ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นสพ.ธุรกิจเครือข่ายขายตรง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นสพ.ธุรกิจเครือข่ายขายตรง แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ไอยรา แพลนเน็ต AIYARA PLANET : "นวัตกรรม" แห่งขายตรง! อิสรภาพ...ที่คนรุ่นใหม่เลือก

เป็นที่จับตา!! กันอย่างคึกคักอีกครั้ง สำหรับขายตรงน้องใหม่มาแรงไอยรา แพลนเน็ต ภายใต้การนำทีมของกลุ่มคณะผู้บริหารมากประสบการณ์ระดับกุนซือมือพระกาฬ ที่ล้วน ตั้งใจ หอบความสำเร็จครั้งใหญ่รอบใหม่มาวางเป็นเดิมพัน ให้ผู้สนใจร่วมธุรกิจเครือข่ายทุกคนได้มีโอกาสแบ่งปันและก้าวเดินไปพร้อมกันตั้งแต่เริ่มแรก!!



ขณะที่ ชาญวิทย์ เมธาชัยวุฒิ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายตัวแทนจากบริษัทประกันชีวิตหลายสำนัก และเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญระบบพัฒนาศักยภาพนักธุรกิจทั้งประกันชีวิตและขายตรง ก็ ปลดตรวนจากสำนักอื่นยอมปักหลักนั่งเป็นรองประธานกรรมการเต็มตัวอีกคน โดยมี กิตติศักดิ์ บุญราศรี นักโปรแกรมเมอร์ชั้นเซียนที่คนวงการธุรกิจขายตรงยกนิ้วให้กระโดดมาเป็นคนคุมแนวหลังรับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการระบบสารสนเทศที่จะเนรมิตพัฒนาระบบปฏิบัติการออฟไลน์และ ออนไลน์ได้อย่างสมบูรณ์สุดแห่งยุคโลกไร้พรมแดน

ตามด้วย รศ.ดร.ปรัชญา คงทวีเลิศ ที่วันนี้ยอมแบ่งเวลาอันมีค่าที่ทั้งชีวิตทุ่มเทให้กับงานวิจัยจนได้เป็น เจ้าขอสิทธิบัตรผลงานเลิศ หลายชิ้น ส่วนหนึ่งมานั่งบรรยายผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหารเสริมสารสกัดจากงาดำและธัญพืชสกัดด้วยเทคโนโลยีชีวโมเลกุล โดยเป็นที่ปรึกษา ด้านการวิจัยผลิตภัณฑ์ที่พร้อมจะแชร์ความจริงแห่งผลลัพธ์อย่างใกล้ชิด แล้วที่สำคัญ เมย์ลดา บุญราศรี นักบริหารธุรกิจเครือข่ายหญิงมืออาชีพรับหน้าที่เป็น ผู้อำนวยการบริหารทั่วไป จัดวางทุกอย่างให้ขับเคลื่อนไปอย่างมีประสิทธิภาพอีกแรง


ไอยรา แพลนเน็ต ทางเลือกคนรุ่นใหม่


นั่น!! เป็นการปูพื้นความเป็นมาของ ไอยรา แพลนเน็ต ที่บอกกล่าวถึงกระแสความนิยมที่กำลังเกิดขึ้นในเวลานี้ หลังจากที่เพิ่งเปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา แต่ทำไมจึงเป็นที่ น่าสนใจและที่เป็นจับตาของคนในวงการธุรกิจเครือข่ายในเวลานี้ ก็เพราะ องคาพยพ สำคัญประกอบด้วย กุญแจดอกดี ที่จะนำผู้ร่วมธุรกิจไปสู่ความสำเร็จได้อย่างมีทิศทาง

ดร.กัมปนาท บุญราศรี ประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการ ไอยรา แพลนเน็ต ได้เล่าถึงเจตนารมณ์และความตั้งใจในการเปิดบริษัทขายตรงเองขึ้นเป็นครั้งแรก ด้วยเพราะคำนึงถึงโอกาสครั้งสำคัญที่ คนรุ่นใหม่ จะได้รับโอกาสร่วมสร้างงานสร้างอาชีพที่ยั่งยืนและมีรายได้สูงด้วยสินค้านวัตกรรมเพื่อสุขภาพที่ดีต่อทุกคน ที่วันนี้ไม่ได้มีแค่ 60 กว่าล้านคนในประเทศไทย แต่จะมีมากถึงเกือบ 600 ล้านคนทั่วอาเซียนนั่นเอง

ผมเชื่อว่าคนเกิดใหม่ทุกวัน นิสิตจบใหม่ทุกปี ผมเชื่อว่าถ้าเรามองหามุมใหม่ และหากจะตอบให้ตรงคำถามว่าเขาถามหาอะไร คนรุ่นใหม่เขาถามหาอิสรภาพ ถามหาลู่ทางที่เขารวยอย่างรวดเร็ว ไอดอล คือ มาร์ค ชัคเคอร์เบิร์ก เถ้าแก่น้อย หรือ บิลเกต เป็นต้น

ทั้งนี้ ดร.กัมปนาท เชื่อว่า การที่ ไอยรา แพลนเน็ต ถือกำเนิดเกิดขึ้นอย่างมีระบบที่สร้างคนให้ทำงานได้และมีสินค้าดีตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกวัย แล้วมีวิธีการทำงานที่ง่ายไม่ซับซ้อนจะเป็น โอกาส ให้คน รุ่นใหม่ได้สร้างความจริงบนความฝันของ ตัวเองได้สำเร็จ เหมือนแรงบันดาลใจที่มีบุคคลสำคัญระดับโลกหลายคนเคยคิดเคยทำมาก่อน เหมือนเช่นเดียวกับ เถ้าแก่น้อย ที่ เขารู้สึกว่าเงิน 1,000 ล้านบาทมันอยู่ใกล้ตัวแค่เอื้อมแล้วเขาก็ทำสำเร็จได้
ใครก็อยากจะเป็นเถ้าแก่ ทุกคนก็เลยมีความฝันว่า วันหนึ่งอยากเป็นเถ้าแก่ เมื่อคนมองหา เรามีอะไรให้เขาเลือกไหม และก็มองว่าสิ่งที่เขาเลือกต้องเป็นอาชีพอิสระ ประกันภัย ขายตรง เป็นงานอาชีพอิสระที่ต้องเลือก คือมันใช่หรือเปล่าที่เขาโฟกัสลงมา แน่นอนเขามององค์ประกอบที่มันครบ เหมือนที่เราเลือกคู่ครองเราก็จะมองที่จุดเด่น เพราะจุดเด่นมันจะตอบโจทย์ตัวเราได้


งาดำ นวัตกรรมผลิตภัณฑ์วิทยาศาสตร์


เหมือนเช่นเดียวกับ ไอยรา แพลนเน็ต ที่วันนี้เป็นขายตรงที่มีจุดเด่นและตอบโจทย์ครอบคลุมทุกด้านสำหรับคนเครือข่าย ตั้งแต่เรื่องของโปรดักส์ ที่ไม่เลือกนำสินค้าทั่วไปมาจัดจำหน่าย แต่จะเลือกสินค้าที่มีการรีเสิร์ทหรือมีผลวิจัยที่ชัดเจน อย่าง งาดำ หรือ เซซามิน โดยที่เจ้าของงานวิจัยเป็นผู้มาร่วมดำเนินธุรกิจและก้าวเดินไปบนเส้นทางพร้อมๆ กับทุกคน ตรงนี้นับเป็นความแตกต่างที่ไม่เหมือนใครที่อาจจะนำเอาแค่ความรู้หรือผลงานวิจัยมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ต่อยอดเอง

และเจ้าของงานวิจัยก็คือ รศ.ดร.ปรัชญา คงทวีเลิศ ซึ่งเป็นนักวิจัยที่ทำการวิจัยระดับชีวะโมเลกุล แล้วปัจจุบัน ยังดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าหน่วยวิจัยที่มีความเป็นเลิศทางด้านวิศวกรรมเนื้อเยื่อและเซลล์ต้นกำเนิดคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แถมล่าสุดยังมีผล การวิจัยที่ใด้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นแห่งชาติอีกด้วย
ปีที่แล้วเพิ่งรับไปคิดค้นเครื่อง ตัวหนึ่งคือเครื่องตรวจมะเร็ง ท่านมีสิทธิบัตรหลายตัว หนึ่งในนั้นคือ งาดำ และมีชื่อเสียงจากงาดำ ท่านศึกษามาหลาย 10 ปีแล้ว ทำไมผมเลือกงาดำ 1 งานวิจัย 2 มีความแตกต่าง เพราะมีการวิจัยที่เยอะมาก และไม่มีโปรดักส์ไทยตัวไหนมีงานวิจัยเยอะเท่าตัวนี้ นี่คือความแข็งแกร่งของไอยรา เเพลนเน็ต ก็คือตัวเซซามิน สินค้าจะเป็นจุดเด่นของที่นี่และก็มีนักวิทยาศาสตร์

ดร.กัมปนาท ยอมรับว่าทุกวันนี้ ไอยรา แพลนเน็ต ดำเนินธุรกิจมาได้กว่าครึ่งปีก็เพราะเซซามิน โดยในระยะเวลาสั้นๆ เพียง 4-5 เดือนแรก สามารถสร้างยอดขายได้มากกว่า 20,000 ขวด ดังนั้นจึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า จุดแข็งแรก ของ ไอยรา แพลนเน็ต คือ เซซามิน-งาดำ สินค้าคุณภาพคับแก้ว


Trinary Classicนวัตกรรมแผนการตลาดนำสมัย


สำหรับ จุดแข็งที่สอง นั้น ดร.กัมปนาทเล่าต่อว่าเป็นเรื่องของแผนการตลาดแนวใหม่ที่เขาพัฒนาขึ้นมาจากประสบการณ์และเน้นตามสมัยนิยม เพื่อตอบโจทย์ของนักธุรกิจขายตรง แต่มีความแตกต่างเรื่องรายละเอียด ที่จะมีลูกเล่นมากกว่าแผนอื่นๆ แต่ก็สามารถโฟกัสให้คนทำงานจริงเติบโตได้อย่างมั่นคงและมีรายได้สูงตามลำดับ
เช่นมีบู๊ทสเตอร์คือการบู๊ทรายได้ ของนักขายวันต่อวัน ด้วยแผนไตรนารี่ คลาสสิค ตระกูลไฮบริด จุดเด่นก็คือเน้นความง่าย สปอนเซอร์เรียลอวอร์ด คือในการทำงานของคนขายตรงต้องแยกออก 2 ส่วน คือ โบนัสเงินรางวัล กับโบนัสเกียรติยศ ซึ่งถูกผสมผสานอยู่ในแผนการตลาด เรียลอวอร์ด แต่จะไม่โปรโมตอย่างชัดเจน เหมือนไบนารี่ หากแต่เรียลอวอร์ดจะกำหนดเป็น KPI เพื่อให้รู้ว่าคนไหนคือตัวจริง เรียกว่าโบนัสเกียรติยศเต็มภาคภูมิ

ทั้งนี้แม้กระทั่งการจ่ายผลตอบแทนของไอยรา แพลนเน็ต ก็เริ่มจ่ายตั้งแต่ ฟาสสตาร์ทที่ 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเจ้าตำรับ ไตรนารี่อย่าง ดร.กัมปนาท ให้เหตุผลย้ำว่า นับเป็นการตอบโจทย์ คนใหม่อยู่ได้คนเก่า อยู่นาน ยิ่งคนทำงานจริงยิ่งได้มากขึ้นแน่นอน และที่สำคัญแผนการตลาดนี้ยังปิดจุดอ่อนของไตรนารี่เดิมและแผลอื่นๆ อย่างไม่แพ้ใครเลยทีเดียว
อะคาเดมี่ไอยรา นวัตกรรมพัฒนาศักยภาพคน

ไม่เพียงเท่านั้น ดร.กัมปนาท ยังกล่าวย้ำถึง จุดแข็งที่สาม ของไอยรา แพลนเน็ต ขายตรงน้องใหม่เกิดทีหลังแต่ต้องมี ระบบฝึกอบรมคน ที่สร้างคนได้และเป็นจริงภายใต้การนำของ ชาญวิทย์ เมธาชัยวุฒิ ผู้มีประสบการณ์อันยาวนานบนถนนนักขายและนักบริหารตัวแทนมืออาชีพในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายตัวแทนบริษัทประกันชีวิตหลายแห่ง

เพราะคนวัตถุดิบที่ยังไม่แปรรูปวิ่งเข้าออกทุกวัน บางคนใช่ บางคนไม่ใช่ เราต้องเรียกเข้ามาเทรนด์ เพื่อให้เขาเป็นมืออาชีพมีมาตรฐานในการทำงาน และผมเชื่อในมือของอาจารย์ชาญวิทย์ ซึ่งท่านเป็นครูฝึกตัวแทนประกันชีวิตอยู่แล้ว และท่านรู้ว่าจะต้องทำยังไง ดังนั้นวันนี้เป็นการตอบคำถามนักขายได้ว่ามีครูฝึกขายตรงเยอะแต่สามารถฝึกคนขายตรงสามารถทำงานได้มีน้อย หนึ่งในนั้นคือ อ.ชาญวิทย์

โดย ชาญวิทย์ เมธาชัยวุฒิ ในฐานะรองประธานกรรมการเอง ก็กล่าวถึงหลักสูตร Aiyara Academy ว่าด้วยเพราะไอยรา แพลนเน็ต เป็นองค์กรที่สร้างคุณค่าสู่สังคมจึงมุ่งเน้น การสร้างงานอย่างมีคุณภาพ อันจะเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างองค์กรโดยรวมด้วย ดังนั้นแนวทางในการพัฒนาบุคลากร ก็จะเริ่มตั้งแต่ฝึกคนที่พึ่งเริ่มเข้าสู่การทำธุรกิจ การเปลี่ยนแปลงเพื่อเติมเต็มชีวิตให้ดีขึ้น เมื่อบุคลากรเข้ามาแล้วต้องการที่จะก้าวหน้า ดังสโลแกนของไอยราที่ว่า เราใส่ใจ เราแบ่งปัน เราเติบโตร่วมกัน We Care We Share We Grow บริษัทก็มีความพร้อมที่จะพัฒนาบุคลากรสู่ความเป็นมืออาชีพ

ภายใต้รูปแบบของอะคาเดมี 5 ขั้นตอน
1.Aiyara Business Course การพูด ถึงวงจรทางธุรกิจ ในภาพรวมคืออะไร สินค้าของบริษัทคืออะไร แผนการตลาดคืออะไร
2.URTMS Course หน้าที่หลักของผู้นำทีม ทุกคนที่ต้องการบริหารทีมงานให้ประสบความสำเร็จ โดยอยู่บนพื้นฐานของการทำตามหน้าที่

3.Aiyara Leader Course วิถีผู้นำไอยรา เมื่อกำลังสร้างทีมงาน การยอมรับจากทีมงาน โดยการสร้างภาวะการเป็น ผู้นำวิถีการเป็นผู้นำที่ถูกต้อง
4.Aiyara Excecutive Course ก้าวสู่ผู้บริหารไอยรา เรียนรู้เรื่องจุดแข็งจุดอ่อนโอกาส ข้อจำกัด เป้าหมาย แผนงาน เรียนรู้การเป็นผู้บริหาร
5.We Are Aiyara องค์กรนี้จะหล่อหลอมบุคคลากรให้เป็นหนึ่งเดียว บริษัทกับผู้นำทีมจะเป็นคนคนเดียวกันจะไม่แยกเป็นคนละคน


AI SMARTนวัตกรรมเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์


สุดท้าย ดร.กัมปนาท ได้กล่าวถึง จุดแข็งที่สี่ ที่ไอยรา แพลนเน็ต น่าจะเป็นตัวเลือกอย่างลงตัวในกับนักธุรกิจอิสระกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่จะเข้าสู่เส้นทางอาชีพว่า เป็นเรื่องของ ระบบเทคโนโลยี ที่บริษัทได้พัฒนารองรับการทำงานของนักธุรกิจ ให้สามารถทำงานได้อย่างคล่องตัวและ ทันสมัยก้าวนำตลาดไม่จะเป็นเรื่องการสมัครที่สามารถสมัครโดยไอโฟน ไอแพด เน็ตบุ๊ค โน๊ตบุ๊ค หรืออะไรก็ได้ที่รองรับอินเทอร์เน็ตได้ทั้งหมดแบบเรียลไทม์โดยใช้เวลาเพียง 10 วินาที ก็เสร็จสิ้น

นักธุรกิจใหม่ของเราก็จะได้รับรหัสล็อกอินประจำตัวทันที แล้ววิธีการสั่งซื้อโดยการออนไลน์จะจ่ายที่นี่หรือจ่ายที่เซเว่นอีเลฟเว่นก็ได้ โดยผ่านทาง SMS Code แล้วเอาไปยื่นที่เซเว่นตามสาขา 7,000 กว่าแห่ง 24 ชั่วโมงได้ทันที ซึ่งตั้งชื่อระบบว่า ไอสมาร์ท เป็นระบบของเราเองโดยคุณกิตติศักดิ์ดูแลและพัฒนาระบบต่อเนื่อง

นอกจากนั้นนวัตกรรมทางเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ใหม่ๆ ที่ กิตตศักดิ์ บุญราศรี ในฐานะผู้อำนวยการระบบสารสนเทศของไอยรา แพลนเน็ต ได้พัฒนาไปอีกก้าวหนึ่งสำหรับขายตรงน้องใหม่ ก็คือ การทำระบบเชื่อมโยงกับธนาคาร ไทยพาณิชย์ จนสามารถรองรับนักธุรกิจอิสระทุกคนทั้งไทยและต่างประเทศสามารถทำ ธุรกรรมการเงิน ทุกอย่างได้อย่างสะดวกตู้เอทีเอ็มของธนาคารไทยพานิชย์ทั่วประเทศ

เรามีบัตร Cash Card ที่มี ตราไทยพาณิชย์และไอยราร่วมกันให้กับนักขาย ซึ่งเขาสามารถใช้งานได้คือเหมือนชำระค่าน้ำ ค่าไฟ จะมีโค้ดที่ได้มา เอาโค้ดไปชำระเงินที่ตู้เอทีเอ็มก็ได้แต้มขึ้นมาทันที แล้วจะมีคะแนนให้ อัพไลน์เห็นทุกคนเลย ไทยพานิชย์จะส่งคะแนนมาที่เซิร์ฟเวอร์ของไอยราแล้วเราจะอัพขึ้นเป็นแบบเรียลไทม์ ส่วนมากจะเป็นขายตรงที่ฝรั่งทำ เมืองไทยยังไม่เห็นแบบนั้น และตอนนี้เรารองรับคนต่างด้าวตามแนวตะเข็บชายแดน เราทำบัตรเงินสดแบบแคชการ์ดกับธนาคารไทยพานิชย์บนบัตรได้เลย

ดร.กัมปนาท กล่าวสรุปตอนท้ายว่า ความพร้อมด้านเทคโนโลยีของไอยรา แพลนเน็ตที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องนี้ เป็นส่วนสำคัญที่จะสนับสนุนให้การขยายงานของนักธุรกิจอิสระของบริษัทสามารถรุกขยายตลาดไปสู่ตลาดประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างง่ายดายมากขึ้น เพราะนักธุรกิจสามารถใช้ Cash Card แทนการเปิดบัญชีตามชายแดนได้ เหมือนบัตรเอทีเอ็มซึ่งไม่เป็นอุปสรรคด้านการทำธุรกรรมระหว่างแนวชายแดนอีกต่อไป

นี่จึงเป็น จุดแข็งทั้ง 4 ข้อ ที่ ไอยรา แพลนเน็ต มีให้นักธุรกิจ อิสระรุ่นใหม่ได้ทำงานอย่างไร้ขีดจำกัด ทางเทคนิคและกลายเป็นความพรั่งพร้อม ที่ขายตรงใหม่รายอื่นไม่มีปรากฏ ด้วยประการฉะนี้ ดร.กัมปนาท บุญราศรี จึงคาดการณ์ผลงานปลายปีนี้ว่าจะสามารถสร้างนักขายได้มากถึง 15,000 รหัส ด้วยยอดขาย 100 ล้านบาททีเดียว
ด้วยองคาพยพนี้ จึงน่าจะกล่าว ได้ว่า ไอยรา แพลนเน็ต เป็นองค์กร ขายตรงน้องใหม่ที่ต้องบอกว่า เพียบพร้อมไปด้วยสรรพวุธยุทโธปกรณ์ความรู้จริง ครบด้าน และเต็มไปด้วยศักยภาพแห่งความทะยานเข้าทิ่มทะลวงตลาดธุรกิจเครือข่ายแนวใหม่ที่ใครๆ ก็ต้องจับตากัน อีกครั้ง!


อ้างอิง : นสพ.ธุรกิจเครือข่ายขายตรง ฉบับที่ 238 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-31 ตุลาคม 2555

วันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ขายตรงน้องใหม่ 2 ปีสร้างนักขายเงินล้าน 10 คน ณ คิงส์ เฮล์ทตี้ (King Healthy)!! บทสัมภาษณ์ : คุณกฤษณ์ ศรีวะรมณ์

ขายตรงน้องใหม่ 2 ปีสร้างนักขายเงินล้าน 10 คน ณ คิงส์ เฮล์ทตี้!! คุณกฤษณ์ ศรีวะรมณ์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท คิงส์ เฮล์ทตี้ จำกัด


การเข้ามาในธุรกิจขายตรงไม่ใช่เรื่องช้า สิ่งที่เกิดขึ้นใหม่ ก็เกิดขึ้นมาตลอด บางคนมองว่าคิงส์ เฮล์ทตี้เปิดมา 2 ปี มีคนมีรายได้หลักล้านเกือบ10คนแล้ว มีคนประสบความสำเร็จ มากมาย... แต่การที่ธุรกิจขายตรงมีคนรู้จักมากขึ้น นั่นก็หมายถึงว่าธุรกิจขายตรงมีการยอมรับมากขึ้นด้วย



เรียกว่าก้าวผ่านการเป็นโรงงานผลิตสินค้ามากว่า 10 ปี ถึงคราวที่หันมาจับธุรกิจก็เป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างมาก โดยการบริหารของ นพธีรา ประสพ ประธานกรรมการ บริษัท คิงส์ เฮล์ทตี้ จำกัด มีหัวใจการบริหาร ด้วย การยืนอยู่บนพื้นฐานของสินค้าเป็นหลัก และในฉบับนี้ถึงคิวของ นายกฤษณ์ ศรีวะรมณ์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท คิงส์ เฮล์ทตี้ จำกัด กล่าวในสื่อรายการทีวี เส้นทางนักขาย ออกอากาศทางสถานีเนชั่นแชนแนล เมื่อวันเสาร์ที่ 25 สิงหาคม ที่ผ่านมาว่า


เสียงตอบรับจากผลิตภัณฑ์ตัวใหม่เป็นอย่างไร


การตอบรับของผลิตภัณฑ์ น้ำหอม ดีมากๆ วันที่จัดงานก็ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก สำนักงานใหญ่เต็มไปด้วยผู้คนที่มาร่วมงาน และลูกค้าชื่นชอบ ผลิตภัณฑ์นี้เป็นอย่างมากและกลายเป็นสินค้าที่มีออเดอร์สูงมาก เป็นสินค้าที่มียอดขายมาแรง โดยมีพรีเซ็นเตอร์คู่กับท่านประธานคือ พีเค ปิยะวัฒน์ เข็มเพชร โดยน้ำหอมมี 4 กลิ่นด้วยกัน แต่ละกลิ่นจะแตกต่างกันไป เหมาะทั้งผู้หญิงและผู้ชาย เหมาะกับกลุ่มลูกค้าที่มีความแตกต่างกัน มีคนสั่งซื้อจำนวนมากทำให้ยอดการสั่งซื้อสินค้าสูง จนสินค้าขาดสต๊อก


จุดแข็งของคิงส์เฮล์ทตี้คือ


เด่นเรื่องสินค้า เป็นโรงงานผลิตสินค้ามากกว่า 10 ปี ผลิตสินค้าให้กับบริษัทหลายบริษัท กว่า 200 แบรนด์ ทำให้เราคุ้นเคยและถนัดกับสินค้าเป็นอย่างดี จึงเป็นกลุ่มสินค้าหลักของคิงส์ เฮล์ทตี้ ผิวพรรณ รูปร่าง การดูแลสุขภาพ จนเปิดเป็นธุรกิจของตัวเอง เน้นจุดยืนที่อยู่บนรากฐานของสินค้า เราได้เลือกนวัตกรรมการผลิตที่ดีที่สุดเท่าที่เคยผลิตมา เมื่อมาเป็นสินค้าของคิงส์ เฮล์ทตี้แล้ว จุดแข็งอีกอย่างหนึ่งคือ ต้นทุนของสินค้า เราไม่ได้บวกกำไรของสินค้ามากมาย ทำให้เราสามารถมีช่องว่างของกำไรที่จะได้รับ สามารถอยู่ได้ในเรื่องของแผนการตลาด รูปแบบของโปรโมชั่นต่างๆที่เราสามารถตอบแทนให้กับผู้ร่วมธุรกิจของเราได้อย่างคุ้มค่า


การจัดโปรโมชั่นที่ดึงดูด


ทุกครั้งที่จัดโปรโมชั่น มักเกิดคำถามตามมาเสมอคือ สามารถจ่ายได้จริงเหรอ ให้ได้จริงเหรอ ทำแค่นี้ได้ทองได้รถจริงเหรอ และที่ผ่านมาก็เราพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า แจกจริง ได้จริง ที่ผ่านมาโปรโมชั่นของเราเป็นการคืนกำไรให้กับผู้บริโภค ช่วงหนึ่งต้องบอกว่า ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมแล้วมีเรื่องเกี่ยวเนื่องมา จนทำขาดวัตถุดิบในการผลิตสินค้า ทำให้สินค้าไม่พอกับผู้บริโภค เมื่อสินค้าขาด เราจะทำอย่างไรให้ผู้บริโภค รู้สึกว่าเป็นการรอที่คุ้มค้า จึงได้จัด ส่วนลดครั้งใหญ่ ทำให้ยอดขายมีการเติบโตเยอะมาก ล่าสุดมีโปรโมชั่นใหม่ ที่จะพานักธุรกิจไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น หลังจากประกาศไปได้ 1 สัปดาห์ ตอนนี้มีผ่านใบสมัครมากกว่า 200 ชีวิตแล้ว เปรียบได้กับการเหมาเที่ยวบินทั้งลำ และอาจจะเป็นการพานักธุรกิจไปเที่ยวญี่ปุ่นมากที่สุดในโลกก็ว่าได้ โปรโมชั่นนี้รับไปจนถึงสิ้นปี อาจจะมีสมาชิกที่ผ่านเกณฑ์ได้ไปถึง 1,000 ชีวิต


เครือข่ายผู้บริโภคเป็นอย่างไรบ้าง


ขณะนี้สมาชิกเครือข่ายผู้บริโภคคิงส์ เฮล์ทตี้อยู่ที่ 400,000 รหัส ส่วนมากเป็นคนที่เข้ามาแล้วทำธุรกิจเป็นหลัก ในกลุ่มผู้บริโภคเข้ามาในฐานของการบริโภคก็จริง แต่ก็เป็นผู้บริโภคที่ยังไม่เข้าใจถึงธุรกิจที่ชัดเจน ทำให้คิงส์ เฮล์ทตี้มีโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงผู้บริโภคให้มาเป็นนักธุรกิจค่อนข้างสูง ซึ่งอยู่ที่ 40-50% โดยธุรกิจขายตรงในหลายๆค่ายที่เติบโตแล้วจะเห็นว่าฐานของกลุ่มผู้บริโภคที่แท้จริงสูงถึง 80-90% ฐานตรงนี้จะทำให้ธุรกิจแข็งแรงและค่อนข้างมั่นคง สำหรับคิงส์ เฮล์ทตี้ก็ทำการบ้านตรงนี้ค่อนข้างหนัก เพราะนักธุรกิจที่เข้ามาทำธุรกิจกับเรา อาจจะมีสมหวังบ้าง ไม่สมหวังบ้าง อาจจะมีการย้ายบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่เรามองคือ ทำอย่างไรให้คนเกิดความรู้สึกผูกพันธ์กับบริษัท ชอบในสินค้า และอยากที่จะบริโภคสินค้าของเรา ซึ่งในปีนี้ถึงปีหน้า ก็มีการ เตรียมอะไรไว้หลายๆอย่างเพื่อรองรับตรงนี้ และจะมีอีกหลายโปรโมชั่นออกมา


แผนและกลยุทธ์ที่จะเพิ่มสาขา


ตั้งแต่เดือนแรกที่เปิด ก็จะมีนักธุรกิจที่สัมผัสแผนการตลาด ชื่นชอบในสินค้า เราพบว่ามีคนติดต่อเราเยอะมากกับการเปิดสาขา แต่บริษัทก็มีนโยบายที่ชัดเจนตั้งแต่วันแรกเลยว่า เราขอลงทุนเอง เปิดทุกสาขาด้วยตัวเอง ลงทุนเอง เพราะต้องการสร้างมาตรฐานของการบริการลูกค้า และรักษามาตรฐานของระบบขนส่งที่สามารถตรวจสอบได้ การทำงานจะมีความคล่องตัวมากกว่า ฉะนั้นทุกสาขาของบริษัทคิงส์ เฮล์ทตี้ จะเป็นสาขาที่เราลงทุนเองทั้งหมด เพิ่งเปิดสาขาใหม่ที่หาดใหญ่ ตลาดในภาคใต้มียอดการจำหน่ายค่อนข้างสูง ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี และในปีหน้ามีแผนที่จะเปิดสาขาใหม่ที่จังหวัด นครราชสีมา เรื่องสถานที่ลงตัวแล้ว ใช้เวลาในการจัดการไม่นาน น่าจะได้เห็นสาขาใหม่ในเร็วๆนี้ และอีกที่ที่พยายามจะเปิดให้ทันสิ้นปีที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นการเติบโตที่ก้าวกระโดด


สินค้าหลักของคิงส์ เฮล์ทตี้ในวันนี้คือ


สินค้าประเภทการดูแลรูปร่าง กาแฟ คือสินค้าหลัก เห็นได้จากยอดขายที่ถล่มทลาย โดยสินค้าหนักจะเป็นสินค้าเกี่ยวกับการดูแลรูปร่างเป็นหลัก เป็นผลิตภัณฑ์ที่ดูแลจากภายในสู่ภายนอก นอกจากคำว่า เฮล์ทตี้แล้ว ยังเจอคำว่า บิวตี้ด้วย ใช้แล้วสวยขึ้น ใช้แล้วหล่อขึ้น พอใช้ไปแล้วเกิดความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น


การเพิ่มกำลังการผลิตมีการขยายอย่างไร


การขยับขยายโรงงานแรกที่จังหวัดนนทบุรี มีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด ทำให้ขยายพื้นที่ไมได้มาก และอีกที่หนึ่งคือจังหวัดสุพรรณบุรีมีการซื้อที่ดินบริเวณรอบข้างอีกกว่า 10 ไร่ ลงเครื่องจักรใหม่ สร้างอาคารใหม่ เพื่อรองรับการขยายตัว ใช้งบการลงทุนกับเครื่องจักรไปประมาณ 60 ล้านบาท เนื่องจากเรามีการวางแผนเรื่องการขยายกิจการที่ค่อนข้างชัดเจน เราต้องตอบโจทย์เรื่องของฐานการผลิตของเราด้วย


แผนการขยายในต่างประเทศ


แผนเรื่องการขยายต่างประเทศ ถ้ามองในเรื่องการขยายธุรกิจ ต้องบอกว่าไปแล้วที่ประเทศเพื่อนบ้าน มาเลเซีย พม่า กัมพูชา ลาว เราไปหมดแล้ว ล่าสุดมีลูกค้าถามว่า จะส่งสินค้าไปยุโรปทำอย่างไร ต้องบอกก่อนว่า หากจะไปเปิดสาขาในแต่ละประเทศ บริษัทมีเรื่องที่จะต้องพิจารณาหลายเรื่อง เช่น เรื่องกฎหมายของแต่ละพื้นที่ที่มีความแตกต่างกัน และความพร้อมของบริษัทเอง เพราะการเปิดสาขาต้องมั่นใจว่า เปิดแล้วเราจะไม่ดับ คือเปิดแล้วต้องโตมีการตอบสนองที่ดี แต่การลงทุนในต่างประเทศก็มีการขยายตลาดผู้บริโภคที่ชัดเจน อย่างที่ประเทศพม่า ก็เป็นประเทศที่กำลังเติบโต การเข้าไปลงทุนต้องศึกษาเป็นอย่างดี ทั้งกฎหมายที่มีข้อจำกัดในหลายๆเรื่อง ต้องศึกษาว่าทำอย่างที่ธุรกิจเข้าไปแล้วจะเป็นของเราร้อยเปอร์เซ็นต์ให้ได้ จะทำให้ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงนโนบาย เรากำลังสร้างมาตรฐานที่เท่ากันทั่วโลก เราก็ต้องมาทบทวนว่าเรามีความพร้อมที่จะเปิดจริงมั้ย แผนในการเติบโตในต่างประเทศก็ดำเนินมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว


ช่วงปีที่แล้วเกิดปัญหาอุทกภัย


เราก็มีผลกระทบบ้าง เพราะสถานที่ของเราทำเลดีน้ำไม่ท่วม แต่เรื่องของการส่งสินค้ามีความล่าช้า และปัญหาที่ตามมาอีกคือ วัตถุดิบที่นำเข้าจากต่างประเทศก็มีความล่าช้า ทำให้กำลังการผลิตมี แต่วัตถุดิบไม่พอ ทุกโรงงานเปิดการผลิตช่วงหลังน้ำท่วม ทำให้เกิดการแย่งชิงวัตถุดิบ ในช่วงที่ขาดแคลน มีผลต่อเนื่องมาจนถึงช่วงกลางปี ทำให้สินค้าของคิงส์ เฮล์ทตี้ขาดไปช่วงหนึ่ง ตอนนี้กลับมาอยู่ในสภาวะปกติแล้ว แต่ก็มีสินค้าบางรายการที่ผลิตไม่พอขาย เพราะมีการเติบโตที่ชัดเจน ทำให้หาเพิ่มในเรื่องของวัตถุดิบ เพื่อที่จะทดแทนกันบ้างในบางรายการ สินค้าของคิงส์ เฮล์ทตี้มีวัตถุดิบที่มีความเฉพาะ เกรดคุณภาพของวัตถุดิบค่อนข้างดี ถ้าเป็นผู้ผลิตรายอื่นค่อนข้างที่จะสู้ราคาวัตถุดิบไม่ไหว แต่เราก็พยายามเต็มที่ให้สู่สภาวะปกติเกือบ 100%


ผลประกอบการเป็นอย่างไร


6 เดือนแรก ผลประกอบการดีเยี่ยม เพราะไม่มีการตกของผลประกอบการ เมื่อลูกค้าเลือกสินค้าของ คิงส์ เฮล์ทตี้ ทำให้เกิดความรู้สึกแตกต่าง กับสินค้าที่ซื้อในท้องตลาดหรือซื้อจากที่อื่น ทำให้ลูกค้ายอมรอสินค้าจากเรา ทำให้เรารักษาอัตราการเติบโตของเราได้ แม้จะอยู่ในช่วงขาดแคลนสินค้า ซึ่งช่วงปีแรกก็พิชิตยอดขายเกือบ 2,000 ล้านบาท ถือว่าผ่านเป้าที่ตั้งไว้ แต่ช่วง 6 เดือนหลังจะเป็นช่วงโลว์ซีซั่นช่วงหนึ่ง แต่ก็คิดว่าปลายปีนี้ ยอดน่าจะแตะที่ 2,500-3,000 ล้านบาท


กล่าวทิ้งท้าย


สำหรับผมมองว่า การเข้ามาในธุรกิจขายตรงไม่ใช่เรื่องช้า ขายตรงมีโอกาสที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา สิ่งที่เกิดขึ้นใหม่ก็เกิดขึ้นมาตลอด บางคนอาจจะบอกว่าคิงส์ เฮล์ทตี้เปิดมา 2 ปี มีคนมีรายได้หลักล้านเกือบ 10 คนแล้ว มีคนประสบความสำเร็จมากมาย อาจจะมองว่าธุรกิจของเรามีการอิ่มตัว แต่การที่ธุรกิจขายตรงมีคนรู้จักมากขึ้น นั่นก็หมายถึงว่าธุรกิจขายตรงมีการยอมรับมากขึ้นด้วย คิงส์ เฮล์ทตี้เป็นธุรกิจที่เติบโตอย่างชัดเจน


อ้างอิง : นสพ.ธุรกิจเครือข่ายขายตรง ฉบับที่ 236 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-30 กันยายน 2555

ภัทรกร วัฒนายนต์ Executive President : มินเนอร์รี่ โกลด์ Minery Gold


นายปทักษ์ ตั้งพานิชยานนท์ (ตง) C.E.O อายุ 28 ปี ขึ้นตำแหน่งในเวลา 2 เดือน, นายนิติธร บัวธนาศิริ (นู) C.E.O อายุ 28 ปี ขึ้นตำแหน่งในเวลา 2 เดือน, นายภัทรกร วัฒนายนต์ (เจา) Executive President อายุ 27 ปี ขึ้นตำแหน่งในเวลา 5 เดือน,นายมติ สิริอุปบล (ซี) Executive President อายุ 29 ปี ขึ้นตำแหน่งในเวลา 4 เดือน, นายประสันต์ ขานนาม (ก้อง) Executive Director อายุ 26 ปี ขึ้นตำแหน่งในเวลา 1 เดือน

บทสัมภาษณ์ คุณภัทรกร วัฒนายนต์ Executive President


 


จุดเริ่มต้นก่อนเข้าสู่มินเนอร์รี่โกลด์


เคยเป็นนักดนตรีอาชีพ, Sound Engineer, ทำงาน Event รายได้ประมาณ 3 4 หมื่นอยู่แล้ว ใช้ชีวิตแบบวัยรุ่นสบายๆ แต่ว่าวิกฤตเกิดขึ้นได้เสมอ พอเกิดปัญหาจากรายได้ที่มีก็กลายเป็นศูนย์ เกิดความคิดว่า คนที่เรียนจบปริญญาแต่ไม่รวยก็เยอะแยะ ทำให้คิดว่า ความรู้กับความคิด มันไม่เหมือนกัน คนที่มีความรู้เยอะๆแต่เป็นลูกจ้างชั้นดี แต่คนที่มีวิธีคิดเรียนแค่ ป.4 ก็เป็นเจ้าของธุรกิจได้ ก็ผ่านอะไรมาเยอะครับ กว่าจะมาถึงวันนี้


เหตุผลที่เลือกมินเนอร์รี่โกลด์


เครื่องจักรหรือโรงงานดีๆ ใครมีเงินก็สร้างได้ แต่ทั้งสินค้าและประสบการณ์ผลิตยา 80 ปีของปราสาททองโอสถ ไม่มีใครเลียนแบบได้ และเจ้าของบริษัทก็มีจรรยาบรรณ แผน ทีม ช่วงเวลา ก็เป็นเรื่องที่สำคัญ ผมทำเพื่อเกษียณ ไม่ใช่แค่ทำตามกระแส


การทำงานในช่วงแรกและอุปสรรค


ทุกคนเจอเหมือนกันแหละครับ คือ คิดไปเอง ของคนที่ไม่เข้าใจ เช่นเราพูดว่ามันง่าย ทำแค่นี้ก็รวยได้ คนก็ไม่เชื่อ แต่พออธิบายเยอะ ก็บอกว่า ยากไปทำไม่ได้หรอก ช่วงแรกชวนใครเค้าก็ไม่เอา เพราะเขาไม่เข้าใจ แต่พอเรามีรายได้ขึ้นมา ก็เป็นการพิสูจน์ให้เขาเห็นว่า ใครที่คิดว่ามันง่ายจนไม่น่าเชื่อ มันเป็นไปได้ และใครที่คิดว่าทำไม่ได้ มันง่ายกว่าที่เขาคิด


การบริหารทีมงานไปสู่เป้าหมายเดียวกัน


ธุรกิจนี้จริงๆแล้วไม่ยากครับ ที่มันยากเพราะคนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่ามันง่าย ผมทำให้องค์กรเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ด้วยวิธีที่ง่ายมากๆ ผมเรียกวิธีนี้ว่าModern Network


คติประจำใจในการทำงาน


บอกตัวเองเสมอ ว่าคนเราเกิดมาจากความรัก เติบโตด้วยการศึกษา ฉะนั้นผมก็ขอตอบแทนพ่อแม่ด้วยความสำเร็จ อันนี้เป็นแรงผลักให้ผมวิ่งขึ้นมาถึงจุดนี้ได้


จุดเปลี่ยนในชีวิต


สิ่งที่เปลี่ยนชีวิตคือ วิธีคิดที่ต่างกัน เห็นได้ชัดคือ ผมใช้เวลาแค่ 5 เดือน จากนักดนตรีมาเป็นผู้บริหารที่ตำแหน่งสูงที่สุดในบริษัทขณะนี้ สามารถปลดหนี้หลักแสนได้ ภายใน 4 เดือน หากทำงานประจำคิดว่าคงหลายปี


กล่าวทิ้งท้าย


คนส่วนใหญ่ที่ไม่เข้าใจแล้วแอนตี้ธุรกิจนี้ เค้าไม่ได้ผิดนะครับ เค้าแค่ไม่รู้ แต่ความจริงแล้วธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่สวยงามครับ ลงทุนต่ำแต่รายได้สูง และเป็นธุรกิจที่ยุติธรรมที่สุด คือคุณทุ่มเทกับมันเท่าไหร่ คุณจะได้กลับไปเท่านั้น ถ้าคุณแค่ลองทำ อาจจะได้แค่หลักหมื่นเป็นรายได้เสริม แต่ถ้าคุณจริงจังกับมัน คุณจะได้หลักแสนกลับมา แต่หากคุณทุ่มให้มันทั้งชีวิต คุณจะได้ชีวิตใหม่กลับมา และวันนี้ผมสามารถส่งต่อความสำเร็จให้ทีมงาน รับรายได้หลักแสนได้เหมือนกัน แต่ผมจะได้เท่าไหร่มันไม่สำคัญหรอกครับ มันสำคัญว่า มนุษย์เงินแสนคนต่อไป...จะใช่คุณรึเปล่า !!


อ้างอิง : นสพ.ธุรกิจเครือข่ายขายตรง ฉบับที่ 237 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 1-15 ตุลาคม 2555

วันศุกร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2555

เฮอร์บาไลฟ์ - Herbalife ทุบสถิติ 3 เดือนพันล้าน โหน เทรนด์ลดน้ำหนัก ดันปิดหีบทะลุเป้า


บริษัท เฮอร์บาไลฟ์ขายตรงอันดับ 5 ของโลกสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ไตรมาสสองที่ผ่านมาสามารถสร้างรายได้ถึง 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1 ดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ 31 บาท) เป็นผลงานรายไตรมาสสูงสุดนับแต่ก่อตั้งบริษัท ไมเคิล โอ จอห์นสัน ซีอีโอเฮอร์บาไลฟ์มั่นใจผลงานในไตรมานนี้จะส่งผลบวกอย่างมากต่ออีก 2 ไตรมาสที่เหลือและทำให้ปีนี้เป็นอีกปีที่น่าจะมีผลประกอบการทำลายสถิติของบริษัท


ความสำเร็จที่เกิดขึ้นมากจากความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจรวมไปถึงผลิตภัณฑ์และโอกาสทางธุรกิจในช่วงเวลาที่ยังคงท้าทายอย่างมากสำรับธุรกิจแขนงต่างๆ เนื่องจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจภายในประเทศยอดขายของทั้ง 6 ภูมิภาคทั่วโลกเติบโตได้แข็งแกร่งมาก ขณะที่กำไรและกระแสเงินสดอยู่ในระดับสูงสุดเช่นกัน ซีอีโอเฮอร์บาไลฟ์ กล่าว


และเสริมว่า ผลงานใน 2 ไตรมาสแรกนี้จะสนับสนุนให้ปีนี้เป็นอีกปีที่บริษํทประสบความสำเร็จ พันธกิจของนักขายคือการมุ่งจับกระแสการอุปโภค บริโภคประจำวันของคนทั่วโลกที่เปลี่ยนแปลงไปเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกันทั้งเทรนด์การลดน้ำหนัก คนอัวนที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น และคนอายุมากขึ้นที่ต้องการชะลอวัย ดูแลสุขภาพ เป็นตลาดที่จะเปิดโอกาสในการเติบโตให้กับบริษัทในอนาคต


เดช วาล์ช ประธานเฮอร์บาไลฟ์กล่าว่า เหตุผล 3 ข้อที่ทำให้บริษัทยังคงรักษาระดับรายได้ที่สูงและอัตราเติบโตที่ดีไว้ได้คือ



  1. คลับดูแลสุขภาพซึ่งเป็นหัวหอกในการขยายไปยังตลาดการอุปโภค บริโภค ประจำวันของผู้บริโภคเพื่อให้คำแนะนำอย่างถูกต้อง

  2. การใช้ระบบฝึกอบรมที่มีประสิทธิภาพเพื่อสนับสนุนการทำตลาดของนักขายและแม่ทีมทั้งในตัวเมืองและภูมิภาค

  3. การทำงานร่วมกันเพื่อสร้างโอกาสและความภักดีต่อแบรนด์


การให้คำแนะนำถึงพฤติกรรมการอุปโภค บริโภค ประจำวันของประชาขนทั้งผ่านคลับดูแลสุขภาพ ความท้าทายในเรื่องการทำให้น้ำหนักของลูกค้าลดลงรวมไปถึงแคมป์ฟิตเนส สำหรับนักขายล้วยเปิดโอกาสให้นักขายและผู้บริโภคได้เจิกันทำให้เกิดสัญญาซื้อขายใหม่ๆ ถี่ขึ้นมากกว่าการขายตรงรูปแบบเดิมๆ เรายังคงสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มเครื่องมือในการขายให้กับนักขายและรองรับความต้องการของผู้บริโภค


ความสำเร็จในไตรมาสสองของเฮอร์บาไลฟ์ทั้งยอดขายและกำไรทำให้บริษัทสามารถจ่ายผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นได้อย่างคุ้มค่า ซึ่งนับจากปี 2550 เฮอร์บาไลฟ์ จ่ายผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นไปแล้วประมาณ 1,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ


สำหรับผลประกอบในไตรมาสสองของเฮอร์บาไลฟ์มีรายได้สุทธิ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 17.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสองปีที่ผ่านมา คิดเป็นรายได้ต่อหุ้น 1.10 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 25% ประมาณการณ์รายได้ต่อหุ้นปี 2555 อยู่ที่ 3.88-3.98 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทอนุมัติจ่ายเงินปันผลประจำไตรมาส 30 เซ็นต์ต่อหุ้น


ปี 2554 ที่ผ่านมา เฮอร์บาไลฟ์มีรายได้ 3,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 26% มีกำไรสุทธิ 413.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 35% เฉพาะไตรมาส 4 มีรายได้ 105.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 20% เทียบกับปี 2553 ทำได้ 86.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หากวัดเป็นเงินท้องถิ่นยอดขายเพิ่มขึ้น 23% ซึ่งไมเคิล โอ จอห์นสันกล่าวถึงผลงานในปีที่ผ่านมาว่า เป็นสถิติใหม่ของบริษัทและปีนี้ก็เช่นกัน โดยกำหนดเป้าหมายการทำงานของนักขายในแต่ละระดับทั้งแอ็คทีฟและแม่ทีม นักขายคือหัวใจสำคัญที่จะส่งเสริมการเติบโตของบริษัทให้ยั่งยืน


วิลเลี่ยม เอ็ม ราห์น กรรมการผู้จัดการภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิก ของเฮอร์บาไลฟ์กล่าวว่า สำหรับในภูมิภาพเอเชีย- แปซิฟิก ประเทศที่น่าจับตามมากคือ อินเดีย ซึ่งปัจจุบันทำยอดขายมากเป็นอันดับ 2 ของภูมิภาค รองจากเกาหลีใต้คาดว่าภายใน 3 ปีข้างหน้านี้อินเดียจะยึดอันดับหนึ่งในภูมิภาคนี้ได้และภายใน 4 ปีจะก้าวขึ้นเป็น เบอร์ 1 ของบริษัทแม่แทนที่สหรัฐอเมริกาได้เนื่องจากผลงานที่ยอดเยี่ยมด้วยอัตราเติบโตสูงกว่า 100% ต่อปีตลอด 3 ปีที่ผ่านมา โดยบริษัทแม่มีแผนสร้างโรงงานผลิตขึ้นในอินเดีย


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่ายขายตรงฉบับที่ 238 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-31 ตุลาคม 2555

ชู ขายตรง (MLM) โมเดลแก้จนประเทศกำลังพัฒนา เทียบชั้น ไมโครไฟแนนซ์ / ยึด เอวอน (AVON) ต้นแบบ


เครดิตธุรกิจขายตรงขยับพรวดขึ้นทันควัน กระแสความน่าสนใจพุ่งภายหลัง มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด ของประเทศอังกฤษเปิดเผยผลศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้ว่า การขายเครื่องสำอางแบรนด์ เอวอน ช่วยให้ผู้หญิงจำนวนมากในประเทศแอฟริกาใต้มีความมั่งคั่งทางการเงินเพิ่มขึ้น หลุดพ้นจากความยากจน พวกเธอสามารถมีอาชีพอิสระที่สร้างงาน สร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับครอบครัว อีกทั้งยังข่วยยกระดับสังคมและเศรษฐกิจในชุมชนด้วย


ซึ่งขณะนี้หลายธุรกิจกำลังยึดเอา โมเดลขายตรงเอวอน เป็นต้นแบบขยายธุรกิจ ลดความยากจนในประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลก


ผู้หญิงแอฟริกาแห่ขาย เอวอน แก้จน รายได้พุ่งพรวดติดกลุ่มคนชั้นกลาง


ลินดา สก็อตต์ และ แคทธาลีน โดแลน อาจารย์ จากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดเจ้าของผลศึกษาข้างต้นบอกว่าพวกเอใช้เวลาถึง 3 ปีตั้งแต่ 2550-2553 เก็บข้อมูลสตรีผิวดำยากจนในแอฟริกาใต้จำนวน 300 คน ที่ทำงานเป็นนักขายของเอวอนพบว่า เกือบ 3 ใน 4 ของรายได้ของพวกเธอมาจากกายขายสินค้าเอวอน บริษัทขายตรงเครื่องสำอางอันดับหนึ่งของโลกซึ่งในปีที่ผ่นมามียอดขายมากกว่า 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ


ผลสำรวจระบุว่า ผู้หญิงผิวดำทั้ง 300 คนขายสินค้าของเอวอนอย่างน้อย 16 เดือนพวกเฑอมีเงินมากพอที่จะจับจ่ายซื้อสินค้าจำเป็นเพื่อใช้ประทังชีวิตของเธอและคนในครอบครัวในแต่ละเดือน หลุดพ้นจากความยากจนภาวะอดอยากที่มีมาตลอดชีวิตได้ อีกทั้งยังมีเงินเหลือเฟือเพื่อใช้จ่ายอย่างอื่นและเก็บออมได้อีก


ด้วยรายได้ของพวกเธอทำให้ เอวอนเลดี้ ในแอฟริกาใต้ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ได้รับการยกย่องในเอวอนติด 1 ใน 10 สตรีผิวดำที่สร้างงานด้วยตัวเอง ซึ่งจากผลสำรวจในแอฟริกาใต้ค่าเฉลี่ยรายได้ระดับกลางๆ ของพวกเธออยู่ประมาณ 110 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน (ประมาณ 3,410 บาท) แต่สำหรับที่ขายเอวอนทำรายได้เพิ่มขึ้นเป็นเดือนละประมาณ 171 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 5,130 บาท) ทำให้พวกเธอมีรายได้ติดกลุ่มคนระดับกลางของประเทศและติดกลุ่มผู้หญิงผิวดำที่มีรายได้สูงสุดจากการสร้างอาชีพอีกด้วย


ขนานนาม ผู้เผยแพร่ลัทธิความงาม ยก ขายตรง (MLM) เหนือ ไมโครไฟแนนซ์


ผลศึกษาเรียกความกระตือรือร้นความมุ่งมั่นในการทำงานของผู้หญิงเอวอนว่า ผู้เผยแพร่ลัทธิลิปสติก หรือ ลัทธิความงาม พวกเธอเล่าประสบการณ์ความยากลำบากในการใช้ชีวิตก่อนที่จะมาเป็นนักขายเอวอนซึ่งทำให้ชีวิตพวกเธอดีขึ้น มีความสุขมากขึ้น


สิ่งสำคัญคือมันไม่ใช่เรื่องตลกเลยถ้าพูดถึงลิปสติกหรือเครื่องสำอาง ขายตรงทำหลายๆสิ่งที่ธุรกิจอื่นทำให้ไม่ได้ เปรียบเหมือนสถันปล่อยสินเชื่อเพื่อรายย่อยหรือไมโครไฟแนนซ์ เป็นแหล่งส้างอาชีพของคนในชุมชนที่ไม่ได้จำกัดเพศ วัย ความรู้ หรือเงินทุน อาจารย์สก็อกตต์กล่าว


อาจารย์ สก็อกตต์กล่าวว่า ผล ศึกษาครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนเงินทุนในการวิจัยจากสภาวิจัยเศรษฐกิจและวิทยาศาสตร์สังคมประเทศอังกฤษ โดยเอวอนไม่ได้เข้ามาร่วมเป็นสปอนเซอร์แต่อย่างใด อีกทั้งเอวอนไม่ได้ให้ความคิดเห็นใดๆ เกี่ยวกับผลศึกษานี้เช่นกัน


ธุรกิจอื่นยึด โมเดลเอวอน ต้นแบบขยายตลาด สร้างงานประเทศยากจน


ธุรกิจอื่นๆ อาทิ บริษัท ลิฟวิ่ง กู๊ด ที่ตั้งอยู่ในเมืองซาน ฟรานซิสโก หยิบบืมโมเดลขายตรงของเอวอนเจาะทะลวงเข้าไปหาผู้หญิงยากจนในประเทศอูกันดาโดยเปลี่ยนจากการขายเครื่องสำอางมาเป็นการจ้างงานสตรี 900 คนสวมวิญญาณนักขายเดินเคาะประตูบ้านขาย อุปกรณ์ฉีดฆ่ายุงป้องกันโรคมาลาเรียและอุปกรณ์ทำความสะอาดเขม่าเตาหุงต้ม ซึ่งได้ผลน่าพอใจมาก


ชุค สลาจ์เธอร์ ผู้ก่อตั้งลิฟวิ่งกู๊ด กล่าวว่า เขาสมัครเป็นนักขายเอวอนในสหรัฐฯ เมื่อปี 25551 ปีเดียวกับที่เปิดบริษํท ลิฟวิ่ง กู๊ดขึ้นมา ในบทบาทของการเป็นนักขายเอวอนเขาจะขายสินค้าเครื่องสำอางต่างๆ ให้กับภรรยา และ เพื่อนๆของเธอ ซึ่งเขาค้นพบว่าโมเดลายตรงสามารถที่จะนำไปปรับใช้กับธุรกิจของเขาได้


ขายตรงไม่ใช่เพียงการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของเครือข่ายนักธุรกิจของเราเท่านั้น แต่ยังสามารถให้ชีวิตที่ดีขึ้นกับลูกค้าของเราด้วย ในประเทศเกิดใหม่ต่างๆ โมเดลขายตรงเหมาะที่จะเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้กับประชาขนมากกว่าในประเทศพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐอเมริกาหรือยุโรปเสียอีก ขายตรงสามารถที่จะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในประเทศนั้นๆ เปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน


เอวอนค้นพบลู่ทางที่เจาะเข้าสู่ตลาดใหม่ๆ ที่คนอื่นไม่สามารถเข้าถึงได้ผ่านทางโมเดลขายตรงชั้นเดียวที่ครองอันดับหนึ่งในโลกขายตรงเครื่องสำอางอยู่ในขณะนี้ โดยเอวอนมีการจ้างงานผู้หญิงจำนวนมากเพื่อเป็นเครือข่ายนักขายกระจายสินค้าเครื่องสำอางเข้าไปยังชุมชนต่างๆ ซึ่งสร้างยอดขายจำนวนมากให้กับบริษัท ส่วนใหญ่รายได้ของเอวอน มากจากภูมิภาคละตินอเมริการวมถึงยุโรปตะวันตกและแอฟริกา ซึ่งทำรายได้ให้กับบริษัทเพิ่มขึ้น 13.5% ในปีที่ผ่านมา


โมเดลขายตรงส่งเสริมให้เกิดนักธุรกิจใหม่ๆขึ้นทั่วโลกโดยเฉพาะในกลุ่มสตรียากจน เป็นรูปแบบการทำธุรกิจที่ช่วยลดความยากจน อาจจะคล้ายกับ ไมโครไฟแนนซ์ ที่เป็นการปล่อยกู้ให้กับคนรากหญ้าได้เงินทุนที่จะเริ่มสร้างธุรกิจเพื่อยกระดับชีวิตของคนกลุ่มนี้ แต่ขายตรงเป็นช่องทางที่ทำให้ประสบความสำเร็จมากกว่า ที่สำคัญไม่ได้ก่อให้เกิดภาระหนี้สิน


แอนนี่ ดัฟโล กรรมการบริหาร Innovations for Poverty Action องค์กรที่ไม่แสวงกำไรกล่าวว่า ไมโครไฟแนนซ์ให้ผลด้านบวกกับผู้กู้ ทำให้มีแหล่งเงินกู้ไปใช้ในการทำธุรกิข ลดปัญหาในเรื่องของการขัดสนเงินทุนในระยะสั้น แต่ไม่มีอำนาจมากพอที่จะลดความยากจนของคนหมู่มากได้เมื่อเทียบกับขายตรงส่วนใหญ่ของคนที่มาขอสินเชื่อไมโครไฟแนนซ์มุรกิจที่อยากกู้อยู่แล้วซึ่งเงินกู้ที่ได้อาจจะทำให้เกิดสิ่งมหัศจรรย์กับธุรกิจของเขาได้


เมื่อเทียบกับขายตรง ทางสก็อตต์ กล่าวว่า ขายตรงน่าจะให้ประโยชน์กับผู้หญิงมากกว่านอกจากจะทำให้เธอมีรายได้แล้ว ยังทำให้มีเงินมากพอที่จะปล่อยกู้ สร้างเครือข่ายและพัฒนาทักษะงานด้านอื่นๆได้ด้วย เป็นช่องทางที่จะลดความยากจน โดยเฉพาะในแอฟริกาใต้และประเทศพัฒนาอื่นๆ โมเดลขายตรงน่าจะเป็นรูปแบบที่เหมาะกับสภาพแวดล้อมของชุมชน


สำหรับผลประกอบการของเวอนในไตรมาสที่สองที่ผ่านมา มีรายได้ 2,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1 ดอลลาร์ประมาณ 31 บาท) ลดลง 9% เมื่อคิดเป็นสกุลท้องถิ่นหากคิดเป็นเงินดอลลาร์ลดลง 1% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่มีรายได้ 2,860 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่ำกว่าตัวเลขที่นักวิเคราะห์ในตลาดหุ้นคาดการณ์กันไว้ที่ประมาณ 2,680 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กำไรสุทธิลดลงถึง 70% หรือคิดเป็นมูลค่า 61.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐเทียบกับช่วงที่ผ่านมาที่ทำให้ 206.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่ายขายตรงฉบับที่ 238 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-31 ตุลาคม 2555

วันพฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2555

โพลิเฮอร์บ PolyHERB เปิดตัวลั่น 8 ปี หมื่นล้าน จุดพลุ วีคสตรอง รอบใหม่ไบนารี่


ไบนารี่ แรงต่อเนื่อง ทองเปลว เจ้าของโรงงาน นักธุรกิจเวชภัณฑ์พันล้านเครือ มิลลิเมด แกรนด์ โอเพ่นนิ่ง โพลิเฮอร์บ คนร่วม 1,000 แห่ร่วม ประเดิมสินค้า 30 รายการ ปูทางด้วยแผน 2 ขาแนว วีคสตรอง เปิดโพยรายได้ 8 ทาง โบนัสแรก 2 ฝั่งรวม 28% โบนัสแมทชิ่งลูก 100% หลาน 50% ปิดช่องโหว่ แม่ทีม ต้นน้ำทิ้งหางแถวเพิ่มโบนัสแมทชิ่ง สายแข็งลึกถึง ชั้น เหลน 25%


นายบดินทร์ ศุภบัญฑิตย์กุล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โพลิเฮอร์บ เน็ทเวิร์ค จำกัด เปิดเผย ธุรกิจเครือข่าย ว่าวันที่ 29 กันยายน 2555 บริษัทได้ทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเพื่อดำเนินธุรกิจขายตรงผลิตภัณฑ์กลุ่มเสริมอาหาร เวชสำอาง เครื่องสำอาง และสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันร่วม 30 รายการ ด้วยแผนการตลาดไบนารี่ แบบวีคสตรอง แมชชิ่ง ซึ่งได้รับความสนใจจากนักธุรกิจเครือข่ายเข้าร่วมงานเกือบ 1,000 คน ภายในงานได้มีการมอบเข็มเกียรติยศให้กับผู้นำชุดแรกด้วย


จากที่เราเริ่มเปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการมาก่อนหน้านี้ราว 8-9 เดือน ก็มีผู้นำเข้าร่วมธุรกิจกับเราแล้วราย 200 คน และมีผู้สนใจทั่วไปเป็นสมาชิกอีกราว 5,000 คน แผนการตลาดของเราเป็นไบนารี่แบบวีคสตรอง ที่มีจุดแข็งคือ ต้องสร้างคนเพื่อเป็นฐานความมั่นคงอย่างยั่งยืน ซึ่งใครคิดจะรวยใน 2-3 ปีคงมาทำกับเราลำบาก แต่แน่นอนเมื่อทำแล้วตั้งใจจริงทำงานหนักกันจริงก็จะพบกับความสำเร็จแน่นอน นายบดินทร์กล่าว และว่า


สำหรับเป้าหมายการเติบโตนั้น จะเป็นแบบค่อยเป็นค่อบเติบโตตามนโยบายของนาย ทองเปลว ศิริพรพิทักษ์ ประธานกรรมการ ที่ต้องการสร้างฐานความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจเครือข่ายขายตรง โพลิเฮอร์บ อย่างมั่นคง ซึ่งแผนระยะแรกจะเป็นการเตรียมการ และระยะต่อไปจะเป็นการก้าวกระโดเพื่อให้การดำเนินงานในปีที่ 8 สามารถสร้างยอดขายรวมได้ 1 หมื่นล้านบาท ด้วยจำนวนสมาชิกเครือข่ายไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน บนกลุ่มเป้าหมายครอบคลุมคนไทยทั่วประเทศ และประชากรกลุ่มประเทศอาเซียน เกือบ 600 คน


นายบดินทร์กล่าวว่า ส่วนแผนการตลาดที่ถือเป็นจุดแข็งสำคัญหนึ่งของการผลักดันให้บริษัทเติบโตอย่างก้าวกระโดดภายใน 8 ปีนั้น ไม่ใช่แค่เป็นแผนไบนารี่แบบวีคสตรองธรรมดา แต่ยังเป็นแผนการตลาดที่ปิดช่องโหว่ของแผนวีคสตรองที่มีอยู่ในบริษัทอื่นด้วย โดยเน้นเสริมสร้างทีมงานและสานความสัมพันธ์ระหว่างแม่ทีมและทีมงานไปจนถึงชั้นเหลน ผู้นำสามารถมีรายได้มากถึง 8 ทาง เริ่มจากการมีรายได้จากการค้าปลีก 20% โบนัสจากลูก 20% โบนัสไบนารี่สายงานแข็ง 8% รายได้โบนัสแมทชิ่งลูก 100% โบนัสแมทชิ่งหลาน 50% และโบนัสแมทชิ่งเหลน 25%


จากแผนการจ่ายนี้จะเห็นว่าเน้นให้ความสำคัญกับการสร้างทีมงานอย่างยั่งยืนกว่าวีคสตรองบริษือื่นๆ และทำงานกันเป็นทีมใหญ่กว่า แม่ทีมก็ดูแลลูกทีมได้กว้างขึ้นซึ่งการทำงานเชิงลึกตรงนี้ส่วนหนึ่งผมได้นำประสบการณ์จากที่เคยร่วมทีมบริหารธุรกิจประกันชีวิตมากนานและธุรกิจเครือข่ายรวมกว่า 15 ปี มาผนึกกำลังทำให้แผนธุรกิจโพลีเฮอร์บเป็นวีคสตรองแนวใหม่ที่เชื่อว่าจะจุดกระแสการตอบรับจากสมาชิกได้ นายบดินทร์กล่าว


ทั้งนี้บริษัท โพลีเฮอร์บ เน็ตเวิร์ค จำกัด เป็นบริษัทขายตรงน้องใหม่ ที่เพิ่งทำธุรกิจไปเมื่อต้นปี 2555 ที่ผ่นมา โดยมีต้นสายกำเนิดเป็นบริษัทในเครือ มิลลิเมด จำกัด บริษัทด้านเวชภัณฑ์ชั้นนำของไทย ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทของคนไทยที่ดำเนินธุรกิจในประเทศและระหว่างประเทศด้วยความยึดมั่นมาตรฐานการผลิตระดับสากลมาอย่างยายนาน


จนบริษัทในเครือขยายธุรกิจโรงงานออกเป็นถึง 9 แห่ง เพื่อผลิตยาแผนปัจจุบัน สมุนไพรแผนปัจจุบัน อาหารเสริม เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันอื่นๆ อีกทั้งยังมีโครงการ คุ้มแสนสุข ที่มีนางสาวสุภัตรา แปงการิยา กรรมการผู้จัดการ ดูแลอาณาจักรสมุนไพร เกษตรอินทรีย์ 2,000 ไร่แห่งนี้ที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งจะเป็นศูนย์ศึกษาวิจัยและพัฒนาสมุนไรพเกษตรอินทรีย์ที่จะมีชื่อเสียงระดับโลกในอนาคตอันใกล้นี้


โพลีเฮอร์บบริษัทในเครือมิลลิเมดภายใต้การบริหารของ นาย ทองเปลว ศิริพรพิทักษ์ ประธานกรรมการ ได้เล็งเห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วมสร้างคุณภาพชีวิตให้กับคนไทย และคนทั้งดลกจึงได้ขยายธุรกิจแตกไลน์เป็นธุรกิจขายตรง เพื่อสร้างเป็นธุรกิจเพื่อมวลชน เพื่อคุณภาพชีวิตคนไทย โดยคำนึงถึงสุขภาพและรายได้ที่เป็นเรื่องสำคัญ อันจะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตคนไทยให้ดียิ่งขึ้น บนความพร้อมและฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งของกลุ่มมิลลิเมด ซึ่งเป้าหมายได้ขยายเป้าหมายเดิมที่เน้นการรักษาโรก มาสู่การป้องกันโรคและสร้างเสริมคุณภาพชีวิต ครอบคลุมคนไทยทุกคน


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่ายขายตรงฉบับที่ 238 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-31 ตุลาคม 2555

MIR WORLDWIDE (เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์) : ขายตรงน้องใหม่ ดันสินค้านับ 1,000 สินค้า 21 ธันวาคม จุดระเบิด ไฮบริด รุก 600 ล้านคน


MIR WORLDWIDE ได้ฤกษ์แกรนด์โอเพ่นนิ่งใหญ่ 21 ธันวาคมนี้ เจ้าของโรงงานผู้ผลิตส่งออกสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ห้างดังฟุโรป-อเมริกา ประสบการณ์กว่า 30 ปี ลุยเปิดธุรกิจเครือข่ายผู้บริโภคเอง! หวังดันธุรกิจคนไทยก้าวตามความสำเร็จเดิมสู่ตลาด โลก กวาดรายได้เข้าประเทศต่อ ภก.ดร.พิศาล การันตีผลิตภัณฑ์บนช็อปปิ้งมอลล์ พร้อมขายเกือบ 1,000 รายการ ด้วยแผน ไบนารี่ไฮบริด โดนใจตอบโจทย์ นักขาย ประเดิมสินค้าแรงสุด น้ำมันรำข้าว-ปู่จิงตัน อีก 2 ปีก้าว AEC สู่ 600 ล้านคน


ภก.ดร.พิศาล จันทฤทธิรัศมี ประธานบริษัท เอ็มไออาร์ เวิลด์วายด์ จำกัด หรือ MIR WORLDWIDE เปิดเผย ธุรกิจเครือข่าย ว่าในวันที่ 21 ธันวาคม 2555 นี้ บริษัทจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกหลังจากได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินธุรกิจเครือข่ายจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2555 ที่ผ่านมา ด้วยแผนการตลาดแบบไบนารี่ไฮบริดที่สนองการทำงานของนักธุรกิจอิสระได้อย่างลงตัว โดยมีสินค้าที่ผลิตไว้รองรับแล้วกว่า 800 รายการ


เรามีสินค้ากว่า 800 รายการที่ผลิตไว้รอเรียบร้อยแล้ว ซึ่งได้จัดเป็นเหมือนช็อปปิ้งมอลล์ โชว์ผลิตภัณฑ์ทุกตัวไว้ครบหมด เพราะเราเป็นผู้ผลิตเองจึงมีความพร้อมหลังจากก่อนหน้านี้มีผลิตสินค้าต่างผ เป็นสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ส่งให้กับห้างดังระดับโลกในยุโรปและอเมริกากิจขายตรงใหม่ เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์มานาน ก็เลยหันมามองเรื่องโครงข่ายธุรกิจเครือข่าย MIR ที่จะเป็นกลไกลสำคัญในการขยายธุรกิจไทยออกสู่นานาชาติได้ ภก.ดร.พิศาลกล่าวแล้วว่า


จากประสบการณ์กว่า 30 ปี ที่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการตลาดค้าปลีกขนาดใหญ่ของต่างประเทศและเครือข่ายขายตรงมากหลายรายในประเทศไทยในฐานะผู้ผลิต ได้มองเห็นโอกาสการขยายธุรกิจผ่านระบบขายตรง เอ็มแอลเอ็ม (MLM) ได้โครงข่ายเครือข่ายผู้บริโภคที่มีอย่างไม่จำกัดมาโดยตลอด ทำให้เกิดแนวคิดเปิดธุรกิจขายตรงน้องใหม่ เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ ขึ้นมารองรับการกระจายสินค้าออกสู่ผู้บริโภคทั่วโลก โดยเชื่อว่าด้วยศักยภาพของแผนการตลาดที่ผสมผสานค้าปลีกกับไบนารี่นี้จะตอบโจทย์และนำธุรกิจไทยไปสร้างรายได้จากนอกประเทศแล้วนำกลับเข้าประเทศในอนาคตอย่างได้ผล


สำหรับแผนการตลาดไบนารี่ ไฮบริด นั้น ภก.ดร.พิศาล กล่าวย้ำว่า เป็นแผนการตลาดแบบใหม่ที่จะสร้างความมั่นคงให้กับผู้ร่วมธุรกิจได้อย่างแข็งแรงตั้งแต่เริ่มต้นและมีรายได้สูงในระยะกลางและมีความมั่นคงในระยะที่ขั้นสู่ตำแหน่งระดับสูงขององค์กร โดยมีผลิตภัณฑ์รองรับการขยายเครือข่ายผู้บริโภคทั้งเครื่องสำอาง อาหารสุขภาพ สินค้าบริโภคและอุปโภค ครบครันกว่า 800 รายการ ซึ่งก่อนหน้านี้ในช่วงปลายปีซึ่งเป็นช่วงจัดโปรโมชั่นของห้างสรรพสินค้าต่างๆ บริษัทก็สามารถผลิตสินค้ารองรับการสั่งซื้อได้มากถึง 1,000 กว่ารายการมาแล้ว


เราทำแผนแบบเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคทุกคนเริ่มต้นลงทุนด้วยตัวเองเหมือนค้าปลีกทั่วไปด้วยราคาที่ถูกเพราะเราเป็นผู้ผลิตเอง แล้วเมื่อขยับตำแหน่งตามแผนไบนารี่ไฮบริดขึ้นไปตามลำดับก็ที่จะส่งเสริมให้นักธุรกิจอิสระสามารถสร้างรายได้และสร้างเครือข่ายสมาชิกบนฐานค้าปลีกเดิมได้อย่างมั่นคงและมีรายได้ที่ดีโดยแผนสามารถรองรับการจ่ายได้มากสุดถึง 38 ล้านบาทต่อเดือนและเมื่อก้าวขึ้นสู่ระดับโครงสร้างแผนธุรกิจสูงสุดก็จะมีรายได้ที่มั่นคงเหมือนการทำธุรกิจค้าปลีกอีกครั้ง ภก.ดร.พิศาลกล่าว


ประธานเอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ กล่าวต่อว่าเมื่อ 9 ปีก่อนได้ไปเทคโอเว่อร์บริษัทขายตรงแห่งหนึ่ง แล้วเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น บริษัท ไออาร์ บิวติน่า จำกัด แต่ด้วยแผนการตลาดที่ยังไม่ตอบสนองความต้องการของกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่และตลาดต่างประเทศ จึงตัดสินใจเปิดบริษัทขายตรงน้องใหม่ขึ้นอีก 1 บริษัท ชื่อบริษัท เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ จำกัดแห่งนี้ เพื่อดำเนินธุรกิจด้วยแผนการตลาดใหม่ ที่ได้มาตราฐานเพื่อจะก้าวไปข้างหน้าสู่เวทีตลาดโลกและรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ซึ่งมีประชากรเกือบ 600 ล้านคน


โดยคาดหวังการดำเนินธุรกิจเบื้องต้นภายในสิ้นปีนี้จะมียอดขายจากสมาชิกผู้บริโภคสนจเข้าร่วมประมาณ 50,000 รหัส ราว 50 ล้านบาทก่อน แต่ภายในสิ้นปี 2556 จะวัดผลความสำเร็จในระยะเริ่มต้นได้ด้วยจำนวนนักธุรกิจอิสระที่ทำงานจริงไม่ต่ำกว่า 300,000 คน หลังจากนั้นจะเริ่มขยายเครือข่ายธุรกิจเอ็มออาร์เวิลด์วายด์ไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียน เช่น ลาว พม่า เวียดนาม อินโดนีเซีย และด้วยประสบการณ์การส่งออกสินค้าเฮ้าส์แบรนด์มานานจะสามารถที่จะทำได้จริง


ประธานเอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ กล่าวถึงงบประมาณเปิดบริษัทใหม่เบื้องต้น 3 ล้านบาท ไม่รวมที่ตั้งบริษัท เนื่องจากสินค้าเป็นสินค้าที่ผลิตมาจาก บริษัท การ์กัวร์ แลป จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทของเขาเอง โดยเตรียมสินค้าหลักที่จะทำตลาดในธุรกิจเครือข่ายกลุ่มแรกเป็ฯ น้ำมันรำข้าว ปู่จิงตัน ร่วมกับสินค้าเดิม ของบริษัท ไออาร์ บิวติน่า อีกกว่า 40 รายการ และอนาคตจะนำผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรประเภทปุ๋ย และสมุนไพรมาเพิ่มอีกด้วย


ทั้งนี้จากข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทวงพาณิชย์ ระบุว่า บริษัทเอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ จำกัด ทะเบียนเลขที่ 0135555001664 วันที่จดทะเบียน 27 มกราคม 2555 ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ที่ตั้งเลขที่ 400/499 หมู่ที่ 8 ถนนพหลโยธิน ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 12130 ส่วนการจดทะเบียนขอใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. นั้นได้ทำการยื่นในเดือนพฤษภาคมและได้รับอนุญาตในวันที่ 1 มิถุนายน 2555 เป็นที่เรียบร้อย


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่ายขายตรงฉบับที่ 238 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-31 ตุลาคม 2555

แซนสยาม (Xansiam) เปิด โพรสแนท (Prosnat) รุกตลาดชาย!


แซนสยาม ตอกย้ำฐานเริ่มมั่นเปิดออฟฟิศทำบุญใหญ่ฉลอง5 ปี งัดทีเด็ด โพรสแนท ผลิตภัณฑ์เพื่อฮอร์โมน ชายสู้ตลาดโค้งสุดท้ายก่อนสิ้นปีหวังดันยอดขายเป็นไปตามเป้า 700 ล้าน ก่อนกางแผนใหญ่รุกตลาดอาเซียน หลังประเดิม ลาว ช่วยเพิ่มยอดได้ 10% เล็ง มาเลย์ กัมพูชา ต่อก่อนจบปี 2555 เห็นภาพสาขาใหม่เพิ่มใน 2 ประเทศเพื่อนบ้าน


นายปธิกร โยทองยศ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ยการตลาด บริษัท แซนสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผย ธุรกิจครือข่าย ว่า บริษัทแซนสยามได้จัดให้ ทำบุญสำนักงานใหม่อีกครั้งหลังจากเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และโอกาสที่แซนสยามครบรอบ 5 ปีโดยดำเนินธุรกิจมาอย่างมั่นคง


ที่ผ่านมาเราใช้เครือข่ายผู้จำหน่ายมากกว่า เครือข่ายของผู้บริโภค ด้วยสินค้าคุณภาพทำให้องคืกรของเราแน่น และเป็นบริษัทร่วมทุนไทยกับออสเตรเลีย เพื่อเอาประสบการณ์เอาความสามารถของแต่ละส่วนมารวมกัน แล้วเป็นบริษัทแซนสยามจนทุกวันนี้ เมื่อถึงจุดหนึ่งเราคิดว่า สร้างฐานของสมาชิกสร้างยอดมากขึ้น ตลอด 9 เดือนที่ผ่านมาผลประกอบการดีมาตลอด ยังรอประเมินผล 3 เดือนหลังที่เป็นช่วงพีคของบริษัท สิ้นปีคาดว่า จะได้ 700 ล้านบาทแน่นอน นายปธิกรกล่าวและว่า


สังคมของคนไทยและคนทั่วดลก เริ่มเข้าสู่ยุคของผู้สูงวัย สัดส่วนของผู้สูงวัยจะมีมากขึ้น ในขณะที่คนเกิดขึ้นใหม่จะน้อยลงดังนั้นบริษัทจึงจะเน้นกลยุทธ์ให้ตลาดรู้จักสินค้ามากขึ้น โดยให้ข้อมูลเพิ่มเติมจากที่เคยรู้จักแค่แซนสยามเป็นน้ำมังคุด ว่าจริงแล้วสามารถผลิตเป็นผลิตภัณฑ์อื่นได้อีก โดยเฉพาะสินค้าเพื่อสุขภาพที่จะสามารถนำมาดูแลตัวเองได้ โดยมุ่งเจาะกลุ่มผู้บริโภคที่รักสุขภาพและผู้มีปัญหาสุขภาพ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงวัย ซึ่งการกระจายสินค้าจึงไปทางกลุ่มลูกค้าเก่าก่อนเป็นหลัก


นายปธิกร กล่าวว่า แซนสยามได้ พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับผู้ชายที่มีชื่อว่า โพรสแนท และเปิดตัวอย่างเป็นทางการขึ้นในวันที่ทำบุญบริษัทครั้งนี้ด้วย หลังจากก่อนหน้านี้ได้เปิดตัวสินค้าดูแลผู้หญิง เฟโมล่า เพื่อดูเรื่องฮอร์โมนเพศหญิง ผลิตภัณฑ์ใหม่โพรสแนทนี้พัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยในการปรับสมดุลของฮอร์โมนเพศชายโดยเฉพาะ


ปัญหายังไม่จบ ผู้ชายก็มีปัญหาเหมือนกัน เมื่ออายุ 40-50 ขึ้นไป จะมีปัญหาเกี่ยวกับฮอร์โมนเหมือนกัน ญึ่งจะส่งผลต่อการขับถ่ายปัสสาวะ ต่อมลูกหมากโต เป็นไปตามสัดส่วนของอายุ ทำให้เรามองเห็นว่ายังไม่มีใครสนใจที่จะพัฒนาตลาดกลุ่มนี้ เราจึงออกผลิตภัณฑ์โพรสแนทออกตามมา นายปธิกรก่าว


สำหรับการเข้าสู่ตลาดอาเซียน นั้นบริษัทมีการวางแผนรอได้แล้ว โดยมีน้ำมังคุดเป็นตัวนำ ในเมืองไทยได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี 5 ปี ที่ผ่านมาเติลโตด้วยสินค้าเพียงตัวเดียว จึงลองตลาดกับประเทศใกล้เคียงคือประเทศลาว ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีเนื่องจากว่าคนลาวมีลักษณะใกล้เคียงกันกับคนไทย ทั้งชีวิตความเป็นอยู่ ประเพณีต่างๆ สื่อสารกันง่าย ยอดขายที่ลาว ซึ่งมีประชากรน้อยกว่า จึงมียอดขาย 5% ของประเทศไทย


นอกจากนั้นได้เข้าไปศึกษาตลาดใหม่ในกลุ่มประเทศในอาเซียนเพิ่มอย่างเช่น กัมพูชา เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ให้การตอบรับสินค้าไทยเป็นอย่างดี สังเกตได้จากพฤติกรรมของผู้บริโภคในบางประเทศสินค้าที่เห็นเป็นสินค้าภาษาไทยก็จะตัดสินใจซื้อทันที ดังนั้นในโซนเอเชียเป็นโอกาสที่ดีกับธุรกิจเครือข่ายที่จะเปิดตลาดใหม่นอกจากประเทศตัวเอง แซนสยามมองถึงโอกาสในส่วนนี้ โดยหลังศึกษาแล้วเสร็จในประเทศต่อไปที่เปิดสาขาเพิ่มคือ มาเลเซีย กัมพูชา คาดว่าจะสามารถดำเนินการเปิดได้ภายในสิ้นปีนี้


ทั้งนี้ปัจจุบันแซนสยาม มีสำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพ มีสาขาในภาคอีสานที่จังหวัดขอนแก่น ภาคเหนือที่เชียงใหม่ โดยตลาดหลักยังเป็นอีสาน เหนือ ใต้ กลางตามลำดับ และมีศูนย์กระจายสินค้า 2 แห่ง รวมถึงศูนย์สมาชิกกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่ายขายตรงฉบับที่ 238 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-31 ตุลาคม 2555

วันพุธที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ขายตรงโลก (MLM World) : ขายตรงอินเดีย โตพรวดคาดปิดหีบพุ่ง 55% ยักษ์สหรัฐฯ เฮลงทุนรับ ศูนย์กลางบูม / ผู้บริโภคมีรายได้เพิ่ม


สมาคมขายตรงอินเดีย (Indian Direct Selling Associatino : IDSA) คาดอุตสาหกรรมขายตรงภายในประเทศจะมียอดขายทะลุ 71,200 ล้านรูปี (ประมาณ 43,310 ล้านบาท) ภายใน ปีงบประมาณ 2555-2556 หรือเติบโตประมาณ 55% เทียบกับปี 2554 ที่มียอดขาย 45,833 ร้านรูปี (ประมาณ 27,958 ล้านบาท) อยู่ดันดับ 9 ของเอเชียและอันดับ 20 ของดลก จำนวนนักขายเกือบ 4 ล้านคน อยู่อันดับ 11 ของโลก

การเติบโตของธุรกิจขายตรง เนื่องจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจ (จีดีพี) เป็น สำคัญซึ่งตลอด 10 ปีที่ผ่านมา อินเดียติด กลมุ่ ประเทศที่มอี ัตราการเติบโตของจีดีพี สูงสุดในโลกเฉลี่ย 7% ต่อปี ขณะที่รายได้ ต่อหัวประชากรเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5% ต่อปี รัฐบาลอินเดียคาดการณ์จีดีพีจะมีมูลค่า ถึง 2.18 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายใน ปี 2558 มีขนาดใหญ่อันดับ 11 ของโลก

ขายตรงสดในปัจจัยบวกเยอะบริษัท อินเดีย / ต่างชาติแย่งเค้ก

ด้วยขนาดของผู้บริโภค ที่มีจำนวน มากทำให้ความต้องการอุปโภค บริโภค สินค้ามีมากขึ้นตามไปด้วยซึ่งในช่วง หลายปีที่ผ่านมาความต้องการในตลาด เพิ่มขึ้นตลอด อีกทั้งมีการตระหนัก ถึงการใส่ใจดูแลรักษาสุขภาพมากขึ้น พฤติกรรมในการจับจ่ายซื้อสินค้าเปลี่ยน อย่างชัดเจน เริ่มมองหาผลิตภัณฑ์ที่มี คุณภาพและพร้อมที่จะจับจ่ายซื้อหาเป็น เจ้าของ

ขณะที่ฝั่งผู้ผลิตสินค้าคือบริษัท ขายตรงมีการลงทุนเพิ่มขึ้นเพื่อผลิต สินค้าสนองตอบความต้องการของผู้ บริโภค คาดว่าการลงทุนจำนวนมาก ในสินค้าหลากหลายประเภทยังคงมีอยู่ อย่างต่อเนื่อง กอปรกับการเปลี่ยนแปลง ของประชากรกลุ่มคนเมืองมีมากขึ้น เปอร์เซ็นต์คนยากจนลดลง ปัจจัยเหล่า นี้ทำให้ธุรกิจขายตรงเติบโตแข็งแกร่งเป็น ตัวเลข 2 หลักมาตลอดทั้งที่ถือเป็นธุรกิจ ใหม่ในอินเดียเพราะเพิ่งถือกำเนิดมาได้ แค่ 16 ปีเศษแต่เติบโตเหนือกว่าอีกหลาย ธุรกิจดึงดูดทั้งบริษัทขายตรงในประเทศ และต่างประเทศเข้ามาแย่งชิงเค้กก้อน นี้ทั้งรายเก่าที่กำลังขยายธุรกิจและราย ใหม่ที่เตรียมจะเข้ามา

คำจำกัดความไม่ชัด / ไร้กฏหมายคุมก้างชิ้นใหญ่ขวางทุนนอกขุดทอง
อย่างก็ดี ความไม่ชัดเจนของคำ จำกัดความ ขายตรง ทำให้เกิดความ คลุมเครือในการจัดชั้นประเภทธุรกิจซึ่งจะมีผลต่อการลงทุนโดยตรงของต่าง ชาติ โดยหน่วยงานภาครัฐที่มีบทบาท ในการควบคุมดูแลมีอยู่หลายหน่วย งานแต่ละแห่งจัดชั้นประเภทธุรกิจขาย ตรงไม่เหมือนกัน อย่างกรมส่งเสริมและ กำกับนโยบายด้านอุตสาหรรมจัดขาย ตรงให้อยู่ในกลุ่มธุรกิจค้าส่งอนุญาต ให้การลงทุนโดยตรงของต่างชาติทำได้ 100% จำนวนหนึ่ง ขณะที่หน่วยงานจัด ชั้นอุตสาหกรรมแห่งชาติจัดขายตรงอยู่ ในธุรกิจค้าปลีกซึ่งจำกัดการลงทุนให้แค่ จำนวนหนึ่ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการลงทุน ของบริษัทขายตรงจากต่างประเทศ

ยิ่งกว่านั้น การที่ไม่มีกฎหมายขาย ตรงเพื่อกำกับดูแลธุรกิจให้มีมาตรฐาน และเอกภาพเป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจ เพราะไม่สามารถแยกขายตรง นํ้าดี คือบริษัทที่ดำเนินธุรกิจถูกกฎหมายกับ พวก นํ้าเน่า คือ ปิระมิด ออกจาก กันได้ ทำลายภาพลักษณ์ของธุรกิจภาพ รวม ทำลายความเชื่อมั่นของประชาชน อีกทั้งระบบคมนาคมขนส่งระหว่างเมือง ไม่สะดวก

ยักษ์สหรัฐฯ ไม่สนขนเงินลงทุนเพิ่ม เอวอน ผุงโรงงานใหม่ / แมรี่ เคย์ เท 20ล้าน
อย่างไรก็ดี แม้จะปัญหาต่างๆ แต่ ด้วยศักยภาพการเติบโจที่สดใส กระตุ้น บริษัทขายตรงจากต่างประเทศขยาย ธุรกิจต่อเนื่อง โดยค่ายขายตรงที่มีความ เคลื่อนไหวจะทุ่มลงทุนก้อนใหม่อีกคือ บริษัท เอวอนและแมรี่ เคย์ 2 ผู้ผลิตสินค้า ขายตรงความงามชั้นนำของสหรัฐฯ และ ของโลก โดยเอวอนเตรียมจะลงทุนอีก 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1 ดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ 31 บาท)สร้างโรงงานผลิตแห่ง ที่สองขึ้นตามแผนการจะก่อสร้างภายใน 3 ปีข้างหน้าเพื่อเพิ่มกำลังผลิตสินค้านอก เหนือจากโรงงานปัจจุบันที่มีกำลังการ ผลิต 50 ยูนิตต่อปี

เฮมานต์ ซิงห์ กรรรมการ ผู้จัดการเอวอนสาขาอินเดียกล่าวว่า การประกอบธุรกิจในอินเดียไม่ใช่เรื่อง ยากเหมือนที่ผู้ประกอบการหลายๆราย กังวล เพียงแต่ต้องศึกษาข้อกฎหมายที่ เกี่ยวข้องต่างๆ ให้ดีที่สำคัญต้องได้รับ อนุญาตจากคณะกรรมการการลงทุน โดยตรงต่างประเทศก่อนถึงจะเปิดธุรกิจ ในอินเดียได้

เศรษฐกิจคือภาวะแวดล้อมที่ ดีเยี่ยมกับธุรกิจขายตรงในประเทศนี้ อินเดียคือตำแหน่งสำคัญ คือโอกาสที่ยิ่งใหญ่ ที่นี่ยังมีช่องให้เติบโตได้ อีกเยอะมาก กรรมการผู้จัดการเอวอน สาขาอินเดียกล่าว

ในปีที่ผ่านมา เอวอนมีอัตรา เติบโตประมาณ 55% และปีนี้ตั้งเป้า หมายจะเติบโตมากกว่า 60%

ส่วนแมรี่ เคย์มีแผนการที่จะเพิ่ม บทบาทในอินเดียด้วยการขยายธุรกิจให้ ครอบคลุมทั่วประเทศภายใน 2 ปีข้างหน้าซึ่งขณะนี้ได้เปิดสำนักงานแห่งใหม่ ขึ้นในเมืองลัดเฮียน่าและภายใน 5 ปีข้าง หน้าจะลงทุนในอินเดียเพิ่มอีก 20 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐรองรับการขยายธุรกิจ

พันธกิจของเราคือการทำให้ ผู้หญิงมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นด้วยการ เสนอโอกาสทางธุรกิจที่จะทำให้พวก เธอสามารถที่จะสร้างรายได้อย่าง ไม่มีขีดจำกัดควบคู่ไปกับการมีเวลาดูแลครอบครัวและทำ งานประจำ พันธกิจและวัฒนธรรมของเราได้รับ การต้อนรับอย่างอบอุ่นจากสตรีชาว อินเดีย รีนูกา ดูเดจา ผู้ช่วยผู้จัดการ ฝ่ายสื่อสารองค์กรบริษัทแมรี่ เคย์ กล่าว

ด้านออริเฟลม ยักษ์ขายตรงจาก สวีเดน ซึ่งเป็นอีกบริษัทหนึ่งที่ประสบ สำเร็จสูงมากกับธุรกิจขายตรงในอินเดีย โดย เฟร็ดริค ไวเดลล์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ออริเฟลมอินเดียกล่าวว่า อินเดีย คือหนึ่งในตลาดขายตรงสำคัญที่สุด สำหรับออริเฟลม ตั้งเป้าหมายยอดขาย ในอินเดียเติบโตเพิ่มขึ้น 3 เท่าภายใน 3-4 ปีข้างหน้านี้

สำหรับแอมเวย์ ค่ายขายตรง ผลิตภัณฑ์ความงามและสุขภาพเบอร์ หนึ่งของอินเดียเพิ่งปรับแผนธุรกิจใหม่ มุ่งขยายผลิตภัณฑ์ความงามมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของอินเดีย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สินค้ากลุ่มนี้ทำ ผลงานได้ดีมากเพื่อเพิ่มส่วนแบ่งตลาด สินค้ากลุ่มนี้จากปัจจุบันมีสัดส่วนเพียง 10% ของยอดขายทั้งหมดของบริษัท เทียบกับสินค้าสุขภาพ เสริมอาหารที่มี สัดส่วนถึง 50%

ในปี 2555 นี้ แอมเวย์ตั้งเป้า หมายยอดขายในอินเดีย 25,000 ล้าน รูปี (ประมาณ 17,500 ล้านบาท) เติบโต ประมาณ 17% เทียบกับปี2554 ที่ทำได้ 21,300 ล้านรูปี (ประมาณ 14,910 ล้าน บาท)ในไตรมาสสองที่ผ่านมามีอัตรา เติบโตถึง 27% เทียบกับช่วงเดียวกันของ ปีที่ผ่านมาโดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นพื้นที่ที่มีอัตราเติบโตสูงสุดเทียบกับ โซนอื่น


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่ายขายตรงฉบับที่ 237 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 1-15 ตุลาคม 2555

ข่าวยูนิไลฟ์ (UniLife) : มอบโบนัสเงินสดกลางปีกว่า 61 ล้านบาท


บริษัท ยูนิไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จัดงานมอบโบนัสเงินสดกลางปี 2555 โดยในปีนี้แบ่งเป็น 4 แห่ง 4 ภูมิภาค เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับสมาชิก และ เกษตรกรที่มาร่วมงาน ในงานมีการทำพิธีประดับเข็มประจำตำแหน่งและมอบโบนัส เงินสด ให้กับสมาชิกผู้ประสบความสำเร็จ ยอดรวมรายได้คืนกลับสู่สมาชิกในช่วงหก เดือนแรกของปีนี้เป็นจำนวนเงิน กว่า 61,793,000 บาท นอกจากนี้ ยังมีการจัดบูธเชิดชูเกียรติยศให้ กับผู้ประสบความสำเร็จ และบูธ องค์ความรู้ทางด้านการเกษตร ต่างๆ อีกด้วย


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่ายขายตรงฉบับที่ 237 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 1-15 ตุลาคม 2555

MLM Gossip (ล้วงลับคนเครือข่าย) : ดร.สมชาย หัชลีฬหา รับรางวัลใบประกาศยกย่องเกียรติคุณ


เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2555 ดร.สมชาย หัชลีฬหา ประธานกรรมการบริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เข้าร่วมงานฉลองครบรอบ 2 ปี รายการตามหา ความจริง ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมช่อง INTV และ TVD โดยภายใน งานมีผู้เข้าร่วมงานมากมายจากหลายสาขาอาชีพ ทั้งสื่อมวลชน เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัย และผู้ที่อุทิศตัวเพื่องานสาธารณะประโยชน์ จากมูลนิธิต่างๆ อย่างคับคั่ง นอกจากนี้ภายในงานยังมีพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณ ยกย่องผู้ที่เสียสละเพื่อส่วนรวม อุทิศตนเพื่อผู้อื่น โดยไม่หวังสิ่งใดๆ ตอบแทน ซึ่งงาน นี้ท่านประธานดร.สมชาย ได้รับ เกียรติเข้ารับรางวัลด้านการอุทิศ ตนเพื่อช่วยเหลือบรรเทาความ เดือดร้อนจากเหตุการณ์มหา อุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 ที่ผ่านมา ซื่งถือว่าเป็นเกียรติ อย่างยิ่ง


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่ายขายตรงฉบับที่ 237 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 1-15 ตุลาคม 2555

ข่าวนิวไลฟ์ (New Life) : ฉลองเปิดตลาดที่ฮ่องกง


นิวไลฟ์ ก้าวสู่การเจริญเติบโตอย่างไม่หยุดยั้งกับการฉลองเปิดสาขาใหม่ ของ นิว ไลฟ์ เวิลด์ไวด์ ณ ประเทศฮ่องกง โดยคณะผู้บริหารระดับสูง มิสเตอร์กาซิม โมฮัมเหม็ด (Mr.Kazim Mohd.) ผู้ก่อตั้ง คุณสุเทพ ยืนยงค์วิทยากุล ประธาน กรรมการบริหาร และคุณหฤทัย เดชสุวรรณ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท นิว ไลฟ์ เวิลด์ไวด์ (ประเทศไทย) จำกัด นำทีมผู้บริหารจากประเทศไทย มาเลเซีย และลาว พร้อมนักธุรกิจผู้ประสบ ความสำเร็จมากมาย บินตรงเพื่อ ร่วมพิธีเปิดตัวอย่างเป็นทางการ และร่วมแสดงความยินดีกับ มิสเตอร์เดวิด อึ้ง ผู้บริหาร บริษัท นิว ไลฟ์ ประเทศฮ่องกง ณ Sheung Sha Wan Plaza เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน 2555 ที่ผ่านมา


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่ายขายตรงฉบับที่ 237 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 1-15 ตุลาคม 2555

ขายตรงอินโดนีเซีย : บุกตลาดใหญ่อินโดฯ งานหินขายตรงไทย ในตลาดอาเซียน (AEC)


ด้วย ตลาดบริโภค ที่มีขนาดใหญ่ของ อินโดนีเซีย คิดจำนวนประชากรอยู่ที่ 245 ล้านคน หรือมากเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมดในกลุ่มประเทศสมาชิกประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ที่มีราว 590 ล้านคน หรือมากเป็นอันดับ 3 ของโลก ทำให้หลาย ธุรกิจวันนี้ไม่อยากพลาด โอกาสทอง ต่างเดินหน้าเข้ามาลงทุนกันอย่างคึกคัก ส่งผลให้วันนี้ มีมูลค่าการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติสูงสุด เป็นอันดับ 3ในกลุ่มอาเซียน หรือกว่า 10,446.96 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ และมีประเทศสิงคโปร์ลงทุนมากสุดอันดับ 1 รองลงมาญี่ปุ่นและ หมู่เกาะบริติชเวอร์จิ้น ที่เหลือเป็นประเทศอื่นๆ กว่า 80 ประเทศ ซึ่ง ประธานกรรมการ จัดทำแผนแม่บทเศรษฐกิจของ อินโดนีเซีย ตั้งเป้าหมายไว้ว่า ในปี ค.ศ. 2025 อินโดนีเซีย จะต้องเป็น 1 ใน 10 ประเทศที่มีเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลกให้ได้ ฉะนั้นหากการลงทุนครบสมบูรณ์แบบ แล้วถึงตอนนั้นอนาคต อินโดนีเซีย ก็จะเป็น ตลาดบริโภคที่ใหญ่และสมบูรณ์แบบที่สุดใน อาเซียนเลยทีเดียว


กำลังซื้อสูงลิ่ว 180 ล้านคนคุมทิศทางตลาด
เศรษฐกิจของ อินโดนีเซีย ดูแล้ว สดใสมาก หากดูข้อมูลจากทางการของ อินโดนีเซีย จะพบว่า มีอัตราขยายตัวทาง เศรษฐกิจในทิศทางที่ดีขึ้นโดยช่วงระหว่างปี 2550-2554 การขยายตัวเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 5.9 และปี 2555-2558 มีแนวโน้มที่จะขยายตัวเฉลี่ย ได้ถึงร้อยละ 6.4 ต่อปี และการเติบโตที่เป็นบวก นี้ได้เป็นสัญญาณที่ดีที่บ่งบอกถึง กำลังซื้อ ของ ชาวอินโดนีเซีย ว่าจะมีสูงขึ้นด้วย กล่าว คือ รายได้ที่ใช้จ่ายได้จริง ในปี 2558 จะ เพิ่มขึ้นเป็น 420.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก เดิมอยู่ที่ระดับ 289.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2554 และเมื่อเปิดดูประชากรจำนวนมหาศาลราว 245 ล้านคน จะพบว่ามีประชากรประมาณร้อยละ 67 หรือ 160 ล้านคนเป็น วัยทำงาน ที่มีอายุ ระหว่าง 15-64 ปี ยังไม่นับรวมประชากรที่มี รายได้สูง อีกราว 20 ล้านคน รวมแล้วราว 180 ล้านคนที่มี กำลังซื้อ และกำลังเป็นผู้มีบทบาท ในการกำหนดทิศทางตลาด


ยึดแบรนด์-ราคาสินค้าเป็นหลัก
หากแยก พฤติกรรม การจับจ่ายซื้อ สินค้าตามระดับรายได้ของผู้บริโภค จะพบว่ามี กลุ่มผู้มีรายได้ค่อนข้างสูงถึงสูงมาก อยู่ ประมาณร้อยละ 10 ของประชากรทั้งประเทศ โดยกลุ่มนี้มี กำลังซื้อสูง นิยมใช้สินค้านำเข้า คุณภาพดีจากต่างประเทศ และตราสินค้าเป็นที่ รู้จัก


ส่วน กลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางถึง น้อย เป็นประชากรส่วนใหญ่ของ อินโดนีเซีย จะให้ความสำคัญเรื่องของ ราคาสินค้าเป็น หลัก ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อสินค้าชิ้นใดชิ้นหนึ่ง โดยเฉพาะ สินค้าอุปโภคบริโภค ที่มีราคา ย่อมเยาและจำเป็นต่อชีวิตประจำวันเป็นลำดับ แรก มีแหล่งหาซื้อสินค้าที่ ชาวอินโดนีเซีย นิยมมากที่สุดคือ ซูเปอร์มาร์เก็ต และ ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นศูนย์รวมของ สินค้ารุ่นใหม่หลากหลายแบรนด์ ทำให้สามารถ เปรียบเทียบราคาและคุณภาพได้ง่าย


ขณะประชากรที่มีอายุน้อยกว่า 25 ปี คิดเป็นร้อยละ 55 ของจำนวนประชากรในกลุ่มนี้ ก็เป็น กลุ่มผู้ซื้อ หรือ ผู้บริโภค ที่น่าสนใจ เนื่องจากเป็น คนรุ่นใหม่ ที่ค่อนข้างเปิดรับ วัฒนธรรมต่างชาติ มีรสนิยมการบริโภคสมัยใหม่ อีกทั้งมีพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อสินค้าเร็วกว่า วัยอื่นๆ


โดย สินค้าไทย ที่น่าจะมีโอกาสขยาย ตลาดในกลุ่มนี้ คือ เครื่องสำอาง เครื่องหอม และสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำ วัน ซึ่งหากมีความ เข้าใจ ถึง พฤติกรรม การบริโภค และ รสนิยม ของ ชาว อินโดนีเซีย จะช่วยเพิ่มโอกาสขยายตลาด สินค้าได้มากยิ่งขึ้น


คิดบวก สินค้าไทย งานสุดหิน ขายตรง
ชาวอินโดนีเซีย ส่วนใหญ่แม้จะ มีทัศนคติที่ดีต่อ สินค้าไทย ดูเหมือนเป็นจุดแข็ง ที่ สินค้าไทย จะเข้าถึง ตลาด อินโดนีเซีย ได้ง่ายโดยเฉพาะการทำ ธุรกิจ ขายตรง ที่วันนี้มีหลายบริษัทขายตรงของ คนไทยเข้าไปลงทุนอย่างจริงจังมากมายหลาย บริษัทด้วยกัน แต่ก็ยัง การันตี ไม่ได้ว่าการ เข้าไป ครอบครองพื้นที่ทางการตลาด ใน ตลาดอินโดนีเซีย นั้นไปถึง ความต้องการ ของผู้บริโภค แล้วหรือยัง ใช้กลยุทธ์ใด รูปแบบ ไหนในการเจาะตลาด


แต่สำหรับ ดนัย ดีโรจนวงศ์กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เจ้าของแบรนด์เครื่อง สำอางค์ มิสทิน ธุรกิจขายตรงชั้นเดียว ชัดเจน แล้วว่า เต็มใจที่จะควักกระเป๋าลงทุน 100 ล้าน บาทเพื่อปูทางในการขยาย ธุรกิจขายตรงแบบ ชั้นเดียว ใน อินโดนีเซีย พร้อมกับ สร้าง แบรนด์ใหม่ ในการทำ ตลาดในอินโดนีเซีย เน้น สินค้าที่มีความหลากหลาย จับกลุ่ม ลูกค้า ระดับล่าง-ระดับกลาง เป็นหลัก เมื่อถึงตอนนั้น มิสทินอินโดนีเซีย น่าจะเป็นรายที่ พร้อมรองรับการเปิดตลาด AEC ปี2558 ได้ อีกหนึ่งรายในจำนวนหลายๆ ราย ซึ่งการไม่ใช้ แบรนด์ มิสทีน นั้น ดนัย ย้ำว่า ช่วยทำให้ง่าย ขึ้นในการพูดคุยเรื่องของการหาพันธมิตร นำ สินค้าเข้ามาร่วมขายในระบบ


ส่วน อิทธิศักดิ์ อำพันยุทธ์ แห่ง คังเซน-เคนโก อินเตอร์เนชั่นแนล ย้ำเสมอ ถึงข้อจำกัดของ ธุรกิจขายตรงไทย ที่จะเข้าไป ขยายตลาดในประเทศเพื่อนบ้านนั้นไม่ใช่เรื่อง ง่าย เพราะยังมีกฎระเบียบต่างๆ ที่นักธุรกิจ จะต้องทำการศึกษาโดยละเอียดและเข้าใจอย่าง ถ่องแท้ แม้ว่าการเปิด AEC จะทลายกำแพงภาษี เหลือร้อยละ 0 ก็ตาม ทางด้าน วิลาสินี โนนศรีชัย ผู้อำนวย การสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ยืนยันว่า การทำธุรกิจใน อินโดนีเซีย ไม่ง่ายเนื่องจากมี ประชากรเป็นจำนวนมาก ขณะที่สินค้าก็มีเป็น จำนวนมากที่เตรียมไหลเข้า อินโดนีเซีย เป็น จำนวนมาก จึงเป็นหน้าที่ของ รัฐบาล อินโดนีเซีย ที่จะต้องดูแลประชาชนให้ได้


ดังนั้น นโยบาย กฎข้อบังคับ กติกา ต่าง ๆ จะมีการปรับเปลี่ยนเกือบทุกวัน ยังไม่นิ่ง ทำให้ยากต่อการส่งสินค้ามาขาย ดังนั้นผู้ ประกอบการจำเป็นต้องเรียนรู้ ศึกษาและปรับตัว อยู่เสมอ


เข้าถึง ตลาดเป้าหมาย จุดท้าทายอำนาจซื้อ
ในเมื่อการบุกตลาดในอาเซียนโดย เฉพาะ อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ มาก สิ่งหนึ่งที่ กิจธวัช ฤทธาวี นายกสมาคม การขายตรงไทย เคยมองไว้ว่า ตลาด อินโดนีเซีย มีศักยภาพที่จะขยายตลาด เนื่องจากมีจำนวนประชากรมากกว่า 200 ล้าน คน และการขยายตลาดไปประเทศเพื่อนบ้าน ถือเป็น โอกาส ของ ธุรกิจเครือข่าย ที่ขึ้น อยู่กับ จำนวนประชากร และวัฒนธรรม ต้องศึกษารูปแบบการทำธุรกิจ เพราะบาง ประเทศนิยม การขายตรงหลายชั้น หรือ MLM และบางประเทศ นิยมชื่นชอบ การขาย ตรงแบบชั้นเดียว หรือ SLM ก็มองข้ามไม่ได้ เช่นกัน


ฉะนั้นการเข้าไปขยาย ธุรกิจขายตรง ใน ตลาดอินโดนีเซีย มีอีกหลายประเด็น ที่ มองข้ามไม่ได้ โดยเฉพาะการผลิตสินค้า รองรับตลาดขนาดใหญ่ภายใต้การดำเนิน ธุรกิจ ขายตรง ที่มีความพิเศษแตกต่างจากการขาย สินค้าผ่าน ซูเปอร์มาร์เก็ต และ ศูนย์การค้า ขนาดใหญ่ จะต้องโฟกัสกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน เพราะปัจจุบันนี้ การตลาดจะมีความเป็นเฉพาะ กลุ่มมากขึ้น และยังซอยย่อยเป็นกลุ่มเล็กๆ ที่เล็ก กว่า Niche Market เสียอีก การรู้จัก ผู้บริโภค ที่แท้จริงเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้โดยง่าย ที่สุด จะเป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้เช่นกัน


ผู้บริโภค วันนี้และต่อไปอนาคตจะไม่ ยึดสินค้าที่เป็นกลางๆ อีกต่อไปแล้ว หากแต่จะ เน้น ความเชี่ยวชาญ เฉพาะของตัวสินค้า และ ผู้บริโภคในกลุ่มย่อย จะเรียกหาคุณสมบัติพิเศษ ของสินค้าที่ต่างมีความต้องการไม่เหมือนกัน เช่น เครื่องสำอาง ที่มีความแตกต่าง หลากหลาย และมีเอกลักษณ์สำหรับผู้บริโภคเฉพาะกลุ่มอีก ด้วย ซึ่งเหล่านี้แม้จะมีผลกระทบต่อการผลิต ต้นทุนสินค้าและการเก็บสต็อก


แต่ใช่เป็นปัญหาทางธุรกิจหรือเป็น เรื่องที่น่ากลัวแต่อย่างใด เพราะต้นทุนที่ แพงขึ้น เป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการที่ ต้อง สร้างภาพลักษณ์ที่ดีของผลิตภัณฑ์ หากกำหนด ภาพลักษณ์ ที่สูงได้ ผู้ประ กอบการ ก็จะสามารถตั้ง ราคาสินค้าที่ แพง ได้ เพราะ ผู้บริโภค จะมี ความ พอใจที่จะ จ่ายแพง เพื่อแลกกับสินค้า ดังนั้นประเด็นไม่ได้อยู่ที่แพงหรือถูก แต่อยู่ ที่ว่า ลูกค้าถูกใจหรือไม่ ขอเพียงแค่เข้า ถึงตลาด ผู้บริโภคให้ได้ โดยเฉพาะ ผู้ บริโภคในกลุ่มที่มี กำลังซื้อสูง ราว 20 ล้านคน นับเป็นเรื่องท้าทายยิ่งนัก แม้จะเป็น งานสุดหินก็ตาม!!!


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่ายขายตรงฉบับที่ 237 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 1-15 ตุลาคม 2555

ข่าวนูสกิน (Nuskin Thailand) : เปิดเผยผลประกอบการก่อนปิดไตรมาสสุดท้ายปี55 โตทะลุเป้า 27% เดือนเดียวยอดขายทะลุ 450 ล้านบาท


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่ายขายตรงฉบับที่ 237 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 1-15 ตุลาคม 2555

ข่าวโมรินดา (Morinda) : 12ปี ได้ฤกษ์เปิดขาย ไบโอแอคทีฟ (Bio Active)


โมรินดา ประเทศไทยฉลองครบรอบ 12 ปี ขายตรงสัญชาติอเมริกันเคียงคู่คนไทย อย่างมั่นคงเเละยาวนาน Morinda Gala Night


มร.เจฟ รองประธานฝ่ายการตลาดโดดร่วมงาน เดินแผนตามรอยโค้ก ผุดผลิตภัณฑ์ใหม่ ไบโอแอคทีฟ เอาใจคนรักสุขภาพ


นางวิภารัตน์ รัตนพรหมมา ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท โมรินดา เวิร์ล ไวด์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้จัดงานครบรอบ 12 ปีโมรินดาประเทศไทย Morinda Gala Night พร้อมมีการมอบรางวัลเชิดชูเกียรติผู้นำระดับสูงและผู้นำเงินล้านด้วย หลังจากก่อนหน้านี้ในวันครบรอบจริงบริษัทได้จัดกิจกรรมเพื่อสังคมที่บ้านบางเเคขึ้น เเละโอกาสนี้ได้รับเกียรติจาก Mr.Jeff Wassden รองประธานฝ่ายการตลาด ที่ดูเเลโมรินดาทั่วโลกมาร่วมงานเฉลิมฉลองครบรอบความสำเร็จ และร่วมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 3 ตัว


เป็นความโชคดีที่เราจดทะเบียนได้ชื่อ ไบโอเเอคทีฟ เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารตาฮิเตียนโนนิ มีทั้งแบบเพียว แมงโก้ เกรป และ ออริจินัล เเละเป็นเจ้าแรกที่ได้คำว่าไบโอเอคทีฟอยู่ในชื่อสินค้าของบริษัท และเราอยากให้ทุกคนเข้าถึงผลิตภัณฑ์ของเราได้ไม่ว่าจะรวยหรือจน ที่สหรัฐอเมริกาผลิตภัณฑ์จะมีขนาดที่เล็ก และมีเป็นซองแบบพกพาได้ แต่ประเทศไทยยังรอดูก่อน แล้วตอนนี้เรากำลังมองหาสถานที่จะทำออฟฟิตเหมือนสโตร์ที่มีสินค้าไปวางขาย โดยไม่จำเป็นว่าต้องเป็นสมาชิกก็สามารถซื้อได้ นางวิภารัตน์ กล่าว

Mr.Jeff Wassden รองประธานฝ่ายการตลาด กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 16 ปีที่ผ่านมาบริษัทแม่ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์มาอย่างต่อเนื่อง โดยเลือกเน้นใช้พืชสมุนไพรมากขึ้น ส่วนชื่อไบโอเเอคทีฟจะโฟกัสไปในด้านนวัตกรรมเพื่อสุขภาพและใช้ผลไม้จากพืชสมุนไพรทำการรีเซิร์ทแล้วสกัดออกมาเป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ และจะใช้ไบโอแอคทีฟไปในเรื่องของบริษัทฟาร์มาซูติคอลต่างๆ ด้วย และจะโฟกัสไปในเรื่องของธรรมชาติการแยกเรื่องสมุนไพรที่มาจากผลไม้หรือผัก จะทำให้ในส่วนของผลิตภัณฑ์มีความเป็นเอกลักษณ์มากขึ้นและไม่มีใครเหมือน


ในห้องเเลปในส่วนนี้เราจะเอามาจากพืชผลต่างๆที่ค่อนข้างหายากเเละราคาเเพง ปัญหาไบโอแอคทีฟจะมีอาการข้างเคียง เพราะว่าร่างกายของเราจะมีอยู่ 3 กระบวนการ ต่อต้าน ยอมรับหรือว่าจะมีปฏิกิริยากับสารชีวภาพที่เข้าไป ไบโอแอคทีฟทางบริษัทผลิตขึ้นมามีคุณภาพสูงและค่อนข้างปลอดภัย เรามีอยู่ 5 มาตรฐาน ที่เราเรียกว่าไบโอแอคทีฟแฟลชฟอร์ม ต้องปลอดภัย ต้องไม่มีอาการข้างเคียง มร.เจฟ กล่าวและว่า

สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เปิดตัวภายในงานฉลองครบรอบ 12 ปีครั้งนี้ เป็น ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ตาฮิเตียนโนนิ ออริจินัล ตาฮิเตียนโนนิ เเมงโก้ ตาฮิเตียนโนนิ เกรป ตาฮิเตียนโนนิ เพียว เเละในอีก 2 3 เดือนจะมีผลิตภัณฑ์เพื่อเสริมสร้างความสมดุลให้กับร่างกาย Fit body composition system เป็นผลิตภัณฑ์ตัวหนึ่งที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาโรคอ้วน ช่วยควบคุมน้ำหนัก


นอกจากบริษัทมีเเผนทางการตลาด 4 ข้อเหมือนกับที่โคคาโคลาเคยทำ 1.สร้างเเบรนด์ให้เป็นที่ยอมรับเเละรู้จักไปทั่วประเทศ 2.ผลิตภัณฑ์ที่หาดื่มง่ายเหมือนอยู่ในชีวิตประจำวัน 3. ทำให้สินค้ามีอยู่ตลอดเวลา 4.เราจะสร้างชื่อเสียงที่ดีๆให้คนพูดถึงในสิ่งดีๆเกี่ยวกับบริษัท ซึ่งกลยุทธ์ทั้งหมดนี้มันไม่ได้สร้างภายในปี 2 ปี เเต่ต้องเริ่มต้นเเละปรับเเต่ละเเผนให้ดีขึ้นเรื่อยๆและคาดหวังว่าจะช่วยเพิ่มฐานผู้บริโภคให้เพิ่มมากขึ้น


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่ายขายตรงฉบับที่ 237 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 1-15 ตุลาคม 2555

ข่าวกิฟฟารีน (Giffarine Thailand) : ลั่นแชมป์ MLM แบรนด์ไทย ฉลองย่าง 17 ปีเปิดสินค้าพรีเมี่ยม 10 ตัว



กิฟฟารีน ฉลองความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ก้าวสู่ปีที่ 17 ภายใต้แนวคิด Giffarine Champs of the Champs กิฟฟารีน ก้าวนำอย่างแตกต่างในทุกมิติ


ตอกย้ำความเป็นแชมป์ขายตรงแบรนด์ไทย จัดพิธีประดับเข็มเกียติยศ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่สุดยอดนวัตกรรม ประกาศไดมอนด์ แกรนด์ พาราไดซ์ คนล่าสุด เรือเอกสุรินทร์ ฉวีวรรณ ลอยสูง- สมบุญ ธัญชนก แดงรอด ท่วมกลาง สมาชิก กว่า 18,000 คน


พญ. นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด กล่าวว่า ความสำเร็จของกิฟฟารีนที่เกิดขึ้นตลอด 16 ปีที่ผ่านมา เป็นผลให้กิฟฟารีนก้าวขึ้นสู่การเป็นแบรนด์ไทยอันดับหนึ่ง ในธุรกิจขายตรงหลายชั้น (MLM) โดยมีจุดแข็งอยู่ที่ผลิตภัณฑ์ซึ่งผ่านการวิจัยแล้วนำมาพัฒนาอย่างเหนือชั้นภายใต้การผลิตสุดยอดนวัตกรรมที่เต็มไปด้วยคุณภาพ จนได้รับการยอมรับจากนักธุรกิจและผู้บริโภคจำนวนมาก พร้อมไปกับการขยายเครือข่ายนักธุรกิจ ด้วยการสร้างนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกๆ ปี

เราเป็นบริษัทแม่ที่คอยดูแลและช่วยเหลือสนับสนุนนักธุรกิจทุกท่านที่เข้ามา ให้ทุกคนเป็นเจ้าของกิฟฟารีน ทุกคนเป็นเจ้าของบริษัทลูกที่สง่างาม งานของบริษัทลูกก็คือสานต่อไปสร้างความรู้สึกนี้และไปชวนคนมาร่วมกันอยู่ในทีมงานอยู่ในเครือข่ายและอยู่ในสายงาน ในฐานะเจ้าของกิฟฟารีนและในฐานะเจ้าของบริษัทเช่นเดียวกัน พญ.นลินีกล่าว และว่า
สำหรับแนวทางการเป็นแชมป์นั้นทุกคนที่จะประสบความสำเร็จหรือคนที่จะได้รับชัยชนะในธุรกิจเครือข่ายกิฟฟารีน ต้องยึดถือการปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกันประกอบด้วย 3 แนวทาง เริ่มจากต้องมีวิธีคิดที่ถูกต้อง ต้องมีวิธีการที่ถูกต้องและต้องมีแรงบัลดาลใจอยู่สม่ำเสมอรวมถึงการมีวินัยในการทำงานด้วย

ทั้งนี้กิฟฟารีนได้จัดงาน Giffarine Champs of the Champs : กิฟฟารีน ก้าวนำอย่างแตกต่างในทุกมิติ เมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 18,000 คน ภายในงานมีการเชิดชูเกียรติและแสดงความยินดีกับความสำเร็จของสองผู้บริหารระดับสูงสุดในตำแหน่ง ไดมอนด์ แกรนด์ พาราไดซ์ คนล่าสุด เรือเอกสุรินทร์ คุณฉวีวรรณ ลอยสูง และ คุณสมบุญ คุณธัญชนก แดงรอด พร้อมทั้งพิธีประดับเข็มเกียรติยศผู้บริหารระดับสูงอีกหลายตำแหน่ง

และมีการเปิดตัวผู้ชนะการแข่งขัน Giffarine Sales Contest ครั้งที่ 10 และผู้ชนะการแข่งขัน Giffarine Fantastic Beijing Awards 2012 ผู้ชนะการแข่งขันท่องเที่ยวประเทศยุโรป (เยอรมัน สวิสเซอร์แลนด์ และออสเตรีย) และผู้ชนะการแข่งขัน Junior Mini Rally Rewards ท่องเที่ยวประเทศสิงคโปร์ พร้อมทั้งเปิดตัวการแข่งขันสุดเอ็กซ์คลูซีฟอย่าง Giffarine Fantastic Kyoto-Osaka Awards และ Junior Mini Rally Rewards ท่องเที่ยวประเทศฮ่องกงด้วย
นอกจากนั้นยังมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ระดับพรีเมี่ยมว่า 10 รายการ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นที่สุดในงานนี้เป็นชุดผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เอดดัลไวส์ (Edelweiss) สกัดจากดอกไม้สีขาวแสนสวยบนเทือกเขาแอลป์และหมู่พืชพรรณธรรมชาติที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าของสารที่มีประสิทธิภาพในการฟื้นฟูผิวให้ขาวกระจ่างใสแลดูสุขภาพดี ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อาร์ทิโชก แดนดี กิฟฟารีน อะบาโลน คอลลาเจน ไฮยา ซีรั่ม อินเทนซ์ ฟอร์มูล่า และกิฟฟารีน กลามอรัส วันเดอร์ไลท์ คอนซีลเลอร์ คิท เซ็ท


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่ายขายตรงฉบับที่ 237 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 1-15 ตุลาคม 2555

กร้าว! "ไอยรา แพลนเน็ต AIYARA PLANET" เจ้าขายตรง "IMMURA อิมมูร่า (SESAMEAL) สารสกัดงาดําและธัญพืช" บิ๊กประกันฯจัดตั้ง "อะคาเดมี (Academy)" หนุน


กัมปนาท บุรุษแห่งเจ้าแผนตลาดไบนารี่ ควง ชาญวิทย์ เมธาชัยวุฒิ อดีต CAO แม่ทัพตัวแทนประกันชีวิตหลายค่ายโดดข้ามห้วยร่วมหุ้น ไอยรา


ตั้งศูนย์ปฏิบัติการสร้างนักขาย อะคาเดมี ผนึกกำลัง ดร.ปรัชญา คงทวีเลิศ เจ้านักวิจัยมือโปรมหาวิทยาเชียงใหม่ ผลิต เซซามีน-งาดำ ขึ้นแท่นเจ้าตลาด

ดร.กัมปนาท บุญราศรี ประธานกรรมการ บริษัท ไอยรา แพลนเน็ต จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้รับความร่วมมือจาก รศ.ดร.ปรัชญา คงทวีเลิศ นักวิจัยจากคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้เป็นหัวหน้าหน่วยวิจัยวิศวกรรมเนื้อเยื้อและเซลล์ต้นกำเนิด ซึ่งคิดค้นงานวิจัยสารสกัดงาดำ และนำผลงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารโลก มาร่วมเป็นทีมผู้บริหารระดับสูงของบริษัทอย่างเป็นทางการ จึงทำให้ปัจจุบันไอยรา


ได้ถือสิทธิบัตรงานวิจัย 1 ใน 5 ใบ ซึ่งเป็นเซซามีนผลิตภัณฑ์งาดำชั้น 1 และกล่าวได้ว่าไอยราเป็นเจ้าเดียวที่ผลิตเซซามีน หรือ คิงส์ อ๊อฟ เซซามีน

สำหรับกลยุทธ์ทางการตลาดของไอยรานับแต่นี้ไป จะมุ่งเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย 2 กลุ่มคือ 1.กลุ่มนักธุรกิจ 2.กลุ่มผู้บริโภค โดยทั้งสองกลุ่มจะเป็นฐานความเติบโตของบริษัทอย่างยั่งยืน ด้วยเพราะมีความมั่นใจในธุรกิจไอยราบนแนวทางการทำงานที่ชัดเจนขึ้นภายใต้ปฏิบัติการเทรนนิ่งระบบใหม่ และกลุ่มผู้บริโภคซึ่งเป็นฐานที่จะบริโภคผลิตภัณฑ์ก็จะมั่นใจในคุณภาพสินค้าที่ตอบสนองได้อย่างดี และพิสูจน์ได้ด้วยวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะเป็นคือคำตอบสำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ความปลอดภัย มีเอกสารรับรองจากไอยรา

นายชาญวิทย์ เมธาชัยวุฒิ รองประธานกรรมการไอยรา แพลนเน็ต กล่าวถึงการตัดสินใจเข้าร่วมงานกับไอยราในครั้งนี้ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท และเป็นผู้รับผิดชอบหลักสูตร Aiyara Academy ซึ่งจะผลักดันให้ไอยราเป็นองค์กรที่สร้างคุณค่าสู่สังคมได้อย่างเต็มกำลัง ด้วยแนวทางการพัฒนาบุคลากรอย่างยั่งยืน เพริ่มจากคนที่เข้าสู่การทำธุรกิจเครือข่ายครั้งแรก แล้วมีการเปลี่ยนแปลงและได้เติมเต็มชีวิตให้ดีขึ้น ภายใต้สโลแกนของไอยราที่ว่า เราใส่ใจ เราแบ่งปัน เราเติบโตร่วมกัน We Care We Share We Grow

นายชาญวิทย์กล่าวอีกว่า รูปแบบของอะคาเดมี เบื้องต้นมี 5 ขั้นตอน 1.Aiyara Business Course การพูดถึงวงจรทางธุรกิจ ในภาพรวมคืออะไร สินค้าของบริษัทคืออะไร แผนการตลาดคืออะไร 2. User Recruite Training Motivation Supervision หน้าที่หลักของผู้นำทีมทุกคนที่ต้องการบริหารทีมงานให้ประสบความสำเร็จ โดยอยู่บนพื้นฐานของการทำตามหน้าที่ 3.Aiyara Leader Course วิถีผู้นำไอยรา เมื่อกำลังสร้างทีมงาน การยอมรับจากทีมงาน โดยการสร้างภาวะการเป็นผู้นำ วิถีการเป็นผู้นำที่ถูกต้อง 4.Aiyara Excecutive Course ก้าวสู่ผู้บริหารไอยรา เรียนรู้เรื่องจุดแข็งจุดอ่อนโอกาส ข้อจำกัด เป้าหมาย แผนงาน เรียนรู้การเป็นผู้บริหาร 5. We Are Aiyara องค์กรนี้จะหล่อหลอมบุคคลากรให้เป็นหนึ่งเดียว บริษัทกับผู้นำทีมจะเป็นคนคนเดียวกัน จะไม่แยกเป็นคนละคน

ผมทำงานในวงการประกันชีวิตมา 30 ปี อยู่ในส่วนของทีมงานและผู้บริหารบริษัทมาตลอด จึงคิดว่าอยากทำอะไรที่มากกว่านั้น จึงมองธุรกิจเครือข่ายขายตรง เป็นอะไรที่ตรงกับที่เรามีประสบการณ์ อยากให้สิ่งที่เราเรียนรู้มาทั้งหมดคืนสู่สังคม โดยการสร้างคนที่มีคุณภาพ สร้างงาน สร้างสังคม เมื่อมองว่าระบบเครือข่ายคือคำตอบ และได้มาเจอ ดร.กัมปนาท บุญราศี ที่รู้จักกันมากว่า 10 ปี เป็นที่ยอมรับและมีประสบการณ์ ชื่อเสียงและภาพลักษณ์ มีความเสมอต้นเสมอปลาย ทำให้เรามั่นใจ จึงยกระดับตัวเองขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของผู้ประกอบการ นายชาญวิทย์กล่าว

อนึ่งก่อนหน้านี้ นายชาญวิทย์ มีประสบการณ์อยู่ในธุรกิจประกันชีวิตมานานกว่า 30 ปี มีโอกาสได้ร่วมงานกับธุรกิจเครือข่ายมาบ้างบางบริษัท จึงนำประสบการณ์ความสำเร็จจากการสร้างทีมงานอย่างมั่นคง จากที่เขาเริ่มต้นประสบการณ์ตัวเองตั้งแต่ตัวแทน ผู้บริหารฝ่ายขายตัวแทน และประธานเจ้าหน้าที่ผู้บริหารตัวแทน (CAO=Chief Agency Officer-Agency Department) ในธุรกิจประกันชีวิตมาจัดตั้งเป็น ไอยรา อะคาเดมี่ นั่นเอง
ทั้งนี้ไอยราจะจัดงานซอฟท์โอเพ่นนิ่งวันที่ 21 ตุลาคม 2555 เป็นการเปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการตามแผนงาน มีการประดับเข็ม โชว์ผลการดำเนินงาน 8 เดือนที่ผ่านมา โดยดร.กัมปนาทกล่าวว่า มั่นใจว่าการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงมกราคม 2556 จะมีความพร้อมในทุกด้าน ด้านไอทีในระบบเรียลไทม์ 100% ให้กับนักธุรกิจ payment ในเซเว่น เป็น payment realtime ทำให้นักธุรกิจเกิดความเชื่อมั่น แล้วก็การ payment ผ่านช่องทางตู้เอทีเอ็มของ ธนาคารไทยพานิชย์ คาดว่าจะเปิดตัวในงานซอฟต์โอเพนนิ่งเช่นกัน โดยองค์รวมมั่นใจว่าจะสร้างความสะดวกให้นักธุรกิจได้ สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคได้

เพราะเราเน้นทั้งด้านคุณภาพและปริมาณ โดยนักธุรกิจเราจะต้องมี 15,000 รหัส ซึ่งในปัจจุบันมีประมาณ 8,000 รหัส ปีแรกเรายังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการเดือนมาราคม 2556 คิดว่าจะดำเนินธุรกิจเต็มพิกัด คุณค่าที่เราสร้างไม่ใช่เพียงเม็ดเงินอย่างเดียว เราต้องการสร้างความมั่นคง มีองค์ประกอบครบ มีความสุข อยู่ในความถูกต้อง เป็นบริษัทขายตรงสีขาวต่อไป


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่ายขายตรงฉบับที่ 237 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 1-15 ตุลาคม 2555

ข่าวเเอมเวย์ (Amway Thailand) : ย้ำความสำเร็จนิวทริไลท์ (NUTRILITE Thailand) ผุดรง.5พันล. "อาร์ทิมิส" เยือนไทย


แอมเวย์ ตอกย้ำความสำเร็จ นิวทริไลท์ ทั่วโลกยอดขายพุ่ง 4.7 พันล.เหรียญฯ บริษัทอเมริกาขยายโรงงานเพิ่ม 4 โครงการลงทุน 5,000 ล้านบาท


พญ.อาร์ทิมิส นักวิทยาศาสตร์ระดับโลกบินเยือนไทย ร่วมประชุมวิชาการโภชนาการครั้งที่ 6 ไม่หวั่น น้ำท่วม ส่งผลกระทบ คาดปลายปีเฉพาะผลิตภัณฑ์นี้นำลิ่วโต 5,700 ล้านบาท


นายกิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แอมเวย์ คอร์ปอเรชั่น ยกย่องให้แบรนด์นิวทริไลท์มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทิศทางการดำเนินธุรกิจของ แอมเวย์ในฐานะที่เป็นแบรนด์ในกลุ่มวิตามินและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มียอด ขายรวมเป็นอันดับ 1 ของโลก โดยปีที่ผ่านมา ยอดขายกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนิวทริไลท์ทั่วโลกสูงถึง 4.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 140,600 ล้านบาท) คิดเป็น 45% ของยอดขายรวมแอมเวย์ คอร์ปอเรชั่น


 


นายกิจธวัชกล่าวว่า แอมเวย์ คอร์ปอเรชั่นได้ขยายโรงงานและเพิ่มกำลังการผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนิวทริไลท์รวม 4 โครงการ รวมเป็นเงินลงทุนในครั้งนี้ประมาณ 5,000 ล้านบาท ใช้ทั้งในการผลิต ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดเม็ดและซอฟท์เจล ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดผง ชนิดเม็ด รวมถึงโรงงานสกัดและผลิตสารสกัดเข้มข้นจากส่วนประกอบที่เพาะปลูกในฟาร์มชีวภาพของนิวทริไลท์ การขยายโรงงานผลิตในครั้งนี้ นอกจากจะสะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์ของผู้บริโภคทั่วโลกในปัจจุบันที่หันมาใส่ใจสุขภาพและต้องการผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนิวทริไลท์ที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แล้วยังตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำอันดับ 1 ของโลกในตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารได้เป็นอย่างดี ทั้งยังสามารถสนับสนุนการขยายธุรกิจของนักธุรกิจแอมเวย์กว่า 3 ล้านคนเเละมากกว่า 100 ประเทศ

ความสำเร็จดังกล่าวมาจากความจริงจังและทุ่มเทของนักธุรกิจแอมเวย์ทั่วโลก และมีความมุ่งมั่นในการวิจัยค้นคว้าเพื่อให้ได้วัตถุดิบที่ดีที่สุดจากธรรมชาติ และกระบวนการผลิตที่ดีที่สุดทางวิทยาศาสตร์ดังแนวคิด Best of Nature, Best of Science ของนิวทริไลท์นั่นเอง จึงไม่น่าแปลกใจที่เรามีผลงานศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์และสารอาหารทางโภชนาการ รวมทั้งการทดลองด้านการแพทย์มากมาย และทำงานร่วมกับสถาบันระดับโลกมากกว่า 10 แห่งในสหรัฐอเมริกา อิสราเอล สเปน จีน และเกาหลีใต้ นายกิจธวัชกล่าว และว่า


และในโอกาสอันดีที่สมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้จัดการประชุมวิชาการโภชนาการแห่งชาติ ครั้งที่ 6 ขึ้นนี้ แอมเวย์ประเทศไทยจึงได้เรียนเชิญแพทย์หญิงอาร์ทิมิส ซิโมพูลอส ประธานศูนย์พันธุศาสตร์โภชนาการและสุขภาพ และประธานสมาคมนานาชาติด้านโภชนพันธุศาสตร์ (Nutrigenomics) กรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกด้าน โภชนพันธุศาสตร์มาร่วมแบ่งปันงานวิชาการ เพื่อส่งเสริมความก้าวหน้าของวงการโภชนาการในประเทศไทย


พญ.อาร์ทิมิส ซิโมพูลอส ประธานศูนย์พันธุศาสตร์โภชนาการและสุขภาพ และประธานสมาคมนานาชาติด้านโภชนพันธุศาสตร์ (Nutrigenomics) กรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา และหนึ่งในคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ สถาบันสุขภาพนิวทริไลท์ กล่าวว่า ในปี 2554 โรคหัวใจและหลอดเลือดคร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกไปกว่า 17 ล้านคน และคาดการณ์ว่าปี 2573 หรืออีก 18 ปีข้างหน้า จะมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นประมาณ 30% หรือประมาณ 22.1 ล้านคนทั่วโลก สาเหตุเกิดจากการบริโภคโอเมก้า-6 ในปริมาณที่สูงกว่าโอเมก้า-3 พฤติกรรมนี้กระตุ้นให้เกิดสภาวะที่ก่อให้เกิดอาการของหลายๆ โรค รวมถึงโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง โรคที่เกี่ยวกับการอักเสบและภูมิคุ้มกันตนเอง รวมทั้งการเกิดสภาวะรบกวนการพัฒนาสมอง

นางรัตนา ชาญนรา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า สำหรับการเติบโตของนิวทริไลท์ในประเทศไทยเป็นไปด้วยดีตามเป้าหมาย โดยช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา เราประสบความสำเร็จจากการจัดกิจกรรมทางการตลาดมากมาย ทำให้ยอดขายเติบโตขึ้นถึง 13% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา จึงมั่นใจว่าจะสร้างสถิติใหม่ให้นิวทริไลท์มียอดขายสูงสุดถึง 5,700 ล้านบาท ในสิ้นปี 2555 นี้ โดยจัดเตรียมแคมเปญพิเศษเพื่อแนะนำสารอาหารจำเป็น 6 ชนิดภายใต้แนวคิด ซิกซ์ ฮีโร่ ผู้ดูแลหัวใจคุณ ในไตรมาส 4 ปีนี้

ซิกซ์ ฮีโร่ ผู้ดูแลหัวใจคุณเป็นแคมเปญที่มีวัตถุประสงค์หลักมุ่งให้ความรู้กับผู้บริโภค เรื่อง การดูแลสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด เนื่องจากช่วงสามปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีสถิติผู้ป่วยเข้ารับการรักษาโรค หัวใจและหลอดเลือดในโรงพยาบาลทั่วประเทศเพิ่มขึ้นถึง 89% โรคหัวใจและหลอดเลือดยังเป็น 1 ใน 5 อันดับแรกของสาเหตุการเสียชีวิตของคนไทย ซึ่งสอดคล้องตามเทรนด์ของโลกเหมือนที่ พญ.อาร์ทิมิสได้กล่าวไว้ เราจึงควรให้ความสำคัญกับการประชาสัมพันธ์ขยายความรู้ในการดูแลสุขภาพ ด้านนี้แก่ประชาชนอย่างจริงจัง รัตนากล่าว เเละว่า

สำหรับแคมเปญดังกล่าวมีเนื้อหาเกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคและ อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ เกี่ยวกับการทำงานของสารสกัดที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดรวม 6 ชนิด ได้แก่ สารอาหารน้ำมันปลา (Fish Oil) การ์ลิค (Garlic) ชาเขียว (Green Tea) เลซิติน อี (Lecithin E) โคเอ็นไซม์คิวเท็น (CoQ 10) และวิตามินบีคอมเพล็กซ์ (B Complex) เปรียบเทียบสารสกัดแต่ละชนิดเป็นฮีโร่ที่ช่วยดูแลสุขภาพหัวใจ และใช้เทคนิคการเล่าเรื่องแบบสนุกและง่ายต่อการเข้าใจ เพื่อเป็นการย่อยเนื้อหาด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพให้ประชาชนสามารถเข้าใจและเข้าถึงได้มากขึ้น โดยการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางโซเชียล มีเดีย อย่างเฟซบุ๊ค ยูทูป และเว็บไซต์นิวทริไลท์ เริ่มเมื่อ13 กันยายนเป็นต้นไป

นายกิจธวัชได้กล่าวทิ้งท้ายว่า หลังจากมีสถานการณ์น้ำท่วม แอมเวย์ไม่รู้สึกกลัวเเต่อย่างใดเพราะมีความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะเอาอยู่ เเต่ถ้าเอาไม่อยู่จริงๆ โดยบริษัทมีเเผนเตรียมรองรับอยู่เเล้ว เเละตอนนี้กำลังย้ายบ้านใหม่ ส่วนตัวคลังสินค้านั้นคาดจะไม่ได้รับผลกระทบและไม่น่าเป็นห่วง เพราะในปีที่ผ่านมาแม้น้ำท่วมหนักเเต่แอมเวย์มีผลกระทบน้อยมาก โดยรวมบริษัทจะเน้นการทำโซเซียลมีเดียกิจกรรมทางการตลาดเเละกิจกรรมทางสังคมเป็นหลัก


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่ายขายตรงฉบับที่ 237 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 1-15 ตุลาคม 2555

ถึงคราว "ขายตรงไทย (MLM)" หนาว! ตำรวจทุบโต๊ะ "สมุนไพร" เข้าข่ายห้ามขาย


ตำรวจ อย. เครื่องร้อน! กางกฎหมายเทียบคุณสมบัติ สมุนไพรไทย กับ ยา หากเข้าข่าย รักษา นับผิดกระทงแรก


สาวลึกต่อวัดปริมาณ แอลกอฮอล์ ผสมยาน้ำสมุนไพรเกินข้อกำหนดเข้าข่าย เหล้า ผิดกระทงสอง ด้าน ตำรวจสคบ. รับลูกพร้อมใช้อำนาจตามกฎหมายเข้าสืบค้น- สอบสวนขบวนการขาย-จ่ายผลประโยชน์ในธุรกิจเครือข่ายก่อนได้รับใบอนุญาต พบหลักฐานมัดผิดตาม ม.20 พ.ร.บ.ขายตรงฯ ทันที
พ.ต.อ.ชำนาญเดช แตงจุ้ย ผู้กำกับ 1 กองบังคับ การปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับคุ้มครองผู้บริโภค หรือ บก.ปคบ.เปิดเผย ธุรกิจเครือข่าย ถึงการทำงานของ บก. ปคบ.กรณีการเข้าไปตรวจค้นหรือสืบสวนบริษัท เอสดี แอวานซ์ จำกัด ที่ตั้งอยู่


บนห้างสรรพสินค้าดังย่านลาดพร้าวตามที่เป็นข่าวมาก่อนหน้านี้ ว่า เป็นไปตามอำนาจทางกฎหมายหากมีผู้ร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแส ตำรวจบก.ปคบ.ก็สามารถเข้าดำเนินการตรวจสอบหาหลักฐานการกระทำผิดภายใต้ข้อ บังคับของ พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ.2545 ได้ทันที โดยที่ผ่านมามีเรื่องร้องที่มีการบันทึกไว้รวม 31 เรื่องที่เป็นคดีความไปแล้ว

ที่ผ่านมาเป็นเรื่องที่มีการแจ้งเบาะแสเข้ามายัง บก.ปคบ.แล้วทางเจ้าหน้าที่ก็เข้าไปตวรจค้น ในปี 2553 มี 18 คดี ปี 2554 มี 12 คดี ส่วนปีมีเพียง 1 คดี ส่วนรายล่าสุดนี้ไม่ได้พบหลักฐานว่าเขามีการจ่ายผลตอบแทนอะไรกัน เพราะเขายังไม่ได้รับใบอนุญาตขายตรงจริง ซึ่งหากเราพบมีใบเสร็จหรืออะไรที่ยันได้ว่ามีการจ่ายผลประโยชน์ขึ้นก็ต้องผิดกฎหมายที่ห้ามไม่ให้ทำขายตรงก่อนได้รับใบอนุญาต พ.ต.อ.ชำนาญเดชกล่าว และว่า


ปัจจุบันธุรกิจขายตรงกำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนและนักธุรกิจตลอดจนประชาชนทั่วไปสูงมากขึ้นกว่าอดีต ทำให้ผู้ประกอบการที่กำลังยื่นขอรับใบอนุญาตหลายคนเร่งฟอร์มทีมงานเพื่อความพร้อมในการให้บริการกับสมาชิก โดยมีการเชิญชวนคนทั่วไปเข้าไปร่วมฟังแผนธุรกิจและคุณสมบัติสินค้ากันล่วงหน้า บางบริษัทได้รับความนิยมจนมีคนให้ความสนใจอย่างล้นหลามนำมาซึ่งการตั้งข้อสงสัยถึงการ แอบทำ ธุรกิจขายตรงก่อนได้ใบอนุญาตประกอบการจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) นายทะเบียนก่อนหรือไม่


ด้วย พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 มาตรา 20 ระบุไว้ว่า ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบธุรกิจขายตรง เว้นแต่จะได้จดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงตามพระราชบัญญัตินี้ ดังนั้นหากมีบริษัทแอบทำขายโดยไม่ได้รับใบอนุญาตแล้วมีการจ่ายผลตอบแทนกันจริงก็เป็นความผิดตามมาตราดังกล่าว และเป็นสาเหตุหลักให้ทาง บก.ปคบ.ต้องเข้าไปตรวจค้นเพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกับสคบ.เท่านั้นเอง


ส่วนกรณีบางบริษัทที่โดนสำนักงานอาหารและยา (อย.) แจ้งขอความร่วมมายัง บก.ปคบ.ให้ร่วมบูรณาการสนธิกำลังเข้าตรวจค้นและจับกุมบริษัทผู้ผลิตอาหารเสริมนั้น ก็ถือเป็นการทำงานตามอำนาจหน้าที่ภายใต้กฎหมายของอย.ที่ผู้ผลิตอาหารเสริมซึ่งบางรายก็อยู่ในระบบขายตรงบางรายก็ไม่อยู่แต่เป็นผู้ผลิตส่งขายอย่างเดียวติดฉลากไม่ถูกต้อง และอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง


นอกจาก 2 กรณีนี้แล้ว พ.ต.อ.ชำนาญเดช ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า บก.ปคบ.ยังสามารถเข้าตรวจค้นหรือตรวจสอบในลักษณะสืบสวนสอบสวนบริษัทห้างร้านเจ้าของกิจการใด ที่ดำเนินธุรกิจขายตรงที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องมาก่อนหน้านี้ได้อีก หากสืบทราบว่ามีการนำสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ใดๆ ที่แม้จะได้รับใบอนุญาตจาก อย.แล้ว แต่ยังไม่ได้จดแจ้ง สคบ.เพิ่มเติมจากเอกสารประกอบเดิมที่ยื่นขอดำเนินการทำธุรกิจในครั้งแรก ก็ถือว่าผิดกฎหมายขายตรงเช่นกัน
รวมทั้งผลิตภัณธ์สมุนไพรไทยบางตัวที่มีค่าแอลกอฮอล์เกินข้อจำกัด หรือมีปริมาณแอลกอฮอล์ผสมอยู่สูงจนเข้าข่ายเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเภทต่างๆ ตามพ.ร.บ.เหล้า ก็ถือว่านำมาขายในระบบขายตรงไม่ได้ และหากมีการอ้างถึงสรรพคุณว่าเป็นการรักษาเทียบได้เป็นยาชนิดหนึ่ง ก็นำมาขายในระบบขายตรงไม่ได้เช่นกัน ด้วยจะผิดทั้งพ.ร.บ.เหล้า และพ.ร.บ.ยาไปพร้อมกันทั้ง 2 กรณี


อย่างไรก็ตาม ธุรกิจเครือข่าย ยังได้รับการเปิดเผยเพิ่มเติมจากแหล่งข่าวระดับสูงจากหน่วยรัฐอีกแห่งหนึ่งเพิ่มเติม ถึงกรณีการตกเป็นข่าวใหญ่โตของนักขายรายหนึ่งที่มีกระแสข่าวเข้าไปพัวพันกันกับข้อครหาว่าเป็นนักตุ้มตุ๋นหลอกให้นักศึกษานำเงินมาลงทุน เพื่อซื้อสินค้าจำนวนมากเป็นหลักหลายหมื่นบาท แล้วจะประสบความสำเร็จเป็นนักบริหารธุรกิจขายตรงตามโครงสร้างการจ่ายผลตอบแทนว่า


นับเป็นการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ขายตรงฯ มาตรา 21 วรรค 3 ที่ระบุ ต้องไม่บังคับให้ผู้จำหน่ายอิสระซื้อสินค้า และวรรค 4 ที่ระบุว่า ต้องไม่ชักจูงให้ผู้จำหน่ายอิสระซื้อสินค้าในปริมาณมากเกินไปอย่างไม่สมเหตุผล โดยไม่รวมกรณีหากมีผู้เสียหายเป็นมาก และมีมูลค่าความเสียหายรวมเกินหลายสิบล้านบาท ก็จะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 ทั้งนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ จะเข้ามาเป็นเจ้าพนักงานติดตามสอบสวนรับช่วงคดีต่อทันที


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่ายขายตรงฉบับที่ 237 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 1-15 ตุลาคม 2555

วันศุกร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2555

ขายตรงอาเซียน (AEC MLM) : ขายตรงฟิลิปปินส์รับอานิสงส์จีดีพีโต ปี 2554 ยอดขายพุ่ง 37% ยักษ์มะกันตีปีก


เอเอ็นแซท แบงก์ ธนาคารขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของออสเรตเลียเผยฟิลิปปินส์กลุ่มประเทศที่มีผลงานด้านเศรษฐกิจดีที่สุดในเอเชีย และยังคงมีแนวโน้มเช่นนี้ในอนาคต เป็นข่าวดีสำหรับบริษัทขายตรงทุกแห่งที่เปิดธุรกิจอยู่ในฟิลิปปินส์


พอล กรุนวาล์ด หัวหน้านัก เศรษฐศาสตร์ภาคพื้นเอเชีย แปซิฟิเอ เอ็นแซท แบงก์กล่าวกับสำนักข่าวเอเอ็น ซีว่า เศรษฐกิจของฟิลิปปิส์ หอมหวาน มากทีเดียว


เรามีความรู้สึกเป็นบวกมากๆ กับเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ ผมเพิ่ง เดินทางกลับมาจากนิวยอร์ค นักลงทุน ที่นั่นสนใจเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ เรา มองเห็นเศรษฐกิจประเทศนี้หอมหวาน มากๆ จีดีพีน่าจะเติบโตประมาณ 5-6% แข็งแกร่งมากและเงินเฟ้ออยู่ ภายใต้การควบคุม


กรุนวาล์ดตั้งข้อสังเกตถึงการ พัฒนาโครงสร้างด้านเศรษฐกิจ 2 สว่ นที่ ทำให้เศรษฐกิจของฟิลิปปินส์มีแนวโน้ม ดีคือความพยายามของรัฐบาลฟิลิปปินส์ ที่จะปรับงบประมาณของประเทศให้ สมดุลย์ทั้งปรับปรุงการปล่อยกู้สาธารณะ และการใช้จ่ายของภาครัฐและส่งเสริมธุรกิจต่างๆ หันไปใช้เอาต์ซอร์สซึ่งเป็น ธุรกิจที่กำลังบูมมากในขณะนี้


การส่งเสริมให้ธุรกิจต่างๆ พึ่งพาเอาต์ซอร์สดูเหมือนจะกระตุ้น เศรษฐกิจภายในประเทศได้อย่างดีที เดียว เมื่อนำทั้ง 2 ส่วนมาประกอบเข้า ดว้ ยกนั เราจะเหน็ ว่า ฟิลิปปินส์ อีกหนึ่งในประเทศที่มีผลงานด้านเศรษฐกิจดี ที่สุดในเอเชียประเทศหนึ่ง


กรุนวาล์ดกล่าวอีกว่า ขณะที่ ฟิลิปปินส์เอาตัวรอดจากวิกฤตหนี้สินยูโร โซนและวิกฤตเศรษฐกิจทั่วโลกที่กำลัง ชะลอตัวซึ่งเป็นผลกระทบมาจากวิกฤต ยุโรป ฟิลิปปินส์ไม่ได้มีภาษีดีกว่าอินเดีย และอินโดนีเซียที่ใช้การบริโภค อุปโภค ภายในประเทศกระตุ้นการเติบโตของ เศรษฐกิจ แต่เศรษฐกิจของฟิลิปปินส์อาจ จะแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งมากกว่า ประเทศเศรษฐกิจเปิดอย่างสิงคโปร์และ ฮ่องกงด้วยซํ้า


ฟิลิปปินส์เปรียบเสมือนบ้านของ บริษัทขายตรงจากสหรัฐฯหลายบริษัท อาทิ แอมเวย์, เอวอน, ฟอร์เวเวอร์ ลิฟวิ่ง โปรดักส์, 4ไลฟ์ รีเสิร์ช,จีเอ็นแอลดี อินเตอร์ เนชั่นแนล, เฮอร์บาไลฟ์, แมรี่ เคย์, นิคเคน, นู สกิน, รีลิฟ และทัพเพอร์แวร์ แบรนด์


สำหรับผลงานธุรกิจขายตรงของ ฟิลิปปินส์ จากข้อมูลของสมาพันธ์สมาคม การขายตรงโลก (World Federation of Direct Selling Association : WFDSA) ปี 2554 ฟิลิปปินส์มียอดขาย 750 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ (1 ดอลลาร์สหรัฐประมาณ 31 บาท) เพิ่มขึ้น 37% เทียบกับปี 2553 ที่มียอดขาย 546 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะ ที่นกั ขายลดลง 771,000 คน จาก 3,210,000 ในปี 2553 เหลือ 2,439,000 คน


นอกจากฟิลิปปินส์จะมีบริษัทขาย ตรงของสหรัฐฯเข้ามาปักหลักอยู่หนาตา แล้ว เมื่อปีก่อน บริษัท สแตนโฮม เวิลด์ อินเตอร์เนชั่นแนล แบรนด์ขายตรงอันดับ 1 ผลิตภัณฑ์ดูแล ทำความสะอาดบ้าน ในยุโรป ซึ่งเป็นของ Groupe Yves Rocher หนึ่งในบริษัทเครื่องสำอางชั้น นำของโลกจากฝรั่งเศสได้ขยายธุรกิจ มายังเอเชียเป็นครั้งแรก โดยเปิดสาขา แรกขึ้นในฟิลิปปินส์ ใช้ชื่อบริษัทว่า สแตนโฮม เวิลด์ ฟิลิปปินส์


เยอมัน มาร์ติเนส ผู้จัดการทั่วไป และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) สแตนด์โฮม เวิลด์ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวระหว่างร่วมพิธีเปิดสาขาใน ฟิลิปปินส์ว่า เป้าหมายของบริษัทคือการ เปลี่ยนชีวิตผู้หญิงชาวฟิลิปปินส์และแม่ ทุกคนให้มีชีวิตที่ดีขึ้น โดยบริษัทมีแผน จะพัฒนาฟิลิปปินส์เป็นศูนย์กลาง Hub ของเอเชียรองรับการขยายธุรกิจไปยัง ประเทศอื่นๆ ในเอเชียภายใน 5 ปีนับจากนี้


ในการขยายธุรกิจในฟิลิปปินส์ สแตนโฮม เวิลด์จะแนะนำผลิตภัณฑ์ที่มี คุณภาพสูง มีศักยภาพในการขาย มากกว่า 300 ชนิดครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์ ดูแล ทำความสะอาดบ้านเพื่อปกป้อง รักษาสุขภาพของทุกคนในครอบครัวให้ มีสุขภาพกาย สุขภาพใจแข็งแรงรวมไป ถึงผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง บำรุงผิว เสื้อผ้าและชุดชั้นในสตรี


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่ายขายตรง ฉบับที่ 236 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-30 กันยายน 2555