ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แฮ็ปปี้ เอ็มพีเอ็ม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แฮ็ปปี้ เอ็มพีเอ็ม แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ข่าวแฮ็ปปี้ เอ็มพีเอ็ม (Happy MPM) : ขายตรงค่ายเยอรมัน พีเอ็ม เปิดศึกตลาดไทย








iqfd7f9c6918ecdee24e50e1d030d85834 (Mobile)


ขายตรงค่ายเยอรมัน พีเอ็ม เปิดศึกตลาดไทย ลั่น !!! เทียบชั้นขายตรงน้ำดี พร้อมทำตลาดแบบคืบคลาน หวังโตแบบยั่งยืน หลังพบตลาดไทยแข่งดุ ชี้ 11 เดือน ทีผ่านมาเปิดตัวแบบไม่เป็น ทางการ ตามนโยบายบริษัท - แม่ที่ต้องรอสินค้าผ่าน อย. หมดทุกตัว ระบุสินค้าใหม่ รอจ่อคิวอีก 25 ตัว ขณะที่แผนการตลาดเตรียม ลงพื้นที่ภูธรทั่วประเทศ พร้อมหนุนงบสัมมนาผู้นำ เต็มพิกัด เพื่อดันยอดท้ายปีให้ได้ 600 ล้านบาท


ศิริพงษ์ พิพัฒสัตยานุวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ บริหาร บริษัท พีเอ็ม อินเตอร์เนชั่นแนล เอจี (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทขายตรงสัญชาติเยอรมัน เปิดเผยกับ เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ว่า หลัง บริษัทเปิดดำเนินธุรกิจขายตรงในประเทศ ซึ่งเป็นประเทศที่ 35 อย่างไม่เป็นทางการ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2555 ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลา 11 เดือน กับกระแสการตอบรับ ที่ไม่หวือหวามากนัก เนื่องจากตลาดขายตรงเมือง- ไทยมีการแข่งขันที่สูงมาก ดังนั้น บริษัทจึงเตรียม แผนกลยุทธ์ในการรับมือ ด้วยการดึงแผนลูกผสมซึ่งเป็นแผนเดียวที่ใช้กันทั่วโลก โดยดึงแผนสแตร์ สเตปผนวกกับแผนยูนิเลเวล ที่แบ่งเป็น 2 พาร์ท คือ รอยัลตี้โบนัส และแมเนจเม้นท์โบนัส แผนการตลาด ที่น่าสนใจให้กับสมาชิกและผู้นำ


การที่เราเปิดตัวบริษัทแบบไม่เป็นทางการ ครั้งนี้ ถือเป็นไปตามนโยบายของบริษัทแม่ที่เยอรมนี ที่ต้องการทำธุรกิจทุกอย่างให้ถูกต้อง โดยเฉพาะการ ขออนุญาตจำหน่ายสินค้าจากสำนักงานคณะ- กรรมการอาหารและยา หรือ อย. ให้ต้องถูกต้อง และเป็นไปตามขั้นตอน ซึ่งตอนนี้มีสินค้า 25 รายการ ในหมวดเสริมอาหารที่รอ อย. อนุมัติ และ สินค้าผ่านการอนุมัติทุกรายการจะมีการเปิดตัว บริษัทอย่างเป็นทางการแน่นอน


ปัจจุบันบริษัทมีสินค้าวางตลาด 2 กลุ่ม ได้แก่ 1.เสริมอาหาร ภายใต้ชื่อ Fitline ได้แก่ Fitline Basic, Fitline AOP, Fitline Resto และ Fitline Junior และ 2.เครื่องสำอาง ภายใต้ชื่อ BeautyLine ได้แก่ Anti-Aging Duo Lift Finish, Brightening Day Cream, Brightening Night Cream และ Brightening 12H Active Serum โดยสินค้า ทุกรายการนำเข้าจากเยอรมนี และที่สำคัญสินค้า มีการวิจัยและพัฒนามานานกว่า 18 ปี ด้วย เทคโนโลยีเฉพาะที่เรียกว่า NTC (Nutrient Transport Concept) อย่างไรก็ดีในช่วง 5-10 ปีจากนี้ไป บริษัทมองว่าผู้บริโภคทุกคนต้องหันมารับประทาน เสริมอาหารกันมากยิ่งขึ้น เนื่องจากไลฟ์สไตล์ของ ผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ส่งผลให้ไม่ได้รับสารอาหาร ที่เพียงพอกับร่างกาย


ทั้งนี้ บริษัทได้วางแนวทางการทำตลาดแบบ ค่อยเป็นค่อยไป โดยต้องการวางรากฐานของบริษัท อย่างมั่นคง ซึ่งในปีนี้จะเน้นลงพื้นที่ไปยังจังหวัด ต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อหาแม่ทีมที่ต้องการร่วมธุรกิจ กับบริษัทอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังมีการจัดบูธ การ จัดโรดโชว์ และการจัดรายการผ่านเคเบิล ทีวี รวมถึง การลงสื่อวิทยุชุมชนในหัวเมืองใหญ่ๆ ซึ่งขณะนี้อยู่ ระหว่างการทำสปอตโฆษณา ขณะที่การจัดอบรม สัมมนานั้นบริษัทจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้กับ กลุ่มผู้นำที่ต้องการจัดสัมมนาในต่างจังหวัด โดย จะเป็นการสนับสนุนเป็นจุดๆ ในแต่ละพื้นที่ที่ผู้นำ แจ้งความประสงค์มายังบริษัท


ถ้าถามถึงมุมมองธุรกิจขายตรงไทย มองว่า ตลาดยังคงเติบโต เพราะว่าคนทั่วไปยังคงมองหา อาชีพเสริมเป็นอาชีพที่ 2 อย่างธุรกิจขายตรงนั้น ถือ เป็นอีกหนึ่งทางเลือก และแนวโน้มการทำธุรกิจขายตรง ของคนก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และจะเพิ่มมากยิ่งขึ้น หากผู้ประกอบการขายตรงทำธุรกิจอย่างโปร่งใส และขาวสะอาด มองว่าภาพลักษณ์ขายตรงจะดีกว่า ที่เป็นอย่างแน่นอน ส่วนบริษัทนั้นต้องการสร้าง นักขายน้ำดี สิ่งสำคัญคือ อยากได้ผู้นำที่มีมุมมอง การทำธุรกิจขายตรงที่ดีและมีคุณธรรม ไม่ใช่เข้ามา เพื่อหวังผลประโยชน์


อย่างไรก็ตาม บริษัทตั้งเป้ายอดขายภายใน สิ้นปีนี้ประมาณ 500-600 ล้านบาท โดยแผนการ ทำตลาดจะค่อยเป็นค่อยไปอย่างช้าๆ และมั่นคง ขณะเดียวกันบริษัทอยู่ระหว่างการยื่นเรื่อง เพื่อขอเป็นสมาชิกกับสมาคมการขายตรงไทย หรือ TDSA ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆ นี้





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 225 ประจำวันที่ 16-30 มิถุนายน 2556

วันพฤหัสบดีที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ข่าวแฮ็ปปี้ เอ็มพีเอ็ม (Happy MPM) : พีเอ็ม อินเตอร์เนชั่นแนล เอจี (ประเทศไทย) จำกัด ขายตรงน้องใหม่ สั่งตรงจาก เยอรมัน ชูจุดเด่นผลิตภัณฑ์ มีดีที่นวัตกรรม







iq7dccf9f3c321a8776676e7384a7f8748


อุตสาหกรรมขายตรงไทย ยังคงร้อนแรงแข่งกับอุณหภูมิโลก ล่าสุดบริษัทขายตรงต่างชาติจากเยอรมันบริษัท พีเอ็ม อินเตอร์เนชั่นแนล เอจี (ประเทศไทย) จำกัด เตรียมจัดแกรนด์โอเพนนิ่งเปิดตัวกลางปีนี้ หวังเป็นทางเลือกใหม่ให้นักธุรกิจอิสระไทย โดยแบ็กอัพบริษัทแม่พร้อมหนุนหลังรุกตลาดไทย ลั่นเชื่อมั่นในศักยภาพและโอกาสโตยังคงมีอยู่มาก ซึ่งทางด้าน ศิริพงษ์ พิพัฒสัตยานุวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอ็ม อินเตอร์เนชั่นแนล เอจี (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าตอกย้ำผู้นำนวัตกรรมระดับโลกเร่งเครื่องดันสินค้าไลน์หลัก ฟิตไลน์และบิวตี้ไลน์ลงสนามหวังแบ่งชิ้นเค้กส่วนแบ่งทางตลาด ไม่หวั่นการแข่งเดือดพร้อมประกาศขอโตเรื่อยๆไม่เน้นหวือหวา


ไขก๊อกประวัติ พีเอ็ม ขายตรงเยอรมัน


หากเอ่ยถึงประเทศที่เรียกว่าเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ แล้ว ประเทศเยอรมันเป็นอีกหนึ่งประเทศที่เรียกได้ว่าเป็น เจ้าแห่งการคิดค้นนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ ที่ความฉลาดและล้ำลึก ไม้แพ้ชนชาติใดในโลกนี้ PM International AG ขายตรงน้องใหม่ที่เข้ามาปักเปิดตลาดในประเทศไทยได้ยังไม่ถึงขวบปีดีนัก แต่หากพลิกแฟ้มไปดูปูมหลังแล้ว PM International AG เป็นอีกหนึ่งบริษัทขายตรงที่เรียกว่ากำลังก้าวเข้าสู่วัยฉกรรจ์ เกือบ 20 ปีที่ผ่านมาและได้รับการจัดลำดับเครดิตทางการเงินระดับโลกจากสถาบัน ดันแอนด์เบรดสตรีท ว่ามีความแข็งแกร่งของสถานภาพทางการเงินที่สูงกว่าธนาคารชาติของเยอรมันแล้ว ยังการรันตีความแน่นอนในการจ่ายเงิน สำหรับโบนัสการขาย และผู้ร่วมธุรกิจยังจะเป็นหุ้นส่วนทางการค้าที่มีความมั่นคงและยาวนาน โดย Mr. Rolf Sorg (รอล์ฟ ซอร์ก) คือผู้ก่อตั้งและได้รับการคัดเลือกจากสหภาพยุโรปให้ดำรงตำแหน่งวุฒิสมาชิกกำกับดูแลด้านเศรษฐกิจ ดำเนินธุรกิจกว่า 50 ประเทศทั่วโลก คือ บุคคลสำคัญที่ทำให้ชื่อของ PM International AG เป็นที่รู้จักทั่วโลกในวันนี้


จากการเติบโตและได้รับการยอมรับทั้งในเรื่องของผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการคิดค้นและพัฒนาและได้รับรองจากสถาบันระดับโลก ทำให้เกิดการขยายสาขออกไปทั่วทุกมุมของโลก รวมถึงประเทศไทย ที่ปักฐานทำธุรกิจโดย ศิริพงษ์ พิพัฒสัตยานุวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอ็ม อินเตอร์เนชั่นแนล เอจี (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งนับเป็นการก่อตั้งธุรกิจภายใต้ปณิธานความเชื่อมั่นต่อผลิตภัณฑ์ของบริษัทจากผู้ที่ใช้ผลิตภัณฑ์และเห็นผลจริงจึงขอแบ่งปันเรื่องราวดีๆ บอกต่อไปยังคนไทย ภายใต้ชื่อ บริษัท พีเอ็ม อินเตอร์เนชั่นแนล เอจี (ประเทศไทย) จำกัด


ชูจุดแข็งแผน+สินค้ารุกตลาดไทย


สำหรับ บริษัท พีเอ็ม อินเตอร์เนชั่นแนล เอจี (ประเทศไทย) จำกัด การดำเนินธุรกิจยังคงเดินตามรอยนโยบายของบริษัทแม่ในเยอรมัน ที่มีจุดแข็งอยู่ที่แผนธุรกิจการจ่ายผลตอบแทนที่เน้นการ เติบโตอย่างมั่นคง แต่ไม่หวัง โตอย่างหวือหวา โดยแผนการจ่ายผลตอบแทน ฟรอนต์ เอนด์ (Front End) เป็นการจ่ายผลตอบแทนทันทีจากการให้ส่วนลดในการซื้อสินค้า สัดส่วน 26 % จากราคาสินค้า ส่วนแผน แบ็ก เอนด์ (Back End) เป็นผลตอบแทนและโบนัสที่ได้จากการสร้างเครือข่ายทีมงานอีกประมาณ 20% ส่วน


ส่วนทางด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่ ฟิตไลน์ (FitLine) มีการแชร์ส่วนแบบประมาณ 90 % และ บิวตี้ไลน์ (BeautyLine) มีการแชร์ส่วนแบบประมาณ 10% โดยผลิตภัณฑ์ไฮไลท์คือผลิตภัณฑ์อาหารเสริมประเภทไวตามินรวมและแร่ธาตุอาทิ Resto, Aop, Basics ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่แจ้งเกิดให้กับพีเอ็มทั่วโลก และในขณะนี้บริษัทแม่ได้มีการปรับเปลี่ยนคอนเซ็ปต์ผลิตภัณฑ์เป็นเอ็นทีซี นิวเทรียนส์ทรานสปอร์ต คอนเซ็ปต์ซึ่งคาดว่าจะช่วยผลักดันให้มียอดขายเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน


ในช่วงเกือบ 1 ปีที่พีเอ็มเปิดตัวดำเนินการธุรกิจในประเทศไทยนั้น นายศิริพงษ์ พิพัฒสัตยานุวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอ็ม อินเตอร์เนชั่นแนล เอจี (ประเทศไทย) จำกัด เผยถึงผลตอบรับที่ผ่านมาว่า พีเอ็มประเทศไทย เกิดขึ้นจากความมุ่งหวังที่จะแบ่งปันให้ทุกๆ คนได้มีชีวิตที่ดีขึ้นทั้งทางร่างกายและมีรายได้ที่มั่นคง เกิดจากความประทับใจผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วเห็นผลจึงต้องการบอกต่อ โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพีเอ็มถือเป็นน้องใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นเรียนรู้ตลาดอุตสาหกรรมขายตรงในประเทศไทย แต่ด้วยการแข่งขันที่สูงมากในอุตสาหกรรมนี้ เราจึงเน้นการดำเนินธุรกิจแบบค่อยเป็นค่อยไป ในช่วง 1 ปีแรกนี้จึงเป็นปีแห่งการเรียนรู้ทิศทางตลาดเสียมากกว่า


สำหรับการขยายตลาด จะเน้นในกรุงเทพเป็นหลักในการสร้างฐานผู้นำให้แข็งแกร่งก่อนจะกระจายไปยังตลาดต่างจังหวัด ขณะนี้ตลาดที่น่าสนใจและมีการเติบโตอยู่ในระดับที่น่าสนใจคือ ภาคอีสาน โดยเฉพาะในหัวเมืองใหญ่ อย่างอุดรธานี ขอนแก่น และภาคใต้อย่าง หาดใหญ่ ภูเก็ตเป็นต้น ซึ่งเป็นเสมือนหน้าด่านสำคัญในการขยายฐานไปยังกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งก็มีผู้นำในต่างจังหวัดที่เตรียมขยายตลาดออกไป และในอนาคตบริษัทจะมีการเปิดศูนย์สาขาเพื่อรองรับการเติบโต ทั้งในรูปแบบของบริษัทเป็นผู้ลงทุนและเปิดโอกาสให้นักธุรกิจของบริษัทเป็นผู้ลงทุนด้วยเช่นกัน


พีเอ็มเชื่อมั่นตลาดไทย พร้อมขยายฐานสู่เอเชีย


ทั้งนี้นายศิริพงษ์ มองว่าการเปิดตลาดในประเทศไทย ณ วันนี้นั้น เป็นโอกาสที่เปิดกว้าง เนื่องจากอัตราการเติบโตค่อนข้างสูง นักธุรกิจมีความรู้ในเรื่องการทำธุรกิจ MLM เป็นอย่างดี มีศักยภาพที่สูงมากเมื่อเทียบกับตลาดในภูมิภาคนี้ แต่ต้องอาศัยความเข้าใจเกี่ยวกับการสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ค่อนข้างสูง เป็นช่วงเวลาของการเรียนรู้ตลาด ซึ่งในวันนี้พีเอ็มไทย มีความพร้อมรองรับการขยายฐานธุรกิจเต็มที่แล้ว


โดยกลยุทธ์หลักๆ ของพีเอ็มยังคงให้ความสำคัญในเรื่องของการเทรนนิ่งเสริมศักยภาพในการดำเนินธุรกิจและและผลิตภัณฑ์เป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องของการให้ความรู้ทั้งในส่วนของแผนการตลาด การให้ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และการทำธุรกิจให้เติบโต ในปัจจุบันนี้เริ่มแรกนี้จะมีผู้นำทีเป็นแกนหลักประมาณสิบกว่าท่านแต่บริษัทต้องการสร้างเลือดใหม่ คนที่ต้องการมีอนาคตที่ยาวไกล ไม่ใช้แค่การได้เงินเร็วหรือช้า


ตลอดระยะเวลา 9 เดือนที่ผ่านมา สำหรับการดำเนินงานของพีเอ็มประเทศไทย เดิมได้มีการตั้งเป้าแรกของการพิชิตชัยไว้ค่อนข้างสูง เพราะเชื่อมั่นในตัวผลิตภัณฑ์มาก แต่หลังจากที่ปิดบัญชีไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมาตั้งแต่กรกฎาคมถึงเดือนธันวาคมปีที่แล้ว บริษัทเติบโตไม่สูงมากนัก ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากเป็นบริษัทใหม่ และการแข่งขันที่ดุเดือดทำให้รายได้ในช่วงปีที่ผ่านมาไม่เป็นไปตามเป้า 500 ล้านบาทตามที่วางไว้ แต่เนื่องจากเราต้องการเติบโตอย่างมั่นคงทำให้ในปีนี้เราจะเน้นการสร้างรากฐานให้แข็งแกร่งเน้นการให้ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เพิ่มมากขึ้น


นอกเหนือจากที่เปิดดำเนินธุรกิจในประเทศไทยแล้ว ก่อนหน้านี้พีเอ็มฯ ได้มีการรุกเปิดตลาดในทวีปเอเชียมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นประเทศมาเลเซีย เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ต่อด้วย ฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และไทย ซึ่งตลาดต่อไปที่จะมีการเปิดคือ ประเทศจีน และประเทศเวียดนาม ทางบริษัทแม้ไม่ได้มีการขยายธุรกิจเพื่อสร้างความแข็งแกร่ง และเป็นที่ยอมรับในประเทศต่างๆ โดยประเทศไทยคืออีกหนึ่งตลาดที่มีศักยภาพและยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก


อย่างไรก็ตามในขณะนี้เนื่องจากเป็นช่วงเริ่มต้นเปิดตัวบริษัท จึงเป็นช่วงการเตรียมความพร้อม วางรากฐานธุรกิจเพื่อสร้างความแข็งแกร่งในอนาคต อีกทั้งบริษัทต้องการเป็นขายตรงที่ยั่งยืน จึงต้องมีการเตรียมกลยุทธ์ในการทำตลาดในช่วงเริ่มต้นนี้ คือการเทรนนิ่ง ทุกวันอังคารและพฤหัส การจัดโปรโมชั่นต่างๆ จะอิงแบบฟอร์มเดียวกับบริษัทแม่ที่ประเทศเยอรมันเป็นหลักโดยจะมีการประชุมทำโปรโมชั่นต่างๆ ในทุกไตรมาส โดยเน้นใช้สื่อออนไลน์ มีการจัดโรดโชว์ สร้างการรับรู้เกี่ยวกับแบรนด์


ปัจจุบันนี้ธุรกิจขายตรงเป็นธุรกิจที่เติบโตและคนให้ความสนใจตอบรับกับธุรกิจขายตรงเป็นอย่างมาก แต่สิ่งที่เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าบริษัทใดเจ๋งจริง อาจจะไม่ได้อยู่แค่เพียงตัวเลขยอดขายเท่านั้นหากแต่สิ่งที่เหนือกว่า คือ การยอมรับจากผู้บริโภคที่มั่นใจในผลลัพธ์จากผลิตภัณฑ์ที่ดีมีคุณภาพ ณ วันนี้การแข่งขันในอุตสาหกรรมขายตรงไทยไม่ได้อยู่ที่ปริมาณ หากแต่เป็นคุณภาพและนวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะเป็นตัวเลือกให้แก่ผู้บริโภค




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.Leader Time ฉบับที่ 221 ประจำวันที่ 16-30 เมษายน 2556

วันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2555

แฮ็ปปี้ เอ็มพีเอ็ม (Happy MPM) : เมินแผนสร้างกระแส จุดพลุ สินค้าใหม่ตัวแรก "Happy Alfha Tech" รอบ 1 ปี


แฮ็ปปี้ เอ็มพีเอ็ม งัดแผนโค้งสุดท้ายก่อน สิ้นปี ผุดสินค้าใหม่เน้นพัฒนาคุณภาพอย่างดีกับ Happy Alfha Tech สินค้าตัวแรกรอบปีออกมา ชนตลาดตอบโจทย์สมาชิก พร้อมเดินหน้าอัด แผนเดิมที่ไม่เน้นสร้างกระแสหวือหวา รุกอัดแผน โมติเวต เทรนนิ่งสมาชิกให้เติบโตพร้อมกันอย่าง ยั่งยืน สมเป็นบริษัทไบนารี่ที่เปิดดำเนินธุรกิจ มาอย่างยาวนาน

สุกิจ สัตย์เพริศพราย ประธาน และกรรมการ ผู้จัดการ บริษัท แฮ็ปปี้ เอ็มพีเอ็ม จำกัด กล่าวว่า แผนการตลาดในไตรมาสสุดท้าย บริษัทจะใช้กลยุทธ์ การพัฒนาสินค้าเพื่อให้เกิดการยอมรับจากผู้นำและ สมาชิก ขณะนี้ได้พัฒนาน้ำมันเครื่องที่ใช้กับรถยนต์ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งบริษัทคาดว่าสินค้า ใหม่จะเปิดตัวได้เร็วๆ นี้ โดยใช้ชื่อว่า Happy Alfha Tech ซึ่งเป็นสินค้าใหม่ตัวแรกในรอบ 1 ปี

ที่ผ่านมาเราค่อนข้างอยู่แบบเงียบๆ ไม่มี ความเคลื่อนไหวในวงการข่าว แต่ก็มีการจัดกิจกรรม การตลาดภายในอย่างเงียบๆ ค่อยๆ เติบโตไปอย่าง ช้าๆ และยั่งยืน ต้องบอกว่าตลอดระยะเวลา 13 ปีที่เราเปิดทำธุรกิจเราสามารถยืนหยัดอยู่ได้มาจนถึง ทุกวันนี้เพราะการวางแผนที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการเน้น พัฒนาคุณภาพสินค้าที่ดี การใช้แผนการจ่ายผล- ตอบแทนที่ดีที่เป็นธรรม ที่สำคัญคือการมีผู้นำที่อยู่ ในองค์กรคนดี หรือจะกล่าวได้ว่าเราเป็นบริษัท ขายตรงที่ใช้แผนแบบไบนารี่และอยู่มานานที่สุด

สำหรับจุดเด่นของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจ ขายตรงมานาน และเป็นบริษัทที่ใช้แผนแบบไบนารี่ เนื่องจากที่ผ่านมาบริษัทไม่เคยปรับแผนการจ่าย ผลตอบแทน ซึ่งใช้แผนการตลาดแบบยั่งยืน นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาสินค้าอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเสริมอาหารพืชและ ฮอร์โมนพืชที่ได้รับผลตอบรับที่ดีจากเกษตรกร เนื่องจากการพัฒนาสินค้านั้นบริษัทมีเคล็ดลับ เฉพาะในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารพืช

ทั้งนี้ การดำเนินธุรกิจของบริษัทที่ผ่านมาไม่หวือหวา และไม่สร้างกระแสเหมือนบริษัทขายตรง รายอื่น เนื่องจากบริษัทดำเนินธุรกิจอย่างค่อยเป็น ค่อยไป ส่งผลให้ยอดขายโดยรวมเติบโตไม่สูงมากนัก แต่ยังอยู่ในอัตราคงที่ และสม่ำเสมอ สิ่งที่ยังคง รุกหนัก คือ การเน้นจัดเทรนนิ่งให้กับสมาชิก การ โมติเวต การให้กำลังใจ รวมถึงการจัดประชุม ซึ่งนับ ว่าแผนดังกล่าวได้รับการตอบรับที่ดีจากสมาชิก ส่งผลให้บริษัทมีอัตราการเติบโตต่อปีประมาณ 5%

ปัจจุบันบริษัทมีจำนวนสมาชิกทั้งสิ้น 100,000 รหัส คิดเป็นสมาชิกที่มีการซื้อสินค้าประจำ 10% และในจำนวนดังกล่าวคิดเป็นนักขาย 60% และ 40% เป็นผู้บริโภค ขณะที่สินค้านั้นแบ่งเป็น 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.เกษตร ที่ยังคงสร้างยอดขาย ให้กับบริษัทมากที่สุดถึง 60% 2.เสริมอาหาร 20% 3.เครื่องสำอาง 10% 4.คาร์แคร์ 5% และ 5.อุปโภค-บริโภค มีสัดส่วนยอดขาย 5%


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 208 วันที่ 1- 15 ตุลาคม พ.ศ. 2555

วันพฤหัสบดีที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2555

แฮ็ปปี้ เอ็มพีเอ็ม เปิดแผนที่ ปักธงโมบายทุกอำเภอปั้นแบรนด์

"แฮ็ปปี้ เอ็มพีเอ็ม" ครวญ ยอดขายปีที่ผ่านมาไม่เป็นอย่างฝัน เหตุสินค้า หัวหอกทางการเกษตรโดนพิษน้ำท่วมเล่น งาน ส่งผลให้ยอดขายรวมปลายปีลดฮวบ 20% ปี 55 ฟ้าใหม่เตรียมใช้แผนขยายธุรกิจ ภายใต้นโยบาย หนึ่งอำเภอ หนึ่งโมบาย มั่นใจแผนนี้ สามารถสร้างยอดขายเพิ่มขึ้นจากเดิมได้ 100%

นายพีรพงษ์ หลังปูเต๊ะ กรรมการบริหาร บริษัท แฮ็ปปี้ เอ็มพีเอ็ม จำกัด เปิดเผยกับ "สยามธุรกิจ" ว่า ยอดขายโดย รวมของบริษัทในปีที่แล้วต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ถึง 20% เพราะแผนการดำเนินงานสำคัญหลายอย่างของบริษัทต้องหยุดชะงักไป เนื่องจากปัญหาอุทกภัยครั้งใหญ่ในช่วงปลายปี 2554

"ลูกค้าที่ใช้สินค้าทางการเกษตรส่วนใหญ่ของบริษัทอยู่ในพื้นที่ซึ่งได้รับความ เสียหายโดยตรง บริษัทจึงได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งจากการประเมินความเสียหาย ในช่วงนั้นพบว่ายอดขายของ บริษัทลดลงถึงประมาณ 35-40%"

ทั้งนี้ แม้บริษัทจะต้องเผชิญกับเหตุการณ์ ไม่คาดฝันอย่างกรณีอุทกภัยครั้งประวัติศาสตร์ ดังกล่าว แต่บริษัทก็ไม่คิดที่จะท้อถอย หรือ นำสิ่งไม่ดีมาใส่ใจ เพราะในปีนี้ แฮ็ปปี้ เอ็มพีเอ็ม ยังคงนโยบายการรุกตลาดเครือข่าย อย่างต่อเนื่อง คือภายในปี 55 บริษัทมี นโยบายหลักที่จะเน้นการขยายธุรกิจ ด้วยการสร้างหุ้นส่วน เปิดโมบายทั่วประเทศ

"เพราะในอดีตบริษัทจะมีแต่ผู้ขาย ส่วนผู้ขยายเครือข่ายค่อนข้างมีน้อยมาก ซึ่งแผนการดำเนินงานที่วางไว้บริษัทจะกำหนด ให้หนึ่งอำเภอต้องมีโมบายของแฮ็ปปี้ เอ็ม-พีเอ็ม อย่างน้อยหนึ่งโมบาย ซึ่งหากนโยบาย ดังกล่าวเป็นไปตามวัตถุประสงค์ เชื่อว่าในส่วนของยอดขายน่าที่จะเติบโตเพิ่มขึ้นกว่าเดิมถึงเท่าตัว หรือ 100% เต็ม" นายพีรพงษ์กล่าว

ส่วนแผนงานในเรื่องของสินค้า บริษัท กำหนดไว้ว่าปีนี้ เราจะนำสินค้าใหม่ออกสู่ตลาดประมาณ 2 กลุ่ม ส่วนแรกจะเป็นผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเครื่องยนต์ เพื่อรองรับกับอุปกรณ์เครื่องยนต์รุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ที่ใช้ระบบคอมมอนเรล หรือใช้ระบบก๊าซเอ็นจีวีในการขับเคลื่อน ส่วนกลุ่ม สินค้าอีกชนิดหนึ่ง ก็คือ ผลิตภัณฑ์ Slack ซึ่งเป็นสินค้าในกลุ่มลดน้ำหนัก ที่จะนำมาโมดิฟายใหม่ เพิ่มคุณภาพ และเปลี่ยนรูปลักษณ์ เพื่อดึงดูดใจสมาชิก

ขณะเดียวกันในเรื่องของแผนโปรโมชั่น ในปีนี้บริษัทกำหนดว่า ในช่วงครึ่งปีแรก เราจะนำสมาชิกไปท่องเที่ยวหลายประเทศ ด้วยกัน ซึ่งประเดิมประเทศแรกในปลายเดือน มกราคมนี้ด้วยการนำสมาชิกทัวร์ลาวใต้ ถัดจากนั้นในช่วงเดือนพฤษภาคม บริษัทจะขนขบวนสมาชิกท่องเที่ยว 3 ประเทศดัง กล่าวไม่ว่าจะเป็น ฮ่องกง มาเก๊า และ เสิ่นเจิ้น ประเทศจีน ส่วนผู้ที่เปิดโมบายใหม่ เมื่อ ซื้อสินค้าครบตามที่บริษัทกำหนด จะมีการแถมสินค้าพิเศษให้ เช่น ซื้อสินค้าครบ 4 ชิ้น ได้สินค้าราคาพิเศษ 1 ชิ้น เพราะนอกจากสมาชิกจะได้ซื้อสินค้าราคาประหยัดแล้ว ยังถือเป็นการโปรโมตโมบายไปด้วยในตัว

นายพีรพงษ์ ยังเผยถึงแผนการทำงาน ภายในปีนี้ต่อไปอีกว่า ในส่วนของการฝึกอบรมนั้น ขณะนี้บริษัทได้นำเอาหลักสูตรเดิม ที่เคยมีอยู่แล้วนำมาปรับปรุงใหม่ พร้อมๆ กับเติมเต็มหลักสูตรใหม่เข้ามาเสริมองค์ความรู้ด้วย ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีหลักสูตรเส้น ทางรวยเพิ่มเติมเข้ามา โดยจะบ่งบอกถึงการ ทำงานในแฮ็ปปี้ เอ็มพีเอ็ม ให้ประสบความ สำเร็จและสร้างความร่ำรวยในอนาคตนั้นทำอย่างไร ซึ่งบริษัท ได้มีการเขียนโปรแกรม ขึ้นมาใหม่และจัดอบรมใหม่เพื่อหลักสูตรนี้โดยเฉพาะ โดยบริษัทคาดว่าจากแผนงานดังกล่าวจะสามารถดึงดูดใจให้ประชาชนเข้าร่วมเป็นสมาชิกของ แฮ็ปปี้ MPM ได้ 100%

อ้างอิง : นสพ. สยามธุรกิจ