ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

บิ๊ก MLM พลิกกลยุทธ์ปรับแผนจ่ายเพิ่มรายได้สมาชิก







idea concept with light bulbs on a blue background

 


กลุ่มบริษัทขายตรงเร่งปั๊มยอดขายช่วงไตร-มาสสุดท้าย แห่ปรับแผนจ่ายกระตุ้นสมาชิก "นีโอไลฟ์" เนรมิตโครงการรายได้ทวีคูณ สร้างรายได้ 2 ทาง พร้อมประกันชีวิตวงเงินกว่าแสนบาท ด้าน "ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค" ผุด แผน i12 สร้างจุดแข็งสมัครครั้งเดียว ทำงานได้ทั่วโลก พร้อมเพิ่มโบนัสให้สมาชิกอีก 4-5% ฝั่ง "สุพรีเดอร์ม" ปลุกเสก P17 แผนจ่ายที่ส่งต่อเป็นมรดกสู่ลูกหลานสร้างความ มั่นคง พร้อมอัดสินค้าในกลุ่มน้ำมันมะกอก ตั้งเป็นเรือธง


กลุ่มบริษัทขายตรงพาเหรดปรับแผนจ่าย เพื่อเป็นการกระตุ้นตลาดในยุคที่เศรษฐกิจชะลอตัวในช่วง 3 ไตรมาสที่ผ่านมา โดยกลุ่มบริษัทที่มีการปรับแผนจ่ายส่วนใหญ่เป็นกลุ่มบริษัท ชั้นนำ ซึ่งการปรับแผนจ่ายครั้งนี้ถือเป็นการปรับเพื่อกระตุ้นยอด ขายในช่วงโค้งสุดท้ายของปี


"นีโอไลฟ์" เนรมิตแผนจ่ายทวีคูณ


ดร.นพรุจ เวชกุล ประธานกรรมการ บริษัท นีโอไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า เดิมทีทางบริษัทมีแผนการตลาดที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว แต่ทางบริษัทยังไม่หยุดคิด จึงมีการพัฒนา ต่อยอด มีการนำเทคนิคใหม่ๆ เข้ามาสนับสนุนให้สมาชิกทำงานได้ง่ายและประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วมากขึ้น


"เราจึงมีการเปิดแผนการคิดรายได้แบบทวีคูณขึ้นมา นอกเหนือจะเป็นการส่งเสริมให้สมาชิกมีประกันชีวิตทุกคนแล้วยังมีรายได้ เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว สมาชิกของนีโอไลฟ์สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการรายได้ทวีคูณ โดยเสียค่าสมัครเพียง 200 บาท ทางบริษัท ยินดีมอบประกันชีวิตวงเงิน 120,000 บาท เป็นเวลานาน 1 ปีให้ถือเป็นสวัสดิการที่ทางบริษัทมอบให้กับสมาชิกที่ร่วมโครงการ"


ต่อไปสมาชิกของนีโอไลฟ์ จะมีรายได้ 2 ทาง นี่จะเป็นสิ่งที่จะทำให้สมาชิกของนีโอไลฟ์ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนและมั่นคง เพียงแต่สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการทวีคูณ เชิญสมาชิกให้ทำการซื้อ สินค้าซ้ำระหว่างเดือน โดยทางบริษัทจะนำเอาคะแนนไปคิดในผังองค์กรแบบทวีคูณ ทำให้สมาชิกมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว


"ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค" ผุด i12 เพิ่มโบนัส


นางสุชาดา ธีรวชิรกุล ประธานบริหาร แบรนด์ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทยเทรดดิ้ง จำกัด เผยว่า เพื่อให้ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค สามารถ เติบโต 2 เท่า ภายในปี 2555-2563 สอดคล้องกับนโยบายของยูนิลีเวอร์ได้วางไว้ จึงต้องขยายธุรกิจไปต่างประเทศ เพื่อเพิ่มสมาชิกผู้ร่วมธุรกิจและกลุ่มลูกค้า ทั้งนี้ บริษัทใช้งบฯ ลงทุนวิจัย 1,000 ล้าน ยูโรต่อปี และศักยภาพด้านการจ่ายผลตอบแทนภายใต้แผน i12 (ไอทเวลฟ์) ซึ่งมีจุดแข็งก็คือสมาชิกสมัครครั้งเดียว สามารถไปทำธุรกิจเครือข่ายได้ทั่วโลก และตั้งแต่กรกฎาคมได้ปรับแผนการจ่ายเงินรางวัลหรือโบนัสเพิ่มอีก 4-5% เพื่อกระตุ้นนักธุรกิจ


นอกจากนี้ ยังได้รับการแต่งตั้งเป็นสำนักงานใหญ่ เพื่อดูแลการขยายตลาด และทำตลาดต่างประเทศ โดยแนวทางการ ตัดสินใจเข้าไปลงทุนก็คือเป็นประเทศที่มีธุรกิจยูนิลีเวอร์เข้าไปตั้งอยู่ก่อนแล้ว ขนาดของประชากรและตลาดคู่แข่ง และกฎหมาย แต่ละประเทศ ซึ่งขณะนี้มีการศึกษาอยู่หลายประเทศ ส่วนที่อินเดียมีแผนจะเปลี่ยนเป็นยูนีลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค แต่จะทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจากนำสินค้าแบรนด์อาวียองซ์เข้าไปจำหน่าย เพื่อปรับโพซิชันนิ่ง สินค้าจับตลาดพรีเมี่ยม และนำแผนการจ่ายผลตอบแทนเข้าไป เป็นต้น


"แผนในประเทศจะเน้นดิจิทัลมากขึ้น ล่าสุดได้ทำเพอร์ซันนอลเว็บไซต์ให้นักธุรกิจแต่ละคนสามารถมีเว็บเพจของตัวเองและลิงก์มาที่บริษัท เสมือนมีหน้าร้านออนไลน์รองรับการเติบโตในอนาคตและคนรุ่นใหม่"


"สุพรีเดอร์ม" ดัน P17 สร้างภาพ มรดกส่งต่อ


พ.ต.ท.นพ.มั่น อุดมพาณิชย์ ประธานกรรมการ บริษัท สุพรีเดอร์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้ ทางบริษัทได้มีการปรับแผนจ่ายของ บริษัทเพื่อให้เกิดการสอดรับกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง โดยบริษัทได้มีการปรับแผน จ่ายภายใต้ชื่อ P17


"P17 เป็นแผนจ่ายเพื่อสร้างให้เป็น มรดกของสมาชิก โดยสุพรีเดอร์มเป็นบริษัทที่ล้างสมองผู้คนที่เข้ามาไม่เก่งนัก ทำให้บริษัทต้องเดินหน้าธุรกิจด้วยการดึงผู้คนให้มาเป็นผู้บริโภค โดยบริษัทจะเน้น การสร้างฐานผู้บริโภคเป็นหลัก" หมอมั่น เผย


อย่างไรก็ดี ในแผนจ่ายตัวใหม่ที่สุพรีเดอร์มได้สร้างมานี้ เพื่อทำให้สมาชิก มีรายได้ที่มั่นคง โดยในช่วงเริ่มต้นอาจต้อง สร้างความเข้าใจ เพราะคะแนน PV ของ สมาชิกจะลดลงเมื่อมีการปรับแผน แต่เมื่อ ทำไปสักระยะ คะแนน PV ที่ได้มา จะสร้าง ความมั่นคงให้กับสมาชิกที่เพิ่มขึ้น เพราะบริษัทฯจะเน้นการจำหน่ายสินค้าเป็นหลัก อีกทั้งยังเป็นมรดกให้กับเครือญาติของสมาชิกได้อีกด้วย


ในปีนี้บริษัทกำลังปรับสัดส่วนของผลิตภัณฑ์จากเดิมเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริม-อาหารและเครื่องสำอาง ความงาม 70/30 ซึ่งจะเพิ่มสัดส่วนเป็น 50/50 โดยมีตัวน้ำมันมะกอกเป็นสินค้านำร่องและกระตุ้น ตลาดในช่วงนี้ โดยมีการจัดแคมเปญพิเศษ เพื่อกระตุ้นตลาด โดยการซื้อผลิตภัณฑ์มูลค่า 3,000 บาท สามารถมีสิทธิ์แลกซื้อ เมอริเนี่ยน โอลีฟ ในราคา 280 บาท สำหรับนักขายจะมีคอมมิสชั่นในชั้นลูก 9 เปอร์เซ็นต์ และชั้นหลาน 4 เปอร์เซ็นต์


สำหรับแนวทางการเติบโตของบริษัทมุ่งเน้นที่ความมั่นคง โดยมองว่าหาก ต้องการให้ผู้นำมีความมั่นคงต้องให้ลูกค้า มีความเต็มใจที่จะซื้อสินค้า จะทำให้เขาไม่หายไปไหน ส่วนโปรโมชั่นต่างๆ ก็เป็น การกระตุ้นให้เกิดการรักษายอด ซึ่งถือว่า บริษัทมีสินค้าดี ราคายุติธรรม จ่ายผลตอบแทนเหมาะสม


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com/

วันจันทร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2556

ข่าวอาวียองซ์ (Aviance Thailand) : ลบชื่อ! "อาวียองซ์" ตั้ง "ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค" เปิดเกมรุกครั้งใหญ่ดันไทยศูนย์กลางเอเชีย







01 มร.บาวเค่อ  ราวเออร์ส_resize (Mobile)

 


"ยูนิลีเวอร์" เตรียมเปิดเกมรุกธุรกิจขายตรงครั้งใหญ่ในเอเชีย เปลี่ยนชื่อแบรนด์ขายตรงของบริษัท จาก "อาวียองซ์" มาเป็น "ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค" เหตุใช้ชื่อหลัก เพื่อสร้างความ เชื่อมั่นในการขยายตลาดต่างประเทศ ปั้นไทยเป็นศูนย์กลาง ใช้ปูพรมสาขาประเทศในทวีปเอเชีย พร้อมประกาศนโยบายหลัก เดินหน้าสร้างธุรกิจตามบริษัทแม่ ดันการเติบโตขึ้น 2 เท่า ทั้งองคาพยพ


มร.บาวเค่อ ราวเออร์ส ประธานกรรมการบริหาร กลุ่ม บริษัท ยูนิลีเวอร์ในประเทศไทยและอินโดจีน เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา อาวียองซ์ จัดเป็นธุรกิจเครือข่าย ที่มียอดการเติบโตสูง ด้วยคุณภาพของผลิตภัณฑ์จำนวนของสมาชิกผู้ร่วมธุรกิจ และรูปแบบการทำธุรกิจเครือข่ายที่มีเอกลักษณ์ หลากหลายช่องทางทำให้สามารถขยายธุรกิจ และมียอดขายเติบโตในตลาดอย่างต่อเนื่อง และเพื่อให้ง่ายและสามารถเติบโต ได้อย่างรวดเร็วในตลาดต่างประเทศ บริษัทจึงได้ทำการเปลี่ยน ชื่อธุรกิจเครือข่ายเป็น "ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค"


"ด้วยศักยภาพของยูนิลีเวอร์ที่มีอยู่กว่า 100 ปี ซึ่งได้รับความนิยมจนมีชื่อเสียงไปทั่วโลก จึงพร้อมให้การสนับสนุน "ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค" เป็นธุรกิจเครือข่ายที่มีศักยภาพการเติบโตสูงสุดอย่างเต็มที่ ทั้งด้านของระบบ การบริหารจัดการที่ดีในองค์กร การฝึกอบรม นวัตกรรมต่างๆ เช่น ล่าสุดกับคอนเซปต์ใหม่ "คอมพลีต อิน แอนด์ เอาต์ อัลติเมต บิวตี้" ด้วยผลิตภัณฑ์ดูแลผิวในรูปแบบรับประทานและทาควบคู่กันไป โดยใช้ส่วนผสมตัวเดียว กัน" มร.บาวเค่อ เผย


อย่างไรก็ตาม ในความท้าทายของการก้าวสู่เป้าหมายในการผลักดันให้ "ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค" ก้าวสู่เวทีระดับโลกอย่างเต็มตัวนั้น "มร.ราวเออร์ส" กล่าวว่า "ความท้าทายไม่ใช่คิดแค่สิ่งที่ทำแตกต่าง แต่ต้องทำให้ดีในทุกด้านทั้งผลประกอบการที่ดี และการสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน"


ด้าน นางสุชาดา ธีรวชิรกุล ประธานบริหาร ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทยเทรดดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า เพื่อ ให้ "ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค" สามารถเติบโตขึ้นเป็น 2 เท่า สอดคล้องกับพันธกิจที่ยูนิลีเวอร์ได้วางไว้ "ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค" ต้องขยายธุรกิจไปต่างประเทศ เพื่อเพิ่มสมาชิกผู้ร่วมธุรกิจ และกลุ่มลูกค้า โดยอาศัย ชื่อเสียงและความมั่นคงของยูนิลีเวอร์ โดย จะรุกหนักด้านการสื่อสารผ่านช่องทางดิจิตอล เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยตรง ของบริษัทมากขึ้น


อีกหนึ่งปัจจัยคือ การขยายไลน์สินค้า จะมีความหลากหลายเพื่อตอบสนองให้ตรงกับความต้องการของสมาชิก และผู้-บริโภค พร้อมทั้งยังได้มีการแบ่งประเภทกลุ่ม ผลิตภัณฑ์ ภายใต้ชื่อต่างๆ เพื่อความชัดเจน ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์สกินแคร์และเพอร์ซันนอลแคร์ โดยจะเป็นสินค้าระดับพรีเมี่ยม ภายใต้ชื่อ "อาวียองซ์" (aviance), กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใช้ชื่อ "ไวทัลลิตี้" (Vitality), กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพช่องปาก ใช้ชื่อ "ไอ-เฟรช" (i-fresh) และกลุ่มผลิตภณฑ์ในครัวเรือน ภายใต้ชื่อ "ลีเวอร์ โฮม" (Lever Home)


อย่างไรก็ดี "ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค" มีความพร้อมใน 5 ศักยภาพเพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนสู่ความสำเร็จทุกมิติ และพร้อม ยืนอยู่ในระดับแถวหน้าของธุรกิจเครือข่าย ประกอบด้วย ศักยภาพการเติบโตในประเทศ (Local Growth) ด้วยความเชี่ยวชาญ และ นวัตกรรมระดับสากลของยูนิลีเวอร์ ทำให้สามารถขยายฐานผู้บริโภค และสมาชิกผู้ร่วมธุรกิจเครือข่าย "ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค" ครอบคลุมทั่วประเทศ เห็นได้ที่ปัจจุบันมีสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 5 แสนรหัส ซึ่งนับเป็นปีที่สามารถสร้างการเติบโตที่ดีทั้งในแง่สมาชิกผู้ร่วมธุรกิจ และรายได้ที่เพิ่มขึ้น ศักยภาพการเติบโตระดับโลก (Global Growth)


อย่างไรก็ตาม สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้บริษัทต้องมีการเปลี่ยนชื่อแบรนด์ขายตรงจาก "อาวียองซ์" มาเป็น "ยูนิลีเวอร์เน็ทเวิร์ค" ก็เพื่อต้องการให้ผู้บริโภคได้เห็นและรู้จักในแบรนด์ของบริษัทได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีในเรื่องของการขยายตลาดสินค้า รวมถึงการขยายตลาดต่างประเทศ ซึ่งจะไม่ทำให้ผู้บริโภคสับสนในแบรนด์


ทั้งนี้ บริษัทยังจะเลือกใช้ประเทศไทย ในการสร้างเป็นศูนย์กลางของอาเซียน ซึ่งจะขยายแบรนด์ออกไปในหลายประเทศ โดยจะมีสำนักงานหลักอยู่ที่ประเทศไทย


"ความได้เปรียบที่ยูนิลีเวอร์มีฐานการ ตลาดอยู่ทั่วโลก จึงเป็นบทบาทสำคัญที่จะส่งเสริมให้ "ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค" ในการขยายตลาดต่างประเทศ จึงนับเป็นธุรกิจเครือข่ายที่มีศักยภาพเติบโตสูงสุด รวมถึงการสร้างโอกาสในการรับผลตอบแทนอย่าง ไร้พรมแดนให้กับผู้ร่วมธุรกิจ ภายใต้วิสัย-ทัศน์ในปี 2020 ที่มีเป้าหมายให้ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค มอบโอกาสเติมเต็มชีวิตในทุกด้าน ให้เกือบ 3 พันล้านคนทั่วโลก ศักยภาพการ รังสรรค์ผลิตภัณฑ์นวัตกรรม (Product Excellence) ด้วยทุนวิจัยสูงถึง 1 พันล้านยูโร ต่อปี กับศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์มาตรฐานระดับโลก 129 แห่ง ผนวกกับความรู้ของผู้เชี่ยวชาญและนักวิทยาศาสตร์ กว่า 6 พันคน ผู้บริโภคจึงมั่นใจได้ในความเป็นเลิศทางนวัตกรรมคุณภาพระดับสากล และผลลัพธ์การใช้ที่แตกต่าง ศักยภาพผลตอบแทนที่ผู้ร่วมธุรกิจเครือข่าย "ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค" จะได้รับผลตอบแทน i12 แผนที่เป็นธรรมชาติยั่งยืน ที่มอบรายได้คุ้มค่าจาก ผลงานทางธุรกิจ โดยได้ปรับผลตอบแทนเพิ่มขึ้นอีก 4-5% เมื่อกรกฎาคมที่ผ่านมา และโอกาสในการรับผลตอบแทนจากเครือข่ายทีมงานทั่วโลก โดยผู้ร่วมธุรกิจ 1 รหัส สามารถทำธุรกิจไปได้ทั่วโลก ศักยภาพในการพัฒนาตนเองแบบรอบด้าน" สุชาดา กล่าว


จากปรัชญาแนวคิดของยูนิลีเวอร์ ที่ หากต้องการให้คนใส่ใจในธุรกิจ เราต้องใส่ใจ ในคนก่อนนั้น ทำให้ทุกระดับตั้งแต่พนักงาน ผู้บริหาร เหล่าสมาชิกผู้ร่วมธุรกิจเครือข่าย "ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค" จะต้องมีการเรียนรู้ เพื่อสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ จึงมี "ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค อะคาเดมี" เพื่อพัฒนาทักษะ พัฒนาความเป็นผู้นำ และคุณลักษณะ โดยมีระบบโคชชิ่งจากอัพไลน์ เพื่อ ให้ผู้ร่วมธุรกิจเครือข่าย "ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค" เติบโตทั้งในด้านธุรกิจ และเติบโตศักยภาพ ของตนเองแบบรอบด้านไปพร้อมๆ กัน


อนึ่ง ธุรกิจเครือข่าย "ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค" ประกาศใช้ชื่อใหม่อย่างเป็นทางการตั้งแต่บัดนี้ โดยยังคงมีประเทศไทยเป็นสำนักงานใหญ่ และเป็นศูนย์กลางในการขยายตลาดสู่ต่างประเทศ แม้จะเปลี่ยนเป็น ชื่อใหม่ แต่ไม่มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารภายในแต่อย่างใด








 

 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com

วันจันทร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2556

ข่าวอาวียองซ์ (Aviance Thailand) : ยูนิลีเวอร์ดันไทยสู่ฮับขายตรง







ภาพข่าว 2 (Mobile)

 


อาวียองซ์ เปลี่ยนชื่อเป็น ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ครองรับการเติบโตของธุรกิจขายตรง แตกไลน์อาหารเสริม โฮมแคร์ และผลิตภัณฑ์เพื่อช่องปาก ตั้งไทยเป็นฮับ บุกตลาดต่างประเทศ


นายบาวเค่อ ราวเออร์ส ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทยูนิลีเวอร์ในประเทศไทยและอินโดจีน เปิดเผยว่า จากการที่ยูนิลีเวอร์เปิดธุรกิจขายตรงในประเทศไทยมาเป็นระยะเวลากว่า 13 ปี พบว่าธุรกิจมีการเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และบริษัทมีศักยภาพในการเติบโตอย่างสูงสุด บริษัทจึงมีการเปลี่ยนชื่อจาก อาวียองซ์ มาเป็น ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค โดยเริ่มใช้ชื่อใหม่ในไทยเมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2556 ทั้งนี้การเปลี่ยนชื่อดังกล่าวมีเหตุผลหลักๆ 3 ประการคือ 1.ต้องการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ 2.ความรักและไว้ใจในผลิตภัณฑ์ของยูนิลีเวอร์ และ 3.การเติบโตไปสู่ตลาดต่างประเทศ


"ถึงเวลาที่เราจะปลดล็อกศักยภาพไปสู่ความสูงสุด ตั้งแต่เราเปิดตัวมาเราเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพผิว ผม และความงาม มีนวัตกรรมออกมาอย่างต่อเนื่องโดยเราเป็นผลิตภัณฑ์พรีเมียม แต่เรายังมีกลุ่มผลิตภัณฑ์อื่นเพิ่มเติม ทำให้ใช้คำว่า ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค เพื่อให้ครอบคลุมถึงผลิตภัณฑ์อื่นด้วย สองคือ ความมีชื่อเสียงของบริษัท ยูนิลีเวอร์ จะทำให้ศักยภาพในการเติบโตขึ้นโดย 90 เปอร์เซ็นต์ของคนไทย รักและไว้ใจแบรนด์ของยูนิลีเวอร์ ที่อยู่ในเมืองไทยมา 80 ปี เป็นจุดตอกย้ำ สามคือเรากำลังขยายไปต่างประเทศ ยูนิลีเวอร์ มีชื่อเสียงไปทั่วโลกอยู่แล้ว ทำให้การสื่อสารกับคนทั่วโลกเป็นไปในแนวทางเดียวกันที่ง่ายขึ้น"


ด้าน น.ส.สุชาดา ธีรวชิรกุล ประธานบริหาร ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง กล่าวว่า ภายใต้ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค จะมีสินค้าแบรนด์อาวียองซ์ ซึ่งเกี่ยวกับความงาม และมีกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ภายใต้แบรนด์ ไวทัลลิตี้ กลุ่มผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนใช้ชื่อแบรนด์ ลีเวอร์โฮม และกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก คือ ไอ-เฟรช


"ด้วยศักยภาพที่สูงมากของการเติบโต ในประเทศไทยยังมีโอกาสอีกมาก พอเราเริ่มปูไลน์เสริมอาหารออกมา เป็นโอกาสอีกมาก แล้วต่างประเทศ ความเป็นยูนิลีเวอร์ ได้เปรียบ ไปเปิดประเทศไหน ชื่อเสียงไปรอไว้ก่อนแล้ว ไปไหนไม่ว่าจะติดต่ออะไร เราติดต่อได้ง่าย ทุกครั้งที่ยื่นนามบัตรเขาภูมิใจ ลบภาพลักษณ์ที่ไม่ดีออกไปได้ ความพร้อมเรามีสูง บางที่ต่างประเทศที่จะไปเปิดขายตรงต้องไปตั้งโรงงานด้วย เราจึงมีความได้เปรียบ เพราะยูนิลีเวอร์ค้าปลีกเขาไปตั้งไว้แล้ว เวลาเราเข้าไป รู้ได้ทันทีว่าต้องทำอย่างไรบ้าง สิ่งที่เราทำคือ สินค้าใหม่ๆ จะเหมาะกับทุกประเทศที่เราเปิดไหม"


น.ส.สุชาดา กล่าวต่อไปว่า เนื่องจากนโยบายของบริษัทแม่คือการเติบโตเป็นสองเท่า และประเทศไทยก็ถูกเลือกให้เป็นเฮดออฟฟิศของยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค เร่งขยายตลาดไปต่างประเทศมากขึ้น เพิ่มสมาชิกผู้ร่วมธุรกิจและกลุ่มลูกค้า โอกาสการเติบโตที่ดีคือ จากแผนการตอบแทน จุดเด่นคือการเลือกโมเดลที่ดีที่สุด นั่นคือสมัครรหัสเดียว แต่ทำธุรกิจได้ทั่วโลก เป็คนที่ไหนสมัครที่นั่นแต่ทำได้ทุกประเทศ เวลาคำนวณคอมมิชชั่น เวลาขึ้นตำแหน่ง ทำคุณสมบัติครั้งเดียว ขึ้นตำแหน่งไปเรื่อยๆ ปัจจุบันเมืองไทยมีสมาชิก 5 แสนราย และหากรวมกับกัมพูชา และมาเลเซีย จะมีสมาชิก 5.2 แสนราย









 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com/