ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ดาวปูแดง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ดาวปูแดง แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ดาวปูแดง ดันโครงการปลูกเผือกโวก่อน AEC เป็นมหาชนแน่นอน







Capture (Mobile)

 


ดาวปูแดง เผยปรับทิศธุรกิจใหม่ผ่านกลยุทธ์ “ซื้อตรง” หลังพบขายตรงรุมแย่งตลาดเกษตร ดันโครงการปลูกเผือก- หอมหวังสู้การแข่งขัน พร้อมเปิดโรงงานแปรรูปรับซื้อเผือก พร้อมประกันราคา คุยเกษตรกรแห่เข้าร่วมโครงการกว่า 500 ราย ประกาศกำลังเตรียมตัวสู่มหาชน คาดก่อนเปิด AEC ได้เข้าตลาดหุ้นชัวร์


เชน ใจซื่อ ประธานกรรมการ บริษัท นิวตริริช จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายปุ๋ยอินทรีย์ “ดาวปูแดง” เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทได้มีการปรับกลยุทธ์ การตลาดแบบใหม่จากที่เคยจำหน่ายสินค้าผ่านนักธุรกิจอิสระ ได้ปรับกลยุทธ์โดยใช้ชื่อกลยุทธ์ “ซื้อตรง” โดยบริษัทได้จัดให้มี โครงการสนับสนุนเกษตรกรปลูกเผือกหอมพร้อมกับใช้ผลิตภัณฑ์ การเกษตรของบริษัทในการดูแลเผือกควบคู่ไปด้วย


สำหรับการปรับกลยุทธ์ดังกล่าว เนื่องจากบริษัทเล็งเห็น ว่า ในปัจจุบันมีบริษัทขายตรงมากมายหลายบริษัทได้ให้ ความสนใจในการทำตลาดการเกษตรมากขึ้น ส่งผลให้มีคู่แข่ง ในตลาดเพิ่มและเพื่อความอยู่รอดและเติบโตของธุรกิจบริษัท จึงต้องมีการปรับกลยุทธ์ใหม่ ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวบริษัท ได้เริ่มดำเนินการมาเป็นเวลา 3 ปีแล้วและได้รับผลตอบรับจาก เกษตรกรเป็นอย่างดี ส่งผลให้ปัจจุบันมีสัดส่วนยอดขาย จากช่องทางการสนับสนุนโครงการ 50% และช่องทางระบบ ขายตรง 50%


ขณะเดียวกันบริษัทยังได้ตั้งโรงงานแปรรูปเผือกเพื่อ รับซื้อเผือกหอมจากเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการซึ่งตั้งอยู่ใน พื้นที่เดียวกันกับโรงงานผลิตปุ๋ยที่จังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมกันนี้ บริษัทยังได้จัดให้มีการประกันราคาเผือกไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 10 บาท ปัจจุบันมีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 500 ราย ทั่วประเทศ โดยเฉพาะภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคอีสาน มีพื้นที่เพาะปลูกเผือกหอมแล้วกว่า 1,000 ไร่ และในอนาคต อันใกล้นี้ บริษัทคาดว่าจะมีพื้นที่เพาะปลูกเผือกหอมเพิ่มเป็น 10,000 ไร่


อย่างไรก็ตาม ในอนาคตบริษัทยังได้วางแผนที่จะเปิด โครงการสนับสนุนให้มีการปลูกพืชชนิดอื่นเพิ่มขึ้น และ ในเร็วๆ นี้ คาดว่าจะมีโครงการสนับสนุนให้มีการปลูกข้าวขวัญ สุพรรณ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงพันธุ์ข้าว โดยบริษัท ได้ร่วมมือกับมูลนิธิข้าวขวัญและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการ ปรับปรุงข้าวสายพันธุ์ดังกล่าว


“แม้เราจะให้ความสนใจในการสนับสนุนโครงการปลูก เผือกเป็นอย่างมาก แต่เราก็ยังคงดูแลนักธุรกิจขายตรงควบคู่ กันไป เพราะเราได้พยายามที่จะรักษากลุ่มสมาชิกเดิมให้คงอยู่ พร้อมกับการขยายนักธุรกิจใหม่ๆ จากปัจจุบันเรามีสมาชิก ทั่วประเทศรวมกันแล้วกว่า 300,000 รหัส”


เชน กล่าวต่อว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ในช่วงของการ แต่งตัวเพื่อเตรียมพร้อมที่จะเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ดังนั้น บริษัทจึงต้องมีการเคลียร์การบริหารจัดการภายใน ซึ่งบริษัท ได้เตรียมตัวมาแล้วกว่า 1 ปี ขณะนี้ได้ผ่านคุณสมบัติของ ผู้ที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะ สามารถเข้าสู่ตลาดหุ้นได้ก่อนเปิดตลาด AEC ปี 2558


 


 


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 232 ประจำวันที่ 1-15 ตุลาคม 2556


 

วันจันทร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2556

อยากเห็นการแก้ ก.ม. โดยเร็ว !







suphanburi_26-400 (Mobile) 

 


ตราบใดที่กฎหมายขายตรงยังไม่มีการแก้ไข หรือปรับปรุงให้ดีขึ้น ก็เหมือนว่าเสียงเรียกร้องของ ผู้ประกอบการ และผู้ที่มีส่วนกับธุรกิจขายตรง ก็คง จะยังไม่หยุดให้ความคิดเห็น ว่าถึงเวลาที่กฎหมายจะต้อง มีการปรับ ซึ่งฉบับนี้ก็เป็นอีกครั้งที่หนึ่งในผู้ประกอบการต้องการ เห็นการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายขายตรง ที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน


นายเชน ใจซื่อ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นิวตริริช จำกัด ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์การเกษตรภายใต้แบรนด์ "ดาวปูแดง" เปิดเผย "สยามธุรกิจ" ในประเด็นกฎหมายขายตรง ว่า ตนอยากให้มีการปรับแก้ไขกฎหมายขายตรงเร็วๆ เพราะจะช่วย ให้การทำธุรกิจของบริษัทปลอดภัยขึ้น โดยมีกลุ่มคนที่ไม่หวังดีชอบแอบอ้างทำลายชื่อเสียง อีกทั้งยังมีการปลอมแปลงสินค้าเลียนแบบ ทำให้บริษัทเสียภาพลักษณ์เรื่องนี้ไปอีก


หากมีกฎหมายที่แข็งแรง มีกติกาที่ชัดเจนครอบคลุมทุกมิติ เชื่อว่า จะทำให้คนที่คิดจะกระทำผิดก็จะทำได้ยากขึ้น และเป็นการ ป้องกันไม่ให้บริษัทที่ตั้งใจทำธุรกิจอย่างโปร่งใสต้องคอยตกเป็นเหยื่อของกลุ่มคนเหล่านี้ด้วย พร้อมกับเป็นการยกระดับธุรกิจขายตรงขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง โดยในหลายๆ ประเทศยังไม่มีกฎหมาย ขายตรง หากประเทศไทยทำสำเร็จก็จะเป็นต้นแบบให้หลายๆ ประเทศในอาเซียน หรือประเทศใดก็ตาม เข้ามาศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้


"ผมว่ากฎหมายขายตรงยังมีหลายจุดให้แก้ไข เพราะยัง เอื้อต่อธุรกิจบางประเภทที่ได้รับประโยชน์จากตรงนี้ไป รวมถึงกฎหมายฉบับปัจจุบัน ก็ยังไม่คุ้มครองผู้ประกอบการเท่าที่ควร อาจ จะคุ้มครองผู้บริโภคเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเวลามีปัญหาเกิดขึ้นเจ้าหน้าที่ รัฐก็จะเข้ามาดำเนินคดีลำบาก เพราะกฎหมายไม่ได้ครอบคลุมเพียงพอ กว่าจะฟ้องร้องกันเสร็จก็เสียเวลากันนาน ไม่ต้องทำอะไรกันพอดี"


โดยตอนนี้ใกล้จะเกิดการรวมตัวประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนแล้ว ในปี 2558 อยากให้รีบปรับแก้ไขกฎหมายขายตรง โดยด่วน เนื่องจากหลายๆ บริษัทขายตรงในเมืองไทย จะได้ปรับ ตัวเองรับมือกับเรื่องนี้ เพราะหากกฎหมายขายตรงปรับแก้ไขแล้ว บริษัทต่างๆ จะได้รีบปรับนโยบายธุรกิจของตัวเองให้ควบคู่ ไปด้วย จะได้ไม่ต้องไปปวดหัวกันทีหลัง และเป็นการสร้างความ เชื่อมั่นของธุรกิจขายตรงต่อไปด้วย


"มูลค่าธุรกิจขายตรงแต่ละปีเป็นแสนๆ ล้าน มีประชากร ที่เข้ามาทำอาชีพนี้เป็นจำนวนกว่า 10 ล้านคน ซึ่งธุรกิจขายตรง สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตคนได้ และยังช่วยให้คนตกงานมีอาชีพทำ ถือเป็นข้อดีที่หน่วยงานรัฐควรจะเข้ามาศึกษาและสนับสนุนเรื่องนี้อย่างเต็มที่ เพราะผลประโยชน์จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจประเทศชาติด้วย"








 

 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com

วันจันทร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2556

'ดาวปูแดง' อัพแบรนด์ แต่งตัวเข้าตลาดหลักทรัพย์







iq1de74b494069a1a45c87193fa1e416a4 (Mobile)


ดาวปูแดง ชูโครงการคอนแทคฟาร์มมิ่ง ส่งเสริมเกษตรครบวงจร ฟิตจัด เตรียมแต่งตัวเข้าตลาดหุ้นภายในต้นปี 57 ยอดขายเติบโตปีละ 10 %

นายเชน ใจซื่อ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นิวตริริช จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายปุ๋ยอินทรีย์ ดาวปูแดง ในระบบขายตรง เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทกำลังเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่เพื่อที่จะยื่นเรื่องเข้าตลาดหลักทรัพย์ โดยดำเนินการตามโครงการหุ้นใหม่ ความภูมิใจของจังหวัด ที่จัดตั้งขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อฉลองครบรอบ 20 ปี ของการก่อตั้งสำนักงาน ทั้งนี้บริษัทมีคุณสมบัติ ครบทั้ง4 ประการ คือ ต้องเป็นบริษัทที่จัดตั้งในต่างจังหวัดหรือทำธุรกิจในต่างจังหวัด, มีทุนจดทะเบียนก่อตั้งบริษัทไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท, ต้องทำประโยชน์ให้กับจังหวัด หรือช่วยเหลือสังคมอย่างสม่ำเสมอ, และสุดท้ายมีผลดำเนินงานมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ปี และบริหารงานภายใต้ผู้บริหารชุดปัจจุบันติดต่อกันไม่ต่ำกว่า 1 ปี พร้อมทั้งมีผลกำไรในงบการเงินงวดล่าสุด


"ตอนนี้เราแต่งตัวเพื่อเตรียมพร้อมทุกอย่าง และปฏิบัติตามที่ กลต.เรียกเข้าไปทุกครั้ง ทุกหลักสูตรอบรม คิดว่าจะพร้อมเข้าตลาดช่วงไตรมาสแรกของปี 2557 ซึ่งข้อดีของการเข้าตลาดหุ้นคือ การเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน รวมถึงโรงงานผลิตปุ๋ย ธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงแบรนด์จะแข้มแข็ง รวมถึงเรื่องทุนด้วย ที่สำคัญเรากำลังสร้างซัพพลายเชน (Supply Chain) เพราะเรากำลังขยายภาคเกษตรให้เป็นคอนแทคฟาร์มมิ่งเหมือนในต่างประเทศที่เขาพัฒนาแล้วหลายๆประเทศ"


นายเชน กล่าวว่า ลักษณะของคอนแทคฟาร์มมิ่ง (Contract Farming) คือ โครงการที่บริษัทสร้างเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชแบบประกันราคา มีการรับซื้อ แปรรูป ตลอดจนส่งตลาดอย่างครบวงจร ล่าสุด โครงการส่งเสริมปลูกเผือกหอม ตามแนวทางในการแก้ปัญหาภัยแล้ง ที่เริ่มส่งผลกระทบต่อสมาชิกของบริษัท และชาวบ้านได้ต่อไป เนื่องจากพืชดังกล่าวใช้ปริมาณน้ำน้อย ต่างจากการทำนา หรือพืชอื่นๆ ถือเป็นการลดความเสี่ยงต่อภาวะ ขาดทุนของชาวบ้าน ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีสมาชิกที่ร่วมโครงการนี้แล้วกว่า 100 ราย ในพื้นที่เกือบ 1 พันไร่ ส่วนใหญ่ยังอยู่ในแถบพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี


"บริษัทเข้าไปส่งเสริมให้ความรู้กับเกษตรกรอย่างสม่ำเสมอ ผมเองไปบรรยายการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ไว้ใช้เอง สิ่งนี้กลับสร้างความมั่นใจ เพิ่มยอดขายให้กับบริษัทมากขึ้นด้วยซ้ำ เราสร้างภาพลักษณ์ด้วยการให้ความรู้แก้เกษตรกร"


นายเชน กล่าวต่อไปว่า ผลประกอบกอบการในปีที่ผ่านมาเติบโตขึ้น 10% ขณะที่กลยุทธ์ในการทำตลาดในปีนี้ แทนที่จะเรียกว่าขายตรง แต่เปลี่ยนเป็นซื้อตรง คือ เกษตรกรได้เงินจากการขายผลผลิตกลับมาซื้อเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ได้ตั้งแต่ต้นน้ำคือ การจำหน่ายปุ๋ย กลางน้ำคือ การสร้างเสริมการเพาะปลูกและปลายน้ำคือ การเก็บเกี้ยวผลผลิต บริหารจัดการความเสี่ยงต่างๆ ด้วย




Credit By :http://www.ryt9.com

วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

"ดาวปูแดง" วอนขอเข้าตลาดหุ้นชู โครงการ "ปลูกเผือกหอมพันล้าน"


ดาวปูแดง ผุดโครงการ ปลูกเผือกหอมพันล้าน หนุนเกษตรกรเข้าร่วมรับวิกฤติแล้ง ชี้ โครงการนี้ส่งอานิสงส์ชาวไร่ใช้สินค้าบริษัท ตั้งความหวังกรรมการตลาดหุ้นพิจารณา หลัง ก.ล.ต. ออกโครงการ หุ้นใหม่ ความภูมิใจของจังหวัด ดันฝันเป็นบริษัทขายตรงเจ้าแรกได้นามสกุลมหาชน เรียก เรตติ้ง ยกระดับแบรนด์


นายเชน ใจซื่อ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นิวตริริช จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายปุ๋ยอินทรีย์ ดาวปูแดง ภายใต้ระบบธุรกิจขายตรง เปิดเผยความคืบหน้าการยื่นเรื่องเข้าตลาดหลักทรัพย์ ต่อ สยามธุรกิจ ว่า ในขณะนี้ดาวปูแดง ถือได้ว่าเป็นบริษัทจำหน่ายปุ๋ยเจ้าแรกและเจ้าเดียวในเมืองไทย ที่ยื่นเรื่องเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งแผนดำเนินงานดังกล่าว เป็นไปตามโครงการ หุ้นใหม่ ความภูมิใจของจังหวัด ที่จัดตั้งขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรม การกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อฉลอง ครบรอบ 20 ปี ของการก่อตั้งสำนักงาน


โดยบริษัทที่จะเข้าร่วมโครงการดังกล่าวได้ ต้องมีคุณสมบัติ 4 ประการ คือ ต้องเป็นบริษัทที่จัดตั้งในต่างจังหวัดหรือทำธุรกิจในต่างจังหวัด, มีทุนจดทะเบียนก่อตั้งบริษัทไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท, ต้องทำประโยชน์ให้กับจังหวัด หรือช่วยเหลือสังคมอย่างสม่ำเสมอ, และสุดท้ายมีผลดำเนินงานมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ปี และบริหารงานภายใต้ผู้บริหารชุดปัจจุบันติดต่อกันไม่ต่ำกว่า 1 ปี พร้อมทั้งมีผลกำไรในงบการเงินงวดล่าสุด ซึ่งหากคุณสมบัติ ต่างๆ ผ่าน จะได้รับการพิจารณาจากสภาอุตฯ และสภาหอฯ จังหวัด และจะได้เสนอเรื่องไปยัง ก.ล.ต. เพื่อพิจารณาคัดเลือกต่อไป


ซึ่งเป็นที่น่ายินดีที่บริษัทได้ผ่านคุณสมบัติ ต่างๆ ทั้ง 4 ประการแล้ว ในขณะนี้จึง อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการ ก.ล.ต. โดยระหว่างนี้ บริษัทต้องมีการคิดค้นโครงการ ใหม่ๆ ที่สร้างสรรค์ และสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนโดยรวม หากโครงการที่คิดค้นเป็นที่น่าสนใจ และช่วยเหลือชาวบ้านได้จริงๆ การประสบความ สำเร็จได้รับเลือกให้เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินไป


นายเชน กล่าวแสดงความมั่นใจว่า บริษัทมีโอกาส สูงถึง 80% ที่จะสามารถเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ โดยคาดว่าจะได้รับการตอบรับไม่เกินปลายปีหน้า โดยโครงการสำคัญเรื่องหนึ่ง ที่บริษัทเร่งดำเนินการ และถือเป็นโครง การที่ทำมาตั้งแต่ต้น แม้จะยังไม่ยื่นเรื่องเข้าตลาดหุ้น คือ การส่งเสริมให้สมาชิกของบริษัท รวมถึงประชาชนทั่วไป ปลูกพืชที่มีการรับประกันราคา เช่น เผือกหอม ข้าวโพดหวาน เป็นต้น ซึ่งบริษัทจะเป็นผู้รับซื้อสินค้าดังกล่าวทั้งหมดจากชาวบ้านในราคาประกัน เพื่อส่งขายสู่พ่อค้าคนกลางต่อไป โครงการนี้จะช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงให้พวกเขา และจะทำ ให้ชาวบ้านไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง


นายเชน ได้กล่าวอีกว่า โครงการส่งเสริมการปลูก เผือกหอมดังกล่าว ยังเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาภัยแล้ง ที่เริ่มส่งผลกระทบต่อสมาชิกของบริษัท และชาวบ้านได้ต่อไป เนื่องจากพืชดังกล่าวใช้ปริมาณน้ำน้อย ต่างจากการทำนา หรือพืชอื่นๆ ถือเป็นการลดความเสี่ยงต่อภาวะ ขาดทุนของชาวบ้าน ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีสมาชิกที่ร่วมโครง การนี้แล้วกว่า 100 คน ในพื้นที่เกือบ 1 พันไร่ ส่วนใหญ่ยังอยู่ในแถบพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัท อย่างไรก็ดีเราจะร่วมมือกับรัฐบาลในการรณรงค์ กระจายข่าวสารความรู้เรื่องนี้ไปสู่ชาวบ้านในจังหวัดอื่นๆ ต่อไป โดยตั้งเป้าว่า ก่อนเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ต้องขยายพื้นที่ดำเนิน โครงการให้ครอบคลุมกว่า 5 พันไร่


นายเชนได้มองภาพรวมของการเข้าสู่ตลาดหุ้น ว่า สำหรับนโยบายการเข้าสู่ตลาดหุ้นของบริษัท ตนมองว่าได้ส่งผลดีหลายประการ คือ นอกจากจะเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของบริษัท และเตรียมความพร้อมสู่ตลาด AEC แล้ว ยังมีข้อดีในเรื่องเงินทุน ที่มีดอกเบี้ยต่ำ และความเสี่ยงต่างๆ ก็ลดน้อยลง ส่วนโครงการ หุ้นใหม่ ความภูมิใจของจังหวัด ตนมองว่าเป็นโครงการที่เปิดกว้างให้แก่ ธุรกิจต่างๆ ในต่างจังหวัดให้สามารถเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ได้มากขึ้น เพราะจากข้อมูลการสำรวจของ ก.ล.ต.พบว่า จำนวน 500 บริษัทที่มีนามสกุล จำกัด (มหาชน) มีเพียง 7% เท่านั้นที่เป็นบริษัทซึ่งอยู่นอกเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งถือว่าน้อยมาก โครงการดังกล่าวจึงเป็นการส่ง เสริม สนับสนุนธุรกิจต่างจังหวัดที่มีศักยภาพ มีความพร้อม แต่ขาดโอกาสเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ได้มีโอกาส ในจุดนี้มากขึ้น ซึ่งตนมั่นใจว่า ดาวปูแดง จะสามารถผ่าน คุณสมบัติหรือเงื่อนไขต่างๆ ตามโครงการ จนสามารถเข้า จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เป็นบริษัทเล็กๆ ที่สามารถ ใช้นามสกุล จำกัด (มหาชน) ได้อย่างแน่นอนด้านผลประกอบการของบริษัทในปีนี้ นายเชน เปิดเผยว่า เติบโตขึ้นประมาณ 10% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ส่วนสิ้นปีตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 220 ล้านบาท


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจฉบับที่ 1351 ประจำวันที่ 10-11-2012 ถึง13-11-2012

วันพุธที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ดาวปูแดง-Daopoodaeng เทหน้าตักเปิดโรงงานใหม่หวังดึงนักลงทุนเตรียมการเข้าตลาดหลักทรัพย์


ดาวปูแดง ทุ่มทุน 180 ล้านบาท เปิดโรงงานใหม่ รองรับแผนการเดินหน้า เข้าตลาดหลักทรัพย์ เตรียมยื่นเรื่องเข้า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สิ้นเดือนมิ.ย.นี้ พร้อมเดินหน้าผลักดันแฟรนไชส์ของบริษัท หวังเปิดเพิ่มอีกกว่า 100 สาขา บอกให้โอกาสสมาชิกมีสิทธิ์ในแฟรนไชส์เต็มที่ เปิดทางรับสินค้าอื่นเข้าขายในร้าน

นายเชน ใจซื่อ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นิวตริริช จำกัด ผู้ผลิตและ จำหน่ายปุ๋ยอินทรีย์ ดาวปูแดง และผลิตภัณฑ์การเกษตรแบบครบวงจร เปิดเผย สยามธุรกิจ ว่า สำหรับปีนี้บริษัทมีแผนดำเนินงานที่สำคัญหลายเรื่องด้วยกัน โดยในช่วงต้นปีที่ผ่านมา บริษัทได้เริ่มดำเนิน การก่อสร้างสำนักงานแห่งใหม่ บนเนื้อที่ 28 ไร่ โดยใช้งบลงทุนกว่า 180 ล้านบาท ซึ่งไม่รวมกับงบการจัดซื้อที่ดิน

ที่ดินดังกล่าว ตนได้ซื้อไว้เมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว โดยเป็นพื้นที่ซึ่งอยู่ใกล้กับสำนักงานใหญ่ และโรงงานการผลิตของบริษัท ใน จังหวัดสุพรรณบุรี หลังจากที่ตนเห็นถึงศักยภาพและความพร้อมของธุรกิจ จึงคิดว่าน่าจะถึงเวลาแล้วที่บริษัทจะได้ทำการขยาย พื้นที่สร้างสำนักงานแห่งใหม่ ที่ใหญ่กว่าเดิม หลายเท่า เพื่อรองรับการเติบโตที่จะเพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่องในอนาคต

นายเชน ได้กล่าวถึงการจัดสร้างสำนักงานแห่งใหม่ต่อว่า บริษัทแบ่งพื้นที่สำหรับสำนักงานใหญ่ไว้หลายส่วนด้วยกัน คือ นอกจากมีสำนักงานออฟฟิศที่ใช้สำหรับ การติดต่อ ซื้อขาย ติดต่อดำเนินงานเรื่องต่างๆ แล้ว บริษัทจะมีการแบ่งพื้นที่เพื่อจัดสร้างรีสอร์ตเป็นของตนเอง เพื่อใช้เป็นสถาน ที่สำหรับการฝึกอบรม จัดกิจกรรมต่างๆ ของ บริษัท จากเมื่อก่อนที่บริษัทและทีมสมาชิกต้องตระเวนหาพื้นที่ฝึกอบรมด้วยตนเอง ซึ่งอาจเกิดปัญหาเรื่องความพร้อมของสถานที่ ความพร้อมของสมาชิกแต่ละคน ดังนั้น ตนจึงคิดว่าการสร้างรีสอร์ตเป็นของ บริษัทเองจะช่วยแก้ปัญหาในจุดนี้ได้ ทั้งนี้ตนได้ทดลองสร้างรีสอร์ตเล็กๆ ภายในพื้นที่ สำนักงานเก่า เพื่อเป็นศูนย์ฝึกอบรมหลัก ปรากฏว่า สมาชิกมีความพึงพอใจ และมีความกระตือรือร้นในการเข้าร่วมกิจกรรมมากขึ้น เรื่องดังกล่าวจึงน่าจะส่งผลดีต่อการ ขยายเครือข่ายของบริษัทต่อไปในอนาคต ทั้งนี้คาดว่าการก่อสร้างสำนักงานแห่งใหม่น่าจะเสร็จสมบูรณ์ภายในสิ้นปีหน้า

นอกจากนั้น เมื่อประมาณต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา บริษัท ดาวปูแดง ได้มี การยื่นเรื่องเพื่อเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ตาม โครงการ หุ้นใหม่ ความภูมิใจของจังหวัด ที่จัดตั้งขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อฉลองครบรอบ 20 ปีของการ ก่อตั้ง ก.ล.ต.

บริษัทที่จะเข้าร่วมโครงการดังกล่าว ได้ต้องมีคุณสมบัติ 4 ข้อ คือ ต้องเป็นบริษัทที่จัดตั้งในต่างจังหวัดหรือทำธุรกิจในต่างจังหวัด, มีทุนจดทะเบียนก่อตั้งบริษัทไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท, ต้องทำประโยชน์ให้กับจังหวัด หรือช่วยเหลือสังคมอย่างสม่ำเสมอ, และสุดท้ายมีผลดำเนินงานมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ปี และบริหารงานภายใต้ผู้บริหารชุดปัจจุบันติดต่อกันไม่ต่ำกว่า 1 ปี พร้อมทั้งมีผลกำไรในงบการเงินงวดล่าสุด ซึ่งหากคุณสมบัติต่างๆ ผ่านจะต้องยื่นเรื่อง มาที่สภาอุตฯ สภาหอฯ จังหวัด เพื่อดูว่าเข้าเกณฑ์ทั้ง 4 ข้อหรือไม่ จากนั้นก็จะเสนอ เรื่องมายัง ก.ล.ต.ภายในสิ้นเดือนมิ.ย.นี้

นายเชนได้กล่าวถึงข้อดีของการจัดตั้งโครงการดังกล่าวว่า เป็นการเปิดกว้างให้แก่ธุรกิจต่างๆ ในต่างหวัดให้สามารถเข้าสู่ ตลาดหลักทรัพย์ได้มากขึ้น เพราะจากข้อมูล การสำรวจของ ก.ล.ต.พบว่า จำนวน 500 บริษัทที่มีนามสกุล จำกัด (มหาชน) มีเพียง 7% เท่านั้นที่เป็นบริษัทซึ่งอยู่นอกเขต กรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งถือว่าน้อยมาก โครงการดังกล่าวจึงเป็นการส่งเสริม สนับสนุน ธุรกิจต่างจังหวัดที่มีศักยภาพ มีความพร้อม แต่ขาดโอกาสเข้าจดทะเบียนในตลาด หลักทรัพย์ ได้มีโอกาสในจุดนี้มากขึ้น ซึ่งตน มั่นใจว่า ดาวปูแดง จะสามารถผ่านคุณสมบัติหรือเงื่อนไขต่างๆ ตามโครงการ จนสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เป็นบริษัทเล็กๆ ที่สามารถใช้นามสกุล จำกัด (มหาชน) ได้อย่างแน่นอน ซึ่งน่าจะไม่เกินปลายปีหน้า

อย่างไรก็ดี ด้านแผนการตลาด ในปีนี้บริษัทได้ตั้งเป้าขยายสาขาแฟรนไชส์เพิ่มขึ้นอีก 10% จากปัจจุบันที่มีอยู่ทั้งหมด 1,200 สาขาทั่วประเทศ โดยใช้กลยุทธ์เพิ่มความถี่ ในการจัดฝึกอบรม เกี่ยวกับการดูแล บริหาร ธุรกิจแฟรนไชส์และโอกาสแห่งความสำเร็จ เพื่อดึงศักยภาพและสร้างแรงกระตุ้นให้นักธุรกิจประสบความสำเร็จดังเป้าหมายที่วาง ไว้ นอกจากนั้นในไตรมาสหลังนี้บริษัทจะมีการผลิตสินค้าใหม่เพิ่มอีก 1 รายการ คือ ฮอร์โมนพืช ที่เรียกว่า Oxin เป็นผลิตภัณฑ์ ที่นำเข้ามาจากประเทศเบลเยียม โดยมีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการแตกตัวของเซลล์ ทำให้พืชเติบโตไว ถือเป็นสินค้าแห่งนวัตกรรมที่หลายคนกำลังให้ความสนใจ

ทั้งนี้ เมื่อถามถึงอนาคตบริษัทจะมีการ แตกไลน์สินค้าในกลุ่มอื่นๆ เพิ่มหรือไม่นั้น นายเชน กล่าวว่า มีแน่นอน แต่บริษัทจะไม่ผลิตและไม่ได้นำเข้ามาเพื่อเป็นผู้จัดจำหน่าย โดยบริษัทเอง แต่จะให้สมาชิกนักธุรกิจสามารถนำสินค้าในกลุ่มอื่นๆ ที่นอกเหนือจากสินค้าของบริษัทเข้ามาขายได้ โดยอาจ เป็นผลิตภัณฑ์ในธุรกิจขายตรงอื่นๆ ก็ได้ ตน ไม่ปิดกั้นในจุดนี้อยู่แล้ว เพราะตนเชื่อมั่นใน คุณธรรมและจริยธรรมของสมาชิกทุกคน

แนวคิดดังกล่าวสามารถทำได้อยู่แล้ว เพราะปัจจุบันบริษัทมีการขยายเครือข่ายในลักษณะธุรกิจแฟรนไชส์ สมาชิกที่เป็น เจ้าของแฟรนไชส์ จึงเปรียบเหมือนเจ้าของ ธุรกิจที่มีอำนาจตัดสินใจ มีอำนาจในการบริหารโดยเอกเทศอยู่แล้ว และส่วนต่างของสินค้าทั้งหมดที่สมาชิกนำมาขายนั้น ก็จะเป็นของพวกเขาทั้งหมด โดยที่บริษัทจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง ถือเป็นการช่วยเหลือ สนับสนุนการดำเนินงานของสมาชิกให้พวก เขาสามารถเติบโตบนธุรกิจขายตรงได้อีกทางหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม นายเชน ได้เปิดเผย ถึงผลประกอบการของบริษัทในช่วงครึ่งปีแรกว่า เติบโตขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และในปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 220 ล้านบาท

‘ดาวปูแดง-Daopoodaeng’ เทหน้าตักเปิดโรงงานใหม่หวังดึงนักลงทุนเตรียมการเข้าตลาดหลักทรัพย์


“ดาวปูแดง” ทุ่มทุน 180 ล้านบาท เปิดโรงงานใหม่ รองรับแผนการเดินหน้า เข้าตลาดหลักทรัพย์ เตรียมยื่นเรื่องเข้า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สิ้นเดือนมิ.ย.นี้ พร้อมเดินหน้าผลักดันแฟรนไชส์ของบริษัท หวังเปิดเพิ่มอีกกว่า 100 สาขา บอกให้โอกาสสมาชิกมีสิทธิ์ในแฟรนไชส์เต็มที่ เปิดทางรับสินค้าอื่นเข้าขายในร้าน

นายเชน ใจซื่อ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นิวตริริช จำกัด ผู้ผลิตและ จำหน่ายปุ๋ยอินทรีย์ “ดาวปูแดง” และผลิตภัณฑ์การเกษตรแบบครบวงจร เปิดเผย “สยามธุรกิจ” ว่า สำหรับปีนี้บริษัทมีแผนดำเนินงานที่สำคัญหลายเรื่องด้วยกัน โดยในช่วงต้นปีที่ผ่านมา บริษัทได้เริ่มดำเนิน การก่อสร้างสำนักงานแห่งใหม่ บนเนื้อที่ 28 ไร่ โดยใช้งบลงทุนกว่า 180 ล้านบาท ซึ่งไม่รวมกับงบการจัดซื้อที่ดิน

“ที่ดินดังกล่าว ตนได้ซื้อไว้เมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว โดยเป็นพื้นที่ซึ่งอยู่ใกล้กับสำนักงานใหญ่ และโรงงานการผลิตของบริษัท ใน จังหวัดสุพรรณบุรี หลังจากที่ตนเห็นถึงศักยภาพและความพร้อมของธุรกิจ จึงคิดว่าน่าจะถึงเวลาแล้วที่บริษัทจะได้ทำการขยาย พื้นที่สร้างสำนักงานแห่งใหม่ ที่ใหญ่กว่าเดิม หลายเท่า เพื่อรองรับการเติบโตที่จะเพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่องในอนาคต”

นายเชน ได้กล่าวถึงการจัดสร้างสำนักงานแห่งใหม่ต่อว่า บริษัทแบ่งพื้นที่สำหรับสำนักงานใหญ่ไว้หลายส่วนด้วยกัน คือ นอกจากมีสำนักงานออฟฟิศที่ใช้สำหรับ การติดต่อ ซื้อขาย ติดต่อดำเนินงานเรื่องต่างๆ แล้ว บริษัทจะมีการแบ่งพื้นที่เพื่อจัดสร้างรีสอร์ตเป็นของตนเอง เพื่อใช้เป็นสถาน ที่สำหรับการฝึกอบรม จัดกิจกรรมต่างๆ ของ บริษัท จากเมื่อก่อนที่บริษัทและทีมสมาชิกต้องตระเวนหาพื้นที่ฝึกอบรมด้วยตนเอง ซึ่งอาจเกิดปัญหาเรื่องความพร้อมของสถานที่ ความพร้อมของสมาชิกแต่ละคน ดังนั้น ตนจึงคิดว่าการสร้างรีสอร์ตเป็นของ บริษัทเองจะช่วยแก้ปัญหาในจุดนี้ได้ ทั้งนี้ตนได้ทดลองสร้างรีสอร์ตเล็กๆ ภายในพื้นที่ สำนักงานเก่า เพื่อเป็นศูนย์ฝึกอบรมหลัก ปรากฏว่า สมาชิกมีความพึงพอใจ และมีความกระตือรือร้นในการเข้าร่วมกิจกรรมมากขึ้น เรื่องดังกล่าวจึงน่าจะส่งผลดีต่อการ ขยายเครือข่ายของบริษัทต่อไปในอนาคต ทั้งนี้คาดว่าการก่อสร้างสำนักงานแห่งใหม่น่าจะเสร็จสมบูรณ์ภายในสิ้นปีหน้า

นอกจากนั้น เมื่อประมาณต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา บริษัท ดาวปูแดง ได้มี การยื่นเรื่องเพื่อเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ตาม โครงการ “หุ้นใหม่ ความภูมิใจของจังหวัด” ที่จัดตั้งขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อฉลองครบรอบ 20 ปีของการ ก่อตั้ง ก.ล.ต. 

“บริษัทที่จะเข้าร่วมโครงการดังกล่าว ได้ต้องมีคุณสมบัติ 4 ข้อ คือ ต้องเป็นบริษัทที่จัดตั้งในต่างจังหวัดหรือทำธุรกิจในต่างจังหวัด, มีทุนจดทะเบียนก่อตั้งบริษัทไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท, ต้องทำประโยชน์ให้กับจังหวัด หรือช่วยเหลือสังคมอย่างสม่ำเสมอ, และสุดท้ายมีผลดำเนินงานมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ปี และบริหารงานภายใต้ผู้บริหารชุดปัจจุบันติดต่อกันไม่ต่ำกว่า 1 ปี พร้อมทั้งมีผลกำไรในงบการเงินงวดล่าสุด ซึ่งหากคุณสมบัติต่างๆ ผ่านจะต้องยื่นเรื่อง มาที่สภาอุตฯ สภาหอฯ จังหวัด เพื่อดูว่าเข้าเกณฑ์ทั้ง 4 ข้อหรือไม่ จากนั้นก็จะเสนอ เรื่องมายัง ก.ล.ต.ภายในสิ้นเดือนมิ.ย.นี้”

นายเชนได้กล่าวถึงข้อดีของการจัดตั้งโครงการดังกล่าวว่า เป็นการเปิดกว้างให้แก่ธุรกิจต่างๆ ในต่างหวัดให้สามารถเข้าสู่ ตลาดหลักทรัพย์ได้มากขึ้น เพราะจากข้อมูล การสำรวจของ ก.ล.ต.พบว่า จำนวน 500 บริษัทที่มีนามสกุล “จำกัด (มหาชน)” มีเพียง 7% เท่านั้นที่เป็นบริษัทซึ่งอยู่นอกเขต กรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งถือว่าน้อยมาก โครงการดังกล่าวจึงเป็นการส่งเสริม สนับสนุน ธุรกิจต่างจังหวัดที่มีศักยภาพ มีความพร้อม แต่ขาดโอกาสเข้าจดทะเบียนในตลาด หลักทรัพย์ ได้มีโอกาสในจุดนี้มากขึ้น ซึ่งตน มั่นใจว่า “ดาวปูแดง” จะสามารถผ่านคุณสมบัติหรือเงื่อนไขต่างๆ ตามโครงการ จนสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เป็นบริษัทเล็กๆ ที่สามารถใช้นามสกุล “จำกัด (มหาชน)” ได้อย่างแน่นอน ซึ่งน่าจะไม่เกินปลายปีหน้า

อย่างไรก็ดี ด้านแผนการตลาด ในปีนี้บริษัทได้ตั้งเป้าขยายสาขาแฟรนไชส์เพิ่มขึ้นอีก 10% จากปัจจุบันที่มีอยู่ทั้งหมด 1,200 สาขาทั่วประเทศ โดยใช้กลยุทธ์เพิ่มความถี่ ในการจัดฝึกอบรม เกี่ยวกับการดูแล บริหาร ธุรกิจแฟรนไชส์และโอกาสแห่งความสำเร็จ เพื่อดึงศักยภาพและสร้างแรงกระตุ้นให้นักธุรกิจประสบความสำเร็จดังเป้าหมายที่วาง ไว้ นอกจากนั้นในไตรมาสหลังนี้บริษัทจะมีการผลิตสินค้าใหม่เพิ่มอีก 1 รายการ คือ ฮอร์โมนพืช ที่เรียกว่า Oxin เป็นผลิตภัณฑ์ ที่นำเข้ามาจากประเทศเบลเยียม โดยมีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการแตกตัวของเซลล์ ทำให้พืชเติบโตไว ถือเป็นสินค้าแห่งนวัตกรรมที่หลายคนกำลังให้ความสนใจ

ทั้งนี้ เมื่อถามถึงอนาคตบริษัทจะมีการ แตกไลน์สินค้าในกลุ่มอื่นๆ เพิ่มหรือไม่นั้น นายเชน กล่าวว่า “มีแน่นอน แต่บริษัทจะไม่ผลิตและไม่ได้นำเข้ามาเพื่อเป็นผู้จัดจำหน่าย โดยบริษัทเอง แต่จะให้สมาชิกนักธุรกิจสามารถนำสินค้าในกลุ่มอื่นๆ ที่นอกเหนือจากสินค้าของบริษัทเข้ามาขายได้ โดยอาจ เป็นผลิตภัณฑ์ในธุรกิจขายตรงอื่นๆ ก็ได้ ตน ไม่ปิดกั้นในจุดนี้อยู่แล้ว เพราะตนเชื่อมั่นใน คุณธรรมและจริยธรรมของสมาชิกทุกคน”

“แนวคิดดังกล่าวสามารถทำได้อยู่แล้ว เพราะปัจจุบันบริษัทมีการขยายเครือข่ายในลักษณะธุรกิจแฟรนไชส์ สมาชิกที่เป็น เจ้าของแฟรนไชส์ จึงเปรียบเหมือนเจ้าของ ธุรกิจที่มีอำนาจตัดสินใจ มีอำนาจในการบริหารโดยเอกเทศอยู่แล้ว และส่วนต่างของสินค้าทั้งหมดที่สมาชิกนำมาขายนั้น ก็จะเป็นของพวกเขาทั้งหมด โดยที่บริษัทจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง ถือเป็นการช่วยเหลือ สนับสนุนการดำเนินงานของสมาชิกให้พวก เขาสามารถเติบโตบนธุรกิจขายตรงได้อีกทางหนึ่ง”

อย่างไรก็ตาม นายเชน ได้เปิดเผย ถึงผลประกอบการของบริษัทในช่วงครึ่งปีแรกว่า เติบโตขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และในปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 220 ล้านบาท

‘ดาวปูแดง-Daopoodaeng’ เทหน้าตักเปิดโรงงานใหม่หวังดึงนักลงทุนเตรียมการเข้าตลาดหลักทรัพย์


“ดาวปูแดง” ทุ่มทุน 180 ล้านบาท เปิดโรงงานใหม่ รองรับแผนการเดินหน้า เข้าตลาดหลักทรัพย์ เตรียมยื่นเรื่องเข้า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สิ้นเดือนมิ.ย.นี้ พร้อมเดินหน้าผลักดันแฟรนไชส์ของบริษัท หวังเปิดเพิ่มอีกกว่า 100 สาขา บอกให้โอกาสสมาชิกมีสิทธิ์ในแฟรนไชส์เต็มที่ เปิดทางรับสินค้าอื่นเข้าขายในร้าน

นายเชน ใจซื่อ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นิวตริริช จำกัด ผู้ผลิตและ จำหน่ายปุ๋ยอินทรีย์ “ดาวปูแดง” และผลิตภัณฑ์การเกษตรแบบครบวงจร เปิดเผย “สยามธุรกิจ” ว่า สำหรับปีนี้บริษัทมีแผนดำเนินงานที่สำคัญหลายเรื่องด้วยกัน โดยในช่วงต้นปีที่ผ่านมา บริษัทได้เริ่มดำเนิน การก่อสร้างสำนักงานแห่งใหม่ บนเนื้อที่ 28 ไร่ โดยใช้งบลงทุนกว่า 180 ล้านบาท ซึ่งไม่รวมกับงบการจัดซื้อที่ดิน

“ที่ดินดังกล่าว ตนได้ซื้อไว้เมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว โดยเป็นพื้นที่ซึ่งอยู่ใกล้กับสำนักงานใหญ่ และโรงงานการผลิตของบริษัท ใน จังหวัดสุพรรณบุรี หลังจากที่ตนเห็นถึงศักยภาพและความพร้อมของธุรกิจ จึงคิดว่าน่าจะถึงเวลาแล้วที่บริษัทจะได้ทำการขยาย พื้นที่สร้างสำนักงานแห่งใหม่ ที่ใหญ่กว่าเดิม หลายเท่า เพื่อรองรับการเติบโตที่จะเพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่องในอนาคต”

นายเชน ได้กล่าวถึงการจัดสร้างสำนักงานแห่งใหม่ต่อว่า บริษัทแบ่งพื้นที่สำหรับสำนักงานใหญ่ไว้หลายส่วนด้วยกัน คือ นอกจากมีสำนักงานออฟฟิศที่ใช้สำหรับ การติดต่อ ซื้อขาย ติดต่อดำเนินงานเรื่องต่างๆ แล้ว บริษัทจะมีการแบ่งพื้นที่เพื่อจัดสร้างรีสอร์ตเป็นของตนเอง เพื่อใช้เป็นสถาน ที่สำหรับการฝึกอบรม จัดกิจกรรมต่างๆ ของ บริษัท จากเมื่อก่อนที่บริษัทและทีมสมาชิกต้องตระเวนหาพื้นที่ฝึกอบรมด้วยตนเอง ซึ่งอาจเกิดปัญหาเรื่องความพร้อมของสถานที่ ความพร้อมของสมาชิกแต่ละคน ดังนั้น ตนจึงคิดว่าการสร้างรีสอร์ตเป็นของ บริษัทเองจะช่วยแก้ปัญหาในจุดนี้ได้ ทั้งนี้ตนได้ทดลองสร้างรีสอร์ตเล็กๆ ภายในพื้นที่ สำนักงานเก่า เพื่อเป็นศูนย์ฝึกอบรมหลัก ปรากฏว่า สมาชิกมีความพึงพอใจ และมีความกระตือรือร้นในการเข้าร่วมกิจกรรมมากขึ้น เรื่องดังกล่าวจึงน่าจะส่งผลดีต่อการ ขยายเครือข่ายของบริษัทต่อไปในอนาคต ทั้งนี้คาดว่าการก่อสร้างสำนักงานแห่งใหม่น่าจะเสร็จสมบูรณ์ภายในสิ้นปีหน้า

นอกจากนั้น เมื่อประมาณต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา บริษัท ดาวปูแดง ได้มี การยื่นเรื่องเพื่อเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ตาม โครงการ “หุ้นใหม่ ความภูมิใจของจังหวัด” ที่จัดตั้งขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อฉลองครบรอบ 20 ปีของการ ก่อตั้ง ก.ล.ต. 

“บริษัทที่จะเข้าร่วมโครงการดังกล่าว ได้ต้องมีคุณสมบัติ 4 ข้อ คือ ต้องเป็นบริษัทที่จัดตั้งในต่างจังหวัดหรือทำธุรกิจในต่างจังหวัด, มีทุนจดทะเบียนก่อตั้งบริษัทไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท, ต้องทำประโยชน์ให้กับจังหวัด หรือช่วยเหลือสังคมอย่างสม่ำเสมอ, และสุดท้ายมีผลดำเนินงานมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ปี และบริหารงานภายใต้ผู้บริหารชุดปัจจุบันติดต่อกันไม่ต่ำกว่า 1 ปี พร้อมทั้งมีผลกำไรในงบการเงินงวดล่าสุด ซึ่งหากคุณสมบัติต่างๆ ผ่านจะต้องยื่นเรื่อง มาที่สภาอุตฯ สภาหอฯ จังหวัด เพื่อดูว่าเข้าเกณฑ์ทั้ง 4 ข้อหรือไม่ จากนั้นก็จะเสนอ เรื่องมายัง ก.ล.ต.ภายในสิ้นเดือนมิ.ย.นี้”

นายเชนได้กล่าวถึงข้อดีของการจัดตั้งโครงการดังกล่าวว่า เป็นการเปิดกว้างให้แก่ธุรกิจต่างๆ ในต่างหวัดให้สามารถเข้าสู่ ตลาดหลักทรัพย์ได้มากขึ้น เพราะจากข้อมูล การสำรวจของ ก.ล.ต.พบว่า จำนวน 500 บริษัทที่มีนามสกุล “จำกัด (มหาชน)” มีเพียง 7% เท่านั้นที่เป็นบริษัทซึ่งอยู่นอกเขต กรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งถือว่าน้อยมาก โครงการดังกล่าวจึงเป็นการส่งเสริม สนับสนุน ธุรกิจต่างจังหวัดที่มีศักยภาพ มีความพร้อม แต่ขาดโอกาสเข้าจดทะเบียนในตลาด หลักทรัพย์ ได้มีโอกาสในจุดนี้มากขึ้น ซึ่งตน มั่นใจว่า “ดาวปูแดง” จะสามารถผ่านคุณสมบัติหรือเงื่อนไขต่างๆ ตามโครงการ จนสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เป็นบริษัทเล็กๆ ที่สามารถใช้นามสกุล “จำกัด (มหาชน)” ได้อย่างแน่นอน ซึ่งน่าจะไม่เกินปลายปีหน้า

อย่างไรก็ดี ด้านแผนการตลาด ในปีนี้บริษัทได้ตั้งเป้าขยายสาขาแฟรนไชส์เพิ่มขึ้นอีก 10% จากปัจจุบันที่มีอยู่ทั้งหมด 1,200 สาขาทั่วประเทศ โดยใช้กลยุทธ์เพิ่มความถี่ ในการจัดฝึกอบรม เกี่ยวกับการดูแล บริหาร ธุรกิจแฟรนไชส์และโอกาสแห่งความสำเร็จ เพื่อดึงศักยภาพและสร้างแรงกระตุ้นให้นักธุรกิจประสบความสำเร็จดังเป้าหมายที่วาง ไว้ นอกจากนั้นในไตรมาสหลังนี้บริษัทจะมีการผลิตสินค้าใหม่เพิ่มอีก 1 รายการ คือ ฮอร์โมนพืช ที่เรียกว่า Oxin เป็นผลิตภัณฑ์ ที่นำเข้ามาจากประเทศเบลเยียม โดยมีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการแตกตัวของเซลล์ ทำให้พืชเติบโตไว ถือเป็นสินค้าแห่งนวัตกรรมที่หลายคนกำลังให้ความสนใจ

ทั้งนี้ เมื่อถามถึงอนาคตบริษัทจะมีการ แตกไลน์สินค้าในกลุ่มอื่นๆ เพิ่มหรือไม่นั้น นายเชน กล่าวว่า “มีแน่นอน แต่บริษัทจะไม่ผลิตและไม่ได้นำเข้ามาเพื่อเป็นผู้จัดจำหน่าย โดยบริษัทเอง แต่จะให้สมาชิกนักธุรกิจสามารถนำสินค้าในกลุ่มอื่นๆ ที่นอกเหนือจากสินค้าของบริษัทเข้ามาขายได้ โดยอาจ เป็นผลิตภัณฑ์ในธุรกิจขายตรงอื่นๆ ก็ได้ ตน ไม่ปิดกั้นในจุดนี้อยู่แล้ว เพราะตนเชื่อมั่นใน คุณธรรมและจริยธรรมของสมาชิกทุกคน”

“แนวคิดดังกล่าวสามารถทำได้อยู่แล้ว เพราะปัจจุบันบริษัทมีการขยายเครือข่ายในลักษณะธุรกิจแฟรนไชส์ สมาชิกที่เป็น เจ้าของแฟรนไชส์ จึงเปรียบเหมือนเจ้าของ ธุรกิจที่มีอำนาจตัดสินใจ มีอำนาจในการบริหารโดยเอกเทศอยู่แล้ว และส่วนต่างของสินค้าทั้งหมดที่สมาชิกนำมาขายนั้น ก็จะเป็นของพวกเขาทั้งหมด โดยที่บริษัทจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง ถือเป็นการช่วยเหลือ สนับสนุนการดำเนินงานของสมาชิกให้พวก เขาสามารถเติบโตบนธุรกิจขายตรงได้อีกทางหนึ่ง”

อย่างไรก็ตาม นายเชน ได้เปิดเผย ถึงผลประกอบการของบริษัทในช่วงครึ่งปีแรกว่า เติบโตขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และในปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 220 ล้านบาท

วันอาทิตย์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2555

โรคกลัวน้ำ (ท่วม)ระบาด! แบรนด์เกษตร คิดแผนวุ่นหวั่นยอดขายทรุดซ้ำรอย


ธุรกิจขายตรงในยุคกล้าๆ กลัวๆ หวั่นเหตุการณ์อุทกภัยซ้ำรอยขายตรงเกษตรยังถูกจับตามอง หลังปี 54 ยอดขายกระทบหนักสุด “ปูแดง” ผุดสินค้าเสริมอาหารเพิ่มไลน์กระจายความเสี่ยง ด้าน “ดาวปูแดง” มุ่งทำงานเข้าตลาดหลักทรัพย์แชร์ ทุกข์ส่งต่อนายทุน ส่วน “ยูนิไลฟ์” จัดแผนเข้มช่วงต้นปีตุนยอดขาย พร้อมเน้นขยายออกประเทศเพื่อนบ้านลดความเสี่ยง


“จะท่วม หรือ ไม่ท่วม” ยังเป็นประเด็นที่ยากจะทราบคำตอบ จากปีที่ผ่านมา เหตุการณ์มหาอุทกภัยเล่นงานธุรกิจขายตรงจนหลายค่ายถึงกับทรุดเข่าอ่อน โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจเกษตรที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด นำมาซึ่งแผนเอาตัวรอดที่แบรนด์ขายตรง เกษตรต้องคิดและดำเนินการตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อลดความเสี่ยงหากเหตุการณ์จะซ้ำรอย


>> “ปูแดง” หันหาเสริมอาหารลดความเสี่ยง


โดยนายสมปอง แซ่ตั้ง กรรมการบริหาร บริษัท ปูแดง 168 (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยในประเด็นนี้ว่า นโยบายหลักของบริษัทในปีนี้และปีต่อๆ ไป นายสมปอง กล่าวว่า “บริษัทก็ยังคงเน้นใน เรื่องการฝึกอบรม เพราะตนมองว่าการสร้างรากฐานทางธุรกิจ ต้องสร้างจากตัวบุคคล บริษัทจึงได้เดินหน้าสร้างสรรค์คอร์สการฝึกอบรมต่างๆ เพื่อให้สมาชิกได้เรียนรู้ และเข้าใจถึงปณิธานหลัก ดังกล่าว”


ในส่วนแผนงานต่อไปที่บริษัทกำลังเร่งดำเนินการอยู่ในขณะนี้ คือ การเพิ่มสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมากขึ้น เพื่อเพิ่มสมาชิกกลุ่มคนเมือง เนื่องจากที่ผ่านมา บริษัทจะเน้นเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เพื่อชาวเกษตรกรและกลุ่มคนรากหญ้า ดังนั้น การจะเพิ่มกลุ่มคนอื่นๆ นอกจากชาวเกษตรเข้ามาสู่ธุรกิจ บริษัทจึงต้องสร้างไลน์สินค้าอื่นๆ เพิ่มขึ้น โดยขณะนี้ ปูแดงมีสินค้าเสริมอาหารที่นำออกวางจำหน่ายแล้ว คือ ยาว่านชักมดลูก ตราปูแดง


ซึ่งภายใน 3 เดือนที่ผ่านมา ผลตอบรับเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก คือ สินค้าตัวนี้สามารถจำหน่ายได้ต่อเดือนประมาณ 2 หมื่นกล่อง “และในปีนี้บริษัทจะนำผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ออกมาวางจำหน่ายคือ แคปซูลไคโตซาน ปูแดง คาดว่าน่าจะออกจำหน่ายได้ภายในเดือนนี้ และในอนาคตจะนำเข้าผลิตภัณฑ์ยาบรรเทาริดสีดวงทวารหนัก ซึ่งขณะนี้บริษัทให้สมาชิกได้ลองใช้แล้ว ปรากฏว่าเสียงตอบรับดีมาก” นายสมปอง กล่าว


ด้านมุมมองภาพรวมของตลาดขายตรงกลุ่มสินค้าทางการเกษตรในปีนี้ นายสมปอง ให้ความเห็นว่า “เนื่องจากขณะนี้ มีกรณีที่ภาครัฐบาลพยายามประโคมข่าวเรื่องน้ำท่วม ซึ่งส่วนใหญ่จะนำเสนอข่าวในทางลบมากกว่าบวก ตนจึงมองว่ากระแส ตรงนี้จะส่งผลให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมในปีที่แล้ว ก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว คือ เขาจะเกิดการสับสน ว่าควรจะเอาอย่างไรดี เกิดการตั้งคำถาม ที่ว่า “ปีนี้น้ำจะท่วมหรือไม่ท่วม” ดังจะเห็นได้จากช่วงนี้มีคนระงับการลงทุนในเรื่องการเกษตรเยอะมาก ฉะนั้นสินค้าขายตรงในกลุ่มเกษตรปีนี้น่าจะมีปัญหาอย่างแน่นอน”


แต่อย่างไรก็ดี ในแง่ของบริษัทเอง ตนไม่มีความกังวลมากนัก เนื่องจากเราสามารถขายสินค้าในพื้นที่อื่นๆ ได้ เพราะสินค้าของปูแดง กระจายไปทั่วประเทศ และสิ่งสำคัญ “ปูแดง” เป็นแบรนด์สินค้าการเกษตรที่ติดตลาดไปแล้ว คือเป็นแบรนด์ที่พี่น้องเกษตรกรยอมรับ และในขณะนี้ราคาสินค้าก็ถูกลงกว่าเดิม เนื่องจากบริษัท มีโรงงานการผลิตเป็นของตนเอง


>> “ดาวปูแดง” เร่งเครื่อง เข้าตลาดหลักทรัพย์


ด้านนายเชน ใจซื่อ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นิวตริริช จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายปุ๋ยอินทรีย์ “ดาวปูแดง” และผลิตภัณฑ์การเกษตรแบบครบวงจร เปิดเผยว่า “ในปีที่ผ่านมา ปัญหาใหญ่สุดที่บริษัทต้องเผชิญ คือ กรณีอุทกภัยครั้งใหญ่ ซึ่งกระทบต่อแผนการดำเนินงานต่างๆ มากมาย ทำให้ยอดขายในช่วงนั้นไม่โตตามเป้าหมาย แต่อย่างไรก็ดี ยอดขายก็ไม่ได้ตกมากนัก ซึ่งผลสรุปในช่วงปลายปีบริษัทสามารถปิดยอดการขายได้ที่ 200 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากปีที่แล้วประมาณ 10%”


ส่วนแผนกลยุทธ์ในปี 55 นั้น นายเชน กล่าวว่า บริษัทมุ่งมั่นเตรียมการ เพื่อสร้างธุรกิจการเกษตรให้ครบวงจร เนื่องจากดาวปูแดงเติบโตจากเรื่องการเกษตร ดังนั้นจึงต้องทำจุดนี้ให้ดีที่สุด โดยปี 2555 นี้บริษัทจะเน้นการสร้างนวัตกรรมทางสินค้าที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร โดยเริ่มต้นประเดิมตัวแรกด้วยการนำเข้าผลิตภัณฑ์ใหม่จากเยอรมนี ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับ ฮอร์โมนพืช ที่ชื่อว่า Oxin ซึ่งตนคาดว่าสินค้าตัวนี้จะเป็นสินค้าที่สร้างความฮือฮา ได้อีกครั้งหนึ่งอย่างแน่นอน


“ส่วนแผนงานถัดไป อันถือเป็นนโยบายสำคัญที่สุดของบริษัทในปีนี้ คือ การตั้งเป้าเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ และเตรียมความพร้อมเพื่อการเข้าสู่ตลาดอาเซียน โดยนโยบายเพื่อเข้าเป็นบริษัทมหาชนนั้น ขณะนี้ดาวปูแดงกำลังเตรียมความพร้อมต่างๆ เพื่อให้เข้ากับหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งตนมั่นใจว่าไม่เกินปีหน้าบริษัทก็น่าจะจดทะเบียนเป็นมหาชนได้อย่างแน่นอน”


>> “ยูนิไลฟ์” หาพื้นที่แห้งขยายตลาด


นางปราณี พุทธิพิพัฒน์ขจร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ยูนิไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า “บริษัทเตรียมดำเนินกลยุทธ์หลักประการแรก คือ การเน้นโปรโมต สร้างการรับรู้สินค้าชุดประหยัดปุ๋ย 5 พลัง ซึ่งถือเป็นสินค้าเอกของบริษัทเพิ่มเติม โดยจะเน้นการออกสื่อทีวี สื่อดาวเทียมมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้เริ่มเผยแพร่โฆษณาในสินค้าดังกล่าวไปแล้ว และได้รับการตอบรับเป็นที่น่าพอใจ


โดยปัจจุบันยอดขายจากสินค้าชุดประหยัดปุ๋ย 5 พลัง มีประมาณ 30-40% จากยอดขายสินค้าทั้งหมดของบริษัทนอกจากนี้ ในสินค้าชนิดอื่นๆ ขณะนี้บริษัท ก็กำลังเตรียมนำสินค้าตัวใหม่ออกมา คือ ผลิตภัณฑ์สารกำจัดศัตรูพืช ซึ่งหากจะกล่าวว่า เป็นสินค้าชนิดใหม่เลยก็คงไม่ใช่ เพราะสินค้าดังกล่าวเป็นผลิตภัณฑ์ที่บริษัทมีอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมารัฐบาลได้มีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับพ.ร.บ. บังคับใช้วัตถุ อันตรายอยู่ตลอด บริษัทจึงต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยในครั้งนี้ พ.ร.บ.บังคับใช้วัตถุอันตรายฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้ไปเมื่อปีที่แล้ว ขณะนี้บริษัทจึงรอขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ดังกล่าวอยู่ และคาดว่าน่าจะออกตีตลาดได้ประมาณกลางปี


แผนกลยุทธ์ประการต่อมา คือ เน้น การขยายตลาด โดยปีนี้บริษัทจะรุกตลาดไปทั่วทุกภาค ไม่ว่าจะเป็นภาคกลาง, เหนือ อีสาน, ใต้ โดยปัจจุบันพื้นที่ที่สร้างยอดขายให้กับบริษัทมากที่สุด ยังคงเป็นภาคกลาง ส่วนตลาดต่างประเทศ ขณะนี้ประเทศกัมพูชายังคงเป็นพื้นที่เดียวที่สินค้ายูนิไลฟ์ ส่งไปมากที่สุด ส่วนประเทศอื่น เช่น ลาว ยังมีสมาชิกไม่มากนัก


ทั้งนี้ กรณีหากมีอุทกภัยครั้งใหญ่เกิดขึ้นอีก ตนคิดว่า คงจะไม่รุนแรงเช่นปีที่แล้ว เพราะภาครัฐน่าจะเตรียมการรับมือได้ ส่วนบริษัทเองก็ไม่ได้เตรียมการรองรับส่วนนี้ไว้ เนื่องจากมองว่า เหตุการณ์ ดังกล่าวเป็นภัยธรรมชาติ และสิ่งสำคัญ คือ โดยหลักของฤดูกาลเพาะปลูก เรารู้อยู่ว่าเป็นอย่างไร เพราะตนทำธุรกิจนี้มากว่า 10 ปี จึงทำให้ทราบว่าแต่ละฤดูกาลจะเกิดอะไรขึ้น เช่น สมมติว่า ช่วงเดือนนี้น้ำจะท่วม เกษตรกรเขาก็จะเตรียมตัว และจะไม่เพาะปลูก ตนจึงพยายามไปโปรโมตในช่วงที่เขาทำการเพาะปลูกแทน และจากการที่บริษัททำธุรกิจครอบคลุมทั่วประเทศ ดังนั้น แม้บางพื้นที่น้ำท่วม แต่ก็ยังมีพื้นที่อื่นๆ ที่ไม่ท่วม สมาชิกจึงไปทำงานในพื้นที่ เหล่านั้นได้”


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1288 ประจำวันที่ 31-3-2012 ถึง 3-3-2012

โรคกลัวน้ำ (ท่วม)ระบาด! แบรนด์เกษตร คิดแผนวุ่นหวั่นยอดขายทรุดซ้ำรอย


ธุรกิจขายตรงในยุคกล้าๆ กลัวๆ หวั่นเหตุการณ์อุทกภัยซ้ำรอยขายตรงเกษตรยังถูกจับตามอง หลังปี 54 ยอดขายกระทบหนักสุด “ปูแดง” ผุดสินค้าเสริมอาหารเพิ่มไลน์กระจายความเสี่ยง ด้าน “ดาวปูแดง” มุ่งทำงานเข้าตลาดหลักทรัพย์แชร์ ทุกข์ส่งต่อนายทุน ส่วน “ยูนิไลฟ์” จัดแผนเข้มช่วงต้นปีตุนยอดขาย พร้อมเน้นขยายออกประเทศเพื่อนบ้านลดความเสี่ยง


“จะท่วม หรือ ไม่ท่วม” ยังเป็นประเด็นที่ยากจะทราบคำตอบ จากปีที่ผ่านมา เหตุการณ์มหาอุทกภัยเล่นงานธุรกิจขายตรงจนหลายค่ายถึงกับทรุดเข่าอ่อน โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจเกษตรที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด นำมาซึ่งแผนเอาตัวรอดที่แบรนด์ขายตรง เกษตรต้องคิดและดำเนินการตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อลดความเสี่ยงหากเหตุการณ์จะซ้ำรอย


>> “ปูแดง” หันหาเสริมอาหารลดความเสี่ยง


โดยนายสมปอง แซ่ตั้ง กรรมการบริหาร บริษัท ปูแดง 168 (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยในประเด็นนี้ว่า นโยบายหลักของบริษัทในปีนี้และปีต่อๆ ไป นายสมปอง กล่าวว่า “บริษัทก็ยังคงเน้นใน เรื่องการฝึกอบรม เพราะตนมองว่าการสร้างรากฐานทางธุรกิจ ต้องสร้างจากตัวบุคคล บริษัทจึงได้เดินหน้าสร้างสรรค์คอร์สการฝึกอบรมต่างๆ เพื่อให้สมาชิกได้เรียนรู้ และเข้าใจถึงปณิธานหลัก ดังกล่าว”


ในส่วนแผนงานต่อไปที่บริษัทกำลังเร่งดำเนินการอยู่ในขณะนี้ คือ การเพิ่มสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมากขึ้น เพื่อเพิ่มสมาชิกกลุ่มคนเมือง เนื่องจากที่ผ่านมา บริษัทจะเน้นเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เพื่อชาวเกษตรกรและกลุ่มคนรากหญ้า ดังนั้น การจะเพิ่มกลุ่มคนอื่นๆ นอกจากชาวเกษตรเข้ามาสู่ธุรกิจ บริษัทจึงต้องสร้างไลน์สินค้าอื่นๆ เพิ่มขึ้น โดยขณะนี้ ปูแดงมีสินค้าเสริมอาหารที่นำออกวางจำหน่ายแล้ว คือ ยาว่านชักมดลูก ตราปูแดง


ซึ่งภายใน 3 เดือนที่ผ่านมา ผลตอบรับเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก คือ สินค้าตัวนี้สามารถจำหน่ายได้ต่อเดือนประมาณ 2 หมื่นกล่อง “และในปีนี้บริษัทจะนำผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ออกมาวางจำหน่ายคือ แคปซูลไคโตซาน ปูแดง คาดว่าน่าจะออกจำหน่ายได้ภายในเดือนนี้ และในอนาคตจะนำเข้าผลิตภัณฑ์ยาบรรเทาริดสีดวงทวารหนัก ซึ่งขณะนี้บริษัทให้สมาชิกได้ลองใช้แล้ว ปรากฏว่าเสียงตอบรับดีมาก” นายสมปอง กล่าว


ด้านมุมมองภาพรวมของตลาดขายตรงกลุ่มสินค้าทางการเกษตรในปีนี้ นายสมปอง ให้ความเห็นว่า “เนื่องจากขณะนี้ มีกรณีที่ภาครัฐบาลพยายามประโคมข่าวเรื่องน้ำท่วม ซึ่งส่วนใหญ่จะนำเสนอข่าวในทางลบมากกว่าบวก ตนจึงมองว่ากระแส ตรงนี้จะส่งผลให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมในปีที่แล้ว ก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว คือ เขาจะเกิดการสับสน ว่าควรจะเอาอย่างไรดี เกิดการตั้งคำถาม ที่ว่า “ปีนี้น้ำจะท่วมหรือไม่ท่วม” ดังจะเห็นได้จากช่วงนี้มีคนระงับการลงทุนในเรื่องการเกษตรเยอะมาก ฉะนั้นสินค้าขายตรงในกลุ่มเกษตรปีนี้น่าจะมีปัญหาอย่างแน่นอน”


แต่อย่างไรก็ดี ในแง่ของบริษัทเอง ตนไม่มีความกังวลมากนัก เนื่องจากเราสามารถขายสินค้าในพื้นที่อื่นๆ ได้ เพราะสินค้าของปูแดง กระจายไปทั่วประเทศ และสิ่งสำคัญ “ปูแดง” เป็นแบรนด์สินค้าการเกษตรที่ติดตลาดไปแล้ว คือเป็นแบรนด์ที่พี่น้องเกษตรกรยอมรับ และในขณะนี้ราคาสินค้าก็ถูกลงกว่าเดิม เนื่องจากบริษัท มีโรงงานการผลิตเป็นของตนเอง


>> “ดาวปูแดง” เร่งเครื่อง เข้าตลาดหลักทรัพย์


ด้านนายเชน ใจซื่อ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นิวตริริช จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายปุ๋ยอินทรีย์ “ดาวปูแดง” และผลิตภัณฑ์การเกษตรแบบครบวงจร เปิดเผยว่า “ในปีที่ผ่านมา ปัญหาใหญ่สุดที่บริษัทต้องเผชิญ คือ กรณีอุทกภัยครั้งใหญ่ ซึ่งกระทบต่อแผนการดำเนินงานต่างๆ มากมาย ทำให้ยอดขายในช่วงนั้นไม่โตตามเป้าหมาย แต่อย่างไรก็ดี ยอดขายก็ไม่ได้ตกมากนัก ซึ่งผลสรุปในช่วงปลายปีบริษัทสามารถปิดยอดการขายได้ที่ 200 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากปีที่แล้วประมาณ 10%”


ส่วนแผนกลยุทธ์ในปี 55 นั้น นายเชน กล่าวว่า บริษัทมุ่งมั่นเตรียมการ เพื่อสร้างธุรกิจการเกษตรให้ครบวงจร เนื่องจากดาวปูแดงเติบโตจากเรื่องการเกษตร ดังนั้นจึงต้องทำจุดนี้ให้ดีที่สุด โดยปี 2555 นี้บริษัทจะเน้นการสร้างนวัตกรรมทางสินค้าที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร โดยเริ่มต้นประเดิมตัวแรกด้วยการนำเข้าผลิตภัณฑ์ใหม่จากเยอรมนี ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับ ฮอร์โมนพืช ที่ชื่อว่า Oxin ซึ่งตนคาดว่าสินค้าตัวนี้จะเป็นสินค้าที่สร้างความฮือฮา ได้อีกครั้งหนึ่งอย่างแน่นอน


“ส่วนแผนงานถัดไป อันถือเป็นนโยบายสำคัญที่สุดของบริษัทในปีนี้ คือ การตั้งเป้าเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ และเตรียมความพร้อมเพื่อการเข้าสู่ตลาดอาเซียน โดยนโยบายเพื่อเข้าเป็นบริษัทมหาชนนั้น ขณะนี้ดาวปูแดงกำลังเตรียมความพร้อมต่างๆ เพื่อให้เข้ากับหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งตนมั่นใจว่าไม่เกินปีหน้าบริษัทก็น่าจะจดทะเบียนเป็นมหาชนได้อย่างแน่นอน”


>> “ยูนิไลฟ์” หาพื้นที่แห้งขยายตลาด


นางปราณี พุทธิพิพัฒน์ขจร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ยูนิไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า “บริษัทเตรียมดำเนินกลยุทธ์หลักประการแรก คือ การเน้นโปรโมต สร้างการรับรู้สินค้าชุดประหยัดปุ๋ย 5 พลัง ซึ่งถือเป็นสินค้าเอกของบริษัทเพิ่มเติม โดยจะเน้นการออกสื่อทีวี สื่อดาวเทียมมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้เริ่มเผยแพร่โฆษณาในสินค้าดังกล่าวไปแล้ว และได้รับการตอบรับเป็นที่น่าพอใจ


โดยปัจจุบันยอดขายจากสินค้าชุดประหยัดปุ๋ย 5 พลัง มีประมาณ 30-40% จากยอดขายสินค้าทั้งหมดของบริษัทนอกจากนี้ ในสินค้าชนิดอื่นๆ ขณะนี้บริษัท ก็กำลังเตรียมนำสินค้าตัวใหม่ออกมา คือ ผลิตภัณฑ์สารกำจัดศัตรูพืช ซึ่งหากจะกล่าวว่า เป็นสินค้าชนิดใหม่เลยก็คงไม่ใช่ เพราะสินค้าดังกล่าวเป็นผลิตภัณฑ์ที่บริษัทมีอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมารัฐบาลได้มีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับพ.ร.บ. บังคับใช้วัตถุ อันตรายอยู่ตลอด บริษัทจึงต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยในครั้งนี้ พ.ร.บ.บังคับใช้วัตถุอันตรายฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้ไปเมื่อปีที่แล้ว ขณะนี้บริษัทจึงรอขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ดังกล่าวอยู่ และคาดว่าน่าจะออกตีตลาดได้ประมาณกลางปี


แผนกลยุทธ์ประการต่อมา คือ เน้น การขยายตลาด โดยปีนี้บริษัทจะรุกตลาดไปทั่วทุกภาค ไม่ว่าจะเป็นภาคกลาง, เหนือ อีสาน, ใต้ โดยปัจจุบันพื้นที่ที่สร้างยอดขายให้กับบริษัทมากที่สุด ยังคงเป็นภาคกลาง ส่วนตลาดต่างประเทศ ขณะนี้ประเทศกัมพูชายังคงเป็นพื้นที่เดียวที่สินค้ายูนิไลฟ์ ส่งไปมากที่สุด ส่วนประเทศอื่น เช่น ลาว ยังมีสมาชิกไม่มากนัก


ทั้งนี้ กรณีหากมีอุทกภัยครั้งใหญ่เกิดขึ้นอีก ตนคิดว่า คงจะไม่รุนแรงเช่นปีที่แล้ว เพราะภาครัฐน่าจะเตรียมการรับมือได้ ส่วนบริษัทเองก็ไม่ได้เตรียมการรองรับส่วนนี้ไว้ เนื่องจากมองว่า เหตุการณ์ ดังกล่าวเป็นภัยธรรมชาติ และสิ่งสำคัญ คือ โดยหลักของฤดูกาลเพาะปลูก เรารู้อยู่ว่าเป็นอย่างไร เพราะตนทำธุรกิจนี้มากว่า 10 ปี จึงทำให้ทราบว่าแต่ละฤดูกาลจะเกิดอะไรขึ้น เช่น สมมติว่า ช่วงเดือนนี้น้ำจะท่วม เกษตรกรเขาก็จะเตรียมตัว และจะไม่เพาะปลูก ตนจึงพยายามไปโปรโมตในช่วงที่เขาทำการเพาะปลูกแทน และจากการที่บริษัททำธุรกิจครอบคลุมทั่วประเทศ ดังนั้น แม้บางพื้นที่น้ำท่วม แต่ก็ยังมีพื้นที่อื่นๆ ที่ไม่ท่วม สมาชิกจึงไปทำงานในพื้นที่ เหล่านั้นได้”


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1288 ประจำวันที่ 31-3-2012 ถึง 3-3-2012

วันพุธที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2555

"ดาวปูแดง" โหมรากหญ้าหนักชูแผนป่าล้อมเมืองนำทางเข้าตลาดหลักทรัพย์


"ดาวปูแดง" ไม่เลิก ฝันเข้าตลาดหลักทรัพย์ติดป้ายชื่อเป็นบริษัทมหาชน เดินหน้ากลยุทธ์ "ป่าล้อมเมือง" สานต่อพันธกิจใหญ่ ถูกใจแผนแฟรนไชส์ของบริษัท ผู้บริโภคให้ความสนใจต่อเนื่อง แต่ แอบหวั่นค้าเสรีเปิดเมื่อไหร่ การแข่งขันสูงขึ้น ตลาดเกษตรไทยได้รับผลกระทบ


นายเชน ใจซื่อ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นิวตริริช จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่าย ปุ๋ยอินทรีย์ "ดาวปูแดง" และผลิตภัณฑ์การเกษตรแบบครบวงจร เปิดเผยต่อ "สยามธุรกิจ" ว่า จากกรณีปัญหาอุทกภัยครั้งใหญ่ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานต่างๆ ของบริษัทมากมาย ทำให้ยอดขายในช่วงนั้นไม่โตตามเป้าหมาย ซึ่งผลสรุปในช่วงปลายปี 54 บริษัทสามารถปิดยอดการขายได้ที่ 200 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากปีก่อนไม่มากนัก


สำหรับการทำตลาดในปี 2555 นั้น นายเชน กล่าวว่า บริษัทจะใช้ทฤษฎีป่าล้อม เมือง คือ รุกตลาดต่างจังหวัดให้มีฐานสมาชิก และผู้บริโภคที่แข็งแกร่งก่อน แล้วจะขยายสู่เมือง เพราะดาวปูแดงถือเป็นบริษัทที่เติบโตมาจากต่างจังหวัด โดยคนรากหญ้า หรือชาวเกษตรกร ทั้งนี้ การรุกตลาดดังกล่าวนั้น จะดำเนินการไปพร้อมกับการฝึกอบรม สร้างการรับรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องของสมาชิกดาวปูแดง


ทั้งนี้นายเชน ได้เปิดเผยต่อว่า เนื่องจากดาวปูแดงเติบโตมาจากสินค้าทางการเกษตร ดังนั้นบริษัทจึงต้องสร้างผลิตภัณฑ์ดังกล่าวให้ดีที่สุด ต้องเป็นผู้นำของตลาดการเกษตร ซึ่งในปี 55 นี้ดาวปูแดงจะเน้นการสร้างนวัตกรรมทางสินค้าที่แปลกใหม่ ไม่ซ้ำใคร โดยผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะเปิดตัวภายในเดือนหน้านี้ คือ ฮอร์โมนพืช ชนิดของเหลว เป็นสินค้านำเข้าจากประเทศเบลเยียม มีคุณสมบัติช่วยขยายเซลล์พืช ให้เติบโตขึ้น


ส่วนการขยายตลาดนั้น ขณะนี้บริษัท ได้เปิดดำเนินการในเรื่องของแฟรนไชส์แล้ว 100% ซึ่งมีผู้ให้ความสนใจเปิดเเฟรนไชส์ ในแต่ละเดือนประมาณ 20 แฟรนไชส์ โดยบริษัทจะค่อยๆ รุกตลาดในแต่ละตำบล แต่ละอำเภอ ซึ่งขณะนี้มีสมาชิกเปิดไปแล้ว ประมาณ 1 พันแฟรนไชส์ ส่วนโปรโมชั่นเอาใจสมาชิกในปีนี้ บริษัทเตรียมนำสมาชิก นักธุรกิจท่องเที่ยวประเทศกัมพูชา และ เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ซึ่งที่ผ่านมามีสมาชิกสามารถทำคะแนนเข้าร่วมทริปได้ไม่ต่ำกว่า 200 คน นอกจากนี้ ยังมีโปรแกรมท่องเที่ยว ภายในประเทศอีกมากมาย ดังนั้นจากภาพรวมแผนการดำเนินงานทั้งหมดภายในปีนี้ ทำให้ตนคาดว่าบริษัทดาวปูแดง น่าจะมียอดขายเติบโตขึ้นจากปีที่แล้วประมาณ 10% 


อย่างไรก็ดี สิ่งที่บริษัทให้ความสนใจมากที่สุดในขณะนี้ คือ การตั้งเป้าเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ และเตรียมความพร้อมเพื่อการเข้าสู่ตลาดอาเซียน โดยนโยบายเพื่อเข้าเป็นบริษัทมหาชนนั้นขณะนี้ดาวปูแดงกำลังเตรียมความพร้อมต่างๆ เพื่อให้เข้ากับหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งตนมั่นใจว่าไม่เกินปี 2558 บริษัทก็น่าจะจดทะเบียนเป็นมหาชนได้อย่างแน่นอน


"ส่วนการเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับการเปิดเสรีเศรษฐกิจอาเซียนนั้น ขณะนี้บริษัทได้ขยายงานไปในหลายๆ ประเทศแล้ว โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งปัจจุบันยอดขายจากต่างประเทศมีสัดส่วนประมาณ 10% จากยอดขายรวมทั้งหมดของบริษัท แต่อย่างไรก็ตามในมุมมองของตน คิดว่าการเปิดเสรีเศรษฐกิจอาเซียน ไม่ได้ส่งผลในแง่ดี ทั้งหมด เพราะแม้การเปิดเสรีจะส่งผลให้การค้า ต่างๆ เปิดกว้าง และมีความสะดวกสบายมากขึ้น แต่ถ้าบริษัทไหนมีรากฐานที่ไม่แข็งแกร่ง ก็อาจล้มได้โดยง่าย เพราะเมื่อกำแพงภาษีถูก ยกเลิกตลาดสินค้า และตลาดแรงงานก็จะมี การแข่งขันกันอย่างรุนแรงขึ้น" นายเชน กล่าว


นอกจากนี้ นายเชนยังแสดงทรรศนะ ถึงภาพรวมของธุรกิจขายตรงในกลุ่มสินค้า การเกษตรว่า "จากการที่สินค้าทางการเกษตรมีมูลค่าการตลาดประมาณแสนล้านบาทต่อปี และประชาชนโดยส่วนใหญ่ในประเทศไทย ประกอบอาชีพทำการเกษตร ทำให้ตนเชื่อมั่นว่าอุตสาหกรรมดังกล่าวจะต้องเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องแน่นอน ถือเป็นสินค้ามหาชนที่ประชาชนกลุ่มใหญ่ใช้ และขาดไม่ได้ การแข่งขันในปัจจุบันจึงสูงมาก ฉะนั้นการที่จะต่อสู้บนสังเวียนนี้ได้ บริษัทจึงต้องเน้นคุณภาพกับนวัตกรรมให้มีความต่อเนื่อง และตรงตามความต้องการของประชาชนโดยส่วนใหญ่เท่านั้น"



ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1287 ประจำวันที่ 28-3-2012 ถึง 30-3-2012