ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นายสุเทพ ยืนยงค์วิทยากุล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นายสุเทพ ยืนยงค์วิทยากุล แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ข่าวนิวไลฟ์ (New Life Worldwide) : “นิว ไลฟ์ เวิลด์ไวด์” โตสวนกระแสเศรษฐกิจ เตรียมเปิดศูนย์ต้นแบบจำหน่าย สินค้าแกษตร







SONY DSC

 


ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำทำให้บริษัทเตรียมงัดแผนทั้งเชิงรุกและรับอย่างดุเดือด โดยเฉพาะโค้งสุดท้ายของปีถือเป็นช่วงเวลาที่ต้องวัดความแกร่งทางธุรกิจอย่างเต็มสตรีมจึงผลักดันให้ธุรกิจขายตรงหลายค่ายต่างก็เร่งสปีดสร้างจุดแข็งในตัวเอง เฉกเช่นเดียวกับบริษัทขายตรง นิว ไลฟ์ เวิลด์ไวด์” ภายใต้การนำทัพของแม่ทัพใหญ่อารมณ์ดี “นายสุเทพ ยืนยงค์วิทยากุล” แม้ว่าที่ผ่านมาต้องสะดุดกับอุปสรรคทางธุรกิจบ้าง แต่ทุกโจทย์หินที่ต้องแก้ไขก็สามารถก้าวผ่านมาได้อย่างสวยงาม พร้อมกับแนวทางรุกตลาดเพื่อตอกย้ำความสำเร็จทางธุรกิจอย่างยิ่งใหญ่


นายสุเทพ ยืนยงค์วิทยากุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นิว ไลฟ์ เวิลด์ไวด์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงทิศทางการตลาดว่า แม้ว่าสภาพเศรษฐกิจโดยรวมของไทยชะลอตัว แต่สำหรับธุรกิจขายตรงนิวไลฟ์ ก็ยังเดินหน้าและเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมาคิดเป็นอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 30-50 %


อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจก้าวเดินอย่างมั่นคงนี้มาจากการสร้างผู้นำที่มีคุณภาพเนื่องจากที่ผ่านมาบริษัทได้ให้ความสำคัญของการฝึกอบรมอย่างเข้มข้น ภายใต้หลักสูตรการฝึกอบรมที่มีชื่อว่า ซูปเปอร์เน็ตเอ็นไอเอ เป็นตัวนำโดยขณะนี้มีการฝึกผู้นำมากถึง 239 รุ่น เฉลี่ยรุ่นละ ประมาณ 30-50 คน และถือได้ว่าเป็นบริษัทขายตรงคุณภาพที่เป็นแหล่งผลิตผู้นำธุรกิจเยอะมากในเวลานี้


“อย่างเช่น ภาพความสำเร็จของครึ่งปีแรกมีผู้นำธุรกิจก้าวขึ้นตำแหน่งสูงสุด ดับเบิ้ลซูปเปอร์เรนโบว์ ถึง 11 รหัส นับได้ว่าเป็นการเติบโตที่หวือหวาอย่างมาก จึงทำให้บริษัทต้องมีการจัดงานเกียรติยศถึง 2 ครั้งในรอบปี และเชื่อมั่นว่าด้วยจุดเด่นของหลักสูตรคุณภาพนี้ บริษัทได้คาดหวังว่าภายในสิ้นปีจะมีผู้นำธุรกิจสามารถพิชิตตำแหน่งสูงดังกล่าวได้ รวมไม่น้อยกว่า 20 รหัสและเป็นอีกหนึ่งภาพประวัติศาสตร์ความสำเร็จทางธุรกิจ นิวไลฟ์ ที่จะเกิดขึ้นภายในงานประดับเข็มเกียรติยศครั้งใหญ่ ภายใต้ชื่อ “We are Number One : เราคือที่ 1” ที่ทุกคนจะได้สัมผัสจริงราวเดือนมกราคมปีหน้า โดยจะจัดขึ้นที่ศูนย์ไบเทคบางนา โดยภายในงานใหญ่นี้จะมีเหล่าผู้นำธุรกิจจากต่างประเทศเข้าร่วมงานเช่นผู้นำจากประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง มาเก๊า เป็นต้น”


อีกทั้งได้เตรียมแผนการขยายตลาดต่างประเทศด้วยเช่นกัน และนับได้ว่าเป็นเป้าหมายใหญ่ที่บริษัทขายตรงนิวไลฟ์ ได้ให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง ประธานกรรมการบริหารนิวไลฟ์ กล่าวถึงทิศทางการตลาดว่า ขณะนี้บริษัทนิวไล้ฟ์ กำลังปูพรมธุรกิจ 2 ประเทศด้วยกัน คือ ประเทศอินโดนีเซีย และประเทศนอร์เวย์ ตลาดยุโรป เนื่องจากเป็นตลาดใหญ่ที่สมาชิกดำเนินธุรกิจอยู่ โดยคาดหวังว่าภายในครึ่งปีแรกจะสามารถสาขาในประเทศอินโดนีเซียได้อย่างแน่นอน ซึ่งการรุกตลาดในประเทศดังกล่าวบริษัทจะเน้นเปิดในรูปแบบแฟรนไชส์ โดยมอบหมายให้นักธุรกิจในพื้นที่เป็นผู้ลงทุนบริหารงานเองทั้งหมด พร้อมๆกับการร่างแผนรุกตลาดเออีซีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นแนวทางการทำงานของนิวไลฟ์เช่นกัน


ส่วนแนวทางขยายตลาดในไทย บริษัทยังคงเน้นการขับเคลื่อนกลยุทธ์เดิมอย่างเข้มข้น เช่นการฝึกอบรมนักธุรกิจด้วยหลักสูตรเอ็นไอเอ ที่ถี่ขึ้น เฉลี่ยเดือนละ 20 ครั้งทั่วทุกภาค พร้อมๆกับการสร้างทางเลือกใหม่ด้วยกลยุทธ์สินค้าเกษตรกับการสร้างทางเลือกใหม่ด้วยกลุ่มสินค้าเกษตรหรือปุ๋ยใช้ชื่อแบรนด์ว่า “นัมเบอร์วันอินทรีย์ภัณฑ์” (No.1 Inseephan) และเวลานี้ได้สร้างความตื่นแต่แก่สมาชิกนิวไลฟ์อย่างมาก ซึ่งด้วยความโดดเด่นของสินค้าเกษตรโดยเฉพาะปุ๋ย บริษัทได้ตั้งเป้ายอดขาย 500 ล้านบาทในสิ้นปีนี้


“แม้ว่าเราจะเพิ่งเปิดตัวไม่นานแต่เชื่อมั่นว่าด้วยคุณภาพสินค้าที่สามารถตอบสนองความต้องการทางการตลาดได้จะทำให้ยอดขายเติบโตหลายเท่าตัว และจะสามารถสาสานฝันความสำเร็จสู่ยอดกขายรวมโดยรวมที่ 1,000 ล้านบาท”


นอกจากนี้ส่วนสาขานิวไลฟ์ฯในประเทศไทย เวลานี้บริษัทได้ทำการเปิดสาขาเชียงใหม่ พร้อมตกแต่งโดยใช้งบลงทุนทั้งสิ้น 30 ล้านบาท และอีกหนึ่งสาขาที่จังหวัดขอนแก่นซึ่งเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการราวเดือนมกราคมปีหน้า ด้วยงบลงทุนประมาณ 35 ล้านบาทโดยทั้งทั้งสองสาขาที่กล่าวมาบริษัทเป็นผู้ลงทุนเองทั้งหมด


ส่วนช่องทางการขยายตลาดในรูปแบบโมบายเซ็นเตอร์ หรือ NIDC ปัจจุบันนิวไลฟ์ มีประมาณ 50 แห่งทั่วประเทศและเพื่อรองรับการเติบโตในกลุ่มสินค้าการเกษตรอย่างเป็นรูปธรรมโดยแต่ละศูนย์จะได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามพร้อมเปิดโอกาสให้สมาชิกเป็นผู้ลงทุนเพื่อต้องการให้ทุกคนได้เป็นเจ้าของธุรกิจด้วยกันภายใต้งบลงทุน 300,000 บาท ขึ้นไป โดยบริษัทก็เป็นผู้ซัพพลอตสินค้า และมีค่าบริหารศูนย์ให้เพื่อสร้างขวัญกำลังใจในการทำงานให้ประสบความสำเร็จทางธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว


สำหรับผลิตภัณฑ์การเกษตรนิว ไลฟ์ ใช้ชื่อแบรนด์ว่า “นัมเบอร์วันอินทรีย์ภัณฑ์” (No.1 Inseephan) แยกเป็น 2 หมวด คือ 1. สารปรับปรุงดิน(ป๋ย) มีทั้งหมด 5 รายการและ2.อาหารเสริมพืช มีทั้งหมด 7 รายการ


โดยมีจุดเด่นที่เป็นปุ๋ยอินทรีย์เตมีธรรมชาติคุณภาพเยี่ยม ซึ่งผสมผสานข้อดีของปุ๋ยแต่ละชนิดมาไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยเคมี และปุ๋ยชีวภาพ ผลิตจากโรงงานมาตรฐานสากล ซึ่งมีระบบการผลิตที่ได้รับการยอมรับว่าดีที่สุดติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลกมีระบบคิวซีที่มีการตรวจสอบคุณภาพทุกชั่วโมงเป็นปุ๋ยที่มีคุณภาพเหมือนกันทุกล็อตการผลิตในแต่ละสูตร


 


 


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.Leader Time ฉบับที่ 234 ประจำวันที่ 1-15 พฤศจิกายน  2556

วันพุธที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2555

ข่าวนิว ไลฟ์ เวิลด์ไวด์ (New Life Worldwide) : โหนกระแสผุดแอพฯ บนมือถือขยายสมาชิกคนรุ่นใหม่ตั้งเป้า 2 ปี 1 พันล.


นิว ไลฟ์ เฮโล เปลี่ยนแบรนด์ใหม่ครบ 7 เดือน ยอดขายรวมสูงกว่า 200 ล้านบาท ล่าสุด จับกระแสฮิต พัฒนาระบบ แอพพลิเคชั่นบนมือถือ หนุนการทำงานของสมาชิก พุ่งเป้าฐานสมาชิกกลุ่มคนรุ่นใหม่ มั่นใจสิ้นปีเพิ่มสมาชิกได้ถึง 5 เท่า จากปัจจุบันที่มีอยู่ประมาณ 2 หมื่นรหัส แถมฝันใหญ่ 2 ปี ฉลองยอดขาย 1 พันล้านบาท


นายสุเทพ ยืนยงค์วิทยากุล ประธาน กรรมการบริหาร บริษัท นิว ไลฟ์ เวิลด์ไวด์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากบริษัทได้เปลี่ยนแบรนด์ใหม่เป็น นิว ไลฟ์ เมื่อวันที่ 2 ธันวาคมปีที่แล้ว โดยยกเครื่องใหม่ทั้งหมด ในปัจจุบันบริษัทมียอดขายรวมสะสมตั้งแต่ต้นปีแล้ว กว่า 200 ล้านบาท ตั้งเป้าภายใน 2 ปีต้องมียอดขาย 1 พันล้านบาท


ซึ่งกลยุทธ์ที่สำคัญของบริษัทในขณะนี้ คือเราได้พัฒนา ระบบสนับสนุนการทำงานของสมาชิก โดยสร้างแอพพลิเคชั่นย่อข้อมูลความรู้ระบบการดำเนินงานต่างๆ ของบริษัทไว้บนโทรศัพท์มือถือ เพื่อช่วยให้สมาชิกทำงานได้ง่ายและสำเร็จเร็วขึ้น โดยใช้คอนเซปต์ว่า One App One World คือ ระบบแอพพลิเคชั่นดังกล่าวของบริษัทสามารถใช้ได้ทั่วโลก ใช้ที่ไหนเป็นภาษาของประเทศนั้น ซึ่งตนมั่นใจว่า บริษัท นิว ไลฟ์ เป็นบริษัทขายตรงรายแรก และรายเดียวในประเทศไทยที่สร้างนวัตกรรมนี้ให้แก่สมาชิก


เราเน้นคติที่ว่า กล้าคิด กล้าทำ กล้า ลงมือ ในเบื้องต้นบริษัทใช้งบการลงทุนเพื่อ พัฒนาระบบดังกล่าวกว่า 5 ล้านบาท โดยแอพพลิเคชั่นนี้สามารถใช้ได้ทั่วโลก สมาชิก อยู่ประเทศไหน ก็สามารถเปลี่ยนเป็นภาษา ของประเทศนั้นได้ แต่ก็จะมีภาษาหลักๆ 2 ภาษา คือ ไทยและอังกฤษ ทั้งนี้ระบบ ดังกล่าวจะเสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์ เปิดให้สมาชิกดาวน์โหลดได้ในช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งสมาชิกสามารถโหลดแอพฯ ได้ฟรี ตนเชื่อว่าการพัฒนาระบบไอทีดังกล่าว จะทำ ให้ฐานสมาชิกของบริษัทกว้างขึ้น โดยเฉพาะ ในกลุ่มนักเรียนนักศึกษา พนักงานออฟฟิศ หรือกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบในระบบไอทีจะให้ความสนใจ บริษัท นิว ไลฟ์มากขึ้น


นายสุเทพ ยังกล่าวต่ออีกว่า แอพฯ นี้เป็นการพัฒนาขึ้นจากความรู้ ความสามารถ ของบุคลากรภายในบริษัทเอง 100% ไม่มี การจ้างบริษัทจากภายนอกแน่นอน ถือเป็น ความแข็งแกร่ง และความภาคภูมิใจอย่างสูงสุดที่เรามีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ ทั้งนี้ในส่วนของกลุ่มลูกค้า บริษัทจะเน้นลูกค้าทุกคนที่มีโทรศัพท์มือถือ ถือเป็นการยกระดับในการรีครูตคน จากเดิมที่ต้องเข้า ไปรีครูตโดยมีการนัดหมาย พบปะกันตัวต่อตัว แต่ขณะนี้บริษัทได้พัฒนาสู่การรีครูต บนโลกออนไลน์ ที่ทำให้สะดวกสบายและง่ายต่อการประสบความสำเร็จ ซึ่งคาดว่าในอนาคต จะมีสัดส่วนสั่งซื้อผ่านแอพฯ นี้ประมาณ 50% หรืออาจเพิ่มสมาชิกได้ถึง 5 เท่าจากปัจจุบันที่มีสมาชิกอยู่ประมาณ 2 หมื่นรหัส สมาชิกแอ็กทีฟ ประมาณ 60% โดยมีสัดส่วนสมาชิกกลุ่มรุ่นเก่า 80% รุ่นใหม่ 20%


ด้านการดำเนินงานต่างๆ ภายในบริษัท นายสุเทพก็ได้เปิดเผยว่า ปัจจุบัน นิว ไลฟ์ มีสาขาในประเทศมาเลเซีย ซึ่งได้มีการเปิดสำนักงานออฟฟิศเป็นที่เรียบร้อย แล้ว ต่อไปจะไปเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่ประเทศฮ่องกง ในวันที่ 16 กันยายนนี้ และในประเทศสิงคโปร์อีก 2 เดือนข้างหน้า นอกจากนี้ ยังมีประเทศพม่า, ลาว และปากีสถาน ที่กำลังดำเนินการอยู่ โดยในต่างประเทศบริษัทจะขยายไปในรูปแบบของแฟรนส์ไชส์


ส่วนสาขาภายในประเทศ ขณะนี้บริษัทได้ดำเนินการซื้อตึกที่เชียงใหม่ 3 ห้อง ใช้เงินลงทุนประมาณ 20 ล้านบาท และจะเข้าไปซื้อตึกที่ขอนแก่นอีก 3 ห้อง คาดว่าใช้งบลงทุน 25 ล้านบาท เพื่อจัดสร้างเป็นสำนักงานใหญ่ของภูมิภาค ส่วนสาขาย่อยปัจจุบันบริษัทมีสาขา MIDC ประมาณ 45 แห่ง ทั้งนี้เมื่อพิจารณายอดขายโดยรวมเป็น รายภาคพบว่า ภาคอีสานมียอดขายมากที่สุด ในสัดส่วนประมาณ 6 ล้านบาทต่อเดือน ส่วนยอดขายรวมทั้งหมดของบริษัทประมาณ 20 ล้านบาทต่อเดือน สิ้นปีตั้งเป้าต้องเพิ่มยอดขายให้ได้ 300%


ด้านผลิตภัณฑ์ ปัจจุบันบริษัทมีสินค้า ทั้งหมด 4 กลุ่ม คือ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่มีสัดส่วนยอดขายจากสินค้ากลุ่มนี้มากที่สุด คือ 80%, กลุ่มที่สอง เป็นกลุ่มเครื่องดื่มเพื่อ สุขภาพ มีสัดส่วนยอดขายประมาณ 15%, กลุ่มที่สาม คือ สกินแคร์ และกลุ่มสุดท้าย เป็นสินค้าประเภทเครื่องใช้ในครัวเรือน ซึ่ง สัดส่วนยอดขายของทั้งสองกลุ่มหลังยังไม่เติบโตมากนัก เพราะบริษัทเพิ่งจะเริ่มต้นจัดวางจำหน่าย โดยมีสัดส่วนยอดขายทั้งสองกลุ่มประมาณ 5% ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์เสริม อาหารที่เป็นผักเม็ดกับสินค้าในครัวเรือนอย่าง ยาสีฟันขายดีเป็นอันดับหนึ่ง และขณะนี้บริษัทกำลังมองหาลู่ทาง ทางด้านสินค้าการเกษตรอยู่ เพราะกลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มใหญ่ จึงอยากจะนำเข้ามาจำหน่ายเช่นกัน นายสุเทพ กล่าว


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1334 ประจำวันที่ 12-9-2012 ถึง14-9-2012