ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เอ็มไออาร์ เวิลด์วายด์ MIR WORLDWIDE แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เอ็มไออาร์ เวิลด์วายด์ MIR WORLDWIDE แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ข่าวเอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ (MIR WORLDWIDE) : ไขรหัสลับความสำเร็จผู้นำเงินล้าน ณัฐดนัย ปุณณนันท์ ค่าย เอ็มไออาร์







Capture (Mobile)


ก้าวเดินของคำว่า สำเร็จ มักอยู่ที่จิตใจของแต่ละคน หากใคร นิ่ง มีความมุ่งมั่นเชื่อว่าคำว่าสำเร็จ คงไม่ไกลเกินไขว่คว้าอย่าง แน่นอน...วันนี้ต้องบอกว่า มีหลาย ๆ คนที่อยากจะมีชีวิตความ เป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่าวันวาน ที่สำคัญ ต้องการให้คนต่างยกย่องตัวเองแทบ ทั้งนั้น แต่จะมีธุรกิจอะไรเล่าที่จะมาช่วยเติมเต็มความฝันของธุรกิจได้ โดยที่ไม่ต้องลงทุนเยอะ แต่สามารถประสบความสำเร็จได้จริง...เชื่อว่า ยุคนี้ สมัยนี้ ธุรกิจขายตรง คืออีกหนึ่งทางเลือกใหม่ของคนที่ต้องการ ประสบความสำเร็จในชีวิตและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน เชื่อไหมล่ะว่า ธุรกิจขายตรง หากใครที่อยู่ในธุรกิจนี้ คงพอที่ จะทราบกันดีว่า เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีมนต์ขลังจริง ๆ เพราะเมื่อใคร ที่เดินเข้ามาสู่ธุรกิจนี้แล้ว ต่างลุ่มหลงในธุรกิจนี้ จนเรียกว่าถอนตัวไม่ ขึ้นกันเลยทีเดียว...เฉกเช่นเดียวกับนักขายเงินล้านค่าย เอ็มไออาร์ นามว่า ณัฐดนัย ปุณณนันท์ ที่กว่าจะก้าวเดินสู่ความสำเร็จใน เครือข่ายได้ ต้องผ่านอุปสรรคและความยากลำบากของการทำธุรกิจ มาอย่างโชกโชนเช่นกัน!!


ทั้งนี้ หากมองย้อนอดีตชีวิต... ณัฐดนัย ที่ผ่านมา เขาผู้นี้จบ การศึกษาด้านสังคมศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งเขาผู้นี้ได้ ผ่านการทำงานกับทางเอ็นจีโอ องค์กรพัฒนาเพื่อสังคมด้านเด็กและ เยาวชน ที่ถือเป็นองค์กรที่ช่วยเหลือชุมชนต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพฯ แต่แล้ว ชีวิตก็ถึงจุดหักเหให้กลับกลายมาเป็นผู้บริหารธนาคารต่างประเทศ อาทิ สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ ฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ ดีบีเอส และบริษัทระบบขนส่ง มวลชนกรุงเทพ (รถไฟฟ้าบีทีเอส)...


แต่โดยส่วนตัว ณัฐดนัย อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองมาโดย ตลอด... เพียงแต่ ธุรกิจเครือข่าย ไม่มีอยู่ใน หัวคิดของคนทัน สมัย อย่างชายคนนี้เลยแม้แต่น้อย ทั้ง ๆ ที่มีคนชวนทำธุรกิจหลาก หลายค่ายก็ตามที เขาผู้นี้เล่าถึงเส้นทางชีวิตกว่าที่จะมาพบธุรกิจเครือข่ายว่า ครั้ง แรกที่ทำธุรกิจเป็นการร่วมลงทุนทำร้านอาหารเล็ก ๆ กับเพื่อน และซื้อ แฟรนไซส์บางแห่งมาทำ แต่มองไม่เห็นความสำเร็จ....สำหรับการก้าว เข้ามาทำ ธุรกิจเอ็มไออาร์ ของผู้ชายที่ชื่อ ณัฐดนัย นั้น เป็นเพราะ ได้ไปงานแสดงสินค้าสุขภาพที่เมืองทองธานี และประทับใจ จากการได้ สัมผัสในตัวสินค้าของค่ายนี้ ที่ต้องบอกว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าทึ่งมาก หลังจากที่ได้ลองซื้อมาใช้ เพราะว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพอย่างมาก ที่สำคัญ ราคาถูกด้วย! ...


ธุรกิจเอ็มไออาร์ถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจแนวใหม่ที่เรียกว่า มี ความแตกต่างจากธุรกิจขายตรงทั่วไป ที่เป็นทั้งเครือข่ายร้านค้า และ เครือข่ายผู้บริโภค พร้อมกันนี้ ยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถ ขยายสาขาได้โดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนเพิ่มอีกด้วย ซึ่งถือว่าเป็นธุรกิจที่ ค่อนข้างเข้าใจผู้ที่ต้องการมีธุรกิจเป็นของตัวเองจริง ๆ... แต่ด้วยความบังเอิญ หรือว่า โชคชะตา ที่ได้นำพา ณัฐดนัย เข้ามา สู่อ้อมอก ใน ธุรกิจเครือข่าย ของ เอ็มไออาร์ ได้โดยไม่รู้ ตัว ซึ่งธุรกิจนี้ สามารถเปลี่ยนความคิดจากคนที่ไม่เคยสนใจในธุรกิจ ขายตรงนี้เลย ให้ต้องเปลี่ยนทัศนคติใหม่หมด จนต้องลองเข้ามาศึกษา เรียนรู้หลักการต่าง ๆ และจากการศึกษาหาความรู้ เพิ่มเติมของเขาผู้นี้ พร้อมด้วยกับการนำผลิตภัณฑ์ ไปใช้กับครอบครัว นานถึง 6 เดือน จนทำให้เขาผู้นี้ เกิดแรงศรัทธาในธุรกิจนี้อย่างมาก ว่าจะสามารถ สร้างความสำเร็จให้กับชีวิตของตนเองได้อย่าง แน่นอน!!


ณัฐดนัย เล่าต่ออีกว่า หลังจากที่ตนเองนั้น ได้มีโอกาสเยี่ยมชมโรงงาน พร้อมกับได้ร่วมพูดคุย กับ เภสัชกร ดร.พิศาล จันทฤทธิรัศมี ประธาน กรรมการบริหารของค่ายนี้ ก็พบว่า ผลิตภัณฑ์ของที่ นี้เป็นแบรนด์ของคนไทยจริง ๆ ที่สำคัญ ยังมี มาตรฐานคุณภาพระดับโลก โดยผลิตและส่งออกไป ยังต่างประเทศกว่า 60 ประเทศด้วยกัน พร้อมกับยัง มีการการันตีถึงคุณภาพและความไว้วางใจมากกว่า 27 ปี โดยมีสินค้ากว่า 1,500 รายการในการทำตลาดอีกด้วย ต้องบอกว่าสินค้าแต่ล่ะแบรนด์ขอที่นี้เกิดขึ้นจากผู้เชี่ยวชาญ ที่แท้จริง ที่พยายามมุ่งมั่นและสร้างสินค้าที่มากด้วยคุณภาพที่สำคัญ ยังเชื่ออีกว่า ที่นี้มีโอกาสในการเติบโตอย่างมากทีเดียว ขณะเดียวกัน ยังสามารถร่วมกับธุรกิจอื่น ๆ ได้อย่างง่ายดาย ไม่เหมือนกับ ธุรกิจ เครือข่าย ค่ายอื่น ๆ ที่ไม่สามารถทำงานร่วมกับธุรกิจอื่น ๆ ได้ และจากความพร้อมที่สมบูรณ์แบบของค่ายนี้เอง รวมถึงการคิด ไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนของ ณัฐดนัย ทำให้เขาผู้นี้ จึงไม่รีรอ ที่จะเข้ามา เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในธุรกิจ เอ็มไออาร์ ที่เขาผู้นี้มองว่า เป็นธุรกิจแห่งอนาคตนั่นเอง เพราะไม่ว่าเศรษฐกิจยํ่าแย่สักแค่ไหน ก็ สามารถยืนหยัดได้ ซึ่งลงทุนเพียง 250 บาท ก็สามารถเป็นหุ้นส่วนใน การซื้อสินค้าราคาพิเศษตลอดชีพ และยังสามารถเป็นเจ้าของธุรกิจกึ่ง แฟรนไซส์ ด้วยการลงทุนเริ่มต้นเพียง 32,000 บาท เท่านั้นเอง...!


...และหลังจากที่ ณัฐดนัย ได้ก้าวเท้าเข้ามายังธุรกิจ เอ็มไออาร์ ซึ่งเป็น ธุรกิจเครือข่าย ที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน ไม่เชื่อก็ต้อง เชื่อ!...จากคนที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่า จะต้องมาเดินบนเส้นทางเครือ ข่าย แต่วันนี้เขาสามารถ สลัดคราบผู้จัดการแบงก์ เพื่อมาเริ่มจัดการ ธุรกิจ เอ็มไออาร์ ของตนเอง ...ซึ่งนี่ถือได้ว่า เป็นการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง หรืออาจะเรียกว่า เป็น ครั้งสำคัญที่สุดของชีวิตผู้ชายที่ชื่อ ณัฐดนัย เลยก็ว่าได้แม้ว่าช่วง แรกเขาบอกว่าจะทำงานไม่ค่อยเป็นเท่าใดนัก แต่ด้วยความเชื่อมั่นว่า ตนเองทำได้จึงทำให้ความสำเร็จของเขาผู้นี้เริ่มเติบโตขึ้นเป็นตามลำดับ จนกลายเป็นผู้นำเบอร์หนึ่ง แห่งค่าย เอ็มไออาร์ จนถึงวันนี้!! ...ณัฐดนัย มุ่งมั่นทำงานอย่างเต็มที่ เพราะที่นี่เป็นธุรกิจแห่ง อนาคต เขาจึงได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้หลักสูตรต่าง ๆ เพื่อที่จะขยายงาน อย่างไม่สะดุด ซึ่งกระบวนการฝึกอบรมจะเป็นลักษณะมุ่งเน้นที่จะให้ ขอ้ มูล ธุรกิจเอ็มไออาร์ เพื่อใช้ในการตัดสินใจ เพื่อให้ผู้ประกอบการ เป็นผู้เชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจ, ผลิตภัณฑ์ และการบริหารงาน... ความสำเร็จ ไม่ได้เกิดขึ้นที่บุคคลใด บุคคลหนึ่ง แต่เกิดขึ้น สำหรับทุกคนที่มีความตั้งใจ ที่จะทำในสิ่งนั้นด้วยความตั้งใจ ซึ่งธุรกิจ เอ็มไออาร์ มีหลายหลักสูตรที่แตกต่างกันออกไป แต่ผมจะให้ความรู้ เกี่ยวกับการสร้างทีมงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อที่จะให้นักธุรกิจก้าว ไปสู่ความสำเร็จได้อย่างมั่นคง


...จากวันนั้นจนถึงวันนี้ เรียกได้ว่าความสำเร็จของ ณัฐดนัย เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จาก การมีรายได้จากที่นี้มากกว่า 5 เท่า ของการเป็นผู้จัดการแบงก์แค่เพียงระยะเวลาประมาณ 2 ปี เท่านั้น... ซึ่งเขาบอกว่า เขาไม่ใช่ว่าเป็นคนเก่งอะไรมากมาย แต่ว่า ธุรกิจเอ็มไอ อาร์ นั้น เติบโตขึ้นได้ด้วยคุณภาพของสินค้าราคาเข้าถึงทุกกลุ่มทั่วไทย โดยจะไม่มีการมานั่งเขียนแผน แต่จะเป็นการแนะนำธุรกิจรูปแบบของ การให้แนวคิด ปลูกฝังในเรื่องธุรกิจแฟรนไซส์กระจายไปสูภู่มิภาคต่าง ๆ ...แน่นอนที่สุด การทำ ธุรกิจเครือข่าย ย่อมมีอุปสรรค เพราะ ในขณะที่ ณัฐดนัย ได้ทำเอ็มไออาร์ นั้น ลูกสาว 3 คนก็ไม่ยอมรับ ยิ่ง คนโตยิ่งแสดงออกอย่างชัดเจน แต่แล้ววันนี้ลูกสาวทั้ง 3 คน ต่างก็ ให้การยอมรับกับธุรกิจนี้ การทำธุรกิจของผมเองนั้น ผมจะเอาอุปสรรคที่อยู่ตรงหน้าเพื่อ มาเป็นแรงผลักดันใหก้าวไปสู่ความสำเร็จที่รออยู่เบื้องหน้าแต่ก็จะคิด บวกเพื่อต่อสู่กับปัญหานั้น ๆ จนสามารถก้าวขึ้นสู่ความสำเร็จใน ตำแหน่งสูงสุดของ เอ็มไออาร์ จุดนี่เอง ที่ทำให้ลูกสาวคนโตที่ไม่ ยอมรับและเปิดใจในธุรกิจเอ็มไออาร์ ก็เกิดการยอมรับในธุรกิจนี้ นั่นเอง


... ณัฐดนัย มีความสุขกับการได้ก้าวเข้ามายัง ธุรกิจเอ็มไอ อาร์ ที่ได้ช่วยเหลือทีมงานกว่าหลายหมื่นคน และยังมีศูนย์ขยายงาน กว่า 500 ศูนย์ธุรกิจ ซึ่งเป็นของทีมงาน... จุดนี้เอง! ที่ทำให้ ณัฐดนัย มีตัวเลขรายได้ ทวีคูณความรุนแรง ขึ้นถึง 7 หลัก และมีทีท่าว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และยังได้ส่งลูก เรียนต่อต่างประเทศ พร้อมกับยังได้ท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นอีก หนึ่งกำไรของชีวิตเลยก็ว่าได้ วันนี้ถือว่าชีวิตของผมมีความสุขมาก จากการทำธุรกิจ เอ็มไอ อาร์เพราะได้ช่วยเหลือคนที่ยังขาดแคลนให้มีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ ดีขึ้น ได้สอนให้รู้จักวิธีการทำงานต่าง ๆ เพื่อที่จะเข้าไปช่วยเหลือคน อื่น ๆ ต่อไป และเราก็มีหน้าที่จัดประชุมให้กับทีมงาน และช่วยบรรยาย ข้อมูลต่าง ๆ เพราะเรียกได้ว่า ที่นี่เป็นธุรกิจของการพัฒนาคนให้ก้าว ขึ้นมามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง


... ธุรกิจเครือข่าย เปรียบเหมือน ถุงเงิน ถุงทอง ของผู้ที่ทุ่มเทลงทุนลงแรง และลงมือทำอย่างสุดกำลัง เพราะนี่คือธุรกิจของ อนาคตของคนที่มองเห็นโอกาส และพร้อมที่จะเติบโตไปข้างหน้าอย่าง มั่นคง... ณัฐดนัย ยังได้แนะถึงการเป็นผู้นำที่ดีด้วยว่าจะต้องมี จิตใจดั่งหินผา ต้องไม่ไหวเอนต่อแรงลม สิ่งนี้จะเป็นสิ่งที่ธุรกิจจะขับเคลื่อน ไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง และเจริญรุ่งเรืองเป็นเสาหลักของครอบครัว สืบไป... วันนี้ต้องบอกว่า ความจำเป็นของการใช้สินค้า และความ ต้องการของผู้บริโภค เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของธุรกิจ ในช่วงที่ เศรษฐกิจตกตํ่าหลายธุรกิจเจอผลกระทบ และธุรกิจจำนวนไม่น้อยที่ ต้องปิดตัวลง เพราะไม่มียอดซื้อ แต่สำหรับธุรกิจที่เกี่ยวกับชีวิตประจำ วัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากตอบสนองความต้องการในเรื่องของสุขภาพ ด้วยแล้ว มักจะได้รับผลกระทบน้อย และ เอ็มไออาร์ ก็ถือเป็นธุรกิจแบรนด์หนึ่ง ที่ไม่หวั่นกับความผันผวนของเศรษฐกิจ เพราะสินค้าของ ที่นี้ คุณภาพดี ราคาถูก ประหยัด ผู้ประกอบการสามารถสร้างรายได้ ตลอดเวลา ขยายธุรกิจได้ทุกที่ โดยสามารถทำร่วมได้กับทุกธุรกิจ โดยที่ ไม่เสี่ยงต่อการขาดทุนอีกด้วย สำหรับความสำเร็จของการทำธุรกิจขายตรงนั้น สิ่งที่ขาดไม่ได้ เลย คือ การเอาความจริงใจเข้าไปนำเสนอกับคนอื่น เพื่อที่เขาจะได้เข้า มาร่วมธุรกิจกับเรา และต้องทุ่มเท และจริงจัง อย่ากลัวเหนื่อย คุณอาจ จะเหนื่อยชั่วคราวแต่สบายไปตลอดชาติ นี่คือสัจธรรมของการทำ ธุรกิจขายตรง


...นับได้ว่า ธุรกิจขายตรง เป็นธุรกิจที่สร้างคนให้ประสบความ สำเร็จออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผิดจากเมื่อครั้งอดีตที่แต่ละคนกว่าที่จะ ประสบความสำเร็จได้ต้องใช้ระยะเวลาที่นานพอสมควร...วันนี้ ต้อง ยอมรับอย่างหนึ่งว่า ธุรกิจขายตรง สามารถช่วยสร้างให้คนรํ่ารวย สร้างให้คนมีชื่อเสียง สร้างให้คนอยู่ดีกินดีได้จริง หากคุณคิดที่จะเดิน ตามความฝัน ขอเพียงอย่าหยุดนิ่ง เพียงเท่านี้ เชื่อว่าทุกคนสามารถไต่ ระดับความสำเร็จได้ไม่ช้าก็เร็ว เช่นเดียวกับนักขายเงินล้านท่านนี้ ณัฐดนัย ปุณณนันท์




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 344 ประจำวันที่ 16-31 พฤษภาคม 2556

วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ขายตรงดาหน้าโหมโรงจัดงานสร้างศรัทธา ฉลองครบรอบบริษัท/ประดับเข็มเชิดชูเกียรติ



ขายตรง เปิดเกมเฉียบคมต้นปีมะเส็ง เร่งเครื่องเขย่าความเชื่อ มั่นธุรกิจด้วยการจัดงานใหญ่ ฉลองความสำเร็จ พร้อมประดับเข็ม เชิดชูเกียรติผู้ที่สำเร็จ หวังดึงคนเข้ามาร่วมธุรกิจ...ด้าน ยูนิซิตี้-นิว ไลฟ์-ดี เน็ทเวิร์ค ออกตัวแรงชิงความได้เปรียบตอกยํ้าภาพความ สำเร็จของผู้นำ...ส่วน หมอเส็ง-เอปูเซ่-นีโอ ไลฟ ชูความพร้อมธุรกิจ แบบครบวงจร... ฮอไรซอน-บี.พี.โปรเกรส ตอกยํ้าความสำเร็จบน โอกาสที่ทุกคนสามารถจับต้องได้


ปัจจุบันนี้การสร้างความศรัทธาและ ความเชื่อมั่นให้ธุรกิจได้แจ้งเกิดสำหรับ ธุรกิจขายตรง ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่าง ยิ่ง เห็นได้จาก ณ ห้วงเวลานี้ หากใครที่ ติดตามความเคลื่อนไหวของ ธุรกิจขายตรง คงพอน่าที่จะทราบว่า ธุรกิจนี้เริ่มที่จะมีการเปิดฉากแรงตั้งแต่ต้นปีเลยทีเดียว ไม่ว่าจะ เป็นการเดินหน้าสร้างขวัญและกำลังใจให้ กับสมาชิก รวมถึงการสร้างภาพความยิ่ง ใหญ่ของธุรกิจนี้ให้หลาย ๆ คน ได้เดินเข้ามา สำเร็จในธุรกิจนี้ ด้วยการจัดงานประดับเข็ม เกียรติยศ สำหรับผู้ที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งต้องบอกว่าแต่ละค่าย มีอะไรต่างโหมโรง ออกมากันแบบเต็มแม๊กส์ เพื่อต้องการสร้าง ภาพความยิ่งใหญ่ของธุรกิจตนเองให้หมู่ มวลคนเครือข่ายได้ประจักษ์ต่อสายตา นั่นเอง มาลองดูกันว่าในช่วงต้นปี 2556 มี ค่ายไหนกันบ้าง ที่โหมจัดงานสร้างความเชื่อ มั่นทางธุรกิจกันบ้าง ซึ่งทีมข่าว ตลาด วิเคราะห์ ขอนำเสนอให้ทุกท่านได้รับทราบ ดังนี้


3ค่ายโหมโรงสร้างความเชื่อมั่น จัดงานประดับเข็มปลุกพลังสมาชิก


...เริ่มต้นที่ บริษัท ยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด ที่ออกตัวแรงตั้งแต่ต้นปี ด้วยการจัดงาน ประดับเข็มเกียรติยศประจำปี 2556 ขึ้นไป เมื่อวันเสาร์ที่ 12 มกราคม 2556 ที่ผ่านมา ภายใต้คอนเซ็ปต์ New Day New Challenge ท้าฝัน วันใหม่ โดยเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้นักธุรกิจ ยูนิซิตี้ ที่จะก้าวสู่ความสำเร็จพร้อมๆ กับ ความท้าทายใหม่ ๆ เพื่อการเปลี่ยนแปลง และก้าวไปสูชี่วิตที่ดีขึ้น โดยงานนี้ มีนักธุรกิจยูนิซิตี้ที่ประสบ ความสำเร็จขึ้นรับเข็มเกียรติยศกว่า 673 คน ด้วยกัน โดยแบ่งเป็นในระดับ Diamond 2 คน, ระดับ Presidential Ruby 1 คน, ระดับ Presidential Sapphire 7 คน ระดับ Presidential Director 17 คน ระดับ Executive Director 49 คน ระดับ Senior Director 128 คน และระดับ Director 469 คน
พร้อมกันนี้ ภายในงาน ทาง ยูนิซิตี้ เอง ยังได้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ LC เพื่อรองรับกับตลาดสินค้าเพื่อสุขภาพ ที่ กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องในขณะนี้อีกด้วย เรียกได้ว่า ยูนิซิตี้ เอง ต้องการที่จะสร้าง ความน่าเชื่อถือของธุรกิจนั่นเอง ...เช่นเดียวกับ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม 2556 ที่ผ่านมา บริษัท นิว ไลฟ์ เวิลด์ไวด์ จำกัด ก็ได้จัดงานฉลองอย่างยิ่ง ใหญ่ก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 ณ ศูนย์นิทรรศการและ การประชุมไบเทค บางนา โดยใช้ชื่องานว่า Grand Rally New Life No.1 ตั้งเป้าพัน ล้านแสนรหัสตะลุยสี่ภาค
ซึ่งงานนี้ ทางด้านประธานกรรมการ บริหาร สุเทพ ยืนยงค์วิทยากุล นายใหญ่ แห่งนิวไลฟ์เวิลด์ไวด์ได้เป็นผู้กล่าวเปิดงาน Grand Rally New Life No.1 พร้อมให้ สัมภาษณ์ต่อสื่อมวล รวมถึงยังได้ ประกาศ แผนงานในปี 2556 ที่จะพร้อมลุยสี่ภาค กวาดพันล้าน พร้อมด้วยการอัดฉีดงบ กว่า 50 ล้านบาท ในการสร้างสำนักงาน ตามยุทธศาสตร์พื้นที่ต่าง ๆ ภายในปีนี้ รวม ถึงการเน้นการเข้าถึงสมาชิก โดยการสร้าง สมาชิกคุณภาพพร้อมความสามารถในการเป็นผู้นำที่ดี
ที่สำคัญ ในงานนี้ทาง บอสใหญ่สุเทพ ยังได้ประกาศที่ จะสร้างผู้นำสูงสุดมากกว่า 10 รหัส เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ แก่สมาชิกนิว ไลฟ์โดยมุ่งเน้นที่ จะสร้างยอดสมาชิกมากกว่า แสนรหัสภายในปีนี้ และต้องเป็น รหัสที่มีการทำงานจริงถึง 30% ด้วยกัน อีกทั้งยังเตรียมแผนเด็ด ผุดไอเดียเจ๋งจัดมินิเอ็กซ์โปลุยสี่ ภาคกระตุ้นยอดขาย ก้าวสู่พัน ล้านภายในปี 2556 นี้อีกด้วย โดยภายในงานเชิดชู เกียรติผู้ที่ประสบความสำเร็จใน ครั้งนี้ ทางนิวไลฟ์ เอง ยังได้มีการ เปิดตัวสินค้าใหม่อย่างมากมาย เช่น ลูทีนพลัส ที่ช่วยบำรุง สายตา และสินค้าด้านความ สวยความงาม พร้อมกับปิดท้าย ด้วยมินิคอนเสิร์ตจาก หลิว อา จาริยา ที่มาสร้างความครื้นเครง ให้กับหมู่มวลสมาชิก
...นอกจากนี้ ยังมีทาง ด้าน บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ ไวด์ จำกัด ที่นำโดยอาจารย์ สาคร ใสกมล ประธานกรรมการ บริหารพร้อมด้วย ภูมิสนอง หล้า สุด และ อุทัย แจ่มฟ้า ผู้ร่วมก่อ ตั้งบริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด ก็ได้ออกมาโหมโรงจัดงาน เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ สมาชิกด้วย ซึ่งงานนี้ ไม่เพียงแค่ การจัดงานประดับเข็มเพื่อเชิดชู เกียรติเพียงอย่างเดียว แต่ทาง ด้านอาจารย์สาคร ใสกมล ประธานกรรมการบริหาร ยังได้ ขึ้นเวทีประกาศถึงความพร้อม ของบริษัทฯ ในปีนี้ไม่ว่าจะเป็น ในส่วนของฐานบัญชาการแห่ง ใหม่ที่อาคารไทย ซีซี ทาวเวอร์ ด้วยงบลงทุนหลายสิบล้านบาท เลยทีเดียว โดยตั้งอยู่ใจกลาง สาทร พร้อมกับทิศทางการ ดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ในปีนี้ ด้วย ที่สำคัญ ยังได้ประกาศ พร้อมดันยอด โกเรจินส์ ให้ได้ 67 ล้านเม็ด รวมถึงการเปิดตัว สินค้าใหม่ บานเย็น ลุยตลาด เกษตร และเปิดตัวพ็อคเก็ตบุ๊ค Why D Network คัมภีร์สำหรับ นักธุรกิจเครือข่ายโดยเฉพาะใน งานนี้อีกด้วย


หมอเส็ง-เอปูเซ่-นีโอไลฟ์ ตอกยํ้าธุรกิจสร้างโอกาส


...ถัดมาอีกค่ายนั่นก็คือ บริษัท แสงสุริยะฉัตร (2002) จำกัด หรือ หมอเส็ง ที่ก็ได้มี ความเคลื่อนไหวทางธุรกิจออก มาเช่นกันในช่วงต้นปีนี้ ด้วยการจัดงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จ GOLD ยิ่งใหญ่ ที่นำโดย ฉัตร ชัย แสงสุริยะฉัตร หรือคุณหมอ เส็ง ประธานกรรมการ และ นิภา แสงสุริยะฉัตร รองประธาน กรรมการ ร่วมด้วยคณะผู้บริหาร ได้จัดงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จ ให้กับสมาชิกที่ประสบความ สำเร็จในตำแหน่ง GOLD ด้วย งานนี้ ยังถือเป็นการจัดงานเลี้ยง ปีใหม่ให้กับสมาชิกอีกด้วย
ซึ่งงานนี้ ทางคุณหมอเส็ง และคุณเล็กเอง ยังได้ประกาศ เป้าหมายในปีนี้ ว่า จะสร้างธุรกิจ เครือข่ายหมอเส็งให้เติบโตอย่าง ยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน ด้วยอาวุธ ในการทำศึก รุกสื่อทีวีเต็มสูบ พร้อมเติบโตทวีคูณ ที่สำคัญ งานนี้คุณหมอเส็งและคุณเล็ก ยังจัดหนักให้กับสมาชิกอย่างยิ่ง ใหญ่ด้วยศิลปิน นักร้อง ที่มา มอบความสุขกันชนิดที่ว่าต้อง ลุกขึ้นมาขยับตามจังหวะเสียง เพลง จากน้อง ๆ ศิลปินจาก สโมสร ชิมิ ตามติดด้วย ขวัญใจ รากหญ้า นักร้องชื่อดัง ต่าย อรทัย ที่มาขับกล่อมเสียงเพลง หวานจับใจ ก่อนจะมาหัวเราะ กันแบบไม่หยุด กับศิลปิน เท่ง เถิดเทิง , โหน่ง ช่า ช่า ช่า และ คณะปิดท้ายด้วย นักร้องขวัญใจ วัยรุ่นอย่าง โฟร์-มด ซึ่งถือเป็น งานที่เรียกได้ว่า สร้างขวัญและ กำลังใจของสมาชิกหมอเส็งได้ เป็นอย่างดี
เช่นเดียวกับทางด้าน เอปูเซ่ ภายใต้การนำทัพของ มนตรี ฉิมมณีภัทธ ประธาน กรรมการบริหาร ที่นำพาธุรกิจ เอปูเซ่ ให้เติบโต มาตลอดระยะ เวลา 7 ปีแบบไม่มีสั่นคลอน ก็ได้ ออกมาสร้างความเคลื่อนไหว ของธุรกิจเช่นกัน ด้วยการจัดงาน ราตรีสีชมพู 2556 ขึ้นเมื่อ ปลายเดือนมกราคม 2556 ที่ ผ่านมา เพื่อประดับเข็มเกียรติยศ ให้กับสมาชิก ในระดับสูง ทั้ง ตำแหน่ง SPD, GPD,DPD โดย ภายในงาน ยังได้มอบรางวัล เกียรติยศ Epousee Award 2012 ให้กับสมาชิกที่ชนะเลิศ การประกวด พร้อมเผยโฉมหน้า สมาชิกที่ได้ไปท่องเที่ยวเกาหลี กว่า 100 คน ก่อนจะปิดท้ายด้วย พิธีส่งมอบการสัมมนาจีน ที่ท่าน ประธานมนตรี จัดให้สมาชิกเอปู เซ่ โดยเฉพาะ ที่สำคัญงานนี้รวม พลคนรักเอปูเซ่ จากทั่วประเทศ กว่า 2,000 คน ที่ต่างมาสวย หล่อ กันเต็มที่ กับงานแห่ง เกียรติยศในครั้งนี้
ด้าน บริษัท นีโอไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ที่นำ ทัพโดย ดร.นพรุจ เวชกุลประธานกรรมการบริหาร และ ดร.รัชนี มหานิยม ประธาน กรรมการบริหารฝ่ายสมาชิกและ กรรมการผู้จัดการ ก็ได้มีการจัด งานฉลองเกียรติยศความสำเร็จ ประจำ 2556 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2556 ที่ผ่านมา ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้ชื่อ งาน NEW YEAR NEOLIFE SUCCESS TOGETHER ใน คอนเซ็ปต์ที่ว่า นีโอ ไลฟ์ ความ สำเร็จเราเป็นที่ 1 ที่สำคัญ งานนี้ ยังได้มีการ ประกาศผล นีโอ สตาร์ โปรเจกต์ 1 ในครั้งนี้ด้วย โดยโครงการนี้ ถือเป็นการจัดประกวดหาหนุ่ม สาวเพื่อเป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้า และแบรนด์ นีโอ ไลฟ์ อีกด้วย พร้อมกันนี้ ทางด้าน ดร.นพรุจ และ ดร.รัชนี เอง ยังจัดหนัก มอบของขวัญด้วยความบันเทิง จากศิลปินดารานักร้องอย่าง ใหม่-เจริญปุระ - อ๋อม-อรรค พันธ์ นะมาตร์- แพนเค้ก- เขม นิจ มาร่วมสร้างสีสันภายในงาน ให้กับสมาชิกอีกด้วย...เรียกว่า เป็นการต้อนรับศักราชใหม่และ การก้าวเข้าสู่ปีที่13 ของบริษัท ขายตรงที่ชื่อ นีโอ ไลฟ์ ในการ สร้างความเชื่อมั่นของธุรกิจและ แรงศรัทธาให้เกิดได้เป็นอย่างดีที เดียว


3 ขายตรงโหมโรงธุรกิจแจ้งเกิด ฉลองครบรอบธุรกิจ/ชูเกียรติสมาชิก


ส่วนอีกหนึ่งความ เคลื่อนไหวของธุรกิจขายตรง นั่น ก็คือ ค่ายน้องใหม่อย่าง บริษัทเฟอร์ทิไลซ์ จำกัด ที่ นำโดย ภูศักดิ์ ด่านประดิษฐ์ ประธานกรรมการบริหาร ก็ได้มี การจัดงานฉลอง 2 ปี ฮอไรซอน เฟอร์ทิไลซ์ ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2555 ณ โรงงาน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เพื่อสร้างความเชื่อ มั่นทางธุรกิจให้กับสมาชิกทั้ง ใหม่และเก่า โดยขายตรง ฮอไรซอน มี แบรนด์สินค้าการเกษตรที่สร้าง ชื่อนั่นก็คือ ปุ๋ยกำแพงทอง ที่ เรียกได้ว่ากำลังได้รับการตอบรับ จากชาวเกษตรกรที่ไม่แพ้กับ สินค้าการเกษตรค่ายอื่น ๆ เลยที เดียว พร้อมกันนี้ ทางด้านบอส ใหญ่ของค่ายนี้ยังเตรียมที่จะบุก ตลาดสินค้าเกษตรใน ตลาดเครือ ข่ายปี 2556 นี้ แบบครบเครื่องอีก ด้วยก็ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จ ของค่ายนี้ในการฉลองครบรอบ 2 ปีของการดำเนินธุรกิจซึ่งก็ต้อง มาดูกันว่าในปีนี้ ฮอไรซอน จะ ออกมาสร้างความตื่นเต้นได้ มากน้อยแค่ไหน


. ...ข้ามมาดูอีกความเคลื่อนไหวของ บริษัท บี.พี.โปร. เกรส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ภายใต้การคุมทัพของ สุเทพ บุญภักดี ประธานกรรมการ ก็ได้ ประกาศเตรียมที่จะจัดงานใหญ่ ประจำปีของบริษัทเลยทีเดียว นั่นก็คือ งานรวมพล คน บี.พี. ซึ่ง งานนี้จะมีการจัดขึ้นในวันที่ 10 มีนาคม 2556 นี้ ณ หอประชุม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต ภายในงานจะมีพิธีมอบเสื้อ เกียรติยศ ใหแ้ก่ผู้ที่ประสบความ สำเร็จ พร้อมกับมีศิลปิน ดารา นักร้อง มาให้ความบันเทิง ไม่ว่า จะเป็น กระแต-กระต่าย อาร์ สยาม, สนุ๊ก สิงห์มาตร มาให้ ความบันเทิงในงาน พร้อมกันนั้น ยังมีในส่วนของรางวัลต่าง ๆ มากมาย อาทิ เช่น รถยนต์ สร้อย คอทองคำ พัดลม ตู้เย็น มอเตอร์ ไซด์ จักรยาน เป็นต้น...นับว่าเป็น อีกหนึ่งค่ายที่เร่งเครื่องธุรกิจด้วย การเรียกนํ้าย่อยสร้างความ มั่นคง และความเชื่อมั่นของ ธุรกิจได้อย่างมากเลยทีเดียว เรียกได้ว่า ทั้งหมดนี้ ถือ เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่สำคัญ ในการสร้างความเชื่อมั่นของ บริษัทฯ ขายตรงหลาย ๆ ค่าย เลยก็ว่าได้ ซึ่งหากใครที่โหมโรง ได้ร้อนแรงมากกว่า ก็หย่อมได้ เปรียบกว่านั่นเอง!!




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 338 ประจำวันที่ 16-28 กุมภาพันธ์ 2556

วันพุธที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2556

MLM Gossip (ล้วงลับคนธุรกิจเครือข่าย) ซุบซิบ ค่าย เอ็มไออาร์ เวิลด์วายด์-MIR Worldwide








 


 


 


 


 


 


 


 


ได้มีโอกาสเข้าร่วมงาน Grand Opening MIR Worldwide ที่ได้จัดขึ้น ณ. สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดี ภายใต้การบริหารงานของ "เภสัชกร ดร.พิศาล จันทฤทธิรัศมี" ประธานบริษัท เอ็มไออาร์ เวิลด์วายด์ จำกัด เเม้จะเป็นบริษัทน้องใหม่เเกะกล่องเเต่ก็เเลเห็นถึงความพรั่งพร้อมทางธุรกิจอย่างเต็มสตรีมเเละระหว่างที่ได้นั่งชมพิธีเปิดงานได้สักระยะ สังเกตได้ว่าจำนวนเก้าอี้ที่ใช้รองรับผู้นำสมาชิกเข้าร่วมงานว่างเปล่าอยู่หลายเเถวเพราะก่อนหน้านี้รู้มาว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานถึง 500 คนเเต่สุดท้ายก็ถึงบางอ้อเพราะทราบมาว่ารถบัสที่ขนพลังทัพคนรักเอ็มไออาร์ นั้นเกิดเสียระหว่างทางต้องใช้เวลาซ่อมอยู่พักใหญ่ ทำให้เเอบคิดอยู่ในใจว่าสมาชิกผู้นำที่เหลือคงจะหมดอารมณ์ขนทัพกลับกันไปเป็นเเน่เเท้ เเต่ที่ไหนได้นั่งสักพักใหญ่ก่อนงานจะปิดฉากลง ก็เริ่มเห็นสมาชิกทยอยเดินเข้ามาจนเต็มห้อง นี่เเหละพลังที่เป็นหนึ่งเดียวของ เอ็มไออาร์ ขอชื่นชมด้วยใจจริง!



ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ LEADER TIME รายปักษ์ ประจำวันที่16-31มกราคม 2556 ฉบับที่ 215

วันศุกร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2556

เอ็มไออาร์ เวิลด์วายด์ MIR ตอกย้ำความสำเร็จ จัดงาน Grand Opening ณ สโมสรทหารบก !! พร้อมบทสัมภาษณ์ ภก.ดร.พิศาล จันทฤทธิรัศมี ประธานบริษัทฯ








ขายตรงน้องใหม่บริษัทเอ็มไออาร์ เวิลด์วายด์ MIR ของประธาน ภก.ดร.พิศาล จันทฤทธิรัศมี มาแรงเเบบฉุดไม่อยู่ เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2555 ที่ผ่านมา ได้จัดงาน Grand Opening ขึ้นที่ สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต โดยภายในงานได้รับการตอบรับจากสมาชิกอย่างล้นหลาม ซึ่งทางเว็บไซต์ไทยเอ็มแอลเอ็มนิวส์ก็ไม่พลาดที่จะเข้าไปสัมภาษณ์ภก.ดร.พิศาล จันทฤทธิรัศมี ถึงเรื่องราวข่าวสารต่างๆให้ทุกท่านได้ทราบโดยทั่วกัน


การเปิดตัวอย่างเป็นทางการสู่สาธารณะและสื่อมวลชนของบริษัท MIR WORLDWIDE


ประธานบริษัทเอ็มไออาร์ เวิลด์วายด์ MIR ดร.พิศาล จันทฤทธิรัศมี กล่าวถึงสาเหตุที่เราเลือกสโมสรทหารบกในการจัดงานเพราะเรามีฝันว่าเราจะสร้างระบบเครือข่ายขายตรงของประเทศไทยและของคนไทยเราไปสู่ระบบสากลไปสู่ตลาดโลก เพราะผมมีโอกาสเข้ามาทำตลาดขายตรงเมื่อ 9 ปีที่แล้ว เราก็พบว่าตลาดขายตรงบ้านเราจะถูกครอบครองโดยตลาดขายตรงต่างชาติกว่า 50 % ในฐานะที่ผมเป็นคนผลิตเครื่องสำอางและสินค้าดูแลบุคคล ที่ได้ส่งออกไปทั่วโลกมายาวนานกว่า 24 ปี แล้ว ส่งไปยังประเทศต่างๆที่เจริญกว่าเรา เราก็เลยมีแนวคิดว่า เราส่งสินค้าออกไปยังตลาดทั่วโลกได้ แล้วทำไมเราจึงไม่สามารถส่งธุรกิจของเราไปยึดตลาดทั่วโลกได้เช่นกัน และเราจะเปลี่ยนธุรกิจนี้เป็นธุรกิจสีขาวเราจะทำให้ธุรกิจสีขาวนี้เข้ากับธรรมชาติของธุรกิจขายปลีกอื่นๆได้ทั้งหมด เราจะไม่ไปแบบหนามทุเรียนที่หลายท่านก็อาจจะเคยทราบมาว่าธุรกิจขายตรงในประเทศเราเราก็มีหนามทุเรียนอยู่ หรืออาจจะถึงขั้นเป็นลัทธิต่างๆ จึงทำให้เราอยู่ในส่วนเล็กๆ เช่นธุรกิจขายปลีกมียอดอยู่ 1.4 ล้านๆบาท เราก็อยู่ประมาณ 5-6 หมื่นล้านบาท


แต่เรายังยืนยันว่า "ธุรกิจขายตรงนั้นเป็นธุรกิจที่มีสเน่ห์" อย่างน้อย 6 ด้านด้วยกัน คือ


1. เป็นการสร้างอาชีพ


2. เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มที่มากที่สุดในห่วงโซ่อุปทาน


3. เป็นมรดกให้ลูกหลานได้


4. เป็นการลงทุนน้อย ความเสี่ยงต่ำ


5. เป็นการสร้างองค์กร สร้างบุคคลให้มีคุณภาพ


6. เป็นการสร้างฝัน จากการขับเคลื่อนขององค์กร และบุคคล


ท่านประธานได้กล่าวเน้นย้ำว่าการทำธุรกิจขายตรงต้องทำให้เป็นธรรมชาติ


Soft Opening MIR WORLDWIDE


จากการ Soft Opening มา 4 เดือน ยอดของบริษัทเราก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รอบโบนัส 2 อาทิตย์ หลัง 4 เดือนที่ผ่านมา เกือบ 3 ล้าน จ่ายโบนัสออกไปประมาณ 2 ล้าน สิ้นปี 2555 ก็น่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกครั้งหนึ่ง


แผนธุรกิจของ MIR WORLDWIDE ในปีหน้า


เรื่องแผนธุรกิจในปลายปี 2556 หรืออาจะ 2557 เรามีแผนส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ เช่น ประเทศเวียดนาม อินเดีย มาเลเซีย อินโดนีเซีย สำหรับในประเทศพม่าเราคิดว่ายังไม่มีแผนในการดำเนินธุรกิจเพราะคิดว่าข้อมูลยังช้าไปหน่อย


ท่านประธานย้ำว่า ทุกๆธุรกิจมีโอกาสของตัวมันเอง ถ้าจะเป็นธุรกิจแบบเก่าๆ เดิมๆ ก็คงไม่ได้ อาจจะต้องเป็นธุรกิจแบบใหม่ เช่น Online Network คือผู้บริโภคต้องเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย และสินค้าของเราต้องดีจริง พวกปลุกปั่นข้อมูลหรือสร้างลัทธิเพื่อมาขาย คงไม่ได้ เพราะว่าผู้บริโภค ณ ปัจจุบันสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ตลอดเวลาเพราะฉะนั้น ยุคต่อไปคือถ้าไม่ดีจริงอยู่ไม่ได้ ต้องทำธุรกิจให้เข้ากับยุคของเวลาที่เปลี่ยนไป


สำหรับแผน ในตลาด AEC ที่กำลังจะมาถึง


เนื่องจากว่าเราเป็นบริษัทที่เน้นสินค้าในการผลิต ว่าสินค้าเราต้องดีจริง มีราคาถูกจริงและต้นทุนในการผลิตต้องต่ำ ที่สามารถสร้างคุณค่าให้ผู้บริโภคได้ เงินที่ผู้บริโภคจ่ายออกไปจะต้องน้อยกว่ามูลค่าที่เขาได้รับมายกตัวอย่างเช่นเดินทางไปทำการรักษาฝ้าที่โรงพยาบาลหมดค่าใช้จ่ายไปเป็นหลักแสน แต่พอมาใช้ผลิตภัณฑ์ของเราหมดค่าใช้จ่ายไปไม่กี่พันก็หายแล้ว เป็นต้น ส่วนในเรื่องของการกระจายสินค้าเรามีจุดกระจายสินค้าอย่างทั่วถึง จนมาถึงเรื่องการฝึกอบรมในองค์กร ไม่มีใครเป็นลูกจ้าง คือเราต้องมีวิธีการว่าเราจะทำอย่างไร ให้เขามีจิตรที่จะสู้มีจิตที่จะทำ เราจะต้องเน้นในเรื่องของการสร้างองค์กรของเรา เพราะระบบธุรกิจขายตรงของเราไม่ใช่ระบบโฆษณาต้องใช้ระบบคนขับเคลื่อนสินค้า


 


โดยสำหรับในงานนี้ ทาง MIR WORLDWIDE ได้เปิดตัว 7 ผลิตภัณฑ์ MIR เพื่อความอ่อนเยาว์ของผิวระดับเซลล์ Trace Elements


- MIR TRACE ELEMENT MITONUTRIENTS FACE & EYE MAKE UP REMOVER (For all skin type) ทำความสะอาดเครื่องสำอางบนใบหน้า ลำคอและดวงตาอย่างล้ำลึก


- MIR TRACE ELEMENT MITONUTRIENTS FACE WASH GEL (For all skin type)


ชำระล้างความมัน เครื่องสำอางที่ตกค้างและสิ่งสกปรกที่มาพร้อมกับมลภาวะ


- MIR TRACE ELEMENT MITONUTRIENTS DAY&NIGHT SERUM (For all skin type)


ช่วยควบคุมความมันบนใบหน้า


- MIR TRACE ELEMENT MITONUTRIENTS DAY CREAM SPF 60 PA++ (For all skin type)


ปกป้องเซลล์ผิวจากรังสี UVA ได้มากกว่า 60 เท่า ของผิวปกติ


- MIR TRACE ELEMENT MITONUTRIENTS NIGHT CREAM (For all skin type)


สำหรับผิวปกติถึงผิวแห้ง ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้แก่เซลล์ผิว


- MIR TRACE ELEMENT MITONUTRIENTS EYE CREAM (For all skin type)


ช่วยลดปัญหาริ้วรอยเหี่ยวย่น ความหย่อนคล้อย รอบดวงตา ถุงใต้ตา และรอยคล้ำ


- MIR TRACE ELEMENT MITONUTRIENTS MITONUTRIENTS NECK CREAM (For all skin type)


เพื่อการดูแลผิวบริเวณลำคอให้คงความกระชับ เต่งตึง เรียบเนียน


ทั้งนี้ภายในงานยังมีการบรรยายพิเศษจากอาจารย์สมคิด ลวางกูร กับหัวข้อการบรรยายพิเศษ ชื่อเรื่องว่า "กู เกิดมาเพื่อที่จะยิ่งใหญ่"
กับ สมคิด ลวางกูร


จัดทำและเรียบเรียงโดย www.thaimlmnews.com


[gallery columns="4"]

วันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ประกาศคุณภาพ! ดร.พิศาล จันทฤทธิรัศมี ประธาน MIR รับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่นแห่งปีจากมือนายก








 


ประธานกรรมการบริษัท เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ (MIR Worldwide) ดร.พิศาล จันทฤทธิรัศมี รับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น จากนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร


เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ที่ผ่านมานี้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานในการมอบรางวัลอุตสาหกรรม ประจำปี พ.ศ. 2555 ให้กับผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกของกระทรวงอุตสาหกรรม จำนวน 30 ราย
ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
นายประเสริฐ บุญชัยสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวในรายงานตอนหนึ่งว่า พิธีมอบรางวัลอุตสาหกรรมเป็นพิธีอันทรงเกียรติ ที่กระทรวงอุตสาหกรรมจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยมีเพื่อส่งเสริม สนับสนุนเป็นกำลังใจ และยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่มีความคิดริเริ่ม มีความวิริยะ มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ มีความพยายาม และริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งอันเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมและสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน


รางวัลอุตสาหกรรม ถือเป็นยุทธศาสตร์ประการหนึ่งของกระทรวงอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในเรื่องของการเสริมสร้างขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมให้แข่งขันได้ในทุกระดับ ซึ่งสอดรับตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่มุ่งพัฒนาเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ มีคุณภาพ มีความยั่งยืน มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายการผลิตสินค้าและบริการ นวัตกรรม และความคิดสร่งสรรค์ในภูมิภาคอาเซียน ก่อให้เกิดความมั่นคงทางด้านอาหารและพลังงาน รวมถึงการผลิตและการบริโภคที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อันจะนำไปสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ และการเป็นอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry)


ในปี้นี้ ภก.ดร.พิศาล จันทฤทธิรัศมี ประธาน บริษัท การ์กัวร์ แล็ป จำกัดและ เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ จำกัด หรือ MIRได้รับเลือกให้เข้ารับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ประเภทการบริหารอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมจาก นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี


ซึ่งอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม นับว่ามีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจในปัจจุบัน กระแสโลกาภิวัฒน์และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป ลดความสำคัญของแนวคิดของการประหยัดต่อขนาดในทุกกิจกรรมลงและให้ความสำคัญต่อการสร้างกิจการขนาดย่อมแทน ธุรกิจในประเทศไทยส่วนใหญ่ (99.5%) เป็นกิจการอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม จึงมีความสำคัญที่มีผลต่อการกระจายรายได้การสร้างแรงงานและการใช้ทรัพยากรในประเทศ


ปัจจุบันบริษัทฯ มีทุนจดทะเบียน 60 ล้านบาท ได้ผลิตสินค้ายี่ห้อระดับโลกต่างๆ และได้เริ่มส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ตั้งแต่ปี 2532 โดยเริ่มต้นจากประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศแรก จากนั้นจึงขยายไปยังประเทศ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ จีน อาเซียน ประชาคมยุโรปและทั่วโลกในที่สุด ปัจจุบันบริษัทมีรายได้จากการส่งออกคิดเป็นร้อยละ 25 ของยอดขายรวม และรายได้จากในประเทศร้อยละ 75


อีกทั้งบริษัท มีระบบการบริหารงานและดำเนินการผลิตสินค้าภายใต้มาตรฐานสากลควบคุมทุกขั้นตอนของการผลิตที่ได้รับการรับรองระดับโลกในธุรกิจผลิตเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูและอนามัยบุคคล ในด้านระบบบริหารคุณภาพ ด้านความรับผิดชอบทางสังคมและสิ่งแวดล้อม ด้านความปลอดภัยต่อผู้บริโภคและต่อพนักงาน
นอกจากนี้เพื่อให้เกิดความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง และยั้งยืนเรายังมุ่งสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กร โดยมุ้งเน้นการพัฒนา 4 P คือ Performance, process, product, People ไปพร้อมๆ กันกับการทำงานประสานกันอย่างมีประสิทธิภาพและจัดกระบวนการทั่วทั้งหน่วยงานอย่างเป็นระบบ โดยยึดหลักการประเมินศักยภาพขององค์กร เพื่อวางแผนด้านกลยุทธ์ (Strategic Management) และนำไปปฏิบัติจริงเพื่อให้เกิดความเข้าใจและปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกขององค์กรได้ทุกสถานการณ์
นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้มุ่งบูรณาการองค์รวมของธุรกิจในเเนวดิ่งอย่างสมบูรณ์ตั้งแต่ปี 2535 เป็นต้นมา เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันทำให้บริษัทสามารถควบคุมคุณภาพและต้นทุนสินค้าได้ทุกขั้นตอน โดยบริษัทได้ดำเนินการผลิตวัตถุดิบสำคัญบางตัว ออกแบและผลิตบรรจุภัณฑ์ต่างๆ รวมถึงการทำแม่พิมพ์ การทำภาชนะบรรจุพลาสติก การทำโรงพิมพ์ การออกแบบค้นคว้าวิจัยผลิตภัณฑ์ตลอดเวลา ตลอดจนถึงการสร้าง Brand ของตนเอง (MIR, IR Beautina, Skinmate, Hygikare,Livitanutrics) และดำเนินการจัดจำหน่ายสินค้าด้วยตนเองสำหรับตลาดในประเทศและต่างประเทศทั่วโลก


[gallery]

วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

MIRขายตรงสินค้านับ1,000!21ธันวา!จุดระเบิดไฮบริดรุก600ล.คน









MIR WORLDWIDE ได้ฤกษ์แกรนด์โอเพ่นนิ่งใหญ่ 21 ธันวาคมนี้ เจ้าของโรงงานผู้ผลิตส่งออกสินค้าเฮ้าส์


แบรนด์ห้างดังยุโรป-อเมริกา ประสบการณ์กว่า 30 ปี ลุยเปิดธุรกิจเครือข่ายผู้บริโภคเอง! หวังดันธุรกิจคนไทยก้าวตามความสำเร็จเดิมสู่ตลาด โลก กวาดรายได้เข้าประเทศต่อ ภก.ดร.พิศาล การันตีผลิตภัณฑ์บนช็อปปิ้งมอลล์พร้อมขายเกือบ 1,000 รายการ ด้วยแผน ไบนารี่ไฮบริด โดนใจตอบโจทย์ นักขาย ประเดิมสินค้าแรงสุด น้ำมัน รำข้าว-ปู่จิงตัน อีก 2 ปีก้าว AEC สู่ 600 ล้านคน ภก.ดร.พิศาล จันทฤทธิรัศมี ประธานบริษัท เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ จำกัด หรือ MIR WORLDWIDE เปิดเผย ธุรกิจเครือข่ายว่าในวันที่ 21 ธันวาคม 2555 นี้บริษัทจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรก หลังจากได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินธุรกิจเครือข่ายจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2555 ที่ผ่านมา ด้วยแผนการตลาดแบบไบนารี่ไฮบริดที่สนองการทำงานของนักธุรกิจอิสระได้อย่างลงตัว โดยมีสินค้าที่ผลิตไว้รองรับแล้วกว่า 800 รายการ


เรามีสินค้ากว่า 800 รายการที่ผลิตไว้รอเรียบร้อยแล้ว ซึ่งได้จัดเป็นเหมือนช็อปปิ้งมอลล์โชว์ผลิตภัณฑ์ทุกตัวไว้ครบหมด เพราะเราเป็นผู้ผลิตเองจึงมีความพร้อมหลังจากก่อนหน้านี้ผมผลิตสินค้าต่างๆ เป็นสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ส่งให้กับห้างดังระดับโลกในยุโรปและอเมริกามานาน ก็เลยหันกลับมามองเรื่องโครงข่ายธุรกิจเครือข่าย MIR ที่จะเป็นกลไกลสำคัญในการขยายธุรกิจไทยออกสู่นานาชาติได้ ภก.ดร.พิศาลกล่าว และว่า


จากประสบการณ์กว่า 30 ปี ที่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการตลาดทั้งค้าปลีกขนาดใหญ่ของต่างประเทศและเครือข่ายขายตรงหลายรายในประเทศไทยในฐานะผู้ผลิต ได้มองเห็นโอกาสการขยายธุรกิจผ่านระบบขายตรงเอ็มแอลเอ็มภายใต้โครงข่ายเครือข่ายผู้บริโภคที่มีอย่างไม่จำกัดมาโดยตลอด ทำให้เกิดแนวคิดเปิดธุรกิจขายตรงใหม่ เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ ขึ้นมารองรับการกระจายสินค้าออกสู่ผู้บริโภคทั่วโลก โดยเชื่อว่าด้วยศักยภาพของแผนการตลาดที่ผสมผสานค้าปลีกกับไบนารี่นี้จะตอบโจทย์และนำธุรกิจไทยไปสร้างรายได้จากนอกประเทศแล้วนำกลับเข้าประเทศไทยในอนาคตอย่างได้ผล


สำหรับแผนการตลาดไบนารี่ ไฮบริดนั้น ภก.ดร.พิศาล กล่าวย้ำว่า เป็นแผนการตลาดแบบใหม่ที่จะสร้างความมั่นคงให้กับผู้ร่วมธุรกิจได้อย่างแข็งแรงตั้งแต่เริ่มต้นและมีรายได้สูงในระยะกลางและมีความมั่นคงในระยะที่ขึ้นสู่ตำแหน่งระดับสูงขององค์กร โดยมีผลิตภัณฑ์รองรับการขยายเครือข่ายผู้บริโภคทั้งเครื่องสำอาง อาหารสุขภาพ สินค้าบริโภคและอุปโภคครบครันกว่า 800 รายการ ซึ่งก่อนหน้านี้ในช่วงปลายปีซึ่งเป็นช่วงจัดโปรโมชั่นของห้างสรรพสินค้าต่างๆ บริษัทก็สามารถผลิตสินค้ารองรับการสั่งซื้อได้มากถึง 1,000 กว่ารายการมาแล้ว


เราทำแผนแบบเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคทุกคนเริ่มต้นลงทุนด้วยตัวเองเหมือนค้าปลีกทั่วไปด้วยราคาที่ถูกเพราะเราเป็นผู้ผลิตเอง แล้วเมื่อขยับตำแหน่งตามแผนไบนารี่ไฮบริดขึ้นไปตามลำดับก็ที่จะส่งเสริมให้นักธุรกิจอิสระสามารถสร้างรายได้และสร้างเครือข่ายสมาชิกบนฐานค้าปลีกเดิมได้อย่างมั่นคงและมีรายได้ที่ดีโดยแผนสามารถรองรับการจ่ายได้มากสุดถึง 38 ล้านบาทต่อเดือน และเมื่อก้าวขึ้นสู่ระดับโครงสร้างแผนธุรกิจสูงสุดก็จะมีรายได้มั่นคงเหมือนการทำธุรกิจค้าปลีกอีกครั้ง ภก.ดร.พิศาลกล่าว


ประธานเอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ กล่าวต่อว่าเมื่อ 9 ปีก่อนได้ไปเทคโอเว่อร์บริษัทขายตรงแห่งหนึ่ง แล้วเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น บริษัท ไออาร์ บิวติน่า จำกัด แต่ด้วยแผนการตลาดที่ยังไม่ตอบสนองความต้องการของกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่และตลาดต่างประเทศ จึงตัดสินใจเปิดบริษัทขายตรงใหม่ขึ้นอีก 1 บริษัทชื่อ บริษัทเอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ จำกัด แห่งนี้เพื่อดำเนินธุรกิจด้วยแผนการตลาดใหม่ ที่ได้มาตรฐานเพื่อจะก้าวไปข้างหน้าสู่เวทีตลาดโลก และรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ซึ่งมีประชากรเกือบ 600 ล้านคน


โดยคาดหวังการดำเนินธุรกิจเบื้องต้นภายในสิ้นปีนี้จะมียอดขายจากสมาชิกผู้บริโภคสนใจเข้าร่วมประมาณ 50,000 รหัส ราว 50 ล้านบาทก่อน แต่ภายในสิ้นปี 2556 จะวัดผลความสำเร็จในระยะเริ่มต้นได้ด้วยจำนวนนักธุรกิจอิสระที่ทำงานจริงไม่ต่ำกว่า 30,000 คน หลังจากนั้นจะเริ่มขยายเครือข่ายธุรกิจเอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียนเช่น ลาว พม่า เวียดนาม อินโดนีเซีย และด้วยประสบการณ์การส่งออกสินค้าเฮ้าส์แบรนด์มานานจะสามารถ


ประธานเอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ กล่าวถึงงบประมาณเปิดบริษัทใหม่เบื้องต้น 3 ล้านบาท ไม่รวมที่ตั้งบริษัท เนื่องจากสินค้าเป็นสินค้าที่ผลิตมาจาก บริษัท การ์กัวร์ แลป จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทของเขาเอง โดยเตรียมสินค้าหลักที่จะทำตลาดในธุรกิจเครือข่ายกลุ่มแรกเป็น น้ำมันรำข้าว-ปู่จิงตัน ร่วมกับสินค้าเดิมของบริษัท ไออาร์ บริติน่า อีกกว่า 40 รายการ และอนาคตจะนำผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรประเภทปุ๋ย และสมุนไพรมาเพิ่มอีกด้วย


ทั้งนี้จากข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า บริษัท เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ จำกัด ทะเบียนเลขที่ 0135555001664 วันที่จดทะเบียน 27 มกราคม 2555 ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ที่ตั้งเลขที่ 400/499 หมู่ที่ 8 ถนนพหลโยธิน ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 12130 ส่วนการจดทะเบียนขอใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. นั้นได้ทำการยื่นในเดือนพฤษภาคมและได้รับอนุญาตในวันที่ 1 มิถุนายน 2555 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว



ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดยนสพ.ธุรกิจเครือข่ายขายตรง ฉบับที่ 238 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-31 ตุลาคม 2555