ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขายตรงมาเลย์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขายตรงมาเลย์ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2556

ขายตรงมาเลย์บุกตลาดไทย ปีแรกเดินหน้าปั้นผู้นำเงินแสน







malaysia-flag (Mobile)

 


เออาร์เอส ขายตรงสัญชาติมาเลเซีย เชื่อมั่นศักยภาพตลาดเครือข่ายไทย เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการสิ้นปีนี้ หลังซุ่มเงียบกรุยทางกว่า 1 ปี ปั้นผู้นำเงินแสน พร้อมฐานสมาชิกกว่า 2 หมื่นรหัส เร่งพัฒนาระบบจ่ายโบนัส เพิ่มความสะดวกรวดเร็วผ่าน E-Wallet โชว์แผนการตลาดที่ไม่เหมือนใคร เดินเครื่องแซงบริษัทแม่ที่มาเลฯ 6 เดือนหวังโตก้าวกระโดด 50-70 เปอร์เซ็นต์


มร.นิคราซีซี เบ็น นิก อับดุลเลาะห์ ประธาน บริษัท เออาร์เอส โกลบอล เน็ทเวิร์ค ไทยแลนด์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดธุรกิจในระบบเครือข่ายในประเทศไทยมาแล้วกว่า 10 เดือน โดยได้ยื่นจดทะเบียนบริษัทกับสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคอย่างถูกต้องก่อนที่จะเริ่มทดลองตลาด แต่อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวแล้วมีความเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตของธุรกิจขายตรงในประเทศไทย ตลอดจนความชัดเจนในด้านต่างๆ ที่เป็นปัจจัยในการสร้างการเติบโตของธุรกิจได้


"เออาร์เอส มาเลเซีย เป็นบริษัทแม่ที่เกิดก่อนประเทศไทยประมาณ 2 เดือน เพราะเราไม่ได้มองแค่การทำตลาดในมาเลเซียอย่างเดียว หากแต่เรามองการเติบโตในต่างประเทศด้วย โดยขณะนั้นมีตัวเลือกอยู่ 2 ประเทศ คือ อินโดนีเซียและไทย ในที่สุดก็เลือกประเทศไทย เนื่องจากพื้นที่ก็ใหญ่กว่ามาเลเซีย 3-4 เท่า อีกทั้งประชากรมาเลเซียมีประมาณ 28 ล้าน ขณะที่คนไทยมีมากกว่า 60 ล้านคน ส่วนประเทศอินโดนีเซียนั้นใหญ่กว่าก็จริง และแม้ผมจะมีความเชี่ยวชาญด้านภาษามากกว่า ส่วนภาษาไทยผมพูดไม่ได้เลย แต่ก็เลือกไทยเพราะมองเห็นการเติบโตที่ชัดเจนกว่า อีกทั้งการส่งสินค้าไทยจะสะดวกกว่าอินโดนีเซีย ซึ่งพื้นที่เป็นเกาะ ดังนั้นการตอบรับของผลิตภัณฑ์ที่ไทยจะดีกว่าด้วย"


สำหรับแนวทางการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยนั้น มร.นิคราซีซี กล่าวว่า แม้ว่าประเทศไทยจะมาก่อตั้งทีหลังมาเลเซีย แต่จากความพร้อมของบริษัท เชื่อมั่นว่าจะมีการเติบโตแซงหน้ามาเลเซียที่เป็นบริษัทแม่ได้อย่างแน่นอน ทั้งนี้บริษัทมีจุดแข็งคือระบบการจ่ายผลตอบแทน ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นมาและยังถูกพัฒนาต่อยอดอย่างไม่หยุดยั้ง โดยในอนาคตอันใกล้ บริษัทจะมีการจ่ายผลตอบแทนให้แก่สมาชิกในระบบออโต้ ไม่ต้องรอ 15 วัน ในขณะที่ราคาสินค้าเมื่อขายในประเทศไทยจะมีราคาถูกกว่าที่มาเลเซีย และการลงรหัสจะสูงกว่าที่มาเลเซีย อาทิ ตำแหน่งซิลเวอร์ มาเลเซียเปิดรหัสอยู่ที่ 2,400 บาท ได้สินค้าจำนวน 2 กล่อง แต่ที่ประเทศไทยเปิดรหัส 3,400 บาท ได้รับสินค้า 3 กล่อง เป็นต้น


"จากความพร้อมของเรา คิดว่าไทยจะแซงมาเลเซียได้อย่างแน่นอนภายใน 1-2 เดือนนี้ เพราะที่ผ่านมามาเลเซียเปิดก่อน ระบบต่างๆ ก็ถูกพัฒนาให้ลงตัวไปไกลกว่า ขณะที่ประเทศไทยมีความพร้อมมากกว่า เมื่อเซตระบบลงตัวก็จะรันไปได้อย่างรวดเร็ว ระบบการจ่ายโบนัสตอนนี้ไทยกับมาเลเซียต่างกันอยู่ เพราะอะไรมาเลเซียจึงโตก้าวกระโดด ก็เพราะแผนการตลาด มีความชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เรื่องระบบที่แข็งขึ้นเรื่อยๆ วันนี้เรามาที่ไทย จะมาพัฒนาระบบการจ่าย เป็นการพัฒนาต่อยอดจากเดิม ปกติ 2 สัปดาห์เราจ่ายต่อครั้ง ต่อไประบบจะเข้าออโต้เลย"


ด้าน นายวันกอมารุดดีน แวยูโซะ ผู้จัดการทั่วไป กล่าวว่า ที่ผ่านมาถือว่าการเติบโตเป็นไปตามธรรมชาติ บริษัทยังไม่มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ อีกทั้งระบบเทรนนิ่งต่างๆ ยังไม่ได้ดำเนินการเต็มรูปแบบ จากนี้ไปบริษัทจะมีกลยุทธ์ในการทำตลาดช่วงโค้งสุดท้ายของปี เร่งพัฒนาระบบเพื่อให้รองรับการเติบโต ทั้งระบบการจ่ายผลตอบแทนและการส่งสินค้า


"ระบบการจ่ายผลตอบแทนของเราจะแตกต่างจากบริษัทอื่นๆ สมัครครั้งแรกเป็นยอดขายของบริษัท สมาชิกจะได้โบนัสเพื่อต่อยอดกับบริษัท การตลาดแบบนี้ของเราไม่ทำให้ผู้นำปวดหัว ไม่สร้างปัญหากับผู้นำ เราจ่ายผ่าน E-wallet ทุกคนสามารถรับโบนัสเลย ถ้ารอโบนัส ต้องรออีก 15 วัน หรือเป็นเดือน บางทีช้าไป 2-3 วัน นี่คือปัญหาที่เจอๆ กันมาในธุรกิจนี้"


ประธานเออาร์เอส กล่าวอีกว่า บริษัทได้เปิดตัวสำนักงานแห่งใหม่ย่านลาดพร้าว เพื่อตอกย้ำความตั้งใจในการเติบโตของประเทศไทย ซึ่งจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนธันวาคม ขณะที่ปัจจุบันมีสมาชิก 21,000 รหัส มีผู้นำรายได้หลักแสนบาทขึ้นไปจำนวนหลายคน และตั้งเป้าหมายว่าภายในสิ้นปีจะเติบโตก้าวกระโดด 50-70 เปอร์เซ็นต์


"ผมมีความเชื่อมั่นว่าผู้นำที่นี่อีก 3 เดือนข้างหน้า เราจะมีผู้นำจะมีรายได้หลักแสนต่อเดือน 1,000 คนขึ้นไป ตอนนี้เราก็มีมากพอสมควร วันนี้มีผู้นำรายได้ 5 แสนต่อเดือน 5 คน แต่ที่ผ่านมาเราไม่ได้ออกสื่อ เติบโตแบบเงียบๆ ผมเป็นคู่ค้าคนหนึ่งในบริษัทแม่มาเลเซีย เป็นลีดเดอร์ และเป็นที่ปรึกษาด้วย วันนี้ผมมาเปิดของผมเองที่ประเทศไทย ทุกอย่างผมสร้างมาแบบชัดเจน เป็นของผมเอง ธุรกิจนี้เป็นความมั่นใจมากทั้งมาเลเซียและที่ไทย จากที่เข้ามาไม่รู้จักใครเลย เดินด้วยความถูกต้อง จดทะเบียนกับ สคบ. ขอ. อย. มั่นใจเรื่องการเติบโต มั่นใจเรื่องผู้นำที่พร้อมจะเติบโตไปพร้อมกับบริษัท" ประธานเออาร์เอส กล่าว








 

 


 


 


Credit By : http://www.ryt9.com

วันจันทร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2556

มาเลย์คลอดโรดแม็ปขายตรง 8 ปี เป้ารายได้8.6แสนล้าน/กู้ภาพลักษณ์MLM









มาเลเซียประกาศแผนแม่บทขายตรง (โรดแม็ป) ระยะ 8 ปี ตั้งแต่ปี ค.ศ.2013-2020 หรือ พ.ศ.2556-2563 กำหนดแนวทางพัฒนาอุตสาหกรรมขายตรงของประเทศอย่างมีแบบแผน สะท้อนภาพลักษณ์ให้ความสำคัญอย่างมากกับขายตรงและต้องการส่งเสริมให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ

ดาโต๊ะ เสรี อิสเมล ซาบรี ยาค๊อบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าภายใน ประเทศและคุ้มครองผู้บริโภค เผย โรดแม็ปอุตสาหกรรมขายตรงถูกดีไซน์ ขึ้นมาเพื่อสร้างศรัทธา ความมั่นใจและ ไว้วางใจจากประชาชนต่อ บริษัทขายตรง ภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น


ปี63ขายตรงปั๊มรายได้8.6แสนล้านโต 6-12 % ต่อปีล้อเศรษฐกิจ


ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจของ ประเทศฉบับที่ 10 ระหว่างปี ค.ศ.2011- 2015 หรือพ.ศ.2554- 2558 รัฐบาลตั้ง เป้าหมายธุรกิจขายตรงสร้างรายได้ให้ กับเศรษฐกิจของประเทศ 54,500 ล้าน ริงกิตหรือประมาณ 545,000 ล้านบาท ก่อนที่จะเพิ่มเป็น 86,000 ล้านริงกิตหรือ ประมาณ 860,000 ล้านบาทตามแผน พัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 11 ระหว่างปีค.ศ. 2016-2020 หรือพ.ศ.2559-2563 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าภายใน ประเทศและคุ้มครองผู้บริโภคของ มาเลเซียกล่าวว่า มีการคาดการณ์กันว่า ธุรกิจขายตรงมาเลเซียจะเติบโตประมาณ 6-12% ต่อปีและจะเป็นภาคธุรกิจสำคัญ ที่สร้างรายได้ให้ประชาชนของประเทศ กระตุ้นรายได้ประชาชาติเพิ่มขึ้นล้อไป กับการเติบโตของเศรษฐกิจจนถึงปี 2563


ผนึกดัน 3 พันธกิจยกค่าทุนมนุษย์ สร้างธุรกิจเข้มแข็ง-กู้ภาพลักษณ์


ภายใต้แผนแม่บทขายตรงกำหนด ให้มีความร่วมมือกันระหว่างรัฐบาล สมาคมการขายตรงมาเลเซีย (Direct Selling Association of Malaysia : DSAM) และสมาคมผู้จำหน่ายแบบ ตรงมาเลเซีย (Malaysian Direct Distributor Association : MDDA) เพื่อพัฒนา อุตสาหกรรมขายตรงของประเทศ โดย แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 เฟส เฟส แรกตั้งแต่ปี 2556-2558 เฟสสองตั้งแต่ปี 2559-2561 และเฟสสามปี 2562-2563 อิสเมล ซาบรีกล่าวว่า การมีแผนแม่บท ขายตรงจะทำให้เป้าหมาย 3 ข้อประสบ ความสำเร็จประกอบด้วยการยกระดับ คุณภาพของทุนมนุษย์หรือคุณค่าทาง เศรษฐกิจของคนให้สูงขึ้น สร้างระบบขาย ตรงและกฎหมายให้เข็มแข็งเพื่อส่งเสริม ภาพลักษณ์ ชื่อเสียงของธุรกิจรวมไปถึง การสร้างวัฒนธรรมการประกอบธุรกิจที่ ดีเยี่ยมเพื่อให้ธุรกิจขายตรงเติบโตอย่าง แข็งแกร่งและยั่งยืนตามเป้าหมายของรัฐบาล ขายตรงเป็นอุตสาหกรรมที่มี ความพิเศษมากเพราะเป็นแนวทางที่ ทรงประสิทธิภาพในการสร้างชุมชน การค้าขึ้นในภูมิภาคและส่งเสริม ระบบเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคงในอนาคต เพื่อส่งเสริม ธุรกิจนี้ในปี 2556 นี้รัฐบาลจะมีการ มอบรางวัลขายตรง (Direct Selling Award) เป็นเครื่องยืนยันถึงการ ยอมรับธุรกิจขายตรงมีบทบาทอย่าง มากต่อประเทศกำลังพัฒนาอิสเมล ซาบรียํ้าว่า ธุรกิจขาย ตรงถือกำเนิดขึ้นในมาเลเซียมากว่า 30 ปีก็จริงถ้าเปรียบเป็นคนก็เป็นผู้ใหญ่ แล้ว ดูเหมือนจะอิ่มตัวเพราะเติบโตเต็ม ที่แต่ยังสร้างโอกาสใหม่ๆ ในการเติบโต ได้ตลอด เป็นแหล่งผลิตบุคลากรระดับ บริหารที่มีประสบการณ์สูงและเครือ ข่ายจัดจำหน่ายกระจายไปทั่วประเทศ กระตุ้นเศรษฐกิจระดับภูมิภาคและระดับ ประเทศ ซึ่งการกฎหมายใหม่ยิ่งทำให้ ธุรกิจมามีมาตรฐานส่งเสริมการขยายตัว


ปี54ขายตรงมาเลย์พุ่ง 11% บริษัทต่างชาติทุนขั้นต่ำ 50 ล้าน


ตามสถิติของสมาพันธ์สมาคม การขายตรงโลก (World Federation of Direct Selling Association:WFDSA) ในปี 2554 ขายตรงมาเลเซียมียอดขาย ประมาณ 8,900 ล้านริงกิต (2,908 ล้าน ดอลลาร์) หรือประมาณ 89,000 ล้าน บาทเพิ่มขึ้น 11% เทียบกับปี 2253 นัก ขาย 7.4 ล้านคน อยู่อันดับ 11 ของโลกที่ มียอดขายทั้งสิ้น 153,727 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 4.6 ล้านล้านบาท นักขาย 91 ล้านคนและอันดับ 4 ในเอเชีย แปซิฟิก รองจากจีน ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้
เมื่อปีที่ผ่านมา รัฐบาลมาเลเซีย ร่วมมือกับ 2 สมาคมออกจรรยาบรรณ ขายตรงแห่งชาติหรือแนวปฏิบัติที่ดีเพื่อ กำกับดูแลธุรกิจขายตรงภายในประเทศ เพื่อให้ล้อไปกฎหมายใหม่ที่ประกาศ ใช้เมื่อปี 2553 โดยจรรยาบรรณเปรียบ เหมือนกฎหมายย่อยๆ ฉบับหนึ่งที่นำมา บังคับใช้กับบริษัทขายตรงระบบ MLM ทั้งหมดเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือธุรกิจ ขายตรง ปกป้องสิทธิประโยชน์ของผู้ บริโภคสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยว กับขายตรงถูกกฎหมาย และขายตรงผิด กฎหมายหรือ ปิระมิด สำหรับการดำเนินธุรกิจขายตรง ในมาเลเซียกรณีการลงทุนตั้งแต่ 2.5 ล้าน ริงกิตขึ้นไป (ประมาณ 25 ล้านบาทขึ้น ไป) สามารถขอรับการส่งเสริมการลงทุน ได้ โดยผู้ลงทุนควรตัดสินใจว่าจะลงทุน เองทั้งหมดหรือจะร่วมลงทุนกับท้อง ถิ่นหลังจากนั้นจัดทำรายงานข้อเสนอ โครงการพร้อมหลักฐานการลงทุนมายื่น ต่อMalaysia Industrial Development Authority (MIDA) เพื่อขอรับการส่งเสริม การลงทุนจะพิจารณาไม่เกิน 3 เดือน เมื่อได้รับอนุมัติต้องยื่นแบบฟอร์มเพื่อจดทะเบียนชื่อบริษัทจะใช้เวลาในการ พิจารณาราว12 วันเมื่อผ่านการอนุมัติผู้ ลงทุนต้องจัดทำตราบริษัทและส่งเอกสาร ให้ CCM ออกใบรับรองเพื่อนำไปจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทต่อไป
สิทธิประโยชน์จากโครงการที่ ได้รับการส่งเสริมการลงทุน กรณี อุตสาหกรรมทั่วไปจะได้รับลดหย่อนภาษีเงินได้ร้อยละ 30 เป็นเวลา 5 ปี กรณีกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ ทั้งหมดเป็นเวลา 5 ปี การนำเข้าสินค้าทุนสามารถนำมาหักค่าใช้จ่ายได้ร้อยละ 60 เป็นเวลา 5 ปี มาเลเซียเพิ่งประกาศใช้พระ ราชบัญญัติธุรกิจขายตรง ค.ศ.2010 (พ.ศ.2553) ซึ่งเป็นฉบับใหม่ที่แก้ไขจาก กฎหมายเดิม ค.ศ 1993 (พ.ศ. 2536) ส่วน ใหญ่แก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการปกป้อง สิทธิประโยชน์ของผู้บริโภคและบริษัท ขายตรงถูกกฎหมาย ขณะที่กฎหมาย หลักๆ ยังใช้ของเดิมได้แก่การดำเนิน ธุรกิจขายตรงจะต้องขออนุญาต โดย บริษัทที่เป็นของคนท้องถิ่น ของภูมิบุตรา หรือของชาวต่างชาติก็ได้ กรณีดำเนินธุรกิจโดยชาวต่าง ชาติจะต้องมีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 5 ล้านริงกิต (ประมาณ 50 ล้านบาท) ใน จำนวนนี้จะต้องกันหุ้นจำนวนไม่น้อยกว่า ร้อยละ 30 ให้แก่ผู้ร่วมทุนที่เป็นภูมิบุตรา สินค้าที่อนุญาตให้ดำเนินธุรกิจ ขายตรง ได้แก่สินค้าที่มีเครื่องหมาย รับรองมาตรฐานต่างๆ เช่น ISO, GMP, เครื่องหมายรับรอง Halal, สินค้าอาหาร เพื่อสุขภาพ อาหารเสริม ยาแผนโบราณ ที่ผ่านการรับรองส่วนสินค้าเครื่องสำอาง จะต้องขึ้นทะเบียนกับ Pharmaceutical Service Division, Ministry of Health




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพธุรกิจเครือข่าย ฉบับที่ 245 ประจำวันที่ 1-15 กุมภาพันธ์ 2556

วันพุธที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

MLM Gossip (ล้วงลับคนเครือข่าย) ซุบซิบ ค่าย "ขายตรงมาเลย์ Elken"


ด้านขายตรงมาเลย์อย่าง Elken ที่แม้เปิดมานานจวบจน 12 ปี แล้ว กระแสตอนนี้ก็ยังไม่เปรี้ยงปร้างนัก จนใครๆ อาจจะชะล่าใจว่า จะเป็นเสือถอดลายนอนนิ่ง หรือป่าว เอ๊ะ ...แต่ 4 สาว ว่าน่าจะเป็น เสือซุ่มมากกว่านะเจ้าคะ ก็มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างมาว่า Elken กำลัง วางแผนใหญ่ที่จะปลุกกระแสสะเทือนวงการขายตรงเลยทีเดียว โดย กำลังควานหาขุนพลมือดีมาเสริมทีมให้แน่นปึ้ก งานนี้เค้าถึงเรียกว่า ซุ่มเงียบ มาเนียนๆ เตรียมหยิบชิ้นปลามันไปกิน หุหุ ก็ แหม..เปิดมา จนเก๋าเกมส์แล้วคงไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองหลุดโผขายตรงเมืองไทย ไปง่ายๆ แต่ เอ๊ะ...4 สาว ว่า รีบๆ Make a Move หน่อยก็ดีนะเจ้าคะ เพราะตอนนี้กระแสมันเงียบเกินไป จนคนนึกว่าหายไปจากวงการแล้วล่ะเจ้าค่ะ


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค