ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รมิตา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รมิตา แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

‘รมิตา’เดินเครื่องเครือข่ายอาเซียน ลดเป้าสิ้นปี เหตุปัจจัยลบพ่นพิษรอบด้าน







Capture (Mobile)

 


“รมิตา” เผยธุรกิจ 6 ปีที่ผันผ่าน เจอทั้งวิกฤติและโอกาส...หลังปูพรมสาขาเพิ่ม แบรนด์เริ่มติดหู...บอสใหญ่ “ใจกล้า” คุยหลังเจาะตลาดเพื่อนบ้าน โอกาส & อุปสรรค เดินเคียงคู่ แต่ยังเดินหน้าขยายเครือข่ายอาเซียนเต็มประตู...เชื่อมั่นปีหน้าหากเศรษฐกิจไทยและเทศในภาพรวมดี จะเหวี่ยงธุรกิจขายตรงดีตามอีกครั้ง...แย้มเป้าสิ้นปีขอแตะ 200 ล้าน


นายใจกล้า กาดำดวน รองประธานกรรมการ บริษัท รมิตา เฮลธ์แอนด์บิวตี้ จำกัด เผยว่า ตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา เรียกได้ว่า ธุรกิจ “รมิตา” เจอทั้งอุปสรรคและปัญหาในการทำธุรกิจต่าง ๆ มากมาย แต่ก็ยังสามารถดำเนินธุรกิจมาได้ ซึ่งในปีที่ผ่านมา ถือว่าเป็นปีที่ “รมิตา” มีการขยายสาขามากขึ้น จนทำให้หลายคนเริ่มรู้จักแบรนด์ “รมิตา” ล่าสุด ได้มีการขยายสาขาเพิ่มเป็น 20 สาขาด้วยกัน


“การเปิดสาขาของ “รมิตา” นับจากนี้ ตั้งเป้าไว้ว่า จะต้องมีสาขาเกิดขึ้นอย่างน้อยประมาณ 3 - 5 สาขาต่อปี ขณะนี้ได้มีการพิจารณาที่จะเปิดสาขาเพิ่มอยู่เช่นเดียวกัน โดยพื้นที่สำคัญที่น่าสนใจในการขยายธุรกิจ นั่นก็คือ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพราะพื้นที่ดังกล่าวถือเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่สามารถเชื่อมต่อกับประเทศพม่าได้ โดยคาดว่าช่วงต้นปีหน้า น่าที่จะเปิดสาขาที่นั่นอย่างแน่นอน”


ประเทศพม่า ถือเป็นประเทศที่เพิ่งจะเปิดโซนนิ่งในการทำธุรกิจใหม่ จึงกลายเป็นประเทศที่น่าสนใจจากมุมมองของนักธุรกิจทั่วโลก ที่สำคัญคนพม่าเป็นคนที่มีเงิน แต่ยังไม่รู้ว่าจะนำเงินไปลงทุนทางด้านไหนบ้าง ซึ่งหลังจากที่ “รมิตา” ได้นำธุรกิจเข้าไปที่พม่า พบว่าคนพม่าค่อนข้างให้ความสนใจในธุรกิจ รมิตา กันพอสมควร และผลจากการสำรวจตลาดขายตรงในประเทศพม่า ธุรกิจขายตรงไทยยังมีไม่กี่บริษัทเท่านั้น ที่เข้าไปดำเนินการและโดยส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทต่างประเทศเท่านั้นที่เข้าไปลงทุน เหตุผลสำคัญที่ธุรกิจขายตรงในพม่าไม่น่าสนใจ อาจเป็นเพราะเรื่องของวัฒนธรรมของธุรกิจขายตรง ที่ยังไม่สามารถสอดรับกับคนพม่าเท่าที่ควร


ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้ “รมิตา” ได้ปรับแนวทางของธุรกิจใหม่ เพื่อให้เข้ากับคนพม่า ไม่ว่าจะเป็นเงื่อนไขในการจ่ายค่าคอมมิชชั่น เงื่อนไขเอกสารการสมัคร ที่จะทำให้คนพม่าสามารถทำธุรกิจของ รมิตา ได้สะดวกยิ่งขึ้น เพราะคนพม่าบางคนจะไม่มีเอกสารบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน จึงแก้ปัญหาเหล่านี้ด้วยการถ่ายรูปและสแกนลายนิ้วมือแทน เพื่อให้ยืนยันว่า เป็นตัวจริงที่เข้ามาสมัครเป็นสมาชิก ส่งผลให้เริ่มมีสมาชิกเข้ามาสู่ธุรกิจ รมิตา มากขึ้น


หลังจาก รมิตา อุ่นเครื่องในประเทศพม่าเป็นที่เรียบร้อย ก้าวต่อไป “รมิตา” มีแผนที่จะบุกตลาดประเทศเพื่อนบ้านให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นประเทศลาว กัมพูชา และเวียดนาม ส่วนเป้าหมายในประเทศลำดับต่อไป ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการขอจดทะเบียนอยู่ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงต้นปีหน้า นั่นก็คือ ประเทศมาเลเซีย


สำหรับประเทศมาเลเซียนั้น ทางบริษัทฯ จะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เนื่องจากเป็นตลาดที่สำคัญที่มีพี่น้องมุสลิม ซึ่งถือเป็นตลาดเป้าหมายที่ รมิตา ต้องการจะใช้ฐานพี่น้องมุสลิมตรงนี้ ไปต่อยอดขยายธุรกิจต่อไปยังประเทศอินโดนีเซียและบรูไนในลำดับต่อไป


ทั้งนี้หากเปรียบเทียบสถานการณ์ในแต่ละประเทศสำหรับธุรกิจขายตรงแล้ว อาจวิเคราะห์ได้ว่า ประเทศลาว เป็นประเทศที่ได้รับความน่าสนใจมากที่สุด เนื่องจากประเทศลาวการสื่อสารค่อนข้างเข้าใจง่าย และการเดินทางสะดวกสบาย อีกทั้งคนลาวส่วนใหญ่รู้จักธุรกิจขายตรงของไทยค่อนข้างเยอะพอสมควร ส่งผลให้ตลาดมีความคึกคักเป็นอย่างมาก เพราะมีหลายบริษัทในไทยเปิดตัวกันอย่างมากมาย ซึ่งมาทั้งในรูปแบบที่ถูกกฎหมายและไม่ถูกกฎหมาย แต่ก็เชื่อเหลือเกินว่า หากบริษัทไหนที่สามารถยืนหยัดอยู่ได้ในปี 2557 ตลาดประเทศเพื่อนบ้านก็น่าจะมีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดดแน่นอน


“วันนี้ กำลังซื้อของลาวค่อนข้างดีมาก เหตุผลอาจเป็นเพราะคนที่ทำธุรกิจกับ รมิตา ส่วนใหญ่ พบว่าจะเป็นชนชั้นกลางขึ้นไป อาทิ กลุ่มพ่อค้า กลุ่มคนวัยทำงาน ซึ่งหากเรามีโปรโมชั่นที่ดี มีของแจกของแถม ยิ่งทำให้เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดกำลังซื้อมากขึ้นด้วยเช่นกัน”


ส่วนในประเทศเวียดนาม ผลจากการวิเคราะห์ พบว่า เวียดนามนั้นมีโอกาสที่จะเติบโตมากกว่าประเทศลาว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศเวียดนามค่อนข้างดีกว่าลาว จากการสำรวจยังพบอีกว่า คนเวียดนามมีความขยันมากกว่าคนลาวถึง 7 เท่า มีความตั้งใจในการทำงานและมีความมุ่งมั่น จึงทำให้ รมิตา เชื่อมั่นว่า ไม่เกิน 2 ปีนับจากนี้ เวียดนามจะเป็นประเทศที่ รมิตา น่าจะเขย่าตลาดได้อย่างเมามันและมีอัตราการเติบโตที่มากกว่าประเทศลาวอย่างแน่นอน


...หากถามว่าทำไม “รมิตา” สามารถตีตลาดในประเทศเพื่อนบ้านได้ “ใจกล้า” ให้คำตอบอย่างมั่นใจว่า ประการแรก อาจเป็นเพราะความมุ่งมั่นในการทำธุรกิจของทีมผู้บริหารที่มีนโยบายที่ชัดเจน ในด้านการบุกตลาดที่ประเทศลาวอย่างจริงจัง รวมถึงมีทีมงานที่เข้ามาทำอย่างจริงจัง ประการที่สอง ความตั้งใจของสมาชิกที่เข้ามาร่วมธุรกิจที่ต้องการประสบความสำเร็จจริง ๆ ประการที่สาม ในเรื่องของสินค้าที่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคและสมาชิกได้ทั้งในเรื่องของคุณภาพและราคา


ปัจจุบันสินค้าที่เป็นตัวหลักของ “รมิตา” ยังคงเป็นกาแฟมะรุม ชามะรุม น้ำดำมะรุม และมีแผนที่จะนำสินค้าใหม่เข้ามาเสริมทัพอีก ในกลุ่มของเครื่องสำอางจากประเทศไต้หวัน ซึ่งขณะนี้ได้มีการนำเข้ามาแล้ว 1 รายการ และกำลังอยู่ในช่วงทดสอบอีก 4 - 5 รายการด้วยกัน ในกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวกับสปา คาดว่าภายในต้นปีหน้าจะมีสินค้าใหม่ ๆ เข้ามาเพิ่มเติม โดยอาจจะมีทั้งสินค้าในไทยและต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบัน รมิตา มีสินค้าอยู่ทั้งสิ้น 5 กลุ่ม 65 รายการด้วยกัน


“ใจกล้า” กล่าวทิ้งท้ายว่า ยอดขายโดยรวมของ รมิตา สิ้นปีนี้ เชื่อว่า ตัวเลขน่าที่จะยังไม่เป็นไปตามเป้าเท่าที่ควร ส่วนหนึ่งเป็นเพราะภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย รวมถึงกระแสขายตรงที่ออกมาในเชิงลบ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ยอดขายของ รมิตา ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน โดยคาดว่ายอดขายสิ้นปีนี้ น่าที่จะอยู่ที่ประมาณ 200 กว่าล้านบาทเช่นกัน


 


 


 


Credit By : http://www.taladvikrao.com/

วันอังคารที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2556

"รมิตา" เกาะกระแส AEC เล็งหาช่องปักธง "พม่า-มาเลย์"







602267_495978117175853_1930029660_n (Mobile)

 


"รมิตา" อวดความพร้อมลุยปักธงประเทศอาเซียน ชี้ขยายไปแล้ว 2 ประเทศ คือ ลาว และกัมพูชา พร้อมเผยเตรียมเดินหน้าเจาะตลาดพม่า มั่นใจเมืองหม่องทำเลทองของคนขายตรง วางระบบรหัสเดียวสร้างเครือข่ายได้ทั่วโลก ฟุ้งตั้งเป้ายอดขายสิ้นปี 56 ฝันโกย 500 ล้านบาท


นายใจกล้า กาดำดวน รองประธาน บริษัท รมิตา เฮลธ์แอนด์บิวตี้ จำกัด ได้กล่าวว่า บริษัทได้มีการเตรียมความพร้อมในการก้าวสู่ความเป็นผู้นำด้านธุรกิจเครือข่ายเอาไว้ โดยในเบื้องต้นได้มีการศึกษาตลาดและเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการขยายตัวของตลาดเอาไว้ทุกด้าน โดยอีกไม่นานการเปิดตลาด ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะเริ่มขึ้นในปี 2558


ก่อนหน้านี้บริษัทได้ออกไปเจาะตลาด 2 ประเทศเพื่อนบ้าน อย่าง สปป.ลาว และกัมพูชา ซึ่งได้รับการตอบรับดีมาก อาทิ สปป.ลาว มีสมาชิกที่ประสบความสำเร็จมีรายได้กันเป็นจำนวนมาก ส่งให้ยอด ขายในประเทศดังกล่าวเติบโตแบบก้าวกระโดด และตอนนี้ได้ขยาย เข้าไปเปิดสาขาที่ลาว และเวียดนาม โดยประเทศไทยบริษัทได้เปิด ไปแล้ว 20 สาขา รองลงมา ลาว 11 สาขา และเวียดนาม 2 สาขา ส่วนที่พม่าและมาเลเซีย กำลังมีการเจรจาเพื่อจะเปิดสาขาให้ได้ ต่อไป


ใจกล้า กล่าวต่อว่า การทำตลาดต่างประเทศในแถบอาเซียน พบว่า ประเทศ พม่ามีโอกาสในการเติบโตมากที่สุด นั่นเพราะมีเหตุและปัจจัยเอื้ออำนวยมากมาย ไม่ว่าจะเป็นความต้องการของคนพม่าที่อยาก เปิดโลกทัศน์ของตนเองให้ทันยุคสมัย พร้อมทั้งวิธีการต่างๆ ที่มีนักลงทุนต่างชาติเข้าไป ทำธุรกิจในประเทศ ช่วยกันกระตุ้นให้มีการ บริโภคตลอดทั้งปีต่อเนื่อง


"พม่า คือทำเลทองของคนขายตรงเลยก็ว่าได้ อย่าง รมิตา เองได้เตรียมความ พร้อมต่างๆ แล้ว ก็รุกที่พม่าเป็นเป้าหมายหลักในปีนี้ โดยบริษัทมีลูกค้าที่มาจากอิน-เตอร์เน็ตเป็นหลัก แน่นอนว่ามีผู้นำเข้าไปทำ ตลาดและทั้งนี้บริษัทต้องทำทุกอย่างตามกฎระเบียบของประเทศที่กำหนดไว้"


บริษัทได้วางยุทธศาสตร์ที่จะเปิดสาขา ในภูมิภาคอาเซียนให้สำเร็จออกไปในระยะยาว แต่ทั้งนี้ก็ต้องมีความพร้อมอย่างยิ่งในด้านของเงินทุนที่ต้องยอมรับว่าในปัจจุบันนี้ ประเทศต่างมีความเข้มงวดมากขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ถือเป็นโอกาสของบริษัทไทยที่จะเข้า ไปตลาดอาเซียนมากขึ้น อย่างเมื่อเร็วๆ นี้ได้เข้าไปดูงานที่บริษัทในประเทศมาเลเซีย ซึ่งที่นั่นมีผู้คนที่อยู่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เยอะมาก ได้เข้าทำธุรกิจกับ บ.รมิตา อาจเป็นเพราะบริษัทเริ่มมีสิ่งที่ตอบโจทย์ทุกอย่างได้มากขึ้น


อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ทุกประเทศในแถบอาเซียน จะต้องทำยอดให้ได้ถึง 500 ล้านบาท โดยสมาชิกในปัจจุบันมี 2 แสนรหัส และได้ใช้แผนการตลาดแบบ one world one code เพื่อให้ทุกท่านสามารถทำธุรกิจให้สามารถประสบ ความสำเร็จอย่างเท่าเทียมกัน


ขณะเดียวกันบริษัทยังสนับสนุนให้มีการจัดประชุมให้กับผู้นำตามพื้นที่ต่างๆ โดย บริษัทมีการให้ยืมสินค้าออกไปก่อน เพื่อให้สมาชิกทำงานง่ายขึ้น รวมถึงการจัดโปรโมชั่น พิเศษให้กับผู้นำ นอกจากนี้ เรายังได้เปิดตัว สินค้าใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดเพิ่มมากขึ้น เพื่อช่วย กระตุ้นยอดขาย ซึ่งในปีนี้บริษัทได้มีการเปิด ตัวสินค้าใหม่เพิ่มอีกหลายรายการ เช่น กลุ่ม ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ซึ่งเป็นอาหารเสริม พืชชนิดน้ำสูตรนาโน, น้ำหอมสำหรับผู้ชาย และผู้หญิงและอีกกลุ่มเป็นกลุ่มอาหารเสริม ที่เป็นไบโอเทคโนโลยี ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายได้เป็นอย่างดี


อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่น่าเป็นห่วงสำหรับธุรกิจขายตรงในประเทศไทยสำหรับ ปีนี้นั้น คงเป็นเรื่องของธุรกิจแชร์ลูกโซ่หรือ มันนี่เกมที่ปัจจุบันมักจะมีอะไรแปลกๆ ออก มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งยังมีผู้บริโภคบางคนยัง แยกแยะไม่ออกว่าอันไหนคือธุรกิจขายตรง หรือมันนี่เกม ดังนั้น อยากให้ภาครัฐเข้ามา ดูแล และเร่งปราบปรามบริษัทหลอกลวงเหล่านี้ให้หมดไป เพราะหากปล่อยนานเกิน ไปอาจจะส่งผลกระทบกับภาพรวมธุรกิจขายตรงได้








 

 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันพุธที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2556

‘รมิตา’จัดหนักอัดโปรโมชั่นให้นักขาย พร้อมเปิดกลยุทธ์รุกตลาดต่างประเทศ







รมิตา (Mobile)

 


“รมิตา”อัดโปรโมชั่นพิเศษโค้งสุดท้ายปลายปี หวังกระตุ้นยอดจากสมาชิก คาดตัวเลขในช่วงเวลาที่เหลือ เติบโตเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 30% ต่อเดือน เผยเตรียมจัดงานเชิดชูเกียรติยศประดับเข็ม “Ramita Leadership Awards 6” ณ ศูนย์ประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิตเดือนมี.ค.ปีหน้า ประกาศนโยบายเชิงรุกเตรียมบุกตลาดต่างประเทศ พร้อมขยายสาขาเพิ่มรองรับการเติบโต


นายใจกล้า กาดำดวน รองประธาน บริษัท รมิตา เฮลธ์แอนด์บิวตี้ จำกัด กล่าวว่า ในช่วงอีก 3 เดือนที่เหลือของปีนี้บริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมพิเศษ เพื่อส่งเสริมการขายในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ โดยล่าสุดได้จัดโปรโมชั่นพิเศษ เช่น ซื้อสินค้าทุก 1,000 พีวี แถมฟรีเครื่องดื่มน้ำดำมะรุม 1 ขวดมูลค่า 1,450 บาท หรือโปรโมชั่นล่องเรือสำราญกับท่านประธาน ซึ่งเชื่อว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากสมาชิกคาดว่าตัวเลขในช่วงเวลาที่เหลือเชื่อว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 30% ต่อเดือน


“ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาเรามองว่าเศรษฐกิจโดยรวมน่าจะดีจึงได้เป้ายอดขายไว้ที่ 500 ล้านบาท แต่ในช่วงครึ่งปีหลังจากเจอปัญหาเรื่องของภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้เราต้องปรับเป้าลงมาอยู่ที่ 230-240 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่มียอดขาย 222 ล้านบาท”


สำหรับกลยุทธ์ในการรุกตลาดต่างประเทศนั้น ใจกล้า กล่าวว่า บริษัทจะเน้นการจัดประชุม และจัดโปรโมชั่นพิเศษให้เหมาะกับตลาดในแต่ละประเทศ เช่น สปป.ลาว, กัมพูชา, เวียดนาม และพม่า เนื่องจากวัฒนธรรมบางอย่างของแต่ละประเทศที่แตกต่างกัน


โดยปัจจุบันตลาดหลักของบริษัทยังคงมาจากสปป.ลาวคิดเป็น 60% ของยอดขายรวมทั้งหมด ล่าสุดบริษัทได้ทำพิธีเปิดศูนย์สาขาปากเซ และหลวงพระบางในสปป.ลาวอย่างเป็นทางการ ซึ่งกระแสการตอบรับถือว่าดีเกินคาด!!


นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนจะเปิดสาขาเพิ่มอีกหลายแห่ง เพื่อรองรับการเติบโตของจำนวนสมาชิกในสปป.ลาวอีกด้วย ส่วนเมื่อไตรมาส 3 ที่ผ่านมาบริษัทได้ทำพิธีเปิดศูนย์สาขากัมพูชาอีก 1 แห่ง และเวียดนามอีก 2 แห่ง อย่างเป็นทางการ


ซึ่งทั้ง 2 ประเทศถือว่าเป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีแนวโน้มการเติบโตค่อนข้างดีมากโดยเฉพาะเวียดนามซึ่งมีอัตราการเติบโตที่ดีมากคาดว่าไม่เกิน 2 ปียอดขายจากเวียดนามจะแซงสปป.ลาวอย่างแน่นอน ขณะที่ตลาดพม่าซึ่งล่าสุดบริษัทอยู่ระหว่างการยื่นขอจดทะเบียนอย่างเป็นทางการ คาดว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการได้ประมาณปลายปีนี้


“ตลอดเกือบ 5 ปีที่ผ่านมาเราเข้าไปเปิดตลาดมาแล้ว 4 ประเทศ ได้แก่ สปป.ลาวมีทั้งหมด 11 สาขา, กัมพูชา 1 สาขา, เวียดนาม 2 สาขา และเร็ว ๆ นี้พม่าอีก 1 สาขา โดยตอนนี้เรามียอดขายจากสปป.ลาวเป็นอันดับ 1 รองลงมาเป็นไทย เวียดนาม และกัมพูชา ตามลำดับ ซึ่งจุดแข็งของเราในการเข้าไปเปิดตลาดในต่างประเทศคือ การเปิดเป็นบริษัทลูกของรมิตาขึ้นมาอย่างเป็นทางการไม่ใช่แม่ทีมไปเปิดเอง ที่สำคัญเราใช้แผนการตลาดที่เป็นระบบเดียวกันทั่วโลก รวมถึงสินค้าที่มีความหลากหลายและได้มาตรฐานตามที่ประเทศนั้น ๆ กำหนดไว้”


ด้านนายวัตถาภรณ์ กาฬภักดี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท รมิตา เฮลธ์แอนด์บิวตี้ จำกัด เปิดเผยว่า เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) บริษัทจึงได้เตรียมจัดงานใหญ่ประจำปีขึ้นในระหว่างวันที่ 15 มีนาคม 2557 ภายใต้ชื่อ “Ramita Leadership Awards 6” ณ ศูนย์ประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิต


ซึ่งการจัดงานดังกล่าวจะเป็นการประชุมร่วมกันของศูนย์สาขาในประเทศต่าง ๆ ของรมิตา ได้แก่ สปป.ลาว, กัมพูชา, เวียดนาม, พม่า และไทย คาดว่าจะมีผู้บริหารและสมาชิกที่ประสบความสำเร็จเดินทางมาร่วมงานในครั้งนี้ไม่ต่ำกว่า 3,000 คน


โดยภายในงานจะมีพิธีประดับเข็มเกียรติยศให้กับนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ให้สำหรับผู้ที่ประสบความสำเร็จได้รับตำแหน่ง RD,GD และ WD เพื่อแสดงพลังแห่งสีส้มให้โลกได้รับรู้ นับเป็นครั้ง 6 และภายในงานยังมีคอนเสิร์ตของศิลปินชื่อดัง ได้แก่ ใบเตย อาร์สยาม และไมเคิล ตั๋ง นอกจากนี้ ยังมีการแจกของรางวัลให้กับสมาชิกมูลค่ารวมกว่า 4 ล้านบาท อาทิ รถยนต์, รถจักรยานยนต์, แท็บเล็ต และอื่น ๆ อีกมากมาย


 


 


 


 


Credit By : http://www.taladvikrao.com/

วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

รมิตา เสือซุ่มเร่งปูพรมบุกตลาดไทย-ตปท. ขนสินค้าใหม่ลงกระทุ้งยอดสิ้นปีทะลุ500ล.









นายใหญ่ รมิตา เผยหมัดเด็ดปี56 สั่งเร่งปูพรมขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ หลังปลื้มแผนยึดตลาดประเทศเพื่อนบ้านประสบความสำเร็จ ดันยอดปี55 ทะลุเป้า 220 ล้านบาท มั่นใจสิ้นปี56 ทะลัก 500 ล้านบาท หลังส่งซิกเตรียมยึดพม่า-เวียดนาม-มาเลเซีย พร้อมจ่อขนสินค้าใหม่ออกมากระตุ้นยอดขาย แนะภาครัฐเร่งปราบปรามแชร์ลูกโซ่-มันนี่เกมส์ หวั่นกระทบภาพลักษณ์ธุรกิจขายตรง ด้าน ใจกล้า กาดำดวน ระบุเดินหน้าต่อโปรโมชั่น X2 หลังปลุกกระแสได้ดี ล่าสุดจัดแคมเปญพิเศษทำยอดแค่ครั้งเดียวแต่เที่ยวฟรี 3 ประเทศ ยิ้มทริปพิเศษสำหรับสมาชิกที่เป็นมุสลิม เดินทางไปแสวงบุญที่นคร เมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบียกระแสตอบรับเกินคาด สั่งเดินหน้าจัดโปรโมชั่นต่อ


นายเค่งฮั้ว แซ่อื้อ ประธานกรรมการ บริษัท รมิตา เฮลธ์แอนด์บิวตี้ ให้สัมภาษณ์ถึงกลยุทธ์ในการรุกตลาดปี 2556 ว่า บริษัทเตรียมรุกตลาดใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้นเพื่อให้ครอบคลุมครบทุกภาคของประเทศจากปัจจุบันที่มีฐานตลาดใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคใต้ และภาคอีสานเป็นหลัก โดยตลาดที่บริษัทได้ให้ความสำคัญในปีนี้ คือพื้นที่ภาคเหนือ และภาคกลาง โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือที่ปัจจุบันมีผู้นำได้เข้าไปขยายตลาดในพื้นที่ดังกล่าวแล้วและค่อนข้างได้รับผลตอบรับดีมากคาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะสามารถเปิดเป็นศูนย์กระจายสินค้าในพื้นที่ภาคเหนือไม่ต่ำกว่า 7 แห่ง เพื่อรองรับการเติบโต และความตน้องการของสมาชิกในพื้นที่


นอกจากนี้บริษัทยังได้เตรียมความพร้อมในการขยายตลาดออกไปยังต่างประเทศ เช่น พม่า เวียดนาม และมาเลเซีย เป็นต้น โดยหลังจากก่อนหน้านี้รมิตาได้ขยายตลาดเข้าไปยังประเทศเพื่อนบ้าน 2 ประเทศแล้วได้แก่ สปป.ลาว และกัมพูชา ซึ่งปรากฏว่าได้รับการตอบรับดีมากโดยเฉพาะที่สปป.ลาวมีสมาชิกที่ประสบความสำเร็จมีรายได้กันเป็นจำนวนมาก ส่งให้ยอดขายในประเทศดังกล่าวเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยปัจจุบันคิดเป็น 50 % ของยอดขายรวมทั้งบริษัท จากในปี 2555 ที่ผ่านมาที่มียอดขายรวม 220 ล้านบาท


สำหรับแผนการขยายตลาดต่างประเทศนั้น นายเค่งฮั้ว กล่าวว่า เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558 ที่จะมาถึงนี้ บริษัทมีนโยบายในการรุกตลาดต่างประเทศที่ค่อนข้างแตกต่างจากบริษัทขายตรงอื่นๆ โดยจะเน้นในเรื่องของการดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมายของประเทศนั้นๆ เช่น การยื่นขอจดทะเบียนในแต่ละประเทศและการแปลเอกสารเกี่ยวกับสินค้าไว้ก่อน เพื่อให้สมาชิกเข้าไปขยายตลาดในประเทศนั้นๆ ได้ทันที ไม่ต้องมารอให้บริษัทไปยื่นขอเอกสารทีหลัง


การรักตลาดต่างประเทศถือว่าทำง่ายกว่าประเทศไทย เพราะมีองค์ประกอบค่อนข้างเอื้อต่อการขยายตลาด เช่น สินค้าไทยมีคุณภาพ เพราะผู้บริโภคในแถบประเทศเพื่อนบ้านเขาได้สัมผัสกับสินค้าไทยมานานไม่ว่าจะเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค หรือแม้แต่รถยนต์ ดังนั้นการที่เราเข้าไปขยายตลาดในกุ่มประเทศเหล่านี้จึงทำได้ง่ายกว่า ไม่ต้องพูดอะไรมาก รวมถึงการที่กลุ่มประเทศเพื่อนบ้านเรามีความรู้สึกที่ดีกับคนไทย จึงทำให้เราขยายตลาดได้ง่าย


นายเค่งฮั้ว กล่าวเพิ่มเติมว่า ปีนี้เราจะยังคงใช้กลยุทธ์ในการทำตลาดเหมือนกับปี 2555 ที่ผ่านมาคือ การขยายตลาดใหม่ ,การสนับสนุนผู้นำ ,การจัดโปรโมชั่นและการจัดหลักสูตรฝึกอบรมให้กับสมาชิกเพราะแนวทางดังกล่าวถือว่าได้ผลลัพธ์ที่ดี เพราะทำให้ยอดขายในปี 55 เติบโตเกินป้าหมายที่ตั้งไว้ นอกจากนี้เรายังได้อำนวยความสะดวกในการสั่งซื้อของสมาชิกด้วยการเปิดเป็นศูนย์กระจายสินค้าตามพื้นที่ต่างๆ ซึ่งปัจจุบันเรามีศูนย์กระจายสินค้าทั้งหมด 10 แห่ง แบ่งเป็นในไทย 7 แห่ง และในสปป.ลาวอีก 3 แห่ง นายเค่งฮั้ว อธิบาย


ขณะเดียวกันเรายังสนับสนุนให้มีการจัดประชุมให้กับผู้นำตามพื้นที่ต่างๆ โดยบริษัทมีการให้ยืมสินค้าออกไปก่อน เพื่อให้สมาชิกทำงานง่ายขึ้น รวมถึงการจัดโปรโมชั่นพิเศษให้กับผู้นำ นอกจากนี้เรายังได้เปิดตัวสินค้าใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดเพิ่มมากขึ้น เพื่อช่วยกระตุ้นยอดขายซึ่งในปีนี้เรามีแผนจะเปิดตัวสินค้าใหม่เพิ่มอีกหลายรายการเช่น กลุ่มผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ซึ่งเป็นอาหารเสริม พืชชนิดน้ำสูตรนาโน,น้ำหอมสำหรับผู้ชาย และผู้หญิงและอีกกลุ่มเป็นกลุ่มอาหารเสริมที่เป็นไบโอเทคโนโลยีซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายได้เป็นอย่างดี


นายเค่งฮั้ว กล่าวอีกว่า จากกลยุทธ์ที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้บริษัทคาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะมียอดขายไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายจากไทยและสปป.ลาวรวมกัน 420 ล้านบาท และอีก 80 ล้านบาท อย่างไรก็ตามสำหรับสัดส่วนยอดขายของกลุ่มสินค้าที่ขายดี แบ่งเป็นกลุ่มอาหารเสริมคิดเป็น 50-55%ของยอดขายทั้งหมด รองลงมาเป็นกลุ่มเครื่องประดับ 20 % กลุ่มเครื่องสำอาง 10-15% และอุปโภคบริโภคอีก กว่า 10 %


ส่วนปัจจัยที่น่าเป็นห่วงสำหรับธุรกิจขายตรงในประเทศไทยในปีนี้นั้น นายเค่งฮั้ว กล่าวว่า ปัจจัยเรื่องของเศรษฐกิจ การเมือง และภัยธรรมชาติ ไม่น่าเป็นห่วงมากนัก แต่ปัจจัยที่น่าเป็นห่วง คือ ธุรกิจ แชร์ลูกโซ่หรือมันนี่เกมที่ปัจจุบันมักจะมีอะไรแปลกๆออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งยังมีผู้บริโภคบางคนยังแยกแยะไม่ออกว่าอันไหนคือธุรกิจขายตรง หรือ มันนี่เกม ดังนั้นอยากให้ภาครัฐเข้ามาดูแล และเร่งปราบปรามบริษัทหลอกลวงเหล่านี้ให้หมดไป เพราะหากปล่อยนานเกินไปอาจจะส่งผลกระทบกับภาพรวมธุรกิจขายตรงได้


ด้าน นายใจกล้า กาดำกวน รองประธานบริษัท รมิตา เฮลธ์แอนด์บิวตี้ จำกัด กล่าวเสริมว่า นอกจากกลยุทธ์ในการขยายตลาดแล้ว บริษัทยังได้ต่อโปรโมชั่น X2 ออกไปอีก เพื่อตอบแทนให้กับสมาชิกที่ออกไปขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังได้จัดโปรโมชั่นพิเศษใหม่ขึ้นมาอีก คือ ทำยอดแค่ครั้งเดียวได้เที่ยวฟรี 3 ทริป 3 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ ฮ่องกง-ปักกิ่ง และออสเตรเลียรวมถึงการจัดโปรโมชั่นพิเศษสำหรับสมาชิกที่เป็นชาวมุสลิมให้ได้เดินทางไปแสวงบุญที่นคร เมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย ซึ่งล่าสุดมีสมาชิกที่ผ่านคุณสมบัติสำหรับทริปดังกล่าวจำนวน 40 คน ดังนั้นเชื่อว่าหลังจากสมาชิกกลุ่มนี้เดินทางกลับมาจะช่วยกระตุ้นโปรโมชั่นนี้กันอย่างคึกคักแน่นอน




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพLEADER TIME ฉบับที่ 217 ประจำวันที่ 16-28 กุมภาพันธ์ 2556


วันอาทิตย์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2555

บริษัท รมิตา เฮลธ์แอนด์บิวตี้ จำกัด จัดงานเชิดชูเกียรติยศผู้นำรมิตา Ramita Leadership Awards ครั้งที่4


บริษัท รมิตา เฮลธ์แอนด์บิวตี้ จำกัด  จัดงานเชิดชูเกียรติยศผู้นำรมิตา Ramita Leadership Awards ครั้งที่4


สุดยอดงานเชิดชูเกียรติแห่งปี กับขุนพลกว่า 65 ท่านรับประกาศณียบัตรแห่งความสำเร็จกับรมิตา บรรยากาศเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง ผู้นำทั่วสารทิศร่วมแสดงความยินดี


เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2555 ที่ผ่านมาได้มีการจัดงานเชิดชูเกียรติยศครั้งยิ่งใหญ่ของบริษัทรมิตา Ramita Leadership Awards ครั้งที่4 ขึ้นที่หอวัฒนธรรม นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว ในงานครั้งนี้มีผู้นำได้รับตำแหน่งรวมแล้วมากถึง 65 ท่านแบ่งเป็น BD 1 ท่าน,WD 7 ท่าน,GD 14 ท่านและRD 43 ท่าน บรรยากาศเต็มไปด้วยพลังแห่งสีส้ม อันเปี่ยมล้นไปด้วยรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจในความสำเร็จหลังจากทุ่มเทแรงกายและใจให้กับรมิตาแบบเต็ม 100 ผู้นำทั่วสารทิศทั้งไทยและลาวร่วมแสดงความยินดี นี้คือภาพประวติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งที่ตอกย้ำการเจริญเติบโตของรมิตาอย่างสวยงาม 65 ท่านบนเวทีแห่งเกียรติยศได้ร่วมยืนยันว่ารมิตาสร้างชีวิตให้เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น และทุกคนสามารถพูดได้เต็มปากว่า Ramita It"s Possible ทุกอย่างเป็นไปได้ที่รมิตา ทางทีมงานหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในครั้งหน้าเวทีที่เห็นนี้จะเป็นของทุกท่านที่มุ่งมั่นตั้งใจแน่นอน RCD รออยู่นะครับ
ขอขอบคุณและเป็นกำลังใจให้กับผู้จัดงานและท่านผู้นำที่ได้รับตำแหน่ง รวมถึงสมาชิกใหม่ทุกคน เราจะสำเร็จไปพร้อมๆกันครับ


ขอขอบพระคุณเนื้อหาดีดี : บริษัท รมิตา เฮลธ์แอนด์บิวตี้ จำกัด


 

บริษัท รมิตา เฮลธ์แอนด์บิวตี้ จำกัด จัดงานเชิดชูเกียรติยศผู้นำรมิตา Ramita Leadership Awards ครั้งที่4


บริษัท รมิตา เฮลธ์แอนด์บิวตี้ จำกัด  จัดงานเชิดชูเกียรติยศผู้นำรมิตา Ramita Leadership Awards ครั้งที่4


สุดยอดงานเชิดชูเกียรติแห่งปี กับขุนพลกว่า 65 ท่านรับประกาศณียบัตรแห่งความสำเร็จกับรมิตา บรรยากาศเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง ผู้นำทั่วสารทิศร่วมแสดงความยินดี


เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2555 ที่ผ่านมาได้มีการจัดงานเชิดชูเกียรติยศครั้งยิ่งใหญ่ของบริษัทรมิตา Ramita Leadership Awards ครั้งที่4 ขึ้นที่หอวัฒนธรรม นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว ในงานครั้งนี้มีผู้นำได้รับตำแหน่งรวมแล้วมากถึง 65 ท่านแบ่งเป็น BD 1 ท่าน,WD 7 ท่าน,GD 14 ท่านและRD 43 ท่าน บรรยากาศเต็มไปด้วยพลังแห่งสีส้ม อันเปี่ยมล้นไปด้วยรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจในความสำเร็จหลังจากทุ่มเทแรงกายและใจให้กับรมิตาแบบเต็ม 100 ผู้นำทั่วสารทิศทั้งไทยและลาวร่วมแสดงความยินดี นี้คือภาพประวติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งที่ตอกย้ำการเจริญเติบโตของรมิตาอย่างสวยงาม 65 ท่านบนเวทีแห่งเกียรติยศได้ร่วมยืนยันว่ารมิตาสร้างชีวิตให้เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น และทุกคนสามารถพูดได้เต็มปากว่า Ramita It"s Possible ทุกอย่างเป็นไปได้ที่รมิตา ทางทีมงานหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในครั้งหน้าเวทีที่เห็นนี้จะเป็นของทุกท่านที่มุ่งมั่นตั้งใจแน่นอน RCD รออยู่นะครับ
ขอขอบคุณและเป็นกำลังใจให้กับผู้จัดงานและท่านผู้นำที่ได้รับตำแหน่ง รวมถึงสมาชิกใหม่ทุกคน เราจะสำเร็จไปพร้อมๆกันครับ


ขอขอบพระคุณเนื้อหาดีดี : บริษัท รมิตา เฮลธ์แอนด์บิวตี้ จำกัด


 

วันพุธที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

เจาะลึกธุรกิจ‘รมิตา’ กางตำราเขย่าวงการขายตรง ชงความสำเร็จที่มั่นคง ลงสนามรบปี’55



ปัจจุบันต้องยอมรับว่า ธุรกิจเครือข่ายขายตรง ที่ประกาศศักดาลงชิงชัยในสนามแห่งนี้ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแต่ละแห่งต่างออกมาประกาศ “แสนยานุภาพ” โชว์พาว หวังช่วงชิงสู่ความเป็นหนึ่งกันอย่างเนืองแน่น ทำให้ที่ผ่านมา สมรภูมิแห่งนี้คับคั่งเต็มไปด้วย “ผู้เล่นหน้าใหม่”
ขณะเดียวกัน การเข้ามาชิมลางตลาดของขายตรงน้องใหม่ ก็สร้างสีสันคึกคักให้กับตลาดเป็นอย่างยิ่ง เพราะหลายค่าย เปิดศึก “สร้างภาพลักษณ์” กันอย่างเต็มที่ ด้วยการตีแผ่ข่าวสารชู “ผู้นำ” ที่ประสบความสำเร็จกันอย่างครึกโครม เพื่อเป็นเครื่องการันตีชี้ชัดว่า ธุรกิจของแต่ละที่แต่ละแห่ง “ทำง่าย ได้จริง” มีรายได้ไหลเข้าสู่กระเป๋าอย่างแท้จริง โดยไม่มีการยกเมฆแต่อย่างใด ทำให้ตลาดเครือข่ายคึกคักเป็นอย่างยิ่ง ผู้คนหันมาให้ความสนใจกับธุรกิจขายตรงมากยิ่งขึ้น...!!!
...ต้องยอมรับว่า การเดินทางบนเส้นทางสายนี้ ต้องมีความขะมักเขม้น เฟ้นหายุทธวิธีใหม่ๆ ออกมาใช้เพื่อ “ทำแต้ม” เพื่อหวังสร้างความโดดเด่นของตัวเอง สร้างจุดขายดึงความสนใจให้กับลูกค้า...วิถีที่ถูกนำมาใช้ เพื่อสร้างความมั่นอกมั่นใจให้ลูกค้าในช่วงที่ผ่านมา มีหลากหลายยุทธวิธี ไม่ว่าจะเป็น การขยับขยายสาขา, การสรรหาวิธีสารพัด เพื่อนำมาตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า, การวางแผนการตลาดบวกความคิดที่แหลมคม เพื่อหยุดคู่ต่อสู้ที่เข้ามาสู่สนามรบแห่งนี้ ซึ่งทุกอย่างล้วนเป็นสิ่งที่บริษัท จะต้องลงมือทำเพื่อขับเคลื่อนองค์กร และกระชากใจลูกค้าให้มาร่วมอุดมการณ์ เดินทัพไปพร้อมๆ กัน บนเส้นทางและจุดหมายของความสำเร็จที่รออยู่เบื้องหน้า…!!!
การก้าวไปข้างหน้า ตามแรงขับเคลื่อนขององค์กรแต่ละก้าวย่าง ล้วนเป็นประสบการณ์ของแต่ละค่ายที่สั่งสมมา ไม่ว่าจะเป็น ค่ายเล็ก ค่ายใหญ่ ล้วนมีอาวุธหนักอยู่เต็มตัว และพร้อมที่จะงัดออกมาดวลกันได้ทุกเมื่อ ทำให้สนามการแข่งขันทางการตลาดเป็นที่น่าจับตามองมากขึ้น เพราะอุณหภูมิร้อนระอุอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ผลกระทบจากเหตุการณ์วิกฤติที่ผ่านมา ก็เป็นบทเรียนอันมีค่า ที่ทำให้หลายบริษัท งัดตำราบทใหม่มาป้องกันภยันตราย และร่ายเวทมนต์ เพื่อก้าวต่อไปข้างหน้า...!!!
...ท่ามกลางค่ายเครือข่ายขายตรงทั้งน้อยใหญ่ที่มีอยู่หลายร้อยแห่ง “น้องใหม่ที่ส่องสว่าง” ติดหนึ่งในดาวดวงใหม่ที่น่าจับตามองอีกแห่งคือ “บริษัท รมิตา เฮลส์ แอนด์ บิวตี้ จำกัด” ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทน้องใหม่ในวงการธุรกิจขายตรงแห่งนี้ ได้พิสูจน์ตัวเอง จนเป็นที่ยอมรับในตลาดมากขึ้นเรื่อยๆ...แม้การเปิดตัวธุรกิจจะไม่หวือหวา แต่ก็พยายามที่จะขยับขยายอาณาจักรของตัวเองอยู่อย่างต่อเนื่อง เพราะความเชื่อมั่นทางธุรกิจและภาพรวมขององค์กรที่ดีมาก่อน ทำให้สามารถขยายฐานสมาชิกออกไปได้ทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะ “ประเทศลาว” ซึ่งถือเป็น “สนามหิน” ที่หลายบริษัทพยายามจะเจาะเข้าไป แต่ “รมิตา” กำลังสยายปีกขยายฐานสมาชิกอย่างเมามันส์ มิหนำซ้ำ ยังปั้น “มนุษย์เงินล้านคนแรก” ให้จุติขึ้นที่ฝั่งลาวอีกต่างหาก...!!!
เส้นทางการขยับเดินแต่ละก้าวของ “รมิตา” ล้วนมาจากการสั่งการของแม่ทัพใหญ่ที่คุมบังเหียนนั่งบัญชาการรบอยู่บนสุดของบริษัทนั่นคือ “เค่งฮั้ว แซ่อื้อ” ประธานกรรมการบริหาร ที่มีความมุ่งมั่น ต้องการที่จะสร้างสรรค์หยิบยื่นความสำเร็จให้กับหมู่มวลสมาชิก ที่พร้อมจะร่วมรบเคียงบ้าเคียงไหล่กับค่ายนี้
“เค่งฮั้ว แซ่อื้อ” เล่าเรื่องราวความเป็นมาการก่อเกิด “รมิตา” ว่า “จากเดิมที่ทดลองใช้สินค้าผลิตภัณฑ์เซรั่มที่ใช้แล้วเห็นผลจริง จึงเกิดแรงผลักดันมองหาการทำธุรกิจที่มั่นคง และได้รับคำแนะนำจากหลานถึงการทำธุรกิจเครือข่ายเป็นธุรกิจที่เติบโตเร็ว จึงพกพาเอาความมุ่งมั่นตรงจุดนี้มายืนหยัดสู่ความสำเร็จ กับการเริ่มจากจุดเล็กๆ เสนอขายสินค้าทางอินเตอร์เน็ตแนะนำสินค้าด้วยระบบง่ายๆ ของธุรกิจ MLM แบบเล็กๆ ในช่วงระยะเวลา 1 ปี แต่ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จมากนัก จึงได้ทำการศึกษาการทำธุรกิจอย่างจริงจัง”
เมื่อธุรกิจต้องมีผู้ขับเคลื่อนถึงจะพบจุดหมายไปพร้อมๆ กัน ท่านประธานเองก็ไม่ย่อท้อ จนได้มาเจอตัวช่วยสำคัญ ที่พลังขับเคลื่อนนั่นคือ “ใจกล้า กาดำดวน” รองประธานบริษัท ที่ถูกทาบทามให้มาร่วมธุรกิจสร้างความแข็งแกร่งให้กับบริษัท ด้วยศักยภาพวิสัยทัศน์จึงสร้างจุดยืนให้กับ “รมิตา” เปลี่ยนจากแผนเดิมมาเป็น “ไบนารี่” แผนทางการตลาดที่แหลมคม และใช้กันเกือบทุกบริษัท ทำให้มองเห็นลู่ทางสว่าง กับหลักการที่ “ใจกล้า” นั้นได้พิสูจน์ฝีมือตัวเองในการบริหาร สร้างทีม สร้างองค์กร นำเสนอแนวคิดที่แปลกใหม่ และท่านประธานกล้าเสี่ยง ใจถึง จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะประสบความสำเร็จ
ด้วยความมุ่งมันตั้งใจเต็มเปี่ยม ถึงแม้จะเป็นน้องใหม่ แต่ก็ไม่หวั่นเพราะมีชื่อเสียงเป็นจุดยืน “รมิตา” จึงถือโอกาสบุกเบิกการตลาดทางโซเชียลเน็ตเวิร์คบนโลกอินเตอร์เน็ต ด้วยระบบไม่ด้อยกว่าผู้อื่นแถมลูกค้าได้ให้ความสนใจตอบโจทย์กับเทคโนโลยีตรงจุดนี้ร่วม 100% เต็ม และยังโด่งดังไปยังประเทศเพื่อนบ้าน นั่นคือ ประเทศลาว สร้างรายได้อย่างยอดเยี่ยม และยังเป็นตัวช่วยในการลดต้นทุน ความเสี่ยงในการเดินทาง ด้วยการตอบรับอย่างดีโดยเฉพาะในธุรกิจขายตรง
นอกจากแผนการตลาดดีแล้วสิ่งสำคัญที่ใช้เป็นตัวเดินเครื่องเคลื่อนทัพไปข้างหน้านั้น เห็นจะเป็นตัวสินค้า ที่แต่เดิม “รมิตา” เน้นหมวดเดียว คือ เครื่องสำอาง แต่การตอบรับยังไม่ถึงทุกครัวเรือน เห็นทีต้องขยับขยายกันยกใหญ่ ด้วยการขานรับนำผลิตภัณฑ์กาแฟ เข้ามาเสริมทัพของสินค้าให้แข็งแกร่งขึ้น ด้วยกระบวนการผลิตที่ไม่เหมือนบริษัทอื่น คิดค้นสูตรที่สามารถตอบโจทย์เรื่องสุขภาพให้ผู้บริโภคได้ กับกระแสของมะรุมที่มาแรงในช่วงนั้น จึงเกิดไอเดียบรรเจิดนำกาแฟผสมผงมะรุม จนเกิดเป็น “กาแฟมะรุม” ที่โด่งดังทั้งในประเทศและต่างประเทศในปัจจุบัน
จากความก้าวหน้าของผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้น อีกสิ่งหนึ่งที่จะขาดไม่ได้ที่ช่วยให้ “รมิตา” ขับเคลื่อนได้อย่างสมบูรณ์ คงหนีไม่พ้นเรื่องระบบกับการวางแผนที่รัดกุม คุมได้ทุกสถานการณ์ จึงเป็นที่น่าดึงดูดใจของใครต่อหลายคนให้เข้ามาสู่บ้านหลังนี้ กับวิธีประสบความสำเร็จที่ใช้หัวใจมองเป็นหลักสู่ธุรกิจเครือข่ายที่มั่นคง โดย “รมิตา” ได้ให้ความสำคัญที่เกิดจากการพัฒนาตนเอง จัดระบบแห่งความสำเร็จที่ชื่อว่า RM Success ด้วยการใช้แนวคิดแห่งกระบวนการพัฒนาตนให้เต็มศักยภาพ ผ่านกระบวนการเรียนรู้ ประกอบด้วย 3 หัวใจหลักทั้งการเน้นระบบ และการเทรนนิ่ง คือ “การชวนคนหรือหาคน” ถือเป็นประตูด่านแรกที่นักธุรกิจเครือข่ายต้องทำเป็นหลักหากปรารถนาสู่ความสำเร็จ หรือทีเรียกว่า “ก้าวแรกสู่เศรษฐีเงินล้าน” กับคนใหม่ที่ไม่เคยทำธุรกิจขายตรงมาก่อน ด้วยการสอนวิธีหาคนเร็วและได้เงินเร็ว “การสร้างคน” กระบวนการต่อเนื่องที่จะสร้างคน สร้างองค์กรให้เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ทีมงานด้านซ้ายเติบโต ด้านขวาเติบโต เราอยู่ตรงกลางแล้วได้ตังค์ และการรักษาคน บทพิสูจน์นักธุรกิจในระดับสูงที่จะรักษาองค์กรเป็นปึกแผ่นให้อยู่ตราบนานเท่านาน ทำอย่างไรเมื่อเขาเก่งและให้อยู่กับเราได้ตลอด ด้วยองค์ประกอบของความสำเร็จของธุรกิจขายตรงต้องมีทีมที่ดี มีระบบชัดเจน มีการอบรมเข้มข้นต่อเนื่อง และสนับสนุนไปในทิศทางเดียวกัน...!!
“หากตัดสินใจที่จะสำเร็จกับการทำธุรกิจเครือข่ายขายตรงรมิตาแล้ว จงอย่าลังเลที่จะเรียนรู่เรื่องการพัฒนาตนเอง คนที่เรียนรู้แบบไม่รู้จบ คนที่พัฒนาตนเองอยู่เสมอ เท่านั้นจึงจะประสบความสำเร็จได้”
การเดินทางของ “รมิตา” ย่อมมีเข็มทิศและแผนที่ในการกำหนดเส้นทางตั้งแต่ต้นจนสำเร็จ เมื่อได้รับแผนที่ความสำเร็จมาแล้ว หากแต่ไม่ได้รับการอ่านเพื่อตีความคงไม่รู้แน่ว่าจะต้องอย่างไรต่อไป แต่รมิตานั้นได้มองการณ์ไกล ด้วยวิสัยทัศน์แห่งการมองไปถึงหัวใจของการทำธุรกิจขายตรงอย่างยั่งยืน นั่นคือ การให้ความความสำคัญเรื่องของคนเป็นหลัก กับการเน้นพัฒนาคนผ่านระบบฝึกอบรมและสร้างการขับเคลื่อนความสำเร็จที่เรียกว่า RM Success ด้วยคำที่ท่านประธานแม่ทีมนำทัพแห่งบริษัท รมิตา ที่มักย้ำเสมอว่า “เราจะไม่ทิ้งความฝันใคร”
จากระยะเวลา 5 ปี “รมิตา” เหมือนบุญหล่นทับ ได้เติบโตมาบุกตลาดสร้างภาพลักษณ์ทางสุขภาพด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงอย่าง “กาแฟมะรุม” ทำให้ได้รับความไว้วางใจจากสมาชิก ประกอบกับแผนที่ได้เงินง่าย เข้าใจง่ายด้วยความเป็นจริง เห็นผลจริงที่ว่า จ่ายตรง จ่ายจริง การจัดตั้งบริษัทถูกต้องและน่าเชื่อถือ
จากตรงจุดนี้เองทำให้ “รมิตา” ขยายการเติบโตไปยังแถบประเทศเพื่อนบ้าน นั่นคือ ประเทศลาว ได้อย่างรวดเร็ว เพียงเพราะความพร้อมในหลายด้าน และสินค้าที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการได้เป็นอย่างดีทำแล้วได้เร็ว ได้ตรง ได้จริง สิ่งนี้คือตรงใจผู้ร่วมธุรกิจที่นั่น กับโจทย์แรกที่ต้องทำในการขยับขยายสู่ธุรกิจของประเทศลาว คือ เรื่องความถูกต้องในการจดขึ้นทะเบียนกับอย.ของประเทศลาว เพื่อให้สะดุดในระหว่างการทำธุรกิจ พร้อมกับการเน้นย้ำเรื่องของระบบที่อำนวยความสะดวกให้กับสมาชิกอย่างเต็มรูปแบบทั้งเรื่องคีย์รหัสเวลาสมาชิกใหม่มาสมัคร รวมถึงค่าคอมมิชชั่นที่จ่ายจริง กับสมาชิกรวมแล้วที่มีอยู่ตอนนี้ร่วม 4 หมื่นคน และฐานความมั่นคงที่แบ่งอย่างเห็นได้ชัด คือ ประเทศลาว 60% และประเทศไทย 40%
ด้วยแผนการจ่ายที่ไม่เหมือนกับบริษัททั่วไป คือ จ่ายเงินสดใส่ซองให้ทุกวันศุกร์ ส่งผลให้สมาชิกทุกท่านแอคทีฟในการทำงานกับผลตอบแทนที่ได้รับกับจุดเด่นทางด้านแผนการตลาดของ “รมิตา” ตรงจุดนี้เองทำให้สมาชิกทั้งในประเทศและต่างประเทศหลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ถึงจะเป็นค่ายเล็กที่มากด้วยฝีมือและระบบที่รัดกุม แต่ความมั่นคงนั้นมีอยู่เต็มร้อย ด้วยวิธีการทำธุรกิจง่าย ๆ ของ “รมิตา” เพียง 4 ข้อ เท่านั้น คือ ลงทุน การแนะนำคนเข้ามา เข้าสู่ระบบการเรียนรู้ และสิ่งสุดท้ายที่ขาดไม่ได้ คือ การซื้อกิน ซื้อใช้ แค่นี้ก็สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่น
แน่นอนว่าการทำธุรกิจของ “รมิตา” ได้พร้อมเต็มที่แล้วในเรื่องขับเคลื่อนการเติบโตนั้นมีเห็นอย่างชัดเจน ที่เติบโต 100% เต็มทุกปี แม้จะต้องเจอกับวิกฤติน้ำท่วมจากปีที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ได้รับผลกระทบ เพราะการวางแผนอันเฉียบแหลมในการเตรียมพร้อมรับภาวะน้ำท่วมด้วยการย้ายคลังสินค้าทั้งหมดในพื้นที่เสี่ยง ไปอยู่ยังจังหวัดหนองคาย เพื่อซัพพอร์ทเรื่องของสินค้าให้กับประเทศไทยทางแถบอีสานลุ่มน้ำโขงและประเทศลาว ซึ่งแนวความคิดนี้ก็ยังเป็นเครื่องการันตีได้ว่าศักยภาพของ “รมิตา” นั้นพร้อมต่อกรกับคู่แข่งได้แล้ว...
โดยทาง “เค่งฮั้ว” หัวเรือใหญ่แห่งรมิตา ยังได้หารือกับผู้นำเน้นความสำเร็จวางเป้าหมายในปี 2555 นี้ว่าจะสามารถเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 100% ด้วยขยับขยายสาขาให้มากขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดทางภาคเหนือ และภาคใต้ กินพื้นที่ตั้งแต่เหนือสุดไปจรดยันใต้สุด รวมไปถึงประเทศลาวที่เริ่มตั้งแต่หลวงพระบางยันภาคใต้เช่นเดียวกัน พร้อมความเข้มข้นในเรื่องการฝึกอบรม และการเปิดสโมสรพลังรมิตา ที่ได้กระแสตอบรับที่ดีมาก ณ ขณะนี้ แต่ยังไม่หมดแค่นั้นยังได้วางกลยุทธ์เรื่องการขยายตลาดไว้อย่างแยบยน คือ ถ้าสนใจเปิดพื้นที่ใหม่นอกจากสาขาที่มีอยู่เดิมแล้ว บริษัทได้มีการซัพพอร์ทการจัดการประชุมถึง 30% ถือว่าเป็นการวางแผนที่ทำให้สมาชิกพึงพอใจเป็นอย่างมาก
“คือไม่ได้เน้นที่จำนวนสาขาแต่เราจะเน้นว่าที่ไหนก็แล้วแต่ที่เปิดสาขาต้องประสบความสำเร็จ และผู้นำที่นั่นต้องอยู่แล้วมีความสุข” ...ต้องบอกว่า “บริษัท รมิตา” ทำธุรกิจด้วยความจริงใจ ถึงจะเป็นบริษัทเล็กๆ แต่มีอัตราการเติบโตสูง มีการสนับสนุนเต็มที่สำหรับสมาชิกใหม่ เรื่องความสำเร็จนั้นอยู่ไม่ไกลผู้นำสามารถมั่นใจและมองเห็นถึงอนาคตได้จริง ด้วยการมาพิสูจน์ความสำเร็จนี้กับ “รมิตา”

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 315 ประจำวันที่ 1 - 15 มีนาคม 2555