ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นายกสมาคมการขายตรงไทย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นายกสมาคมการขายตรงไทย แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ข่าวสมาคมการขายตรงไทย (TDSA) : TDSA เตรียมงานประเพณีตบท้ายปี จัดเกียรติยศนักขาย 90 รหัส 30 บ. ส่งประชัน







�Ҿ��� 4 (Mobile)

 


สมาคมการขายตรงไทย หรือ TDSA เตรียม งานใหญ่ วันเกียรติยศนักขายตรงไทยประจำปี 2556 ภายใต้ธีมงาน "Dynamics of life พลัง แห่งการขับเคลื่อนชีวิต พิชิตชัยชนะสู่ความสำเร็จ" ในวันที่ 10 พ.ย. 2556 ณ เมืองทองธานี เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติให้แก่นักธุรกิจอิสระ สังกัดบริษัทสมาชิกของสมาคมฯ พร้อมแสดงศักยภาพและความมั่นคงของธุรกิจขายตรงไทย โดยในปีนี้มีนักธุรกิจอิสระที่เข้ารับรางวัล "นักขายตรงดีเด่น" มีจำนวน 90 รหัส รวม 128 คน จาก 30 บริษัท


นายกิจธวัช ฤทธีราวี นายกสมาคมการขายตรงไทย กล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดงานว่า เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติแก่นักธุรกิจอิสระของบริษัทสมาชิก ในฐานะ "นักธุรกิจอิสระดีเด่น" ที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจอย่างมีจรรยาบรรณ ทั้งต่อลูกค้า นักธุรกิจอิสระ และผู้บริโภค สมาคมจึงได้จัดงาน "วันเกียรติยศนักขายตรงไทย" ขึ้น เพื่อเชิดชูเกียรตินักธุรกิจอิสระ ผู้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่นักธุรกิจอิสระทั่วประเทศ 11 ล้านคน ทั้งยังเป็นการเสริมสร้างและยกระดับภาพลักษณ์ของสมาคมให้เป็น ที่รู้จักแก่สาธารณชน ส่งเสริมให้สมาชิกทุกบริษัทได้ดำเนินธุรกิจ อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะนำไปสู่ประโยชน์สูงสุดของผู้บริโภค


"งานวันเกียรติยศนักขายตรงไทยประจำปีนี้ นับเป็นปีที่ยิ่งใหญ่ และน่าจดจำ เพราะเป็นปีแห่งการครบรอบ 30 ปีของสมาคม ซึ่งเราได้ฉลองด้วยการเปิดตัวโลโก้ใหม่ของสมาคมและคู่มือขายตรง เล่ม 2 พร้อมพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ตลอดการดำเนินงานที่ผ่านมา สมาคมอยู่เคียงข้างนักธุรกิจอิสระ ผู้บริโภคและบริษัทสมาชิกด้วยการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีมีประโยชน์ต่อสังคมภายใต้ปณิธานหลักที่ว่า "ยึดมั่นจรรยาบรรณ สร้างสรรค์สังคมไทย" นายกิจธวัช กล่าวเพิ่มเติม


ด้าน มร.เต้ เพีย เซง กรรมการฝ่ายกิจกรรมพิเศษ กล่าวว่า ในปีนี้เราได้รับเกียรติจาก 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท เพอร์เฟค รีซอร์สเซส (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงานวันเกียรติยศนักขายตรงไทย ภายใต้ชื่องาน "Dynamics of Life" พลังแห่งการขับเคลื่อนชีวิต พิชิตชัยชนะสู่ความสำเร็จ ซึ่งกิจกรรมบนเวทีประกอบด้วย การมอบโล่เกียรติยศให้แก่นักขายตรงดีเด่น มอบโล่ขอบคุณสื่อมวลชนที่ให้การสนับสนุน นอกจากนั้นท่านจะได้เพลิดเพลินกับศิลปิน โจ-ก้อง ร่วมรับประทานอาหาร พร้อมกับร่วมลุ้นรางวัลต่างๆ จากทางสมาคมการขายตรงไทย และจากผู้บริหารของบริษัทสมาชิก


มร.คริสโตเฟอร์ เฮยนสึ คิม กรรมการฝ่ายกิจกรรมพิเศษ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของบริษัทยูนิซิตี้ จะดูแลและรับผิดชอบ ด้านโครงสร้างและกิจกรรมส่วนหน้าของงานประกอบด้วย บอร์ดนิทรรศการของสมาคม จุดแสดงผลิตภัณฑ์ หอเกียรติยศนักธุรกิจอิสระ หอเกียรติยศสื่อมวลชน จุดถ่ายภาพ ซึ่งผมมั่นใจว่าทุกท่านจะตื่นเต้นและมีช่วงเวลาที่ดีๆ ในปีนี้ร่วมกัน พร้อมดื่มด่ำไปกับบรรยากาศแห่งความภาคภูมิใจ และก้าวเข้าสู่ปีที่ 31 ของสมาคมการขายตรงไทยไปพร้อมกันครับ


งานเกียรติยศนักขายตรงประจำปี 2556 มีกำหนดจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน 2556 เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี จึงขอเชิญชวนท่านคณะผู้บริหารบริษัทสมาชิกของสมาคมการขายตรงไทย นักธุรกิจอิสระที่ได้รับรางวัล ตลอดจนนักธุรกิจอิสระที่มาร่วมแสดงความยินดี สามารถเข้าร่วมงานตามวันและเวลาดังกล่าว เพื่อแสดงศักยภาพทางธุรกิจและพลังแห่งความสามัคคีของภาคธุรกิจขายตรงไทย ที่เป็นภาคส่วนหนึ่งในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้เจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืนตลอดไป


ทั้งนี้ ปี 56 ถือเป็นปีที่ TDSA ได้จัดฉลอง 30 ปีของสมาคมฯ โดยใช้ชื่องาน ว่า "30 ปี สมาคมการขายตรงไทย : ธุรกิจเครือข่าย...อาชีพแห่งอนาคต" ซึ่งเป็นการจัดสัมมนา 1 วัน เมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา ประกอบด้วย 3 การสัมมนาย่อย ได้แก่ "Entrepreneur...เจ้าของธุรกิจอิสระยุคใหม่" ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้คร่ำหวอด ในวงการมาให้ความรู้แก่อาจารย์และนิสิตนักศึกษา พร้อมตัวอย่างคนรุ่นใหม่ที่ประสบ ความสำเร็จในธุรกิจเครือข่ายจากบริษัทชั้นนำ "ธุรกิจเครือข่าย...โอกาสไร้พรม แดนสู่ AEC" เป็นการแบ่งปันประสบการณ์การดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการใน 3 ประเทศจากสมาคมการขายตรงไทย สมาคมการขายตรงมาเลเซีย และสมาคมการขาย ตรงเวียดนาม ร่วมด้วยเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคของประเทศไทย ทั้งยังมีการเสวนาเรื่อง "เปิดโอกาสธุรกิจเครือข่ายรับ AEC" โดยคุณภคพรรณ ลีวุฒินันท์ อุปนายกฝ่ายรัฐสัมพันธ์, คุณอิทธิศักดิ์ อำพันยุทธ์ เลขาธิการ และ พ.ญ. นลินี ไพบูลย์ กรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ พร้อมพิธีเปิดตัวโลโก้ใหม่สมาคมการขายตรงไทยอย่างเป็นทางการ และเปิดตัวหนังสือ "Entrepreneur...เจ้าของธุรกิจอิสระยุคใหม่" ซึ่งเป็นคู่มือเพื่อการศึกษาธุรกิจเครือข่ายเล่ม 2 ที่สมาคมรวบรวมคลัง ความรู้จากผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกของ สมาคม และนำมาเผยแพร่เพื่อช่วยยกระดับ มาตรฐานของธุรกิจเครือข่ายให้มากยิ่งขึ้น


"คู่มือเพื่อการศึกษา "Entrepreneur... เจ้าของธุรกิจอิสระยุคใหม่" มุ่งให้ความรู้แก่นักธุรกิจอิสระ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ กลุ่ม นิสิตนักศึกษาที่มีแนวโน้มต้องการมีธุรกิจเป็นของตนเอง เพื่อให้มีความเข้าใจในวิชาชีพอย่างถูกต้องและเพื่อใช้เป็นคู่มือเพื่อการศึกษาในมหาวิทยาลัยต่างๆ อันจะเป็นหนึ่งในวิชาการตลาดที่เหมาะกับคนรุ่นใหม่และการเติบโตของตลาดโลกในอนาคต จัดทำในรูปแบบพ็อกเกตบุ๊ก ความหนาประมาณ 200 หน้า ประกอบด้วยเนื้อหาของ ธุรกิจเครือข่าย การเริ่มต้นและการสร้างธุรกิจ ตลอดจนการรักษาธุรกิจให้ยั่งยืน"


[gallery ids="21001,21002,21003,21004,21005,21006,21007,21008,21009,21010,21011"]

 


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com/


 

วันอาทิตย์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2556

กำลังซื้อหดตัวกระหน่ำ “ธุรกิจขายตรง” ตกต่ำสุดในรอบ 10 ปี

Image


นายกสมาคมการขายตรงไทยบ่นอุบ รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำรอบตัว จวกนโยบายรถคันแรกส่งผลเต็มๆ ทำกำลังซื้อผู้บริโภคหดตัวและตัดสินใจซื้อช้าลง คาดครึ่งปีหลังผู้ประกอบการทุกค่ายอัดงบฯ เล่นเกมลด แลก แจก แถมเต็มเหนี่ยว แต่มั่นใจมีแนวโน้มไปได้สวยหลังเปิดเออีซี เตรียมหารือจัดตั้ง “สหพันธ์การขายตรงอาเซียน” เพราะตลาดอาเซียนโตถึง 9.7% สูงกว่าตลาดโลกที่โตเพียง 5.4%
       

       
       นายกิจธวัช ฤทธีราวี นายกสมาคมการขายตรงไทย เปิดเผยว่า จากภาวะเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ขณะนี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจขายตรงไทยโดยรวมมีผลประกอบการไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งเป้า เนื่องจากตลอดเวลาที่ผ่านมากว่า 10 ตลาดรวมธุรกิจขายตรงไทยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 7-10% แต่จากครึ่งปีแรกที่ผ่านมาผู้ประกอบการแต่ละรายมีอัตราเติบโตเพียง 4-5% จึงคาดว่าธุรกิจขายตรงไทยในปีนี้จะมีอัตราการเติบโตเพียงประมาณ 5% จากปี 2555 ซึ่งมีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 7 หมื่นล้านบาท
       
       สาเหตุสำคัญที่ทำให้ตลาดรวมของธุรกิจขายตรงไทยเติบโตต่ำกว่าปกติ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยภายนอกคือภาวะเศรษฐกิจรวมของโลกที่ยังคงผันผวน ทั้งในยุโรป สหรัฐอเมริกา จีน และอื่นๆ ขณะเดียวกันภาคการส่งออกรวมของประเทศก็ไม่เป็นไปตามเป้า แต่สาเหตุที่สำคัญคือปัจจัยภายในประเทศ โดยเฉพาะนโยบายรถคันแรก และนโยบายต่างๆ ทางด้านเศรษฐกิจที่ล้มเหลวจนส่งผลให้ผู้บริโภคมีกำลังซื้อต่ำและมีการตัดสินใจซื้อช้าลงในทุกๆ ผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะในส่วนของอาหารเสริมและเครื่องสำอางได้รับผลกระทบมากที่สุด ประการสำคัญ หากมีเหตุการณ์อื่นๆ เกิดขึ้น โดยเฉพาะสถานการณ์ทางการเมือง อาจส่งผลให้ธุรกิจขายตรงไทยตกต่ำมากกว่านี้ก็เป็นได้
       
       “ตลอดเวลาที่ผ่านมาแม้เศรษฐกิจโดยรวมไม่ดี แต่ธุรกิจขายตรงก็ยังคงเติบโตได้อยู่เพราะมีผู้เข้ามาเป็นตัวแทนจำหน่ายอิสระมากขึ้นส่งผลให้ขายสินค้าได้มากตามไปด้วย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้จึงถือเป็นเรื่องผิดปกติมาก เพราะปรากฏว่ามีผู้สนใจเข้าสู่ธุรกิจขายตรงน้อยลงกว่าทุกปี จึงทำให้เชื่อได้ว่าในช่วงครึ่งปีหลังผู้ประกอบการแต่ละรายจะต้องอัดงบประมาณในการทำตลาดมากขึ้นเพื่อใช้ในการจัดโปรโมชันต่างๆ ทั้งลด แลก แจก แถม เพื่อเป็นการกระตุ้นกำลังซื้อให้สูงขึ้น ขณะเดียวกันยังต้องเพิ่มผลตอบแทนให้ผู้จำหน่ายอิสระสูงขึ้นอีกเพื่อเป็นแรงจูงใจให้จำหน่ายสินค้าได้มากขึ้น”
       
       อย่างไรก็ตาม เมื่อมองในภาพรวมของธุรกิจขายตรงทั้งภูมิภาคอาเซียนในปี 2555 กลับพบว่ามีมูลค่ายอดธุรกิจเป็นจำนวนถึง 6.22% ของมูลค่าธุรกิจเครือข่ายทั่วโลก ทั้งยังมีอัตราการเติบโตจากปี 2554 สูงถึง 9.7% ในขณะที่ธุรกิจเครือข่ายทั่วโลกมีอัตราการเติบโตเพียง 5.4%
       
       จากภาพรวมดังกล่าว สมาคมการขายตรงไทยจึงเตรียมจัดงานสัมมนาครบรอบ 30 ปีภายใต้ชื่อ “30 ปีสมาคมการขายตรงไทย : ธุรกิจเครือข่าย...อาชีพแห่งอนาคต” ในวันที่ 15 ส.ค.ศกนี้ โดยจะมีนายกสมาคมการขายตรงมาเลเซียและเวียดนามมาร่วมงานเพื่อแลกเปลี่ยนทรรศนะและประสบการณ์เพื่อให้ทุกๆ ฝ่ายในธุรกิจเครือข่ายทั้ง 3 ประเทศได้รับประโยชน์จากการเปิดเขตประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558
       
       นายกิจธวัชกล่าวด้วยว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาสมาคมการขายตรงไทยมีการประสานงานกับผู้ประกอบการและสมาคมการขายตรงแต่ละประเทศในอาเซียนเป็นประจำอยู่แล้ว ในช่วงปลายปี 2556 แต่ละประเทศในภูมิภาคอาเซียนจะเดินทางไปประชุมและร่วมงานครบรอบ 35 ปีสมาคมขายตรงมาเลเซีย โดยคาดว่าอาจมีการสรุปเรื่องการจัดตั้ง “สหพันธ์ขายตรงอาเซียน” อย่างเป็นทางการก่อนที่จะมีการเปิดเออีซี เนื่องจากปัจจุบันเริ่มมีธุรกิจเครือข่ายระดับโลกหลายแห่งทยอยเข้าไปดำเนินธุรกิจในประเทศต่างๆ ของอาเซียนเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ธุรกิจเครือข่ายในอาเซียนก็เริ่มมีการสำรวจตลาดในประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มมากขึ้นด้วย
       
       “เหตุผลที่เราเชิญสมาคมการขายตรงมาเลเซียและเวียดนามมาร่วมงานครั้งนี้ เนื่องจากทั้ง 2 ประเทศมีศักยภาพที่ต่างกันและเอื้อต่อธุรกิจขายตรงไทย โดยในส่วนของมาเลเซียนั้นถือเป็นตลาดที่เก่าแก่และใหญ่สุดในอาเซียน โดยมีมูลค่าตลาดรวมสูงถึง 4.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนเวียดนามถือเป็นตลาดใหม่ที่มีแนวโน้มการเติบโตสูงด้วยจำนวนประชากรกว่า 100 ล้านคน จึงทำให้มีศักยภาพสูงพอที่จะเข้าไปเปิดตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
       
       ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ประกอบการธุรกิจเครือข่ายขายตรงที่จดทะเบียนเป็นบริษัทและได้รับการรับรองจากสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) จำนวน 353 บริษัท แต่เป็นสมาชิกสมาคมการขายตรงไทยเพียง 35 บริษัท ซึ่งสามารถทำรายได้สูงถึง 70% ของมูลค่าตลาดรวม 7 หมื่นล้านบาท
       
       ทั้งนี้ จำนวนผู้เกี่ยวข้องในธุรกิจขายตรงประมาณ 15 ล้านคน คิดเป็นสมาชิกเพื่อประกอบธุรกิจเพียง 4.9 ล้านคน โดยส่วนใหญ่เป็นสมาชิกเพื่อใช้สินค้าจำนวน 10.1 ล้านคน


ข้อมูลจาก manager.co.th

วันศุกร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2556

ข่าวสมาคมการขายตรงไทย (TDSA) : TDSA ย้ำจุดยืนกูรูขายตรงตัวจริง ชี้ไม่เกิน 3 ปี MLM ไทยแตะ 3 ล้าน







L_kr (Mobile)


TDSA จัดงานฉลองใหญ่ครบรอบ 30 ปี ชูนโยบายเป็นเสาหลักของธุรกิจขายตรง ยึด 4 ข้อ เสริมภาพลักษณ์-สมาชิกคุณภาพ-มีธรรมาภิบาล-ศูนย์กลางความรู้ด้าน MLM ด้าน กิจธวัช ฟันธงไม่เกิน 3 ปี มูลค่าตลาดรวมทะลุแสนล้านบาทหาก AEC เปิด เหตุมีกลุ่มทุนนอกไหลเข้าไทย ขณะที่ข้อมูลจากสมาพันธ์ขายตรงโลกระบุตลาดอาเซียนเนื้อหอมแค่ 6 ประเทศ มีมูลค่ารวมกันสูงถึงหมื่นล้านเหรียญ


กิจธวัช ฤทธีราวี นายกสมาคมการขายตรงไทย (TDSA) เปิดเผยว่า จากการที่สมาคมได้ดำเนินงานมาครบรอบ 30 ปี ทางสมาคมฯ ได้จัดงานสัมมนาเพื่อให้ความรู้กับนักธุรกิจและประชาชนทั่วไปมีความเข้าใจเกี่ยวหับธุรกิจขายตรงมากยิ่งขึ้น เนื่องจากปัจจุบันมีบริษัทขายตรงที่จดทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) อย่างเป็นทางการประมาณ 380 บริษัท แต่ยีงมีบริษัทขายตรงที่ดำเนินธุรกิจแบบสุ่มเสี่ยงในลักษณะมันนี่เกม หรือแชร์ลูกโซ่ออกจำนวนมาก ดังนั้น สมาคมฯ จึงต้องการให้บุคคลทั่วไปสามมารถตรวจสอบได้ว่าบริษัทไหนดำเนินธุรกิจในลักษณะใด


ที่ผ่านมาสมาคมฯ ได้ยึดกลยุทธ์หลักในการพัฒนาอุตสาหกรรมขายตรงไทย ซึ่งประกอบด้วย 4 ข้อหลัก ได้แก่ 1.เสริมสร้างภาพลักษณ์ 2.สมาชิกคุณภาพ 3.ธรรมาภิบาล และ 4.ศูนย์กลางความรู้ ดังนั้น ด้วย ประสบการณ์ของบริษัทสมาชิกของสมาคมฯ จำนวน 35 บริษัท ที่ดำเนินธุรกิจมายาวนาน ซึ่งมียอดขายรวมกันคิดเป็น 70 % ของตลาดรวม ดังนั้น หากภาครัฐและภาคประชาชนทั่วไปที่ต้องการอยากได้ความรู้เกี่ยวกับธุรกิจขายตรงอย่างถูกต้อง ทางสมาคมกล้าพอที่จะบอกว่าเราเป็นกูรูทางด้านขายตรงอย่างแท้จริง


กิจธวัช กล่าวอีกว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมขายตรงในประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าภายในอีก 3 ปีข้างหน้า หรือในปี 2016 มูลค่ารวมของอุตสาหกรรมขายตรงไทยจะสูงถึง 1 แสนล้านบาทซึ่งหากมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาสนับสนุน เช่นการเปิด AEC ซึ่งจะมีกลุ่มทุนจากต่างประเทศเข้ามาที่ตลาดไทยเพิ่มขึ้นดังนั้น เชื่อว่าแสนล้านบาทน่าจะไม่ถึง 3 ปี ตามที่คาดการณ์ไว้ ทั้งนี้ ในปี 2012 ที่ผ่านมา ไทยมีมูลค่ารวมอยู่ที่ 6.87 หื่นล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย 9.48% ซึ่งเติบโตสูงกว่า GDP ของประเทศที่เติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 5.76% ปัจจัยที่จะทำให้มูลค่ารวมของอุตสาหกรรมขายตรงไทยเติบโตเพิ่มขึ้น มาจากบริษัทขายตรงทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้ามาในตลาดเพิ่มขึ้น


โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีอัตราการเติบโตสูงสุด ได้แก่กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้มีอัตราการเติบโตที่ใกล้เคียงกับภาพรวมของอุตสาหกรรมเฉลี่ยอยู่ที่ 10% ต่อปี ซึ่งเป็นผลมาจากสภาพแวดล้อม และพฤติกรรมของผู้บริโภคในประเทศที่เริ่มเปลี่ยนแปลงไป โดยปัจจุบันผู้บริโภคหันมาดูแลเรื่องสุขภาพมากขึ้น


กิจธวัช กล่าวในงานสัมมนาในหัวข้อ ธุรกิจเครือข่าย...โอกาสไร้พรมแดนสู่ AEC ที่จัดโดยสมาคม TDSA ว่า ข้อมูลจากสมาพันธ์ขายตรงโลก (WFDSA) ได้ระบุว่า หลังจากที่กลุ่มประเทศในแถบอาเซียนจะรวมตัวกันเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) จะทำให้มูลค่ารวมของอุตสาหกรรมขายตรงใน 6 ประเทศ ในแถบภูมิภาคอาเซียนจะเพิ่มสูงขึ้น และกลายเป็นกลุ่มประเทศที่น่าสนใจในอนาคต โดยในปี 2012 ที่ผ่านมา มูลค่ารวมของอุตสาหกรรมขายตรงทั้งหมด 6 ประเทศรวมกันมีมูลค่าสูงถึง 10372 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นอัตรา การเติบโตเฉลี่ยตั้งแต่ปี 2009-2012 เฉลี่ยอยู่ที่ 13.7%


โดยประเทศมาเลเซียมีมูลค่ารวมสูงสุดเป็นอันดับ 1 อยู่ที่ 4,667 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นอัตราการเติบโต 16.4% อันดับ 2 ไทย มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 2,947 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นอัตราการเติบโต 9.1% อันดับ 3 อินโดนีเซีย มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 1,088 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นอัตราการเติบโต 10.3% อันดับ 4 ฟิลิปปินส์ มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 1,011 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นอัตราการเติบโต 22.9% อันดับ 5 สิงคโปร์ มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 367 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นอัตราการเติบโต 6.4 % อันดับ 6 เวียดนาม มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 292 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นอัตราการเติบโต 21.7%





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 230 ประจำวันที่ 1-15 กันยายน 2556

วันจันทร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

นายกฯกิจธวัชชี้จุดยืนสมาพันธ์ขายตรงอาเซียน ลั่น!ภายใน2ปีทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์รับตลาดAEC







02 (Mobile)


กิจธวัช นายกสมาคมการขายตรงไทย เชื่อภายใน 2 ปีนับจากนี้ สมาพันธ์ขายตรง อาเซียน เกิดแน่! พร้อมเชื่อมั่นสมาคมการ ขายตรงไทยสมาคมเดียว ที่น่าจะมีศักยภาพ มากพอในการดำเนินการในเรื่องนี้ได้ รวมถึง ความร่วมมือจากสมาคมขายตรง 5 ประเทศ ในชาติอาเซียน และการสนับสนุนจากสมาพันธ์การขายตรงโลก (WFDSA) ประกาศ! ไม่ ปิดกั้นขายตรงแผนใดแผนหนึ่งเป็นพิเศษร่วม เป็นสมาชิกในสมาคม


...หากพูดถึง สมาพันธ์ขายตรงอาเซียน ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตอัน ใกล้นี้ คงต้องบอกว่า ถือเป็นอีกหนึ่งพลังใน การขับเคลื่อนธุรกิจขายตรงสู่ความเป็นสากลเลยก็ว่าได้ ที่สำคัญ หลังจากที่ทาง สมาคมการขายตรงไทย หรือ TDSA ได้มีการ ร่วมมือกับทางสมาคมขายตรงในหลาย ๆ ประเทศไม่ว่าจะเป็นมาเลเซีย, สิงคโปร์,เวียดนาม และอินโดนีเซีย เรียกว่าการส่ง สัญญาณภาพความชัดเจนของสมาพันธ์ดัง กล่าว ได้เริ่มเห็นเป็นรูปเป็นร่างบ้างแล้ว


จะเห็นได้ว่า ในปี 2558 ที่จะถึงนี้ ถือ เป็นการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) กระแสของการตื่นตัวในการทำธุรกิจ ในภูมิภาคอาเซียนต่างเริ่มมีความคึกคักมาก ขึ้น ด้วยเหตุนี้เอง ที่ทำให้ อุตสาหกรรมขาย ตรง ในอาเซียน จึงจำเป็นต้องมีการเตรียม ความพร้อมกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในปี 2558 นี่ นั่นเอง!!..


...ล่าสุดทางด้านนายกิจธวัช ฤทธีราวี นายกสมาคมการขายตรงไทย (TDSA) ก็ได้ ออกมาเผยถึงความคืบหน้าของการจัดตั้ง สมาพันธ์ขายตรงอาเซียน ว่า ปัจจุบันนี้ ทางสมาคมการขายตรงไทย ได้พยายาม ผลักดันให้เกิดการก่อตั้งสมาพันธ์ขายตรง อาเซียนขึ้นให้ได้ ซึ่งคาดว่าน่าที่จะเริ่มเห็นได้ภายในไม่เกิน 2 ปีนี้อย่างแน่นอน เนื่องจาก มองว่าหากสมาพันธ์ขายตรงอาเซียนเกิดขึ้น เร็ว ก็จะยิ่งเป็นประโยชน์สูงสุดของทุกฝ่ายใน อุตสาหกรรมขายตรง ที่ไม่ใช่เฉพาะแต่ใน ประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผล ประโยชน์ที่จะได้รับร่วมกันในกลุ่มชาติ อาเซียนด้วย


ผมมองว่าขณะนี้ คงจะมีสมาคมการ ขายตรงไทยสมาคมเดียว ที่น่าจะมีศักยภาพ มากพอในการดำเนินการในเรื่องนี้ ในขณะ เดียวกัน ก็ต้องอาศัยความร่วมมือกับหลาย ๆ ประเทศ รวมถึงการสนับสนุนจากสมาพันธ์ การขายตรงโลก (WFDSA) ด้วยเช่นกัน นายกสมาคมการขายตรงไทย เผยอีก ว่า ขณะนี้ทางสมาคมฯ เองได้มีการเริ่มร่าง แผนงานร่วมกันบ้างแล้ว ในเรื่องวัตถุประสงค์ ส่วนทางด้านทิศทางการดำเนินการนั้นได้ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่วนเนื้องานที่ได้มีการเริ่ม ทำไปบางส่วนแล้วนั่นก็คือ ในเรื่องของการแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกัน ว่าควรจะทำอะไรกันบ้าง มีกิจกรรมอะไรบ้าง เช่น ในเรื่องของ กิจกรรมที่ทางสมาคมการขายตรงไทยได้รับ รางวัลจรรยาบรรณดีเด่นที่ไปรับที่ตุรกีนั้น ก็ มีสมาคมขายตรงประเทศมาเลเซียให้สนใจ ว่าเราทำอย่างไรถึงได้ ซึ่งทางสมาคมฯ ก็ได้ มีการนำเอาข้อมูลตรงนี้มาแชร์ให้เขาฟัง ส่วนทางด้านประเทศมาเลเซียเขาก็มีกิจกรรมอะไรที่น่าสนใจ เขาก็มาแชร์ข้อมูล ร่วมกันกับเรา เป็นต้น


กิจกรรมของสมาคมขายตรงใน ประเทศมาเลเซียที่เราสนใจนั่นก็คือ การสร้างความร่วมมือกันอย่างเหนียวแน่นของ สมาชิก ด้วยการออกเยี่ยมเยียนสมาชิกใน สมาคมหรือเรียกว่าระบบโรดโชว์นั่นเอง ซึ่งขณะนี้ ทางสมาคมการขายตรงไทยก็ได้ นำเอากิจกรรมตรงนี้ มาใช้กับ สมาคมการขายตรงไทยบ้างแล้ว เช่นกัน ในการที่จะไปเยี่ยมเยียน สมาชิกในสมาคมพร้อมกับการ จัดประชุมไปในตัว หมุนเวียน ตามบริษัทสมาชิกต่าง ๆ ซึ่ง กิจกรรมดังกล่าวนี้ หลังจากที่ สมาคมได้ดำเนินการในระยะ หนึ่งแล้ว พบว่า สมาคมสามารถ ที่จะเข้าใจในปัญหาของสมาชิก อย่างมากทีเดียว


...นอกจากนี้ ทางด้าน นายกิจธวัช ยังเผยอีกว่า สำหรับ สมาคมไหนที่ร่วมกันต้องเป็น สมาชิกของสมาพันธ์การขาย ตรงโลก ที่สำคัญ ต้องมีนโยบาย เหมือนกัน สมาชิกต้องยอมรับ โดยสมาพันธ์ การพิจารณา บริษัทขายตรงเมืองไทยนั้น จะ เป็นการดูตั้งแต่ขบวนการการ เข้า คุณสมบัติ 11 ข้อต้องมีครบ ขณะเดียวกัน ในเรื่องของจรรยา บรรณของบริษัทต้องมี รวมถึง การประกันรับคืนสินค้าตาม กระบวนการกฎหมายขายตรง ด้วย ซึ่งก็สอดคล้องกับนโยบายของสมาคมการขายตรงไทย โดยการที่จะรับสมาชิกใหม่เข้า มาในสมาคมนั้นก็ต้องผ่านใน ขั้นตอนต่าง ๆ ที่สมาคมตั้งไว้เช่น กัน ที่สำคัญ สมาคมการขายตรง ไทยพร้อมที่จะเปิดรับทุก แผนการตลาดไม่จำกัดเฉพาะ แผนใดแผนหนึ่ง ขอเพียงแค่เป็น บริษัทสีขาว เป็นบริษัทที่ยืนหยัด การทำธุรกิจอย่างจริงจัง พร้อมที่ จะช่วยกันส่งเสริมเพื่อให้อุตสาหกรรมขายโต ไม่ใช่เป็นบริษัทที่ ฉกฉวยโอกาส เข้ามาในธุรกิจ ขายตรงในลักษณะ สีเทา


ที่ผ่านมา ทางสมาคม การขายตรงไทยมีสมาชิกใหม่ ยืนเรื่องขอเป็นสมาชิกอยู่เรื่อย ๆ โดยล่าสุดที่ทางสมาคมเองเพิ่ง อนุมัติไปอย่างเป็นทางการมี 2 บริษัทด้วยกัน คือ บริษัท เทียนส์ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท วอลลารา จำกัด ส่งผลให้ปัจจุบัน สมาคมการขายตรงไทย มี สมาชิกรวมทั้งสิ้น 34 บริษัทด้วย กัน


นายกิจธวัช ยังได้เผยถึง ปัญหาของการทำธุรกิจขายตรง ในช่วงที่ผ่านมาว่า จะเป็นใน เรื่องของปัญหาการร้องเรียนจาก ผู้บริโภค ว่าไม่ปฏิบัติตาม กฎหมายขายตรง หรือเกิดการ หลอกลวงเกิดขึ้น ซึ่งปัญหาดัง กล่าว ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการ ของทางกฎหมายและพิสูจน์กัน ว่า บริษัทนั้นมีความตั้งใจหรือไม่ ตั้งใจ ผิดจริงหรือไม่ผิดจริง โดย บริษัทอาจจะยืนหยัดถูกต้อง แต่ การละเมิดอาจจะขัดกับผู้ จำหน่าย ซึ่งตรงนี้ทางสมาคม การขายตรงไทย ก็จะมีการ เข้าไปดูด้วยว่า ปัญหาดังกล่าว เกิดจากอะไร แต่ถ้าเหตุเกิดจาก การละเลยของบริษัท ทางสมา คมฯ ก็จะส่งจดหมายไปตักเตือน ให้กับสมาชิก แต่หากยังไม่ได้รับ การแก้ไข ก็อาจจะมีเพิกถอน บริษัทดังกล่าวได้ด้วยเช่นกัน นับได้ว่า ในการจัดตั้งสมาพันธ์ขายตรงอาเซียน ถือ เป็นการรองรับการเปิดประชา คม เศรษฐกิจอาเซียนได้อย่าง แท้จริง อีกทั้งยังเป็นการเปิด โอกาสให้กับผู้ประกอบการใน ธุรกิจขายตรงหลาย ๆ บริษัท ได้ มีการพัฒนาบริษัทของตัวเองให้ มีความแข็งแกร่งในเชิงของธุรกิจ มากขึ้น รวมถึงยังสามารถขยาย ตลาดไปสู่ต่างประเทศได้มากขึ้น ด้วย


ที่สำคัญ ต้องบอกว่าการผนึกกำลังของ 5 สมาคมขายตรง ในอาเซียน ที่ประกอบด้วย ไทย, มาเลเซีย สิงค์โปร์, ฟิลิปปินส์ และเวียดนามนั้น น่าที่จะเป็นอีก หนึ่งแรงส่งให้ชาติที่เหลืออีก 5 ชาติ คือ บรูไน, ฟิลิปปินส์, ลาว, กัมพูชา และพม่า มาร่วมขับ เคลื่อนธุรกิจขายตรงในกลุ่ม อาเซียนให้เติบโตในอนาคตด้วย เช่นกัน...ก็ต้องมาดูกันว่า ในอีก 2 ปีข้างหน้านี้ หาก สมาพันธ์ ขายตรงอาเซียน เกิดขึ้น เชื่อว่า อะไรหลาย ๆ อย่าง ก็น่าที่จะเกิด ขึ้นตามมาด้วยเช่นกัน





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 347 ประจำวันที่ 1-15 กรกฎาคม 2556


วันพฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ข่าวสมาคมการขายตรงไทย (TDSA) : 5 ประเทศขานรับ... ตั้งสมาพันธ์ขายตรงอาเซียน







People--Gossip-ImageCrop_1_18547-13-19787m (Mobile)


"สมาคมการขายตรงไทย" เดินหน้าหาแนวร่วมก่อตั้ง "สมาพันธ์ขายตรงอาเซียน" หวังรับเสรีการค้า AEC ยันมาเลเซีย, เวียดนาม, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ เริ่มตอบรับ ชี้คุณสมบัติต้องเป็นสมาคมที่ผ่านการรับรองจาก "สมาพันธ์ขายตรงโลก (WFDSA)" แย้มขั้นตอนเดินหน้าสู่ช่วงวางนโยบาย ขีดเส้นไม่เกิน 2 ปี เกิดขึ้นจริง


นายกิจธวัช ฤทธีราวี นายกสมาคมการขายตรงไทย หรือ TDSA เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางสมาคมกำลังเดินหน้าเรื่องของการสร้างความร่วมมือกับสมาคมขายตรงที่อยู่ในต่างประเทศ ในกลุ่มของประเทศอาเซียน เพื่อหาแนวร่วม เปิดสมาพันธ์ขายตรงอาเซียนรองรับการ เกิดขึ้นของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC


"ขณะนี้ทาง TDSA และกลุ่มสมาคมที่อยู่ในประเทศภูมิภาคอาเซียน ได้ก้าวผ่านเรื่องแนวทางความคิดไปแล้ว โดยเริ่มมีการร่างนโยบายความร่วมมือกับสมาคมขายตรงที่อยู่ในประเทศกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งความร่วมมือที่สมาคม การขายตรงไทยต้องการที่จะผลักดัน คือ การรวมตัวของสมาคมที่อยู่ในอาเซียน จัดตั้งสมาพันธ์ขายตรงอาเซียน รองรับการร่วมมือทำงานเมื่อ AEC เกิดขึ้น" นายก TDSA กล่าว


ปัจจุบันสมาคมของประเทศที่มีการ ตอบรับในเรื่องของการจัดตั้งสมาพันธ์ขายตรงอาเซียนมาแล้ว ก็จะมีทางฝั่ง มาเลเซีย, เวียดนาม, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ โดยสมาคมที่อยู่ในแต่ละประเทศที่จะเข้ามาร่วมก่อตั้งสมาพันธ์ ขายตรงอาเซียนนี้ จะต้องเป็นสมาคมขายตรงที่อยู่ภายใต้การดูแลของ "สมาพันธ์ขายตรงโลก (WFDSA)"


"การเกิดขึ้นของสมาพันธ์ขายตรง อาเซียนนี้ นับเป็นความร่วมมือของวงการ ขายตรงกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งสมาคมที่จะเข้าร่วมสมาพันธ์ขายตรงอาเซียนจะต้องอยู่ภายใต้สมาพันธ์ขายตรงโลก โดยที่ต้องผ่านการรับรองของสมาพันธ์ขายตรงโลกทั้งสิ้น" กิจธวัชกล่าวย้ำ


อย่างไรก็ดี จากที่เริ่มมีการประชุมพูดคุยถึงความร่วมมือดังกล่าว ขณะนี้ทาง สมาคมขายตรงของมาเลเซีย ก็เริ่มเดินทาง มาประเทศไทย เพื่อพูดคุยดูงานของวงการ ขายตรงไทยบ้างแล้ว โดยคาดว่าไม่เกิน 2 ปีนี้ สมาพันธ์ขายตรงอาเซียนจะเกิดขึ้น อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อรองรับการเกิดขึ้น ของ AEC ในปี 2558


นอกจากเรื่องของการตั้งสมาพันธ์ขายตรงโลกแล้ว ในส่วนของสมาคมการขายตรงไทยปัจจุบัน ขณะนี้มีสมาชิกทั้งสามัญ และวิสามัญทั้งหมดอยู่ที่ 34 บริษัท โดยที่ล่าสุด "บริษัท นิว ไลฟ์ เวิลด์ไวด์ (ประเทศไทย) จำกัด" และ "บริษัท เทียนส์ (ประเทศไทย) จำกัด" ก็ได้ยกระดับความเป็นสมาชิกขึ้นมาอยู่ที่ระดับสามัญ จากกฎกติกาการเป็นสมาชิกวิสามัญครบ 1 ปี อีกทั้งในส่วนของสมาชิกใหม่ ขณะนี้ TDSA ก็ได้รับ "บริษัท แอ็ดเวล บิวตี้ (ประเทศไทย) จำกัด" มาเป็นสมาชิกวิสามัญเพิ่มอีกหนึ่งบริษัท


"สมาคมการขายตรงไทยพร้อมที่จะ เปิดรับทุกบริษัทขายตรงที่อยู่ในประเทศ โดยที่บริษัทขายตรงแต่ละบริษัทจะต้องเป็นบริษัทขายตรงน้ำดี มีคุณสมบัติ 11 ข้อ ที่ทางสมาคมตั้งไว้เป็นกฎ รวมถึงความรับผิดชอบ จรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งหากบริษัทใดผ่านกฎกติกาทั้งหมดของสมาคม ทางสมาคมก็พร้อมที่จะรับเป็นสมาชิก"


นายก TDSA เผยว่าปัจจุบัน สมาชิกของสมาคมการขายตรงไทยทั้งหมด 34 บริษัทตอนนี้ผ่านเกณฑ์การขอรับตรา สคบ. ไปแล้ว 24 บริษัท ส่วนบริษัทสมาชิกที่ยังไม่ได้รับนั้น "กิจธวัช" ให้ความเห็นว่า คงเป็นเรื่องของการเปิดบริษัทที่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์บ้าง หรือบางบริษัทก็ติดในเรื่องของขั้นตอนการขอที่ทำให้ขอในช่วงแรกไม่ทันเวลา


นอกจากประเด็นที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ในส่วนของเรื่องที่หลายฝ่ายมีความคิดที่จะมีการรวมสมาคมขายตรงที่อยู่ในประเทศ ปัจจุบันที่มีอยู่แล้ว 4 สมาคมนั้น เรื่องนี้ "กิจธวัช" ให้ความเห็นว่า "การรวมตัวของสมาคมขายตรงในประเทศ คงเป็นไปได้ยาก เนื่องจากปัจจัยหลายๆ อย่าง แต่ท้ายที่สุดถึงแม้การรวมตัวของสมาคมจะไม่เกิดขึ้น แต่ก็เชื่อว่าวงการขาย ตรงก็ต้องทำงานร่วมกันอยู่ดี"


อย่างไรก็ตาม อีกเรื่องที่ถือเป็นประเด็นร้อนอีกหนึ่ง ว่าด้วยเรื่องการรณรงค์ให้มีการแก้ไขกฎหมายขายตรงที่ใช้อยู่ โดย "กิจธวัช" นายก TDSA ให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า เรื่องของการรณรงค์ แก้ไขกฎหมายนั้น ตนก็พอได้ยินมาบ้าง แต่ที่สุดแล้วการจะแก้ไขกฎหมายขายตรง ก็ต้องผ่านความคิดเห็นจากสมาคมการขายตรงไทยด้วยอยู่ดี


ทั้งนี้ ในส่วนของการทำงานของสมาคมการขายตรงไทยนับจากนี้ คือ 1.การผลักดันการทำงานระดับสากลกับกลุ่มสมาคมขายตรงต่างประเทศ โดยเฉพาะการตั้งสมาพันธ์ขายตรงอาเซียนดังที่กล่าวมาในข้างต้น และ 2.คือการออกไปเยี่ยมเยียนบริษัทสมาชิกของสมาคม เพื่อที่จะรับทราบความเป็นไปของบริษัทสมาชิก ซึ่งที่ผ่านมาเรื่องนี้เกิดขึ้นน้อยเกินไป ซึ่งเรื่องนี้ทางสมาคมฯ ก็กำลังพยายามผลักดัน และสร้างการรับรู้ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง




Credit By :http://www.siamturakij.com