ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ยูนิอัมล่า อินเตอร์เนชั่นแนล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ยูนิอัมล่า อินเตอร์เนชั่นแนล แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ข่าว "อีซี่ ฟาร์-แมกซ์ (EasyPha-max)" "ยูนิอัมล่า (Uniamla)" "โมรินดา-โนนิ (Morinda-Noni)" อลหม่านแปลงแผนจ่าย/เปลี่ยนระบบทำงานปรับกลยุทธ์สู้ค่ายใหญ่


เปิดแผนขายตรงค่ายเล็ก หลายค่ายเน้นปรับแผนงาน ปั้นระบบขับเคลื่อนใหม่ หวังสู้ค่ายใหญ่ให้จงได้ อีซี่ ฟาร์-แมกซ์ ยิ้มแม่ทีมมือทอง บีฮิบ แตกทัพร่วมวง ด้าน ยูนิอัมล่า แบ่งสายงานกระชับเขต ตัดปัญหาแม่ทีมแย่งลูกค้ากันเอง ส่วน โมรินดา ปรับยกเครื่อง หวังกลับมายืนแถวหน้าวงการ


เห็นทีการแข่งขันของธุรกิจขายตรงในปัจจุบัน จะหนักไปที่ค่ายระดับกลางลงไปถึงล่าง เนื่องจากบรรดาค่าย ใหญ่เหมือนจะสู้กันที่สินค้า และตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะอาเซียนกันแล้ว เนื่องจากความลอยตัวของแบรนด์ สิ่งนี้เองทำให้บรรดาค่ายระดับกลางถึงเล็ก ต้องมีการปรับเปลี่ยนแผนงาน รวมถึงระบบการทำงาน ซึ่งหากใครที่ยังยืนนิ่งๆ รอวันโชคชะตา ดูแล้วคงต้องพับป้ายบริษัทสักวัน


> อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ ดูดนักขาย บีฮิบ ร่วมก๊วน


นายศุภชาติ อังคสุวรรณศิริ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย สยามธุรกิจ ว่า กลยุทธ์สำคัญของบริษัทในปีนี้ คือ การ จัดกิจกรรมเพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของบริษัทให้มากขึ้น ซึ่งภายในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาบริษัทได้จัดงานที่ชื่อว่า Kick Off Day เพื่อเน้น จุดยืนของบริษัทในการเป็นผู้เชี่ยวชาญ เรื่องการดูแลสุขภาพ โดยเริ่มต้นจัดงาน ดังกล่าวในพื้นที่ภาคใต้ เช่น จังหวัดภูเก็ต สงขลา (หาดใหญ่) และจังหวัดนครศรีธรรมราช


เราจะเน้นส่งเสริมในพื้นที่ที่มีกำลังคนเข้มแข็ง ซึ่งที่ผ่านมาถือว่าการดำเนินงาน ของบริษัทประสบความสำเร็จตามเป้าที่วางไว้ โดยผู้บริโภคให้ความสนใจสูงมาก จึง ทำให้ตลาดภาคใต้กลายเป็นฐานสำคัญของ บริษัทในขณะนี้ โดยปัจจุบันยอดขายสินค้าจากภาคใต้มีสัดส่วนประมาณ 40% จากยอด ขายทั้งหมดของบริษัท และบริษัทหวังว่าด้วยฐานที่มั่นคงของตลาดภาคใต้จะเป็นการ จุดประกายให้เราได้ขยายไปสู่ภาคอื่นๆ ต่อไป นายศุภชาติ กล่าว


การขยายตัวของบริษัทในไตรมาสแรกของปีนี้เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ถือว่าเติบโต เป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากยุทธศาสตร์ที่บริษัทใช้ สามารถสร้างการตอบรับที่ดีเพิ่มขึ้น ขณะนี้ บริษัทจึงจำเป็นต้องเร่งจัดกิจกรรมส่งเสริม ความรู้เพิ่มเติมในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทย


นอกเหนือจากเรื่องของการจัดกิจกรรม ส่งเสริมการตลาด และการเน้นชูจุดเด่นในเรื่องของผลิตภัณฑ์แล้ว ในปีนี้บริษัทก็มีการ เตรียมตัวรองรับการเปิดเสรีอาเซียน ซึ่งนายศุภชาติ เปิดเผยว่า ตนได้มีการพูดคุย กับประธานใหญ่ของบริษัท ว่าหากประเทศ ไทยมีการเติบโตขึ้นในอีกระดับหนึ่ง บริษัทแม่ก็มีแนวโน้มที่จะมาสร้างโรงงานการผลิต ในประเทศไทย เพื่อเป็นฐานผลิตสินค้าบางรายการส่งออกสู่ประเทศต่างๆ เพราะขณะนี้โรงงานของบริษัทมีเพียง 2 ประเทศ เท่านั้น คือ ประเทศมาเลเซียประมาณ 4 โรงงาน และประเทศจีนอีก 2 โรงงาน อาจ กล่าวได้ว่าบริษัทแม่มีการยอมรับและคาดว่า ประเทศไทยจะเป็นแหล่งที่ดีของการตั้งโรงงาน ซึ่งคาดว่าภายใน 3 ปี ก่อนเปิดเสรี อาเซียน ความฝันดังกล่าวอาจกลายเป็นจริง แต่ทั้งนี้ก็คงต้องรอให้ตลาดผู้บริโภคในประเทศ ไทยเติบโตมากกว่านี้ในอีกระดับหนึ่ง


ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา ทางอีซี่ ฟาร์-แมกซ์ ยังได้ทำการดูดนักขายมือทองอย่าง ดนัย วงศ์ประเสริฐ และ จิระวัฒน์ โชคนิมิตเขมวัตร อดีตแม่ทีม อาเจล และ บีฮิบ เข้ามาอยู่ในสังกัดซึ่งบริษัทมีความมั่นใจว่าทีมนักขายของแม่ทีม 2 คนนี้ จะทำให้ บริษัทเติบโตขึ้นอย่างแน่นอน


> ยูนิอัมล่า ปรับระบบกันแม่ทีมแย่งสมาชิก


ศลาฆนันท์ ปัณฑาทรัพย์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูนิอัมล่า อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย สยามธุรกิจ ว่า ในขณะนี้บริษัทมีการสร้างแผนขับเคลื่อนการตลาดระบบใหม่ เรียกว่าระบบ Uni Star ซึ่งระบบนี้จะเป็นตัว เดินตลาดของบริษัทโดยตรง โดยมีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทั้งหมด 9 คน ให้มีการร่วมกันคิด ร่วมกันวางแผนงานต่างๆ และแต่ละท่านจะรับผิดชอบรวมกลุ่มลงพื้นที่ โดยแยกเป็นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อดำเนินกิจกรรมทางการตลาดทั้งหมดของบริษัท


การจัดตั้งแผนดังกล่าว เกิดขึ้นมาจากปัญหาสำคัญที่บริษัทมักประสบอยู่เสมอ คือการที่สมาชิกดำเนินกิจกรรมซ้ำซ้อนกันในแต่ละพื้นที่ และไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน การสร้างแผนการตลาดระบบใหม่นี้ จะมีการ บริหารจัดการอย่างเป็นเอกเทศแยกจากตัวบริษัท โดยมีคณะกรรมการเข้ามาดูแล แบ่งงานไปตามแต่ละพื้นที่ ส่งผลให้ระบบการทำงานมีความชัดเจน และเดินไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้น นอกจากนี้ อาจช่วย ให้สมาชิกแต่ละคนที่ลงพื้นที่มีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่ ส่งผลให้เกิดพลังในการขับเคลื่อนธุรกิจมากขึ้นเช่นกัน โดยบริษัทวางแผนการจัดสร้างระบบใหม่นี้ไว้เมื่อปลายปีที่แล้ว และได้ทดลองขับเคลื่อนระบบในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้


นอกจากนั้น ศลาฆนันท์ เปิดเผยอีกว่า ปีนี้บริษัทจะเน้นลงพื้นที่ส่งเสริมการขาย ในภาคใต้มากขึ้น เนื่องจากบริษัทมีฐานของ ผู้บริโภคอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้นเมื่อเราเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวจะทำให้สมาชิกเกิดพลังด้านบวก ส่งผลให้การขยายตลาดเป็นไปโดยง่าย แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทก็ยังมีการลงพื้นที่ในภาคส่วนอื่นๆ ด้วยเช่นกัน โดยแต่ละครั้งก็จะมีกิจกรรมให้ทดลองตรวจ สุขภาพ มีการอบรมความรู้ความเข้าใจในเรื่องของผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมแต่ละครั้งเป็นหลักร้อยคน ทั้งนี้ กรรมการ ใหญ่ บริษัท ยูนิอัมล่า ประเทศไทย ตั้งเป้ายอดขายในไตรมาส 2 นี้ว่า บริษัทหวังเติบโตประมาณ 10%


> โมรินดา ยกเครื่องสู้


นางวิภารัตน์ รัตนพรหมมา ผู้จัดการ ประจำประเทศไทย บริษัท โมรินดา เวิลด์ไวด์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า เป็นที่ทราบกันดีว่าในช่วงเริ่มต้นการทำธุรกิจ ตาฮิเตียน โนนิ ได้ใช้ชื่อบริษัท โมรินดา ในการดำเนินธุรกิจ ต่อมาได้มีการเปลี่ยนชื่อมา ใช้ตาฮิเตียน โนนิ และหลายเดือนที่ผ่านมา ทางทีมผู้บริหารได้มีการพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ และบริษัทได้มีความเห็นพ้องกันว่า บริษัทจะกลับมาใช้ชื่อโมรินดาอีกครั้ง เพราะแท้จริงแล้ว ตาฮิเตียน โนนิ คือผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอโดยบริษัทโมรินดา ในช่วงที่ผ่านมา ตาฮิเตียน โนนิ ยังได้จัดการปรับระบบแผน การทำงานใหม่ เพื่อเป็นการสร้างความแปลกใหม่ และดึงดูดผู้คนให้เข้ามาในบริษัท เพิ่มมากขึ้นโดยรายละเอียดเกี่ยวกับแผน การจ่ายผลตอบแทนนั้น เป็นการปรับเพื่อสนับสนุนให้ที่ปรึกษาผลิตภัณฑ์อิสระประสบความสำเร็จในธุรกิจได้ง่ายและมากขึ้น


อย่างไรก็ดี ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทยังได้จัดการปรับระบบแผนการทำงานใหม่ เพื่อเป็นการสร้างความแปลกใหม่ และดึงดูดผู้คนให้เข้ามาในบริษัทเพิ่มมากขึ้นโดยรายละเอียดเกี่ยวกับแผนการจ่ายผลตอบแทนนั้น เป็นการปรับเพื่อสนับสนุนให้ที่ปรึกษาผลิตภัณฑ์อิสระประสบความสำเร็จ ในธุรกิจได้ง่ายและมากขึ้น


แผนงานของโมรินดาประเทศไทยในปีนี้มีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการจัดประชุม ที่มีอย่างต่อเนื่อง การจัดโปรโมชั่นท่องเที่ยว ซึ่งในเดือนกันยายนนี้ บริษัทจะนำสมาชิกนักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จทัวร์กรุงโรม ประเทศอิตาลี นอกจากนั้นภายในเดือนสิงหาคมที่จะมีการจัดงานฉลองครบรอบ 13 ปีของบริษัทในประเทศไทย และครบ 16 ปี ของการก่อตั้งบริษัท เราจะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าชนิดใหม่ อีก 2 รายการ คือ ไบโอแอ็กทีฟ และไบโอคอมโพสิชั่น


นอกจากแผนกิจกรรมต่างๆ และการปรับเปลี่ยนชื่อแล้ว ในส่วนของแผนการ จ่ายผลตอบแทนก็เป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญที่ทางผู้บริหารของ TNI ได้เล็งเห็นและได้ทำการปรับเปลี่ยนเพื่อให้นักธุรกิจอิสระ (IPCs) ทำงานได้ง่ายและประสบความสำเร็จ ได้รวดเร็วมากขึ้น


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจฉบับที่ 1310 ประจำวันที่ 20-6-2012 ถึง22-6-2012

ข่าว "อีซี่ ฟาร์-แมกซ์ (EasyPha-max)" "ยูนิอัมล่า (Uniamla)" "โมรินดา-โนนิ (Morinda-Noni)" อลหม่านแปลงแผนจ่าย/เปลี่ยนระบบทำงานปรับกลยุทธ์สู้ค่ายใหญ่


เปิดแผนขายตรงค่ายเล็ก หลายค่ายเน้นปรับแผนงาน ปั้นระบบขับเคลื่อนใหม่ หวังสู้ค่ายใหญ่ให้จงได้ “อีซี่ ฟาร์-แมกซ์” ยิ้มแม่ทีมมือทอง “บีฮิบ” แตกทัพร่วมวง ด้าน “ยูนิอัมล่า” แบ่งสายงานกระชับเขต ตัดปัญหาแม่ทีมแย่งลูกค้ากันเอง ส่วน “โมรินดา” ปรับยกเครื่อง หวังกลับมายืนแถวหน้าวงการ 


เห็นทีการแข่งขันของธุรกิจขายตรงในปัจจุบัน จะหนักไปที่ค่ายระดับกลางลงไปถึงล่าง เนื่องจากบรรดาค่าย ใหญ่เหมือนจะสู้กันที่สินค้า และตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะอาเซียนกันแล้ว เนื่องจากความลอยตัวของแบรนด์ สิ่งนี้เองทำให้บรรดาค่ายระดับกลางถึงเล็ก ต้องมีการปรับเปลี่ยนแผนงาน รวมถึงระบบการทำงาน ซึ่งหากใครที่ยังยืนนิ่งๆ รอวันโชคชะตา ดูแล้วคงต้องพับป้ายบริษัทสักวัน


> “อีซี่ ฟาร์แม็กซ์” ดูดนักขาย “บีฮิบ” ร่วมก๊วน


นายศุภชาติ อังคสุวรรณศิริ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย “สยามธุรกิจ” ว่า กลยุทธ์สำคัญของบริษัทในปีนี้ คือ การ จัดกิจกรรมเพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของบริษัทให้มากขึ้น ซึ่งภายในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาบริษัทได้จัดงานที่ชื่อว่า Kick Off Day เพื่อเน้น จุดยืนของบริษัทในการเป็นผู้เชี่ยวชาญ เรื่องการดูแลสุขภาพ โดยเริ่มต้นจัดงาน ดังกล่าวในพื้นที่ภาคใต้ เช่น จังหวัดภูเก็ต สงขลา (หาดใหญ่) และจังหวัดนครศรีธรรมราช


“เราจะเน้นส่งเสริมในพื้นที่ที่มีกำลังคนเข้มแข็ง ซึ่งที่ผ่านมาถือว่าการดำเนินงาน ของบริษัทประสบความสำเร็จตามเป้าที่วางไว้ โดยผู้บริโภคให้ความสนใจสูงมาก จึง ทำให้ตลาดภาคใต้กลายเป็นฐานสำคัญของ บริษัทในขณะนี้ โดยปัจจุบันยอดขายสินค้าจากภาคใต้มีสัดส่วนประมาณ 40% จากยอด ขายทั้งหมดของบริษัท และบริษัทหวังว่าด้วยฐานที่มั่นคงของตลาดภาคใต้จะเป็นการ จุดประกายให้เราได้ขยายไปสู่ภาคอื่นๆ ต่อไป” นายศุภชาติ กล่าว 


การขยายตัวของบริษัทในไตรมาสแรกของปีนี้เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ถือว่าเติบโต เป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากยุทธศาสตร์ที่บริษัทใช้ สามารถสร้างการตอบรับที่ดีเพิ่มขึ้น ขณะนี้ บริษัทจึงจำเป็นต้องเร่งจัดกิจกรรมส่งเสริม ความรู้เพิ่มเติมในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทย 


นอกเหนือจากเรื่องของการจัดกิจกรรม ส่งเสริมการตลาด และการเน้นชูจุดเด่นในเรื่องของผลิตภัณฑ์แล้ว ในปีนี้บริษัทก็มีการ เตรียมตัวรองรับการเปิดเสรีอาเซียน ซึ่งนายศุภชาติ เปิดเผยว่า “ตนได้มีการพูดคุย กับประธานใหญ่ของบริษัท ว่าหากประเทศ ไทยมีการเติบโตขึ้นในอีกระดับหนึ่ง บริษัทแม่ก็มีแนวโน้มที่จะมาสร้างโรงงานการผลิต ในประเทศไทย เพื่อเป็นฐานผลิตสินค้าบางรายการส่งออกสู่ประเทศต่างๆ เพราะขณะนี้โรงงานของบริษัทมีเพียง 2 ประเทศ เท่านั้น คือ ประเทศมาเลเซียประมาณ 4 โรงงาน และประเทศจีนอีก 2 โรงงาน อาจ กล่าวได้ว่าบริษัทแม่มีการยอมรับและคาดว่า ประเทศไทยจะเป็นแหล่งที่ดีของการตั้งโรงงาน ซึ่งคาดว่าภายใน 3 ปี ก่อนเปิดเสรี อาเซียน ความฝันดังกล่าวอาจกลายเป็นจริง แต่ทั้งนี้ก็คงต้องรอให้ตลาดผู้บริโภคในประเทศ ไทยเติบโตมากกว่านี้ในอีกระดับหนึ่ง”


ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา ทางอีซี่ ฟาร์-แมกซ์ ยังได้ทำการดูดนักขายมือทองอย่าง “ดนัย วงศ์ประเสริฐ และ “จิระวัฒน์ โชคนิมิตเขมวัตร” อดีตแม่ทีม “อาเจล” และ “บีฮิบ” เข้ามาอยู่ในสังกัดซึ่งบริษัทมีความมั่นใจว่าทีมนักขายของแม่ทีม 2 คนนี้ จะทำให้ บริษัทเติบโตขึ้นอย่างแน่นอน


> “ยูนิอัมล่า” ปรับระบบกันแม่ทีมแย่งสมาชิก


ศลาฆนันท์ ปัณฑาทรัพย์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูนิอัมล่า อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย “สยามธุรกิจ” ว่า ในขณะนี้บริษัทมีการสร้างแผนขับเคลื่อนการตลาดระบบใหม่ เรียกว่าระบบ Uni Star ซึ่งระบบนี้จะเป็นตัว เดินตลาดของบริษัทโดยตรง โดยมีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทั้งหมด 9 คน ให้มีการร่วมกันคิด ร่วมกันวางแผนงานต่างๆ และแต่ละท่านจะรับผิดชอบรวมกลุ่มลงพื้นที่ โดยแยกเป็นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อดำเนินกิจกรรมทางการตลาดทั้งหมดของบริษัท


“การจัดตั้งแผนดังกล่าว เกิดขึ้นมาจากปัญหาสำคัญที่บริษัทมักประสบอยู่เสมอ คือการที่สมาชิกดำเนินกิจกรรมซ้ำซ้อนกันในแต่ละพื้นที่ และไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน การสร้างแผนการตลาดระบบใหม่นี้ จะมีการ บริหารจัดการอย่างเป็นเอกเทศแยกจากตัวบริษัท โดยมีคณะกรรมการเข้ามาดูแล แบ่งงานไปตามแต่ละพื้นที่ ส่งผลให้ระบบการทำงานมีความชัดเจน และเดินไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้น นอกจากนี้ อาจช่วย ให้สมาชิกแต่ละคนที่ลงพื้นที่มีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่ ส่งผลให้เกิดพลังในการขับเคลื่อนธุรกิจมากขึ้นเช่นกัน โดยบริษัทวางแผนการจัดสร้างระบบใหม่นี้ไว้เมื่อปลายปีที่แล้ว และได้ทดลองขับเคลื่อนระบบในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้”


นอกจากนั้น ศลาฆนันท์ เปิดเผยอีกว่า ปีนี้บริษัทจะเน้นลงพื้นที่ส่งเสริมการขาย ในภาคใต้มากขึ้น เนื่องจากบริษัทมีฐานของ ผู้บริโภคอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้นเมื่อเราเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวจะทำให้สมาชิกเกิดพลังด้านบวก ส่งผลให้การขยายตลาดเป็นไปโดยง่าย แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทก็ยังมีการลงพื้นที่ในภาคส่วนอื่นๆ ด้วยเช่นกัน โดยแต่ละครั้งก็จะมีกิจกรรมให้ทดลองตรวจ สุขภาพ มีการอบรมความรู้ความเข้าใจในเรื่องของผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมแต่ละครั้งเป็นหลักร้อยคน ทั้งนี้ กรรมการ ใหญ่ บริษัท ยูนิอัมล่า ประเทศไทย ตั้งเป้ายอดขายในไตรมาส 2 นี้ว่า “บริษัทหวังเติบโตประมาณ 10%”


> “โมรินดา” ยกเครื่องสู้


นางวิภารัตน์ รัตนพรหมมา ผู้จัดการ ประจำประเทศไทย บริษัท โมรินดา เวิลด์ไวด์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า เป็นที่ทราบกันดีว่าในช่วงเริ่มต้นการทำธุรกิจ ตาฮิเตียน โนนิ ได้ใช้ชื่อบริษัท โมรินดา ในการดำเนินธุรกิจ ต่อมาได้มีการเปลี่ยนชื่อมา ใช้ตาฮิเตียน โนนิ และหลายเดือนที่ผ่านมา ทางทีมผู้บริหารได้มีการพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ และบริษัทได้มีความเห็นพ้องกันว่า บริษัทจะกลับมาใช้ชื่อโมรินดาอีกครั้ง เพราะแท้จริงแล้ว ตาฮิเตียน โนนิ คือผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอโดยบริษัทโมรินดา ในช่วงที่ผ่านมา ตาฮิเตียน โนนิ ยังได้จัดการปรับระบบแผน การทำงานใหม่ เพื่อเป็นการสร้างความแปลกใหม่ และดึงดูดผู้คนให้เข้ามาในบริษัท เพิ่มมากขึ้นโดยรายละเอียดเกี่ยวกับแผน การจ่ายผลตอบแทนนั้น เป็นการปรับเพื่อสนับสนุนให้ที่ปรึกษาผลิตภัณฑ์อิสระประสบความสำเร็จในธุรกิจได้ง่ายและมากขึ้น 


อย่างไรก็ดี ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทยังได้จัดการปรับระบบแผนการทำงานใหม่ เพื่อเป็นการสร้างความแปลกใหม่ และดึงดูดผู้คนให้เข้ามาในบริษัทเพิ่มมากขึ้นโดยรายละเอียดเกี่ยวกับแผนการจ่ายผลตอบแทนนั้น เป็นการปรับเพื่อสนับสนุนให้ที่ปรึกษาผลิตภัณฑ์อิสระประสบความสำเร็จ ในธุรกิจได้ง่ายและมากขึ้น


แผนงานของโมรินดาประเทศไทยในปีนี้มีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการจัดประชุม ที่มีอย่างต่อเนื่อง การจัดโปรโมชั่นท่องเที่ยว ซึ่งในเดือนกันยายนนี้ บริษัทจะนำสมาชิกนักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จทัวร์กรุงโรม ประเทศอิตาลี นอกจากนั้นภายในเดือนสิงหาคมที่จะมีการจัดงานฉลองครบรอบ 13 ปีของบริษัทในประเทศไทย และครบ 16 ปี ของการก่อตั้งบริษัท เราจะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าชนิดใหม่ อีก 2 รายการ คือ ไบโอแอ็กทีฟ และไบโอคอมโพสิชั่น 


นอกจากแผนกิจกรรมต่างๆ และการปรับเปลี่ยนชื่อแล้ว ในส่วนของแผนการ จ่ายผลตอบแทนก็เป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญที่ทางผู้บริหารของ TNI ได้เล็งเห็นและได้ทำการปรับเปลี่ยนเพื่อให้นักธุรกิจอิสระ (IPCs) ทำงานได้ง่ายและประสบความสำเร็จ ได้รวดเร็วมากขึ้น


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ  ฉบับที่ 1310 ประจำวันที่ 20-6-2012  ถึง 22-6-2012  

ข่าว "อีซี่ ฟาร์-แมกซ์ (EasyPha-max)" "ยูนิอัมล่า (Uniamla)" "โมรินดา-โนนิ (Morinda-Noni)" อลหม่านแปลงแผนจ่าย/เปลี่ยนระบบทำงานปรับกลยุทธ์สู้ค่ายใหญ่


เปิดแผนขายตรงค่ายเล็ก หลายค่ายเน้นปรับแผนงาน ปั้นระบบขับเคลื่อนใหม่ หวังสู้ค่ายใหญ่ให้จงได้ “อีซี่ ฟาร์-แมกซ์” ยิ้มแม่ทีมมือทอง “บีฮิบ” แตกทัพร่วมวง ด้าน “ยูนิอัมล่า” แบ่งสายงานกระชับเขต ตัดปัญหาแม่ทีมแย่งลูกค้ากันเอง ส่วน “โมรินดา” ปรับยกเครื่อง หวังกลับมายืนแถวหน้าวงการ 


เห็นทีการแข่งขันของธุรกิจขายตรงในปัจจุบัน จะหนักไปที่ค่ายระดับกลางลงไปถึงล่าง เนื่องจากบรรดาค่าย ใหญ่เหมือนจะสู้กันที่สินค้า และตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะอาเซียนกันแล้ว เนื่องจากความลอยตัวของแบรนด์ สิ่งนี้เองทำให้บรรดาค่ายระดับกลางถึงเล็ก ต้องมีการปรับเปลี่ยนแผนงาน รวมถึงระบบการทำงาน ซึ่งหากใครที่ยังยืนนิ่งๆ รอวันโชคชะตา ดูแล้วคงต้องพับป้ายบริษัทสักวัน


> “อีซี่ ฟาร์แม็กซ์” ดูดนักขาย “บีฮิบ” ร่วมก๊วน


นายศุภชาติ อังคสุวรรณศิริ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย “สยามธุรกิจ” ว่า กลยุทธ์สำคัญของบริษัทในปีนี้ คือ การ จัดกิจกรรมเพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของบริษัทให้มากขึ้น ซึ่งภายในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาบริษัทได้จัดงานที่ชื่อว่า Kick Off Day เพื่อเน้น จุดยืนของบริษัทในการเป็นผู้เชี่ยวชาญ เรื่องการดูแลสุขภาพ โดยเริ่มต้นจัดงาน ดังกล่าวในพื้นที่ภาคใต้ เช่น จังหวัดภูเก็ต สงขลา (หาดใหญ่) และจังหวัดนครศรีธรรมราช


“เราจะเน้นส่งเสริมในพื้นที่ที่มีกำลังคนเข้มแข็ง ซึ่งที่ผ่านมาถือว่าการดำเนินงาน ของบริษัทประสบความสำเร็จตามเป้าที่วางไว้ โดยผู้บริโภคให้ความสนใจสูงมาก จึง ทำให้ตลาดภาคใต้กลายเป็นฐานสำคัญของ บริษัทในขณะนี้ โดยปัจจุบันยอดขายสินค้าจากภาคใต้มีสัดส่วนประมาณ 40% จากยอด ขายทั้งหมดของบริษัท และบริษัทหวังว่าด้วยฐานที่มั่นคงของตลาดภาคใต้จะเป็นการ จุดประกายให้เราได้ขยายไปสู่ภาคอื่นๆ ต่อไป” นายศุภชาติ กล่าว 


การขยายตัวของบริษัทในไตรมาสแรกของปีนี้เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ถือว่าเติบโต เป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากยุทธศาสตร์ที่บริษัทใช้ สามารถสร้างการตอบรับที่ดีเพิ่มขึ้น ขณะนี้ บริษัทจึงจำเป็นต้องเร่งจัดกิจกรรมส่งเสริม ความรู้เพิ่มเติมในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทย 


นอกเหนือจากเรื่องของการจัดกิจกรรม ส่งเสริมการตลาด และการเน้นชูจุดเด่นในเรื่องของผลิตภัณฑ์แล้ว ในปีนี้บริษัทก็มีการ เตรียมตัวรองรับการเปิดเสรีอาเซียน ซึ่งนายศุภชาติ เปิดเผยว่า “ตนได้มีการพูดคุย กับประธานใหญ่ของบริษัท ว่าหากประเทศ ไทยมีการเติบโตขึ้นในอีกระดับหนึ่ง บริษัทแม่ก็มีแนวโน้มที่จะมาสร้างโรงงานการผลิต ในประเทศไทย เพื่อเป็นฐานผลิตสินค้าบางรายการส่งออกสู่ประเทศต่างๆ เพราะขณะนี้โรงงานของบริษัทมีเพียง 2 ประเทศ เท่านั้น คือ ประเทศมาเลเซียประมาณ 4 โรงงาน และประเทศจีนอีก 2 โรงงาน อาจ กล่าวได้ว่าบริษัทแม่มีการยอมรับและคาดว่า ประเทศไทยจะเป็นแหล่งที่ดีของการตั้งโรงงาน ซึ่งคาดว่าภายใน 3 ปี ก่อนเปิดเสรี อาเซียน ความฝันดังกล่าวอาจกลายเป็นจริง แต่ทั้งนี้ก็คงต้องรอให้ตลาดผู้บริโภคในประเทศ ไทยเติบโตมากกว่านี้ในอีกระดับหนึ่ง”


ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา ทางอีซี่ ฟาร์-แมกซ์ ยังได้ทำการดูดนักขายมือทองอย่าง “ดนัย วงศ์ประเสริฐ และ “จิระวัฒน์ โชคนิมิตเขมวัตร” อดีตแม่ทีม “อาเจล” และ “บีฮิบ” เข้ามาอยู่ในสังกัดซึ่งบริษัทมีความมั่นใจว่าทีมนักขายของแม่ทีม 2 คนนี้ จะทำให้ บริษัทเติบโตขึ้นอย่างแน่นอน


> “ยูนิอัมล่า” ปรับระบบกันแม่ทีมแย่งสมาชิก


ศลาฆนันท์ ปัณฑาทรัพย์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูนิอัมล่า อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย “สยามธุรกิจ” ว่า ในขณะนี้บริษัทมีการสร้างแผนขับเคลื่อนการตลาดระบบใหม่ เรียกว่าระบบ Uni Star ซึ่งระบบนี้จะเป็นตัว เดินตลาดของบริษัทโดยตรง โดยมีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทั้งหมด 9 คน ให้มีการร่วมกันคิด ร่วมกันวางแผนงานต่างๆ และแต่ละท่านจะรับผิดชอบรวมกลุ่มลงพื้นที่ โดยแยกเป็นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อดำเนินกิจกรรมทางการตลาดทั้งหมดของบริษัท


“การจัดตั้งแผนดังกล่าว เกิดขึ้นมาจากปัญหาสำคัญที่บริษัทมักประสบอยู่เสมอ คือการที่สมาชิกดำเนินกิจกรรมซ้ำซ้อนกันในแต่ละพื้นที่ และไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน การสร้างแผนการตลาดระบบใหม่นี้ จะมีการ บริหารจัดการอย่างเป็นเอกเทศแยกจากตัวบริษัท โดยมีคณะกรรมการเข้ามาดูแล แบ่งงานไปตามแต่ละพื้นที่ ส่งผลให้ระบบการทำงานมีความชัดเจน และเดินไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้น นอกจากนี้ อาจช่วย ให้สมาชิกแต่ละคนที่ลงพื้นที่มีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่ ส่งผลให้เกิดพลังในการขับเคลื่อนธุรกิจมากขึ้นเช่นกัน โดยบริษัทวางแผนการจัดสร้างระบบใหม่นี้ไว้เมื่อปลายปีที่แล้ว และได้ทดลองขับเคลื่อนระบบในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้”


นอกจากนั้น ศลาฆนันท์ เปิดเผยอีกว่า ปีนี้บริษัทจะเน้นลงพื้นที่ส่งเสริมการขาย ในภาคใต้มากขึ้น เนื่องจากบริษัทมีฐานของ ผู้บริโภคอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้นเมื่อเราเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวจะทำให้สมาชิกเกิดพลังด้านบวก ส่งผลให้การขยายตลาดเป็นไปโดยง่าย แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทก็ยังมีการลงพื้นที่ในภาคส่วนอื่นๆ ด้วยเช่นกัน โดยแต่ละครั้งก็จะมีกิจกรรมให้ทดลองตรวจ สุขภาพ มีการอบรมความรู้ความเข้าใจในเรื่องของผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมแต่ละครั้งเป็นหลักร้อยคน ทั้งนี้ กรรมการ ใหญ่ บริษัท ยูนิอัมล่า ประเทศไทย ตั้งเป้ายอดขายในไตรมาส 2 นี้ว่า “บริษัทหวังเติบโตประมาณ 10%”


> “โมรินดา” ยกเครื่องสู้


นางวิภารัตน์ รัตนพรหมมา ผู้จัดการ ประจำประเทศไทย บริษัท โมรินดา เวิลด์ไวด์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า เป็นที่ทราบกันดีว่าในช่วงเริ่มต้นการทำธุรกิจ ตาฮิเตียน โนนิ ได้ใช้ชื่อบริษัท โมรินดา ในการดำเนินธุรกิจ ต่อมาได้มีการเปลี่ยนชื่อมา ใช้ตาฮิเตียน โนนิ และหลายเดือนที่ผ่านมา ทางทีมผู้บริหารได้มีการพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ และบริษัทได้มีความเห็นพ้องกันว่า บริษัทจะกลับมาใช้ชื่อโมรินดาอีกครั้ง เพราะแท้จริงแล้ว ตาฮิเตียน โนนิ คือผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอโดยบริษัทโมรินดา ในช่วงที่ผ่านมา ตาฮิเตียน โนนิ ยังได้จัดการปรับระบบแผน การทำงานใหม่ เพื่อเป็นการสร้างความแปลกใหม่ และดึงดูดผู้คนให้เข้ามาในบริษัท เพิ่มมากขึ้นโดยรายละเอียดเกี่ยวกับแผน การจ่ายผลตอบแทนนั้น เป็นการปรับเพื่อสนับสนุนให้ที่ปรึกษาผลิตภัณฑ์อิสระประสบความสำเร็จในธุรกิจได้ง่ายและมากขึ้น 


อย่างไรก็ดี ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทยังได้จัดการปรับระบบแผนการทำงานใหม่ เพื่อเป็นการสร้างความแปลกใหม่ และดึงดูดผู้คนให้เข้ามาในบริษัทเพิ่มมากขึ้นโดยรายละเอียดเกี่ยวกับแผนการจ่ายผลตอบแทนนั้น เป็นการปรับเพื่อสนับสนุนให้ที่ปรึกษาผลิตภัณฑ์อิสระประสบความสำเร็จ ในธุรกิจได้ง่ายและมากขึ้น


แผนงานของโมรินดาประเทศไทยในปีนี้มีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการจัดประชุม ที่มีอย่างต่อเนื่อง การจัดโปรโมชั่นท่องเที่ยว ซึ่งในเดือนกันยายนนี้ บริษัทจะนำสมาชิกนักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จทัวร์กรุงโรม ประเทศอิตาลี นอกจากนั้นภายในเดือนสิงหาคมที่จะมีการจัดงานฉลองครบรอบ 13 ปีของบริษัทในประเทศไทย และครบ 16 ปี ของการก่อตั้งบริษัท เราจะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าชนิดใหม่ อีก 2 รายการ คือ ไบโอแอ็กทีฟ และไบโอคอมโพสิชั่น 


นอกจากแผนกิจกรรมต่างๆ และการปรับเปลี่ยนชื่อแล้ว ในส่วนของแผนการ จ่ายผลตอบแทนก็เป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญที่ทางผู้บริหารของ TNI ได้เล็งเห็นและได้ทำการปรับเปลี่ยนเพื่อให้นักธุรกิจอิสระ (IPCs) ทำงานได้ง่ายและประสบความสำเร็จ ได้รวดเร็วมากขึ้น


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ  ฉบับที่ 1310 ประจำวันที่ 20-6-2012  ถึง 22-6-2012  

วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

‘ยูนิอัมล่า (Uniamla)’ วางระบบ ‘ยูนิ สตาร์’กระจายคนลงพื้นที่แยกตลาดปิดปัญหาแย่งลูกค้า



“ยูนิอัมล่า” เดินหมากใหม่ สร้างแผน “ยูนิ สตาร์” ส่งคน ลงพื้นที่ 9 กลุ่ม ดูแลแบ่งเขตทำตลาด กันปัญหาแย่งลูกค้าซ้ำซ้อน เผยสินค้าใหม่ “ฟิงเกอร์สแกน” นวัตกรรมอนาคตตรวจดูนิสัยคน ผลตอบรับดีเกินคาด เตรียมจัดโปรโมชั่นช่วยดันยอดขาย แอบหวั่นข้าวของราคาแพง กลัวต้องปรับราคาสินค้าตาม

ศลาฆนันท์ ปัณฑาทรัพย์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูนิอัมล่า อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย “สยามธุรกิจ” ว่า ในขณะนี้บริษัทมีการสร้างแผนขับเคลื่อนการตลาดระบบใหม่ เรียกว่าระบบ Uni Star ซึ่งระบบนี้จะเป็นตัวเดินตลาดของบริษัทโดยตรง โดยมีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทั้งหมด 9 คน ให้มีการร่วมกันคิด ร่วมกันวางแผน งานต่างๆ และแต่ละท่านจะรับผิดชอบรวมกลุ่มลงพื้นที่ โดยแยกเป็น สัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อดำเนินกิจกรรมทางการตลาดทั้งหมดของบริษัท

“การจัดตั้งแผนดังกล่าว เกิดขึ้นมาจากปัญหาสำคัญที่บริษัท มักประสบอยู่เสมอ คือการที่สมาชิกดำเนินกิจกรรมซ้ำซ้อนกันในแต่ละพื้นที่ และไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน การสร้างแผนการ ตลาดระบบใหม่นี้ จะมีการบริหารจัดการอย่างเป็นเอกเทศแยกจากตัวบริษัท โดยมีคณะกรรมการเข้ามาดูแลแบ่งงานไปตาม แต่ละพื้นที่ ส่งผลให้ระบบการทำงานมีความชัดเจน และเดินไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้น นอกจากนี้ อาจช่วยให้สมาชิกแต่ละคน ที่ลงพื้นที่มีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่ ส่งผลให้เกิดพลังในการขับเคลื่อนธุรกิจมากขึ้นเช่นกัน โดยบริษัทวางแผนการจัดสร้างระบบใหม่นี้ไว้เมื่อปลายปีที่แล้ว และได้ทดลองขับเคลื่อนระบบในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้”

ศลาฆนันท์ กล่าวต่อว่า ด้วยการทดลองใช้แผนในระยะ เริ่มต้น ซึ่งต้องมีการแจ้งข่าวสารทำความเข้าใจกับสมาชิกเกี่ยวกับ ระบบใหม่ อาจส่งให้ผลประกอบการในไตรมาสแรกของบริษัทลดลงไปบ้าง คือลดลงประมาณ 3-4% จากไตรมาสเดียวกันในปีที่แล้ว แต่ทั้งนี้ตนเชื่อว่าการใช้แผนดังกล่าวจะส่งผลดีกับบริษัท อย่างแน่นอน 

ส่วนกลยุทธ์การตลาดด้านอื่นๆ ในปีนี้บริษัทจะเน้นจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขายสำหรับผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ คือ เครื่องสแกนลายนิ้วมือ โดยขณะนี้กำลังจัดทำโปรฯ ขายเป็นแพ็กเกจ ซึ่งผู้สนใจจะได้รับ รายงานผลสแกนลายนิ้วมือทั้งหมด 11 ชุด พร้อมกับซอฟต์แวร์และเครื่องมือประกอบการสแกนลายนิ้วมือ และจะมีการสอน ถ่ายทอดความรู้ให้ฟรี ซึ่งจะเป็นโปรฯ พิเศษ ที่คุ้มค่า คุ้มราคาอย่างแน่นอน โดยขณะนี้เครื่องมือดังกล่าวได้รับการตอบรับ เป็นที่น่าพอใจอย่างมาก โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในกลุ่มผู้ปกครองที่ต้องการ ทราบความถนัดของลูกหลาน เพื่อส่งเสริม การเรียนรู้ที่ถูกต้องต่อไป ส่วนผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในปีนี้บริษัทน่าจะมีการเปิดตัวสินค้า ใหม่อีกประมาณ 3-4 รายการในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี

นอกจากนั้น ศลาฆนันท์ เปิดเผยอีกว่า ปีนี้บริษัทจะเน้นลงพื้นที่ส่งเสริมการขายในภาคใต้มากขึ้น เนื่องจากบริษัท มีฐานของผู้บริโภคอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้นเมื่อเราเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวจะทำให้สมาชิกเกิดพลังด้านบวก ส่งผลให้ การขยายตลาดเป็นไปโดยง่าย แต่อย่างไร ก็ตาม บริษัทก็ยังมีการลงพื้นที่ในภาคส่วน อื่นๆ ด้วยเช่นกัน โดยแต่ละครั้งก็จะมีกิจกรรมให้ทดลองตรวจสุขภาพ มีการอบรมความรู้ ความเข้าใจในเรื่องของผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมแต่ละครั้ง เป็นหลักร้อยคน ทั้งนี้กรรมการใหญ่ บริษัท ยูนิอัมล่า ประเทศไทย ตั้งเป้ายอดขาย ในไตรมาส 2 นี้ว่า “บริษัทหวังเติบโตประมาณ 10%”

ทั้งนี้ เกี่ยวกับกรณีการขึ้นค่าแรง และการขึ้นอัตราค่าโดยสาร ศลาฆนันท์ กล่าวว่า นโยบายดังกล่าวของรัฐบาลก็ได้ ส่งผลให้ต้นทุนการผลิต และการบริหารจัดการของบริษัทสูงขึ้นเช่นกัน ขณะนี้บริษัทจึงได้มีการวางแผนที่จะมีการปรับขึ้น ราคาสินค้าไว้หลายรายการ โดยส่วนใหญ่ น่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเสริมอาหาร และสกินแคร์ ส่วนสินค้าในกลุ่มการบริการ อย่างเช่น เครื่องสแกนลายนิ้วมือ จะไม่มี การปรับขึ้นอย่างแน่นอน 

อย่างไรก็ดี ผู้บริหารคนสวยของบริษัท ยูนิอัมล่า เปิดเผยว่า “ในวันที่ 22 พฤษภาคมนี้ ตนจะได้รับรางวัล CEO Thailand Award 2012 ซึ่งเป็นการมอบ โล่รางวัลเกียรติยศให้กับผู้บริหารของประเทศที่โดดเด่น ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับ คนอื่นๆ โดยงานจัดขึ้นที่องค์กรสันนิบาตแห่งประเทศไทย โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นประธานมอบโล่เกียรติคุณ ถือเป็นความภาคภูมิใจอีกครั้งในชีวิตของตน”

  ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1303 ประจำวันที่ 26-5-2012  ถึง 29-5-2012  

‘ยูนิอัมล่า (Uniamla)’ วางระบบ ‘ยูนิ สตาร์’กระจายคนลงพื้นที่แยกตลาดปิดปัญหาแย่งลูกค้า



“ยูนิอัมล่า” เดินหมากใหม่ สร้างแผน “ยูนิ สตาร์” ส่งคน ลงพื้นที่ 9 กลุ่ม ดูแลแบ่งเขตทำตลาด กันปัญหาแย่งลูกค้าซ้ำซ้อน เผยสินค้าใหม่ “ฟิงเกอร์สแกน” นวัตกรรมอนาคตตรวจดูนิสัยคน ผลตอบรับดีเกินคาด เตรียมจัดโปรโมชั่นช่วยดันยอดขาย แอบหวั่นข้าวของราคาแพง กลัวต้องปรับราคาสินค้าตาม

ศลาฆนันท์ ปัณฑาทรัพย์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูนิอัมล่า อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย “สยามธุรกิจ” ว่า ในขณะนี้บริษัทมีการสร้างแผนขับเคลื่อนการตลาดระบบใหม่ เรียกว่าระบบ Uni Star ซึ่งระบบนี้จะเป็นตัวเดินตลาดของบริษัทโดยตรง โดยมีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทั้งหมด 9 คน ให้มีการร่วมกันคิด ร่วมกันวางแผน งานต่างๆ และแต่ละท่านจะรับผิดชอบรวมกลุ่มลงพื้นที่ โดยแยกเป็น สัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อดำเนินกิจกรรมทางการตลาดทั้งหมดของบริษัท

“การจัดตั้งแผนดังกล่าว เกิดขึ้นมาจากปัญหาสำคัญที่บริษัท มักประสบอยู่เสมอ คือการที่สมาชิกดำเนินกิจกรรมซ้ำซ้อนกันในแต่ละพื้นที่ และไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน การสร้างแผนการ ตลาดระบบใหม่นี้ จะมีการบริหารจัดการอย่างเป็นเอกเทศแยกจากตัวบริษัท โดยมีคณะกรรมการเข้ามาดูแลแบ่งงานไปตาม แต่ละพื้นที่ ส่งผลให้ระบบการทำงานมีความชัดเจน และเดินไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้น นอกจากนี้ อาจช่วยให้สมาชิกแต่ละคน ที่ลงพื้นที่มีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่ ส่งผลให้เกิดพลังในการขับเคลื่อนธุรกิจมากขึ้นเช่นกัน โดยบริษัทวางแผนการจัดสร้างระบบใหม่นี้ไว้เมื่อปลายปีที่แล้ว และได้ทดลองขับเคลื่อนระบบในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้”

ศลาฆนันท์ กล่าวต่อว่า ด้วยการทดลองใช้แผนในระยะ เริ่มต้น ซึ่งต้องมีการแจ้งข่าวสารทำความเข้าใจกับสมาชิกเกี่ยวกับ ระบบใหม่ อาจส่งให้ผลประกอบการในไตรมาสแรกของบริษัทลดลงไปบ้าง คือลดลงประมาณ 3-4% จากไตรมาสเดียวกันในปีที่แล้ว แต่ทั้งนี้ตนเชื่อว่าการใช้แผนดังกล่าวจะส่งผลดีกับบริษัท อย่างแน่นอน 

ส่วนกลยุทธ์การตลาดด้านอื่นๆ ในปีนี้บริษัทจะเน้นจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขายสำหรับผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ คือ เครื่องสแกนลายนิ้วมือ โดยขณะนี้กำลังจัดทำโปรฯ ขายเป็นแพ็กเกจ ซึ่งผู้สนใจจะได้รับ รายงานผลสแกนลายนิ้วมือทั้งหมด 11 ชุด พร้อมกับซอฟต์แวร์และเครื่องมือประกอบการสแกนลายนิ้วมือ และจะมีการสอน ถ่ายทอดความรู้ให้ฟรี ซึ่งจะเป็นโปรฯ พิเศษ ที่คุ้มค่า คุ้มราคาอย่างแน่นอน โดยขณะนี้เครื่องมือดังกล่าวได้รับการตอบรับ เป็นที่น่าพอใจอย่างมาก โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในกลุ่มผู้ปกครองที่ต้องการ ทราบความถนัดของลูกหลาน เพื่อส่งเสริม การเรียนรู้ที่ถูกต้องต่อไป ส่วนผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในปีนี้บริษัทน่าจะมีการเปิดตัวสินค้า ใหม่อีกประมาณ 3-4 รายการในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี

นอกจากนั้น ศลาฆนันท์ เปิดเผยอีกว่า ปีนี้บริษัทจะเน้นลงพื้นที่ส่งเสริมการขายในภาคใต้มากขึ้น เนื่องจากบริษัท มีฐานของผู้บริโภคอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้นเมื่อเราเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวจะทำให้สมาชิกเกิดพลังด้านบวก ส่งผลให้ การขยายตลาดเป็นไปโดยง่าย แต่อย่างไร ก็ตาม บริษัทก็ยังมีการลงพื้นที่ในภาคส่วน อื่นๆ ด้วยเช่นกัน โดยแต่ละครั้งก็จะมีกิจกรรมให้ทดลองตรวจสุขภาพ มีการอบรมความรู้ ความเข้าใจในเรื่องของผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมแต่ละครั้ง เป็นหลักร้อยคน ทั้งนี้กรรมการใหญ่ บริษัท ยูนิอัมล่า ประเทศไทย ตั้งเป้ายอดขาย ในไตรมาส 2 นี้ว่า “บริษัทหวังเติบโตประมาณ 10%”

ทั้งนี้ เกี่ยวกับกรณีการขึ้นค่าแรง และการขึ้นอัตราค่าโดยสาร ศลาฆนันท์ กล่าวว่า นโยบายดังกล่าวของรัฐบาลก็ได้ ส่งผลให้ต้นทุนการผลิต และการบริหารจัดการของบริษัทสูงขึ้นเช่นกัน ขณะนี้บริษัทจึงได้มีการวางแผนที่จะมีการปรับขึ้น ราคาสินค้าไว้หลายรายการ โดยส่วนใหญ่ น่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเสริมอาหาร และสกินแคร์ ส่วนสินค้าในกลุ่มการบริการ อย่างเช่น เครื่องสแกนลายนิ้วมือ จะไม่มี การปรับขึ้นอย่างแน่นอน 

อย่างไรก็ดี ผู้บริหารคนสวยของบริษัท ยูนิอัมล่า เปิดเผยว่า “ในวันที่ 22 พฤษภาคมนี้ ตนจะได้รับรางวัล CEO Thailand Award 2012 ซึ่งเป็นการมอบ โล่รางวัลเกียรติยศให้กับผู้บริหารของประเทศที่โดดเด่น ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับ คนอื่นๆ โดยงานจัดขึ้นที่องค์กรสันนิบาตแห่งประเทศไทย โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นประธานมอบโล่เกียรติคุณ ถือเป็นความภาคภูมิใจอีกครั้งในชีวิตของตน”

  ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1303 ประจำวันที่ 26-5-2012  ถึง 29-5-2012  

วันเสาร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

‘ยูนิอัมล่า’ ขนสินค้านวัตกรรม 'ฟิงเกอร์สแกน' ปั้นตลาดใหม่อัพยอดขายเพิ่ม 20%



“ยูนิอัมล่า” เดินหมากล้ำสมัย ส่งนวัตกรรมเครื่องสแกนลายนิ้วมือทายนิสัย “ฟิงเกอร์สแกน” หวังใช้เป็นตัวอัพเกรดยอดขายปี 55 เป็น 120 ล้านบาท หลังปีที่ผ่านมา ปิดตลาดที่ 100 ล้านบาท ชี้ขายตรงปีนี้มีแววแข่งเดือด เนื่องจากปีที่แล้วมีปัจจัยลบหลายด้าน

ศลาฆนันท์ ปัณฑาทรัพย์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูนิอัมล่า อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงกลยุทธ์ของบริษัทในปีนี้กับ “สยามธุรกิจ” ว่า “กลยุทธ์ปี 55 บริษัทจะเน้นการจัดอบรม VIP และ OIP ในแต่ละจังหวัดทั่วทุกภาคของประเทศไทย โดยบริษัทจะจัดทำตาราง ล่วงหน้า 6 เดือน เพื่อจัดอบรมหมุนเวียนให้ ครบทุกจังหวัด เช่นขณะนี้บริษัทกำลังเตรียม การเพื่อจัดอบรมที่หาดใหญ่ อ่างทอง โคราช อุบลฯ สระบุรี ภูเก็ต คือแผนงานของบริษัท ในปีนี้จะเน้นการลงพื้นที่ไปยังกลุ่มเป้าหมาย มากขึ้น”

ในด้านของผลิตภัณฑ์ “ศลาฆนันท์” กล่าวว่า ประมาณเดือนธันวาคม 2554 บริษัท เพิ่งเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มสกินแคร์ คือ เซรั่ม เดย์ครีม และไนท์ครีม ซึ่งผลตอบรับ ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาถือว่าดีมาก เพราะ ลูกค้าที่ใช้ผลิตภัณฑ์ไปแล้วหนึ่งเดือน บอกว่าตนใช้ผลิตภัณฑ์แล้วผิวหน้าดีขึ้น ใสขึ้นจริงๆ

ส่วนปี 2555 นี้บริษัทก็กำลังจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมแห่งอนาคต คือ ฟิงเกอร์สแกน หรือเครื่องสแกนลายนิ้วมือ นำเข้าจากประเทศ ไต้หวัน โดยคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์นี้ เมื่อ เราสแกนลายนิ้วมือในเด็กก็จะทำให้สามารถ รู้ได้ว่า เด็กคนนี้เหมาะกับการเรียนอะไร ถนัดในด้านใดเป็นพิเศษ เช่น ถนัดในด้านคำนวณ หรือศิลปะ และมีพรสวรรค์ด้านไหน เป็นพิเศษ ทำให้ผู้ปกครองสามารถเน้น ส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กๆ ได้ถูกต้อง

“ซึ่งยูนิอัมล่าวางแผนการตลาดสำหรับ ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ไว้ ด้วยการเตรียมให้กลุ่มผู้นำ หรือแม่ทีมของบริษัทได้มาเรียนรู้ ในวิธีการ ใช้ วิธีการอ่านค่า แสดงผล เมื่อผู้นำเข้าใจแล้ว จึงให้พวกเขาเข้าไปเจาะกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งตนคิดว่าสินค้าตัวนี้สามารถใช้ได้กับประชาชนในทุกระดับ และวิชาชีพ เช่น นอกจากสามารถใช้วิเคราะห์ความถนัดของ เด็ก ดังที่กล่าวมาแล้ว สินค้าฟิงเกอร์สแกน ก็สามารถใช้ในกลุ่ม HR เพื่อรับสมัครพนักงานใหม่ว่า บุคคลที่มาสมัครนี้มีทักษะในด้านใด เหมาะสมกับงานประเภทไหน ดังนั้น กลุ่มเป้าหมายจึงค่อนข้างที่จะกว้าง ทำให้สมาชิก สามารถสร้างยอดขายได้มากขึ้น โดยบริษัท คาดหวังสัดส่วนยอดขายจากผลิตภัณฑ์ฟิงเกอร์สแกนไว้ประมาณ 30% จากยอดขายสินค้าทั้งหมด โดยเตรียมดีเดย์ออกจำหน่าย ในวันที่ 25 มีนาคมปีนี้” ศลาฆนันท์กล่าว

โดยกรรมการผู้จัดการบริษัท เปิดเผย ต่อว่า ในปีนี้ยูนิอัมล่ายังเตรียมการที่จะเปิด ศูนย์สาขาใหม่ในจังหวัดอุบลราชธานี และสุพรรณบุรี เนื่องจากตลาดทั้งสองที่มีกลุ่มผู้บริโภคหรือสมาชิกเป็นจำนวนมาก หากบริษัทเปิดศูนย์สาขาในพื้นที่เหล่านี้ก็จะทำให้สมาชิกเข้าถึงสินค้าได้ง่าย ผู้บริโภคก็จะมีวิธีการเรียนรู้เพื่อถ่ายทอดสินค้าให้กับ กลุ่มผู้มุ่งหวังของเขาได้สะดวกขึ้น

ทั้งนี้ “ศลาฆนันท์” ได้กล่าวถึงยอดขายโดยรวมของบริษัทในปี 2554 ว่า “ปิด ยอดขายประมาณ 100 ล้านบาท ซึ่งยังคงเพิ่มขึ้นจากปีก่อน แม้จะได้รับผลกระทบจาก วิกฤติอุทกภัยครั้งใหญ่ โดยสัดส่วนของยอดขายส่วนใหญ่ยังคงมาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ เสริมอาหารเพื่อสุขภาพ เม็ดแคปซูล ซึ่งมียอดขายประมาณ 50% ถัดมาคือกลุ่มเครื่องดื่ม กาแฟและชา ประมาณ 20% และ สินค้าที่เพิ่งเปิดตลาดใหม่ในปลายปีที่ผ่านมาประมาณ 30% โดยในปี 2555 บริษัทตั้งเป้ายอดขายว่า จะต้องเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 20% คือ 120 ล้านบาทในปลายปี

ท้ายสุด ศลาฆนันท์ ได้วิเคราะห์ถึงตลาดขายตรงโดยรวม ในปี 55 นี้ว่า “ตนมองว่า ตลาดขายตรงจะมีการแข่งขันที่ดุเดือด มากยิ่งขึ้น เนื่องจากปลายปีที่ผ่านมามีปัจจัย ลบค่อนข้างมาก ดังนั้นปีนี้หลายๆ บริษัทจึงเตรียมรุกเรียกยอดขายกลับคืนมา ซึ่งหลายๆ ค่ายคงจะมีอะไรใหม่ๆ ออกมา เพื่อ จะมาขยายตลาดให้กว้างขึ้นด้วย”

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1278 ประจำวันที่ 25-2-2012 ถึง 28-2-2012