ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สตาร์ ซันไชน์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สตาร์ ซันไชน์ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ข่าวสตาร์ ซันไชน์ (Star Sunshine) : ผู้นำดาวรุ่ง‘ปุณยานุช ปุญยมณีกูล’ ดาวเด่นแห่ง‘สตาร์ซันไชน์’







star (Mobile)

 


วันนี้หากใครคิดที่จะทำธุรกิจสตาร์ซันไชน์แล้ว ก็ขอให้ทำอย่างต่อเนื่อง ถึงจะมีรายได้อย่างแน่นอน และไม่ต้องพูดถึงเพียงแค่หลักหมื่น ขอให้พูดถึงหลักแสน หลักล้านไว้ เพราะหลักหมื่นเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับที่นี่ หลักแสน หลักล้านนี่แหล่ะ ที่เราควรจะคว้าให้เร็วที่สุด เพราะสินค้าดี แผนดี เราต้องรีบทำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเพียงแค่การตัดสินใจ


ครั้งเดียว ชีวิตก็สามารถประสบความสำเร็จได้


ใครจะเชื่อบ้างว่า “แม่ค้าขายของชำ” ที่ยึดมั่นอยู่แต่ในอาชีพของตัวเองมานาน 20 กว่าปี “ปุณยานุช ปุญยมณีกูล” จะกล้าย่างเท้าก้าวออกมาเดิมพันความอยู่รอดของครอบครัวกับ “ธุรกิจสตาร์ซันไชน์”...เพราะที่ผ่านมา เธอแทบจะไม่เหลียวมองธุรกิจใดเลย นอกจากเป็น “แม่ค้า” ขายของไปวัน ๆ


และเหตุใด “ปุณยานุช” ถึงยอมทิ้งอาชีพแม่ค้าและร้านค้าของตัวเอง ด้วยการปล่อยให้คนอื่นเซ้งร้านต่อ แล้วหันมาฝากอนาคตของครอบครัวไว้กับ “ธุรกิจสตาร์ซันไชน์”


...ปริศนาเริ่มคลี่คลาย เมื่อทีมงานได้ทราบว่า “ธุรกิจสตาร์ซันไชน์” สามารถพลิกชะตาชีวิตของเธอจากหน้ามือเป็นหลังมือ...เมื่อเธอตัดสินใจเปลี่ยนแนวคิด หลังมีโอกาสได้พูดคุยกับ “โกสิทธิ์ ผะลิวรรณ” ประธานกรรมการ บริษัท สตาร์ซันไชน์ จำกัด


โดย “ปุณยานุช” ได้เผยผ่าน “ตลาดวิเคราะห์” ว่า ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยคิดที่จะทำธุรกิจขายตรงเลย...


แต่ที่เข้ามาเพียงเพราะฟังวิทยุแล้วโทรหา ก็มีผู้เข้ามาแนะนำให้ทำธุรกิจ และเมื่อเห็นสินค้า ราคาโอเค บวกกับได้ลองทานเอง สุขภาพก็เริ่มดีขึ้น จึงได้ตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิก พร้อมกับนำสินค้ามาขายด้วย ผลปรากฏว่าขายได้ดี และมีกำไร พอสั่งซื้อก็มีค่าคอมมิชชั่นออกมา ด้วยเหตุนี้เอง จึงรู้สึกว่า มีรายได้เข้ามาเยอะกว่าที่ขายของชำอยู่ ณ ปัจจุบัน และก็เริ่มมีความรู้สึกว่าสนุกกับธุรกิจขายตรง


ช่วงที่ขายของชำ “ปุณยานุช” เอง ก็มีธุรกิจห้องพัก เพราะจากที่เป็นแม่ค้าขายของชำ ก็พยายามถีบตัวเองให้มีอาชีพเสริมมากกว่าการเป็นแม่ค้าขายของชำ เริ่มจากการทำธุรกิจห้องพักให้เช่า เริ่มยกระดับขึ้นมาเรื่อย ๆ เป็นหอพัก และมีธุรกิจรถตู้ให้เช่า และจากธุรกิจเสริมที่เริ่มมีมากขึ้น ทำให้เรื่องของภาระหนี้สินของ เธอผู้นี้ก็เพิ่มขึ้นมาตามด้วยกว่า 10 ล้านบาทเลยทีเดียว


...แต่หลังจากที่เธอได้หันเข้ามาสู่ “ธุรกิจสตาร์ซันไชน์” ภาระหนี้สินที่มีท่วมหัว ก็เริ่มลดน้อยลงเรื่อย ๆ...


และจากวันนั้นจนถึงวันนี้ คำตอบของชีวิตที่ดีขึ้น สำหรับเธอก็ได้ค้นพบแล้วที่ “สตาร์ซันไชน์” เห็นได้จากผลของการตั้งใจทำงาน มุ่งมั่น และขยัน ส่งผลมาถึงความสำเร็จที่เธอควรได้รับ และได้รับจริง นั่นคือ การมีรายได้อยู่ที่ 500,000 บาทต่อเดือน พร้อมกับสามารถมีเงินซื้อตึก 2 คูหา มูลค่า 10,000,000 บาท ในปีที่ 3 ของการทำงาน และปีที่ 4 ก็ยังสามารถซื้อตึกได้อีก 2 ห้องด้วยเงินสด พร้อมกับมีเงินซื้อรถยนต์ได้อีก 5 คันด้วย รวมถึงมีรายได้รวมจากการทำธุรกิจนี้ในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 10 กว่าล้านบาทอีกด้วย


“ปุณยานุช” บอกอีกว่า ขณะนี้ตนเองมีสมาชิกใต้สายงานค่อนข้างเยอะมากมาย เนื่องจากธุรกิจขายตรง ต้องบอกว่าความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่เราคนเดียว แต่ทุกคนสามารถสำเร็จในธุรกิจนี้ได้ เพราะหากเราไม่มีสมาชิก เราก็อาจจะมาไม่ถึงจุดนี้ด้วยเช่นกัน


“ตนเอง จะสอนสมาชิกอยู่เสมอว่า ขอให้เราคิดว่าตนเองคือ ผู้บริโภค 100% รักองค์กร รักบริษัท มีความจริงใจให้กับสมาชิก และทีมงาน พร้อมกับต้องแนะนำผู้ที่ยังไม่สำเร็จให้เขาได้สำเร็จ อีกทั้งการทำงานอะไรก็แล้วแต่ อย่าเลือกงาน ว่าจะต้องทำมาก ทำน้อยแค่ไหน เพราะการเป็นผู้นำ จะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีด้วย


ซึ่งวันนี้อุปสรรคในการทำงานทุกคนถือว่ามี แต่เราก็ต้องผ่านมันไปให้ได้ เพราะปัญหาทุกปัญหา เราต้องขอบคุณ เนื่องจากทุกปัญหา มันทำให้เรามีความแข็งแกร่งขึ้นนั่นเอง”


...วันนี้ดูเหมือนว่า “ปุณยานุช” เริ่มที่จะรัก และชอบในธุรกิจขายตรงที่ “สตาร์ซันไชน์” จนถอนตัวไม่ขึ้น เนื่องจากสามารถทำให้ประสบความสำเร็จจริง ที่สำคัญ ยังทำให้เธอได้ท่องเที่ยวไปทั่วทุกจังหวัด และยังมีโอกาสไปเที่ยวต่างประเทศอีกหลากหลายประเทศด้วย ซึ่งถ้าหากเธอยังเป็นแม่ค้าขายของชำอยู่ เธอคงไม่มีโอกาสที่จะไปท่องเที่ยวแบบนี้ได้แน่


และผลพวงจาก “ธุรกิจสตาร์ซันไชน์” ที่สร้างรายได้เข้ามาให้ “ปุณยานุช” อย่างต่อเนื่อง ทำให้เธอ


ดึงสมาชิกในครอบครัวทั้งหมดเข้ามาสู่ธุรกิจ จนวันนี้เธอกล้าพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า “จะขอฝากชีวิตไว้กับสตาร์ซันไชน์” เพราะไม่มีที่ไหนให้เธอได้มากกว่านี้...


ซึ่งใครจะเชื่อว่า ระยะเวลาที่ขายของมากว่า 20 ปี เธอแทบจะไม่มีเงินเก็บ แต่เมื่อก้าวเข้ามาใน “ธุรกิจสตาร์ซันไชน์” เพียงแค่ไม่กี่ปี กลับมีเงินเก็บหลายแสนหลายล้าน และยังมีเงินส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ โดยที่ไม่ต้องกู้หนี้ ยืมสิน เหมือนที่ผ่าน ๆ มา


สำหรับเป้าหมายของชีวิตนับจากนี้ต่อไปนั้น “ปุณยานุช” บอกว่า ต้องการอยากให้สมาชิกเข้าวัด อยากให้ทุกคนเอาธรรมะเข้ามาใช้ในชีวิตประจำวัน เพราะปัจจุบันเราอยากให้ลูกทีมเรามีเท่าเรา เราได้มาเท่าไหร่ก็อยากให้


ลูกทีมได้อย่างที่เราได้ ความสุขของเราอยู่ตรงนั้นมากกว่า


“วันนี้หากใครคิดที่จะทำธุรกิจสตาร์ซันไชน์แล้ว ก็ขอให้ทำอย่างต่อเนื่อง ถึงจะมีรายได้อย่างแน่นอน และไม่ต้องพูดถึงเพียงแค่หลักหมื่น ขอให้พูดถึงหลักแสน หลักล้านไว้ เพราะหลักหมื่นเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับที่นี่ หลักแสน


หลักล้านนี่แหล่ะ ที่เราควรจะคว้าให้เร็วที่สุด เพราะสินค้าดี แผนดี เราต้องรีบทำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเพียงแค่การตัดสินใจครั้งเดียว ชีวิตก็สามารถประสบความสำเร็จได้”


“ปุณยานุช” ยังบอกอีกว่า ค่อนข้างมีความสุขกับการทำงานเครือข่ายมาก เพราะเราไม่ได้เรียนจบปริญญาก็สามารถทำสำเร็จได้ ชีวิตเปลี่ยน มีความสุข สุขภาพดี อิสรภาพทางเวลา และการเงินมีมากขึ้น มีเวลาเข้าวัดทำบุญกับสมาชิกบ่อยขึ้น ได้มีโอกาสดูแลคนป่วย คนมีปัญหาสุขภาพ พลิกชีวิตเกษตรกร แบบถาวร เปลี่ยนชีวิตคนหลายคน จากคนจนเป็นคนที่พร้อมทุกอย่าง สังคมยอมรับมากขึ้น คนรวยก็รวยมากขึ้น พร้อมได้ของแถมรวยสุขภาพ หนุ่มขึ้น สวยขึ้น ต่างจากคนที่มีเงินทองมากมาย แต่ไม่สามารถซื้อชีวิต ซื้อสุขภาพที่แข็งแรงได้


“ปุ้มอยากเชิญทุกท่าน ที่อยากรวยสุขภาพ รวยผลผลิต รวยเงินทอง เข้าร่วมธุรกิจกับทีมงานปุ้มเซอร์วิส วันนี้เราพร้อมที่จะนำทุกท่านประสบความสำเร็จ กับบริษัท สตาร์ซันไชน์ รีบติดต่อมานะคะ !! ความร่ำรวยรอคุณอยู่ !!


...ขอเชิญชวนทุกท่าน ที่ต้องการมีรายได้แบบไร้ขีดจำกัด ไม่ว่าท่านจะเคยล้มเหลว เป็นหนี้ ขอเพียงท่านมีความต้องการอยากจะมีรายได้ อยากจะรวย เชิญท่านเข้ามาศึกษาธุรกิจสตาร์ซันไชน์ อย่าช้า อย่ารอ สินค้าดี แผนการตลาดเยี่ยม รวย!!!”


...เรียกได้ว่า ความสำเร็จของคนเครือข่ายวันนี้ ล้วนแล้วเกิดจากความพยายามแทบทั้งสิ้น ยิ่งขยันมาก อดทนมาก มุ่งมั่นมากเท่าไหร่ ความสำเร็จก็จะก่อเกิดได้เร็วขึ้นด้วยเช่นกัน เหมือนเช่นดั่งเธอผู้นี้ “ปุณยานุช ปุญยมณีกูล” ...!!


 


 


 


 


Credit By : http://www.taladvikrao.com/

วันอังคารที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ข่าวสตาร์ ซันไชน์ (Star Sunshine) : สตาร์ซันไชน์ ปล่อยหมัดเด็ด ขนสินค้าใหม่ดันยอด 20 %

“สตาร์ซันไชน์” ลั่นกลองรบบุกตลาดขายตรงช่วงโค้งสุดท้ายปลายปี ส่งหมัดเด็ดสินค้าใหม่ทั้งเสริมอาหารผู้หญิง – สเต็มเซลล์เครื่องสำอางลงชิงแชร์มั่นใจดันยอดสิ้นปีเข้า 20 % ด้าน “โกสิทธิ์” สั่งเร่งเร่งเครื่องโหมสื่อโฆษณาพร้อมกันทั่วประเทศ ระบุไม่เกินปลายปีนี้เตรียมเปิดตัวศิลปินคนแรกของค่ายเพลง “สตาร์ซันไชน์มิวสิค”


โกสิทธิ์ ผะลิวรรณ์ ประธาน บริษัท สตาร์ซันไชน์ จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ บริษัทเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เข้ามาเสริมทัพอีกหลายรายการอาทิ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับผู้หญิง มาสก์หน้าสเต็มเซลล์ และเครื่องสำอาง เป็นต้น โดยคาดว่าปลายเดือนตุลาคมนี้ น่าจะสามารถเปิดอย่างเป็นทางการได้นอกจากนั้นในช่วงปลายปีคาดว่าจะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เข้ามาเพิ่มเช่นกัน โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการเตรียมรายละเอียดเพิ่มเติม


สำหรับกลยุทธ์ในช่วง 3 เดือนที่เหลือของปีนี้ บริษัทเตรียมจะรุกตลาดมากขึ้น เพื่อกระตุ้นยอดขายซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นการใช้สื่อเพื่อตอกย้ำแบรนด์ผลิตภัณฑ์ที่ปัจจุบันมีอยู่ 10 แบรนด์เป็นหลักอาทิ กลุ่มผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรซึ่งปัจจุบันได้นักจัดรายการชื่อดังอย่าง จำเริญ รัตนะ พิธีกรรายการชุมทางเสียงทองทางช่อง 7 เข้ามาช่วยในการผลิตรายการ และการจัดกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับการเกษตรนอกจากนั้นยังได้ กฤษณ์ เหลืองอร่าม เข้ามาช่วยในกลุ่มผลิตภัณฑ์โรแมนซ์ ซึ่งเร็วๆนี้ เตรียมจะจัดโปรโมชั่นพิเศษให้กับสมาชิก เพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วงที่เหลือ


“แม้ในช่วงต้นปีจะมีปัจจัยเรื่องของเศรษฐกิจเข้ามากระทบ แต่ในภาพรวมของปีนี้เราเชื่อว่าจะรักษาระดับอัตราการเติบโตให้อยู่ที่ประมาณ 20 % ได้อย่างแน่นอน เพราะในช่วงครึ่งปีหลังเรามีสินค้าใหม่ๆ ออกมาและการรุกสื่อโฆษณามากยิ่งขึ้น เพื่อกระตุ้นยอดขาย”


โกสิทธ์ กล่าวอีกว่า กลยุทธ์ในการทำตลาดของบริษัทจะเน้นการโฆษณา และการทำประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ เป็นหลัก อาทิ ทางช่อง ฟรีทีวี และช่องเคเบิ้ลทีวี ซึ่งบริษัทมีช่องของเราเอง 2 ช่อง ได้แก่ ช่องฮีโร่ทีวี และช้อปปิ้ง ชานแนล นอกจากนั้นยังได้ไปเช่าเวลาทางช่องเคเบิ้ลอื่นๆๆอีกหลายช่อง รวมไปถึงยังมีช่องวิทยุชุมชนที่เป็นของเราเองไม่ว่าจะเป็นคลื่นมีนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี อุบลราชธานี นครพนม ขอนแก่นและเชียงใหม่ และยังมีคลื่นวิทยุที่เป็นเครือข่ายของบริษัทอีกกว่า 100 สถานีทั่วประเทศ


“ผมมองว่าการที่สินค้าจะขายได้ จำเป็นต้องมีโฆษณษและประชาสัมพันธ์เข้ามาช่วยในการทำตลาด เพราะการโฆษณาและประชาสัมพันธ์เป็นเหมือนการรบที่ติดชดเทอร์โบจำเป็นจะต้องแรงและเร็วเพื่อทำให้ลูกค้าได้รู้จักตัวสินค้าและได้ทดลองใช้สินค้าก่อน ไม่ใช่ไปบังคับให้เขาสมัครเลย เพราะส่วนตัวผมมองว่าธุรกิจขายตรงเป็นธุรกิจที่สวยงามแต่ปัจจุบันคนทั่วไปกลับมองธุรกิจขายตรงไม่ค่อยดีมากนัก ซึ่งอาจจะมีบารงคนเคยประชุมแล้วถูกบังคับให้ซื้อสินค้า หรือโดนหลอกมา ดังนั้นเราจึงต้องโฆษณาสินค้านำไปก่อน เมื่อเขาเห็นโฆษณาแล้วเวลานักธุรกิจไปแนะนำสินค้าก็จะทำได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องอธิบายมากเหมือนในอดีต”


ทั้งนี้ สตาร์ซันไชน์ ค่อนข้างคิดแตกต่างจากบริษัทขายตรงทั่วไปที่จะมุ่งเน้นการทำธุรกิจแบบเดิมเป็นหลัก แต่นโยบายของบริษัทจะเน้นเรื่องการใช้สื่อเป็นหลัก ซึ่งในแต่ละปีบริษัทจะทุ่มงบประมาณ เพื่อโฆษณาและประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆเป็นจำนวนมาก ซึ่ง สตาร์ซันไชน์ ถือเป็นบริษัทที่ใช้สื่อโฆษณามากที่สุดในบรรดาบริษัทขายตรงในประเทศเลยก็ว่าได้ แต่สิ่งที่ได้รับกลับคืนมาถือว่าคุ้มค่ามาก เนื่องจากปัจจุบันบริษัทมีลูกค้าที่เปลี่ยนชื่อจากการซื้อสินค้า มาเป็นนักธุรกิจคิดเป็น 50 % ของสมาชิกทั้งหมดกว่า 100,000 รหัส


นอกจากการทุ่มงบเพื่อใช้สื่อโฆษณาและประชาสัมพันธ์บริษัทแล้ว ล่าสุด บริษัทยังเตรียมต่อยยอดทางธุรกิจด้วยการเปิดตัวค่ายเพลงภายใต้ชื่อ “สตาร์ซันไชน์มิวสิค” เพื่อช่วยโปรโมตแบรนด์ สตาร์ซันไชน์ บริษัทขายตรงของคนไทยให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นโดยล่าสุด ได้ให้ครูเพลงชื่อดังระดับแถวหน้าของประเทศมาช่วยแต่งเพลงให้ และได้เชิญนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง อาทิ ทศพล หิมพานต์ มาช่วยขับร้องคาดว่าปลายปีนี้น่าจะสามารถเปิดตัวศิลปินคนแรกของค่ายอย่างเป็นทางการได้ หลังจากนั้นบริษัทจะออกเดินสาย เพื่อจัดคอนเสิร์ตตามจังหวัดต่างๆทั่วประเทศ


อย่างไรก็ตาม บริษัทมีแผนการรุกตลาดต่างประเทศเพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ซึ่งขณะนี้บริษัทได้จดทะเบียนเพื่อเปิดสาขาที่กัมพูชาและพม่าแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษากฎหมายเพื่อเตรียมเปิดสาขาที่ประเทศลาว ซึ่งนโยบายของบริษัทในการเปิดศูนย์สาขาในต่างประเทศจะเน้นแบบค่อยเป็นค่อยไปไม่เร่งรีบ เนื่องจากต้องศึกษากฎหมายและวัฒนธรรมของประเทศนั้นๆให้ถ่องแท้ก่อนจะเข้าไปบุกตลาด


 


  








cคุณโกสิทธิ์-ผะลิวรรณ (Mobile)


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 231 ประจำวันที่ 16-30 กันยายน 2556

วันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

MLM Gossip (ล้วงลับคนธุรกิจเครือข่าย) ซุบซิบ ค่ายสตาร์ ซันไชน์ (Star Sunshine) กับ คุณโกสิทธิ์ ผะลิวรรณ์








cคุณโกสิทธิ์-ผะลิวรรณ (Mobile)









ด้าน คุณโกสิทธิ์ ผะลิวรรณ์ แห่ง ค่าย สตาร์ ซันไชน์ คงกำลังเริงร่ากับยอดขายของ คาร่า พลัส ที่พุ่งเอาๆ จนเงินเหลือเก็บ เลยต้อง ไปลองเทสต์ไดร์ฟ ลัมโบกินี่ สักหน่อย เผื่อจะได้ เจียดกำไรไปถอยซูเปอร์คาร์มาประดับบารมีกับ เค้าบ้างอะไรบ้าง แต่ระหว่างกำลังเลือกรถหรู ถูกใจอยู่ ก็ไม่รู้ว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งหนตำบลใด ดลใจไปเข้าฝัน ทำให้คุณโกสิทธิ์เกิดปิ๊งไอเดีย เตรียมแตกไลน์ธุรกิจมาเปิดค่ายมวย เอ๊ะ...หรือ อินเทรนด์ตามกระแสบัวขาว ยังค่า...ยังไม่โม้ด นอกจากนี้ยังจะกรุยทางพรมแดง เตรียมเข้าสู่วงการบันเทิงด้วยเจ้าค่า แอร้ยย... มิได้จะไปเป็นดาราหรือนักร้องแต่อย่างใด แต่คุณโกสิทธิ์เตรียมลุยเปิดค่ายเพลง เจ้าค่า อะแฮ่มๆ...ว่าแต่ หานักร้องได้ ฤ ยังเจ้าคะ ว่างๆ เรียก 4 สาว ไปเทสต์เสียง ก็ได้นะเจ้าคะ รับรองใสกิ๊ง อิอิ





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 223 ประจำวันที่ 16-31 พฤษภาคม 2556

วันศุกร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2556

ข่าวสตาร์ ซันไชน์ (Star Sunshine) : "สตาร์ ซันไชน์" ดึง "กฤษณ์" บริหาร ทุ่ม 100 ล. เดิมพันยอดขายสินค้าใหม่







cคุณโกสิทธิ์-ผะลิวรรณ (Mobile)

 


"สตาร์ ซันไชน์" ดึง "กฤษณ์ เหลืองอร่าม" อดีตผู้บริหาร "เนเจอร์โนวา" นั่งแท่นผู้จัดการทั่วไป พร้อมตำแหน่งพ่อค้าขายผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัท "โรแมนซ์" ชุดปรับสรีระร่างกาย ฟุ้ง! ทุ่มงบทำตลาด 100 ล้านบาท เน้นสื่อสารผ่านช่องดาวเทียมเป็นหลัก ผุดสตูดิโอในออฟฟิศจัดรายการขุนสินค้าเต็มที่ เชื่อผู้บริโภคให้ความนิยม


โกสิทธิ์ ผะลิวรรณ์ ประธานกรรม-การบริหาร บริษัท สตาร์ ซันไชน์ จำกัด เปิดเผยว่า สตาร์ ซันไชน์ ได้เปิดทำการมาร่วม 8 ปีแล้ว และได้มีการขยายสาขา ไปทั่วประเทศ และล่าสุด ได้ขยายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน คือ ประเทศกัมพูชา ณ กรุงพนมเปญ ซึ่งกำลังจะเปิดอย่างเป็นทางการในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ทั้งยังได้วางแผนต่อที่จะเปิดเพิ่มเติมไปอีกหลายประเทศ เช่น พม่า, ลาว และเวียดนาม


สำหรับผลิตภัณฑ์ของบริษัทปัจจุบัน มีมากมายหลายรายการ ได้แก่ ปุ๋ยซันฮีโร่, ปุ๋ยซันไคโตซาน พืช และสัตว์, สมุนไพร เป่าชุนลู่ หยางกุ้ยเฟย และกลุ่มผลิตภัณฑ์ เสริมอาหารหลากหลายชนิดที่นำเข้ามาและส่งออกอย่างต่อเนื่อง และผลิตภัณฑ์ที่ติดตลาดยอดขายดีเป็นอันดับ 1 ณ ตอนนี้ คือ ผลิตภัณฑ์คลาร่าพลัส ที่มียอดขายไม่น้อยกว่า 2 พันล้านบาท ในปีที่ผ่านมา


อย่างไรก็ดี บริษัทยังได้มีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อให้ผู้บริโภค นักธุรกิจ อิสระ และตัวแทนจำหน่ายได้ใช้ผลิตภัณฑ์ ที่ดี ซึ่งบริษัทได้เดินทางไปหลายประเทศ จนไปค้นพบสินค้าใหม่ที่ประเทศไต้หวัน โดยมีแนวความคิดที่แตกต่าง และนอกกรอบ จึงตัดสินใจนำชุดปรับสรีระโรแมนซ์เข้ามาในเมืองไทยเป็นที่แรก ซึ่งบริษัทได้ลงทุนสร้าง ออฟฟิศใหม่ ทำห้องสตูถ่ายทำ รายการต่างๆ รวมทั้งซื้อสื่อโทรทัศน์ดาวเทียม Ping Channel และ Hero Channel เป็นของตัวเอง และเงินที่วางไว้กับทางประเทศไต้หวันอีกหลายล้านบาท รวมแล้วลงทุนเปิดตลาดชุดปรับสรีระโรแมนซ์ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท


โดยบริษัทได้ให้ กฤษณ์ เหลืองอร่าม ซึ่งเป็นผู้บริหารที่ผ่านงานการบริหารองค์กรในธุรกิจขายตรงไม่น้อยกว่า 20 ปี และประสบการณ์ในวงการชุดปรับสรีระมากว่า 15 ปี ซึ่งบริษัทเล็งเห็นถึงความสามารถ และประสบการณ์จึงได้รับ ความไว้วางใจในการบริหารงาน โดยได้ให้ นั่งในตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของบริษัท ทั้งยังให้สิทธิ์ในการบริหารงานอย่างเต็มที่


โดย กฤษณ์ ได้กล่าวว่า ชุดปรับสรีระ โรแมนซ์ ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดของวงการชุดปรับสรีระ คือ เส้นใย Tencel ต่อต้านแบคทีเรีย ไม่เป็นที่สะสมและก่อเกิด ของแบคทีเรีย โดยใช้หลักในการตัดเย็บ แบบฟิสิกส์ ถักทอเนื้อผ้าแบบไร้รอยต่อ เนื้อผ้าเงางามเหมือนผ้าไหม, สวมใส่สบาย เหมือนผ้าลินิน, ดูดซับน้ำได้ดีเหมือนผ้าฝ้าย, อบอุ่นเหมือนเส้นใยขนสัตว์, ดูแลรักษาง่ายเหมือนเส้นใยอะคริลิก ทนทานเหมือนเส้นใยสังเคราะห์ และสามารถ ยืดหยุ่นตามสรีระร่างกายในขณะที่เคลื่อน ไหว, เคลื่อนย้ายไขมัน ทำให้เรือนร่างกระชับได้สัดส่วนเป็นรูปตัว S เมื่อสวมใส่ทุกวันจะเป็นการปรับโครงสร้างของกระดูก สันหลังให้อยู่ในแนวตรงตามสรีระของร่างกาย และเทคนิคการบริหารงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำตลาดของชุดปรับสรีระ โรแมนซ์


"บริษัทต้องการทำให้นักธุรกิจอิสระ และตัวแทนจำหน่ายสามารถทำงานได้ง่ายขึ้น จึงจัดทำรายการ Romans So-ciety โดยเราได้รับเกียรติจากพิธีกรสาวสวย มืออาชีพ เป็นทั้งดารา นักแสดงมาก- ความสามารถ ซึ่งเป็นพิธีกรประจำรายการ Romans Society คือ คุณษา-วรรณษา ทองวิเศษ ซึ่งรายการ Romans Society ใช้เวลาออกอากาศ 30 นาที ซึ่งแบ่งเป็น 3 ช่วงของรายการ ช่วงที่ 1 Romans Today ซึ่งเป็นช่วงที่จะมาบอกกล่าวรายละเอียด ของรายการวันนี้ และสิ่งที่น่าสนใจ ช่วงที่ 2 Body Perfect เป็นช่วงที่วิทยากรประจำ รายการจะนำความรู้มามอบให้กับท่านผู้ชม ในเรื่องของเรือนร่าง และสุขภาพ และสำหรับช่วงที่ 3 Lady Confirm ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้มีประสบการณ์จากการใช้ผลิตภัณฑ์ จริงมาแชร์ประสบการณ์ และยืนยันคุณภาพ ที่ดีของชุดปรับสรีระโรแมนซ์ ออกอากาศ ผ่านสื่อโทรทัศน์ดาวเทียมทางช่อง Ping Channel (PSI 61) ซึ่งเป็นการทำการตลาด ที่ใช้การลงทุนที่ค่อนข้างสูง" กฤษณ์ เผย


ทั้งนี้ สำหรับวงการขายตรงที่ใช้สื่อ โทรทัศน์เข้ามาช่วยในการทำตลาด และยัง จัดทำโฆษณาโรแมนซ์ โดยได้รับเกียรติจาก ทีมงานถ่ายทำของสหมงคลฟิล์ม พร้อมเตรียมลงฟรีทีวีในอนาคต ซึ่งเป็นการ การันตีได้ถึงความมั่นคงในการดำเนินธุรกิจ ขายตรงของบริษัท สตาร์ ซันไชน์ จำกัด และนักธุรกิจอิสระ หรือตัวแทนจำหน่าย และยังคงมีโปรโมชั่นสนับสนุนนักธุรกิจอิสระ และตัวแทนจำหน่าย ในการที่จะสะสม คะแนนในระบบเครือข่ายเพื่อจะได้สิทธิ์ ในการท่องเที่ยวต่างประเทศฯ ซึ่งทาง บริษัทได้จัดทริปท่องเที่ยวอย่างน้อยปีละ 3 ครั้ง มีทั้งในเอเชียและยุโรป


 


 


Credit By :http://www.siamturakij.com

วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2556

ข่าวสตาร์ ซันไชน์ (Star Sunshine) : 'สตาร์ ซันไชน์' เปิดตัวชุดปรับสรีระ ส่งโรแมนซ์นำเข้าลุยตลาด Mass









นายโกสิทธิ์ ผะลิวรรณ ประธานกรรมการ บริษัท สตาร์ ซันไชน์ จำกัด กล่าวว่า ปี 56 นี้บริษัทก้าวสู่ปีที่ 9 ในการดำเนินธุรกิจ โดยที่ผ่านมาบริษัทได้มีการเลือกสรรผลิตภัณฑ์ที่ดีเพื่อตอบสนองความต้องการของสมาชิกและผู้บริโภคสินค้า ภายใต้สโลแกน "ธุรกิจขายตรง ราคาขายส่ง" มาโดยตลอด ทั้งนี้บริษัทฯ ยังได้ขยาย Shop ทั่วประเทศหลายจังหวัด รวมถึงในประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อรับตลาดที่กำลังเติบโตและก้าวไปสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)


ล่าสุด สตาร์ ซันไชน์ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ชุดปรับสรีระ โรแมนซ์ นำเข้าจากประเทศไต้หวัน ยกระดับมาตรฐาน แต่ยังเจาะกลุ่มเป้าหมายเดิม คือสาวออฟฟิศ หนุ่มสาวโรงงาน โดยปีนี้บริษัทฯ จะทำตลาดผ่านสื่อต่างๆ มากขึ้น เพื่อต้องการให้ผู้บริโภคมีสุขภาพดีอย่างครบวงจร


"ชุดปรับสรีระ โรแมนซ์ เราได้จดลิขสิทธิ์สินค้าถึง 5 ประเทศ คือ ไทย กัมพูชา ลาว เวียดนาม และ พม่า เนื่องจากหากมีการปลอมแปลงเราจะสามารถจับกุมได้ ล่าสุด สตาร์ซันไชน์ ได้เปิดสาขาพนมเปญ อย่างเรียบร้อยแล้ว"


ด้าน นายกฤษณ์ เหลืองอาร่าม ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สตาร์ ซันไชน์ จำกัด กล่าวว่า ในฐานะที่ตนได้รับความไว้วางใจให้เข้ามาบริหารที่ สตาร์ ซันไชน์ ในส่วนของชุดปรับสรีระโรแมนซ์ โดยเริ่มต้นจากการรีโนเวตออฟฟิศใหม่ทั้งหมดรวม 5 ชั้น


สำหรับชุดปรับสรีระโรแมนซ์ มีทั้งหมด 2 ชนิด คือ ชุดรัดกระชับสัดส่วน ซึ่งมีราคาหลักพัน และชุดปรับสรีระที่มีราคาหลักหมื่น โดยสตาร์ ซันไชน์ ได้เล็งเห็นความสำคัญของคนรักสุขภาพ จึงได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ชุดปรับสรีระโรแมนซ์นำเข้ามาจากไต้หวัน เป็นชุดเทคโนโลยีของใยผ้าชนิดใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นในโลก และได้จดลิขสิทธิ์เมืองไทยเพียงเจ้าเดียว


"ส่วนเทคนิคการทำตลาด คือ 1.ทำธุรกิจ MLM แบบเดิม โดยสมาชิกสามารถไปแนะนำต่อๆ กันด้วยตัวเอง 2.เราใช้ทางลัดในการช่วยให้สมาชิกสามารถทำการแนะนำได้ง่ายขึ้น ผ่านสื่อโฆษณาต่างๆ 3.เราจะต้องมีจุดอำนวยความสะดวก ให้มีจุดตอบสนองได้ง่ายที่สุด ผ่านศูนย์บริการที่เปิดแล้ว คือ เชียงใหม่ โคราช อุบลฯ และกำลังลงทุนที่หาดใหญ่ ด้วยงบลงทุน 50 ล้านบาท เป็นจุดศูนย์รวมสินค้า จากนั้นจะมีการกระจายไปสู่ภาคใต้ตอนล่าง นอกจากนี้สตาร์ ซันไชน์ มีการขยาย Shop เพื่อให้คนได้ทดลองสินค้า 4.มุ่งเน้นการทำอุปกรณ์ผ่านสื่อ คือ และรายการ Romans Society ผ่านสื่อดาวเทียม Ping Channel และ Hero Channel รวมทั้งแนะนำเว็บไซต์ที่น่าสนใจ และร่วมเก็บภาพบรรยากาศภายในงานเพื่อไปเผยแพร่ให้เกิดการรับรู้มากที่สุด"




Credit By :ryt9.com

วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ประมวลช็อตเด็ดขายตรงปี55 ร้อนระอุทุกอณูตั้งแต่ต้นปีถึงปลายปี


ซูมภาพธุรกิจขายตรงปี55 พบคลื่นความแรงปะทุตั้งแต่ต้นปี หลังหลายค่ายยอดขายพุ่งสวนวิกฤติ เผยไตรมาสที่ 1 ทุกค่ายเร่งกลยุทธ์ดึงธุรกิจตื่น ทั้งเสริมความแข็งแกร่งด้วยโฆษณา-สื่อทีวี-โปรโมชั่น พร้อมระบุครึ่งปีแรกข่าวฉาวขายตรงเพียบ ตลาดผลิตภัณฑ์สตรีดังพลุแตก...ส่วนครึ่งปีหลังตลาดขายตรงร้อนระอุ หลังหน่วยงานรัฐสับแหลกธุรกิจนอกรีดดิ้นไม่หลุด

หากจะให้พูดถึงสถานการณ์ต่าง ๆ ในธุรกิจขายตรง ตั้งแต่ต้นปีจนถึงสิ้นปีนี้ เชื่อว่าหลาย ๆ ท่าน คงจำเรื่องราวของธุรกิจนี้ได้เป็นอย่างดี แต่ก็เชื่อว่ามีหลาย ๆ คน จำนวนไม่น้อยเช่นกัน ที่ยังจำเหตุการณ์เรื่องราวในธุรกิจขายตรงไม่ได้แบบเต็มร้อยเสียทีเดียว
โดยปักษ์นี้ทีมข่าว ตลาดวิเคราะห์ ขอมาประมวลภาพรวม ธุรกิจขายตรง ออกมาให้ทุกท่านได้ ย้อนรำลึก ถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตลอดปี 2555 ที่ผ่านมาอีกครั้ง เชื่อว่าหลาย ๆ ท่านในที่นี้ คงจะจำภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ได้อย่างแน่นอน โดยเชื่อว่าแต่ละเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต่างล้วนแล้ว น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งทีเดียว


Q1ขายตรงยอดขายร้อนฉ่า
ทุกค่ายเร่งกลยุทธ์ดึงธุรกิจตื่น
...ต้องบอกว่า เริ่มต้นปี 2555 นั้น พบว่า หลาย ๆ ค่ายในบริษัทขายตรง ต่างออกอาวุธหมัดเด็ด ด้วยการสร้างความเชื่อมั่นของธุรกิจอย่างเมามันทีเดียว เห็นได้จาก เมื่อจบไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ หลาย ๆ ค่าย ต่างมียอดขายที่เรียกว่าเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก เริ่มตั้งแต่พี่ใหญ่อย่าง แอมเวย์ เอง ที่ยังคงยึดเก้าอี้แชมป์ยอดขายในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ โดยสามารถมียอดขายเติบโตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 7-10% เช่นเดียวกับทางด้าน ซูเลียน ที่มียอดขายในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ที่เติบโตมากกว่า 20% หรือมียอดขายกว่า 1,400 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีในส่วนของค่าย กิฟฟารีน ที่มีตัวเลขเติบโตอยู่ที่ 10% ในช่วงไตรมาสที่ 1 รวมถึงเอม สตาร์ มียอดขายเติบโตเพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนค่ายหมอเส็ง มีตัวเลขในไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ เติบโตอยู่ที่ 20-25% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาปีที่ผ่านมา...เรียกได้ว่าขายตรงแต่ละค่าย ต่างมียอดขายที่ถือว่าเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก ถึงแม้ว่าจะเจอวิกฤติในเรื่องของภาวะน้ำท่วมลากยาวมาถึงต้นปีนี้ก็ตามที

ซึ่งต้องบอกว่า ไม่ใช่เฉพาะในเรื่องของยอดขายในไตรมาสที่ 1 ที่ทำให้หลาย ๆ ค่าย ต่างยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ แต่ทั้งนี้ยังพบอีกว่า ในช่วงไตรมาสที่ 1 มีหลาย ๆ ค่าย ต่างออกมาปล่อยทีเด็ดเพื่อกระตุ้นธุรกิจกันอย่างมากมายทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นทางด้านค่าย โกลด์แคทส์ ก็ได้ออกมาอัดกลยุทธ์แบบครบเครื่อง ด้วยการเปิดตัว 2 ทายาทนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง ไปพร้อม ๆ กับการเตรียมแผนบุกตลาดเต็มร้อย ด้วยการทุ่มทุนสร้างสื่อทีวีดาวเทียมช่อง GIFT Channel ลุยตีตลาดในวงการขายตรงแบบครบเครื่อง

ค่าย ดีเน็ทเวิร์ค ออกมาประกาศรุกตลาดด้วย 7 จุดยุทธศาสตร์ พร้อมกับการเข็นสินค้าใหม่สู้ศึกอย่างมากมาย โดยในช่วงไตรมาสที่ 1 นั้น สินค้าที่ทาง ดีเน็ทเวิร์ค นำออกมาตีตลาด คือ สินค้าสำหรับท่านชาย Seven Zeed จากประเทศไต้หวัน...เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่สร้างความฮือฮาได้อย่างมากทีเดียว
ส่วนอีกหนึ่งข่าวที่หลาย ๆ คน คงพอที่จะจำกันได้เป็นอย่างดี ในกรณีของค่าย ไทยเฮลท์ ที่มีข่าวฉ่าวออกมาว่า มีตัวแทนขายโอเวอร์เคลม อวดสรรพคุณเกินจริงผ่านเว็บจนทิ่มตา อย. เข้า...ซึ่งเรื่องนี้ถูกกลายเป็นประเด็น ที่ถูกจับจ้องรับปีมังกรทองกันเลย จนทางด้าน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ต้องออกมาร่อนออกข่าวประชาสัมพันธ์เตือน! ผู้บริโภค อย่าตกเป็นเหยื่อหลงเชื่อโฆษณาที่เกินความเป็นจริง โดยเฉพาะการโฆษณาผ่านเว็บไซต์ ที่ตัวแทนขายโอเวอร์เคลมสรรพคุณสินค้าเกินความเป็นจริง...!!.ซึ่งในเวลานั้น ทางด้านเอ็มดีใหญ่ของค่าย ไทยเฮลท์ ก็ออกมาโต้ว่า นโยบายโฆษณาบริษัทฯ อยู่ในกรอบควบคุมของทาง อย. ไม่คิดที่จะออกนอกลู่ นอกทาง แถมที่ผ่านมา ไม่เคยโฆษณาขายสินค้าผ่านเว็บไซต์แต่อย่างใด ก็เป็นอีกหนึ่งข่าวที่หลาย ๆ คน ต่างเฝ้าดูความคืบหน้าของเรื่องนี้กันอย่างใกล้ชิดทีเดียว

เช่นเดียวกับทางด้านขายตรงน้องใหม่เอง ในช่วงไตรมาสที่ 1 ก็พบว่า หลาย ๆ ค่ายต่างส่งไม้เด็ดออกอาวุธครบมือเพียบ ทั้งในส่วนของ สินค้า-แผนการตลาด-โปรโมชั่น เรียกได้ว่ามีการเปิดเกมรบหมดหน้าตัก หวังเขย่าธุรกิจเพื่อต้องการแจ้งเกิดกันเลย

ส่วนอีกหนึ่งเรื่องที่น่ายินดีสำหรับค่าย นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส อิงค์ นั่นก็คือ การตอกย้ำบริษัทชั้นนำระดับโลก ด้วยการคว้า 2 รางวัล การันตีคุณภาพความสำเร็จ จากการจัดอันดับของ อินเวสเตอรส์ บิสซิเนส เดลี่ หรือ ไอบีดี ให้เป็น1 ใน 100 บริษัทที่ดีที่สุดประจำปี 2011 และเป็น 1 ใน 1,000 บริษัทมหาชน ที่มีการเติบโตเร็วที่สุดในโลกจาก ดิ อินเตอร์เนชั่นแนล บิสซิเนส ไทมส์ หรือไอบีทีอีกด้วย

ต่อกันด้วยค่าย หมอเส็ง ที่ออกมาประกาศรุกฆาต กางตำราทุ่มงบกว่า 200 ล้านบาท ลุยสื่อเต็มอัตราศึก เพื่อหวังที่จะปูทางให้สมาชิก พิชิตความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการโฆษณาผ่าน 3,5,7,9 ซึ่งนับว่าหมากเกมนี้ ทางด้านคุณหมอเส็ง วางหมากเพื่อที่จะเป็นเครื่องมือสำคัญ ให้กับสมาชิกได้สามารถทำงานได้ง่ายขึ้นจริง ๆ

ส่วนอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สร้างความคึกคักให้กับสมรภูมิรบขายตรงได้ไม่น้อย นั่นก็คือ การเปิดศึกช่วงชิงพื้นที่ความยิ่งใหญ่ในตลาดเครือข่ายขายตรงของค่ายใหญ่หลาย ๆ ค่าย ที่ออกมาเดินเกมได้อย่างน่ากลัวเริ่มจาก ...แอมเวย์ ที่นำร่อง ปรับผลตอบแทนอีกรอบ หวังที่จะดึงสมาชิกไม่ให้ปันใจหนีไปค่ายอื่น แถมยังมุ่งเน้นรุกตลาดผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์คอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีในส่วนของ กิฟฟารีน ก็ไม่น้อยหน้า กางตำราเพิ่มอินเทนซีฟ 2 เท่า พร้อมกับจัดโปรโมชั่นพิเศษ เอาใจสมาชิกตลอดทั้งปี ส่วน คังเซน-มิสทีน-เอสเนเจอร์ ก็ออกมางัดลูกเล่นใหม่สารพัด หลังจากที่โดนขายตรงหน้าใหม่ รุกประชิดติดหน้าประตูบ้าน ด้วยการออกอาวุธแบบครบเครื่องกันเลยทั้งในส่วนของโฆษณาประชา สัมพันธ์ สินค้าที่โดนใจ


ครึ่งปีแรกข่าวฉาวขายตรงเพียบ
ตลาดผลิตภัณฑ์สตรีดังพลุแตก
...เช่นเดียวกับอีกหนึ่งข่าวดัง ที่ประโคมข่าวหน้า 1 หนังสือพิมพ์ตลาดวิเคราะห์ นั่นก็คือ ผู้บริหารโอทูฯ เดือด หลังถูกบริษัทขายตรงจอมลวงโลก 2 ค่าย แอบอ้างโรงงานการผลิต มาจากแหล่งเดียวกันกับ โอทู ฟลาโวเจน พร้อมกับมีการนำภาพโฆษณาขึ้นเว็บหรา ขนาดเว็บช่อง intv.co.th ยังเข้ามาล้วงคองูเห่า โชว์โลโก้โอทูฯ แต่คลิกดูเนื้อหาข้างในกลับเป็นคนละบริษัท

โดยในช่วงนั้นทางด้าน กัญจนา ผู้จัดการโรงงานผลิตโอทู ฟลาโวเจน ก็ได้ออกมากล่าวว่า ตนเองไม่มีส่วนรู้เห็นเป็นใจให้ค่ายอื่น ยังให้ความไว้วางใจบริษัท โอทูฯ เป็นตัวแทนจำหน่ายเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น เช่นเดียวกับทางด้าน ขวัญชัย ปิยะทัศน์ ก็ออกมาเคลียร์ใจจับมือโรงงานลุยตลาดเกษตรเหมือนเดิม พร้อมกับเตรียมเปิดตัวโอทูขวดเล็กหวังบุกตลาดล่างกลุ่มเกษตร

นอกจากนี้ ยังมีในส่วนของกรณีค่าย ซัน คลาร่า สินค้าฟิตกระชับที่ในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ ก็เกิดปัญหาเช่นกัน โดยในช่วงนั้น ค่าย สตาร์ ซันไชน์ ที่นำโดย โกสิทธิ์ ผะลิวรรณ์ ก็ได้ออกแบรนด์ใหม่ที่ชื่อว่า คลาร่า พลัส พร้อมกับจ้างโรงงานอื่นผลิตสินค้าให้ และไม่ใช้บริการ บริษัท เนเชอรัล เฮิร์บ อินดัสทรี จำกัด เหมือนเดิม ด้วยเหตุนี้เอง ที่ทำให้ทางสมาชิกในช่วงเวลานั้น เกิดความสับสนหวั่นสูตรเพี้ยนคุณภาพไม่เหมือนเดิม จนผลสุดท้ายทางด้าน ธนอรรถ ตรีธิติธัญ ผู้ผลิต ซัน คลาร่า สูตรฟิตกระชับเจ้าตำรับ ก็ได้ออกมาประกาศว่าในกลางเดือนเมษายนนี้ พร้อมที่จะออกผลิต ภัณฑ์ใหม่ชื่อ ซัน คลาร่า พลัส เลขที่ อย. 11-1-03654-1-0005 ที่สำคัญ ยังประกาศอีกว่า หาก สตาร์ ซันไชน์ ไปใช้บริการจากโรงงานผลิตอื่น บริษัทฯ จำเป็นต้องมอบแบรนด์นี้ ให้ค่ายขายตรงรายอื่นทำตลาดต่อไป...เรียกว่ากระแสของผลิตภัณฑ์ ซัน คลาร่า ค่อนข้างที่จะร้อนแรงอย่างมากทีเดียวในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา

...นับได้ว่า ในช่วงครึ่งปีแรกกระแสของผลิตภัณฑ์ภายในสำหรับสุภาพสตรีค่อนข้างมาแรงอย่างมากทีเดียว หลังจากที่ ซัน คลาร่า ออกมาสร้างกระแสจนดังเปรี้ยงป้าง จนส่งผลให้หลาย ๆ ค่าย ต่างกระโดดเข้ามาร่วมแชร์ในตลาดนี้ เห็นได้จาก ค่าย แอมริช ขายตรงคลื่นลูกใหม่ ที่ได้ส่งผลิตภัณฑ์ ออไรท์ ใช่เลย เพื่อภายในผู้หญิง สูตรดั้งเดิม พร้อมกับทุ่มงบ 80 ล้าน ลงสื่อทีวีดาวเทียม ควบคู่กับวิทยุชมชนกว่า 1,200 สถานี จนวันนี้เรียกว่าผลิตภัณฑ์ ออไรท์ กำลังอยู่ในกระแสของตลาดและหลาย ๆ คนเริ่มที่จะรู้จักกันอย่างมากขึ้นด้วย เช่นเดียวกับทาง โอทู ก็ได้ออกสินค้า ภายในผู้หญิง ที่ชื่อว่า เอฟ-ทู มาเขย่าตลาดเช่นกัน
เช่นเดียวกับข่าวของทางด้านอดีตมือปราบแชร์ลูกโซ่อย่าง พ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ ที่ถูก นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวง พร้อมกับมีหนังสือย้ายฟ้าผ่าจากผบ.สำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญา ไปเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านคดีพิเศษมีผลทันที ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งข่าวที่สร้างความตกตะลึงให้กับหลาย ๆ คน ได้อย่างมากทีเดียว และจากนั้นไม่นาน ทางด้าน พ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ เอง ก็ได้ โบกมืออำลาสื่อ เออรี่ตัวเองก่อนเกษียณ พร้อมกับปิดฉากมือปราบแชร์ลูกโซ่ขายตรงลงทันที


ตลาดขายตรงครึ่งปีหลังระอุ
หน่วยรัฐสับแหลกธุรกิจนอกรีด
...เช่นเดียวกับ ข่าวร้อนมาแรงในช่วงเริ่มต้นครึ่งปีหลัง ที่ทำให้ทางผู้ประกอบการขายตรงต่างเครียดขึ้นสมองหลังกันเลย หลังจากที่ถูก วรวัจน์ เอื้ออภิญ ญกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ได้มีใบสั่งให้สคบ. บีบคอ บริษัทขายตรง ให้ซื้อประกันสินค้ากับ ทิพยประกันภัย โดยคิดค่าเบี้ยประกันภัยร้อยละ 0.1 0.5 จากยอดขายแต่ละปี เพื่อเป็นการเยียวยาให้แก่ผู้บริโภค โดยเอา ตราสัญลักษณ์คุ้มครองผู้บริโภค มาเป็นตัวล่อ ซึ่งเรื่องนี้ทำเอาผู้ประกอบการหลาย ๆ ค่าย ต่างออกมาโต้ว่า ถือเป็นการแบกภาระที่ซ้ำซ้อน เนื่องจากบริษัทขายตรงทุกค่าย ต่างมีระบบประกันคุณภาพสินค้าอยู่แล้ว...ซึ่งเป็นข่าวที่หลาย ๆ ฝ่ายต่างเฝ้าจับตามองกันอย่างมากที่เดียวว่าจะหาทางออกที่ดีสำหรับผู้ประกอบการอย่างไร

ส่วนอีกหนึ่งข่าวที่สร้างความฮือฮาได้ไม่น้อยทีเดียวนั่นก็คือ การเปิดตัวเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) คนใหม่ที่ชื่อ จิรชัย มูลทองโร่ย โดยเลขาฯ คนใหม่ท่านนี้ ต้องบอกว่า เป็นผู้ที่ถูกสื่อวิจารณ์หนัก พรอมกับเป็นเลขาฯสคบ.คนแรก ที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในทางลบมากที่สุดด้วย

และหลังจากที่ได้รับตำแหน่งใหม่ได้ไม่นาน เรียกได้ว่า ช่วงนั้นมีข่าวมาว่า เลขาฯ สคบ.ท่านนั้น ค่อนข้างฟิตจัดอย่างมากทีเดียว ด้วยการออกหมัดแรก จี้ผู้ประกอบการขายตรงทำประกันสินค้า เพื่อรับ ตราสัญลักษณ์สคบ. รับสนองนโยบาย รมต.วรวัจน์ เอื้ออภิญ ญกุล พร้อมกับบอกว่า ไม่สนซ้ำซ้อนกฎหมายขายตรงที่ว่าด้วย การรับคืนสินค้ามาตรา ๓๖ ...เรียกได้ว่า เป็นอีกหนึ่ง แอ็ค ชั่นแรก ที่นายจิรชัย มูลทองโร่ย จะต้องลงมือเดินเครื่องเต็มสูบ นั่นก็คือ การขับเคลื่อน ตราสัญลักษณ์ สคบ. เพื่อให้บริษัทขายตรงนำไปเป็นโลโก้แห่งความเป็นมาตรฐาน อย่างล่าสุดก็มีข้อสรุปแล้วว่า ในส่วนของผู้ประกอบการที่จะได้ตราสัญลักษณ์ สคบ. นั้น จะต้องปฏิบัติ 3 แนวทาง ด้วยกัน คือ 1.ให้ทางธนาคารค้ำประกัน ตามวงเงินความเสี่ยงที่มี 2. ต้องมีการตั้งกองทุนขึ้นมา และ 3. การทำประกัน
...ส่วนอีกหนึ่งข่าวใหญ่ที่ส่งท้ายปีนี้ เลยก็ว่าได้ นั่นก็คือ การปิดบัญชีดำขายตรง DCHL ที่ทางด้าน สคบ. DSI กองปราบฯ ได้ร่วมมือกัน บุกจับตัวการใหญ่ DCHL ที่ย่านพระราม 9 หลังจาก ที่ได้มีการรวบรวมพยานหลักฐานแล้วพบว่า สามารถดำเนินคดีได้ พร้อมกับสามารถออกหมายจับได้ ซึ่งการจับกุมในครั้งนี้ ถือเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดูเลยก็ว่าได้

...จะเห็นได้ว่า ข่าวต่าง ๆ ที่ทาง นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ได้นำเสนอมานี้ คือ หลาย ๆ เหตุการณ์ที่ใครหลายคนที่อยู่วงการขายตรง คงพอที่จะจำกันได้บ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งทาง ทีมข่าวตลาดวิเคราะห์ ได้หยิบยกออกมาให้ทุกท่านได้ทราบเพียงคร่าว ๆ เท่านั้น เชื่อว่าตลอดระยะเวลา 1 ปี ที่ผ่านมานี้ ธุรกิจขายตรง หรือ ธุรกิจไหน ๆ ต่างก็คงที่จะเจอสารพัดปัญหาเข้ามารุมเร้าในธุรกิจอย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้อยู่ที่ว่าธุรกิจนั้นจะเจอปัญหามากน้อยแค่ไหนเท่านั้นเอง...ลองมาจับตากันดูต่อไปว่าในปี 2556 ที่กำลังจะคืบคลานมาถึงนี้ จะมีสิ่งแปลก ๆ ใหม่ ๆ เข้ามาในธุรกิจมากน้อยแค่ไหนอีกไม่นานคงรู้กันแน่!!!...


thaimlmnews.com ( เชื่อมตรงทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่งรวมธุรกิจเครือข่าย )


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ ตลาดวิเคราะห์ ประจำวันที่ 16-31 ธันวาคม 2555 ปีที่ 15 ฉบับที่ 334