ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กลุ่มบริษัทขายตรง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กลุ่มบริษัทขายตรง แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2556

MLM เดือด! ทิ้งทวนปี 56 'อัดโบนัส-ปรับแผนจ่าย-เพิ่มรายได้-กระตุ้นยอด'







bonus (Mobile)

 


อีกไม่กี่วันปี 2556 ก็จะผ่านไป กลุ่มบริษัทขายตรงพยายามดิ้นสู้กระทุ้งยอดขายครั้งสุดท้าย เพื่อเก็บเกี่ยวรายรับให้ได้มากที่สุด โดยที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าปี 2556 นี้ ไม่ใช่ปีทองดั่งที่หลาย ฝ่ายคาดการณ์ โดยที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นในส่วนของสภาพเศรษฐกิจที่ส่งผลให้ผู้บริโภคชะลอ การซื้อ รวมถึงเหตุการณ์ทางการเมืองในช่วง ท้ายกลายเป็นแรงเสริมตอกย้ำปัญหา ทำให้กลุ่มบริษัทขายตรงต้องทำงานหนักกว่าหลายปีที่ ผ่านมา


โดยกลุ่มบริษัทขายตรง พยายามออกกลยุทธ์และแผนงานกระตุ้นยอดขายในช่วงปลายปี ซึ่งถือเป็นช่วงที่ดีที่สุดของวงการขายตรงไทยในการเก็บเกี่ยวยอดขาย ไม่ว่าจะเป็นกลยุทธ์ ลด แลก แจก แถม ที่ถูกงัดออกมาใช้ ตลอดจนไปถึงยาแรง นั่นคือการปรับแผนจ่าย เพื่อเป็นการปลุกเร้าสมาชิกในการสร้าง กำไร


เริ่มตั้งแต่ ดร.นพรุจ เวชกุล ประธานกรรมการ บริษัท นีโอไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ที่มีการปรับแผนรายได้ของ บริษัท โดย "ดร.นพรุจ" เปิดเผยว่า เดิมทีทางบริษัทมีแผนการตลาดที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว แต่ทางบริษัทยังไม่หยุดคิดจึงมีการพัฒนา ต่อยอด มีการนำเทคนิคใหม่ๆ เข้ามาสนับสนุนให้สมาชิกทำงานได้ง่ายและประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว


"เราจึงมีการเปิดแผนการคิดรายได้แบบทวีคูณขึ้นมา นอกเหนือจะเป็นการ ส่งเสริมให้สมาชิกมีประกันชีวิตทุกคนแล้ว ยังมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว สมาชิกของ นีโอไลฟ์สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการรายได้ทวีคูณ โดยเสียค่าสมัครเพียง 200 บาท ทางบริษัทยินดีมอบประกันชีวิตวงเงิน 120,000 บาท เป็นเวลานาน 1 ปี นี่ถือเป็นสวัสดิการที่ทางบริษัทมอบให้กับสมาชิกที่ร่วมโครงการ"


ต่อไปสมาชิกของนีโอไลฟ์จะมีรายได้ 2 ทาง และจะเป็นสิ่งที่ทำให้สมาชิกของนีโอไลฟ์ ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนและมั่นคง เพียงแต่สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการทวีคูณ เชิญสมาชิกให้ทำการซื้อสินค้าซ้ำระหว่างเดือน โดยทางบริษัทจะนำเอาคะแนน ไปคิดในผังองค์กรแบบทวีคูณ ทำให้สมาชิก มีรายได้เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว


ด้านนางสุชาดา ธีรวชิรกุล ประธานบริหาร ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค แบรนด์ขายตรงในเครือ บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด ก็เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่มีการปรับเรื่อง ของแผนจ่ายเช่นเดียวกัน โดยนายใหญ่ของ "ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค" กล่าวว่า เพื่อให้ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค สามารถเติบโต 2 เท่า ภายในปี 2555-2563 สอดคล้องกับนโยบาย ของยูนิลีเวอร์ได้วางไว้ จึงต้องขยายธุรกิจไปต่างประเทศ เพื่อเพิ่มสมาชิกผู้ร่วมธุรกิจและกลุ่มลูกค้า ทั้งนี้ บริษัทใช้งบฯ ลงทุนวิจัย 1,000 ล้านยูโรต่อปี และศักยภาพด้านการ จ่ายผลตอบแทน ภายใต้แผน i12 (ไอทเวลฟ์) ซึ่งมีจุดแข็งก็คือสมาชิกสมัครครั้งเดียว สามารถไปทำธุรกิจเครือข่ายได้ทั่วโลก และ ตั้งแต่กรกฎาคมได้ปรับแผนการจ่ายเงินรางวัลหรือโบนัสเพิ่มอีก 4-5% เพื่อกระตุ้น นักธุรกิจ


การปรับแผนจ่ายนับเป็นเรื่องที่กลุ่มบริษัทขายตรงได้ให้ความสำคัญ ในการสร้างยอดขายในช่วงนี้เป็นอย่างยิ่ง โดยที่ "สุพรีเดอร์ม" ก็เป็นหนึ่งในบริษัทขายตรงที่มีการปรับในส่วนนี้


โดย พ.ต.ท.นพ.มั่น อุดมพาณิชย์ ประธานกรรมการ บริษัท สุพรีเดอร์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางบริษัทได้มีการปรับแผนจ่ายของบริษัท เพื่อให้เกิดการสอดรับกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง โดยบริษัทได้มีการปรับแผนจ่ายภายใต้ ชื่อ P17


"P17 เป็นแผนจ่ายเพื่อสร้างให้เป็นมรดกของสมาชิก โดยสุพรีเดอร์มเป็นบริษัท ที่ล้างสมองผู้คนที่เข้ามาไม่เก่งนัก ทำให้บริษัทต้องเดินหน้าธุรกิจด้วยการดึงผู้คนให้มาเป็นผู้บริโภค โดยบริษัทจะเน้นการสร้างฐานผู้บริโภคเป็นหลัก" พ.ต.ท.นพ.มั่น เผย


ไม่เพียงแต่การปรับเปลี่ยนในส่วนของ แผนจ่ายเท่านั้น ที่กลุ่มบริษัทขายตรงพยายามทำในช่วงสุดท้ายของปี แต่กับหลาย บริษัทก็มีการผุดโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม รวมถึงการกระตุ้นตลาดผ่านการโฆษณาทีวี


โดยนายภาวัช หรัญรัตน์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เลิฟยู (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในช่วงท้ายปี บ.เลิฟยูฯ ได้ทำการกระตุ้นตลาดด้วยการจัดโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม และยังได้ออกไปจัดโรดโชว์ตามจังหวัดใหญ่ๆ เพื่อขยายเครือข่ายของบริษัทโดยตรง ทั้งยังเป็น การกระตุ้นให้มีการซื้อสินค้ามากขึ้น ซึ่งในส่วนของสาขาที่ทำหน้าที่จำหน่ายสินค้ามี อยู่ประมาณ 10 แห่ง ครอบคลุม 4 ภาคของ ประเทศ โดยที่สำนักงานใหญ่ที่เปิดทำการครบวงจร หลักๆ จะอยู่ที่ภาคตะวันออก-เฉียงเหนือกับภาคใต้ เนื่องจากทั้ง 2 ภาค มีความนิยมในสินค้าของบริษัท


อย่างไรก็ตาม เลิฟยู คาดว่าปี 56 บริษัทจะต้องเติบโตตลอดทั้งปีถึง 60% และ ยอดขายมั่นใจว่าจะเพิ่มขึ้นไปถึง 350 ล้านบาท ถือว่าเป็นยอดขายสูงสุดของบริษัท โดยปีก่อนทำได้ 200 ล้านบาท ในส่วนของสมาชิกที่ปรับถ่ายเทสายเลือดใหม่นั้น ถึงเวลานี้มีอยู่ 10,000 รหัส คาดว่า สิ้นปีนี้ต้อง เพิ่มขึ้นถึง 15,000 รหัส และในปี 2557 บริษัท เตรียมจะออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของผลิตภัณฑ์ด้านความงาม, ผลิตภัณฑ์ เสริมอาหาร และสินค้ากลุ่มของใช้ประจำวัน พร้อมจะขยายสาขาในต่างจังหวัดเพิ่มให้เป็น 50 สาขา เพื่อให้ครอบคลุมทั่วประเทศ


ด้านกลุ่มบริษัทขายตรงที่ใช้การโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้า และแบรนด์ในช่วงปลายปีนี้ ก็มีตั้งแต่บริษัทใหญ่ๆ อย่าง "กิฟฟารีน" ที่อัดงบกว่า 50 ล้านบาท เพื่อสร้างโฆษณาสินค้าเสริมอาหาร "อีสเลท" โดยได้ทำการดึง "เจมส์มาร์" ดาราชายวัยรุ่นที่กำลังเป็นที่นิยมมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ และอีกหนึ่งบริษัทที่ใช้การโฆษณาสินค้ามากระตุ้นยอดขายในช่วงปลายปีอีกราย นั่นคือ "ดี เน็ทเวิร์ค"


โดยนายสาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด เปิดเผยว่า ในสเต็ปแรกนี้ทางบริษัททุ่มงบไป กว่า 20 ล้านบาท ในการประชาสัมพันธ์ทาง ฟรีทีวี เพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง


"การโฆษณาผ่านทางฟรีทีวีนั้น ในส่วน ของผลิตภัณฑ์ของบริษัท เราคาดหวังว่าจะ ทำให้เกิดกระแสใน 3 กลุ่มหลักๆ คือกลุ่มที่บริโภคอยู่แล้วก็จะบริโภคต่อเนื่อง กลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มที่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะบริโภคดีหรือไม่ เมื่อได้ชมโฆษณาก็ตัดสินใจซื้อ กลุ่มที่ 3 คือกลุ่มที่ยังไม่รู้จัก ก็ได้รับรู้และรู้จักผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ตนคาดหวังว่าคนจะรู้จักสินค้า เรามากขึ้น สำหรับสินค้าบานเย็นซึ่งเป็นสินค้าในกลุ่มเกษตรนั้น เราก็คาดหวังว่าเกษตรกร ไทยจะรู้จักผลิตภัณฑ์ตัวนี้ และเมื่อครบปี ทางบริษัทจะนำเอาเทปรายการเกษตรไทย น่ารู้ที่ออกอากาศไปแล้วราว 21 ครั้ง ให้ผู้นำที่มีรายการ มีสื่อของตัวเอง นำเอาไปเป็นเครื่องมือในการทำธุรกิจที่เราทำการประชาสัมพันธ์ทางฟรีทีวี เนื่องจากเราอยากนำร่องให้กับนักธุรกิจและสมาชิก จุดประสงค์ หลักก็คือเราอยากให้สมาชิก ดี เน็ทเวิร์ค ทำงานได้ง่ายขึ้น"


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันพุธที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2556

MLM แห่ดึงดาราปั้นแบรนด์ จับนั่งพรีเซ็นเตอร์...ยันผู้บริหาร!







01697_zevoe (Mobile)

 


กลุ่มบริษัทขายตรง เทงบการตลาด แย่งดาราคนดังร่วมทัพตั้งแต่เป็นพรีเซ็นเตอร์ ยันผู้บริหาร "บีฮิบ" ดึง "ฟลุค-เกริกพล มัสยวาณิช" นั่งแท่นซีอีโอ หลังภาพลักษณ์ติดหล่มตั้งแต่ปีก่อน "ไทยเฮลท์" ได้ "สมรักษ์ คำสิงห์" และ "สามารถ พยัคฆ์อรุณ" โฆษณาสินค้าใหม่ เดิมพัน 50 ล้านบาทสิ้นปี ด้าน "ดี เน็ทเวิร์ค" เซ็นสัญญา 5 คนดังรวดเดียว จับเป็นพรีเซ็นเตอร์ 5 รายการสินค้า


การทำตลาดของวงการขายตรงในปัจจุบัน ไม่ต่างจากการทำตลาดในธุรกิจอื่น ที่บางครั้งต้องพึ่งดาราคนดังเพื่อเข้ามาเป็น พรีเซ็นเตอร์ สร้างการรับรู้ รวมถึงการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้เกิด ขึ้นกับบริษัท หรือสินค้าของตนเอง โดยในปีนี้นับว่าเป็นปีที่กลุ่ม บริษัทขายตรงมีการใช้งบในส่วนของการว่าจ้างคนที่มีชื่อเสียงเข้ามา ช่วยสร้างตลาดในจำนวนที่ไม่น้อย ซึ่งต้องยอมรับว่ากลยุทธ์ดังกล่าว ได้ผลในระดับที่ดีในเรื่องของสร้างภาพลักษณ์ให้กับองค์กร


โดยล่าสุด "บริษัท บีฮิบ (ไทยแลนด์) จำกัด" ได้จัดงาน BHIP Global Convention 2013 โดยมีการเปิดตัว "ฟลุค-เกริกพล มัสยวาณิช" ดาราชื่อดัง มานั่งเป็น 1 ในผู้บริหารระดับ สูงของบริษัท ซึ่งถือเป็นการกระตุ้นภาพลักษณ์ของบริษัทได้เป็นอย่างดี หลังจากที่ปีก่อน บริษัท บีฮิบฯ ต้องโดนมรสุมด้านชื่อเสียง กลายเป็นเหตุทำให้ภาพลักษณ์ของ "บีฮิบ" ต้องถูกบั่นทอนลงไป


นอกจากนี้ ยังมีในส่วนของ "ไทยเฮลท์" ค่ายขายตรงน้องใหม่ที่เดินหน้าสร้างตลาดรูปแบบใหม่ ซึ่งล่าสุดบริษัทได้มี การดึงคนมีชื่อเสียงในวงการกีฬา และบันเทิงอย่าง สมรักษ์ คำสิงห์ และสามารถ พยัคฆ์อรุณ มาร่วมขับเคลื่อนแบรนด์


โดยนายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ ประธานกรรมการ ไทยเฮลท์ กรุ๊ป ผู้ผลิต จัดจำหน่าย และนำเข้าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพ เปิดเผยว่า บริษัท วางแผนรุกตลาดไตรมาสสุดท้ายด้วยการ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ น้ำมันจมูกข้าว น้ำมัน รำข้าวญี่ปุ่น และน้ำมันจมูกข้าวสาลี ตรา ยูนิไรซ์ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการตอบรับ เป็นอย่างดีจากผู้บริโภค หลังจากทดลอง จำหน่ายในตลาดเป็นระยะเวลา 3 เดือน มียอดขายแล้วกว่า 20 ล้านบาท นับได้ว่า เริ่มต้นได้อย่างรวดเร็ว


ซึ่งผลิตภัณฑ์เสริมอาหารยูนิไรซ์ มีจุดเด่นเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสำหรับดูแลสุขภาพโดยรวมเหมาะสำหรับทุกคน ในครอบครัว โดยมี สมรักษ์ คำสิงห์ และสามารถ พยัคฆ์อรุณ เป็นพรีเซ็นเตอร์ การันตีคุณภาพระดับแชมป์โลก โดยบริษัท ตั้งเป้าหมายยอดขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารยูนิไรซ์ ในปีนี้ประมาณ 50 ล้านบาท และมีสัดส่วนยอดขายประมาณ 10% ของผลิตภัณฑ์ทั้งหมด ทำให้ผลิตภัณฑ์เสริม อาหารยูนิไรซ์ กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มียอด ขายสูงเป็นอันดับต้นๆ ของบริษัท รองจาก ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้ำเห็ดสกัด ตรา มัชรูม พลัส และซ้อเจ็ด เซ็ทคัพ


นอกจากนี้ ไทยเฮลท์ กรุ๊ป ยังมีการ เติบโตในธุรกิจอีกขั้น หลังจากเป็นผู้กุมเครือข่ายสื่อวิทยุชุมชนกว่า 300 สถานีทั่วประเทศ และขยายไปสู่สื่อวิทยุสถานีหลัก 12 คลื่นหลัก ในวันนี้ ไทยเฮลท์ ได้ซื้อกิจการคลื่นสถานีหลัก FM90 อย่างเป็นทางการแล้ว เพื่อดำเนินรายการ "โอเค ลูกทุ่ง 90FM" และขยายเครือข่ายการรับฟังได้ถึง 31 สถานีใน 34 จังหวัดทั่วประเทศ ประกอบกับช่องทางการฟังผ่านระบบดาวเทียม C Band และเว็บไซต์เรดิโอ โอเค และแอพพลิเคชั่นเรดิโอโอเค ทำให้รายการ "โอเค ลูกทุ่ง FM90" สามารถขยายเครือข่ายผู้ฟังไปได้ทั่วประเทศ ซึ่งเอื้อประโยชน์ในการสื่อสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของบริษัทได้เป็นอย่างดีอีกด้วย


ด้านนายสาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้งบริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด แบรนด์ขายตรงอายุน้อย ก็เป็นอีกแบรนด์ ที่ใช้คนดังเข้ามาร่วมสร้างแบรนด์ โดยประธาน "ดีเน็ทเวิร์ค" เผยว่า ทางบริษัทวางแผนที่จะทำให้สินค้าของทางบริษัทให้เป็นที่รู้จักแก่ประชาชนให้มากที่สุด ล่าสุด ทางบริษัทได้เซ็นสัญญากับทางฟรีทีวี ไม่ว่าจะเป็นทางช่อง 5 7 9 11 และยังมีการติดต่อที่จะโปรโมตสินค้าผ่านช่อง 3 ผ่านรายการเรื่องเล่าเช้านี้


"เราต้องการยกระดับให้ ดี เน็ทเวิร์ค เข้าสู่มวลชนมากยิ่งขึ้น เราเลยตัดสินใจเซ็นสัญญากับพรีเซ็นเตอร์ที่เป็นคนมีชื่อเสียงถึง 5 คน ในการนำเสนอ 6 ผลิตภัณฑ์ ของบริษัทให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น"


โดยเริ่มตั้งแต่ การโปรโมตสินค้าผ่าน รายการมวยอัศวินดำ เราจะแจกรางวัลให้ กับนักมวย 4 คู่ ซึ่งได้ "ปิยะ ตระกูลราษฎร์" ที่เป็นพิธีกรมวยชั้นแนวหน้า จะมีการโปรโมตสินค้าของเราให้ติดตลาด นอกเหนือจากการโปรโมตผลิตภัณฑ์ด้านเกษตรแล้ว ดี เน็ทเวิร์ค ยังมีการทำสปอต โฆษณาให้กับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และกลุ่มสินค้าอื่นๆ โดยจะออกอากาศผ่านทาง ฟรีทีวี โดยมีการเซ็นสัญญากับ "เขาทราย แกแล็คซี่" ตำนานยอดนักมวยมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ดึง "ครูสลา คุณวุฒิ" ครูเพลงชื่อดัง "เก๋-กรรณิกา ขันแก้ว" ผู้คว้ารางวัลนางงามผิวสวยจากเวทีประกวด มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2012 และตำแหน่งรองอันดับสองจากการประกวด Miss World Next Top 2013 ที่ประเทศเลบานอน "ณัฐมน กฤษณคุปต์" รองมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ปี 2011 และเป็นผู้ประกวดติด 1 ใน 8 จากงานประกวดร้อง เพลง เวทีเดอะสตาร์ 5 เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับสินค้าของบริษัท


ไม่เพียงแต่กลุ่มบริษัทเหล่านี้เท่านั้น ที่มีการดึงคนมีชื่อเสียงเข้ามาสร้างแบรนด์ แต่ที่เด่นชัดในปีนี้ ก็ยังมี "บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด" ที่มีการควักทุนเพื่อดึงตัว "เจมส์ มาร์" มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ผลิตภัณฑ์ ซึ่งปีนี้นับว่า "กิฟฟารีน" ใช้กลยุทธ์ออกสื่อมากที่สุดปีหนึ่ง โดยรวมทุน งบตลาด รวมถึงงบการลงทุนด้านอื่นแล้ว ปีนี้ "กิฟฟารีน" ใช้งบกว่า 300 ล้านบาท เลยทีเดียว


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันพุธที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

บิ๊ก MLM พลิกกลยุทธ์ปรับแผนจ่ายเพิ่มรายได้สมาชิก







idea concept with light bulbs on a blue background

 


กลุ่มบริษัทขายตรงเร่งปั๊มยอดขายช่วงไตร-มาสสุดท้าย แห่ปรับแผนจ่ายกระตุ้นสมาชิก "นีโอไลฟ์" เนรมิตโครงการรายได้ทวีคูณ สร้างรายได้ 2 ทาง พร้อมประกันชีวิตวงเงินกว่าแสนบาท ด้าน "ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค" ผุด แผน i12 สร้างจุดแข็งสมัครครั้งเดียว ทำงานได้ทั่วโลก พร้อมเพิ่มโบนัสให้สมาชิกอีก 4-5% ฝั่ง "สุพรีเดอร์ม" ปลุกเสก P17 แผนจ่ายที่ส่งต่อเป็นมรดกสู่ลูกหลานสร้างความ มั่นคง พร้อมอัดสินค้าในกลุ่มน้ำมันมะกอก ตั้งเป็นเรือธง


กลุ่มบริษัทขายตรงพาเหรดปรับแผนจ่าย เพื่อเป็นการกระตุ้นตลาดในยุคที่เศรษฐกิจชะลอตัวในช่วง 3 ไตรมาสที่ผ่านมา โดยกลุ่มบริษัทที่มีการปรับแผนจ่ายส่วนใหญ่เป็นกลุ่มบริษัท ชั้นนำ ซึ่งการปรับแผนจ่ายครั้งนี้ถือเป็นการปรับเพื่อกระตุ้นยอด ขายในช่วงโค้งสุดท้ายของปี


"นีโอไลฟ์" เนรมิตแผนจ่ายทวีคูณ


ดร.นพรุจ เวชกุล ประธานกรรมการ บริษัท นีโอไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า เดิมทีทางบริษัทมีแผนการตลาดที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว แต่ทางบริษัทยังไม่หยุดคิด จึงมีการพัฒนา ต่อยอด มีการนำเทคนิคใหม่ๆ เข้ามาสนับสนุนให้สมาชิกทำงานได้ง่ายและประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วมากขึ้น


"เราจึงมีการเปิดแผนการคิดรายได้แบบทวีคูณขึ้นมา นอกเหนือจะเป็นการส่งเสริมให้สมาชิกมีประกันชีวิตทุกคนแล้วยังมีรายได้ เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว สมาชิกของนีโอไลฟ์สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการรายได้ทวีคูณ โดยเสียค่าสมัครเพียง 200 บาท ทางบริษัท ยินดีมอบประกันชีวิตวงเงิน 120,000 บาท เป็นเวลานาน 1 ปีให้ถือเป็นสวัสดิการที่ทางบริษัทมอบให้กับสมาชิกที่ร่วมโครงการ"


ต่อไปสมาชิกของนีโอไลฟ์ จะมีรายได้ 2 ทาง นี่จะเป็นสิ่งที่จะทำให้สมาชิกของนีโอไลฟ์ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนและมั่นคง เพียงแต่สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการทวีคูณ เชิญสมาชิกให้ทำการซื้อ สินค้าซ้ำระหว่างเดือน โดยทางบริษัทจะนำเอาคะแนนไปคิดในผังองค์กรแบบทวีคูณ ทำให้สมาชิกมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว


"ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค" ผุด i12 เพิ่มโบนัส


นางสุชาดา ธีรวชิรกุล ประธานบริหาร แบรนด์ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทยเทรดดิ้ง จำกัด เผยว่า เพื่อให้ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค สามารถ เติบโต 2 เท่า ภายในปี 2555-2563 สอดคล้องกับนโยบายของยูนิลีเวอร์ได้วางไว้ จึงต้องขยายธุรกิจไปต่างประเทศ เพื่อเพิ่มสมาชิกผู้ร่วมธุรกิจและกลุ่มลูกค้า ทั้งนี้ บริษัทใช้งบฯ ลงทุนวิจัย 1,000 ล้าน ยูโรต่อปี และศักยภาพด้านการจ่ายผลตอบแทนภายใต้แผน i12 (ไอทเวลฟ์) ซึ่งมีจุดแข็งก็คือสมาชิกสมัครครั้งเดียว สามารถไปทำธุรกิจเครือข่ายได้ทั่วโลก และตั้งแต่กรกฎาคมได้ปรับแผนการจ่ายเงินรางวัลหรือโบนัสเพิ่มอีก 4-5% เพื่อกระตุ้นนักธุรกิจ


นอกจากนี้ ยังได้รับการแต่งตั้งเป็นสำนักงานใหญ่ เพื่อดูแลการขยายตลาด และทำตลาดต่างประเทศ โดยแนวทางการ ตัดสินใจเข้าไปลงทุนก็คือเป็นประเทศที่มีธุรกิจยูนิลีเวอร์เข้าไปตั้งอยู่ก่อนแล้ว ขนาดของประชากรและตลาดคู่แข่ง และกฎหมาย แต่ละประเทศ ซึ่งขณะนี้มีการศึกษาอยู่หลายประเทศ ส่วนที่อินเดียมีแผนจะเปลี่ยนเป็นยูนีลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค แต่จะทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจากนำสินค้าแบรนด์อาวียองซ์เข้าไปจำหน่าย เพื่อปรับโพซิชันนิ่ง สินค้าจับตลาดพรีเมี่ยม และนำแผนการจ่ายผลตอบแทนเข้าไป เป็นต้น


"แผนในประเทศจะเน้นดิจิทัลมากขึ้น ล่าสุดได้ทำเพอร์ซันนอลเว็บไซต์ให้นักธุรกิจแต่ละคนสามารถมีเว็บเพจของตัวเองและลิงก์มาที่บริษัท เสมือนมีหน้าร้านออนไลน์รองรับการเติบโตในอนาคตและคนรุ่นใหม่"


"สุพรีเดอร์ม" ดัน P17 สร้างภาพ มรดกส่งต่อ


พ.ต.ท.นพ.มั่น อุดมพาณิชย์ ประธานกรรมการ บริษัท สุพรีเดอร์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้ ทางบริษัทได้มีการปรับแผนจ่ายของ บริษัทเพื่อให้เกิดการสอดรับกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง โดยบริษัทได้มีการปรับแผน จ่ายภายใต้ชื่อ P17


"P17 เป็นแผนจ่ายเพื่อสร้างให้เป็น มรดกของสมาชิก โดยสุพรีเดอร์มเป็นบริษัทที่ล้างสมองผู้คนที่เข้ามาไม่เก่งนัก ทำให้บริษัทต้องเดินหน้าธุรกิจด้วยการดึงผู้คนให้มาเป็นผู้บริโภค โดยบริษัทจะเน้น การสร้างฐานผู้บริโภคเป็นหลัก" หมอมั่น เผย


อย่างไรก็ดี ในแผนจ่ายตัวใหม่ที่สุพรีเดอร์มได้สร้างมานี้ เพื่อทำให้สมาชิก มีรายได้ที่มั่นคง โดยในช่วงเริ่มต้นอาจต้อง สร้างความเข้าใจ เพราะคะแนน PV ของ สมาชิกจะลดลงเมื่อมีการปรับแผน แต่เมื่อ ทำไปสักระยะ คะแนน PV ที่ได้มา จะสร้าง ความมั่นคงให้กับสมาชิกที่เพิ่มขึ้น เพราะบริษัทฯจะเน้นการจำหน่ายสินค้าเป็นหลัก อีกทั้งยังเป็นมรดกให้กับเครือญาติของสมาชิกได้อีกด้วย


ในปีนี้บริษัทกำลังปรับสัดส่วนของผลิตภัณฑ์จากเดิมเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริม-อาหารและเครื่องสำอาง ความงาม 70/30 ซึ่งจะเพิ่มสัดส่วนเป็น 50/50 โดยมีตัวน้ำมันมะกอกเป็นสินค้านำร่องและกระตุ้น ตลาดในช่วงนี้ โดยมีการจัดแคมเปญพิเศษ เพื่อกระตุ้นตลาด โดยการซื้อผลิตภัณฑ์มูลค่า 3,000 บาท สามารถมีสิทธิ์แลกซื้อ เมอริเนี่ยน โอลีฟ ในราคา 280 บาท สำหรับนักขายจะมีคอมมิสชั่นในชั้นลูก 9 เปอร์เซ็นต์ และชั้นหลาน 4 เปอร์เซ็นต์


สำหรับแนวทางการเติบโตของบริษัทมุ่งเน้นที่ความมั่นคง โดยมองว่าหาก ต้องการให้ผู้นำมีความมั่นคงต้องให้ลูกค้า มีความเต็มใจที่จะซื้อสินค้า จะทำให้เขาไม่หายไปไหน ส่วนโปรโมชั่นต่างๆ ก็เป็น การกระตุ้นให้เกิดการรักษายอด ซึ่งถือว่า บริษัทมีสินค้าดี ราคายุติธรรม จ่ายผลตอบแทนเหมาะสม


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันจันทร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2556

MLM เปิดศึกงานใหญ่ กระตุ้นแรงซื้อโค้งสุดท้าย!!







handshake (Mobile)

 


กลุ่มบริษัทขายตรงโหมจัดงานใหญ่ปลุกกำลังซื้อช่วงโค้งสุดท้ายปลายปี "นีโอไลฟ์" จัดเต็ม ประดับเข็มนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จต่อเนื่องทุกเดือน พร้อมอัดโปรโมชั่นใหม่ล่อใจท้ายปี ด้าน "ดี เน็ทเวิร์ค" จุดพลุต้อนรับ "บลู ไดมอนด์" คนแรกของบริษัท อวดรถยนต์หรู "เฟอร์รารี่" เรียกเรตติ้ง ด้านค่าย "มาบุญครอง" เทหน้าตักจัดงานใหญ่ใช้การมอบโชคใหญ่เร่งปั้นแบรนด์


"นีโอไลฟ์" จัดงานใหญ่ถี่ เร่งขย่มเป้าท้ายปี


ดร.นพรุจ เวชกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นีโอไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า การจัดงานฉลองเกียรติยศความสำเร็จของบริษัทจะจัดขึ้นในทุกเดือน เพื่อเป็นการฉลองความ สำเร็จและเชิดชูเกียรติสมาชิกผู้ประสบความสำเร็จในธุรกิจ


"การจัดงานในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากการที่ บริษัท นีโอไลฟ์ฯ ได้เปิดดำเนินธุรกิจขึ้นมาในรูปแบบของธุรกิจการขายตรงแบบหลายชั้น โดยไม่จำหน่ายสินค้าผ่านระบบการขายทั่วไป แต่ได้จัดจำหน่ายสินค้าในระบบสมาชิกเพื่อเปิดโอกาสให้แก่พี่น้องประชาชนที่สนใจอยากมีธุรกิจหรือมีกิจการเป็นของตนเองแบบเครือข่ายให้สามารถเข้ามาร่วมธุรกิจหรือมีกิจกรรมเป็นของตนเองแบบเครือข่าย ให้ได้สามารถเข้ามาร่วมธุรกิจทั้งเป็นเครือข่ายผู้จัดจำหน่ายสินค้าหรือเป็นสมาชิกผู้ใช้สินค้า ซึ่งก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ทั้งเป็นอาชีพเสริมรายได้ หรือทำเป็นอาชีพหลักสร้าง รายได้ให้แก่บุคคลหรือครอบครัว อันเป็นการสร้างความมั่นคงให้แก่ ครอบครัวในสังคมได้อีกทางหนึ่ง อนึ่ง อาชีพการขายตรงในประเทศ ไทยในอดีตอาจจะไม่เป็นที่ต้องการหรือไม่เป็นที่น่าเชื่อถือแก่ผู้คนในสังคมเท่าที่ควร แต่อาชีพนี้นับเป็นอาชีพที่ดีอีกอาชีพหนึ่ง และเป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศที่เจริญแล้ว"


ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจและความพร้อม ของธุรกิจ จากอดีตจนถึงปัจจุบันตลอดระยะ เวลาร่วม 13 ปีของการดำเนินงาน นีโอไลฟ์ฯ ได้สร้างนักธุรกิจให้ประสบความสำเร็จเป็นจำนวนเฉลี่ยต่อปีไม่ต่ำกว่า 10,000 รหัสตำแหน่ง จึงจะเห็นได้ว่า นีโอไลฟ์ฯ เป็นบริษัท ที่มีการจัดงานมอบเข็มประจำตำแหน่งในทุกๆ เดือน


อย่างไรก็ดี บริษัทยังได้พัฒนาช่องทีวีดาวเทียมที่เปลี่ยนจากนีโอทีวี เป็น "สยามธุรกิจแชนแนล" เพื่อเป็นช่องข่าวสารสาระ บันเทิง วาไรตี้ธุรกิจที่เป็นประโยชน์แก่สังคม นอกจากนั้น ในด้านของการทำประโยชน์ร่วมกับสังคมด้านอื่นๆ นีโอไลฟ์ฯ ก็ได้มีโอกาส ทำงานร่วมกับสังคม ชุมชน วัดวาอารามต่างๆ รวมทั้งส่วนราชการ หรือมูลนิธิทางสังคมต่างๆ ตามสมควร


ที่ผ่านมา นีโอไลฟ์ฯ ยังได้มีโอกาสเป็น ผู้สนับสนุนรายการทีวีในช่องฟรีทีวี นั่นก็คือ ช่อง ททบ.5 ในรายการรัชกับดุ๊ก ออนทัวร์ รายการรัชนีวีไอพี ซึ่งเป็นรายการท่องเที่ยววาไรตี้ที่ขอเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนเศรษฐกิจให้แก่สังคม นีโอไลฟ์ฯ ได้รับเกียรติ จากกระทรวงมหาดไทยให้ร่วมลงนาม MOU เพื่อร่วมทำรายการในการร่วมกันส่งเสริมการ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรม สินค้าโอท็อปกับผู้ว่าราชการจังหวัด ต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการถ่ายทำไปแล้วถึงกว่า 20 จังหวัด


ทั้งนี้ ในปี 56 "นีโอไลฟ์" ต้องการสร้างยอดขายให้เติบโตเพิ่มอีก 10% อีกทั้งบริษัทยังต้องการเน้นการสร้างคุณภาพของนักธุรกิจของบริษัท รวมทั้งการขยายสาขาออกไปในกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งทั้งหมด ถือเป็นการต่อยอดความยิ่งใหญ่ของ "นีโอไลฟ์" ในการก้าวย่างสู่ปีที่ 13 ตามธีมความคิดในการสานต่อความสำเร็จในรูปแบบ "NEO LIFE SUCCESS TOGETHER" รวมทั้งในปีนี้ บริษัทยังต้องการที่จะทำให้เป็นปีแห่งการ ขยายตลาดสู่ประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อรองรับการเกิดขึ้นของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ต่อไป


"ดี เน็ทเวิร์ค" อวดแม่ทีมบลู ไดมอนด์ คนแรกของบริษัท


ด้านนายสาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้งบริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด เปิดเผยว่า ผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกของบริษัทถือว่ามีการเติบโตที่ดีมาก โดยทาง บริษัทสามารถสร้างยอดขายเติบโตกว่า 6 เท่าตัว เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2555 ที่ผ่านมา


"ในช่วงครึ่งปีแรกเรามีผลประกอบการ ที่ดีมากในปี 2555 ที่ผ่านมา ครึ่งปีแรกเราสร้างยอดขายได้ราว 82 ล้านบาท แต่ในช่วง ครึ่งปีแรกของปี 2556 เราปิดยอดขายไปแล้ว กว่า 450 ล้านบาท หากนับเฉพาะเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมาเราปิดยอดขายได้สูงถึง 90 ล้านบาท ปีนี้เราจึงมั่นใจอย่างยิ่งว่า เราจะสร้างยอดขาย แตะหลัก 1,000 ล้านบาทได้"


อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทยังได้จัดงานใหญ่ในการประกาศเกียรติคุณให้กับนักธุรกิจระดับ "บลู ไดมอนด์" คนแรกของบริษัทคือ "ภรัณธรณ์ เชื้อสรห์รดี" นักธุรกิจหญิง ซึ่งสามารถพิชิตกองทุนรถยนต์คว้ารถเฟอร์รารี่ของบริษัท โดยงานดังกล่าวได้จัดให้มีกิจกรรม ต่างๆ ที่น่าสนใจ ซึ่งงานประกาศเกียรติคุณ นักธุรกิจระดับบลู ไดมอนด์ ได้จัดไปเมื่อ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา


นอกจากนี้ ทางบริษัทยังมีการจัดโปรโมชั่นในการท่องเที่ยวปีละ 2 ครั้ง โดยในปี 2556 ทางบริษัทมีโปรโมชั่นในการท่องเที่ยวที่เวียดนามในเดือนมิถุนายน โดยมีผู้พิชิตการ ท่องเที่ยวถึง 350 คน ส่วนในเดือนสิงหาคม ทางบริษัทจะเดินทางท่องเที่ยวในทวีปยุโรป 9 วัน ใน 4 ประเทศ ได้แก่ อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และเนเธอร์แลนด์


ส่วนในปี 2557 บริษัทมีโปรโมชั่นการ ท่องเที่ยว 2 ทริปโดยในทริปแรก บริษัทจะพานักธุรกิจท่องเที่ยวยังฮ่องกง-มาเก๊า ส่วนทริปใหญ่ทาง ดี เน็ทเวิร์ค จะพานักธุรกิจไปท่องเที่ยวยังอลาสก้า 10 วัน ซึ่งถือเป็นทริปท่องเที่ยวครั้งใหญ่ของบริษัท


 MBK เทหน้าตักจัดงานขนรางวัลแจกเพียบ


ด้าน บริษัท มาบุญครอง จำกัด นับเป็นอีกหนึ่งค่ายขายตรงแบรนด์ใหม่ที่ได้ทุ่มงบจัดงานใหญ่ ภายใต้ชื่อ "มาบุญครอง Let it Grow" ไปเมื่อช่วงเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา เพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณผู้นำนักธุรกิจมาบุญครอง ต้นแบบแห่งความสำเร็จ การจุดประกายสานฝันและสร้างแรงบันดาลใจ


"มาบุญครอง" หรือ MBK ภายใต้การบริหารงานโดย "ศิริชัย บูลกุล" ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มาบุญครอง จำกัด ยังได้จัดทำโครงการพัฒนาเกษตรกรไทย ก้าวไกลสู่สากล ดำเนินการแจกตัวอย่างผลิต-ภัณฑ์ทางด้านการเกษตร สารปรับปรุงดินศิริชัย (ชนิดเม็ด) และศิริชัยไบโอพลัส (ชนิดแคปซูล) ให้กับเกษตรกรและสมาชิกนักธุรกิจ มาบุญครองทั่วประเทศ ตั้งแต่ต้นปี 2556 กว่า 20,000 ครัวเรือน รวมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท เพื่อให้เกษตรกรไทย มีโอกาสได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดีมีคุณภาพ เกษตรอินทรีย์ชีวภาพ ปลอดสารพิษ ช่วยปรับปรุงพลิกฟื้นผืนแผ่นดินไทยให้ดินดีมีคุณภาพ เพิ่มผลผลิตทางการเกษตรได้อย่างแท้จริง ตามปณิธานของประธาน บริษัท ที่ตั้งใจสร้างสรรค์ ธุรกิจเครือข่ายน้ำดี ให้มีความมั่นคง ช่วยเหลือเกื้อกูล เข้าถึง เข้าใจ คนไทยในทุกระดับชั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกษตรกรไทย ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของชาติ ให้มีโอกาสได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของมาบุญครอง ทำให้สิ่งแวดล้อมดี ดินดี ผลิตผลดี เกษตรกร สุขภาพดี มีรายได้ที่มั่นคง


โดยในช่วงท้ายของงานยังมีมินิคอนเสิร์ตจากซูซี่ ดันดารา ทีมพิธีกร ดาว-อภิสรา นุตยกุล และเล็ก-เจษฎา ดารานักแสดงชั้นนำ ของประเทศ และพิเศษสุดๆ มาบุญครองมอบ โชคใหญ่ของรางวัลมากมายรวมมูลค่ากว่า 6 ล้านบาท อาทิ รถกระบะ TOYOTA Vigo 9 คัน, รถจักรยานยนต์ Honda Wave 11 คัน, สร้อยคอทองคำ 23 รางวัล, iPhone, iPad, Notebook และรางวัลอื่นๆ


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

MLM เร่งติวเข้มแม่ทีม แห่เปิดหลักสูตรปั้นนักขายเป็นมือโปร







network-marketing-00212 (Mobile)


กลุ่มบริษัทขายตรง แห่เปิดหลักสูตรอบรมถี่ยิบ หวังเสริมเขี้ยวเล็บให้แม่ทีมขยายเครือข่าย "นีโอ ไลฟ์" ใช้หลักสูตรใหม่ "เคล็ด (ไม่) ลับคนอยากรวย" ออกสัญจร ปั้นนักขายรุ่นใหม่ทั่วประเทศ พร้อม เพิ่มการอบรมปฐมนิเทศและจิตวิทยา จาก 7 รุ่นเป็น 12 รุ่นต่อปี ด้าน "ไอยรา" เปิดบ้านอะคาเดมี่ 5 พร้อมเสริมหลักสูตรฝึกทักษะการเป็นผู้นำ ขณะที่ "ยูแคนดู" เปิดหลักสูตรปั้นนักขาย ตั้งแต่มือใหม่ยันมือโปร ส่วน "ดีไลฟ์" เดินหน้าปั้นวัฒนธรรม รักองค์กร หวังเป็นเกราะป้องกันสกัดค่ายอื่นดูดสมาชิก


ดร.นพรุจ เวชกุล ประธานกรรมการ บริหาร บริษัท นีโอ ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผย "สยามธุรกิจ" ว่า ปัจจุบันการพัฒนาสมาชิกและทีมงานเป็นเรื่องสำคัญมากในธุรกิจขายตรง ทางบริษัทจึงได้ เปิดหลักสูตรการอบรมรูปแบบใหม่ขึ้น ภายใต้ ชื่อ "หลักสูตรเคล็ด (ไม่) ลับ คนอยากรวย" และได้เริ่มออกสัญจรและเปิดสอนไปแล้วในหลายภูมิภาค ปรากฏว่ามีการตอบรับที่ดี และสามารถพัฒนานักขายรุ่นใหม่ๆ ของนีโอ ไลฟ์ ออกไปทำตลาดทั่วประเทศ นอกจาก นี้ บริษัทยังได้นำหลักสูตรปฐมนิเทศเดิมมา รวมกับหลักสูตรจิตวิทยา เรียกว่า "หลักสูตรปฐมนิเทศเชิงจิตวิทยา" พร้อมเพิ่มจำนวนรุ่นในการอบรมจาก 7-8 รุ่นต่อปีเป็น 12 รุ่น ต่อปี


ด้านนายกัมปนาท บุญราศรี ประธาน บริษัท ไอยรา แพลนเน็ต จำกัด เปิดเผยว่า "ตอนนี้บริษัทได้สร้างอะคาเดมี่ หรือเรียกว่าสถาบันพัฒนา นักธุรกิจไอยรา โดยแบ่งเป็นการเรียนเป็น 5 หลักสูตร อาทิ นักธุรกิจไอยรา ABC, YRTMS หน้าที่หลักของผู้นำทีม, วิถีผู้นำ A Leader, ไอยรา เอ็กเซ็กคิวทีฟ (ผู้บริหาร ไอยรา) และ VR ไอยรา (ความสำเร็จร่วมกัน) และยังมีหลักสูตรเสริมเข้ามาอีก คือ การอบรมวิทยากร, แคมป์ฝึกทักษะการเป็น ผู้นำ และปลุกยักษ์ โดยหลักสูตรทั้งหมดนี้ จะทำให้สมาชิกดำเนินธุรกิจได้อย่างมีคุณภาพ"


"ตอนนี้เรามีแผนกิจการทางการตลาดออกไปทำโรดโชว์ทั่วประเทศ โดยเราออกไปทำการตลาดตลอดทั้งเดือน เพราะตอนนี้บริษัทอยู่ในช่วงการสร้างรากฐานให้มั่นคง เพราะอย่างที่บอกไปว่าเปิดมาได้เพียงปีเศษๆ ทำให้พื้นที่บางส่วนของประเทศที่มีเครือข่ายน้อยมาก อย่างที่ ภาคอีสาน และภาคตะวันออก"


สำหรับภาพรวมธุรกิจในปี 2555 ที่ผ่านมา บริษัทสามารถสร้างยอดขายได้ถึง 100 ล้านบาท ทำให้มีแผนเดินหน้าธุรกิจเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นระบบการทำงาน ฝึกอบรม และการขยายตลาด ซึ่งบริษัทมีความพร้อม และลงตัวมากในขณะนี้ ทั้งที่เป็นแค่ปีแรก เท่านั้น โดยอีก 5 ปีข้างหน้า บริษัทมุ่งมั่นที่จะสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักและกลายเป็นบริษัทที่มีความมั่นคงที่สุดในทุกๆ ด้าน


สำหรับเป้าหมายในปี 2556 นี้ ประธาน ใหญ่ "ไอยรา" ได้กล่าวต่อว่า "ผมมั่นใจว่า ยอดขายจะขึ้นไปแตะที่ 300 ล้านบาท และจบสิ้นปีนี้ต้องมีสมาชิกอย่างน้อยเกิน 50,000 รหัส ส่วนศูนย์เซ็นเตอร์นั้น นอกจากที่กรุงเทพฯ แล้ว ยังมีอีกกว่า 50 ศูนย์ครอบคลุม ทั่วประเทศ พร้อมทั้งมีบริการแบบเคาน์เตอร์ เซอร์วิสกว่า 7 พันสาขา ที่ไปควบคู่กับเซเว่น อีเลฟเว่น สมาชิกสามารถชำระเงินผ่านบริการดังกล่าวได้ รวมทั้งตู้เอทีเอ็มของทุกธนาคาร"


นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมของ "ไอยรา" จะเป็นในกลุ่มอาหารเสริม ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม อาทิ สุขภาพความ งาม กระชับสัดส่วน การเกษตร และเครื่องดื่ม โดยผลิตภัณฑ์ของเราจะมีสารเซซามิน ที่ได้ การจดลิขสิทธ์จากสถาบันวิจัยสเต็มเซลล์ของอเมริกาแห่งเดียวเท่านั้น คือ สารเซนซามินจะอยู่ในงาดำ ทำให้บริษัทของเรากลายเป็นผู้นำในด้านการตลาดเกี่ยวกับ เซนซามิน ในเวลานี้


"ในส่วนของตลาดเออีซี ตอนนี้บริษัทได้เล็งจะขยายเข้าไปที่ประเทศใกล้ๆ อย่าง ลาว ก่อน เพราะเป็นเพื่อนบ้านเรา มีภาษาใกล้เคียงกัน โดยการผ่านตัวแทนพาร์ตเนอร์ที่ลาว และกำลังอยู่ในช่วงการขอ ใบอนุญาต อย. อยู่ในเวลานี้ จากที่ศึกษา ข้อมูล ผมว่า แนวทางการตลาดที่ลาวดีมาก เมื่อขยายตลาดที่ลาวเสร็จ ผมก็จะขยายต่อไปยัง พม่า, มาเลเซีย และเวียดนาม ต่อไป และเราได้วางเป้าหมายไปถึงปี 2558 คือเราใช้แนวคิด "Year of Sustainable" คือ ความยั่งยืนที่มีการเติบโตอย่างเป็นสเต็ป เป็นขั้นตอนยั่งยืนหมายถึง ไม่มีการสั่นคลอน แม้สภาพเศรษฐกิจเปลี่ยนไป ไม่มีการสั่นคลอนแม้มีค่ายใหม่เกิดขึ้น ไม่มีการสั่นคลอน แม้อาเซียนเปิด"


ด้านนายพิษณุ สกุลโรมวิลาส ประธานกรรมการบริษัท ยูแคนดู จำกัด กล่าวว่า "การนำระบบโปรแกรมการศึกษา และการให้บริการตามสถานที่ต่างๆ เข้ามาอยู่ในระบบ ขายตรงของยูเเคนดูนอกจากสมาชิกจะได้ประโยชน์โดยตรงแล้ว กลุ่มลูกค้าที่ไม่ต้องการจะทำธุรกิจ แต่อยากได้รับส่วนลดก็จะได้รับประโยชน์เช่นกัน เช่น เขาต้องการจะไปดูหนังอยู่แล้ว เเต่หากเป็น สมาชิกของเราก็ได้รับส่วนลดพิเศษและยังได้คะแนนอีกด้วย ซึ่งบริษัทจะนำคะเเนนดังกล่าวกลับมา คิดเป็นค่าคอมมิสชั่นกลับคืนมาให้อีกด้วย"


นอกจากนี้ การที่บริษัทได้จัดตั้งสถาบันยูเเคนดู อะคาเดมี่ซึ่งเป็นสถาบันที่เปิดโอกาสในการให้ความรู้ทั้งกับสมาชิกของยูเเคนดูและบุคคลทั่วไป ซึ่งปัจจุบันค่อนข้างได้รับการตอบรับค่อนข้างดีจากสมาชิกและะบุคคลทั่วไปโดยในเเต่ละสัปดาห์มีจำนวนผู้เข้ามาเรียนรู้ตามหลักสูตร ต่างๆ ที่บริษัทจัดไว้เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในอนาคตบริษัทมีเเผนจะจัดงานในลักษณะ ผสมระหว่างธุรกิจกับเอ็นเตอร์เทนเมนต์เข้าไว้ด้วยกัน โดยจะเป็นการทำธุรกิจแบบไม่เน้นธุรกิจเเต่เพียงอย่างเดียว "ยูเเคนดูนอกจากจะมีระบบฝึกอบรมที่โดดเด่นที่ช่วย สนับสนุนธุรกิจขายตรงแล้ว ยังมีบริษัทในเครือที่มีประสบการณ์ในการทำสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทรับจัดงานอีเวนต์ที่เป็นมืออาชีพมีระบบคอลเซ็นเตอร์ที่มาช่วยในการทำธุรกิจ"


ในส่วนของนายเทวัญ ดีใจงาม ประธานกรรมการ บริษัท ดีไลฟ์ อินเตอร์ เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า "ดีไลฟ์" มีจำนวนสมาชิกทั่วประเทศกว่า 2 แสนรหัส ซึ่งถือว่าไม่น้อยกว่าบริษัทอื่นๆ ที่ทำธุรกิจขายตรงเหมือนกัน แต่ได้ตั้งเป้า ไว้ว่า สิ้นปี 2556 จะต้องเพิ่มขึ้นไปอีกอย่าง น้อยก็ต้องเกือบ 3 แสนรหัส ส่วนสำนักงาน ใหญ่ยังใช้ ซ.นวมินทร์ 129 เป็นออฟฟิศกระจายสินค้า และฝึกอบรมหลักสูตรของบริษัท โดยในต่างจังหวัดมีศูนย์กระจายสินค้า อีก 2 แห่งอยู่ที่ จ.อุดรธานี และ จ.นครราชสีมา และสมาชิกส่วนใหญ่จะจัดตั้งเป็นร้านกระจายสินค้าเล็กๆ ขึ้นมาเองตามจังหวัดต่างๆ ในอนาคตหากมีสมาชิกในจังหวัดที่น่าสนใจแน่นพอ ก็จะเปิดเป็นศูนย์เซ็นเตอร์แห่งที่ 4 ต่อไป


"ตอนนี้บริษัทได้พยายามสร้างเลือดใหม่ให้มีความจงรักภักดีต่อองค์กร เน้นคนใหม่ที่ไม่เคยเข้าสู่ธุรกิจขายตรงมาก่อนนำเข้ามาฝึกอบรม และเสริมสร้างความรู้ รวมถึงวัฒนธรรมขององค์กรในการทำธุรกิจ อย่างมีความมั่นคงก้าวหน้าและยั่งยืน เพราะปัญหาที่เจอส่วนใหญ่มักจะมีแม่ทีมที่สมัครกับหลายบริษัทแล้วชอบมาดึงลูกทีมของบริษัทไปเป็นจำนวนมาก สร้างความเสียหายให้บริษัท จนเสียรายได้ไปเป็นจำนวนมาก"




Credit By :http://www.siamturakij.com