ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เฮอร์บาไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เฮอร์บาไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ข่าวเฮอร์บาไลฟ์ (Herbalife) จัดกิจกรรมเดินวิ่ง 5 กิโลเมตร ณ ใจกลางกรุงเทพฯ ประกาศหนุนการสร้างเสริมสุขภาพที่ดี

เฮอร์บาไลฟ์จัดกิจกรรมเดินวิ่ง 5 กิโลเมตร ณ ใจกลางกรุงเทพฯ
ประกาศหนุนการสร้างเสริมสุขภาพที่ดี



[gallery columns="4" ids="20868,20869,20870,20871"]


กรุงเทพฯ/ 16 ตุลาคม 2556 – เฮอร์บาไลฟ์ บริษัทโภชนาการชั้นนำระดับโลก จัดกิจกรรมเดินวิ่งระยะทาง 5 กิโลเมตรวานนี้ที่สวนลุมพินี พร้อมผู้จำหน่ายอิสระเฮอร์บาไลฟ์กว่า 600 คนจากทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกให้ความสนใจเข้าร่วม กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพนี้จัดขึ้นร่วมกับการประชุมผู้จำหน่ายอิสระระดับผู้นำของเฮอร์บาไลฟ์ประจำภูมิภาคดังกล่าว ซึ่งจัดขึ้นในกรุงเทพฯ สัปดาห์นี้


 


“กิจกรรมเดินวิ่งระยะทาง 5 กิโลเมตรนี้ไม่เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์ของการฉลองวิถีชีวิตสุขภาพดีของผู้จำหน่ายอิสระเฮอร์บาไลฟ์หลายร้อยคนที่เข้าร่วมเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งเสริมให้ผู้คนตระหนักถึงความสำคัญของการมีสุขภาพดีและการใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉง อันเป็นผลมาจากการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและการมีโภชนาการที่ดี” มร. วิลเลียม เอ็ม. ราห์น รองประธานอาวุโสและกรรมการผู้อำนวยการเฮอร์บาไลฟ์ ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกกล่าว


 


กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นในช่วงเช้าตรู่ โดยเปิดฉากด้วยการวอร์มอัพที่นำโดยอดีตนักกีฬาโอลิมปิก


ซาแมนธา เคลย์ตัน ผู้อำนวยการด้านการส่งเสริมสุขภาพและการศึกษาของเฮอร์บาไลฟ์ “ฉันแนะนำให้ทุกคนเริ่มต้นในการเดินหรือวิ่งวันนี้ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ตั้งเป้าลงแข่งขันในครั้งนี้อย่างจริงจังก็ตาม” 


เคลย์ตันกล่าว “การมีสุขภาพที่ดีก็เพื่อสิ่งที่อยู่ภายใน ร่างกายของคุณเปรียบเหมือนกับยานพาหนะที่จะรับใช้คุณไปชั่วชีวิต ดังนั้นคุณจึงต้องหมั่นซ่อมบำรุง ดูแลร่างกายของตนเองด้วยโภชนาการและกิจกรรมที่ดีต่อสุขภาพทุกวัน”


 


กิจกรรมเดินวิ่ง 5 กิโลเมตรครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้บรรยากาศสนุกสนานและเป็นกันเอง เต็มไปด้วยมิตรภาพและแรงบันดาลใจแห่งการมีสุขภาพดีที่หยิบยื่นให้กันตลอดเส้นทาง โดยผู้จำหน่ายที่เข้าเส้นชัยเร็วที่สุดสามคนแรก ทั้งประเภทชายและหญิง ได้รับถ้วยรางวัลชนะเลิศ ส่วนผู้จำหน่ายที่เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนก็ได้รับเหรียญรางวัลที่ระลึกแทนคำขอบคุณจากเฮอร์บาไลฟ์ที่ได้ร่วมส่งเสริมการมีสุขภาพที่แข็งแรงและวิถีชีวิตที่กระฉับกระเฉงร่วมกัน


 


เกี่ยวกับเฮอร์บาไลฟ์


บริษัท เฮอร์บาไลฟ์ (NYSE:HLF) เป็นบริษัทโภชนาการระดับโลก โดยจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อการจัดการน้ำหนัก ผลิตภัณฑ์โภชนาการ และผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณและเส้นผมเพื่อสุขภาพที่ดี ผลิตภัณฑ์ของเฮอร์บาไลฟ์ได้รับการจำหน่ายในกว่า 80 ประเทศทั่วโลกเพื่อการบริโภคส่วนตัวของผู้จำหน่ายอิสระและผ่านทางเครือข่ายของผู้จำหน่ายอิสระไปยังผู้บริโภค  บริษัทให้การสนับสนุนเฮอร์บาไลฟ์ แฟมิลี่ ฟาวเดชั่น (Herbalife Family Foundation : HFF) และโครงการคาซ่า เฮอร์บาไลฟ์เพื่อสนับสนุนการนำพาโภชนาการที่ดีไปสู่เด็ก เว็ปไซด์ของเฮอร์บาไลฟ์จะให้ข้อมูลที่สำคัญอย่างเพียงพอเกี่ยวกับเฮอร์บาไลฟ์ รวมถึงข้อมูลด้านการเงินและข้อมูลอื่นๆ สำหรับนักลงทุนโดยเข้าชมได้ที่ http://ir.Herbalife.com บริษัทขอเชิญชวนให้นักลงทุนเข้าเยี่ยมชมเว็ปไซด์อย่างต่อเนื่องเป็นระยะๆ เพราะข้อมูลจะได้รับการปรับให้ทันสมัยอยู่เสมอ


 


ศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารเฮอร์บาไลฟ์
คุณวันดี เลิศสุพงศ์กิจ หรือคุณภัทรียา ภาคพาไชย
โทร. 02 233 4329-30 หรืออีเมล์ pr@francomasia.com

วันอังคารที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ข่าวเฮอร์บาไลฟ์ (Herbalife) : สสปน. ชูศักยภาพประเทศไทย เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งใหญ่สุดแห่งปี Herbalife Asia Pacific Extravaganza 2013







Saturday


การประชุมครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของปี ดึงดูดผู้จำหน่ายอิสระของเฮอร์บาไลฟ์เข้าร่วมงานกว่า 23,000 คน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 16 มิถุนายน ที่ผ่านมา ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็คเมืองทองธานี


กรุงเทพฯ - 17 มิถุนายน 2556 เฮอร์บาไลฟ์ จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวงาน เฮอร์บาไลฟ์ เอเชีย แปซิฟิก เอ็กซตร้าวาแกนซา 2013 (Herbalife Asia Pacific Extravaganza 2013) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 16 มิถุนายน ที่ผ่านมา ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมีผู้จำหน่ายอิสระเฮอร์บาไลฟ์เข้าร่วมงานกว่า 23,000 คน จาก 12 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทำให้งานครั้งนี้เป็นการจัดงานประชุมองค์กรที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยในปีนี้


Herbalife Asia Pacific Extravaganza เป็นการประชุมระดับภูมิภาคของเฮอร์บาไลฟ์ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อสร้างเวทีฉลองความสำเร็จทางธุรกิจให้แก่ผู้จำหน่ายอิสระเฮอร์บาไลฟ์ และเป็นโอกาสในการเข้ารับการฝึกอบรม อัพเดทข้อมูลผลิตภัณฑ์ล่าสุด ตลอดจนรับคำชี้แนะเกี่ยวกับการสร้างธุรกิจจากผู้นำของเฮอร์บาไลฟ์และผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ


นายนพรัตน์ เมธาวีกุลชัย ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. กล่าวว่า นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่เฮอร์บาไลฟ์เลือกประเทศไทยเป็นสถานที่จัดประชุม Herbalife Asia Pacific Extravaganza อีกครั้ง สสปน. ในฐานะหน่วยงานของรัฐที่ทำงานภายใต้การกำกับดูแลของสำนักนายกรัฐมนตรี มีพันธกิจเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรม MICE คือ การจัดประชุมสัมมนา การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล และการจัดงานแสดงสินค้านานาชาติในประเทศไทย ให้มีศักยภาพสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ของ สสปน. ในการเชื่อมโยงโอกาสธุรกิจในเอเชีย และชูศักยภาพของไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมนานาชาติขนาดใหญ่ นอกจากนี้ งานนี้ยังเป็นการแสดงความพร้อมและศักยภาพของไทยในฐานะการเป็นศูนย์กลางในการจัดนิทรรศการและการประชุมที่ทันสมัย พร้อมสรรพด้วยสาธารณูปโภคพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ได้มาตรฐานระดับโลก


เพื่อส่งเสริมกลยุทธ์การตลาดซึ่งเน้นตลาด MICE ในเอเชีย สสปน. ได้ให้ความร่วมมือเพื่อสนับสนุนการจัดประชุมของเฮอร์บาไลฟ์อย่างเต็มที่ ซึ่งงานในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการประชาสัมพันธ์จุดเด่นด้านอัธยาศัยไมตรีอันดีของไทย อาหารอร่อย และวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ แต่ยังก่อให้เกิดผลดีทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล โดยคาดว่าจะสร้างรายได้เข้าประเทศสูงถึง 1,840 ล้านบาท


นายนพรัตน์ยังกล่าวด้วยว่า อุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักที่จะสร้างความเติบโตให้แก่ตลาด MICE ของไทย ควบคู่ไปกับอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์และอุปกรณ์ตกแต่ง เครื่องสำอาง เคมีภัณฑ์ การเงินการธนาคาร ประกันภัย อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า และการท่องเที่ยว โดยคาดว่าในปี 2556 อุตสาหกรรม MICE จะสร้างรายได้รวมทั้งสิ้น 88,000 ล้านบาท (ราว 2,910 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ) และมีผู้เข้าร่วมงานราว 940,000 คน ความสำเร็จของงาน Herbalife Asia Pacific Extravaganza ในครั้งนี้ จึงจะเป็นบทพิสูจน์สำคัญที่แสดงให้เห็นศักยภาพอันโดดเด่นของไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมนานาชาติขนาดใหญ่


การจัดงานในครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 6 ที่เฮอร์บาไลฟ์เลือกประเทศไทยเป็นสถานที่จัดประชุมสำหรับผู้จำหน่ายอิสระจากทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้แก่ ออสเตรเลีย ฮ่องกง อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย มาเก๊า นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไต้หวัน ไทย และเวียดนาม ในปีนี้เฮอร์บาไลฟ์ยังได้จัดการประชุมขึ้นพร้อมกันในอีกสองประเทศ คือ ที่เมืองบังกาลอร์ ประเทศอินเดีย และกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ทั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกได้มีโอกาสขยายเครือข่ายออกไปให้กว้างขวางยิ่งขึ้น และคาดว่างานที่จัดขึ้นในสามประเทศนี้จะดึงดูดผู้เข้าร่วมประชุมได้มากถึง 55,000 คน และตอกย้ำให้เห็นความยิ่งใหญ่ของงานประจำปีนี้ และกระแสความต้องการผลิตภัณฑ์เฮอร์บาไลฟ์จากผู้บริโภคในเอเชีย


มร. วิลเลียม เอ็ม. ราห์น รองประธานอาวุโส และกรรมการผู้อำนวยการ เฮอร์บาไลฟ์ เอเชียแปซิฟิก เปิดเผยว่า เฮอร์บาไลฟ์มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทำให้เราต้องจัดการประชุม Extravaganza ขึ้นในหลายประเทศ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้จำหน่ายอิสระที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในช่วงห้าปีที่ผ่านมา ยอดขายเฮอร์บาไลฟ์ในภูมิภาคนี้เติบโตอย่างสม่ำเสมอเป็นตัวเลขสองหลักทุกปี และปัจจุบันเอเชียแปซิฟิกเป็นภูมิภาคที่สร้างยอดขายอันดับหนึ่งให้แก่เฮอร์บาไลฟ์ โดยมีรายได้คิดเป็นร้อยละ 28 จากยอดขายทั่วโลกในปี 2555 และมียอดขายสุทธิ 34,000 ล้านบาท (1,140 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ)


การเติบโตนี้มาจากอุปสงค์ความต้องการของผู้บริโภคในเอเชียที่ห่วงใยสุขภาพและต้องการผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพมากขึ้น เพราะปัจจุบันโรคอ้วนและภาวะโภชนาการไม่ดีกลายเป็นปัญหาสุขภาพที่คุกคามคนทั่วโลก รวมถึงหลายประเทศในเอเชียแปซิฟิก เฮอร์บาไลฟ์และผู้จำหน่ายอิสระของเฮอร์บาไลฟ์ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา ด้วยการแนะนำผลิตภัณฑ์ด้านโภชนาการและการจัดการน้ำหนักให้แก่ผู้คนทั่วโลก มร. ราห์น กล่าวเพิ่มเติม


ตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลก หรือ WHO นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติที่โลกเรามีประชากรน้ำหนักเกินมาตรฐานมากกว่าคนที่ขาดแคลนอาหาร ตามรายงานของ Euromonitor คาดว่าหลายประเทศในเอเชียแปซิฟิกจะมีอัตราคนเป็นโรคอ้วนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุดระหว่างปี 2553 ถึง 2563 โดยในเวียดนามจะมีประชากรเป็นโรคอ้วนและน้ำหนักเกินเพิ่มขึ้นร้อยละ 225 ฮ่องกง ร้อยละ 178 อินเดีย ร้อยละ 100 เกาหลีใต้ ร้อยละ 80.7 นิวซีแลนด์ ร้อยละ 52 และอินโดนีเซีย ร้อยละ 50 เนื่องจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นทำให้ผู้บริโภคหันมานิยมอาหารตะวันตกและอาหารฟาสต์ฟู้ดมากขึ้น


ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขระบุว่าประเทศไทยติดอันดับหนึ่งในห้าชาติในเอเชียแปซิฟิกที่มีประชากรเป็นโรคอ้วนสูงสุด ปัจจุบันประเทศไทยมีประชากรเป็นโรคอ้วนหรือน้ำหนักเกินมากกว่า 17 ล้านคน และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอีก 4 ล้านคน ในแต่ละปี


การประชุม Herbalife Asia Pacific Extravaganza ที่กรุงเทพฯ ถือเป็นการประชุมที่ใหญ่ที่สุดในสามประเทศที่จัดขึ้นในปีนี้ เนื่องจากประเทศไทยมีทำเลที่ตั้งอยู่ตรงศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งมีความพร้อมทั้งในด้านสาธารณูปโภคพื้นฐานและประสบการณ์การจัดประชุมระดับโลก กรุงเทพฯ จึงเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับการจัดประชุมทางธุรกิจในเอเชีย เรารู้สึกซาบซึ้งในการสนับสนุนที่ได้รับจาก สสปน. ซึ่งมีส่วนอย่างมากต่อความสำเร็จของการจัดประชุมในครั้งนี้ มร. ราห์น กล่าวสรุป


เกี่ยวกับ สสปน.


สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. เป็นหน่วยงานในศตวรรษที่ 21 ที่ก้าวล้ำนำสมัยและบริหารงานอย่างมืออาชีพ การออกแบบองค์กรในแนวราบและคล่องตัวช่วยให้บุคลากรของ สสปน. ให้บริการได้อย่างรวดเร็ว โดยรักษาประสิทธิภาพและประสิทธิผลการทำงานให้อยู่ในระดับสูง ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อศักยภาพการแข่งขันทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก สสปน. ส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรมและรับผิดชอบ โดยตั้งอยู่บนค่านิยมหลักขององค์กรคือความกระตือรือร้น ความโปร่งใส การทำงานเป็นทีม นวัตกรรม การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และความรับผิดชอบ www.tceb.or.th


ติดตามข่าวสารของเราได้ที่ http://twitter.com/tceb_online


เกี่ยวกับเฮอร์บาไลฟ์


บริษัท เฮอร์บาไลฟ์ (NYSE:HLF) เป็นบริษัทโภชนาการระดับโลก โดยจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อการจัดการน้ำหนัก ผลิตภัณฑ์โภชนาการ และผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณและเส้นผมเพื่อสุขภาพที่ดี ผลิตภัณฑ์ของเฮอร์บาไลฟ์ได้รับการจำหน่ายในกว่า 80 ประเทศทั่วโลกเพื่อการบริโภคส่วนตัวของผู้จำหน่ายอิสระและผ่านทางเครือข่ายของผู้จำหน่ายอิสระไปยังผู้บริโภค บริษัทให้การสนับสนุนเฮอร์บาไลฟ์ แฟมิลี่ ฟาวเดชั่น (The Herbalife Family Foundation : HFF) และโครงการคาซ่า เฮอร์บาไลฟ์เพื่อสนับสนุนการนำพาโภชนาการที่ดีไปสู่ เว็ปไซด์ของเฮอร์บาไลฟ์จะให้ข้อมูลที่สำคัญอย่างเพียงพอเกี่ยวกับเฮอร์บาไลฟ์ รวมถึงข้อมูลด้านการเงินและข้อมูลอื่นๆ สำหรับนักลงทุนโดยเข้าชมได้ที่ http://ir.Herbalife.com.บริษัทขอเชิญชวนให้นักลงทุนเข้าเยี่ยมชมเว็ปไซด์อย่างต่อเนื่องเป็นระยะๆ เพราะข้อมูลจะได้รับการปรับให้ทันสมัยอยู่เสมอ


[gallery ids="18032,18033,18034,18035,18036,18037,18038"]


* * * * * * * * * *



หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อ:



สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) สสปน.


นางสาวอริสรา ธนูแผลง


ผู้จัดการอาวุโส


โทร. 0 2694 6095 อีเมล์: arisara_t@tceb.or.th



เฮอร์บาไลฟ์


มิสดาเลีย โมฮัมหมัด-เหลียว - รองประธานฝ่ายการสื่อสารองค์กร เอเชียแปซิฟิก


เฮอร์บาไลฟ์ เอเชียแปซิฟิก


โทร. +852 3589 2643 อีเมล์: delieal@herbalife.com



ศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารเฮอร์บาไลฟ์


คุณวันดี เลิศสุพงศ์กิจ หรือคุณภัทรียา ภาคพาไชย


โทร. 02 233 4329/30 หรืออีเมล์ pr@francomasia.com


วันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ข่าว เฮอร์บาไลฟ์(Herbalife) ย้ำความเชื่อมั่นเพื่อผู้บริโภค รับตราสัญลักษณ์คุ้มครองผู้บริโภคจาก สคบ.

Photo 1


นายจักรพันธ์ สุทธโทธน กรรมการผู้อำนวยการบริษัทเฮอร์บาไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด รับมอบตราสัญลักษณ์คุ้มครองผู้บริโภคสำหรับธุรกิจขายตรงจากนายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาสวันคุ้มครองผู้บริโภคไทย เมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา โดยตราสัญลักษณ์ดังกล่าว นอกจากจะช่วยตอกย้ำความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภคชาวไทยแล้ว ยังเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของเฮอร์บาไลฟ์ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ทางโภชนาการที่มีคุณภาพระดับโลกเพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทยอีกด้วย



หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อ:


ศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารเฮอร์บาไลฟ์


คุณวันดี เลิศสุพงศ์กิจ หรือคุณภัทรียา ภาคพาไชย


โทร. 02 233 4329/30 หรืออีเมล์ pr@francomasia.com

วันอังคารที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2556

ฉีกหน้ากากมนุษย์ M พันธุ์ใหม่ "ไมเคิ้ล ซาเฟล" พ่อมดขายตรง









เปิดตัวมนุษย์ M ยุค 2013 ไมเคิ้ล ซาเฟล เด็กหนุ่มชาว เดนมาร์กที่หันมาเอาดีในการทำธุรกิจขายตรงเมืองไทย อาศัยการ เดินตามรอยฝันของครอบครัวมุ่งหน้าสู่ เฮอร์บาไลฟ์ จนก้าวสู่ผู้นำ หมายเลข 1 แต่บทสิ้นสุดของเขาไม่เพียงแต่จะถูกขับออกจากกิจการ แห่งนี้ หากแต่ยังทิ้งคำถามให้กับสังคมเอาไว้มากมาย ถึงรูปแบบ และวิธีการทางการตลาด ที่สร้างความเจ็บแค้นให้คนรุ่นใหม่จำนวน ไม่น้อย...


ถ้าเอ่ยชื่อของ ไมเคิ้ล ซาเฟล มนุษย์เอ็มสายพันธุ์เดนมารก์ ผู้นี้ในวงการขายตรง ระดับ 5 ดาว คงต้องยกนิ้วให้ถึง ความเก่งกาจสามารถ สมเป็น นักขายระดับพระกาฬ ที่หา ตัวจับยากคนหนึ่งของเมืองไทย ทุกวันนี้ ไม่ว่าใครจะมอง ว่า เขาเป็นอย่างไร สร้างความ เจ็บชํ้าเอาไว้ให้ใครต่อใครมาก เพียงใด แต่บุรุษหนุ่มผู้มากไป ด้วยเทคนิคลีลาการขายแพรวพราวผู้นี้ ก็ยังยืนหยัดอยู่บน ถนนขายตรงเมืองไทยได้อย่าง สง่าผ่าเผย ผู้นำระดับบลูไดมอนด์ แห่ง บริษัท บีฮิบ (ไทยแลนด์) ย่อมเป็นหลักประกันถึง บทบาท และความเหนือชั้นที่ยังคงเส้น คงวา แม้แต่ผู้บริหารระดับสูง ของกิจการแห่งนี้ ยังกล้าแอ่น อกมารับประกัน ความบริสุทธิ์ ผุดผ่อง ได้โดยไม่แคร์เสียง วิพากษ์วิจารณ์จากใคร ไมเคิ้ล ไม่สามารถอ่าน และเขียนภาษาไทยได้ แต่ สามารถเข้าใจและเข้าถึงตลาด ขายตรงเมืองไทยได้ โดยติดต่อ สื่อสารกับมวลหมู่สมาชิก รีครูทคนเข้าสู่กระบวนการ ขายตรงได้นับหมื่นคน มีความสำเร็จมากมาย ที่บุรุษหนุ่มตานํ้าข้าวผู้นี้ ได้ บันทึกเอาไว้ในตำนานธุรกิจ ขายตรงเมืองไทย อย่างน้อยการพิชิตฝัน ที่เขาเคยตั้งความหวังเอาไว้กับ เฮอร์บาไลฟ์ เมื่อเยาว์วัย ก็ทำได้ ไกลเกินฝันไปด้วยซํ้า ครอบครัวของ ไมเคิ้ล ซาเฟล เป็นครอบครัวที่เกิดมา เพื่อทำธุรกิจขายตรงโดยแท้ โดย เอียน ผู้เป็นพี่ชาย ถือ เป็น IDOL และเป็นผู้จุด ประกายความฝัน ให้เขาคิดที่ อยากจะยิ่งใหญ่ในวงการธุรกิจ ขายตรง เนื่องจากประสบ ความสำเร็จรํ่ารวย จากเฮอร์ บาไลฟ์ ไม่เว้นแม่แต่พ่อกับแม่ ของไมเคิ้ล ที่ต่างก็เป็นสาวก ของ เฮอร์บาไลฟ์เช่นกัน !!! ไม่มีคำอธิบายว่า เหตุใด หรือทำไมที่ไมเคิ้ลตัดสินใจมุ่ง หน้าสู่ประเทศไทย แตส่วนหนึ่ง อาจเป็นไปได้ ที่เฮอร์บาไลฟ์ มา เปิดกิจการในเมืองไทยเป็น เวลาหลายปีแล้ว ประกอบกับ ตลาดขายตรงในบ้านเรา ก็โต วันโตคืน


ถ้าหากจะพูดว่า ไมเคิ้ล ซาเฟล ดั้นด้นมาตามความฝัน ก็คงไมผิด เพราะการเดินทางสู่ ประเทศไทยครั้งแรกของเขา อยู่ ในวัยเพียง 15 ปีเท่านั้น ไม่ต่างอะไรกับ โรบินฮู้ด ที่ต้องการมาขุดทองเพื่อ หวังตักตวงผลประโยชน์สู่บ้าน เกิดของตนเอง ไมเคิ้ลซาเฟล ต่อสู้ชีวิต ในเมืองไทย ด้วยการเดินแจก ใบปลิวไปตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อหารายได้ยังชีพ โดยรายได้ อีกส่วนหนึ่ง ว่ากันว่า น่าจะเป็น รายได้ที่ทางครอบครัวของ ไมเคิ้ล คอยส่งมาให้เป็นระยะ ๆ ผ่านมาเพียงระยะเวลา 2 ปี อาจจะเป็นเพราะความ เป็นเด็กหนุ่มบุคลิกดี ทำให้ ไมเคิ้ล มีโอกาส ได้พบกับสาว ไทยฐานะดี แม้จะต่างวัยกัน หลายปี แต่ทั้งสองก็ลงเอยกัน ได้ ราวกับนิยาย
พิม มีฐานะรํ่ารวย ที่ไม่ เพียงแต่จะมอบความรักให้ ไมเคิ้ลเท่านั้น หากแต่ยังมอบชีวิตใหม่ให้กับ ไมเคิ้ล ที่คอย ให้การสนับสนุนช่วยเหลือ ทางการเงิน หรือการลงทุนใน ด้านต่าง ๆ แต่แล้วผ่านมาวันหนึ่ง ฝันของ ไมเคิ้ล ก็เริ่มเป็นจริง เมื่อ จู่ ๆ มีคน พาเขาไปรูจั้กกับ ผู้นำของเฮอร์บาไลฟ์ ที่ตึก สำนักงานอาคาร ไทยซีซี เขาถูกชักชวนให้เข้าร่วม องค์กรด้วย จนมีโอกาสได้ขยับ ขยาย สามารถเปิดสำนักงาน เป็นของตนเองได้ โดยอาศัย สำนักงานชั้น 16 อาคารไทยซีซี เป็นจุดเริ่มต้นของการเริ่มงาน กับ เฮอร์บาไลฟ์


นับย้อนเวลาไปในขณะ นั้น มาถึงวันนี้ ก็คงไม่ตํ่ากว่า 10 ปีเศษ แต่สิ่งที่ ไมเคิ้ล ซาเฟล ได้คิดริเริ่มวางแผนการตลาด กลับดูใหม่มากสำหรับยุคนี้ แผนการทำธุรกิจของ ไมเคิ้ล เริ่มต้นด้วยการใช้สื่อ อินเตอร์เน็ต ชักชวนให้คนที่ อยากมีรายได้เสริมเข้ามาร่วม องค์กร โดยมีการว่าจ้างเว็บไซด์ ต่าง ๆ ให้ลงโฆษณา ระยะเริ่มต้น ว่ากันวา พิม มีบทบาทสำคัญเป็น อย่างมาก ในการผลักดันให้ ไมเคิ้ล ร่วมงานกับ เฮอร์บาไลฟ์ โดยคอยให้การสนับสนุนทุก ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเปิด สำนักงานที่อาคารไทยซีซี ชั้น 16 หรือแม้แต่ทุนที่ใช้ในการลง โฆษณา ไมเคิ้ล ไม่เพียงแต่มีมัน สมองที่เฉียบแหลม ในการปลุก กระแสคนรุ่นใหม่ให้เข้าสู่ กระบวนการขายตรงเท่านั้น หากแต่ยังมีบทบาทสำคัญ ในการสร้างนักขายระดับผู้นำ เพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนให้ องค์กรของเขาเติบโตอย่าง รวดเร็ว หนึ่งในนั้น ที่เปรียบ เสมือนมือซ้ายของเขา ก็คือ บ๊อบ คนต่อมา เป็นนักศึกษา แพทย์ ชื่อ ซี เป็นเสมือนมือ ขวาของไมเคิ้ล มีพรสวรรค์ใน การพูดเป็นอย่างมาก ขณะเดียวกัน กำลัง สำคัญของ ไมเคิ้ล อีกคนหนึ่งที่ ซี ชักนำเข้ามา ก็คือ บอล ถือเป็นมือซ้ายของ ซี รวมไปถึงพยาบาลสาว อีก 1 คน ก็คือ นก ที่เปรียบ เสมือนมือขวาของ ซี ที่ถูก ชักนำเข้ามาร่วมงาน ส่วนทางด้านตัว นกเอง ก็ได้ สน ซึ่งเป็นบุคคลที่ ซี แนะนำเข้ามาต่อสายงาน รวมไปถึง นัส และ เอฟ ที่เข้ามาร่วมงาน ต่อสาย งานเป็นทอด ในช่วงที่ ไมเคิ้ล ซาเฟล ฟอร์มทีมขึ้นมาครั้งแรก โดยทั้ง 8 คนที่ว่านี้ ได้รับ การตั้งฉายาจากคนในโซเชียล มีเดียว่า เป็น 8 เทพอสูร แห่ง วงการขายตรง การสร้างเครือข่ายผ่าน อินเตอร์เน็ต เป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพมาก โดยชั่วระยะ เวลาเพียง 1 ปี สำนักงานของ ไมเคิ้ลที่บริเวณชั้น 16 อาคาร ไทยซีซี ก็ดูจะคับแคบ ไม่ สามารถรองรับสมาชิกที่เพิ่มขึ้น ได้ ในเวลาต่อมาเขาก็ ได้ไป ขยายการเช่าสำนักงานเพิ่ม บริเวณชั้น 17 อาคารเดียวกัน ระบบการทำงานของ ไมเคิ้ล เริ่มจากการสร้างแรง จูงใจผ่านโฆษณาทางอินเตอร์ เน็ต โดยในจำนวน 8 คนที่ ร่วมงานกับเขา ส่วนใหญ่เป็น นักศึกษาแพทย์ พยาบาล ที่ สังคมล้วนให้ความเชื่อถือ เมื่อเริ่มมีคนสนใจเป็นสมาชิก พร้อมจะเข้าร่วมทำ ธุรกิจ แม้ระบบขายตรงทั่วไป แม่ทีม จะทำหน้าที่คอย สนับสนุนในสายงานของตน เพื่อช่วยผ่อนแรงให้กับลูกทีม ของตนเอง โดยมีการแนะนำ กลุ่มลูกค้าที่จะต้องเข้าไปเพื่อ ชักจูงเข้าร่วมองค์กร


แต่สำหรับ วิธีการสร้าง เครือข่ายของ ไมเคิ้ล ซาเฟล กลับสร้างเงื่อนไขบางอย่าง ที่ดู เหมือนกับเป็นภาระทางการเงิน แก่สมาชิกใหม่ ด้วยการใช้ เทคนิคการสร้างแรงจูงใจเพื่อ ก้าวไปสู่ความฝันของทุกคน โดยที่ทุกคนแทบไม่รู้ว่า นี่คือ การระดมเงินรูปแบบหนึ่ง วิธีการเข้าร่วมเป็นสมาชิก ในองค์กรของ ไมเคิ้ล ซาเฟล ด่านแรก ก็คล้าย ๆ กับวัดใจ คือ เขาจะอาศัยพลพวงจากการ โฆษณาผ่านอินเตอร์เน็ต ที่มี คนสนใจเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยเก็บรายชื่อผู้ที่แสดงความ สนใจเอาไว้ เพื่อนำไปขายให้ กับสมาชิกใหม่ที่ยังไม่มีเครือ ข่ายของตน โดยอ้างว่า รายชื่อ เหล่านี้ เป็นรายชื่อที่มีต้นทุน จากการโฆษณา ซึ่งว่ากันว่า สนนราคาอยู่ที่ 20-100 บาท/ รายชื่อทีเดียว มีสมาชิกบางคนที่เคย ร่วมงานกับ ไมเคิ้ล ซาเฟล เล่า ให้ ตลาดวิเคราะห์ ฟังว่า ทุก อย่างในการขับเคลื่อน ดูเสมือน กับเป็นการดำเนินตาม สคริปต์ ที่มีไมเคิ้ลเป็นผู้กำกับอยู่เบื้อง หลัง โดยเฉพาะ 8 เทพอสูร ที่ ไมเคิ้ลได้หลอมขึ้นมา จะมีการ เดินไปตามเกมที่สอดรับกันเป็น ทอด ๆ ฉากด้านหนึ่งมีการแสดง ให้เห็นถึงความสำคัญของการ ร่วมประชุม (HOM) ที่มีเนื้อหา หรือหลักสูตร ที่คนทั่วไปไม่มี โอกาสจะได้รับรู้ ฉากต่อมา การประชุม ในรูปแบบที่เรียกว่า STS แม้จะ เป็นสมาชิกในองค์กร แต่ก็ต้อง ผ่านการเป็นผู้นำ หรือผู้ที่ถูก เลือกสรรว่าพร้อมจะเป็นผู้นำ เท่านั้น จึงจะมีโอกาส ได้เข้ามา สู่การเรียนรู้ขั้นสูง โดยมี กำหนดการประชุมปีละ 3-4 ครั้งเท่านั้น จากนั้นเมื่อเข้าสู่กระบวน การหลอมเพื่อปลุกพลังความ ฝันก็จะเป็นหน้าที่ของผู้นำทั้ง 8 ที่จะเดินแผนในการทำ MOTIVATION ที่เข้มข้น ที่เสมือน กับเป็นการทดสอบใจหรือ ความพร้อมของคนที่คิดจะร่วม งานกับ ไมเคิ้ล ที่ดูเหมือนกับ ว่า การเข้ามาร่วมงานกับเครือ ข่ายของไมเคิ้ล ไม่ได้งอนง้อ หรือเข้ามาโดยง่าย ๆ โดยเฉพาะการกำหนด เงื่อนไข การลงทุน ที่ระดับ 30,000 บาท 80,000 บาทบ้าง หรือ 140,000 บาทบ้าง ถือเป็น ด่านวัดใจที่สำคัญต่อความเชื่อ มั่นในตัว ไมเคิ้ล ซาเฟล มีคนจำนวนไม่น้อย ที่คิด อยากจะมาร่วมงานกับ ไมเคิ้ล ซาเฟล แต่เมื่อมาเจอเงื่อนไข ลงทุนในอัตราที่สูง ก็ถอดใจ เลิกราไป ประมาณว่าเกินกว่า 50% ของสมาชิกทั้งหมดที่ เสนอตัวเข้ามา


เพราะฉะนั้น คนที่สนใจ จะร่วมหัวจมท้ายกับ ไมเคิ้ล ซาเฟล แน่นอนจะต้องมีความ พร้อมที่จะเข้ามาลงทุน แม้เงิน ที่นำมาลงทุนจะต้องแลกมา ด้วยการกู้หนี้ยืมสินก็ตาม ว่ากันว่า คนส่วนใหญ่ที่ เชื่อมั่นในตัว ไมเคิ้ล ซาเฟลเป็นนิสิตนักศึกษาอยู่ในวัย 15-25 ปี เท่านั้น ซึ่งว่าไปแล้ว ก็ไม่แปลก เนื่องจากคนเหล่านี้ กำลังอยู่ในวัยสร้างเนื้อสร้าง ตัว ประกอบกับ สิ่งเย้ายวน ที่นอกจากเป้าหมายรายได้ คนละ 1 ล้านบาท/เดือนแล้ว การยืนหยัดอยู่กับองค์กรของ ไมเคิ้ล ยังมีสิ่งจูงใจด้านอื่น ๆ มากมาย ทั้งทางด้านบันเทิงเริง รมย์ ที่ดูจะถอดแบบมาจาก ตะวันตกล้วน ๆ ไมเคิ้ล ซาเฟล มีเครือข่าย เติบโตมากขึ้นเป็นลำดับ โดย อาศัย เทคนิคทางการตลาดใน รูปแบบของตนเอง อย่างอิสระ โดยที่ เฮอร์บาไลฟ์ คาดไม่ถึง ด้วยซํ้า กระบวนการขับเคลื่อน ของ ไมเคิ้ลกับมวลหมู่สมาชิก ถูกวางคอนเซ็ปต์ ในลักษณะ เป็นหุ่นส่วนทางธุรกิจมากกว่า จะเป็นการทำงานในลักษณะ เครือข่ายทางธุรกิจ โดยเฉพาะเงินทุกบาท ทุกสตางค์ ที่สมาชิกนำมา ลงทุน เพื่อยกระดับฐานะเป็น ผู้นำ เพื่อก้าวไปสู่ความฝัน สามารถเอามาแจกแจงถึง ต้นทุนในเกือบทุกด้าน ไมเคิ้ล ได้ฉายความ สำเร็จของตนเอง เพื่อเป็น IDOL ให้กับ สมาชิกทั้งมวล ด้วยราย ได้ 1 ล้านบาท/เดือน จนต่อมา ก็ได้ก้าวสู่การเป็นผู้นำอันดับ หนึ่งของเฮอร์บาไลฟ์ ได้สำเร็จ โดยเขาสามารถขี่รถ สปอตหรู ๆ และมีโอกาสได้ เข้าไปใกล้ชิดกับคนในวงการ บันเทิง จนเป็นข่าวคราวในสื่อ ต่าง ๆ มากมาย


แต่ช่วงระยะเวลา ที่ ไมเคิ้ล กำลังสัมผัสกับความ สำเร็จที่ตนเองฝันเอาไว้ได้ไม่นานนัก สถานการณ์ความเชื่อ มั่นที่สมาชิกมีต่อตัวเขาก็เริ่ม สั่นคลอน ด้วยสาเหตุ 2 ประการ ด้วยกัน ประการแรก กระบวนการ ในการขับเคลื่อนทางธุรกิจ ใน รูปแบบหรือสไตล์ของไมเคิ้ล เริ่มไม่เป็นที่พอใจต่อผู้บริหาร ระดับสูงของเฮอร์บาไลฟ์ เนื่องจาก มีการดำเนินกิจกรรม บางอย่างที่เกินเลย กฎเกณฑ์ที่ เฮอร์บาไลฟ์ได้วางเอาไว้ ประการที่สอง ผลพวง จากการที่กลุ่มผู้นำทั้ง 8 ได้ใช้ แนวทางการกดดันกึ่งบังคับ ให้ สมาชิกต้องปฏิบัติตามแผนที่ ไมเคิ้ล ซาเฟล กำหนดเอาไว้ เริ่มมีปฏิกิริยาต่อต้าน ซึ่งหลาย คนมองว่า ไมเคิ้ล ซาเฟล ใช้วิธี กดดันสมาชิกเกินไปจนรับไม่ ไหว สิ่งสำคัญในเวลานั้น ในด้านฐานะหรือความรํ่ารวย ของไมเคิ้ลแม้จะขึ้นไปสู่ระดับ เงินล้าน แต่ก็ไม่ได้เป็นรายได้ ที่สูงอย่างต่อเนื่อง โดยบาง เดือนก็อยู่ในระดับเงินแสนด้วย ซ้ำไป หลาย ๆ อย่างดูจะประเด ประดังเข้ามาพร้อม ๆ กัน ด้าน เฮอร์บาไลฟ์ ก็เริ่มออกมาตัก เตือนว่า ไมเคิ้ล ควรปรับปรุง แก้ไขวิธีการทางการตลาด เพราะผลกระทบที่เกิดขึ้น จาก กระแสวิพากษ์วิจารณ์จาก อินเตอร์เน็ตหรือเว็บไซต์ต่าง ๆ ไม่เพียงแต่จะทำให้ภาพพจน์ ของ ไมเคิ้ล ซาเฟล ตกตํ่าเท่านั้น หากแต่ยังส่งผลกระทบไปยังตัว สินค้าของ เฮอร์บาไลฟ์ ที่ต้อง พลอยมัวหมองไปด้วย


แต่ปัญหาที่เกิดขึ้น กลับ ไม่ได้ทำให้ ไมเคิ้ล ซาเฟล สะทกสะท้าน แต่อย่างใด มีการแยก วงประชุมทำงานกันเอง เริ่มแย่ง เกซฝ่ายตรงกันข้าม หรือรวมไป ถึงไม่นำรายได้จากส่วนกลาง ไปจ่ายให้ออฟฟิศ เป็นต้น ปัญหาระหว่างไมเคิ้ล ซา เฟล และ เฮอร์บาไลฟ์ เริ่มเข้า ถึงจุดแตกหักเข้าไปทุกที ! โดยเฉพาะภายหลังจาก ที่ เฮอร์บาไลฟ์ ย้ายสำนักงาน ไปอยู่ที่ชั้น 36-38 อาคารไทยซี ซี สำนักงานชั้น 16 และชั้น 17 ที่ ไมเคิ้ล เคยใช้เป็นสำนักงาน ส่วนตัว ก็เป็นอันต้องปิดไปโดย ปริยาย ถึงขนาดที่คนในเฮอร์บา ไลฟ์ พูดกันว่า ออฟฟิศใหม่ ไม่มีที่อยู่ของไมเคิ้ล สุดท้าย เพื่อรักษา สถานภาพของตนเองเอาไว้ ไมเคิ้ล ซาเฟล จำต้องยอมบากหน้าไปขอโทษผู้น้ำของเฮอร์บาไลฟ์ เพื่อเดินหน้าธุรกิจต่อไป สถานการณ์ ดูทำท่าจะ สงบนิ่ง เมื่อไมเคิ้ล หันมาบุก หนักทางธุรกิจอีกครั้ง


โดยชั่วระยะเวลาเพียง 6 เดือน องค์กร ของไมเคิ้ลซาเฟล และ ผู้นำอีก 8 คน กลับมาโลดแล่นอีกครั้ง จนสามารถก้าวสู่ทีมขายอันดับ 1 ของ เฮอร์บาไลฟ์ โดยแต่ละ คนมีรายได้สูงขึ้น สามารถใช้ จ่ายเงินได้อย่างฟุ่มเฟือย แต่ด้วยรูปแบบและวิธี การทางการตลาด ที่ไมเคิ้ล ซาเฟล ยังคงใช้วิธีการเดิม ๆ ปัญหาระหว่างเขากับเฮอร์บา ไลฟ์ ก็เริ่มประทุขึ้นมาอีกครั้ง ประกอบกับสถานการณ์ ของไมเคิ้ล ซาเฟล ก็ยังถูก สื่อมวลชนขุดคุ้ยออกมาตีแผ่ ถึงพฤติกรรมที่ไม่ชอบมาพากล มากขึ้น ทำให้ฐานะของเขาใน เฮอร์บาไลฟ์ เริ่มไม่มั่นคง เฮอร์บาไลฟ์ หาทางตัก เตือนไมเคิ้ลทางอ้อม ด้วยการ งดห้ามใช้ห้องประชุม งดเข้า ร่วมกิจกรรมพิเศษ และเก็บค่า เช่าที่ที่คั่งค้างมาหลายเดือน ทันที จนสถานการณ์เริ่มรุนแรง ถึงขั้นจะต่อยจะตีกัน เงินรายได้ที่ ไมเคิ้ล ซา เฟล เคยได้เป็นหลักล้าน ก็เริ่ม กระท่อนกระแท่น เหลือไม่ถึง หลักแสน ลามไปถึงลูกทีม และ ผู้นำหลายคนต่างก็ถูกไมเคิ้ล ซาเฟล กดดันอย่างหนัก เนื่องจากระหว่างที่เขาเดินหน้า บุกทางการตลาด มีการลงทุน อะไรไปมากมาย อาทิ เงินค่าจ้างดารา ถึง ขนาดต้องทำสัญญาผ่อนชำระ รวมไปถึงหนี้ที่เกิดจากการ โฆษณาก็เริ่มมีการทวงไล่หลัง มาเป็นระลอก จนบางครั้ง ว่ากันว่า ไมเคิ้ล ซาเฟล ถึงกับระเบิด อารมณ์ ไล่ตะเพิด ลูกทีมออก มาหลายคน


และนี่อาจเป็นสัญญาณ แห่งการสิ้นสุดของการเป็นผู้นำ หมายเลข 1 ของ เฮอร์บาไลฟ์ เนื่องจากหลังจากนั้นในเวลา ต่อมา เขาก็ถูกเฮอร์บาไลฟ์ ขับ ออกจากบริษัท ทั้ง ๆ ที่ภาระหนี้ สินต่าง ๆ ก็ยังคั่งค้างอีกหลาย รายการ การเริ่มต้นสู่ธุรกิจขาย ตรงอีกครั้งของ ไมเคิ้ล ซาเฟล มีการพลิกบทบาทสู่การเป็น บริษัท บริหารเครือข่ายขายตรง อย่างเต็มรูปแบบ โดยอาศัย บริษัท Global Ad. เป็นหัวหอก ในการขับเคลื่อนธุรกิจ โดยหลังจากที่เขาได้หัน หลังให้กับ เฮอร์บาไลฟ์ ไปแล้ว ก็หันมา ทำตลาดให้กับ AGEL อยู่ระยะหนึ่งโดยรูปแบบการทำตลาดก็ยังเป็นรูปแบบเดิม ๆ เหมือนกับที่เคยใช้กับ เฮอร์บา ไลฟ์ จากนั้นในเวลาต่อมา ชื่อของเขา ก็ปรากฏสู่วงการ ธุรกิจขายตรงอีกครั้ง ในบริษัท บีฮิบ (ไทยแลนด์) ท่ามกลาง ความสงสัยของสื่อมวลชน ว่า สิ่งที่ ไมเคิ้ล ซาเฟล ได้ทำไป นั้น เหมาะสมกับสังคมไทย หรือไม่ ไมเคิ้ล ซาเฟล ยังคงได้ รับการยอมรับจากผู้บริหาร ระดับสูงสุดของ บีฮิบอย่าง ไม่มีเงื่อนไข แม้บางครั้งภาพ พจน์ของ บีฮิบ จะถูกมองว่า กำลังเลอะเทอะเปรอะเปื้อนไป กับ เรื่องราวในอดีตของ ไมเคิ้ล ซาเฟล ก็ตาม


การเปิดตัวผู้นำคนใหม่ ของ บีฮิบ ครั้งนี้ ถือเป็น การแสดงตัวต่อสาธารณะ ของ ไมเคิ้ล ซาเฟล ครั้งแรก ที่ไม่ว่าใครจะมองเขาอย่างไร แต่สิ่งที่สังคมตั้งคำถาม ก็คือ รูปแบบและวิธีการทางการ ตลาด ที่ไมเคิ้ล ซาเฟล ได้ทำมา ในอดีตนั้น ควรแก่การยอมรับ หรือไม่ หรือนี่คือ สูตรสำเร็จของ คนทำธุรกิจขายตรง




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 340 ประจำวันที่ 16-31 มีนาคม 2556

วันจันทร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ข่าวเฮอร์บาไลฟ์ (Herbalife) : นักขายมือทอง









เฮอร์บาไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด นำโดย คุณจักรพันธ์ สุทธโทธน กรรมการผู้อำนวยการ นำผู้จัดจำหน่ายที่ทำคุณสมบัติการขายระดับมือทองกว่า 50 ชีวิต เข่าร่วมโครงการท่องเที่ยวและพักผ่อนวาเคชั่นในช่วงวันหยุดพักผ่อนประจำปี ด้วยการบินลัดฟ้าข้ามมหาสมุทรอินเดียมุ่งสู่ เกาะมัลดีฟส์ เกาะสวรรค์ที่มีหมู่เกาะปะการังอุดมสมบูรณ์ที่สุด เต็มไปด้วยฝูงปลาน้อยใหญ่ รายล้อมด้วยความสมบูรณ์ทางธรรมชาติของมหาสมุทร ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศอินเดียและศรีลังกา ก่อนกลับมาลงสนามลุยสู้ศึกปิดยอดขายช่วงปลายปีนี้อีกครั้ง




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ อินเน็ตเวิร์ค ปักษ์เเรก ประจำวันที่ 1-15 ธันวาคม 2555 ฉบับที่ 155

วันพุธที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ขายตรง(MLM) ยึดหัวหาด ยุทธภูมิทองคำ (อุดรฯ-ขอนแก่น) รับ AEC ฝั่งตะวันออก


เป็นที่ทราบกันดีในวงกว้างว่า ในช่วงปลายปี 2558 จะเป็นเวลาที่กลุ่มประเทศอาเซียนจะกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องของการค้าการลงทุน โดยจะมีการเปิดความร่วมมือประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนขึ้น หรือที่รู้จักกันในนามของ AEC โดยความร่วมมือ ดังกล่าว กลุ่มประเทศอาเซียนจะมีการนำเข้าส่งออก สินค้า และทำธุรกิจมากมายหลายอย่างซึ่งกันและกัน โดยปลอดจากกำแพงภาษีที่เคยมี


สิ่งที่กล่าวมา สร้างการตื่นตัวให้เกิดขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจ ขายตรงในประเทศไทย โดยหลายบริษัทเริ่มที่จะวางแผนงานรับมือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอีก 3 ปีข้างหน้า โดยเน้นไปที่การวางรากฐานในเรื่องของการเปิดศูนย์ธุรกิจเพื่อเป็นจุดยุทธศาสตร์ในการทำตลาดอนาคต โดยยกขอนแก่น และอุดรธานี เป็นยุทธ-ภูมิทองคำ รองรับการเปิด AEC ซึ่งประเทศเพื่อนบ้านฝั่งตะวันออกนี้ล้วนเป็นกลุ่มประเทศเศรษฐกิจใหม่ ไม่ว่าจะเป็น เวียดนาม, ลาว และกัมพูชา ซึ่งหาก AEC เกิดขึ้น ขอนแก่น และอุดรธานี ก็ไม่ต่างอะไรจากเมืองเศรษฐกิจใหญ่ๆ ของโลกเลยทีเดียว


- มิลค์กี้ เวย์ ทุ่ม 100 ล. ปั้นอุดรฯ เป็นฮับ


นายสุมิตร วชโรดมทรัพย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิลค์กี้ เวย์ เน็ตเวิร์ค จำกัด เปิดเผยว่า บริษัท มิลค์กี้ เวย์ เริ่มต้นก้าวสู่จุดสตาร์ตของธุรกิจ MLM อย่างเต็มตัว โดยก้าวต่อไปบริษัทเตรียมรุกตลาดเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้มีการเปิดสาขาใหม่อย่างเป็นทางการ ที่ อิมพีเรียล ลาดพร้าว ชั้น 4 แหล่งศูนย์ รวมธุรกิจเครือข่าย เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจในเมือง-หลวง ส่วนสาขาอื่นๆ ปัจจุบัน บริษัทมีสาขาหรือศูนย์เซ็นเตอร์อยู่ตามหัวเมืองใหญ่ๆ ครอบคลุมทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นภาคใต้ ในจังหวัดสงขลา (หาดใหญ่) และกำลังจะเปิดที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี, ภาคเหนือ ที่จ.เชียงใหม่ และพิษณุโลก, ภาคอีสาน ที่จ.ขอนแก่น และอุดรธานี


สุมิตร ได้เปิดเผยว่า ศูนย์จังหวัดอุดรธานี ถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญที่สามารถขยายธุรกิจไปสู่ประเทศอาเซียน ได้ ดังนั้น บริษัทจึงเตรียมทุ่มงบลงทุนเพื่อ สร้างฐานธุรกิจอย่างเต็มที่ในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อทำตลาดรองรับการเปิดเสรีการค้าอาเซียนที่จะมีขึ้นในอนาคต โดยคาดว่าอาจ ใช้เงินลงทุนทั้งหมด 100 ล้านบาท และเป็นเงินสดทั้งสิ้น


วันนี้ด้วยความพร้อมของธุรกิจ มิลค์กี้ เวย์ ในประเทศไทย ตนจึงคิดว่าน่าจะ ถึงเวลาที่บริษัทจะเริ่มรุกเข้าสู่ตลาดต่าง-ประเทศ ซึ่งการเปิดศูนย์สาขาใหญ่ในพื้นที่ ยุทธศาสตร์ จะสามารถช่วยย่นระยะเวลาการทำธุรกิจและเพิ่มความสะดวกในด้าน ลอจิสติกส์ นอกจากนั้น จะเน้นการทำธุรกิจ ขายตรงแบบหลายภาษาเตรียมความพร้อม ในการเข้าสู่ตลาดสากล


อย่างไรก็ดี ในช่วงปลายปีนี้ หรืออาจเป็นต้นปีหน้า บริษัทจะมีการเปิดสาขา ต่างประเทศในมาเลเซียเป็นประเทศแรก โดยจากเดิมที่คาดว่าน่าจะเป็นประเทศอินเดีย เพราะบริษัทเป็นพันธมิตรทางการ ค้ากับอินเดีย เรียกได้ว่ามีสายป่านทางการ ค้าอยู่มาก แต่เมื่อประเทศมาเลเซียมีความ พร้อมก่อน จึงไม่ควรรอช้าที่จะเข้าไปขยาย ธุรกิจ โดยได้มีการวางงบลงทุนการเปิดศูนย์ธุรกิจที่มาเลเซียไว้เกือบพันล้านบาท ถือเป็นการเริ่มต้นเจาะตลาดไปยังกลุ่มประเทศเอเชียใต้อย่างเต็มกำลัง


- ดีไลฟ์ หวังขอนแก่นเป็นประตู AEC อีสาน


ด้านนายเทวัญ ดีใจงาม ประธานกรรมการและผู้ก่อตั้งบริษัท ดีไลฟ์ อิน-เตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้ ดีไลฟ์ เตรียมที่จะบุกตลาดแบบเต็มอัตรา ศึก ทั้งในส่วนของการขยายสาขา และการขยายโรงเรียนสอนธุรกิจ DNA ตามภูมิภาค ต่างๆ โดยในปีนี้ ดีไลฟ์จะมุ่งเน้นไปที่ภาคอีสานเสียส่วนใหญ่ ที่ถือเป็นเป้าหมายหลัก ของบริษัท โดยสาขาที่จะเปิดใหม่ในปีนี้นั้น ประกอบด้วย ขอนแก่น, อุบลราชธานี และ ร้อยเอ็ด ซึ่งสาขาแห่งใหม่ล่าสุดในจังหวัด ขอนแก่นนั้น ตั้งอยู่บนห้างโลตัสขอนแก่น และเชื่อว่าสาขาดังกล่าวนี้ น่าที่จะเป็นอีก หนึ่งแห่งที่จะช่วยสร้างธุรกิจดีไลฟ์ ให้ผู้-บริโภคได้รู้จักด้วยเช่นกัน


โดยการเลือกเปิดสาขาแห่งใหม่ที่จังหวัดขอนแก่นนั้น นายเทวัญ ดีใจงาม บอสใหญ่ค่าย ดีไลฟ์ ได้เล่าว่า สาเหตุที่เลือกเปิดสาขาใหม่ที่จังหวัดขอนแก่นนั้น มองว่าในพื้นที่ดังกล่าวค่อนข้างมีขายตรง ที่เข้ามาเปิดน้อยมาก ในขณะเดียวกัน การ เปิดสาขาที่ขอนแก่น ถือเป็นการสร้างความมั่นใจว่าธุรกิจดีไลฟ์ เป็นธุรกิจที่มีความมั่นคง รากฐานแข็งแกร่ง และต้องบอกว่า การที่เราเลือกเปิดสาขาที่ห้างโลตัส นั้น ถือว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเปิดได้ เนื่อง จากต้องผ่านหลายขั้นตอนพอสมควร และ การที่ดีไลฟ์เข้ามาเปิดธุรกิจขายตรงที่ห้าง โลตัสได้ ย่อมต้องเป็นธุรกิจที่ไม่ธรรมดาด้วยเช่นกัน


นายเทวัญ บอกต่ออีกว่า ในปีนี้ที่ ดีไลฟ์ฯ มุ่งเน้นทำตลาดในภาคอีสานเป็นหลัก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสมาชิกส่วนใหญ่ ของดีไลฟ์เป็นคนภาคอีสาน ในขณะเดียว กันยังเห็นว่าภาคอีสานน่าที่จะเป็นประตูสำคัญสู่ตลาดอาเซียนในปี 2558 นี้ได้ด้วย


นอกจากนี้ เครื่องมือในการสร้างความยิ่งใหญ่ของ ดีไลฟ์ ไม่ใช่มีเพียง แค่การรุกเปิดสาขาใหม่ตามภูมิภาคต่างๆ เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีอีกหนึ่งหัวหอกที่สำคัญในการสร้างผู้นำสู่ความเป็นมืออาชีพ ในธุรกิจขายตรงนี้ด้วยนั่นก็คือ โรงเรียนสอนธุรกิจ ที่ปัจจุบัน ดีไลฟ์ ได้เปิดให้มีโรงเรียนดังกล่าวไปบ้างแล้ว อาทิ พิษณุ-โลก, เชียงใหม่, อุบลราชธานี, อุดรธานี, นครราชสีมา และชลบุรี เป็นต้น


- MLM เฮโลปักธงแดนที่ราบสูงคึก


นายจักรพันธ์ สุทธโทธน กรรมการ ผู้อำนวยการ เฮอร์บาไลฟ์ อินเตอร์เนชั่น-แนล (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด เปิดเผยว่า ภายในปีนี้จนถึงต้นปี 2556 บริษัทมีแผน ที่จะเปิดศูนย์สาขา ที่มีลักษณะเป็น Sale Center เนื่องจากมองเห็นถึงศักยภาพ ความพร้อมต่างๆ ที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ โดยอาจจะเข้าไปประเดิมในภาคอีสานเป็นพื้นที่ แรก เนื่องจากอัตราการเติบโตขยายตัวเป็นไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งคาดว่าจะมีการใช้ งบประมาณในการเปิดศูนย์ แต่ละศูนย์ประมาณ 5 ล้านบาท และในอนาคตจะมีการขยายไปที่ภาคใต้ ภาคเหนือเป็นลำดับ ถัดไป


ปีนี้สัดส่วนยอดขายของบริษัทเติบโต ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลังจากที่บริษัทปรับกลยุทธ์การตลาด โดยเข้าไปรุกในส่วนของ ตลาดภูมิภาคมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากสัดส่วนยอดขายในช่วงไตรมาสแรกของภูมิภาคต่างๆ มีอัตราสูงขึ้น โดยภาคอีสาน มียอดขายโต 100%, ภาคใต้ 30% และภาคเหนือโต 5% ตามลำดับ โดยปัจจุบัน บริษัทมีสมาชิกแอ็กทีฟประมาณ 2.3 หมื่น รหัส จาก 50 จังหวัดทั่วประเทศ ปีนี้ตั้งเป้าเพิ่มอีก 5 พันรหัส


ด้านนายวิชัย ทองขุนคำ ประธานกรรมการ บริษัท ธนาธร ยูเนี่ยนไลฟ์ จำกัด เปิดเผยว่า สำหรับศูนย์จำหน่ายสินค้าของบริษัทในปัจจุบันนั้น ส่วนใหญ่จะ เป็นของสมาชิก ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ที่จังหวัด กระบี่, สุราษฎร์ธานี, แม่สอด, ตราด, เชียง-ใหม่, เชียงราย, ขอนแก่น, กาฬสินธุ์, นคร-ราชสีมา, ชัยภูมิ และบุรีรัมย์ โดยปีนี้ตั้งเป้า ที่จะมีศูนย์ให้ได้ประมาณ 40 จังหวัด และปี หน้าคาดว่า ธนาธรจะต้องมีศูนย์ครบทุกจังหวัดอีกด้วย


เป้าหมายของเราคือ 3 ปีแรกเป็น การตั้งรับ 3 ปีที่ 2 เป็นการทำตลาดเชิงรุก 3 ปีที่ 3 เป็นการสร้างแบรนด์ ขณะเดียวกัน ในภาวะที่มีการแข่งขันสูงเช่นนี้ เราขอที่ จะ เติบโตอย่างไม่หวือหวา ไม่อยากที่จะแข่งขัน กับใคร ต้องการที่จะแข่งขันกับตัวเองเสีย มากกว่า และต้องการโตแบบมีคุณภาพ โดยในปีนี้บริษัทตั้งเป้าที่จะมียอดขายอยู่ที่ประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นยอดขายที่อาจจะไม่เยอะแต่หาก ทำได้ตรง ตามเป้า ถือว่าเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของ เราด้วยเช่นกัน


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1348 ประจำวันที่ 31-10-2012 ถึง2-11-2012

วันศุกร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2555

เฮอร์บาไลฟ์ - Herbalife ทุบสถิติ 3 เดือนพันล้าน โหน เทรนด์ลดน้ำหนัก ดันปิดหีบทะลุเป้า


บริษัท เฮอร์บาไลฟ์ขายตรงอันดับ 5 ของโลกสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ไตรมาสสองที่ผ่านมาสามารถสร้างรายได้ถึง 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1 ดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ 31 บาท) เป็นผลงานรายไตรมาสสูงสุดนับแต่ก่อตั้งบริษัท ไมเคิล โอ จอห์นสัน ซีอีโอเฮอร์บาไลฟ์มั่นใจผลงานในไตรมานนี้จะส่งผลบวกอย่างมากต่ออีก 2 ไตรมาสที่เหลือและทำให้ปีนี้เป็นอีกปีที่น่าจะมีผลประกอบการทำลายสถิติของบริษัท


ความสำเร็จที่เกิดขึ้นมากจากความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจรวมไปถึงผลิตภัณฑ์และโอกาสทางธุรกิจในช่วงเวลาที่ยังคงท้าทายอย่างมากสำรับธุรกิจแขนงต่างๆ เนื่องจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจภายในประเทศยอดขายของทั้ง 6 ภูมิภาคทั่วโลกเติบโตได้แข็งแกร่งมาก ขณะที่กำไรและกระแสเงินสดอยู่ในระดับสูงสุดเช่นกัน ซีอีโอเฮอร์บาไลฟ์ กล่าว


และเสริมว่า ผลงานใน 2 ไตรมาสแรกนี้จะสนับสนุนให้ปีนี้เป็นอีกปีที่บริษํทประสบความสำเร็จ พันธกิจของนักขายคือการมุ่งจับกระแสการอุปโภค บริโภคประจำวันของคนทั่วโลกที่เปลี่ยนแปลงไปเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกันทั้งเทรนด์การลดน้ำหนัก คนอัวนที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น และคนอายุมากขึ้นที่ต้องการชะลอวัย ดูแลสุขภาพ เป็นตลาดที่จะเปิดโอกาสในการเติบโตให้กับบริษัทในอนาคต


เดช วาล์ช ประธานเฮอร์บาไลฟ์กล่าว่า เหตุผล 3 ข้อที่ทำให้บริษัทยังคงรักษาระดับรายได้ที่สูงและอัตราเติบโตที่ดีไว้ได้คือ



  1. คลับดูแลสุขภาพซึ่งเป็นหัวหอกในการขยายไปยังตลาดการอุปโภค บริโภค ประจำวันของผู้บริโภคเพื่อให้คำแนะนำอย่างถูกต้อง

  2. การใช้ระบบฝึกอบรมที่มีประสิทธิภาพเพื่อสนับสนุนการทำตลาดของนักขายและแม่ทีมทั้งในตัวเมืองและภูมิภาค

  3. การทำงานร่วมกันเพื่อสร้างโอกาสและความภักดีต่อแบรนด์


การให้คำแนะนำถึงพฤติกรรมการอุปโภค บริโภค ประจำวันของประชาขนทั้งผ่านคลับดูแลสุขภาพ ความท้าทายในเรื่องการทำให้น้ำหนักของลูกค้าลดลงรวมไปถึงแคมป์ฟิตเนส สำหรับนักขายล้วยเปิดโอกาสให้นักขายและผู้บริโภคได้เจิกันทำให้เกิดสัญญาซื้อขายใหม่ๆ ถี่ขึ้นมากกว่าการขายตรงรูปแบบเดิมๆ เรายังคงสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มเครื่องมือในการขายให้กับนักขายและรองรับความต้องการของผู้บริโภค


ความสำเร็จในไตรมาสสองของเฮอร์บาไลฟ์ทั้งยอดขายและกำไรทำให้บริษัทสามารถจ่ายผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นได้อย่างคุ้มค่า ซึ่งนับจากปี 2550 เฮอร์บาไลฟ์ จ่ายผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นไปแล้วประมาณ 1,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ


สำหรับผลประกอบในไตรมาสสองของเฮอร์บาไลฟ์มีรายได้สุทธิ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 17.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสองปีที่ผ่านมา คิดเป็นรายได้ต่อหุ้น 1.10 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 25% ประมาณการณ์รายได้ต่อหุ้นปี 2555 อยู่ที่ 3.88-3.98 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทอนุมัติจ่ายเงินปันผลประจำไตรมาส 30 เซ็นต์ต่อหุ้น


ปี 2554 ที่ผ่านมา เฮอร์บาไลฟ์มีรายได้ 3,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 26% มีกำไรสุทธิ 413.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 35% เฉพาะไตรมาส 4 มีรายได้ 105.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 20% เทียบกับปี 2553 ทำได้ 86.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หากวัดเป็นเงินท้องถิ่นยอดขายเพิ่มขึ้น 23% ซึ่งไมเคิล โอ จอห์นสันกล่าวถึงผลงานในปีที่ผ่านมาว่า เป็นสถิติใหม่ของบริษัทและปีนี้ก็เช่นกัน โดยกำหนดเป้าหมายการทำงานของนักขายในแต่ละระดับทั้งแอ็คทีฟและแม่ทีม นักขายคือหัวใจสำคัญที่จะส่งเสริมการเติบโตของบริษัทให้ยั่งยืน


วิลเลี่ยม เอ็ม ราห์น กรรมการผู้จัดการภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิก ของเฮอร์บาไลฟ์กล่าวว่า สำหรับในภูมิภาพเอเชีย- แปซิฟิก ประเทศที่น่าจับตามมากคือ อินเดีย ซึ่งปัจจุบันทำยอดขายมากเป็นอันดับ 2 ของภูมิภาค รองจากเกาหลีใต้คาดว่าภายใน 3 ปีข้างหน้านี้อินเดียจะยึดอันดับหนึ่งในภูมิภาคนี้ได้และภายใน 4 ปีจะก้าวขึ้นเป็น เบอร์ 1 ของบริษัทแม่แทนที่สหรัฐอเมริกาได้เนื่องจากผลงานที่ยอดเยี่ยมด้วยอัตราเติบโตสูงกว่า 100% ต่อปีตลอด 3 ปีที่ผ่านมา โดยบริษัทแม่มีแผนสร้างโรงงานผลิตขึ้นในอินเดีย


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่ายขายตรงฉบับที่ 238 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-31 ตุลาคม 2555

วันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2555

ข่าวประชาสัมพันธ์ : เฮอร์บาไลฟ์ ไทยแลนด์ และ เอ็กซ์โป 2012 (Herbalife Thailand & Expo 2012)


เฮอร์บาไลฟ์ บริษัทขายตรงผลิตภัณฑ์โภชนาระดับโลก ประกาศความ สำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ จัดงาน เฮอร์บาไลฟ์ ไทยแลนด์ และเอ็กซ์โป 2012 ฉลองครบรอบ 15 ปี การดำเนินงานในประเทศไทย ร่วมกับผู้จำหน่ายอิสระ พนักงานและพันธมิตรทางธุรกิจ พร้อมระเบิดแคมเปญ Have You Had Your Shake Today - วันนี้...คุณดื่มเชคแล้วหรือยัง ตอกย้ำแบรนด์ คอนเซ็ปต์ผ่าน คาร์แร็พ 100 คัน ภายในงานเต็มไปด้วยกิจกรรมจากบูธ ต่างๆ นอกจากนี้ยังมีการแสดง โยคะเด็ก และปิดท้ายด้วยคอนเสิร์ตเจ้าพ่อ เพลงช้ำรัก อ๊อฟ-ปองศักดิ์ ที่เรียกเสียงกรี๊ดได้ตั้งแต่ต้นจนจบ นับเป็นการเฉลิม- ฉลองครบรอบ 15 ปีอย่างเต็มที่กับการดูแลสุขภาพและความสนุกสนาน งานจัดขึ้นเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2555 ณ หอประชุมมหิศร เอส ซี บี ปาร์ค


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 206 วันที่ 1- 15 กันยายนพ.ศ. 2555

วันพุธที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ข่าวเฮอร์บาไลฟ์ (Herbalife) : ตลาดเอเชียแปซิฟิกโตก้าวกระโดด เฮอร์บาไลฟ์ สาน 3 ยุทธศาสตร์หลัก


เฮอร์บาไลฟ์ โอ่ 4 ปีที่ผ่านมา ตลาดเอเชีย แปซิฟิก โตพุ่ง หลังงัด 3 กลยุทธ์หลัก ทำงานประกบ ผู้จำหน่ายอิสระ ชี้ปี 2555 พร้อมบุกตลาดไทย กับการสานต่อ 3 แผน บุกตลาดทั่วทุกภาค ระบุ ปี 2556 เล็งแผนเปิดศูนย์ธุรกิจแห่งแรก พร้อม สยายปีกสินค้าใหม่ 2-3 รายการ กลุ่มเสริมอาหาร เผยครึ่งแรกของปีตลาดโตกว่า 27% ทุบสถิติใหม่ ของทุกไตรมาส


วิลเลี่ยม ราห์น รองประธานอาวุโสและ กรรมการผู้อำนวยการ ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก เฮอร์- บาไลฟ์ กล่าวถึงภาพรวมตลาดเฮอร์บาไลฟ์ ภูมิภาค เอเชียแปซิฟิกว่า ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ตลาดดังกล่าว ประสบความสำเร็จไม่น้อย โดยในปี 2008 เฮอร์บาไลฟ์ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ปิดยอดขายได้ 410 ล้าน- เหรียญสหรัฐ ในปี 2009 ปิดยอดขายสูงถึง 938 ล้าน- เหรียญสหรัฐ และมีจำนวนผู้แทนจำหน่ายเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า โดยเฉพาะตลาดไต้หวัน อินเดีย มาเลเซีย และ อินโดนีเซีย ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง


สำหรับปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีด้วยกัน 3 ข้อหลัก ได้แก่ 1.การโฟกัสในด้านสินค้า 2.การรับสมัครผู้จำหน่ายใหม่ และ 3.การให้ความสำคัญกับการฝึกอบรมให้กับ สมาชิกได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำธุรกิจ มากขึ้น ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดคือการทำงานอย่างใกล้ชิด ระหว่างผู้จำหน่ายอิสระและบริษัท ที่จะเป็นแรง ผลักดันให้บริษัทเติบโตอย่างก้าวกระโดด


ทั้งนี้ แผนยุทธศาสตร์จากนี้ไปอีก 2 ปีข้างหน้า เฮอร์บาไลฟ์จะให้ความสำคัญกับตลาดไทยมากขึ้นโดย เริ่มตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไปจะมีการทำงานอย่างใกล้ชิดกับจักรพันธ์ สุทธโทธน กรรมการผู้อำนวยการ เฮอร์- บาไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด เนื่องจากมองว่าตลาด MLM ไทยยังมีโอกาสขยายตัว อีกสูง


นอกจากนี้ เฮอร์บาไลฟ์ เตรียมกลยุทธ์สำคัญ 3 ข้อหลักมาใช้ในตลาดไทย หลังจากได้ผลักดันให้มี การใช้มาแล้วในหลายๆ ประเทศ และประสบความ- สำเร็จเป็นอย่างมาก ดังนั้น เฮอร์บาไลฟ์ ก็จะมีการ ขับเคลื่อนและขยายธุรกิจไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่ว- ประเทศไทย ด้วยการทำงานร่วมกับผู้จำหน่ายอิสระ อย่างใกล้ชิด รวมถึงการเตรียมแผนเปิดศูนย์ธุรกิจ เฮอร์บาไลฟ์ไทยในปี 2556 โดยเล็งพื้นที่ โคราช และ ขอนแก่น อีกทั้งยังเตรียมแผนเปิดตัวสินค้าใหม่อีก 2-3 รายการ ได้แก่ แคลเซียม และเชค เสริมอาหารเพื่อ สุขภาพ ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบสินค้าจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย.


เหตุผลที่เพิ่งมาโฟกัสตลาดไทยในปีนี้ เพราะว่า ที่ผ่านมาเราต้องใช้เวลาในการทำงานร่วมกับผู้แทน จำหน่ายอย่างจริงจัง และการทำงานร่วมกันนั้นทำให้ เราประสบความสำเรจ็ เปน็ อย่างมาก ปีนี้จึเป็นโอกาส ของตลาดไทย หลังจากปีที่ผ่านมาไทยยังไม่พร้อม เพราะเจอเหตุการณ์น้ำท่วม ทำให้แผนการบุกตลาด ไทยอย่างจริงจังจึงต้องเริ่มในปีนี้


ในส่วนของภาพรวมตลาดเฮอร์บาไลฟ์ภูมิภาค เอเชียแปซิฟิก ในช่วงครึ่งแรกของปีเติบโต 27.5% ซึ่ง เป็นสถิติใหม่ของการเติบโตในทุกไตรมาส และเมื่อ เทียบกับภูมิภาคอื่นๆ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นตลาด ที่มียอดขายสูงที่สุดเป็นอันดับ 1 ในแง่ยอดขาย ขณะที่ ยอดผู้จำหน่ายอิสระนั้นยังคงเป็นอันดับ 2


ราห์น กล่าวต่อว่า เฮอร์บาไลฟ์ ไม่มีแผนที่จะ ปรับราคาสินค้าขึ้น หากยังไม่เกิดภาวะเงินเฟ้อ และ ค่าเงินบาทยังแตะอยู่ที่ระดับ 35 บาท ขณะที่ แผนการตั้งโรงงานใหม่นั้น เฮอร์บาไลฟ์ ยังไม่มีแผน แม้ว่าสินค้าส่วนใหญ่จะนำเข้าจากบริษัทแม่ ที่อเมริกาทั้งหมด อย่างไรก็ดี ในอนาคตหากยอดขาย เติบโตอย่างต่อเนื่อง เฮอร์บาไลฟ์ อาจจะพิจารณา การรีแพ็กสินค้าที่ประเทศไทย หรือการก่อสร้าง โรงงาน โดยต้องรอความพร้อมในด้านอัตรา การเติบโตอีกด้วย


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 205 วันที่ 16 - 31 สิงหาคม พ.ศ. 2555

วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ข่าวเฮอร์บาไลฟ์ (Herbalife Thailand) : จัดยิ่งใหญ่ฉลองครบรอบ 15 ปี ส่งเสริมประชาคมไทยให้มีโภชนาการที่ดี ระเบิดแคมเปญ "วันนี้..คุณดื่มเชคแล้วหรือยัง"


กรุงเทพฯ--8 ส.ค.--อาซิแอม เบอร์สัน-มาร์สเตลเลอร์

เฮอร์บาไลฟ์จัดยิ่งใหญ่ฉลองครบรอบ 15 ปี ส่งเสริมประชาคมไทยให้มีโภชนาการที่ดีระเบิดแคมเปญ วันนี้..คุณดื่มเชคแล้วหรือยังชวนคนไทยสร้างปรากฏการณ์สุขภาพดีทั่วหน้าด้วยโภชนาการที่สมดุล


เฮอร์บาไลฟ์ บริษัทขายตรงผลิตภัณฑ์โภชนาการระดับโลก ประกาศความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ จัดงานฉลองครบรอบ 15 ปีของการดำเนินงานในประเทศไทย ร่วมกับผู้จำหน่ายอิสระ ลูกค้า พนักงาน และพันธมิตรทางธุรกิจ พร้อมเปิดแคมเปญ Have You Had Your Shake Today วันนี้..คุณดื่มเชคแล้วหรือยัง เพื่อส่งเสริม และสนับสนุนให้ประชาชนชาวไทยมีโภชนาการที่ครบถ้วนและมีสุขภาพแข็งแรง ทั้งยังมุ่งสนับสนุนให้ผู้บริโภคเข้าถึงผลิตภัณฑ์เฮอร์บาไลฟ์ได้อย่างง่ายดาย โดยเปิดให้ผู้บริโภคทดลองใช้และรับรู้ถึงผลลัพธ์ของผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มจำนวนการใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ


ไฮไลท์ในงานฉลองครบรอบ 15 ปีครั้งนี้ ได้แก่ การจัดมหกรรม เมกกะโยคะ ที่รวมพลคนรักสุขภาพสูงถึง 1,000 คนมาร่วมกันออกกำลังกายเพื่อการมีสุขภาพที่ดีอย่างพร้อมเพรียง นับเป็นจำนวนคนมากที่สุดในไทย พร้อมแนะนำนวัตกรรมตรวจหาไขมันส่วนเกินล้ำสมัยล่าสุดด้วยเครื่อง บอดี้ สแกนเนอร์ เข็มทิศความสมดุลของร่างกาย นอกจากนี้ เฮอร์บาไลฟ์ยังเน้นการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้ผ่านการเปิดตัวคาร์แร็พภายใต้คอนเซ็ปท์ วันนี้...คุณดื่มเชคแล้วหรือยัง จำนวน 100 คันทั่วกรุงเทพฯ ทั้งนี้ การจัดงานฉลองดังกล่าวคาดว่า จะมีผู้จำหน่ายอิสระและแขกผู้มีเกียรติต่างๆ จากทั่วประเทศรวมกว่า 1,000 คนเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง สำหรับรายได้จากกิจกรรมที่มีขึ้นภายในงานจะร่วมสมทบทุนสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมผ่านโครงการคาซ่า เฮอร์บาไลฟ์ เพื่อช่วยเหลือด้านโภชนาการแก่เด็กด้อยโอกาส ซึ่งในประเทศไทย เฮอร์บาไลฟ์ได้ให้การช่วยเหลือสนับสนุนมูลนิธิเด็กภายใต้โครงการคาซ่า เฮอร์บาไลฟ์


เฮอร์บาไลฟ์เป็นบริษัทขายตรงผลิตภัณฑ์โภชนาการชั้นนำระดับโลก ซึ่งมีผลิตภัณฑ์โดดเด่น ได้แก่ โปรตีนเชค ผลิตภัณฑ์วิตามิน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและควบคุมน้ำหนัก ผลิตภัณฑ์ให้พลังงานและฟิตเนส ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณและเส้นผมเพื่อสุขภาพผิวที่ดี กว่า 15 ปีของความสำเร็จที่เฮอร์บาไลฟ์มุ่งมั่นเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนให้ดีขึ้น ด้วยการเสริมสร้างให้ผู้บริโภค ให้ความสำคัญกับการมีสุขภาพดีเพิ่มมากขึ้นทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ ผ่านเครือข่ายผู้จำหน่ายที่มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ร่วมด้วยแผนการตลาดที่ดีเยี่ยม ตลอดจนการฝึกอบรมสัมมนาเพื่อนำมาซึ่งความสำเร็จและความมั่นคงสู่สมาชิกผู้จำหน่ายอิสระครอบครัวเฮอร์บาไลฟ์ตลอดมา


มร.วิลเลี่ยม ราห์น รองประธานอาวุโสและกรรมการผู้อำนวยการ ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า ปัจจัยที่สร้างความสำเร็จให้แก่เฮอร์บาไลฟ์ คือ ความมุ่งมั่นและทุ่มเทอย่างเต็มที่ของเครือข่ายผู้จำหน่ายอิสระที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยได้วางรากฐานอย่างมั่นคงเพื่อให้ผลิตภัณฑ์เฮอร์บาไลฟ์เข้าถึงผู้บริโภคได้มากกว่าที่เคยมีมา ประเทศไทยเป็นตลาดที่สำคัญของเฮอร์บาไลฟ์ และเราต้องการมั่นใจว่า เฮอร์บาไลฟ์มีความพร้อมตอบโจทย์ความต้องการที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าชาวไทย ขณะที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็เป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างโดดเด่น ทั้งยังมีลู่ทางทางธุรกิจที่ชัดเจน การดำเนินงานของเฮอร์บาไลฟ์ในประเทศไทยจึงแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของบริษัทที่มีต่อประเทศไทยซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพเติบโตได้อีกมาก ซึ่งเราคาดว่า เฮอร์บาไลฟ์จะสามารถสานต่อพันธกิจที่มุ่งมอบโภชนาการที่ดีให้แก่ประชาคมไทยต่อไปในอีก 15 ปีข้างหน้าได้อย่างแน่นอน


นายจักรพันธ์ สุทธโทธน กรรมการผู้อำนวยการ เฮอร์บาไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด เปิดเผยว่า การดำเนินงานตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นความสำเร็จอันโดดเด่นของเฮอร์บาไลฟ์ ทั้งยังแสดงให้เห็นถึงการมีแต้มต่อในการแข่งขันที่จะเพิ่มมากขึ้นในอนาคตอีกด้วย บริษัทต้องขอขอบคุณผู้จำหน่ายอิสระ พนักงาน ลูกค้า และพันธมิตรที่ได้มุ่งมั่นและให้การสนับสนุนเพื่อให้เฮอร์บาไลฟ์ประสบความสำเร็จในครั้งนี้ เฮอร์บาไลฟ์มีปณิธานมุ่งนำผลิตภัณฑ์และโอกาสทางธุรกิจเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นสู่ผู้บริโภคชาวไทย และเราเชื่อมั่นว่า ระยะเวลาอีก 15 ปีข้างหน้าจะเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นสำหรับเฮอร์บาไลฟ์ ทั้งการเติบโตอย่างไม่หยุดยั้งและการสร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เราจะยังคงมุ่งเดินหน้าส่งเสริมและสนับสนุนแบรนด์เฮอร์บาไลฟ์ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง พร้อมขยายธุรกิจของบริษัทเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าชาวไทยได้มากขึ้น


เฮอร์บาไลฟ์เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2540 และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ธุรกิจของบริษัทได้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง บริษัทมีสำนักงานในกรุงเทพฯ และเตรียมขยายการดำเนินงานทั้งในเชิงกว้างและลึก เพื่อเจาะตลาดทั่วไทย


โดยมอบโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เพื่อสร้างการเติบโตให้แก่ผู้จำหน่ายเฮอร์บาไลฟ์มากขึ้นกว่าที่เคยมีมา ปัจจุบัน เฮอร์บาไลฟ์ในประเทศไทยมีพนักงานมากกว่า 40 คน


รายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อ:

อาซิแอม เบอร์สัน-มาร์สเตลเลอร์ โทร. 0 2252 9871

ข่าวเฮอร์บาไลฟ์ : เฮอร์บาไลฟ์ เอเชีย แปซิฟิก เอ็กซ์ตร้าวาแกนซ่า Herbalife Asia Pacific Extravaganza สุดยอดงานประชุมแห่งปี


กรุงเทพฯ--13 ก.ค.--อาซิแอม เบอร์สัน-มาร์สเตลเลอร์

เฮอร์บาไลฟ์ เอเชีย แปซิฟิก เอ็กซ์ตร้าวาแกนซ่า 2012 สุดยอดงานประชุมระดับนานาชาติได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม สะท้อนแนวโน้มตลาดโภชนาการเอเชียแข็งแกร่ง โดยมีผู้จำหน่ายอิสระมากถึง 24,000 คนเข้าร่วมงาน และสามารถระดมทุนให้องค์กรการกุศลได้กว่า 5.3 ล้านบาท (ประมาณ 213,410 เหรียญสิงคโปร์)


เนื่องจากผู้บริโภคในเอเชียให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น เฮอร์บาไลฟ์จึงประสบความสำเร็จอย่างงดงามในการขยายธุรกิจในภาคพื้นเอเชีย ด้วยเครือข่ายผู้จำหน่ายอิสระที่เพิ่มขึ้นอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ความสำเร็จดังกล่าวเห็นได้ชัดจากงานเฮอร์บาไลฟ์ เอเชีย แปซิฟิก เอ็กซ์ตร้าวาแกนซ่า (Herbalife Asia Pacific Extravaganza) ณ ศูนย์ประชุมและนิทรรศการสิงคโปร์เอ็กซ์โป (Singapore EXPO) เมื่อไม่นานมานี้ ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้มีผู้จำหน่ายอิสระจากทั่วภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกเข้าร่วมงานมากเป็นประวัติการณ์ถึง 24,000 คน หรือเพิ่มขึ้นถึง 41%* เมื่อเทียบกับปี 2553 โดยมีผู้จำหน่ายจากประเทศไทยเข้าร่วมการประชุมกว่าพันคน ประเด็นการพูดคุยมุ่งที่เรื่อง


เทรนด์ล่าสุดของโภชนาการ ร่วมด้วยการฝึกอบรมผลิตภัณฑ์และการเริ่มต้นสร้างธุรกิจ แสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่มีคุณภาพสามารถตอบโจทย์ความต้องการด้านสุขภาพของผู้บริโภคในเอเชียได้อย่างตรงใจเฮอร์บาไลฟ์ให้ความสำคัญกับการพัฒนาตนเองของผู้จำหน่ายอิสระในภูมิภาคที่กำลังเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นจึงจัดให้มีการประชุมและอบรมหลายงานตลอดปี งานเอ็กซ์ตร้าวาแกนซ่าเป็นงานใหญ่ที่เฮอร์บาไลฟ์ใช้ฝึกอบรมผู้จำหน่ายในด้านกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ ธุรกิจ และการตลาด รวมถึงเปิดโอกาสให้มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวความสำเร็จและการมีส่วนช่วยสร้างต้นแบบธุรกิจโดยรวมเพื่อความสำเร็จในการทำธุรกิจ วิลเลียม เอ็ม ราห์น (William M. Rahn) กรรมการผู้จัดการเฮอร์บาไลฟ์ เอเชียแปซิฟิก กล่าว


เฮอร์บาไลฟ์ เอ็กซ์ตร้าวาแกนซ่า 2012 เป็นงานใหญ่สำหรับอุตสาหกรรม MICE ในสิงคโปร์ ภายใต้พื้นที่จัดงานกว่า400,000 ตารางฟุตของศูนย์ประชุมและนิทรรศการสิงคโปร์เอ็กซ์โป รวมถึงห้องจัดแสดงทั้งหมดในส่วนอาคารใหม่ที่มีชื่อว่า แม็กซ์เอเทรีย (MAX Atria)อลอยเซียส อาร์แลนโด (Aloysius Arlando) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท สิงเอ็กซ์ เวนิวส์ พีทีอี ลิมิเต็ด (Singex Venues Pte Ltd.) ซึ่งเป็นผู้บริหารจัดการศูนย์ประชุมเอ็กซ์โปกล่าวว่า เฮอร์บาไลฟ์ เอ็กซ์ตร้าวาแกนซ่า ทำให้ศูนย์ประชุมมีชีวิตชีวาขึ้นมาทุกครั้งที่มีการจัดงาน และในปีนี้ก็เช่นกัน โดยปกติแล้วศูนย์ประชุมเอ็กซ์โปคุ้นเคยกับการจัดงานใหญ่ระดับนานาชาติเป็นอย่างดี แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เราต้องจัดงานที่มีผู้เข้าร่วมงานถึง 24,000 คน ทำให้เราต้องเพิ่มความรอบคอบในการวางแผนและใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทีมงาน Event Services and Operations มากประสบการณ์ของเราประสานงานอย่างใกล้ชิดกับเฮอร์บาไลฟ์ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกองค์ประกอบของงาน ตั้งแต่การลงทะเบียนไปจนถึงการประชุมย่อยและการประชุมใหญ่ จะดำเนินไปอย่างถูกต้องแม่นยำตามที่กำหนดไว้ทำให้ผู้ร่วมงานได้รับประสบการณ์ที่ประทับใจด้วยความสะดวกและปลอดภัยสูงสุด นอกจากนั้นเรายังยินดีที่ได้ใช้อาคารประชุมใหม่ แม็กซ์เอเทรีย ซึ่งได้รับใบรับรอง Green Mark Platinum ในการรองรับผู้ร่วมงานจากทั่วทั้งภูมิภาคด้วย และเราหวังว่าการประชุมครั้งต่อไปในสิงคโปร์จะมีผู้เข้าร่วมงานมากยิ่งกว่านี้


หนึ่งในปณิธานของเฮอร์บาไลฟ์ คือ การช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กๆ ที่ด้อยโอกาสผ่านโครงการคาซ่าเฮอร์บาไลฟ์ (Casa Herbalife) งานเอ็กซ์ตร้าวาแกนซ่าครั้งนี้ จึงมีการระดมทุนให้แก่โครงการคาซ่าเฮอร์บาไลฟ์ 16 โครงการในภูมิภาค นอกจากนั้นผู้จำหน่ายในสิงคโปร์ยังช่วยกันระดมทุนในงานครบรอบ 9 ปีของเฮอร์บาไลฟ์ สิงคโปร์ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งยอดเงินรวมจากการระดมทุนทั้งสองงานอยู่ที่ 213,410 เหรียญสิงคโปร์ หรือราว 5.3 ล้านบาท โดยเงินจำนวนนี้จะบริจาคให้กับมูลนิธิ Singapore Children's Society และมูลนิธิอื่นๆ ที่เฮอร์บาไลฟ์ให้การสนับสนุนทั่วเอเชีย


* ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานเฮอร์บาไลฟ์ เอ็กซ์ตร้าวาแกนซ่า ซึ่งเคยจัดในสิงคโปร์


งานเฮอร์บาไลฟ์ เอเชีย แปซิฟิก เอ็กซ์ตร้าวาแกนซ่า จัดขึ้นในสิงคโปร์ครั้งแรกเมื่อปี 2546 โดยสามารถดึงดูดผู้ร่วมงานได้ราว 10,000 คน จาก 12 ประเทศ ขณะที่งานในปี 2553 มีผู้เข้าร่วมงานเพิ่มขึ้นเป็น 17,000 คน และสำหรับงานในปีนี้ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมามีผู้ร่วมงานเข้าร่วมการประชุมถึง 24,000 คน


รายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อ:

อาซิแอม เบอร์สัน-มาร์สเตลเลอร์ โทร. 0 2252 9871

ข่าวเฮอร์บาไลฟ์ (Herbalife Thailand) : ขยายสมาชิกภูธรเน้นอีสาน-ใต้ ล่าแต้ม 3 หมื่นรหัส


เฮอร์บาไลฟ์ รุกคืบตลาดภูธร ภาคอีสาน และภาคใต้ ยอดขายพุ่ง ระเบิดแคมเปญ Have You Had Your Shake Today-วันนี้..คุณดื่มเชคแล้วหรือยัง ฉลอง 15 ปี การดำเนินงานในไทย ดึงสมาชิกช่วยส่งเสริมแบรนด์ พร้อมจัดประชุมถี่ สร้างการรับรู้เรียกยอดสมาชิกเพิ่ม 5 พันรหัส ขยับเมมเบอร์รวม 3 หมื่น ปลายปี


นายจักรพันธ์ สุทธโทธน กรรมการ ผู้อำนวยการ เฮอร์บาไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด เปิดเผยว่า ภายในปีนี้จนถึงต้นปี 2556 บริษัทมีแผน ที่จะเปิดศูนย์สาขา ที่มีลักษณะเป็น Sale Center เนื่องจากมองเห็นถึงศักยภาพ ความพร้อมต่างๆ ที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ โดยอาจจะเข้าไปประเดิมในภาคอีสานเป็นพื้นที่ แรก เนื่องจากอัตราการเติบโตขยายตัวเป็นไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งคาดว่าจะมีการใช้ งบประมาณในการเปิดศูนย์แต่ละศูนย์ประมาณ 5 ล้านบาท และในอนาคตจะมีการขยายไปที่ภาคใต้ ภาคเหนือเป็นลำดับถัดไป


ปีนี้สัดส่วนยอดขายของบริษัทเติบโต ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลังจากที่บริษัทปรับ กลยุทธ์การตลาด โดยเข้าไปรุกในส่วนของ ตลาดภูมิภาคมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากสัดส่วนยอดขายในช่วงไตรมาสแรกของภูมิภาคต่างๆ มีอัตราสูงขึ้น โดยภาคอีสาน มียอดขายโต 100%, ภาคใต้ 30% และภาคเหนือโต 5% ตามลำดับ โดยปัจจุบันบริษัทมีสมาชิกแอ็กทีฟประมาณ 2.3 หมื่น รหัส จาก 50 จังหวัดทั่วประเทศ ปีนี้ตั้งเป้า เพิ่มอีก 5 พันรหัส


ในปีนี้บริษัทจะเน้นการฝึกอบรมมากขึ้น โดยจะมีการสนับสนุนการจัดกิจกรรม ของสมาชิกมากขึ้น ซึ่งต้นปีที่ผ่านมาบริษัท มีการจัดอบรมหรือประชุมรวมแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง และมีเรื่องที่น่ายินดี คือในการจัดประชุมครั้งที่ผ่านมา พบว่ามีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 1,500 คน เพิ่มขึ้นจากเดิม ถึง 3 เท่า จึงถือได้ว่าการกำหนดนโยบาย ส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมของสมาชิก และ การเน้นบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ มากขึ้น ส่งผลดีต่อธุรกิจของบริษัทอย่างเห็นได้ชัด นายจักรพันธ์ เผย


ทั้งนี้ เฮอร์บาไลฟ์เข้ามาดำเนินธุรกิจ ในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2540 บริษัทมีสำนักงานในกรุงเทพฯ และเตรียมขยายการดำเนินงานทั้งในเชิงกว้างและลึก เพื่อ เจาะตลาดทั่วไทย โดยมอบโอกาสทางธุรกิจ ใหม่ๆ เพื่อสร้างการเติบโตให้แก่ผู้จำหน่าย เฮอร์บาไลฟ์มากขึ้นกว่าที่เคยมีมา ปัจจุบัน เฮอร์บาไลฟ์ในประเทศไทยมีพนักงานมากกว่า 40 คน


งานฉลองครบรอบ 15 ปีครั้งนี้ มีการจัดมหกรรม เมกกะโยคะ ที่รวมพลคนรักสุขภาพสูงถึง 1,000 คนมาร่วมกันออกกำลังกายเพื่อการมีสุขภาพที่ดีอย่างพร้อมเพรียงนับเป็นจำนวนคนมากที่สุดในไทย พร้อมแนะนำนวัตกรรมตรวจหาไขมันส่วนเกินล้ำสมัยล่าสุดด้วยเครื่อง บอดี้ สแกนเนอร์ เข็มทิศความสมดุลของร่างกาย นอกจากนี้ เฮอร์บาไลฟ์ยังเน้นการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้ผ่านการเปิดตัวคาร์แร็พภายใต้คอนเซปต์ วันนี้...คุณดื่มเชคแล้วหรือยัง จำนวน 100 คันทั่วกรุงเทพฯ


ทางด้าน มร.วิลเลี่ยม ราห์น รองประธานอาวุโสและกรรมการผู้อำนวยการ ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก เปิดเผยว่า ปัจจัยที่สร้างความสำเร็จให้แก่เฮอร์บาไลฟ์ คือ ความมุ่งมั่นและทุ่มเทอย่างเต็มที่ของเครือข่ายผู้จำหน่ายอิสระที่เติบโตทั่วภูมิภาค เอเชียแปซิฟิก โดยได้วางรากฐานอย่างมั่นคงเพื่อให้ผลิตภัณฑ์เฮอร์บาไลฟ์เข้าถึงผู้บริโภคได้มากกว่าที่เคย ประเทศไทยเป็น ตลาดที่สำคัญของเฮอร์บาไลฟ์ และเราต้องการมั่นใจว่า เฮอร์บาไลฟ์มีความพร้อม ตอบโจทย์ความต้องการที่เพิ่มขึ้นของลูกค้า ชาวไทย ขณะที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็เป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างโดดเด่น


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1326 ประจำวันที่ 15-8-2012 ถึง17-8-2012

วันศุกร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ข่าวเฮอร์บาไลฟ์ (Herbalife Thailand) : มอบชุดอุปกรณ์กีฬาใหม่ให้มูลนิธิเด็กเพื่อสนับสนุนให้เด็กเล่นกีฬา


เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2555 เฮอร์บาไลฟ์ โดย นายจักรพันธ์ สุทธโทธน กรรมการผู้อำนวยการ เฮอร์บาไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด พร้อม ด้วยผู้จำหน่ายอิสระและพนักงานเฮอร์บาไลฟ์ ร่วมกันมอบชุดอุปกรณ์กีฬา เช่น รองเท้า ชุดฟุตบอลในร่ม แก่มูลนิธิเด็ก เพื่อสนับสนุนให้เด็กๆ ใช้เวลาว่างไปกับการ ออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและมีพัฒนาการที่สมวัย โดยมี นายชัยณรงค์ ฉิมชูใจ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลหมู่บ้านเด็กมูลนิธิเด็ก ให้เกียรติเป็นผู้แทน รับมอบ นอกจากนี้ เฮอร์บาไลฟ์ ยังได้ชวน น้องๆ ร่วมกิจกรรม โยคะเด็ก : เสริมกำลัง กาย พัฒนาสมาธิ การ ออกกำลังกายเพื่อการ เสริมสร้างความแข็งแรง ของร่างกายและจิตอีก ด้วย


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่าย ฉบับที่ 233 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 1-16 สิงหาคม 2555

วันอังคารที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ข่าวเฮอร์บาไลฟ์ (Herbalife Thailand) : จัดงานฉลองครบรอบ 15 ปี เฮอร์บาไลฟ์ ไทยแลนด์ และเอ็กซ์โป 2012


เฮอร์บาไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ดขอเชิญสื่อมวลชนร่วมงานฉลองครบรอบ 15 ปีเฮอร์บาไลฟ์ ไทยแลนด์ และเอ็กซ์โป 2012ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์หน้าสำคัญ... เปิด มหกรรมคาร์แร็พ กว่า 100 คัน เพื่อฉลอง 15 ปี กล่าวเปิดงาน โดย มร.วิลเลียม เอ็ม ราห์น รองประธานอาวุโสและกรรมการ ผู้อำนวยการเฮอร์บาไลฟ์ ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ชมมหกรรม เมกกะโยคะ มากถึง 1,000 คน เช็คสุขภาพฟรี...ด้วยเครื่อง บอดี้ สแกนเนอร์ (Body Scanner) เยี่ยมชมและสนุกสนานกับกิจกรรมจากบูธต่างๆ เพื่อร่วมสมทบทุนใน โครงการคาซ่า เฮอร์บาไลฟ์ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิเด็กในประเทศไทย


วันอาทิตย์ที่ 5 สิงหาคม 2555

เวลา 10.00 13.30 น.

ณ หอประชุมมหิศร เอสซีบี ปาร์ค พลาซ่า

(รับประทานอาหารกลางวันร่วมกันหลังเปิดงาน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและยืนยันการเข้าร่วมงานได้ที่:

อาซิแอม เบอร์สัน-มาร์สเตลเลอร์ โทร. 02 252 9871

วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

เศรษฐกิจฟื้น การเมืองเปิดทาง ขายตรง (MLM) คังเซน-เคนโก,สุพรีเดอร์ม,เฮอร์บาไลฟ์ เสริมภูมินักขายอบรมถี่ยิบ..ดึงเรตติ้ง


เศรษฐกิจในประเทศดี การเมืองไร้ความรุนแรง แผ่อานิสงส์สู่ธุรกิจขายตรง คังเซน-เคนโก จัดอบรม นักขายอัดหลักสูตรพื้นฐาน เพิ่ม อาวุธสมาชิก สุพรีเดอร์ม ปลุกกระแสน้ำสมุนไพร ตีคู่คอร์สอบรมดึงเรตติ้งคืน ด้าน เฮอร์บาไลฟ์ เดินสายภูธร เน้น หนักที่ตลาดต่างจังหวัด

ดูจะกลายเป็นข่าวดีของบรรดา บริษัทขายตรง ที่เหตุการณ์บ้านเมืองไม่ได้มีความรุนแรงอย่างเช่นหลายปีที่ผ่านมา อีกทั้งเศรษฐกิจก็ไม่ได้เลวร้าย ทำให้หลายแบรนด์เดินหน้า ขนกลยุทธ์ออกมาห้ำหั่นกันฝุ่นตลบ โดย บริษัทส่วนใหญ่ทิ้งน้ำหนักไปที่การให้ความรู้กับนักขายเป็นสำคัญ ซึ่งต้องดูว่าหลักสูตรติดอาวุธสมาชิกของใคร จะทำให้ยอดขายเป็นไปตามเป้าที่หวัง

> คังเซน-เคนโก แก้จุดอ่อน อัดหลักสูตรพื้นฐานให้สมาชิก

นายอิทธิศักดิ์ อำพันธ์ยุทธ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คังเซน-เคนโก อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า แผนงานในปี 2555 บริษัทจะมีการปรับโครงสร้างระบบภายในบริษัท โดยจะเป็นการพัฒนาให้ เข้าสู่ระบบเครือข่ายขายตรงอย่างเต็ม รูปแบบมากขึ้น อย่างไรก็ดี น่าจะไม่เปลี่ยนรูปแบบโครงสร้างธุรกิจไปเลยทีเดียว แต่จะเน้นการสร้างความสมดุล ระหว่างจุดแข็งและจุดบกพร่องของบริษัท โดยจุดแข็งที่สำคัญของเราในขณะนี้ คือ ปัจจุบันบริษัทมีผู้จำหน่ายอิสระที่มีความเชี่ยวชาญในการนำเสนอ ผลิตภัณฑ์เป็นจำนวนมาก ซึ่งจะเห็นได้ว่าเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว เราจะพบโลโก้ที่เป็นสัญลักษณ์ของศูนย์จำหน่ายสินค้าของคังเซนฯ ทั่วทั้งประเทศกว่า 1 หมื่นศูนย์ แต่กลับพบว่าผู้จำหน่ายเหล่านั้นไม่ได้รู้วิธีการทำธุรกิจเครือข่ายอย่างแท้จริง จึงเป็นเหตุให้พวกเขามีรายได้ไม่ต่อเนื่อง เกิดการสูญเสียลูกค้า และเลิกทำธุรกิจ ไปโดยปริยาย

ทั้งนี้ ในส่วนของความคืบหน้า ของธุรกิจคังเซนฯ ในต่างประเทศหัวเรือใหญ่ของคังเซนฯ ก็ได้เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทได้เข้าไปเปิดธุรกิจในต่างประเทศแล้ว 5 ประเทศด้วยกัน คือ อินโดนีเซีย, ลาว, พม่า, กัมพูชา และ เวียดนาม โดยประเทศที่มียอดขาย เติบโตมากที่สุด คือ อินโดนีเซีย ซึ่ง ในปีแรก มียอดขายทะลุ 950 ล้าน บาท อยู่ในอันดับท็อปเทนของบริษัท ขายตรงที่นั่น ส่วนลาวมียอดขายประมาณ 160 ล้านบาท พม่า ประมาณ 15 ล้านบาท ส่วนกัมพูชา และเวียดนาม ยังถือว่าเป็นช่วงเริ่มต้นของการ เข้าไปดำเนินธุรกิจ

"อย่างไรก็ดี ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาพบว่าธุรกิจคังเซนฯในประเทศพม่ามียอดขายเฉลี่ยต่อเดือนประมาณ 2-3 ล้านบาท จากเดิมที่ขายได้เพียง 1 ล้านบาท ดังนั้นภายในสิ้นปีนี้ตนจึงคิดว่ายอดขายในพม่าอาจจะทะลุ 25 ล้านบาท ซึ่งปัจจัยสำคัญน่าเกิดขึ้นจากการเริ่มหันมาเน้นการดำเนินธุรกิจขายตรงตามระบบมากขึ้น และในขณะนี้ตนก็เริ่มสนใจที่จะเข้าไปเปิดธุรกิจคังเซนฯ ในประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นฟิลิปปินส์ และฮ่องกง เพราะทั้ง 2 ประเทศมีฐานสมาชิกที่เป็นผู้บริโภคของบริษัทคังเซนฯ เครือข่ายขายตรงของคนไทยที่ดำเนินธุรกิจมาเกือบ 2 ทศวรรษโดยตนคาดว่าไม่เกินงานวันเกิดฉลองครบรอบ 20 ปี บริษัทจะสามารถขยายธุรกิจครอบคลุมทุกประเทศในแถบอินโดจีนได้อย่างแน่นอน

> "สุพรีเดอร์ม" จัดโปรฯ เต็มพรืดสร้างแรงจูงใจสมาชิก

ด้านนายธรรมนูญ สมบูรณ์สินผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท สุพรีเดอร์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่ากลยุทธ์ทางการตลาดในข่วงไตรมาสที่ 3 บริษัทเตรียมเพิ่มสินค่าใหม่เข้ามาสนับสนุนการทำงานของสมาชิก โดยจะเป็นสินค้าจำพวก Mass Product ซึ่งจะทำให้สมาชิกสามารถนำไปเสนอผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น โดยล่าสุดได้เปิดตัวและเริ่มจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสมุนไพรเพื่อสุขภาพ 3 รายการ เพื่อเข้ามาเจาะเทรนด์ตลาดคนรักสุขภาพ เช่น เครื่องดื่มสมุนไพรปัญจะ ภูตะ ที่มีส่วนผสมของสมุนไพรถึง 39 ชนิด ช่วยปรับสมดุลของธาตุทั้ง 5 และสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับร่างกาย โดยหลังจากบริษัททำการทดลองตลาดภายในช่วงเดือนที่ผ่านมาสมาชิกและผู้บริโภคให้การตอบรับเป็นอย่างดี

นอกจากนั้นบริษัทยังมีกลยุทธ์เพิ่มการฝึกอบรมให้แก่สมาชิก เนื่องจากมองว่าการอบรมให้แก่สมาชิก เนื่องจากมองว่าการอบรมถือเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจเครือข่าย บริษะทพยายามจัดการฝึกอบรมในคอร์สต่างๆ เพิ่มขึ้น ทั้งในส่วนของสมาชิกและพนักงาน เพื่อให้พวกเขามีความรู้ที่จะสามารถบริการหรือตอบสนองความต้องการต่งๆ ของผู้บริโภคได้ให้สามารถออกไปนำเสนอผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยบริษัทจะมีระบบการจัดฝึกอบรมในทุกๆ วันพุธ ส่วนศุนย์สาขาต่างๆ ก็จะมีการจะดประชุมในทุกๆ เสาร์-อาทิตย์ นอกจากนี้ ยังมีการจัดอบรมพิเศษในเรื่องของสินค้าและกิจกรรมต่างๆ อีกมากมาย

ส่วนในด้านศูนย์อบรมหรือสาขาของบริษัทนั้น ปัจจุบันมีอยู่ทั้งหมด 96 สาขา กระจายไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศโดยสัดส่วนยอดขายส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งในปีนี้หากทุกอย่างดำเนินไปตามแผนที่วางไว้ ตนก็อยากที่จะเปิดสาขาให้ครบ 100 สาขา และในด้านการจัดโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อสร้างแรงกระตุ้นการทำงาน โดยเฉพาะโปรฯท่องเที่ยว บริษัทจะเปลี่ยกฎเกณฑ์ในรูปแบบใหม่ คือ จากเดิมที่บริษัทใช้ระบบอิงกลุ่ม เปลี่ยนมาใช้ระบบอิงเกณฑ์ หากใครผ่านเกณฑ์พที่บริษัทกำหนดก็สามารถไปท่องเที่ยวได้เลย และหากใครเก่งทำเป้าได้สูง ก็อาจจะไปท่องเที่ยวได้มากกว่า 2 ที่นั่ง

> "เฮอร์บาไลฟ์" เน้นปั้นสมาชิกภูธร

นายจักพันธ์ สุทธโทธน กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เฮอร์บาไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด จำกัด เปิดเผยว่า กลยุทธ์การตลาดในปีนี้เฮอร์บาไลฟฟ์จะยังคงเน้นการขยายตลาดออกสู่ภูมิภาคมากขึ้น โดยการลงพื้นที่แต่ละครั้ง บริษัทจะมีการจะดกิจกรรมโดนเน้นการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องของสุขภาพมากขึ้น จากเมื่อก่อนที่ยังไม่มีในส่วนนี้ จึงอาจทำให้ผู้คนทั่วไปยังไม่รู้จักผลิตภัณฑ์ของบริษัทมากนัก และยังมีกิจกรรมที่ชื่อว่า "วันนี้คุณดื่ม Shake แล้วหรือยัง" ซึ่งเป็นแผนการโปรโมตผลิตภัณฑ์หลักที่ดีขายดีที่สุดของบริษัท

"นอกจากกลยุทธ์ต่างๆ ที่กล่าวมาแล้ว ในปีนี้บริษัทจะเน้นการฝึกอบรมมากขึ้นจะมีการสนับสนุนการจัดกิจกรรมของสมาชิกมากขึ้น ซึ่งต้นปีที่ผ่านมาบริษัทมีการจัดอบรมหรือประชุมรวมแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง และมีเรื่องน่ายินดี คือในการจัดประชุมครั้งที่ผ่านมา พบว่ามีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 1,500 คน เพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 3 เท่า จึงถือได้ว่าการกำหนดนโยบายส่งเสริมสนับบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพมากขึ้น ส่งผลดีต่อธุรกิจของบริษัทอย่างเห็นได้ชัด "นายจักรพันธ์ เปิดเผยโดยภายในสิ้นปีนี้หรือปีหน้า
บริษัทก็มีแผนที่จะเปิดศูนย์สาขาโดยมีลักษณะเป็น Sale Center เนื่องจากบริษัทได้มองเห็นถึงศักยภาพความพร้อมต่างๆ ที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ โดยอาจจะเข้าไปประเดิมในภาคอีสานเป็นพื้นที่แรก เนื่องจากอัตราการเติบโตขยายตัวไปอย่างรวดเร็วมากซึ่งตนคาดว่าจะมีการใช้งบประมาณในการเปิดศูนย์แต่ละศูนย์ประมาณ 5 ล้านบาท และในอนาคตจะมีขยายไปที่ภาคใต้ ภาคเหนือเป็นลำดับถัดไป

"อย่างไรก็ดี ตนก็มีความเป็นห่วงอยู่บ้างเกี่ยวกับสถานการณ์ความวุ่นวายด้านการเมืองจองไทยที่อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการใช้จ่ายของประชาชนและโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำนักงานออฟฟิศสาขาไทยก็อยู่ในเขตพื้นที่เสี่ยงเกี่ยวกับการก่อความไม่สงบทางการเมืองจุดนี้อาจส่งผลให้ผู้บริโภคจำนวนมากของบริษัทเกิดปัญหาหรืออุปสรรคสำคัญด้านการขยายเครือข่ายส่วนปัญหาทางด้านเศรษฐกิจตนคิดว่าไม่มีผลโดยตรงต่อธุรกิจขายตรงเพราะจากการสำรวจของเอแบคโพลล์ พบว่า ธุรกิจขายตรงโดยรวมเติบโตมากกว่า 10% ทุกปี" นายจักรพันธ์ กล่าวทิ้งท้าย


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจฉบับที่ 1319 ประจำวันที่ 21-7-2012 ถึง24-7-2012

วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2555

เฮอร์บาไลฟ์-Herbalife ชูกลยุทธ์เด็ด Regionalization ปักธงครองตลาดภูมิภาค ตั้งเป้าเติบโต 2 หลัก


เฮอร์บาไลฟ์เผยกลยุทธ์การตลาดปีมังกรRegionalizationขับเคลื่อนธุรกิจขายตรงเต็มสูบ รุกตลาดภูมิภาคขยายฐานผู้จำหน่ายอิสระท้องถิ่น ส่งแคมเปญวันนี้...คุณดื่มเชคแล้วหรือยังจับกลุ่มคนรักสุขภาพ พร้อมอัดฉีดเม็ดเงินติวเข้มผ่านเวทีอบรมสัมมนาทั้งในและนอกประเทศทุกไตรมาส มั่นใจสามารถโตก้าวกระโดดระดับเลข 2 หลัก จากความสำเร็จของการขับเคลื่อนแบรนด์เฮอร์บาไลฟ์ด้วยกลยุทธ์การตลาดในการขยายตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพ ด้วยการสร้างเครือข่ายสุขภาพภายใต้คอนเซ็ปท์นิวทริชั่น คลับหรือคลับ สุขภาพศูนย์กลางเพื่อการสังสรรค์ของคนรักสุขภาพ ซึ่งได้รับการตอบรับเกินความคาดหมายในปีที่ผ่านมา ในปี 2555 นี้ เฮอร์บาไลฟ์จึงได้มีการปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่เพื่อบุกตลาดอีกครั้ง โดยมุ่งขยายฐานผู้จำหน่ายและผู้บริโภคสู่ทั่วทุกภูมิภาคในเขตพื้นที่เศรษฐกิจหลักของประเทศ


 


 


นายจักรพันธ์ สุทธโทธน กรรมการผู้อำนวยการ เฮอร์บาไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด เปิดเผยว่า เพื่อตอกย้ำความสำเร็จของเฮอร์บาไลฟ์ในการเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนให้ดีขึ้น ตลอด 15 ปีของการนำผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่เปี่ยมด้วยคุณภาพมาตรฐานระดับโลกสู่ผู้บริโภคชาวไทย ในปีนี้เฮอร์บาไลฟ์จึงมีแผนที่จะเดินหน้าเติมสูบ เพื่อขยายโอกาสในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์มากขึ้นให้กับผู้บริโภคในเขตภูมิภาคของประเทศ โดยจัดทำแผนบูรณาการทางธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค (Regionalization)กำหนดเป็นกลยุทธ์หลัก


 


นอกเหนือจากการกระตุ้นให้มีการบริโภคเพิ่มขึ้น (Daily Consumption)การขยายฐานสมาชิกใหม่ (Distributor Recruiting)และการฝึกอบรมอย่างเป็นระบบ (Systematized Training)ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง


 


การบุกตลาดภูมิภาคเต็มสูบครั้งนี้ ได้มีการแบ่งเขตพื้นที่เพื่อให้เกิดการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยกำหนดออกเป็น 5 เขตพื้นที่ ตั้งเป้าในการเติบโต 100% ในแต่ละเขต ประกอบด้วย ภาคเหนือ ซึ่งมีเขตพื้นที่เป้าหมาย คือ จังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ขอนแก่น และสกลนคร ภาคกลาง ในจังหวัดสระบุรี อยุธยา ระยอง และชลบุรี ภาคใต้ ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีสงขลา(หาดใหญ่) ภูเก็ต นครศรีธรรมราช รวมถึงเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ครอบคุลมพื้นที่ในจังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ


 


เนื่องจากกระแสรักสุขภาพยังได้รับความนิยมอย่างสูงจากผู้รักสุขภาพทั่วประเทศ ทำให้เราตัดสินใจรุกตลาดภูมิภาค เพราะมีโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจอีกมาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการแข่งขันไม่สูงนักเมื่อเทียบกับพื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ประกอบกับเรามีฐานลูกค้าที่เคยเดินหน้าทำการตลาดปูทางไว้ตั้งแต่เมื่อปีก่อน ในปีนี้เราจึงตั้งเป้าเดินหน้ารุกตลาดนี้อย่างเต็มที่ ซึ่งนอกจากจะมีการจัดทัพผู้บริหารดูแลในระดับภูมิภาค เพื่อวางแผนขยายธุรกิจและดูแลผู้จำหน่ายอิสระตามหัวเมืองใหญ่ๆ ในแต่ละภูมิภาคอย่างใกล้ชิดแล้ว เรายังส่งแคมเปญการตลาดHave you had your shake todayวันนี้..คุณดื่มเชคแล้วหรือยังเพื่อกระตุ้นให้เกิดการบริโภคเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้ การขยายฐานผู้บริโภคเติบโตแบบก้าวกระโดด และยังเป็นการสร้างการรับรู้ของตัวผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง รวมถึงต่อยอดให้Nutrition Clubขยายจำนวนมากยิ่งขึ้นไปพร้อมกันด้วยนายจักรพันธ์ กล่าว


 


และเพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงแหล่งข้อมูลด้านสุขภาพอย่างครบวงจร เฮอร์บาไลฟ์จึงได้เปิดตัวHerbalife Nutrition Instituteเว็บไซต์ด้านโภชนาการที่ให้ข้อมูลด้านการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม โดยที่ไม่อ้างอิงหรือเกี่ยวข้อง


 


กับผลิตภัณฑ์ใด เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคแต่ละลักษณะ ซึ่งเรามั่นใจว่าจะสามารถตอบโจทย์ความสนใจในเรื่องสุขภาพได้รอบด้าน นับเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เปิดให้ผู้ที่รักสุขภาพได้เข้าถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งจะมีการอัพเดทให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา


 


นอกจากแผนการขยายธุรกิจสู่ภูมิภาคที่เป็นกลยุทธ์หลักที่สำคัญในปีนี้แล้ว นายจักรพันธ์ ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า กลยุทธ์ทางการตลาดหลักอีกประการหนึ่งของเฮอร์บาไลฟ์คือ การค้นคว้าวิจัยเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพระดับHighest scientific and safety standardsและแผนธุรกิจที่ชัดเจน การจัดฝึกอบรมให้ความรู้เพื่อเพิ่มพูนทักษะในการประกอบธุรกิจให้แก่ผู้จำหน่าย รวมถึงการจัดประชุมเพื่อเสริมสร้างแนวทางการปฏิบัติที่เป็นเลิศ


 


ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ และสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ซึ่งกลยุทธ์เสริมทั้งหมดนี้ ตนเชื่อมั่นว่า จะช่วยทำให้แบรนด์เฮอร์บาไลฟ์ในประเทศไทยแข็งแกร่งยิ่งขึ้น และขยายฐานลูกค้าผู้บริโภครวมทั้งผู้จำหน่ายเฮอร์บาไลฟ์ในประเทศไทยตามที่บริษัทตั้งเป้าหมายไว้


อ้างอิง :http://www.marketeer.co.th

“เฮอร์บาไลฟ์-Herbalife” ชูกลยุทธ์เด็ด “Regionalization” ปักธงครองตลาดภูมิภาค ตั้งเป้าเติบโต 2 หลัก


“เฮอร์บาไลฟ์” เผยกลยุทธ์การตลาดปีมังกร “Regionalization” ขับเคลื่อนธุรกิจขายตรงเต็มสูบ รุกตลาดภูมิภาคขยายฐานผู้จำหน่ายอิสระท้องถิ่น ส่งแคมเปญ “วันนี้...คุณดื่มเชคแล้วหรือยัง” จับกลุ่มคนรักสุขภาพ พร้อมอัดฉีดเม็ดเงินติวเข้มผ่านเวทีอบรมสัมมนาทั้งในและนอกประเทศทุกไตรมาส มั่นใจสามารถโตก้าวกระโดดระดับเลข 2 หลัก จากความสำเร็จของการขับเคลื่อนแบรนด์เฮอร์บาไลฟ์ด้วยกลยุทธ์การตลาด ในการขยายตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพ ด้วยการสร้างเครือข่ายสุขภาพภายใต้คอนเซ็ปท์ “นิวทริชั่น คลับ” หรือ “คลับ สุขภาพ” ศูนย์กลางเพื่อการสังสรรค์ของคนรักสุขภาพ ซึ่งได้รับการตอบรับเกินความคาดหมายในปีที่ผ่านมา ในปี 2555 นี้ เฮอร์บาไลฟ์จึงได้มีการปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่เพื่อบุกตลาดอีกครั้ง โดยมุ่งขยายฐานผู้จำหน่ายและผู้บริโภคสู่ทั่วทุกภูมิภาคในเขตพื้นที่เศรษฐกิจหลักของประเทศ


 


 


นายจักรพันธ์ สุทธโทธน กรรมการผู้อำนวยการ เฮอร์บาไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด เปิดเผยว่า เพื่อตอกย้ำความสำเร็จของเฮอร์บาไลฟ์ในการเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนให้ดีขึ้น ตลอด 15 ปีของการนำผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่เปี่ยมด้วยคุณภาพมาตรฐานระดับโลกสู่ผู้บริโภคชาวไทย ในปีนี้เฮอร์บาไลฟ์จึงมีแผนที่จะเดินหน้าเติมสูบ เพื่อขยายโอกาสในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์มากขึ้นให้กับผู้บริโภคในเขตภูมิภาคของประเทศ โดยจัดทำแผนบูรณาการทางธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค (Regionalization) กำหนดเป็นกลยุทธ์หลัก


 


นอกเหนือจากการกระตุ้นให้มีการบริโภคเพิ่มขึ้น (Daily Consumption) การขยายฐานสมาชิกใหม่ (Distributor Recruiting) และการฝึกอบรมอย่างเป็นระบบ (Systematized Training) ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง


 


การบุกตลาดภูมิภาคเต็มสูบครั้งนี้ ได้มีการแบ่งเขตพื้นที่เพื่อให้เกิดการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยกำหนดออกเป็น 5 เขตพื้นที่ ตั้งเป้าในการเติบโต 100% ในแต่ละเขต ประกอบด้วย ภาคเหนือ ซึ่งมีเขตพื้นที่เป้าหมาย คือ จังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ขอนแก่น และสกลนคร ภาคกลาง ในจังหวัดสระบุรี อยุธยา ระยอง และชลบุรี ภาคใต้ ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี  สงขลา(หาดใหญ่) ภูเก็ต นครศรีธรรมราช รวมถึงเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ครอบคุลมพื้นที่ในจังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ


 


 “เนื่องจากกระแสรักสุขภาพยังได้รับความนิยมอย่างสูงจากผู้รักสุขภาพทั่วประเทศ ทำให้เราตัดสินใจรุกตลาดภูมิภาค เพราะมีโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจอีกมาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการแข่งขันไม่สูงนักเมื่อเทียบกับพื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ประกอบกับเรามีฐานลูกค้าที่เคยเดินหน้าทำการตลาดปูทางไว้ตั้งแต่เมื่อปีก่อน ในปีนี้เราจึงตั้งเป้าเดินหน้ารุกตลาดนี้อย่างเต็มที่ ซึ่งนอกจากจะมีการจัดทัพผู้บริหารดูแลในระดับภูมิภาค เพื่อวางแผนขยายธุรกิจและดูแลผู้จำหน่ายอิสระตามหัวเมืองใหญ่ๆ ในแต่ละภูมิภาคอย่างใกล้ชิดแล้ว เรายังส่งแคมเปญการตลาด ‘Have you had your shake today วันนี้..คุณดื่มเชคแล้วหรือยัง’ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการบริโภคเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้ การขยายฐานผู้บริโภคเติบโตแบบก้าวกระโดด และยังเป็นการสร้างการรับรู้ของตัวผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง รวมถึงต่อยอดให้ Nutrition Club ขยายจำนวนมากยิ่งขึ้นไปพร้อมกันด้วย” นายจักรพันธ์ กล่าว


 


และเพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงแหล่งข้อมูลด้านสุขภาพอย่างครบวงจร เฮอร์บาไลฟ์จึงได้เปิดตัว Herbalife Nutrition Institute เว็บไซต์ด้านโภชนาการที่ให้ข้อมูลด้านการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม โดยที่ไม่อ้างอิงหรือเกี่ยวข้อง


 


กับผลิตภัณฑ์ใด เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคแต่ละลักษณะ ซึ่งเรามั่นใจว่าจะสามารถตอบโจทย์ความสนใจในเรื่องสุขภาพได้รอบด้าน นับเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เปิดให้ผู้ที่รักสุขภาพได้เข้าถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งจะมีการอัพเดทให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา


 


นอกจากแผนการขยายธุรกิจสู่ภูมิภาคที่เป็นกลยุทธ์หลักที่สำคัญในปีนี้แล้ว นายจักรพันธ์ ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า กลยุทธ์ทางการตลาดหลักอีกประการหนึ่งของเฮอร์บาไลฟ์คือ การค้นคว้าวิจัยเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพระดับHighest scientific and safety standards และแผนธุรกิจที่ชัดเจน การจัดฝึกอบรมให้ความรู้เพื่อเพิ่มพูนทักษะในการประกอบธุรกิจให้แก่ผู้จำหน่าย รวมถึงการจัดประชุมเพื่อเสริมสร้างแนวทางการปฏิบัติที่เป็นเลิศ


 


ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ และสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ซึ่งกลยุทธ์เสริมทั้งหมดนี้ ตนเชื่อมั่นว่า จะช่วยทำให้แบรนด์เฮอร์บาไลฟ์ในประเทศไทยแข็งแกร่งยิ่งขึ้น และขยายฐานลูกค้าผู้บริโภครวมทั้งผู้จำหน่ายเฮอร์บาไลฟ์ในประเทศไทยตามที่บริษัทตั้งเป้าหมายไว้


 อ้างอิง : http://www.marketeer.co.th

“เฮอร์บาไลฟ์-Herbalife” ชูกลยุทธ์เด็ด “Regionalization” ปักธงครองตลาดภูมิภาค ตั้งเป้าเติบโต 2 หลัก


“เฮอร์บาไลฟ์” เผยกลยุทธ์การตลาดปีมังกร “Regionalization” ขับเคลื่อนธุรกิจขายตรงเต็มสูบ รุกตลาดภูมิภาคขยายฐานผู้จำหน่ายอิสระท้องถิ่น ส่งแคมเปญ “วันนี้...คุณดื่มเชคแล้วหรือยัง” จับกลุ่มคนรักสุขภาพ พร้อมอัดฉีดเม็ดเงินติวเข้มผ่านเวทีอบรมสัมมนาทั้งในและนอกประเทศทุกไตรมาส มั่นใจสามารถโตก้าวกระโดดระดับเลข 2 หลัก จากความสำเร็จของการขับเคลื่อนแบรนด์เฮอร์บาไลฟ์ด้วยกลยุทธ์การตลาด ในการขยายตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพ ด้วยการสร้างเครือข่ายสุขภาพภายใต้คอนเซ็ปท์ “นิวทริชั่น คลับ” หรือ “คลับ สุขภาพ” ศูนย์กลางเพื่อการสังสรรค์ของคนรักสุขภาพ ซึ่งได้รับการตอบรับเกินความคาดหมายในปีที่ผ่านมา ในปี 2555 นี้ เฮอร์บาไลฟ์จึงได้มีการปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่เพื่อบุกตลาดอีกครั้ง โดยมุ่งขยายฐานผู้จำหน่ายและผู้บริโภคสู่ทั่วทุกภูมิภาคในเขตพื้นที่เศรษฐกิจหลักของประเทศ


 


 


นายจักรพันธ์ สุทธโทธน กรรมการผู้อำนวยการ เฮอร์บาไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด เปิดเผยว่า เพื่อตอกย้ำความสำเร็จของเฮอร์บาไลฟ์ในการเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนให้ดีขึ้น ตลอด 15 ปีของการนำผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่เปี่ยมด้วยคุณภาพมาตรฐานระดับโลกสู่ผู้บริโภคชาวไทย ในปีนี้เฮอร์บาไลฟ์จึงมีแผนที่จะเดินหน้าเติมสูบ เพื่อขยายโอกาสในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์มากขึ้นให้กับผู้บริโภคในเขตภูมิภาคของประเทศ โดยจัดทำแผนบูรณาการทางธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค (Regionalization) กำหนดเป็นกลยุทธ์หลัก


 


นอกเหนือจากการกระตุ้นให้มีการบริโภคเพิ่มขึ้น (Daily Consumption) การขยายฐานสมาชิกใหม่ (Distributor Recruiting) และการฝึกอบรมอย่างเป็นระบบ (Systematized Training) ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง


 


การบุกตลาดภูมิภาคเต็มสูบครั้งนี้ ได้มีการแบ่งเขตพื้นที่เพื่อให้เกิดการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยกำหนดออกเป็น 5 เขตพื้นที่ ตั้งเป้าในการเติบโต 100% ในแต่ละเขต ประกอบด้วย ภาคเหนือ ซึ่งมีเขตพื้นที่เป้าหมาย คือ จังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ขอนแก่น และสกลนคร ภาคกลาง ในจังหวัดสระบุรี อยุธยา ระยอง และชลบุรี ภาคใต้ ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี  สงขลา(หาดใหญ่) ภูเก็ต นครศรีธรรมราช รวมถึงเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ครอบคุลมพื้นที่ในจังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ


 


 “เนื่องจากกระแสรักสุขภาพยังได้รับความนิยมอย่างสูงจากผู้รักสุขภาพทั่วประเทศ ทำให้เราตัดสินใจรุกตลาดภูมิภาค เพราะมีโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจอีกมาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการแข่งขันไม่สูงนักเมื่อเทียบกับพื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ประกอบกับเรามีฐานลูกค้าที่เคยเดินหน้าทำการตลาดปูทางไว้ตั้งแต่เมื่อปีก่อน ในปีนี้เราจึงตั้งเป้าเดินหน้ารุกตลาดนี้อย่างเต็มที่ ซึ่งนอกจากจะมีการจัดทัพผู้บริหารดูแลในระดับภูมิภาค เพื่อวางแผนขยายธุรกิจและดูแลผู้จำหน่ายอิสระตามหัวเมืองใหญ่ๆ ในแต่ละภูมิภาคอย่างใกล้ชิดแล้ว เรายังส่งแคมเปญการตลาด ‘Have you had your shake today วันนี้..คุณดื่มเชคแล้วหรือยัง’ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการบริโภคเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้ การขยายฐานผู้บริโภคเติบโตแบบก้าวกระโดด และยังเป็นการสร้างการรับรู้ของตัวผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง รวมถึงต่อยอดให้ Nutrition Club ขยายจำนวนมากยิ่งขึ้นไปพร้อมกันด้วย” นายจักรพันธ์ กล่าว


 


และเพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงแหล่งข้อมูลด้านสุขภาพอย่างครบวงจร เฮอร์บาไลฟ์จึงได้เปิดตัว Herbalife Nutrition Institute เว็บไซต์ด้านโภชนาการที่ให้ข้อมูลด้านการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม โดยที่ไม่อ้างอิงหรือเกี่ยวข้อง


 


กับผลิตภัณฑ์ใด เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคแต่ละลักษณะ ซึ่งเรามั่นใจว่าจะสามารถตอบโจทย์ความสนใจในเรื่องสุขภาพได้รอบด้าน นับเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เปิดให้ผู้ที่รักสุขภาพได้เข้าถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งจะมีการอัพเดทให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา


 


นอกจากแผนการขยายธุรกิจสู่ภูมิภาคที่เป็นกลยุทธ์หลักที่สำคัญในปีนี้แล้ว นายจักรพันธ์ ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า กลยุทธ์ทางการตลาดหลักอีกประการหนึ่งของเฮอร์บาไลฟ์คือ การค้นคว้าวิจัยเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพระดับHighest scientific and safety standards และแผนธุรกิจที่ชัดเจน การจัดฝึกอบรมให้ความรู้เพื่อเพิ่มพูนทักษะในการประกอบธุรกิจให้แก่ผู้จำหน่าย รวมถึงการจัดประชุมเพื่อเสริมสร้างแนวทางการปฏิบัติที่เป็นเลิศ


 


ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ และสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ซึ่งกลยุทธ์เสริมทั้งหมดนี้ ตนเชื่อมั่นว่า จะช่วยทำให้แบรนด์เฮอร์บาไลฟ์ในประเทศไทยแข็งแกร่งยิ่งขึ้น และขยายฐานลูกค้าผู้บริโภครวมทั้งผู้จำหน่ายเฮอร์บาไลฟ์ในประเทศไทยตามที่บริษัทตั้งเป้าหมายไว้


 อ้างอิง : http://www.marketeer.co.th

เฮอร์บาไลฟ์-Herbalife ดัน "เฮอร์บาไลฟ์ไลน์ (น้ำมันปลาชนิดแคปซูล) - Herbalifeline (Fish Oil Capsules)" บุกตลาดครึ่งปีหลัง รับรองโดยนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบล

เฮอร์บาไลฟ์ ดัน เฮอร์บาไลฟ์ไลน์ นํ้ามันปลาคุณภาพเขย่าตลาดครึ่งปีหลัง ขึ้นแท่นเป็นผลิตภัณฑ์ยอดฮิต ตอบโจทย์ คอนซูมเมอร์อินไซด์-คนไทยตายด้วยโรคหัวใจพุ่งเป็นอันดับ 3 ชูจุดแข็งที่โดดเด่นด้วยทีมงานวิจัยดีกรีรางวัลโนเบล ดร.หลุยส์ อิกนาร์โร เจาะตลาดกลุ่มเสี่ยงโรคหัวใจ พร้อมขยายฐานสู่คนรักสุขภาพทั่วประเทศ ตั้งเป้ายอดขายรวมสิ้นปี 55 เติบโต 2 หลัก



นายจักรพันธ์ สุทธโทธน กรรมการผู้อํานวยการ เฮอร์บาไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ลิมิตเต็ดเปิดเผยว่า ปัจจุบันคนไทยใส่ใจเรื่องการดูแลสุขภาพมากขึ้น เนื่องจากตระหนักถึงความเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่างๆได้ง่ายจากวิถีชีวิตที่รีบเร่ง อีกทั้งสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี โดยเฉพาะสถิติการเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจพุ่งขึ้นเป็นอันดับ 3 รองจากมะเร็งและอุบัติเหตุ เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าในรอบ 10 ปี สท้อนให้เห็นถึงสภาวะการเจ็บป่วยด้วยโรคหัวใจที่เริ่มทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับสถิติในระดับโลก โดย ดร.หลุยส์ อิกนาร์โร กรรมการที่ปรึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ และกรรมการที่ปรึกษาทางโภชนาการของเฮอร์บาไลฟ์ กล่าวว่า โรคที่คร่าชีวิตคนทั่วโลกสูงสุดคือ โรคหัวใจ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นโรคหัวใจจึงเปรียบเสมือนเพชฌฆาตเงียบที่คร่าชีวิตผู้คนอย่างไม่รู้ตัว และจากข้อมูลทางการแพทย์พบว่า 80% ของผู้ป่วยโลกหัวใจเสียชีวิตด้วยสาเหตุกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ซึ่งเกิดจากการสะสมไขมันจนทําให้หลอดเลือดตีบหรืออุดตัน ส่งผลทําให้เลือดไม่สามารถไปหล่อเลี้ยงหัวใจได้ตามปรกติ เราจึงส่งเสริม เฮอร์บาไลฟ์ไลน์-นํ้ามันปลา ชนิดแคปซูลเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจโดยตรง นายจักรพันธ์กล่าว



เฮอร์บาไลฟ์ไลน์เป็นผลิตภัณฑ์ที่อุดมด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่จําเป็นต่อร่างกาย (Essential Fatty acid) อยู่ในรูปแบบของกรดไอโคซาเพนตาอีโนอิก (Eicosopentaenoic: EPA) ซึ่งมีส่วนช่วยเพิ่มระดับการสร้างไนตริกออกไซด์ของหลอดเลือด ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและกรดไขมันไตรกลีเซอไรด์ จึงช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคหัวใจที่เส้นเลือดหัวใจเกิดการอุดตันจากไขมันในเส้นเลือด (coronary heart disease) รวมทั้งช่วยส่งเสริมหัวใจและหลอดเลือดมีสุขภาพดี


นอกจากคุณภาพและมาตรฐานการผลิตระดับโลกที่สร้างความแตกต่างให้กับ เฮอร์บาไลฟ์ไลน์ แล้วการมีทีมนักวิจัยดีกรีรางวัลโนเบล โดย ดร. หลุยส์ อิกนาร์โร ยิ่งสร้างความโดดเด่นและตอกยํ้าความเชื่อมั่นในคุณภาพใหักับ เฮอร์บาไลฟ์ไลน์ เมื่อเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์ในประเภทเดียวกันในท้องตลาด ซึ่งจากกลยุทธ์ทั้งหมดนี้ จะช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้กับผลิตภัณฑ์เฮอร์บาไลฟ์ได้เป็นอย่างดี และเพื่อให้ผู้บริโภคได้ทดลองผลลัพธ์ของผลิตภัณฑ์นี้ เราจึงเตรียมต่อยอดแคมเปญการตลาดไปสู่กลุ่มคนที่สนใจดูแลสุขภาพทั่วประเทศ เพื่อขยายส่วนแบ่งการตลาดของกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ให้ยอดขายของบริษัทเติบโต 2 หลักในปี 2555 ตามที่บริษัทตั้งเป้าไว้


อ้างอิง : http://siamevent.com


 


 

เฮอร์บาไลฟ์-Herbalife ดัน "เฮอร์บาไลฟ์ไลน์ (น้ำมันปลาชนิดแคปซูล) - Herbalifeline (Fish Oil Capsules)" บุกตลาดครึ่งปีหลัง รับรองโดยนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบล

“เฮอร์บาไลฟ์” ดัน “เฮอร์บาไลฟ์ไลน์” นํ้ามันปลาคุณภาพเขย่าตลาดครึ่งปีหลัง ขึ้นแท่นเป็นผลิตภัณฑ์ยอดฮิต ตอบโจทย์ “คอนซูมเมอร์อินไซด์-คนไทยตายด้วยโรคหัวใจพุ่งเป็นอันดับ 3″ ชูจุดแข็งที่โดดเด่นด้วยทีมงานวิจัยดีกรีรางวัลโนเบล ‘ดร.หลุยส์ อิกนาร์โร’ เจาะตลาดกลุ่มเสี่ยงโรคหัวใจ พร้อมขยายฐานสู่คนรักสุขภาพทั่วประเทศ ตั้งเป้ายอดขายรวมสิ้นปี 55 เติบโต 2 หลัก



นายจักรพันธ์ สุทธโทธน กรรมการผู้อํานวยการ เฮอร์บาไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ลิมิตเต็ด เปิดเผยว่า “ปัจจุบันคนไทยใส่ใจเรื่องการดูแลสุขภาพมากขึ้น เนื่องจากตระหนักถึงความเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่างๆได้ง่ายจากวิถีชีวิตที่รีบเร่ง อีกทั้งสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี โดยเฉพาะสถิติการเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจพุ่งขึ้นเป็นอันดับ 3 รองจากมะเร็งและอุบัติเหตุ เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าในรอบ 10 ปี สท้อนให้เห็นถึงสภาวะการเจ็บป่วยด้วยโรคหัวใจที่เริ่มทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับสถิติในระดับโลก โดย ดร.หลุยส์ อิกนาร์โร กรรมการที่ปรึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ และกรรมการที่ปรึกษาทางโภชนาการของเฮอร์บาไลฟ์ กล่าวว่า “โรคที่คร่าชีวิตคนทั่วโลกสูงสุดคือ “โรคหัวใจ” และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นโรคหัวใจจึงเปรียบเสมือนเพชฌฆาตเงียบที่คร่าชีวิตผู้คนอย่างไม่รู้ตัว และจากข้อมูลทางการแพทย์พบว่า 80% ของผู้ป่วยโลกหัวใจเสียชีวิตด้วยสาเหตุกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ซึ่งเกิดจากการสะสมไขมันจนทําให้หลอดเลือดตีบหรืออุดตัน ส่งผลทําให้เลือดไม่สามารถไปหล่อเลี้ยงหัวใจได้ตามปรกติ เราจึงส่งเสริม เฮอร์บาไลฟ์ไลน์-นํ้ามันปลา ชนิดแคปซูลเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลัก ซึ่งเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจโดยตรง” นายจักรพันธ์กล่าว



เฮอร์บาไลฟ์ไลน์ เป็นผลิตภัณฑ์ที่อุดมด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่จําเป็นต่อร่างกาย (Essential Fatty acid) อยู่ในรูปแบบของกรดไอโคซาเพนตาอีโนอิก (Eicosopentaenoic: EPA) ซึ่งมีส่วนช่วยเพิ่มระดับการสร้างไนตริกออกไซด์ของหลอดเลือด ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและกรดไขมันไตรกลีเซอไรด์ จึงช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคหัวใจที่เส้นเลือดหัวใจเกิดการอุดตันจากไขมันในเส้นเลือด (coronary heart disease) รวมทั้งช่วยส่งเสริมหัวใจและหลอดเลือดมีสุขภาพดี


นอกจากคุณภาพและมาตรฐานการผลิตระดับโลกที่สร้างความแตกต่างให้กับ เฮอร์บาไลฟ์ไลน์ แล้วการมีทีมนักวิจัยดีกรีรางวัลโนเบล โดย ดร. หลุยส์ อิกนาร์โร ยิ่งสร้างความโดดเด่นและตอกยํ้าความเชื่อมั่นในคุณภาพใหักับ เฮอร์บาไลฟ์ไลน์ เมื่อเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์ในประเภทเดียวกันในท้องตลาด ซึ่งจากกลยุทธ์ทั้งหมดนี้ จะช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้กับผลิตภัณฑ์เฮอร์บาไลฟ์ได้เป็นอย่างดี และเพื่อให้ผู้บริโภคได้ทดลองผลลัพธ์ของผลิตภัณฑ์นี้ เราจึงเตรียมต่อยอดแคมเปญการตลาดไปสู่กลุ่มคนที่สนใจดูแลสุขภาพทั่วประเทศ เพื่อขยายส่วนแบ่งการตลาดของกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ให้ยอดขายของบริษัทเติบโต 2 หลักในปี 2555 ตามที่บริษัทตั้งเป้าไว้


อ้างอิง : http://siamevent.com