ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คังเซน-เคนโก อินเตอร์เนชั่นแนล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คังเซน-เคนโก อินเตอร์เนชั่นแนล แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ข่าว คังเซน-เคนโก (Kangzen-Kenko) ธุรกิจขายตรงครอบคลุมภาคพื้นเอเชีย แปซิฟิค

          อิทธิศักดิ์ อำพันยุทธ์ ประธานกรรมการบริหาร บจก.คังเซน-เคนโก อินเตอร์เนชั่นแนล ขึ้นกล่าวต้อนรับและรายงานสถานการณ์ธุรกิจขายตรงไทยในงาน “สัมมนารางวัลเกียรติยศทองคำธุรกิจขายตรง เอเชียแปซิฟิค” ครั้งที่ 8 ประจำปี 2555 ในนามนายกสมาคมการขายตรงไทย โดยมีนายกร ทัพพะรังสี ให้เกียรติเปิดงาน
          งานดังกล่าวจัดโดยสมาคมธุรกิจขายตรงเอเชียแปซิฟิค(เชื้อสายจีน) ระหว่าง 8-11 มิ.ย55 ณ.รร.แชงกรี-ลา กรุงเทพฯ ได้รับความร่วมมือจากนักธุรกิจขายตรงกว่า 400 คนทั่วโลกรวมทั้งหน่วยงานธุรกิจขายตรงของรัฐบาลและสมาคมในประเทศต่างๆที่ผลัดกันเป็นเจ้าภาพได้แก่ จีน อินโดนีเซีย ไต้หวัน ฮ่องกงและมาเก๊า เพื่อสร้างความเชื่อมั่น แนวคิดเชิงสร้างสรรค์ พัฒนาและทุ่มเท ผลักดันธุรกิจขายตรงให้เป็นธุรกิจหลักในสังคมและเจริญเติบโตในภาคพื้นเอเซียแปซิฟิคอย่างเข้มแข็ง มั่นคงและยั่งยืนตลอดไป


[gallery link="file"]


 

ข่าว คังเซน-เคนโก (Kangzen-Kenko) ธุรกิจขายตรงครอบคลุมภาคพื้นเอเชีย แปซิฟิค

          อิทธิศักดิ์ อำพันยุทธ์ ประธานกรรมการบริหาร บจก.คังเซน-เคนโก อินเตอร์เนชั่นแนล ขึ้นกล่าวต้อนรับและรายงานสถานการณ์ธุรกิจขายตรงไทยในงาน “สัมมนารางวัลเกียรติยศทองคำธุรกิจขายตรง เอเชียแปซิฟิค” ครั้งที่ 8 ประจำปี 2555 ในนามนายกสมาคมการขายตรงไทย โดยมีนายกร ทัพพะรังสี ให้เกียรติเปิดงาน
          งานดังกล่าวจัดโดยสมาคมธุรกิจขายตรงเอเชียแปซิฟิค(เชื้อสายจีน) ระหว่าง 8-11 มิ.ย55 ณ.รร.แชงกรี-ลา กรุงเทพฯ ได้รับความร่วมมือจากนักธุรกิจขายตรงกว่า 400 คนทั่วโลกรวมทั้งหน่วยงานธุรกิจขายตรงของรัฐบาลและสมาคมในประเทศต่างๆที่ผลัดกันเป็นเจ้าภาพได้แก่ จีน อินโดนีเซีย ไต้หวัน ฮ่องกงและมาเก๊า เพื่อสร้างความเชื่อมั่น แนวคิดเชิงสร้างสรรค์ พัฒนาและทุ่มเท ผลักดันธุรกิจขายตรงให้เป็นธุรกิจหลักในสังคมและเจริญเติบโตในภาคพื้นเอเซียแปซิฟิคอย่างเข้มแข็ง มั่นคงและยั่งยืนตลอดไป


[gallery link="file"]


 

ข่าวประชาสัมพันธ์ : คังเซน-เคนโก (Kangzen-Kenko) จัดงานแสดงศักยภาพ ความเป็นที่สุดของ 4D รูปแบบของความสำเร็จ ที่จะนำพาท่านไปสู่ความมั่งคั่งอย่างมั่นคง

ข่าวประชาสัมพันธ์ : คังเซน-เคนโก (Kangzen-Kenko) จัดงานแสดงศักยภาพ ความเป็นที่สุดของ 4D รูปแบบของความสำเร็จ ที่จะนำพาท่านไปสู่ความมั่งคั่งอย่างมั่นคง

วันเสาร์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ต้นทุนสินค้าพุ่ง! MLM ทยอยปรับราคาตาม



ปัจจุบัน ราคาสินค้าในท้องตลาดนับว่ามีการปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งหลายฝ่ายให้ความเห็นว่า สิ่งที่เกิดขึ้น มาเหล่านี้ เป็นผลเนื่องจากราคาต้นทุน โดยเฉพาะเรื่องของค่าแรงขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้น ทำให้เจ้าของสินค้า หรือ เจ้าของธุรกิจ ต้องปรับราคาสินค้าตาม เพื่อรองรับปัจจัยดังกล่าวกลายเป็นห่วงโซ่

เมื่อราคาต้นทุนของสินค้ามีการปรับ ตัวกลายเป็นประเด็นที่แน่ชัดว่า สิ่งนี้จะส่ง ผลกระทบต่อไปยังผู้ประกอบการหลายบริษัท โดยธุรกิจขายตรงก็ไม่ต่างกัน ที่ดูแล้ว คงต้องเริ่มมีการปรับราคาสินค้าตามต้นทุน ทางทีมข่าว “สยามธุรกิจ” จึงได้สอบถามในประเด็นดังกล่าวว่า เมื่อราคาต้นทุนสินค้า บวกกับราคาสินค้าในท้องตลาดปรับตัวสูงขึ้นเช่นนี้ ธุรกิจขายตรงจะเป็นอย่างไร

โดยที่ผ่านมา “บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด” ซึ่งเป็นแบรนด์ขาย ตรงเบอร์หนึ่งของประเทศก็ได้ออกมายอมรับผ่านสื่อว่า บริษัทจำเป็นต้องปรับราคาขึ้น เพราะกว่า 4 ปีแล้วที่บริษัทคงราคาสินค้าของบริษัทไว้ ทั้งๆ ที่ผ่านมา ต้นทุน ในการบริหารจัดการหลายอย่างของบริษัท ก็มีการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัท ต้องปรับราคาสินค้าบางรายการขึ้นอีก 6% ซึ่งถึงแม้ราคาของสินค้าจะปรับตัวขึ้นก็ ตาม ทางบริษัทยังมีความเชื่อมั่นว่า สินค้าของบริษัทจะยังคงขายดีได้เช่นเดิม เนื่อง จากคุณภาพของสินค้านั่นเอง

นอกจากในส่วนของ แอมเวย์ แล้ว ยังมีทางด้านของ “มิสทิน” โดย นายดนัย ดีโรจนวงศ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็น อีกหนึ่งบริษัทที่มีการประกาศในส่วนของการปรับขึ้นราคาสินค้าแล้ว โดยต้นทุนวัตถุดิบ ของมิสทินคิดเป็นสัดส่วน 80% ต้นทุนค่า แรง 20% หลักๆ เป็นค่าแรงในกลุ่มสกิน แคร์และแป้งมีสัดส่วน 10% และต้นทุนค่าแรงกลุ่มเมกอัพมีสัดส่วนเฉลี่ย 7-9% กรณีการปรับขึ้นค่าแรงจะทำให้ต้นทุนค่า แรงในกลุ่มสินค้าเมกอัพเพิ่มขึ้น 4-5% ส่วนต้นทุนค่าแรงในกลุ่มแป้งและสกินแคร์เพิ่ม ขึ้น 6-7% ทำให้สินค้าใหม่ที่จะออกมาทำตลาดในอีก 1-2 เดือนข้างหน้ามีราคาที่สูงขึ้น สะท้อนโครงสร้างต้นทุนที่แท้จริง สำหรับสินค้าที่มีจำหน่ายในตลาด อยู่แล้ว บริษัทไม่มีแผนปรับขึ้นราคาภายในปีนี้ แต่จะทยอยปรับขึ้นราคาสินค้าเฉลี่ย 2-5% โดยดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไปครั้งละ 2% ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ต้นปี 2556

ด้าน พ.ญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เปิดเผยว่า “เรื่องของการปรับราคา สินค้าในท้องตลาด ส่งผลกระทบต่อทุกธุรกิจ และกิฟฟารีนเองก็เป็นหนึ่งในกลุ่ม ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ แต่เรื่องของการปรับราคาสินค้าขึ้นตามนั้น บริษัทจะยังคง ไม่ปรับขึ้นในเวลานี้ เนื่องจากไม่ต้องการผลัก ภาระไปสู่ผู้บริโภค ส่วนอนาคตคงต้องหารือกับผู้บริหารของบริษัท อีกทีว่าจะปรับขึ้นหรือไม่อย่างไร” พ.ญ.นลินี เผย

ทางด้านนายอิทธิศักดิ์ อำพันยุทธ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คังเซน เคนโก อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า คังเซนฯ จะมีการปรับราคาสินค้าเพื่อช่วย ลดต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นหรือไม่นั้น นายอิทธิศักดิ์ กล่าวว่า บริษัทจะพิจารณาจาก หลายๆ ปัจจัย เพราะหลายปีที่ผ่านมา ทางบริษัทต้องแบกรับกับต้นทุนในการจัดการหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นอัตราแลกเปลี่ยน ต้นทุนทางลอจิสติกส์ จากอัตราราคาน้ำมัน โลกที่เพิ่มขึ้น ขณะนี้ตนและผู้บริหารจึงกำลังพิจารณาดูภาพรวมของสินค้าว่าจะมีการปรับในกลุ่มไหนก่อน และในอัตราเท่าใด

นางวิภารัตน์ รัตนพรหมมา ผู้จัดการ ประจำประเทศไทย บริษัท ตาฮิเตียน โนนิ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า ในแง่การปรับกลยุทธ์เพื่อรองรับกับ สถานการณ์ดังกล่าว ในขณะนี้บริษัทยังไม่มี แผนใดๆ มารองรับในจุดนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการปรับราคาสินค้า หรือการ ปรับเปลี่ยนแผนโปรโมชั่นต่างๆ คือ ในแง่ ราคาสินค้าของบริษัทจะมีการปรับตามมาตรฐานของสำนักงานใหญ่อเมริกา

โดยคูณเป็นจำนวนเงินไทยและบวกกับค่าคอมมิสชั่นที่บริษัทจ่าย ฉะนั้นในปีนี้บริษัท จึงไม่มีแผนที่จะปรับขึ้นราคาสินค้าอย่างแน่นอน “การปรับขึ้นราคาสินค้าอาจเป็นไป ได้สำหรับบริษัทที่มีโรงงานการผลิตภาย ในประเทศ แต่บริษัท ตาฮิเตียนฯ มีสายงานการผลิตอยู่ในต่างประเทศ ดังนั้นถ้าตราบใดที่อัตราแลกเปลี่ยนยังคงอยู่ในระดับคงที่ และเศรษฐกิจของโลกโดยรวม ยังไม่ดิ่งมาก บริษัทคงไม่มีการปรับขึ้นราคา สินค้าอย่างแน่นอน” 

ทั้งนี้ นอกจากบริษัทต่างๆที่กล่าวมานี้ ซึ่งเริ่มมีแผนขยับตัวรองรับราคาต้น ทุนที่เริ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลุ่มบริษัทใหม่ๆ ก็ยังเป็นกลุ่มหนึ่งที่ตั้งราคาสินค้าไว้สูง ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า จากราคาสินค้า ของบริษัทใหม่เหล่านี้ ที่มีราคาสูง เป็นผล มาจากการตั้งราคาเพื่อรองรับราคาต้นทุน ไว้แล้วหรือไม่

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ขายตรง   ฉบับที่ 1299 ประจำวันที่ 12-5-2012 ถึง 15-5-2012      
 

ต้นทุนสินค้าพุ่ง! MLM ทยอยปรับราคาตาม



ปัจจุบัน ราคาสินค้าในท้องตลาดนับว่ามีการปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งหลายฝ่ายให้ความเห็นว่า สิ่งที่เกิดขึ้น มาเหล่านี้ เป็นผลเนื่องจากราคาต้นทุน โดยเฉพาะเรื่องของค่าแรงขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้น ทำให้เจ้าของสินค้า หรือ เจ้าของธุรกิจ ต้องปรับราคาสินค้าตาม เพื่อรองรับปัจจัยดังกล่าวกลายเป็นห่วงโซ่

เมื่อราคาต้นทุนของสินค้ามีการปรับ ตัวกลายเป็นประเด็นที่แน่ชัดว่า สิ่งนี้จะส่ง ผลกระทบต่อไปยังผู้ประกอบการหลายบริษัท โดยธุรกิจขายตรงก็ไม่ต่างกัน ที่ดูแล้ว คงต้องเริ่มมีการปรับราคาสินค้าตามต้นทุน ทางทีมข่าว “สยามธุรกิจ” จึงได้สอบถามในประเด็นดังกล่าวว่า เมื่อราคาต้นทุนสินค้า บวกกับราคาสินค้าในท้องตลาดปรับตัวสูงขึ้นเช่นนี้ ธุรกิจขายตรงจะเป็นอย่างไร

โดยที่ผ่านมา “บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด” ซึ่งเป็นแบรนด์ขาย ตรงเบอร์หนึ่งของประเทศก็ได้ออกมายอมรับผ่านสื่อว่า บริษัทจำเป็นต้องปรับราคาขึ้น เพราะกว่า 4 ปีแล้วที่บริษัทคงราคาสินค้าของบริษัทไว้ ทั้งๆ ที่ผ่านมา ต้นทุน ในการบริหารจัดการหลายอย่างของบริษัท ก็มีการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัท ต้องปรับราคาสินค้าบางรายการขึ้นอีก 6% ซึ่งถึงแม้ราคาของสินค้าจะปรับตัวขึ้นก็ ตาม ทางบริษัทยังมีความเชื่อมั่นว่า สินค้าของบริษัทจะยังคงขายดีได้เช่นเดิม เนื่อง จากคุณภาพของสินค้านั่นเอง

นอกจากในส่วนของ แอมเวย์ แล้ว ยังมีทางด้านของ “มิสทิน” โดย นายดนัย ดีโรจนวงศ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็น อีกหนึ่งบริษัทที่มีการประกาศในส่วนของการปรับขึ้นราคาสินค้าแล้ว โดยต้นทุนวัตถุดิบ ของมิสทินคิดเป็นสัดส่วน 80% ต้นทุนค่า แรง 20% หลักๆ เป็นค่าแรงในกลุ่มสกิน แคร์และแป้งมีสัดส่วน 10% และต้นทุนค่าแรงกลุ่มเมกอัพมีสัดส่วนเฉลี่ย 7-9% กรณีการปรับขึ้นค่าแรงจะทำให้ต้นทุนค่า แรงในกลุ่มสินค้าเมกอัพเพิ่มขึ้น 4-5% ส่วนต้นทุนค่าแรงในกลุ่มแป้งและสกินแคร์เพิ่ม ขึ้น 6-7% ทำให้สินค้าใหม่ที่จะออกมาทำตลาดในอีก 1-2 เดือนข้างหน้ามีราคาที่สูงขึ้น สะท้อนโครงสร้างต้นทุนที่แท้จริง สำหรับสินค้าที่มีจำหน่ายในตลาด อยู่แล้ว บริษัทไม่มีแผนปรับขึ้นราคาภายในปีนี้ แต่จะทยอยปรับขึ้นราคาสินค้าเฉลี่ย 2-5% โดยดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไปครั้งละ 2% ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ต้นปี 2556

ด้าน พ.ญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เปิดเผยว่า “เรื่องของการปรับราคา สินค้าในท้องตลาด ส่งผลกระทบต่อทุกธุรกิจ และกิฟฟารีนเองก็เป็นหนึ่งในกลุ่ม ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ แต่เรื่องของการปรับราคาสินค้าขึ้นตามนั้น บริษัทจะยังคง ไม่ปรับขึ้นในเวลานี้ เนื่องจากไม่ต้องการผลัก ภาระไปสู่ผู้บริโภค ส่วนอนาคตคงต้องหารือกับผู้บริหารของบริษัท อีกทีว่าจะปรับขึ้นหรือไม่อย่างไร” พ.ญ.นลินี เผย

ทางด้านนายอิทธิศักดิ์ อำพันยุทธ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คังเซน เคนโก อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า คังเซนฯ จะมีการปรับราคาสินค้าเพื่อช่วย ลดต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นหรือไม่นั้น นายอิทธิศักดิ์ กล่าวว่า บริษัทจะพิจารณาจาก หลายๆ ปัจจัย เพราะหลายปีที่ผ่านมา ทางบริษัทต้องแบกรับกับต้นทุนในการจัดการหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นอัตราแลกเปลี่ยน ต้นทุนทางลอจิสติกส์ จากอัตราราคาน้ำมัน โลกที่เพิ่มขึ้น ขณะนี้ตนและผู้บริหารจึงกำลังพิจารณาดูภาพรวมของสินค้าว่าจะมีการปรับในกลุ่มไหนก่อน และในอัตราเท่าใด

นางวิภารัตน์ รัตนพรหมมา ผู้จัดการ ประจำประเทศไทย บริษัท ตาฮิเตียน โนนิ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า ในแง่การปรับกลยุทธ์เพื่อรองรับกับ สถานการณ์ดังกล่าว ในขณะนี้บริษัทยังไม่มี แผนใดๆ มารองรับในจุดนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการปรับราคาสินค้า หรือการ ปรับเปลี่ยนแผนโปรโมชั่นต่างๆ คือ ในแง่ ราคาสินค้าของบริษัทจะมีการปรับตามมาตรฐานของสำนักงานใหญ่อเมริกา

โดยคูณเป็นจำนวนเงินไทยและบวกกับค่าคอมมิสชั่นที่บริษัทจ่าย ฉะนั้นในปีนี้บริษัท จึงไม่มีแผนที่จะปรับขึ้นราคาสินค้าอย่างแน่นอน “การปรับขึ้นราคาสินค้าอาจเป็นไป ได้สำหรับบริษัทที่มีโรงงานการผลิตภาย ในประเทศ แต่บริษัท ตาฮิเตียนฯ มีสายงานการผลิตอยู่ในต่างประเทศ ดังนั้นถ้าตราบใดที่อัตราแลกเปลี่ยนยังคงอยู่ในระดับคงที่ และเศรษฐกิจของโลกโดยรวม ยังไม่ดิ่งมาก บริษัทคงไม่มีการปรับขึ้นราคา สินค้าอย่างแน่นอน” 

ทั้งนี้ นอกจากบริษัทต่างๆที่กล่าวมานี้ ซึ่งเริ่มมีแผนขยับตัวรองรับราคาต้น ทุนที่เริ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลุ่มบริษัทใหม่ๆ ก็ยังเป็นกลุ่มหนึ่งที่ตั้งราคาสินค้าไว้สูง ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า จากราคาสินค้า ของบริษัทใหม่เหล่านี้ ที่มีราคาสูง เป็นผล มาจากการตั้งราคาเพื่อรองรับราคาต้นทุน ไว้แล้วหรือไม่

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ขายตรง   ฉบับที่ 1299 ประจำวันที่ 12-5-2012 ถึง 15-5-2012      
 

วันอาทิตย์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

หลักสูตร Multi Level Marketing 3 (MLM 3) @ โรงแรมคูนไซ แขวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว

[gallery link="file"]


Multi Level Marketing 3 ก้าวสู่ระดับสามของการอบรม เพื่อก้าวสู่นักธุรกิจอย่างมืออาชีพ และมีประสิทธิภาพ โดยผู้เข้าอบรมได้ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และมีความตื่นตัวพร้อมที่จะเข้ารับการอบรมตลอดเวลา เปิดบรรยายด้วยวิทยากรกิตติมศักดิ์  คุณธีร์ฉัตรภัทร  พิมพ์แสง ผอ.ฝ่ายการตลาด ด้วยการพูดถึง พลังแห่งน้ำ  เรื่องน้ำดี น้ำเสีย เพื่อทำให้ทุกคนเห็นว่าการทำงานจะมีบุคคลอยู่หลาย แบบทั้ง ที่มีศักยภาพและไม่มีศักยภาพ และควรจะเปลี่ยนแปลงคนที่ไม่มีศักยภาพอย่างไร  รวมถึงกิจกรรมที่เปลี่ยนแปลงคนที่ไม่กล้าแสดงออก เปลี่ยนเป็นคนที่กล้าแสดงออก  กิจกรรมนี้ทำให้ผู้เข้ารับอบรมต่างมีความตื่นเต้น และกล้าคิด กล้าทำมากขึ้น  ช่วงท้ายเป็นกิจกรรมคำอ้อนวอน  ที่ทำให้เกิดความรัก การเสียสละ  และเสียน้ำตา  ซึ่งเป็นภาพประทับใจ ระหว่าง เพื่อนสมาชิกด้วยกัน และครอบครัว  สำหรับกิจกรรมในวันที่สอง เน้นในเรื่องของแผนการตลาดขั้นต้น ตอกย้ำ 5 พลังแห่งความสำเร็จ  และทำ Workshop  สำหรับการอบรมในรุ่นนี้ถือว่าสำเร็จและบรรลุตามวัตถุประสงค์เป็นอย่างยิ่ง ณ  โรงแรมคูนไซ  แขวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว เมื่อวันที่ 28-29 เมษายน 2555

หลักสูตร Multi Level Marketing 3 (MLM 3) @ โรงแรมคูนไซ แขวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว

[gallery link="file"]


Multi Level Marketing 3 ก้าวสู่ระดับสามของการอบรม เพื่อก้าวสู่นักธุรกิจอย่างมืออาชีพ และมีประสิทธิภาพ โดยผู้เข้าอบรมได้ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และมีความตื่นตัวพร้อมที่จะเข้ารับการอบรมตลอดเวลา เปิดบรรยายด้วยวิทยากรกิตติมศักดิ์  คุณธีร์ฉัตรภัทร  พิมพ์แสง ผอ.ฝ่ายการตลาด ด้วยการพูดถึง พลังแห่งน้ำ  เรื่องน้ำดี น้ำเสีย เพื่อทำให้ทุกคนเห็นว่าการทำงานจะมีบุคคลอยู่หลาย แบบทั้ง ที่มีศักยภาพและไม่มีศักยภาพ และควรจะเปลี่ยนแปลงคนที่ไม่มีศักยภาพอย่างไร  รวมถึงกิจกรรมที่เปลี่ยนแปลงคนที่ไม่กล้าแสดงออก เปลี่ยนเป็นคนที่กล้าแสดงออก  กิจกรรมนี้ทำให้ผู้เข้ารับอบรมต่างมีความตื่นเต้น และกล้าคิด กล้าทำมากขึ้น  ช่วงท้ายเป็นกิจกรรมคำอ้อนวอน  ที่ทำให้เกิดความรัก การเสียสละ  และเสียน้ำตา  ซึ่งเป็นภาพประทับใจ ระหว่าง เพื่อนสมาชิกด้วยกัน และครอบครัว  สำหรับกิจกรรมในวันที่สอง เน้นในเรื่องของแผนการตลาดขั้นต้น ตอกย้ำ 5 พลังแห่งความสำเร็จ  และทำ Workshop  สำหรับการอบรมในรุ่นนี้ถือว่าสำเร็จและบรรลุตามวัตถุประสงค์เป็นอย่างยิ่ง ณ  โรงแรมคูนไซ  แขวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว เมื่อวันที่ 28-29 เมษายน 2555

วันอาทิตย์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2555

ข่าวคังเซน กับ โครงการ “แบ่งปันความสุข” @ ณ ศูนย์อาชีพออทิสติกไทย ถนนราชพฤกษ์ จ.กรุงเทพฯ

[gallery link="file"]


 


มูลนิธิอำพันยุทธ์ ร่วมกับ บริษัทคังเซน-เคนโก อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด  จัดกิจกรรมเพื่อตอบแทนสังคม ภายใต้โครงการ “แบ่งปันความสุข”   เพื่อสร้างรอยยิ้ม และความสุข ให้กับผู้ขาดโอกาสหรือคนพิการให้มีชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข  ซึ่งครั้งนี้ทางคณะได้เดินทางไปทำกิจกรรมเพื่อสังคม โดยมอบเงินสด มอบผลิตภัณฑ์คังเซนฯ เครื่องอุปโภค-บริโภค ให้แก่ศูนย์อาชีพ โดยมีคุณฐิติรัตน์  จันทยานนท์ ผู้จัดการศูนย์อาชีพ เป็นผู้รับมอบ ณ ศูนย์อาชีพออทิสติกไทย ถนนราชพฤกษ์ จ.กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2555 

ขอขอบพระคุณเนื้อหาดีดี : บริษัท คังเซน-เคนโก อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 

ข่าวคังเซน กับ โครงการ “แบ่งปันความสุข” @ ณ ศูนย์อาชีพออทิสติกไทย ถนนราชพฤกษ์ จ.กรุงเทพฯ

[gallery link="file"]


 


มูลนิธิอำพันยุทธ์ ร่วมกับ บริษัทคังเซน-เคนโก อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด  จัดกิจกรรมเพื่อตอบแทนสังคม ภายใต้โครงการ “แบ่งปันความสุข”   เพื่อสร้างรอยยิ้ม และความสุข ให้กับผู้ขาดโอกาสหรือคนพิการให้มีชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข  ซึ่งครั้งนี้ทางคณะได้เดินทางไปทำกิจกรรมเพื่อสังคม โดยมอบเงินสด มอบผลิตภัณฑ์คังเซนฯ เครื่องอุปโภค-บริโภค ให้แก่ศูนย์อาชีพ โดยมีคุณฐิติรัตน์  จันทยานนท์ ผู้จัดการศูนย์อาชีพ เป็นผู้รับมอบ ณ ศูนย์อาชีพออทิสติกไทย ถนนราชพฤกษ์ จ.กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2555 

ขอขอบพระคุณเนื้อหาดีดี : บริษัท คังเซน-เคนโก อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 

Kangzen-Kenko Millionaire The Ultimate Party

 

[gallery link="file"]


 


       คุณสุชาดา  อำพันยุทธ์  ประธานกิตติมศักดิ์ บจ.คังเซน-เคนโก อินเตอร์เนชั่นแนล ให้เกียรติร่วมงานเลี้ยงกาล่า ดินเนอร์ ภายใต้ชื่องาน  Kangzen-Kenko Millionaire The Ultimate Party  โดยมีคุณอิทธิศักดิ์  อำพันยุทธ์  ประธานกรรมการบริหาร เป็นประธานกล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ คุณพัชรนันท์  อำพันยุทธ์ และ คุณณัฐพัชร์  อำพันยุทธ์   
          งานดังกล่าวจัดขึ้นอย่างสมเกียรติที่ห้อง แกรนด์ บอลรูม โรงแรมอินเตอร์คอนติเนลทัล กรุงเทพฯ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 มีนาคม 2555 ที่ผ่านมา เพื่อเชิดชูเกียรติและแสดงความยินดีกับผู้นำระดับไดเรคเตอร์ทุกท่านที่ได้รับรางวัลเกียรติยศเป็นประจำทุกๆปี ซึ่งรางวัลสูงสุดในปีนี้คือ Kangzen Centurion Millionaire Class ได้แก่ CSD บุญศรี  จิตรังษี รวมรายได้กว่า 100 ล้านบาท และได้ชื่อว่าเป็นเศรษฐีคนแรกในทำเนียบที่พิชิตรางวัลนี้ นอกเหนือจากรางวัลที่ได้รับตามสิทธิประโยชน์แต่ละคลาสแล้ว คราวน์ฯบุญศรี ยังได้รับนาฬิกาแบรนด์ Longines ฝังเพชรล้อมรอบหน้าปัดมูลค่า 100,000บาท เป็นกำลังใจและแทนคำขอบคุณที่ได้ร่วมแรงร่วมใจทำงานด้วยความตั้งใจ มานะ อดทน เป็นแบบอย่างให้ผู้นำรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี
          ภายในงานยังมีการมอบรางวัลแก่ผู้นำคังเซนฯมากมายได้แก่.Kangzen Platinum Class สำหรับผู้มีรายได้รวมกว่า 50 ล้านบาท 2รหัส Kangzen Gold Class สำหรับผู้มีรายได้รวมกว่า 20 ล้านบาท 3รหัส Kangzen Silver Class สำหรับผู้มีรายได้รวมกว่า 10 ล้านบาท 10รหัส และรางวัลพิเศษปันผลกำไรรายปี (Winner Bonus Goal 2011) ให้แก่ผู้มีรายได้ตั้งแต่ 500,000 บาทขึ้นไปทั้งสิ้น 9 รหัส รวมทั้งมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีกับ CSD เปมิกา – อัครนันท์  เจริญชัยนันน์ ในโอกาสที่ก้าวสู่ตำแหน่ง Kangzen Gold Class เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
          นอกเหนือจากนี้ บริษัทฯต้อนรับผู้บริหารเงินล้านและสมาชิกผู้ทรงเกียรติด้วยวงดนตรีบอสซ่า  และศิลปินรับเชิญ”น้องไมร่า” Thailand Got Talent ตามด้วยมินิ คอนเสิร์ตจากศิลปินรุ่นพี่ “เจนิเฟอร์ คิ้ม” ร่วมสร้างสีสันภายในงาน ตลอดจนมอบรางวัลพิเศษและรางวัลหางบัตรอีกมากมาย
          และนี่คือส่วนหนึ่งของผู้ประสบความสำเร็จจากธุรกิจคังเซนฯ ที่สามารถพิสูจน์ได้ ทั้งตำแหน่ง และรายได้ที่มั่นคง  ทำให้บรรยากาศในค่ำคืนนี้มีแต่รอยยิ้ม ความประทับใจและความปลื้มปิติไม่สิ้นสุด...

ขอขอบพระคุณเนื้อหาดีดี : บริษัท คังเซน-เคนโก อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 

Kangzen-Kenko Millionaire The Ultimate Party

 

[gallery link="file"]


 


       คุณสุชาดา  อำพันยุทธ์  ประธานกิตติมศักดิ์ บจ.คังเซน-เคนโก อินเตอร์เนชั่นแนล ให้เกียรติร่วมงานเลี้ยงกาล่า ดินเนอร์ ภายใต้ชื่องาน  Kangzen-Kenko Millionaire The Ultimate Party  โดยมีคุณอิทธิศักดิ์  อำพันยุทธ์  ประธานกรรมการบริหาร เป็นประธานกล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ คุณพัชรนันท์  อำพันยุทธ์ และ คุณณัฐพัชร์  อำพันยุทธ์   
          งานดังกล่าวจัดขึ้นอย่างสมเกียรติที่ห้อง แกรนด์ บอลรูม โรงแรมอินเตอร์คอนติเนลทัล กรุงเทพฯ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 มีนาคม 2555 ที่ผ่านมา เพื่อเชิดชูเกียรติและแสดงความยินดีกับผู้นำระดับไดเรคเตอร์ทุกท่านที่ได้รับรางวัลเกียรติยศเป็นประจำทุกๆปี ซึ่งรางวัลสูงสุดในปีนี้คือ Kangzen Centurion Millionaire Class ได้แก่ CSD บุญศรี  จิตรังษี รวมรายได้กว่า 100 ล้านบาท และได้ชื่อว่าเป็นเศรษฐีคนแรกในทำเนียบที่พิชิตรางวัลนี้ นอกเหนือจากรางวัลที่ได้รับตามสิทธิประโยชน์แต่ละคลาสแล้ว คราวน์ฯบุญศรี ยังได้รับนาฬิกาแบรนด์ Longines ฝังเพชรล้อมรอบหน้าปัดมูลค่า 100,000บาท เป็นกำลังใจและแทนคำขอบคุณที่ได้ร่วมแรงร่วมใจทำงานด้วยความตั้งใจ มานะ อดทน เป็นแบบอย่างให้ผู้นำรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี
          ภายในงานยังมีการมอบรางวัลแก่ผู้นำคังเซนฯมากมายได้แก่.Kangzen Platinum Class สำหรับผู้มีรายได้รวมกว่า 50 ล้านบาท 2รหัส Kangzen Gold Class สำหรับผู้มีรายได้รวมกว่า 20 ล้านบาท 3รหัส Kangzen Silver Class สำหรับผู้มีรายได้รวมกว่า 10 ล้านบาท 10รหัส และรางวัลพิเศษปันผลกำไรรายปี (Winner Bonus Goal 2011) ให้แก่ผู้มีรายได้ตั้งแต่ 500,000 บาทขึ้นไปทั้งสิ้น 9 รหัส รวมทั้งมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีกับ CSD เปมิกา – อัครนันท์  เจริญชัยนันน์ ในโอกาสที่ก้าวสู่ตำแหน่ง Kangzen Gold Class เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
          นอกเหนือจากนี้ บริษัทฯต้อนรับผู้บริหารเงินล้านและสมาชิกผู้ทรงเกียรติด้วยวงดนตรีบอสซ่า  และศิลปินรับเชิญ”น้องไมร่า” Thailand Got Talent ตามด้วยมินิ คอนเสิร์ตจากศิลปินรุ่นพี่ “เจนิเฟอร์ คิ้ม” ร่วมสร้างสีสันภายในงาน ตลอดจนมอบรางวัลพิเศษและรางวัลหางบัตรอีกมากมาย
          และนี่คือส่วนหนึ่งของผู้ประสบความสำเร็จจากธุรกิจคังเซนฯ ที่สามารถพิสูจน์ได้ ทั้งตำแหน่ง และรายได้ที่มั่นคง  ทำให้บรรยากาศในค่ำคืนนี้มีแต่รอยยิ้ม ความประทับใจและความปลื้มปิติไม่สิ้นสุด...

ขอขอบพระคุณเนื้อหาดีดี : บริษัท คังเซน-เคนโก อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 

ข่าวคังเซน เตรียมพบกับ “คังเซน-เคนโก ประเทศกัมพูชา สาขาเสียมเรียบ”

[gallery link="file"]



คุณอิทธิศักดิ์  อำพันยุทธ์ ประธานกรรมการบริหาร ให้เกียรติเดินทางไปพบปะผู้นำในพื้นที่ เพื่อเตรียมความพร้อมในการลงทุนขยายฐานธุรกิจออกสู่สาขาเสียมเรียบ  และภายในงานได้จัดการประชุม BOP มีการแนะนำแผนการตลาด ให้กับผู้ที่มีความสนใจในธุรกิจ เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจเข้าร่วมทำธุรกิจคังเซนฯ โดยมีคุณเจริญศักดิ์  นันต๊ะรัตน์ ผอ.ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ให้เกียรติเป็นวิทยากรบรรยาย  ตลอดจนได้รับเกียรติจากท่าน CSD เจนเนตร  แสนวิเศษ  ให้เกียรติร่วมงาน และช่วงเย็นได้จัดเลี้ยงรับรองอาหารค่ำ  แบบเป็นกันเอง เพื่อกระชับสายสัมพันธ์อันดี  ณ ประเทศกัมพูชา สาขาเสียมเรียบ เมื่อวันที่ 27-28 มีนาคม 2555


 


ขอขอบพระคุณเนื้อหาดีดี : บริษัท คังเซน-เคนโก อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

ข่าวคังเซน เตรียมพบกับ “คังเซน-เคนโก ประเทศกัมพูชา สาขาเสียมเรียบ”

[gallery link="file"]



คุณอิทธิศักดิ์  อำพันยุทธ์ ประธานกรรมการบริหาร ให้เกียรติเดินทางไปพบปะผู้นำในพื้นที่ เพื่อเตรียมความพร้อมในการลงทุนขยายฐานธุรกิจออกสู่สาขาเสียมเรียบ  และภายในงานได้จัดการประชุม BOP มีการแนะนำแผนการตลาด ให้กับผู้ที่มีความสนใจในธุรกิจ เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจเข้าร่วมทำธุรกิจคังเซนฯ โดยมีคุณเจริญศักดิ์  นันต๊ะรัตน์ ผอ.ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ให้เกียรติเป็นวิทยากรบรรยาย  ตลอดจนได้รับเกียรติจากท่าน CSD เจนเนตร  แสนวิเศษ  ให้เกียรติร่วมงาน และช่วงเย็นได้จัดเลี้ยงรับรองอาหารค่ำ  แบบเป็นกันเอง เพื่อกระชับสายสัมพันธ์อันดี  ณ ประเทศกัมพูชา สาขาเสียมเรียบ เมื่อวันที่ 27-28 มีนาคม 2555


 


ขอขอบพระคุณเนื้อหาดีดี : บริษัท คังเซน-เคนโก อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

วันอังคารที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2555

เป้าหมายใหม่ของคังเซนฯ คือ การเพิ่มยอดขาย ให้ถึง 3,000 ล้านบาท ในปี 2556


"เป้าหมายใหญ่ของคังเซนฯ คือ การเพิ่มยอดขายให้ถึง 3,000 ล้านบาท ในโอกาสครบรอบ 20 ปี คังเซนฯ หรือครบรอบ 2 ทศวรรษ ในปี 2556"


คังเซน-เคนโก บริษัทขายตรงสัญชาติไทย ที่อยู่คุ่คนไทยมาเกือบ 20 ปี แม้ว่าปีที่ผ่านมาจะประสบวิกฤติภายในและภายนอกต่างๆ มากมาย แต่หัวเรือใหญ่อย่าง อิธิศักดิ์ อำพันยุทธ์ ยังคงเดินหน้ากำหนดทิศทาง และอัตราการเติบโตในอนาคตไว้อย่างเป็นสเตป โดยเฉพาะปีนี้ที่วางเป้าหมายจะพิชิตยอดขายทั้งปีให้ได้ 2,300 ล้านบาท และเพิ่มเป็น 3,000 ล้านบาท ในโอกาสครบรอบ 2 ทศวรรษ คังเซนฯ ที่ถือเป็นตัวเลขที่น่าจับตามองจากนี้ไป


ภาพรวมบริษัทในปีที่ผ่านมา ปีนี้ผ่านมา


คังเซนฯ ปิดยอดขายกว่า 1,900 ล้านบาท แม้ว่าจะเจอปัญหาหนัก ทั้งปัญหาภายในองค์กรปัญหาจากคู่แข่งขัน และปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้น ซึ่งทั้ง 3 ปัจจัยหลัก ส่งผลให้ยอดขายดร็อปลง และที่สำคัญ คือ การสูญเสียประธานผู้ก่อตั้งไป ดังนั้น คังเซน" จึงต้องสร้างภาพลักษณ์และปรับทัศนคติใหม่กับสมาชิกและผู้นำทั้งหมด


แผนกระตุ้นยอดขายในปี 2555


ปีนี้ คังเซนฯ จะเน้นการให้ข้อมูลความรู้เพื่อให้สมาชิกเข้าใจถึงการทำธุรกิจอย่างถูกต้อง รวมถึงแผนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ การยายไลน์สินค้า ซึ่งปกติอุตสาหกรรมขายตรง จะแข่งขันกันอย่างรุนแรงในช่วงไตรมาส 3 และไตรมาส 4 แต่เนื่องจากปัญหาอุทกภัยในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้บริษัทขายตรงต่างพยายามกระตุ้นยอดขายกันตั้งแต่ต้นปี ดังนั้น ในช่วงไตรมาสที่ 2 จะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มเพอร์ซันนอลแคร์ที่คังเซนฯ ได้ร่วมมือกับผู้ประกอบการจากไต้หวัน โดยแผนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่คังเซนฯ ได้แจกสินค้าตัวอย่างทดลองตลาดไปแล้ว และได้รับการตอบรับที่ดี และคาดว่าสินค้าดังกล่าวจะช่วยเพิ่มสัดส่วนยอดขายให้สูงขึ้น ขณะเดียวกัน คังเซนฯ มีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มเสริมอาหาร ที่คาดว่าจะเปิดตัวในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้


ภาพรวมตลาดต่างประเทศ ในต่างประเทศ


คังเซนฯลงทุนในรูปแบบร่วมทุนทั้งหมด และเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ซึ่งปัจจุบันคังเซนฯ ได้เข้าไปลงทุนในประเทศ อินโดนีเซีย พม่า ลาว เวียดนาม และกัมพูชา ทั้งนี้ คังเซนฯ เล็งเปิดตลาด อินเดีย และ ฮ่องกง ขณะเดียวกันในตลาดต่างประเทศอินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีอัตราเติบโตสูงสุดโดยมียอดขายประมาณ 1,000 ล้านบาท


หลักการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ


มองฐานลูกค้าเป็นหลัก หาก คังเซนฯ มีฐานลูกค้าเพิ่มสูงขึ้น และมีหุ้นส่วนที่ดีในประเทศนั้นๆ ก็จะเข้าไปลงทุน และค่อยๆสร้างเครือข่าย ซึ่งอาจจะใช้เวลาในการทำตลาดค่อนข้างมาก


วางเป้าหมายในปีนี้อย่างไร


เป้าหมายใหญ่ของคังเซนฯ คือ การเพิ่มยอดขายให้ถึง 3,000 ล้านบาท ในโอกาสครบรอบ 20 ปี คังเซนฯ หรือครบรอบ 2 ทศวรรษ ในปี 2556 อย่างไรก็ดี ในปีนี้ คังเซนฯ ตั้งเป้ายอดขายทั้งปีประมาณ 2,200 - 2,300 ล้านบาท ด้านตลาดต่างประเทศ คังเซนฯ วางแผนให้เติบโตตามกลไลของตลาด โดยเฉพาะประเทศเวียดนาม และกัมพูชา 2 ประเทศน้องใหม่ ที่คังเซนฯ พยายามสร้างมาตราฐานให้เติบโตด้วยตัวเอง อย่างประเทศเวียดนาม คังเซนฯ มีแผนที่จะขยายสาขาไปยัง 4 เมืองใหญ่ในอนาคต จากปัจจุบันที่มีสำนักงานอยู่ที่เมืองท่า คือ ไฮฟอง


ภาพรวมตลาดขายตรงไทยปัจจุบัน


ปีนี้คาดว่าอุตสาหกรรมขายตรงไทย จะเติบโตประมาณ 10-15 % จากปัจจัยที่มีบริษัทขายตรงค่ายใหม่ ทั้งไทยและต่างประเทศเข้ามาเปิดตลาด ซึ่งในช่วงที่ผ่นมามีบริษัทขายตรงที่เข้ามาใหม่ส่วนใหญ่จะเน้นจ่ายผลตอบแทนที่หวือหวา ดังนั้น คังเซนฯ จะเน้นสร้างความรู้ความเข้าใจเพื่อสร้างความจงรักภักดีต่อแบรนด์คังเซนฯ และเป็นการสร้างความมั่นคงในระยะยาวเนื่องจากการรีครูตสมาชิกให้เข้ามาในระบบเครือข่ายนั้นต้องใช้เวลา จึงต้องสร้างความรู้ความเข้าใจในตัวผลิตภัณฑ์ รวมถึงระบบ เพื่อให้เกิดการซื้อซ้ำ หากไม่สามารถรักษาสมาชิกไว้ได้จะเป็นการสูญเสียโอกาสค่อนข้างมาก ดังน้้น ทุกๆแผนการจ่ายผลตอบแทนในขณะนี้ จะมีทั้งจุดดีและจุดด้อยที่แตกต่างกัน ดังนั้นสมาชิกจำเป็นที่จะต้องดูผู้ประกอบการเป็นหลักว่านอกจากแผนที่ดีแล้ว ยังต้องมีองค์ประกอบอย่างอื่น ประกอบด้วยจึงจะอยู่ได้อย่างมั่นคงในระยะยาว


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค

วันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

‘ขายตรง’ส่งสัญญาณเดือดระลอกใหม่ หน้าใหม่อัดยาแรง...ขาใหญ่ปรับแผนป้องสมาชิก



ศึกชิงความยิ่งใหญ่ ธุรกิจเครือข่ายขายตรง ส่งสัญญาณเดือดรอบใหม่...ค่ายใหญ่เคาะระฆัง เดินเกมเพิ่มรายได้จูงใจสมาชิกใหม่ตั้งแต่ไก่โห่ หลังขายตรงหน้าใหม่เล่นแรง แย่งสมาชิกไปอยู่ในอ้อมกอดได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ...“แอมเวย์” นำร่อง ปรับผลตอบแทนอีกรอบ หวังดึงสมาชิกไม่ให้ปัน ใจหนีไปค่ายอื่น แถมมุ่งรุกตลาดผ่านนโซเชียลเน็ตเวิร์ค หวังเป็นส่วนช่วยลดคอร์สสมาชิกในการขยายฐานลูกค้า...ด้าน “กิฟฟารีน” ไม่น้อยหน้า กางตำราเพิ่มอินเทนซีฟ 2 เท่า พร้อมจัดโปรโมชั่นพิเศษ เอาใจสมาชิกตลอดทั้งปี...ส่วน “คังเซน-มิสทีน-เอสเนเจอร์” งัดลูกเล่นใหม่สารพัด หลังโดนขายตรงหน้าใหม่ รุกประชิดติดหน้าประตูบ้าน...ชี้! เกมการแข่งขันเปลี่ยนทิศ การปรับแผนอาจไม่สามารถดึงสมาชิกให้อยู่ได้ เหตุ! หลายค่ายอัดยาแรง ผลิตอาวุธใส่มือสมาชิก ตะลุยหาลูกค้าได้ง่ายขึ้น
สมรภูมิช่วงชิงพื้นที่ความยิ่งใหญ่ในตลาดเครือข่ายขายตรงเริ่มคึกคัก หลังมีสัญญาณหลายค่ายเริ่มปรับทัพ รับมือกับการแข่งขันที่ดุเดือด ในเกมชิงจ้าวยุทธภพขายตรงในปีนี้ ซึ่งว่ากันว่า จะเป็นปีแห่งการชิงไหวชิงพริบ เปิดศึกสงครามฉะกันอย่างเมามันส์ เพื่อสอดรับกับตลาดที่มีอัตราการเติบโตพุ่งสูงขึ้น
เกมเดือดในอุตสาหกรรมขายตรงร้อนระอุขึ้น ภายหลังค่ายเครือข่ายขายตรงหลายแห่งโดยเฉพาะค่ายขายตรงระดับกลางลงล่าง หรือแม้กระทั่งน้องใหม่ “เปลี่ยนวิถีกระสุน” เปิดศึกรุกหนักด้านสื่ออย่างเต็มกำลังพร้อมสรรหายุทธวิธีต่างๆ เข้ามากระตุกต่อมอยากผู้บริโภคทำให้เกิดวงจรตลาดแบบใหม่ขึ้นในวงการขายตรง จากที่เคยเดินหาลูกค้า แต่วันนี้ลูกค้าเดินเข้าหาเพื่อเสนอตัวขอร่วมทำธุรกิจ...!!!
การเปิดเกมรุกหนักของค่ายขายตรงหลายแห่งที่ “ใจถึง” กล้าทุ่มเม็ดเงิน เพื่อขยายฐาน และเป็นเครื่องมือช่วยนำร่องให้สมาชิกสามารถปิดการขายได้ง่ายขึ้น กลายเป็น “หอกข้างแคร่” ทำให้ขายตรงค่ายใหญ่หลายแห่ง ต้องพลิกเกมใหม่ “ร่ายมนต์ดำ” ขึ้นมาดึงดูดใจลูกค้า เพื่อสกัดกั้นการรุกคืบของคู่แข่งที่กำลังสำแดงฤทธิ์เดชอยู่ ณ เวลานี้

“แอมเวย์”ปรับแผนอีกรอบ
ดึงสมาชิกยุคการแข่งขันเดือด
รายงานความเคลื่อนไหวของตลาดขายตรงล่าสุดพบว่าบนเฟซบุ๊คของ บริษัท แอมเวย์(ประเทศไทย) ได้โพสต์ข้อความว่า “ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์จะเริ่มใช้อัตราการจ่ายผลตอบแทนใหม่ (Profitability Index หรือ PI) ซึ่งเป็นการปรับดัชนีผลตอบแทนนักธุรกิจแอมเวย์ใหม่จาก 1:2.75 เป็น 2.87 (จำนวนคะแนน : ผลตอบแทนที่จะได้รับ) ซึ่งจะทำให้สมาชิกได้รับผลตอบแทน เพิ่มขึ้น หลังจากปรับครั้งล่าสุดไปเมื่อ ปี 2552”
นายกิจธวัช ฤทธีราวีกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า การปรับดังกล่าวเป็นการปรับให้สอดคล้องกับภาวะเงินเฟ้อ และค่าครองชีพเพิ่มขึ้น และการแข่งขันในตลาด ซึ่งจะช่วยสร้างกำลังใจให้กับนักธุรกิจที่มีความทุ่มเทในการทำงาน ก็จะได้รับผลตอบแทนมากขึ้น นอกจาก การปรับแผนการจ่ายผลตอบแทนแล้ว ทางบริษัทฯ ยังร่วมมีแผนการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดตลอดทั้งปี และกิจกรรมออนไลน์ผ่านเว็บไซต์และโซเชียลมีเดีย เพื่อเข้าถึงคนรุ่นใหม่ โดยปีนี้จะมีการนำแผนกลยุทธ์ดังกล่าวมาใช้อย่างต่อเนื่อง
“ปัจจุบันผู้บริโภคมีการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ทุกๆ วัน จากผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทั่วโลก 2.1 พันล้านคน หรือ30.4% ของประชากรทั่วโลก ณ วันนี้คาดว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า โดยคนส่วนใหญ่จะใช้เวลาทั้งหมดไปกับกิจกรรมออนไลน์ และจะดำเนินธุรกิจผ่านเว็บไซต์เป็นหลัก สำหรับประเทศไทยนั้นผู้ใช้อินเตอร์เน็ตมีสัดส่วน 34% ของประชากรทั่วประเทศ ใน ขณะที่โซเชียลเน็ตเวิร์คเป็นกิจกรรมออนไลน์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก
ทั้งนี้ เนื่องจากพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ชอบความสะดวกสบายและรวดเร็ว ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้จะเกิดขึ้นกับทุกธุรกิจ รวมถึงธุรกิจขายตรงที่ได้มีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในองค์กร หรือในเครือข่ายแบบ B2MicroB (Business to Micro Business) ซึ่งเป็นเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อสนับสนุนให้การทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่าเมื่อทศวรรษที่แล้ว
“แอมเวย์ประเทศไทยได้สนับสนุนให้นักธุรกิจแอมเวย์ใช้ช่องทางการสื่อสารผ่านอินเตอร์เน็ตอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีนักธุรกิจแอมเวย์ที่ใช้อีเมล์อย่างแอ็คทีฟกว่า 34 % ซึ่งเป็นสัดส่วนที่เท่ากับการใช้อินเตอร์เน็ตของประชากรไทย มีนักธุรกิจที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ (young Generations) อายุระหว่าง 18-34 ปี เป็นสัดส่วน 40% ของนักธุรกิจแอมเวย์ทั่วประเทศ และมียอดธุรกิจของกลุ่มนี้ประมาณ 30% ของยอดขายรวมของบริษัท ซึ่งคนรุ่นใหม่นี้ ถือเป็นกลุ่มที่จะมีอิทธิพลเชิงการตลาดอย่างมาก ในอนาคตต่อไป 5-10 ปี ดังนั้นเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจแอมเวย์ และการก้าวสู่ทศวรรษใหม่อย่างยั่งยืนในฐานะธุรกิจขายตรงอันดับหนึ่งของประเทศ บริษัทจึงได้เตรียมกลยุทธ์สำหรับตอบโจทย์กระแสคนรุ่นใหม่ และดิจิตอลเทรนด์ในส่วนต่างๆ อย่างครบวงจร”
ทั้งนี้ แอมเวย์ได้แถลงถึงผลประกอบการปี 2554 ว่า ได้สร้างสถิติใหม่ด้วยยอดขาย15,500 ล้านบาท เติบโต 8% ซึ่งเป็นผลมาจากทำตลาดที่สอดคล้องกับเทรนด์ผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญในการดูแลรักษาสุขภาพและใส่ใจรูปลักษณ์ของตัวเองมากขึ้น

ขายตรงหน้าใหม่เล่นแรง
ขาใหญ่ปรับทัพรับมือจ้าละหวั่น
นอกจากบริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่มีการปรับแผนการจ่ายผลตอบแทนให้กับสมาชิกแล้ว ยังมีบริษัทเครือข่ายขายตรงรายใหญ่อีกหลายค่าย ที่เตรียมแผนกลยุทธ์ออกมาเอาใจสมาชิกในแง่ของการจ่ายผลตอบแทน เนื่องจากปีที่ผ่านมามีบริษัทขายตรงใหม่ ๆ เกิดขึ้นมาก แต่ในแง่การเติบโตของสมาชิกผู้จำหน่ายอิสระกลับมีไม่มาก ทำให้ตลาดมีการแข่งแย่งตัวสมาชิกค่อนข้างรุนแรง โดยเฉพาะเรื่องการจ่ายผลตอบแทนเพื่อจูงใจ เพื่อรีครูทสมาชิกทั้งที่เป็นคนที่เคยทำขายตรงมาก่อน หรือคนที่ยังไม่เคยทำขายตรง และมีกลุ่มนักศึกษาจบใหม่หรือคนรุ่นใหม่เป็นเป้าหมาย ซึ่งการตลาดของเครือข่ายขายตรงระดับกลางถึงล่างในปัจจุบันสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายโดยใช้สื่อต่างๆ ในการนำเสนอ และชูแผนการจ่ายผลตอบแทนที่ง่าย
นายอิทธิศักดิ์ อำพันยุทธ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คังเซน เคนโก อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ยอมรับว่า บริษัทฯ มีแผนจัดแคมเปญออกมาเป็นระยะๆ ทั้งในแง่ของสินค้า บริการคุณภาพการอบรม รวมถึงโปรโมชั่นท่องเที่ยว นอกจากนี้ ยังมีแผนจะเพิ่มสิทธิประโยชน์บัตรสมาชิก อาทิ การใช้คะแนนสะสมสำหรับซื้อสินค้าใน ราคาพิเศษ เป็นต้น คาดว่าจะช่วยกระตุ้นการทำงานของสมาชิกเดิมและสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ ธุรกิจขายตรง ปี 2555 ยังมีแนวโน้มเป็นบวก เนื่องจากจำนวนผู้ว่างงานเพิ่มสูงขึ้นและความต้องการรายได้เสริม เชื่อว่าภาพรวมสิ้นปีนี้จะเติบโตได้ 10% หลังจากปีที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และเศรษฐกิจ ทำให้เติบโตเพียง 5-7% หรือมีมูลค่า 65,000 ล้านบาท
ด้านภาพการแข่งขันมีแนวโน้มว่าทุกค่ายจะหันมาเร่งสร้างยอดขายตั้งแต่ต้นปี เนื่องจากความไม่มั่นใจว่าในอนาคตจะมีอะไรเข้ามากระทบหรือไม่ ประกอบกับหลายๆ บริษัทอั้นการออกแคมเปญมาตั้งแต่ปลายปีเนื่องจากน้ำท่วม
ขณะที่แพทย์หญิงนลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด กล่าวว่า ปีที่ผ่านมากิฟฟารีนปิดยอดขายที่ 5,488 ล้านบาท หรือเติบโต 11.7% ปีนี้ตั้งเป้าที่ 6,000 ล้านบาท โดยวางแผนรุกตลาดด้วยผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม และจะสร้างกระแสผ่านการโฆษณาประชาสัมพันธ์ พร้อมจัดโปรโมชั่นพิเศษกระตุ้นยอดตลอดทั้งปี
“ตั้งแต่ต้นปีบริษัทได้ปรับแผนการจ่ายผลตอบแทนตามแผนยูนิ-เลเวลเป็น 1% จากเดิม 0.5% สำหรับผู้บริหารระดับสูง หรือพาราไดซ์ซึ่งมีอยู่กว่า 2,000 รหัส คาดว่าจะกระตุ้นสมาชิกระดับต้นๆ ให้มีแรงจูงใจในการทำงานมากขึ้น ซึ่งกิฟฟารีนมีสมาชิก 6 ล้านรหัส ในจำนวนนี้เป็นนักธุรกิจประมาณ 5 แสนรหัส”
สำหรับธุรกิจขายตรงในปี 2555 นี้ จะยังเติบโตได้ดี เพราะความต้องการอาชีพเสริมจำนวนมาก ขณะที่ภาพลักษณ์ขายตรงก็เป็นที่ยอมรับมากขึ้น
ด้านนายพงศ์พสุ อุณาพรหม ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารการตลาด บริษัท กิฟฟารีนฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทฯ ตั้งเป้าการเติบโตไม่ต่ำกว่าปีละ 10% และได้เตรียมงบตลาดไว้ที่ 60-90 ล้านบาท ซึ่งได้เริ่มทำการตลาดตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ เพื่อรองรับการฉลองครบรอบ 16 ปี ในวันที่ 10 มีนาคม
โดยปีนี้มีแผนเปิดตัวสินค้าใหม่ 210 รายการ ซึ่งในแง่การแข่งขันปีนี้น่าจะคึกคักขึ้น โดยกำลังวางแผนว่า ควรจะมีอินเทนซีฟพิเศษอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ ส่วนแคมเปญได้รับการตอบรับดี ก็คงจะปรับให้ดีขึ้น การจัดกิจกรรมปีที่แล้วค่อนข้างถี่ ปีนี้ก็คงถี่เหมือนเดิม
ส่วนนายบัญชา เหมินทคุณ รองกรรมการผู้จัดการ ด้านธุรกิจเครือข่ายเอสเนเจอร์ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำ กัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทฯ ยังคงรุกตลาดอย่างเต็มที่ โดยเพิ่มแคมเปญทริปท่องเที่ยวพิเศษอีก 1 ทริป จากปกติจัด 2 ทริปต่อปี พร้อมปรับแผนอินเทนซีฟและเพิ่มการจ่ายผลตอบแทนให้กับนักธุรกิจระดับต้นๆ ให้ได้รับผลตอบแทนทั่วถึงขึ้น คาดว่าการจ่ายคอมมิชชั่นในปีนี้จะเพิ่มขึ้นอีก 5-10%
“ปรับเพื่อรองรับการแข่งขันจากรายใหม่ที่เข้ามา สมาชิกทำธุรกิจได้คล่องตัวและง่ายขึ้น จูงใจให้สมาชิกผู้บริโภคตัดสินใจเข้ามาเป็นนักธุรกิจ แทนการบริโภคอย่างเดียว รีครูทสมาชิกใหม่และกระตุ้นสมาชิกเดิมให้มีการสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง”
สำหรับการแข่งขันที่ดุเดือดในปัจจุบัน แสดงให้เห็นว่าศักยภาพของตลาดขายตรงในเมืองไทยยังเติบโตได้อีกมากทำให้มีรายใหม่ๆ สนใจที่จะกระโดดเข้ามาในตลาดอย่างต่อเนื่อง และปีนี้ก็จะมีอีกหลายบริษัททั้งบริษัทใหญ่ๆ ของต่างประเทศ อาทิ สหรัฐฯ และขายตรงของคนไทย เข้ามาในตลาดอีกมากมาย
รายงานข่าวจากบริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ มิสทีน เปิดเผยว่าหลังจากที่บริษัทฯ มีแคมเปญแจกทอง และได้รับการตอบรับจากสาวมิสทีนอย่างดี แต่ปีนี้การแข่งขันในการชิงลูกค้าดุเดือดมากขึ้น ทำให้บริษัทฯ ต้องปรับกลยุทธ์ เปลี่ยนเป็นโครงการครอบครัวออมทรัพย์ ซึ่งสมาชิกจะได้รับเงินออมทรัพย์พิเศษ10,000 บาท เมื่อครบ 3 ปี และจะมีเงินปันผลจากเปอร์เซ็นต์การขายของสมาชิกแต่ละคนคาดว่าจะกระตุ้นสมาชิกใหม่ได้ 5-10% และสมาชิกเดิมรู้สึกว่าเป็นธุรกิจที่มั่นคงและมีการซื้อต่อเนื่อง

เกมการแข่งขันเปลี่ยนทิศ
ผลิตอาวุธใส่มือสมาชิกล่าลูกค้า
การออกมาตื่นตัวปรับแผนการจ่ายผลตอบแทน และเพิ่มผลประโยชน์ในการจ่ายค่าคอมมิชชั่น หรือออฟชั่นต่างๆ ให้กับทางสมาชิก ดูเหมือนจะ เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุมากกว่าการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เนื่องจากปัจจุบันต้องยอมรับว่าการแข่งขันช่วงชิงพื้นที่ในธุรกิจขายตรงได้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ เหตุเพราะผู้ประกอบการได้นำเครื่องไม้เครื่องมือเข้ามาเป็นส่วนช่วยให้สมาชิกขยายตลาดได้ง่ายขึ้น แม้แผนการจ่ายผลตอบแทนจะไม่สวยหรู แต่หากสามารถขยายตลาดได้มากขึ้น รายได้ก็จะตามมาเป็นกอบเป็นกำ จากการเพิ่มขึ้นของฐานสมาชิก
ขณะเดียวกัน หากมีการปรับแผนการจ่ายผลตอบแทนให้สมาชิกเพิ่มมากขึ้น แต่ไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือในการทำตลาดให้กับสมาชิก การขยายฐานลูกค้าของสมาชิกก็จะแคบลง รายได้ก็จะหดหายลงตามไปด้วย
ซึ่งปัจจุบันขายตรงน้องใหม่ที่มาแรง และประสบความสำเร็จในการดึงสมาชิกเข้ามาร่วมทำธุรกิจ แผนรายได้เป็นเพียงส่วนประกอบเท่านั้น แต่“กระสุนดินดำ” ที่สามารถทะลุทะลวงใจลูกค้า และสามารถขยายฐานสมาชิกได้อย่างมากมายคือ การใช้สื่อเป็นอาวุธในการรุกพื้นที่ต่างๆ เพื่อขยายฐานธุรกิจ
โดยเฉพาะปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้ว่า สื่อทีวีดาวเทียม, วิทยุชุมชน กลายมาเป็นหัวหอกสำคัญในการขยายธุรกิจของเครือข่ายขายตรง ซึ่งในปีนี้สิ่งที่น่าจับตามองอย่างใกล้ชิดคือ การที่เจ้าของบริษัทขายตรงหันมาเปิดสื่อเป็นของตัวเองเพิ่มมากขึ้น เพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำตลาด แถมส่งตรงแผนการทำตลาด และคุณภาพของสินค้าตรงถึงบ้านลูกค้าและสมาชิก

ฉะนั้น หากบริษัทขายตรงค่ายใหญ่ ต้องการที่จะสกัดเพื่อปิดกั้นเกมรุกที่ดุเดือดของขายตรงน้องใหม่เหล่านี้ ควรที่จะวางแผนเล็งหาเครื่องไม้เครื่องมือมาให้สมาชิก เพื่อเปิดทางในการขยายฐานลูกค้าให้มากยิ่งขึ้น ที่สำคัญยังสามารถช่วยลดคอร์สค่าใช้จ่ายให้กับสมาชิกในการเดินทางไปพบลูกค้าได้อีกทางหนึ่ง แต่หากยังหลงทิศปรับแผนไปเรื่อยๆ เชื่อว่า ยังไง! ขายตรงค่ายใหญ่ก็ตามไม่ทัน เพราะปัจจุบันเกมการตลาดได้เปลี่ยนไปอีกมุมหนึ่งแล้ว...!!!

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 314 ประจำวันที่ 16 - 29 กุมภาพันธ์ 2555

วันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ด้วยเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ “คังเซน บีน สตรอเบอร์รี”

คุณอิทธิศักดิ์ อำพันยุทธ์ ประธานกรรมการบริหาร เป็นประธานในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพชนิดผง “คังเซน บีน สตรอเบอร์รี” อุดมด้วยคุณค่าสารอาหารจากธรรมชาติ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Live A Wonderful Life เป็นการสร้างความสมบูรณ์แบบให้กับชีวิต พร้อมด้วย คุณพัชรนันท์ อำพันยุทธ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ คุณณัฐพัชร์ อำพันยุทธ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ คุณสุขุม อนงค์เลขา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อำพันยุทธ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ดร.เจมส์ หวง (Dr. James Hwang) ผู้ก่อตั้ง และประธานบริษัท อีรอม ประเทศเกาหลี และคุณแอรอน ชุง (Mr. Aaron Chung) ผู้จัดการฝ่ายต่างประเทศ บริษัท อีรอม ประเทศเกาหลี ให้เกียรติเข้าร่วมงาน พร้อมทั้งเปิดตัว พญ.กอบกุลยา จึงประเสริฐศรี (หมอเพื่อน) รองตำแหน่งนางสาวไทยอันดับ 1 ประจำปี 2552 พรีเซ็นเตอร์ คังเซน บีน สตรอเบอร์รี เป็นครั้งแรก และการแชร์ประสบการณ์ความสำเร็จจากท่าน CSD นันทิดา หงษ์ทอง และ CSD ธีระศักดิ์ ชิยางคะบุตร จากจุดเริ่มต้น จนก้าวสู่เส้นชัยแห่งความสำเร็จจากธุรกิจคังเซนฯ
บรรยากาศรอบงานมีการจัดบูธตรวจสุขภาพ บูธชิมฟรีกับหลายหลายผลิตภัณฑ์ อาทิ คังเซน บีน สตรอเบอร์รี คังเซน บิวติ คลอรอยบอส หลิงจือ อีกทั้งมีบูธแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ คังเซน มัลติ นิวเทรียนท์ พลัส ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร วิตามินรวมแร่ธาตุผสม และสารสกัดจากพืช อีกทางเลือกหนึ่งเพื่อการมีสุขภาพที่ดี และแข็งแรง โดยมี ภญ.ดร.เบญจางค์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ให้คำแนะนำผลิตภัณฑ์ รวมทั้งเปิดบูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์ และบูธเกมส์ซึ่งสร้างสีสันได้เป็นอย่างดี ณ โรงแรม เดอะ แกรนด์ โฟร์วิงส์ คอนเวนชั่น ศรีนครินทร์ กรุงเทพฯ

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: บริษัท คังเซน-เคนโก อินเตอร์เนชั่นแนล

[gallery]

“คังเซนฯ” ทุ่มงบ 500 ล้าน ปรับทัพครั้งใหญ่ เน้นสื่อสารสร้างแบรนด์ เจาะผู้บริโภค



อิทธิศักดิ์ อำพันยุทธ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คังเซน – เคนโก อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า แผนการรุกตลาดปี 2555 บริษืจะให้ความสำคัญกับการสื่อสารไปยังผู้บริโภคให้มากขึ้น เพื่อให้แบรนด์สินค้าคังเซนฯ ได้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ขณะเดียวกันยังเป้นการสร้างความเชื่อมั่นและไว้ใจในตัวของบริษัท เพิ่มขึ้น โดยปี 2555 คังเซนฯได้เตรียมงบการตลาดไว้กว่า 100 ล้านบาท เพื่อใช้ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อ โดยเฉฑาะสื่อทีวี ทั้งในช่อฟรีทีวี และเคเบิลทีวี รวมไปถึงป้ายบิลบอร์ดขนาดใหญ่ที่จะเลือกใช้ในพื้นที่กรุงเทพฯ บางจุดที่มีการจราจรหนาแน่น และตามหัวเมืองใหญ่

สำหรับงบการตลาดปี 2555 ถือว่าใช้มากกว่าทุกปีที่ผ่านมา ซึ่งใช้อยู่ประมาณ 30-40 ล้านบาทเท่านั้น โดยนอกจากจะใช้เพื่อขยายฐานการรับรู้ของผู้บริโภคแล้ว ยังใช้สำหรับรองรับผลิตภัณฑ์ใหม่ทื่บริษัทจะมีการเปิดตัวออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องโดยผลิตภัณฑ์ตัวแรกที่นำออกมารับปีใหม่ คือเครื่องดื่มชนิดผงแบรนด์คังเซน บีน สตรอเบอร์รี่ ซึ่งบริษัทต้องการขยายตลาดเพื่อสุขภาพให้มากขึ้น และยังเชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่จะเช้ามาช่วยกระตุ้นยอดขายของบริษัท และตลอดทั้งปีจะมีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อีกประมาณ 2-3 รายการ

พร้อมกันนี้ในปี 2555 บริษัทยังได้ทำการรีโนเวตสาขาเก่าทั้งหมด โดยจะทำการปรับรูปแบบสาขาให้เป็นไปในรูปแบบเดียวกัน ซึ่งภาพลักษณ์ของคัวเซนฯ จะเน้นไปที่สีแดงเป็นหลักเริ่มใน 10 สาขา จากปัจจิบันที่คังเซนฯ มีสาขาเปิดให้บริการทั้งหมด 75 สาขา ทั้งแบบ สแตนด์อะโลน และ สาขาที่เปิดให้บริการตามห้างสรรพสินค้า ใช้งบทั้งหมดประมาณ 10 ล้านบาท

ขณะที่อาคารสำนักงานใหม่ที่ก่อสร้างในเฟส 2 นั้นบริษัทใช้เงินลงทุนไปกว่า 300 ล้านบาท ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานใหญ่ที่สามารถรองรับสมาชิกและลูกทีมที่จะใช้ในการเข้ามาประชุมในแต่ละครั้งได้เป้นจำนวนมาก พริ้มกันนี้ภายในอาคารยังได้มีการโยกย้ายพนักงานบางส่วนเขาไปอยู่ในอาคารใหม่นี้ด้วย เพื่อให้ง่ายต่อการบริหารการจัดการ

ส่วนแผนการรุกตลาดในต่างประเทศ บริษัทจะเดินหน้าเข้าไปขยายสาขาในเวียดนามเพิ่มเติมที่ฮานอน และโฮจิมินห์ โดยจะเปิดให้บริการได้ในเดือน มกราคม 2555 นี้ หลังจากได้มีการลงทุนไปเช่วพท้นที่ทิ้งไว้นานกว่า 7 เดือน พร้อมกันนี้จะได้ขยายเข้าไปที่ กัมพูชา พม่า และอินโดนีเซีย เพิ่มเติม สำหรับประเทศกัมพูชานั้น คังเซนฯ มองว่าเป็นประเทศที่น่าสนใจเพราะจากการที่ได้เข้าไปเจรจาและศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคพบว่า คนกัมพูชามีกำลังซึ้งสู และใจใหญ่กล้าตัดสินใจซื้อ ทำให้บริษัทเห็นโอกาสที่ดี สำหรับพันธมิตรทางธุรกิจของกัมพูชาโดยจะขยายสาขาไปก่อนที่พนมเปญ และเสียมเรียบเป็นสาขาต่อไป

สำหรับคังเซนฯ เอง ขณะนี้ได้มีการปรับตัวอย่างต่อเนื่องโดยเฉพราะการให้ความสำคัญกับเรื่องของนวัตกรรมมากขึ้นรวมไปถึงความน่าเชื่อถือของบริษัท เพื่อให้กลายเป็นตัวเลือกต้นๆ ของคนที่จะเข้ามาร่วมทำงานกับคัวเ.นฯ และ ผู้บริโภค ปัจจุบันคังเซนฯ มีสมาชิก ประมาณ 500,000 คนโดยในปี 2555 ตั้งเป้าการเติบโตของสมาชิกอยู่ที่ 10% ขณะที่รายได้ในปี 2554 ยอมรับว่าไม่มีการเติบโต แต่ในปี 2555 ตั้งเป้าเติบโต 15%

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: Business Owner Magazine V.11 NO.136 2011

วันอาทิตย์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2555

คังเซน Chairman’s Vision @ Laos

คุณอิทธิศักดิ์ อำพันยุทธ์ ประธานกรรมการบริหาร บจ.คังเซนฯ แสดงวิสัยทัศน์ ณ.คังเซน เน็ทเวิร์ค ประเทศลาว พร้อมผู้อำนวยการอาวุโส พงศ์ธณัช สุขเสถียรวงศ์ นำเสนอโครงการและตอบข้อซักถามเรื่อง Kangzen Global One ปิดท้ายด้วยผอ.ธีร์ฉัตรภัทร พิมพ์แสง ให้ความรู้เรื่องระบบESS มีสมาชิกครอบครัวคังเซนฯลาวเข้ารับฟังด้วยความสนใจมากมายเมื่อวันก่อน

[gallery]

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: บริษัท คังเซน-เคนโก อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

คังเซนฯ งานจัดประชุมเปิดโอกาสทางธุรกิจ และประชุมผู้นำ @ โรงแรมมรกต จ.ชุมพร

การจัดประชุม BOP การสาธิตสินค้า การแชร์ประสบการณ์การทำงานของสมาชิก และแผนการตลาด พร้อมทั้งร่วมประชุมผู้นำเพื่อวางแผนการขับเคลื่อนระบบ ESS ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

[gallery]

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: บริษัท คังเซน-เคนโก อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด