ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บริษัท ดีไลฟ์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บริษัท ดีไลฟ์ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ข่าวดีไลฟ์ (Deelife) : "ฝันให้ไกลไปให้ถึง อย่าล้มเลิกกลางคัน" ยุพิน ปาสาใน ตำแหน่ง Gold director บริษัท ดีไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด







298693_101076249998150_8193622_n (Mobile)

 


"Key to Success" กลับมาพบกับท่านผู้อ่านเป็นประจำในทุกสัปดาห์ บนพื้นที่สำหรับคนไม่ท้อ โดยครั้งนี้เราได้ดึง "ยุพิน ปาสาใน" นักธุรกิจขายตรงในตำแหน่ง Gold director จาก บริษัท ดีไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด


ปัจจุบันนักธุรกิจท่านนี้มีอายุ 49 ปี พื้นเพเป็นคนจังหวัดมหาสารคาม เริ่มทำธุรกิจ เครือข่ายมาเป็นเวลากว่า 8 ปี แต่ลงมือทำจริงจังในช่วงหลังๆ ใช้เวลาเพียง 1 ปี ก็สามารถมีรายได้แตะหลักแสนบาท โดยงานเดิมคือการทำกิจการร้านเสริมสวย และยึดอาชีพนี้มากว่า 20 ปี และยังเคยเปิดร้านอาหารควบคู่ไปด้วย และอะไรที่ดึงเธอเข้ามาในวงการ ขายตรง จนประสบความสำเร็จเฉกเช่นปัจจุบัน


อะไรคือจุดเปลี่ยนที่ดึงเข้ามาทำธุรกิจ MLM


"คงเป็นเพราะอายุเริ่มมากขึ้น และยังมีหนี้สินก้อนโต หลังจากทำธุรกิจร้านเสริมสวยมานาน เลยเริ่มมองหาอาชีพเสริมอื่นๆ หลายอย่าง แต่มาสะดุดตรงที่ผลิตภัณฑ์ของ บ.ดีไลฟ์ รวมถึงแผนการตลาดขององค์กร ทำให้ตัดสินใจเข้าไปศึกษาและลงมือทำตามระบบอย่างจริงจัง"


ทำไมถึงเลือกทำธุรกิจ กับ "บ.ดีไลฟ์"


"เป็นเพราะได้เห็นวิสัยทัศน์ของคุณเทวัญ ดีใจงาม ประธาน บ.ดีไลฟ์ รวมถึงความมั่นคง แผนการตลาดที่ดี ผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม ทำให้ไม่ลังเลที่จะเข้าร่วมธุรกิจที่นี่ เพราะเชื่อว่า ตนเองจะเติบโต ไปพร้อมกับบริษัทได้แน่นอน"


เวลาเจออุปสรรค เคยท้อจนจะเลิกบ้างไหม


"ช่วงแรกๆ ท้อมาก แต่ก็ยังทนทำไปเรื่อยๆ เพราะเวลาที่ท้อแท้ ได้พยายามมองที่เป้าหมายเข้าไว้ โดยได้มองผู้ที่ประสบความ สำเร็จในองค์กร อย่างประธาน บ.ดีไลฟ์ ที่เคย ฝ่าฟันจนมีทุกวันนี้ ดังนั้น ตนเองก็ต้องทำสำเร็จได้เช่นกัน แต่ต้องมีความอดทนยืนหยัด ให้นานพอด้วย"


ทำธุรกิจ MLM มากี่ปี...และวางเป้าหมายอย่างไร


"อย่างที่บอกว่าทำธุรกิจมานานตั้ง 8 ปี แต่ทำแบบหยุดๆ โดยไม่ต่อเนื่อง และเพิ่งมา จริงจังในช่วงหลังๆ ตอนนี้อยู่ตำแหน่ง โกลด์ ไดเร็กเตอร์ มีรายได้หลักแสนทุกเดือน ตั้งเป้า ว่า สิ้นปีจะขึ้นตำแหน่ง DDR หรือ ไดมอนด์ ไดเร็กเตอร์ และจะขอสร้างองค์กรให้แข็งแรง เพื่อต่อสู้กับบริษัทอื่นๆ ได้"


มุมมองธุรกิจขายตรงอย่างไร


"ถ้าย้อนไปแต่ก่อน ไม่เคยชอบเลย แต่ที่หันมาชอบ เป็นเพราะโปรดักต์ที่นี่ดีจริงๆ ทำให้เริ่มเปลี่ยนความคิดใหม่ และเข้ามาทำเต็มตัวในที่สุด ถึงวันนี้เชื่อแล้วว่าธุรกิจขายตรงหากเข้าใจก็จะรู้ว่าสวยงามขนาดไหน สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตได้จริงๆ"


ชีวิตเปลี่ยนแค่ไหน...หลังเข้ามาทำขายตรง


"แตกต่างจากเมื่อก่อนเป็นคนละเรื่องเลย เพราะแต่ก่อนเปิดร้านเสริมสวย ไม่ค่อย มีเวลาไปไหน ห่วงแต่กิจการ แม้จะเปิดร้านอาหารเพิ่ม แต่ก็มีหนี้เพิ่มตามมาด้วย โดยเสียดายช่วงแรกๆ ที่ทำธุรกิจ MLM แต่ไม่ค่อยตั้งใจ หากตั้งใจทีแรกคงจะมีรายได้มากกว่านี้ แต่มาได้แค่นี้ก็พอใจแล้ว เพราะชีวิตมีความสุข มีเวลา รายได้ที่มั่นคง และยังได้ให้โอกาสคนอีกจำนวนมาก โดยเพิ่งเปิดศูนย์จำหน่ายสินค้าที่ จ.ลพบุรีขึ้นมาเอง และที่นั่น กำลังมียอดขายที่ดีมาก"


มีเทคนิคอะไร...สู่ความสำเร็จ


"ไม่ได้มีอะไรมากเลย อยู่ที่ว่าคุณจะเปิด ใจกับธุรกิจขายตรงมากน้อยแค่ไหน และต้อง เข้าไปเรียนรู้แบบ 100% พร้อมกับลงมือทำอย่างจริงจัง พยายามมีเป้าหมายที่ชัดเจน อย่าไปมองคนที่ไม่สำเร็จ คือฝันให้ไกล และไปให้ถึง อย่าล้มเลิกกลางคันเด็ดขาด"


คนที่ไม่สำเร็จกับขายตรงเกิดจากสาเหตุอะไร


"คงเป็นเพราะไม่มีความอดทนพอ และขาดแรงจูงใจที่จะไปถึงจุดสูงสุด โดยคนที่ล้มเลิกกลางคัน มักจะมีข้อแม้เยอะ ไม่ค่อยกล้าที่จะแลกกับความสำเร็จ ชอบทำเองโดย ไม่ปรึกษาอัพไลน์ หากสนใจและเชื่อฟังคำแนะนำของผู้ที่ประสบความสำเร็จ จะทำให้ย่นระยะทางไปสู่จุดหมายได้รวดเร็วแน่นอน"


นี่คืออีกหนึ่งเส้นทางชีวิตของผู้ที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจขายตรง ผ่านเส้นทาง เดินที่โรยด้วยขวากหนาม จนในที่สุดก็ก้าวผ่านสิ่งที่ลำบากผลักดันให้ประสบความสำเร็จ ด้วยแนวความคิดที่มุ่งมั่นไม่ย่อท้อ ชัดเจนในเป้าหมาย ซึ่งท่านผู้อ่านสามารถลอกเลียนแบบความคิดไปประยุกต์ใช้ในชีวิต ไม่แน่ว่าตัวละครของ Key to Success คนต่อไปอาจเป็นท่าน ใครจะไปรู้


 


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com

วันจันทร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ข่าวดีไลฟ์ (Deelife) : "ถอยหลังได้ แต่ต้องเดินหน้าต่อ" สมพร แย้มชุมพร โกลด์ ตำเเหน่งไดเร็กเตอร์ บริษัท ดีไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด







Capture (Mobile)


กลับมาพบกันอีกครั้ง สำหรับ 'Key to Success" หรือ "กุญแจสู่ความสำเร็จ" ถือเป็นสัปดาห์ที่ 2 แล้ว และเหมือนเช่นเคย คอลัมน์นี้.....จะพาผู้อ่าน มาพบกับนักขายตรงมือทอง แต่อาจมีเส้นทางอุปสรรคที่แตกต่างกัน โดยครั้งนี้ได้ "สมพร แย้มชุมพร" ตำแหน่ง "GDR" หรือ "โกลด์ ไดเร็กเตอร์" จากบริษัท ดีไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด มาเป็นตัวละครที่จะฉาย ให้ท่านผู้อ่านได้ทราบถึงเส้นทางแห่งความสำเร็จของนักธุรกิจอิสระผู้นี้


จากสาวโรงงานที่เรียนจบแค่ ป.4 ตรากตรำทำงานอยู่สถานที่แคบๆ มากว่า 18 ปี แต่....แล้ววันหนึ่งชีวิตได้พลิกผัน จากการเปลี่ยนความคิดและกล้าเสี่ยงทำอะไรใหม่ๆ จนนำพาไปสู่ความสำเร็จ...... เราลองมาทำความรู้จักกัน ดีกว่าว่าอะไรที่ทำให้เธอผู้นี้หันเข้ามาในธุรกิจขายตรง


Q : ก่อนหน้านี้...ประกอบอาชีพอะไรมาก่อน


"แต่ก่อนตนเป็นสาวโรงงาน ทำงานอยู่แต่ในโรงงานทุกวัน ไม่ค่อยได้ออกไปไหน เลิกงานก็มืดแล้ว ก็จะกลับบ้านทันทีเลย ถ้านับย้อนรวมๆ ก็ทำงานมาได้ 18 ปีเศษๆ ยิ่งทำก็ยิ่งเหนื่อย เพราะเราก็แก่ลงทุกวัน ร่างกาย ก็จะไม่ไหว ไหนจะมีภาระต้องเลี้ยงคนในครอบครัวอีก หนี้สินก็เยอะไปหมด ไม่รู้ว่าชาตินี้จะหาใช้คืนได้หมดรึเปล่า ยิ่งลูกต้องเรียนสูงก็ยิ่งต้องใช้เงินมากขึ้น"


Q : อะไรที่นำเข้ามาสู่ธุรกิจนี้


"ตอนนั้นเรามีปัญหาเรื่องการดูแลผิวหน้า เพราะเราทำงานอยู่แต่ในโรงงาน เจอแต่ฝุ่นละออง ความร้อนต่างๆ ทำให้ใบหน้าคล้ำมาก ปกติก็เครียดพออยู่แล้ว จะไปหาเครื่องสำอางแพงๆ มาใช้ ก็คงจะไม่มีเงินซื้อ พอดีได้ไปรู้จักผู้ให้โอกาสทางธุรกิจก็คือ พี่บุญทรง แนะนำให้เรามารู้จักกับธุรกิจนี้ แรกๆ พาเรามาทำหน้าก่อน จำได้ว่าได้มาส์กหน้าด้วยผลิตภัณฑ์บางอย่าง ที่ทำจากโคลน แต่เราประทับใจมาก และพอได้ฟังแผนธุรกิจ ยิ่งเกิดความฝันขึ้นมา ทำให้เราได้มาลุยธุรกิจนี้ในที่สุด"


Q : แรกๆ ที่ทำธุรกิจขายตรง....รู้สึกอย่างไร


"บอกตรงๆ เลยค่ะ ว่าท้อแท้มาก เพราะเรากลัวที่จะไปชวนคนอื่นมาทำกับเรา ไม่คิดว่าเราจะทำได้ด้วย แต่พอมานั่งทบทวน ดู ก็คงจะไม่มีอาชีพไหนที่จะทำให้เราดีขึ้น ไปกว่านี้ได้อีกแล้ว เพราะหากทำงานในโรงงาน ชีวิตเราก็คงจะเหมือนเดิม สู้ตั้งใจทำกับธุรกิจนี้สักตั้งไปเลย เพราะที่นี่มีระบบ การเรียนรู้ที่ดีอยู่แล้ว เราแค่ตั้งใจศึกษาและ หมั่นฝึกฝนบ่อยๆ ที่สำคัญจะต้องไม่ไขว้เขว หากเจอใครมาปฏิเสธเรา"


Q : ปกติมีทัศนคติต่อธุรกิจขายตรง อย่างไร


"แต่ก่อนไม่ชอบเลย เคยได้ยินได้ฟังมาเยอะว่า ธุรกิจขายตรงน่ากลัวมาก ส่วน ใหญ่จะเห็นคนไปทำกันและล้มเหลวกันเยอะ แต่พอมานั่งคิดๆ ดู เราฟังแต่คนล้มเหลว มันก็เลยทำให้เรากลัวจนไม่กล้าเสี่ยงที่จะลงมือ แต่พอเข้ามาสัมผัสจริงๆ แล้ว เราจึงได้รู้ว่า อาชีพนี้สามารถทำให้เรามีรายได้ ที่มั่นคงได้และทำตามฝันได้ด้วย"


Q : ในชีวิตมีเรี่องอะไรเจ็บปวดมั๊ย


"คงเป็นวันที่โดนคนมาทวงหนี้เรา และไม่มีเงินให้ ยิ่งไปกว่านั้น หากเราไม่มีเงิน ให้ลูกไปโรงเรียน เราก็เจ็บปวดยิ่งกว่า เพราะ เรายอมอดได้ แต่ลูกเราจะอดไม่ได้ บอกตรงๆ ค่ะว่าแอบร้องไห้อยู่บ่อยๆ สมัยที่ทำงานในโรงงาน แต่ตอนนี้อุปสรรคทั้งหลาย ก็ผ่านมาแล้ว"


Q : วางเป้าหมายไว้อย่างไรบ้าง


"มองไว้ว่า ตอนนี้เรามีรายได้ที่เลี้ยงครอบครัวได้สบาย แต่ก็ยังต้องทำต่อไปเรื่อยๆ ก็คงจะพยายามมีรายได้ที่สูงกว่านี้ เพื่อจะได้เกษียณตัวเองได้ บ้านกับรถยนต์ ก็มีแล้ว ก็คงจะส่งลูกชายเรียนให้จบ และหากลูกชายสนใจธุรกิจขายตรง เราก็จะให้มาทำด้วย แต่หากไม่ชอบเราก็จะไม่บังคับ"


Q : ทำธุรกิจขายตรงกับ "ดีไลฟ์" มากี่ปี และประสบความสำเร็จในระดับไหน


"ตอนนี้มีรายได้อยู่ที่ประมาณเกือบ 4 แสนบาท อยู่ในตำแหน่งโกลด์ ไดเร็กเตอร์ ทำมาก็ตั้งแต่ บ.ดีไลท์ เริ่มเปิดใหม่ๆ เลย เพราะแต่ก่อนหลักสูตรทำให้สำเร็จเร็วยังไม่มี เดี๋ยวนี้มีระบบการทำงานที่ดี ทำให้คน ที่เข้ามาทำธุรกิจนี้ใหม่ๆ สามารถก้าวไปได้เร็ว"


Q : สุดท้ายนี้อยากฝากอะไรถึงสมาชิกใหม่ๆ บ้าง


"ตอนนี้ก็มีเพื่อนจากโรงงานตามมาทำธุรกิจนี้กันเยอะมาก และรู้สึกดีใจที่ได้ช่วยเหลือเพื่อนให้มีรายได้ที่สูงกว่าทำงานที่โรงงาน ก็อยากให้สมาชิกทุกคน มีความมุ่งมั่น ถอยหลังได้ แต่ต้องเดินหน้าต่อ และ มีความศรัทธาในองค์กร เชื่อว่าจะประสบความสำเร็จได้แน่นอน"


......คงจะได้ฟังข้อคิดดีๆ ต่อการทำธุรกิจขายตรงของ "คุณสมพร แย้มชุมพร" อดีตสาวโรงงานผู้มีความฝันและไม่ท้อต่ออุปสรรค เอาเป็นว่า "KEY TO SUCCESS" ครั้งต่อไป.... จะเป็นนักขายมือทองคนไหนมาเปิดประสบการณ์ดีๆ กับเรา ยังไงติดตามกัน ในสัปดาห์ต่อไปนะครับ




Credit By :http://www.siamturakij.com

วันอังคารที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ข่าวดีไลฟ์ (Deelife) : "ดีไลฟ์" เซ็งแม่ทีมแหกค่ายหนี จี้ระบบอบรมสมาชิกปลูกฝังรักบริษัท







ggg


"ดีไลฟ์" แอบเซ็ง แม่ทีมชอบย้ายค่ายดึงเครือข่ายย้ายตาม ตั้งเป้าสร้างเลือดใหม่ทำงานอย่างยั่งยืน พร้อมวาง แผนงานรับมือขยายตลาดอาเซียน มองประเทศลาว ตั้งเป็นตัวอย่างก่อนปักธงประเทศเพื่อนบ้านรอบไทย พร้อมใช้ไต้หวันเป็นประตูบุกจีน ด้านยอดขายบอก พอใจผลประกอบการปีที่ผ่านมา อยู่ในระดับพอใจ ตั้งเป้าขอโตทุกปี 25% ชี้สิ้นปี 2556 ยอดขายขอแตะ 200 ล้านบาท


นายเทวัญ ดีใจงาม ประธานกรรมการ บริษัท ดีไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า "ดีไลฟ์" มีจำนวนสมาชิกทั่วประเทศกว่า 2 แสนรหัส ซึ่งถือว่าไม่น้อยกว่าบริษัทอื่นๆ ที่ ทำธุรกิจขายตรงเหมือนกัน แต่ได้ตั้งเป้าไว้ว่า สิ้นปี 2556 จะต้องเพิ่มขึ้นไปอีกอย่างน้อยก็ต้องเกือบ 3 แสนรหัส ส่วนสำนักงาน ใหญ่ยังใช้ ซ.นวมินทร์ 129 เป็นออฟฟิศกระจายสินค้า และฝึกอบรมหลักสูตรของบริษัท โดยในต่างจังหวัดมีศูนย์กระจายสินค้า อีก 2 แห่งอยู่ที่ จ.อุดรธานี และ จ.นครราชสีมา และสมาชิกส่วนใหญ่จะจัดตั้งเป็นร้านกระจายสินค้าเล็กๆ ขึ้นมาเองตามจังหวัดต่างๆ ในอนาคตหากมีสมาชิกในจังหวัดที่น่าสนใจแน่นพอ ก็จะเปิดเป็นศูนย์ เซ็นเตอร์แห่งที่ 4 ต่อไป


"ตอนนี้บริษัทได้พยายามสร้างเลือดใหม่ให้มีความจงรักภักดีต่อองค์กร เน้นคนใหม่ที่ไม่เคย เข้าสู่ธุรกิจขายตรงมาก่อนนำเข้ามาฝึกอบรม และเสริมสร้างความรู้ รวมถึงวัฒนธรรมขององค์กรในการทำธุรกิจ อย่างมีความมั่นคงก้าวหน้าและยั่งยืน เพราะปัญหาที่เจอส่วนใหญ่มักจะมีแม่ทีมที่สมัครกับหลายบริษัทแล้วชอบมาดึงลูกทีมของบริษัทไปเป็นจำนวนมาก สร้างความเสียหายให้บริษัท จนเสียรายได้ไปเป็นจำนวนมาก"


บริษัทมีแนวทางที่จะรับมือ AEC ด้วย การขยายตลาดออกไปสู่ประเทศอาเซียน ซึ่งเล็งไว้จะเป็นประเทศลาว และกำลังจะเตรียมเปิดเป็นศูนย์กระจายสินค้าที่ "เวียงจันทน์" ไว้เป็นแห่งแรก เพื่อเป็นต้นแบบให้กับประเทศเพื่อนบ้านที่จะตามมาอย่าง พม่า, กัมพูชา และเวียดนาม ในส่วน ประเทศไต้หวันก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เนื่อง จากที่นั่นบริษัทมีเอเย่นต์อยู่ที่นั่นหลายคน คาดว่าสร้างรากฐานที่ไต้หวันสำเร็จแล้ว ก็จะมุ่งหน้าเจาะตลาดไปประเทศจีนต่อไป โดยจีนน่าสนใจและถือเป็นตลาดใหญ่


บริษัทได้ดำเนินธุรกิจเข้าสู่ปีที่ 8 อย่าง เป็นทางการแล้ว และนี่ก็แสดงให้เห็นว่า บริษัทมีความมั่นคง ที่จะยืนหยัดธุรกิจต่อไป ได้อย่างยั่งยืน โดยในปี 2555 ที่ผ่านมา "ดีไลฟ์" มีการเติบโต 25% คิดเป็นยอดขาย ประมาณ 100 กว่าล้านบาท และในปี 2556 จะต้องโตเพิ่มอีก 25% ยอดขายต้องขึ้นไปแตะที่ 200 ล้านบาท


"ผลประกอบธุรกิจปีที่ผ่านมา ผมค่อนข้างพอใจในระดับหนึ่ง เพราะบริษัท ตั้งเป้าจะต้องโตทุกปีปีละ 25% และในปีนี้บริษัทจะปรับปรุงแก้ไขซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ โดยเฉพาะทางทีมงานการตลาดหรือ แม่ทีมที่มีการโยกย้ายออกไป เนื่องจากในปีก่อนหน้าบริษัทมีแม่ทีมขายที่มีคุณภาพเข้ามาร่วมงานแต่ท้ายสุดแล้วแม่ทีมกลุ่มนี้ ก็ย้ายออกไปพร้อมกับทีมงาน จึงทำให้บริษัท ต้องปรับกลยุทธ์การทำงานใหม่"


ทั้งนี้ ผลจากการดำเนินงานในปี 2555 การย้ายค่ายของแม่ทีมทำให้เป้าหมาย ของบริษัทไม่ได้เป็นไปตามที่ตั้งไว้ พลาด เป้าไป 50% แต่ถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี รวมถึงมีการเปิดบริษัทใหม่ๆ เพิ่มขึ้นทุกวัน ทำให้มีการไหล เข้าไหลออกของคนอยู่ตลอด เวลา


ประธานใหญ่ "ดีไลฟ์" กล่าวต่อว่า บริษัทมีกลุ่มสินค้า 3 อย่าง คือ อาหารเสิรม, ความงาม และครัวเรือน โดยสินค้านำที่ได้รับความนิยมจะเป็น "ดีไลฟ์ จินกาโน่" ที่มีส่วนผสมของโสมที่สกัดไว้เรียบร้อยแล้ว เพราะส่วนใหญ่โสมที่นำมารับประทานกันจะไม่ค่อยได้รับการสกัดออกมา และยังได้เล็งผลิตสินค้าใหม่ในกลุ่มเกษตร คาดว่าจะออกมาให้บริการประมาณเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2556




Credit By :http://www.siamturakij.com

วันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2556

ข่าวดีไลฟ์ (Deelife) : ดีไลฟ์ มุ่งสร้างนักธุรกิจหน้าใหม่ รุกหนักก้าวสู่ตลาด AEC หวังเจาะจีน









ดีไลฟ์ ตั้งลำใหม่เน้นเป็นปี ซ่อม-สร้าง หลังปีที่ผ่านมาฝ่ามรสุมการเปลี่ยนแปลงของแม่ทีมและนักธุรกิจรุ่นเก่า ตั้งลำใหม่เน้นสร้างเลือดใหม่ ให้ยึดวัฒนธรรมที่ดีและทำงานอย่างยั่งยืน และมีความจงรักภักดีต่อบริษัท วาดฝัน เจาะตลาดประเทศจีนขอแค่มาร์เก็ต แชร์ 10% ของประชากรเท่านั้น


นายเทวัญ ดีใจงาม ประธานกรรมการ บริษัท ดีไลฟ์ อินเตอร์แนชชั่นแนล จำกัด เปิดเผย สยามธุรกิจ ถึงกลยุทธ์การดำเนินงานในปี 2556 ว่า ปีนี้ถือเป็นปีแห่งการ ซ่อม-สร้าง ซ่อมคือ การซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ โดยเฉพาะทางทีมงานการตลาดหรือแม่ทีมที่มีการโยกย้ายออกไป เนื่องจากในปีก่อนหน้าบริษัทมีแม่ทีมขายที่มีคุณภาพเข้ามาร่วมงานแต่ท้ายสุดแล้วแม่ทีม กลุ่มนี้ก็ย้ายออกไปพร้อมกับทีมงาน จึงทำให้บริษัทต้องปรับกลยุทธ์การทำงานใหม่


เราเข้าใจดีว่าแม่ทีมที่มีศักยภาพก็ย่อมคาดหวังกับผลงาน ที่เขาจะสร้างมาให้ ทำให้เราทุ่มเทไปยังกลุ่มแม่ทีมที่มีประสบการณ์ แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งเขาเจอบริษัทที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า เขา ก็ไปไม่ได้มาอยู่จีรังกับบริษัทใดบริษัทหนึ่ง ตนเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ดูเหมือนตอนแรกที่เข้ามาเขาจะหยุดอยู่ที่เรา แต่เอาเข้าจริงเขาก็ไปอีก จุดนี้ถือเป็นประสบการณ์สำคัญ ดังนั้น ปีนี้จึงมุ่งมั่นที่จะเบนเข็มไปยังการสร้างเลือดใหม่แทน


สิ่งสำคัญคือกลยุทธ์เน้น สร้าง กล่าวคือ สร้างเลือดใหม่ให้มีความจงรักภักดีต่อองค์กร เน้นคนใหม่ที่ไม่เคย เข้าสู่ธุรกิจขายตรงมาก่อน นำเข้ามาฝึกอบรม และเสริมสร้างความรู้ รวมถึง วัฒนธรรมขององค์กรในการทำธุรกิจอย่างมีความมั่นคงก้าวหน้าและยั่งยืน คาดว่าจะให้ความสำคัญกับคนใหม่ 80% 20% ซึ่งปีที่ผ่านมาสัดส่วนแบ่งเป็นคนใหม่และคนเก่า 50 : 50


ทั้งนี้ ผลจากการดำเนินงาน ในปี 2555 การย้ายค่ายของแม่ทีม ทำให้เป้าหมายของบริษัทไม่ได้เป็นไปตามที่ตั้งไว้ พลาดเป้าไป 50% แต่ถือว่า ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีรับได้ รวมถึงมีการเปิด บริษัทใหม่ๆ เพิ่มขึ้นทุกวันทำให้มีการไหล เข้าไหลออกของคนอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น ปี 2556 ตนจึงไม่ได้คาดหวังถึงเป้าหมาย ทางด้านตัวเลขสูงนักแต่ก็ยังโฟกัสถึงรายได้ 500 ล้านบาทอยู่


พร้อมกันนี้ บริษัทยังมีแนวทางที่จะขยายตลาดออกไปสู่ประเทศอาเซียน มากขึ้นขณะนี้เริ่มขยายช่องทางการจำหน่ายผ่านไปทางประเทศไต้หวัน ประเทศลาว ซึ่งกำลังสร้างเป็นประเทศ ต้นแบบ ถ้าหากสำเร็จก็จะขยายไปยังประเทศพม่า และเวียดนาม ซึ่งจุดหมาย ปลายทางที่เป็นหัวใจหลักอยู่ที่ประเทศจีน หากเจาะตลาดประเทศจีนได้ประมาณ 10% ของจำนวนประชากรทั้งหมดก็ถือว่าเป็นตัวเลขที่มหาศาล


การเจาะตลาดอาเซียนทางประเทศเวียดนามได้ ก็จะสามารถเข้าไป ทางเมืองคุนหมิง ประเทศจีนได้ ซึ่งขณะนี้ก็มีแม่ทีมบางรายที่เริ่มเจาะตลาด เข้าไปได้เป็นแบบกองทัพมด แต่หากมีการดำเนินงานอย่างจริงจังคาดว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้คงไม่ไกลเกินเอื้อม เนื่อง จากบริษัทคาดว่าจะมีการขยายตัวทางด้านตลาดอาเซียนอย่างจริงจังในปี 2558-2559 เพราะขณะนี้บริษัทมีฐานของผู้บริโภคอยู่ส่วนหนึ่งแล้ว


นายเทวัญเพิ่มเติมอีกว่า บริษัทยังมีเป้าหมายที่จะเพิ่มไลน์ผลิตสินค้าใหม่ในกลุ่มเกษตร อีกประเภทหนึ่งเป็น ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปรับสภาพดินให้ดีขึ้น ช่วยการดูดซึมสารอาหารของพืชให้มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว เป็นมิตร ต่อสภาพดิน ซึ่งคาดว่าจะออกมาให้บริการประมาณเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2556 นอกจากนี้ ยังเพิ่ม สินค้าในกลุ่มความงามออกมาอีก 4-5 ชนิด ขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบ แต่คงจะออกมาให้บริการภายในปีนี้อย่างแน่นอน




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1383 ประจำวันที่ 20-22 กุมภาพันธ์ 2556