ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โดกุดามิ เอเชีย จำกัด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โดกุดามิ เอเชีย จำกัด แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2556

"โพรแลค" หนุนห้องแล็บ "ม.ขอนแก่น" วิจัยพลูคาว







img_556f8a5cc895a7cd3b42ac01d8269bf8 (Mobile)


ศ.เกียรติคุณ ดร.อัศวิน วัฒนปราโมทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โพรแลค (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท โดกุดามิ-เอชีย จำกัด เปิดเผยว่า จากที่ก่อนหน้านี้บริษัท โพรแลค (ประเทศไทย) ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น คณะวิทยาศาสตร์ ได้ทำข้อตกลงบันทึกความเข้าใจ (MOU) ในการค้นคว้าและวิจัยเกี่ยวกับสมุนไพรไทย โดยล่าสุด คณะทีมวิจัยดังกล่าวได้รายงานผลการวิจัย โดยระบุว่าผลงานวิจัยจากน้ำพูลคาวเป็นถึงขั้นวัคซีนช่วยรักษาโรคร้ายแรงต่างๆ ได้


โดยล่าสุด ทาง "โพรแลค" ได้ทำการมอบทุนในการสร้างห้องแล็บ เพื่อค้นคว้าพัฒนาสมุนไพรไทย แก่ทางมหาวิทยาลัยขอนแก่นเพิ่มเติม โดยได้มีพิธีการเปิดห้องแล็บดังกล่าวอย่างเป็นทางการไปแล้วเมื่อวันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา


"งานต่างๆ ที่จะออกจากห้องแล็บนี้ บริษัทและทางมหาวิทยาลัยจะดูว่าจะมีอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ซึ่งถือเป็น การต่อยอดสินค้าของบริษัท โดยสิ่งที่ออกมาจากห้องแล็บจะผสมอยู่ที่สินค้าที่สามารถ ออกฤทธิ์ได้จริง โดยไม่ต้องการให้งานวิจัยขึ้นหิ้งโดยตลอด แต่ต้องการที่จะนำประโยชน์ ของงานวิจัยต่างๆ ออกมาเพื่อประโยชน์ต่อ สาธารณชน" ศ.เกียรติคุณ ดร.อัศวิน กล่าว


ในส่วนของงบในเรื่องของทุนสร้างห้องแล็บครั้งนี้ อยู่ที่ 2.5 แสนบาท โดยที่ "ศ.เกียรติคุณ ดร.อัศวิน" ยังได้กล่าวอีกว่า "จากความร่วมมือระหว่างบริษัทกับทาง ม.ขอนแก่น ที่มีมาร่วม 10 ปี วันนี้ ถึงแม้บริษัทจะเป็นบริษัทที่ไม่ได้ใหญ่โตอะไร แต่ก็ต้องการพัฒนาสินค้าเพื่อประโยชน์ของมวลมนุษย์ชาติ โดยสินค้าที่สกัดจากพลูคาว ของบริษัท มีงานวิจัยสนับสนุน และมีการรับรองทางวิทยาศาสตร์"


นอกจากนี้ ทางบริษัทยังได้สนับสนุน เรื่องทุนการศึกษาแก่นักศึกษาที่มีผลการเรียนดี โดยเป็นปริญญาโทและปริญญาเอก รวม 4 ทุน





Credit By :http://www.siamturakij.com


วันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ข่าวโดกุดามิ (Dokudami) : โดกุดามิ สบช่องน้ำพลูคาวไทยบูม ดันบริษัทลูกเข้า ตลท. แคนาดา







prolec3 (Mobile)


โดกุดามิ เนื้อหอม ต่างชาติแห่ขอร่วมทุน หวังดึงสมุนไพรพลูคาวไทยไปจำหน่ายทั่วโลก ล่าสุดเข้าเทคโอเวอร์ บริษัท PRESS VENTURES INC. : PVEN พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็น Global Herb Corporation ก่อนนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แคนาดา หวังระดมทุนหาเงินมาขยายตลาด ด้าน ศ.เกียรติคุณ ดร.อัศวิน วัฒนปราโมทย์ เผยเตรียมบินไปร่วมงานสัมมนาใหญ่ที่ประเทศเซเนกัล ในเดือน กรกฎาคมนี้ มั่นใจหลังกลับมายอดออร์เดอร์ทะลัก หลังมีผู้ป่วยด้วยโรคร้ายแรงใช้ผลิตภัณฑ์เห็นผลชัดเจน


ศ.เกียรติคุณ ดร.อัศวิน วัฒนปราโมทย์ กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท โพแลค (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท โดกุดามิ เอเชีย จำกัด กล่าวว่า หลังจากเจรจากันมานานหลายเดือนในการจัดตั้ง บริษัท โกลบอล เฮิร์บ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ล่าสุด ก็สามารถเจรจาข้อตกลงกับทางกลุ่มนักลงทุนจากประเทศแคนสดา ในการจัดตั้งบริษัทดังกล่าวสำเร็จ เพื่อเป็นตัวแทน ในการขยายตลาดน้ำพลูคาวออกไปยังตลาดทั่วโลก โดยมีแผนจะนำ บริษัทโกลบอลเฮิร์บเข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แคนาดา และฮ่องกง


ทั้งนี้ การดำเนินในการจดทะเบียนจัดตั้ง บริษัท โกลบอล เฮิร์บ ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ คือ ต้องการดำเนินธุรกิจขายตรงในต่างประเทศอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งแนวทางต่อไป คือ การนำบริษัทดังกล่าวเข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แคนาดา และฮ่องกง เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และน่าเชื่อถือของนักลงทุนและผู้บริโภค รวมถึงยังเป็นการระดมทุนเพื่อนำเงินไปใช้ในการขยายตลาดต่อไป


ล่าสุด กลุ่มผู้ถือหุ้นในตลาดต่างประเทศ อาทิ Rob Crisp ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการตลาด, Ray Barner ผู้ประสานงาน, Todd More ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย และ Grant Atkins ผู้ประสานงานเป็นต้น ได้รายงานความคืบหน้าว่า ขณะนี้ได้นำ บริษัท โกลบอล เฮิร์บ ฯ เข้าไปรวบรวมกิจการ (เทคโอเวอร์) บริษัท PRESS VENTURES INC. : PVEN ซึ่งได้จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แคนาดา และหลังจากเข้าไปเทคโอเวอร์แล้วจะเปลี่ยนชื่อมาเป็นบริษัท โกลบอล เฮิร์บ คอร์ปอเรชั่น จำกัดแทน


ตอนนี้ถือว่าลงตัวแล้ว เพราะทางกลุ่มผู้ถือหุ้นของเราในต่างประเทศได้กำหนดสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท โกลบอล เฮิร์บฯ มาแล้ว โดยมีหุ้นทั้งหมด 351,000,000 หุ้น แบ่งเป็นกลุ่มผม (ศ.เกียรติคุณ ดร.อัศวิน วัฒนปราโมทย์) ถือหุ้นทั้งหมด 211,000,000 หุ้น คิดเป็น60.1% และอีก 140,000,000 หุ้น คิดเป็น 39.9% เป็นของกลุ่มของกลุ่มนักลงทุนในต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม เป้าหมายในการรุกตลาดต่างประเทศของเราในครั้งนี้ คือ การนำผลิตภัณฑ์ที่ดีมีคุณภาพของไทยออกไปให้ทั่วโลกได้รู้จัก โดยกลุ่มลูกค้าหลักของเราจะเน้นไปที่กลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว หรือ G20 คิดเป็น 80% ส่วนอีก 20% เป็นกลุ่มประเทศโลกที่สาม


ศ.เกียรติคุณ ดร.อัศวิน กล่าวอีกว่า ในเดือน กรกฎาคม 2556 นี้ ตนและทีมงานนักวิจัยของไทยจะเดินทางไปจัดสัมมนาพิเศษเกี่ยวกับหัวข้อทางด้านการแพทย์โดยรัฐบาลประเทศเซเนกัลเป็นเจ้าภาพ ซึ่งการจัดสัมมนาดังกล่าวจะมีนักศึกษาแพทย์ และแพทย์รวมถึงกลุ่มเอ็นจีโอจากประเทศต่างๆ ในแถบทวีปแอฟริกาเดินทางเข้ามาร่วมสัมมนาในครั้งนี้เชื่อว่าจะทำให้เกิดการตื่นตัวเกี่ยวกับสมุนไพรโดยเฉพาะสมุนไพรจากน้ำพลูคาวที่มาจากประเทศไทยเป็นอย่างมากเนื่องจากก่อนหน้านี้ได้ทดลองให้ผู้ป่วยร้ายแรงได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทปรากฏว่าดีขึ้นอย่างมาก


ผมเชื่อเลยว่าหลังจากที่เรากลับมาจากงานที่ประเทศเซเนกัล ในเดือนกรกฎาคมนี้ แล้ว จะมียอดสั่งซื้อเข้ามาเป็นจำนวนมาก เพราะหลังจากที่เราได้ส่งสินค้าไปให้ผู้ป่วยในเซเนกัลทานอย่างต่อเนื่อง ปรากฏว่าหมอตรวจไม่พบโรคร้ายแรงดังกล่าว และในงานนี้ผู้ป่วยเหล่านี้จะมายืนยันด้วยตัวเขาเอง ซึ่งไม่ใช่เฉพาะในเซเนกัลเท่านั้น ยังมีผู้ป่วยอื่นในประเทศต่างๆ ในแถบทวีปแอฟริกาที่หมอยืนยันแล้วว่าตรวจไม่พบโรคร้ายแรง ทำให้ตอนนี้มีบริษัทขายตรงจากต่างประเทศให้ความสนใจแสดงความจำนงต้องการอยากจะเข้ามาร่วมธุรกิจกับเราเป็นจำนวนมาก ซึ่งเราก็ไม่ได้ปิดกั้นตัวเอง เพราะหากใครมีข้อเสนอที่ดีเราก็พร้อมจะรับฟังเช่นกัน




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 222 ประจำวันที่ 1-15 พฤษภาคม 2556


วันเสาร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2556

ข่าวโดกุดามิ (Dokudami) : "โดกุดามิ" แย้ง "ตราสคบ." ไม่ควรบังคับสังกัดสมาคม







img_556f8a5cc895a7cd3b42ac01d8269bf8 (Mobile)


"อัศวิน" แม่ทัพใหญ่ "โดกุดามิ" ประกาศไม่เห็นด้วยกับภาครัฐหลายเรื่อง หลังเข้าร่วมสัมมนา เรื่อง "แนวทางการ ดำเนินการของผู้ประกอบธุรกิจขายตรง เพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน" โดยเฉพาะกฎเกณฑ์การขอรับ "ตราสัญลักษณ์สคบ." แย้ง สคบ.ควรตั้งมาตรฐานสินค้า และบริษัท ที่ควรได้ตรา สคบ. ไม่ใช่ให้ความสำคัญกับขายตรงที่มีสมาคม สังกัด ชี้บริษัทมีสมาคมอยู่ ไม่ได้ดีกว่าบริษัทที่เป็นเอกภาพ


ศ.เกียรติคุณ ดร.อัศวิน วัฒนปราโมทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โดกุดามิ เอเชีย จำกัด เปิดเผยในประเด็นนี้ว่า ตนไม่เห็นด้วยกับหลายเรื่องที่ สคบ. และหน่วย งานรัฐได้กล่าวในการสัมมนาครั้งนี้ โดยเฉพาะเรื่องของการขอรับ "ตราสัญลักษณ์ สคบ." ที่ สคบ.ให้ความสำคัญแต่บริษัทที่มีสมาคมขายตรงสังกัดอยู่ โดยไม่ได้เปิดรับให้บริษัทที่ไม่มีสังกัดสมาคมได้เข้ามาร่วมโครงการดังกล่าว


"การที่ สคบ. เปิดโอกาสให้แต่บริษัท ที่มีสังกัดสมาคมอยู่ เพื่อเข้าขอรับตราสัญลักษณ์ สคบ. เป็นเรื่องที่ไม่เห็นด้วยไม่ได้ เนื่องจากตนไม่เห็นด้วยที่ว่า บริษัทที่มีสมาคมสังกัดเป็นบริษัทที่ดีกว่า บริษัทที่ไม่มี สังกัดสมาคม เพราะไม่ว่าสมาคมใดที่มีอยู่ ณ วันนี้ ก็ใช่ว่ามีแต่บริษัทน้ำดี โดยที่ สคบ. เอาอะไรมาวัดว่า บริษัทใดดีไม่ดีอย่างไร"


อย่างไรก็ดี ปัญหาหนึ่งของการที่หลาย บริษัทไม่มีสังกัดสมาคมก็เพราะบริษัทนั้นๆ ไม่ต้องการร่วมกับสมาคมใดสมาคมหนึ่ง ถึงแม้ว่าบริษัทนั้นจะเป็นบริษัทน้ำดีก็ตาม ยิ่งไปกว่านั้น บางสมาคมก็ไม่รับบริษัทขนาด เล็ก หรือสมาคมบางสมาคมก็มีขนาดเล็ก ซึ่งบริษัทต่างๆ ไม่ต้องการเข้าร่วม นี่คือปัญหาที่ว่าทำไมบริษัทขายตรงส่วนใหญ่จึงไม่มีสังกัดสมาคม


"สคบ.ควรตั้งมาตรฐานการขอรับตรา สัญลักษณ์ สคบ.ให้มีความชัดเจน ยกตัวอย่างตรามาตรฐาน "มอก." ที่มีมาตรฐาน คุณภาพของสินค้าที่จะเข้ารับอย่างชัดเจน ไม่จำเป็นต้องเป็นสินค้าของบริษัทใด มีสังกัดอย่างไรยังไง ซึ่ง สคบ.ควรนำวิธีนี้ไปตั้งมาตรฐานบริษัทที่จะเข้ามาขอรับตราแทน ที่จะแยกชนชั้น ว่าบริษัทที่จะเข้ามาขอรับตรา สคบ.นั้น จะต้องมีสังกัดสมาคมใดสมาคม หนึ่ง"


ดังที่กล่าวมา ในวันสัมมนาที่ผ่านมา มี 353 บริษัทที่ลงทะเบียนรายงานตัวว่ายังดำเนินธุรกิจอยู่ แต่เมื่อแยกเป็นบริษัทที่มีสังกัดสมาคมทั้ง 3-4 สมาคม ก็มีไม่ถึง 100 บริษัทด้วยซ้ำที่มีสังกัดสมาคม แล้วอีกกว่า 250 บริษัท จะทำอย่างไร ทั้งๆ ที่กลายเป็น เสียงส่วนใหญ่ด้วยซ้ำ ซึ่งการที่ สคบ.จะเปิด รับตราสัญลักษณ์ สคบ.นี้ ควรตั้งมาตรฐาน ที่ชัดเจน ไม่ใช่ว่าต้องเป็นบริษัทสังกัดสมาคม ซึ่งเรื่องนี้ตนไม่เห็นด้วยกับภาครัฐ


ในส่วนของการรื้อกฎหมาย และตั้งหน่วยงานรัฐขึ้นมาดูแลธุรกิจขายตรงโดยเฉพาะ ที่รัฐแสดงความเป็นไปได้ในเรื่องนี้นั้น ทาง "ดร.อัศวิน" เผยว่า เรื่องนี้ตนเห็นด้วย เนื่องจากกฎหมายเดิมที่ใช้อยู่ ก็มีอายุ กว่า 10 ปีแล้ว ส่วนการตั้งกฎหมายใหม่นั้น รัฐจะต้องให้ความเป็นธรรมกับ 3 ฝ่ายคือ 1.ผู้ประกอบการ 2.นักธุรกิจอิสระ และ 3.กลุ่ม ผู้บริโภค ซึ่งทั้งหมดเป็นกลุ่มคนสำคัญที่รัฐต้องให้ความเป็นธรรม


ส่วนเรื่องของการตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้นมาดูแลธุรกิจโดยเฉพาะนั้น ก็นับเป็นเรื่องที่ดี ซึ่ง สคบ.ปัจจุบัน มี หน้าที่ และภาระมาก ถึงเวลาแล้ว ที่สคบ.ต้องปล่อย ให้หน่วยงานเฉพาะดูแลธุรกิจขายตรง เพื่อยกระดับวงการอย่างจริงจังต่อไป


ทั้งนี้ ในช่วงก่อนหน้านี้ "โดกุดามิ" เคยเป็นหนึ่งในบริษัทที่สังกัด สมาคมอุตสาหกรรมขายตรงไทย โดยที่ "ศ.เกียรติคุณ ดร.อัศวิน วัฒนปราโมทย์" ก็ได้รับการแต่งตั้งให้นั่งเป็นนายกสมาคมด้วยซ้ำ แต่ด้วยนโยบายหลักของตัวเอง ที่ต้องการเห็น การรวมตัวกันของสมาคมขายตรงที่มีอยู่ทั้งหมดในช่วงนั้น 3 สมาคม อย่าง สมาคม การขายตรงไทย (TDSA), สมาคมพัฒนา การขายตรงไทย (TSDA) และสมาคมอุตสาหกรรมขายตรงไทย (TDIA) รวมเป็นหนึ่ง สมาพันธ์ขายตรงไทย ซึ่งไม่มีใครเห็นชอบกับเรื่องนี้ จนเป็นเหตุให้ตนลงจากตำแหน่ง นายกสมาคม และถอนตัวบริษัทจากการเป็นสมาชิกสมาคม


โดย "อัศวิน" ได้กล่าวในวันลาออกจากการเป็นสมาชิก และนายกสมาคมฯ ว่า ในวันแรกที่ตนเข้ารับตำแหน่งนายกสมาคมฯ นโยบายสำคัญที่ตนอยากจะเร่งให้เกิดขึ้น คือ แนวคิดการจัดตั้งสมาพันธ์การขายตรงไทย เพราะอยากให้เกิดความรัก ความสามัคคีกันระหว่างสมาคมต่างๆ ในอุตสาหกรรมขายตรงในประเทศ แต่ ณ วันนี้ ตนคงต้อง ยอมรับแล้วว่า แนวความคิดดังกล่าวคงไม่ สัมฤทธิผลอย่างที่หวังไว้อีกต่อไป เนื่องจาก ประเด็นการรวม 3 สมาคมเป็นหนึ่งเดียว ไม่สอดรับกับนโยบายของทางเบื้องบน และ ไม่เป็นที่ยอมรับของผู้นำในบางสมาคม


"การที่ตนจะทำงานให้สำเร็จลุล่วงนั้น จะต้องมีกำลัง มีคณะกรรมการที่เข้มแข็ง คือมีคณะกรรมการที่มีความตั้งใจจริง มีความเห็นตรงกันในวัตถุประสงค์หลักของสมาคม ทั้งนี้ทั้งนั้น เพื่อให้สมาคมมีความยั่งยืน เป็นที่พึ่งของบรรดาผู้ประกอบการกิจการขายตรง แต่เมื่อเห็นแล้วว่า ยังไม่สามารถทำให้บรรลุสิ่งเหล่านี้ได้ ตนก็ไม่อยากเสียเวลาที่จะต้องไป ทำให้คนอื่นเขามีความล้าช้า ในการที่เขาจะก้าวเดินอย่าง ที่เขาต้องการอีกต่อไป"




Credit By :http://www.siamturakij.com

วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2556

โพรแลค โชว์งานชิ้นโบว์แดงรักษาโรคร้ายจ่อตั้งบริษัทลูกดันสินค้าไทยบุกตลาดทั่วโลก









ช็อก! ขายตรง โพรแลค เปิดตัวผลงานวิจัยสมุนไพรไทยชิ้นโบว์แดง ร่วมกับ ม.ขอนแก่น เป็นวัคซีนรักษาโรคร้าย พร้อมเตรียมส่งบริษัท Global Herbs Corp. ในเครือไปประกาศศักดาดันสมุนไพรน้ำสกัดจากพลูคาวดังไกลไปทั่วโลก จัดงานใหญ่ฟอร์รั่มเพื่อสุขภาพ ณ ประเทศเซเนกัลในวันที่ 15-16 ก.ค. 56 นี้ เผยมีนักศึกษาแพทย์-NGO เตรียมแห่ร่วมงานไม่ต่ำว่า 3,000 คน หลังมีตัวอย่างคนป่วยกินแล้ว หายจากโรคร้าย ด้าน ศ.เกียรติคุณ ดร.อัศวิน วัฒนปราโมทย์ ระบุเตรียมดัน Global Herbs Corp. จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แคนาดา และฮ่องกง เผยไม่เกิน 1 เดือน ได้เฮ!


ศ. เกียรติคุณ ดร. อัศวิน วัฒนปราโมทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โพรแลค (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท โดกุดามิ-เอชีย จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากก่อนหน้านี้บริษัทโพลแลค (ประเทศไทย) ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น คณะวิทยาศาสตร์ ได้ทำข้อตกลงบันทึกความเข้าใจ (MOU) ในการค้นคว้าและวิจัยเกี่ยวกับสมุนไพรไทย โดยล่าสุดคณะทีมวิจัยดังกล่าวได้รายงานผลการวิจัย โดยระบุว่าผลงานวิจัยจากน้ำพูลคาวเป็นถึงขั้นวัคซีนช่วยรักษาโรคร้ายแรงต่างๆ ได้ ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดบริษัทเตรียมจะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้งในเร็วๆ นี้ และจากการค้นพบดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างมากให้กับวงการอาหารเสริมเมืองไทย


นอกจากนี้ในระหว่างวันที่ 15-46 กรกฎาคม 2556 นี้ บริษัทร่วมกับคณะทีมวิจัยดังกล่าว เตรียมเดินทางไปประเทศเซเนกัล หลังจากทางรัฐบาลของประเทศ ดังกล่าวได้เป็นเจ้าภาพเชิญให้ไปสัมมนา ฟอร์รั่มเกี่ยวกับสุขภาพ และผลการวิจัยดังกล่าว โดยร่วมกับองค์กรต่างๆ มากกว่า 300 แห่งทั่วทวีปแอฟริกา ซึ่งขณะนี้มีนักศึกษาแพทย์ และคณะอาจารย์ในเซเนกัล รวมถึงกลุ่ม NGO จากยุโรปที่เข้ามาไปทำงานในกลุ่มประเทศแอฟริกาใต้ ได้แจ้งรายชื่อที่จะเข้าร่วมฟอร์รั่มในครั้งนี้ไม่ต่ำกว่า 3,000 คนอย่างไรก็ตาม หลังจากการจัดงานสัมนาในครั้งนี้เชื่อว่าจะทำให้คนในทวีปแอฟริกา และทั่วโลกรู้จักสมุนไพรไทยโดยเฉพาะพลูคาวโด่งดังไปทั่วโลกอย่างแน่นอน เนื่องจากก่อนหน้านี้บริษัทได้นำผลิตภัณฑ์ของโดกุดามิไปทดลองให้ผู้ป่วยที่ป่วยเป็นโรคร้ายแรงในประเทศเซเนกัลแล้วปรากฏว่าร่างกายดีขึ้น และหายจากโรคดังกล่าว


หลังจากที่การจัดฟอร์รั่มที่เซเนกัลแล้วเสร็จเชื่อว่าจะทำให้เกิดความต้องการสินค้าอย่างมาก ดังนั้นทางบริษัทจึงได้จัดบริษัท โกลบอล เฮอร์บส คอร์ปอเรชั่น จำกัด (Global Herbs Corporation) เพื่อเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายน้ำพลูคาวในลักษณะขายตรงไปทั่วโลก เพื่อรองรับความต้องการดังกล่าว และการที่บริษัทมีผลการวิจัยออกมาจากทาง ม.ขอนแก่นเป็นเครื่องยืนยันแล้วว่าสินค้าของเราสามารถเป็นวัคซีนป้องกันและรักษาโรคร้ายแรงได้ เชื่อว่าจะทำให้ทั่วโลกมีความต้องการสินค้าเพิ่มขึ้นเช่นกัน


ส่วนความคืบหน้าการจัดตั้งบริษัทโกลบอล เฮอร์บส คอร์ปอเรชั่น จำกัด (Global Herbs Corporation) เพื่อเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายน้ำพูลคาวในลักษณะขายตรงไปทั่วโลกนั้น จากเดิมที่จะจดทะเบียนภายใต้ชื่อ


โกลบอล เฮอร์บส แต่เนื่องจากความไม่ชัดเจนของหน่วยงานภาครัฐ ทำให้ต้องปรับรูปแบบการจัดตั้งบริษัทใหม่โดยการเปลี่ยนชื่อจากบริษัท นอร์ทเทอร์น โพรไบโอติค จำกัด มาเป็นบริษัทโกลบอล เฮอร์บส แทน ซึ่งล่าสุดกลุ่มนักลงทุนจากประเทศแคนาดาได้ให้ความสนใจเข้ามาร่วมทุนด้วย โดยในเบื้องต้นได้อนุมัติจ่ายเงินเป็นค่าลิขสิทธ์ในการทำตลาดมาแล้วเป็นจำนวนเงิน 15 ล้านเหรียญสหรัฐ


ทั้งนี้ บริษัท โกลบอล เฮอร์จะเป็นบริษัทขายตรงที่ดำเนินธุรกิจขายตรงออกไปทั่วโลก ไม่รวมในประเทศไทย โดยได้เชิญบุคคลที่มีชื่อเสียงเข้ามาร่วมงานเป็นจำนวนมาก เช่น ดร.โทนี่ ฟามเมอร์ จากประเทศอังกฤษ ซึ่งจะเข้ามานั่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของบริษัทดังกล่าว นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนหลังจากที่จดทะเบียนบริษัทโกลบอล เฮอร์บส เรียบร้อย จะนำบริษัทดังกล่าวเข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่ประเทศแคนาดา และฮ่องกง คาดว่าไม่เกิน 1 เดือนนับจากนี้จะสามารถจดทะเบียนในตลาดลักทรัพย์ฮ่องกงได้


เราค่อนข้างมั่นใจว่าหลังจากที่จัดฟอร์รั่มที่เซเนกัลจะเกิดกระแสตื่นตัวอย่างมากเพราะกลุ่มคนที่ลงชื่อจะเข้าร่วมงานในวันที่ 15-16 ก.ค. ที่จะถึงนี้แสดงความจำนงต้องการอยากได้สินค้าจริงๆ เพราะปัญหาเกี่ยวกับโรคเอดส์ และมะเร็งในกลุ่มแอฟริกาถือเป็นปัญหาที่ใหญ่มาก เพราะไม่มีอะไรมาช่วยได้ ดังนั้นการที่มีผลวิจัยออกมา และมีตัวอย่างคนที่ป่วยเป็นโรคนี้ใช้ผลิตภัณฑ์ของเราแล้วหายเป็นการยืนยันแล้วว่าสินค้าเราดีจริง และนอกจากทันทีที่ฟอร์รั่มที่เซเนกัลเสร็จความต้องการสินค้าจะเพิ่มขึ้นแล้ว ยังอาจจะส่งผลดีต่อราคาหุ้นอย่างแน่นอน


ศ.เกียรติคุณ ดร.อัศวิน กล่าวอีกว่า หลังจากวันที่ 1 เมษายน 2556 นี้เป็นต้นไปบริษัทเตรียมจะปรับขึ้นราคาอีก 13.50% จากราคาขายปลีก เนื่องจากต้นทุนทั้งวัตถุดิบ และค่าแรงที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งบริษัทได้แบกรับภาระดังกล่าวมานานหลายปีแล้ว ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องปรับขึ้นราคา นอกจากการปรับขึ้นราคาแล้ว บริษัทยังมีการปรับระบบการจัดส่งสินค้าให้รวดเร็วขึ้น เพื่อให้ทันกับความต้องการของลูกค้า ละสมาชิก เพราะถือเป็นหัวใจในการทำธุรกิจ


มร.แดเนียล ฮาวเวิร์ด ฟอกซ์แมน ผู้ก่อตั้งบริษัท ไทยฟรีซดราย จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตผลิตภัณฑ์ธรรมชาติจากสมุนไพรไทย กล่าวว่า การที่ได้เข้ามาร่วมมือกับโพรแลค (ประเทศไทย) ในการผลิตน้ำพูลคาวสกัดในครั้งนี้ เนื่องจากมองเห็นโอกาสในการขยายตลาดสมุนไพรไทยออกไปยังตลาดต่างประเทศ จากการทดลองและรับรองโดยนักวิทยาศาสตร์ นักเคมีและเภสัชกรได้ให้การรับรองแล้วว่าผลิตภัณฑ์ใหม่น้ำพูลคาวในรูปแบบแคปซูลนี้ มีคุณภาพและมีความปลอดภัย ซึ่งจะช่วยให้บริษัทสามารถทำตลาดได้เป็นอย่างดีแน่นอน



ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.LEADER TIME ฉบับที่ 218 ประจำวันที่ 1-15 มีนาคม 2556

วันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2556

ข่าวโดกุดามิ (Dokudami) : "โดกุดามิ" เร่งเปิด "โกลบอล เฮิร์บ" ชิงทำตลาด ตปท.หนีทุนนอกเข้าไทย









"โดกุดามิ" เดินหน้าเปิดบริษัทลูก นาม "โกลบอล เฮิร์บ" จับมือต่างชาติร่วมหุ้นบริษัทแม่ "โพรแลค" ครองส่วนแบ่ง 50% ชี้เหตุร่วมทุน ครั้งนี้ เพราะต้องการทำตลาดต่างประเทศ สวนทางกลุ่มขายตรงต่างแดนทะลักเข้าไทย พร้อมกรุยทางจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง แย้ม เม.ย. เตรียมขึ้นราคาสินค้า 13.5% หลังค่าแรงพุ่ง


ศ.เกียรติคุณ ดร.อัศวิน วัฒนปราโมทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โดกุดามิ เอเชีย จำกัด เปิดเผยว่า ทางบริษัทมีการพูดคุยกันว่าจะมีการจัดตั้งบริษัท MLM ขึ้น มาใหม่ โดยบริษัทดังกล่าวจะเป็นบริษัทขาย ตรงระหว่างประเทศ


"ในตอนนี้การจัดตั้งบริษัทขายตรงระหว่างประเทศในนาม Global Herbs Cor-poration มีความคืบหน้าอย่างมาก โดยเรา จะมีทีมงานจากต่างประเทศมาทำงานร่วมกัน โดยเราคาดหวังที่จะขยายธุรกิจไปทั่วโลก ซึ่งเรากำลังเดินสวนกระแส คือการนำบริษัท คนไทยไปเติบโตในต่างแดน ปัจจุบันบริษัทดังกล่าวจะมีหุ้นใหญ่ด้วยกัน 3 หุ้น และทาง โพรแลค จะถือหุ้นใหญ่มากถึง 50 เปอร์เซ็นต์ โดยเราจะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาด หลักทรัพย์ฮ่องกง"


บริษัท โกลบอล เฮิร์บ คอปอร์เรชั่น จึงถือกำเนิดขึ้นมา โดยทางบริษัทจะใช้รูปแบบในการขยายธุรกิจคล้ายกับหลายๆ บริษัทที่ทำกันคือ เริ่มต้นด้วยจากการเข้าไป ขยายธุรกิจอย่างไม่เป็นทางการ พอมียอดขายระดับหนึ่ง มีผู้นำระดับหนึ่งก็จะเข้าไปเปิดอย่างเป็นทางการ


โดยการเปิดบริษัทใหม่จะแยกตัวจาก โดกุดามิ 2 บริษัทจะไม่เกี่ยวข้องกัน โดยสมาชิกโดกุดามิ หากอยากเข้าร่วมกับบริษัท ใหม่ จำเป็นต้องสมัครใหม่ เนื่องจากเงื่อนไข บางอย่างไม่เหมือนกันอย่างค่าสมัคร


"เหตุผลที่บริษัทต้องการเปิดบริษัทใหม่นี้ ก็เนื่องจากบริษัทมีความต้องการเดิน สวนทางกับบริษัทขายตรงส่วนใหญ่ในประเทศไทย ที่เน้นการทำตลาดในประเทศเพียงอย่างเดียว แต่โดกุดามิต้องการที่จะลุย ขยายตลาดในส่วนของต่างประเทศบ้าง ไม่ใช่ปล่อยให้แต่บริษัทขายตรงต่างชาติเข้ามาในประเทศไทย" อัศวิน เผย


ในส่วนของความพร้อม ขณะนี้สินค้า หลายกลุ่มของบริษัทก็สามารถยื่นเรื่องผ่าน การอนุญาตของหน่วยงานรัฐในต่างประเทศ ไปบ้างแล้ว โดยเฉพาะที่มาเลเซีย ที่บริษัทสามารถสร้างมาตรฐานจนผ่าน ซึ่งจะมีติดขัด บ้างก็จะเป็นเรื่องของราคาค่าสมัครและแผนการจ่าย ซึ่งในช่วงต้นบริษัทตั้งราคาการสมัครไว้ที่ประมาณ 2 พันบาท ซึ่งตรงนี้ดูจะแพงเกินไปสำหรับคนไทย แต่สำหรับต่าง-ประเทศ บริษัทเชื่อว่าจะได้รับการตอบรับที่ดี


"วันนี้บริษัทกำลังร่างโปรแกรมโกลบอล เน็ตเวิร์ก เป็นการพัฒนาซอฟต์แวร์สำเร็จรูป โดยว่าจ้างโปรแกรมเมอร์จากต่างประเทศมาดำเนินการให้ บริษัทไม่มีนโยบายแข่งขันทำ ตัวเลข แต่เน้นแข่งกับตัวเองทำทุกอย่างให้ดี ที่สุด เนื่องจากสินค้าของบริษัทเน้นคุณภาพ ล้วนแต่เป็นสมุนไพร ไม่สามารถนำมาผสมใส่ปริมาณ เพราะฉะนั้นการเจริญเติบโตต้อง มาจากผลผลิตจากธรรมชาติจริงๆ ขณะนี้มีที่ดินไว้ปลูกสมุนไพรเอง 400 ไร่ ที่อำเภอ ชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี" กรรมการผู้จัดการ โดกุดามิ กล่าว


นอกจากการเปิดบริษัทใหม่ที่เป็นแผน ของบริษัทแล้ว โดกุดามิยังได้ร่วมกับบริษัท ต่างประเทศในการรับสินค้ามาจำหน่าย โดย มี มร.แดน ตัวแทนของบริษัทต่างชาติมาร่วมงาน ซึ่งบริษัทนี้มีโรงงานอยู่ในประเทศ ไทย ซึ่งสินค้าจะเป็นในกลุ่มของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร


อย่างไรก็ดี ทาง "อัศวิน" ยังได้กล่าวถึงการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนด้วยว่า "เรื่องของ AEC ดูจะเป็นสิ่งที่บริษัท ขายตรงพูดถึง แต่ในความจริงการที่จะ ออกไปสู่ตลาดอาเซียนนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ยกตัวอย่างประเทศพม่า ซึ่งตนได้เดินทางไปอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งพม่าการโอนเงินผ่านตู้เอทีเอ็มไม่สามารถทำได้ ซึ่งอาจมีผลกับการ ทำธุรกรรมทางการเงินของบริษัทขายตรง ส่วนเวียดนามก็มีหน่วยงานรัฐที่ค่อนข้างต่อต้านเรื่องของธุรกิจขายตรง โดยรวมแล้ว จะมีก็แต่ประเทศลาวที่น่าลงทุนสำหรับธุรกิจ ขายตรง"


ด้านยอดขายในปี 55 ที่ผ่านมา บริษัท โดกุดามิปิดยอดขายได้ที่ 300 ล้านบาท ซึ่ง ไม่ได้เป็นไปตามเป้าที่วาง เนื่องจากปัญหาต่างๆ รอบตัวที่บริษัทต้องประสบ โดยในส่วน ของยอดขายนั้น บริษัท โพรแลค (ประเทศ ไทย) จำกัด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งบริษัทของ อัศวิน วัฒนปราโมทย์Ž มีการขายในต่างประเทศ 11 ประเทศ ได้แก่ ทังสะเนีย, ไลบีเรีย, ไอ-วอรี่โคสต์, มาเลเซีย, บรูไน, สิงคโปร์, โบกิ-นาฟาโซ, กินี, กาน่า, ไนจีเรีย และแอฟริกา ตะวันตก ยังเป็นรายได้หลักที่เข้ามาช่วยโดกุดามิในอีกทาง ส่วนโดกุดามิเพิ่งจะมีที่อังกฤษ


ศ.เกียรติคุณ ดร.อัศวิน กล่าวต่อไปว่า ทางบริษัทจะทำการปรับราคาสินค้าขึ้นในเดือนเมษายน โดยจะปรับราคาขึ้นทุกรายการประมาณ 13.5 เปอร์เซ็นต์ จากราคา ข้างกล่อง เราไม่ได้ปรับราคามากมาย แค่ให้เพียงพอกับฐานต้นทุนเท่านั้น นอกจากนี้ เราจะทำการจัดระบบจัดส่งให้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยจะเริ่มจัดระบบจัดการขนส่งให้เต็มรูปแบบจะเริ่มในวันที่ 1 เมษายน


นอกจากนี้ ทางบริษัทอยากเปลี่ยนทัศนคติของคนขายตรง ที่ซื้อสินค้าไม่ค่อยมีคุณภาพมาขายและมีการบวกราคาเข้าไป มากมาย ทางบริษัทอยากให้ขายตรงนำสินค้าดีๆ มาจำหน่ายหากอยากเติบโตอย่าง ยั่งยืน อยากให้ธุรกิจขายตรงขายแต่สิ่งดีๆ ทำให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์ ส่วนนักขายก็จะมีสินค้าดีๆ ไว้จำหน่าย ทำให้ขายสินค้า ได้มากขึ้น


"เราอยากให้วงการขายตรงเปลี่ยนทัศนคติในการทำธุรกิจใหม่ จากเดิมที่นำของ ไม่ดีมากบอกราคาแล้วนำมาขาย อยากให้นำแต่สิ่งดีๆ มาจำหน่าย เมื่อทำแบบนี้แล้วทุกฝ่ายจะได้รับประโยชน์ ส่งผลให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน" ศ.เกียรติคุณ ดร.อัศวิน




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1383 ประจำวันที่ 6-8 มีนาคม 2556

วันพุธที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2556

อัศวิน เล็งตั้ง โกลบอลเฮิร์บ ร่วม ไทยฟรีซดรายทำ สินค้า









อัศวิน วัฒนปราโมทย์ ตั้งบริษัทขายตรงใหม่ โกลบอล เฮิร์บ คอร์ปอเรชั่น ลุยตลาดต่างประเทศ หวังเป็นบริษัทขายตรงสัญชาติไทยรายแรกลุยตลาดต่างประเทศ พร้อมจับมือ ไทยฟรีซดราย บริษัทสัญชาติอเมริกัน ร่วมมือทำผลิตภัณฑ์แนวใหม่ระบบ ไบโอฟรีซดราย ก่อนประกาศขึ้นราคาสินค้าอีก 13.5%


นายอัศวิน วัฒนปราโมทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โดกุดามิ เอเชีย จำกัด และบริษัท โพรแลค (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า แผนการทำการตลาดในปี 2556 จะมีความร่วมมือกันระหว่างกลุ่มบริษัทโพรแลคกับบริษัทไทยฟรีซดราย ในการร่วมมือกันสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ขึ้นมา เพื่อรองรับการตั้งบริษัทขายตรงใหม่ขึ้นมาในกลุ่มบริษัทโพรแลค โดยคาดว่าจะใช้ชื่อ บริษัท โกลบอล เฮิร์บ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เพื่อที่จะเป็นบริษัทที่จะเข้าไปลุยตลาดในต่างประเทศ ตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างศึกษากฎหมายในการจดทะเบียนบริษัทอยู่


การที่เราจะจัดตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมานั้นเพราะว่า การที่เราจะรุกตลาดต่างประเทศนั้น เราจะเดินสวนกระแสโลกโดยเราจะนำเอาบริษัทขายตรงไทยไปรุกตลาดขายตรงโลก โดยผมเคยมีประสบการณ์กับที่เคยทำงานอยู่กับบริษัทนูสกินมาเป็นแนวทางในการจัดตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมา และผมก็ได้เรียนรู้จากบริษัทต่างชาติที่เข้ามาในประเทศไทยอย่างมากมาย เราจะทำการย้อนศรโดยเราจะทำในแบบเดียวกันกับบริษัทต่างชาติโดยในต่างประเทศเราจะคิดค่าสมัคร ครั้งแรก 7 รหัสในราคา 90 เหรียญ อัศวินกล่าว


ในการขอจดทะเบียนบริษัทขายตรงกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ขึ้นมาใหม่นั้นอาจจะติดปัญหาที่มาตรา 22 ของพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 ว่า ห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการสมัครเข้าเป็นสมาชิก ค่าฝึกอบรม ค่าวัสดุ อุปกรณ์ส่งเสริมการขายหรือค่าธรรมเนียมอื่นๆ อันเกี่ยวเนื่องกับการเข้าร่วมเป็นเครือข่ายในการประกอบธุรกิจขายตรงจากผู้จำหน่ายอิสระหรือตัวแทนขายตรงที่ไม่ใช่ลูกจ้างในอัตราสูงกว่าที่คระกรรมการประกาศกำหนด ดังนั้นจึงอยากจะฝากถึงสคบ. ในการดูแลกฎหมายในส่วนนี้ด้วย เพื่อเป็นการดูแลบริษัทขายตรงไทยที่จะปสู่ตลากขายตรงต่างประเทศ ถ้าไม่สามารถขอจดทะเบียนในประเทศไทยได้ อาจจะมีอีกทางเลือกหนึ่งคือการไปขอจดทะเบียนขายตรงในต่างประเทศ


ด้าน มร.แดเนียล ฟ็อกแมน กรรมการผู้จัดการ บริษัทไทยฟรีซดราย จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทไทยฟรีซดราย จำกัด ได้เข้ามาก่อตั้งดำเนินธุรกิจในประเทศไทย มาเป็นเวลากว่า 4 ปีแล้ว โดยมีเนื้อที่ตั้งโรงงานกว่า 50 ไร่ ที่จังหวัดลำพูน และได้นำระบบที่เรียกว่า ไบโอไดนามิคฟรีซดราย ในการผลิตสินค้าอาหารเสริมและส่งไปขายในยุโรป อาทิ สหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น โดยในสหรัฐอเมริกา มีการวางขายในไวตามินช็อป 400 สาขาและโฮมฟู๊ด 450 สาขา


ผมมีความประทับใจที่จะร่วมมือกับคุณอัศวินเพราะเรามีแนวคิดที่คล้ายคลึงกัน มีการดูแลและเอาใจใส่และเห็นแก่ประโยชน์ของผู้บริโภคมากกกว่า ละมีสมุนไพรมากมายแต่ในกระบวนการผลิตว่าจะสกัดมาแล้วมีคุณค่าเหลืออยู่มากแค่ไหนสมุนไพรหลายตัวเมื่อนำเข้ามาสู่กระบวนการผลิตส่วนใหญ่เป็นน้ำเมื่อนำมาทำให้แห้งโดยวิธีการปกติก็จะมีคุณค่าเหลืออยู่น้อย แต่เมื่อเรานำมาสกัดเอาความชื้นออก คุณค่าของตัวสมุนไพรก็จะเหลืออยู่ครบและเก็บรักษาไว้ได้นาน ถ้าเราใช้ความร้อนในการผลิตจะทำให้คุณค่าของตัวสมุนไพรลดลง แต่บริษัทไทยฟรีซดรายมีกระบวนการผลิตโดยไม่เกี่ยวข้องกับความร้อนเลย ทำให้คุณค่าของสมุนไพรยังเหลืออยู่ครบถ้วน โดยเมื่อเข้าสู่ระบบถูกทำให้เย็นตัวอย่างรวดเร็วและน้ำก็จะแยกตัวจากตัวสมุนไพรออกมา โดยเทคโนโลยีนี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อใช้ในการรักษาที่บาดเจ็บ เพื่อทำให้เลือดยังคงมีสภาพเหมือนเดิม โดยทางเราจะร่วมมือกันทำเพื่อให้เป็นอาหารเสริมที่เป็นแคปซูล เพื่อน้ำหนักที่เบาลงของผลิตภัณฑ์ มร.แดน กล่าว


ทั้งนี้โดกุดามิเอเชียในปี 2555 ปิดยอดขายที่ 300 กว่าล้านบาท และในปีนี้บริษัทจะมีการขึ้นราคาสินค้าอีกประมาณ13.5% เนื่องจากราคาต้นทุนในการผลิต และราคาค่าแรงของพนักงาน เนื่องจากนโยบายการขึ้นค่าแรง 300 บาท แต่คงรอดูการช่วยเหลือจากรัฐบาลว่าจะมีมาตรการมาช่วยเหลือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) หรือเปล่า ในตอนนี้ทางบริษัทได้แจ้งให้สมาชิกได้รับทราบเกี่ยวกับการขึ้นราคาสินค้าในครั้งนี้แล้วจะรอดูผลกระทบอีกประมาณ 2 เดือน แล้วค่อยดำเนินการการต่อไป




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพธุรกิจเครือข่าย ประจำวันที่16-31มกราคม 2556 ฉบับที่ 244

วันพุธที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2556

ข่าวโดกุดามิ (Dokudami) : โดกุดามิ ผนึกพันธมิตรรายใหม่ ผุดเสริมอาหารแคปซูลลงตลาด









โดกุดามิ จีบบริษัทข้ามชาติ เล็งเปิดบริษัทน้องใหม่ ในระบบ ขายตรงระหว่างประเทศ หวังเป็นแบบอย่างขายตรงสัญชาติไทย ก้าวสู่นานาชาติ พร้อมจับมือคู่ค้ารายใหม่ผลิตเสริมอาหารชนิด แคปซูล หลังวางขายเสริมอาหารชนิดน้ำมานาน ระบุรอผลวิจัย รองรับก่อนเปิดตัวเป็นทางการ ลั่นกุมภาพันธ์นี้ ปรับราคาสินค้า เพิ่ม หลังนโยบายปรับค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ของรัฐบาลพ่นพิษ
อัศวิน วัฒนปราโมทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โดกุดามิ เอเชีย จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้ร่วมกับบริษัทต่างชาติจัดตั้งบริษัท ขายตรงขึ้นมาใหม่ ภายใต้ชื่อ บริษัท โกลบอล เฮิร์บ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทขายตรงระหว่างประเทศ ที่นำสินค้าขายตรงของ ไทยกระจายสู่ตลาดโลก โดยจะทำในระบบโกลบอล เน็ตเวิร์ก ซึ่งเป็น ระบบออนไลน์สามารถทำงานได้ทั่วโลก ขณะนี้บริษัทดังกล่าว อยู่ระหว่างการขอรับใบอนุญาตจาก สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครอง ผู้บริโภค (สคบ.)
ทั้งนี้ การที่บริษัทได้จัดตั้งบริษัทดังกล่าวขึ้นมา เนื่องจากบริษัท มีประสบการณ์ในการทำธุรกิจกับต่างชาติมานาน และต้องการที่จะ เผยแพร่สินค้าของไทยให้ทั่วโลกได้รู้จัก โดยมีประเทศไทยเป็นฐาน ในการส่งออก อีกทั้งต้องการที่จะเป็นแบบอย่างแนวทางในการทำให้ บริษัทขายตรงสัญชาติไทยได้รู้จักระบบการขายตรงแบบโกลบอล เน็ตเวิร์ก เพื่อเข้าไปแข่งขันในตลาดต่างประเทศเมื่อมีการเปิดตลาด AEC
อย่างก็ตาม บริษัทดังกล่าว จะดำเนินธุรกิจในการจำหน่ายสินค้า เฉพาะในต่างประเทศ และบริษัทดังกล่าวจะไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับ บริษัท โดกุดามิ เอเชียฯ ส่วน โดกุดามิ เอเชีย จะทำหน้าที่จำหน่าย สินค้าขายตรงในประเทศไทยเพียงอย่างเดียว และในเดือน กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ บริษัทมีแผนที่จะปรับราคาสินค้า เพิ่มขึ้นประมาณ 13.5% เนื่องจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทของรัฐบาล ดังนั้น บริษัทในฐานะที่เป็นผู้ผลิต สินค้าจึงต้องปรับราคาสินค้าตาม
บริษัทก็ได้แต่หวังว่ารัฐบาลจะเข้ามาช่วย บริษัทที่เป็น SME อย่างเรา ถึงแม้ว่าในความเป็นจริง เชื่อว่าไม่สามารถที่จะช่วยอะไรได้ คาดว่าบริษัท ขายตรงอีกหลายแห่งจะต้องได้รับผลกระทบในเรื่องนี้ และยังเชื่ออีกว่าใน 2-3 เดือนข้างหน้า บริษัท SME อีกหลายแห่งต้องปิดตัวลง
สำหรับภาพรวมบริษัทในปีที่ผ่านมา ปิดยอดขาย ได้ 300 ล้านบาท และในปีนี้บริษัทจะมีสินค้าที่มีงานวิจัย รองรับออกสู่ตลาดอีกหลายรายการ ขณะเดียวกันบริษัท ยังได้ร่วมมือกับ บริษัท ไทยฟรีซดราย จำกัด ในการร่วม ผลิตสินค้าให้กับบริษัท ซึ่งบริษัทดังกล่าวเป็นบริษัทต่าง- ชาติที่เข้ามาตั้งโรงงานในประเทศไทยและเป็นบริษัทที่มีประสบการณ์ ในการผลิตสินค้าประเภทเสริมอาหารมานาน รวมถึงการเป็นบริษัท ที่ผลิตสินค้าออกจำหน่ายเอง โดยมีช็อปจำหน่ายเสริมอาหาร ในสหรัฐอเมริกา และนิวซีแลนด์ เป็นต้น
อย่างไรก็ดี การร่วมมือในการผลิตสินค้า ครั้งนี้จะเป็นการผลิตเสริมอาหารชนิดแคปซูล จาก เดิมที่บริษัทมีสินค้าชนิดน้ำ โดยการนำเอาระบบ ไบโอไดนามิคฟรีซดราย เข้ามาช่วยในกระบวนการ ผลิต ซึ่ง บริษัท ไทยฟรีซดรายฯ ถือเป็นบริษัท เดียวในโลกที่ได้นำเอาระบบนี้มาใช้ใน การผลิต โดยจะทำให้สมุนไพรที่นำมา ผลิตแห้งกรอบแต่ยังคงเหลือคุณค่า และสรรพคุณของสมุนไพรแต่ละตัวไว้ อย่างครบถ้วน และสมุนไพรที่นำมา ผลิตจะเป็นสมุนไพรไทย 100% ที่นำมาจากโครงการหลวง
เราต้องรอผลการวิจัยก่อนว่า เมื่อนำมาผลิตในรูปแบบของแคปซูล แล้วผู้บริโภคควรจะรับประทานในปริมาณ เท่าไหร่ต่อครั้ง เมื่อเทียบกับชนิดน้ำที่ต้อง รับประทานครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ หากผลวิจัย ออกมาเมื่ออยู่ในรูปแบบแคปซูลแล้ว จะมี ปริมาณการรับประทานมากกว่าในรูปของน้ำ อาจจะต้องลดปริมาณหรือขนาดของ แคปซูลลงมา เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประทาน ในปริมาณที่พอเหมาะ




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ปีที่ 9 ประจำวันที่16-31มกราคม 2556 ฉบับที่ 215

วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

โดกุดามิ-Dokudami ยกเครื่องทั้งกระบิ จัดทัพรุกตลาดอินเตอร์ปี 56


โดกุดามิ สยายปีกรับศักราชหน้า ปรับทั้งยวง หวัง กรุยทางสู่ตลาดขายตรงทั่วโลก พร้อมอัดงบเกือบ 100 ล้านบาท พัฒนาระบบไอที ลงทุนเครื่องจักรใหม่ ยัน ไม่ตั้งเฮดออฟฟิศต่างประเทศ แต่จะตั้งสต๊อกสินค้ารองรับ ลั่นอีก 1 ปี อัพตำแหน่งใหม่เพิ่ม 3 ระดับ ขณะที่ปลายปี บินลัดฟ้าบรรยายที่เมืองดาร์กา ด้านสมุนไพรไทย หวังสร้างการรับรู้สู่ตลาดโลก

อัศวิน วัฒนปราโมทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โดกุดามิ เอเชีย จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงโค้ง สุดท้ายก่อนสิ้นปี บริษัทเตรียมแผนปรับโครงสร้าง ภายในโดกุดามิทั้งหมด ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรองรับ การขยายตัวสู่ตลาดเครือข่ายทั่วโลก โดยการปรับปรุง ดังกล่าวจะเริ่มดำเนินการใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นไป ไม่ว่าจะเป็นชื่อบริษัท ที่ได้เตรียมใช้ชื่อบริษัท ใหม่ ภายใต้ชื่อ โดกุดามิ อินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น และปรับแผนการจ่ายผลตอบแทนใหม่ ซึ่งจะเป็นแผน ไบนารี่แบบเดิม แต่จะมีการดึงแมชชิ่งโบนัสเข้ามาเสริม และเพิ่มการรักษายอดเข้ามาใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับ การทำตลาดเครือข่ายในระดับสากล

ทั้งนี้ บริษัทได้ทุ่มงบประมาณ 70 ล้านบาทในการปรับปรุงระบบไอที รวมถึงการเซ็นสัญญากับ บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด ในการสั่งซื้อสินค้า และ ชำระเงินผ่านระบบเคาน์เตอร์เซอร์วิสทุกสาขาทั่ว- ประเทศ หลังจากนั้นระบบดังกล่าวจะลิงค์ไปที่ระบบ ของบริษัท และบริษัทจะทำการจัดส่งสินค้าให้กับสมาชิก ทั่วประเทศ ผ่านตัวแทนส่งสินค้า DHL, TNT และ UPS

นอกจากนี้บริษัทได้ทุ่มงบ 17 ล้านบาท ในการ สั่งซื้อเครื่องจักรใหม่ผลิตสินค้าโดกุดามิ เพื่อตอบรับกับ ความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มสูงขึ้น และคาดว่า เครื่องจักรใหม่จะสามารถเดินเครื่องได้ในเดือนธันวาคม ที่จะถึงนี้ อย่างไรก็ดีการสั่งเครื่องจักรใหม่ครั้งนี้จะ ผลักดันให้กำลังการผลิตสินค้าเพิ่มสูงขึ้น จากเดิมที่ผลิต ได้ 5,000 ขวดต่อวัน จะเพิ่มเป็น 45,000 ขวดต่อวัน (กำลังการผลิตประมาณ 90 ขวดต่อนาที เดินเครื่องจักร 8 ชั่วโมง) ในปี 2556 และจะเพิ่มการผลิตเป็น 300 ขวด ต่อนาทีในปี 2557

การเซตระบบใหม่เพื่อรองรับกับการขยายตัว ของตลาดเครือข่ายโดกุดามิ เรามองว่าไม่จำเป็นต้องไป ตั้งสำนักงานใหญ่ที่ประเทศนั้นๆ แต่จะมีการตั้งสต๊อก สินค้าของแต่ละประเทศ อย่างการส่งสินค้าไปนั้นเราจะ ส่งไปทางเรือและดูว่าประเทศไหนมีท่าเรือขนาดใหญ่ ก็จะมีการส่งสินค้าไปและกระจายไปยังสต๊อกสินค้าของ ประเทศต่างๆ ที่เราได้จัดเตรียมไว้

อย่างไรก็ดี ในแต่ละปีบริษัทมียอดขายโดกุดามิประมาณ 500,000 ขวดต่อวัน และหลังการปรับปรุง ระบบใหม่ คาดว่ายอดขายเสริมอาหารโดกุดามิ จะเพิ่มขึ้นเป็น 3-4 เท่า ภายในปี 2556 อีกทั้งบริษัท เตรียมแผนเปิดตัวสินค้าใหม่ในกลุ่มเสริมอาหารอีก 2 รายการในปีหน้า และเตรียมพร้อมเพิ่มตำแหน่งใหม่อีก 3 ตำแหน่ง อีก 1 ปีข้างหน้า จากเดิมที่มีตำแหน่ง 3 ระดับ ได้แก่ บุษราคัม มรกต และเพชร สำหรับประเทศที่บริษัท ได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนไว้ก่อนหน้านี้เพื่อนำสินค้า เข้าไปทำตลาด ได้แก่ ประเทศอังกฤษ, แทนซาเนีย, มาเลเซีย และบรูไน ส่วนการจำหน่ายสินค้าในตลาด ต่างประเทศผ่าน บริษัท โพรแลคฯ ซึ่งเป็นบริษัท ในเครือนั้น เข้าไปแล้วหลายประเทศ ได้แก่ ประเทศ สหรัฐอเมริกา, แทนซาเนีย, ไนจีเรีย, โตโก, ไอวอรี่โคสต์, เซเนกัล และบูร์กินาฟาโซ

อัศวิน เผยต่อว่า หล้งการเตรียมแผนขยายตลาด เครือข่ายไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลกแล้ว บริษัทยังคงให้ ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดในเดือนตุลาคม 2555 บริษัทได้เริ่มจัดทำ โครงการหาสารต้านการอักเสบจากสมุนไพรโดกุดามิ ที่ร่วมมือกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย หรือ สกว. ที่สนับสนุนงบการทำวิจัยให้กับนักศึกษา โดยระยะ เวลาในการจัดทำโครงการดังกล่าวเป็นเวลา 18 เดือน

อย่างไรก็ตาม ในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้บริษัท เตรียมตัวไปบรรยายที่เมืองดาร์กา ประเทศเซเนกัล ตาม คำเชิญของรัฐบาลเซเนกัล ที่จะจัดงาน 1st Asian Affrican Forum ขึ้น ระหว่างวันที่ 10-11 ธันวาคมนี้ ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 20 ประเทศ ขณะที่ การเข้าร่วมงานครั้งนี้บริษัทจะร่วมบรรยายเกี่ยวกับ ประโยชน์ของสมุนไพรที่สามารถนำมาเยียวยารักษา ผู้ป่วยได้อย่างไร โดยเรื่องนี้ถือเป็นการสร้างชื่อเสียง ให้กับประเทศไทยในการให้ความรู้ในด้านสมุนไพรไทย เป็นอย่างมาก

หลังจากงานบรรยายเสร็จสิ้น วันที่ 13 ธันวาคม 2555 เราก็จะไปบรรยายในงาน Symposium ที่ มหาวิทยาลัยดาร์กา ซึ่งจะมีนักศึกษาแพทย์มาร่วมฟัง การบรรยายประมาณ 3,000 คน งานนี้บริษัท จะเตรียมความพร้อมในการเปรียบเทียบให้นักศึกษา มีความเข้าใจเกี่ยวกับสมุนไพร และยาเคมีที่รักษา ผู้ป่วยในปัจจุบันว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร อัศวิน กล่าว


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 210 วันที่ 1-15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

วันพุธที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2555

อัศวิน ยันไม่ร่วมสังฆกรรม TDIA ลุยสร้างแบรนด์ โดกุดามิ (Dokudami) เต็มสูบ


อัศวิน พ้อหลังลาออกและคืนเก้าอี้นายก TDIA ให้ สมาคมฯ พร้อมถอนชื่อทั้ง 2 บริษัทออกจากสมาคมเป็น ที่เรียบร้อย ยันเจอปัญหานานัปการ และจะไม่เปิดสมาคมใหม่ แน่นอน ระบุความตั้งใจจากนี้ไป จะกลับไปบริหารแบรนด์ โดกุดามิ ให้ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ แย้มที่ผ่านมา ได้รับรางวัลมากมาย แถมบริษัทนอกบินเจรจาร่วมธุรกิจ หลายราย

อัศวิน วัฒนปราโมทย์ ประธานกรรมการ บริษัท โดกุดามิ เอเชีย จำกัด เปิดเผยว่า หลังประกาศลาออกจากการ เป็นนายกสมาคมอุตสาหกรรมขายตรงไทย (TDIA) ด้วยเหตุผล ที่ไม่สามารถทำงานได้อย่างที่ตั้งใจไว้นั้น จึงประกาศถอดรายชื่อ ทัง้ 2 บรษิ ทั คอื บริษัท โดกิดามิ จำกัด และ บริษัท ทอร์ท- เทอร์น โพรไบโอติค จำกัด ที่เป็นสมาชิกของสมาคมอุตสาหกรรม ขายตรงไทย

เหตุผลการถอดชื่อบริษัทออกจากการเป็นสมาชิกนั้น เพราะผมไม่สามารถสร้างวัฒนธรรมให้เกิดขึ้นในสมาคมได้ ที่ผ่านมาทุกคนอาจจะเห็นรายชื่อบริษัทสมาชิกในสมาคมฯ ที่เปิดทำธุรกิจขายตรงแต่ไม่ได้ทำแล้ว แต่ยังมีรายชื่อในสมาคม และนั่งบริหารงานในสมาคม ผมอยากทำให้ตัวอย่างว่าเมื่อไม่ได้ ทำขายตรงแล้วก็ควรจะลาออกไปดีกว่า ไม่อย่างนั้นไม่ควรใช้คำว่าสมาคมอุตสาหกรรมขายตรง แต่ควรเป็นสมาคมผู้ขายสินค้า ทั่วไปมากกว่า

ทั้งนี้ หลังการลาออกจากการเป็นนายกสมาคมฯ แล้วจะมี การจัดตั้งสมาคมใหม่หรือไม่นั้น ตอบได้เลยว่าไม่มี แต่หากมี สมาคมอื่นเข้ามาเชิญชวนให้เข้าร่วมก็อาจจะเข้าร่วม แต่คงต้องดู ก่อนว่าสมาคมขายตรงนั้นมีแนวความคิดที่สอดคล้องและเป็นไป ในทิศทางเดียวกันหรือไม่ แต่ถึงไม่มีใครมาเชิญชวนก็มีแนวทาง ที่จะดำเนินงานต่ออยู่แล้ว ด้วยการสร้างแบรนด์ โดกุดามิ ให้เป็น แบรนด์ที่ได้รับความเชื่อถือ และได้รับการยอมรับจากนานาชาติ มากขึ้น ด้วยการนำระบบซอฟต์แวร์ที่ครอบคลุมเน็ตเวิร์กทั่วโลก มาใช้ในการบริหารจัดการ

ล่าสุด บริษัทได้รับรางวัลจากการมุ่งมั่นทำงานจริงจัง จนทำให้ได้รับรางวัล Best Manager Of The year จาก สภาธุรกิจแห่งยุโรป (Europe Business Assembly) ซึ่งรางวัล ดังกล่าวได้รับพร้อมกับรางวัลบริษัทดีเด่น นับเป็นบริษัทแรกใน ประเทศไทยที่ได้รับรางวัลดังกล่าว และล่าสุดในประเทศได้รับ รางวัลระฆังทองในสาขาทำประโยชน์เพื่อสังคม ซึ่งบริษัทได้รับ เมื่อเดือนมีนาคม 2555 ที่ผ่านมา และมีอีก 2 รางวัล ที่จะได้รับ ในเร็วๆ นี้ จากรางวัลที่ได้รับทั้งหมด 7 รางวัล

นอกจากนี้ยังมีบริษัทต่างประเทศ หลายบริษัทได้ให้ความสนใจเข้ามาเจรจาขอรว่ มธุรกิจ เช่น ประเทศนอร์เวย์ ไดติ้ดต่อ เข้ามายังบริษัท เพื่อเข้ามาเจรจาในการร่วมงาน ซึ่งหากมี แนวทางธุรกิจที่ตรงกันก็จะเซ็นสัญญาทางธุรกิจร่วมกัน นอกจากนี้ยังมีอีกหลายบริษัทได้ทยอยเข้ามาเจรจาขอร่วม ธุรกิจและก่อนหน้านี้อีกหลายบริษัท อัศวิน กล่าว

วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ข่าวโดกุดามิ (Dokudami) : "บิ๊กจิ๋ว" โดดร่วม "โดกุดามิ" ส่งหลานสาว "น้ำผึ้ง" คุม CSR-ตลาด

โพรแลค-โดกุดามิ จัดงานฉลองเกียรติยศนักขายยิ่งใหญ่ พล.อ.เชาวลิต ยงใจยุทธ เป็นประธานเปิดงาน-มอบรางวัลสมาชิก อัศวิน



เผยดึงตัว น้ำผึ้ง หลานสาว บิ๊กจิ๋ว ช่วยดูแลงาน CSR-ตลาดในไทยแทน หลังเจ้าตัวเบนเข็มเน้นหนักเดินสายลุยเจาะตลาดต่างประเทศนำ น้ำพลูคาวสกัด ตีตรากระฉ่อนโลกต่อ แจง ลาออก นายกสมาคมอุตฯ เป็นแบบอย่างให้ ขายตรงควบรับผลิต ได้คิด! แย้มขาใหม่ชวนตั้ง สมาคมใหม่ ภาคสอง! นายอัศวิน วัฒนปราโมทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โพรแลค (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท โดกุดามิ เอเชีย จำกัด กล่าวถึงแผนการดำเนินงานของกลุ่มช่วงครึ่งปีหลังนี้ว่า จะยังคงเน้นให้ความสำคัญกับการเจาะขยายฐานตลาดนอกประเทศอย่างต่อเนื่อง ด้วยผลิตภัณฑ์โดกุดามิ หรือน้ำพลูคาวสกัดได้รับความเชื่อถือในสรรพคุณจนได้ รับรางวัลในระดับนานาชาติหลายรางวัลมาแล้ว จึงต้องเดินหน้าเพื่อพัฒนาศักยภาพภูมิปัญญาไทยให้เป็นที่ประจักษ์แก่ชาวโลกต่อไป


นายอัศวินกล่าวต่อว่า ด้วยภาระหน้าที่ในการขยายตลาดต่างประเทศจึงมีเวลาในการดูแลส่วนงานด้านสังคมและอื่นๆ ในประเทศไทยลดน้อยลงจึงได้เชิญ คุณน้ำผึ้ง หลานสาว พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ หรือ บิ๊กจิ๋ว อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 22 มาเป็นผู้รับหน้าที่ประสานงานดูแลผู้ป่วยหรือลูกค้าและสมาชิกในประเทศไทยแทน ทั้งนี้ได้รับการตอบรับร่วมงานจากคุณน้ำผึ้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ผมจะส่งต่อหน้าที่ให้คุณน้ำผึ้ง หลานสาวท่าน พล.อ เชาวลิต ยงใจยุทธ ที่จะเข้ามาสานต่อด้านซีเอสอาร์ของบริษัท ซึ่งได้ถามคุณน้ำผึ้งว่ามีเวลาไหม ช่วยดูแลผู้ป่วยแทนหน่อยได้ไหม คุณน้ำผึ้งก็ตอบตกลง และงานส่วนที่คุณน้ำผึ้งดูแลคือ เข้าไปเยี่ยมผู้ป่วย ประสานงานกับโรงพยาบาล เป็นการช่วยกัน เป็นตัวแทนของบริษัท เป็นงานการกุศล นายอัศวินกล่าว และว่า

นอกจากการเดินหน้าขยายตลาดผลิตภัณฑ์โดกุดามิสินค้าคุณภาพที่โพรแลคเป็นผู้ผลิตภายใต้การวิจัยและพัฒนาด้วยภูมิปัญญาไทย ผสมผสานกับนวัตกรรมวิทยาศาสตร์ด้านไบโอเทคโนโลยีและพันธุวิศวกรรมจนได้รับความน่าเชื่ออย่างต่อเนื่องในประเทศแล้วจนส่งผลให้กลุ่มสามารถก้าวสู่การเป็นบริษัทมหาชน จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศเยอรมันสำเร็จอย่างดีเมื่อที่ผ่านมาอีกด้วย

อย่างไรก็ตามกลุ่มโพรแลคและโดกุดามิได้จัดงานมหัศจรรย์ความสำเร็จ Miracle of Success เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2555 ที่ผ่านมา ณ อาคารอเนกนิทัศน์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช โดยมีพล.อ ดร.บัณฑิต พิริยาสัยสันติ ประธานที่ปรึกษาและคณะกรรมการบริหารกลุ่ม บริษัท โพรแลค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวต้อนรับประธานในพิธีและแสดงวิสัยทัศน์

และในงานนี้ยังได้รับเกียรติจาก พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ นายกรัฐมนตรีคนที่ 22 เป็นประธานกล่าวเปิดงาน และแสดงปาฐกถาพิเศษร่วมด้วย ก่อนจะมอบรางวัลประกาศเกียรติคุณผู้จำหน่ายตรงระดับเพชร รางวัล Blue Diamond, รางวัลผู้จำหน่ายตรงระดับเพชร ด้านวิริยะอุตสาหะ รางวัลศูนย์บริการดีเด่น ระดับจังหวัด และรางวัลนักขายดีเด่น
ทั้งนี้นายอัศวินได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับเหล่านายทหารใหญ่โดยเฉพาะ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ว่า เป็นเพราะอดีตเคยเป็นสื่อมวลชนสารทหารมาก่อน จึงมีความสนิทกับนายทหารชั้นผู้ใช้หลายคน และเมื่อมาทำธุรกิจก็ได้รับความไว้วางใจต่อเนื่องด้วยการมาร่วมเป็นผู้ใช้สินค้าและคอยให้ความแนะในการทำธุรกิจด้านต่างๆ มาด้วยดีตลอด จึงเป็นที่มาของการเชิญนายทหารมาร่วมในองค์กรธุรกิจของตัวเองและการร่วมเป็นประธานในงานสำคัญของบริษัท

ผมได้ทำงานใกล้ชิดกับผู้ใหญ่มานานในฐานะสื่อมวลชน ทำข่าวสายทหารตั้งแต่ปี 2516 ทำให้สนิทกับทหารชั้นผู้ใหญ่หลายท่าน เมื่อเราพ้นจากการเป็นสื่อมวลชน ทำธุรกิจก็มีทหารหลายท่านเรื่องจากได้รับความไว้วางใจ ด้วยเจตนารมณ์ของผม คือการสร้างเอกลักษณ์สินค้า ที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทย โดยที่เอาผลิตภัณฑ์ของเราเป็นต้นแบบแล้วเราก็จะลงไปช่วยยกระดับด้านโอท็อปให้เกิดความก้าวหน้าในการผลิตมากขึ้น ให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ท่านก็ใช้ผลิตภัณฑ์ของเราอยู่ด้วย


อย่างไรก็ตามนายอัศวิน ได้กล่าวย้ำถึงการลาออกจากการเป็นนายกสมาคมอุตสาหกรรมการขายตรงไทยอีกครั้งหนึ่งว่า ได้ลาออกจริงโดยลาออกทั้งตัวบุคคลและบริษัทต้นสังกัดด้วย ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่างกับบริษัทขายตรงอื่นๆ ที่ยังเป็นสมาชิกสมาคมฯ หากบริษัทใดไม่ทำธุรกิจเครือข่ายแล้วเปลี่ยนตัวเองไปเป็นบริษัทผู้ผลิตก็ไม่ควรเป็นสมาชิกสมาคมฯ ต่อไป

นายอัศวินกล่าวตอนท้ายอีกว่า หลังจากลาออกจากสมาคมอุตสาหกรรมขายตรงมาแล้ว ล่าสุดได้มีกลุ่มบริษัทขายตรงกลุ่มหนึ่งเชิญชวนให้ร่วมก่อตั้งสมาคมขายตรงใหม่ขึ้นอีก แต่ได้ปฏิเสธไปเป็นที่เรียบร้อยอีกเช่นกัน


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย:นสพ.ธุรกิจเครือข่ายขายตรง ฉบับที่ 234 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-31 สิงหาคม 2555

วันเสาร์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ข่าวโดกุดามิ (Dokudami Asia) : ตั้งธงเร่งสร้างแบรนด์ยกระดับสมาชิกอบรมวิชาการเข้ม


นายอัศวิน วัฒนปราโมทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โดกุดามิ เอเชีย จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากลาออกจากนายกสมาคมอุตสาหกรรมขายตรงไทย หรือ TDIA แล้ว รวมถึงถอด 2 บริษัท ทั้งโดกุดามิ และ บริษัท โพรแลค (ประเทศไทย) จำกัด ออกจากสมาชิกสมาคมฯ ด้วยนั้น จากนี้ไปจะหันมาพัฒนาสมาชิกให้มีความเข้มแข็งในเรื่องวิชาการมากขึ้น เพื่อให้สมาชิกไปให้ความรู้ ที่ถูกต้องกับผู้บริโภค หากทำได้ก็ย่อมทำให้ยอดขายเราเพิ่มขึ้นด้วย เช่นกัน รวมถึงยกระดับอัตลักษณ์ของแบรนด์ (Brand Identity) สินค้า ผลิตภัณฑ์ การบริการ หรือแม้กระทั่งบริษัท รวมถึงยังมีเป้าหมายที่จะยกระดับโอท็อปให้ก้าวสู่นานาชาติอีกด้วย


วันนี้บริษัทกำลังร่างโปรแกรมโกลบอล เน็ตเวอร์ก เป็นการพัฒนาซอฟต์แวร์สำเร็จรูป โดยว่าจ้างโปรแกรมเมอร์จากต่างประเทศมาดำเนินการให้ บริษัทไม่มีนโยบาย แข่งขันทำตัวเลข แต่เน้นแข่งกับตัวเอง ทำ ทุกอย่างให้ดีที่สุด เนื่องจากสินค้าของบริษัท เน้นคุณภาพล้วนแต่เป็นสมุนไพร ไม่สามารถ นำมาผสมใส่ปริมาณ เพราะฉะนั้นการเจริญเติบโต ต้องมาจากผลผลิตจากธรรมชาติจริงๆ ขณะนี้มีที่ดินไว้ปลูกสมุนไพรเอง 400 ไร่ ที่อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี


การลาออกจากบริษัท สมาชิกทั้ง 2 บริษัทเราต้องทำสปิริตให้เห็นก่อน จึงหันมา ทำงานของเราเต็มที่ ปัจจุบันมีสมาชิก 1.8 รหัส ทำจริงประมาณ 670,000 คน วัฒนธรรมองค์กรเราเปลี่ยนไปจากขายตรงเก่าๆ พยายามทำตัวให้เป็นแม่แบบ วันนี้คนมาประชุมร่วมกัน เราไม่ได้เก็บสตางค์เขาแม้แต่ คนเดียว ไม่เชื่อคุณไปถามได้เลย ถึงเวลาเราคืนกำไรโดยจัดเลี้ยงอาหารเขา ไม่ต้องมาจ่ายค่าเข้าประชุม วัฒนธรรมคนไทยมันมี คำว่า เอื้อเฟื้อ


นายอัศวิน กล่าวอีกว่า หากถามถึงยอดขายมันเหลือเฟือ เราขายในต่างประเทศ 11 ประเทศแล้ว เป็นโปแล็ค ได้แก่ ทังสะเนีย, ไลบีเรีย, ไอวอรี่โคส, มาเลเซีย, บรูไน, สิงคโปร์, โบกินาฟาโซ, กินี, กาน่า, ไนจีเรีย, แอฟริกาตะวันตก ส่วนโดกุดามิ เพิ่ง จะมีที่อังกฤษ เราต้องทำให้คนที่เป็นสมาชิกเล่าให้ฟังว่าบริษัทดีอย่างไร เขาเล่ายันเย็นก็เล่าไม่จบ ข้อดีของบริษัทสินค้านำตลาด รวมถึงมีทีมงานพัฒนาสินค้า ไม่ใช่มาโฆษณา เกินจริง


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจฉบับที่ 1325 ประจำวันที่ 11-8-2012 ถึง14-8-2012