ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บริษัท เอเชีย สุพรีม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บริษัท เอเชีย สุพรีม แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ข่าว เอเชีย สุพรีม (Asia Supreme) : 'เอเชีย สุพรีม' จับมือเมืองโสมขนเครื่องสำอางลุยขายอาเซียน

 








67617n_1l (Mobile)

"เอเชีย สุพรีม" ก้าวไปอีกขั้น จับมือบริษัทชั้นนำแดนกิมจิ "Amaranth Cosmetics" แตกไลน์เครื่องสำอาง นำร่อง 5-7 รายการลุยตลาดขายตรงอาเซียน


นายสุธีร์ รัตนนาคินทร์ ประธานกรรมการ บริษัท เอเชีย สุพรีม จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทมีการเติบโตแบบก้าวกระโดดและมีความแข็งแกร่ง มาจากการมีพันธมิตรคู่ค้าต่างประเทศเป็นจำนวนมาก และบริษัทมี นโยบายการเปิดสาขาในภูมิภาคเอเซีย ซึ่งปัจจุบันขยายเข้าไปแล้วในประเทศเพื่อบ้าน คือ มาเลเซีย ลาว เวียดนาม และกัมพูชา


นอกจากนี้เพื่อสร้างความแข็งแกร่งมากขึ้น บริษัทได้นำสินค้าที่เป็นนวัตกรรมเข้ามาจำหน่าย โดยปัจจุบันมีสินค้าจากนิวซีแลนด์ อเมริกา และมาเลเซีย ล่าสุดบริษัทได้จับมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัท ในเกาหลี และอมรัน เป็น 1 ใน 5 มาตรฐานโลก ผู้นำตลาดเกาหลี และระดับสากล 20 ประเทศที่มีสินค้าขายอยู่


"เพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจมากขึ้น บริษัทพยายามมองหาสินค้าที่มีนวัตกรรม นอกจากวันนี้เรามีคอสตูม จากนิวซีแลนด์และมีสินค้าหลายตัวจากอเมริกา หลายตัวมาจากมาเลเซีย นอกจากนี้ สกินแคร์ เครื่องสำอาง ปฏิเสธไม่ได้ว่า เกาหลี โดดเด่นมากในระดับโลก"


ล่าสุด บริษัทได้จับมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ Amaranth Cosmetics ซึ่งเป็นผู้นำตลาดด้านคอสเมติกส์จากประเทศเกาหลี ซึ่งติดอันดับ 1 ใน 5 มาตรฐานโลกและมีการจำหน่ายสินค้าไปสู่ 20 ประเทศทั่วโลก โดยเอเชีย สุพรีมจะเป็นตัวแทนจำหน่ายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แต่เพียงผู้เดียว


"สำหรับ Amaranth เป็นทั้งผู้ผลิตที่มีสินค้านวัตกรรมใหม่ๆ โดยมีทิศทางการทำธุรกิจไปในแนวทางเดียวกันกับเอเชียสุพรีม ซึ่ง 4 เดือนที่ผ่านมา ผมได้ไปเยี่ยมเยียนที่เมืองปูซาน เพื่อทำแนวทางธุรกิจร่วมกัน อย่างแรกคือการสนับสนุน โดยคัดเอาสินค้าที่เด่นที่สุด จำนวน 3 กลุ่ม 5-7 รายการ มาออกตลาดในไทย"


นายสุธีร์ กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้บริษัทได้สิทธิ์เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องสำอางของ Amanranch แต่เพียงผู้เดียวในไทยและในอาเซียนอีก 10 ประเทศ โดยคาดว่ายอดขายปีแรกน่าจะไม่ต่ำกว่า 100-120 ล้านบาท ทั้งนี้ช่องทางการทำตลาดไม่ได้จำกัดแค่ MLM แต่ยังมีช่องทางอื่นๆ ที่จะพัฒนาต่อไปคือ ซิงเกิ้ล แฟรนไชส์ นอกจากนี้บริษัทยังสามารถเป็นตัวแทนจำหน่ายในภูมิภาคนี้ในรูปแบบ OEM ได้อีกด้วย


"เอเชีย สุพรีมถือเป็นประตูเพื่อกระจายสินค้าไปสู่อาเซียน นอกจากนี้ยังถือเป็นการเพิ่มไลน์สินค้าจากเดิมที่เน้นขายกลุ่มเสริมอาหารเป็นหลัก การจับมือกับ Amanranch จะเป็นส่วนสำคัญในการทำตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะในกลุ่มอาเซียน ทั้ง มาเลเซีย เขมร ลาว และพม่า ที่จะเริ่มรุกตลาดต่างประเทศอย่างจริงจังตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป โดยหลังจากนี้จะมีการจับมือกับพันธมิตรในการนำเสนอสินค้าใหม่ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง มั่นใจว่าจะส่งผลให้ปี 2557 บริษัทจะทำรายได้ถึง 500 ล้านบาท จากรายได้ในสิ้นปีนี้น่าจะปิดที่ 160 ล้านบาท" นายสุธีร์ กล่าว


 


 


 


Credit By : http://www.ryt9.com

วันจันทร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2556

ข่าว เอเชีย สุพรีม (Asia Supreme) : เอเชีย สุพรีมปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ ชิมรางแตกไลน์สายธุรกิจเสริมศักยภาพ







Capture (Mobile)

 


เอเชีย สุพรีม ประกาศปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ แย้มเป้า 3 ปี ดันองค์กรเครือข่ายสู่มืออาชีพ...หลังเตรียมแตกไลน์ธุรกิจใหม่เติมเต็มความสมบูรณ์ พร้อมเสิร์ฟเครื่องมือธุรกิจแบบครบเครื่องทั้งสื่อทีวี-วิทยุชุมชนแก่สมาชิก...แย้มภาพรวมธุรกิจที่ผ่านมาเกือบ 2 ปี เติบโตดีเกินคาด ลั่นสิ้นปีขอแตะยอด 150 ล้าน พร้อมจำนวนสมาชิก 2 หมื่นรหัส


อาจารย์สุธีร์ รัตนนาคินทร์ ประธานกรรมการ บริษัท เอเชีย สุพรีม จำกัด เผยถึงภาพรวมธุรกิจในช่วงที่ผ่านมาว่าหลังจากที่บริษัทฯ ได้ดำเนินการมาเกือบ 2 ปี ต้องยอมรับว่าธุรกิจขายตรงในบ้านเรานั้น ค่อนข้างที่จะไม่ปกติ แต่ด้วยความตั้งมั่นของเอเชีย สุพรีมแล้ว บริษัทฯ ถือว่าในช่วงที่ผ่านมา ค่อนข้างมีการเติบโตเป็นที่น่าพอใจ และล่าสุด บริษัทฯ ได้มีการเพิ่มศักยภาพความมั่นคงของธุรกิจด้วยการย้ายออฟฟิศทั้ง 2 แห่ง ที่จากเดิมอยู่ที่พุทธมณฑลสาย 5 และที่ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว มาอยู่ที่อาคารป่องทรัพย์ ชั้น 3 ซึ่งถือเป็นสำนักงานใหญ่ของบริษัทเลยก็ว่าได้


สำหรับแผนงานของบริษัทฯ ที่วางไว้นับจากนี้ คือ การปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ในช่วง 3 ปีนับจากนี้ โดยจะเริ่มต้นจากการแตกไลน์ธุรกิจใหม่อีกหนึ่งบริษัท โดยจะมีทางเอเชีย สุพรีมนั้นเป็นตัวนำ ซึ่งตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2557 เป็นต้นไป ทางบริษัทฯ จะเปิดบริษัทใหม่อีก 1 บริษัท คือ บริษัท Upline Holding ที่มีทุน 20 ล้านบาท โดยบริษัทดังกล่าวสามารถให้สมาชิกทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเข้าไปถือหุ้นใน Upline Holding ได้ ซึ่งแนวทางธุรกิจของเอเชีย สุพรีม นับจากนี้ จะเป็นการเติบโตด้วย 3 สายธุรกิจที่จะเกิดขึ้น คือ สายธุรกิจที่ 1 ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2556 นี้เป็นต้นไป ทางบริษัทฯ จะมีธุรกิจทางด้านออนไลน์และธุรกิจซิงเกิ้ล ชื่อว่า Supreme Direct ทุน 10 ล้านบาท เพื่อมาสนับสนุนธุรกิจ


สายธุรกิจที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2556 ทางบริษัทฯ จะมีอีกหนึ่งธุรกิจชื่อว่า Supreme Plus ทุน 30 ล้านบาท โดยจะทำธุรกิจอยู่ 2 อย่าง คือ สื่อที่เป็นของบริษัทเอง และสื่อที่บริษัทเข้าไปร่วมทุน ไม่ว่าจะเป็นทางเคเบิ้ลทีวีและวิทยุชุมชน ที่มีอยู่เกือบ 100 สถานี อีกทั้งบริษัทฯ ยังมีสถานีที่สื่อสารกับสมาชิกของบริษัทที่ชื่อว่า Asia TV เป็นเน็ตทีวี หรือเรียกว่า IPTV นั้นเอง ซึ่งคาดว่า จะเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนมกราคม ปี 2557 นี้ ซึ่งจะเป็นการสร้างภาพลักษณ์ให้กับบริษัท และสร้างเครื่องมือให้กับสมาชิกในการทำงานง่ายขึ้นนั่นเอง


นอกจากนี้ ทางบริษัทฯ ยังมีธุรกิจที่เป็นคู่ขนานกับ Supreme Plus นั่นก็คือ ร้านกาแฟ ซึ่งถือเป็นเซ็นเตอร์ของเอเชีย สุพรีมเลยก็ว่าได้ โดยจะมีชื่อว่า Supreme Coffee คาดว่าในปี 2557 จะมีอยู่ประมาณ 100 ร้าน โดย Supreme Coffee นั้น จะอยู่ในปั้มน้ำมัน ห้างสรรพสินค้า มหาวิทยาลัย เป็นต้น ซึ่งถือเป็นกลุ่มเป้าหมาย โดยเชื่อว่ารูปแบบธุรกิจนี้น่าที่จะเติบโตไปได้เป็นอย่างดี


อาจารย์สุธีร์ กล่าวเสริมอีกว่า ส่วนสายธุรกิจที่ 3 ที่คาดว่าจะเกิดในช่วงปลายปี 2557 คือ ทางบริษัทฯ มีแผนที่จะเข้าไปทำโรงงานการผลิตสินค้าในบ้างกลุ่ม โดยเฉพาะโรงงานผลิตเครื่องสำอางและโรงงานการผลิตเครื่องดื่มสุขภาพ ด้วยทุน 60 ล้านบาท ซึ่งธุรกิจทั้งหมดที่เกิดขึ้นในเอเชีย สุพรีมนั้น จะถือหุ้นโดยเอเชีย สุพรีมเกิน 50% ในขณะเดียวกันธุรกิจในเอเชีย สุพรีมนั้น จะถือหุ้น 30% โดย Upline Holding ที่มีสมาชิกบางรายเป็นผู้ถือหุ้นด้วย


นอกจากนี้ เอเชีย สุพรีม ยังมีมูลนิธิ เพื่อทำกิจกรรมกับสังคมอีกด้วย โดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2557 เป็นต้นไป บทบาทของมูลนิธิจะเข้ามามีบทบาทที่สำคัญ ในการช่วยเหลือดูแลเกื้อกูลสังคม ไปพร้อม ๆ กับสถาบันการฝึกอบรม เพื่อที่จะไปสร้างคุณภาพและศักยภาพของสมาชิกทั้งหมดของบริษัทฯ นั่นเอง


วันนี้ต้องยอมรับว่า โลกของธุรกิจเปลี่ยนไป เทคโนโลยีก็เปลี่ยนไปด้วย เพราะฉะนั้นระบบของสื่อต่าง ๆ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่สำคัญ โดยธุรกิจใหม่ที่เราจะเกิดขึ้นนั้น ทั้งเรื่องของออนไลน์และซิงเกิ้ล จะเป็นการขายสินค้าที่แตกต่างกัน และคนละแบรนด์ รวมถึงเป็นการเจาะกลุ่มเป้าหมายเฉพาะกลุ่มด้วย


ด้านนายเอกดนัย สุฉันทบุตร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชีย สุพรีม จำกัด กล่าวเสริมว่า ขณะนี้เอเชีย สุพรีม ได้ดำเนินธุรกิจมาเกือบ 2 ปีแล้ว โดยได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2555 ที่ผ่านมา ซึ่งในปี 2555 มียอดขายอยู่ประมาณ 60 ล้านบาท ที่สำคัญ ผลประกอบการของบริษัทฯ ในช่วงครึ่งปีแรกปีนี้ พบว่า มียอดขายเท่ากับปีที่ผ่านมา คือ 60 ล้านบาท ส่งผลให้ในสิ้นปีนี้บริษัทฯ จึงตั้งเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 150 ล้านบาท พร้อมกับเป้าหมายจำนวนสมาชิกแตะอยู่ที่ 2 หมื่นรหัส จากปัจจุบันมีอยู่ที่ 1.2 หมื่นรหัส


นายเอกดนัย กล่าวทิ้งท้ายว่า ปัจจัยที่ทำให้บริษัทฯ เติบโตจนถึงปัจจุบันนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเรามีบริษัทแม่เป็นบริษัทมหาชน มีโรงงานการผลิตที่อยู่ในเครือของเรา โดยถือว่าน่าที่จะเป็นการสร้างความมั่นใจ และความมั่นคงให้กับสมาชิกของเราได้ ที่สำคัญ ที่ผ่านมา อัตราการเติบโตของบริษัทฯ นั้น ถือว่าเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงในส่วนของสาขาด้วย อีกทั้งในเรื่องของการจัด OPP ทั่วประเทศ และการจัดโปรโมชั่นต่าง ๆ อาทิ โปรโมชั่นท่องเที่ยว โปรโมชั่นรถยนต์ เป็นต้น ที่ช่วยในการสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจนั่นเอง





Credit By :http://www.taladvikrao.com

วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ข่าว เอเชีย สุพรีม (Asia Supreme) : เอชีย สุพรีมขอวัดดวง ดึงแม่ทีมเบอร์ 1 พรีมาไลฟ์ ไทม์ ร่วมทัพหวังโตก้าวกระโดด พุ่งเป้าทะลวงยอดขายสิ้นปีนี้ 300 ล.









ขึ้นชื่อว่า ธุรกิจขายตรงหรือธุรกิจเน็ทเวิร์ค ซึ่งต้องสานต่อทำงานกับมวลชนจำนวนมากในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต และแน่นอนว่าหากความคิด หรือ ผลประโยชน์ไม่ลงตัวย่อมเกิด รอยร้าว ขึ้นมาสุดท้ายก็ต้องแยกทางกันเดิน หรือดิ้นหนีตายซบชายคาหลังใหม่ จนกลายเป็นภาพชินตาเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งของการโกมือลาย้ายออกจากค่ายโน้นแล้วมาซูฮกค่ายนี้ วนไปเวียนมา โดยเฉพาะบริษัทเปิดใหม่ช่วงอายุงาน 1-3 ปีจะมีกลุ่มคนหน้าเดิมๆ มาให้เลือกสรร ชนิดหัวบันไดออฟฟิสไม่แห้งเลยทีเดียว


อย่างล่าสุด กับความเคลื่อนไหวใหญ่รับต้นปี เกิดขึ้นภายในงานแถลงข่าว บริษัท เอเชีย สุพรีม จำกัด เมื่อวันศุกร์ที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมาหลังจากแถลงข่าวถึงทิศทางธุรกิจในปี 2556 แล้วในครั้งนี้ยังได้ถือฤกษ์ดีเปิดตัวสายงานใหม่นำทัพโดย คุณเป็ด ธนินท์รัฐ และคุณนลันรัตน์ วรัตน์เตชานนท์ ผู้คล่ำหวอดในวงการขายตรงมานาน โดยก่อนหน้านี้ได้เคยร่วมทัพกับขายตรง พรีมาไลฟ์ ไทม์ มานับแรมปี แต่วันนี้ได้ประกาศตัวโบกมือลาไปอยู่อู่ข้าว อู่น้ำแห่งใหม่ เอเชีย สุพรีม อย่างเป็นทางการประมาณหนึ่งเดือนที่ผ่านมา และเมื่อได้ถามไถ่ถึงสาเหตุการย้ายครั้งนี้เจ้าตัวบอก ด้วยเหตุผลสั้นๆว่า ความคิดไม่รอย ผลประโยชน์ที่ไม่ลงตัว อย่างไรก็ตาม การก้าวมาร่วมทัพครั้งนี้ เอกดนัย สุฉันทบุตร รองกรรมการผู้จัดดการ บริษัทเอเชีย สุพรีม จำกัด กล่าวชี้แจงว่า ตลอด 6 เดือนที่ผ่านมาถือเป็นช่วงที่บริษัทเดินหน้ารุกตลาดอย่างจริงจัง มีผู้นำระดับสูงชุดเก่าราว 10 คน ส่วนกรณีการเข้ามาเสริมทัพสายงานใหม่ของธนินท์รัฐ นั้นได้เริ่มงานตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา หรือหากคิดเฉพาะแม่ทีมระดับแกนนำราว 10 คน เช่นกัน แต่หากแตกแขนงสู่ทีมใหญ่มีมากถึงหลักร้อยคนทั่วประเทศ


การเข้ามาครั้งนี้เราได้มีการพูดคุยกันมาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งเริ่มจากพื้นฐานความเป็นเพื่อนที่รู้จักกันมานานกว่า 10 ปี ต่อมาทราบมาว่าคุณเป็ด มีปัญหารอยร้าวลึกๆกับบริษัทเดิมที่ถือเป็นชนวนใหญ่ จึงเป็นเหตุที่มาของการตัดสินใจมาอยู่ที่นี่ เรียกว่าการมาครั้งนี้เป็นช่วงจังหวะที่ดีของทั้งเขาและเรา ๆ พร้อมที่จะเปิดโอกาสให้กับทุกคน ละในเร็วๆนี้ ก็จะมีนักธุรกิจระดับแกนนำจากค่ายอื่นทยอยเข้ามาร่วมธุรกิจอีกมากมาย ผมเชื่อว่าสิ่งที่เขาเลือกเรา เพราะเราเป็นธุรกิจที่มีความแข็งแกร่งมั่นคง และทุกคนที่เข้ามาใหม่ก็ต้องเริ่มต้นทำงานตามขั้นตอนของบริษัททุกอย่าง


นอกจากกำลังทัพใหม่แล้ว ทิศทางการดำเนินธุรกิจของเอเชีย สุพรีมนั้นก็ไม่ธรรมดา บิ๊กบอสใหญ่ สุธีร์ รัตนนาคินทร์ ประธานผู้ก่อตั้งเอเชียสุพรีมฯ กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทเปิดดำเนินธุรกิจได้ปีกว่า แต่เริ่มทำธุรกิจอย่างจริงจังเมื่อราว 6 เดือนปีที่ผ่านมาด้วยเป้าหมายหลักของเอเชียสุพรีมในการทำขายตรงเชิงคุณภาพ ทำให้อัตราการเติบโตที่ผ่านมานั้นเติบโตแบบธรรมชาติ ผลักดันให้ผลประกอบการที่ผ่านมาบริษัทสามารถปิดยอดขายได้ที่ 60 ล้านบาท มีฐานสมาชิกอยู่ 6,000 คน และเชื่อมั่นว่าด้วยศักยภาพความพร้อมทางธุรกิจหลายด้านทั้งเรื่องระบบและการพัฒนาการทำงานของสมาชิกรวมถึงความพร้อมตัวบริษัทเองจะทำให้ภาพรวมธุรกิจจากนี้เติบโตอีกมากพร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายใหญ่ที่มั่นคงในตลาดหลักทรัพย์


เอเชียสุพรีม ไม่ได้มุ่งเน้นขาเดียว แต่เป็นการนั่งเก้าอี้ 3 ขา จึงได้มุ่งสร้างพัฒนาคุณภาพสินค้า สมาชิกภายใต้สถาบันการพัฒนาบุคลากร ทั้งคนใหม่และคนเก่า เพื่อพัฒนาให้เกิดศักยภาพความมั่นคงทางอาชีพพร้อมที่จะแข่งขันทางการตลาดได้ และอีกหนึ่งสิ่งที่บริษัทไม่เคยละเลย คือเรื่องการคืนผลกำไรสู่สังคมด้วยการจัดกิจกรรมรูปแบบต่างๆ ภายใต้ มูลนิธิ เอเชียสุพรีม


ส่วนเป้าหมายที่คาดหวังในปี 2556 ของเอเชียสุพรีมนั้น สุธีร์ กล่าวว่า ด้วยศักยภาพขององค์รวมทางธุรกิจที่มีอยู่จะผลักดันให้ยอดขายเติบโตถึง 300 ล้านบาท มาพร้อมกับฐานสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 1.5 หมื่นคน หรือคิดรวมสมาชิกทั้งหมดมากกว่า 2 หมื่นคน ส่วนฐานสมาชิกตลาดต่างประเทศของเอเชียสุพรีมมีมากมายทั้งที่ประเทศลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย


เป้าหมายการขับเคลื่อนธุรกิจที่บริษัทมุ่งเน้นเราได้ให้ความสำคัญคือ 1.การออกไลน์สินค้าใหม่ที่หลากหลายซึ่งปีนี้จะเพิ่มขึ้น 15 รายการ 2. อัดแน่นด้วยกิจกรรมทางการตลาด นอกเหนือจากการฝึกอบรมตามคอร์สพื้นฐานแล้ว บริษัทได้เตรียมอัดฉีดโปรโมชั่นต่างๆ เช่น การท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ที่มากขึ้น โดยล่าสุดเอเชียสุพรีม ได้ปิดทริปท่องเที่ยวประเทศเวียดนาม และขณะเดียวกันอยู่ระหว่างการจัดทริปท่องเที่ยวใหม่ประเทศนิวซีแลนด์ต่อไป


นอกจากนี้ บริษัทเอเชียสุพรีม ยังเดินหน้ากระตุ้นชื่อเสียงให้กับแบรนด์ผ่านช่องทางระบบออนไลน์ และออฟไลน์(สื่อทั่วไป) ทั้งนี้เพื่อเพิ่มศักยภาพการทำงานสมาชิกให้มีความคล่องตัวยิ่งขึ้น และเป็นไปในทิศทางเดียวกันเพื่อนำไปสู่การค้าที่ยิ่งใหญ่ในตลาดต่างประเทศ อีกทั้งในปีนี้เพื่อรองรับการเติบโตทางธุรกิจบริษัทได้เตรียมขยายศูนย์สาขาเพิ่มขึ้น 2-3 แห่ง คือที่จังหวัดเชียงใหม่และพิษณุโลก พร้อมๆ กับการขยายคลังสินค้าเพิ่มมากขึ้น จากเดิมมีอยู่ 8 แห่งเพิ่มเป็น 10 แห่ง ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดโดยเล็งทำเลทองพื้นที่สมาชิกทำงานเป็นหลัก รวมถึงการขยายช่องทางโมบายเซ็นเตอร์ จากเดิมมี 50 แห่ง ปีนี้จะขยับเพิ่มให้ได้ 100 แห่งทั่วประเทศ และด้วยศักยภาพความพร้อมทางธุรกิจของเอเชียสุพรีมมีอยู่ เชื่อมั่นว่าในปี 2557 จะคว้าฝันเป้าหมาย 1,000 ล้านได้อย่างแน่นอน




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพLEADER TIME ฉบับที่ 217 ประจำวันที่ 16-28 กุมภาพันธ์ 2556