ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ king herb แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ king herb แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ข่าวคิงส์เฮิร์บ (King Herb) : ...ฉีกหนีความจน สู่ความร่ำรวย? ‘ไพบูลย์-จุฬาดา’2นักสู่แห่ง ‘คิงส์เฮิร์บ’







king (Mobile)

 


คนเรากว่าที่จะสำเร็จได้และยืนหยัดฝ่ามรสุมของชีวิตมาได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย...เพราะ “ยุคนี้คนที่ไม่คิดทำธุรกิจเครือข่าย ถือว่า...เป็นคนที่ล้าหลังสุดๆ และเป็นคนที่เสียโอกาสมากๆ” นี่เป็นคำพูดของผู้หญิงที่ชื่อ “จุฬาดา คำภักดี” ที่ได้เข้ามาคนหาความร่ำรวยดัวยธุรกิจ “คิงส์เฮิร์บ”


“ไพบูลย์ – จุฬาดา คำภักดี” สองสามีภรรยาที่วนเวียนอยู่ในแวดวงเครือข่าย แต่ผ่านมาหลายที่กลับไม่เคยประสบความสำเร็จ สุดท้ายจึงลองเข้ามาศึกษาธุรกิจ “คิงส์เฮิร์บ” ตามคำแนะนำของพี่สาว แล้วก็ไม่ผิดหวัง เมื่อทั้งคู่มีโอกาสได้เจอคำว่าสำเร็จ หลังจากตามหามานานแสนนาน


สินค้าดี แผนการตลาดเยี่ยม ดึงให้สมาชิกภายใต้สายงานของ “ไพบูลย์ และ จุฬาดา” ขยายออกไปอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันนี้มีถึงหลักแสน อย่างไรก็ตาม การจะหาสมาชิกให้ได้มากมายขนาดนี้ ต้องมีวิธีการทำงานถึงลูกถึงคนด้วย…


“ไพบูลย์ และ จุฬาดา” ยึดเครื่องมือการฝึกอบรมเพื่อส่งเสริมให้สมาชิกทำงานเป็น ทั้งคู่ยังได้ใช้ประสบการณ์จากการผ่านงานเครือข่ายคิดค้นหลักสูตรอบรมขึ้นมาเอง เช่น คอร์สเตรียมเศรษฐี ที่มุ่งเน้นผลิตวิทยากร ฝึกการทำงาน แตกฉานแผนการตลาด ด้วยมุ่งหวังสร้างผู้นำที่มีรายได้หลักล้านต่อเดือน


วันนี้ “จุฬาดา” ถือว่ามี “ความสุข” ครบถ้วนสมบูรณ์แบบสุด ๆ จาก “ธุรกิจคิงส์เฮิร์บ” ที่สามารถพิชิตตำแหน่งและฟันรายได้ต่อเดือนเหนาะๆ ถึง 6 หลัก


เรียกว่าคุ้มสุด ๆ กับการทุ่มเทให้กับ “คิงส์เฮิร์บ” ในช่วงระยะเวลาเพียงแค่ไม่กี่ปี.... กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ “จุฬาดา” ต้องใช้เวลาถึง 6 เดือนเต็ม ในการเรียนรู้ “ถูก-ผิด” ในธุรกิจเครือข่ายจนได้ค้นพบกับคำว่า “ใช่” ที่ “คิงส์เฮิร์บ” ...ด้วยความพยายามบวกกับความกล้า (บ้า) บิ่น สู้ไม่ถอย และกัดไม่ปล่อย...ในที่สุด “ชัยชนะ” ก็มาอยู่ในอุ้มมือเธอ


.... “จุฬาดา” สามารถลบรอย “แผลเก่า” ปลดแอก “ความบอบช้ำ” จากการที่เคยล้มเหลวในการทำธุรกิจขายตรงมาหลากหลายบริษัทที่ผ่าน ๆ มา พร้อมกับการได้รับกำลังใจครั้งสำคัญ...หลังจากที่คนในครอบครัวเปิดใจยอมรับกับ “ธุรกิจคิงเฮิร์บ” และพร้อมมารวมช่วยสร้างฝันให้เป็นจริง...!! จนในที่สุด ครอบครัวก็มีรายได้เพิ่มทวีคุณขึ้นเรื่อย ๆ ตามลำดับ และสามารถก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งที่ฝันไว้ได้


“การหาทีมงานเริ่มต้นจากการจัดเฮ้าส์มีทติ้ง เมื่อใครมีความมุ่งมั่น สนใจที่จะประสบความสำเร็จ เราจะช่วยต่อยอดด้วยการส่งเขาเข้าคอร์สฝึกอบรมต่าง ๆ ฝึกให้เขาบรรยายเป็น ฝึกให้เขาศรัทธาในตัวสินค้าและบริษัท เชื่อในแบบที่เราเชื่อ คิดแบบที่เราคิด ทำแบบที่เราทำ เป็นการก็อบปี้ตัวเราเอง หากทีมงานทุกคน ทำเหมือนกันได้ การขยายเครือข่ายก็ย่อมเป็นไปด้วยความรวดเร็ว”


ทุกวันนี้ทั้งสองคน มีหน้าที่การทำงานแตกต่างกัน ฝ่าย “ไพบูลย์” จะเป็นผู้คิด วางแผนการทำงานต่าง ๆ ส่วน “จุฬาดา” จะดูและองค์กรในทุกระดับชั้น รวมถึงติดต่อประสานงาน ดูแลงานด้านเอกสาร


ทั้งคู่ทิ้งท้ายเอาไว้ว่า “หลายคนคงเคยข้องใจเรื่องการซื้อตำแหน่ง แต่ที่ “คิงส์เฮิร์บ” ไม่มีเรื่องแบบนี้แม้แต่น้อย เพราะที่นี่ ใครมีรายได้ ใครประสบความสำเร็จ ก็สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้วยกันทั้งนั้น ฝากไว้สักนิดสำหรับคนที่คิดอยากรวย หากตั้งใจจริง อยากมีรายได้จริง สัมผัสความรวยได้จริง ๆ ต้องที่ “คิงส์เฮิร์บ” เท่านั้น”


“การทำธุรกิจขายตรงให้ประสบความสำเร็จนั้น สิ่งแรกเลย คือ ต้องเข้าใจระบบก่อน และต้องทำอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอและสิ่งสำคัญ นั้นคือ การเชิญคนเข้ามาในระบบ และการแบบหน้าที่รับผิดชอบของผู้นำตามความถนัดของแต่ละคน พร้อมลุยงานเต็มพิกัด เพื่อการสร้างความสำเร็จร่วมกัน”


ดังนั้น ในฐานะที่เป็นรุ่นพี่ที่คร่ำหวอดในวงการขายตรงมาอย่างยาวนาน ชนิดคนรู้จริงอย่าง “ทะลุทะลวง” ... “จุฬาดา” อยากจะส่งความรู้สึกไปยังทุกคนว่า...


ความสำเร็จของ “จุฬาดา” เกิดจากความมุ่งมั่น ที่เอาจริงเอาจังกับในการที่จะประสบความสำเร็จกับ “คิงส์เฮิร์บ” ภายใต้คติประจำใจที่เธอพร่ำบอกกับตัวเองอยู่เสมอว่า “ทำให้ดีที่สุด ช่วยเหลือสายงานให้มีรายได้มากที่สุด ทำธุรกิจด้วยใจเต็มร้อย ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต”


“ธุรกิจคิงส์เฮิร์บ” เป็นธุรกิจแห่งโอกาส สามารถสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้จริง หากใครยังไม่ตัดสินใจ ยังไม่สายที่จะเดินเข้ามาเพราะที่นี่สร้างให้ทุกคนล้วนก้าวกระโดดสู่ความสำเร็จได้ หากเข้าใจจริง ลงมือทำจริงและลุยจริง ๆ


...นอกจากรายได้ที่เพิ่มพูนขึ้นทุกวัน “จุฬาดา” ยังชื่นชอบบริษัทแห่งนี้ เป็นการส่วนตัว เพราะเธอไม่คิดไม่ฝันว่า จะมีบริษัทที่มีแต่ “ไออุ่น” ของความเป็นกันเอง จากผู้บริหาร และบรรดาสมาชิกฟุ้งกระจายอยู่ทั่วบริษัท...โดยที่ทุกคนล้วนมีภารกิจเดียวกันคือ ผลักดันธุรกิจ “คิงส์เฮิร์บ” ขึ้นเป็นอันดับ 1 ในธุรกิจเครือข่ายให้ได้...!!


ส่วนเป้าหมายในอนาคต “จุฬาดา” บอกว่า ต้องการสร้างรายได้เดือนละ 7 หลัก ตามที่ท่านประธานต้องการอยากให้เป็น ส่วนเรื่อง อื่นๆ นั้น คงพอแล้ว...เป้าต่อไป คงมุ่งช่วยเหลือทีมงานให้มีรายได้


...วันนี้ “จุฬาดา” ลุ่มหลง “ธุรกิจคิงส์เฮิร์บ” จนเข้าเส้นเลือด เพราะทุกลมหายใจเข้าออกของเธอ คิดเพียงว่า ปีหน้าจะต้องคว้าเงินล้านมาให้ได้ ภายใต้คติประจำใจ ที่เธอพร่ำบอกกับตัวเองเสมอว่า “ทำให้ดีที่สุด ช่วยเหลือสายงานให้มีรายได้มากที่สุด ทำธุรกิจด้วยใจเต็มร้อย ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต”


ดังนั้น “อยากจะเชิญชวนนักธุรกิจเครือข่ายที่เจ็บปวดหรือล้มเหลวจากหลาย ๆ ค่ายบริษัทขายตรง ให้เดินเข้ามา โดยการเอาของเก่าละลายน้ำทิ้งไปให้หมด แล้วมาสร้างอนาคตกับธุรกิจ “คิงส์เฮิร์บ” เพียงแค่ตั้งใจเข้ามาศึกษาเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ และทำอย่างต่อเนื่อง เชื่อเลยว่า 1 ปี จะมีรายได้หลักแสนบาทและหลักล้านแน่นอน


ส่วนคนที่ไม่เคยทำธุรกิจเครือข่ายมาก่อน ก็ขอเชิญชวนเข้ามาเรียนรู้ทีละขั้นทีละตอน และลงมือทำอย่างจริงจัง ไม่นานก็เชื่อว่า คุณจะมีชีวิตที่เปลี่ยนไปจากเดิม...คุณจะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และคุณจะมีความสุขกับการใช้ชีวิตมากขึ้นอย่างแน่นอน เพราะว่า ยุคนี้คนที่ไม่ทำเครือข่ายถือว่าเป็นคนที่ล้าหลังสุด ๆ และเป็นคนที่เสียโอกาสมาก ๆ


ไม่อยากเป็นคนล้าหลัง ต้องทำธุรกิจ “คิงส์เฮิร์บ” ธุรกิจที่ได้รับแรงศรัทธาจากคนไทยอย่างกว้างขวาง เป็นธุรกิจที่ช่วย “ปลดหนี้ปลดสิน” คนไทยหลากหลายและยังทำให้คนพื้นเพส่วนใหญ่มีเงินใช้ไป ชั่วลูก ชั่วหลาน โดยไม่ต้องไป “กู้หนี้ยืมสิน”


“ธุรกิจคิงส์เฮิร์บ” เป็นธุรกิจที่ถือว่าช่วยชาวรากหญ้าอย่างแท้จริง ไม่เชื่อลองให้เข้ามาสัมผัสกับธุรกิจแห่งโอกาสดู...ทุกสิ่งทุกอย่างสามารถพิสูจน์ได้จริง สามารถชุบชีวิตของหลาย ๆ คนได้จริง ๆ...และพลิกฟ้าทะลุความ “ร่ำรวย” ได้...จริง ๆ


 


 


 


 


Credit By : http://www.taladvikrao.com/

วันจันทร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2556

ข่าวคิงส์เฮิร์บ (King Herb) : ดร.ปพนปลื้มกระแสธุรกิจขอนแก่นแรง เล็งซื้อที่ดินมุกดาหารเชื่อมโยงตลาดAEC







sss (Mobile)


บอสใหญ่ค่าย คิงส์เฮิร์บ เผยภาพรวมธุรกิจครึ่งปีแรกอัตราการเติบโตกระจายทุกพื้นที่ พร้อมปลื้มธุรกิจที่ขอนแก่นโตดีทั้งยอดขายและผู้นำ...ล่าสุดเล็งซื้อที่ดินจังหวัดมุกดาหาร หวังเป็นทางเชื่อมต่อธุรกิจสู่ตลาดอาเซียน...แจงแผนเตรียมบุกตลาดประเทศลาว หลังนำร่องสินค้าไปแล้วกระแสตอบรับดีเกินคาด...พร้อมเสริมจุดแข็งธุรกิจเซ็นสัญญากับธนาคารไทยพาณิชย์ผุดบัตรกดเงินสดเพิ่มความสะดวกสบาย


ดร.ปพน ลิ้มธำรงค์กุล ประธานกรรมการ บริษัท คิงส์เฮิร์บเวิลด์ 1999 จำกัด เผยถึงภาพรวมธุรกิจในช่วงที่ผ่านมาว่า วันนี้การเติบโตของธุรกิจคิงส์เฮิร์บพบว่าค่อนข้างที่จะกระจายไปเกือบทุกพื้นที่ แต่ที่จะเติบโตมากเป็นพิเศษ คือ ในจังหวัดขอนแก่น ซึ่งปัจจุบันเริ่มที่จะมีผู้นำหลาย ๆ ท่านเข้าไปทำตลาดในจังหวัดขอนแก่นค่อนข้างมากทีเดียว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะในเรื่องของตลาดอาเซียนที่กำลังจะเปิดขึ้นด้วย


โดยอีกหนึ่งแผนงานที่ถือว่าสอดรับกับตลาดอาเซียนที่กำลังจะเปิดนั่นคือ ทางบริษัทฯ ได้มีการติดต่อซื้อที่ดินในจังหวัดมุกดาหาร โดยสาเหตุที่เล็งจังหวัดดังกล่าวนั้น เนื่องจากมองว่า เป็นเส้นทางที่เชื่อมต่อตลาดอาเซียนได้หลายประเทศ และน่าที่จะส่งผลดีต่อธุรกิจด้วยเช่นกัน ในขณะเดียวกัน ทางบริษัทฯ ก็ยังมีแผนที่จะเจาะตลาดประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย โดยที่กำลังเจรจาอยู่ คือ ประเทศลาว คาดว่าไม่เกิน 1 เดือน น่าที่จะได้รับใบ อย. จากประเทศลาว ซึ่งที่ผ่านมา การเข้าไปของธุรกิจคิงส์เฮิร์บนั้น จะเป็นในส่วนของสมาชิกที่นำเอาสินค้าเข้าไปทำตลาดนั่นเอง


ส่วนในเรื่องของการขยายโรงงานนั้น ถือว่าเป็นสิ่งที่บริษัทฯ ต้องทำอยู่แล้ว ซึ่งถือเป็นขั้นตอนต่อไป โดยวันนี้บริษัทฯ ยังสามารถผลิตสินค้าได้เพียงพอกับการเติบโต แต่ในอนาคตถ้าอาเซียนเปิด มองว่าบริษัทฯ คงต้องพร้อม ฉะนั้นอาเซียนกำลังจะเปิดอีก 2 ปีข้างหน้าเราเองยังมีเวลา กับการที่จะขยายโรงงานเพิ่มขึ้น และล่าสุดที่บริษัทฯ ไปเปิดคลังสินค้าที่ขอนแก่นนั้น ตรงนี้คือ การลงทุน ในการที่จะนำสินค้าของเราไปสู่ตลาดเออีซีอีกด้วย


นอกจากนี้ ดร.ปพน ยังกล่าวถึงกรณีที่มีหลาย ๆ บริษัทในขายตรงที่เข้ามาทำตลาดในประเทศลาวแล้วไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรว่า ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะความไม่แน่นอนของบริษัทตัวเขาเอง ซึ่งวันนี้ความมั่นคงของแต่ละบริษัทนั้น คุณไม่จำเป็นต้องไปประเทศลาวก็ได้ อาจจะทำในประเทศไทยให้แข็งแร่งก่อน ซึ่งวันนี้หากยังไม่สามารถที่จะสร้างความแข็งแกร่งที่ประเทศไทยได้ โอกาสที่จะบุกตลาดในประเทศเพื่อนบ้านเชื่อว่าคงที่จะยากด้วยเช่นกัน


สำหรับตลาดขายตรงในประเทศลาวนั้น ทางคิงส์เฮิร์บเอง ก่อนหน้านี้ทางสมาชิกได้มีการนำเอาผลิตภัณฑ์ไปเปิดตลาดบ้างแล้ว ซึ่งคนในประเทศลาวเริ่มที่จะรู้จักผลิตภัณฑ์ของเราด้วยเช่นกัน พร้อมกันนี้ หลังจากที่ผลิตภัณฑ์ของบริษัทเริ่มเป็นที่รู้จักแล้ว ทางบริษัทฯ จะเป็นการนำเอาระบบเข้าไปเพื่อให้คนที่สนใจจะเข้าร่วมธุรกิจได้รู้จักธุรกิจคิงส์เฮิร์บมากขึ้น


บอสใหญ่ค่ายคิงส์เฮิร์บ กล่าวต่ออีกว่า อีกหนึ่งจุดแข็งที่ทางธุรกิจคิงส์เฮิร์บกำลังเพิ่มเข้ามาในธุรกิจนั่นก็คือ


การเซ็นสัญญากับทางธนาคารไทยพาณิชย์ ในการที่จะมีบัตรกดเงินสด ซึ่งสมาชิกของคิงส์เฮิร์บไม่ว่าจะอยู่ประเทศไหนก็แล้วแต่ คุณไม่ต้องเปิดบัญชี เพียงแค่เอาบัตรกดเงินสดเข้าไป และมีพาสปอร์ต บัตรประชาชนประเทศ คุณ ก็สามารถกดเงินสดใช้ได้เลย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งการเพิ่มความสะดวกสบายให้กับสมาชิกนั่นเอง


ปัจจุบันคิงส์เฮิร์บได้มีการส่งผลิตภัณฑ์ คอลดาต้า ไปยังประเทศลาวประมาณ 3-4 หมื่นขวดต่อเดือน โดยการเข้าไปบุกตลาดลาวนั้น คาดว่าน่าที่จะชัดเจนมากที่สุดในปีหน้า โดยขณะนี้มีสมาชิกหลายคน อยากให้บริษัทฯ ไปเปิดออฟฟิศที่ลาว แต่ติดอยู่ที่ในเรื่องของกฎหมายที่ถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญในการที่จะเข้าไป โดยตอนนี้คงจะเป็นการขอ ทาง อย. เกี่ยวกับเรื่องของผลิตภัณฑ์ก่อน


ดร.ปพน กล่าวอีกว่า ขณะนี้ ได้มีประเทศมาเลเซีย ได้เข้ามาเจรจาในเรื่องของธุรกิจด้วยเช่นกัน ซึ่งทางบริษัทฯ กำลังดูถึงเรื่องแนวทางในการทำธุรกิจของนักลงทุนที่เข้ามาติดต่อก่อน เนื่องจากที่ผ่านมา สินค้าของคิงส์เฮิร์บก็มีอยู่ในประเทศมาเลเซียบ้างแล้ว รวมถึงบริษัทฯ ยังมีสมาชิกที่เป็นคนมาเลเซียด้วย โดยวันนี้มองว่า คนที่จะเข้ามาร่วมลงทุนนั้น เราจำไม่มองในเรื่องของคนที่มีเงิน แต่จะมองคนที่มีความตั้งใจจริงในการทำธุรกิจ และตั้งใจอยากที่จะมีอนาคตมากกว่า





Credit By :http://www.taladvikrao.com


วันพฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ข่าวคิงส์เฮิร์บ (King Herb) : คิงส์เฮิร์บประกาศศักดาเครือข่ายมืออาชีพ เปิดป้ายสนง.ใหม่/พร้อมลุยตลาดต่างแดน







kh (Mobile)

 


คิงส์เฮิร์บ ตอกย้ำความเชื่อมั่นธุรกิจ จัดพิธีเปิดป้ายสำนักงานแห่งใหม่มูลค่ากว่า 100 ล้าน พร้อมย้ำความสำเร็จเกิดขึ้นมาได้ เพราะสินค้าเยี่ยมรวมถึงเหล่าสมาชิกคิงส์เฮิร์บทุกคนเดินไปในทิศทางเดียวกัน เผยตัวเลข 9 ปีที่ผ่านมา ดันยอดขายไปกว่า 6,000 ล้าน...แย้มไตรมาสแรกปีนี้ยอดโตกว่า 15% ประกาศพร้อมลุยตลาดต่างแดนเต็มอัตราศึก หลังเล็งพื้นที่จังหวัดมุกดาหารเป็นพื้นที่เคลื่อนทัพสำคัญนับจากนี้


เดินเกมรบแบบเต็มอัตราศึกเลยทีเดียว สำหรับธุรกิจขายตรงพันธุ์ไทยอย่าง บริษัท คิงส์เฮิร์บ เวิร์ด 1999 จำกัด ภายใต้การนำทัพของ ดร.ปพน ลิ้มธำรงกุล ประธานกรรมการบริษัทฯ ที่หลังจากปล่อยของดีอย่างสำนักงานแห่งใหม่ไปได้ไม่นาน เรียกได้ว่า แววของธุรกิจเริ่มที่จะเจิดจรัสออกมาอย่างต่อเนื่องทั้งในเรื่องของความน่าเชื่อถือ ความมั่นคง และชื่อเสียงของธุรกิจที่เริ่มเป็นที่รู้จักของใครหลายคนมากขึ้น


ล่าสุดทางด้าน บริษัท คิงส์เฮิร์บ เวิร์ด 1999 จำกัด เอง ได้มีการทำพิธีเปิดป้ายสำนักงานแห่งใหม่เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2556 ที่ผ่านมา ซึ่งงานนี้ยังได้รับเกียรติจากทางด้านนายจิรชัย มูลทองโร่ย เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค มาร่วมในงานครั้งนี้ด้วย


ซึ่งภายในงานทางด้าน ดร.ปพน ลิ้มธำรงกุล ประธานกรรมการ บริษัท คิงส์เฮิร์บ เวิร์ด 1999 จำกัด ยังได้กล่าวในงานว่า ในช่วง 9 ปีที่ผ่านมา ของธุรกิจคิงส์เฮิร์บ ถือได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างสูง และมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา ส่งผลให้ความสำเร็จในวันนี้ คิงส์เฮิร์บเอง จึงได้มีอาณาจักรแห่งใหม่ที่ยิ่งใหญ่และสมเกียรติอย่างมากนั่นคือ อาคารสำนักงานแห่งใหม่สูง 8 ชั้น มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ที่อาจเรียกได้ว่า เป็นการสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นคงให้กับหมู่มวลสมาชิกนั่นเอง


นับเป็นอีกหนึ่งก้าวใหม่ครั้งสำคัญของธุรกิจ คิงส์เฮิร์บ เลยก็ว่าได้ ที่พร้อมจะขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตสมกับ ผู้นำจ้าวตลาดพลูคาว นั่นเอง โดยตึกแห่งใหม่นี้.นอกจากนี้ทางด้าน ดร.ปพน ยังได้กล่าวถึงความสำเร็จของธุรกิจคิงส์เฮิร์บในช่วงปีที่ผ่านมาว่า ในปี 2555 ที่ผ่านมา ทาง บริษัทฯ สามารถปิดยอดขายได้ที่ประมาณ 850 ล้านบาท แต่หากให้รวมตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบัน คิงส์เฮิร์บ มียอดขายอยู่ประมาณ 6,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างน่าพอใจ


วันนี้ถ้าถามในเรื่องยอดขายของบริษัทฯ เราเองมีความหวังว่า ขอเพียงมียอดขายที่ไม่ตกกว่าเดิมก็พอ โดยการทำธุรกิจของคิงส์เฮิร์บที่ผ่านมา ส่วนใหญ่จะเป็นการเน้นที่การสร้างคุณค่าที่สินค้า สร้างคุณค่าของผู้นำ สร้างคุณค่าของแม่ทีม สร้างคุณค่าของสมาชิก ด้วยการทำให้สมาชิกนั้นมีความเชื่อ และมีความศรัทธาในบริษัทและสินค้าว่า บริษัทและสินค้านั้น สามารถนำพาสมาชิกสู่ความสำเร็จได้ และภารกิจของคิงส์เฮิร์บในวันนี้ คือ มีหน้าที่ผลักดันให้สมาชิกทุกคนประสบความสำเร็จ และมีจำนวนสมาชิกที่เพิ่มมากขึ้น


ดร.ปพน กล่าวอีกว่า สิ่งที่ คิงส์เฮิร์บ จะทำนับจากนี้ คือ การสร้างความเป็นปึกแผ่นและสร้างความเป็นหนึ่งเดียว ด้วยเหตุนี้เอง ที่ทำให้บริษัทฯ จึงมีการจัดอบรมสุดยอดผู้นำ อบรมสมาชิกขึ้นพื้นฐาน ซึ่งที่ผ่านมา สมาชิกของคิงส์เฮิร์บเอง ได้มีการจัดกันเองบ้างแล้วในหลายพื้นที่ด้วยกัน โดยการอบรมแต่ละครั้ง ทางบริษัทฯ จะมีการสนับสนุนในเรื่องของรางวัลสำหรับสมาชิกด้วย


ทั้งนี้ เมื่อถามถึงยอดขายในช่วง 3 เดือนแรกที่ผ่านมานั้นเป็นอย่างไร... ดร.ปพน เผยว่า ยอดขายถือว่าไปได้สวย และหากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนนี้ พบว่า ปีนี้ยอดขายเพิ่มขึ้นประมาณ 15% พร้อมกับเชื่อว่า ที่เหลืออีก 3 ไตรมาส ยอดขายน่าที่จะเพิ่มอย่างแน่นอน


ส่วนในเรื่องของตลาดอาเซียนที่จะเกิดขึ้นในปี 2558 นี้นั้น ทางด้านค่าย คิงส์เฮิร์บ เอง ก็ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน โดย คิงส์เฮิร์บ มีโกดังที่พร้อมจะขยายตลาดอาเซียนด้วย


วันนี้จากการสำรวจพบว่า จากประเทศไทยเริ่มที่เชียงรายจนถึงอุบลราชธานี เส้นทางที่มีความสำคัญที่สุดในอาเซียน คือ จังหวัดมุกดาหาร และนครพนม ซึ่งขณะนี้ทางบริษัทฯ เอง กำลังที่จะสร้างเครือข่ายสำหรับการส่งออกต่างประเทศอีกด้วย โดยมีแผนงานที่จะซื้อที่ดินในจังหวัดมุกดาหาร เพื่อสร้างเป็นศูนย์อบรม รองรับสมาชิกประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมกับเชื่อว่า หากศูนย์อบรมดังกล่าวสร้างเสร็จ จะเป็นศูนย์กลางในการขยายธุรกิจสู่อาเซียนได้เป็นอย่างดีแน่นอน พร้อมกับจะเป็นการสร้างความสำเร็จให้แก่สมาชิกคิงส์เฮิร์บได้สำเร็จร่วมกันด้วย


ทั้งนี้ ต้องบอกว่า ก่อนหน้านี้ทางด้าน บอสใหญ่ คิงส์เฮิร์บ เอง เคยได้บอกว่า ในการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนนั้น เชื่อว่าจะเป็นโอกาสที่สำคัญของธุรกิจคิงส์เฮิร์บ ในการขยายตลาดสู่ประเทศเพื่อนบ้าน เพราะหากเมื่อไหร่ที่มีการค้าระหว่างประเทศเกิดขึ้น นั่นก็หมาย ความว่า หลาย ๆ ธุรกิจของประเทศไทย ไม่ใช่เฉพาะในส่วนของธุรกิจขายตรง ก็ต้องมีความเคลื่อนไหวเพื่อที่จะสร้างการรับรู้ของธุรกิจตนเองในชาติอาเซียนให้แจ้งเกิดให้ได้ด้วยเช่นกัน


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 343 ประจำวันที่1 - 15 พฤษภาคม 2556

วันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2556

ข่าวคิงส์เฮิร์บ (King Herb) : คิงส์เฮิร์บเปิดอาณาจักรใหม่ 100 ล้าน ย่านรามอินทรา ...ตอกย้ำความมั่นคงธุรกิจก้าวสู่ปีที่ 9








ปัจจัยที่ทำให้ คิงส์เฮิร์บ เติบโตก้าวมาจนถึงวันนี้ได้นั้น มีอยู่ 3 ปัจจัยด้วยกันนั่นก็คือ 1. บริษัทเห็นความสำคัญของการโฆษณาประชาสัมพันธ์และการเข้าถึงสื่อมวลชน 2. บริษัทเห็นความสำคัญของการดูแลสมาชิก เป็นอย่างดี ดุจคนในครอบครัวเดียวกันอยู่เสมอ และ 3. บริษัทให้ความสำคัญกับการดูแลผู้บริโภคผ่านการมุ่งเน้นการวิจัยพัฒนาคุณภาพของสินค้าให้ดีขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอยู่เสมอ


นับเป็นอีกหนึ่งค่ายที่ระเบิดยุทธศาสตร์เพื่อหวังพิชิตยอดขายตั้งแต่ต้นปี 2556 แบบช้าไม่ได้ เลยทีเดียว ในการสร้างความเชื่อมั่นและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสมาชิก นั่นก็คือค่าย คิงส์เฮิร์บ ภายใต้การนำทัพของ ดร.ปพน ลิ้มธำรงค์กุล ประธานกรรมการบริษัท ซึ่งตรงนี้เชื่อว่า คงต้องมีหลาย ๆ ค่าย ที่ต่างกำหนดแผนรบเช่นดั่งค่ายนี้อย่างแน่นอน!!...นั่นก็หมายความว่า เกมการแข่งขันเริ่มที่จะปะทุความร้อนแรงออกมาให้เห็นกันบ้างแล้ว


...หากจะให้มองส่องกล้องดูถึงธุรกิจ คิงส์เฮิร์บ แล้วล่ะก็ จะพบว่า คิงส์เฮิร์บ นั้น เริ่มต้นธุรกิจมาแล้วกว่า 9 ปี ภายใต้การดำเนินธุรกิจที่ซื่อตรงและโปร่งใส แต่ใช่ว่าธุรกิจที่ทำนั้น จะเดินทางแบบไร้อุปสรรค ซึ่งก็ต้องบอกว่า ค่ายนี้เจออุปสรรคต่าง ๆ นานา มาไม่ถ้วน...แต่ด้วยความที่มีสินค้าที่โดนใจ ผู้บริโภคและสมาชิก ให้การยอมรับอย่างดีนี่เอง จึงทำให้ คิงส์เฮิร์บ สามารถฟันฝ่าอุปสรรครอบด้านมาได้อย่างไร้กังวล ถึงแม้ว่าจะเจอปัจจัยลบต่าง ๆเข้ามากระทบธุรกิจก็ตามที


ที่สำคัญ ในช่วงที่ผ่านมา ดร.ปพน ลิ้มธำรงค์กุล เคยได้กล่าวถึงความสำเร็จของธุรกิจคิงส์เฮิร์บตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ผ่านมาว่า...ปัจจัยที่ทำให้ คิงส์เฮิร์บ เติบโตก้าวมาจนถึงวันนี้ได้นั้น มีอยู่ 3 ปัจจัยด้วยกันนั่นก็คือ 1.บริษัทเห็นความสำคัญของการโฆษณาประชาสัมพันธ์และการเข้าถึงสื่อมวลชน 2. บริษัทเห็นความสำคัญของการดูแลสมาชิกเป็นอย่างดี ดุจคนในครอบครัวเดียวกันอยู่เสมอ และ3. บริษัทให้ความสำคัญกับการดูแลผู้บริโภคผ่านการมุ่งเน้นการวิจัยพัฒนา คุณภาพของสินค้าให้ดีขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอยู่เสมอ...ซึ่งปัจจัยทั้งหมดนี้นี่เอง ที่ทำให้เครือข่ายที่ชื่อ คิงส์เฮิร์บ สามารถก้าวเดินอยู่บนธุรกิจขายตรงได้ตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ผ่านมานั่นเอง


ทั้งนี้ หากใครที่ติดตามความเคลื่อนไหวของ คิงส์เฮิร์บ ก็จะทราบว่า เป็นธุรกิจที่ไม่เน้นในเรื่องของการสร้างกระแสของธุรกิจเหมือนเช่นดังขายตรงค่ายอื่น ๆ มากนัก แต่จะเน้นในเรื่องของการนำเสนอผลิตภัณฑ์ ที่ดีตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคเสียส่วนใหญ่ ในขณะเดียวกัน ยุทธศาสตร์การบุกตลาดของค่ายนี้ ที่ผ่านมา เรียกได้ว่า เริ่มที่จะมีการบุกตลาดในพื้นที่ภูธรอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน


ที่ผ่านมา บริษัท คิงส์เฮิร์บ ได้ดำเนินการ ภายใต้สโลแกนที่ว่า เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น กับ คิงส์เฮิร์บฯ มาโดยตลอด พร้อมกับมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการสร้างธุรกิจบนความมั่นคงด้วยความโปร่งใสและซื่อตรง พร้อมด้วยคุณธรรมในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงไปสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จในชีวิตร่วมกัน ดร.ปพน กล่าวและว่า


คิงส์เฮิร์บถือฤกษ์เปิดตึกใหม่2มี.ค.


มุ่งตอกเสาเข็มธุรกิจบนความมั่นคง


...ในวันเสาร์ที่ 2 มีนาคม 2556 นี้ เรียกได้ว่า เป็นอีกหนึ่งวันดี สำหรับครอบครัว คิงส์เฮิร์บ เลยก็ว่าได้ เนื่องจาก ดร.ปพน ลิ้มธำรงกุล ประธานกรรมการ บริษัท คิงส์เฮิร์บ เวิลด์ 1999 จำกัด ได้ออกมาลั่นกลองชัยครั้งสำคัญในปีนี้ ด้วยการเปิดตึกอาคารสำนักงานแห่งใหม่มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นคงให้กับหมู่มวลสมาชิกนั่นเอง...เรียกได้ว่า การเปิดตึกใหม่ในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวใหม่ครั้งสำคัญของธุรกิจ คิงส์เฮิร์บ เลยก็ว่าได้ ที่พร้อมจะขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตสมกับ ผู้นำจ้าวตลาดพลูคาว นั่นเอง โดยตึกแห่งใหม่นี้ ทาง ดร.ปพน คาดว่าระบบทุกอย่าง จะดำเนินการได้ครบ 100% ประมาณช่วงต้นเดือนเมษายนนี้อย่างแน่นอน


นอกจากนี้ ในวันเปิดงานตึกอาคารสำนักงานแห่งใหม่ในครั้งนี้ ทางด้าน ดร.ปพน ยังจัดหนัก จัดเต็ม ด้วยการแจกสินค้าพระเอกคือ คอลดาต้า 1 ขวดต่อ 1 ท่าน ให้กับผู้ที่เข้ามาร่วมงานในครั้งนี้ด้วย ซึ่งทางด้านดร.ปพน คาดว่าผู้ที่จะเข้ามาร่วมงานในครั้งนี้ น่าที่จะมีประมาณ 3,000 คนด้วยกัน


โดย ดร.ปพน ยังได้เผยต่อ ตลาดวิเคราะห์ ว่า การสร้างอาคารสำนักงานแห่งใหม่ในครั้งนี้นั้น ถือเป็นการตอกย้ำภาพความมั่นคงให้กับสมาชิก ได้มองเห็นว่า ซึ่งที่ผ่านมา คิงส์เฮิร์บ เป็นธุรกิจที่มีความมั่นคงจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็น


ข้อที่ 1 บริษัทฯ เป็นเจ้าของโรงงานการผลิตเอง สามารถควบคุมในเรื่องของต้นทุนได้ โดยที่ไม่ต้องมีการปรับราคา ไม่ว่าจะด้วยสภาวะเศรษฐกิจเป็นเช่นไร ซึ่งเจ้าของผู้ผลิตและเจ้าของสินค้าเป็นคนเดียวกัน


ข้อที่ 2 บริษัทฯ ไม่มีหุ้นส่วน โดยเป็นเจ้าของคนเดียว อำนาจในการตัดสินใจอยู่ที่คนคนเดียว


ข้อที่ 3 วันนี้บริษัทฯ ไม่ได้เป็นหนี้ใคร และสิ่งที่สำคัญ คือ ธนาคารเป็นหนี้เรา และ


ข้อที่ 4 บริษัทฯ มีกิจกรรมให้กับสมาชิกอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมล่าสุด ที่ถวายผลิตภัณฑ์ คอลดาต้า ด้วยการนำพาสมาชิกเข้าเฝ้าสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และวันนี้ต้องบอกว่า คิงส์เฮิร์บ ทำธุรกิจไม่ใช่เพียงแค่ได้เงิน แต่ยังต้องได้เกียรติยศของวงค์ตระกูลด้วย ที่สำคัญ เราจะยึดมั่นมาโดยตลอดว่า สมาชิกทุกคน คือ ครอบครัวคิงส์เฮิร์บ


สำหรับอาคารสำนักงานแห่งใหม่นี้นั้น จะเป็นตึกสำเร็จรูป โดยจะมีห้องฝึกอบรม ที่สามารถรองรับกับสมาชิกได้ประมาณ 200 ท่านด้วยกัน พร้อมกันนี้ ทางบริษัทฯ ยังมีแนวทางที่ว่า ทุกครั้งที่มีการขึ้นบรรยาย บริษัทฯ จะมีวิทยากรนอกเข้ามาร่วมบรรยายด้วย โดยจะเป็นวิทยากรที่มีความรู้ความสามารถหลาย ๆ ด้าน ที่ไม่ใช่เพียงแค่นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจขายตรงเท่านั้น


บอสใหญ่ค่าย คิงส์เฮิร์บ เผยต่ออีกว่า ปีนี้ถือเป็นปีที่บริษัทก้าวสู่ปีที่ 9 ที่เรียกได้ว่าค่อนข้างสมเกียรติจริง ๆ ทั้งในเรื่องของยอดขาย จำนวนสมาชิก รวมถึงอาคารสำนักงานแห่งใหม่ โดยในช่วงตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ผ่านมา


คิงส์เฮิร์บ มีสมาชิกอยู่ที่ประมาณ 8 แสนรหัส พร้อมกับมียอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ คอลดาต้า ที่สรุปตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบันอยู่ที่เกือบ 6 ล้านขวดด้วยกัน


วันนี้เรากล้าพูดได้เลยว่า กำลังการผลิตของบริษัทฯ สามารถที่จะตอบสนองความต้องการของสมาชิกได้มากถึงปีละประมาณ 2 ล้านขวดเลยทีเดียว โดยเรามีพื้นที่โรงงานอยู่1 ไร่ พร้อมกับมีสวนพลูคาวที่ปลูกเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์คอลดาต้าประมาณ 130 ไร่ ด้วยกัน จึงอยากที่จะให้สมาชิกและผู้บริโภคได้มีความเชื่อมั่นว่า ผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ สามารถรองรับความต้องการของสมาชิกและผู้บริโภคได้อย่างแน่นอน


ดร.ปพน บอกอีกว่า ปัจจุบันนี้บริษัทฯ ยังได้มีโครงการในการช่วยเหลือเด็กด้วย ซึ่งได้ทำร่วมกับโรงเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ หรือค่าใช้จ่ายในการจัดกิจกรรมของนักเรียน โดยที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ทำโครงการนี้ กับโรงเรียนทางภาคเหนือที่จังหวัดเชียงราย โดยเป็นโครงการอาหารกลางวัน ด้วยการให้นักเรียนในโรงเรียนปลูกผักพลูคาวส่งบริษัทฯ และรายได้ตรงนี้ จะเป็นเงินที่นำมาเป็นรายได้อาหารกลางวันสำหรับเด็ก รวมถึงกิจกรรมของนักเรียนนั่นเอง โดยโครงการนี้ ทางบริษัทฯ ดำเนินมาได้ 2 ปีแล้ว ซึ่งมีโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการนี้ 3 โรงเรียนด้วยกัน


ปี56 ขอเน้นการสร้างครอบครัว


เข็นสินค้าเกษตรเขย่าเครือข่าย


...ทั้งนี้ หากพูดถึงยุทธศาสตร์ที่สำคัญของ คิงส์เฮิร์บ ที่นอกเหนือจาก การเปิดตัวอาคารสำนักงานแห่งใหม่เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความน่าเชื่อถือของธุรกิจแล้ว ดร.ปพน ยังเผยต่อ ตลาดวิเคราะห์ อีกว่า สำหรับยุทธศาสตร์ของ คิงส์เฮิร์บ ในปีนี้นั้น จะเน้นในเรื่องของการสร้างครอบครัวเป็นหลัก เนื่องจาก วันนี้ต้องบอกว่า การทำธุรกิจจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ แต่ถ้าครอบครัวนั้นไม่มีความมั่นคง หรือครอบครัวไม่เข้าใจกัน ปัญหาของธุรกิจ ก็จะประสบความสำเร็จไม่ได้ ซึ่งวันนี้ คิงส์เฮิร์บ เอง ต้องสร้างความเข้าใจของครอบครัวให้ได้


และสิ่งที่สำคัญ คือ วันนี้คิงส์เฮิร์บ จะเน้นใช้คำว่า ครอบครัวคิงส์เฮิร์บ คือ ครอบครัวที่มีความมั่นคง เพราะเชื่อว่าหากเมื่อไหร่ ถ้าครอบครัวคิงส์เฮิร์บนั้นเป็นปึกแผ่น ในเรื่องของเป้าหมายยอดขาย ก็สามารถไปถึงได้ ด้วยเหตุนี้เอง ที่ทำให้ในปีนี้ ธุรกิจคิงส์เฮิร์บ จึงต้องหันมาเน้นในเรื่องของพลังงานทางด้านครอบครัว และพลังงานด้านจิตใจกัน และที่สำคัญ การทำธุรกิจที่อยู่ในครอบครัวเดียวกัน ก็ต้องเกิดจากความเข้าใจกันด้วย


สำหรับเป้าหมายยอดขายในปีนี้นั้น คิงส์เฮิร์บ ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 1,000 ล้านบาท โดยในปีที่ผ่านมา คิงส์เฮิร์บ มียอดขายอยู่ที่ 800 ล้านบาท ซึ่งในปีนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายว่า ยอดขายในปีนี้ ในส่วนของยอดเดิมจะต้องไม่ลดลง และที่สำคัญ ยอดใหม่จะต้องเพิ่มขึ้นด้วย


ส่วนในเรื่องของสินค้าใหม่ที่จะเติมเต็มเข้ามาในปีนี้หรือไม่นั้น ดร.ปพน เผยว่า ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะเข้ามาในระบบเครือข่ายทางบริษัทฯ ก็ได้มีการมองเอาไว้เช่นกัน อย่างล่าสุดที่เริ่มนำออกมาทดลองตลาดบ้างแล้วนั่นก็คือ


ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับต้นไม้ ภายใต้ชื่อ คอลดาต้า ซูเปอร์กรีน และสบู่ คอลดาต้า ซอฟ ซึ่งทั้ง 2 สินค้าใหม่นี้ ขณะนี้กำลังได้รับความนิยมจากสมาชิกและผู้บริโภคเป็นอย่างดี


ปัจจุบัน คิงส์เฮิร์บ มีสัดส่วนยอดขายสินค้าดังนี้ คือ ในกลุ่มสินค้าคอลดาต้า มีสัดส่วนยอดขายอยู่ที่ 60% กลุ่มผลิตภัณฑ์กาแฟสัดส่วนอยู่ที่ 15% กลุ่มผลิตภัณฑ์ความสวยความงามสัดส่วนอยู่ที่ 15% และกลุ่มสินค้าเกษตรมีสัดส่วนอยู่ที่ 10%


คิงส์เฮิร์บทุ่มงบ20 ล้านสร้างโกดัง


เร่งเตรียมความพร้อมรับตลาดอาเซียน


อย่างไรก็ตาม วันนี้หากพูดถึงการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่จะเกิดขึ้นในปี 2558 นี้ ทางด้าน คิงส์เฮิร์บ ก็มีแผนที่จะบุกตลาดอาเซียนแบบเต็มอัตราศึกด้วยเช่นกัน ด้วยการเตรียมสร้างโกดังใหม่เพิ่มขึ้นอีก บนพื้นที่ 2 ไร่ครึ่ง อยู่ที่จังหวัดขอนแก่น มูลค่ารวมที่ดินและค่าก่อสร้างอยู่ที่ประมาณ 20 กว่าล้านบาท ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณ 2 เดือนนับจากนี้


ต้องบอกว่า วันนี้ในตลาดอาเซียนถือว่า เรามีความพร้อมแล้ว อย่างล่าสุด มีประเทศมาเลเซีย มาขอเปิดศูนย์คลังประเทศ ซึ่งขณะนี้อยู่ในเงื่อนไขของข้อตกลงกันอยู่ อีกทั้งยังมีประเทศกัมพูชา ที่ได้มาขอเปิดคลังประเทศด้วยเช่นกัน แต่ทั้งนี้ บริษัทฯ เอง ก็ได้มีการไปยังผู้ที่ต้องการที่จะเปิดคลังด้วยเช่นกันว่า จะต้องสร้างฐานผู้บริโภคให้เกิดขึ้นก่อน ถึงจะสามารถเปิดคลังได้ เพราะบริษัทฯ ไม่ยอมที่จะเอาสินค้าไปดองอย่างแน่นอน โดยบริษัทฯ ต้องการที่จะให้คนที่มาร่วมธุรกิจกับบริษัทฯ นั้น มีความมั่นคงและมีความสำเร็จร่วมกันเสียมากกว่า ที่จะมีเงินแล้วไม่สามารถบริหารธุรกิจให้เดินต่อไปได้


บอสใหญ่ คิงส์เฮิร์บ เผยอีกว่า ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่จะเปิดขึ้นในปี 2558 นี้ เชื่อว่าจะเป็นโอกาสที่สำคัญของธุรกิจคิงส์เฮิร์บ ในการขยายตลาดสู่ประเทศเพื่อนบ้าน เพราะเมื่อไหร่ที่มีการค้าระหว่างประเทศเกิดขึ้น นั่นก็หมายความว่า หลาย ๆ ธุรกิจของประเทศไทย ไม่ใช่เฉพาะในส่วนของธุรกิจขายตรง ก็ต้องมีความเคลื่อนไหวเพื่อที่จะสร้างการรับรู้ของธุรกิจตนเองในชาติอาเซียนให้แจ้งเกิดให้ได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งชาติอาเซียนที่ทางคิงส์เฮิร์บวางไว้คงจะเป็นในส่วนของประเทศเวียดนาม, พม่า, มาเลเซีย, สิงคโปร์ เป็นต้น


ท้ายสุดนี้ ทางด้าน ดร.ปพน ยังได้ฝากทิ้งท้ายอีกว่า วันนี้การทำธุรกิจขายตรงให้เติบโตได้นั้น สิ่งที่ผู้ประกอบการทุกคนจะต้องมีนั่นก็คือ ความตรงไปตรงมาในการทำธุรกิจ และอย่าให้คนที่เข้ามาสู่ธุรกิจนี้คิดว่าเป็นธุรกิจที่หลอกลวง ในขณะเดียวกัน ก็อยากที่จะให้ผู้ประกอบการเน้นในเรื่องของสินค้า อย่าเน้นเพียงแค่เอาเงินเพียงอย่างเดียว โดยอยากที่จะให้สรรหาสินค้าที่มีความจำเป็นสำหรับคน ที่สำคัญ ในเรื่องของคุณธรรมสำหรับธุรกิจนี้ก็มีความสำคัญด้วยเช่นกัน รวมถึงอยากที่จะให้ผู้ประกอบการในธุรกิจขายตรงค่ายนั้น จับมือร่วมกันลุยตลาดอาเซียนจะดีกว่า


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 339 ประจำวันที่ 1-15 มีนาคม 2556

วันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

MLM Gossip (ล้วงลับคนธุรกิจเครือข่าย) ซุบซิบ ค่าย คิงส์เฮิร์บ - King Herb กับ พันตรี ดร.ปพน ลิ้มธำรงค์กุล


















ก็แบบว่าพลูคาวนั้นมาเเรงเเซงทางโค้งขายดิบขายดี ทำยอดสนั่นหวั่นไหวจน ท่านประธาน พันตรี ดร.ปพน ลิ้มธำรงค์กุล จะขึ้นเป็นเศรษฐีพันล้าน งานนี้เลยถือโอกาสฤกษ์ปีใหม่ จัดงานฉลองให้ชาว คิงส์เฮิร์บ สุขสันต์กันถ้วนหน้า สังสรรค์ทั้งที สมาชิกก็เลยอยากจะฟังเสียงทุ้มๆ นุ่มๆ ของท่านประธานสักหน่อย คะยันคะยอให้จับไมค์ขึ้นเวที ยังงั๊ยยังไง ท่านประธานก็เซย์โนลูกเดียว บ่ายเบี่ยงไปมา ยังไงๆ ก็จะไม่ยอมครวญเพลงโชว์สักทีเดียว เเต่คงจะทนลูกอ้อนลูกตื๊อไม่ไหว ในที่สุดใจอ่อนจับไมค์ขึ้นเวที เท่านั้นเเหละ หลังจากนั้นท่านไม่ยอมปล่อยไมค์เลยนะ หุหุุ


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพเดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 216 ประจำวันที่ 1-15 กุมภาพันธ์ 2556

วันพฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ข่าวคิงส์เฮิร์บ (King Herb) : ฝันปิดบัญชีปี 55 พันล้าน วาดวิมาน AEC พาบริษัทติดท็อปเทน


คิงส์เฮิร์บ เป่าเทียนฉลอง 9 ปี เปิดบัญชีปี 54 โชว์ยอดขายแตะ 700 ล้านบาท ปีนี้วางเป้า 1 พันล้านบาท ด้วย 3 ปัจจัย สินค้า-สมาชิก-สื่อ เป็นตัวนำ พร้อมเปิดตัวนวัตกรรม สินค้าจาก พลูคาว ใหม่ 2 ตัว คือ คอล-ดาต้า ซูเปอร์กรีน อาหารพืชสูตรล้ำ กับ สบู่ คอลดาต้า ซอฟ ฟุ้ง AEC เปิด บริษัทได้เปรียบตลาดอาเซียนพาองค์กรไต่ฝันติด 1 ใน 10 ขายตรงเมืองไทย

ดร.ปพน ลิ้มธำรงค์กุล ประธานกรรมการ บริษัท คิงส์เฮิร์บ เวิร์ด 1999 จำกัด เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ที่ผ่านมา บริษัทได้จัดงานใหญ่ โดยเป็นการมอบเข็มเกียรติยศให้ กับสมาชิกนักธุรกิจของบริษัททุกคน อีกทั้งยังเป็นการฉลองการ เข้าสู่การทำธุรกิจเป็นปีที่ 9 ของบริษัท

บริษัทได้ดำเนินการ ภายใต้สโลแกนว่า เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น กับ คิงส์เฮิร์บฯ เนื่องจากบริษัทได้ก่อตั้งขึ้นอย่างมั่นคงและมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใสและซื่อตรง พร้อมด้วยคุณธรรมในการดำเนินธุรกิจ พร้อมที่จะผลิตและพัฒนาสินค้ารวมถึงบริการให้มีคุณภาพดีที่สุด อันจะนำสมาชิกและนักธุรกิจทุกคน ไปสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จในชีวิตร่วมกัน

เรามอบโอกาสการเป็นเจ้าของธุรกิจ แด่ทุกท่านที่ต้องการประสบความสำเร็จสูงสุดในชีวิต ด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพเยี่ยม และแผนการตลาดที่จ่ายผลตอบแทนคุ้มค่า และเป็นธรรม ตลอดจนเกียรติยศชื่อเสียง และฝึกอบรมอย่างมืออาชีพ ดร.ปพน กล่าว

สำหรับการเติบโตของธุรกิจ คิงส์ เฮิร์บฯ ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา ตอนนี้บริษัทมียอดขายเติบโตอยู่ที่ประมาณ 40% จากการเปรียบเทียบยอดขายในช่วงเดียวกัน ของปีที่ผ่านมา ซึ่งในปี 54 ทั้งปี บริษัทสามารถทำยอดขายเติบโตอยู่ที่ 700 ล้านบาท โดยในปีนี้เมื่อมองจากการเติบโตต่างๆ ที่กล่าวมานี้ บริษัทมีความมั่นใจว่าจะสามารถ ดันยอดขายในปี 55 นี้ แตะ 1 พันล้านบาท ได้อย่างแน่นอน

ซึ่งในช่วงปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า จากเหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบ ต่อธุรกิจของคิงส์เฮิร์บมากพอสมควร ซึ่งในความเป็นจริงหากไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าว เชื่อว่าบริษัทจะสามารถทำยอดขายในปีที่ผ่านมาถึง 1 พันล้านบาทได้อย่างแน่นอน แม่ทัพใหญ่คิงส์เฮิร์บ เผย

ในส่วนปัจจัยการเติบโตที่จะทำให้บริษัท ก้าวขึ้นไปสู่ตัวเลขพันล้านได้นั้น ดร.ปพน กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้บริษัทเติบโต ได้นั้น มาจากเหตุผล 3 ประการด้วยกัน นั่นคือ 1.บริษัทเห็นความสำคัญของการโฆษณาประชาสัมพันธ์และการเข้าถึงสื่อมวลชน 2.บริษัทเห็นความสำคัญของการดูแลสมาชิก เป็นอย่างดี ดุจคนในครอบครัวเดียวกันอยู่เสมอ และ 3.บริษัทให้ความสำคัญกับการดูแลผู้บริโภคผ่านการมุ่งเน้นการวิจัยพัฒนา คุณภาพของสินค้าให้ดีขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอยู่เสมอ

โดยล่าสุดนอกจากสินค้าพระเอกคือ คอลดาต้า ตัวเดิมที่เป็นสินค้าขายดีของบริษัทแล้ว ทางคิงส์เฮิร์บยังได้ออกตัวเสริม ของสินค้ากลุ่มนี้คือ คอลดาต้า ซูเปอร์ทู ซึ่งเป็นสินค้าในกลุ่มเสริมอาหารที่อยู่ในหมวด วัตถุดิบของพลูคาว เช่นเดียวกันกับ คอล-ดาต้า ตัวเก่า ซึ่งจะมีการออกฤทธิ์ที่เร็วกว่า ซึ่งทั้ง 2 ผลิตภัณฑ์นี้คือพระเอกของบริษัท อีกทั้งยังมีสินค้าในกลุ่มเกษตร ที่บริษัทได้ทำ การเปิดตัวขึ้นใหม่ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับต้นไม้ ภายใต้ชื่อ คอลดาต้า ซูเปอร์กรีน และสบู่ คอลดาต้า ซอฟ ซึ่งทั้ง 2 สินค้าใหม่ที่กล่าวมานี้ นับเป็นสินค้า ที่บริษัทเชื่อว่าจะตอบโจทย์ลูกค้าได้เป็นอย่างดี

สำหรับบริษัท คิงส์เฮิร์บ ปัจจุบันมีสินค้าทั้งหมด 6 กลุ่ม ได้แก่ สินค้าเสริมอาหาร, สินค้าการเกษตร, สินค้าดูแลรูปร่าง, สินค้าความงาม, สินค้ากลุ่มเครื่องดื่ม และสินค้าของใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งมีสินค้าเกี่ยวกับการบำรุงเครื่องยนต์ของรถยนต์ เป็นสินค้านำของกลุ่มสินค้าในกลุ่มนี้

โดยสัดส่วนการทำยอดขายของสินค้า ในแต่ละกลุ่มนั้น จะมีสินค้ากลุ่มเสริมอาหาร ที่มี คอลดาต้า เป็นสินค้าเรือธง ซึ่งครองส่วนแบ่งยอดขายอยู่ที่ 70% ส่วนอีก 30% ก็จะแบ่งกระจายออกไปในอีก 5 กลุ่มสินค้า ที่กล่าวมา

อย่างไรก็ดี ในส่วนของตลาดของคิงส์เฮิร์บนั้น จะมีภาคอีสานเป็นตลาดหลัก ของบริษัท ซึ่งครองส่วนแบ่งยอดขายอยู่ที่ 60% ทั้งๆ ที่ในอดีตที่ผ่านมา ภาคกลางจะเป็นภาคที่มียอดการเติบโตสูง แต่ที่ทราบกัน ดีว่า คนที่อยู่ภาคกลางส่วนใหญ่เป็นคนอีสาน ซึ่งนิยมซื้อสินค้าส่งกลับไปให้พ่อแม่ที่อยู่ในภาคอีสานทาน แต่เมื่อการขยายศูนย์ของบริษัทก้าวหน้าไปมาก ทำให้คนที่อยู่ในภาคสามารถซื้อทานได้เอง ซึ่งไม่จำเป็นต้องซื้อที่ภาคกลางเพียงอย่างเดียว

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของศูนย์สินค้า ของบริษัทนั้น บริษัทจะเปิดให้สมาชิกของบริษัทร่วมเข้ามาเป็นเจ้าของได้ แต่ต้องทำตามเงื่อนไขที่บริษัทได้วางคือ ต้องเป็นสมาชิก ที่มีเครือข่ายไม่ต่ำกว่า 50 รหัส อีกทั้งต้องมีการส่งเรื่องเพื่อสอบศูนย์ เพื่อให้เกิดมาตรฐานเดียวกันทั้งหมดของศูนย์สินค้าทั่วประเทศ อีกทั้งยังจะมีการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องสินค้า และบริษัท เพื่อจะได้ให้คำตอบกับลูกค้าได้เป็นอย่างดี

ปัจจุบัน คิงส์เฮิร์บมีศูนย์สินค้าแล้วทั้งหมด 800 ศูนย์ทั่วประเทศ จากการวางกลยุทธ์ของบริษัทที่ต้องการกระจายศูนย์ในทุกอำเภอๆ ละ 1 ศูนย์ ซึ่งในช่วงสิ้นปีนี้ บริษัทเชื่อว่าจะสามารถเปิดเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 100 ศูนย์ เพื่อให้เป็น 900 ศูนย์ หัวเรือคิงส์เฮิร์บ เผย

นอกจากประเด็นต่างๆ ที่กล่าวมาแล้ว ในส่วนของการเปิดประชาคมอาเซียน ก็เป็นหนึ่งที่บริษัทให้ความสำคัญ ซึ่งบริษัทมีความมั่นใจในศักยภาพของคิงส์เฮิร์บ ว่าด้วยการมีสินค้าที่ดี มีโรงงานเป็นของตนเอง และการมีรากฐานธุรกิจในประเทศที่แข็งแกร่ง เชื่อว่า เมื่อการเปิดประชาคมอาเซียนขึ้นมา ในปี 58 บริษัท จะสามารถสร้างโอกาสทาง ธุรกิจ และสามารถก้าวขึ้นไปสู่ 1 ใน 10 ของ บริษัทขายตรงชั้นนำในประเทศไทยได้อย่าง แน่นอน

การขยายธุรกิจในปัจจุบันบริษัทได้เดินหน้าปักธงชิมลางในรูปแบบการนำสินค้า เข้าไปขายแล้วในทุกประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งอยู่ รอบประเทศไทย ดร.ปพน กล่าวในช่วงท้าย

ทั้งนี้ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า บริษัท คิงส์เฮิร์บ ยังได้วางเป้าที่จะเปิดอาคารสำนักงานใหญ่หลังใหม่ของบริษัทอีกด้วย โดยจะตั้งอยู่ย่านถนนรามอินทรา ซึ่งเป็นอาคาร 8 ชั้น โดยวางงบประมาณในการเนรมิตอาคารสำนักงานใหญ่หลังใหม่ นี้ที่ 40 ล้านบาท ซึ่งจะถือเป็นการวางรากฐานที่สำคัญของบริษัท ในการก้าวไปสู่ความฝันที่ยิ่งใหญ่ในอนาคตต่อไป


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่1346 ประจำวันที่ 24-10-2012 ถึง26-10-2012

วันจันทร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2555

ข่าวคิงส์เฮิร์บ (King Herb) : ปอกเปลือกความสำเร็จ2นักสู้ขายตรง "คิงส์เฮิร์บ" "ศรัณญา-ธีรยุทธ พลูช่วย" การันตีที่นี่รวยสั่งได้


วันนี้ที่ตนเองสำเร็จได้ในระยะเวลาเพียงสั้น ๆ เป็นเพราะว่า คิงส์เฮิร์บ มีสินค้าที่ดีและนำตลาด ทานแล้วเห็นผล และในการทำงานส่วนใหญ่ของตนแล้ว จะทำด้วยความตั้งใจ โดยตั้งเป้าหมายว่าต้องทำให้ได้ และจากความสำเร็จที่เกิดขึ้นตรงนี้ ตนเองก็อยากที่จะให้ทีมงานนั้นประสบความสำเร็จไปพร้อม ๆ กับเราด้วย เพราะวันนี้ที่เราสำเร็จได้ส่วนหนึ่งก็มาจากเรามีทีมงานที่ดีด้วย

หากต้องการเริ่มต้นทำธุรกิจ ให้เริ่มต้นที่ธุรกิจเครือข่ายดีๆ สักบริษัทหนึ่งนี่คือ บทความที่หยิบยกขึ้นมาของ โรเบิร์ต คิโยซากิ ผู้แต่งหนังสือ พ่อรวยสอนลูก ซึ่งเป็นหนังสือที่ขายดีติดอันดับโลก และยิ่งในยุคภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ หากต้องการประสบความสำเร็จและร่ำรวย ต้องเลือกที่จะทำธุรกิจดี ๆ สักแห่งหนึ่งด้วยเช่นกัน

และหากจะถามว่า...วันนี้คุณกำลังประกอบอาชีพอะไรอยู่ และอาชีพที่คุณกำลังทำอยู่นั้น ตอบสนองความต้องการอะไรได้บ้าง ทำให้ชีวิตคุณมีคุณภาพมากน้อยเพียงใด มีบ้านที่อบอุ่นสักหลังให้ครอบครัว รถยนต์ที่จะนำพาคุณและคนที่คุณรักเดินทางไปด้วยความปลอดภัย มีเงินเก็บสักก้อนที่เพียงพอต่อการสำรองไว้ในอนาคต หรือว่าได้ท่องเที่ยว เพียงพอต่อความต้องการของตัวเองหรือไม่...ซึ่งคำตอบที่ใช่อาจจะเป็นธุรกิจที่ชื่อว่า ธุรกิจขายตรง ก็ว่าได้ใครจะไปรู้!...

ที่สำคัญ จะมีใครรู้บ้างล่ะว่า ธุรกิจขายตรง ที่หลาย ๆ คนต่างเบือนหน้าหนีนี่เอง ที่สามารถสร้างชีวิตความเป็นอยู่ให้กับใครหลายคนมานับไม่ถ้วน เช่นเดียวกับ 2 สามี-ภรรยาคู่นี้ ศรัณญา-ธีรยุทธ

พลูช่วย ที่แต่ก่อนแรกเริ่มเดิมที ต้องบอกว่ามีความเป็นอยู่ที่เรียกว่าเช้าชาม เย็นชาม เช้าไปทำงานตอกบัตร ตกเย็นก็ตอกบัตรเลิกงานกลับบ้าน ชีวิตก็อยู่อย่างนี้มานานหลายปี และก็ไม่มีอะไรดีขึ้น

จนกระทั่งโชคชะตาชีวิตเปลี่ยนผันให้มารู้จักกับธุรกิจขายตรงที่ชื่อ คิงส์เฮิร์บ ซึ่งทั้งคู่บอกว่า เป็นธุรกิจขายตรงที่แรกเลยที่ทำ ซึ่งช่วงแรกที่เข้ามาสู่ธุรกิจขายตรงที่นี่ เรียกได้ว่าไม่มีความรู้อะไรมาก่อนเลย กล้า ๆ กลัว ๆ ที่จะทำ เพราะกลัวที่จะโดนหลอก แต่พอได้เข้ามาศึกษาและเรียนรู้บริษัทมากขึ้น รวมถึงได้ร่วมพูดคุยกับผู้นำที่มีประสบการณ์ พร้อมกับได้สัมผัสกับทางท่านประธานบริษัทฯ ก็เริ่มที่จะเกิดความมั่นใจธุรกิจมากขึ้น

...และจากวันที่เริ่มต้นก้าวเดินเข้ามาสู่เส้นทางสายขายตรงจากคนที่ไม่รู้อะไรเลย เรียกว่าเหมือนลูกไก่ที่กำลังหัดเดินก็ว่าได้ จนกระทั่งวันนี้ 3 ปีเศษที่ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับ คิงส์เฮิร์บ ทั้งคู่สามารถก้าวเดินได้อย่างสง่าผ่าเผย เพราะสามารถมีเครื่องการันตรีความสำเร็จออกมาให้เห็นเป็นรูปธรรมแบบชัดเจน เห็นได้จากแรกเริ่มเดิมทีอยู่ในตำแหน่งเพียงแค่ ผู้นำดาวรุ่ง จนวันนี้สามารถผันตัวเองมาสู่ ผู้นำเงินล้าน ได้อย่างงดงามทีเดียว ไม่เพียงเท่านั้น ศรัณญา-ธีรยุทธ ยังสามารถพิชิตรายได้ต่อเดือน ชนิดที่ว่าใครเห็นแล้วต้องอิจฉากันเลยนั่นคือ รายได้ 7 หลักต่อเดือน...ซึ่งทั้งคู่พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่ผิดหวังจริง ๆ ที่ได้ทุ่มเทกับธุรกิจขายตรงที่ชื่อ คิงส์เฮิร์บ !! เชื่อว่าหลายท่านในที่นี้ อาจจะมองว่าเส้นทางความสำเร็จของทั้งคู่นั้นดูจะรวดเร็ว แต่สำหรับทั้งคู่แล้ว กลับบอกว่า ตลอดระยะเวลา 3 ปีกว่าที่ผ่านมา ในธุรกิจขายตรงถือว่ากว่าที่จะเดินทางมาถึงจุดนี้ได้นั้น เรียกว่าต้องผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะพอสมควร เจอทั้งอุปสรรคต่าง ๆ มากมาย ซึ่งทั้ง ศรัณญา-ธีรยุทธ ก็ไม่ได้มีความย่อท้อต่ออุปสรรคแต่อย่างใด พร้อมที่จะฝ่าฟันทุกปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น จนวันนี้เรียกได้ว่าสามารถทำให้ทั้งคู่แข็งแกร่งมากขึ้นสำหรับการทำงานในธุรกิจขายตรง ที่สำคัญ ทั้งคู่ยังได้รับรางวัลที่แสนคุ้มค่ามากที่สุดนั่นก็คือ การปลดเปลื้องความยากจน มาสู่ความร่ำรวยที่ไม่สามารถปฏิเสธมันได้

ส่วนการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จจนมาถึงวันนี้ได้นั้น ศรัณญา-ธีรยุทธ ได้บอกว่า ไม่ได้อยู่ที่เราทั้งคู่ แต่ที่สำเร็จจนมีวันนี้ได้ เพราะ ทีมงาน ที่ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างธุรกิจให้ประสบความสำเร็จนั่นเอง...ซึ่งทั้งคู่ยังบอกอีกว่า ในการช่วยเหลือทีมงานในการทำงานนั้น จะใช้หลักการทำงานที่ว่า คนไหนที่ไม่ชอบขายสินค้า ก็จะให้เขาแนะนำสินค้าให้ชาวบ้านลองไปทาน เนื่องจากชาวบ้านส่วนใหญ่กลัวที่สุดก็คือ การขาย จึงจำเป็นที่จะต้องใช้วิธีนี้ในการทำธุรกิจ

และนอกเหนือจากการให้ลูกทีมแนะนำสินค้าแล้ว ทั้ง ศรัณญา-ธีรยุทธ ก็มีหลักการทำงานที่ว่า ทำอย่างไรให้ทีมงานสามารถมีรายได้จากแผนการตลาด จากการขายสินค้า แนะนำสินค้า ไม่ใช่จากการไปหาเงินมาลงทุน ซึ่งตรงนี้มันไม่ใช่ เพราะการทำธุรกิจขายตรงนั้น ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้เงินลงทุนเยอะ เพียงแค่มีใจที่จะทำ มีความอดทน เพียงเท่านี้ก็ประสบความสำเร็จในธุรกิจขายตรงได้

ศรัณญา บอกอีกว่า ลูกค้าที่ทานผลิตภัณฑ์ของเราแล้วได้ผล จะเป็นอีกหนึ่งผู้ที่ช่วยขยายธุรกิจของเราได้เป็นอย่างดี เนื่องจากจะมีการบอกปากต่อปากนั่นเอง และเมื่อลูกค้าที่ทานผลิตภัณฑ์แล้วได้ผล เราเองก็จะชวนลูกค้าที่ทานผลิตภัณฑ์แล้วดี เข้ามาสู่การทำธุรกิจ เพื่อสร้างทีมงาน โดยการแนะนำให้เขานั้นรู้จักสร้างทีมงานให้เป็น พร้อมกับให้เขารู้จักจัดประชุมกลุ่มย่อย ซึ่งปัจจุบัน ศรัณญา เอง มีทีมงานใต้สายงานกว่า 2 หมื่นคนเลยทีเดียว

การที่จะพัฒนาทีมงานแต่ละคนให้สำเร็จได้นั้น ตนเองจะพิจารณาลูกทีมแต่ละคนว่า คนไหนที่มีแนวโน้มว่าต้องการอยากที่จะพัฒนาตัวเองเพื่อให้สำเร็จ เราก็จะมีการเทรนนิ่งให้อย่างเต็มที่ แล้วสอนให้เขานั้น ทำตามเรา เรียกได้ว่าให้เขานั้นทำงานตามแบบอย่างเราจนสำเร็จนั้นเอง ซึ่งการสอนทีมงานให้ประสบความสำเร็จนั้น เราไม่ได้สอนคนเดียว แต่จะสอนให้ประสบความสำเร็จทั้งทีมงาน

ศรัณญา เสริมต่อว่า การที่จะทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จนั้น จะต้องอาศัยความจริงใจ และต้องใช้สินค้าเองก่อนแล้วค่อยไปบอกต่อคนอื่น ๆ เพราะการทำลักษณะนี้จะเป็นสิ่งที่ทำให้สามารถรู้ข้อมูลเชิงลึกมากขึ้น และสามารถอธิบายให้ลูกค้าเข้าใจได้

วันนี้ที่ตนเองสำเร็จได้ในระยะเวลาเพียงสั้น ๆ เป็นเพราะว่า คิงส์เฮิร์บ มีสินค้าที่ดีและนำตลาด ทานแล้วเห็นผล และในการทำงานส่วนใหญ่ของตนแล้ว จะทำด้วยความตั้งใจ โดยตั้งเป้าหมายว่าต้องทำให้ได้ และจากความสำเร็จที่เกิดขึ้นตรงนี้ ตนเองก็อยากที่จะให้ทีมงานนั้นประสบความสำเร็จไปพร้อม ๆ กับเราด้วย เพราะวันนี้ที่เราสำเร็จได้ส่วนหนึ่งก็มาจากเรามีทีมงานที่ดีด้วย

นอกจากนี้ ธีรยุทธ ผู้เป็นสามี ก็ได้บอกอีกว่า ลูกค้าที่รู้จักกับผลิตภัณฑ์ คิงส์เฮิร์บ ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่กินดีแล้วบอกต่อ และต้องบอกว่าธุรกิจขายตรงที่นี่ เป็นธุรกิจที่ไม่ต้องลงทุนอะไรมาก ขอให้ขยันที่จะทำ หมั่นศึกษาเรื่องของแผนการตลาดให้ถ่องแท้ เพียงเท่านี้ทุกท่านก็จะสามารถอยู่ในธุรกิจขายตรงได้

ต้องยอมรับว่า ในการที่จะหาคนเข้ามาสู่ธุรกิจขายตรงได้นั้น ต้องมีการเจอการปฏิเสธบ้าง แต่คำปฏิเสธที่เจอขอให้เรานั้น อย่าท้อถอย ต้องสู้ เพราะทุกปัญหาย่อมมีทางออกเสมอ ซึ่งเชื่อว่าไม่มีใครที่จะปฏิเสธธุรกิจนี้ได้ตลอด ต้องมีสักคนที่สนใจในธุรกิจขายตรงบ้าง ที่สำคัญ ต้องบอกว่า สินค้าของ คิงส์เฮิร์บ ถือได้ว่า เป็นสินค้าที่ทานแล้วได้ผลจริง ๆ และจากผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งใบเบิกทางที่ดีให้ลูกทีมสามารถเปิดใจผู้ที่สนใจได้อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ ในส่วนของการที่จะทำธุรกิจให้สำเร็จนั้น ธีรยุทธ ยึดหลักที่ว่าต้องศึกษาและทำความเข้าใจ สินค้าต้องไม่แพงจนเกินไป และที่สำคัญต้องศึกษาคนที่พามา ซึ่งนั่นก็คือแม่ทีม และการนำเสนอสินค้าเพื่อผลประโยชน์ของผู้บริโภค ...

วันนี้คนที่อยากจะทำธุรกิจจริง ๆ นั้นไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็น คิงส์เฮิร์บ ขอให้ศึกษาให้มากที่สุด จากนั้นก็เลือกบริษัทที่เหมาะกับเรา ที่สำคัญ ต้องลุยงานอย่างเต็มที่ และดูแลคนที่นำพาเข้ามาให้ตลอดรอดฝั่ง ไม่ต้องรอคนอื่นทำให้ เพียงเท่านี้ทุกคนก็จะสามารถประสบความสำเร็จในธุรกิจได้

...ซึ่งก่อนที่ ธีรยุทธ จะประสบความสำเร็จในวันนี้นั้น เขาผู้นี้ ได้เรียนรู้เรื่องของแผนธุรกิจมาแบบรู้ลึกรู้จริง เพราะก่อนเข้ามานั้น ท่านประธานบริษัทฯ ได้บอก ธีรยุทธ เสมอว่า การฟังอบรมครั้งแรกไม่ใช่ว่าจะทำธุรกิจได้สำเร็จเสมอไป ซึ่งต้องเข้ามาฟังอบรมบ่อย ๆ ถึงจะสามารถรู้จริงในธุรกิจ รวมถึงรู้จริงในเรื่องของผลิตภัณฑ์ และคำพูดของท่านประธานบริษัทฯ ในเวลานั้น ก็ส่งผลให้ ธีรยุทธ ประสบความสำเร็จได้ในวันนี้ จากการเข้าอบรมอย่างสม่ำเสมอนั่นเอง

ธีรยุทธ เสริมต่อว่า การทำธุรกิจทุกธุรกิจย่อมต้องมีปัญหาเกิดขึ้นหมด เพียงแค่ว่าปัญหานั้นเล็กน้อย หรือใหญ่ขนาดไหน สิ่งที่สำคัญ ที่สุดคือ เราต้องมีสติ เพราะหากขาดสติ การทำธุรกิจก็จะสะดุดได้ ซึ่งเชื่อว่าอุปสรรคและปัญหาเกิดขึ้นได้ทุกคน เช่นเดียวกับการทำธุรกิจขายตรงให้สำเร็จ ย่อมต้องมีปัญหาและอุปสรรคก่อนเสมอ เพื่อเป็นเครื่องทดสอบความแข็งแกร่งของเรา ซึ่งเมื่อเราผ่านตรงนี้ได้ ทุกปัญหาที่เข้ามาก็จะไม่ใช่ปัญหาที่ใหญ่อีกต่อไป

สำหรับการทำงานของ ธีรยุทธ จะเป็นการทำงานที่ใช้หลักการสร้างทีมแบบระบบครอบครัว เป็นเหมือนคุยกันแบบ พ่อ แม่ พี่ น้อง มีอะไรก็ปรึกษากัน โดยหลักการนี้ ธีรยุทธ เชื่อว่า จะง่ายกว่ารูปแบบบริษัทที่เป็นเจ้านายกับลูกน้อง เนื่องจากเวลาที่มีปัญหาเราก็จะให้ทีมงานตั้งสติก่อน และก็จะบอกแต่ละคนว่า ถ้าไม่ไหวให้ถอยหลังมา เพราะทุกปัญหามีทางแก้ไขได้ ที่สำคัญ ธีรยุทธ ยังบอกอีกว่า ทุกปัญหามีทางออก ถ้าคิดไม่ออกให้กลับไปออกทางเข้า

นอกจากนี้ ทั้งคู่ ยังบอกอีกว่า ความสำเร็จที่เกิดขึ้นในวันนี้ ก็ต้องขอขอบคุณท่านประธานบริษัทฯ ขอบคุณทุกอย่าง ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ทำให้เรามีวันนี้ ที่สามารถพลิกทุกอย่างในชีวิตของเราได้ จากหนุ่มสาวโรงงานธรรมดา ไม่มีเงินเก็บ กว่าที่จะซื้ออะไรสักอย่างต้องคิดอย่างรอบคอบ ที่สำคัญ ไม่เคยคิดว่าจะได้ใส่สูทผูกไทด์ด้วย เรียกว่า ธุรกิจขายตรง ที่ คิงส์เฮิร์บ สามารถสร้างความฝันให้ได้จริง ๆ

ที่สำคัญ ทั้ง ศรัณญา-ธีรยุทธ ยังได้บอกอีกว่า ไม่เคยคิดว่าจะได้ไปเที่ยวด้วยกัน เพราะก่อนหน้านี้ ทำงานกันคนละบริษัท ถ้าบริษัทจัดไปเที่ยว ต่างคนก็ต่างไป แต่พอได้มาทำธุรกิจขายตรง ก็ได้ไปเที่ยวด้วยกันทำทุกอย่างร่วมกัน อย่างที่ผ่านมาก็ได้ไปเที่ยวที่ประเทศเวียดนาม เกาหลี ญี่ปุ่น จีน ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ช่วยสร้างครอบครัวให้มีความสุขได้อย่างดีทีเดียว

... การที่เราทำธุรกิจต้องนี้ ต้องบอกว่าทุกการท่องเที่ยว เราได้ไปเที่ยวฟรีตลอด เพียงแค่คุณสามารถทำคะแนนสะสมให้ตรงตามเป้าหมาย คุณก็สามารถบินไปเที่ยวได้ฟรีกับ คิงส์เฮิร์บ จากเมื่อก่อนที่มีความคิดว่า คงไม่มีวันที่จะได้นั่งเครื่องบินอย่างแน่นอน เนื่องจากต้องใช้เงินเยอะ แต่วันนี้ เรื่องของการนั่งเครื่องบิน ถือว่าไม่ใช่เรื่องที่ยากสำหรับเราอีกต่อไปแล้ว

นับได้ว่า จากความสำเร็จ ตลอดระยะเวลา 3 ปีเศษนี่เอง ทั้ง ศรัณญา-ธีรยุทธ สามารถกล้าพูดได้เลยว่า ก้าวสำคัญของการเดินทางในธุรกิจ คิงส์เฮิร์บ ได้รับอะไรดี ๆ เข้ามาในชีวิตมากมาย...ซึ่งหากจะให้สาธยายคงไม่หมด เพราะที่นี่ให้ทั้งความสุขทางด้านเวลา ความสุขทางด้านครอบครัว...ที่สำคัญ สามารถมีเงินเก็บจากการทำธุรกิจ คิงส์เฮิร์บ ไปแล้วกล่าว 8 หลักในบัญชี พร้อมกับยังสามารถซื้อทุกอย่างได้ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน หรือรถยนต์ เรียกว่า คิงส์เฮิร์บ เปลี่ยนชีวิตให้ของเราทั้งคู่ได้จริง ๆ... ซึ่งทั้ง ศรัณญา-ธีรยุทธ ก็ได้ฝากทิ้งท้ายว่า... อยากจะบอกว่าการทำธุรกิจขายตรง ทำได้ ทำง่าย ถ้าเราตั้งใจที่จะทำ บางคนเข้าใจว่าธุรกิจขายตรงเป็นธุรกิจที่สร้างภาพ เป็นธุรกิจแชร์ลูกโซ่ เพราะตรงนี้เราจะได้ยินกันบ่อยมาก ซึ่งก็ต้องพิจารณาแต่ละบริษัทให้ดี ๆ อย่างที่เราทั้งคู่ได้ทำอยู่ที่ คิงส์เฮิร์บ ที่ถือว่าเป็นที่แรกและได้เข้ามาสัมผัส ต้องบอกว่าเป็นธุรกิจที่สร้างความสำเร็จได้จริง ๆ ทุกอย่างสามารถจับต้องได้ ซึ่งที่นี้จะทำธุรกิจแบบครอบครัว เหมือนพี่ เหมือนน้อง และอยากที่จะให้ทุกคน ลองเปิดใจกับธุรกิจขายตรง คิงส์เฮิร์บ แล้วท่านจะได้รู้ว่า ที่นี้ มีโอกาสให้กับท่านได้สำเร็จจริง ๆ ทุกสิ่งทุกอย่างสามารถพิสูจน์ได้จริง

...นับได้ว่า ธุรกิจขายตรง เป็นธุรกิจที่สร้างคนให้ประสบความสำเร็จออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผิดจากเมื่อครั้งอดีตที่แต่ละคนกว่าที่จะประสบความสำเร็จได้ต้องใช้ระยะเวลาที่นานพอสมควร...วันนี้ ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า ธุรกิจขายตรง สามารถช่วยสร้างให้คนร่ำรวย สร้างให้คนมีชื่อเสียง สร้างให้คนอยู่ดีกินดีได้จริง หากคุณคิดที่จะเดินตามความฝัน ขอเพียงอย่าหยุดนิ่ง เพียงเท่านี้ เชื่อว่าทุกคนสามารถไต่ระดับความสำเร็จได้ไม่ช้าก็เร็วคอยดู!...


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่328 ประจำวันที่16 - 30 กันยายน 2555