ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวเลิฟยู แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวเลิฟยู แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ข่าวเลิฟยู (Loveyou Thailand) : ผลประโยชน์เย้ายวน 18 มงกุฎ!







171407_108261049251811_8149739_o (Mobile)

 


ปัจจุบันธุรกิจขายตรง นับว่าเป็นธุรกิจที่มีเงินสะพัด มากมายมหาศาล จากที่กลุ่ม ทุนเข้ามาเปิดธุรกิจแข่งขันกันมากขึ้น รวมถึงกลุ่มประชาชนที่มุ่งหวังจะสร้างรายได้จากธุรกิจขายตรง สิ่งนี้กลายเป็นปัจจัยเย้ายวน ที่ทำให้กลุ่มมิจฉาชีพเข้ามาหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของธุรกิจถูกมองในทางไม่ดี ซึ่งหลายฝ่ายก็ต่างเรียกร้องให้มีกฎกติกาในการเอาผิดกลุ่มผู้ไม่หวังดี และปกป้องธุรกิจขายตรง


นายภาวัช หรัญรัตน์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เลิฟยู (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ทุกวันนี้ปัญหาในธุรกิจขายตรงยังมีอยู่เยอะมาก เนื่องจากมีคนที่อยาก พลิกชีวิตเข้ามาทำธุรกิจเครือข่ายกันเยอะ ทำให้ต้องเช็กรายละเอียดแต่ละบริษัทให้ดีว่า ทาง สคบ. รับรองบริษัทหรือไม่ ซึ่งเชื่อว่ามีปัญหาที่เกิดขึ้นและไม่ได้ถูกนำมาเปิดเผยเป็นจำนวนมาก เพราะหากต้องขึ้นโรงขึ้นศาลกัน คงจะเสียทั้งเวลาและเงินทอง ก็จะเป็นลักษณะยอมๆ ความกันไป หรือ ไม่ก็ต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยอมเสียผลประโยชน์ไปเลย


"ในฐานะที่ตนเป็นผู้ประกอบการคนหนึ่ง อยากให้มีการปรับแก้ไขกฎหมายขายตรง เนื่องจาก 10 กว่าปีแล้วที่ยังไม่มีการแก้ไขให้มีความเหมาะสมกับธุรกิจในยุคปัจจุบัน คือ เทคโนโลยีได้พัฒนาไปมาก การติดต่อสื่อสารเป็นไปอย่างรวดเร็ว การที่จะเข้าถึงกันและกันก็เร็วตามไปด้วย ซึ่งอยาก ให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องทำความเข้าใจกับประชาชนให้ชัดเจน เพราะถ้ามีกฎกติกาควบคุมที่ดี จะทำให้ปัญหาในธุรกิจ เครือข่ายน้อยตามไปด้วย"


"ทุกวันนี้โลกได้เปลี่ยนแปลงไปมาก เพราะกำลังเข้าสู่ ยุคของการสื่อสารไร้พรมแดน ไม่ว่าจะที่ไหนๆ ก็คุยกัน ส่งรูป หรือส่งงานได้หมด ทำให้การที่จะทำธุรกิจอะไรๆ ก็ดูง่ายขึ้น แม้การที่ผู้บริโภคจะวิ่งเข้าหาผู้ประกอบการก็ดูจะง่ายเช่นกัน ทำให้กลุ่มไม่หวังดีเข้ามาทำลายธุรกิจดีๆ ให้เป็นสีดำ ทั้งที่จริง ธุรกิจขายตรงเป็นสีขาว แต่ความที่มีผลประโยชน์เยอะทำให้ คนเกิดความโลภ และทำลายให้ธุรกิจนี้มีภาพลักษณ์เสียหาย ไปเลย"


โดยธรรมชาติของผู้ประกอบการขายตรงนั้น จะต้องใช้เงินลงทุนพอสมควร อยู่ที่ว่าจะเปิดบริษัทใหญ่หรือเล็กเท่านั้น ซึ่งย่อมต้องหวังผลกำไร แต่ก็อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ไม่เอาเปรียบผู้บริโภคจนเกินไป ซึ่งหากสังเกตดีๆ กฎหมาย ขายตรงยังเอื้อประโยชน์ต่อผู้บริโภคมากกว่า แต่ไม่ค่อยเอื้อ ประโยชน์ต่อผู้ประกอบการ ซึ่งอยากให้มีความยุติธรรม เท่าเทียมกัน และเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น ก็อยากให้มีหน่วยงาน ที่ร้องทุกข์และดำเนินคดีได้ เพื่อเป็นการยกระดับธุรกิจขายตรงเหมือนกับธุรกิจอื่นๆ ที่ทำไปแล้วก่อนหน้านี้


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ข่าวเลิฟยู (Loveyou Thailand) : "เลิฟยู" กางตำรากฎหมาย ตปท. มอง 4 เพื่อนบ้านหวังปักหมุดอาเซียน







Capture (Mobile)

 


"เลิฟยู" เตรียมขยายตลาดอาเซียน ลาว, พม่า, เวียดนาม และกัมพูชา แต่ยังต้องศึกษาเรื่องกฎหมาย ก่อนเปิดสาขาเต็มตัว ชี้ปัจจุบันมีสมาชิกนำธุรกิจไปขยายไกลถึงทวีปแอฟริกาใต้ พร้อมคุยฟุ้ง ทำธุรกิจ 4 ปี ยอดขายแตะ 200 ล้านบาท เน้น บริหารในกรอบ "ธรรมาภิบาล" พาจำนวนสมาชิกแตะเลข 8 หมื่นรหัส


ดร.จิรัชยาพัชร์ สาคะรินทร์ ประธานกรรมการ บริษัท เลิฟยู (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย "สยามธุรกิจ" ว่า ตอนนี้บริษัทมีเครือข่ายอยู่หลายประเทศ อย่างในแถบอาเซียนก็จะมี ลาว, พม่า, เวียดนาม และกัมพูชา ซึ่งทั้ง 4 ประเทศได้กำลังศึกษากฎหมายเพื่อที่จะเปิดศูนย์ขยายงานที่นั่น และได้พยายาม จะขยายตลาดให้ครอบคลุมไปทั่วอาเซียน คงต้องค่อยเป็นค่อยไป นอกจากนี้ บริษัทเรายังมีเครือข่ายอยู่ที่แถบแอฟริกาใต้ อย่างประเทศไนจีเรีย โดยมีสมาชิกอยู่ที่ประเทศไทย และได้ขยายไปถึงที่นั่นเลย ซึ่งถือเป็นเรื่องดีมาก และกำลังศึกษาข้อมูล เพื่อจะไปเปิดสำนักงานใหญ่ที่นั่นด้วย แต่คงต้องรออีกสักระยะ


ปัจจุบันบริษัทมีสมาชิกประมาณ 80,000 กว่ารหัส โดยตั้งเป้าสิ้นปี 2556 นี้จะต้องมีสมาชิกเพิ่มขึ้นถึง 120,000 รหัสให้ได้ ซึ่งบริษัทได้เปิดดำเนินธุรกิจขายตรงมาได้เพียงแค่ 4 ปี เท่านั้น และปีนี้ก็ก้าวสู่ปีที่ 5 อย่างเต็มตัว แต่ผลประกอบการธุรกิจของบริษัทอยู่ในขั้นน่าพอใจ และกำลังอยู่ในช่วงเติบโตอย่าง ต่อเนื่อง


"เมื่อปีที่แล้วบริษัทมีการเติบโตถึง 70% คือมียอดขายถึง 200 ล้านบาท แม้จะเจอวิกฤติน้ำท่วมจากปลายปี 54 ก็ตาม แต่บริษัทก็สามารถพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส และทำยอดขายได้สูงขนาดนี้ ทำให้บริษัทได้วางเป้าหมายในปี 56 จะต้องเติบโตเพิ่มอีก 50% โดยยอดขายคาดว่าจะต้องได้อย่างน้อย 400 ล้านบาท เพราะศักยภาพบริษัทเวลานี้ก็ถือว่าอยู่ในระดับดีพอที่จะแข่งขันกับบริษัทขายตรงยักษ์ใหญ่ๆ ในปัจจุบันได้"


"ในช่วงที่เจอวิกฤตการณ์น้ำท่วมปลายปี 54 นั้น ตอน นั้นเป็นช่วงที่สำคัญมาก แต่เราก็ฝ่าฟันวิกฤติกันมาได้ คงเป็น เพราะเราไม่เคยหยุดนิ่งที่จะเอาใจใส่ผู้นำแต่ละภาคพื้นที่ของเรา เราได้เดินทางไปหาผู้นำอยู่ตลอด ซึ่งได้ช่วยเหลือให้กำลังใจที่จะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน และการที่ "เลิฟยู" มาได้ไกลขนาดนี้ ก็เพราะเรามีผู้นำที่เข้มแข็ง มีความรู้เข้าใจในธุรกิจเป็นอย่างดี รวมถึงความอดทนเวลาเจอปัญหาต่างๆ ด้วย"


"คุณดา" ประธานใหญ่ "เลิฟยู" ได้กล่าวต่อว่า บริษัทให้ความสำคัญด้วยการ เน้นความเข้าใจ เอาใจใส่ต่อสมาชิกทุกคน ตั้งแต่ระดับสูงจนถึงระดับล่าง ไม่มีช่องว่าง การแบ่งแยกแน่นอน และกลุ่มสมาชิกที่นี่ จะเป็นกลุ่มคนวัยกลางคนขึ้นไปที่เข้ามาร่วมธุรกิจ โดยกลุ่มสินค้าสมุนไพรจะได้รับ ความนิยมเป็นพิเศษ และบริษัทมีความตั้งใจต้องการให้เป็นแบบ "ธรรมาภิบาล" (Good Governance) คือ การปกครอง การบริหาร การจัดการการควบคุมดูแล กิจการต่างๆ ให้เป็นไปในครรลองธรรม นั่นก็คือการบริหารจัดการที่ดีและทั่วถึงนั่นเอง


"เพราะเวลานี้นอกจากจะมีสำนักงาน ใหญ่อยู่ที่กรุงเทพฯ แล้วทั่วทั้ง 4 ภาค บริษัท "เลิฟยู" ได้มีศูนย์ขยายงานกว่า 50 ศูนย์ ตั้งตามเขตพื้นที่จังหวัดต่างๆ อย่างครอบคลุม และอนาคตจะต้องมีเพิ่มขึ้นมาก กว่านี้ และทุกเดือนจะมีการเดินทางไปอบรมสัมมนาให้ความรู้กับสมาชิกที่จะเข้า มาใหม่อยู่ตลอด แม้จะมีปัญหาติดขัดบ้าง ก็ตามแต่ก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ส่วนใหญ่ปัญหาที่พบเจอคงหนีไม่พ้น ผู้ที่เข้ามาหวัง ผลประโยชน์ด้วยการระดมทุน พอได้เงินแล้วก็หนีหายไป ปัญหานี้ก็ได้พยายามแก้ไขอยู่ตลอด เพราะทำให้ภาพลักษณ์ธุรกิจขายตรงเสื่อมเสียเป็นอย่างมาก"


อย่างไรก็ตาม ดร.จิรัชยาพัชร์ สาคะรินทร์ ประธานใหญ่ "เลิฟยู" ที่เตรียมฉลองครบรอบวันเกิด 44 ปี ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า อยากให้สมาชิกที่จะร่วมธุรกิจกับ "เลิฟยู" มั่นใจได้ว่า ที่นี่มีความชัดเจนในเรื่องแผนการตลาด และสินค้าที่นี่ก็ได้คุณภาพผ่านการับรองจาก อย. เรียบร้อย อยากให้เข้ามาเรียนรู้ธุรกิจให้เข้าใจก่อน รับรองจะไม่ผิดหวังแน่นอน เพราะเราต้องการช่วยเหลือให้คนมีโอกาสที่ดีในชีวิต มีรายได้ที่ดูแลครอบครัวได้ และเป็นประจำ ทุกปีบริษัทจะไปจัดงานประดับเข็มที่สโมสร ตำรวจเป็นประจำทุกปี ซึ่งปี้จะจัดใหญ่กว่า ทุกปีแน่นอน โดยเวลานี้มีตำแหน่งรายได้หลักล้านในระดับ "ไดเร็กเตอร์" เตรียมขึ้นประดับเข็มเกือบร้อยคน


 


 


Credit By :http://www.siamturakij.com

วันพุธที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2556

ข่าวเลิฟยู (Loveyou Thailand) : ความสำเร็จเกิดขึ้นได้เพราะตัวเรา... ทักษกร นิลวงษ์ หญิงแกร่งค่าย เลิฟยู









ตลอดระยะเวลา 4 ปี ที่อยู่กับเลิฟยู ต้องบอกว่าธุรกิจนี้ อาจจะไม่ใช่ธุรกิจที่เติบโต อย่างก้าวกระโดด แต่จะเป็นการเติบโต แบบขั้นบันได ที่มีการเติบโตอย่างต่อ เนื่อง ที่สำคัญ ความพร้อมของธุรกิจเลิฟยูในวันนี้ เรียกได้ว่า มีความพร้อมทุกๆด้าน ทั้งในเรื่องของสินค้าดี แผนการตลาดดี มีการเรียนรู้ มีการสอน และมีการ อบรมที่ดี ซึ่งเชื่อว่า หากใครที่เข้ามาสู่ธุรกิจนี้แล้ว รับรอง ไม่มีคำว่า ผิดหวัง อย่างแน่นอน

... ความสำเร็จของการทำธุรกิจ ใช่ว่าจะง่ายเหมือน พลิกฝ่ามือ...คอลัมน์ เส้นทางสู่ความสำเร็จ ปักษ์นี้ ขอ หยิบยกนักขายที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจขายตรง บริษัท เลิฟยู (ประเทศไทย) จำกัด ที่ต้องบอกว่าเธอผู้นี้เป็นถึงหญิง แกร่งและเก่งในคนคนเดียวซึ่งเธอผู้นี้มีนามว่าทักษกร นิลวงษ ที่ปัจจุบันมีตำแหน่งเป็นถึง ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการ ตลาด
สำหรับเส้นทางความสำเร็จของ ทักษกร ที่กว่าจะสำเร็จ จนถึงวันนี้ได้นั้น เธอได้เผยผ่าน ตลาดวิเคราะห์ ว่า กว่าที่จะ เดินมาถึงจุดนี้ได้นั้น ต้องผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะทั้งสุข ทุกข์ เศร้า คลุกเคล้ากันไป ทำงานมาหลากหลายอาชีพทั้งงานบริษัท ขายตรง ธุรกิจส่วนตัว แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จสักที...ที่ สำคัญ ธุรกิจขายตรง ไม่เคยอยู่ในหัวของเธอผู้นี้เลย!!
ในช่วงอดีตตนเองมีทั้งหนี้สิ้น ขายบ้าน ขายรถใช้หนี้ รวม ถึงยังมีหนี้นอกระบบอีกล้านกว่าบาท เรียกว่าช่วงนั้นค่อนข้างที่จะ เครียดอย่างมากทีเดียว ที่ตนเองเริ่มมาเปิดใจและรู้จักกับธุรกิจขาย ตรงเป็นเพราะป่วยและได้ลองทานผลิตภัณฑ์ของบริษัทเลิฟยู ที่มี คนมาแนะนำให้ทาน และลองทานผลปรากฏว่าอาการดีขึ้นจึงได้ ให้คนในครอบครัวทานบ้าง จนกระทั่งเมื่อเห็นว่าสินค้าดี จึงได้มี การบอกต่อไปเรื่อย ๆ จนเกิดเป็นธุรกิจ และก็ได้ตัดสินใจหันมาทำ ธุรกิจเลิฟยูอย่างจริงจังจนถึงปัจจุบันนี้
ทักษกร บอกกับ ตลาดวิเคราะห์ อีกว่า ธุรกิจเครือข่าย เลิฟยู ถือเป็นธุรกิจเครือข่ายที่แรกของตัวเธอเอง โดยในช่วง 1-2 ปีที่ทำธุรกิจเลิฟยู การทำธุรกิจถือว่ายังไม่ประสบความสำเร็จเท่า ที่ควร เพราะตัวเธอเองยังไม่รู้ลึกซึ้ง ดีกับธุรกิจนี้แต่ด้วยความอดทน ที่เธอถือมั่นมาโดยตลอด รวมถึงความเพียรพยายามที่จะศึกษาใน ธุรกิจนี้อย่างแตกฉาน จนทำให้ในปีที่ 3 เธอผู้นี้ เริ่มที่จะค้นพบกับ คำว่า สำเร็จ เสียที
วันนี้การทำธุรกิจ ขอเพียงแค่อย่าท้อ มีความอดทน หมั่นศึกษาธุรกิจที่ทำอย่างจริงจัง ไม่ใช่เฉพาะธุรกิจเลิฟยูเท่านั้น ซึ่งหากทุกคนมีความอดทน เชื่อว่าสำเร็จในธุรกิจได้ไม่ยากอย่าง แน่นอน ทักษกร เริ่มต้นทำธุรกิจเลิฟยู ตั้งแต่ปีแรก ที่มีสินค้า ฮั้ว ลักเซียม เข้ามาในธุรกิจ ซึ่งช่วงนั้น เธอบอกว่ายังไม่มีคนรู้จักสินค้านี้เท่าไหร่ เรียกว่าการทำตลาดค่อนข้างยากมาก แต่เธอบอก ว่าไม่เคยท้อ และด้วยความอดทนในการนำเสนอสินค้าที่ดีมี คุณภาพนี้เอง ที่ทำให้วันนี้สินค้า ฮั้วลักเซียม เป็นที่รู้จักของใคร หลายคนในช่วงเวลาที่รวดเร็ว และตลาดก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ
..เธอบอกอีกว่า หลังจากที่เข้ามาสู่ธุรกิจเลิฟยู ได้อะไร หลาย ๆ อย่างจากที่นี้ ทั้งเพื่อนฝูง สังคม รวมถึงชีวิตที่สบายขึ้น กว่าในอดีตที่ผ่านมา หนี้สินที่เคยมี ก็ปลดเปลื้องหมด รถที่ไม่เคย มีก็มีขับ รวมถึงยังได้ท่องเที่ยวต่างประเทศ ที่สำคัญ เธอผู้นี้กำลัง จะไปจองบ้านอีก 1 หลัง ราคากว่า 3 ล้านบาท พร้อมกับมีรายได้ เฉลี่ยอยู่ที่หลักแสนบาทต่อเดือนอีกด้วย...นับได้ว่าชีวิตที่แสนสุข สบายล้วนแล้วเกิดจากธุรกิจเครือข่ายจริง ๆ
หากพูดถึงสไตล์การทำงานของเธอผู้นี้แล้วพบว่าจะเป็นการ ลุยงานที่อาจจะช้า แต่อาศัยความชัวร์เข้าช่วย ซึ่งเธอผู้นี้จะไม่เน้น ในเรื่องของการคุยถึงเรื่องรายได้กับผู้ที่มุ่งหวังเท่าที่ควร แต่จะ เป็นการใช้สินค้าเป็นตัวนำร่องเพื่อสู่ธุรกิจ พร้อมกับมุ่งหาผู้ที่มี อาการป่วยเท่านั้น เพราะมีความเชื่อว่า หากใครที่มีความศรัทธา ในเรื่องของสินค้าแล้ว ในเรื่องของธุรกิจและเรื่องของรายได้ก็จะ ตามมาเอง
สำหรับเคล็ดลับความสำเร็จที่ทำให้เธอผู้นี้มาถึงวันนี้ได้นั้น เธอบอกว่า อยู่ที่ความอดทน โดยอย่าเพิ่งคิดว่าความสำเร็จจะ เกิดเพียง 1-2 วัน หรือเพียงเดือนเดียวเท่านั้น ซึ่งหากเมื่อเจออุปสรรคและปัญหาอย่าท้อขอให้สู้ไปข้างหน้า รับรองสำเร็จอย่าง แน่นอน ซึ่งจะช้าหรือเร็วอยู่ที่ตัวคุณเอง
ความสำเร็จในวันนี้ ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นเพียงคนเดียว เช่น เดียวกับ ทักษกร ที่เธอผู้นี้มีทีมงานที่อยู่ใต้สายงานของเธอค่อน ข้างมากมายทีเดียว โดยเธอพร้อมที่จะมอบความสำเร็จแก่ทีมงาน ที่เธอดูแลทั้งหมดด้วยการจัดโฮมมีตติ้งประชุมกลุ่มย่อยทุกเดือน เพื่อสร้างความสามัคคีภายในทีมงาน พร้อมกับเป็นการฝึกในเรื่อง ของภาวะผู้นำแก่ทีมงานให้ทำงานแบบมืออาชีพด้วย
ทักษกร บอกอีกว่า ตลอดระยะเวลา 4 ปี ที่อยู่กับเลิฟ ยู ต้องบอกว่าธุรกิจนี้ อาจจะไม่ใช่ธุรกิจที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่จะเป็นการเติบโตแบบขั้นบันได ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญ ความพร้อมของธุรกิจเลิฟยูในวันนี้ เรียกได้ว่า มีความ พร้อมทุก ๆ ด้าน ทั้งในเรื่องของสินค้าดี แผนการตลาดดี มีการ เรียนรู้ มีการสอน และมีการอบรมที่ดี ซึ่งเชื่อว่า หากใครที่เข้ามา สู่ธุรกิจนี้แล้ว รับรองไม่มีคำว่า ผิดหวัง อย่างแน่นอน
ิ ...นับได้ว่า วันนี้ความสำเร็จของทุก ๆ คน สามารถที่จะจับ ต้องได้และสัมผัสได้จริงจาก ธุรกิจขายตรง ซึ่งอยู่ที่ว่าแต่ละคน จะมีความอดทน มีความเพียรพยายามได้มากน้อยแค่ไหน... เพราะหากทุก ๆ คนปฏิบัติได้จริง เชื่อว่าความสำเร็จและการมี ชีวิตที่ดีขึ้น เหมือนเช่นดั่ง ทักษกร นิลวงษ์ ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยาก ด้วยเช่นกัน!!!




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 340 ประจำวันที่ 16-31 มีนาคม 2556

วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ข่าวเลิฟยู (Loveyou Thailand) : ดึง "ซันคลาร่า พลัส (Sunclara Plus)" เสริมทัพหน้า ประกาศกร้าวขอสร้างยอดแตะ20ล./เดือน


เลิฟยู ปล่อยหมัดเด็ดโค้งสุดท้ายปลายปี...ล่าสุดจับมือ วิณพา เข็นสินค้า ซันคลาร่า พลัส สู้ศึกบี้คู่แข่ง หวังดันยอดขายปลายปีไม่ต่ำกว่า 300 ล้าน. ประกาศขอกระชากยอดขายสินค้า ซันคลาร่า พลัส ตัวเดียว 20 ล้านต่อเดือน เผยเกมรบธุรกิจเลิฟยูปี56 เล็งบุกตลาดประเทศเพื่อนบ้านเต็มพิกัด พร้อมมั่นใจระบบการจัดการธุรกิจดี สินค้าเยี่ยม คือตัวแปรสำคัญ ส่งความสำเร็จให้ เลิฟยู ก้าวเดินอย่างไม่สะดุด

เปิดศึกชิงพื้นที่รบกันอย่างดุเดือดทีเดียวในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ สำหรับ ธุรกิจขายตรง อย่างล่าสุด บริษัท เลิฟยู (ประเทศไทย) จำกัด ที่นำโดย จิรัชยาพัชร์ สาคะรินทร์ ประธานกรรม การ ได้ออกมาประกาศจับมือพันธมิตรใหม่อย่าง บริษัท วิณพา จำกัด ในการนำเอาผลิตภัณฑ์ ซันคลาร่า พลัส เข้ามาสู่บริษัท เพื่อหวังที่จะเป็นอีกหนึ่งสินค้าใหม่ ที่จะมาผลักดันยอดขายของบริษัท เลิฟยู นั่นเอง

โดยการจับมือเป็นพันธมิตรในครั้งนี้ จิรัชยาพัชร์ สาคะรินทร์ ประธานกรรมการ บริษัท เลิฟยู (ประเทศไทย) จำกัด ได้เปิดเผยว่า สาเหตุที่เลือกผลิต ภัณฑ์ ซันคลาร่า พลัส เข้ามาสู่ตลาดเครือข่ายของ เลิฟยู เพื่อต้องการผลิตภัณฑ์ตัวนี้เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการทำตลาดของสมาชิกให้มีความหลากหลาย มากยิ่งขึ้น พร้อมกับมีแผนที่จะทำสินค้าตัวนี้ให้เกิดและมีชื่อเสียงในท้องตลาดอีกครั้ง โดยคาดว่าผลิตภัณฑ์ ซันคลาร่า พลัส จะเป็นสินค้าอีกหนึ่งตัวที่สามารถสร้างยอดขายให้กับบริษัทฯ ได้ถึง 50% เทียบเท่ากับผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่บริษัทมีอยู่ขณะนี้ โดยปัจจุบันยอดขายผลิต ภัณฑ์ในกลุ่มอื่น ๆ เลิฟยู มียอดจำหน่ายอยู่ที่ 20 กว่าล้านบาท พร้อมกับตั้งเป้าที่จะมียอดขายจากผลิตภัณฑ์ ซันคลาร่า พลัส น่าจะทำยอดได้ไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาทต่อเดือน

เราค่อนข้างที่จะมีความเชื่อมั่นในสินค้าตัวดังกล่าวนี้อย่างมาก เนื่องจากที่ผ่านมาสินค้าตัวนี้เคยสร้างยอดขายให้หลาย ๆ คนได้เห็นกันมาแล้ว ว่า สามารถทำยอดขายได้หลายร้อยล้านบาทต่อเดือน ที่สำคัญวันนี้ เลิฟยู มีระบบการจัดการที่ดีและมีความมั่นคง จึงเชื่อมั่นว่าการทำตลาดนับจากนี้ของผลิตภัณฑ์ ซันคลาร่า พลัส จะเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่ขับเคลื่อนยอดขายของบริษัท รวมถึงองค์กรของ เลิฟยู ให้ก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างแน่นอน

สำหรับการทำตลาดของผลิตภัณฑ์ ซันคลาร่า พลัส ในช่วงแรกนั้น สิ่งแรกที่บริษัทฯ มอง นั่นก็คือ การใช้กลยุทธ์ในหลาย ๆ ทางเข้ามาช่วย ไม่ว่าจะเป็นสื่อทีวี สื่อสิงพิมพ์ ที่สำคัญมีความตั้งใจว่า จะผลักดันผลิตภัณฑ์ตัวดังกล่าวให้มีความโดดเด่นมากที่สุด และเชื่อว่าปีหน้าจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ เลิฟยู เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นแน่นอน

ส่วนเป้าหมายยอดขายในสิ้นปีนี้ จิรัชยาพัชร์ เผยว่า ปีนี้บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมาที่มียอดขายอยู่ที่ 100 ล้านบาท ซึ่งทาง เลิฟยู มีความเชื่อมั่นว่าสินค้าตัวใหม่อย่าง ซันคลาร่า พลัส น่าที่จะช่วยดันยอดขายของบริษัทฯ ให้ตรงตามเป้าหมายด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ ยังได้เผยถึงแผนงานเป้าหมายของบริษัท ในอนาคตนับจากนี้ว่า สำหรับ แผนงานในอนาคตอันใกล้นี้เลิฟยู มีแผนจะบุกตลาดในประเทศเพื่อนบ้านเช่นกัน ซึ่งคาดว่าน่าที่จะเป็นปีหน้าตามแผนงานที่ได้วางไว้ พร้อมกับการรุกตลาดอย่างหนักด้วยการขับเคลื่อนผู้นำ ส่งเสริมให้ผู้นำประสบความสำเร็จ และให้สมาชิกรู้ว่าทำอย่างไรให้มีความมั่นคงกับธุรกิจ เลิฟยู

ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ต้องบอกว่ายอดขายของเราไม่เคยลดน้อยลงเลย มีแต่จะก้าวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญต้องบอกว่า ปีนี้ถือเป็นปีแรกที่บริษัทได้มีการจัดงานประดับเข็มให้กับผู้นำเกียรติยศขึ้น โดยได้เริ่มต้นมาตั้งแต่ต้นปี ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นการตอกย้ำความสำเร็จของธุรกิจ เลิฟยู พร้อมกับเป็นอีกหนึ่งกำลังใจในการทำงานของสมาชิกอีกด้วย

จิรัชยาพัชร์ ยังได้เผยถึงภาพการแข่งขันของธุรกิจขายตรงในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ว่า จะมีการแข่งขันที่ดุเดือดมากขึ้นอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าหลาย ๆ บริษัทจะเจอปัญหาต่าง ๆ มากระทบมากก็ตามที ทั้งในเรื่องของวิกฤติน้ำท่วมที่ซึมยาวมาถึงต้นปีนี้ แต่เชื่อว่าตลาดขายตรงนับจากนี้ ยังคงมีทิศทางที่สดใสเหมือนเช่นที่ผ่านมาอย่างแน่นอน


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ. ตลาดวิเคราะห์ ประจำวันที่ 16 - 30 พฤศจิกายน 2555 ฉบับ 332