแข็งแกร่งด้วยโฆษณา-สื่อทีวี-โปรโมชั่น พร้อมระบุครึ่งปีแรกข่าวฉาวขายตรงเพียบ ตลาดผลิตภัณฑ์สตรีดังพลุแตก...ส่วนครึ่งปีหลังตลาดขายตรงร้อนระอุ หลังหน่วยงานรัฐสับแหลกธุรกิจนอกรีดดิ้นไม่หลุด

หากจะให้พูดถึงสถานการณ์ต่าง ๆ ในธุรกิจขายตรง ตั้งแต่ต้นปีจนถึงสิ้นปีนี้ เชื่อว่าหลาย ๆ ท่าน คงจำเรื่องราวของธุรกิจนี้ได้เป็นอย่างดี แต่ก็เชื่อว่ามีหลาย ๆ คน จำนวนไม่น้อยเช่นกัน ที่ยังจำเหตุการณ์เรื่องราวในธุรกิจขายตรงไม่ได้แบบเต็มร้อยเสียทีเดียว
โดยปักษ์นี้ทีมข่าว ตลาดวิเคราะห์ ขอมาประมวลภาพรวม ธุรกิจขายตรง ออกมาให้ทุกท่านได้ ย้อนรำลึก ถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตลอดปี 2555 ที่ผ่านมาอีกครั้ง เชื่อว่าหลาย ๆ ท่านในที่นี้ คงจะจำภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ได้อย่างแน่นอน โดยเชื่อว่าแต่ละเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต่างล้วนแล้ว น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งทีเดียว


Q1ขายตรงยอดขายร้อนฉ่า
ทุกค่ายเร่งกลยุทธ์ดึงธุรกิจตื่น
...ต้องบอกว่า เริ่มต้นปี 2555 นั้น พบว่า หลาย ๆ ค่ายในบริษัทขายตรง ต่างออกอาวุธหมัดเด็ด ด้วยการสร้างความเชื่อมั่นของธุรกิจอย่างเมามันทีเดียว เห็นได้จาก เมื่อจบไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ หลาย ๆ ค่าย ต่างมียอดขายที่เรียกว่าเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก เริ่มตั้งแต่พี่ใหญ่อย่าง แอมเวย์ เอง ที่ยังคงยึดเก้าอี้แชมป์ยอดขายในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ โดยสามารถมียอดขายเติบโตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 7-10% เช่นเดียวกับทางด้าน ซูเลียน ที่มียอดขายในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ที่เติบโตมากกว่า 20% หรือมียอดขายกว่า 1,400 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีในส่วนของค่าย กิฟฟารีน ที่มีตัวเลขเติบโตอยู่ที่ 10% ในช่วงไตรมาสที่ 1 รวมถึงเอม สตาร์ มียอดขายเติบโตเพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนค่ายหมอเส็ง มีตัวเลขในไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ เติบโตอยู่ที่ 20-25% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาปีที่ผ่านมา...เรียกได้ว่าขายตรงแต่ละค่าย ต่างมียอดขายที่ถือว่าเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก ถึงแม้ว่าจะเจอวิกฤติในเรื่องของภาวะน้ำท่วมลากยาวมาถึงต้นปีนี้ก็ตามที

ซึ่งต้องบอกว่า ไม่ใช่เฉพาะในเรื่องของยอดขายในไตรมาสที่ 1 ที่ทำให้หลาย ๆ ค่าย ต่างยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ แต่ทั้งนี้ยังพบอีกว่า ในช่วงไตรมาสที่ 1 มีหลาย ๆ ค่าย ต่างออกมาปล่อยทีเด็ดเพื่อกระตุ้นธุรกิจกันอย่างมากมายทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นทางด้านค่าย โกลด์แคทส์ ก็ได้ออกมาอัดกลยุทธ์แบบครบเครื่อง ด้วยการเปิดตัว 2 ทายาทนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง ไปพร้อม ๆ กับการเตรียมแผนบุกตลาดเต็มร้อย ด้วยการทุ่มทุนสร้างสื่อทีวีดาวเทียมช่อง GIFT Channel ลุยตีตลาดในวงการขายตรงแบบครบเครื่อง

ค่าย ดีเน็ทเวิร์ค ออกมาประกาศรุกตลาดด้วย 7 จุดยุทธศาสตร์ พร้อมกับการเข็นสินค้าใหม่สู้ศึกอย่างมากมาย โดยในช่วงไตรมาสที่ 1 นั้น สินค้าที่ทาง ดีเน็ทเวิร์ค นำออกมาตีตลาด คือ สินค้าสำหรับท่านชาย Seven Zeed จากประเทศไต้หวัน...เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่สร้างความฮือฮาได้อย่างมากทีเดียว
ส่วนอีกหนึ่งข่าวที่หลาย ๆ คน คงพอที่จะจำกันได้เป็นอย่างดี ในกรณีของค่าย ไทยเฮลท์ ที่มีข่าวฉ่าวออกมาว่า มีตัวแทนขายโอเวอร์เคลม อวดสรรพคุณเกินจริงผ่านเว็บจนทิ่มตา อย. เข้า...ซึ่งเรื่องนี้ถูกกลายเป็นประเด็น ที่ถูกจับจ้องรับปีมังกรทองกันเลย จนทางด้าน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ต้องออกมาร่อนออกข่าวประชาสัมพันธ์เตือน! ผู้บริโภค อย่าตกเป็นเหยื่อหลงเชื่อโฆษณาที่เกินความเป็นจริง โดยเฉพาะการโฆษณาผ่านเว็บไซต์ ที่ตัวแทนขายโอเวอร์เคลมสรรพคุณสินค้าเกินความเป็นจริง...!!.ซึ่งในเวลานั้น ทางด้านเอ็มดีใหญ่ของค่าย ไทยเฮลท์ ก็ออกมาโต้ว่า นโยบายโฆษณาบริษัทฯ อยู่ในกรอบควบคุมของทาง อย. ไม่คิดที่จะออกนอกลู่ นอกทาง แถมที่ผ่านมา ไม่เคยโฆษณาขายสินค้าผ่านเว็บไซต์แต่อย่างใด ก็เป็นอีกหนึ่งข่าวที่หลาย ๆ คน ต่างเฝ้าดูความคืบหน้าของเรื่องนี้กันอย่างใกล้ชิดทีเดียว

เช่นเดียวกับทางด้านขายตรงน้องใหม่เอง ในช่วงไตรมาสที่ 1 ก็พบว่า หลาย ๆ ค่ายต่างส่งไม้เด็ดออกอาวุธครบมือเพียบ ทั้งในส่วนของ สินค้า-แผนการตลาด-โปรโมชั่น เรียกได้ว่ามีการเปิดเกมรบหมดหน้าตัก หวังเขย่าธุรกิจเพื่อต้องการแจ้งเกิดกันเลย

ส่วนอีกหนึ่งเรื่องที่น่ายินดีสำหรับค่าย นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส อิงค์ นั่นก็คือ การตอกย้ำบริษัทชั้นนำระดับโลก ด้วยการคว้า 2 รางวัล การันตีคุณภาพความสำเร็จ จากการจัดอันดับของ อินเวสเตอรส์ บิสซิเนส เดลี่ หรือ ไอบีดี ให้เป็น1 ใน 100 บริษัทที่ดีที่สุดประจำปี 2011 และเป็น 1 ใน 1,000 บริษัทมหาชน ที่มีการเติบโตเร็วที่สุดในโลกจาก ดิ อินเตอร์เนชั่นแนล บิสซิเนส ไทมส์ หรือไอบีทีอีกด้วย

ต่อกันด้วยค่าย หมอเส็ง ที่ออกมาประกาศรุกฆาต กางตำราทุ่มงบกว่า 200 ล้านบาท ลุยสื่อเต็มอัตราศึก เพื่อหวังที่จะปูทางให้สมาชิก พิชิตความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการโฆษณาผ่าน 3,5,7,9 ซึ่งนับว่าหมากเกมนี้ ทางด้านคุณหมอเส็ง วางหมากเพื่อที่จะเป็นเครื่องมือสำคัญ ให้กับสมาชิกได้สามารถทำงานได้ง่ายขึ้นจริง ๆ

ส่วนอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สร้างความคึกคักให้กับสมรภูมิรบขายตรงได้ไม่น้อย นั่นก็คือ การเปิดศึกช่วงชิงพื้นที่ความยิ่งใหญ่ในตลาดเครือข่ายขายตรงของค่ายใหญ่หลาย ๆ ค่าย ที่ออกมาเดินเกมได้อย่างน่ากลัวเริ่มจาก ...แอมเวย์ ที่นำร่อง ปรับผลตอบแทนอีกรอบ หวังที่จะดึงสมาชิกไม่ให้ปันใจหนีไปค่ายอื่น แถมยังมุ่งเน้นรุกตลาดผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์คอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีในส่วนของ กิฟฟารีน ก็ไม่น้อยหน้า กางตำราเพิ่มอินเทนซีฟ 2 เท่า พร้อมกับจัดโปรโมชั่นพิเศษ เอาใจสมาชิกตลอดทั้งปี ส่วน คังเซน-มิสทีน-เอสเนเจอร์ ก็ออกมางัดลูกเล่นใหม่สารพัด หลังจากที่โดนขายตรงหน้าใหม่ รุกประชิดติดหน้าประตูบ้าน ด้วยการออกอาวุธแบบครบเครื่องกันเลยทั้งในส่วนของโฆษณาประชา สัมพันธ์ สินค้าที่โดนใจ


ครึ่งปีแรกข่าวฉาวขายตรงเพียบ
ตลาดผลิตภัณฑ์สตรีดังพลุแตก
...เช่นเดียวกับอีกหนึ่งข่าวดัง ที่ประโคมข่าวหน้า 1 หนังสือพิมพ์ตลาดวิเคราะห์ นั่นก็คือ ผู้บริหารโอทูฯ เดือด หลังถูกบริษัทขายตรงจอมลวงโลก 2 ค่าย แอบอ้างโรงงานการผลิต มาจากแหล่งเดียวกันกับ โอทู ฟลาโวเจน พร้อมกับมีการนำภาพโฆษณาขึ้นเว็บหรา ขนาดเว็บช่อง intv.co.th ยังเข้ามาล้วงคองูเห่า โชว์โลโก้โอทูฯ แต่คลิกดูเนื้อหาข้างในกลับเป็นคนละบริษัท

โดยในช่วงนั้นทางด้าน กัญจนา ผู้จัดการโรงงานผลิตโอทู ฟลาโวเจน ก็ได้ออกมากล่าวว่า ตนเองไม่มีส่วนรู้เห็นเป็นใจให้ค่ายอื่น ยังให้ความไว้วางใจบริษัท โอทูฯ เป็นตัวแทนจำหน่ายเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น เช่นเดียวกับทางด้าน ขวัญชัย ปิยะทัศน์ ก็ออกมาเคลียร์ใจจับมือโรงงานลุยตลาดเกษตรเหมือนเดิม พร้อมกับเตรียมเปิดตัวโอทูขวดเล็กหวังบุกตลาดล่างกลุ่มเกษตร

นอกจากนี้ ยังมีในส่วนของกรณีค่าย ซัน คลาร่า สินค้าฟิตกระชับที่ในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ ก็เกิดปัญหาเช่นกัน โดยในช่วงนั้น ค่าย สตาร์ ซันไชน์ ที่นำโดย โกสิทธิ์ ผะลิวรรณ์ ก็ได้ออกแบรนด์ใหม่ที่ชื่อว่า คลาร่า พลัส พร้อมกับจ้างโรงงานอื่นผลิตสินค้าให้ และไม่ใช้บริการ บริษัท เนเชอรัล เฮิร์บ อินดัสทรี จำกัด เหมือนเดิม ด้วยเหตุนี้เอง ที่ทำให้ทางสมาชิกในช่วงเวลานั้น เกิดความสับสนหวั่นสูตรเพี้ยนคุณภาพไม่เหมือนเดิม จนผลสุดท้ายทางด้าน ธนอรรถ ตรีธิติธัญ ผู้ผลิต ซัน คลาร่า สูตรฟิตกระชับเจ้าตำรับ ก็ได้ออกมาประกาศว่าในกลางเดือนเมษายนนี้ พร้อมที่จะออกผลิต ภัณฑ์ใหม่ชื่อ ซัน คลาร่า พลัส เลขที่ อย. 11-1-03654-1-0005 ที่สำคัญ ยังประกาศอีกว่า หาก สตาร์ ซันไชน์ ไปใช้บริการจากโรงงานผลิตอื่น บริษัทฯ จำเป็นต้องมอบแบรนด์นี้ ให้ค่ายขายตรงรายอื่นทำตลาดต่อไป...เรียกว่ากระแสของผลิตภัณฑ์ ซัน คลาร่า ค่อนข้างที่จะร้อนแรงอย่างมากทีเดียวในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา

...นับได้ว่า ในช่วงครึ่งปีแรกกระแสของผลิตภัณฑ์ภายในสำหรับสุภาพสตรีค่อนข้างมาแรงอย่างมากทีเดียว หลังจากที่ ซัน คลาร่า ออกมาสร้างกระแสจนดังเปรี้ยงป้าง จนส่งผลให้หลาย ๆ ค่าย ต่างกระโดดเข้ามาร่วมแชร์ในตลาดนี้ เห็นได้จาก ค่าย แอมริช ขายตรงคลื่นลูกใหม่ ที่ได้ส่งผลิตภัณฑ์ ออไรท์ ใช่เลย เพื่อภายในผู้หญิง สูตรดั้งเดิม พร้อมกับทุ่มงบ 80 ล้าน ลงสื่อทีวีดาวเทียม ควบคู่กับวิทยุชมชนกว่า 1,200 สถานี จนวันนี้เรียกว่าผลิตภัณฑ์ ออไรท์ กำลังอยู่ในกระแสของตลาดและหลาย ๆ คนเริ่มที่จะรู้จักกันอย่างมากขึ้นด้วย เช่นเดียวกับทาง โอทู ก็ได้ออกสินค้า ภายในผู้หญิง ที่ชื่อว่า เอฟ-ทู มาเขย่าตลาดเช่นกัน
เช่นเดียวกับข่าวของทางด้านอดีตมือปราบแชร์ลูกโซ่อย่าง พ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ ที่ถูก นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวง พร้อมกับมีหนังสือย้ายฟ้าผ่าจากผบ.สำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญา ไปเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านคดีพิเศษมีผลทันที ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งข่าวที่สร้างความตกตะลึงให้กับหลาย ๆ คน ได้อย่างมากทีเดียว และจากนั้นไม่นาน ทางด้าน พ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ เอง ก็ได้ โบกมืออำลาสื่อ เออรี่ตัวเองก่อนเกษียณ พร้อมกับปิดฉากมือปราบแชร์ลูกโซ่ขายตรงลงทันที


ตลาดขายตรงครึ่งปีหลังระอุ
หน่วยรัฐสับแหลกธุรกิจนอกรีด
...เช่นเดียวกับ ข่าวร้อนมาแรงในช่วงเริ่มต้นครึ่งปีหลัง ที่ทำให้ทางผู้ประกอบการขายตรงต่างเครียดขึ้นสมองหลังกันเลย หลังจากที่ถูก วรวัจน์ เอื้ออภิญ ญกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ได้มีใบสั่งให้สคบ. บีบคอ บริษัทขายตรง ให้ซื้อประกันสินค้ากับ ทิพยประกันภัย โดยคิดค่าเบี้ยประกันภัยร้อยละ 0.1 0.5 จากยอดขายแต่ละปี เพื่อเป็นการเยียวยาให้แก่ผู้บริโภค โดยเอา ตราสัญลักษณ์คุ้มครองผู้บริโภค มาเป็นตัวล่อ ซึ่งเรื่องนี้ทำเอาผู้ประกอบการหลาย ๆ ค่าย ต่างออกมาโต้ว่า ถือเป็นการแบกภาระที่ซ้ำซ้อน เนื่องจากบริษัทขายตรงทุกค่าย ต่างมีระบบประกันคุณภาพสินค้าอยู่แล้ว...ซึ่งเป็นข่าวที่หลาย ๆ ฝ่ายต่างเฝ้าจับตามองกันอย่างมากที่เดียวว่าจะหาทางออกที่ดีสำหรับผู้ประกอบการอย่างไร

ส่วนอีกหนึ่งข่าวที่สร้างความฮือฮาได้ไม่น้อยทีเดียวนั่นก็คือ การเปิดตัวเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) คนใหม่ที่ชื่อ จิรชัย มูลทองโร่ย โดยเลขาฯ คนใหม่ท่านนี้ ต้องบอกว่า เป็นผู้ที่ถูกสื่อวิจารณ์หนัก พรอมกับเป็นเลขาฯสคบ.คนแรก ที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในทางลบมากที่สุดด้วย

และหลังจากที่ได้รับตำแหน่งใหม่ได้ไม่นาน เรียกได้ว่า ช่วงนั้นมีข่าวมาว่า เลขาฯ สคบ.ท่านนั้น ค่อนข้างฟิตจัดอย่างมากทีเดียว ด้วยการออกหมัดแรก จี้ผู้ประกอบการขายตรงทำประกันสินค้า เพื่อรับ ตราสัญลักษณ์สคบ. รับสนองนโยบาย รมต.วรวัจน์ เอื้ออภิญ ญกุล พร้อมกับบอกว่า ไม่สนซ้ำซ้อนกฎหมายขายตรงที่ว่าด้วย การรับคืนสินค้ามาตรา ๓๖ ...เรียกได้ว่า เป็นอีกหนึ่ง แอ็ค ชั่นแรก ที่นายจิรชัย มูลทองโร่ย จะต้องลงมือเดินเครื่องเต็มสูบ นั่นก็คือ การขับเคลื่อน ตราสัญลักษณ์ สคบ. เพื่อให้บริษัทขายตรงนำไปเป็นโลโก้แห่งความเป็นมาตรฐาน อย่างล่าสุดก็มีข้อสรุปแล้วว่า ในส่วนของผู้ประกอบการที่จะได้ตราสัญลักษณ์ สคบ. นั้น จะต้องปฏิบัติ 3 แนวทาง ด้วยกัน คือ 1.ให้ทางธนาคารค้ำประกัน ตามวงเงินความเสี่ยงที่มี 2. ต้องมีการตั้งกองทุนขึ้นมา และ 3. การทำประกัน
...ส่วนอีกหนึ่งข่าวใหญ่ที่ส่งท้ายปีนี้ เลยก็ว่าได้ นั่นก็คือ การปิดบัญชีดำขายตรง DCHL ที่ทางด้าน สคบ. DSI กองปราบฯ ได้ร่วมมือกัน บุกจับตัวการใหญ่ DCHL ที่ย่านพระราม 9 หลังจาก ที่ได้มีการรวบรวมพยานหลักฐานแล้วพบว่า สามารถดำเนินคดีได้ พร้อมกับสามารถออกหมายจับได้ ซึ่งการจับกุมในครั้งนี้ ถือเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดูเลยก็ว่าได้

...จะเห็นได้ว่า ข่าวต่าง ๆ ที่ทาง นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ได้นำเสนอมานี้ คือ หลาย ๆ เหตุการณ์ที่ใครหลายคนที่อยู่วงการขายตรง คงพอที่จะจำกันได้บ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งทาง ทีมข่าวตลาดวิเคราะห์ ได้หยิบยกออกมาให้ทุกท่านได้ทราบเพียงคร่าว ๆ เท่านั้น เชื่อว่าตลอดระยะเวลา 1 ปี ที่ผ่านมานี้ ธุรกิจขายตรง หรือ ธุรกิจไหน ๆ ต่างก็คงที่จะเจอสารพัดปัญหาเข้ามารุมเร้าในธุรกิจอย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้อยู่ที่ว่าธุรกิจนั้นจะเจอปัญหามากน้อยแค่ไหนเท่านั้นเอง...ลองมาจับตากันดูต่อไปว่าในปี 2556 ที่กำลังจะคืบคลานมาถึงนี้ จะมีสิ่งแปลก ๆ ใหม่ ๆ เข้ามาในธุรกิจมากน้อยแค่ไหนอีกไม่นานคงรู้กันแน่!!!...


thaimlmnews.com ( เชื่อมตรงทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่งรวมธุรกิจเครือข่าย )


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ ตลาดวิเคราะห์ ประจำวันที่ 16-31 ธันวาคม 2555 ปีที่ 15 ฉบับที่ 334

วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ข่าวกิฟฟารีน (Giffarine) : ดีเดย์ 18 ก.ย. เปิด กิฟฟารีน ลาว (Giffarine Laos) หวั่นกองทัพมดขนสินค้าจากไทยตัดราคา


กิฟฟารีน กาปฏิทิน 18 ก.ย. เปิดศูนย์ธุรกิจประเทศลาว ชี้บริษัทลงทุนเองเต็ม 100% แต่ยังแอบหวั่น กองทัพมดขนสินค้าจากไทยข้ามชายแดนเข้าขาย เพราะภาษีนำเข้าลาวแพง สินค้าของศูนย์ใหม่อาจต้องปรับขึ้นตาม ส่งผล ผู้บริโภคแห่ซื้อของหนีภาษี พร้อมเผยตัวเลข เติบโตครึ่งแรกปี 55 ขยับที่ 7% บ่นตัวเลขยังน้อย เหตุจากน้ำท่วมกระทบ 3 เดือนแรก ผลิตสินค้าไม่เต็ม 100% เดินหน้าครึ่งหลังบุกหนักวางทุน 70 ล้านบาท อัดสินค้าใหม่ ทำสปอตโฆษณายิงทุกช่อง 2 ตัว กระตุ้นยอดขาย หวังไต่เป้าให้ทันสิ้นปี 6 พันล้าน

พ.ญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ในวันที่ 18 ก.ย.ที่จะถึงนี้ บริษัทยังได้เตรียมที่จะเปิดศูนย์ธุรกิจของกิฟฟารีน ในประเทศลาว โดยที่ศูนย์ธุรกิจแห่งนี้ จะมีความแตกต่างจากศูนย์ธุรกิจในประเทศ อื่นๆ คือ ศูนย์กิฟฟารีน ลาว จะเป็นของบริษัท 100% ในการเข้าไปเปิดลงทุน

โดยทุนในช่วงแรกจะอยู่ที่ประมาณ 100 ล้านบาท เนื่องจาก ราคาค่าเช่าสถานที่ ค่อนข้างที่จะแพงเป็นอย่างยิ่ง ส่วนเรื่องของ งานขาย ประเทศลาวจะมีปัญหาเรื่องของภาษีที่แพงในการนำเข้า สินค้า ซึ่งอาจกระทบในส่วนของราคาสินค้าในการจำหน่ายในประเทศ หมอต้อย เผยการเปิดศูนย์ธุรกิจในลาว หมอต้อย ยังแสดงความเป็นห่วง ในเรื่องของสินค้าที่คนลาวอาจหิ้วเข้าไปขายในประเทศ โดยการ นำเข้าจากไทย และขนเข้าทางชายแดน โดยในส่วนของสาขาต่างประเทศของบริษัท ขณะนี้มียอดขายรวมแล้วประมาณ 200-300 ล้านบาท

นอกจากนี้ หมอต้อยยังกล่าวถึงผลประกอบการในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาว่า จากผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในปีที่ผ่านมา ทำให้โรงงานของเราที่นิคมอุตสาหกรรมนวนครไม่สามารถ ผลิตสินค้าได้นานกว่า 3 เดือน แต่หลังจากที่เราได้กู้โรงงานสำเร็จและกลับมาเดินสายการผลิตใหม่อีกครั้งเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ถึงแม้บรรยากาศในช่วงต้นปีการจับจ่ายจะ ยังคงซบเซาสืบเนื่องมาจากผลกระทบน้ำท่วม จึงต้องใช้แผนการตลาดและแคมเปญที่เข้มข้นเข้ามาสนับสนุน ซึ่งช่วยเพิ่มยอดขายในครึ่งปีแรกเติบโตได้อย่างสวยงาม โดยมีอัตราเติบโตอยู่ที่ 7 เปอร์เซ็นต์ โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วงครึ่งปีแรก ยังอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์อะบาโลน คอลลาเจน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และ สกินแคร์

โดยในช่วง 3 เดือนแรกของปี คือ ม.ค.-มี.ค. ถึงแม้สถานการณ์จะคลี่คลายลง ไปมากแล้ว บริษัทสามารถเดินเครื่องกลับ มาผลิตสินค้าได้อีกครั้ง แต่ก็ยังไม่สามารถ ผลิตสินค้าเต็ม 100% เนื่องจากความไม่พร้อมจากสถานการณ์น้ำท่วม ทำให้บริษัท ทำการผลิตสินค้าได้เพียง 80% แต่ทางกิฟฟารีน ก็ได้ออกเป็น กิฟต์วอเชอร์ ให้กับนักขายแทน เพื่อเป็นการรับผิดชอบ หลังการสั่งซื้อสินค้าของนักขายไม่ได้ดังที่ควรจะเป็น

สำหรับกลยุทธ์การตลาดในไตรมาส ที่ 3-4 พิจารณาจากพฤติกรรมของผู้บริโภค ในช่วงครึ่งปีแรก ที่ระมัดระวังในเรื่องการ จับจ่ายใช้สอยเป็นอย่างมาก และคาดว่าจะส่งผลต่อเนื่องในครึ่งปีหลังด้วย ทางเรา จึงมีแผนรับมือด้วยการทุ่มงบประมาณ 70 ล้านบาท จากงบประมาณทั้งปี 100 ล้านบาท เพื่อทำตลาดในครึ่งปีหลัง โดยตั้งเป้า ยอดขายในปีนี้ไว้ที่ 6,000 ล้านบาท โดยจะเน้นกลุ่มเป้าหมายเดิมเป็นหลัก พร้อมทั้งขยายเครือข่ายและผู้บริโภคไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ผ่านสื่อออนไลน์ และช่องทางต่างๆ ที่ทันสมัยเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เป็น อย่างดี ซึ่งจะเน้นกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม เพื่อสุขภาพและผลิตภัณฑ์ไวท์เทนนิ่งเป็นหลัก เพราะวัยรุ่นสมัยใหม่นอกจากจะสนใจ เรื่องความสวยความงามแล้วเรื่องสุขภาพ ก็เป็นเทรนด์ที่มาควบคู่กันด้วย พ.ญ.นลินี กล่าวเพิ่มเติม

อย่างไรก็ดี ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ทาง บริษัทได้ทำการออกสินค้าเสริมอาหารชนิด ดื่มมาอีกหนึ่งตัว โดยจะเป็นสินค้าที่มีสาร กลูต้าไธโอน ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของกลุ่มผู้บริโภคหนุ่มสาว ทั้งยังจะมีการออก โฆษณาผ่านสื่อทีวี เป็นช่องทางการสร้างการรับรู้หลักอีก 2 ตัว โดยจะเป็นสปอตโฆษณาทีวี 45 วินาที และ 15 วินาที เพื่อ ช่วยกระตุ้นงานขายของสินค้าตัวใหม่

สำหรับสินค้าชนิดดื่มที่ออกมาก่อนหน้านี้ อย่าง อะบาโลน คอลลาเจน นับเป็นสินค้าอีกหนึ่งรายการที่สร้างยอดขายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ โดยตั้งแต่สินค้าตัวนี้ลงสู่ตลาด สามารถสร้างยอดขายถึงปัจจุบันได้ถึง 12 ล้านขวด คิดเป็น แชร์จากยอดขายของบริษัทอยู่ที่ประมาณ 500 ล้านบาท เลยทีเดียว

ด้านนายพงศ์พสุ อุณาพรหม ผู้อำนวยการใหญ่สายงานการตลาด บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด กล่าวเสริมว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ ทางกิฟฟารีนจะรุกหนักในการทำตลาดทุกช่องทางทั้งภาพยนตร์โฆษณา การโฆษณาทางวิทยุ กิจกรรมทางการตลาดและรายการส่งเสริมการขายต่างๆ ตามเทศกาล เพื่อกระตุ้นพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภค ตลอดจนการพัฒนา อัพเดตข้อมูลข่าวสารต่างๆ ผ่านกิฟฟารีน แชนแนลอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มเครือข่าย และดันยอดขายให้เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ 6,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ กิฟฟารีนยังเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาตัวใหม่ล่าสุด ชุด เลิฟ ซีน จ่อคิวออกอากาศอย่างต่อเนื่อง โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์กิฟฟารีน กลูต้า เคอร์คิวม่า ซี-อี ภายใต้คอนเซปต์ คู่รักโรแมนติก ซึ่งก่อนหน้านี้ทางกิฟฟารีนได้ออกอากาศภาพยนตร์โฆษณาชุด อะบาโลน ซิตี้ ไปแล้ว และยังได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากผู้ชมอีกด้วย อีกทั้งเพลงประจำโฆษณา กลายเป็นเพลงฮิตที่ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคอย่างมากมาย

กิฟฟารีนยังคงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ดีที่สุดสู่ผู้บริโภค ตลอดจน กระบวนการเลือกสรรวัตถุดิบที่ได้มาตรฐาน จากทั่วทุกมุมโลก วันนี้กิฟฟารีนจึงเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ได้รับการยอมรับในระดับมาตรฐานสากล และเติบโตเคียงคู่สังคมไทยเป็นที่รู้จักและยอมรับของประชาชน ทั่วประเทศ ปัจจุบันมีศูนย์ธุรกิจกิฟฟารีน ทั้งหมด 112 แห่งทั่วประเทศ โดยเปิดให้บริการ เดลิเวอรี เพื่อบริการจัดส่งสินค้าถึงมือผู้บริโภคครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ

ทั้งนี้ ปัจจุบันกิฟฟารีนมีสมาชิกแล้ว ประมาณ 6.2 ล้านรหัส คิดเป็นกลุ่มนักธุรกิจอยู่ที่ประมาณ 3-5 แสนรหัส ที่เหลือ ก็จะเป็นกลุ่มสมาชิกผู้บริษัท และจากการ เปิด กิฟฟารีน แชนแนล ขึ้นเมื่อประมาณ 3 เดือนที่ผ่านมา โดยเป็นช่องรายการทีวี ผ่านสัญญาณดาวเทียม ทำให้ ยอดการสมัครเป็นสมาชิกของบริษัทมากขึ้น อีกทั้งแบรนด์ของกิฟฟารีนก็เป็นที่รับรู้มากขึ้น ทำให้บริษัทมีความมั่นใจในกลยุทธ์ต่างๆ ที่ทำในปีนี้ และเชื่อว่าตัวเลข 6 พันล้านที่วางในสิ้นปี ไม่ใช่เรื่องเกินจริงอย่างแน่นอน


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่1328 ประจำวันที่ 22-8-2012 ถึง24-8-2012

วันพุธที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

กิฟฟารีน อัดงบ 50 ล้าน ลุยสื่อดาวเทียมเต็มสูบ เปิด กิฟฟารีน แชนแนล-Giffarine Channel


กิฟฟารีน ควักกระเป๋า 50 ล้านบาท เปิด Giffarine Channel หลังซุ่มเตรียมผังรายการมานาน โชว์ 9 รายการหลักเอาใจสมาชิก ชี้ช่องกิฟฟารีนส่งสัญญาณ ทั่วทั้งเอเชีย ยุโรป และออสเตรเลีย มั่นใจธุรกิจโต จากปีก่อน 10-12% ล่าสุด ประกาศปรับราคาสินค้า 10 รายการ หลังต้นทุนแพ็กเกจพุ่ง


น.ต.พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เปิดเผยว่า การที่ กิฟฟารีนได้เปิดช่อง Giffarine Channel นั้น เกิดขึ้นจาก การที่บริษัทมีนักธุรกิจและผู้บริโภคเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก และกระจายอยู่ทั่วทุกภาคของไทย ส่งผลให้การสื่อสารกับ สมาชิกไม่สะดวกเท่าที่ควร บริษัทจึงมีแนวคิดที่จะเปิดช่อง Giffarine Chanel ที่มองว่าน่าจะเป็นช่องทางที่จะทำให้ บริษัทสามารถสื่อสารกับนักธุรกิจและผู้บริโภคได้มากขึ้น ไมว่ า่ จะเปน็ เรื่องของผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ รวมถึง การฝึก อบรม ให้กับสมาชิก


ทั้งนี้ในการเปิดช่อง Giffarine Channel บริษัท ใช้งบลงทุนกว่า 50 ล้านบาท โดยช่องดังกล่าวจะนำเสนอ เนื้อหาสาระในรูปแบบรายการต่างๆ 9 รายการ ได้แก่CEO Talk, Giff Inspire, Giff Story, Giff News, Giff Me Five, Key to Success, Giff Winner, Gift On Tour และ Giff Show


พร้อมกันนี้รายการดังกล่าวแบ่งเนื้อหาเป็นข่าวสาร ความเคลื่อนไหวของบริษัท 30% และอีก 70% เป็น การสื่อสารความเคลื่อนไหวของกลุ่มนักธุรกิจ และสาระ ความบันเทิง เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายนักธุรกิจกิฟฟารีน 70% และที่เหลืออีก 30% สำหรับบุคคลทั่วไป โดยเริ่ม ทดลองออกอากาศทั่วประเทศแล้วเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2555 ที่ผ่านมา


สำหรับการออกอากาศนั้นจะผ่านสัญญาณ 2 ระบบ คือ C-Band ส่งสัญญาณครอบคลุมประเทศไทย รวมถึง ทวีปเอเชีย ยุโรป และออสเตรเลีย สามารถรับชมได้ตลอด 24 ชั่วโมง และระบบ KU-Band ส่งสัญญาณครอบคลุม ทั่วทั้งประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย ทั้งนี้ เพื่อเป็นการ รองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558


อย่างไรก็ตาม ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา บริษัทมีอัตรา การเติบโต 10% และคาดว่าจนถึงสิ้นปีคาดว่าจะสามารถ เติบโตได้ 10-12% หรือปิดยอดขายได้มากกว่า 5,600 ล้านบาท และมียอดนักธุรกิจเพิ่มขึ้น 10-20% ทั้งนี้ เป้าหมายดังกล่าวเป็นการคาดการณ์ปกติ หากไม่เจอ สถานการณ์นํ้าท่วม


ในส่วนของโรงงานที่นิคมฯ นวนคร ที่ได้มีการ จัดสร้างเขื่อนเพื่อป้องกันนํ้าท่วมปัจจุบันเหลือเพียง ขั้นตอนของการตกแต่งอีกเล็กน้อย คาดเขื่อนดังกล่าว จะสามารถป้องกันนํ้าท่วมได้ประมาณ 90% และใน ส่วนของนิคมฯ นวนคร เอง ก็ได้ทำเขื่อนกั้นนิคมฯ เช่นกัน ซึ่งตอนนี้แล้วเสร็จไปกว่า 40% และคาดว่าจะแล้วเสร็จ ภายในสิงหาคมนี้


น.ต.พญ.นลินี กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาบริษัทได้ ปรับราคาสินค้าขึ้น 10 รายการ จากจำนวนสินค้าทั้งหมด 2,000 รายการ เนื่องจากโรงงานผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ได้ ประสบกับปัญหานํ้าท่วมและต้องปิดโรงงานหลายแห่ง ในปีที่ผ่านมา บริษัทจึงได้สั่งบรรจุภัณฑ์จากพันธมิตร รายใหม่ ส่งผลให้มีคอร์สค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ บริษัทได้ แจ้งให้สมาชิกรับทราบล่วงหน้าแล้วในช่วงที่ผ่านมา


อย่างไรก็ตาม สำนักงานคณะกรรมการกิจการ กระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ หรือ กสทช. จะออกมาควบคุมเกี่ยวกับ เนื้อหา การนำเสนอของโทรทัศน์ดาวเทียมนั้น คาดว่าจะเป็น เรื่องที่ดีต่อผู้บริโภคที่จะได้รับข้อมูลข่าวสาร และในส่วน ของกิฟฟารีนเองได้มีแนวนโยบายที่จะนำเสนอข่าวสาร ที่ถูกต้องและไม่เกินความเป็นจริงอยู่แล้ว


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค

วันอังคารที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ทีวีดาวเทียมช่องใหม่มาแรง กิฟฟารีน แชนแนล-Giffarine Channel

(จากซ้าย) คุณณัฐเศรษฐ์ พูลทรัพย์มณี-พิธีกร คุณพงศ์พสุ อุณาพรหม-ผู้อำนวยการใหญ่สายงานการตลาดจากกิฟฟารีน คุณนิรันดร์ ตั้งพิรุฬห์ธรรม-ประธานชมรมผู้ผลิตและค้าจานดาวเทียมกลุ่มบิ๊ก4 พ.ญ.นลินี ไพบูลย์-ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีนฯ คุณชานินทร์ บู่สามสาย ผู้จัดการฝ่ายขายบริษัท ไดนามิค แซทคอม จำกัด คุณการุณณ์ ชางประยูร-ผู้อำนวยการสถานีกิฟฟารีน แชนแนล ภญ.ณัฐธิดา จันทรวารี ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์จากกิฟฟารีน
รร.อินเตอร์คอนติเนนตัล- 18 มิถุนายน 2555- กิฟฟารีน ผู้นำธุรกิจเครือข่ายเพื่อสุขภาพและความงามสัญชาติไทย จัดแถลงข่าวเปิดสถานีทีวีดาวเทียม กิฟฟารีน แชนแนล เผยลงทุนกว่า 50 ล้านบาท สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้อย่างยั่งยืนในกลุ่มนักธุรกิจกิฟฟารีนและผู้สนใจธุรกิจ พร้อมแนะนำรายการสาระและบันเทิงคุณภาพ 9 รายการ โดยมี พ.ญ. นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการบริษัท กิฟฟารีนฯ (ที่สี่จากซ้าย) พร้อมผู้บริหารสถานีและกลุ่มพันธมิตรผู้ประกอบการจานดาวเทียมร่วมงาน เมื่อเร็วๆ นี้


 


ทีวีดาวเทียมช่องใหม่มาแรง “กิฟฟารีน แชนแนล-Giffarine Channel”

(จากซ้าย) คุณณัฐเศรษฐ์ พูลทรัพย์มณี-พิธีกร คุณพงศ์พสุ อุณาพรหม-ผู้อำนวยการใหญ่สายงานการตลาดจากกิฟฟารีน           คุณนิรันดร์ ตั้งพิรุฬห์ธรรม-ประธานชมรมผู้ผลิตและค้าจานดาวเทียมกลุ่มบิ๊ก4  พ.ญ.นลินี  ไพบูลย์-ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีนฯ คุณชานินทร์  บู่สามสาย ผู้จัดการฝ่ายขายบริษัท ไดนามิค แซทคอม จำกัด  คุณการุณณ์  ชางประยูร-ผู้อำนวยการสถานีกิฟฟารีน แชนแนล ภญ.ณัฐธิดา จันทรวารี ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์จากกิฟฟารีน
รร.อินเตอร์คอนติเนนตัล- 18 มิถุนายน 2555- กิฟฟารีน ผู้นำธุรกิจเครือข่ายเพื่อสุขภาพและความงามสัญชาติไทย  จัดแถลงข่าวเปิดสถานีทีวีดาวเทียม “กิฟฟารีน แชนแนล” เผยลงทุนกว่า  50 ล้านบาท สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้อย่างยั่งยืนในกลุ่มนักธุรกิจกิฟฟารีนและผู้สนใจธุรกิจ พร้อมแนะนำรายการสาระและบันเทิงคุณภาพ 9 รายการ โดยมี พ.ญ. นลินี  ไพบูลย์ ประธานกรรมการบริษัท กิฟฟารีนฯ (ที่สี่จากซ้าย) พร้อมผู้บริหารสถานีและกลุ่มพันธมิตรผู้ประกอบการจานดาวเทียมร่วมงาน  เมื่อเร็วๆ นี้


 


ทีวีดาวเทียมช่องใหม่มาแรง “กิฟฟารีน แชนแนล-Giffarine Channel”

(จากซ้าย) คุณณัฐเศรษฐ์ พูลทรัพย์มณี-พิธีกร คุณพงศ์พสุ อุณาพรหม-ผู้อำนวยการใหญ่สายงานการตลาดจากกิฟฟารีน           คุณนิรันดร์ ตั้งพิรุฬห์ธรรม-ประธานชมรมผู้ผลิตและค้าจานดาวเทียมกลุ่มบิ๊ก4  พ.ญ.นลินี  ไพบูลย์-ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีนฯ คุณชานินทร์  บู่สามสาย ผู้จัดการฝ่ายขายบริษัท ไดนามิค แซทคอม จำกัด  คุณการุณณ์  ชางประยูร-ผู้อำนวยการสถานีกิฟฟารีน แชนแนล ภญ.ณัฐธิดา จันทรวารี ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์จากกิฟฟารีน
รร.อินเตอร์คอนติเนนตัล- 18 มิถุนายน 2555- กิฟฟารีน ผู้นำธุรกิจเครือข่ายเพื่อสุขภาพและความงามสัญชาติไทย  จัดแถลงข่าวเปิดสถานีทีวีดาวเทียม “กิฟฟารีน แชนแนล” เผยลงทุนกว่า  50 ล้านบาท สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้อย่างยั่งยืนในกลุ่มนักธุรกิจกิฟฟารีนและผู้สนใจธุรกิจ พร้อมแนะนำรายการสาระและบันเทิงคุณภาพ 9 รายการ โดยมี พ.ญ. นลินี  ไพบูลย์ ประธานกรรมการบริษัท กิฟฟารีนฯ (ที่สี่จากซ้าย) พร้อมผู้บริหารสถานีและกลุ่มพันธมิตรผู้ประกอบการจานดาวเทียมร่วมงาน  เมื่อเร็วๆ นี้