ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวโอทู แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวโอทู แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ข่าวโอทู อินเตอร์เนชั่นแนล (OTWO International) : เป้าหมายเงินล้าน...ฝากไว้ที่โอทู สมชัย-ประจวบ สิงห์ชะฎา 2 นักสู้ภูธร







W95C0284 (Mobile)


ความสำเร็จเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคน ต้องการที่จะไขว่คว้ามาครอบครอง และ ปรารถนาที่จะก้าวไปถึงจุดนั้นให้ได้...แต่ ระยะเวลาของการเดินทาง คนเรามักจะเสีย เวลาไปกับสิ่งต่างๆ จนน่าเสียดาย และกว่าจะ ค้นพบเส้นทางใหม่ในสิ่งที่เราค้นหามา ตลอดนั้น ก็ถูกยืดเส้นทางแห่งความสำเร็จห่างออกไปอีก


เฉกเช่นเดียวกับ สมชัย-ประจวบ สิงห์ชะฎา สองสามี ภรรยา ที่กว่าจะค้นพบความสำเร็จในชีวิตของตนเองกับ ธุรกิจ โอทู ทั้งคู่ต้องเสียเวลากับสิ่ต่างๆ อย่างมากมาย สมชัย-ประจวบ ผ่านร้อนผ่านหนาวในการแสวงหารายได้ เสริมอย่างมากมาย กว่าจะมาเจอสิ่งที่ ใช่ ในอาชีพนักขาย...โดย เฉพาะ ประจวบ ภรรยาผู้มีนิสัยไม่หยุดนิ่ง เมื่อมีเวลาว่างจะ พยายามหารายได้เสริมให้กับตัวเองอยู่ตลอดเวลา และที่ผ่านมา ธุรกิจขายตรง ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เธอมุ่งมั่นและใฝ่ฝันที่จะเด็ดรายได้ จากส่วนนี้มาอยู่ในกำมือให้ได้


แต่ดูเหมือนฟ้าสั่งสวรรค์ส่งให้ทั้งคู่มาพบกับธุรกิจนี้ เมื่อ สมชัย สามีที่มีอาชีพเป็นข้าราชการ ที่มีรายได้ต่อเดือน 40,000 กว่าบาท แต่ก็ยังคงต้องมองหาอาชีพเสริม เพราะต้องการที่จะหา อะไรแปลกใหม่ทำ และก็ได้บังเอิญเจอกับ ธุรกิจโอทู เพราะมี ผู้มาแนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์และด้วยความสงสัยในตัวผลิตภัณฑ์ จึงสร้างแรงบันดาลใจในความอยากรู้อยากเห็นขึ้นมา...


...เมื่อปริศนายั่วยวนให้ต้องหาคำตอบ สมชัย จึงไม่รอช้าควักเงินซื้อมาทดลองใช้ทันที และ โอทู ฟลาโวเจน ก็แสดง ศักยภาพให้เห็นไม่ต่างจากวีซีดีที่เขาดูมา จึงทำให้ สมชัย ควักมือ ประจวบ มาที่ บริษัท โอทู อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด มาหา คำตอบของผูผ้ ลิต โอทู ฟลาโวเจน


...สถานการณ์ทุกอย่างเหมือนเป็นใจให้ทั้งคู่เลือกทำ ธุรกิจ โอทู เพราะในวันที่ก้าวเข้ามาสัมผัสบรรยากาศของบริษัทแห่งนี้ ...ซึ่งบรรยากาศในวันนี้ทั้งคู่จดจำไมรู้ลืมเพราะเป็น วันแรกที่ทั้งคู่ เริ่มทำ ธุรกิจโอทู ที่สร้างฝันให้จนถึงทุกวันนี้


ประจวบ บอกอีกว่า เมื่อตัดสินใจมาดูบริษัท เราเห็น บรรยากาศ ในวันนั้นเกิดความประทับใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่ว่าจะ เป็นทานประธาน ฉัตรชัย ประเสริฐสุวรรณ และผู้บริหารต่าง ๆ ล้วนแต่เป็นกันเอง ทำให้ทุกคนอยูกันอย่างอบอุ่นยิ่งบรรยากาศที่ี่มี คนเยอะ และมีความเชื่อมั่นว่า โอทู จะทำให้ประสบความสำเร็จได้ ซึ่งเขาผู้นี้ยังได้มีการนำเอาสินค้ามาทดสอบใช้กับพืชทุกชนิด และลองทดสอบกับเกษตรกรผู้ใช้ซึ่งใช้เวลาอยู่ 6 เดือน ถึง 1 ปี เพื่อ พิสูจน์ว่าจะตอบโจทย์ให้กับพี่น้องเกษตรกรมากน้อยแค่ไหน...


นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ครบ 4 ปีเต็มที่ สมชัย และ ประจวบ ได้ทำธุรกิจโอทูอย่างราบรื่น โดยที่ไม่มีอุปสรรคอะไร กีดกั้นการทำธุรกิจของทั้งคู่ได้ เพราะทั้งคู่ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน ว่า โอทู ฟลาโวเจน คือเทคโนโลยีสมัยใหม่ทางการเกษตร และ เป็นสินค้าที่ขายตัวเอง เกษตรกรนำไปใช้แล้วได้ผล เมื่อใช้ได้ผลก็สั่ง ซื้ออย่างต่อเนื่อง...ทำให้ทั้งคู่มั่นใจและกล้าที่จะเดินเข้าไปหาเกษตรกร โดยไม่กลัวคำปฏิเสธ


สมชัย และ ประจวบ ถือว่าได้เข้ามาในยุคต้น ๆ เพราะแต่ ก่อน โอทู ฟลาโวเจน เป็นที่รู้จักมากนัก เพราะได้มีการออกสื่อ โฆษณา และโปรโมทสินค้า จึงง่ายต่อการแนะนำ และมีความเชื่อ มั่นในตัวสินค้าอยู่แล้วจุดนี้เองที่ทำให้ทั้งคู่จึ่งไม่หยุดที่จะเดินสาย ออกไปพบเกษตรกร...ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งคู่ยังเชื่อมั่นในตัวผู้บริหาร เพราะเมื่อ สังเกตเห็นแววตาจากตัวผู้บริหารคราใด มักจะสร้างแรง บัลดาลใจให้ทุกเมื่อและผู้บริหารค่อนข้างที่จะใจดีด้วยแล้วยิ่งทำให้ ทั้งคู่สู้ได้ไม่ถอยในการที่จะออกไปแนะนำสินค้า


สำหรับเทคนิคในการทำงานให้เป็นระบบของ สมชัย คือ ให้ ใช้สินค้าทั้ง 100% โดยทดสอบกับเกษตรกรผู้ใช้ จนรู้ว่าสินค้า สามารถตอบโจทย์ได้และเริ่มวางแผนที่จะก้าวเข้าสู่ธุรกิจอย่างมั่นคง ด้วยความเชื่อในตัวสินค้า มีทฤษฎีที่ว่า 1. มีความเชื่อ 2. เรียนรู้ 3. สร้างองค์กรให้เชื่อในผลิตภัณฑ์ให้คนในองค์กรเรียนรู้เรื่องของ ผลิตภัณฑ์ทุกตัวให้เห็นชัด โดยใช้หลักการที่ว่า ตีให้แตก แยกให้ ออก และใช้ให้เป็น


สมชัย บอกต่อว่า การที่จะสำเร็จในธุรกิจได้ ก็ต้องสร้างคน ที่อยู่ในองค์กรให้เข้าใจถึงกระบวนการ เรียนรู้เทคนิคการทำงาน เพื่อ ให้มีประสิทธิภาพในการทำงานเหมือนเราให้ได้ โดยใช้หลักการ ขยัน เรียนรู้สู่ความสำเร็จ เพราะหากนำเทคนิคนี้ไปใช้แล้วเชื่อ ว่าจะนำพาทุกคนสู่ความสำเร็จแน่นอน...


นอกจากนี้ ธุรกิจโอทู ยังสร้างรายได้ให้กับคนอย่างมากมายและปลดหนี้ให้กับเกษตรกรมาแล้วนับไม่ถ้วน เห็นตัวอย่างจากคำ พูดของเกษตรกร โดยที่เราไม่ต้องตั้งคำถาม แต่เกษตรกรสามารถ ที่จะบรรยายสรรพคุณให้เราฟังได้อย่างละเอียด โดยที่เกษตรกรส่วน ใหญ่ที่ใช้โอทู จะมีรายได้เพิ่มประมาณเท่าตัว เพราะปุ๋ยก็ลด ยาก็ ลด รายได้เพิ่มอย่างเห็นได้ชัด และหากทำธุรกิจด้วยแล้ว ยิ่งได้ 2 ต่อ ซึ่งในช่วงนี้ถือเป็นโอกาสให้กับคนอีกมากมาย ที่จะเข้ามาสัมผัส กับความยิ่งใหญ่ที่จะเกิดขึ้น...


ณ วันนี้ สมชัย และ ประจวบ สองสามีภรรยามีรายได้ จาก ธุรกิจโอทู รวมกันประมาณ 130,000 บาทต่อเดือน โดย ปัจจุบันทั้งคู่ตั้งหน้าตั้งตาลุยธุรกิจอย่างเต็มที่ เพื่อเป้าหมายที่ทั้ง 2 คนวาดไว้คือ คว้าเงินล้าน ให้ได้


ทั้งนี้ สมชัย ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า เขาภูมิใจที่สามารถสร้าง เกษตรกรหลายคนให้มีรายได้ 3-4 หมื่นบาท ซึ่งเขาผู้นี้ยังบอกต่อ อีกว่า สิ่งที่ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คน ขายตรง ประสบความ สำเร็จได้คือ ต้องเชื่อในสิ่งที่ตนเองทำ และนำความเชื่อนั้นมาเรียน รู้ให้ชัดเจนโดยต้องศึกษากฎระเบียบของหน่วยราชการและบริษัท ให้ถูกต้อง เพื่อเป็นข้อมูลที่ชัดเจน อีกทั้งต้องดูด้วยว่าธุรกิจถูกต้อง หรือไม่ และเป็นไปตามมาตรการที่กำหนดหรือไม่ พร้อมกับมีการ จดทะเบียนที่ชัดเจนหรือเปล่า ซึ่งหากทุกอย่างถูกต้องและมีความ ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นบริษัท สินค้า และแผนการตลาดที่สามารถจ่าย ได้จริง ท่านสามารถที่จะตัดสินใจทำธุรกิจได้เลย และเชื่อว่าทุกท่าน สามารถประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้ได้อย่างแน่นอน!!....





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 346 ประจำวันที่ 16-30 มิถุนายน 2556


วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

MLM Gossip (ล้วงลับคนเครือข่าย) โอทูเวริค์ โต้กระเเสข่าวลือ








 









หลังจากหนึ่งในอดีตผู้บริหารได้ แยกตัวออกไปเปิดบริษัทเอง พร้อมทั้ง กระแสข่าวลือโจมตีขายตรงยักษ์ใหญ่ ด้านเกษตรอย่าง โอทู มาอีกระลอก ใหญ่ เราเลยอดทนรอไม่ได้ ต้องไป สืบหาความจริงมาแฉ เฮ้ย...มาเม้าท์ สักหน่อย งานนี้ท่านรองประธานอย่าง คุณภนเอก สะอาดวงค์ ออกโรง มาเผยอย่างนิ่งๆ แต่บาดลึกว่า ธุรกิจ โอทู ยังปกติดีอยู่ ซึ่งผู้นำส่วนใหญ่ก็ยังคงมีความมั่นใจและเชื่อมั่น ในบริษัทดี เรื่องข่าวลือนั้นมันเป็นเรื่องธรรมดาของธุรกิจที่บางคน มักจะจ้องโจมตีใส่ร้ายผู้อื่น แต่ โอทู ไม่ใส่ใจอยู่แล้ว เพราะว่า คนที่กินอิ่มอยู่สบาย ก็คงไม่ออกมาเต้นแร้งเต้นกา ใส่ร้ายคนอื่น อู๊ย...ถึงออกมาไม่บ่อย แต่คมกริบนะครับ ท่านรอง ...คริคริ



ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ปีที่9 ฉบับที่ 211 วันที่ 16-30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เกาะติดยุทธศาสตร์ "โอทู OTWO" ไตรมาส 4 ทุ่มทุนสร้าง - บูมสนั่นเปิดฐานรบสยบทั่วไทย ดัน "โอทู ซุปเปอร์พรีเมี่ยม ออร์แกนิค" เขย่าฐานสมาชิก


มาดใหม่โอทู ซุปเปอร์พรีเมี่ยม ออร์แกนิค รวมคุณภาพครบสูตร...เพียงขวดเดียว เอาอยู่...สมาชิกซื้อง่ายใช้คล่อง ไม่เปลืองเงินแถมยังออมแรง เปิดตัวไม่กี่วันยอดทะลัก 10,000 ขวด รองประธานฯ ภนเอก ลั่นคำ สิ้นปียังมีเฮ F2 เวอร์ชั่น 2 ลุ้นสอยยอดขายกันสนุกมืออีกรอบ สิ้นปีมั่นใจยอดขาย 1,000 ล้าน.ไม่ไกลเกินเอื้อม..!!

นายภนเอก สะอาดวงค์ รองประธานกรรมการ บริษัท โอทู อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เผยต่อ ตลาดวิเคราะห์ ว่า ในช่วงที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าสินค้ากลุ่มเกษตรของโอทู โดยภาพรวมแล้วอาจเรียกได้ว่า ไม่ค่อยหวือหวาเท่าที่ควร ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเจอปัญหาในเรื่องของภัยแล้งและวิกฤติน้ำท่วมที่ซึมยาวมาถึงต้นปีนี้ ขณะที่ภาพรวมในส่วนของสินค้ากลุ่มเครื่องสำอาง ต้องบอกว่าชั่วโมงนี้ค่อนข้างที่จะประเมินยาก เนื่องจากตามห้างฯ ทั่วไป ก็เริ่มจะมีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับความงามออกมาใหม่เยอะพอสมควร จึงมองว่าค่ายไหนที่ทำตลาดเกี่ยวกับเครื่องสำอางต้องเซียนจริง ๆ ถึงจะอยู่ได้

ส่วนกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวกับสุขภาพสตรี ต้องยอมรับว่า ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาค่อนข้างที่จะหวือหวาอย่างมากทีเดียว แต่พอมาถึงช่วงนี้ กระแสของสินค้ากลุ่มดังกล่าวไม่ค่อยแรงเท่าที่ควร ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเริ่มจะมีหลาย ๆ ค่าย ลงมาร่วมแชร์ส่วนแบ่งทางการตลาดนั่นเอง โดยเฉพาะกลุ่มนายทุนใหญ่ที่ไม่ใช่กลุ่มคนขายตรงที่กระโดดเข้ามาทำตลาดในกลุ่มนี้

วันนี้ต้องยอมรับว่า คนที่เข้ามาในระบบเครือข่าย สิ่งที่เขาต้องการนั่นคือ โอกาส เพราะคุณไม่มีความรู้ ไม่มีทุน ไม่มีสถานที่ นี่คือ สิ่งที่บริษัทพูดมาโดยตลอด ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าเราทำผิด คิดเพียงแค่ว่าจะเอาคนที่มีทุนมาเล่นอย่างเดียว ตรงนี้ทำให้คนที่ขาดโอกาสก็ตาย ซึ่งในระบบเครือข่ายไม่ได้จำกัดว่า จะต้องมีทุนมากหรือน้อย แต่ทุกคนสามารถที่จะเข้ามาอยู่ในระบบเครือข่ายนี้ได้

ดังนั้น การกำหนดยุทธศาสตร์ของ โอทู นับจากนี้ จะเน้นที่การหากลุ่มลูกค้าใหม่ พร้อมกับการจัดอบรม OPP เพื่อให้เขาสามารถเรียนรู้ที่จะทำธุรกิจกับบริษัทได้ รวมถึงนโยบายของบริษัทจะมีความชัดเจนมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้สมาชิกเกิดความสับสนเหมือนเช่นที่ผ่านมา ซึ่งวันนี้ต้องบอกว่า สมาชิกทุกคนเริ่มที่จะเข้าใจมากขึ้น และพร้อมที่จะเดินหน้าไปด้วยกัน และ โอทู เริ่มจะมีกลุ่มสมาชิกใหม่เข้ามาทำธุรกิจบ้างแล้ว

จุดสำคัญจะต้องโฟกัสให้ได้ว่า วันนี้เราทำธุรกิจอะไร ทำธุรกิจค้าปลีกหรือเครือข่าย ซึ่งเมื่อทุกคนทำเครือข่าย ผมต้องการที่จะสร้างโอกาสให้กับคนที่ขาดโอกาส ให้เขาสามารถเฉลี่ยทุนกันได้ หากทุกคนเข้าใจนิยามของคำว่า เครือข่ายให้แตกฉาน อย่าสับสน เพราะถ้าคุณสับสนทุกอย่างก็จะเดินไม่ตามระบบ ซึ่งถ้าทุกคนเดินตามนโยบายของบริษัทเป็นที่ตั้ง เชื่อว่าทุกอย่างจะสามารถขับเคลื่อนองค์กรไปได้อย่างไม่สะดุดและไม่มีปัญหาแน่นอน

นายภนเอก เสริมต่ออีกว่า หากสำรวจตลาดโดยรวมของธุรกิจเครือข่าย ณ เวลานี้ ส่วนใหญ่จะวัดกันที่คุณภาพสินค้าเป็นที่ตั้ง ไม่ได้วัดกันที่การโมติเวท โดยสินค้าจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของธุรกิจ แต่เรากลับพบว่ายังมีบางค่ายที่เน้นขายความรวย และไม่ได้เน้นในเรื่องของสินค้าเป็นตัวนำ แต่สำหรับ โอทู นับตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจไม่ได้ขายความรวย แต่จะเป็นการขายสินค้าที่มีคุณภาพเสียส่วนใหญ่

จะเห็นได้ว่า โอทู เติบโตขึ้นมาได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีสินค้าเป็นใบเบิกทาง...ซึ่งเชื่อว่าอาจจะมีหลาย ๆ คน ตั้งคำถามว่า สินค้าเกษตรอย่าง โอทู ฟลาโวเจน เป็นอย่างไร.. ซึ่งก็ได้รับคำตอบว่า เทรนด์ในเรื่องของสินค้าเกษตร ก็คล้าย ๆ กับเทรนด์สินค้าเครื่องสำอาง ซึ่งหากยังอยู่กับสิ่งเดิม ๆ และสินค้าไม่มีความตื่นเต้น เชื่อว่าทุกอย่างก็จะไม่สามารถขับเคลื่อนได้ และอาจเป็นเหตุผลให้แม่ทีมที่ไปเจอบริษัทใหม่ ได้เลือกตัวเลือกที่ดีกว่าก็อาจเป็นได้

เนื่องจากปัจจุบันเทรนด์สินค้าใหม่ ๆ เริ่มจะเข้ามาในตลาดเรื่อย ๆ ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ โอทู จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนเทรนด์ ของสินค้า เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปเช่นกัน เห็นได้จากสุดยอดนวัตกรรมผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ โอทู ซุปเปอร์พรีเมี่ยม ออร์แกนิค ที่นำออกมาสร้างความตื่นเต้นทั้งในวงการเครือข่ายและแวดวงสมาชิกของ โอทู ด้วยนั่นเอง

โอทู เราไม่ได้แข่งขันกับใครในเรื่องสินค้าการ เกษตร แต่เราจะแข่งกับตัวเองเสียมากกว่า ซึ่งด้วยนโยบายอย่างที่กล่าวมาแล้วจะทำอย่างไรให้คนที่อยู่กับเรานั้น มีความคึกคักตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้เองบริษัทฯ จึงต้องนำเอาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ออกมาสร้างความตื่นเต้นนั่นเอง เพราะโดยวัฒนธรรมของคนเครือข่ายแล้ว เรื่องของความตื่นเต้นถือว่าเป็นอีกหนึ่งยุทธ ศาสตร์ ที่ทำให้ตลาดเกิดแรงเหวี่ยงได้ด้วยเช่นกัน

มาถึงวันนี้ แบรนด์ โอทู อยู่ในท้องตลาดมากว่า 5 ปี ซึ่งทุกอย่างอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง ฉะนั้น เมื่อเปิดตัวสินค้าใหม่ในนาม โอทู ซุปเปอร์พรีเมี่ยม ออร์แกนิค ก็ทำให้ผลตอบรับเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกัน ในอดีตหลายคนยังคงติดแบรนด์เดิม นั่นคือ โอทู ฟลาโวเจน แต่เมื่อมาปรับปรุงคุณภาพขยับแบรนด์สู่ระดับสากล ก็ทำให้ยอดขาย โอทู ซุปเปอร์พรีเมี่ยม ออร์แกนิค พุ่งกว่า 10,000 ขวด เรียกได้ว่า ค่อนข้างประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง ถึงแม้จะยังไม่มีการโปรโมทแบรนด์อย่างเป็นทางการสำหรับสินค้าตัวใหม่นี้

ส่วนผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพสำหรับสตรี F2 ในช่วงที่มีการเปิดตัวสินค้า F2 ครั้งแรกนั้น เรียกได้ว่าคู่แข่ง 3 - 4 บริษัทต่างใจหายใจคว่ำ เพราะคิดว่า F2 จะมายึดตลาดนี้หรือเปล่า ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวสามารถทำยอดได้จากการโหนกระแส และกำลังเตรียมจะบุกตลาดผลิตภัณฑ์ดังกล่าวอีกครั้ง แต่ต้องรอจังหวะและโอกาสก่อน โดยคาดว่า F2 ภายใต้รูปแบบมิติใหม่ น่าที่จะออกมาเขย่าวงการในช่วงปลายปีนี้อย่างแน่นอน

ปีนี้ นับเป็นการเปลี่ยน แปลงครั้งสำคัญของ โอทู ตลอดระยะเวลา 9 ปีที่เดินอยู่บนถนนเครือข่าย เรียกได้ว่า โอทู สร้างปรากฏการณ์ไม่ธรรมดาสำหรับวงการขายตรง และวงการสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ออกไปเขย่าตลาดเคมีได้อย่างไม่น่าเชื่อสายตา จนสมาคมผู้ผลิตและจำหน่ายปุ๋ยเคมี ต้องออกมาแถลงผ่านสื่อมวลชนว่า กลุ่มของตนไม่ใช่มาเฟีย แต่เป็นเพียงผู้ผลิตและจำหน่ายปุ๋ยเคมีเกษตรเท่านั้น ฉะนั้น สินค้าเกษตรอินทรีย์ก็ยังสามารถทำตลาดร่วมกันได้ ลองจับตา โอทู อีกครั้ง ภายหลังแต่งองค์ทรงเครื่องใหม่และสร้างมิติใหม่ ทิศทางของ โอทู - F2 จะไต่ยอดขายเกิน 1,000 ล้านบาท...ได้หรือไม่...ต้องติดตาม


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ. ตลาดวิเคราะห์ ประจำวันที่ 16 - 30 พฤศจิกายน 2555 ฉบับ 332

วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2555

ข่าวโอทู (OTWO International) : ปรับแนวรบใหม่ ใส่ใจให้ผู้นำปรับสู่มืออาชีพ


โอทูอินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเกมรบใหม่เพิ่มหลักสูตรการฝึกอบรมเสริมความแข็งแกร่งชูสินค้าเกษตรอินทรีย์วัดดีกรีความเป็นผู้นำตีคู่ขนานด้วยสินค้าสุขภาพ เอฟ-ทู เพื่อภายในผู้หญิงปรับรูปแบบรายการทีวี รวยทั่วไทย ใหม่ใช้ดารามาเป็นพิธีกรและพรีเซ็นเตอร์เสริมความเชื่อมั่นคาดยอดขายในปีนี้ไต่ขึ้นทะลุเดือนละ 70 - 80 ล้านบาท นายภนเอก สะอาดวงค์ รองประธานกรรมการ บริษัท โอทู อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผย ตลาดวิเคราะห์ ว่า ในช่วงที่ผ่านมายอมรับว่า ผลกระทบน้ำท่วมทำให้ยอดขายของบริษัท โอทูฯ ลดลงไปพอสมควร หลังจากได้ปรับกลยุทธ์การตลาดแนวใหม่ ด้วยการนำหลักสูตรการฝึกอบรมเข้ามาเป็นจุดสำคัญ ปัจจุบันทำให้ยอดขายอยู่ในอัตราที่น่าพอใจ ขณะเดียวกันก็ได้พัฒนานวัตกรรมสินค้าเกษตรให้มีความเข้มข้นมากขึ้น โดยออกผลิตภัณฑ์ โอทู พรีเมี่ยม เมื่อกว่า 3 เดือนที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรผู้ใช้เกิดความพึงพอใจมากกว่าเดิม เพราะใช้น้อยแถมได้ผลเป็นเลิศ นอกจากนี้ ยังเอาใจเกษตรกรที่มีที่ดินรายละ 5 - 20 ไร่ ด้วยการออกผลิตภัณฑ์ขวดเล็กเสริมเพื่อให้เกษตรกรง่ายต่อการตัดสินใจซื้อเพียงขวดละ 700-800 บาท นี่คือจุดพลิกผัน ทำให้สมาชิกซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายเกิดความพอใจให้เกิดการขยายตลาดได้ง่ายมากขึ้น

ต้องบอกว่า ขณะนี้ระดับผู้นำก็คงมีความเหนียวแน่นเหมือนเดิม เพราะความผูกพันที่พวกเรามีต่อกัน มีความลึกซึ้งกินใจมากกว่าสิ่งใด แม้ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา อาจมีกระแสข่าวไปในทางลบอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ใช่ประเด็นสำคัญอะไร เพราะทีมผู้บริหารและแกนนำมีความเข้าใจวิถีชีวิตของแต่ละคนเป็นอย่างดี

ภายหลังได้ปรับโครงสร้างการบริหารภายในใหม่ ในฐานะที่ผมได้เข้ามาดูแลตรงนี้เต็มที่ จึงได้วางแผนร่วมกับคณะผู้บริหารว่า จะช่วยกันผลักดันให้โอทูฯ ครองความเป็นหนึ่งด้านสินค้าเกษตรต่อไป โดยจะเพิ่มหลักสูตรการฝึกอบรมสร้างผู้นำให้เป็นมืออาชีพเพิ่มมากขึ้น เพราะที่ผ่านมายอมรับว่า เราห่างหายในเรื่องนี้ไปมากพอสมควร ขณะเดียวกันยังจะเพิ่มการจัดโปรโมชั่นท่องเที่ยวเข้ามาเสริมอีกปีละ 2 - 3 ครั้ง เพื่อเพิ่มความสุขทางด้านจิตใจให้กับสมาชิก เพราะที่ผ่านมาโอทูฯ ขาดสิ่งเหล่านี้ไป

นอกจากนี้ ยังได้บริหารจัดการสื่อทีวีใหม่ทั้งระบบ เพราะที่ผ่านมาโอทูฯ ใช้งบในการโฆษณา-ประชาสัมพันธ์ทั้งสื่อฟรีทีวี ทีวีดาวเทียมเดือนละกว่า 6 - 7 ล้านบาท ฉะนั้น ในส่วนของฟรีทีวีบริษัทฯ ได้ปรับลดรายการลงเหลือครึ่งเดียว ส่วนทีวีดาวเทียมก็ยังคงจับมือกับช่อง MV Star channel, INTV และ ช่องTVD เป็นสื่อหลัก เพียงแต่อาจมีการปรับรูปแบบรายการบ้าง เพื่อความเหมาะสม นั่นคือ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2555 เป็นต้นไป โดยเฉพาะรายการ รวยทั่วไทย ซึ่งออกอากาศทางช่องทีวีดาวเทียมวันละ 4 - 5 รอบ ก็จะเอาเวลาดังกล่าวซึ่งเดิมมี 1 ชั่วโมง ก็จะเพิ่มรายการใหม่ขึ้นมาอีก รวมเป็น 2 รายการ โดยแบ่งเวลาดังกล่าวให้เหลือรายการละ ชั่วโมง เพื่อนำเสนอเกี่ยวกับสินค้าเกษตร และสินค้าสุขภาพผู้หญิงอย่างเอฟ-ทู โดยจะใช้ดารานักแสดงมาเป็นเป็นพิธีกร และ พรีเซน็เตอร์ในโอกาสต่อไป เพื่อสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับบริษัท

การแข่งขันสินค้าเกษตรและสินค้าภายในผู้หญิงค่อนข้างรุนแรง ถ้าบริษัทฯ ไม่สร้างภาพลักษณ์ใหม่ ไม่สร้างแบรนด์ให้ติดตลาด ก็จะเสียโอกาสอย่างมาก เพราะการแข่งขันในวงการขายตรงไทย ยอมรับว่าสื่อมีอิทธิพลอย่างมาก บริษัท โอทูฯ เองก็เติบโตมาจากสื่อทีวีดาวเทียม ตรงนี้เราก็คงไม่ทิ้งแน่ เพียงแต่มาปรับกลยุทธ์ในการนำเสนอใหม่ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น คาดว่าหลังเราปรับเปลี่ยนอะไรหลาย ๆ อย่าง ก็น่าจะทำให้ผู้บริโภคเกิดความพึงพอใจมากขึ้น และปลายปี 2555 น่าจะมียอดขายเดือนละ 70 - 80 ล้านบาท เพราะที่ผ่านมาก่อนเกิดวิกฤติน้ำท่วม บริษัท โอทูฯ เคยทำยอดขายได้สูงสุดบางเดือนเกือบ 200 ล้านบาท เลยทีเดียว นายภนเอก กล่าวทิ้งท้าย


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่327 ประจำวันที่1 - 15 กันยายน 2555

วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

โอทู OTWO : ...พลิกตำราใหม่แห่งวงการขาย ใช้ก่อน..ผ่อนทีหลัง!!


โอทู...พลิกตำราใหม่แห่งวงการขาย ใช้ก่อน..ผ่อนทีหลัง!!


แผนเข้าถึงตลาดเกษตรกรแนวใหม่ ดึงความเป็นตัวตนของเกษตรกรผสมผสานความเป็นนักธุรกิจ ให้สอดคล้อง และ เป็นเรื่องง่ายและสร้างรายได้เพิ่ม


เครือข่ายขายตรง โอทู กับ เกษตรกร เป็นอย่างไร


บริษัทเปิดมา 8 แล้ว เจตนารมณ์แรกของบริษัท ไม่ใช่แค่ให้ความสำเร็จ แต่สร้างความมั่นคงมีรายได้ให้เกิดตลอดไปตลอดเวลา 6 เดือนสามารถผ่านเป้าที่ตั้งไว้ช่วงเกิดวิกฤตน้ำท่วมมีผลกับเกษตรกรอย่างมาก จนเป็นเรื่องกังวลกับผลกระทบที่เกิดขึ้น แต่ยังมีบางส่วนที่น้ำไม่ท่วมนึงได้มีการดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ


การขายตรง ช่วยคุณได้จริงๆ แต่ต้องเปิดใจมาคุยกันว่าขายตรงที่ดีควรทำอย่างไร ให้เจริญรุ่งเรืองได้ ไม่อยากให้มองมุมลบ ให้มองมุมบวก ลองเปิดใจ เพราะถ้าเราเป็นแค่เพียงคนซื้อ เราไม่มีทางรวย ต้องเป็นคนขาย แต่วันนี้เรายังไม่มีทุน เราต้องเดินเข้าสู่จุดนี้ การขายตรงคือธุรกิจที่ลงทุนน้อยที่สุด


ตลาดในแวดวงเกษตรมีหลายส่วนที่เป็นลูกค้าของเราอยู่ เราเป็นเพียงส่วนหนึ่ง โอกาสของคนที่จะเข้ามาทำด้านเกษตรยังมีอีกมากมาย ธุรกิจทุกที่ต้องเพิ่มผลผลิตทั้งหมด ตอนนี้ธุรกิจส่วนใหญ่เป็นระบบเกษตรอุตสาหกรรมไม่ได้ทำเพื่อบริโภคภายในประเทศเท่านั้น เราเจาะหาความต้องการของต่างประเทศ ดูแนวโน้มของตลาดว่าต่างชาติต้องการอะไร ตลาดของประเทศเพื่อนบ้านมีการขยัลตัวมากขึ้น เราจะใช้การพัฒนาแบบเดิมๆไม่ได้แล้ว เพราะอาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพสืบทอดกันมา ต้องมีการดูปรับปรุงและให้ความรู้ในเรื่องดิน น้ำ สภาพแวดล้อม บริษัทโอทูมีระบบการดูแลและพัฒนาธุรกิจให้กับลูกค้าด้วยคิดในมุมที่ว่า


ปัญหาของเขา คือปัญหาของเราไม่ใช่ว่าเราจะขายสินค้าเพียงอย่างเดียว ต้องเข้าใจถึงปัญหาของลูกค้าด้วย เพราะถ้าลูกค้าแก้ปัญหาไม่ได้เราก็ขายของไม่ได้ และยังมีแนวคิดจะหาตลาดให้อีกด้วย


สินค้าทุกอย่างของบริษัทโอทูเป็นออแกนิคทั้งหมด ไม่มีสารพิษ ในปีหน้าประเทศเพื่อนบ้านมีกฏหมาย ห้ามนำสารเคมีเข้า มีการรณรงค์ในหลายประเทศ แต่ประเทศเรายังถือว่าช้าอยู่ในเรื่องนี้


การวางเป้าหมายดำเนินธุรกิจของโอทู
ครึ่งปีที่ผ่านมาวางไว้เติบโตอย่งดีด้านเกษตรเพิ่มขึ้นที่ 20% อยู่แล้วมีสินค้าตัวใหม่ของโอทูวางจำหน่ายแต่ไม่เอายอดขาย แต่ใช้กลยุทธเพื่อให้เป็นที่รู้จักของตลาดก่อน ยังคงเน้นที่ด้านสินค้าเกษตรวางยอดไว้แตะที่ 1 พันล้านบาท เราเน้นการเข้าถึงให้มากขึ้น ปรับวิธีคิด วิธีทำงาน แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้ขาย ได้แนวคิดมากจากการค้าปลีก ค้าส่ง เป็นการคิดการลาดแบบนอกกรอบใน 1 ปีมีผู้สำเร็จหลายพันคน เป็นคนที่มีรายได้กับธุรกิจของเรา คนที่ทำการขายตรงไม่ใช่เพราะเกษตรกรอย่างเดียว มีสังคมของคนในเมืองอีกด้วย ทำให้สินค้าตอบสนองโจทย์ของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี


มี สินค้า และวิธีการสนับสนุนการนำเสนอขายอย่างไร
บริษัทโอทูมีสินค้า 3 ประเภท สินค้าเพื่อการเกษตร สุขภาพ ปศุสัตว์ สินค้าเกษตรเป็นอันดับหนึ่งตามมาด้วยสินค้า F-2 ที่เป็นสินค้าล่าสุดของเรา มีการโฆษณาช่องฟรีทีวีอยู่ตลอด
การโฆษณาของเราไม่ใช่เพื่อขายของ แต่เพื่อต้องการให้เป็นที่รู้จัก เพื่อนักขายของเราได้ขายของง่ายขึ้น


ลักษณะการขายของของเราไม่ใช่ให้คนไปเดินขายอีกแล้ว แต่เรามีการเชื่อมกับร้านขายที่เปิดทั่วประเทศ เราเอาสินค้าของเราไปให้ร้านขายแทน กลายเป็นว่านักขายของเราเป็นคนค้าส่ง ร้านค้าจะเป็นค้าปลีก แต่เรามีการแบ่งโซนแบ่งเขตเรียบร้อย เพื่อไม่ให้ทับเส้นทางกัน สินค้ามีการรับรองอย่างถูกกฏหมายมีหนังสือรับรองด้วย


ปลายปี 2554 เกิดวิกฤตน้ำท่วม มีผลกระทบอะไรต่อ ธุรกิจโอทู


ด้านยอดขายไม่มีผลกระทบเลยปัญหาสินค้าขาดตลาดถ้าเป็นสินค้าเกษตรเรื่องโรงงานไม่มีปัญหาเลย เพราะที่ตั้งโรงงานอยู่ทางภาคเหนือ ที่สำคัญใกล้วัตถุดิบ


ผู้นำสูงสุดของ โอทู ทำรายได้เท่าไหร่ ในปัจจุบัน


หลักล้านบาทแวครับ ในวันนี้การทำระบบขายตรงการที่ได้เงิน 1 ล้านบาท ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เพียงเป็นิสค้าที่ใช้แล้วหมดไป มีการขายจริงเกิดขึ้นจริง มีคนที่สนใจเป็นหมื่นๆคน เงินรายได้เป็นหลักล้านบาทจึงสามารถทำได้แน่นอน คนสนใจเป็นหมื่นคนนักขายหลายพันคนทำมีตติ้งทุกวัน หาลูกค้าทุกวัน ก็ตรงตามแผนการตลาดของเราที่ได้ทำไว้ตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจ


ขายตรงเกษตรกร ที่เกิดขึ้นกับ ตัวเกษตรกร มีศักยภาพเป็นอย่างไร


ทักษะของเกษตรกรเริ่มต้นเกิดจากการเป็นผู้ใช้มาก่อน แล้วข้างบ้านคือลูกค้าของเขา แต่สังคมในปัจจุบันคือ ลูกค้าของเรา แต่สังคมในปัจจุบันคือ ของดีแล้วไม่บอกต่อ นี่คือเรื่องจริงแล้วเราเปลี่ยนใหม่ให้กลับกันเป็น สินค้าดีแล้วบอกต่อ
หากจะกล่าวถึงทักษะการเรียนรู้ของเกษตรกรโดยธรรมาติพวกเขามีอยู่แล้ว ส่วนเทคนิคการชวนคน ทางเรามีหลักสูตรการสิน มีขึ้นตอนให้นำไปปฏิบัติการอยู่ครบถ้วน แต่ในกลุ่มธุรกิจเรายังมีคนอีกประเภทหนึ่งที่มีจำนวนเยอะมากคือ คนที่ไม่เคยทำเกษตรกรมาก่อน แต่สนใจ และคนส่วนใหญ่ของบริษัทโอทูที่ประสบความสำเร็จด้านเกษตรไม่ใช่เกษตรกร เป็นคนที่อยากมีรายได้สูงเป็นสำคัญ


ดังนั้นเราจึงมีการกระบวนการ พาทำ ฝึกไปด้วยกัน ทำไปด้วย มีคนทำให้ดูเป็นตัวอย่าง พาทำครั้งหรือสองครั้งก็เริ่มเดินเองได้แล้ว แก้ปัญหาการเกิดคำว่า คุยกับเกษตรกรไม่รู้เรื่อง เริ่มแรกอาจจะยังไม่ชิน แต่พอสักระยะก็ดีขึ้น มีการรู้จริงจากเกษตรกร เมื่อรับฟังปัญหาของเกษตรกร แล้วหาทางแก้ เป็นการตอบโจทย์ของทุกฝ่ายได้จนบรรลุผลมาถึงปัจจุบัน


เครื่องมือสนับสนุนทางการตลาด
หลักใหญ่ของขายตรง ต้องเป็น สิ่นที่เราให้คือสิ่นที่เอาไปทำงานได้จริง ยกตัวอย่างโครงการ F-2 เป็นการ พลิกตำราใหม่ เราเอาผู้นำทั้งบริษัทมาคุยกันทุกคนเห็นดีด้วยกับโครงการนี้ เอาคนลงไปตามร้านค้า แล้วสำรวจว่าร้านไหนต้องการสินค้า ต้องการซื้อใช้ ต้องการขาย มีสื่อทีวีเป็นตัวประกอบ ทำให้เกิดการยอมรับ เพราะทุกอย่างถูกกฏหมายทั้งหมดมี อย.(ใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) ไม่ว่าจะเป็น แผ่นใบปลิว แผ่นพับ มีให้ทั้งหมด


โดยที่เราอำนวยความสะดวกด้านการเงินให้ด้วย เครื่องรูดการ์ด เป็นการเอาของไป ขายโดยไม่ต้องจ่ายเงิน มีการผ่อนกับทางธนาคาร ใช้ก่อน ผ่อนทีหลัง ยังไม่ต้องจ่ายเงิน ทำให้ผู้ขายรู้สึกอุ่นใจมากขึ้น นับเป็นเครื่องมอของโอทูรูปแบบใหม่ที่ทรงพลัง และทำให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ


ข้อคิดทิ้งท้าย
ถ้าคนเราดำเนินชีวิตปกติแล้วไม่สามารถหาเงินดำรงชีวิตได้เพียงพอ งานขายตรง ช่วยคุณได้จริงๆ แต่ต้องเปิดใจมาคุยกันว่าขายตรงที่ดีควรทำอย่างไร ให้เจริญรุ่งเรืองได้ วันนี้มีคนรวยเพราะธุรกิจขายตรงเยอะมาก ไม่อยากให้มองมุมลบอยากให้มองมุมบวก เป็นที่ยอมรับของคนค่อนข้างมากแล้ว มีกฏหมายรองรับ บริษัทก็ทำถูกวิธี มีสินค้าที่ดี เมื่อทุกคนเกิดวิกฤตขึ้นมา เราต้องหาทางออกอยากให้ลองเปิดใจมาสู่เส้นทางของนักขายดู เพราะถ้าเราเป็นแค่เพียงคนซื้อ เราไม่มีทางรวย ต้องเป็นคนขาย ทุกองค์กรขายทั้งหมด แม้แต่องค์กรยักษ์ใหญ่ก็ต้องขาย แต่วันนี้เรายังไม่มีทุน เราต้องเดินเข้าสู่จุดนี้


การขายตรงคือธุรกิจที่ลงทุน น้อยที่สุดแล้วครับ


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย:นสพ.ธุรกิจเครือข่าย ฉบับที่ 232 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-31 กรกฏาคม 2555