ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บริษัท เอปูเซ่ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บริษัท เอปูเซ่ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ข่าวเอปูเซ่ (Epousee) : ‘เอปูเซ่’เสริมกลยุทธ์ความแกร่งธุรกิจ ผุดโครงการ‘The Rich Man’ขับเคลื่อนผู้นำ







yyyy (Mobile)

 


“เอปูเซ่” เคลื่อนทัพบุกภูธร!!..ล่าสุดผุดโครงการ “The Rich Man” เสริมความร่ำรวยแบบยั่งยืน หลังชิมลางไปแล้ว 2 เดือนเห็นผลเกินคาด เผยเตรียมดันสินค้าใหม่สำหรับสุภาพสตรี “โกลด์ โมนาริส” เสริมทัพหน้า พร้อมการฝึกอบรมสร้างความเป็นมืออาชีพแก่สมาชิกอย่างต่อเนื่อง แย้มสิ้นปีขอยอดแตะ 250 ล้าน


“มนตรี ฉิมมณีภัทธ” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอปูเซ่ (ประเทศไทย) จำกัด เผยถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯผ่าน “ตลาดวิเคราะห์” ว่า ขณะนี้ทางบริษัทฯ ได้มีการเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจด้วยการผุดโครงการที่มีชื่อว่า “The Rich Man” โดยได้ดำเนินการไปเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการทำตลาดแบบผสมผสานระหว่างแผนธุรกิจแบบ Stair Step และ Binary เข้าด้วยกัน ซึ่งสามารถตอบโจทย์ความต้องการของสมาชิกค่อนข้างเป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างมาก ซึ่งโครงการนี้เรียกว่าสามารถทำให้สมาชิกของบริษัทฯ มีรายได้สม่ำเสมอในทุกๆ เดือน เดือนละ 50,000 – 60,000 บาท โดยเป็นโครงการเพื่อให้สมาชิกระดับล่าง สามารถเลี้ยงดูตนเองได้


“โครงการ “The Rich Man” เป็นการทำโปรแกรมการลงทุนเพื่อการเริ่มต้นทางธุรกิจ เป็นโครงการเสริมเพื่อกระตุ้นการทำงานของสมาชิก ซึ่งสมาชิกจะได้ส่วนแบ่งทางการตลาดทุกครั้งที่มีการขาย ทำให้เกิดธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งในระดับล่าง เป็นการเปิดโอกาสให้สมาชิกทำธุรกิจตามความถนัดของตนเอง ทั้งในการหาเครือข่ายทางการค้าและการขายตรงสินค้า โดยเป็นการเน้นการซื้อซ้ำ ที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ ซึ่งมีการแบ่งออกเป็น ผู้บริหารระดับภูมิภาค และ ผู้บริหารระดับปฏิบัติการ”


นอกจากนี้ ทาง “เอปูเซ่” ยังได้มีการออกสินค้าตัวใหม่เข้ามาทำตลาดอีกด้วยนั่นก็คือ ผลิตภัณฑ์ “โกลด์ โมนาริส (Gold Monalis)” สินค้าเกี่ยวกับสุภาพสตรี เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดเม็ด เพื่อการบำรุง และฟื้นฟูสุขภาพคุณผู้หญิง โดยราคาจัดจำหน่ายสำหรับสมาชิกอยู่ที่ 2,500 บาท และราคาค้าปลีกอยู่ที่ 3,000 บาท


บอสค่าย “เอปูเซ่” เสริมต่อว่า “โดยก่อนหน้านี้ทาง “เอปูเซ่” เอง ได้มีการเข็นสินค้าที่ชื่อ “คาวาริ โกลด์” ที่เป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพชนิดเม็ด และผลิตภัณฑ์ “โกลด์ นัมเบอร์ 9” ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพื่อการบำรุง และฟื้นฟูสุขภาพคุณผู้ชาย มาแล้ว ซึ่งถือว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างมากทีเดียว โดยสินค้าตัวใหม่อย่าง “โกลด์ โมนาริส” สำหรับสุภาพสตรี ที่เพิ่งเปิดตัวไปได้ไม่นาน ทางบริษัทฯ มีความเชื่อมั่นว่า จะเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่ได้รับการตอบรับที่ดีเหมือนเช่นดั่งสินค้าตัวอื่นที่ทางบริษัทฯ ออกมาด้วยเช่นกัน”


ปัจจุบัน “เอปูเซ่” มีสินค้าอยู่ทั้งสิ้น 4 กลุ่มหลักด้วยกัน ประกอบด้วย1.กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม (Skin Care & Beauty Care) 2.กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Dietary Supplements) 3. กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ (Healthy Product) และ4.กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน (Personal Care) ซึ่งสินค้าหลักที่ทำยอดขายให้แก่บริษัทฯ คือ ผลิตภัณฑ์ “คาวาริ” เครื่องดื่มสมุนไพรชนิดน้ำ และผลิตภัณฑ์ “คาวาริ โกลด์” สมุนไพรเพื่อสุขภาพชนิดเม็ด ที่มีสัดส่วนยอดขายรวมกันอยู่ที่ 50%


สำหรับกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนธุรกิจ “เอปูเซ่” นับจากนี้ต่อไป ที่นอกเหนือจากการนำสินค้าใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการของสมาชิกและผู้บริโภคแล้ว “มนตรี” ประธานฯ บริษัทเอปูเซ่ ยังเผยอีกว่า ทางบริษัทฯ ยังคงดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นการทำงานของสมาชิกอย่างต่อเนื่องเหมือนเช่นดั่งที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการอบรมตามจังหวัดต่าง ๆ รวมถึงในส่วนของโปรโมชั่น ที่บริษัทฯ มีการแจกทุกเดือน


ที่สำคัญ ในช่วงเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ ทางบริษัทฯ ยังได้เตรียมที่จะจัดงานประดับเข็มให้แก่สมาชิกที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจอีกด้วย ส่วนในช่วงเดือนมกราคมปีหน้า บริษัทฯ จะมีการจัดงานราตรีสีชมพูกับการก้าวย่างสู่ปีที่ 6 ของเอปูเซ่อีกด้วย ต่อจากนั้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า ก็จะเป็นการจัดสัมมนาต่างประเทศสำหรับสมาชิกเอปูเซ่ เป็นต้น


“ที่ผ่านมา เอปูเซ่ได้มีการจัดโครงการเส้นทางสู่ความสำเร็จ โดยเป็นการใช้สมองแทนเงินทุน คิดแบบผู้บริหารให้สำหรับกลุ่มนักศึกษา ซึ่งเป็นโครงการเถ้าแก่น้อย โดยมีการร่วมกับมหา วิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง นอกจากนี้ ยังมีการจัดโครงการ Young Executive Business กับสถาบันการศึกษา ภายในจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นการให้กลุ่มนักศึกษา สามารถสมัครฟรี และมีรายได้เข้าคณะอีกด้วย โดยเป็นอีกหนึ่งโครงการที่เชื่อว่าน่าจะช่วยทำให้กลุ่มนักศึกษาสามารถทราบถึงธุรกิจเครือข่ายได้มากขึ้นนั่นเอง”


“มนตรี” เผยต่อว่า การเพิ่มความแข็งแกร่งของธุรกิจเอปูเซ่ นับจากนี้นั้น ทางบริษัทฯ จะเน้นไปที่ 1.สมาชิกทั่วไป จะต้องเข้าใจในธุรกิจและผลิต ภัณฑ์ 2.บริษัทฯ จะเน้นที่ตัวผู้นำด้วยการสร้างคน ภายใต้แนวคิด “ให้เป็นธุรกิจสร้างสรรค์มากกว่าทำลาย” ซึ่งขณะนี้บริษัทฯ มีแกนนำในการขยายฐานธุรกิจทั่วประเทศอยู่ที่ 14 คนด้วยกัน โดยปัจจุบันบริษัทฯ มีสาขาอยู่ทั้งสิ้น 4 สาขา คือ 1. หาดใหญ่ 2. สุราษฎร์ธานี 3. ภูเก็ต และ4. อุดรธานี โดยล่าสุดกำลังเปิดสาขาใหม่เพิ่มที่ชุมแพ และร้อยเอ็ด ส่วนการขยายตลาดในประเทศเพื่อนบ้านในขณะนี้นั้น ประเทศที่เริ่มมีการนำเอาสินค้าของเอปูเซ่ไปจำหน่ายบ้างแล้วคือ ลาว กัมพูชา พม่า เวียดนาม เป็นต้น


สำหรับเป้าหมายในอนาคตนับจากนี้ของ “เอปูเซ่” นั้น ต้องการที่จะสร้างฐานระดับล่างให้แข็งแรง ให้มีรายได้เดือนละ 50,000 บาท ให้ได้จำนวน 2 พันคน รวมถึงการเน้นให้สมาชิกของเอปูเซ่ระดับล่างทุกคนมีรายได้อยู่ที่ 70-80% พร้อมกับเป้าหมายยอดขายในสิ้นปีนี้ที่ขอแตะที่ 200-250 ล้านบาท จากในปีที่ผ่านมามียอดขายอยู่ที่ 200 ล้านบาท


“มนตรี” กล่าวทิ้งท้ายต่ออีกว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ของ “เอปูเซ่” เรียกว่าเป็นการเรียนรู้ ลองผิดลองถูกจากผู้นำ โดยที่ผ่านมา ถือว่าเป็นการสร้างสมประสบการณ์เลยก็ว่าได้ โดยในการดำเนินธุรกิจนับจากนี้ “เอปูเซ่” ต้องการที่จะตอกย้ำความเชื่อมั่น รวมถึงเน้นในเรื่องคุณธรรมนำธุรกิจ ด้วยการเปลี่ยนกระบวนการคิดในการทำธุรกิจใหม่ ในการทำอย่างไร ให้ทั้งทีมมีรายได้ รวมถึงให้สมาชิกประสบความสำเร็จไปพร้อมกัน ภายใต้ปณิธานที่ว่า “We Will Reach To Success Together เราจะบรรลุความสำเร็จร่วมกัน” ในขณะเดียวกัน ผลิตภัณฑ์ของเอปูเซ่ก็ต้องสามารถตอบโจทย์


ผู้บริโภคได้ด้วยเช่นกัน


 


 


 


 


Credit By : http://www.taladvikrao.com/

วันอังคารที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ข่าวเอปูเซ่ (Epousee) : "เอปูเซ่" ยกเลิกแผนสายอ่อน-แข็ง ผุดสูตรใครทำใครได้ตัดปัญหาผู้นำทิ้ง







epousee (Mobile)


"เอปูเซ่" สุดทน! แม่ทีมย้ายค่าย หอบลูกทีมหนี เตรียมสร้างระบบบริหารแบบใหม่ เพิ่มหลักสูตรอบรมจิตวิทยา พร้อมปรับแผนจ่าย ตัดเรื่องสายอ่อนสายแข็งทิ้งลงไปเน้น ที่ใครทำมากได้มาก หวังบริษัทไม่ต้องพึ่งแม่ทีมมากเกินไป ด้านตลาดอาเซียนลุยเปิดศูนย์ธุรกิจที่ประเทศลาวเป็นรายแรกแถมฝันใหญ่บุกจีน


นายมนตรี ฉิมมณีภัทธ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอปูเซ่ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยกับ "สยามธุรกิจ" ว่า บริษัทได้เปิดดำเนินธุรกิจขายตรงจนปีนี้เข้าสู่ปีที่ 6 แล้ว โดยรับรองได้ว่า บริษัทมีความมั่นคงยั่งยืนพร้อมจะเติบโต ไปอย่างมั่นคงแน่นอน ซึ่งในปี 2555 ที่ผ่านมา บริษัทมียอดขายประมาณ 200 ล้านบาท และมีสมาชิกอยู่ที่ 100,000 รหัส ถือว่าภาพรวมอยู่ในขั้นน่าพอใจเป็นอย่างมาก แม้จะมีปัญหาบ้างก็ตาม


"ในช่วงปีที่ผ่านมา บริษัทกำลังอยู่ในช่วงการปรับการบริหารใหม่ เพราะได้เกิด ปัญหาเรื่องของแม่ทีมย้ายค่ายหนีไปอยู่บริษัทอื่น และได้ดึงลูกทีมไปเป็นจำนวนมาก ทำให้บริษัทปวดหัวกับเรื่องนี้พอสมควร จึงจำเป็นต้องหาทางรับมือขึ้นมา โดยจะเน้น การสร้างผู้นำขึ้นมาใหม่และให้สมาชิกที่ทำธุรกิจ ฝึกคิดให้เป็น สามารถดำเนินธุรกิจอยู่ ได้เอง โดยที่ไม่ต้องพึ่งแม่ทีมเหมือนแต่ก่อน"


"บริษัทจึงได้เน้นการสร้างรากฐานใหม่ ใช้การบริหารเรื่องจิตวิทยาเข้าไปมากๆ เพื่อให้สมาชิกมีกำลังใจและยืนหยัดได้ด้วยตัวเองได้ ตอนนี้มีหลักสูตรอบรมที่เรียกว่า ASS และ APS เป็นหลักสูตรจิตวิทยา เพราะหากพึ่งแม่ทีมอย่างเดียว เวลาแม่ทีม เกิดย้ายค่ายไปก็มักจะตามไปด้วย หรือไม่ก็ล้มเลิกไม่ทำเลยก็ได้ บริษัทจึงได้คิดโปรแกรมตั้งสมมติฐานว่า ใครเกี่ยวกับธุรกิจของเราบ้าง อย่างเช่น ผู้บริโภคต้องมีคุณภาพดี คนขาย บริษัทจะต้องดูแลให้ดี ไม่ว่าจะเป็น กำไรจากการขายปลีก และรายได้อื่นๆ"


"มนตรี" ประธานใหญ่ "เอปูเซ่" ได้กล่าวต่อว่า "ตอนนี้บริษัทได้ใช้ระบบ "ไบนารี่" ในการทำแผนตลาด แต่จะปรับเปลี่ยนใหม่ โดยจะไม่ให้มีคะแนนจากสายแข็ง และ สายอ่อน แต่จะขึ้นอยู่ที่สมาชิกคนไหนทำได้มากกว่ากัน ซึ่งจะเน้นให้บริหารการขายเองมากขึ้น คือลูกทีมสามารถอยู่ได้ แม่ทีมไม่ต้องมากำหนด เพราะเวลาที่แม่ทีมย้ายค่ายไป จะทำให้ลูกทีมยังดำเนินธุรกิจของบริษัทต่อไปได้เอง"


ในส่วนของแผนตลาดปี 2556 นั้น บริษัทจะเน้นสร้างนักขายให้มีคุณภาพ สามารถออกไปทำงานได้เองอย่างมีประสิทธิภาพ และจะมีรางวัลที่บริษัทเตรียมมอบให้ แก่สมาชิกที่ทำยอดขายได้สูงๆ


ส่วนในเรื่องของผลิตภัณฑ์ บริษัทมีอยู่ 4 กลุ่มด้วยกัน คือ เครื่องดื่ม, อาหารเสริม, สมุนไพร และบำรุงผิว โดยสินค้าในกลุ่มเครื่องดื่มสมุนไพร ที่ชื่อ "คาวาริ" ค่อนข้างที่จะขายดี เรียกได้ว่ามีอัตราการเติบโตที่สูงมาก มียอดขายสูงถึง 60-70% ของยอดขายรวมบริษัท


อย่างไรก็ตาม บริษัทมีความมั่นใจว่า สิ้นปี 2556 จะต้องมียอดขายอยู่ที่ 250 ล้านบาท ส่วนฐานสมาชิกจะต้องขยายเพิ่ม ไปอย่างน้อย 150,000 รหัสขึ้นไป ขณะที่สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่รามคำแหง ซ.30 และ ยังมีสาขาอยู่ที่อุดรธานี, หาดใหญ่, ภูเก็ต และสุราษฎร์ธานี จะสังเกตได้ว่า กลุ่มฐานสมาชิกจะอยู่แถวภาคใต้ ส่วนที่สมาชิกไปเปิดเป็นศูนย์จำหน่ายเล็กๆ มีอยู่ประมาณ 25 แห่ง ครอบคลุมทั่วประเทศ


นอกจากนี้ ประธานใหญ่ "เอปูเซ่" ได้กล่าวถึงแผนรับมือเออีซีว่า "ผมเชื่อว่า การรวมตัวประชาคมอาเซียนจะทำให้เกิดผลดีกับธุรกิจเครือข่าย ตอนนี้บริษัทได้เข้า ไปสร้างเซ็นเตอร์ใกล้ๆ อย่างลาว ที่กรุงเวียงจันทน์ก่อนหน้านี้แล้ว และเตรียมที่จะไปขยายเครือข่ายต่ออย่าง กัมพูชา และพม่า ที่สำคัญเรายังมีเซ็นเตอร์อยู่ที่ประเทศออสเตรเลียด้วย โดยประเทศจีนเป็นอีกหนึ่งตลาดที่เราได้นำสินค้าเข้าไปจำหน่ายอยู่ตลอด และคิดว่าจะทำการศึกษากฎหมายให้ละเอียด เพื่อเปิดเซ็นเตอร์ที่นั่นให้ได้"




Credit By :http://www.siamturakij.com