ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นิวทริไลท์ แคล แมก ดี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นิวทริไลท์ แคล แมก ดี แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ข่าวเเอมเวย์ (Amway Thailand) : แอมเวย์ งัดแผน 2 สู้ศึกครึ่งปีหลังหวั่นพิษเศรษฐกิจฉุดกำลังซื้อหาย







คุณรัตนา-ชาญนรา-ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด (Mobile)


แอมเวย์ งัดไม้เด็ดเล่นแผน 2 รุกตลาดขายตรงครึ่งปีหลัง โหมจัดโปรโมชั่นแรง หวัง ต่อยอดให้นักธุรกิจทำตลาดง่ายขึ้น หลังได้รับสัญญาณเศรษฐกิจ และการเมืองไม่นิ่ง กระทบกำลัง ซื้อของผู้บริโภค ล่าสุด เปิดตัวเสริมอาหารใหม่ นิวทริไลท์ แคล แมก ดี เจาะกลุ่มโรคกระดูก พรุน มั่นใจกระตุ้นยอดขาย 6 เดือนหลัง แตะ 300 ล้านบาท ด้าน กิจธวัช เผยบริษัทแม่ทุ่ม งบประมาณอีก 11,250 ล้านบาท ขยายโรงงานเพิ่ม 7 แห่ง รองรับตลาดเสริมอาหารขยายตัว


รัตนา ชาญนรา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากการประเมินสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้พบว่าเศรษฐกิจภายใน ประเทศอยู่ในช่วงที่ชะลอตัว บวกกับสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังไม่นิ่ง ซึ่งปัจจัยดังกล่าวอาจจะ กระทบกับกำลังซื้อของผู้บริโภค ดังนั้น บริษัทได้ปรับแผน 2 ในการกระตุ้นยอดขายใหม่ เพื่อให้ สอดรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น


สำหรับยอดขายของแอมเวย์ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2556 ที่ผ่านมา ถือว่าเติบโตตามเป้าหมาย ที่วางไว้ที่ 18,000 ล้านบาท โดยกลุ่มสินค้าที่มียอดขายเป็นอันดับ 1 ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร คิดเป็นสัดส่วน 36% กลุ่มเครื่องกรองน้ำ และกรองอากาศ 19% กลุ่มเครื่องสำอาง 17% และที่เหลือ เป็นสินค้าในกลุ่มอื่นๆ


โดยล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร นิวทริไลท์ แคล แมก ดี ใหม่ เป็นเสริม- อาหารที่ได้พัฒนาสูตรมาจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารตัวเดิมที่ชื่อ แคล แมก โปร ซึ่ง นิวทริไลท์ แคล แมก ดี ได้เพิ่มส่วนประกอบสำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กระดูกและฟัน ซึ่งจากการ วิจัยพบว่ากลุ่มตลาดดังกล่าวเป็นตลาดที่ใหญ่มาก ทั้งนี้ จากการสำรวจขององค์การอนามัยโลก พบว่าปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นปัญหาทางสาธารณสุขอันดับ 2 รองจากโรคหัวใจและหลอดเลือด ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจึงช่วยป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุนได้


บริษัทได้ตั้งเป้าหมายสำหรับเสริมอาหารดังกล่าวในช่วง 6 เดือนหลังของปี 2556 นี้ จะมียอดขายกว่า 300 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทมีแผนจะเสริมตลาดสินค้าในกลุ่มเสริมอาหาร ให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น คาดว่าภายในปีนี้จะมีสินค้าในกลุ่มเสริมอาหารเข้ามาเพิ่มอีก อย่างน้อย 1 รายการ หรือมากกว่านี้ ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับการขอขึ้นทะเบียนกับสำนักงาน คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อย่างไรก็ตาม นโยบายของแอมเวย์ไม่ได้เน้นในเรื่องการ ออกสินค้าใหม่ปีละจำนวนมาก แต่จะเน้นที่คุณภาพของสินค้าเป็นหลัก


ด้าน กิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันในกลุ่มของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารค่อนข้างแข่งขันกันรุนแรงมากขึ้น แม้ แอมเวย์จะถือว่าเป็นผู้นำในตลาดดังกล่าว แต่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ และมีการประเมินสถานการณ์ อยู่ตลอดเวลา ซึ่งในครึ่งแรกของปีนี้ยอดขายในกลุ่มเสริมอาหารยังเป็นไปตามเป้าหมาย อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงเป็นห่วงในเรื่องของสถานการณ์เศรษฐกิจที่จะมีผลต่อกำลังซื้อ และการตัดสินใจของผู้บริโภค


ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรองรับการเติบโตของตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบริษัทแม่ แอมเวย์ได้เตรียมงบประมาณกว่า 11,250 ล้านบาท เพื่อขยายโรงงานเพิ่มอีก 7 แห่ง ได้แก่ สหรัฐอเมริกา, จีน, อินเดีย, และเวียดนาม เพื่อขยายกำลังการผลิตผลิตภัณฑ์ เสริมอาหารนิวทริไลท์ ซึ่งในปี 2555 ที่ผ่านมา นิวทริไลท์ในประเทศไทยได้ประสบ- ความสำเร็จมียอดขายกว่า 6,000 ล้านบาท หรือมีอัตราการเติบโตกว่า 15% จาก ยอดขายรวมทั่วโลกที่ 147,000 ล้านบาท





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 228 ประจำวันที่ 1-15 สิงหาคม 2556

วันพุธที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ข่าวเเอมเวย์ (Amway Thailand) : แอมเวย์เผยนิวทริไลท์ประสบความสำเร็จยอดขายทะลุ 6,000 ล้านบาท รุกตลาดครึ่งปีหลังเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ "นิวทริไลท์ แคล แมก ดี"







prnews230713_ct (Mobile)


ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนิวทริไลท์จากแอมเวย์รุกตลาดครึ่งปีหลัง เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่นิวทริไลท์ แคล แมก ดี หลังประสบความสำเร็จด้วยยอดขายทะลุ 6,000 ล้านบาทเมื่อปี 2555 เผยสถิติน่าเป็นห่วง คนไทยได้รับแคลเซียมไม่ถึงครึ่งของปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวันวางกลยุทธ์ให้ความรู้พร้อมกระตุ้นผู้บริโภครุ่นใหม่ใส่ใจดูแลกระดูก ชูบริการพิเศษ เฮลธ์ แอนด์ บิวตี้ เช็ค ประกาศเชิญคนไทยรับบริการตรวจความหนาแน่นมวลกระดูกฟรี! 500 ท่าน ระหว่าง24 ก.ค. ถึง 24 ส.ค. นี้


นายกิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า เทรนด์ของผู้บริโภคยังคงตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลร่างกายให้แข็งแรงมีสุขภาพดี และยอมรับให้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลสุขภาพพื้นฐานมากขึ้น ส่งผลให้ยอดขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนิวทริไลท์ทั่วโลกเติบโตสูงขึ้นถึง 147,000 ล้านบาท* ในปีที่ผ่านมา บริษัทจึงวางแผนขยายกำลังการผลิตโดยทุ่มงบประมาณอีก 11,250 ล้านบาท* เพื่อขยายโรงงานผลิตเพิ่มเติมอีก 7 แห่งในสหรัฐอเมริกา จีน อินเดีย และเวียดนาม สำหรับประเทศไทย นิวทริไลท์เติบโตและประสบความสำเร็จในทิศทางเดียวกัน โดยมียอดขายทะลุ 6,000 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา


ความสำเร็จดังกล่าวนอกจากจะมาจากเทรนด์ใส่ใจสุขภาพของผู้บริโภคแล้ว ยังเป็นผลจากกลยุทธ์การตลาดที่เรามุ่งสร้างความรู้ให้กับนักธุรกิจแอมเวย์อย่างจริงจังและต่อเนื่อง ทำให้เรามีนักธุรกิจแอมเวย์มืออาชีพที่สามารถให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์และการดูแลสุขภาพที่ถูกต้องแก่ลูกค้าได้เป็นอย่างดี สำหรับปีนี้เพื่อขยายตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกลุ่มวิตามินและเกลือแร่ให้แข็งแกร่งมากขึ้น เรายังคงใช้กลยุทธ์เดิมพร้อมการมองหาโอกาสใหม่ๆ เพิ่มเติม ซึ่งพบว่าวิตามินและเกลือแร่กลุ่มแคลเซียมเป็นอีกหนึ่งกลุ่มสินค้าที่มีโอกาสการตลาดสูงมาก นายกิจธวัชกล่าว


นายกิจธวัช กล่าวต่อไปว่า องค์การอนามัยโลกพบว่าผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนทั่วโลกเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นปัญหาทางสาธารณสุขอันดับ 2 รองจากโรคหัวใจและหลอดเลือด นอกจากนั้น ยังพบว่าอายุเฉลี่ยของผู้ที่เป็นโรคกระดูกพรุนเริ่มน้อยลงเรื่อยๆ ขณะเดียวกัน ภายใน 10 ปีข้างหน้าสังคมไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ นอกจากนั้น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยระบุว่า คนไทยได้รับแคลเซียมจากอาหารไม่เพียงพอ คือไม่ถึงครึ่งหนึ่งของปริมาณขั้นต่ำที่ร่างกายต้องการต่อวัน** ดังนั้น นิวทริไลท์ขอแนะนำผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใหม่ นิวทริไลท์ แคล แมก ดี เป็นตัวช่วยเพื่อดูแลสุขภาพกระดูกของคนไทย ซึ่งหากให้ความรู้และทำความเข้าใจกับผู้บริโภคอย่างถูกต้องแล้ว สินค้าตัวนี้มีโอกาสขยายตลาดทั้งในกลุ่มวัยหนุ่มสาว วัยทำงานและผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน


นางรัตนา ชาญนรา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใหม่ นิวทริไลท์ แคล แมก ดี มีส่วนประกอบสำคัญคือ แคลเซียม แมกนีเซียม วิตามินดี และเกลือแร่ พร้อมสารสกัดเข้มข้นอัลฟัลฟา โดยแคลเซียมมีส่วนช่วยในกระบวนการสร้างกระดูกและฟันที่แข็งแรง และมีส่วนช่วยในการแข็งตัวของเลือด แมกนีเซียมช่วยในการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ และวิตามินดีช่วยดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัส นอกจากนั้น ยังพิเศษไม่เหมือนใครคือมีสารสกัดเข้มข้นอัลฟัลฟาที่ประกอบด้วยไฟโตนิวเทรียนท์เสริมลงไปอีกด้วย


สถิติล่าสุดจากมูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ พบว่าในกลุ่มผู้สูงวัยอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป ผู้หญิง 1 ใน 3 คน และผู้ชาย 1 ใน 5 คน มีโอกาสเป็นโรคกระดูกพรุน แต่ละคนต้องสูญเสียค่ารักษาเฉลี่ยปีละ 3 แสนบาท*** นอกจากนั้น เรายังพบว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่เข้าใจผิดว่า วัยที่เหมาะสมในการรับประทานสารอาหารแคลเซียมต้องเป็นผู้ใหญ่หรือวัยผู้สูงอายุเท่านั้น ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาดังกล่าว ควรให้ความรู้ใหม่เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพกระดูกตั้งแต่วัยหนุ่มสาวเพราะอาการของปัญหากระดูกจะไม่ปรากฏให้เห็นในช่วงอายุน้อย แต่จะส่งผลเมื่อสูงวัย ทั้งนี้ ช่วงอายุ 18 - 30 ปี เป็นช่วงโอกาสทองในการเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง เราควรให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตประจำวันโดยเฉพาะโภชนาการที่ดี บริโภคสารอาหารแคลเซียมให้เพียงพอตามที่ร่างกายต้องการต่อวัน ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และการได้รับแสงแดด ล้วนมีผลช่วยการสร้างมวลกระดูกให้แข็งแรงและมีสุขภาพดีระยะยาว นางรัตนากล่าว


นางรัตนากล่าวต่อไปว่า นิวทริไลท์เล็งเห็นถึงความสำคัญในดูแลสุขภาพเพื่อป้องกันการเกิดโรคก่อนต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษา จึงจัดบริการพิเศษ เฮลธ์ แอนด์ บิวตี้ เช็ค (Health & Beauty Check) เพื่อส่งเสริมให้คนไทยหันมาสนใจทั้งด้านสุขภาพร่างกายและดูแลความงามมากขึ้น โดยเปิดโอกาสให้นักธุรกิจแอมเวย์และสมาชิกใช้บริการพร้อมรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ปัจจุบันมีทั้งสิ้น 29 แห่ง สามารถให้บริการด้านสุขภาพกระดูก โดยตรวจวัดความหนาแน่นมวลกระดูกให้กับลูกค้าได้ประมาณ 15,000 คนต่อปี


เพื่อรณรงค์ให้คนรุ่นใหม่ใส่ใจสุขภาพกระดูกตั้งแต่อายุยังน้อย นอกจากการให้ความรู้กับนักธุรกิจแอมเวย์และสมาชิกกว่า 1,000,000 รายแล้ว นิวทริไลท์ขอเชิญชวนประชาชนร่วมตรวจวัดความหนาแน่นมวลกระดูกฟรี! ไม่เสียค่าใช้จ่าย จำนวน 500 ท่าน ที่แอมเวย์ ช็อป สาขาสยามดิสคัฟเวอรี่ และแอมเวย์พลาซ่า ถนนรามคำแหง โดยสามารถลงทะเบียนจองสิทธิ์รับบริการทาง Amway Call Center ที่ 0-2725-8000 ได้ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค. 24 ส.ค. นี้ (หรือจนกว่าจะครบจำนวน) นางรัตนากล่าวในที่สุด



*อัตราแลกเปลี่ยนโดยประมาณ 30 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ


**สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.): คนไทยได้รับแคลเซียมจากอาหารเฉลี่ยเพียงวันละ 361 มิลลิกรัมเท่านั้น ซึ่งน้อยกว่าความต้องการของร่างกายในแต่ละวันของวัยต่างๆ ประมาณ 800 - 1,000 มิลลิกรัม


***มูลนิธิกระดูกพรุนแห่งประเทศไทย 2554: 1 ใน 3 ของผู้หญิงอายุเกิน 60 ปี และ 1 ใน 5 ของผู้ชายอายุเกิน 60 ปี มีโอกาสเป็นโรคกระดูกพรุน แต่ละคนต้องสูญเสียค่ารักษาเฉลี่ยปีละ 3 แสนบาท