ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เอมสตาร์ เน็ทเวิร์ค แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เอมสตาร์ เน็ทเวิร์ค แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

MLM Gossip (ล้วงลับคนธุรกิจเครือข่าย) ซุบซิบ ค่าย เอมสตาร์ เน็ตเวิร์ก (Aimstarnetwork) กับ ทญ.ลพา วัชรศรีโรจน์







aimstar-leader (Mobile)










พูดถึงเรื่องบาปเรื่องบุญ ช่วงนี้ถ้าใคร ฮิตฮอตอินเทรนด์กับทัวร์ทำบุญล้างซวย เอ้ย... ทำบุญขอพร ก็คงต้องแห่ตามกระแส นิยม ไปประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่า หรือ เรียกแบบอินเตอร์ๆ ว่า เมียนมาร์ ว่าแต่ถ้า ใครบังเอิ๊ญ บังเอิญ ไปทำบุญแล้วเจอะเจอ ทญ.ลพา วัชรศรีโรจน์ แห่ง เอมสตาร์ ที่พม่า ก็ไม่ต้องฉงนสงสัยกันไป 4 สาว จะไขขอข้องใจให้ ณ บัดนาวว่า คุณหมอ ลพา ตอนนี้ไปเมียงๆ มองๆ ที่ทางที่ย่างกุ้ง เตรียมลงมือสร้างสาขาอีกหนึ่ง ประเทศแล้วเจ้าค่า คาดว่าภายในปีนี้ ได้เห็น เอมสตาร์ ณ เมียนมาร์ แน่ๆ ล่ะเจ้าคะ อิอิ




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 223 ประจำวันที่ 1-15 พฤษภาคม 2556

วันอังคารที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ข่าวเอมสตาร์ (Aimstar Network) : "เอาชนะอุปสรรคของหัวใจ เดินต่อไปสู่เป้าหมายอย่างมั่นคง" วชิราภรณ์ อุณหประเสริฐกูล และ ปกรณ์ บุญฤทธิ์ธงไชย นักธุรกิจเอมสตาร์ ระดับดับเบิ้ลไดมอนด์สตาร์







Capture (Mobile)


วชิราภรณ์ อุณหประเสริฐกูล และ ปกรณ์ บุญฤทธิ์ธงไชย นักธุรกิจเอมสตาร์ ระดับดับเบิ้ลไดมอนด์สตาร์ ต้นแบบของคนรุ่นใหม่ไฟแรงที่ประสบความสำเร็จจากธุรกิจเอมสตาร์ เพียงแค่ 3 ปีที่ฉีกกรอบความคิกเก่าๆ ออกมามาแสวงหาประสบการณ์ใหม่ๆ ในธุรกิจเครือข่ายโดยได้รับคำแนะนำจากมนุษย์เงินล้านคนแรกของเอมสตาร์ คือ ภก.ธนะสิทธิ์ พรสิริกุลนันท์ และคุณธัณย์ชยา พัชรกุลไพสิฐ


สำหรับก้าวย่างความสำเร็จในวันนี้ของ วชิราภรณ์ อุณหประเสริฐกูล และ ปกรณ์ บุญฤทธิ์ธงไชย ทั้งคู่ได้เผยถึงแง่คิดดีๆ จากธุรกิจเอมสตาร์ว่า การสร้างธุรกิจเครือข่ายผู้บริโภคนั้น เป็นธุรกิจที่มีศักยภาพสูงเป็นอันดับต้นๆของโลก สามารถสร้างรายได้มหาศาล และที่สำคัญสิ่งที่สร้างเป็นทรัพย์สินที่สามารถสร้างรายได้ให้ตลอดกาล และธุรกิจเอมสตาร์มีปัจจัยที่มีผลต่อการสร้างเครือข่ายผู้บริโภคให้ประสบความสำเร็จได้นั้น มีครบทุกปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการทำธุรกิจ (BUSINESS MODEL) ที่ให้ผลตอบแทนคนใหม่สูงสุดแทนห้างสรรพสินค้า อีกทั้งทางด้านสินค้า ด้วยแนวคิดการใช้นวัตกรรมใหม่ล่าสุดในระดับแนวหน้า (FRONTLINE INNOVATION) มาผลิตสินค้า ทำให้เครือข่ายมีการบริโภคสินค้าอย่างต่อเนื่อง ก่อเกิดเป็นความมั่นคง และปัจจัยสุดท้าย หุ้นส่วนทางธุรกิจแบบเอมสตาร์ เป็นบริษัทที่มีธรรมมาภิบาล ต้องการช่วยเหลือผู้คนอย่างแท้จริง และเป็นบริษัทที่มีความมั่นคงทางการเงินสูงมาก


สิ่งที่โดดเด่นของเอมสตาร์ที่แตกต่างจากบริษัทเครือข่ายอื่นๆ คือ เรื่องของวัฒนธรรมการเรียนรู้ซึ่งเป็นรากฐานของความมั่นคงของเครือข่าย เธอตัดสินใจมุ่งมั่นและทุ่มเทในการสร้างธุรกิจภายใต้หุ้นส่วนทางธุรกิจที่ดีที่สุดคือ บริษัท เอมสตาร์ เน็ทเวิร์ค จำกัด


การก้าวเข้ามาในธุรกิจเอมสตาร์ครั้งนี้ วชิราภรณ์ และ ปกรณ์ ทั้งคู่มองว่า เอมสตาร์จะเป็นธุรกิจที่เป็นกุญแจสู่คำว่า อิสรภาพให้ชีวิตของทั้งสองได้ เพราะเชื่อมั่นว่าด้วยแผนการตลาดที่ดีที่สุด และสินค้าที่ยอดเยี่ยมจะทำให้ทั้งคู่ถักทอเครือข่ายที่เป็นทรัพย์สิน (ASSET) สำเร็จแน่นอน จึงตัดสินใจอย่างมุ่งมั่น และทุ่มเทอย่างสุดความสามารถ โดยทางด้าน วชิราภรณ์ ได้ตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิตที่จะปิดกิจการที่เป็นเจ้าของ คือบริษัท PROFESSIONAL SCAN ที่เป็นบริษัทเกี่ยวกับระบบ ELECTRONIC DOCUMENT ที่สร้างรายได้ให้เธอมากกว่า 4 แสนบาทต่อเดือน เพื่อเธอจะลงมาทุ่มเทในธุรกิจ เอมสตาร์ ส่วนทางด้าน ปกรณ์ ก็มีธุรกิจบริษัท PROFESSIONAL SCAN และบริษัท INTERIOR DESIGN เขาคิดว่านี่ไม่ใช่คำตอบของชีวิต จนกระทั่งมาพบธุรกิจเอมสตาร์


วชิราภรณ์ และ ปกรณ์ ได้เริ่มเข้ามาทำธุรกิจเอมสตาร์ ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2552 เปรียบเสมือนการสร้างตึกขนาดใหญ่จากเดือนแรกทั้งคู่มีเครือข่ายไม่ถึง 100 คน ด้วยการใช้ความจริงใจนำทางธุรกิจ ทำให้ทั้งคู่ไต่เต้าความสำเร็จสู่ตำแหน่งแพลทตินัมสตาร์ (PLATINUM STAR) ด้วยรายได้กว่า 30,000 บาท และการเติบโตต่อเนื่องไม่หยุด จนกลายเป็นปรากฏการณ์ รายได้ทั้งคู่พุ่งทะยาน ในเดือนที่ 2 ทั้งคู่จบตำแหน่ง รูบี้สตาร์ (RUBY STAR ) ด้วยรายได้ 100,000 บาท เดือนที่ 3 ขึ้นตำแหน่งแซฟไฟร์สตาร์ (SAPPHIRE STAR) ด้วยรายได้ 170,000 บาท ในเดือนที่ 4 ขึ้นตำแหน่งเอมเมอร์รัลด์สตาร์ (EMERALD STAR) ด้วยรายได้ 220,000 บาท ในเดือนที่ 5 ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง ไดมอนด์สตาร์ (DIAMOND STAR) ด้วยรายได้ 340,000 บาท และรายได้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่มีหยุด จนในเดือนที่ 13 พิชิตรายได้กว่า 1,000,000 บาท และทั้งสองก็ได้รับเกียรติเป็นมนุษย์เงินล้านคนที่ 8 ของเอมสตาร์ที่รวดเร็วที่สุดเพียงใช้ระยะเวลาแค่ 13 เดือน และเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาทั้งคู่ได้รับเกียรติจากบริษัทอีกครั้งในตำแหน่งดับเบิ้ลไดมอนด์สตาร์ (DOUBLE DIAMOND STARX) ณ ปัจจุบันรายได้รวมทั้งสิ้นตลอดระยะเวลา 3 ปี กว่า 50,000,000 บาท และในเดือนธันวาคม ที่ผ่านมาทั้งคู่ได้พิชิตคุณสมบัติ ขึ้นสู่ตำแหน่งนักธุรกิจเอมสตาร์ระดับทริปเปิ้ลไดมอนด์สตาร์ อีกด้วย


วชิราภรณ์ เผยถึงข้อคิดดีๆ กับการเริ่มต้นทำธุรกิจเอมสตาร์ว่า คนมักตั้งคำถามให้ชีวิตว่า หนึ่งชีวิตทำอย่างไรให้พบความสุข ตนเคยพยายามค้นหางานที่จะตอบโจทย์ชีวิต เพราะเชื่อว่าสิ่งสำคัญที่สุดในการจะประสบความสำเร็จในชีวิต คือ ความสามารถบนโอกาสที่ถูกต้อง


ไม่เพียงเท่านี้ ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ทั้งคู่มีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวกับธุรกิจเอมสตาร์กว่า 14 ประเทศ และต่อจากนี้ทั้งชีวิตตลอดไป เพราะเอมสตาร์ให้เกียรติมนุษย์เงินล้านทุกทริปการท่องเที่ยว สิ่งที่สำคัญที่สุด ทั้งคู่ยังช่วยเหลือเพื่อนที่ตามทั้งคู่มาให้ประสบความสำเร็จในธุรกิจเอมสตาร์ จำนวนกว่า 15 คนที่มีรายได้มากกว่า 500,000 บาทต่อเดือน และกว่า 200 คนที่มีรายได้มากกว่า 100,000 บาทต่อเดือน สิ่งนี้เป็นคุณค่าที่ยิ่งใหญ่ ที่ทำให้ทั้งคู่ได้พบว่า วันนี้ชีวิตคนธรรมดา 1 คน ช่างมีคุณค่าได้มากมาย เมื่อเราเจอเครื่องมือที่ชื่อธุรกิจเอมสตาร์ ธุรกิจที่เราสามารถหยิบยื่นคุณค่าของ 1 ชีวิตให้ผู้คนได้มากมาย


ตลอดเส้นทางแห่งความสำเร็จในธุรกิจ AIMSTAR มีบุคคลสองท่านที่ต้องขอกล่าวยิ่งกว่าคำว่าขอบคุณ ให้กับท่านทั้งสอง พญ.ลพา และ นพ.พนินท์ ที่เป็นเสมือนผู้ให้โอกาสและเป็นแบบอย่างของความสำเร็จที่ดีเสมอมา จนมาในเวลานี้ เราได้เรียนรู้หลายๆสิ่งหลายๆอย่างในธุรกิจไม่ใช่แค่เพียงในเรื่องของการสร้างรายได้ท่านั้น ยังมีโอกาสได้เรียนรู้ถึงคุณค่าของคำว่าโอกาส เข้าใจความหมายของคำว่าแบ่งปัน เห็นความสำคัญของเวลาที่มีเหลืออยู่ และยังได้มีโอกาสทำสิ่งล้ำค่าที่สุดคือการได้มีโอกาสได้ทำหน้าที่ของลูกอย่างแท้จริง และเข้าใจความหมายของคำว่าคุณค่าชีวิต





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.Leader Time ฉบับที่ 222 ประจำวันที่ 1-15 พฤษภาคม 2556

วันพุธที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

MLM Gossip (ล้วงลับคนธุรกิจเครือข่าย) ซุบซิบ ค่าย "เอมสตาร์ (Aimstar Network)"







lapa_watcharasriroj (Mobile)









พูดถึงบริษัทขายตรงที่สามารถดึงเอาพลังคนหนุ่มคนสาวมาร่วมธุรกิจได้มากที่สุดเมื่อ 3-5 ปีที่ผ่านมาคงไม่มีใครปฏิเสธว่า ค่ายเอมสตาร์เน็ตเวิร์ก ของ หมอลพา วัชรศรีโรจน์ กับ หมอพนินทร์ ชนเลอเกียรติ ประสบความสำเร็จอย่างสูงสุดในการปั้นกลุ่มคนรุ่นใหม่เข้ามาสู่ธุรกิจขายตรงและในวันนี้ก็ยังคงมีภาพเช่นนั้นให้เห็นอย่างต่อเนื่อง และนอกจากเอมสตาร์แล้ว ค่ายยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง เป็นอีกค่ายหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในการสร้างฐานสมาชิกในวัยหนุ่มสาวให้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในระดับแถวหน้าได้มากที่สุด แถมคนหนุ่มคนสาวของค่ายนี้มี ต้นทุนชีวิต ที่เพอร์เฟ็คมาก่อนทำธุรกิจซะด้วยซ้ำ...ซึ่งข้อดีก็คือคนกลุ่มนี่มีกำลังทรัพย์ กล้าลงทุน กล้าเปลี่ยนแปลงเพื่อความสำเร็จด้วยมือของตัวเอง วันนี้พวกเขาจึงประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่คู่ควรกลับรถหรูลัมบอร์กินีราคาแพงจริงๆ...และโปรดอย่าบอกใครนะครับว่า... ทำธุรกิจขายตรงไม่ต้องใช้ทุทรัพย์ใช้แต่ความมุ่งมั่นพยายามเพียงอย่างเดียวก็ประสบความสำเร็จได้




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.Leader Time ฉบับที่ 221 ประจำวันที่ 16-30 เมษายน 2556

วันพุธที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2556

ข่าวเอมสตาร์ (Aimstar Network) : เอมสตาร์ บุกหนักตลาดนอก รุกเปิดสาขาใหม่ 4 แห่งรวด









เอมสตาร์ โหมตลาดต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ ลุยเปิดศูนย์บริการในประเทศเพิ่มอีก 20 แห่ง ตบเท้าขยายสาขาเอมสตาร์เพิ่ม 4 จังหวัด พร้อมเดินทัพสร้างแบรนด์ในลาว กัมพูชา และญี่ปุ่น รวมถึงสหรัฐอเมริกา วาดเป้าขยายธุรกิจสู่ประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เฉลี่ยปีละ 1-2 ประเทศ ฟุ้งเดือนพฤษภาคม 2556 นี้ เปิดทำการในกรุงย่างกุ้งประเทศพม่า ได้เป็นลำดับแรก ก่อนที่จะลุยตลาดมาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์


ทญ.ลพา วัชรศรีโรจน์ ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท เอม สตาร์ เน็ทเวิร์ค จำกัด กล่าวว่า จากนี้ไป บริษัทตั้งเป้าเติบโตในประเทศ ขณะที่แผนระยะยาว 3-5 ปีนับจากนี้ มีเป้าหมายการวางขอบเขตและแผนงานเพื่อรองรับการเติบโต โดยแบ่งเป็นแผนงานภายในประเทศและแผนงานต่างประเทศ


ทั้งนี้ แผนงานภายในประเทศ บริษัทมีแผนเปิดศูนย์บริการสาขาเพิ่ม 20 แห่ง รวมทั้งหมดกว่า 50 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเป็นการรองรับความต้องการสินค้าในแต่ละพื้นที่ โดยในเดือนมีนาคมนี้บริษัทจะเปิดสาขาใหม่พร้อมกัน 4 จังหวัด ได้แก่ จ.กระบี่ , ชุมพร, ประจวบคีรีขันธ์ และลพบุรี นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมต่อเนื่องอย่างการจัดงานแสดงสินค้าเอมสตาร์ระดับภูมิภาค ทั้งภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงการจัดประกวดแอสนี่ แมน แอนด์ วูแมน ประจำวันปี 2556 ในเดือนมิถุนายน ที่จะถึงนี้


ขณะที่แผนขยายตลาดต่างประเทศนั้น บริษัทได้เปิด บริษัท เอมสตาร์ เน็ทเวิร์ค (สปป. ลาว) จำกัดอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2555 ที่ นครหลวงเวียงจันทร์ ด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเท่านั้น ซึ่งระยะเวลาไม่ถึง 3 เดือน มีจำนวนสมาชิกสูงถึงกว่า 6,000 คน และสร้างยอดธุรกิจได้ 20 ล้านบาท อย่างไรก็ดี บริษัทจะมีการเพิ่มเติมกลุ่มผลิตภัณฑ์ 4 กลุ่มโดยเฉพาะกลุ่มเครื่องสำอางและถนอมผิวแอสนี่เพื่อรองรับความต้องการของตลาด รวมทั้งในวันที่ 17 มีนาคม 2556 นี้ บริษัทจะมีการเปิดศูนย์บริการเอมสตาร์ สาขาสะหวันเขต ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศลาว สามารถเชื่อมต่อกับ จ.มุกดาหาร ของประเทศไทยได้ทางสะพานมิตรภาพไทย-ลาว2


ในส่วนของ บริษัท เอมสตาร์ เน็ทเวิร์ค (กัมพูชา) จำกัด ที่ได้เปิดทำการไปแล้วตั้งแต่ปี 2551 ที่เริ่มต้นจากคูหาเล็กๆ และเมื่อเดือนตุลาคม 2555 ที่ผ่านมา เอมสตาร์ (กัมพูชา) ได้ฉลองเปิดสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ที่ทันสมัยบนชั้น 3 ของอาคารพนมเปญทาวเวอร์ กรุงพนมเปญ และยังเป็นสาขาต่างประเทศแห่งแรกที่ได้เริ่มการรับสมัครผู้เข้าประกวด แอสนี่ แมน แอนด์ วูแมน ประจำวันปี 2556 นี้อีกด้วย โดยมีกำหนดการประกวดรอบตัดสินกลางคืนของวันที่ 24 มีนาคม 2556 โดยในช่วงเช้าของวันเดียวกัน จะเป็นงานเอ็กซ์โปแสดงสินค้าเอมสตาร์ประจำปี 2556 ที่ กัมพูชา ส่วนการเปิดศูนย์บริการเอมสตาร์ เพิ่มเติมในเมืองอื่นๆ ของกัมพูชา กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการ


ทญ.ลพา กล่าวต่อว่า บริษัท เอม สตาร์ เน็ทเวิร์ค (ญี่ปุ่น) จำกัด ที่เปิดดำเนินธุรกิจไปแล้ว เมื่อปี 2551 โดยเริ่มแรกเป็นเพียงพื้นที่ 35 ตร.ม.บนชั้น 2 ของอาคารพาณิชย์ย่านคินซีโจว กรุงโตเกียว ต่อมาบริษัทได้ขยายพื้นที่สำนักงานใหญ่ โดยย้ายมาตั้งอยู่ที่ชั้น 7 ด้วยขนาดพื้นที่ 359 ตร.ม. ของอาคารคูคิยา ย่านชิบูย่า กรุงโตเกียว และได้มีการเพิ่มเติมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเดอร์มารีนในปีที่ผ่านมา สำหรับในปีนี้จะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มแอสนี่อีกด้วย


อย่างไรก็ดี การขยายตลาดต่างประเทศไปยัง สหรัฐอเมริกา ภายใต้ บริษัท เอมสตาร์ เน็ทเวิร์ค (สหรัฐอเมริกา) จำกัด เปิดทำการไปตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2554 ด้วยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้ำมันรำข้าวลัจมูกข่าวไวทอลสตาร์ และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเดอร์มารีน โดยในปีนี้จะมีการเพิ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมัลติโปร และกลุ่มสินค้าแอสนี่ที่โดเด่น โดยเฉพาะ แอสนี่ คอนเซนเทรตมาสก์ และแอสนี่ ไบรท์เทนนิ่ง สครับ เป็นต้น


สำหรับการขยายธุรกิจเอมสตาร์สู่ประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะมีการขยายไปในแต่ละประเทศโดยเฉลี่ยปีละ 1-2 ประเทศ สำหรับในเดือนพฤษภาคม 2556 นี้ คาดว่าจะเปิดทำการในกรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า และตามด้วยเวียดนาม ขณะที่ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่น่าสนใจ ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ เป็นต้น




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 219 ประจำวันที่ 16-31 มีนาคม 2556

วันอังคารที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2556

ขายตรงปี56เร่งเครื่องรั้งอันดับ TOP5 หลังโผยอดขายปี55พลิกล็อคเพียบ !









จับทิศอันดับยอดขายบริษัทขาย ตรงปี56...หลังหลายค่ายเดินหน้าปล่อย ยุทธศาสตร์เพียบ หวังรั้งอันดับ TOP 5 กลับคืนมา!...พบเบอร์ 1 แอมเวย์อันดับยัง คงเหนียวแน่นตลอดกาล ด้วยยุทธศาสตร์ เหนือเมฆปล่อยออกมาเป็นซีรี่ส์ หวังครองใจคนทั่วโลก เผย 10 อันดับขายตรงปี53- 55 เริ่มพบเห็นอันดับเปลี่ยนมือ ยอดขายบางค่ายตกฮวบ...พร้อมเตรียม จับตาปี56 การแข่งขันในสมรภูมิรบขายตรงดุเดือดเลือดพล่านแน่!


...นับได้ว่าในปี 2555 ที่ผ่านมา ธุรกิจขายตรง เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีการ แข่งขันกันค่อนข้างสูงทีเดียว ทั้งในเรื่อง ของ ชั้นเชิงธุรกิจ หรือแม้กระทั่ง กึ๋น ของ ผู้ประกอบการ เองก็ตามที ที่ใส่กัน แบบไม่ยั้งหวังที่จะอยู่ในอันดับยอดขาย ที่ดีที่สุด หรือไม่ให้ตกไปจากอันดับเดิมที่ รั้งอยู่
ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่า อันดับยอด ขาย ถือเป็นอีกหนึ่งหน้าตาของบริษัทเลย ก็ว่าได้ เพราะหากค่ายไหนที่มีอันดับยอด ขายที่ดี หรือไม่ตกอันดับไปจากเดิม ก็ ถือว่ามีแต้มต่อในเรื่องของความน่าเชื่อถือ และการเติบโตที่ค่อนข้างที่จะมีความ มั่นคงนั่นเอง วันนี้ต้องบอกว่า ธุรกิจขาย ตรง ค่อนข้างที่จะเติบโตอย่างร้อนแรงที เดียว ทั้งค่ายที่เกิดใหม่ หรือแม้กระทั่งค่าย เก่า ๆ ที่อยู่มานานก็ตามที เห็นได้อย่าง หลาย ๆ ค่าย ต่างมียอดขายที่โตตามเป้า และมียอดทะลุเกินเป้าหมายก็หลาย ๆ ค่ายทีเดียว
...จะเห็นได้ว่า วันนี้ ยอดขายที่เรียก ว่า โตแบบร้อนแรง อันดับ 1 ที่รั้งมานาน ยังคงเป็นของยักษ์ใหญ่จากอเมริกานั่น ก็คือ แอมเวย์ แต่ที่น่าสนใจคงจะหนี ไม่พ้นบริษัทขายตรงที่อยู่ในอันดับ 2-10 ที่มีการเปลี่ยนอันดับออกมาให้เห็นกันอยู่ทุกปี นั่นก็หมายความว่า ฝีมือและ ชั้นเชิงทางธุรกิจของ ผู้ประกอบการ แต่ละค่าย อาจเรียกได้ว่าไม่ทิ้งห่างกัน มากเท่าที่ควร

เผย10 อันดับขายตรงปี53-55 อันดับเปลี่ยนมือยอดขายฮวบ

...วันนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ทำไม... ยักษ์ใหญ่ แอมเวย์ ถึงสามารถรั้งจ้าว ผู้นำเครือข่ายในเมืองไทยตลอดกาล!.. คำถามนี้ คงเกิดขึ้นในความคิดของใคร หลายคนอย่างแน่นอน...ส่วนหนึ่งอาจจะ เป็นเพราะการเข้าใจและเข้าถึงความ ต้องการของผู้บริโภคที่สำคัญยังสามารถ พลิกคัมภีร์รบได้ค่อนข้างเร็ว ตาม สถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไป
ทั้งนี้ หากลองเปรียบเทียบอันดับ ยอดขายของบริษัทขายตรงในช่วงปี 2553-2555 ที่ผ่านมา พบว่า อันดับยอด ขายเริ่มที่จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็น ได้ชัด โดยทีมข่าว ตลาดวิเคราะห์ ขอแจงข้อมูลยอดขายของ 10 อันดับ บริษัทขายตรงให้ทุกท่านทราบดังนี้
สรุปอันดับยอดขายบริษัทขายตรง 10 อันดับ ประจำปี 2553 พบว่า อันดับที่ 1 แอมเวย์ ปี 2553 ปิดยอดขายอยู่ที่ 14, 370 ล้านบาท อันดับที่ 2 กิฟฟารีนปี 2553 ปิด ยอดขายอยู่ที่ 4, 912 ล้านบาท อันดับที่ 3 เอม สตาร์ ปี 2553 ปิดยอดขาย อยู่ที่ 4,901 ล้านบาท อันดับที่ 4 ซูเลียน ปี 2553 ปิดยอดขายอยู่ที่ 4, 400 ล้านบาท อันดับที่ 5 นีโอไลฟ์ ปี 2553 ปิดยอดขาย อยู่ที่ 2,700 ล้านบาท อันดับที่ 6 คังเซนฯ ปี 2553 ปิดยอดขายอยู่ที่ 2,300 ล้านบาท อันดับที่ 7 นู สกิน ปี 2553 ปิด ยอดขายอยู่ ที่ 2,000 ล้านบาท อันดับที่ 8 ยูนิซิตี้ ปี 2553 ปิดยอดขายอยู่ที่ 2,000 ล้านบาท อันดับที่ 9 จอยแอนด์คอยน์ ปี 2553 ปิด ยอดขายอยู่ที่ 1, 500 ล้านบาท และอันดับ 10 ไลฟ์ สไตลส์ ปี 2553 ปิดยอดขายอยู่ ที่ 1,500 ล้านบาท
สรุปอันดับยอดขายบริษัทขายตรง 10 อันดับ ประจำปี 2554 พบว่า อันดับที่ 1 แอมเวย์ ปี 2554 ปิดยอดขายอยู่ที่ 15,500 ล้านบาท อันดับที่ 2 ซูเลียน ปี 2554 ปิด ยอดขายอยูที่ 5,540 ล้านบาท อันดับที่ 3 กิฟฟารีน ปี 2554 ปิดยอดขาย อยู่ที่ 5,488 ล้านบาท อันดับที่ 4 เอม สตาร์ ปี 2554 ปิดยอดขายอยู่ที่ 4,203 ล้านบาท อันดับที่ 5 นีโอไลฟ์ ปี 2554 ปิดยอดขาย อยู่ที่ 3,998 ล้านบาท อันดับที่ 6 หมอเส็ง ปี 2554 ปิดยอดขายอยู่ที่ 2,500 ล้านบาท อันดับที่ 7 นู สกิน ปี 2554 ปิด ยอดขายอยู่ ที่ 2,200 ล้านบาท อันดับที่ 8 ยูนิซิตี้ ปี 2554 ปิด ยอดขายอยูที่ 2,000 ล้านบาท อันดับที่ 9 จอยแอนด์คอยน์ ปี 2554 ปิด ยอดขายอยู่ที่ 2,000 ล้านบาท และอันดับ ที่ 10 คังเซน-เคนโก ปี 2554 ปิดยอดขาย อยู่ที่ 1,822 ล้านบาท
สรุปอันดับยอดขายบริษัทขายตรง 10 อันดับ ประจำปี 2555 พบว่า อันดับที่ 1 แอมเวย์ ปี 2555 ปิดยอดขายอยู่ที่ 17,000 ล้านบาท อันดับที่ 2 ซูเลียน ปี 2555 ปิดยอดขายอยู่ที่ 7,100 ล้านบาท อันดับที่ 3 กิฟฟารีน ปี 2555 ปิดยอดขาย อยู่ที่ 6,000 ล้านบาท อันดับที่ 4 นีโอไลฟ์ ปี 2555 ปิดยอดขายอยู่ที่ 5,400 ล้านบาท อันดับที่ 5 ยูนิซิตี้ ปี 2555 ปิดยอดขายอยู่ ที่ 3,700 ล้านบาท อันดับที่ 6 เอม สตาร์ ปี 2555 ปิด ยอดขายอยู่ที่ 3,147 ล้านบาท อันดับที่ 7 หมอเส็ง ปี 2555 ปิดยอดขาย อยู่ที่ 2,700 ล้านบาท อันดับที่ 8 นู สกิน ปี 2555 ปิดยอดขายอยูที่ 2,500 ล้า นบาท อันดับที่ 9 จอยแอนด์คอยน์ ปี 2555 ปิด ยอดขายอยูที่ 2,400 ล้านบาท และอันดับ 10 คังเซน-เคนโก ปี 2555 ปิดยอดขายอยู่ ที่ 1,750 ล้านบาท

แอมเวย์ ขอรั้งจ้าวผู้นำเครือข่าย จับตาปี56หลายค่ายเร่งเครื่องชิงอันดับ

...จะเห็นได้ว่า ในช่วง ปี 2553-2555 ยอดขายของบริษัทขายตรงไทยใน 10 อันดับแรกแต่ละปี จะมีการเปลี่ยนแปลง ทุกปี เฉพาะอันดับ 2-10 เท่านั้น เห็นได้ จากในปี 2553 เจ้าตลาดเครือข่ายอันดับ 1 ยังคงเป็นในส่วนของแอมเวย์ ส่วนอันดับที่ 2 เป็นในส่วนของบริษัทกิฟฟารีน และต่อมาในปี 2554 ค่ายม้ามืดอย่าง ซูเลียน ก็มารั้งอันดับที่ 2 แทนค่าย กิฟฟารีน พร้อมกับขึ้นมาแซงค่ายเอม สตาร์อีกหนึ่งค่าย เรียกว่ายอดขายแต่ละ ค่ายขึ้นมาเบียดกันอย่างน่าตกใจเลยที เดียว
แต่ที่น่า ตกใจเป็นอย่างยิ่งคงจะ เป็นในส่วนของค่าย เอม สตาร์ ที่เรียก ว่า ออกมาสตาร์ทด้วยยอดขายดีดีอย่าง มากในช่วงปี 2553 โดยรั้งอยู่ที่อันดับ 3 แต่พอหลังจากนั้นในปี 2554 และ ปี 2555 ยอดขายของค่ายนี้ก็ตกฮวบลงอย่างน่า ตกใจพร้อมกับอันดับก็ร่วงลงมาอยู่ที่อันดับ 6 ในปี 2555...ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าคิด เช่นเดียวกันว่า ทำไมค่ายนี้ยอดขายถึงดิ่ง ลงเหวลงเรื่อย ๆ ในแต่ละปี ทั้ง ๆ ที่ในช่วง แรกค่อนข้างที่จะออกตัวแรงอย่างมากที เดียว
แต่อีกหนึ่งค่ายที่เรียกว่าน่าจับตา มองเป็นอย่างยิ่งใน ยุคนี้ พ.ศ.นี้ คงต้อง เป็นค่าย นีโอไลฟ์ ที่อันดับยอดขายเริ่ม ไต่ขึ้นมาเรื่อย ๆ ที่สำคัญ ยอดขายเติบโต ค่อนข้างเร็วอย่างมากทีเดียว ในขณะนี้ เดียวกัน อีกหนึ่งค่ายอย่าง นู สกิน ถึง แม้อันดับจะขึ้น ๆ ลง ๆ แต่สำหรับยอด ขายแล้ว ต้องบอกว่าค่ายนี้มีอัตราการ เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี
เช่นเดียวกับ ยูนิซิตี้ ที่ ทั้งอันดับและยอดขายต่างก็ ถีบตัวสูงขึ้นเป็นอันดับ จากที่ ในปี 2553 และ 2554 อยู่ ในอันดับที่ 8 มาในปี 2555 ที่ ผ่านมา สามารถรั้งขึ้นมาอยู่ที่ อันดับที่ 5 เลยทีเดียว ส่วนทาง ด้าน หมอเส็ง ถึงแม้ว่าในปี 2553 จะไม่ติดอยู่ใน 10 อันดับ บริษัทขายตรงที่มียอดขายที่ ดีแล้ว จนกระทั่งในปี 2554 สามารถติดอยู่ที่อันดับ 6 แซง บริษัทข้ามชาติอย่าง นู สกิน และ ยูนิซิตี้ ชนิดที่ว่าไม่เห็น ฝุ่นกันเลยทีเดียว
แม้กระทั่งค่าย จอย แอนด์คอยน์ เอง ในช่วงปี 2553 ที่ผ่านมา ก็เริ่มติดอยู่ใน 10 อันดับแรกด้วยเช่นกัน พร้อม กับมียอดขายเติบโตขึ้นอย่าง ต่อเนื่องจนถึงในปี 2555 นี้ ... แต่ก็มีอีกหนึ่งค่าย ที่น่าตกใจ เช่นเดียวกัน กับทั้งในเรื่องของ ยอดขายและอันดับที่ร่วงควบคู่ กันนั่นก็คือ ค่าย คังเซน-เคน โก หลังจากที่องค์กรภายใน มีการปรับเปลี่ยนผู้บริหารเกิด ขึ้น เช่นเดียวกับค่าย ไลฟ์ สไตลส์ ที่ก่อนหน้านี้ในปี 2553 ติดอยู่ในอันดับ 10 ของบริษัทที่ มียอดขายที่ดี แต่ในวันนี้พบว่า ค่ายนี้ ได้กระเด็นหลุดหนีออก จากวงโคจรนี้ ไปเป็นที่เรียบร้อย แล้ว!!

หลายค่ายปล่อยยุทธศาสตร์แรง หวังดึงยอดขายกลับคืนชีพ

...หลังจากที่ตัวเลขผล ประกอบการในปี 2555 ของแต่ ละบริษัทฯ ได้ออกมาแล้ว พบ ว่า มีทั้งค่ายที่มียอดขายเติบโต ดี และค่ายที่มียอดขายที่ถือว่า ยังไม่ตรงตามเป้าเท่าที่ควร ด้วย เหตุนี้เอง ที่ทำให้หลาย ๆ ค่าย ต่างเตรียมกลยุทธ์เพื่อที่จะช่วง ชิงความได้เปรียบและกระตุ้น ยอดขายกันตั้งแต่ต้นปี เห็นได้จาก เบอร์ 1 ใน วงการขายตรงอย่าง แอมเวย์ ก็เช่นกัน ที่ในปีนี้ ก็ออกมา ประกาศถึงยุทธศาสตร์ ที่ยังคง เน้นกลยุทธ์เดิม ด้วยการ มุ่งเน้นกิจกรรมที่ทำให้เกิด ประสิทธิผลมากที่สุด พร้อม กับการชูกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อ สุขภาพและความงาม รวมถึง การเตรียมนำเสนอไลฟ์สไตล์ โซลูชั่นสำหรับกลุ่มบุคคลในวัย และไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ ไปพร้อม ๆ กับ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่ตอบสนองความต้องการ เฉพาะกลุ่มมากยิ่งขึ้น พร้อมกับการเสริมทัพ หน้าด้วยการสื่อสารเชิงรุก ทั้ง ในเรื่องของการสร้างแบรนด์ให้ ใกล้ชิดกับผู้บริโภคผ่านการใช้ กระแสโซเชียลมีเดียมากขึ้น การเพิ่มแอมเวย์ช็อป ให้ กระจายสู่จังหวัดต่าง ๆ เพื่อ เพิ่มช่องทางให้ผู้บริโภค สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้ง่ายและสะดวกขึ้น ส่วนทางด้านค่าย ซูเลียน การทำตลาดในปีนี้ คงเน้นกลยุทธ์ซุ่มเงียบเหมือน เช่นเคย ไม่มีการออกสื่อให้ข่าว แต่อย่างใด แต่จะเป็นกลยุทธ์ ในเรื่องของการใช้การฝึกอบรม เทรนนิ่งสมาชิกเป็นหลักเสีย ส่วนใหญ่สำหรับในปีนี้ ด้าน กิฟฟารีน พบว่า ใน ปีนี้ จะเป็นการเน้นการขยาย ตลาดไปยังต่างประเทศอย่าง ต่อเนื่อง โดยในไตรมาสแรกปีนี้ จะเข้าไปเปิดตลาดในประเทศ อินโดนีเซีย ต่อจากนี้ จะไปเจาะ ตลาดประเทศเวียดนามในปี 2557 รวมถึงการรุกขยายสาขา ในภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการเตรียมตัวรองรับการ เปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ในปี 2558 พร้อมกับ เตรียมที่จะเพิ่มเนื้อหาใหม่ ๆ ใน กิฟฟารีนชาแนล เพื่อขยาย ฐานลูกค้าให้กว้างและครอบคลุม ในทุกพื้นที่
...เช่นเดียวกับค่าย นีโอ ไลฟ์ ที่ยังคงส่งเสริมการขับ เคลื่อนเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรมสินค้าโอท็อป กับทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ที่ได้ร่วมลง นาม MOU กับทางกระทรวง มหาดไทยเหมือนที่ผ่านมาเช่น เดิม รวมถึงการจัดกิจกรรม โรดโชว์ตามภูมิภาคต่าง ๆ พร้อมกับการเปิดรับสมัครการ ประกวด นีโอ สตาร์ส ตามโรง เรียนมัธยมศึกษา นอกจากนี้ ทาง นีโอไลฟ์ เอง ยังเตรียมที่จะบุก ตลาดอาเซียนมากยิ่งขึ้น ไป พร้อม ๆ กับการมองหาตลาด ใหม่ ๆ เพื่อเข้าไปขยายธุรกิจ ต่ออีกด้วย นอกจากนี้ ทางด้าน ยูนิซิตี้ ก็มีแผนงานที่สำคัญ ในปีนี้ คือ เตรียมที่จะขยาย ตลาดเพิ่มขึ้นใน 3 ประเทศด้วย กัน คือ ลาว, อินโดนีเซีย และ เวียดนาม เพื่อรองรับการเปิด ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน พร้อมกับการเปิดตัวสินค้าใหม่ อย่างต่อเนื่อง และการเน้นใน เรื่องของการอบรมเพื่อให้ผู้นำ ประสบความสำเร็จ พ่วงท้าย ด้วยกิจกรรมส่งเสริมการขาย ในการกระตุ้นยอด
...เรียกได้ว่า วันนี้การที่ จะก้าวสู่ผู้นำในตลาดขายตรง ได้นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง มีความพร้อมครบทุก ๆ ด้าน ที่ สำคัญ ต้องอ่านเกมการแข่งขัน ในแต่ละปีให้ขาดด้วย ในขณะ เดียวกัน เชื่อว่าในปีนี้ สมรภูมิ รบ ใน ธุรกิจขายตรง คงเป็น เกมที่น่าจะแข่งขันกันอย่างสนุก และตื่นเต้นอย่างแน่นอนในปีนี้ เพราะถือว่าเป็น เกมแห่ง ศักดิ์ศรี เลยก็ว่าได้ เพราะวันนี้ หากค่ายไหนเสียหลักพลาดท่า เมื่อไหร่...เชื่อว่า อันดับยอด ขาย ก็คงต้องมีการเปลี่ยนแปลง เหมือนเช่นปีที่ผ่าน ๆ มาอย่าง แน่นอน!!...ไม่เชื่อคอยดู




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 340 ประจำวันที่ 16-31 มีนาคม 2556

วันพุธที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2556

ข่าวเอมสตาร์ (Aimstar Network) : อย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง...เพื่ออนาคต แต่จงกลัว...อนาคตที่จะไม่เปลี่ยนแปลง ธเนศ ลีลาภรณ์ นักธุรกิจเอมสตาร์ระดับทริปเปิ้ลไดมอนด์สตาร์









อนาคตที่ดีเริ่มต้นที่เอมสตาร์


อนาคตเป็นสิ่งที่คาดการณ์ไม่ได้เคยได้ยินไหมครับที่เขาบอกว่าอนาคตอีก 3-5 ปี ชีวิตเราจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับ 3 สิ่ง คือ 1.หนังสือที่อ่าน 2.เพื่อนที่คบ 3.สังคมที่อยู่ ผมเชื่อว่าตอนนี้ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากมีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ขณะที่คุณกำลังอ่านบทความนี้อยู่คุณทำได้แล้ว 1 ใน 3 ข้อแล้วอย่างน้อยคุณเป็นคนส่วนน้อยในสังคมที่อ่านหนังสือเกี่ยวกับการสรางงานสร้างอาชีพ ไม่ใช่อ่านหนังสือเพื่อคความบันเทิงเพียงอย่างเดียว อ่านบทความนี้ให้จบแล้วลองทำอีก2ข้อ คือ หาเพื่อนที่เป็นกัลยาณมิตรที่เขาจะนำพาโอกาสดีๆในชีวิตมามอบให้คุณและนำพาคุณไปสู่กิจกรรมหรือสังคมในการสร้างชีวิตของคุณ ดังเช่นผมเมื่อ 5 ปีก่อนนิตยสารที่ชื่อว่า วันเวิลด์ ของ ธุรกิจเอมสตาร์ ฉบับเดือนมกราคม 2550 ที่มีเรื่องราวความสำเร็จของ ภก.ธนะสิทธิ์ พรสิริกุลนันท์ ได้นำพาผมเข้ามาสังคมที่ดี สังคมในธุรกิจเครือข่ายที่ชื่อเอมสตาร์ จากวันนั้นจนถึงวันนี้ 5 ปีชีวิตผมก็เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นทั้งครอบครัว ต้องขอบคุณ ภก.ธนะสิทธิ์ และสังคมเอมสตาร์


เพราะฝันของฉันใหญ่พอ...ที่จะทำได้ทุกวัน


ตลอดระยะเวลา 5 ปีในธุรกิจนี้ ผมเริ่มต้นธุรกิจจากบ้านเกิดคือที่อำเภอหาดใหญ่ จากเดือนแรกมีกลุ่มเล็กๆ 10 กว่าคน มีรายได้ 6,000 บาทต่อเดือนและค่อยๆเริ่มขยายธุรกิจมาที่กรุงเทพฯ จน เวลาผ่านมา 1 ปีมีองค์กร 1,000 กว่าคน และมีรายได้ 100,000 บาท ปีที่ 2 เริ่มขยายธุรกิจตามภาคต่างๆ อาทิ เชียงใหม่ โคราช ภูเก็ต ทำให้รายได้เพิ่มขึ้นเป็น 500,000 บาท เข้าปีที่ 3 ผมได้พัฒนาวิธีการ และระบบการขยายธุรกิจให้เรียนรู้และลอกเรียนแบบได้ง่ายขึ้น จนทำให้กลุ่มเติบโตมากขึ้น เพียง 36 เดือนในธุรกิจนี้ผมก็สามารถมีรายได้มากกว่า 1,000,000 บาทต่อเดือน ผ่านมา 5 ปี กว่า ผมรับรายได้รวมทั้งหมดจากธุรกิจเอมสตาร์ 60 ล้านบาท และมีเครือข่ายอยู่ในองค์กรมากกว่า 100,000 คนทั่วประเทศ ปัจจุบันผมได้ใช้ชีวิตตามความฝันและทำธุรกิจควบคู่กันด้วยความสุข พร้อมๆกับได้เห็นเพื่อนๆประสบความสำเร็จเพิ่มขึ้นๆในทุกๆเดือนๆ


ชีวิตจะไม่ไปไหน...หากเป็นคนฝันใหญ่แต่ทำอะไรแบบเดิมๆ


ขยันผิดที่ 10 ปีก็ไม่รวย ขยันถูกที่ปีเดียวก็รวยได้ คำพูดนี้จริงเสมอ หากเปรียบเทียบการใช้เวลาในการทำอะไรสักอย่างในเวลาที่เท่ากัน 5 ปีก่อนที่ผมจะมาทำธุรกิจเอมสตาร์ ผมได้ทำธุรกิจเครือข่ายบริษัทแห่งหนึ่งอยู่ 5 ปี ผลลัพธ์คือ


ผมมีรายได้เดือนละ 50,000 บาท มีองค์กรอยู่แค่ 500 คน มีทีมงานเพียง 2 คนที่มีรายได้เกิน 10,000 บาท มีบางคนเคยมีรายได้แต่สุดท้ายก็เลิกทำเพราะรายได้ที่ไม่มั่นคงแน่นอน ส่วนตัวผมได้ท่องเที่ยวต่างประเทศเพียงคนเดียว 5 ครั้ง ไม่เคยมีใครในทีมงานของผมได้ไปเที่ยวกับผมเลย


แต่ 5 ปีในธุรกิจเอมสตาร์ของผม ผมมีรายได้เดือนละมากกว่า 1 ล้านบาท มีองค์กรธุรกิจมากกว่า 100,000 คน มีทีมงานมากกว่า 100 คนที่มีรายได้มากกว่า 100,000 บาทต่อเดือน ได้ท่องเที่ยวต่างประเทศมากกว่า 20 ครั้ง และมีทีมงานมากกว่า 300 คน ที่ได้ไปท่องเที่ยวด้วยกันกับเอมสตาร์ ผมว่าผมโชคดีที่ตัดสินใจ กล้าเปลี่ยน โดยไม่เสียดายเวลา 5 ปี ที่สูญเสียไปในธุรกิจเครือข่ายเดิม จึงทำให้ผมได้ชีวิตใหม่ที่ดีกว่า กับชีวิตที่เหลืออยู่อีกตั้ง 40-50 ปีนับต่อจากนี้ไป และทำให้ผมได้เข้าใจกับคำว่า ความสามารถหากปราศจากซึ่งโอกาสก็ไร้ความหมาย นั้นเป็นเช่นไร


ข้อแตกต่างของ 2 ธุรกิจ คือแผนรายได้ที่สร้างความเป็นไปได้ที่แตกต่างกัน บางคนอาจบอกว่าเอมสตาร์ไม่มั่นคง ผมกลับมองว่า อย่าถามหาความมั่นคงในธุรกิจนี้ หากเรายังไม่สามารถช่วยให้คนที่ตามมาประสบความสำเร็จ และมีรายได้ตามที่เขาต้องการต่างหาก ดังนั้นวันนี้เราอย่าหลอกตัวเองว่า เรากำลังมั่นคงเพียงเพราะอยู่ในบริษัทที่มั่นคง เราควรดูที่องค์กรของเราต่างหากว่ามีความมั่นคงหรือไม่


วิถีชีวิตเหนือระดับ...ที่สัมผัสได้


ธุรกิจนี้อาจไม่ใช่งานในฝนของใครหลายๆคน แต่ความฝันของหลายๆคนเป็นจริงได้ในธุรกิจนี้ วันนี้ต้องบอกว่าสิ่งที่ผมได้จากธุรกิจเอมสตาร์นี้ มากกว่าสิ่งที่ผมเคยฝันไว้จริงๆเสียอีก ผมได้รถในฝันเป็นของตัวเองคือ BMW Z4 ปีต่อมาน้องชายผม ก็ประสบความสำเร็จในธุรกิจเอมสตาร์ สามารถซื้อ Audi TTs ได้อีก 1 คัน ถัดมาอีก 2 ปี ผมก็ซื้อเมอร์ซิเดสเบนซ์ Benz CLS ให้คุณพ่อและคุณแม่ไว้ใช้อีก 1 คัน และสำหรับคนบ้ากีฬาฟุตบอลอย่างผม ทำให้ในเดือนกรกฎาคม 2010 รายการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศแอฟริกาใต้ ผมก็ได้เดินทางไปเชียร์ถึงสนามแข่งจริงๆและในเดือนตุลาคม 2012 ฟุตบอล Premier League ที่ประเทศอังกฤษ ผมก็ได้ไปเชียร์ ถึงสนามการแข่งขันอีกเช่นกัน ทุกครั้งที่ผมไม่ได้อยู่ในเมืองไทย ไม่ว่าจะเดินทางไป 5 วัน 10 วัน หรือ 20 วันแต่เมื่อกลับมา รายได้จากธุรกิจเอมสตาร์ของผมก็ยังมากกว่า 1 ล้านบาทต่อเดือนทุกๆเดือน จนวันนี้ผมมีทั้งอิสรภาพทั้งการเงินและเวลา ผมได้เป็นเจ้าของชีวิตของผมจริงๆ


โชคดีส่งต่อได้ไม่รู้จบ


เคล็ดลับที่ไม่ลับในความสำเร็จของผม คือตลอด 5 ปี ผมคิดตลอดเวลาว่าจะทำอย่างไรให้คนที่มีความฝันสามารถประสบความสำเร็จในธุรกิจเอมสตาร์ เปลี่ยนความฝันให้กลายเป็นความจริงมากที่สุด ผมจึงให้ความสำคัญกับระบบการเรียนรู้เป็นอันดับหนึ่งเสมอและด้วยสโลแกนนี้มักใช้เป็นแนวทางในการส่งมอบโอกาสที่ดีของธุรกิจเอมสตาร์ให้กับทุกๆคนก็คือ ใครเจอเราคนนั้นโชคดี รอยยิ้ม มิตรภาพ และ กำลังใจที่เราต่างส่งมอบให้กัน และความตั้งที่เราผมก็พยายามอย่างเต็มที่ต่อการสร้างคุณค่าที่ยิ่งใหญ่ในธุรกิจเอมสตาร์ คือ การส่งความโชคดี ให้เก่ชีวิตของทุกๆคนด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างธุรกิจเอมสตาร์อย่างต่อเนื่องในเดือนธันวาคม 2555 นี้ ผมก็ได้ก้าวสู่ตำแหน่ง นักธุรกิจเอมสตาร์ระดับทริปเบิ้ลไดมอนด์สตาร์


สุดท้ายนี้ ผมขอฝากถึงทุกๆตนเราอาจจะไม่เคยเจอหน้ากันเลย แต่เรากำลังคุยกันผ่านตัวหนังสือเหล่านี้ ในขณะที่คุณได้อ่านบทความนี้ ผมอยากส่งกำลังใจให้คุณนะครับ และขอให้คุณตั้งใจนะครับที่คุณอาจจะต้องตัดสินใจบางสิ่งบางอย่าง เพราะนี่อาจเป็นความพยายามครั้งสำคัญที่สุดในการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคุณก็ได้ ผมขอย้ำอีกครั้งว่าธุรกิจเอมสตาร์คือธุรกิจที่เปลี่ยนชีวิตของผม ชีวิตของทุกคนในครอบครัวของผม และทุกชีวิตในองค์กรธุรกิจของผมและของเอมสตาร์โดยรวมเช่นกัน ขอให้คุณพบโชคดีที่คุณสร้างด้วยตัวคุณเองและส่งต่อไปให้คนที่คุณรักต่อไปนะครับ


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพธุรกิจเครือข่าย ประจำวันที่16-31มกราคม 2556 ฉบับที่ 244

วันพฤหัสบดีที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2556

ข่าวเอมสตาร์ (Aimstar Network) : เอมสตาร์...ส่งมอบความสำเร็จ เป็นทีม ภก.ธนะสิทธิ์ พรสิริกุลนันท์ ธัณย์ชยา พัชรกุลไพสิฐ นักธุรกิจเอมสตาร์ระดับทริปเปิ้ลไดมอนด์สตาร์









เอมสตาร์ โอกาสก้าวสำคัญของชีวิต


ภก.ธนะสิทธิ์ พรสิริกุลนันท์เดิมเป็นชาวจังหวัดสมุทรสงคราม จบการศึกษาจากคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลังจากจบการศึกษาได้รับราชการเป็นเภสัชกรประจำสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เมื่อปี 2547 ในตอนนั้นรับเงินเดือนเพียงแค่ 7,960 บาท ทำให้ ภก.ธนะสิทธิ์ มองหาโอกาสและช่องทางที่จะสร้างรายได้เพิ่มโดยที่คิดว่าอยากจะเปิดร้านขายยาเป็นของตัวเอง


แต่เนื่องจากไม่มีเงินลงทุนในการเปิดจึงมองหาวิธีในการสร้างรายได้เพื่อเป็นทุนในการเปิดร้านขายยา และในขณะนั้นก็ได้รับการแนะนำให้มารู้จักกับธุรกิจเอมสตาร์ ซึ่งเบื้องต้นคิดว่าจะหาเงินสักก้อนไปเป็นทุนในการเปิดร้านขายยาเนื่องจากธุรกิจเอมสตาร์ลงทุนน้อย แค่สมัครเพียง 300 บาท และใช้ความขยันส่วนตัวเพื่อสร้างรายได้โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลา วุฒิการศึกษา หรืออายุจึงได้ตัดสินใจคว้าโอกาสนี้ไว้ แล้วเริ่มทำธุรกิจเอมสตาร์อย่างจริงจัง


คุณธัณย์ชยา พัชรกุลไพสิฐ เป็นชาวเชียงใหม่โดยกำเนิด จบการศึกษาจากคณะบัญชีและการเงินการธนาคาร จากมหาวิทยาลัยพายัพ และเข้าทำงานประจำในสำนักงานบัญชีแห่งหนึ่งในเมืองเชียงใหม่ แต่ด้วยความฝันอยากมีสำนักงานบัญชีเป็นของตัวเอง จึงได้รู้จักธุรกิจเอมสตาร์จาก ภก.ธนะสิทธิ์ พรสิริกุลนันท์ และเมื่อเข้ามาศึกษาก็เห็นโอกาสของธุรกิจเอมสตาร์ ด้วยโครงสร้างธุรกิจที่ลงทุนน้อย ผลตอบแทนสูง ไม่มีความเสี่ยง ต่างจากธุรกิจอื่นๆ ที่เคยดูแลทางด้านบัญชีมาก่อน ที่ต้องลงทุนสูง ความเสี่ยงสูง ยุ่งยากเรื่องลูกจ้างและยังมีปัญหาต่างๆ อีกมากมาย จึงตัดสินใจทำธุรกิจเอมสตาร์อย่างจริงจังร่วมกัน


เอมสตาร์ กับระบบสู่ความสำเร็จ


แม้ว่า ภก.ธนะสิทธิ์ จะไม่เคยมีความรู้เกี่ยวกับธุรกิจเครือข่ายมาก่อน แต่ก็มีความตั้งใจที่จะประสบความสำเร็จในธุรกิจเอมสตาร์ และพบว่า เอมสตาร์ไม่ใช่เพียงแค่เปิดบริษัทขึ้นมาเท่านั้น แต่ยังมีระบบการเรียนรู้ที่สามารถสนับสนุนความเข้าใจในการสร้างธุรกิจเอมสตาร์ให้แก่นักธุรกิจเอมสตาร์อีกด้วย เอมสตาร์มรคอร์สการเรียนรู้ ที่ถ่ายถอดแนวคิดการสร้างธุรกิจเอมสตาร์อย่างถูกต้องและมั่นคง เช่น คอร์ส The Winner,Ruby Star Forurm Meeting,Diamond Star Forum Meeting และอื่นๆอีกมากมายอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทั้งสองได้เรียนรู้และลงมือทำอย่างจริงจัง


เอมสตาร์ ส่งมอบความสำเร็จ เป็นทีม


ทั้งสองใช้เวลาเพียง5เดือนก็สามารถประสบความสำเร็จเป็นนักธุรกิจเอมสตาร์ระดับรูบี้สตาร์ ที่มีรายได้มากกว่า 100,000 บาทต่อเดือน ซึ่งในความเป็นจริงไม่ว่าเราจะทำงานประจำหรือทำธุรกิจส่วนตัว ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะมีรายได้มากกว่า 100,000 บาท ภายในระยะเวลาเพียง 5 เดือนด้วย ศักยภาพของนักธุรกิจเอมสตาร์ที่ไร้ขีดจำกัด ภายในเดือนที่ 13 ทั้งสองสามารถมีรายได้มากกว่า 1,000,000 บาทต่อเดือนจากธุรกิจเอมสตาร์และธุรกิจก็ยังเติบโตต่อเนื่อง และประสบความสำเร็จมากขึ้น ทีมงานที่เข้ามาร่วมธุรกิจก็ยิ่งประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้นไป เริ่มจากที่ทั้งสองมีรายได้หลักล้านบาทต่อเดือน แต่ในปัจจุบันองค์กรธุรกิจเอมสตาร์ของทั้งสองได้มีนักธุรกิจเอมสตาร์ที่ประสบความสำเร็จมีรายได้หลักล้านบาทต่อเดือน เพิ่มขึ้นรวมถึง 5 รหัส และและมีเพื่อนๆ อีก 60 กว่ารหัสที่มีรายได้มากกว่า 300,000 บาท ต่อเดือน ถ้านับรายได้เดือนละ 100,000 บาท ก็มีมากกว่า 400 รหัส


ทั้งสองกล่าวว่า...ในเวลาเพียง 6 ปีกว่ากับเอมสตาร์ เราไม่ได้สำเร็จคนเดียว ซึ่งแตกต่างกับการเปิดธุรกิจส่วนตัวแล้วประสบความสำเร็จเพียงตัวเราคนเดียว แต่ความสำเร็จในเอมสตาร์คือการส่งมอบโอกาส และดูแลกันจนเพื่อนๆ ของเราประสบความสำเร็จ เราจึงประสบความสำเร็จ นับเป็นธุรกิจที่สวยงามและมีคุณค่าอย่างยิ่ง เราคงไม่มีโอกาสรู้ถึงความสวยงามในธุรกิจนี้หากวันแรกเราไม่เปิดโอกาสให้ตัวเองได้รู้จักกับเอมสตาร์จริงๆ


เอมสตาร์ โอกาสสู่การท่องโลกกว้างอย่างมีระดับ


ไม่เพียงแค่นี้ เราทั้งสองยังมีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลกกับเอมสตาร์กว่า 30 ประเทศ ฟรีๆ และเอมสตาร์ได้ให้การรับรองนักธุรกิจเอมสตาร์ที่ประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยม และประทับใจ เราเดินทางด้วยเครื่องบินชั้น Business Class กับโรงแรมระดับ 5 ดาว ขึ้นไป ด้วยห้องพักพิเศษระดับผู้นำ เรามีโอกาสได้สัมผัสประสบการณ์พิเศษในชีวิต ทุก ๆ ครั้งที่เดินทางท่องโลกกว้างกับเอมสตาร์ เช่น ขึ้นเครื่องบินส่วนตัว ได้นั่งเฮลิคอปเตอร์ มีรถลีมูซีนคันยาวมารับรองการเดินทาง มีรถคลาสสิคมารับไปช้อปปิ้ง เป็นต้น ในการเดินทางท่องเที่ยวกับเอมสตาร์ ถือเป็นประสบการณ์ชีวิตที่ทรงคุณค่า และเรายังสามารถพาคุณแม่ไปเที่ยวกับเอมสตาร์ได้อีกด้วย


เอมสตาร์กับรางวัลชีวิต


รางวัลชีวิตที่เราได้รับจากการลงมือทำธุรกิจเอมสตาร์อย่างจริงจัง วันนี้เรามีรถในฝัน ที่ไม่ใช่เป็นเพียงแค่รถในฝัน เรามีรถ Mercedes Benz 3 คัน ที่เราได้รับจากการทำเอมสตาร์ มีบ้านหลังใหม่ และมีคอนโดหรูใจกลางเมืองที่เราสามารถเลือกได้ว่าจะอยู่ที่ไหน ในวันไหนที่เราสะดวก


ยิ่งกว่านั้นเพื่อนๆ คณะเภสัชศาสตร์ที่ร่ำเรียนมาด้วยกัน จนเราชวนมาทำธุรกิจเอมสตาร์ ก็สามารถพลิกชีวิต มีบ้านหลังใหม่ มีรถคันใหม่ จนหลายๆคนก็สามารถปลดหนี้สินเก่าๆ ที่เคยมีมาก่อนให้หมดสิ้นไปได้และชีวิตวันนี้ก็เต็มไปด้วยความสุข ทุกคนใช้เครื่องมือที่เรียกว่า ธุรกิจเอมสตาร์ เป็นความสวยงามของธุรกิจที่คนส่วนใหญ่อาจจะยังไม่รู้ว่า เอมสตาร์... ธุรกิจเดียวสามารถพลิกชีวิตของเราและเพื่อนๆของเราได้พร้อมๆกันและยังทำให้เพื่อนๆที่ไม่ค่อยได้เจอกันหลังเรียนจบ เพราะมัวแต่ทำงานหาเงินกัน กลับมาเจอกัน พบปะสังสรรค์กันได้ในทุกๆวันเรียกว่าทุกวันคือวันศุกร์ วันที่ทุกคนมักรอคอย แต่วันนี้เราไม่ต้องรอคอยอีกต่อไปพวกเรามีอิสรภาพทางการเงินและเวลา เรามีเพท่อนใหม่ ที่รู้จักกันในเอมสตาร์ พวกเรามีวิถีชีวิตที่พิเศษกว่าคนอื่น พวกเราสามารถไปเลือกซื้อรถยุโรปด้วยกัน พวกเราไปเลือกซื้อบ้านและคอนโดด้วยกัน จากรายได้ที่เราได้รับจากธุรกิจเอมสตาร์ในเวลาเพียง1-3 ปี พวกเราสามารถตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ คนที่เรารัก ทุกครั้งที่กลับบ้านเราให้เงินพ่อแม่ เรามีเวลาให้พ่อแม่ ไม่ใช่ขอเงินพ่อแม่แล้วเอาเวลาไปใช้เพื่อความสุขส่วนตัว


ขอขอบคุณ ทญ. ลพา วัชรศรีโรจน์ ประธานผู้ก่อตั้งบริษัท เอม สตาร์ เน็ทเวิร์ค จำกัด ขอบคุณ นพ. พนินทร์ ชนเลอเกียรติ์ กรรมการผู้จัดการ ที่ไม่ใช่เป็นเพียงผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร แต่ท่านทั้งสองยังเป็นครูผู้ประสิทธ์ประสาทวิชาการสร้างชีวิตด้วยธุรกิจเอมสตาร์ให้เราและเพื่อนๆ ทีมงานของเราประสบความสำเร็จพลิกหน้าประวัติศาสตร์ชีวิตของเรา ให้มีแต่ความสุขความสำเร็จ ความมั่นคงและรอยยิ้มเป้าหมายต่อไปคือการเป็นนักธุรกิจเอมสตาร์ระดับ Crown Diamond Star และแบ่งปันโอกาสนี้ไปยังผู้คนทั้งใน AEC และต่างประเทศที่เอมสตาร์ไปดำเนินธุรกิจ เราชื่อว่าเอมสตาร์จะส่งมอบความสุข ความสำเร็จให้ผู้คนได้ทั่วโลก




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพธุรกิจเครือข่าย ประจำวันที่16-31ธันวาคม 2555 ปักษ์หลัง ฉบับที่ 242

วันอาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2555

คุณ สุไลมาน ดาดา นักธุรกิจเอมสตาร์ (Aim Star) ระดับ ดับเบิ้ลไดมอนด์สตาร์ (Double Diamond Star)


ชีวิตเดิมก่อนเข้าสู่ธุรกิจเครือข่าย


ก่อนเข้ามาทำธุรกิจกับ เอมสตาร์ เป็นคนหาดใหญ่โดยกำเนิดจบปริญญาตรีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สาขา วิทยาการจัดการ คอมพิวเตอร์ธุรกิจ ที่หาดใหญ่ มีพี่น้องทั้งหมด 4 คน เป็นลูกชายคนโตเมื่อเรียนจบก็มุ่งหน้าเข้าสู่ธุรกิจเครือข่ายเลยเพราะมองว่าเป็นธุรกิจที่มีลิขสิทธิ์และมีความมั่นคงโดยเฉพาะธุรกิจเอมสตาร์ และคนในครอบครัวของผมก็ทำธุรกิจเอมสตาร์กันทุกคน


จุดเริ่มต้นการทำธุรกิจเอมสตาร์


โดยส่วนตัวแล้วเป็นคนมีฝันและเป็นคนมีเป้าหมาย เข้ามาทำธุรกิจเน็ตเวิร์คตั้งแต่ ปี 47 หลังจากเรียนจบเจอกับธุรกิจเอมสตาร์ ในครั้งแรก ปี 2551 รู้สึกได้เลยและมีความประทับใจในหลายๆส่วนของบริษัท โดยมีคุณ ณัฐพงชัย อักษรสิทธิ์ เป็นผู้ที่เปิดโอกาสเข้าสู่ธุรกิจเอมสตาร์ โดยมีการบอกเล่าถึงเรื่องราวมากมายของบริษัทแต่จุดเปิดใจครั้งสำคัญของผมจริงๆ ก็คือได้อ่านหนังสือพิมพ์ เส้นทางนักขาย-ธุรกิจเครือข่าย เป็นงาน เอ็กซ์โปคอนเวนชั่น จัดขึ้นที่เซ็นทรัลเวิลด์ ก็เลยมีโอกาสไปดูงานก็มีความรู้สึกว่าลักษณะงานของ เอมสตาร์ เป็นเครือข่ายผู้บริโภค


จุดเปิดใจครั้งนั้นก็เลยได้รู้ว่าเป็นบริษัทที่ดีและได้ตัดสินใจเข้ามาทำเป็นบริษัทที่มีวัฒนธรรมและองค์กรของการเรียนรู้และได้พบกับผู้บริหาร ทญ. ลพา วัชรศรีโรจน์ ประธานผู้ก่อตั้งบริษัท ต้องบอกเลยว่ามีความประทับใจโดยส่วนตัวมาก เพราะท่านคือคนที่แบ่งปันเราเป็นพาร์ทเนอร์ของบริษัท ก็มีความรู้สึกว่าถ้าเราเป็นนักธุรกิจ เอม สตาร์ สิ่งที่ดีที่สุดถ้าเราเป็นผู้นำคนหนึ่งที่ต้องการแบ่งปันโอกาสไปสู่ผู้คนให้มากที่สุด


ความยากง่ายก่อนเข้าสู่ธุรกิจ


ณ จุดเริ่มต้นที่เข้ามาเริ่มต้นกับธุรกิจ เอม สตาร์ เริ่มจากการที่ต้องใช้สินค้าด้วยตัวเองเพื่อได้รู้ถึงประสิทธิภาพของสินค้าเพื่อให้ตัวเองเป็นผลิตผลของผลิตภัณฑ์เพื่อที่จะได้ง่ายต่อการชักชวนคนและบอกต่อ จุดที่สำคัญที่สุดคือการเปิดใจในการใช้สินค้าและต้องเปิดใจในการเรียนรู้ระบบธุรกิจโดยส่วนตัวแล้วเป็นคนที่ชอบเรียนรู้อยู่แล้วจึงทำให้เข้ากับระบบของเอมสตาร์ ได้ง่ายขึ้น และก็เริ่มต้นจากการชักชวนคนใกล้ตัวเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ประสบความสำเร็จ จุดมุมมองของผมคือการเพิ่มความเชื่อจากการใช้สินค้าก่อน เริ่มต้นธุรกิจจากคนใกล้ตัวแล้วนำคนสู่การเรียนรู้คอร์ส เดอะวินเนอร์ ซึ่งเป็นแกนใหญ่ของบริษัทซึ่งจัดขึ้นเดือนละ 1 ครั้งที่อิมแพคอารีนาเมืองทองธานี เป็นการตอบโจทย์แบบฟังก์ชั่นการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพและการมีสินค้าที่หลากหลายของบริษัทที่ใช้ในชีวิตประจำวันทำให้ทุกคนประสบความสำเร็จ


จุดแข็งคือ ลิขสิทธิ์กับเอมสตาร์


จุดแข็งของเอมสตาร์น่าจะเป็นเรื่องของความลงตัวทางธุรกิจ เพราะเครือข่าย ผู้บริโภคมีการซื้อซ้ำ ผมมองว่าเป็นลิขสิทธิ์กับธุรกิจเอมสตาร์ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่เป็น ฟ้อนไลน์เอ็นนีเวชั่น และก็วัฒนธรรมองค์กรแห่งการเรียนรู้ ถ้าเปรียบเทียบเป็นผมในอดีตความเข้าใจในธุรกิจเราไม่ได้ดีมาก เราจะเข้าใจว่าการทำธุรกิจคือ การขาย


การแบ่งปันความรักในโลกธุรกิจ


การเรียนรู้เป็นสิ่งที่สำคัญ แต่ ความสามารถในการเรียนรู้ จะสุดยอดมากกว่า เพราะความสามารถในการเรียนรู้ จะมีได้ไม่เท่ากัน ทำให้เราต้องเรียนรู้ตลอดเวลาเรียนรู้จนต้องหล่อหลอมตัวเองหล่อหลอมหัวใจ ในตอนแรกเราก็ไม่ได้มีความรักอะไรเยอะแยะมากมายขนาดนั้น แต่เมื่อทำไปเรื่อยๆ การแบ่งปันความรักก็จะเกิดขึ้นความเข้าใจผู้คนก็จะมากขึ้น เพราะเรามีองค์กรขนาดใหญ่ คนมีหลากหลายแต่ความรักที่เกิดขึ้นจะได้อยู่ระยะยาว


สิ่งที่ได้จากธุรกิจเอมสตาร์


หลังจากทำธุรกิจเครือข่าย เอมสตาร์ เป็นเวลา 4 ปี ได้ขึ้นตำแหน่งนักธุรกิจเอมสตาร์ ระดับดับเบิ้ลไดมอนด์สตาร์ มีสมาชิกภายในองค์กรกว่า 2 แสนคน ที่มีความมั่นคนในธุรกิจเครือข่ายเอมสตาร์ และมีรายได้กว่า 1.7 ล้านบาทต่อเดือน มีที่ดินเป็นของตัวเอง 400 ไร่ และก็ปลูกสวนยางด้วย ได้ซื้อรถเป็นของรางวัลให้กับตัวเอง 3 คัน มีเบนซ์ อีคูเป้ ราคา 5.2 ล้านบาท บีเอ็มดับเบิ้ลยู ซีรี่ 7 ราคา 9.4 ล้านบาท และธันวาคมนี้จะถอยลัมโบร์กินี่ ราคา 24 ล้านบาท


อุปสรรคในธุรกิจเครือข่าย


ช่วงแรกๆการเปิดโอกาสคนเข้ามาร่วมเครือข่ายก็มีการปฏิเสธบ้าง แต่เรามองว่ามันไม่ใช่อุปสรรคเพราะถ้ามองว่าเป็นอุปสรรคมันจะทำให้เราอยุ่ไม่ได้และท้อถอยแต่ผมมองว่า เป็นธรรมชาติทางธุรกิจมากกว่า เพราะการชักชวนคนย่อมมีการถูกปฏิเสธอยู่แล้ว


มองแนวโน้มธุรกิจขายตรง


ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเป็นเจ้าของธุรกิจเครือข่ายเป็นของตัวเองเครือข่ายที่ดีที่สุดคือ เครือข่ายจากคนรอบตัว จากคนที่เรารัก เช่น ประเทศเพื่อนบ้านเรา อาทิ ประเทศมาเลเซีย เท่าที่ผมเคยมีประสบการณ์และได้คุย เขาจะทำธุรกิจขายตรงกันเกือบทุกครอบครัว


ขอบคุณทิ้งท้าย


สุดท้ายอยากขอขอบคุณ ตัวเองที่มีความตั้งใจในการทำงานอย่างจริงจังขอบคุณผู้เปิดโอกาสส คุณ ณัฐพงชัย อักษรสิทธิ์ ที่เปิดโอกาสให้รู้จักกับ ธุรกิจเอ็มสตาร์ และขอบคุณ ทญ. ลพา วัชรศรีโรจน์ ประธานผู้ก่อตั้งบริษัทที่เปิดแนวคิดในการแบ่งปันและก่อตั้งบริษัทที่มีแต่ความแบ่งปันขอขอบคุณ นพ. พนินทร์ ชนเลอเกียรติ์ กรรมการผู้จัดการ เป็นผู้ที่หล่อหลอมแนวคิดให้จนประสบความสำเร็จทุกวันนี้ และ ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนและเครือข่ายทุกคนที่ร่วมฝ่าฟันกันจนถึงทุกวันนี้ ขอบคุณ ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกใบนี้


ธุรกิจ เอม สตาร์ จะประสบความสำเร็จได้นั้นต้องเป็นคนที่รู้จักแบ่งปันความรักให้กับคนทุกคนจึงจะพบกับความสำเร็จในชีวิตและประสบความสำเร็จในธุรกิจ เอม สตาร์


อ้างอิง : นสพ. ธุรกิจเครือข่าย


 


คุณ สุไลมาน ดาดา



คุณ สุไลมาน ดาดา กับ เส้นทางนักขาย


ข่าวเอมสตาร์ (Aimstar Network) : พิธีเปิดสำนักงานแห่งใหม่ บริษัท เอม สตาร์ เน็ทเวิร์ค (กัมพูชา) จำกัด (Aimstar Cambodia)

วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

บิ๊กเนมขายตรง (นีโอไลฟ์,แอมเวย์,กิฟฟารีน,เอม สตาร์) ฉีกตำรารุกครึ่งปีหลังบุกสื่อ ทุกช่องทาง

บิ๊กเนมขายตรง (นีโอไลฟ์,แอมเวย์,กิฟฟารีน,เอม สตาร์) ฉีกตำรารุกครึ่งปีหลัง
บุกสื่อ ทุกช่องทาง



ครึ่งปีแรกผ่าน ค่ายบิ๊กเนมกอดคอโตตามเป้า เป็นผลจากการเร่งเครื่องหวั่นปัญหา น้องน้ำ ทำพิษ
นีโอไลฟ์-Neolife ยอดขายขยายตัวกว่า 20% พุ่งเป้า AEC เต็มกำลัง
แอมเวย์-Amway Thailand โต 7% เน้นจับลูกค้าวัยรุ่นต่อเนื่อง
กิฟฟารีน-Giffarine รายรับเพิ่มไม่น้อยหน้า 7% เปิดช่องดาวเทียมช่วยสมาชิกล่านักขายหน้าใหม่
เอม สตาร์-Aimstar บอกโตตามเป้า ทำตลาดค่อยเป็นค่อยไปเลิกพูดถึงเป้าหมื่นล้าน

วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ข่าว เอมสตาร์ (Aimstar) : ยืนยันไม่ปรับราคาตามกระแส อัดเทรนนิ่ง-เปิดตัวสินค้ารุกตลาดผู้ชายในครึ่งปีหลัง


ทญ.ลพา วัชรศรีโรจน์ บิ๊กบอสเอมสตาร์ ยันไม่ตื่นตระหนกกับวิกฤติน้ำท่วม และ มาตรการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำของรัฐย้ำชัดไม่กระทบกำไรบริษัท เพราะสั่งผลิตสินค้าปริมาณสูง เดินเครื่องตามแผนรุกเทรนนิ่งหวังฉีดวัคซีนเสริมภูมินักธุรกิจทั้งเก่าและใหม่ให้เป็นทิศทางเดียวกัน พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ รุกตลาดผู้ชายส่ง แอสนี่ ไนท์ ดีเฟ้นซ์ นำร่องเขย่าตลาด


ทญ.ลพา วัชรศรีโรจน์ ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท เอม สตาร์ เน็ทเวิร์ค จำกัด เปิดเผยถึงความเคลื่อนไหวของบริษัทในภาคธุรกิจต่างๆ ได้เริ่มปรับราคาสินค้าขึ้นตามมาตรการปรับค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาท ต่อวันและผลกระทบจากอุทกภัยเมื่อปลายปีที่ผ่านมาบ้างแล้วก็ตาม ทั้งนี่เนื่องจากว่าโรงงานที่ผลิตสินค้าให้กับเอมสตาร์รอดพ้นจากภัยพิบัติในครั้งนั้น และอีกปัจจัยสำคัญคือ เอมสตาร์ผลิตสินค้าในปริมาณที่สูงจึสมดุลกับราคาในขณะนี้ทำให้ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด และบริษัทไม่ต้องการผลักภาระให้กับผู้บริโภคและสมาชิกเป็นผู้แบกรับ


เรามองว่าในวันนี้บริษัทอาจจะแบกรับในเรื่องของต้นทุนไว้เอง เราต้องการให้สมาชิกใช้สินค้าที่ดีมีคุณภาพ และมีความสุขกับการทำธุรกิจเอมสตาร์ เพราะเราเชื่อว่าสินค้าสามารถเปลี่ยนชีวิตของผู้คนได้ เปลี่ยนจากรายจ่ายให้เป็นรายได้และเกิดการต่อยอดเครือข่ายผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น


ส่วนทางด้านแผนการตลาดในครึ่งปีหลังนี้ ทญ.ลพา ยังคงมุ่งเน้นในเรื่องขององค์ความรู้ทางด้านธุรกิจเช่นเดิม โดยย้ำว่า การที่บริษัทยังคงมุ่งเน้นให้ความสำคัญในเรื่องการเครนนิ่งเป็นหลัก เพราะในธุรกิจนี้มีทั้งคนเก่าคนใหม่เข้ามาร่วมธุรกิจอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ทำให้บริษัทต้องติดอาวุธทางปัญญาและพัฒนาศักยภาพของนักธุรกิจอยู่ตลอดเวลา เพราะตนเชื่อว่าคนที่จะสามารถขึ้นเป็นผู้นำระดับสูงได้นั้นจะต้องหมั่นพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ


อย่างไรก็ตามสำหรับการพิชิตเป้าหมายหมื่นล้านบาทนั้น ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเอมสตาร์ เพราะทุกวันนี้อุตสาหกรรมธุรกิจขายตรงในประเทศไทย มีการขยายตัวของตลาดที่เพิ่มสูงขึ้น เป็นระดับมหาภาค แต่ทันี้การที่เรามีอัตราการเติบโตในระดับนี้ หลายๆคนสงสัว่าเราอยู่ได้อย่างไร เพราะจริงๆ แล้วเราอยู่บนความสำเร็จของนักธุรกิจเอมสตาร์จำนวนมาก ที่เพิ่มขึ้นในทุกๆปี นั้นเอง เพราะนักธุรกิจเอมสตาร์ที่แม้ว่าจะประสบความสำเร็จแล้ว ก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตนเองต่อไปเรื่อยๆย่อมก้าวขึ้นไปสู่จุดหมายที่วางไว้ได้เร็วและสูงขึ้นเรื่อยๆ


นอกจากนี้ บริษัทเอมสตาร์ ยังได้มีการเปิดตัผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ แอสนี่ ฟอร์ เมน ขึ้นเป็นครั้งแรกในงานประกวด ASNI MAN & WOMAN 2012 ณ สยามพารากอน เมื่อช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยนำร่องผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้ชื่อ แอสนี่ ไนท์ ดีเฟ้นซ์ เป็นตัวแรก โดยเชื่อมั่นว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ได้ไม่ยาก โดยตั้งเป้าในส่วนนี้ 10,000 กล่องต่อเดือน จะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่องในทุกๆไตรมาสอีกด้วย


การเปิดตัสินค้าผู้ชายในครั้งนี้ เนื่องจากว่าบริษัทมองเห็นโอกาสที่เปิดกว้างในตลาดสินค้าสำหรับผู้ชาย ที่มีอัตราการเติบโตที่สูงเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก เพราะผู้ชายในยุคปัจจุบันมีการดูแลตัวเองเพิ่มมากขึ้น และให้ความสำคัญในเรื่องของการดูแลผิวพรรณ ซึ่งมองว่าการมีผิวพรรณที่ดีจะส่งผลให้บุคลิกภาพดีขึ้นด้วย แต่เนื่องจากว่าสภาพผิวของผู้ชายและผู้หญิงมีความแตกต่างกัน ทำให้ต้องมีผลิตภัณฑ์ในการดูแลที่เหมาะสม อีกทั้งนักธุรกิจเอมสตาร์ที่เป็นผู้ชายต่างก็ให้การตอบรับในผลิตภัณฑ์กลุ่มแอสนี่ค่อนข้างสูง จึงมองว่า แอสนี่ ไนท์ ดีเฟ้นซ์ จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่แจ้งเกิดได้ไม่ยาก


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 203 วันที่ 16-31 กรกฏาคม พ.ศ. 2555

ข่าว : บริษัท เอม สตาร์ เน็ทเวิร์ค จำกัด (Aim Star Network)


แทบไม่น่าเชื่อ ว่าจากบริษัท SME เล็กๆที่มีทุนจดทะเบียน เพียง 20,000,000 บาทเมื่อ 6 ปีที่แล้ว จะสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ที่มียอดธุรกิตรวมสูงกว่า 11,000,000,000 บาท (หนึ่งหมื่นหนึ่งพันล้านบาท) และยิ่งไปกว่านั้นเพียงระยะเวลา 6 ปี กับการเป็นบริษัทที่ประสบความสำเร็จในการลงทุนข้ามชาติมาแล้วถึง 3 ประเทศ ได้แก่ ประเทศญี่ปุ่น (ทุนจดทะเบียน 50,000,000 เยน, ประเทศสหรัฐอเมริกา (500,000 ดอลลาร์สหรัฐ) และ ประเทศ กัมพูชา (200,000,000 เรียล) ตามลำดับ


หัวใจสำคัญที่ทำให้ เอมสตาร์ ประสบความสำเร็จคือ



  1. เราทำในสิ่งที่เรามีความรู้ ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง หลายคนที่มองว่าธุรกิจเครือข่าย เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการจัดจำหน่ายสินค้า นั่นเขามองแบบพ่อ ค้า เขาก็คือพ่อค้า แต่เรามองว่าธุรกิจเครือข่ายคือโอกาสที่เปิดกว้างให้ผู้คนสามารถประสบความสำเร็จในชีวิตไปด้วยกัน นั้นคือความยิ่งใหญ่ของธุรกิจเครือข่ายที่แตกต่างจากธุรกิจทั่วไป งานๆนี้ จึงเปี่ยมคุณค่าและทรงเกียรติ เป็นงานอุดมการณ์ เราจึงตั้งใจทำทุกอย่าง ให้ออกมาดีที่สุด

  2. เรายึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริ เพราะนั้นคือสิ่งล้ำค่าที่พระองค์ท่านได้กลั่นออกมาจากประสบการณ์ทั้งชีวิต เพื่อสอนเราด้วยความห่วงใย เราค่อยๆ สร้างธุรกิจเอมสตาร์จากเล็กไปใหญ่ด้วยความสุขุม รอบคอบ กับการดำเนินธุรกิจด้วยเงินสด ไม่มีการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินใดๆ แม้แต่บาทเดียว และนั้นทำให้ธุรกิจเอมสตาร์มีความมั่นคง สามารถเป็นหลักประกันความปลอดภัยให้กับครอบครัวของนักธุรกิจเอมสตาร์ได้อย่างแท้จริง

  3. เราให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ชั้นสูง โดยเฉพาะระบบปฏิบัตการ ONE CODE ONE WORLD ของบริษัทฯ ที่มีความโดดเด่นสามารถรองรับการทำธุรกรรมได้ครอบคลุมทั่วโลกในหลากหลายภาษา และหลากหลายสกุลเงิน สามารถรองรับเงื่อนไขที่แตกต่างกันไปในรูปแบบเฉพาะของแต่ละประเทศ เช่น อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม การยกเว้นภาษีเฉพาะบางรายการสินค้าของแต่ละรัฐ การชำระเงินค่าสินค้า การคำนวณค่าจัดส่ง ฯลฯ เป็นต้น


การขายธุรกิจเอมสตาร์เข้าไปสู่ประเทศในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนนั้น เรามองว่าเป็นเรื่องที่อยู่ใกล้ตัวเรามาก ล้วนแต่เป็นเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงกัน เรามีความพร้อมที่จะขยายสู่ทุกๆประเทศแต่สิ่งที่อาจจะเป็นตัวกำหนดลำดับก่อนหลัง คงเป็นเรื่องระบบงานราชการ ที่อาจจะยังไม่มีรูปแบบที่ชัดเจนและสามารถเข้าใจได้ง่ายนักของในแต่ละประเทศ ที่ผ่านมาเราจึงพบว่าการเปิดดำเนินธุรกิจในประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสหรัฐอเมริกา หรือ ญี่ปุ่น เป็นสิ่งที่ชัดเจนและง่ายกว่ามาก หากหน่วยงานภาครัฐของไทยจะสามารถสนับสนุนและส่งเสริมตรงจุดนี้ให้ภาคเอกชนได้มากขึ้น ก็จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนได้มากยิ่งขึ้น


วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

จับตา ข่าวขายตรง "แอมเวย์ กิฟฟารีน เอมสตาร์ นีโอไลฟ์" : สมรภูมิขายตรง สร้าง สังคมคนรุ่นใหม่


ช่วงต้นปี 2555 ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า ธุรกิจขายตรง ชั้นนำแถวหน้าของเมืองไทย ต่างโหมยุทธศาสตร์ สร้างชุมชน หรือ สังคมชุมชน (Community) ให้กับ คนรุ่นใหม่ เฉพาะกลุ่ม ช่วยนำแบรนด์ไปสู่อนาคต โดยเฉพาะกลุ่ม GEN M ที่มีอายุระหว่าง 15 -25 ปี และ Gen Y ที่มีอายุระหว่าง 22 -32 ปี ผ่านความหลากหลายรูปแบบการประกวดบนเวที ให้ คนรุ่นใหม่ได้แสดงออกอย่างเต็มที่ก่อนสานฝันที่เป็นจริงในอนาคตต่อไป


แอมเวย์ ไม่พลาดปลุกกระแส สังคมคนรุ่นใหม่



เริ่มจาก บริษัทขายตรงเบอร์ 1 ของ เมืองไทยอย่างบริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ดำเนินธุรกิจขายตรงหลายชั้น MLM (Multi-level marketing) เปิดเวทีประกวด อาร์ทิสทรี เมน คอนเทสต์ (Artistry Men Contest) เฟ้นหา สุดยอดผู้ชายผิวดี กับ ผลิตภัณฑ์ อาร์ทิสทรี เมน (Artistry Men) ที่ มีอายุระหว่าง 20-30 ปี ผ่านช่องทางการ รับสมัครที่ตรงกับ ไลฟ์สไตล์ ของ คนรุ่น ใ ห ม่ ที่ปัจจุบันใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่กับ เทคโนโลยี และอินเตอร์เน็ต คือ เฟซบุ๊ค อาร์ทิสทรี หรือ Social network ของ แอมเวย์ โดยผู้ชนะ สุดยอดผู้ชายผิวดี จะได้ รับการผลักดันออกไปยังเวทีถ่ายโฆษณาแฟชั่น ร่วมกับนางแบบเซ็กซี่ชื่อดัง เมย์-พิชญ์นาฎ พร้อมกับลงนิตยสารแพรวและ GM ซึ่งถือเป็น การต่อยอดและสานฝันให้กลุ่ม คนรุ่นใหม่ ก้าวไปสู่ฝันที่เป็นจริง


หลังจากก่อนหน้านี้ แอมเวย์ เน้นสร้างแบรนด์สู่อนาคตโดยเฟ้นหา แอมบาสเดอร์ จากผู้บริโภคที่ใช้ผลิตภัณฑ์ แอมเวย์ อยู่แล้วมาเป็น พรีเซ็นเตอร์ สินค้าชนิดรายตัวเพื่อสื่อสารภาพลักษณ์ สินค้าไปยังลูกค้า อาทิ พอล-ภัทรพล ศิลปาจารย์ กวาง- กมลชนก และนุติ เขมะโยธิน, เกรซ มหา ดำรงกุล, อู๋- ธนากร โปษยานนท์ และล่าสุด ดึงนักแสดงสาวฉายาเจ้าหญิงแห่งซีรี่ส์เกาหลี ยุน อึน เฮ มาเป็น พรีเซ็นเตอร์ ให้กลุ่ม ผลิตภัณฑ์ อาทิสทรี เพียวไวท์ เป็นตัวเชื่อมต่อสินค้ามายังกลุ่มผู้บริโภค


กิฟฟารีน ชู Sales Contest
ปลุกกระแสรุกฆาต



แต่หากมองมาที่ บริษัท กิฟฟารีน สกาย ไลน์ ยูนิตี้ จำกัด ธุรกิจขายตรงหลายชั้น MLM เบอร์ 2 เมื่อปลายปี 2551 ก็ได้เฟ้นหา คนรุ่นใหม่ จากภายในองค์กรเองและเป็น สาวกตัวจริง ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ กิฟฟารีน มาเป็น พรีเซ็นเตอร์ เพื่อสื่อสารแบรนด์ไป สู่ คนรุ่นใหม่ เช่นกัน คือ จุ๋ย-วรัทยา นิลคูหา และ อั้ม-อธิชาติ ชุมนานนท์ ที่ใช้ ผลิตภัณฑ์ กิฟฟารีน มานานกว่า 3 ปี ถือเป็น พรีเซ็นเตอร์ 2 คนแรก ที่ถูกสร้างขึ้นมาดึง ความเชื่อมั่นในทุกผลิตภัณฑ์


รวมถึงการสร้าง สังคมคนรุ่นใหม่ จาก นักธุรกิจกิฟฟารีน ในรูปแบบการจัดกิจกรรมชื่อ Giffarine Sales Contest หรือ นักธุรกิจมือทอง โดยมีเป้าหมายปลายทาง สู่ฝันที่เป็นจริงเรียกว่าประสบความสำเร็จอย่าง สูง เป็นภาพที่ชัดเจนอีกภาพหนึ่งที่แสดงให้ เห็นว่า กิฟฟารีน มีเป้าหมายเจาะตลาด คน รุ่นใหม่ มาอย่างต่อเนื่องผ่านนักธุรกิจของ ตนเองที่ประสบความสำเร็จ


เอม สตาร์ รุกตลาด ผู้ชาย รอบุก AEC



ส่วนอีก 2 ธุรกิจขายตรง ที่ปรากฏ ภาพชัดเจนในการดึง คนรุ่นใหม่ มาสร้าง แบรนด์คือ บริษัท เอม สตาร์ เน็ทเวิร์ค จำกัด กับ บริษัทนีโอไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ธุรกิจขายตรงหลายชั้น MLM


กล่าวสำหรับ เอม สตาร์ นั้นเริ่ม จัดกิจกรรมประกวด นางแบบ นับตั้งแต่ เปิดตัวบริษัท คือกิจกรรม ASNI GUEST MODEL CONTEST ซึ่งเป็นกิจกรรมหลักที่ เอม สตาร์ เจาะตลาด วัยรุ่นสาว ที่เป็น นักธุรกิจเอม สตาร์ และมีความใฝ่ฝัน อยากเป็นนางแบบ อายุระหว่าง 18-30 ปี โดยนางแบบ ที่ชนะการประกวด นอกจาก ได้เป็น พรีเซ็นเตอร์ แล้ว ยังได้รับการสนับสนุนออกสู่เวทีที่มากกว่าภายใน


อย่างปี 2554 ที่ผ่านมาได้ นางแบบ ที่ชนะเข้าประกวดก็ถูกส่งเข้าชิงตำแหน่ง มิสยูนิเวิร์ส และสามารถคว้ารางวัลที่ 1 ได้สำเร็จ และความสำเร็จครั้งนี้ได้นำพา ภาพลักษณ์และ แบรนด์ เอม สตาร์ ติดไปกับเวที มิสยูนิเวิร์ส ด้วย


ล่าสุด เอม สตาร์ ขยายการประกวด น า ย แ บ บ ผู้ช า ย เป็นครั้งแรก เพื่อส่ง สัญญาณ ชายหนุ่ม นำพาแบรนด์ไปสู่ คนรุ่นใหม่ ในอนาคตบุกตลาด ผู้ชาย ด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ แอสนี่ ฟอร์ เมน : ไนท์ ดีเฟ้นซ์ และก็ถือว่าเวทีการประกวด ASNI Man & Woman 2012 ประสบความ สำเร็จอย่างสูง กระแสการตอบรับแรง มากกว่าทุกปี


ซึ่ง ทพ.ลภา วัชรศรีโรจน์ ประธาน ผู้ก่อตั้ง เอม สตาร์ ย้ำตลอดว่า การเพิ่ม ประกวดนายแบบเป็นปีแรกนี้ เพื่อเป็น ตัวแทนผู้ชายที่ใช้ผลิตภัณฑ์แอสนี่ หากได้ เชื่อมต่อกิจกรรมไปอีกหลายๆ ประเทศใน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC (ASEAN Economics Community) ตลาด เอม สตาร์ จะไม่อยู่ที่ประชากร 60 ล้านคน หากจะเป็น 600 ล้านคน ดังนั้นกิจกรรมรองรับปลายปี 2555 นี้ จึงได้เตรียมการประกวด ASNI Man & Woman 2012 ที่ประเทศกัมพูชา โดยใช้กฎกติกาเดียวกัน คือต้องเป็นนักธุรกิจ เอม สตาร์ อายุระหว่าง 18-30 ปี


นีโอไลฟ์ ผุด Neo Star Contestก่อนไป AEC



ขณะ นีโอไลฟ์ เปิดตัวโครงการ ประกวด Neo Star Contest ครั้งที่ 1 กำหนดสเปก คนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ ทั่ว ประเทศทั้งที่เป็นสมาชิก ของ นีโอ ไลฟ์ หรือ ลูกหลานของสมาชิกนีโอ ไลฟ์ ที่มี อายุระหว่าง 15-25 ปี มาสมัครเข้าร่วม โครงการ โดยผู้ชนะจะได้รับการสนับสนุน ออกสู่สังคมภายนอกผ่านสื่อของ นีโอไลฟ์ ที่มีอยู่ครบวงจร ทั้งอินเตอร์เน็ต หนังสือพิมพ์ ธุรกิจ ราย 3 วัน ทีวี ดาวเทียมนีโอไลฟ์ ที่วันนี้ กำลังรุกตลาดผ่านทีวีมหาชนมากขึ้น ภายใต้วิสัยทัศน์ ดร.นพรุจ เวชกุล ที่ไม่ มองแค่ประชาชน 62 ล้านคนหากแต่มอง ไกลข้ามไปถึงประชากรในกลุ่มประชาคม เศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC ซึ่งมีรวมกว่า 600 ล้านคน


ฉะนั้นการสร้างโอกาสให้เยาวชน หนุ่มสาวผู้มีฝัน และสานฝันที่เป็นจริง ได้มี เวทีแสดงออกถึงความสามารถ ความกล้า ได้แสดงออกผ่าน สังคมคนรุ่นใหม่ ที่ นีโอไลฟ์ สร้างขึ้นมา เพื่อสื่อสารภาพลักษณ์ องค์กรไปสู่ตลาดในอนาคต


จะเห็นได้ว่า การจุดประกายสร้าง สัง ค ม ค น รุ่น ใ ห ม่ ผสมผสานกับสิ่งที่ บริษัทดำเนินธุรกิจอยู่ ได้ช่วยตอบโจทย์ ทางการตลาดให้กับบริษัทขายตรงชั้นนำใน การเจาะตลาด คนรุ่นใหม่ ตรงนี้ได้ในระดับ หนึ่งแล้ว ขั้นตอนต่อไปนอกเหนือจาก สังคมหรือชุมชน หรือ Community แล้ว จะลงลึก ถึง คนรุ่นใหม่ ให้อินในความรู้สึกของ แบรนด์ และผลิตภัณฑ์เพื่อสื่อสารภาพลักษณ์ สินค้า ผ่านต่อไปในตลาดอนาคตโดยเฉพาะ ตลาด AEC ที่ 10 ประเทศอาเซียนจะเริ่ม พร้อมกันปี 2558 ได้สำเร็จหรือไม่ แค่ไหน ต้อง จับตาดูกันต่อไป !!!


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย:นสพ.ธุรกิจเครือข่าย ฉบับที่ 232 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-31 กรกฏาคม 2555

วันพุธที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

อั้นไม่ไหว! ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งอั้นไม่ไหว! ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง ขายตรง (MLM) พาเหรดขึ้นราคาสินค้า


 


แบรนด์ขายตรงครวญวัตถุดิบสินค้าขยับขึ้นราคาไม่หยุด บีบหลายบริษัทแบกภาระต้นทุนไม่ไหว ปรับราคาสินค้าขึ้นพรวด กิฟฟารีน ปรับขึ้น 10% ใน 10 รายการสินค้า แอมเวย์ ขอขึ้น 6% มิสทิน บอกขอทยอยปรับ ด้าน เอสเนเจอร์ ขอตรึงราคา หลังบริษัทแม่ ศรีไทย ซุปเปอร์แวร์ ขึ้นราคาไปแล้ว เอมสตาร์ เพิ่มการผลิตกินกำไรน้อยลงเพื่อเรตติ้ง คังเซน-เคนโก นับถอยหลังจ่อปรับปลายปี


จากเดิมที่หลายบริษัทออกมาประกาศยอมแบกภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากราคาสินค้าในท้องตลาด รวมถึงราคาวัตถุดิบสินค้าปรับราคาขึ้น จากเศรษฐกิจที่ผันผวน และอีกหลายปัจจัยที่ทำให้ข้าวของปรับราคา มาวันนี้หลายบริษัทดูจะต้องยอมออกมายกธงขาว หลังต้องเลิกแบกภาระที่หนักอึ้ง จนต้องประกาศขึ้นราคาสินค้าบางรายการของบริษัท


> กิฟฟารีน-แอมเวย์-มิสทิน กอดคอขึ้นราคาสินค้า


พ.ญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เปิดเผย ว่า บริษัทได้จัดโปรโมชั่นจำหน่ายจานดาวเทียมในราคาพิเศษแก่นักธุรกิจและสมาชิก สำหรับเป้า หมายในช่วง 1 ปีต้องการสร้างการรับรู้ในวงกว้าง และในระยะยาวคาดว่าจะมีนักธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้น 10-20% ซึ่งหลังจากเปิดตัวไปได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี สำหรับผลประกอบการปีนี้ตั้งเป้า โต 10-12% จากรายได้กว่า 5,000 ล้านบาท แต่ต้องในกรณีที่ไม่มีน้ำท่วม ส่วนผลประกอบการ 5 เดือนเติบโต 10% พร้อมกันนี้ยังได้รองรับภาวะ น้ำท่วมด้วยการทุ่มงบทำกำแพงป้องกันน้ำท่วม สามารถรองรับปัญหาน้ำท่วม 90% ส่วนนิคมอุตสาหกรรมนวนครก็ได้สร้างกำแพงกันน้ำท่วมคืบหน้าไปแล้ว 40% คาดว่าเดือนสิงหาคมแล้วเสร็จ


พ.ญ.นลินีกล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทได้ปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้นไม่ถึง 10% จำนวน 10 รายการจากจำนวนสินค้าทั้งหมด 2,000 รายการ เพราะวัตถุดิบและแพ็กเกจจิ้งสูงขึ้น ส่วนปลายปีนี้จะเปิด ตัวสินค้าใหม่ช่วงเดือนกันยายน 7-10 รายการ ส่วนกรณี กสทช.จะออกมาควบคุมเกี่ยวกับเนื้อ หาการนำเสนอของโทรทัศน์ดาวเทียม เชื่อว่าจะ ส่งผลดีต่อผู้บริโภคได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง สำหรับกิฟฟารีนมีนโยบายการนำเสนอข้อมูล ข่าวสารที่ถูกต้องไม่เกินความเป็นจริงแก่ผู้บริโภคอยู่แล้ว ขณะที่การรวมตัวของกลุ่มขาย ตรงเพื่อเป็นสมาพันธ์ขายตรง ต้องมีการพิจารณาหรือหารือร่วมกัน เนื่องจากปัจจุบันกลุ่มธุรกิจขายตรงมีด้วยกัน 3 สมาคม


บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นแบรนด์ขาย ตรงเบอร์หนึ่งของประเทศ นายกิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการของ บริษัทก็ได้ออกมายอมรับผ่านสื่อว่า บริษัทจำเป็นต้องปรับราคาขึ้น


เพราะกว่า 4 ปีแล้วที่บริษัทคงราคาสินค้า ของบริษัทไว้ ทั้งๆ ที่ผ่านมา ต้นทุนในการ บริหารจัดการหลายอย่างของบริษัทก็มีการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัท ต้องปรับราคา สินค้าบางรายการขึ้นอีก 6% ซึ่งถึงแม้ราคาของสินค้าจะปรับตัวขึ้นก็ตาม ทางบริษัทยังมีความเชื่อมั่นว่า สินค้าของบริษัทจะยังคงขายดีได้เช่นเดิม เนื่อง จากคุณภาพของสินค้านั่นเอง


นอกจากในส่วนของแอมเวย์ แล้ว ยังมีทางด้านของ มิสทิน โดย นายดนัย ดีโรจนวงศ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็น อีกหนึ่งบริษัทที่มีการประกาศในส่วนของการปรับขึ้นราคาสินค้าแล้ว โดยต้นทุนวัตถุดิบของมิสทินคิดเป็นสัดส่วน 80% ต้นทุนค่าแรง 20% หลักๆ เป็นค่าแรงใน กลุ่มสกินแคร์และแป้งมีสัดส่วน 10% และต้นทุนค่าแรงกลุ่มเมกอัพมีสัดส่วนเฉลี่ย 7-9% กรณีการปรับขึ้นค่าแรงจะทำให้ต้นทุน ค่าแรงในกลุ่มสินค้าเมกอัพเพิ่มขึ้น 4-5% ส่วนต้นทุนค่าแรงในกลุ่มแป้งและสกินแคร์ เพิ่มขึ้น 6-7% ทำให้สินค้าใหม่ที่จะออกมาทำตลาดในอีก 1-2 เดือนข้างหน้ามีราคา ที่สูงขึ้น สะท้อนโครงสร้างต้นทุนที่แท้จริง สำหรับสินค้าที่มีจำหน่ายในตลาดอยู่แล้ว บริษัทไม่มีแผนปรับขึ้นราคาภายในปีนี้ แต่จะทยอยปรับขึ้นราคาสินค้าเฉลี่ย 2-5% โดยดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไปครั้งละ 2% ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ต้นปี 2556


> คังเซน-เคนโก จ่อปรับขึ้นตาม


ด้านนายอิทธิศักดิ์ อำพันธ์ยุทธ์ ประธาน กรรมการบริหาร บริษัท คังเซน เคนโก อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า คังเซนฯ จะมีการปรับราคาสินค้าเพื่อช่วยลดต้นทุน การผลิตที่สูงขึ้นหรือไม่นั้น บริษัทจะพิจารณา จากหลายๆ ปัจจัย เพราะหลายปีที่ผ่านมา ทางบริษัทต้องแบกรับกับต้นทุนในการจัดการ หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นอัตราแลกเปลี่ยน ต้นทุนทางลอจิสติกส์ จากอัตราราคาน้ำมันโลก ที่เพิ่มขึ้น ขณะนี้ตนและผู้บริหารจึงกำลังพิจารณาดูภาพรวมของสินค้าว่าจะมีการปรับในกลุ่มไหนก่อน และในอัตราเท่าใด


> เอมสตาร์ ยอมกินกำไรน้อยผลิตให้มากแทน


ท.ญ.ลพา วัชรศรีโรจน์ ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท เอม สตาร์ เน็ทเวิร์ค จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากที่ผ่านมาร่วม 6 เดือนของการทำธุรกิจประจำปีมังกรทองนี้ ทางบริษัทมีอัตราการเติบโตที่ดี และเป็นไปตาม เป้ายอดขายที่บริษัทได้กำหนด ซึ่งนับเป็น เรื่องที่ดี เนื่องจากในปีนี้สถานการณ์ต่างๆ ของบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งส่งผลดีต่อการทำธุรกิจ


โดยหากมองย้อนไปเมื่อช่วงปลายปี ที่ผ่านมา ซึ่งมีเหตุมหาอุทกภัยเกิดขึ้นมานั้น โรงงานของบริษัทไม่ได้รับผลกระทบอะไร ทำให้ยอดขายในปีนี้เป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนเรื่องของการขึ้นราคาสินค้าที่หลายบริษัทเริ่มปรับขึ้นนั้น เอม สตาร์ยังไม่ได้มีแผนที่จะปรับราคาสินค้าขึ้นตาม ซึ่งถึง แม้สินค้าบางตัวจะมีวัตถุดิบที่ราคาขยับขึ้นก็ตาม แต่ทว่าบริษัทยังมีสินค้าชนิดอื่นที่ผลิตอยู่ และราคาต้นทุนยังเหมือนเดิม ทำ ให้บริษัทนำสินค้าเหล่านี้มาหักลบกับสินค้าที่มีวัตถุดิบที่ขยับตัวแพงขึ้น ซึ่งนำมาเฉลี่ยทำให้ไม่มีความจำเป็นที่จะขยับตัวสูงขึ้น


> เอสเนเจอร์ ยังตรึง หลังบริษัทแม่ปรับไปก่อน


นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) และเจ้าของธุรกิจเครือข่ายแบรนด์ เอสเนเจอร์ เผยว่า สำหรับการเตรียมตัวเพื่อรองรับการเปิดเสรีอาเซียน ที่จะถึง ในปี 2558 นี้ นอกจากการพัฒนาคุณภาพ สินค้าแต่ละตัวให้ชัดเจนแล้ว ยังมีองค์ประกอบที่สำคัญอีกด้านหนึ่ง คือด้านบุคลากร ซึ่งบริษัทจะต้องมีการพัฒนาทักษะ (skill) ของพนักงานให้เป็นผู้มีความรู้ ความ ชำนาญ อย่างแท้จริง โดยเฉพาะบุคลากร ในระดับ ผู้จัดการระดับกลางจนถึงระดับสูงให้รู้จักบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ


ส่วนประเด็นการขึ้นค่าแรงงานนั้น ประธานใหญ่ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ยอมรับว่า ในส่วนของบริษัท ต้องแบกค่าแรงเพิ่มขึ้นถึง 20 ล้านบาท/เดือน หรือ 200 ล้านบาท/ปี หลังจากที่มีการปรับค่าแรงงาน 300 บาท/วัน/คนทั่วประเทศ ทำให้ต้นทุน ค่าแรงงานพุ่ง 40-45% บริษัทต้องปรับตัวโดยเน้นการลงทุนในเครื่องจักรและเทคโนโลยีชั้นสูง (High technology & Capital Intensive) อีกทั้งการพัฒนา automation process เพื่อลดและเลี่ยงการใช้แรงงานคน และเพิ่มผลผลิต (optimize productivity) นอกจากนี้ บริษัทยังได้มีแผน ปรับเพิ่มราคาสินค้าในผลิตภัณฑ์พลาสติก ประมาณ 5% สินค้าเมลามีนอีก 10% ภาย ในเดือนพฤษภาคม


สำหรับธุรกิจเครือข่ายเอสเนเจอร์ (S Natur) นั้น ยังไม่มีการปรับขึ้นราคาสินค้าแต่อย่างใด โดยปัจจุบัน S Natur มีสาขากระจายอยู่ทั่วประเทศ 15 แห่ง และมีตัวแทนจำหน่ายอยู่ในต่างประเทศ คือ ลาว และพม่า และในปีนี้บริษัทจะเปิดสาขา เพิ่มอีก 2 แห่งในประเทศอินโดนีเซีย และกัมพูชา เพื่อสามารถรองรับกับความต้องการและใกล้ชิดกับผู้บริโภคในตลาด AEC ต่อไป


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจฉบับที่ 1316 ประจำวันที่ 11-7-2012 ถึง13-7-2012

ข่าว เอมสตาร์-Aimstar พับแผนสร้าง โรงงาน อมตะนคร จีบคู่ค้าแดนมะกันผลิตนํ้ามันรำข้าว


 


เอมสตาร์ ยันแผนชะลอการสร้างโรงงาน ผลิตนํ้ามันรำข้าว เรื่องจริง หลังจากหา พาร์ตเนอร์อเมริกาได้ ช่วยลดต้นทุนการผลิต ได้ดีกว่า ไทย และเทคโนโลยีทีดี่กว่า ลั่นโรงงาน อมตะนครยังคงเดินหน้าสร้างต่อ แต่จะเป็น แผนในอนาคต รองรับตลาด AEC เล็งแผนเปิด ตลาดลาว เวียดนาม และอินโดนีเซีย ต่อ ขณะที่แผนครึ่งหลัง ส่งสินค้าใหม่เอาใจหนุ่ม เจ้าสำอาง

นับเป็นประเด็นข่าวที่แพร่สะพัดมาระยะ หนึ่งแล้วกับกรณีชะลอการก่อสร้างโรงงานผลิต นํ้ามันรำข้าวและจมูกข้าวตราไวทอลสตาร์ มูลค่า โครงการ 500 ล้านบาท บนพื้นที่ 33 ไร่ ที่ โรงงานอมตะนคร จังหวัดชลบุรี ของ บริษัท เอมสตาร์ฯ ส่งผลให้ผู้นำต่างไม่พอใจ และ ทยอยออกไปอยู่บริษัทขายตรงแห่งใหม่กัน เป็นจำนวนมาก

เรื่องนี้ ทญ.ลพา วัชรศรีโรจน์ ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท เอม สตาร์ เน็ท- เวริค์ จำกัด เปดิ เผยถงึ ประเด็นดังกล่าวว่า ข่าวลือดังกล่าวไม่เป็นความจริง เนื่องจาก ก่อนหน้านี้บริษัทเปิดตลาดเครือข่าย ที่สหรัฐอเมริกา ได้มีการเจรจาและ พูดคุยเกี่ยวกับการว่าจ้าง

ผลิตน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว ซึ่งปรากฏว่าการเจรจาเป็นผล บริษัทจึงชะลอแผนการก่อสร้างโรงงานอมตะนครไว้ก่อน และ ได้ว่าจ้างบริษัทผู้ผลิตน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว ให้กับบริษัท เนื่องจากการผลิตนั้นมีต้นทุนที่ถูกกว่า อีกทั้งโรงงานที่ สหรัฐอเมริกายังมีเทคโนโลยีในการผลิตที่ทันสมัยเป็นอย่างมาก โดยสามารถผลิตน้ำมันรำข้าวได้ 20 ล้านเม็ดต่อวัน

ทั้งนี้ แผนการก่อสร้างโรงงานที่อมตะนครที่จังหวัดชลบุรี นั้น บริษัทได้ชะลอไปก่อน และคาดว่าโรงงานดังกล่าวจะเป็น แผนงานสเตปต่อไป ซึ่งคาดว่าจะเป็นโรงงานผลิตสินค้าของบริษัท ในอนาคต ทั้งนี้ เพื่อรองรับตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ที่กำลังจะมาถึงในปี 2558 ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น คาดว่าตลาด จะเปิดกว้างมากขึ้น และจะมีการแข่งขันที่สูงขึ้น ดังนั้น บริษัท จึงเตรียมรับมือกับการแข่งขันด้วยการวางระบบไอทีที่สามารถ เชื่อมต่อกันได้ทั่วโลกให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น อีกทั้งได้จัดเตรียม ภาษาต่างๆ เพื่อรองรับกับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ในส่วนของกระแสข่าวการชะลอการสร้างโรงงานนั้น

ไม่ได้ส่งผลกระทบกับสมาชิกและผู้นำของบริษัทแต่อย่างใด โดย บริษัทยังคงเดินตามแผนงานที่วางไว้ในช่วงครึ่งหลังของปีด้วยการ เปิดตัวสินค้าใหม่ในกลุ่มบำรุงผิวสำหรับผู้ชาย ภายใต้ชื่อ แอสนี่ ฟอร์เมน ไนท์ ดีเฟ้นซ์ รวมถึงการจัดเทรนนิ่งให้กับผู้นำ เพื่อ เป็นการสนับสนุนให้ผู้นำได้ประสบความสำเร็จในการสร้างองค์กร การเรียนรู้

ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2555 ที่ผ่านมา บริษัทได้จัด ประกวด แอสนี่ เกสต์ โมเดล ค้นหาสุดยอดสาวงามที่จะมาเป็น นางแบบให้กับผลิตภัณฑ์แอสนี่ ที่ปีนี้บริษัทได้จัดประกวดเป็น ครั้งที่ 7 ที่มีการรับสมัครนายแบบผู้ชายนอกเหนือจากผู้หญิง ชิงรางวัลเงินสดคนละ 100,000 บาท โดยโครงการดังกล่าว บริษัท ได้จัดขึ้นเป็นประจำต่อเนื่องทุกปี ถือเป็นหนึ่งในแผนงานที่ประสบ- ความสำเร็จเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้บริษัทยังได้ย้ายสาขาเดิมที่กรุงพนมเปญ ไปยัง สถานที่แห่งใหม่ แต่ยังอยู่ที่กรุงพนมเปญเหมือนเดิม ขณะที่ แผนการขยายตลาดเครือข่ายเอมสตาร์ไปยังต่างประเทศ บริษัท กำลังเล็งเข้าสู่ประเทศ สปป.ลาว เวียดนาม และอินโดนีเซีย เนื่องจากประเทศดังกล่าว ผู้นำมีความพร้อมในการทำธุรกิจ เครือข่าย

ถามว่าเราจะปรับราคาสินค้าหรือไม่ เรายังไม่ปรับเพิ่ม ตอนนี้ราคาสินค้าเรายังเอาอยู่ และมันก็มีผลกระทบน้อยมาก เพราะเรายังสามารถควบคุมต้นทุนในการผลิตได้ ดังนั้น เราก็ยังไม่มีแผนการปรับราคาสินค้าเพิ่มในตอนนี้ ทญ.ลพา กล่าว__


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค

วันอังคารที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

MLM Gossip (ล้วงลับคนเครือข่าย) ซุบซิบ ค่าย เอมสตาร์ เน็ทเวิร์ค-Aim Star Network กับ ทพญ.ลพา วัชรศรีโรจน์


 


ซุบซิบ ซุบซิบ ซุบซิบ ค่าย เอมสตร์ เน็ทเวิร์ค-Aim Star Network กันมั่งที่ล่าสุดคุณหมอคนเก่ง ทพญ.ลพา วัชรศรีโรจน์ ประธานผู้ก่อตั้ง หลังจัดงานใหญ่ ณ สยามารากอน คัดเลือก ชายหนุ่ม และ หญิงสาว โดนใจกรรมกรให้เป็นผู้ชนะ ASNI MAN & WOMAN 2012 กันไปเป็นที่เรียบร้อย คุณหมดคนสวยก็ยืดอกยืดเอว กระซิบบอกเยี่ยวข่าวต่อคำถาม คุณหมด สนใจสื่อทีวีดาวเทียมหรือไม่คร้าบบบบ..... คุณหมอตอบว่า ไม่หรอกค่ะ หมอไม่ถนัดงานอย่างนั้น แต่หมอถนัด พาคนไปสู่ฝัน มากกว่า เอ้าเอาเป็นว่าเบอร์ 3 แห่งธุรกิจขายตรง MLM ไทยไม่โดดร่วมกระแสทีวีดาวเทียมนะคร้าบบบ ทราบแล้วเปลี่ยน!!!!!


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่าย ฉบับที่ 231 ปักษ์แรก ประจำวันที่ 1-15 กรกฏาคม 2555

วันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

เอมสตาร์-Aimstar รุก เครื่องสำอางชาย จัดการประกวด แอสนี แมน แอนด์ วูแมน 2012- ASNI MAN AND WOMAN 2012 คัดนายแบบ ตามรอบมิสฯ ยูนิเวิร์ส


เอม สตาร์-Aim Star เฟ้นหาหนุ่มหล่อสาวสวยหน้าใหม่ ประดับวงการความงามล็อดใหม่ จัดประกวด แอสนี แมน แอนด์ วูแมน 2012- ASNI MAN AND WOMAN 2012 ดัน นายแบบ-นางแบบ หลังประสบความสำเร็จปีก่อน สาวสวยแอสนี คว้าอันดับ 1 มิสไทยแลนด์ ยูนิเวิร์ส หมอลพา เผยกลยุทธ์ เด็ดแผนเจาะตลาดเครื่องสำอางบุรุษเพศเต็มรูปแบบมุ่งตอบสนองกลุ่มชายยุคใหม่รักสุขภาพผิว นักการตลาด ยันเป็นโอกาสขายตรงไทย หลัง ญี่ปุ่น-เกาหลี นำเทรนด์ไปนานแล้ว


ทญ.ลพา วัชรศรีโรจน์ ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท เอม สตาร์ เน็ตเวิร์ค จำกัด Aim Star Network Co.,Ltd. จัดกิจกรรมประกวด แอสนี แมน แอนด์ วูแมน 2012- ASNI MAN AND WOMAN 2012 การประกวดรอบตัดสินเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ที่ผ่านมา ณ แฟชั่นฮอลล์ ชั้น G ศูนย์การค้าสยามพารากอน กิจกรรมดังกล่าวมีสาวสวยหนุ่มหล่อเข้าร่วมประกวดทั้งหมด 37 คน แต่ได้มีการคัดเลือกให้เหลือเพียง 8 คนสุดท้าย โดยรางวัลขนะเลิศฝ่ายหญิง คือ น.ส. สคราญกมล อุทัยศรี (ตาต้า) หมายเลข 14 และรางวัลขนะเลิศฝ่ายชาย นาย เอกลักษณ์ วรรณภิระ (เวย์) หมายเลข 10


ประธานผู้ก่อตั้ง เอม สตาร์ เน็ตเวิร์ค Aim Star Network กล่าวว่า การจัดกิจกรรมประกวดครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่ เอม สตาร์ ให้มีการประกวดนายแบบขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีการประกวดเฉพาะนางแบบเท่านั้น โดยนางแบบ ASNI ปีที่แล้ว ได้เข้าประกวดมิสไทยแลนด์ ยูนิเวิร์ส และในตำแหน่งอันดับ 1 ในปีนั้น คือ ณฉัตร วัลเณช่า เมืองโคตร ทำให้กระแสการประกวดนายแบบ-นางแบบของ เอม สตาร์ ได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้น กิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนสำคัญที่สร้างภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์ของ ASNI เป็นอย่างดี


ด้านนักวิชาการการตลาด ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย กล่าวถึงแนวโน้มของตลาดเครื่องสำอางไทยที่ปัจจุบันเริ่มมีผู้ร่วมสนใจและเข้ามาวางกลุ่มเป้าหมายเป็นสุภาพบุรุษว่า สำหรับตลาดสินค้าเครื่องสำอางทั่วไปสำหรับผู้ชาย นับว่าไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นเรื่องที่มีมานานแล้ว กลุ่มผู้ชาย เมโทรเซ็กชวลมีการดูแลตนเองมากกว่าผู้ชายทั่วไปจะแต่งหน้าทาปาก ยิ่งกลุ่มผู้ชายในประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีถือเป็นเรื่องธรรมดามาก


พวกเขาดูแลตัวเองดีมาก กันคิ้ว ทำสีผม สำหรับวงการขายตรงของเมืองไทยควรทำเป็นอย่างยิ่ง ตอบรับผลิตภัณฑ์ที่เป็นความต้องการสำหรับผู้ชาย เช่น การเล่นกีฬาตีกอล์ฟต้องมีการทาซันบล็อกป้องกันผิว และกล้วจะเป็น ฝ้า กระ แล้วการดูแลผิวมีทั้ง เดย์ครีม ไนท์ครีม


ดร.สุรชัย กล่าวอีกว่า การนำเข้าเครื่องำอางสำหรับผู้ชายประเทศไทย ถือว่ายังน้อยมาก วงการตลาดขายตรงไทยยังไม่เริ่มรุกมากรายนัก เมื่อเทียบกับประเทศที่เจริญกว่า เพราะกลุ่มผู้ชายเริ่มดูแลตัวเองมากขึ้นนักขายควรศึกษาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ผู้ชายว่าต้องการอะไรที่เหมาะกับตัวของเขาเหล่านั้นด้วย


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่าย ฉบับที่ 231 ปักษ์แรก ประจำวันที่ 1-15 กรกฏาคม 2555

วันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ผ่าเกมรบตะปบสมาชิกรุ่นใหม่ เอม สตาร์ - Aim Star ลุยต่อ แอสนี่ โมเดล-ASNI MODEL ล่ายอดข้ามแดน!


ถอดรหัสเกมบุก เอมสตาร์ เดินหน้าลุย ASNI GUEST MODEL CONTEST เร่งเครื่องกิจกรรมหลักหวังกระชากกลุ่มเลือดใหม่เข้าสู่ธุรกิจอีกครั้งหลังสร้างปรากฏการณ์ปั้นความแรงเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมากางตำราลุยหนักอัดฉีดเม็ดเงินสนับสนุนลงกิจกรรมไม่อั้นหวังจุดกระแสธุรกิจและสินค้าผ่านคนหนุ่ม - สาวที่เข้าร่วมประกวด...พร้อมลุยต่างประเทศรับเปิดเสรีอาเซียนเตรียมส่ง แอสนี่โมเดล นำร่องกัมพูชาปั้นหนุ่มสาวหน้าใหม่ล่ายอดขายข้ามประเทศ...!!!


...เอม สตาร์ เน็ทเวิร์ค-Aim Star Network เคยถูกขนานนามเป็นให้เป็น นางเอกขายตรง ด้วยความร้อนแรง ใคร ๆ ต่างพากันพูดถึงการมาของเธอ โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียน นักศึกษา เด็กจบใหม่ ที่ เอม สตาร์ เข้าไปเพาะเชื้อทางความคิด กับคำว่า นักธุรกิจอิสระ เอม สตาร์ พุ่งเป้าไปที่ กลุ่มเลือดใหม่ ที่ในวันนี้บรรดาสมาชิกขายตรงหลายค่ายต่างเฮโลกันมาฝากความหวัง แทนขายตรงรุ่นเก่า ที่รักกันจริงแต่ทิ้งกันจัง และ เอม สตาร์ ทำได้ก่อนใคร 90% จากสมาชิกทั้ง 2 ล้านรหัส คือเลือดใหม่ที่ไม่เคยทำขายตรงมาก่อน
ASNI GUEST MODEL CONTEST เป็นกิจกรรมหลักที่ เอม สตาร์ ใช้ดักฐานวัยรุ่นสาวที่ใฝ่ฝันอยากเป็นนางแบบ ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำและต่อเนื่องมา 6 ปีแล้ว กำหนดคุณสมบัติชัดเจนว่า ผู้เข้าประกวดทุกคนต้องเป็นนักธุรกิจ เอม สตาร์ อายุระหว่าง 18-30 ปี และมีประสบการณ์อย่างต่อเนื่องในการใช้ผลิตภัณฑ์แอสนี่เพื่อดูแลผิว รวมถึงความสามารถในการใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแอสนี่ด้วยตัวเอง ในปีนี้การประกวดได้เพิ่มรางวัล แอสนี่ ประเภทชายเข้ามา ถือเป็นการส่งสัญญาณว่า เอม สตาร์ จะลุยตลาด ผู้ชายดูดี
ทญ.ลภา วัชรศรีโรจน์ ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท เอม สตาร์ เน็ทเวิร์ค จำกัด เปิดเผยถึงการประกวดว่า ในปีที่ 7 นี้ ได้มีการปรับเพิ่มการประกวดนายแบบขึ้นมาเป็นปีแรก เพื่อเป็นตัวแทนผู้ชายที่ใช้ผลิตภัณฑ์แอสนี่ ภายในงานประกวด แอสนี่ แมน แอน วูแมน ปี 2555 บริษัทฯ ได้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อฟื้นฟูสภาพผิวผู้ชายคือ แอสนี่ ฟอร์ เมน: ไนท์ ดีเฟ้นซ์ ตอบโจทย์สภาพผิวผู้ชายได้อย่างตรงใจ
กระแสการตอบรับในปีนี้ แรงกว่าทุกปี โดยมีผู้สมัครเข้ามาประกวด 1,030 คน จากสมาชิก เอม สตาร์ ทั่วประเทศ และผ่านการคัดเลือกเหลือผู้ประกวดทั้งชายและหญิง 40 คน เพื่อเข้าสู่แคมป์แอสนี่ 2 วัน 1 คืน ณ วีรันดารีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหิน โดยในแคมป์จะมีการเข้มงวดเรื่องของการพัฒนาบุคลิกภาพ ฝึกการเดินแบบ แต่งหน้า และกิจกรรมเพื่อสร้างสายสัมพันธ์และมิตรภาพระหว่างผู้เข้าประกวด ก่อนจะมาตัดสินผู้ชนะเลิศในวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา ณ แฟชั่นฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพฯ
ยอมรับว่า สมาชิกหนุ่ม - สาวที่มาประกวดกันในวันนั้น สวย หล่อ ขาว ใส หุ่นดี มีกล้าม เรียกว่า สวยเสร็จ หล่อเช็ด กันทุกคน และผู้ชนะเลิศ ASNI MAN 2012 ได้แก่ คุณเอกลักษณ์ วรรณภิระ อายุ 29 ปี บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร ส่วนรางวัลชนะเลิศ ASNI WOMAN 2012 ตกเป็นของ คุณสะคราญกมล อุทัยศรี อายุ 23 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยนานาชาติ Stam Ford ผู้ชนะเลิศได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท นอกจากนี้ผู้ชนะการประกวดและรองทั้ง 8 คน จะได้รับโล่รางวัล พร้อมแพ็คแกจทัวร์สู่การท่องเที่ยวและร่วมสัมมนา ณ เอม สตาร์ เน็ทเวิร์ค ประเทศญี่ปุ่น
ธุรกิจ เอม สตาร์ ในประเทศไทยมีประชากร 60 ล้านคน ถ้าเรามาเชื่อมต่ออีกหลายๆ ประเทศเป็น AEC หรือประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน อีกหน่อยตลาดของเราจะไม่ใช่แค่ 60 ล้านคน แค่เป็น 600 ล้านคน ถามว่าเรามีอะไรที่เป็นกิจกรรมรองรับ ปลายปีนี้ เอม สตาร์ เตรียมการประกวด แอสนี่ แมน แอนด์ วูแมน ที่ประเทศกัมพูชา โดยใช้กฎกติกาเหมือนกัน คือต้องเป็นนักธุรกิจเอม สตาร์ อายุระหว่าง 18-30 ปี แต่จะมีผู้ชนะและรองชนะเลิศ 3 คน ขณะประกาศรับสมัครหนุ่มสาวทั่วกัมพูชา ส่วนประเทศอื่น ๆ เราก็วางแผนที่จะไปจัดประกวดให้ครบ ซึ่งต้องติดตามกันต่อไป
คุณหมอ กล่าวต่อว่า เดี๋ยวนี้โลกมันเปลี่ยนไปเร็ว ตั้งแต่มีอินเตอร์เน็ต ข่าวสารต่าง ๆ มันถึงกันหมด ประเทศไหนที่เปิดตัวเอง ข่าวสารก็จะหลั่งไหลไปหา แล้วเขาจะเปลี่ยนตัวเองเร็วมาก ผลตอบรับที่กัมพูชาดีมาก ตอนนี้เราขยายศูนย์จากเดิมที่เป็นห้องแถวสองคูหา ก็ขยับขยายไปอยู่บนพนมเปญทาวเวอร์ มีพื้นที่กว้างขวางรองรับสมาชิกได้มากขึ้น คาดว่าอีกประมาณ 2 เดือนน่าจะเปิดทำการได้
หากถามถึงการลงทุนในธุรกิจทีวี ดาวเทียม ทญ.ลพายอมรับตามตรงว่า ไม่ใช่ทางถนัด การนำคนไปล่าความฝันมากกว่า ถ้าเราไม่ออกเดินทาง เราก็คว้าอะไรไม่ได้ แต่ถ้าเราเริ่มออกเดินทุกอย่างก็จะง่ายขึ้น
ทญ.ลพา กล่าวถึงธุรกิจขายตรงในปัจจุบันนี้ว่า มีธุรกิจเปิดใหม่ในวงการซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะทำให้วงการขายตรงมีศักยภาพมากขึ้น ไม่ได้มองว่าธุรกิจอื่นเป็นคู่แข่ง แต่มองว่าทุกบริษัทจะทำให้ภาพรวมอุตสาหกรรมดีขึ้น ส่วนทางด้าน เอม สตาร์ คาดว่าปีนี้จะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยจะเร่งเต็มกำลังตั้งแต่ต้นปี ทางด้านกิจกรรมสนับสนุนทางการตลาด และการให้ความรู้สมาชิก เนื่องจากยังหวั่นถึงสถานการณ์ที่เกินการควบคุมขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะเรื่องของการเมืองและภัยธรรมชาติ ขณะนี้สถานการณ์อยู่ในภาวะปกติต้องใช้เวลาให้มีค่าในการเร่งเครื่องให้ได้ยอดขายอย่างเต็มศักยภาพ
ในปีที่ผ่านมา เราเปิดยอดขายได้ที่ 4,203 ล้านบาท เราตั้งใจว่าเราจะทำยอดขายทะลุ 10,000 ล้านบาทให้จงได้ ทุกวันนี้เราทำ เอม สตาร์ ด้วยความสุข เราไม่กลัวเหนื่อย เราจะนำคนให้ไปสู่ความสำเร็จให้มากกว่าเดิม เราเชื่อมั่นว่าเราสามารถดูแลคนได้ดีมาก ๆ ต่อไปนี้เรามีอะไรอีกหลาย ๆ อย่างในการก้าวไปสู่เบอร์ 1 เราไม่คิดว่าเราจะไปแข่งขันกับใคร เราคิดเพียงจะแข่งกับตัวเอง
ปัจจุบัน เอม สตาร์ ขยาย สาขาตั้งอยู่ใน 4 ประเทศ ประกอบด้วย ไทย กัมพูชา ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา ซึ่งไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น 4 ประเทศที่กล่าวมา ก็ยังสามารถเชื่อมต่อกันได้ตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่การเติบโตที่สาขาในสหรัฐอเมริกาซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปนั้น ค่อนข้างมีอัตราการเติบโตที่น่าพอใจ เพียง 7 เดือน สามารถสร้างยอดได้ 45 ล้านบาท
ปัจจุบัน เอม สตาร์ มีสมาชิกทั้งหมดประมาณ 2,000,000 รหัส ACTIVE 600,000 รหัส สิ่งนี้พิสูจน์ได้ว่า เอม สตาร์ ไม่ใช่กระแส แต่เติบโตและแข็งแรง เป้าหมายทางด้านยอดขายของเรายังคงอยู่ที่ 10,000 ล้านบาท แต่สิ่งที่สวยงามกว่านั้น ก็คือ การนำพาผู้คนจำนวนมาก เดินร่วมทางไปสู่ความสำเร็จฝนชีวิต นี่คือเป้าหมายของ เอม สตาร์
เราจัดงานเอ็กซ์โป ติดต่อกันมาเป็นปีที่ 7 งานเอ็กซ์โปของเราถือเป็นหนึ่งโอกาส ให้ทุกคนได้เห็นถึงความสวยงามของธุรกิจอย่างแท้จริง และงานนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความร่วมแรงร่วมใจกันของนักธุรกิจ เอม สตาร์ (Aim star Network)
เอม สตาร์ เป็นธุรกิจที่ทำไม่ยาก ใครเดินเข้ามาก็สามารถประสบความสำเร็จได้ สินค้าถือเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทางบริษัทให้ความสำคัญในลำดับต้น ๆ หากไม่มีสินค้าก็ไม่สามารถขับเคลื่อนธุรกิจได้ ทางบริษัทได้ผนวกสินค้าให้เข้ากับความสุข โดยใช้แผนการตลาดเป็นตัวเชื่อม
เราให้ความสำคัญกับตัวสินค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องคุณภาพของสินค้า ไม่ว่าจะเป็นสินค้าในกลุ่มไหน เราพยายามที่จะนำเสนอสินค้าที่ดีมีคุณภาพสู่ท้องตลาด นี่เปรียบเสมือนแรงขับที่ทำให้เราเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เอม สตาร์ ถือเป็นบริษัทขายตรงที่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว พวกเขาใช้ระยะเวลาเพียงไม่กี่ปีก้าวขึ้นสู่บริษัทหัวแถวในธุรกิจขายตรงเมืองไทย สามารถสร้างยอดขายได้หลายพันล้านบาท เป้าหมายใหญ่ ของ เอม สตาร์ ภายใต้การนำของ ทญ.ลพา วัชร ศรีโรจน์ คือการนำพาองค์กรไปสู่ยอดขาย 10,000 ล้านให้จงได้ เท่านั้นยังไม่พอ ในช่วงเวลานับจากนี้เป็นต้นไป เอม สตาร์ เดินหน้าปรับอะไรอีกหลาย ๆ อย่างเพื่อก้าวสู่การเป็นเบอร์หนึ่งในอุตสาหกรรมขายตรงเมืองไทย!!!


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่323 ประจำวันที่1 - 15 กรกฏาคม 2555

ผ่าเกมรบตะปบสมาชิกรุ่นใหม่ ‘เอม สตาร์ - Aim Star’ ลุยต่อ ‘แอสนี่ โมเดล-ASNI MODEL’ ล่ายอดข้ามแดน!


ถอดรหัสเกมบุก “เอมสตาร์” เดินหน้าลุย “ASNI GUEST MODEL CONTEST” เร่งเครื่องกิจกรรมหลักหวังกระชากกลุ่มเลือดใหม่เข้าสู่ธุรกิจอีกครั้งหลังสร้างปรากฏการณ์ปั้นความแรงเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมากางตำราลุยหนักอัดฉีดเม็ดเงินสนับสนุนลงกิจกรรมไม่อั้นหวังจุดกระแสธุรกิจและสินค้าผ่านคนหนุ่ม - สาวที่เข้าร่วมประกวด...พร้อมลุยต่างประเทศรับเปิดเสรีอาเซียนเตรียมส่ง “แอสนี่โมเดล” นำร่องกัมพูชาปั้นหนุ่มสาวหน้าใหม่ล่ายอดขายข้ามประเทศ...!!!


...“เอม สตาร์ เน็ทเวิร์ค-Aim Star Network” เคยถูกขนานนามเป็นให้เป็น “นางเอกขายตรง” ด้วยความร้อนแรง ใคร ๆ ต่างพากันพูดถึงการมาของเธอ โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียน นักศึกษา เด็กจบใหม่ ที่ เอม สตาร์ เข้าไปเพาะเชื้อทางความคิด กับคำว่า “นักธุรกิจอิสระ” เอม สตาร์ พุ่งเป้าไปที่ “กลุ่มเลือดใหม่” ที่ในวันนี้บรรดาสมาชิกขายตรงหลายค่ายต่างเฮโลกันมาฝากความหวัง แทนขายตรงรุ่นเก่า ที่รักกันจริงแต่ทิ้งกันจัง และ “เอม สตาร์” ทำได้ก่อนใคร 90% จากสมาชิกทั้ง 2 ล้านรหัส คือเลือดใหม่ที่ไม่เคยทำขายตรงมาก่อน 
“ASNI GUEST MODEL CONTEST” เป็นกิจกรรมหลักที่ “เอม สตาร์” ใช้ดักฐานวัยรุ่นสาวที่ใฝ่ฝันอยากเป็นนางแบบ ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำและต่อเนื่องมา 6 ปีแล้ว กำหนดคุณสมบัติชัดเจนว่า ผู้เข้าประกวดทุกคนต้องเป็นนักธุรกิจ เอม สตาร์ อายุระหว่าง 18-30 ปี และมีประสบการณ์อย่างต่อเนื่องในการใช้ผลิตภัณฑ์แอสนี่เพื่อดูแลผิว รวมถึงความสามารถในการใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแอสนี่ด้วยตัวเอง ในปีนี้การประกวดได้เพิ่มรางวัล แอสนี่ ประเภทชายเข้ามา ถือเป็นการส่งสัญญาณว่า เอม สตาร์ จะลุยตลาด ‘ผู้ชายดูดี”
ทญ.ลภา วัชรศรีโรจน์ ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท เอม สตาร์ เน็ทเวิร์ค จำกัด เปิดเผยถึงการประกวดว่า “ในปีที่ 7 นี้ ได้มีการปรับเพิ่มการประกวดนายแบบขึ้นมาเป็นปีแรก เพื่อเป็นตัวแทนผู้ชายที่ใช้ผลิตภัณฑ์แอสนี่ ภายในงานประกวด แอสนี่ แมน แอน วูแมน ปี 2555 บริษัทฯ ได้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อฟื้นฟูสภาพผิวผู้ชายคือ แอสนี่ ฟอร์ เมน: ไนท์ ดีเฟ้นซ์ ตอบโจทย์สภาพผิวผู้ชายได้อย่างตรงใจ” 
กระแสการตอบรับในปีนี้ แรงกว่าทุกปี โดยมีผู้สมัครเข้ามาประกวด 1,030 คน จากสมาชิก เอม สตาร์ ทั่วประเทศ และผ่านการคัดเลือกเหลือผู้ประกวดทั้งชายและหญิง 40 คน เพื่อเข้าสู่แคมป์แอสนี่ 2 วัน 1 คืน ณ วีรันดารีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหิน โดยในแคมป์จะมีการเข้มงวดเรื่องของการพัฒนาบุคลิกภาพ ฝึกการเดินแบบ แต่งหน้า และกิจกรรมเพื่อสร้างสายสัมพันธ์และมิตรภาพระหว่างผู้เข้าประกวด ก่อนจะมาตัดสินผู้ชนะเลิศในวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา ณ แฟชั่นฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพฯ 
ยอมรับว่า สมาชิกหนุ่ม - สาวที่มาประกวดกันในวันนั้น สวย หล่อ ขาว ใส หุ่นดี มีกล้าม เรียกว่า สวยเสร็จ หล่อเช็ด กันทุกคน และผู้ชนะเลิศ ASNI MAN 2012 ได้แก่ คุณเอกลักษณ์ วรรณภิระ อายุ 29 ปี บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร ส่วนรางวัลชนะเลิศ ASNI WOMAN 2012 ตกเป็นของ คุณสะคราญกมล อุทัยศรี อายุ 23 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยนานาชาติ Stam Ford ผู้ชนะเลิศได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท นอกจากนี้ผู้ชนะการประกวดและรองทั้ง 8 คน จะได้รับโล่รางวัล พร้อมแพ็คแกจทัวร์สู่การท่องเที่ยวและร่วมสัมมนา ณ เอม สตาร์ เน็ทเวิร์ค ประเทศญี่ปุ่น 
ธุรกิจ เอม สตาร์ ในประเทศไทยมีประชากร 60 ล้านคน ถ้าเรามาเชื่อมต่ออีกหลายๆ ประเทศเป็น AEC หรือประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน อีกหน่อยตลาดของเราจะไม่ใช่แค่ 60 ล้านคน แค่เป็น 600 ล้านคน ถามว่าเรามีอะไรที่เป็นกิจกรรมรองรับ ปลายปีนี้ เอม สตาร์ เตรียมการประกวด แอสนี่ แมน แอนด์ วูแมน ที่ประเทศกัมพูชา โดยใช้กฎกติกาเหมือนกัน คือต้องเป็นนักธุรกิจเอม สตาร์ อายุระหว่าง 18-30 ปี แต่จะมีผู้ชนะและรองชนะเลิศ 3 คน ขณะประกาศรับสมัครหนุ่มสาวทั่วกัมพูชา ส่วนประเทศอื่น ๆ เราก็วางแผนที่จะไปจัดประกวดให้ครบ ซึ่งต้องติดตามกันต่อไป 
คุณหมอ กล่าวต่อว่า เดี๋ยวนี้โลกมันเปลี่ยนไปเร็ว ตั้งแต่มีอินเตอร์เน็ต ข่าวสารต่าง ๆ มันถึงกันหมด ประเทศไหนที่เปิดตัวเอง ข่าวสารก็จะหลั่งไหลไปหา แล้วเขาจะเปลี่ยนตัวเองเร็วมาก ผลตอบรับที่กัมพูชาดีมาก ตอนนี้เราขยายศูนย์จากเดิมที่เป็นห้องแถวสองคูหา ก็ขยับขยายไปอยู่บนพนมเปญทาวเวอร์ มีพื้นที่กว้างขวางรองรับสมาชิกได้มากขึ้น คาดว่าอีกประมาณ 2 เดือนน่าจะเปิดทำการได้ 
หากถามถึงการลงทุนในธุรกิจทีวี ดาวเทียม ทญ.ลพายอมรับตามตรงว่า ไม่ใช่ทางถนัด การนำคนไปล่าความฝันมากกว่า ถ้าเราไม่ออกเดินทาง เราก็คว้าอะไรไม่ได้ แต่ถ้าเราเริ่มออกเดินทุกอย่างก็จะง่ายขึ้น 
ทญ.ลพา กล่าวถึงธุรกิจขายตรงในปัจจุบันนี้ว่า มีธุรกิจเปิดใหม่ในวงการซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะทำให้วงการขายตรงมีศักยภาพมากขึ้น ไม่ได้มองว่าธุรกิจอื่นเป็นคู่แข่ง แต่มองว่าทุกบริษัทจะทำให้ภาพรวมอุตสาหกรรมดีขึ้น ส่วนทางด้าน เอม สตาร์ คาดว่าปีนี้จะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยจะเร่งเต็มกำลังตั้งแต่ต้นปี ทางด้านกิจกรรมสนับสนุนทางการตลาด และการให้ความรู้สมาชิก เนื่องจากยังหวั่นถึงสถานการณ์ที่เกินการควบคุมขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะเรื่องของการเมืองและภัยธรรมชาติ ขณะนี้สถานการณ์อยู่ในภาวะปกติต้องใช้เวลาให้มีค่าในการเร่งเครื่องให้ได้ยอดขายอย่างเต็มศักยภาพ 
“ในปีที่ผ่านมา เราเปิดยอดขายได้ที่ 4,203 ล้านบาท เราตั้งใจว่าเราจะทำยอดขายทะลุ 10,000 ล้านบาทให้จงได้ ทุกวันนี้เราทำ เอม สตาร์ ด้วยความสุข เราไม่กลัวเหนื่อย เราจะนำคนให้ไปสู่ความสำเร็จให้มากกว่าเดิม เราเชื่อมั่นว่าเราสามารถดูแลคนได้ดีมาก ๆ ต่อไปนี้เรามีอะไรอีกหลาย ๆ อย่างในการก้าวไปสู่เบอร์ 1 เราไม่คิดว่าเราจะไปแข่งขันกับใคร เราคิดเพียงจะแข่งกับตัวเอง” 
ปัจจุบัน เอม สตาร์ ขยาย สาขาตั้งอยู่ใน 4 ประเทศ ประกอบด้วย ไทย กัมพูชา ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา ซึ่งไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น 4 ประเทศที่กล่าวมา ก็ยังสามารถเชื่อมต่อกันได้ตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่การเติบโตที่สาขาในสหรัฐอเมริกาซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปนั้น ค่อนข้างมีอัตราการเติบโตที่น่าพอใจ เพียง 7 เดือน สามารถสร้างยอดได้ 45 ล้านบาท 
ปัจจุบัน เอม สตาร์ มีสมาชิกทั้งหมดประมาณ 2,000,000 รหัส ACTIVE 600,000 รหัส สิ่งนี้พิสูจน์ได้ว่า เอม สตาร์ ไม่ใช่กระแส แต่เติบโตและแข็งแรง เป้าหมายทางด้านยอดขายของเรายังคงอยู่ที่ 10,000 ล้านบาท แต่สิ่งที่สวยงามกว่านั้น ก็คือ การนำพาผู้คนจำนวนมาก เดินร่วมทางไปสู่ความสำเร็จฝนชีวิต นี่คือเป้าหมายของ เอม สตาร์ 
“เราจัดงานเอ็กซ์โป ติดต่อกันมาเป็นปีที่ 7 งานเอ็กซ์โปของเราถือเป็นหนึ่งโอกาส ให้ทุกคนได้เห็นถึงความสวยงามของธุรกิจอย่างแท้จริง และงานนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความร่วมแรงร่วมใจกันของนักธุรกิจ เอม สตาร์ (Aim star Network)”
เอม สตาร์ เป็นธุรกิจที่ทำไม่ยาก ใครเดินเข้ามาก็สามารถประสบความสำเร็จได้ สินค้าถือเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทางบริษัทให้ความสำคัญในลำดับต้น ๆ หากไม่มีสินค้าก็ไม่สามารถขับเคลื่อนธุรกิจได้ ทางบริษัทได้ผนวกสินค้าให้เข้ากับความสุข โดยใช้แผนการตลาดเป็นตัวเชื่อม 
“เราให้ความสำคัญกับตัวสินค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องคุณภาพของสินค้า ไม่ว่าจะเป็นสินค้าในกลุ่มไหน เราพยายามที่จะนำเสนอสินค้าที่ดีมีคุณภาพสู่ท้องตลาด นี่เปรียบเสมือนแรงขับที่ทำให้เราเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง”
เอม สตาร์ ถือเป็นบริษัทขายตรงที่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว พวกเขาใช้ระยะเวลาเพียงไม่กี่ปีก้าวขึ้นสู่บริษัทหัวแถวในธุรกิจขายตรงเมืองไทย สามารถสร้างยอดขายได้หลายพันล้านบาท เป้าหมายใหญ่ ของ เอม สตาร์ ภายใต้การนำของ “ทญ.ลพา วัชร ศรีโรจน์” คือการนำพาองค์กรไปสู่ยอดขาย 10,000 ล้านให้จงได้ เท่านั้นยังไม่พอ ในช่วงเวลานับจากนี้เป็นต้นไป เอม สตาร์ เดินหน้าปรับอะไรอีกหลาย ๆ อย่างเพื่อก้าวสู่การเป็นเบอร์หนึ่งในอุตสาหกรรมขายตรงเมืองไทย…!!!


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 323 ประจำวันที่ 1 - 15 กรกฏาคม 2555

ผ่าเกมรบตะปบสมาชิกรุ่นใหม่ ‘เอม สตาร์ - Aim Star’ ลุยต่อ ‘แอสนี่ โมเดล-ASNI MODEL’ ล่ายอดข้ามแดน!


ถอดรหัสเกมบุก “เอมสตาร์” เดินหน้าลุย “ASNI GUEST MODEL CONTEST” เร่งเครื่องกิจกรรมหลักหวังกระชากกลุ่มเลือดใหม่เข้าสู่ธุรกิจอีกครั้งหลังสร้างปรากฏการณ์ปั้นความแรงเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมากางตำราลุยหนักอัดฉีดเม็ดเงินสนับสนุนลงกิจกรรมไม่อั้นหวังจุดกระแสธุรกิจและสินค้าผ่านคนหนุ่ม - สาวที่เข้าร่วมประกวด...พร้อมลุยต่างประเทศรับเปิดเสรีอาเซียนเตรียมส่ง “แอสนี่โมเดล” นำร่องกัมพูชาปั้นหนุ่มสาวหน้าใหม่ล่ายอดขายข้ามประเทศ...!!!


...“เอม สตาร์ เน็ทเวิร์ค-Aim Star Network” เคยถูกขนานนามเป็นให้เป็น “นางเอกขายตรง” ด้วยความร้อนแรง ใคร ๆ ต่างพากันพูดถึงการมาของเธอ โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียน นักศึกษา เด็กจบใหม่ ที่ เอม สตาร์ เข้าไปเพาะเชื้อทางความคิด กับคำว่า “นักธุรกิจอิสระ” เอม สตาร์ พุ่งเป้าไปที่ “กลุ่มเลือดใหม่” ที่ในวันนี้บรรดาสมาชิกขายตรงหลายค่ายต่างเฮโลกันมาฝากความหวัง แทนขายตรงรุ่นเก่า ที่รักกันจริงแต่ทิ้งกันจัง และ “เอม สตาร์” ทำได้ก่อนใคร 90% จากสมาชิกทั้ง 2 ล้านรหัส คือเลือดใหม่ที่ไม่เคยทำขายตรงมาก่อน 
“ASNI GUEST MODEL CONTEST” เป็นกิจกรรมหลักที่ “เอม สตาร์” ใช้ดักฐานวัยรุ่นสาวที่ใฝ่ฝันอยากเป็นนางแบบ ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำและต่อเนื่องมา 6 ปีแล้ว กำหนดคุณสมบัติชัดเจนว่า ผู้เข้าประกวดทุกคนต้องเป็นนักธุรกิจ เอม สตาร์ อายุระหว่าง 18-30 ปี และมีประสบการณ์อย่างต่อเนื่องในการใช้ผลิตภัณฑ์แอสนี่เพื่อดูแลผิว รวมถึงความสามารถในการใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแอสนี่ด้วยตัวเอง ในปีนี้การประกวดได้เพิ่มรางวัล แอสนี่ ประเภทชายเข้ามา ถือเป็นการส่งสัญญาณว่า เอม สตาร์ จะลุยตลาด ‘ผู้ชายดูดี”
ทญ.ลภา วัชรศรีโรจน์ ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท เอม สตาร์ เน็ทเวิร์ค จำกัด เปิดเผยถึงการประกวดว่า “ในปีที่ 7 นี้ ได้มีการปรับเพิ่มการประกวดนายแบบขึ้นมาเป็นปีแรก เพื่อเป็นตัวแทนผู้ชายที่ใช้ผลิตภัณฑ์แอสนี่ ภายในงานประกวด แอสนี่ แมน แอน วูแมน ปี 2555 บริษัทฯ ได้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อฟื้นฟูสภาพผิวผู้ชายคือ แอสนี่ ฟอร์ เมน: ไนท์ ดีเฟ้นซ์ ตอบโจทย์สภาพผิวผู้ชายได้อย่างตรงใจ” 
กระแสการตอบรับในปีนี้ แรงกว่าทุกปี โดยมีผู้สมัครเข้ามาประกวด 1,030 คน จากสมาชิก เอม สตาร์ ทั่วประเทศ และผ่านการคัดเลือกเหลือผู้ประกวดทั้งชายและหญิง 40 คน เพื่อเข้าสู่แคมป์แอสนี่ 2 วัน 1 คืน ณ วีรันดารีสอร์ท แอนด์ สปา หัวหิน โดยในแคมป์จะมีการเข้มงวดเรื่องของการพัฒนาบุคลิกภาพ ฝึกการเดินแบบ แต่งหน้า และกิจกรรมเพื่อสร้างสายสัมพันธ์และมิตรภาพระหว่างผู้เข้าประกวด ก่อนจะมาตัดสินผู้ชนะเลิศในวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา ณ แฟชั่นฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพฯ 
ยอมรับว่า สมาชิกหนุ่ม - สาวที่มาประกวดกันในวันนั้น สวย หล่อ ขาว ใส หุ่นดี มีกล้าม เรียกว่า สวยเสร็จ หล่อเช็ด กันทุกคน และผู้ชนะเลิศ ASNI MAN 2012 ได้แก่ คุณเอกลักษณ์ วรรณภิระ อายุ 29 ปี บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร ส่วนรางวัลชนะเลิศ ASNI WOMAN 2012 ตกเป็นของ คุณสะคราญกมล อุทัยศรี อายุ 23 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยนานาชาติ Stam Ford ผู้ชนะเลิศได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท นอกจากนี้ผู้ชนะการประกวดและรองทั้ง 8 คน จะได้รับโล่รางวัล พร้อมแพ็คแกจทัวร์สู่การท่องเที่ยวและร่วมสัมมนา ณ เอม สตาร์ เน็ทเวิร์ค ประเทศญี่ปุ่น 
ธุรกิจ เอม สตาร์ ในประเทศไทยมีประชากร 60 ล้านคน ถ้าเรามาเชื่อมต่ออีกหลายๆ ประเทศเป็น AEC หรือประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน อีกหน่อยตลาดของเราจะไม่ใช่แค่ 60 ล้านคน แค่เป็น 600 ล้านคน ถามว่าเรามีอะไรที่เป็นกิจกรรมรองรับ ปลายปีนี้ เอม สตาร์ เตรียมการประกวด แอสนี่ แมน แอนด์ วูแมน ที่ประเทศกัมพูชา โดยใช้กฎกติกาเหมือนกัน คือต้องเป็นนักธุรกิจเอม สตาร์ อายุระหว่าง 18-30 ปี แต่จะมีผู้ชนะและรองชนะเลิศ 3 คน ขณะประกาศรับสมัครหนุ่มสาวทั่วกัมพูชา ส่วนประเทศอื่น ๆ เราก็วางแผนที่จะไปจัดประกวดให้ครบ ซึ่งต้องติดตามกันต่อไป 
คุณหมอ กล่าวต่อว่า เดี๋ยวนี้โลกมันเปลี่ยนไปเร็ว ตั้งแต่มีอินเตอร์เน็ต ข่าวสารต่าง ๆ มันถึงกันหมด ประเทศไหนที่เปิดตัวเอง ข่าวสารก็จะหลั่งไหลไปหา แล้วเขาจะเปลี่ยนตัวเองเร็วมาก ผลตอบรับที่กัมพูชาดีมาก ตอนนี้เราขยายศูนย์จากเดิมที่เป็นห้องแถวสองคูหา ก็ขยับขยายไปอยู่บนพนมเปญทาวเวอร์ มีพื้นที่กว้างขวางรองรับสมาชิกได้มากขึ้น คาดว่าอีกประมาณ 2 เดือนน่าจะเปิดทำการได้ 
หากถามถึงการลงทุนในธุรกิจทีวี ดาวเทียม ทญ.ลพายอมรับตามตรงว่า ไม่ใช่ทางถนัด การนำคนไปล่าความฝันมากกว่า ถ้าเราไม่ออกเดินทาง เราก็คว้าอะไรไม่ได้ แต่ถ้าเราเริ่มออกเดินทุกอย่างก็จะง่ายขึ้น 
ทญ.ลพา กล่าวถึงธุรกิจขายตรงในปัจจุบันนี้ว่า มีธุรกิจเปิดใหม่ในวงการซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะทำให้วงการขายตรงมีศักยภาพมากขึ้น ไม่ได้มองว่าธุรกิจอื่นเป็นคู่แข่ง แต่มองว่าทุกบริษัทจะทำให้ภาพรวมอุตสาหกรรมดีขึ้น ส่วนทางด้าน เอม สตาร์ คาดว่าปีนี้จะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยจะเร่งเต็มกำลังตั้งแต่ต้นปี ทางด้านกิจกรรมสนับสนุนทางการตลาด และการให้ความรู้สมาชิก เนื่องจากยังหวั่นถึงสถานการณ์ที่เกินการควบคุมขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะเรื่องของการเมืองและภัยธรรมชาติ ขณะนี้สถานการณ์อยู่ในภาวะปกติต้องใช้เวลาให้มีค่าในการเร่งเครื่องให้ได้ยอดขายอย่างเต็มศักยภาพ 
“ในปีที่ผ่านมา เราเปิดยอดขายได้ที่ 4,203 ล้านบาท เราตั้งใจว่าเราจะทำยอดขายทะลุ 10,000 ล้านบาทให้จงได้ ทุกวันนี้เราทำ เอม สตาร์ ด้วยความสุข เราไม่กลัวเหนื่อย เราจะนำคนให้ไปสู่ความสำเร็จให้มากกว่าเดิม เราเชื่อมั่นว่าเราสามารถดูแลคนได้ดีมาก ๆ ต่อไปนี้เรามีอะไรอีกหลาย ๆ อย่างในการก้าวไปสู่เบอร์ 1 เราไม่คิดว่าเราจะไปแข่งขันกับใคร เราคิดเพียงจะแข่งกับตัวเอง” 
ปัจจุบัน เอม สตาร์ ขยาย สาขาตั้งอยู่ใน 4 ประเทศ ประกอบด้วย ไทย กัมพูชา ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา ซึ่งไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น 4 ประเทศที่กล่าวมา ก็ยังสามารถเชื่อมต่อกันได้ตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่การเติบโตที่สาขาในสหรัฐอเมริกาซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปนั้น ค่อนข้างมีอัตราการเติบโตที่น่าพอใจ เพียง 7 เดือน สามารถสร้างยอดได้ 45 ล้านบาท 
ปัจจุบัน เอม สตาร์ มีสมาชิกทั้งหมดประมาณ 2,000,000 รหัส ACTIVE 600,000 รหัส สิ่งนี้พิสูจน์ได้ว่า เอม สตาร์ ไม่ใช่กระแส แต่เติบโตและแข็งแรง เป้าหมายทางด้านยอดขายของเรายังคงอยู่ที่ 10,000 ล้านบาท แต่สิ่งที่สวยงามกว่านั้น ก็คือ การนำพาผู้คนจำนวนมาก เดินร่วมทางไปสู่ความสำเร็จฝนชีวิต นี่คือเป้าหมายของ เอม สตาร์ 
“เราจัดงานเอ็กซ์โป ติดต่อกันมาเป็นปีที่ 7 งานเอ็กซ์โปของเราถือเป็นหนึ่งโอกาส ให้ทุกคนได้เห็นถึงความสวยงามของธุรกิจอย่างแท้จริง และงานนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความร่วมแรงร่วมใจกันของนักธุรกิจ เอม สตาร์ (Aim star Network)”
เอม สตาร์ เป็นธุรกิจที่ทำไม่ยาก ใครเดินเข้ามาก็สามารถประสบความสำเร็จได้ สินค้าถือเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทางบริษัทให้ความสำคัญในลำดับต้น ๆ หากไม่มีสินค้าก็ไม่สามารถขับเคลื่อนธุรกิจได้ ทางบริษัทได้ผนวกสินค้าให้เข้ากับความสุข โดยใช้แผนการตลาดเป็นตัวเชื่อม 
“เราให้ความสำคัญกับตัวสินค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องคุณภาพของสินค้า ไม่ว่าจะเป็นสินค้าในกลุ่มไหน เราพยายามที่จะนำเสนอสินค้าที่ดีมีคุณภาพสู่ท้องตลาด นี่เปรียบเสมือนแรงขับที่ทำให้เราเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง”
เอม สตาร์ ถือเป็นบริษัทขายตรงที่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว พวกเขาใช้ระยะเวลาเพียงไม่กี่ปีก้าวขึ้นสู่บริษัทหัวแถวในธุรกิจขายตรงเมืองไทย สามารถสร้างยอดขายได้หลายพันล้านบาท เป้าหมายใหญ่ ของ เอม สตาร์ ภายใต้การนำของ “ทญ.ลพา วัชร ศรีโรจน์” คือการนำพาองค์กรไปสู่ยอดขาย 10,000 ล้านให้จงได้ เท่านั้นยังไม่พอ ในช่วงเวลานับจากนี้เป็นต้นไป เอม สตาร์ เดินหน้าปรับอะไรอีกหลาย ๆ อย่างเพื่อก้าวสู่การเป็นเบอร์หนึ่งในอุตสาหกรรมขายตรงเมืองไทย…!!!


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 323 ประจำวันที่ 1 - 15 กรกฏาคม 2555