ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทีวี ไดเร็ค แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทีวี ไดเร็ค แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

'ทีวี ไดเร็ค' จัดใหญ่กระตุ้นยอด 2 ด.ท้าย จับ Welness เป่าเค้ก 8 ขวบ โรดโชว์สินค้าห้างดัง







naaythrngphl_chaymaatrkicch555555555555555 (Mobile)

 


"ทีวี ไดเร็ค" จุดพลุกิจกรรมฉลองแบรนด์สุขภาพ Welness จัดงานครบรอบ 8 ปี Welness Thank You Day ตอบแทนลูกค้า เดินสายโรดโชว์ห้างสรรพสินค้ารายใหญ่ ออกบูธสินค้าสุขภาพความงาม ลดราคา พิเศษกว่า 70% พร้อมใช้สื่ออื่นๆ กระตุ้นงาน ขาย เชื่อกระตุ้นแรงซื้อลูกค้าช่วงปลายปี ทำรายรับตามเป้า


น.ส.นิตยา พิศลยบุตร ผู้อำนวยการฝ่ายแสดงสินค้าและออกบูธ บริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด (มหาชน) หรือ TVD ผู้ดำเนิน ธุรกิจจำหน่ายสินค้าและบริการผ่านช่องทางการตลาดที่หลากหลาย เปิดเผยว่า เพื่อจัดรายการส่งเสริมการขายและกระตุ้นกำลัง ซื้อลูกค้าในช่วงที่กำลังซื้อผู้บริโภคชะลอตัว ด้วยการออกบูธภายใต้ชื่อกิจกรรม Welness Thank You Day เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อต้องการคืนกำไรและขอบคุณลูกค้าของเราเป็นประจำทุกปี


ภายในงานจะมีผลิตภัณฑ์ทุกชนิดของแบรนด์เวลเนส อาทิ เก้าอี้นวด เครื่องนวด เครื่องสั่นสะเทือน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่จะนำมาลดสูงสุดถึง 70% ให้ลูกค้าได้สัมผัสและทดลองใช้กันจริงๆ โดยครั้งนี้เราได้จัดกิจกรรมออกบูธพร้อมกัน 2 แห่ง ได้แก่ ศูนย์ การค้าซีคอนสแควร์ บางแค ตั้งแต่วันที่ 31 ต.ค. และเมกาบางนา ในวันที่ 25 ต.ค.-10 พ.ย.


นิตยา ยังกล่าวว่า เวลเนสยังได้คิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดส่งท้ายปี 56 อย่าง "Welness Dust Away Power3" เป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอเนกประสงค์ สามารถใช้ทำความสะอาดพื้นผิวทุกชนิด มีส่วน ผสมของนาโนไทเทเนี่ยม สะอาดรวดเร็วทันใจ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ขจัดคราบแต่ไม่ทำร้าย ผิว พบกับกิจกรรมการสาธิตพลังทำความสะอาดของ Welness Dust Away Power 3 พร้อมรับสินค้าขนาดทดลองฟรีภายในงาน นี้เท่านั้น และพบกับดารานักแสดงชื่อดังที่ล้วน แต่เคยใช้ผลิตภัณฑ์เวลเนสกันมาแล้วจริงๆ จะมาร่วมพูดคุยถึงความประทับใจในงาน Wel-ness Thank You Day ที่เมกาบางนา


ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งปีแรกผลิตภัณฑ์เวลเนสสามารถทำยอดได้ตามแผนที่วางไว้อย่างดี โดยสินค้าขายดียังคงเป็นเครื่องสั่นสะเทือน เก้าอี้นวด และกลุ่มอาหารเสริมที่มียอดขายเติบโตขึ้นอย่างน่าพอใจ มั่นใจว่าภาพรวมในปี 56 นี้ ยอดขายเวลเนสเป็นไปตามแผนที่ตั้ง ไว้แน่นอน ด้วยช่องทางการตลาดที่หลากหลาย อาทิ ทีวี, แค็ตตาล็อก, คอล เซ็นเตอร์, โซเชียลเน็ตเวิร์ก และบุกตลาดค้าปลีกโดยวางเข้าช็อป TV Direct Showcase ทั้ง 72 สาขา ร้าน ขายยา และโมเดิร์นเทรดทั่วประเทศ นอกจาก นี้ ยังจัดกิจกรรมแนะนำสินค้าในห้างสรรพสินค้าและศูนย์แสดงสินค้าต่างๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่ม โอกาสให้ลูกค้าของเราในทุกๆ ที่ได้ทดลองใช้ ผลิตภัณฑ์ใหม่ของเวลเนสได้มากที่สุด


โดยในช่วงก่อนหน้านี้ บริษัทได้เตรียม แผนทำตลาดและประชาสัมพันธ์ผ่านการตลาด แบบตรงโดยใช้สื่อโทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ คอลเซ็นเตอร์ โซเชียลเน็ตเวิร์ก รวมถึงการจัดโรดโชว์แนะนำผลิตภัณฑ์ตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อสร้างการรับรู้ถึงจุดเด่นสินค้า ให้แก่กลุ่มเป้าหมาย ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการซื้อ สินค้าผ่านช่องทางร้านขายยาให้มากขึ้น นอกจากนี้ ยังจัดกิจกรรม ทีวี ไดเร็ค บิ๊ก แท็งส์ เดย์ (TV Direct Big Thanks Day) เพื่อเปิดตัวสินค้าใหม่และให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์ใหม่แก่ร้านขายยาที่เข้าร่วมงานได้รับทราบข้อมูล ผลิตภัณฑ์เวลเนสทั้ง 5 สูตรใหม่ รวมถึงจะเป็นการเลี้ยงขอบคุณตัวแทนร้านขายยาที่สนับสนุนผลิตภัณฑ์อาหารเสริมของบริษัท ที่นำเข้ามาทำตลาดโดยตลอด


ร้านขายยาเป็นช่องทางขายสินค้าอาหารเสริมเพื่อสุขภาพผิวและรูปร่างที่มีการเติบโตอย่างโดดเด่น เราจึงต้องการรุก ขยายตลาดในช่องทางนี้ให้มากขึ้น ทั้งการพัฒนาสินค้าใหม่ที่วางขายร้านขายยาโดยเฉพาะรวมถึงการเพิ่มจำนวนร้านขายยาให้มากขึ้น ซึ่งคาดว่าจากแนวทางทำตลาดปีนี้ จะช่วยผลักดันสินค้ากลุ่มดังกล่าวของทีวี ไดเร็คให้เติบโตขึ้นได้ 2-3 เท่าภายในปีนี้


ทั้งนี้ TVD ได้เตรียมพร้อมทำตลาดด้วยจุดแข็งด้านการทำตลาดและการจำหน่าย สินค้าผ่านช่องทางจำหน่ายที่แข็งแกร่งที่มีครบ ทุกแพลตฟอร์ม ประกอบด้วย สื่อโทรทัศน์ ทั้ง ฟรีทีวี เคเบิลทีวีแบบบอกรับสมาชิก เคเบิลท้องถิ่น ทีวีดาวเทียม โทรศัพท์ ออนไลน์ และร้านค้าปลีก ตลอดจนเพิ่มช่องทางร้านค้าปลีก TV Show-case อีก 10 แห่ง จากปัจจุบันที่มี 70 แห่ง รวมถึงการนำเสนอสินค้าหลากหลาย แปลก-ใหม่ ทันสมัย ที่เข้าถึงความต้องการของผู้บริโภค ทุกกลุ่ม เพื่อรับมือกับการแข่งขันของตลาด โฮมช็อปปิ้งในปีนี้ที่คาดว่าจะมีความรุนแรงขึ้น


 


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันอังคารที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2556

TVD ดันสินค้าราคาถูกกระตุ้นกำลังซื้อ เน้นทำตลาดผ่านเฟซบุ๊กขยายลูกค้าวัยรุ่น







คุณทรงพล ชัญมาตรกิจ (Mobile)


TVD หรือ "ทีวี ไดเร็ค" เจ้าของธุรกิจโฮมช็อปปิ้งรายใหญ่ เปิดแผนรับมือวิกฤติกำลังซื้อผู้บริโภคชะลอตัวจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ จัดการเสริมทัพสินค้าราคาประหยัด สนองรับกำลังซื้อของลูกค้า ผุดแคมเปญ "ช็อปไปเที่ยวไป" เพื่อรักษายอดขายโฮมช็อปปิ้ง แถมอัดโปรโมชั่นกระตุ้นการซื้อสินค้า พร้อมเร่งขยายฐานลูกค้าเจาะตลาดวัยรุ่นผ่าน ช่องทางเฟซบุ๊ก หวังเพิ่มโอกาสการขายสินค้า ดันรายได้ตามเป้า


นายทรงพล ชัญมาตรกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด (มหาชน) หรือ TVD ผู้ดำเนินธุรกิจจำหน่ายสินค้าและบริการผ่านช่องทางการตลาดที่หลากหลาย (Multichannel Marketing) เปิดเผยว่า จากภาพรวมเศรษฐกิจ ในช่วงครึ่งปีหลังที่อยู่ในภาวะชะลอตัว ได้ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม จากการประเมินตลาดโฮมช็อปปิ้ง ในครึ่งปีหลังเชื่อว่า ยังมีอัตราเติบโตที่ดี เนื่องจากสินค้าที่ทำตลาด มีความหลากหลายและรองรับกลุ่มลูกค้าได้ทุกกลุ่มเป้าหมาย จึง ไม่ส่งผลกระทบต่อความต้องการซื้อสินค้า


จากบรรยากาศดังกล่าว ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคให้ความสนใจเรื่องของราคาสินค้า บริษัทจึงได้เสริมไลน์สินค้าราคาประหยัด ให้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของลูกค้าเพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย และ สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี พร้อมกันนี้ ยังได้จัดรายการส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อลูกค้าในช่วงที่กำลังซื้อผู้บริโภคชะลอตัวลงภายใต้แคมเปญ "ช็อปไปเที่ยวไป" ซึ่งคาดว่าจากแนวทางดังกล่าว จะช่วยรักษายอดการสั่งซื้อสินค้าผ่านโฮมช็อปปิ้งได้


"แม้ภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อชะลอตัว แต่ลูกค้ายังมีความต้องการซื้อสินค้า เพียงแต่พฤติกรรมลูกค้าจะเปลี่ยน เป็นมองหาระดับราคาสินค้าที่สามารถจับจ่ายได้ เราจึงเสริมไลน์สินค้ากลุ่มราคา ประหยัดและคัดเลือกสินค้าให้ตรงต่อความต้องการ เช่น จากเดิมที่มีสินค้ากระทะ ราคา 5,000 บาท เราก็เสริมสินค้ากลุ่มราคา 3,000 บาท มารองรับกำลังซื้อ และทำโปรโมชั่นกระตุ้นการซื้อ ทำให้ที่ผ่านมา ยอดโทร.สั่งซื้อสินค้าเฉลี่ยต่อวันไม่ได้ลดลง แต่อย่างใด" นายทรงพล กล่าว


ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TVD กล่าวว่า ขณะเดียวกันบริษัทยังได้เพิ่มช่องทางนำเสนอข้อมูลสินค้าผ่านช่องทาง www.facebook.com/shoppingnet workthTV และ www.facebook.com/ShopatHomeTV เพื่อขยายกลุ่มเป้าหมาย ไปยังลูกค้าวัยรุ่นที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ที่มีพฤติกรรมนิยมเล่นโซเชียลเน็ตเวิร์กและรับชมรายการผ่านโทรศัพท์มือถือ จากเดิม ที่บริษัทมีแพลตฟอร์มการออกอากาศทีวีโฮมช็อปปิ้งผ่านฟรีทีวี เคเบิลทีวีแบบบอก รับสมาชิก เคเบิลท้องถิ่น ทีวีดาวเทียม คอลล์เซ็นเตอร์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นฐานลูกค้า ผู้หญิงที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป


ทั้งนี้ บริษัทได้มีกิจกรรมกด Like เพื่อร่วมสนุกรับของรางวัล พร้อมทำการคัดเลือกสินค้าที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย เช่น กลุ่มสินค้าไอทีและเครื่องสำอาง มาทำรายการส่งเสริมการขายกระตุ้นการซื้อสินค้า ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถเพิ่มยอดจำนวน สมาชิกเป็น 10,000 รายภายในสิ้นปีนี้ จาก ปัจจุบันที่มีสมาชิก 4,000 ราย โดยคาดว่า จากแนวทางดังกล่าว จะทำให้ TVD สามารถ รักษาอัตราการเติบโตได้ตามแผนที่วางไว้ หลังจากผลการดำเนินงานในช่วง 6 เดือน แรกของปีนี้ บริษัทมีรายได้รวม 1,132.11 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิ 40.73 ล้านบาท


อย่างไรก็ดี ในช่วงก่อนหน้านี้ "ทีวี ไดเร็ค" ได้นำเข้าชุดชั้นในจากสหรัฐอเมริกา ภายใต้แบรนด์ "จีนี่ บรา" (Genie Bra) ซึ่งเป็นแบรนด์ชุดชั้นในที่ทำยอดขายเป็น อันดับ 1 ในประเทศอเมริกา เข้ามาทำตลาด ในประเทศไทยผ่านช่องทางการจำหน่าย ในห้างสรรพสินค้า, TV Direct Show-case และคอลล์เซ็นเตอร์เพื่อจับกลุ่มลูกค้า ที่เลือกซื้อชุดชั้นในระดับบนหรือกลุ่ม ลูกค้า B+


จากแนวโน้มตลาดชุดชั้นในของไทย ที่มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าชุดชั้นในระดับบน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่มีการเติบโตเฉลี่ย 5-10% หรือคิดเป็นมูลค่าตลาดมากกว่า 12,000 ล้านบาท จากตลาดรวมชุดชั้นในทั้งหมดมูลค่า 20,000 ล้านบาท ทำให้บริษัทให้ความสนใจรุกทำตลาดกลุ่มนี้


โดยบริษัทได้ตั้งเป้าสิ้นปีมีส่วนแบ่งการตลาดชุดชั้นในระดับบน 3.5% ก่อนขยับเพิ่มเป็น 10% ในอีก 3 ปีข้างหน้า ส่วนช่องทางการจำหน่าย ทีวี ไดเร็ค มีความพร้อมในการสื่อสารการตลาดดีอยู่แล้ว เตรียมสร้างการรับรู้ถึงจุดเด่นของชุด ชั้นใน "จีนี่ บรา" ผ่านสื่อโทรทัศน์ สื่อสิ่ง-พิมพ์ คอลล์เซ็นเตอร์ และโซเชียลเน็ตเวิร์ก พร้อมทำกิจกรรมโรดโชว์แนะนำสินค้าไปยังภูมิภาคต่างๆ ต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าได้รับรู้ถึงแบรนด์สินค้าและจุดเด่น ของผลิตภัณฑ์มากขึ้น








 

 


 


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันอังคารที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2556

ข่าวทีวี ไดเร็ค (TV Direct) : ทีวี ไดเร็ค ปรับกลยุทธ์หลังกำลังซื้อหด เข็นสินค้าใหม่สู้ศึกเจาะกลุ่มตลาดสตรี







นางสาวละออศรี มัทธุรนนท์ (Mobile)

 


ทีวี ไดเร็ค ครึ่งปีแรกยอดขายต่ำกว่าเป้า หลังพบกำลังซื้อผู้บริโภคหดตัว โดยเฉพาะต่างจังหวัด ประกาศเดินหน้าปรับกลยุทธ์ ส่งสินค้ากลุ่มเฮลท์แอนด์บิวตี้ช่วยดันยอดปลายปี...ล่าสุดเข็นสินค้าชุดชั้นใน จินี่บรา จากสหรัฐรุกตลาดเมืองไทย จับกลุ่มลูกค้าระดับไฮเอนด์ พร้อมดึง แก้ม-กวินตรารับหน้าที่แบรนด์แอมบาสเดอร์ สร้างการรับรู้ ตั้งเป้าสิ้นปี มีส่วนแบ่งตลาดชุดชั้นในระดับบน 3.5% ก่อนขยับเพิ่มเป็น 10% ในอีก 3 ปีข้างหน้า


เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่ออกมายอมรับว่า ในช่วงนี้กำลังซื้อของผู้บริโภคค่อนข้างที่จะถดถอยลง โดยเฉพาะลูกค้าหลักที่อยู่ต่างจังหวัดนั่นก็คือ บริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด (มหาชน) เห็นได้จากภาพรวมในช่วงครึ่งปีแรกของค่ายนี้เรียกว่าต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้เลยทีเดียว ซึ่งจากเดิมที่คาดว่าจะโต 20% แต่ทำได้เพียง 10% เท่านั้น


ด้วยเหตุนี้เอง ส่งผลให้ในช่วงครึ่งปีหลังปีนี้ ทางด้าน ทีวี ไดเร็ค จึงได้มีการหันมามุ่งเน้นในเรื่องของการใช้กลยุทธ์นำเสนอสินค้าใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเฮลท์แอนด์บิวตี้สำหรับผู้หญิง ที่จะเป็นการนำเอาสินค้าใหม่เข้ามาอีก 2-3 รายการในช่วง 4 เดือนสุดท้ายปีนี้


โดยล่าสุด ทีวี ไดเร็ค ก็ได้ส่งสินค้าตัวใหม่แบรนด์อเมริกาเป็นชุดชั้นใน จินี่บรา เข้ามากระตุ้นยอดขายในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเป็นการจับกลุ่มระดับไฮเอนด์ ซึ่งทางด้าน นางสาวละออศรี มัทธุรนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด (มหาชน) หรือ TVD ได้เผยถึงการนำเข้าชุดชั้นใน จินี่บรา จากสหรัฐอเมริการในครั้งนี้ว่า จากแนวโน้มตลาดชุดชั้นในของไทยที่มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าชุดชั้นในระดับบน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่มีการเติบโตเฉลี่ย 5-10% หรือคิดเป็นมูลค่าตลาดมากกว่า 12,000 ล้านบาท โดยจากตลาดรวมชุดชั้นในทั้งหมดมูลค่า 20,000 ล้านบาท ทำให้บริษัทฯ ให้ความสนใจรุกทำตลาดกลุ่มนี้ โดยล่าสุด ได้นำเข้าชุดชั้นในจากสหรัฐอเมริกาภายใต้แบรนด์ จีนี่ บรา (Genie Bra) ซึ่งเป็นแบรนด์ชุดชั้นในที่ทำยอดขายเป็นอันดับ 1 ในประเทศอเมริกา เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย


โดยการนำชุดชั้นใน จีนี่ บรา เข้ามาทำตลาดของทีวีไดเร็ค ครั้งนี้ จะมีทั้งชุดชั้นในและกางเกงในที่เข้าชุดกันหลากหลายรุ่น และรองรับหน้าอกได้ทุกขนาด วางจำหน่ายในราคา 1,990 บาท ผ่านช่องทางการจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า, TV Direct Showcase และคอลล์เซ็นเตอร์ เพื่อจับกลุ่มลูกค้าที่เลือกซื้อชุดชั้นในระดับบนหรือกลุ่มลูกค้า B+


นางสาวละออศรี เผยอีกว่า ปัจจุบันนี้ ตลาดชุดชั้นในระดับบนยังมีช่องว่างให้ทีวีไดเร็คทำตลาดอีกมาก ด้วยเหตุนี้เอง ทางบริษัทฯ จึงนำเข้าแบรนด์ จีนี่ บรา ซึ่งเป็นชุดชั้นในที่สวมใส่สบาย ได้รับความนิยมจากทั่วโลก และทำยอดขายได้มากกว่า 55 ล้านชิ้น แบ่งเป็นประเทศอเมริกา ทำยอดขายได้มากกว่า 43 ล้านชิ้นต่อปี และยังได้รับการยอมรับจากอีกหลายประเทศ ทั้งอังกฤษ เยอรมัน ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย เม็กซิโก ญี่ปุ่นและแคนาดา ที่ทำยอดขายรวมกันมากกว่า 12 ล้านชิ้น


หลังจากที่บริษัทฯ นำเข้ามาทำตลาดในช่วง 6 เดือนแรกพบว่า ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า สามารถทำยอดขายได้ถึง 300,000 ชิ้น และในอนาคตทีวีไดเร็คมีแผนที่จะนำเข้าสินค้าชุดชั้นในใหม่ ๆ เพิ่มเติมอีกด้วย


ที่สำคัญ ในการบุกตลาดชุดชั้นในของ จินี่บรา ในครั้งนี้ ที่ประเทศไทย ทางทีวี ไดเร็ค ยัง ได้มีการสร้างการรับรู้ถึงจุดเด่นของชุดชั้นใน จีนี่ บรา ผ่านสื่อโทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ คอลล์เซ็นเตอร์ และโซเชียล เน็ตเวิร์ค พร้อมดึง แก้ม-กวินตรา โพธิจักร มิสไทยแลนด์ยูนิเวอร์ส 2008 และเป็นนักแสดงของสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 มาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับชุดชั้นใน จีนี่ บรา อีกด้วย พร้อมกับตั้งเป้าสิ้นปี มีรายได้กว่า 400 ล้านบาท มีส่วนแบ่งตลาดชุดชั้นในระดับบน 3.5% ก่อนขยับเพิ่มเป็น 10% ในอีก 3 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันตลาดชุดชั้นในระดับบนมีมูลค่าราว 12,000 ล้านบาท


 


 


 


Credit By : http://www.taladvikrao.com/

วันพฤหัสบดีที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2556

ข่าวทีวี ไดเร็ค (TV Direct) : ไม่หวั่นกำลังซื้อหด! TVD ครึ่งปีแรกกำไรเพิ่ม นำเข้า "จินี่ บรา" ผูกแชมป์ตลาดหมื่นล.







tv (Mobile)


"ทีวีไดเร็ค" ประกาศรายรับครึ่งปีแรก โกยกว่า 1.1 พันล้านบาท ลดกว่า 2% แต่กำไรเพิ่ม 10% เมื่อเทียบกับปี 55 ชี้ปีนี้ตลาดโฮมช็อปปิ้งดุเดือด เติบโตเท่าตัว มูลค่าแตะ 1 หมื่นล้านบาท ครึ่งปีหลังจัดการนำเข้าแบรนด์ "จีนี่ บรา (Genie Bra)" จากสหรัฐอเมริกา เอาใจสาวไทย ไม่หวั่นกำลังซื้อชะลอตัว ชูจุดเด่นด้านการ ออกแบบเสริมบุคลิกภาพสาวๆ ดึง "แก้ม- กวินตรา โพธิจักร" มิสไทยแลนด์ ยูนิเวิร์ส 2008 เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ เร่งสร้างการรับรู้ด้วยการตลาดทางตรง ปูพรมผ่านสื่อโทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ คอลล์เซ็นเตอร์ โซเชียลเน็ตเวิร์ก และจัดกิจกรรมโรดโชว์ทำตลาดภูธร ตั้งเป้าสิ้นปีมีส่วนแบ่งตลาด 3.5% ก่อนขยับเป็น 10% ในอีก 3 ปีข้างหน้า


นายทรงพล ชัญมาตรกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด (มหาชน) หรือ TVD ผู้ดำเนินธุรกิจจำหน่ายสินค้าและบริการผ่านช่องทางการตลาดหลากหลาย เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานงวดครึ่งปีแรก (มกราคม-มิถุนายน 2556) บริษัทมีรายได้รวม 1,132.11 ล้านบาท ลดลง 27.56 ล้าน บาท คิดเป็น 2.37% จากงวดเดียวกันของปี 2555 โดยมีกำไรสุทธิ 40.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.84 ล้านบาท คิดเป็น 10.41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีกำไรสุทธิ 36.89 ล้านบาท


"ปัจจัยที่สนับสนุนให้ผลประกอบการของ TVD ขยายตัว อย่างต่อเนื่อง เกิดจากความสำเร็จของกลยุทธ์การเลือกสินค้าที่ แตกต่างจากตลาดทั่วไป และการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ อัตราการเติบโตของธุรกิจโฮมช็อปปิ้งในประเทศไทยก็ยังคงอยู่ในระดับสูง ทำให้ TVD ในฐานะผู้นำในธุรกิจที่มีช่องทางการตลาดครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นสื่อโทรทัศน์ทั้งฟรีทีวี เคเบิล ทีวีแบบบอกรับสมาชิก เคเบิลท้องถิ่น ทีวีดาวเทียม คอลล์เซ็นเตอร์ ออนไลน์และร้านค้าปลีก และมีความหลากหลายของสินค้าที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค สามารถเติบโตตาม ภาพรวมอุตสาหกรรมได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกัน บริษัทยังรักษา อัตราผลตอบแทนของกำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ไว้ได้ในระดับที่น่าพอใจ ซึ่งเป็นไปตามแผนระยะสั้นใหม่ที่เน้นสร้างผลกำไรและความมั่นใจให้กับผู้ถือหุ้น มากกว่าการเน้นสร้างยอดขาย ที่เติบโตเร็วเกินไป"


"แม้ว่าในไตรมาสที่ 2 ภาพรวมเศรษฐกิจอาจจะชะลอตัวไปบ้าง แต่ธุรกิจ โฮมช็อปปิ้งกลับไม่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะทีวี ไดเร็ค ซึ่งมีทั้งสินค้าที่หลากหลาย และเป็นสินค้าที่มีความแตกต่าง ก็ถือเป็น จุดเด่นที่สร้างความสำเร็จให้กับ TVD นอกจากนี้ การจัดโปรโมชั่นอย่างต่อเนื่อง ในช่วงที่ผ่านมาก็สามารถกระตุ้นกำลังซื้อ ได้เป็นอย่างดี" ทรงพล กล่าว


สำหรับภาพรวมของธุรกิจโฮมช็อปปิ้งในปีนี้นั้น เชื่อว่ายังจะมีความคึกคักอย่างมาก โดยมูลค่าตลาดที่ประเมินไว้จะ อยู่ในราว 8,000-10,000 ล้านบาท เติบโต เกือบเท่าตัวจากปีที่แล้วซึ่งมูลค่าตลาดอยู่ที่ 5,000 ล้านบาท ซึ่งจากความแข็งแกร่งของ TVD ทั้งทางด้านช่องทางการตลาด รวมถึงความหลากหลายของสินค้า และความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีให้กับบริษัท ทำให้ มั่นใจว่า ยอดขายในปีนี้จะเติบโตได้ตามเป้าหมาย


ด้าน น.ส.ละออศรี มัทธุรนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด (มหาชน) หรือ TVD เผยว่า จากแนวโน้มตลาดชุดชั้นในของไทย ที่มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าชุดชั้นในระดับบน ซึ่งเป็น ตลาดใหญ่ที่มีการเติบโตเฉลี่ย 5-10% หรือ คิดเป็นมูลค่าตลาดมากกว่า 12,000 ล้าน บาท จากตลาดรวมชุดชั้นในทั้งหมดมูลค่า 20,000 ล้านบาท ทำให้บริษัทให้ความสนใจ รุกทำตลาดกลุ่มนี้


โดยล่าสุด ได้นำเข้าชุดชั้นในจากสหรัฐอเมริกาภายใต้แบรนด์ "จีนี่ บรา" (Genie Bra) ซึ่งเป็นแบรนด์ชุดชั้นในที่ทำ ยอดขายเป็นอันดับ 1 ในประเทศอเมริกา เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยผ่านช่องทาง การจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า, TV Direct Showcase และคอลล์เซ็นเตอร์เพื่อจับกลุ่มลูกค้าที่เลือกซื้อชุดชั้นในระดับ บนหรือกลุ่มลูกค้า B+


สำหรับจุดเด่นด้านการออกแบบ เสื้อชั้นในไร้รอยต่อ สวมใส่สบายกระชับหน้าอก พร้อมสู่กลุ่มลูกค้าวัยสาวที่มีกำลัง ซื้อสูง และหลังจากที่ผ่าน 6 เดือนแรกที่ทดลองทำตลาดสามารถทำยอดขายได้ถึง 400,000 ชิ้น นอกจากนี้ ยังได้ดึง "แก้ม- กวินตรา โพธิจักร" มิสไทยแลนด์ ยูนิ-เวอร์ส 2008 เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ เพื่อมาช่วยสะท้อนภาพลักษณ์สินค้าและเป็นการกระตุ้นยอดขายให้เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว


"ตลาดชุดชั้นในระดับบนยังมีช่องว่างให้ทีวีไดเร็คทำตลาดอีกมาก เราจึงนำเข้าแบรนด์ จีนี่ บรา ซึ่งเป็นชุดชั้นในที่สวมใส่สบายและได้รับความนิยมจากทั่วโลกทำยอดขายได้มากกว่า 55 ล้านชิ้น แบ่งเป็นประเทศอเมริกา ทำยอดขายได้มากกว่า 43 ล้านชิ้นต่อปี และยังได้รับการยอมรับจากอีกหลายประเทศ ทั้งอังกฤษ เยอรมนี ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย เม็กซิโก ญี่ปุ่นและแคนาดา ที่ทำยอดขาย รวมกันมากกว่า 12 ล้านชิ้น ด้วยจุดเด่นด้านการออกแบบและการตัดเย็บแบบไร้รอยต่อวัตถุดิบที่มีคุณภาพ เข้ามาช่วยแก้ปัญหาการสวมใส่ชุดชั้นในที่ไม่พอดีตัว และช่วยยกกระชับหน้าอกของสาวๆ ให้ดูดี ช่วยเสริมบุคลิกภาพ สร้างความมั่นใจจากการสวมใส่"


อย่างไรก็ตาม "ละออศรี" ยังกล่าวต่อว่า บริษัทได้ตั้งเป้าสิ้นปีมีส่วนแบ่งการ ตลาดชุดชั้นในระดับบน 3.5% ก่อนขยับเพิ่มเป็น 10% ในอีก 3 ปีข้างหน้า ส่วน ช่องทางการจำหน่าย ทีวี ไดเร็ค มีความพร้อมในการสื่อสารการตลาดดีอยู่แล้ว เตรียมสร้างการรับรู้ถึงจุดเด่นของชุดชั้นใน "จีนี่ บรา" ผ่านสื่อโทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ คอลล์เซ็นเตอร์ และโซเชียล เน็ตเวิร์ก พร้อมทำกิจกรรมโรดโชว์แนะนำสินค้าไปยังภูมิภาคต่างๆ ต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าได้รับรู้ถึงแบรนด์สินค้าและจุดเด่น ของผลิตภัณฑ์มากขึ้น





Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ทีวี ไดเร็คจับมือยักษ์ใหญ่ค้าปลีกเมืองผู้ดี







0-20130531101621HL (Mobile)


ทีวี ไดเร็ค ผนึกกำลังยักษ์ใหญ่ธุรกิจค้าปลีกจากอังกฤษ JML จัดตั้งบริษัท JML Direct (Thailand) หวังรุกธุรกิจค้าปลีกเมืองไทย พร้อมชูจุดเด่นด้านนวัตกรรม สินค้า และการนำเสนอโปรโมชั่นจูงใจ กระตุ้นการตัดสินใจ ประกาศเป้า ปีแรกขอ มีจุดขายกว่า 300 แห่ง ก่อนเพิ่มเป็น 800 แห่งในปี57 พร้อมยอดขาย 120 ล้าน

นายทรงพล ชัญมาตรกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด (มหาชน) เผยถึงแผนธุรกิจนับจากนี้ว่า ขณะนี้ ทางบริษัทฯ ได้มีการร่วมกับ JML Direct ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกที่มี ความเชี่ยวชาญด้าน Screen to Screen จากประเทศอังกฤษ จัดตั้ง บริษัท JML Direct (Thailand) ด้วยทุนจดทะเบียน 30 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 3 แสนหุ้นมูลค่า ที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 100 บาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับธุรกิจ ค้าปลีกของบริษัทฯ และเป็นการเพิ่มช่อง ทางจำหน่ายสินค้าตลอดจนเพิ่ม ความหลากหลายของสินค้าใน การนำเสนอต่อผู้บริโภค

สำหรับ JML Direct ประเทศอังกฤษ ถือเป็นผู้ ประกอบการธุรกิจทีวีค้าปลีก โดยสินค้าของ JML เป็นสินค้า ประเภท Life Style & Living ที่มี จุดแข็งด้านนวัตกรรมสินค้า ที่จะ เข้ามาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต ของผู้บริโภคให้ดีขึ้นประกอบกับ การนำเสนอโปรโมชั่นส่งเสริม การขายที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ด้วยจุดนี้เอง ที่ส่งผลให้สินค้า ของ JML Direct ประสบความ สำเร็จในการวางจำหน่ายและ ทำตลาด 72 ประเทศทั่วโลก ทั้ง ในยุโรป อเมริกาและเอเชีย

ทั้งนี้ บริษัท JML Direct (Thailand) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทฯ ร่วมทุน จะสร้างการรับรู้ถึงตัว สินค้าและช่องทางการจัด จำหน่ายผ่านช่องฟรีทีวีและ เคเบิลทีวี เพื่อดึงลูกค้าไปยังช่อง ทางการจัดจำหน่าย ที่บริษัทฯจะมีการติดตั้งจอทีวีเพื่อให้ราย ละเอียดสินค้า ซึ่งทำหน้าที่ เปรียบเสมือนพนักงานขายที่ บอกถึงจุดเด่นผลิตภัณฑ์ ณ ชั้น วางสินค้า เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้า เกิดการตัดสินใจซื้อ ณ จุดขาย สินค้าได้ หรือที่เรียกว่า Screen to Screen

ความร่วมมือกันระหว่าง ทีวีไดเร็ค กับ JML Direct ซึ่งถือ เป็นยักษ์ใหญ่ในวงการทีวีโฮม ช้อปปิ้งของอังกฤษในครั้งนี้เพื่อ เสริมศักยภาพ ด้านการทำธุรกิจ ค้าปลีกให้กับทีวีไดเร็คครั้งนี้ โดย จะร่วมกันสร้างความแปลกใหม่ ให้แก่วงการธุรกิจค้าปลีกของ ไทย ในการนำเสนอนวัตกรรม สินค้าที่มีความหลากหลายเข้า มาตอบโจทย์ความต้องการ ที่ ช่วยอำนวยความสะดวกให้ คุณภาพชีวิตของลูกค้าคนไทยดี ขึ้น

นายทรงพล กล่าวเสริมอีก ว่า สำหรับสินค้าที่นำเข้ามาทำ ตลาดในครั้งนี้ บริษัทฯ จะวาง จำหน่ายผ่านช่องทางห้างค้า ปลีกขนาดใหญ่ เทสโก้โลตัสและ แม็คโคร โดยจัดชั้นวางสินค้า สร้างความโดดเด่นและปรับ เปลี่ยนหมุนเวียนสินค้าอย่าง สมํ่าเสมอ เพื่อสอดคล้องกับ ความต้องการของลูกค้า โดยวาง เป้าหมายว่า ภายในปีนี้จะมีจุด จำหน่ายสินค้า 300 จุด และจะ เพิ่มเป็น 800 จุดภายในปีถัดไป เพื่อผลักดันยอดขาย 120 ล้าน บาทภายในปี 2557

ด้าน นาย Ken Daly ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท JML Direct จำกัด จากประเทศ อังกฤษ ผู้นำธุรกิจค้าปลีกกล่าว ว่า บริษัทฯ มีความโดดเด่นด้าน นวัตกรรมสินค้าในกลุ่ม Life Style & Living ที่ได้รับการตอบ รับที่ดีจากลูกค้าทั่วโลก ซึ่งการ ร่วมมือกัน เพื่อจัดตั้งบริษัทฯ ในครั้งนี้ จะเป็นการผสมผสาน จุดแข็งของทีวีไดเร็คที่เป็นผู้นำ ในธุรกิจโฮมช้อปปิ้งเมือง ไทย และ JML Direct ที่มีความ เชี่ยวชาญธุรกิจค้าปลีกกลุ่ม Life Style & Living เพื่อผลักดัน ความสำเร็จจากการทำตลาดใน ครั้งนี้

ทีวี ไดเร็ค ถือเป็นผู้นำ ด้านธุรกิจโฮมช้อปปิ้งของไทย ที่มีความแข็งแกร่งและศักยภาพ นำ เสนอข้อมูลสินค้าผ่านช่อง ทางโทรทัศน์ที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้า เป้าหมายทั่วประเทศ มาช่วย สร้างความเข้มแข็งให้กับการรุก ธุรกิจของ JML Direct ครั้งนี้ ซึ่ง มั่นใจว่า ความร่วมมือครั้งนี้ จะ นำมาซึ่งความสำเร็จจากการ รุกขยายธุรกิจในครั้งนี้อย่าง แน่นอน





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 346 ประจำวันที่ 16-30 มิถุนายน 2556


วันอังคารที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

โฮมช็อปปิ้งเดือด "ทีวี ไดเร็ค" ฮึดสู้!!! เพิ่มหน้าตัก...รับมือต่างชาติยึดอาเซียน







ทรงพล-ชัญมาตรกิจ (Mobile)

 


"ทีวี ไดเร็ค" หรือ TVD เปิดแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี (2555-2560) 4 ข้อ 1.เสริมรายได้ 2.หาทุนสร้างความแกร่งด้านการเงิน 3.สร้างความ ยั่งยืน และ 4.ดันการเติบโต ตั้งเป้าปี 2560 ยอดขายแตะ 5,555 ล้านบาท เตรียมกลยุทธ์ ระดมทุน หวังเพิ่มอาวุธสู้บริษัทโฮมช็อปปิ้งต่างชาติ หลังตัวเลขชี้ชัด แบรนด์นอกเฮโลปักธงใช้ไทยเป็นฐานลุยอาเซียน


นายทรงพล ชัญมาตรกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด (มหาชน) หรือ TVD ผู้ดำเนินธุรกิจจำหน่ายสินค้าและบริการผ่านช่องทางการตลาดที่หลากหลาย (Multichannel Mar-keting) เปิดเผยว่า บริษัทได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์องค์กรขึ้นในช่วงก่อนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ และล่าสุดแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี (2556-2560) ของบริษัทได้เสร็จเรียบร้อยแล้ว


โดยแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวจะครอบคลุม 4 ด้าน คือ 1.เสริมสร้างรายได้อย่างหลากหลายและต่อเนื่อง คือ เน้นการขยายฐานการตลาด และเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ไม่ต่ำกว่าปีละ 500,000 ราย ผ่านทางสื่อต่างๆ อาทิ Free TV, Satellite TV, Cable TV 2.เสริมสร้าง ความแข็งแกร่งของฐานะการเงินและการจัดหาแหล่งเงินทุน จากทิศทางธุรกิจ ที่มีการขยายตัวสูง บริษัทจึงมีการเจรจา กับพันธมิตรที่มีชื่อเสียงหลายราย เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายและเพิ่มความ หลากหลายของสินค้าให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม และเพื่อนำมาซึ่งผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น


ส่วนแผนยุทธศาสตร์ประการที่ 3 จะเน้นการเสริมสร้างความยั่งยืนของ บริษัท ส่วนนี้จะเน้นหนักด้านการสนับสนุน เบื้องหลัง เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจในอนาคต และ 4.สร้างการเติบโต โดยการร่วมทุนกับพันธมิตรและการรวมกิจการ โดยบริษัทมีการเจรจากับพันธมิตรหลายราย และล่าสุด บริษัท ได้ร่วมกับ Fuji TV และผู้ประกอบการทีวี ช็อปปิ้งจากประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน และ เกาหลี เพื่อร่วมกันผลิตรายการ เอเชีย ช็อปปิ้งคิงส์ ถือเป็นการเปิดตลาดและสร้างโอกาสการขายสินค้าที่มาจากความคิดสร้างสรรค์ของคนไทยไปสู่สายตาลูกค้าในเอเชีย


"เมื่อกลุ่มทุนต่างชาติเข้ามาจะทำให้ ธุรกิจโฮมช็อปปิ้งในประเทศไทยมีขนาดใหญ่ ขณะเดียวกันกลุ่มทุนเหล่านี้ก็จะใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการเข้าสู่อาเซียน ทำให้ตลาดยังเติบโตได้อีกมาก และในฐานะ ที่บริษัทดำเนินธุรกิจมากว่า 13 ปี นับว่ามีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ ดังนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องมีแผนยุทธศาสตร์องค์กร เพื่อกำหนดทิศทางและเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจที่ชัดเจน ซึ่งผู้บริหารและพนักงานจะได้นำไปปฏิบัติ ทั้งนี้แผนยุทธศาสตร์ ดังกล่าวมีเป้าหมายว่า ในปี 2560 บริษัทจะมียอดขายแตะระดับ 5,555 ล้านบาท"


"คงจำกันได้ว่า ย้อนไปเมื่อปีก่อน บริษัทประสบปัญหาไฟไหม้โกดังเก็บสินค้า ทำให้เสียหายไปกว่า 82 ล้านบาท แต่เมื่อปีที่แล้ว บริษัทก็พัฒนาจนมียอดขายอยู่ที่ 2,237 ล้านบาท ทำให้คิดเป็นเปอร์เซ็นต์เติบโตที่ 29.84% และเป้าหมายปีนี้จะเน้นหนักไปที่ Home shopping กับ TV shop-ping คือเราจะเน้นการบริการ, ยอดขาย และลดต้นทุนรวม ส่วนธุรกิจการส่งของ Home Delivery ถือว่าประสบความสำเร็จ ดีมาก มีการโตถึง 84% ซึ่งจะเดินหน้าต่อไป"


"ส่วนธุรกิจด้านแซตเทลไลต์ บริษัท เรามีสถิติ ข้อมูลการตลาดเพียงแห่งเดียว ทำให้บริษัทชั้นนำในญี่ปุ่นเข้ามาทำตลาด TV shopping ในเมืองไทย เพราะถือเป็นตลาด ที่น่าสนใจ ทำให้ TV Direct มีจุดแข็งตรงที่ มีข้อมูล สถิติ ตัวเลข ทำให้หลายบริษัทต่าง-ชาติต้องมาขอข้อมูลจากเราไปทำตลาด อาทิ True GS, GMM CJ และ Shop Global ทั้งนี้เมื่อปีที่ผ่านมา บริษัทได้นำสินค้าชุดชั้นใน Genie Bra มาจำหน่ายและขายได้ถึง 270,000 ตัว ทำให้ปีนี้บริษัทเตรียมจะสร้าง แบรนด์ในเมืองไทย พร้อมทั้งปีนี้เราจะเน้นการทำประชาสัมพันธ์สินค้ามากขึ้น เพราะเท่าที่ผ่านมา เราประชาสัมพันธ์แต่ในองค์กร เท่านั้น"


ในส่วนของการร่วมทุน "ทรงพล" เผยว่า "โดยการร่วมทุนกับบริษัทต่างชาติครั้งนี้ เราจะถือหุ้นอย่างน้อย 70% ซึ่งเป็น การรองรับการเติบโตของบริษัท อีก 5 ปีข้างหน้าในส่วนของธุรกิจ ทีวี ดาวเทียม นั้น คงต้องรอดูว่า กสทช. จะออกกฎหมายอะไร ออกมากำกับ เราจึงจะค่อยปรับให้ไปด้วยกัน ได้ และฐานลูกค้าเรามีอยู่ประมาณ 2.1 ล้านคน ที่ซื้อสินค้าจาก ทีวี ไดเร็ค ขณะที่ สัดส่วนของรายได้ยอดขายบริษัททั้งหมดมาจากทีวี 45% คอลเซ็นเตอร์ 25% ค้าปลีก 25% และอื่นๆ 5%Ž"


ทั้งนี้ เพื่อรองรับแผนยุทธศาสตร์ ดังกล่าว ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทในการประชุมก่อนหน้านี้จึงมีมติให้มีการเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 376 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตรา ไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็นมูลค่า 188 ล้านบาท เป็น 493.50 ล้านหุ้น มูลค่า ที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็นค่า 246.75 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 117.5 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ในจำนวนนี้จะเสนอขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิมจำนวน 94 ล้านหุ้น ในสัดส่วน 4 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ราคาหุ้นละ 4.50 บาท


สำหรับหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 23.5 ล้าน หุ้น จะรองรับการใช้สิทธิแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นสามัญ (วอร์แรนต์) ที่บริษัทจะจัดสรรให้ผู้ที่ใช้สิทธิ ซื้อหุ้นเพิ่มทุน โดยได้รับวอร์แรนต์ในอัตรา ส่วน 4 หุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อ 1 วอร์แรนต์ โดย วอร์แรนต์ดังกล่าว มีอายุ 3 ปี สามารถใช้สิทธิแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญปีละ 2 ครั้ง ในอัตราส่วน 1 วอร์แรนต์ ต่อ 1 หุ้นสามัญ ที่ราคาหุ้นละ 3.50 บาท ซึ่งจะทำให้บริษัท ได้รับเงินเพิ่มทุนรวมทั้งหมด 505.25 ล้านบาท เพียงพอในการนำไปลงทุนตามแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี





Credit By :http://www.siamturakij.com

วันอังคารที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2556

ข่าวทีวี ไดเร็ค (TV Direct) : ทีวี ไดเร็คระดมทุนกว่า500ล้านผ่านหุ้นเพิ่มทุนและวอแรนท์







คุณทรงพล ชัญมาตรกิจ (Mobile)


ทีวี ไดเร็ค TVD เตรียมแผนรุกครั้งใหญ่ ประกาศระดมทุนกว่า 500 ล้านบาท เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและเงินทุนหมุนเวียนให้เพียงพอสำหรับรองรับการขยายตัวของธุรกิจในอนาคต ตามแผน 4 ยุทธศาสตร์ภายใน 5 ปี จับมือพันธมิตรยักษ์ใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้เทคโนโลยีและเทคนิคใหม่ๆ เพิ่มความหลากหลายของสินค้าและช่องทางขายให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงส่งสินค้าจากไทยไปขายต่างประเทศ เผยมติบอร์ดเพิ่มทุน 117.5 ล้านหุ้น โดยจัดสรรหุ้นเพิ่มทุน 94 ล้านหุ้น เสนอขายผู้ถือหุ้นเดิม ในสัดส่วน 4 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ราคาหุ้นละ 4.50 บาท ส่วนอีก 23.5 ล้านหุ้น สำหรับรองรับการแปลงสภาพวอแรนท์ที่จัดสรรให้กับผู้จองซื้อหุ้นเพิ่มทุนโดยไม่คิดมูลค่า ในสัดส่วน 4 หุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อ 1 วอแรนท์ กำหนดราคาใช้สิทธิแปลงสภาพหุ้นละ 3.50 บาท


นายทรงพล ชัญมาตรกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด (มหาชน) หรือ TVD ผู้ดำเนินธุรกิจจำหน่ายสินค้าและบริการผ่านช่องทางการตลาดที่หลากหลาย (Multichannel Marketing) เปิดเผยว่า เนื่องจากธุรกิจโฮมชอปปิ้งมีทิศทางการขยายตัวที่สูงมากในอนาคต บริษัทฯ จึงจำเป็นต้องระดมเงินทุนให้เพียงพอสำหรับการขยายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ โดยปัจจุบันได้เจรจากับพันธมิตรที่มีชื่อเสียงทั้งในและต่างประเทศหลายราย เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายและเพิ่มความหลากหลายของสินค้าให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ที่จะสามารถสร้างรายได้ที่ดีให้กับบริษัทฯ นอกจากนี้ ยังจะได้แลกเปลี่ยนโนว์ฮาวระหว่างกัน ที่จะทำให้บริษัทฯ ได้เปรียบในการแข่งขันในระยะยาว


ดังนั้น ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ จึงมีมติให้เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 376 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็นมูลค่า 188 ล้านบาท เป็น 493.50 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็นมูลค่า 246.75 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 117.5 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ในจำนวนนี้จะเสนอขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิมจำนวน 94 ล้านหุ้น ในสัดส่วน 4 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ราคาหุ้นละ 4.50 บาท


ส่วนหุ้นเพิ่มทุนอีก 23.5 ล้านหุ้น จะรองรับการใช้สิทธิแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นสามัฯ (วอแรนท์) ที่บริษัทฯ จะจัดสรรให้ผู้ที่ใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุน โดยได้รับวอแรนท์ในอัตราส่วน 4 หุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อ 1 วอแรนท์ โดยวอแรนท์ดังกล่าว มีอายุ 3 ปี สามารถใช้สิทธิแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญปีละ 2 ครั้ง ในอัตราส่วน 1 วอแรนท์ ต่อ 1 หุ้นสามัญ ที่ราคาหุ้นละ 3.50 บาท


จากหุ้นสามัญที่เสนอขายให้ผู้ถือหุ้นเดิม 94 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 4.50 บาท หากจำหน่ายได้ทั้งหมด บริษัทฯ จะได้รับเงิน 423 ล้านบาท และจะได้รับเงินจากการแปลงสภาพวอแรนท์ในอนาคตอีก ซึ่งหากใช้สิทธิทั้งหมด ก็จะได้เงินอีก 82.25 ล้านบาท เท่ากับว่าบริษัทจะได้เงินจากการเพิ่มทุนครั้งนี้รวม 505.25 ล้านบาท ซึ่งสามารถนำไปลงทุนขยายกิจการได้อีกมาก อันจะนำมาซึ่งผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น นายทรงพลกล่าวและเสริมว่า จากการพูดคุยกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ต่างขานรับที่จะใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้ เพราะมั่นใจว่าจะทำให้บริษัทฯ แข็งแกร่งมากขึ้นและเติบโตได้อย่างยั่งยืน


ปัจจุบันบริษัทฯ มีฐานลูกค้ากว่า 2 ล้านราย ขณะที่โครงสร้างการประกอบธุรกิจของบริษัทฯ สามารถแบ่งออกเป็น 5 ส่วนหลัก คือ การตลาดทางทีวี (TV Marketing) การตลาดแบบตรง (Direct Marketing) การตลาดทั่วไป (Conventional Marketing) การบริการ อาทิ การให้บริการรับจ้างผลิตสื่อโฆษณาและจัดหาเวลาโฆษณาให้แก่ลูกค้า และธุรกิจขายตรง (Direct Sale) สำหรับในปีนี้บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขายเติบโต 20% จากปีก่อนที่มียอดขาย 2,222 ล้านบาท ขณะที่แผนระยะยาวในอีก 5 ปี หรือในปี 2560 บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขายจะอยู่ที่ระดับ 5,555 ล้านบาท


ทั้งนี้ การเพิ่มทุนดังกล่าว จะต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ซึ่งได้กำหนดจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 28 พฤษภาคม 2556 วันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนพร้อมใบสำคัญแสดงสิทธิ คือวันที่ 5 มิถุนายน 2556 และวันจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนและชำระค่าหุ้นคือวันที่ 28 มิถุนายน และ 2-5 กรกฎาคม 2556




Credit By :กระแสหุ้นออนไลน์

วันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2556

ข่าวขายตรง (MLM) : คู่แข่ง "โฮมช็อปปิ้ง" ทะลัก! TVD เพิ่มช่องเปิดแอพฯ ผูกเก้าอี้แชมป์









"ทีวี ไดเร็ค" เดินหน้าอัด ช่องทำตลาดโฮมช็อปปิ้ง หลังคู่แข่งทะลัก ผลักดันมูลค่าตลาดรวมโต 100% ออกอาวุธเด็ด เตรียมเปิดแอพพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟน หนุนการขายผ่านทีวี บอกแผนปี 56 เน้นเพิ่มศักยภาพ พนักงาน วางหมุดหมายปักธง พม่า หลังขยายสาขาไปแล้วที่ ลาว, เวียดนาม, กัมพูชา และ มาเลเซีย ด้านยอดขายปี 55 รับไป 2,237 ล้านบาท กำไร 49.82 ล้านบาท มั่นใจสิ้นปีนี้โตเพิ่ม 20%


นายทรงพล ชัญมาตรกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด (มหาชน) หรือ TVD ผู้ดำเนินธุรกิจจำหน่ายสินค้าและบริการผ่านรูปแบบการตลาดแบบตรง เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานในปี 2556 บริษัทมีแผนที่จะรุกทำตลาดโฮมช็อปปิ้งในประเทศไทยมากขึ้น หลังจากภาพรวมตลาด มีอัตราการเติบโตกว่า 100% หรือมีมูลค่าตลาดรวม 5 พันล้านบาท


ซึ่งมีปัจจัยจากการมีคู่แข่งรายใหม่เข้ามาร่วมทำตลาดสร้าง ความคึกคักมากขึ้น รวมถึงการขยายตัวของเคเบิลทีวี และทีวีดาวเทียมที่สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ชมได้ถึง 10 ล้านครัวเรือน ส่งผลดีต่อผู้บริโภคที่จะได้รับโอกาสเลือกซื้อสินค้าที่มีความหลาก-หลาย และกระตุ้นให้เกิดการเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางดังกล่าว มากขึ้น จึงมั่นใจว่าศักยภาพการเติบโตของธุรกิจโฮมช็อปปิ้งในเมืองไทยจะยังมีแนวโน้มขยายตัวได้อีกมาก


"ในปีนี้เรามองว่า ตลาดโฮมช็อปปิ้งจะมีความคึกคักเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีคู่แข่งเข้ามาทำตลาดมากขึ้น โดย TVD จะใช้ จุดแข็งด้านคุณภาพสินค้าและบริการที่ดี รวมถึงช่องทางการขาย ที่ครอบคลุมทุกช่องทางทั้งเคเบิลทีวี ทีวีดาวเทียม ฟรีทีวี และแอพพลิเคชั่นมือถือสมาร์ทโฟน เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจ ประกอบกับแบรนด์ทีวี ไดเร็คที่อยู่ในตลาดมานานกว่า 10 ปี ซึ่งผู้บริโภคให้การยอมรับและเชื่อมั่น จึงมั่นใจว่า จะสามารถผลักดันรายได้ในปี 2556 ให้เติบโตขึ้น 20%"


นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะเพิ่มสาขา TV Showcase เพิ่มอีกประมาณ 10 แห่ง จากเดิมที่มีอยู่ 70 แห่ง พร้อมเติม ความแข็งแกร่งของช่องทางการจำหน่ายสินค้าอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเพิ่มสินค้าใหม่ๆ ให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้า เพื่อ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น


"บริษัทมีแผนขยายสาขา TV Showcase เพิ่มอีกประมาณ 10 แห่งในปี 56 จากปี 55 มีอยู่ 70 สาขา พร้อมเติมความแข็งแกร่งของช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าอย่างต่อเนื่อง รวมถึง การเพิ่มสินค้าใหม่ๆ ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งการขยายสาขา TV Showcase เพิ่ม จะต้องใช้เงินลงทุนทั้งหมด 1.5 ล้านบาท ต่อสาขา" หัวเรือ ทีวี ไดเร็ค กล่าว


อย่างไรก็ดี "ทรงพล" ยังได้คาดการณ์เรื่องยอดขายแต่ละไตรมาสอีกว่า ยอดขายในไตรมาส 1/56 อาจจะไม่ค่อยมาก เนื่องจากต้นปีสินค้าเพิ่งเข้ามาในสต็อก ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ทำให้ยังมีจำนวนสินค้าที่นำมาขายจำนวนน้อย แต่ยอดขาย จะดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2/56 เป็นต้นไป เนื่องจากมีสินค้าที่นำมาขายมากขึ้นและมีความหลากหลาย


สำหรับในปี 56 บริษัทตั้งงบลงทุน อยู่ที่ 15-20 ล้านบาท สำหรับการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งปี 56 บริษัทไม่มีการลงทุนในสินทรัพย์ แต่จะเน้นที่พัฒนาศักยภาพและเพิ่มจำนวนพนักงานแทน โดย จะเพิ่มจำนวนพนักงานอีก 250 ตำแหน่ง เนื่องจากบริษัทมีอาคารสำนักงานแห่ง ใหม่ที่รองรับพนักงานมากขึ้น และการพัฒนาศักยภาพของพนักงานจะทำให้บริษัทเติบโตได้อย่างยั่งยืน


ส่วนการขยายธุรกิจไปในประเทศเพื่อนบ้านของบริษัทปัจจุบันมีการจดทะเบียนจัดตั้งสาขาที่ลาว, เวียดนาม, กัมพูชา และมาเลเซีย เรียบร้อยแล้ว พร้อม ทั้งมองการขยายธุรกิจไปในพม่า ซึ่งอยู่ระหว่างศึกษารูปแบบการลงทุน คาดว่าในช่วงแรกอาจจะเข้าไปร่วมกับตัวแทนจำหน่ายในประเทศพม่าก่อน เนื่องจากการ จัดตั้งสาขาเองในพม่านั้นบริษัทไม่สามารถ ฝึกอบรมพนักงานส่งไปได้ เพราะจำนวนพนักงานของบริษัทยังไม่เพียงพอในการส่งเข้าไปทำงานในพม่า


ทั้งนี้ ด้านผลการดำเนินงานในปี 2555 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 49.82 ล้านบาท เติบโต 40.58% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งมีกำไรสุทธิ 35.44 ล้านบาท ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 2,237.08 ล้านบาท เติบโต 17.58% เทียบ กับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา


ทั้งนี้ การเติบโตดังกล่าวมาจากความ สำเร็จด้านการทำตลาดและจำหน่ายสินค้า ผ่านทุกช่องทาง การจัดจำหน่ายของ TVD ที่ประกอบด้วย สื่อโทรทัศน์ ทั้งฟรีทีวี เคเบิลทีวี แบบบอกรับสมาชิก เคเบิลทีวีท้องถิ่น ทีวีดาวเทียม โทรศัพท์ ออนไลน์และร้านค้าปลีก รวมถึงการนำเสนอสินค้า หลากหลาย แปลกใหม่ ทันสมัย ที่เข้าถึงผู้บริโภคทุกกลุ่ม


"ในปี 2555 ที่ผ่านมา ผลการดำเนิน งานของ TVD เติบโตได้อย่างแข็งแกร่งทั้งในแง่กำไร และยอดขายที่มีความโดดเด่น แม้ว่า ในช่วงไตรมาส 4 เราจะประสบปัญหาเพลิงไหม้คลังสินค้าหลักที่บริษัท ได้เช่าพื้นที่ ซึ่งสร้างความเสียหายเป็นจำนวนมาก แต่เราก็ยังสามารถจัดส่งสินค้า ให้แก่ลูกค้าได้ตรงตามกำหนด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพและความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจ ที่มีการบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันบริษัทยังบันทึกรายได้จากการเคลมค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัยในวงเงิน 82 ล้านบาท ในไตร-มาส 4 ของปีที่ผ่านมาเป็นที่เรียบร้อย" ทรงพล เผย


จากความสำเร็จของผลการดำเนินงานดังกล่าว คณะกรรมการบริษัทจึงมีมติ จ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานปี 2555 ให้กับผู้ถือหุ้น ในอัตราหุ้นละ 0.15 บาท ซึ่งบริษัทได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้ว เมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2555 ในอัตราหุ้นละ 0.05 บาท โดยจะจ่ายเงิน ปันผลอีกครั้งในอัตราหุ้นละ 0.10 บาท กำหนดวันขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 12-14 มี.ค. 2556 และจ่ายปันผลในวันที่ 11 เม.ย. 2556 ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการจ่าย เงินปันผลของบริษัท ที่กำหนดจ่ายในอัตรา ไม่ต่ำกว่า 55% ของกำไรสุทธิ




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1383 ประจำวันที่ 6-8 มีนาคม 2556

วันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ไฟไหม้คลังสินค้า "ทีวี ไดเร็ค (TV DIRECT)" เสียหาย 45 ล. ยันไม่กระทบธุรกิจ


จากเหตุการณ์ไฟไหม้โกดังเก็บสินค้า ของบริษัท ทีวี ไดเร็ค ที่ผ่านมาประเมินความเสียหายเบื้องต้น 45 ล้านบาท ยันไม่กระทบความมั่นคงธุรกิจ มีวงเงินประกัน ครอบคลุมทุกความเสี่ยง บริษัทยังคงเป้าหมายของยอดขายปี 2555 ไว้ที่ 2,200 ล้านบาท ขณะที่ยอดขาย 6 เดือนแรกของปี 2555 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการ จำนวน 1,152.19 ล้านบาท กำไรสุทธิ 47.87 ล้านบาท

นายทรงพล ชัญมาตรกิจ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด (มหาชน) หรือ TVD เปิดเผยถึงเหตุเพลิงไหม้คลังสินค้าของบริษัท เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. ของวันพุธที่ 17 ตุลาคมนั้น บริษัทเช่าพื้นที่ของบริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด ประมาณ 2,000 ตารางเมตร เพื่อใช้เก็บสินค้าในกลุ่มเครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์ เสริมอาหาร ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าว ได้สร้างความเสียหายในเบื้องต้น คิดเป็นมูลค่าประมาณ 45 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ทำประกันภัยแบบคุ้มครองความเสี่ยง ทั้งหมด (All Risk) รวมถึงกรณีธุรกิจหยุดชะงักไว้กับบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในวงเงิน 431 ล้านบาท ขณะเดียวกัน บริษัท เจดับเบิ้ลยูดีฯ เองก็ได้ทำประกันภัยไว้กับ บริษัท ประกันคุ้มภัย จำกัด ในวงเงิน 60 ล้านบาท บริษัทจึงมั่นใจว่าเหตุการณ์ ดังกล่าวไม่กระทบต่อความมั่นคงของบริษัทแต่อย่างใด

นายทรงพลกล่าวอีกว่า ขณะเกิดเหตุคนงานเลิกงานหมดแล้ว จึงไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จึงควบคุมเพลิง ได้ในวงจำกัด ส่วนสาเหตุ ต้องรอเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบสรุปสาเหตุ ที่แท้จริงต่อไป

ด้านแนวทางการแก้ไข ในส่วนของบริษัท เจดับ-เบิ้ลยูดีฯ ได้เตรียมคลัง สินค้าขนาดประมาณ 2,000 ตารางเมตร บริเวณใกล้เคียง กับคลังสินค้าเดิมไว้สำรอง เพื่อรองรับสินค้าที่จะเข้ามาทดแทนแล้ว จึงไม่มีผลกระทบด้านคลังเก็บสินค้า นอกจากนี้ บริษัท ทีวี ไดเร็ค ยังมีศูนย์กระจายสินค้าอีก 2 แห่งใหญ่ และอีก 75 แห่งย่อย ในการทำหน้าที่กระจายสินค้าไปยังลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้าจากบริษัท

นอกจากนั้น บริษัทได้ดำเนินการประสานงานกับเจ้าของสินค้าในประเทศทุกรายที่เป็นพันธมิตรเพื่อนำสินค้าเข้ามาขายทดแทนสินค้าที่เสียหายดังกล่าว โดยนำไปจัดเก็บในคลังสินค้าแห่งใหม่ที่เช่าจาก บริษัท เจดับเบิ้ลยูดีฯ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวอาจมีผลกระทบ ต่อยอดขายในเดือนตุลาคมประมาณ 10-15% แต่บริษัทมั่นใจว่าไม่ส่งผลกระทบต่อยอดขายโดยรวม เพราะช่วงนี้เป็นช่วง ฤดูขายดีของบริษัท และมั่นใจว่าเหตุการณ์ ไฟไหม้จะไม่ส่งผลต่อดัชนีราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์

นอกจากนั้น ตนขอยืนยันว่าเรายัง คงเชื่อมั่นในการทำงานของบริษัท เจดับ-เบิ้ลยูดีฯอยู่ จะไม่มีการเปลี่ยนสถานที่เก็บ สินค้าอย่างแน่นอน ซึ่ง ทีวี ไดเร็ค ดำเนิน ธุรกิจมาประมาณ 34 ปี เหตุการณ์นี้ถือเป็นครั้งแรกที่คลังสินค้าไฟไหม้ ต่อไปคงต้องมีการออกมาตรการป้องกันภัยให้มากกว่านี้

ทั้งนี้ บริษัทยังคงเป้าหมายของยอดขายปี 2555 ไว้ที่ 2,200 ล้านบาท จากปี 2554 ที่บริษัทมีรายได้รวมเป็นเงิน 1,902.63 ล้านบาท กำไรสุทธิ 74.60 ล้านบาท ขณะที่ยอดขาย 6 เดือนแรก ของปี 2555 บริษัทมีรายได้จากการขาย และบริการจำนวน 1,152.19 ล้านบาท กำไรสุทธิ 47.87 ล้านบาท


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่1347ประจำวันที่ 27-10-2012 ถึง30-10-2012

วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2555

ข่าวนูไวท์ (Nuvite) พร้อมลุยตลาดอาเซียนขายผ่านสื่อทุกมิติดันยอดโตอีก 25%


เงาะ-กชกร นิมากรณ์ แบรนด์ แอมบาสเดอร์ผลิตภัณฑ์นูไวท์ เผยกลยุทธ์การตลาดในปีนี้ ขยาย การขายผ่านหลายช่องทาง มั่นใจ ด้วยแรงสนับสนุนของ ทีวี ไดเร็ค จะทำให้ปีนี้ นูไวท์สามารถโกยยอด ขายปิดที่ 160 ล้านบาทได้อย่างสบาย แถมปีหน้ายังพร้อมบุกตลาดอินโดไชน่า และอาเซียน อย่าง ประเทศลาว, เวียดนาม, มาเลเซีย ตั้งเป้าสร้างยอดขายเติบโตจากปีนี้อีก 25%

นางสาวกชกร นิมากรณ์ แบรนด์ แอมบาสเดอร์ผลิตภัณฑ์นูไวท์ เปิดเผยว่า สำหรับกลยุทธ์การทำตลาดของแบรนด์ นูไวท์ในปีนี้ บริษัทจะใช้จุดแข็งของ ทีวี ไดเร็ค ที่มีความพร้อมด้านช่องทางในการ นำเสนอสินค้าและบริการที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารข้อมูลเสนอขายสินค้าและบริการโดยตรงต่อผู้บริโภคผ่าน โทรทัศน์ภาคปกติหรือฟรีทีวี, โทรทัศน์ดาวเทียม, เคเบิลทีวี, สื่อสิ่งพิมพ์, Call Center, ระบบออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ และ การจำหน่ายสินค้าแบบขายปลีกผ่านร้านค้าปลีกของบริษัท จำนวน 77 สาขา ซึ่งตั้งอยู่ในแหล่งชุมชน ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์ค้าปลีกแหล่งใหญ่ทั่วประเทศ

จากทางเลือกมากมายที่สนับสนุนให้ผู้บริโภคเข้าถึงผลิตภัณฑ์ของนูไวท์ จึงทำให้ตนเชื่อว่า ปีนี้ผลิตภัณฑ์นูไวท์จะทำยอดขายได้ถึงเป้าหมายอย่างแน่นอน โดย บริษัทตั้งเป้าสิ้นปีต้องทำยอดขายให้ได้ 160 ล้านบาท นอกจากนั้นในปีหน้า บริษัท เตรียมขยายช่องทางการขายของแบรนด์ นูไวท์ไปยังตลาดต่างประเทศในแถบ อินโดไชน่า และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ลาว, เขมร, เวียดนาม, มาเลเซีย โดย ตั้งเป้ายอดขายต้องเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีนี้มากกว่า 25%

เงาะ-กชกร ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นูไวท์ว่า นูไวท์ถือได้ว่าเป็นแบรนด์ต้นๆ ในตลาดที่เปิดตัวด้วยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อผิวขาวและนำสารอาหารกลูต้าไธโอนเข้ามาในตลาดผิว เราจึงสามารถการันตีด้วยคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์และความต้องการของลูกค้ามายาวนานกว่า 10 ปี โดยสินค้าภายใต้แบรนด์นูไวท์ แบ่งเป็น 3 กลุ่มด้วยกัน คือ กลุ่มแรกผลิตภัณฑ์เสริม อาหาร อย่างเช่น ผลิตภัณฑ์ นูไวท์ คลาสสิค สูตรดั้งเดิมเพื่อผิวกระจ่างใส นูไวท์ ไลโค พี ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวสวยเปล่งปลั่งด้วย สารสกัดจากมะเขือเทศ หรือนูไวท์ ออยล์ พลัส ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการปรับฮอร์โมน เพศหญิง อาการวัยทอง กลุ่มที่สอง กลุ่มสกินแคร์ เช่น ครีมมาสก์ผิว ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว ลดปัญหาสิว หรือผลิตภัณฑ์ลบเลือนริ้วรอย และกลุ่มสุดท้าย ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเมกอัพ

โดยปีนี้ตลอดทั้งปีบริษัทได้เพิ่ม สินค้าแบรนด์นูไวท์ไปแล้วประมาณ 9 ตัว ในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ เพื่อรองรับการเติบโต และความต้องการที่สูงขึ้นของผู้บริโภค และคาดว่าในปีหน้าจะเพิ่มสินค้าอีก 4-5 รายการ เพื่อรองรับการขยายงานไปสู่ตลาดอินโดไชน่า

อย่างไรก็ดี ในปี 2555 ถือเป็นปีที่ นูไวท์ก้าวสู่ปีที่ 10 บริษัทจึงได้มีการจัด งานเฉลิมฉลอง เพื่อตอบแทนผู้บริโภคที่ให้ความไว้วางใจในแบรนด์นูไวท์มาตลอดระยะเวลาตลอด 10 ปี โดยงานจัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ป Absolute Beauty หรือสวยอย่างสมบูรณ์แบบ