ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระราชบัญญัติขายตรง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระราชบัญญัติขายตรง แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2556

พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง







rok (Mobile)

 


พ.ศ.2545 หมวด7 บทกำหนดโทษดังนี้


 มาตรา 45 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการ ตาม มาตรา 16 ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน หนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


มาตรา 46 ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา 19 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินห้าแสนบาท


มาตรา 47 ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา 20 หรือ มาตรา 27 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ และปรับอีกวันละไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่


มาตรา 48 ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา 21 วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามแสนบาท


มาตรา 49 ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา 22 หรือ มาตรา 28 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ


มาตรา 50 ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา 23 หรือ มาตรา 25 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท


มาตรา 51 ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา 26 มาตรา 30 วรรคหนึ่ง หรือ มาตรา 37 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามหมื่นบาท


มาตรา 52 ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงใดไม่แจ้งการเปลี่ยนแปลงแผนการจ่ายผลตอบแทนให้นายทะเบียนทราบ ตาม มาตรา 38 วรรคสาม ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามแสนบาท


มาตรา 53 ผู้ใดกระทำความผิดต้องระวางโทษตามพระราชบัญญัตินี้ เมื่อพ้นโทษแล้วยังไม่ครบกำหนดห้าปี กระทำความผิด ต่อพระราชบัญญัตินี้อีก ต้องระวางโทษเป็นสองเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น


มาตรา 54 ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดซึ่งต้องรับโทษตามพระราชบัญญัตินี้เป็นนิติบุคคลให้กรรมการผู้จัดการ หรือบุคคลใด ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้น ต้องรับโทษตามที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ๆ ด้วย เว้นแต่ จะพิสูจน์ได้ว่าตนมิได้มีส่วนในการกระทำความผิดของนิติบุคคลนั้น


มาตรา 55 บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่กรณีตาม มาตรา 46 ให้คณะกรรมการมีอำนาจเปรียบเทียบได้ และในการนี้ ให้คณะกรรมการมีอำนาจมอบหมายให้คณะอนุกรรมการ พนักงานสอบสวนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนิน การเปรียบเทียบได้ โดยจะกำหนดหลักเกณฑ์ในการเปรียบเทียบหรือเงื่อนไข ประการใดๆ ให้แก่ผู้ได้รับมอบหมายตามที่เห็นสมควรก็ได้


ภายใต้บังคับของบทบัญญัติตามวรรคหนึ่ง ในการสอบสวน ถ้าพนักงานสอบสวนพบว่าบุคคลใดกระทำความผิดตาม พระราชบัญญัตินี้ และบุคคลนั้นยินยอมให้เปรียบเทียบ ให้พนักงานสอบสวนส่งเรื่องมายังคณะกรรมการหรือผู้ซึ่งคณะกรรมการมอบหมายให้มีอำนาจเปรียบเทียบตามวรรคหนึ่ง ภายในเจ็ดวันนับ แต่วันที่ผู้นั้นแสดงความยินยอมให้เปรียบเทียบ


เมื่อผู้กระทำความผิดได้เสียค่าปรับตามที่เปรียบเทียบแล้ว ให้ถือว่าคดีเลิกกัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา


 


 


Credit By : นิตยสารลีดเดอร์ไทม์ ฉบับที่157 เดือนธันวาคม 2556

วันจันทร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2556

ตีแผ่กฎหมายขายตรงเจ้าปัญหา.!! สับสน-มีจุดอ่อน-เปิดช่องโหว่มิจฉาชีพ







ippatsemina 72 (Mobile)


สมาคมฯ TDNA เดินเกมรุกหนัก แก้กฎหมายขายตรง ตีแผ่ชำแหละทุกจุดอ่อน ประเดิมโฟกัสมาตรา 3 นิยาม ก็สับสน ระบุต้องกำหนดบทบาท 3 ตัวละคร ผู้ประกอบการ ผู้ขาย และผู้บริโภคให้ชัดเจน ขณะที่ "ตลาดแบบตรง" ใครลากเข้ามาในกฎหมายนี้ เพราะไม่สามารถกำกับดูแลได้ ซ้ำยังมีผู้ประกอบการมหาศาลนับหมื่นนับแสนราย ไม่ยอม มาจดทะเบียน ยันต้องแยกออกจาก "ขายตรง"


นายพิศิษฐ์ แทนทิว เลขาธิการสมาคมธุรกิจเครือข่ายขายตรงไทย (TDNA) เปิดเผย "สยามธุรกิจ" ว่า หลังจากมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติขายตรงมาตั้งแต่ พ.ศ. 2545 เป็นต้นมาถึงวันนี้ก็ 11 ปีแล้ว แต่กฎหมายฉบับดังกล่าว ไม่สามารถกำกับดูแลการเปลี่ยนแปลงธุรกิจขายตรงที่มีการเติบโตอย่างมีคุณภาพได้ และยังเป็นปัญหาในการบังคับอยู่ใน ปัจจุบัน เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้เกิดขึ้นโดยที่ไม่ได้มาจากคนที่อยู่ในวงการธุรกิจขายตรงส่วนใหญ่เข้าไปเกี่ยวข้องเลย คือ ไม่มีส่วนร่วมในการร่างกฎหมายขายตรงฉบับนี้ขึ้นมา ทำให้ ปัจจุบันได้เกิดปัญหาในธุรกิจขายตรงอย่างมากมาย


ในต่างประเทศเคยมีกฎหมายขายตรง แล้วเราก็พยายาม จะเอามาใช้เป็นแบบอย่าง มีการนำมาประยุกต์ใช้กัน แต่ด้วย เวลาที่ผ่านมานานทำให้กฎหมายขายตรงฉบับนี้ ควรจะมีการ ปรับให้เข้ากับยุคสมัยใหม่ ไม่ใช่ปล่อยเอาไว้แบบนี้ ถ้าไปลองศึกษารายละเอียดดู จะเห็นได้ว่า มีจุดอ่อนที่เป็นช่องโหว่ให้นักธุรกิจบางกลุ่ม ใช้ประโยชน์และสร้างปัญหาขึ้นมาได้


"โดยเฉพาะในมาตรา 3 ของพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ.2545 ฉบับนี้คำว่า..ขายตรง หมายความว่า การทำตลาดสินค้าหรือบริการในลักษณะของการนำเสนอขายต่อผู้บริโภคโดยตรง ณ ที่อยู่อาศัย หรือสถานที่ ทำงานของผู้บริโภคหรือของผู้อื่น หรือสถานที่อื่นที่มิใช่สถานที่ประกอบการค้าเป็นปกติธุระโดยผ่านตัวแทนขายตรง หรือผู้จำหน่ายอิสระ ชั้นเดียวหรือหลายชั้น แต่ไม่รวมถึงนิติกรรมตามที่กำหนดในกฎกระทรวง"


จะสังเกตเห็นว่าพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ.2545 ที่หยิบยก มานี้ มีความเข้าใจยากมาก หากไม่ใช่นักกฎหมายโดยตรง อ่านแล้วก็จะสับสน ไม่รู้ว่า ครอบคลุมส่วนไหนกันแน่ ซึ่งความจริงหลักๆ ของธุรกิจขายตรง จะมี 3 ตัวละคร คือ ผู้ประกอบการ ผู้จำหน่ายอิสระ หรือผู้ขาย และผู้บริโภค ซึ่งในความเป็นจริงมีบริษัทขาย ตรงจำนวนมากที่ไม่ได้เน้นขายให้ผู้บริโภค อาจจะขายให้บ้างแต่ส่วนน้อย ซึ่งส่วนใหญ่ เป็นการขายให้สมาชิกที่ไม่ตรงกับนิยามข้อนี้ ทุกวันนี้ใครจะเป็นขายตรง มีแผนการจ่าย แต่ขายให้สมาชิกเท่านั้น ก็ไม่เข้าข่ายเป็นขายตรงไม่ต้องจดทะเบียน ซึ่งถ้าไม่จดทะเบียนก็จะอยู่นอกการกำกับดูแล เกิดปัญหาก็ตรวจสอบยาก จึงต้องแก้ในส่วนนี้


ขณะที่ "ตลาดแบบตรง" มีนิยามว่า การทำตลาดสินค้าหรือบริการในลักษณะของการสื่อสารข้อมูลเพื่อเสนอขายสินค้า หรือบริการโดยตรงต่อผู้บริโภคซึ่งอยู่ห่าง โดยระยะทางและมุ่งหวังให้ผู้บริโภคแต่ละรายตอบกลับเพื่อซื้อสินค้าหรือบริการจากผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงนั้น


จากนิยามดังกล่าว ก็มีความเข้าใจยากเช่นเดียวกัน และทุกวันนี้ "ตลาดแบบตรง" ก็มีปัญหาเช่นเดียวกัน เพราะเป็นการขายของผ่านสื่อทุกรูปแบบทั้งสื่อทีวี, วิทยุ, นสพ., โมบาย และอินเตอร์เน็ต แปลความหมายตลาดแบบตรงก็คือ การขายผ่านสื่อ ไม่ผ่านคนขาย ผู้ขายคือผู้ประกอบการกับผู้ซื้อไม่เจอกัน แต่รับรู้ผ่านสื่อ สั่งซื้อผ่านการสื่อสารรับสินค้าจ่ายเงินกับผู้ส่งของ หรือผ่านบัตรเครดิต


ปัญหาหลักก็คือ การตลาดแบบตรง มีผู้ประกอบการมหาศาลนับหมื่นราย รวมทั้งตัวบุคคลที่โพสต์ขายผ่านโซเชียล กฎหมาย/สคบ. จะกำกับดูแลยังไง ซึ่งผู้ประกอบการนับหมื่นราย มีแค่หลักร้อยราย ที่มาจดทะเบียนกับ สคบ. ตามกฎหมายฉบับ นี้ ซึ่งที่มาจดตลาดแบบตรงส่วนใหญ่ก็เป็นบริษัทขายตรงที่จดเอาไว้ 2 แบบ เพื่อการขายที่กว้างขึ้น แต่ผู้ประกอบการอื่นๆ ไม่ยอมมาจดทะเบียน การกำกับดูแลธุรกิจนี้ จึงยังทำไม่ได้ และเป็นปัญหามาจนทุกวันนี้


สิ่งที่น่าคิดก็คือใครเป็นคนป้อนข้อมูล เหล่านี้เข้ามาตอนเป็นร่างกฎหมาย ตอนให้ ข้อมูลในสภา ทั้งเรื่องนิยามตามมาตรา 3 หรือการยกเอา "ตลาดแบบตรง" เข้ามาบรรจุได้ในกฎหมายขายตรง และเป็นปัญหา อยู่ทุกวันนี้ ไม่รวมว่ามีเรื่องการบังคับซื้อที่แอบแฝงในแผนการจ่ายผลตอบแทน การไม่มีหมวดที่ว่าด้วยผู้จำหน่ายอิสระ ซึ่งเป็นตัวละครสำคัญที่ควรมีไว้ในกฎหมาย แยกไว้เป็นหมวดที่ว่าด้วยนักขายหรือนักธุรกิจอิสระ


"กฎหมายขายตรงยังมีส่วนที่เป็นปัญหาอีกเยอะที่ควรจะต้องรื้อ และแก้ไขให้ ทุกส่วนได้ประโยชน์ ไม่ใช่ให้คนบางพวกได้ประโยชน์ แล้วทิ้งปัญหาให้คนอื่น" พิศิษฐ์ กล่าวทิ้งท้าย


ด้านนายนิโรธ เจริญประกอบ นายกสมาคมธุรกิจเครือข่ายขายตรงไทย หรือ TDNA เปิดเผยว่า ปัญหาในเบื้องต้น คือกฎหมายฉบับนี้มีความล้าสมัย ทำให้ไปเอื้อ ประโยชน์กับคนที่ทำธุรกิจนี้อยู่แล้วแค่บางกลุ่มเท่านั้น และหลายๆ มาตราเป็นแบบนี้หมด ซึ่งทุกวันนี้ ทาง สคบ. ก็ได้พยายามจัดการเกี่ยวกับกฎหมายขายตรงพอสมควร เนื่องจากในตัวกฎหมายไม่มีความชัดเจน และยิ่งเอา "ขายตรง" มาผสมผสานกับ "ตลาดแบบตรง" เข้าไปทำให้แยกกันไม่ออก จึงมีหลายบริษัทและหลายคนในวงการขายตรงต้องการให้มีการปรับเปลี่ยนแยกออกจากกัน


อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันจะเห็นได้ว่า บริษัทที่ไปจดทะเบียนที่กรมธุรกิจการค้ามีเป็นแสนบริษัท และส่วนหนึ่งเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับขายตรง แต่เวลาที่มีการเปิดเผยข้อมูลกันออกมา จะมีบริษัทใหญ่ๆ ที่ไม่ใช่ธุรกิจขายตรง ทั้งๆ ที่บริษัทขายตรง ที่มีอยู่จำนวนมากนี้ก็สร้างมูลค่าการตลาด สร้างงานและทำให้เศรษฐกิจของชาติเจริญ รุ่งเรืองด้วย


นอกจากนี้ ตามที่ทาง สคบ.ได้ออกกฎข้อบังคับให้บริษัทขายตรงต้องไปรายงานตัวกับ สคบ. ในทุกๆ ครึ่งปี เพื่อเป็นการรับรองว่า ยังดำเนินธุรกิจอยู่ ซึ่งปัจจุบัน มีอีกหลายบริษัทไม่ได้รายงานในส่วนนี้ โดย หากมองลึกๆ เข้าไป จะเห็นว่า บริษัทที่ไม่ได้มาขึ้นทะเบียนหรือรายงานการทำธุรกิจ เวลาทำผิดกฎหมาย ก็ต้องไปฟ้องร้องกันทำให้เสียเวลานาน ทำให้ สคบ.เข้าไปเพิกถอนไม่ได้ เพราะกฎหมายขายตรงไม่ได้ครอบคลุมให้อำนาจ สคบ. ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีจนถึงที่สุดก่อน จึงจะเข้าไปจัดการเพิกถอนลงโทษบริษัทที่กระทำผิดได้


"จึงเป็นเหตุผลให้บริษัทขายตรงบางส่วนไม่มาขึ้นทะเบียน จากที่กฎหมายขายตรงยังไม่ควบคุมดีพอ มีช่องโหว่ให้บริษัทต่างๆ หาผลประโยชน์ได้ง่ายและก่อนหน้านี้ ได้มีการเสนอแก้ไขกฎหมายขายตรงที่เพิ่งทำกันไป แต่ก็ยังไม่ได้มีการแก้ไข เพราะยังไม่มีใครที่เกี่ยวข้องมองว่าเป็นเรื่อง สำคัญที่ต้องแก้ หรือมองได้อีกมุม หากแก้ไข แล้ว อาจมีบางกลุ่มที่ต้องเสียผลประโยชน์ ทำให้ทาง สคบ.จึงต้องเร่งแก้ไขกฎหมายเสนอเข้าสภาใหม่อีกรอบ" นายกสมาคมฯ TDNA กล่าว












Credit By : http://www.siamturakij.com/