ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Jamp;C แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Jamp;C แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2556

ข่าวจอยแอนด์คอยน์ (Join &Coin) : กล้าลอง กล้าทำ แล้วท่านจะพบความสำเร็จ วนิดา คำภา ตำแหน่ง M-Balance บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จํากัด







555 (Mobile)


เส้นทางสู่ความสำเร็จ ปักษ์นี้...จะขอหยิบเรื่องราวของ วนิดา คำภา ตั้งแต่แรกก้าวไปจนถึงเป้าหมายสูงสุดในชีวิต เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับอีกหลายคน ว่าความสำเร็จไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่เกิดจากสองมือกับหนึ่งปัญญาของตัวเอง...เรื่องราวชีวิตเริ่มต้นกับ ธุรกิจขายตรง


เฉกเช่นเดียวกับคนส่วนใหญ่ ในยุคหนึ่ง มักจะมีคำพูดอยู่เสมอว่า การที่คนจะทำอะไรซักอย่างนั้น ถ้าอยากจะประสบความสำเร็จ จะต้องคิดแปลก และต่างจากคนอื่น เพราะในยุคปัจจุบันคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า ธุรกิจเครือข่าย ถือได้ว่าเป็นยุคที่มาแรกที่สุด เพราะทุกสิ่งทุกอย่างตอบสนองความต้องการของผู้คนได้ด้วย...


ปักษ์นี้ เป็นพื้นที่ของสาวแกร่ง ที่สามารถก้าวมาสู่ความสำเร็จในการทำธุรกิจเครือข่ายนั้น การคิดดี ทำดี พูดดี ก็ทำให้เธอผู้นี้ วนิดา คำภา ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง M-Balance บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จํากัด ได้อย่างน่าชื่นชม!..เจ้าตัว บอกเล่าถึงความสำเร็จตัวเองว่า การที่เราขึ้นมาสู่จุดนี้ได้ก็เพราะการที่ คิดดี พูดดี ทำดี เมื่อก่อนเธอเป็นคนไม่เอาใคร ไม่ค่อยคบเพื่อน แต่เมื่อเธอเข้ามาสู่ บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ ทำให้ชีวิตของเธอนั้นเปลี่ยนแปลงไปหลายด้าน


วนิดา จึงตัดสินใจปิดกิจการ และหันมาลงทุนกับสินค้าของบริษัท จอย แอนด์ คอยน์ นั้นคือตัว โหย่งเหิง ตอนนั้นที่เข้ามาก็มีปัญหาเรื่องสุขภาพ พอทานโหย่งเหิงก็เริ่มประทับใจในตัวสินค้า และด้วยความที่เป็นคนมีฝันที่ยิ่งใหญ่...นี่ก็เป็นโอกาสที่ได้พบกับธุรกิจแนวใหม่ที่แตกต่างจากขายตรงทั่วไป ที่เป็นทั้งเครือข่ายร้านค้า และเครือข่ายผู้บริโภค และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถขยายสาขาได้...


ซึ่งอาจบังเอิญ หรือว่า โชคชะตา ที่นำพา วนิดา เข้ามา สู่อ้อมใจ ใน ธุรกิจเครือข่าย ของ J&C ได้โดย ละม่อง ซึ่งก็ได้เปลี่ยนความคิดจากที่ไม่เคยสนใจแต่ชีวิตได้พลิกผันเข้ามาศึกษาเรียนรู้หลักการต่าง ๆ พร้อมนำผลิตภัณฑ์ไปใช้กับครอบครัว และก็มองเห็นปัจจัยสู่ความสำเร็จ...


...หลังจากที่ วนิดา ได้ก้าวเท้าเข้ามายังธุรกิจ J&C ซึ่งเป็น ธุรกิจเครือข่าย ที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ!...จากคนที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะต้องมาเดินบนเส้นทางเครือข่าย แต่วันนี้เขาสามารถ สลัดความจน เพื่อมาเริ่มจัดการธุรกิจ J&C ของตนเอง


ตรงนี้เองจึงเป็นเหตุให้ วนิดา โตขึ้น โตขึ้น และโตขึ้น จนได้รับต่ำแหน่ง M-Balance ของบริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จํากัด ได้แบบชิว ๆ วนิดา มุ่งมั่นทำงานอย่างเต็มที่ เพราะที่นี่เป็นธุรกิจแห่งอนาคต เธอจึงได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้หลักสูตรต่าง ๆ เพื่อที่จะขยายงานอย่างไม่สะดุด เพราะกระบวนการฝึกอบรมจะเป็นลักษณะมุ่งเน้นที่จะให้ข้อมูลธุรกิจ เพื่อใช้ในการตัดสินใจ เพื่อให้ผู้ประกอบการเป็นผู้เชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจ,ผลิตภัณฑ์ และการบริหารงาน


ความสำเร็จ ไม่ได้เกิดขึ้นที่บุคคลใด บุคคลหนึ่ง แต่เกิดขึ้นสำหรับทุกคนที่มีความตั้งใจ ที่จะทำในสิ่งนั้นด้วยความตั้งใจ ซึ่งธุรกิจ J&C มีหลายหลักสูตรที่แตกต่างกันออกไป แต่ฉันจะให้ความรู้เกี่ยวกับการสร้างทีมงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อที่จะให้นักธุรกิจก้าวไปสู่ความสำเร็จได้อย่างมั่นคง


ซึ่งการเป็น ผู้นำจะต้องมีจิตใจแกร่งดัง หินผาศิลาแลง เพราะทุกวันนี้เขาต้องแก้ปัญหามีไว้ให้แก้ เพราะก่อนเข้าสู่ธุรกิจขายตรงเมื่อก่อนเป็นคนนิสัยไม่เอาใคร ไม่คบเพื่อน และชอบอยู่ตัวคนเดียวเงียบ ๆ แต่พอเข้ามาสู่จุดนี้ใหม่ ๆ ทำให้ยากแก่การปรับตัวในช่วงแรก ตัวเธอเลยต้องปรับเปลี่ยนนิสัยตัวเองใหม่ค่อนข้างจะเยอะ เพื่อให้เข้ากับระบบของบริษัทที่วางไว้


ปัจจุบัน วนิดา มีรายได้จากที่นี้มากกว่า 6 หลัก และมีทีท่าว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และยังได้ส่งลูกเรียนต่อสามารถใช้หนี้หมด มีที่ดินทำสวนยางพารา 1 แปลง และออกรถป้ายแดง 4 ประตู นอกจากนี้ แถมยังได้มีโอกาสทอง ได้เที่ยวที่สุดแสนจะสบายใจ เพื่อกำไลของชีวิต...แค่เพียงระยะเวลาไม่กี่ปี เท่านั้น


ซึ่งเธอบอกว่า ไม่ใช่ว่าเป็นคนเก่งอะไรมากมาย แต่...ว่าธุรกิจ J&C เติบโตด้วยคุณภาพของสินค้า ราคาเข้าถึงทุกกลุ่มทั่วไทย


วันนี้ถือว่าชีวิตของฉันมีความสุขมาก จากการทำธุรกิจ J&Cเพราะได้ช่วยเหลือคนที่ยังขาดแคลนให้มีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ได้สอนให้รู้จักวิธีการทำงานต่าง ๆ เพื่อที่จะเข้าไปช่วยเหลือคนอื่น ๆ ต่อไป และเราก็มีหน้าที่จัดประชุมให้กับทีมงาน และช่วยบรรยายข้อมูลต่าง ๆ เพราะเรียกได้ว่าที่นี่เป็นธุรกิจของการพัฒนาคนให้ก้าวขึ้นมามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง


ธุรกิจเครือข่าย เปรียบเหมือน ถุงเงิน ถุงทอง ของผู้ที่ทุ่มเทลงทุนลงแรง และลงมือทำอย่างสุดกำลัง เพราะนี่คือธุรกิจของอนาคตของคนที่มองเห็นโอกาส และพร้อมที่จะเติบโตไปข้างหน้าอย่างมั่นคง...


วนิดา กล่าวทิ้งท้าย ความจำเป็นของการใช้สินค้า และความต้องการของผู้บริโภค เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของธุรกิจ ในช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำหลายธุรกิจเจอผลกระทบ และธุรกิจจำนวนไม่น้อยที่ต้องปิดตัวลง เพราะไม่มียอดซื้อ แต่สำหรับธุรกิจที่เกี่ยวกับชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากตอบสนองใจเรื่องของสุขภาพด้วยแล้ว มักจะได้รับผลกระทบน้อย และ J&Cก็ถือเป็นธุรกิจแบรนด์หนึ่ง ที่ไม่หวั่นกับความผันผวนของเศรษฐกิจ เพราะสินค้าคุณภาพดีราคาถูก ประหยัดผู้ประกอบการสามารถสร้างรายได้ตลอดเวลา ขยายธุรกิจได้ทุกที่ร่วมได้กับทุกธุรกิจ โดยไม่เสี่ยงต่อการขาดทุน จึงอยากให้ท่านที่กำลังมองหาอาชีพเสริมหรือรายได้เสริมได้เข้ามาศึกษา ธุรกิจของ J&Cแล้วท่านจะรู้ว่าที่นี่ ดีแค่ไหนและรับรองว่าท่านจะไม่ผิดหวังแน่นอน...





Credit By :http://www.taladvikrao.com/

วันเสาร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ข่าวจอยแอนด์คอยน์ (Join &Coin) : J&C ขึ้นแท่นขายตรงอินเตอร์ คว้ารางวัล







p007_1_00 (Mobile)

 


J&C โชว์ศักยภาพขายตรงระดับอินเตอร์ คว้ารางวัลอาเซียนอวอร์ด ด้านการเป็นบริษัทที่มีนวัตกรรมยอดเยี่ยม ณ ประเทศบรูไน ไม่หยุดนิ่งต่อยอดพัฒนาระบบ E-wallet ให้สามารถทำงานได้สะดวก ขึ้น ล่าสุด เตรียมเปิดตัว SMART MLM อย่างเต็มรูปแบบเร็วๆ นี้ หวังดึงคนรุ่นใหม่แห่ร่วมธุรกิจ ด้าน ดร.สมชาย ฟันธงครึ่งแรกยอดโต ตามเป้า มั่นใจสิ้นปีโต 10% แน่นอน ซุ่มเงียบเกี่ยวแขนภาครัฐ ดอดเจรจาดูลู่ทางลงทุนในฟิลิปปินส์ และเวียดนาม


ดร.สมชาย หัชลีฬหาประธานกรรมการบริหารบริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (J&C)เปิดเผยว่า จากการที่บริษัทได้ทุ่มเทและการพัฒนาธุรกิจด้วย นวัตกรรมทางด้านเทคโนโลยีตลอดเวลา ทำให้ จอย แอนด์ คอยน์ ได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 3 บริษัทของประเทศไทย ประกอบด้วย ซีพี, เดลต้า และ จอย แอนด์ คอยน์ ให้เข้ารับ รางวัลอาเซียนอวอร์ด ด้านการเป็นบริษัทที่มีนวัตกรรมยอดเยี่ยมที่จะจัดขึ้น ณ ประเทศบรูไน นอกจากรางวัลดังกล่าว แล้ว บริษัทยังมีรางวัลอื่นๆ อีกมากมายที่กำลังอยู่ในระหว่าง การรอผลการคัดเลือกให้ไปรับรางวัล ซึ่งเป็นการการันตีถึง ความทุ่มเท และมุ่งมั่นในการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง


บริษัทไม่ได้หยุดนิ่งเพียงเท่านี้ยังได้พัฒนาระบบ E-wallet และ Software ให้มีความสามารถมากยิ่งขึ้นไป อีก เพื่อตอบโจทย์ความต้องการ และช่วยให้สมาชิกสามารถ บริหารจัดการกับธุรกิจได้ด้วยตนเอง โดยปัจจุบันบริษัท มีสมาชิกผู้ที่เปิดใช้ E-wallet แล้วกว่า 400 แอคเคาน์ ซึ่ง ทั้ง 400 แอคเคาน์นี้ สมาชิกสามารถบริหารงานได้เองและ สามารถทำงานได้จากที่บ้าน


ระบบ E-wallet และ Software พัฒนาขึ้นมา เพื่อ ช่วยให้นักธุรกิจอิสระได้ทำงานได้ง่ายขึ้น และสามารถทำงานได้ทุกที่ผ่านระบบออนไลน์ ขณะเดียวกันบริษัทยังได้พัฒนา ระบบ Software ต่างๆ และ E-Wallet ให้มีประสิทธิภาพ ในการใช้งานให้ดียิ่งขึ้นไปอีก โดยระบบ E-Wallet เป็น ตัวช่วยในการทำงาน กล่าวคือ เพียงนักธุรกิจเติมเงินเข้าไป ใน E-Wallet ขั้นต่ำ 10,000 บาท สามารถที่จะสั่งซื้อสินค้า และสั่งจ่ายได้ผ่านทางระบบ E-Wallet ได้ทันที


ดร.สมชาย กล่าวอีกว่า บริษัทยังได้วางแผนที่จะช่วย ให้นักธุรกิจมีความเป็นเจ้าของธุรกิจ จอย แอนด์ คอยน์ มากขึ้นผ่านระบบ SMART MLM โดยนักธุรกิจทุกคนสามารถ บริหารงาน และวิเคราะห์โครงสร้างองค์กรของตนเองได้ ผ่านทางระบบดังกล่าว คาดว่าระบบ SMART MLM จะ สามารถใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบในอีก 2 ปีข้างหน้า ซึ่ง เชื่อว่าจะสามารถดึงดูดกลุ่มนักธุรกิจที่เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีอายุ ตั้งแต่ 18-35 ปี เข้ามาใช้งานได้


สำหรับอัตราการเติบโตของ จอย แอนด์ คอยน์ ใน ครึ่งแรกของปี 2556 นั้น ดร.สมชาย กล่าวว่า ยังคงเติบโต เป็นไปตามเป้าหมาย โดยคาดว่าทั้งปีนี้บริษัทจะมีอัตราการ เติบโตอยู่ที่ 10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ส่วนโครงการ ห้างสะดวกซื้อนั้น ขณะนี้บริษัทได้เริ่มดำเนินการจัดซื้อที่ดิน ตามจังหวัดใหญ่ๆ ไว้แล้วกว่า 20 จังหวัด โดยในแต่ละจังหวัด จะมีพื้นที่ประมาณ 2-3 ไร่ ทุกสาขาจะมีลักษณะอาคาร เป็นแบบกรีนบิวดิ้ง และในอนาคตจะซื้อที่ดินเพื่อขยายสาขา ของห้างสะดวกซื้ออีกแน่นอน


การที่บริษัทได้จัดทำเป็นห้างสะดวกซื้อ เพื่อตอบ- สนองความต้องการของผู้บริโภค และสมาชิกของ จอย แอนด์ คอยน์ ซึ่งภายในห้างสะดวกซื้อจะแบ่งเป็น 2 ชั้น ชั้นแรกจะ เป็นที่จำหน่ายสินค้า และชั้นที่ 2 เป็นพื้นที่สำหรับการจัดฝึก อบรมกับสมาชิก และผู้สนใจ ซึ่งห้างสะดวกซื้อในแต่ละที่ จะเป็นเหมือนศูนย์กระจายสินค้าตามจังหวัดต่างๆ และให้ E-wallet เป็นเหมือนสาขาเล็กๆ สินค้าที่วางจำหน่าย ภายในห้างฯ จะเป็นสินค้าที่อยู่ในความต้องการของผู้บริโภค เป็นหลัก


ด้าน ฐัช หัชลีฬหาผู้ช่วยประธานกรรมการและ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัดกล่าวว่า ขณะนี้บริษัทได้ขยายธุรกิจ ไปยังต่างประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย และกัมพูชา ในอนาคต อันใกล้นี้มีวางแผนจะขยายไปยังประเทศต่างๆ เพิ่มมากขึ้น โดยล่าสุดบริษัทจะเข้าไปทำการสำรวจตลาด และเจรจา การค้ากับประเทศฟิลิปปินส์และเวียดนาม ซึ่งการเข้าไป ในประเทศต่างๆ นั้น บริษัทจะร่วมเดินทางเข้าไปกับทาง ภาครัฐบาลในการเข้าไปเจรจาเพื่อหาช่องทางในการเข้าไป ลงทุนในประเทศเหล่านี้


วันนี้ J&C ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การทำธุรกิจ ขายตรงแบบสะดวกซื้อได้รับการยอมรับเป็นอย่างดี ซึ่งจะ เห็นได้จากในปัจจุบันมีนักธุรกิจอิสระได้ให้ความสนใจเข้ามา ทำธุรกิจใน J&C เป็นจำนวนมาก และนักธุรกิจมีความ หลากหลายของกลุ่มช่วงอายุ โดยมีตั้งแต่อายุ 18-70 ปี ซึ่ง ปัจจุบันบริษัทมีสมาชิกทั้งหมดกว่า 1 ล้านรหัส และมี J&C Shop กว่า 70 สาขาเปิดให้บริการแล้วทั่วประเทศ ทั้งนี้ การ ที่บริษัทได้รับความสนใจจากกลุ่มนักธุรกิจอิสระเป็น อย่างมาก เนื่องจากการที่บริษัทได้สร้างเครื่องมือ และ นวัตกรรมใหม่ๆ ที่สามารถช่วยให้นักธุรกิจอิสระได้ทำงาน อย่างสะดวกสบาย รวมไปถึงการมีสินค้าที่ครอบคลุมและตรง ต่อความต้องการของนักธุรกิจอิสระและกลุ่มผู้บริโภค ปัจจุบันบริษัทมีสินค้า 8 กลุ่ม รวมกว่า 20,000 รายการ และ ยังมียาน้ำสมุนไพรจีนโหย่งเหิงเป็นสินค้าหลักด้วย


ขณะที่อาสา หัชลีฬหาผู้อำนวยการสถานี เจซี ทีวี และศรัณย์ณัฐฐา หัชลีฬหารองผู้อำนวยการ เจซี ทีวี กล่าวว่า สถานี เจซี ทีวี เป็นสถานีโทรทัศน์ที่ผลิตรายการ และนำเสนอเรื่องราว ข่าวสารต่างๆ ของ จอย แอนด์ คอยน์ ให้แก่สมาชิกได้รับรู้ภายใต้คอนเซ็ปต์ แค่คิดชีวิตก็เปลี่ยน โดยสถานเี จซี ทีวี จะมีรายการให้ไดรั้บชมทั้งหมด 25 รายการ เป็นรายการที่ผลิตให้กับ จอย แอนด์ คอยน์ ได้แก่ The Key Man, JC Special Scoop, JC Travel และท้าลองท้ารวย สามารถรับชมได้ 3 ช่องทาง คือ เคเบิล ทีวี, อินเทอร์เน็ต ทีวี และเว็บไซต์ www.jctv.in.th


โดยในเว็บไซต์ www.jctv.in.th สมาชิกยังสามารถ ที่จะเข้าไปสืบหาข้อมูลของ จอย แอนด์ คอยน์ ได้ ผ่านทาง เว็บไซต์ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หลังจากที่สถานีเจซี ทีวี ได้ เปิดดำเนินการมากว่า 10 เดือน ได้มีสมาชิก และผู้คนที่ให้ ความสนใจเป็นอย่างมาก รวมถึงยังมีพันธมิตรให้ความ


 


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 228 ประจำวันที่ 1-15 สิงหาคม 2556

วันอังคารที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ข่าวจอยแอนด์คอยน์ (Join & Coin) : J&Cฉลองความสำเร็จ11ปีแห่งความมั่นคง ประกาศเดินหน้าสร้างธุรกิจ มุ่งสู่ บริษัทมหาชน







Biz-JC (Mobile)


จอย แอนด์ คอยน์ ประกาศความยิ่งใหญ่ จัดงานประกาศเกียรติคุณผู้ประสบความสำเร็จ ประจำปี2556 เผยเวลานี้ เตรียมความพร้อมสู่อนาคตข้างหน้ากับการขับเคลื่อนบริษัทสู่AECและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็มเอไอ(MAI) เป็น บริษัทมหาชนล่า สุด ทุ่มงบกว่า 364ล้านบาท กว้านซื้อที่ดิน หวังสร้างห้าง ขายตรงสะดวกซื้อตามหัว เมืองใหญ่ๆ ในแต่ภูมิภาค รองรับการเติบโต...พร้อม ปลื้มธุรกิจเติบโตมาจนถึงวัน นี้ได้เพราะด้วยการวาง รากฐานของธุรกิจอย่างมี ระบบ


ดร.สมชาย หัชลีฬหา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัทในเครือ เผยถึง ความสำเร็จในช่วง 11 ปีที่ผ่านมา ว่า ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน คงปรากฏให้เห็นความเด่นชัด มากขึ้นทุกปีกับการเติบโตของ ธุรกิจ J&C ที่เรียกว่ามีความ แตกต่างค่อนข้างเยอะ ส่วนหนึ่ง เป็นเพราะด้วยระบบที่มีการ ออกแบบเป็นโครงสร้าง และมีการ จัดทำให้สมบูรณ์แบบมากขึ้น รวมถึงมีการพัฒนาเรื่องการเก็บ ฐานข้อมูลด้วยการทำ (ERP) แบบสมบูรณ์แบบเพื่อมาพัฒนา เรื่องการตลาด พัฒนาระบบ ด้วย การพัฒนาเป็นระบบมินเลอร์ ให้ กระจายไปทุกที่โดยสามารถที่จะ ทำได้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์


นอกจากนี้ ทางด้าน ดร.สมชาย ยังประกาศอีกว่า สำหรับในปีนี้ถือเป็นปีแห่งการเต รียมความพร้อมสู่อนาคตข้างหน้า กับการขับเคลื่อนบริษัทสู่ AEC และการเข้าจดทะเบียนในตลาด หลักทรัพย์ เป็น บริษัทมหาชน พร้อมกันนี้ ทางบริษัทฯ ยังได้มี การทุ่มทุนกว้านซื้อที่ดินไปแล้วกว่า 364 ล้านบาท เพื่อรองรับ แผนการลงหลักปักฐาน สร้างห้าง ขายตรงสะดวกซื้อตามหัวเมือง ใหญ่ ๆ ในแต่ละภูมิภาคอีกด้วย เพื่อรองรับการเติบโตทางธุรกิจ หลายจังหวัด ที่มีสนามบินขึ้นลง เนื่องจากมองว่า จะมีจำนวนประชากรหนาแน่น และมีกำลัง ซื้ออย่างมาก ส่วนจังหวัดเล็ก ๆ ทางบริษัทฯ ก็จะมีแผนที่จะเข้าไป เปิดสาขาด้วยเช่นกันแต่จะอยู่ใน พื้นที่ขนาด 2-3 คูหาเท่านั้นก่อน


ส่วนในอนาคตนับจากนี้ หลังจากที่ระบบทั้งหมดประสบ ความสำเร็จ และเป็นที่ยอมรับ แล้ว ทางบริษัทฯ จะเปิดโอกาส ให้กับผู้ที่มีความสนใจต้องการที่ จะซื้อแฟรนไซส์ สามารถซื้อได้ โดยผู้ที่จะซื้อแฟรนไซส์นั้นจะ ต้องลงทุนในรูปแบบของร้านที่มี ขนาดใหญ่ทั้งหมด เนื่องจาก ต้องการที่จะมีการคัดกรองนัก ธุรกิจที่อยากจะลงทุนจริง ๆ ในเฟสแรกนี้ ทางบริษัทฯ ได้เริ่มก่อสร้างไปแล้ว พร้อมกับ ได้มีการซื้อที่ดินไว้ที่จังหวัด หาดใหญ่, สุราษฎร์ธานี, นครศรี ธรรมราช , ตรัง และสาขาที่กำลัง จะซื้อเพิ่มก็มีจะภูเก็ต และมีทาง ภาคเหนือที่จังหวัดพิษณุโลก, เชียงใหม่, แพร่, น่าน ส่วนทาง ภาคอีสานก็จะมีที่ อุบลราชธานี, อุดรธานี, ขอนแก่น และมหา สารคาม ส่วนภาคกลางจะมีที่ ชลบุรี และกรุงเทพฯ ที่อยู่ที่ สุขาภิบาล 3 พร้อมกับมีแผนที่ จะสร้างในเฟสต่อไปอีกเรื่อย ๆ เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ


ดร.สมชาย ยังเผยอีกว่า ขณะนี้ ตนเองได้เตรียมที่จะผลัก ดันทายาทเจนเนอเรชั่นใหม่ เข้า มาเติมเต็มความแข็งแกร่งของ ธุรกิจในการพัฒนาธุรกิจและ การตลาดของ จอย แอนด์ คอยน์ ให้สามารถสร้างแต้มต่อ ทางธุรกิจในก้าวต่อ ๆ ไปได้ วันนี้ต้องบอกว่าความ สำเร็จของธุรกิจ จอย แอนด์ คอยน์ ค่อนข้างเติบโตดีอย่าง ต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ในส่วนของ จำนวนสมาชิกนักธุรกิจที่ประสบ ความสำเร็จก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ใน แต่ละปี เห็นได้จาก ผู้ที่เข้ารับ รางวัลเกียรติยศในปีนี้ที่มีจำนวน เพิ่มขึ้นกว่าปีที่แล้ว โดยมีจำนวน รวมทั้งสิ้น 392 ท่านด้วยกันบอสใหญ่ค่าย จอย แอนด์ คอยน์ ยังกล่าวเสริมอีก ว่า สิ่งที่ทำให้ จอย แอนด์ คอยน์ ยืนยันมาถึงวันนี้ได้ เชื่อว่าเกิด จากการที่บริษัทฯ มีการกำหนด กลยุทธ์ในการทำตลาดอย่าง ชัดเจน คือ การเป็นขายตรง สะดวกซื้อ มีความสมบูรณ์ขึ้นมา เป็นลำดับ และในระยะเวลา 2 ปี จะเห็นสาขาของ จอย แอนด์ คอยน์ (J&C) ที่สมบูรณ์แบบกว่า 10 สาขา โดยเป็นห้างที่มีสินค้า ที่หลากหลาย


ในขณะเดียวกัน จอย แอนด์ คอยน์ ยังมีจุดเด่นตรงที่ มีนวัตกรรมขายตรงแบบใหม่ ที่ ผสมผสานกันระหว่างขายตรง กับโมเดิร์นเทรด และอีกสิ่งหนึ่ง ที่ถือเป็นเรื่องสำคัญของ ธุรกิจ จอย แอนด์ คอยน์ นั่นก็คือ เรา ไม่ได้ตอบโจทย์เฉพาะการนำ เสนอสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ ยังตอบโจทย์ความมั่นคงของ ชีวิตได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย


ดร.สมชาย กล่าวต่อว่า ปัจจุบัน จอย แอนด์ คอยน์ มี ผลิตภัณฑ์ทั้งในกลุ่มธุรกิจขายตรงและทั่วไป ทั้งสิ้นกว่าหมื่น รายการ โดยแบ่งเป็นผลิตภัณฑ์ สินค้าในหมวดขายตรงภายใต้ แบรนด์ J&C, ผลิตภัณฑ์สินค้า จากกลุ่มพันธมิตรอีก 88 บริษัท จำนวนกว่า 1,000 รายการ และ ผลิตภัณฑ์สินค้าในจอยมาร์ท อีกประมาณหมื่นกว่ารายการ นอกจากนี้ จอย แอนด์ คอยน์ ยังรองรับการให้บริการ ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น หมวดประกัน ชีวิต พ.ร.บ. ต่อทะเบียนรถที่ จอยมาร์ท มีมากกว่าทั่วไป เรียกได้ว่ากลายเป็น One Stop Service มาร้านเดียว มีครบทุก สิ่งให้คุณเลือกสรร และด้วย ความโดดเด่น ที่หลากหลายนี้ จะช่วยให้นักธุรกิจอิสระสามารถ สร้างเครือข่ายได้ง่าย และกว้าง ขวางมากขึ้น เพื่อสอดคล้องกับ นโยบายการตลาดที่ว่า สินค้า คุณภาพดีราคาเหมาะสมเพื่อ สร้างความพึงพอใจของสมาชิก ผู้นำนักธุรกิจอิสระและผู้บริโภค ...และจุดนี้เอง ที่ถือเป็น จุดเริ่มต้นของ จอย แอนด์ คอยน์ที่มุ่งจะพัฒนาธุรกิจขาย ตรงให้กลายมาเป็น ห้างสรรพ สินค้าขายตรงหรือขายตรงโม เดิร์นเทรดระดับแสนล้านหนึ่ง เดียวในสยาม มาโดยตลอด


จะเห็นได้ว่า จากความ เหนือชั้นของธุรกิจจอย แอนด์ คอยน์ ที่ได้เพิ่มเสริมเข้าไป ทั้ง จากการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้า ให้มีความหลากหลาย เข้าสู่ ระบบนับหมื่นรายการ ทั้งจาก การพัฒนาระบบการบริหารจัดการมารองรับ โดยผนวกรวม จุดแข็งของธุรกิจค้าปลีก ค้าส่ง และ ธุรกิจขายตรง ที่มีระบบ การฝึกอบรมที่แข็งแกร่ง ด้วยเหตุ นี้เองที่ทำให้ธุรกิจขายตรงอย่าง จอย แอนด์ คอยน์ จึงสามารถ ยืนหยัดอยู่ในสนามขายตรง




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 344 ประจำวันที่ 16-31 พฤษภาคม 2556

วันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ข่าวจอย แอนด์ คอยน์ (J&C) : 'จอย แอนด์ คอยน์' ก้าวสู่ปีที่ 20 รุกโมเดิร์นเทรดเต็มสูบ







225377_209753585714275_4197575_n (Mobile)


จอย แอนด์ คอยน์"เตรียมพร้อมสู่การเป็นขายตรงโมเดิร์นเทรดอย่างเต็มตัว เตรียมเปิดขายตรงสะดวกซื้ออีก 10 สาขา ทั่วประเทศ มั่นใจระบบที่พัฒนามากว่า10ปี พร้อมใช้งานแล้ว ขณะที่ตลาดเวียดนามเปิดครบ 1 ปี ยอดขายแตะ 20 ล้านบาท


ดร.สมชาย หัชลีฬหา บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า อีก 2 ปีข้างหน้าบริษัทจะเข้าสู่การเป็นขายตรงสะดวกซื้ออย่างเต็มรูปแบบ ด้วยความพร้อมของระบบออนไลน์ที่บริษัทพัฒนามากว่า 10 ปี จนสามารถเป็นผลได้ จะเห็นได้จากการที่มีระบบลงทะเบียนที่ใช้ข้อมูลจากบัตรสมาร์ทการ์ด โดยลิงค์ข้อมูลจากกรมการปกครองเข้ามาไว้ที่ฐานข้อมูลของบริษัท โดยข้อมูลที่ได้จะสามารถนำมาวิเคราะห์ ทำให้สามารถจัดการเรื่องการตลาดต่อไป


"ระบบเราพัฒนาไปมาก พัฒนาขีดความสามารถจากเซิร์ฟเวอร์เราเอง กระจายไปทุกที่ ซิงค์ทุกเย็น สามารถทำได้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ยอมรับว่าเราลงทุนเรื่องนี้มากทีเดียว"


ดร.สมชาย กล่าวว่า ที่ผ่านมาบริษัทลงทุนซื้อที่ดินไปแล้วกว่า 360 ล้านบาท โดยเน้นพื้นที่ทุกจังหวัดที่มีสนามบินขึ้นลง โดยเฉพาะทำเลที่ติดหรือใกล้กับห้างสรรพสินค้าเพื่อให้เปรียบเทียบได้ง่ายว่าห้างของบริษัทคุ้มค่ากว่าอย่างไรบ้างโดยจะเห็นเป็นรูปเป็นร่างภายในระยะเวลา 2 ปีนี้กว่า 10 สาขา กระจายอยู่ทั่วประเทศ


"การกำหนดตัวเองเป็นขายตรงสะดวกซื้อค่อนข้างสมบูรณ์ ในอีก 2 ปี เราค่อยเป็นค่อยๆไป จะเห็นว่าเรามีห้างขายตรงสะดวกซื้อที่สมบูรณ์แบบเมื่อ 5 ปีที่แล้วที่ย่านรัชดา แต่ที่ใหม่ที่เราจะเปิดบางสาขาใหญ่กว่าเดิม ผู้คนที่เข้ามาจะสามารรถใช้ระบบ สิ่งที่เราออกแบบ ใช้ประโยชน์ได้จริง อย่างเราจะเปิดที่หาดใหญ่ จะมี 3 ชั้น เพราะสมาชิกภาคใต้เยอะ"


ดร.สมชาย กล่าวและว่า "ทั้งนี้แนวโน้มการเปิดสาขาที่ภาคใต้จะค่อนข้างมีสาขาครอบคลุมมากกว่าที่อื่น เพราะที่ผ่านมาบริษัทมีฐานสมาชิกภาคใต้เยอะ จึงพัฒนาภาคใต้มากหน่อย เราดูจำนวนลูกค้าที่สมัครเข้ามา เพราะเราเก็บข้อมูลลูกค้าทุกเดือน ว่าลูกค้ามาจากจังหวัดใด ซื้ออะไร เท่าไหร่ บริโภคครั้งแรกเท่าไหร่ กลับมาซื้อซ้ำกี่ราย ขึ้นตำแหน่งกี่ราย ข้อมูลเหล่านี้ เอามาวิเคราะห์ อย่างที่กระบี่ ที่จริงไม่เคยมองเลย แต่ยอดเข้ามาเยอะ เราก็ไปเปิดสาขาที่นั้น ถ้าลูกค้าอยู่ตรงไหน เราไม่ไปบริการ ไม่ไปสร้างเครื่องมือให้เขาเท่ากับเราละเลยหน้าที่"


สำหรับการก้าวสู่ทศวรรษที่ 2 ของธุรกิจจอยส์ แอนด์ คอยน์ ดร.สมชาย กล่าวว่า ทุกธุรกิขก็มีช่วงเวลาของตัวเอง ไม่ว่าจะคิดทำอะไรก็ตาม ต้องมีการวิจัยเสียก่อน ส่วนจอยส์แอนคอยน์ ใช้เวลากว่า 10 ปี ในการคิดค้นพัฒนา ในวันนี้เพิ่งเริ่มเฟส 2 คือ วางสิ่งที่พัฒนาเสร็จแล้วให้เป็นรูปเป็นร่าง ส่วนตลาดต่างประเทศอย่างกัมพูชา ที่เป็นวาระครบรอบ 1 ปีการเปิดทำการ แต่สามารถสร้างยอดขายกว่า 20 ล้านบาท




Credit By :หนังสือพิมพ์บ้านเมือง

วันพฤหัสบดีที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2556

ข่าวจอย แอนด์ คอยน์ (J&C) : ผ่ายุทธศาสตร์ J&C ประกาศศักดายึดตลาด AEC









จอยแอนด์คอยน์ (J&C) ประกาศเดินแผนรุกทางการตลาด ครั้งใหญ่ เพื่อยกระดับสู่การเป็นบริษัทขายตรงข้ามชาติสู่อาเซียน รองรับกับกระแส AEC ที่ทุกค่ายต่างเปิดศึกช่วงชิงทางการตลาดจน ฝุ่นตลบ รูปแบบการสร้างร้านสะดวกซื้อขายตรง แม้เป็นปรากฏการณ์ ใหม่ในวงการ แต่ก็ไม่น่าติดตามเท่ากับใช้ยุทธวิธี 3 ประสานที่ดึงเอา แนวร่วมด้านการผลิต การจำหน่าย และเครือข่ายมารวมศูนย์ไว้ที่ เดียวกัน ผลสำเร็จจะเป็นไปอย่างที่คาดหรือไม่คงต้องติดตาม แต่ถ้า งานนี้โชคเข้าข้าง J&C กินรวบทั้งอาเซียนแน่นอน !!!


อาจจะไม่ใช่เวลาที่ ยาวนานเกินไปนัก สำหรับเส้น ทางเดินบนถนนธุรกิจขายตรง ของ จอย แอนด์ คอยน์ ที่กำลัง ก้าวล่วงสู่ทศวรรษที่ 2 แต่เพียงระยะเวลาสั้น ๆ เพียง 10 ปี แทบไม่น่าเชื่อว่า นัก ธุรกิจขายตรง มือระดับพระกาฬ อย่าง ดร.สมชาย หัชลีฬหา จะสร้างตำนานหน้าใหม่ให้กับ วงการขายตรงเมืองไทย ด้วย การผลักดัน จอย แอนด์ คอยน์ ก้าวขึ้นสู่การเป็นบริษัทขายตรง ข้ามชาติ ที่แหวกตลาดทะลุมิติ การแข่งขันอย่างไร้พรมแดน ด้วย นวัตกรรมทางการตลาดที่ลํ้าลึก เกินกว่าใครจะตามทัน จุดเปลี่ยนของ จอย แอนด์ คอยน์ จะเห็นว่าระยะ 1-2 ปีที่ ผ่านมา ไม่ได้มุ่งเน้นการสร้าง เครือข่ายเป็นเป้าหมายหลัก รวม ทั้งไม่ได้เน้นการเติบโตแบบ ฉาบฉวย ที่หวังเพียงแค่เพิ่มยอด ขายระยะสั้น หากแต่เป็นการวาง ยุทธศาสตร์ทางการตลาด เพื่อ หวังผลระยะยาว ด้วยการหันมา เน้นการเตรียมความพร้อมใน การสร้างระบบการจำหน่าย และ การพัฒนาระบบจัดจำหน่าย ใน รูปแบบ พลาซ่าขายตรง ที่ตอบ สนองผู้บริโภคได้มากกว่าคอนวี เนียนสโตร์ทั่วไป


การเปลี่ยนสถานะ จาก เจริญโอสถ เป็น จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น แม้จะ เป็นการรีแบรนด์ครั้งใหญ่ ทั้งใน เชิงโครงสร้างการตลาด ที่ใน อดีต ทุกคนคุ้นเคยกับยี่ห้อ โหย่ง เหิง จ้าวตำรับยานํ้า สมุนไพรจีน ที่ครองตลาดมา ยาวนาน แต่มาถึงวันนี้ เมื่อสังคม ไทย ได้เริ่มก้าวไปสู่สังคมบริโภค นิยม การสรรสร้างผลิตภัณฑ์ใน ด้านอื่น ๆ ก็เริ่มมีความจำเป็น มากขึ้น และนี่อาจจะเป็นจุด เปลี่ยนครั้งสำคัญ ที่ จอย แอนด์ คอยน์ จำเป็นต้องเปลี่ยนภาพ ลักษณ์ของตัวเองใหม่ เพื่อให้ ทันยุคทันสมัย ที่ไม่เพียงแค่ชื่อ เท่านั้น หากแต่เป็นการ ปรับ กระบวนทัพครั้งใหญ่ในทุก ด้าน ในสายการผลิต นับแต่เริ่ม กิจการ จอย แอนด์ คอยน์ อาศัย การสร้างความโดดเด่น ในด้าน ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ต่อมา ระยะหลังเริ่มมีผลิตภัณฑ์ที่ หลากหลายมากขึ้น ทั้งสินค้า อุปโภคบริโภค ผลิตภัณฑ์ดูแล ผิวกาย ผลิตภัณฑ์ดูแลรักษา รถยนต์ หรือรวมไปถึงสินค้าทาง ด้านเกษตร มีการจัดเตรียมความ พร้อมในด้า นโรงงานที่มี มาตรฐาน GMP ที่ผู้บริโภค ให้การยอมรับ ตลอดจนการ เพิ่มสินค้าเพื่อเข้ามาสนับสนุน ทางการตลาดอีกกว่า 2,000 รายการ จวบจนกระทั่งปัจจุบัน ได้ มีการคัดสรรสินค้าระดับสุดยอด ทั้งที่ผลิตเองในประเทศ และ นำเข้าจากต่างประเทศ เข้ามา เสริมทางการตลาดกว่า 8,000 รายการ


จอย แอนด์ คอยน์ กำหนดแผนการตลาดเอาไว้ 3 ช่องทาง ด้วยกัน ช่องทางแรก เป็นช่อง ทางการขายผ่านระบบเครือข่าย ขายตรง MLM ที่เป็นธุรกิจดั้งเดิม ถือเป็นหัวหอกในการขับเคลื่อน สินค้าสู่มือผู้บริโภค เน้นการเอื้อ ประโยชน์ให้กับผู้ใช้สินค้า และ ผู้ที่ทำธุรกิจเครือข่าย ช่องทางที่สอง เป็นช่อง ทางการขาย ที่อยู่นอกระบบขาย ตรง โดยจะมีการจัดจำหน่ายใน ลักษณะขายปลีก เพื่อเพิ่มทาง เลือกแก่ผู้บริโภคในการเลือกซื้อ สินค้า ถือเป็นการสร้างยอดขาย ให้กับกิจการอีกช่องทางหนึ่ง และช่องทางที่สาม เป็น ช่องทางการขายส่ง ผ่านระบบ แฟรนไชน์ ที่เปิดโอกาสให้นัก ธุรกิจหรือผู้ลงทุนทั่วไป สามารถ เข้ามามีส่วนร่วม โดยผ่าน กระบวนการขายในลักษณะ โมเดิร์นเทรด ที่ไม่ต่างกับคอน วีเนียนสโตร์ทั่วไป ใน 3 ช่องทางหลักทางการ ตลาด แม้จะมีการแบ่งแยกกลุ่ม สินค้า และวิธีบริหารจัดการกัน อย่างชัดเจน แต่สำหรับ จอย แอนด์ คอยน์ แล้ว กลับสามารถ นำเอาช่องทางการตลาด 3 ช่อง ทาง เข้ามารวมเป็นหนึ่งเดียวได้ อย่างลงตัว


แผนการรุกทางการตลาด แบบ 3 ประสาน ถูกขับเคลื่อน โดยอาศัยบริษัทจอยมาร์ท จำกัดซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของ อนุวัฒน์ ธรมธัช อดีตเลขาธิการ สคบ. ที่ปรึกษาประธานกรรมการ จอย แอนด์ คอยน์ จอย มาร์ท ถูกกำหนด ให้เป็น ร้านขายตรงสะดวกซื้อ ที่ แตกต่างไปจาก จุดบริการหรือ จุดจำหน่ายขายตรงทั่วไป ที่มุ่ง เน้นให้ ผู้นำในระดับแม่ทีม ที่มี ความพร้อมทางการลงทุน เอาไป สนับสนุนการสร้างเครือข่ายใน เขตพื้นที่ของตนเอง เริ่มตั้งแต่ การสร้าง โมเดล รูปแบบการจัดจำหน่าย ที่มี ความรวดเร็ว รองรับกับการ ขยายตัวของเครือข่ายขายตรง ทั้งในด้านการดิสเพลย์ร้าน การนำเอาซอฟต์แวร์ มาใช้ใน การสนับสนุนการซื้อขาย ผ่าน ระบบการชำระเงิน รวมไปถึงการ เชื่อมโยงข้อมูล เพื่อนำไปสู่การ คำนวณรายได้ สำหรับสมาชิก ขายตรงของ จอย แอนด์ คอยน์ แบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ ยังเป็นการ สร้างโมเดล สำหรับ ธุรกิจแฟรน ไชน์ ที่จะมีการขับเคลื่อนไป พร้อม ๆ กันอย่างเป็นระบบ โดย สิทธิประโยชน์ นอกจากจะได้ จากธุรกิจขายตรงแล้ว ยัง สามารถรองรับรายได้อีก 2 ช่อง ทาง ทั้งขายปลีกและขายส่ง ที่จะ ถูกรวบรวมเอาไว้ที่ จอย มาร์ท เพียงจุดเดียว


ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ในวงการธุรกิจขายตรง มีหลาย ค่ายพยายามที่จะผลักดันจุด บริการมาตรฐานให้เกิดขึ้น แต่ก็ เป็นไปได้ยาก เนื่องจากต้องใช้ เงินลงทุนเป็นจำนวนมาก ส่วน ใหญ่ จะผลักภาระการลงทุนไป ยังแม่ทีมที่มีความพร้อม ทั้งเงิน ทุนและทางด้านการบริหาร จัดการ ปัญหา ที่เกิดขึ้นในการทำ ธุรกิจเครือข่ายของหลายค่าย จะเห็นว่า การสนับสนุนให้มีการ เปิดจุดบริการมาตรฐาน เกินกว่า 50% มักจะประสบความล้ม เหลว เนื่องจากการตัดสินใจเปิด จุดบริการ ผู้นำหรือแม่ทีม มักจะ อาศัยการใช้ยุทธวิธีหลอกล่อ โดยอาศัย แรงกระตุ้นจากโปรโม ชั่น เพื่อสร้างแรงจูงใจ ประกอบกับ การปฏิบัติ ตามเงื่อนไขหรือกฎเกณฑ์ที่ บริษัทได้วางเอาไว้ ก็มักจะมีการ แหกคอกนอกระเบียบ จนยากแก่ การควบคุม ครั้น เมื่อมีการลงทุน ไป แล้ว ไม่สามารถสร้างยอดขายใน จุดบริการดังกล่าวได้ เนื่องจาก ไม่มีองค์กรเครือข่ายทางการ ตลาดรองรับ สุดท้ายก็เท่ากับว่า เอาสินค้าไปกองขึ้นอืดในจุด บริการ สินค้าไม่ถึงมือผู้บริโภค แต่อย่างใด หากจุดบริการ ประสบ ความล้มเหลว เป็นจำนวนมาก ย่อมจะนำไปสู่ความเสื่อมเสียชื่อ เสียงของบริษัท เผลอ ๆ ดีไม่ อาจ จะลุกลาม ไปถึงความเชื่อมั่น ที่ สมาชิกในองค์กรมีต่อบริษัทด้วย ซํ้าไป ดังนั้นการผ่าทางตัน ใน ระบบการจัดจำหน่ายสินค้าขาย ตรง โดยการตัดสินใจเข้ามา ลงทุนเอง ถือเป็นการตัดสินใจ ครั้งสำคัญของ จอย แอนด์ คอยน์ ที่แม้จะดูเป็นการลงทุน ที่สูงเกินความจำเป็น แต่ถ้า หากมาดูผลในระยะยาว ย่อม เป็นการสร้างหลักประกันแก่ผู้ใช้ สินค้า รวมไปถึงสมาชิกทั้งมวล ที่ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป ทั้งใน เรื่องการบริการขนส่งสินค้า การ ส่งมอบสินค้า การแจงยอดสินค้า ที่เป็นปัญหาใหญ่สำหรับคนทำ ธุรกิจเครือข่ายขายตรงในเวลานี้ การทำธุรกิจขายตรง เป็น ธุรกิจอิสระ ที่นักธุรกิจทุกคน จะ ต้องบริหารต้นทุนค่าใช้จ่ายของ ตนเอง โดยรายได้ส่วนหนึ่งจะ เห็นว่าไปจมอยู่กับการบริหารทีม ส่วนรายจ่ายอีกส่วนหนึ่ง ก็คือ การบริการส่งมอบสินค้า เพราะฉะนั้น รายได้จาก แม่ทีม ระดับเงินแสน หากนำมา หักค่าใช้จ่ายเหล่านี้ออกไป จะ เห็นว่า รายได้สุทธิจริง ๆ จะหาย ไป 30-40% ต่อเดือน แผนการลงทุนเบื้องต้น ของ จอย แอนด์ คอยน์ ได้รับ การเปิดเผยจาก ดร.สมชาย หัชลีฬหา ประธานกรรมการ ว่า ได้ลงทุนไปมูลค่ากว่า 300 ล้าน บาท หรือหากรวมมูลค่าการ ก่อสร้าง ก็จะคิดเป็นมูลค่านับ พันล้าน โดยล่าสุดมีรายการว่า จอย มาร์ท ได้เปิดดำเนินการ ไปแล้วประมาณ 40 แห่ง โดยตั้ง อยู่ตามหัวเมืองหลักที่สำคัญ การสร้างสิ่งอำนวยความ สะดวก เหล่านี้ ดร.สมชายมอง ว่า เป็นการวางแผนระยะยาว เพื่อลดขั้นตอนและลดปัญหา ใน เรื่องการกระจายสินค้าสู่มือผู้ บริโภค ในเวลาเดียวกัน ก็เป็นการ สร้างพฤติกรรมผู้บริโภคให้มี ความรู้สึกคุ้ยเคยกับระบบขาย ตรงมากขึ้น ที่ผ่านมา การขายสินค้า อาศัยเครือข่ายสมาชิก เป็นผู้ ดำเนินการ ส่งตรงถึงผู้บริโภค แต่ถ้าหากวันหนึ่ง สินค้าขาย ตรง ผู้บริโภคสามารถเดินเข้ามา หาซื้อได้ด้วยตัวเอง อะไรจะเกิด ขึ้นกับวงการธุรกิจขายตรง ดังนั้น การขับเคลื่อน ทางการตลาด จอย มาร์ท จึง มีบทบาทสำคัญ ในการเข้ามา เสริมทั้งการทำธุรกิจเครือข่าย รวมไปถึงการสร้างภาพลักษณ์ ใหม่ให้กับวงการธุรกิจขายตรง ที่อนาคตอันใกล้ อาจเป็นไปได้ ที่สินค้าขายตรงจะเข้าไปมี อิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตประจำ วัน ของประชาชนมากขึ้น ด้วยเหตุที่ สินค้าขายตรง มีจุดเด่นโดยตัวของตัวเองอยู่ แล้ว ในด้านคุณภาพสินค้าที่ เหนือกว่าสินค้าในท้องตลาด ทั่วไป หากลดช่องว่างทางการ ตลาดตรงนี้ลงไปได้ นั่นก็เท่ากับ ว่า โอกาสที่ธุรกิจขายตรงจะ เติบโตมากไปกว่านี้ยังมีอีกมาก
สิ่งสำคัญ ระบบที่จะ รองรับ ตั้งแต่ก้าวแรกที่ลูกค้า ย่างเท้าเข้าสู่ จอย มาร์ท จะ ต้องตอบสนองความต้องการได้ หลากหลายและเพียงพอ เริ่มตั้งแต่กระบวนการซื้อ สินค้าผ่านการเป็นสมาชิก การ สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่าง ลูกค้ากับบริษัท ฯ ที่นอกจาก บริการที่รวดเร็วแล้ว หากแต่ยัง จะต้องมีวิธีการมัดใจให้ ผู้ซื้อพึง พอใจทั้งในตัวสินค้าและเงื่อนไข ผลประโยชน์ กลยุทธ์ ที่ จอย แอนด์ คอยน์ วางเอาไว้ ด้วยการสร้าง โมเดล รูปแบบธุรกิจขายตรง แบบ 3 มิติ เพื่อรองรับกับ แผนการตลาดทั้งระบบเครือ ข่าย ขายส่งและ ขายปลีก จึงเป็น ทางเลือกสำหรับนักลงทุน และ ผู้บริโภคในเวลาเดียวกัน ช่วงระยะเวลาแห่งการรอ คอย สำหรับจุดเปลี่ยนธุรกิจขาย ตรงเมืองไทย ไม่เพียงแต่เป็นการ ปรับตัวเพื่อสร้างโอกาสทางการ ตลาดในประเทศเท่านั้น หากแต่ ยัง เป็นการเตรียมความพร้อม เพื่อรองรับการรวมตลาดใน อาเซียนที่กำลังจะถึงในอีก 2 ปี ข้างหน้า ถามว่า J&C มีความ พร้อมกี่เปอร์เซ็นต์ สำหรับใน ประเทศตอนนี้ 100% แต่หาก ในระดับอาเซียน เราต้องมี โมเดลสาขาขนาดใหญ่พอ ที่จะ ประกาศให้เขาได้รู้ว่า รูปแบบ ขายตรงของบ้านเราได้เปลี่ยนไป แล้ว คือมีลักษณะไม่ต่างกับห้าง สรรพสินค้า เป็นหน้าเป็นตา มี สินค้าหลากหลายจริง แข่งขันได้ จริง ขณะเดียวกันสาขาที่เราจะ ไปเปิดใน AEC ก็ต้องอยู่ใน โมเดลเดียวกัน คือ คีย์ออร์เดอร์ ที่ไหนก็ได้ในโลกนี้ ลูกค้าที่อยู่ ต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นมาเลย์ กัมพูชา สามารถรับคอมมิชชั่น ได้โดยไม่ต้องข้ามมา เราโอนให้ ประเทศนั้น ๆ ได้เลย บริษัท ดำเนินการเอง โดยไม่ต้องให้ แบงค์ทำ ดร.สมชาย หัชลีฬหา ประธานกรรมการ จอย แอนด์ คอยน์ กล่าวถึงแผนการยกระดับ การแข่งขัน เพื่อก้าวสู่ประชาคม เศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC ที่ ไม่เพียงแค่การเตรียมพร้อมเพื่อ ตั้งรับคู่แข่งจากประเทศอื่น เท่านั้น หากแต่เป็นการเตรียม พร้อมเพื่อที่จะรุกไปสู่ประเทศอื่น ในอาเซียนเช่นกัน การเปิดประตูสู่ AEC แม้ จะมีการรวมตลาดเป็นหนึ่ง มี กำลังซื้อจากพลเมืองเพิ่มขึ้น เกือบ 600 ล้านคน แต่ปัญหาที่ ทุกคนยังกังวลกันอยู่ก็คือ รูป แบบทางการตลาดรวมไปถึงวิธี การบริหารจัดการทางการตลาด ในแต่ละประเทศจะทำอย่างไรให้ สู่มาตรฐานเดียวกันได้ หากหวังแต่เพียงสร้าง ภาพ เพื่อทำให้ภาพพจน์ของ บริษัทดูดีในสายตาคนทั่วไป ก็ คงไม่มีประโยชน์อะไรกับการเข้า สู่ AEC ด้วยเหตุที่ เงื่อนไขการ ลงทุน รวมทั้งข้อกำ หนดกฎ เกณฑ์ในเรื่องการกำกับดูแล ธุรกิจขายตรงในแต่ละประเทศ มีความแตกต่างกัน การพัฒนาธุรกิจขายตรง เพื่อก้าวสูการลงทุนนอกประเทศ หรือ การยกระดับสู่การเป็น บริษัทขายตรงข้ามชาติ มีความ แตกต่างกับการขายในลักษณะ เทรดดิ้ง เฟิร์ม อย่างสิ้นเชิง เทรดดิ้ง เฟิร์ม ดำเนินการ ทางการตลาด โดยอาศัยระบบ การกระจายสินค้าจากคนในท้อง ถิ่นเป็นหลัก มีกลไกทางด้าน ราคา และการสร้างแบรนด์ เป็น พลังขับเคลื่อน เสมือนหนึ่งกับ เป็นการต่อท่อนํ้าลำเลียงไปยัง ชุมชนต่าง ๆ


ขณะที่การทำตลาดขายตรงจะมีระบบการขับเคลื่อน ผ่านกระบวนการตัวแทน ที่ต้อง ใช้คนจำนวนมาก รวมทั้งต้อง มีระบบการจัดวางสินค้าเพื่อ รองรับความต้องการอย่าง เหมาะสม และที่สำคัญ การดูแลผล ประโยชน์ของสมาชิก จะต้อง ใช้ซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ ที่มี ศักยภาพเพียงพอในการดูแล ผลประโยชน์ของสมาชิกในต่าง ประเทศ เพราะฉะนั้น การเปิด แนวรบนอกบ้าน สิ่งสำคัญที่สุด ก็คือ การสร้างกลไกทางการ ตลาดให้พร้อม เพื่อลดขั้นตอน หรือเงื่อนไข สำหรับผู้บริโภคใน ท้องถิ่น รูปแบบ ของ จอย มาร์ท โมเดล กำลังเป็นบททดสอบ พลังขับเคลื่อนเครือข่ายขายตรง สู่ระดับนานาชาติ เป็นครั้งแรก ที่ถึงวันนี้ หากทุกอย่างเป็นไป ตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ การ ทำธุรกิจขายตรง ไม่ว่าจะเป็น ส่วนไหนของโลกก็จะสามารถ เชื่อมโยงทางการตลาดเป็น ตลาดเดียวกันได้ ณ วันนี้ จอย แอนด์ คอยน์ ได้วางรากฐานทั้งใน_ ประเทศ และในระดับอาเซียน เอาไว้หลายประเทศ โดยจะมุ่ง เน้นการขายเครือข่ายผ่านระบบ มินิมาร์ทขายตรง เป็นหัวหอก อาศัยแรงส่ง จากผลิต ภัณฑ์สินค้าที่หลากหลาย เพิ่ม ทางเลือกแกผู่บ้ ริโภค เพมิ่ โอกาส แก่คนทำธุรกิจเครือข่าย ถือเป็นการประกาศ แนวรบทางการตลาด รูปแบบ ใหม่ ที่ไม่จำเป็นต้อง สร้างแรง จูงใจแก่คนภายนอกด้วยการ สร้างภาพความยิ่งใหญ่ หากแต่ เป็นการสร้างกระบวนการเครือ ข่ายขายตรง ภายใต้คอนเซ็ปที่ เน้นความยั่งยืน เปลี่ยนความ ยากเป็นความง่าย เปลี่ยนราย จ่ายเป็นรายรับ สามารถทำ ธุรกิจได้ทุกที่ ทุกเวลา ด้วยระบบ การแบ่งสรรผลประโยชน์อย่าง เป็นเสมอภาค ยุทธศาสตร์ทางการตลาด ของ จอย แอนด์ คอยน์ ไม่เพียง แต่การเสริมสร้างศักยภาพใน ระบบการจำหน่ายสินค้าให้ สะดวกเหมือนกับคอนวิเนียน สโตร์ทั่วไปเท่านั้น หากแต่ยัง มี กระบวนการสร้างเครือข่ายด้าน การผลิต ในรูปแบบที่เรียกว่า มัลติ แชลแนล มาร์เก็ตติ้ง ที่ผู้ ค้า ผู้ผลิตหรือใครก็ตาม ที่ นอกจากจะเข้าร่วมเป็นนักธุรกิจ อิสระ สร้างเครือข่ายกับบริษัท ฯ แล้ว ยังสามารถนำสินค้าเข้า ร่วมกับบริษัท เพื่อเพิ่มความ หลากหลาย และทางเลือกแก่ผู้ บริโภคอีกด้วย เพราะฉะนั้น หาก วิเคราะห์ ดูการขับเคลื่อน ทางการตลาดโดยรวมของ จอย แอนด์ คอยน์ แล้วจะเห็นว่า มี การเข้าไปปรับโครงสร้างเกือบ ทุกด้าน เริ่มตั้งแต่การผลิต มีการ เพิ่มไลน์โปรดักส์ออกไปในทุก กลุ่มลูกค้ารวมทั้งมีการปรับปรุง โรงงานให้ทันสมัย เพื่อรองรับกับ การเติบโตในอนาคต ประการต่อมา ด้านการ ตลาด จะเห็นว่า จอย แอนด์ คอยน์ เริ่มหันกลับมาเน้นความ เชื่อมั่น กับสมาชิกในองค์กรด้วย การพัฒนาระบบงานให้ทันสมัย สร้างสิ่งแปลกใหม่ให้เกิดขึ้น ทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง กรณี จอย มาร์ท คง ไม่ใช่เพียงแค่ร้านสะดวกซื้อ สำหรับผู้บริโภคเท่านั้น หากแต่ ยังเป็นร้านสะดวกขาย ที่นัก ธุรกิจอิสระ สามารถนำมาเป็น จุดแข็งในการต่อสู้ทางการตลาด กับกิจการขายตรงอื่นได้ อย่าง มั่นใจ และที่สำคัญ การแสวงหา แนวร่วมทางการตลาด เพื่อขยาย ผลิตภัณฑ์สินค้า เข้าสู่ จอย มาร์ท อย่างต่อเนื่อง ย่อมเป็น ความท้าทาย สำหรับคนรุ่นใหม่ ที่กำลังตัดสินใจเข้าสู่ธุรกิจขาย ตรง นอกจากนี้ หากรูปแบบ หรือ โมเดล ที่จอย แอนด์ คอยน์ ได้สร้างเอาไว้ได้รับการ ตอบรับอย่างกว้างขวาง ใน อนาคต รูปแบบการลงทุนใน ลักษณะ จอย มาร์ท ก็มีความ เป็นไปได้ ที่จะถูกผ่องถ่ายไปสู่ นักธุรกิจอิสระทั้งหลาย ที่พร้อม จะควักเงินในกระเป๋ามาลงทุนใน รูปแบบที่เรียกว่า แฟรนไชน์ ที่มิได้มีความหมายแค่ใน ประเทศ แต่หากหมายรวมไปถึง ในอีก 10 ประเทศอาเซียน ที่จะ กำลังจะตามมา ธุรกิจขายตรง นับเป็นหนึ่ง ที่ถูกจับตามองเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มีการขยาย ตัวในอัตราที่สูง การเตรียมความพร้อม เพื่อรองกับการรวมเป็นตลาด เดียว จึงเป็นสิ่งที่วงการธุรกิจ ขายตรง จะต้องเร่งวางแผน รองรับในทุกมิติ การมุ่งเน้นการสร้างเครือ ข่ายแต่เพียงอย่างเดียว คงมิใช่ หนทางสู่ความสำเร็จอีกต่อไป... วิสัยทัศน์ จะเป็นตัว กำหนดแนวทางทางการตลาด รวมถึงอนาคตของวงการธุรกิจ ขายตรงเมืองไทย ที่จะต้องเข้าใจ และเข้าถึงข้อมูลทางการตลาด ทั้งในและต่างประเทศอย่างรอบ ด้าน
การรู้เขารู้เรา ตามตำรา ของ ซุนหวู่ ในยุคนี้ อาจไม่ เพียงพอ เพราะ หากรู้แล้ว แต่ยัง ใช้รูปแบบการรบเดิม ๆ ไม่รู้จัก ปรับเปลี่ยนยุทธวิธี โดยยังคงทำ ธุรกิจในลักษณะที่เรียกว่า Old Fashion ยังไงก็คงต้องแพ้ สิ่งสำคัญ ก็คือ การเดิน ยุทธศาสตร์การต่อสู้ จะต้องผ่าน กระบวนการ พิสูจน์ และการ ทดสอบมาอย่างโชนโชน ก่อนมา สู่การปฏิบัติจริง เพราะสนาม ธุรกิจขายตรง แม้จะมีตัวเล่นใน สนามมากมาย แต่คนที่จะมา เป็นตัวจริงในสนาม ต้องมีความ พร้อม ทั้งร่างกาย ทั้งทักษะ และ ความสามารถเฉพาะตัว ที่โดด เด่นเหนือคนอื่น หากจะมีใครสักคนต้อง ถูกเปลี่ยนตัวเล่นระหว่างเกมยัง ไม่จบ ก็ถือว่าเป็นเรื่องน่า เสียดาย


วันนี้ จอย แอนด์ คอยน์ ประกาศพร้อมรบทุกสนาม ไม่ ว่าจะเป็นระบบประเทศ หรือ ระดับสากล เพื่อพิสูจน์ทฤษฎี ทางการตลาดขายตรงแบบใหม่ ที่ไม่ว่าผลจะสำเร็จหรือไม่ อย่างไรก็ตาม แต่อย่างน้อย คงต้องให้เครดิต ดร.สมชาย หัชลีฬหา คนเก่งมือเก๋า ที่กล้า เปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนมุมมอง มิหนำซํ้ายังกล้าเดิมพันด้วยเงิน ลงทุนสูงนับพันล้านบาท นี่อาจจะเป็นการเริ่มต้น ครั้งสำคัญ ของการสร้าง อาณาจักรเครือข่าย ที่แม้บาง ครั้งอาจดูสุ่มเสี่ยง แต่งานนี้หาก ดร.สมชาย ผลงานดีตีโจทก์แตก เชื่อเหลือเกินว่า รางวัลแจ็คพ็อต คงไม่หนีไปไหน กินรวบข้ามทวีปแน่นอน !!!




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 342 ประจำวันที่ 16-31 เมษายน 2556

วันพุธที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2556

ข่าวจอย แอนด์ คอยน์ (J&C) : เปลือยความสำเร็จนักขาย จอยแอนด์คอยน์ อุษากานต์ ศรีบาง จากนักสู้ธรรมดาสู่ผู้นำมืออาชีพ









ถึงแม้ว่าจะพบอุปสรรคในการทำงานบ้าง เนื่องจากในช่วงเวลานั้น อาจจะเรียกว่าเป็นรุ่นแรก ของการทำธุรกิจ จอยแอนด์คอยน์ เลยก็ว่าได้ เพราะ ยังไม่มีผู้นำที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจมากนัก แต่ ตนเองก็ไม่รู้สึกท้อแต่อย่างใด กลับมองว่า ยิ่งทำงาน หนักมากขึ้นเท่าไร ความสำเร็จก็จะยิ่งเกิดขึ้นเร็ว เท่านั้น ซึ่งหากถามว่า ปัญหาและอุปสรรคมีไหม (มี) เหนื่อยไหม (เหนื่อย) และท้อไหม (ท้อ) แต่วันนี้ขอให้ทุกคนเปลี่ยนคำว่า ปัญหา-เหนื่อย-ท้อ มา เป็นความสำเร็จจะดีกว่า


...เหตุเพราะ ไม่เชื่อ จึงไมมี่ใครจะชักชวนให้เข้ามาร่วมธุรกิจ ขายตรงสักเท่าใด ก็ไม่เคยคิดที่จะสนใจ และไม่เคยเปิดใจ หรือตัดสิน ใจในการเข้าร่วมวงจรธุรกิจขายตรงเลยสักครา...แต่ว่า เมื่อครั้นเห็น เพื่อนสนิท สามารถแปรเปลี่ยนชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากคน ที่ไม่เคยมีทรัพย์สินอะไรเลย สู่การมีทรัพย์สิน เงินทอง มีบ้าน มีรถ... จากคนที่ไม่มีรายได้ กลับกลายเป็นคนมีรายได้หลักแสน ทำให้ความ คิด ไม่เชื่อ ที่มีในอดีต กลับต้องมาค้นหาความจริง ณ ปัจจุบัน...นี่ คือความคิดของนักขายที่ชื่อ อุษากานต์ ศรีบาง (ซ้าย) หญิงแกร่ง บริษัท จอยแอนด์คอยน์ คอร์ปอเรชั่นจำกัด!..


ต้องบอกว่าเธอผู้นี้ไม่เคยเชื่อมั่นมาตั้งแต่ตอนต้นว่าธุรกิจ ขายตรง จะสามารถทำให้ รํ่ารวย ได้จริง...แต่ปัจจุบัน เธอเอง ก็ได้รับรู้ว่า ธุรกิจขายตรง สามารถ รวยได้ชั่วลูกชั่วหลาน เนื่องจากเห็นเพื่อน ๆ เริ่มมีชีวิตที่ดีขึ้นจากธุรกิจนี้ ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้เริ่มหันมาทำธุรกิจขายตรงอย่างจริงจัง ทั้งนี้ หากย้อนดูถึงจุดเริ่มต้นของชีวิต อุษากานต์ ก่อนที่ จะเจอคำว่า สำเร็จ นั้น นักขายท่านนี้เรียกได้ว่า เคยลำบากมา ก่อน ที่จะสบายเช่นเดียวกับนักขายท่านอื่น ๆ เพราะการศึกษา น้อย...แต่แล้วชีวิต อุษากานต์ ก็ต้องเปลี่ยนไป จากการที่มี รุ่นพี่ได้มามอบโอกาสให้นั่นคือ ธุรกิจ จอย แอนด์ คอยน์ ต่อมาจึงได้ตัดสินใจออกจากงานประจำที่ทำมากว่า 10 ปี ซึ่งช่วงเวลานั้น เรียกได้ว่าเป็น มนุษย์เงินเดือน นั่นเอง มีรายได้ ประจำอยู่เพียงหมื่นต้น ๆ ค่าใช้จ่ายไม่พอกับรายได้ ด้วยเหตุนี้เอง ที่ทำให้เธอจึงตัดสินใจมองหาอาชีพเสริม ที่เปรียบเสมือนเป็นอาชีพ เสริมหลักนั่นก็คือ ธุรกิจขายตรง นั่นเอง!!... สิ่งที่ตนเองสัมผัสได้ตั้งแต่แรกเริ่มของ จอยแอนด์คอยน์ นั่น ก็คือ ความอบอุ่น และความเป็นกันเองของทั้งท่านประธานและ สมาชิกทุกคน รวมถึงสินค้าที่มีคุณภาพ


อุษากานต์ บอกว่า กว่าที่เธอจะเดินทางจนมาถึงวันนี้ได้ นั้น ต้องปาดเหงื่อ ทุ่มเททั้ง แรงกาย และ แรงใจ มาตลอด เกือบทั้งชีวิต...ที่สำคัญ พบว่า วันนี้คนจน คนรวย ไม่สามารถเลือก เกิดได้ ในขณะเดียวกัน คนเราอาจจะต่างกันที่ความคิด พอเราคบ คนที่สำเร็จ เราก็จะรู้วิธีการว่าเขาเดินไปแบบไหน เดินอย่างไร และ เราเอง ต้องปฏิบัติแบบนั้น หากทำได้ เชื่อว่าความสำเร็จก็จะมาถึง อย่างแน่นอน วันนี้ตนเองใช้ระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี พบว่า ความ สำเร็จได้เริ่มก่อตัวขึ้นมาบ้างแล้ว เนื่องจากยึดหลักที่ว่า ทำงานขาย ตรงให้เปรียบเสมือนงานประจำ ทำอย่างต่อเนื่อง เมื่อสำเร็จแล้วก็ ต้องถ่ายทอดเทคนิคทั้งหมดให้ทีมงาน ถึงแม้ว่า จะพบอุปสรรคในการทำงานบ้า ง เนื่องจากในช่วงเวลา นั้นอาจจะเรียกว่าเป็นรุ่น แรกของการทำธุรกิจ จอยแอนด์คอยน์ เลยก็ว่าได้ เพราะยังไม่มีผู้นำที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจมากนัก แต่ตนเองก็ไมรู้สึกท้อแต่อย่างใด กลับมองว่ายิ่งทำงานหนักมากขึ้น เท่าไร ความสำเร็จก็จะยิ่งเกิดขึ้นเร็วเท่านั้นซึ่งหากถามว่าปัญหาและ อุปสรรคมีไหม (มี) เหนื่อยไหม (เหนื่อย) และท้อไหม (ท้อ ) แต่วันนี้ขอ ให้ทุกคนเปลี่ยนคำว่าปัญหา-เหนื่อ ย-ท้อ มาเป็น ความสำเร็จจะดีกว่า


...ความสำเร็จของ อุษากานต์ และความมุ่งมั่นตั้งใจจริง ที่จะทำความฝันของตัวเองให้สำเร็จของเธอผู้นี้ก็เกิดขึ้นเหมือนฝัน นั่นคือ การก้าวขึ้นตำแหน่งระดับสูงสุดของบริษัทซึ่งถือเป็นอีกหนึ่ง รางวัลที่มีค่าสำหรับเธอ นอกจากนี้ สิ่งที่เธอได้รับจากธุรกิจเครือ ข่าย จอยแอนด์คอยน์ ก็คือ การมีเงินเก็บและซื้อที่ดิน 100 กว่า ไร่ ซื้อบ้านหลังงามมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ซื้ออาคารชุด 3 ล้าน กว่า ซื้อรถเบนซ์ 1 คัน พร้อมกับเอาเงินไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ มีเงินสดเก็บในบัญชี มีรายได้ต่อเดือน 6 แสนกว่าบาท ที่สำคัญ สิ่งที่เธอมีความภูมิใจอย่างมากนั่นก็คือ การได้ดูแลผู้มีพระคุณ...


ต้องบอกว่า อุษากานต์ ไม่ได้แค่สร้างความรวยกระจุกไว้ ที่ตัวเองเท่านั้นแต่ยังกระจายความรวยไปสู่สมาชิกภายใต้สายงาน จนพวกเขามีบ้านในฝัน มีทีมงานซื้อบ้านประมาณ 3-4 หลังต่อปี... และนี่คือ ความภาคภูมิใจเพราะเราสามารถช่วยให้น้อง ๆ หลาย คน ที่เขาไม่มีความรู้ ไม่มีประสบการณ์ สามารถสร้างบ้านหลัง งาม ๆ อยู่ได้ แถมยังพาพ่อพาแม่ พาลูกพาหลาน มาอยู่ด้วยกัน อย่างมีความสุข ได้ส่งลูกเรียนต่อที่โรงเรียนดี ๆ เสมือนได้สืบทอด ความรํ่ารวยต่อยอดกันไปเรื่อย ๆ


ที่สำคัญอุษากานต์ ยังถือได้ว่า เป็นผู้หนึ่งที่ช่วยเหลือ ประเทศชาติให้ผู้คนได้อยู่ดีกินดี ช่วยขจัดปัญหาความยากจน ความไม่มีอาชีพและสร้างอาชีพให้กับผู้คน สร้างให้เขารวย มีที่ อยู่ ที่กิน สามารถจับจ่ายใช้สอยสะดวกมือ นี่คือ ความสวยงาม ของธุรกิจเครือข่ายที่เธอบอกว่า คิดไม่ผิดที่เลือกทำเครือ ข่าย!!...เพราะ ธุรกิจเครือข่าย นอกจากจะสร้างให้ผู้คนร่ำรวย แล้ว ยังเปิดโอกาสให้คนจน ๆ ได้มีโอกาสท่องเที่ยวในต่างแดน รวม ถึงมีโอกาสเปิดโลกกว้าง สู่การเรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ ๆ เรียนรู้เกร็ด ในการใช้ชีวิตให้สู่ความสำเร็จอีกด้วย ซึ่งเธอผู้นี้ยังได้บอกกับทีมข่าว ตลาดวิเคราะห์ อีกว่า วันนี้...คนที่รํ่ารวย คนที่สำเร็จ ในธุรกิจนี้ต่างมีมาก และก็ไม่ได้ ต่างอะไรจากเรา ในเมื่อตัวเราก็มีความสามารถไม่ต่างกัน และเราจะไปกลัวอะไรกับอุปสรรคที่มีอยู่ตรงหน้าเพราะหากเราสามารถ ผ่านพ้นปัญหาและอุปสรรคตรงนี้ไปได้ เชื่อว่าทุกอย่างที่เป็น ปัญหาย่อมผ่านพ้นไปได้ด้วยดีอย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วันนี้เราได้พิสูจน์ให้เขาเห็นแล้วว่า ระบบของเรา สามารถ เปลี่ยนแปลงชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ แถมยังพ่วงความ มั่นคง มอบเป็นมรดกได้ชั่วลูกชั่วหลานอีกต่างหาก


และจากวันนั้นจนถึงวันนี้ อุษากานต์ กล้าพูดได้เลยว่า มนต์เสน่ห์ของธุรกิจขายตรง สามารถสร้างคนจนให้รํ่ารวยได้ ด้วย พลังเครือข่ายจริงๆและนี่ก็เป็นความสำเร็จ ความรู้สึกที่ดี ๆ ที่ เธอบอกว่า ถือเป็นกำไรชีวิตที่ประเมินค่าไม่ได้จริง ๆ เพราะที่ธุรกิจ จอย แอนด์ คอยน์ แห่งนี้ สามารถสร้างให้เธอหยิบจับเงินตั้งแต่ หลักพัน หลักหมื่น หลักแสน จนถึงหลักล้านได้ในเวลาอันรวดเร็ว และเชื่อว่า ทุกคนก็สามารถทำอย่างนี้ได้ ขอเพียงมีความมุ่งมั่นตั้งใจ ที่จะทำมันเท่านั้นพอ! ทั้งนี้สำหรับเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ของ อุษากานต์นั้นไม่ได้จับ เพียงแค่ต้องการเอาเงินทองมากองไว้หน้าบ้านตัวเองอย่างเดียว แต่ ต้องการสร้างความรํ่ารวยไปยังทีมงานใต้สายงานและคนอื่นๆ ด้วย.. วันนี้ ภารกิจที่สำคัญ ของตนเอง คือ ต้องการปั้นทีมงาน ให้สามารถมีรายได้หลักแสนต่อเดือนอยู่ที่ 200 คน ภายใน 2 ปี โดยจะเริ่มต้น จากการพัฒนาระบบคน จากคนธรรมดาสู่มืออาชีพ ให้สามารถสร้างเนื้อ สร้างตัวได้ ตามนโยบายบริษัท แล้วเดินทาง ไปด้วยกัน ภายใต้ทีม ไฟว์ สตาร์ ซึ่งเชื่อว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ก็ น่าที่จะสำเร็จเช่นกัน


....นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่เชื่อว่าหลาย ๆ คน คงอยากที่ จะมีเช่นเดียวกับเธอผู้นี้อย่างแน่นอน และวันนี้ต้องบอกว่าเส้นทางสู่ ความรวย เส้นทางสู่ความสำเร็จนั้นผู้ที่จะสามารถปั้นได้นั่นก็คือ ตัวคุณ เท่านั้นเอง!...เหมือนเช่นดั่งหญิงเก่งผู้นี้ อุษากานต์ ศรีบาง




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 341 ประจำวันที่ 1-15 เมษายน 2556

วันพฤหัสบดีที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2556

ข่าวจอย แอนด์ คอยน์ (J&C) : สมศรี นพรัตน์ แดงเย็น นักธุรกิจมือทอง จอย แอนด์ คอยน์ ความซื่อสัตย์เป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของเรา









ทุกเส้นทางสู่ความสำเร็จ ย่อมมีปัญหาและอุปสรรค เวลาเจอปัญหาจะไม่มองว่าเป็นปัญหา ตามองว่าเป็นบันไดก้าวสู่ความสำเร็จยิ่งก้าวมากเท่าไหร่เราก็จะประสบความสำเร็จเร็วเท่านั้น เช่นเดียวกันบันไดชีวิตใหม่ของผู้นำมือพระกาฬ สมศรี นพรัตน์ นักธุรกิจตำแหน่งไดเร็คเตอร์ แผนทวิน บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอปอเรชั่น จำกัด ผู้ที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาและสามารถฟันฝ่าอุปสรรคชีวิตจนมีดีถึงทุกวันนี้


สมศรี แดงเย็น อดีตข้าราชการระดับสูง โรงพยาบาลปัตตานี จากความคิดเดิมๆเธอคาดหวังว่าอาชีพรับราชการจะเติมเต็มความมั่นคงให้แก่ชีวิตเหตุเพราะถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เยาว์วัย ละเป็นอาชีพที่เป็นความฝันของครอบครัวที่ต้องการให้ลูกผู้หญิงรับราชการ เพราะจะได้หมดห่วง จึงทำให้เธอเดินบนเส้นทางการใช้ชีวิตแบบเดิมๆ ตลอดระยะเวลา 24 ปีที่ผ่านมาบนเส้นทางที่เธอเลือก แต่แล้วเมื่อมาถึงจังหวะชีวิตที่ทำให้เธอฉุกคิดว่าบนเส้นทางแบบเดิมๆนี้แม้จะมีความมั่นคงสูง แต่งานที่ทำไม่สามารถตอบสนองความมั่งคั่ง หรือยกระดับฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้ โดยเฉพาะโจทย์ชีวิตความต้องการด้านปัจจัยสี่ ที่มนุษย์ทุกคนพึงได้ทั้งหมด มิหนำซ้ำหลังจากเลือกใช้ชีวิตคู่แต่งงานอยู่กินกับสามี (คุณนพรัตน์ แดงเย็น) และมีทายาทสืบสกุล 2 คน ยิ่งทำให้ค่าใช้จ่ายในครอบครัวเริ่มขัดสน เรียกได้ว่ารายจ่ายมากกว่ารายรับเกิดขึ้นทุกเดือน ทำให้เธอเริ่มมองหาลู่ทางใหม่เพื่อต้องการหารายได้เสริมด้วยการลงทุนธุรกิจ พร้อมๆกับการกู้เงินมาลงทุนอย่างต่อเนื่องแต่สุดท้ายงานที่ทำนั้นก็ไม่ทำให้ทั้งคู่ก้าวถึงฝั่งฝันเพราะทุกธุรกิจที่ทำเป็นเงินทุนหมุนเวียนได้ได้ไม่คุ้มเสีย จนกลายเป็นหนี้สินดินพอกหางหมูมากกว่า 3 ล้านบาท


จนกระทั่งปี 2545 ฟ้าก็ได้เปิดชีวิตใหม่ให้กับเธอและสามีได้รู้จักกับธุรกิจเครือข่าย J&C (บริษัทจอย แอนด์ คอยน์ คอปอเรชั่น จำกัด) จากคำแนะนำของ เพรสซิเด้นส์ บรรเจิด-สายฝน แก้วสมวงศ์ และได้สัมผัสถึงจุดแข็งทางธุรกิจที่ทำให้เธอมีชีวิตที่ดีกว่าได้อย่างชัดเจน ประการที่ 1.ผลิตภัณฑ์ดีจริงใช้แล้วเห็นผลชัดเจน โดยเฉพาะสมุนไพร โหย่งเหิง ที่ทำให้สามีของเธอหายจากโรคหัวใจขาดเลือด 2.ให้ผลตอบแทนสูงจ่ายจริง 3. ธุรกิจจอย แอนด์ คอยน์ เป็นทั้งธุรกิจค้าส่ง ค้าปลีกและธุรกิจขายตรงในเครือเดียวกัน ถือเป็นธุรกิจที่มหัศจรรย์เจ้าแรก เจ้าเดียวในไทยและระดับโลก นับเป็นเจ้าของธุรกิจเครือข่ายผู้บริโภคอย่างแท้จริง และหลังจากที่ได้ซึมซับธุรกิจอย่างแตกฉานมองเห็นลู่ทางการสร้างชีวิตใหม่ที่ได้ทั้งความมั่นคงและมั่งคั่ง สุดท้ายเมื่อตกผลึกความคิดใหม่เธอจึงตัดสินใจลาออกจากชีวิตข้าราชการมุ่งธุรกิจเน็ทเวิร์ค J&C เต็มตัว หลังจากนั้นก็ไต่ระดับความสำเร็จก้าวสู่ผู้นำคุณภาพที่มีทีมงานมากมาย


ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา ดิฉันมีอิสรภาพการใช้ชีวิตทุกอย่าง แม้ว่าจะหยุดงานแต่รายได้ไม่หยุดตาม และสามารถปลดล็อคหนี้สินหลัก 3 ล้านบาทได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว ชีวิตมั่นคงขึ้นมาก มีเงินซื้อบ้านแฝดให้ลูกได้อยู่อาศัย ถอยรถป้ายแดงไว้ขับชิลๆ ถึง 2 คัน และล่าสุดเมื่อปลายปีที่ผ่านมาได้ซื้อบ้านเดี่ยว ราคา 6 ล้านบาทเป็นของขวัญวันเกิดให้กับตนเอง พร้อมทั้งเปิดโลกกกว้างด้วยการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศฟรีๆ เฉลี่ยปีละ 3-5ประเทศ อย่างมีความสุขล้วนเป็นความสุขที่J&C มอบให้ทั้งสิ้น


หากถามถึงเป้าหมายความสำเร็จขั้นต่อไป สมศรี เธอบอกอย่างมั่นใจว่า จะเป็นผู้พลิกฝันร้ายทีมงานพี่น้องชาวใต้ที่ใช้ชีวิตอย่างสุ่มเสี่ยงกับเหตุการณ์อันไม่สงบ ได้พบกับฝันดีของการมีชีวิตใหม่ด้วยการก้าวขึ้นแท่นผู้นำธุรกิจระดับเดียวกับเธอให้ได้มากที่สุด


ส่วนเป้าหมายตัวเธอนั้นแน่นอนว่าจะพิชิตเป้าหมายใหญ่ในตำแหน่งเพรสซิเด้นส์ แผนทวินก่อนสิ้นปีนี้ และความสำเร็จที่เกิดขึ้นอย่างสวยหรูนี้เป็นเพราะผู้นำคุณภาพทั้งคู่ยึดมั่น ปรัชญาการทำงาน ความซื่อสัตย์เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จเรา




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.LEADER TIME ฉบับที่ 219 ประจำวันที่ 16-31 มีนาคม 2556

วันจันทร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2556

วันจันทร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2556

ข่าวจอย แอนด์ คอยน์ (J&C) : สลิลทิพย์ ณัฐวุฒิ พาหาญ การทำงานกับคนจำนวนมาก ให้ประสบความสำเร็จ นั่นคือ...บทพิสูจน์ความสำเร็จของเรา









ย้อนเวลากลับไปเมื่อสมัยเรียนจบ ใหม่ ๆ สมัยนั้นอาชีพรับราชการ เป็นเป้าหมายหลักที่ทุกคนต่างถวิลหา และอาชีพครูก็เป็นอาชีพที่ สลิลทิพย์ ณัฐวุฒิพาหาญ เลือกที่จะเป็นเพราะ คิดว่าชีวิตในอนาคตการรับราชการนั้น มั่นคง ทั้งคู่เป็นคนราชบุรีโดยกำเนิดรับ ข้าราชการครูอยู่ 10 กว่าปี แต่ก็ยังไม่ ค่อยจะประสบความสำเร็จในชีวิตสัก เท่าไหร่ ในระหว่างนั้นก็ได้ประกอบ ธุรกิจส่วนตัวควบคู่กับการรับราชการ


เริ่มต้นธุรกิจเครือข่ายกับ J&C


และในช่างเวลาประมาณ 20 ปี ที่แล้ว ได้มองหาเละมีโอกาสได้เข้ามา ศึกษาเรื่องระบบเครือข่าย ในตอนแรก ก็ยังไม่ค่อยสนใจสักเท่าไหร่ เพราะ บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ ในตอนนั้นมี สินค้าเพียงตัวเดียว เราก็เลยคิดว่าคง เป็นไปไม่ได้ที่จะเติบโต แต่เมื่อเข้ามาได้ พบกับท่านประธาน ดร.สมชาย ก็เลย รู้สึกประทับใจ เมื่อได้ฟังวิสัยทัศน์ และ แนวทางการทำงานของท่าน และเป็นบริษัทของคนไทยด้วยก็เลยตัดสินใจ ลงมือทำ หลังจากนั้นก็เริ่มศึกษา แผนการตลาดของบริษัทอย่างจริงจัง


อุปสรรคในการทำธุรกิจเครือข่าย


การเริ่มเข้ามาทำ ขายตรงกับ J&C ในช่วง แรกก็ยังไม่ ได้ทำ อย่าง จริงจังเพราะ ครอบครัวและ ญาติพี่น้อง ไม่ยอมรับที่ จะให้เราทำ ธุรกิจในด้าน นี้ เพราะเรา เ ค ย ทำ ม า หลายบริษัท แล้วไม่ประสบ ความสำเร็จในระยะแรก ๆ นั้นมีปัญหากับครอบครัว มากแต่ก็สามารถผ่านจุดนั้นมาได้ ใน ช่วงนั้นพอเข้ามาทำอย่างจริงจังแล้ว ก็ เลยชวนคนนั้นคนนี้แต่ไม่มีใครที่จะยอม เปิดใจกับธุรกิจขายตรง จนมาเจอกับคน ที่ยอมเปิดใจกับเรา แล้วหลังจากนั้นเรา ก็เริ่มมีเครือข่ายเพิ่มมากขึ้น แต่ก็เจอ อุปสรรคด้านการไปช่วยลูกทีมแต่ละ จังหวัดเพราะว่าต้องเดินทางไกลมาก และบ่อยมาก


การบริหารทีมงานสู่ความสำเร็จ


เราเน้นการบริหารทีมงานโดยใช้ คอร์สการเรียนรู้ที่เป็นระบบแนวทาง เดียวกันเน้นให้ทีมงานรู้จักกับระบบของ บริษัท สอนให้ทีมงานมีการตั้งเป้าและมุ่ง ไปให้ถึงเป้ าหมายที่ตั้งเอาไว้ และการออกไปในแต่ละจังหวัดเพื่อคอยช่วยเหลือ ทีมงาน


การเป็นนักธุรกิจเครือข่ายที่ดี


ในส่วนตัวเราเองมองว่าการเป็นนัก ธุรกิจเครือข่ายที่ดี ต้องมุ่งสร้างองค์กรของ เราให้ประสบความสำเร็จและเราก็จะ ประสบความสำเร็จไปด้วย และช่วยให้ทุกคนประสบความสำเร็จเหมือนกับเราให้ได้


ช้าไปหรือเปล่าที่จะร่วมธุรกิจ กับ J&C


ในความคิดของเราว่าไม่ช้าไปเพราะว่าประเทศไทยยังมีคนอีกเยอะ มากที่ยังไม่รู้จัก กับธุรกิจเครือข่าย และ ถ้ามาเข้าร่วมกับจอยแอนด์คอยน์ในตอน นี้ ที่เปิดดำเนินการมาเป็นปีที่ 11 ซึ่งท่าน ประธานบริษัทสร้างความมั่นคงให้กับ พวกเรา มามีส่วนร่วมช่วยกันให้บริษัทมี ความมั่นคงร่วมกัน และที่นี่เรามีระบบ การเรียนรู้เตรียมพร้อมให้ทุกอย่างอยู่ แล้ว เพียงท่านเปิดใจและเข้ามาร่วม ธุรกิจกับเรา


สิ่งที่ได้จากจอยแอนด์คอยน์


เราทั้งคู่ทำ ธุรกิจขายตรงกับจอยแอนด์คอยน์มาเป็นเวลา 9 ปี มี โอกาสได้ซื้อบ้านและคอนโด ซื้อรถให้ตัว เองและลูกๆทกุ คน ได้ส่งลูกไปศึกษา ที่ต่างประเทศ และมีโอกาสไปเที่ยวต่างประเทศกับริษัททุกโปรโมชั่นในตอนนี้ รับรายได้จากจอยแอนด์คอยน์ 6 หลัก ต่อเดือน และมีคนภายใต้องค์กรหลาย หมื่นคน และสายงานของเราสามารถ ตกทอดเป็นมรดกแก่ลูกของเราได้โดย ไม่มีเงื่อนไขผูกมัดแต่อย่างใด


ขอบคุณ J&C


อยากจะขอบคุณท่านประธานดร. สมชายหัชลีฬหา ประธานกรรม การบริษัทฯ ท่านเป็นผู้ที่เปิดใจให้เข้า มาร่วมธุรกิจ และสร้างความเชื่อมัน และความมั่นคงให้กับพวกเราทุก คนใน J&C ท่านเป็นเหมือนกับอาจารย์ ที่คอยสอนคอยบอกและให้พวกเรา ปฏิบัติตามและเกิดการเรียนรู้ และ ขอบคุณผู้ที่แนะนำให้รู้จักกับจอย แอนด์คอยน์ทำให้เราประสบความ สำเร็จจนทุกวันนี้




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพธุรกิจเครือข่าย ฉบับที่ 245 ประจำวันที่ 1-15 กุมภาพันธ์ 2556

วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ข่าวจอย แอนด์ คอยน์ (J&C) :J&Cรับลูกภาครัฐหนุนเอกชนบุก AEC สยายปีกห้างขายตรงโมเดิร์นเทรดต่างแดน









J&C รุกคืบเจาะตลาดต่างประเทศเข้าพบอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เพื่อรับทราบนโยบายส่งเสริมการลงทุนในต่างประเทศตามแนวทางของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ด้าน ดร.สมชาย หัชลีฬหา ประกาศปักธงเปิดแผนรุกหนักตลาดขายตรงในย่านอาเซียนจ่อผุดห้างขายตรงโมเดิร์นเทรดในพม่า-ลาว-เวียดนาม


ดร.สมชาย หัชลีฬหา ประธานกรรมการบริหาร บริษัทจอยแอนด์คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (J&C) พร้อมด้วย นายอนุวัฒน์ ธรมธัช กรรมการผู้จัดการ บริษัท จอยมาร์ท จำกัด เปิดเผยหลังเข้าพบคุณศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันจันทร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2556 ที่ผ่านมา การเข้าพบอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศในครั้งนี้ เพื่อขอรับทราบนโยบายของหน่วยงานภาครัฐในการสนับสนุนการทำธุรกิจในต่างประเทศตามแนวทางของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)


นอกจากนี้ยังได้นำเสนอแนวทางในการทำธุรกิจของจอยแอนด์คอยน์ที่สามารถตอบสนองต่อนโยบายภาครัฐได้เป็นอย่างดีในการสนับสนุนสินค้าของคนไทยให้ไปตลาดยังต่างประเทศ ขณะเดียวกันยังได้แจ้งให้อธิบดีฯ ทราบว่าบริษัทจอยแอนด์คอยน์ได้เปิดทำการที่ประเทศกัมพูชามาได้หนึ่งปีแล้วและทางบริษัทจะทำการเปิดสาขาอย่างเป็นทางการพร้อมกับงานแสดงสินค้าจึงขอคำแนะนำ และเรียนเชิญคุณศรีรัตน์ เข้าร่วมงานดังกล่าว ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชาด้วย


สำหรับนโยบายการขยายธุรกิจในต่างประเทศนั้น ดร.สมชาย กล่าวว่าจะยังคงเน้นคอนเซ็ปต์เหมือนในประเทศไทยคือ การเป็นห้างขายตรงโมเดิร์นเทรด โดยก่อนหน้านี้บริษัทได้เข้าไปจดทะเบียนเพื่อขออนุญาตทำธุรกิจในประเทศกัมพูชาและได้รับการตอบรับดีมาก นอกจากนี้ล่าสุดได้เจรจากับนักลงทุนในประเทศพม่าเพื่อเข้าไปขยายตลาดในประเทศดังกล่าว ซึ่งหากการเจรจาดังกล่าวมีความคืบหน้าคาดว่าภายในปีนี้น่าจะได้เห็นจอยแอนด์คอยน์สาขาแรกในพม่า ขณะที่สปป.ลาวอยู่ระหว่างการยื่นขอจดทะเบียนอนุญาตใหม่ หลังจากได้คู่ค้ารายใหม่ที่เป็นนักการเมืองใหม่เข้ามาร่วมทุนด้วย ส่วนตลาดในประเทศเวียดนามที่อยู่ระหว่างการติดต่อจะเข้าไปคุยในรายละเอียดเกี่ยวกับการลงทุนในประเทศดังกล่าว


ส่วนของการเปิดตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในช่วงแรกบริษัทจะเข้าไปลงทุนเฉพาะประเทศที่ติดกับไทยเป็นหลักก่อน เนื่องจากต้องการให้ไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคนี้ ซึ่งรูปแบบของการเข้าไปลงทุนในประเทศต่างๆนั้นจะขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละประเทศ เช่น ในพม่าอาจจะต้องตั้งบริษัทร่วมทุนขึ้นมาระหว่าง J&C กับนักลงทุนในประเทศ แต่ในกัมพูชาบริษัทสามารถเข้าไปถือหุ้นได้ 100% เลย ส่วนในลาวอาจจะเข้าไปถือร่วมกับบริษัทในประเทศตามสัดส่วนที่รัฐบาลกำหนด เช่นเดียวกับในมาเลเซียที่มีนักลงทุนท้องถิ่นเข้ามาถือหุ้นด้วย แต่การบริหารจัดการทั้งหมดก็ยังเป็นบริษัทในไทย


อย่างไรก็ดี การออกไปเปิดตลาดต่างประเทศยังมีข้อจำกัดในหลายเรื่อง เช่น การบริหารจัดการ , ภาษีท้องถิ่น ,อัตราค่าจ้างและต้นทุนในการดำเนินงานที่ไม่เท่ากัน ดังนั้นหากนำสินค้าเข้าไปจำหำน่ายในราคาที่เท่ากันกับประเทศไทยก็ถือเป็นเรื่องที่ยาก แต่ถึงกระนั้น จอยแอนด์คอยน์ ก็ยังมีข้อได้เปรียบที่เหนือกว่าบริษัทขายตรงอื่นๆ คือการเข้าไปจับมือกับผู้ผลิตสินค้าในแต่ละประเทศเพื่อนำสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ในประเทศนั้นๆเข้ามาจำหน่ายในจอยแอนด์คอยน์ได้ ขณะที่บริษัทเองอาจจะเอาเฉพาะสินค้าที่เป็น กลุ่มหลักๆ ไปจำหน่ายอย่างเดียว ส่วนสินค้าอื่นๆ ก็ให้บริษัทท้องถิ่นเข้ามาร่วมกันด้วยซึ่งถือเป็นการลดต้นทุนในการดำเนินงานได้





ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพLEADER TIME ฉบับที่ 217 ประจำวันที่ 16-28 กุมภาพันธ์ 2556

วันพฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ข่าวจอย แอนด์ คอยน์ (J&C) : J&C จัดทริปฉลองความสำเร็จ พานักธุรกิจตะลุยประเทศสหรัฐอเมริกา









บริษัทจอยแอนด์คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้จัดทริปท่องเที่ยว ฉลองความสำเร็จส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2555 ถึงวันที่ 1 มกราคม 2556 ที่ผ่านมา นำโดย ดร.สมชาย ดร. กฤตภัค หัชลีฬหา คณะผู้บริหารระดับสูง รวมทั้งแขกรับเชิญพิเศษ คุณนพปฏล เมฆเมฆา ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี สื่อมวลชน และนักธุรกิจอิสระระดับ MDP กว่า 50 ท่านด้วยกัน การท่องเที่ยวอเมริกาในครั้งนี้คณะ J&C ได้สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ ชมสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่สร้างความประทับใจเป็นอย่างมาก


โดยในวันแรกที่ไปถึงลอสแองเจลิส ทุกท่านได้เข้าพักที่โรงแรม Crow Plaza Commerce เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมก่อนเดินทางท่องเที่ยว ในวันรุ่งขึ้นคณะ ได้เดินทางไปชมเมืองซานติเอโกเมืองใหญ่อันดับที่สองของรัฐแคลิฟอร์เนีย ข้ามสะพาน โคโรลาโดที่เชื่อมระหว่างเมืองซานดีเอโก ชมบรรยากาศบริเวณริมอ่าว Marina Squre เมือง OLD Town SAN DIEGO หลังจากนั้นก็ได้เดินทางสู่เมืองปาล์มสปริงและเข้าพักที่ห้องสวีทของโรงแรม Hyatt Regency Suites Palm spring หลังจากนั้นในวันต่อมา คณะฯได้สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษในการขึ้น Palm Springs Aerial Tramway เป็นการนั่งกระเช้าลอยฟ้าแบบหมุน ชมวิวทิวทัศน์อันสวยงามและสนุกไปกับหิมะบนยอดเขา พร้อมทั้งไปเยือนเมืองแห่งแสงสีอย่าง ลาสเวกัส ที่มีคาสิโนชื่อดังอยู่ทั่วเมือง และเข้าพักที่ห้องสวีทสุดหรู ของ The Venetian วันถัดมาคณะฯได้พบกับประสบการณ์พิเศษสุดกับการขึ้น เฮลิคอปเตอร์ สู่แกรนด์แคนยอน เวสริม และสกายวอร์ค ชมประติมากรรมอันมหึมามหาศาลที่ธรรมชาติสร้างขึ้นเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ 1 ใน 10 ของโลกพร้อมกับล่องเรือชมทิวทัศน์ที่ด้านล่างของแกรนด์แคนยอนอีกด้วย ในตอนค่ำ คณะได้ตื่นตาตื่นใจกับโชว์สุดอลังการJubilee ที่โรงแรม BALLYS และชมโชว์น้ำพุที่โรงแรม Bellagio พร้อมกับชมแสงสีและไปปาร์ตี้กันต่อที่ร้านอาหารไทยในลอสแองเจลิส ก่อนเข้าที่พักย่าน Universal Studio โรงแรม Hilton Los Angeles Universal City พร้อมกันนี้ทางคณะฯ ยังถือโอกาสนี้ไปเดินเล่นที่ Walmart ห้างสะดวกซื้อที่ประสบความสำเร็จและใหญ่ที่สุดในโลกและในตอนบ่ายวันเดียวกันยังได้ไปสนุกสนานกับเครื่องเล่นและชมโรงถ่ายภาพยนตร์ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอ ซึ่งเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ชื่อดังมากมาย วันสุดท้ายของการเดินทาง ดร.กฤตภัค หัชลีฬหา ได้ให้เกียรติไปเป็นตัวชาวคณะฯ ไปร่วมทำบุญซื้อที่ดินที่วัดไทยในแอลเอ จากนั้นชาวคณะ J&C ได้เดินทางไปช้อปปิ้งส่งท้าย ที่ Citadel Outlets ก่อนที่จะไปไชนีสเธียเตอร์ สถานที่ใช้มอบรางวัลออสการ์และชมรอยฝ่ามือและเท้าของดาราฮอลลีวู้ดชื่อดัง จากนั้นไปชมย่านเบเวอร์รี่ฮิลล์ ที่อยู่ของมหาเศรษฐีระดับโลก และถนนโรดิโอไดรฟ์ ที่เป็นแหล่งรวมแบรนด์เนมชั้นนำทั่วโลก พร้อมทั้งแวะรับประทานอาหาร Seafood นั่งชมบรรยากาศพระอาทิตย์ตกที่ Redondo Beach ก่อนจะเตรียมตัวเดินทางกลับมายังประเทศไทย


เรียกได้ว่าทริปนี้เป็นประสบการณ์พิเศษสุดหรูและอลังการทริปหนึ่งในชีวิตชาวคณะ J&C ที่บริษัทจอยแอนด์คอยด์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด มอบให้เป็นดั่งของขวัญส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่สุดล้ำค่าเลยก็ว่าได้สมกับคำกล่าวที่ว่า จอยแอนด์คอยน์ โอกาสดีๆที่มีไม่รู้จบ จริงๆ




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 338 ประจำวันที่ 16-28 กุมภาพันธ์ 2556

วันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

J&C จัดทริปฉลองความสำเร็จ พานักธุรกิจตะลุยประเทศสหรัฐอเมริกา


บริษัท จอยแอนด์คอยน์ คอปอร์เรชั่น จำกัด ได้จัดทริปท่องเที่ยวฉลองความสำเร็จส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวัน 24 ธันวาคม 2555 ถึงวันที่ 1 มกราคม 2556 ที่ผ่านมา นำโดย ดร.สมชาย ดร. กฤตภัค หัชลีฬหา คณะผู้บริหารระดับสูง รวมทั้งแขกรับเชิญพิเศษ คุณนพปฎล เมฆเมฆา ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี สื่อมวลชน และนักธุรกิจอิสระระดับ MDP กว่า 50 ท่านด้วยกัน


การท่องเที่ยวอเมริกาในครั้งนี้คณะ J&C ได้สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ ชมสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่สร้างความประทับใจเป็นอย่างมาก โดยในวันแรกที่ไปถึงลอสแองเจลิส ทุกท่านได้เข้าพักที่ โรงแรม Crown Plaza Commerce เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมก่อนเดินทางท่องเที่ยว ในวันรุ่งขึ้นคณะฯ ได้เดินทางไปชมเมืองซานดิเอโก เมืองใหญ่อันดับที่สองของรัฐแคลิฟอร์เนีย ข้ามสะพาน โคโรลาโดที่เชื่อมระหว่างเมืองซานดีเอโก ชมบรรยากาศบริเวณริมอ่าว Marina Square เมือง OLD Town SAN DIEGO หลังจากนั้นก็เดินทางสู่เมืองปาล์มสปริง และเข้าพักที่ห้องสวีทของโรงแรม Hyatt Regency Suites Palm spring หลังจากนั้นในวันต่อมา คณะฯ ได้สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ ในการขึ้น Palm Springs Aerial Tramway เป็นการนั่งกระเช้าลอยฟ้าแบบหมุน ชมวิวทิวทัศน์อันสวยงามและสนุกไปกับหิมะบนยอดเขา พร้อมทั้งไปเยือนเมืองแห่งแสงสีอย่าง ลาสเวกัส ที่มีคาสิโนชื่อดังอยู่ทั่วเมือง และเข้าพักที่ห้องสวีท สุดหรู ของ The Venetian วันถัดมา คณะ ฯ ได้พบกับประสบการณ์พิเศษสุดกับการขึ้น เฮลิคอปเตอร์ สู่แกรนด์แคนย่อน เวสริม และสกายวอร์ค ชมประติมากรรมอันมหึมามหาศาลที่ธรรมชาติสร้างขึ้น เป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ 1 ใน 10 ของโลก พร้อมกับล่องเรือชมทิวทัศน์ที่ด้านล่างของแกรนด์แคนยอนอีกด้วย ในตอนค่ำ คณะได้ตื่นตาตื่นใจไปกับโชว์สุดอลังการ Jubilee ที่โรงแรม BALLYS และชมโชว์น้ำพุที่โรงแรม Bellagio พร้อมกับชมแสงสีตระการตา ยามค่ำคืนของลาสเวกัส ก่อนจะกลับเข้าที่พัก


และในวันรุ่งขึ้น คณะฯ มุ่งหน้ากลับไปยังนครลอสแองเจลิส เมืองใหญ่อันดับสองของสหรัฐอเมริกา โดยแวะไปช้อปกระจาย แบบไม่มียั้ง ที่ Primms Outlets และไปปาร์ตี้กันต่อที่ ร้านอาหารไทย ในลอสแองเจลิส ก่อนเข้าที่พักย่าน Universal Studio โรงแรม Hilton Los Angeles Universal City พร้อมกันนี้ ทางคณะฯ ยังถือโอกาสนี้ไปเดินเล่นที่ Walmart ห้างสะดวกซื้อที่ประสบความสำเร็จและใหญ่ที่สุดในโลก และในตอนบ่ายวันเดียวกันยังได้ไปสนุกสนานกับเครื่องเล่นและชมโรงถ่ายภาพยนตร์ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ ซึ่งเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ชื่อดังมากมาย วันสุดท้ายของการเดินทาง ดร.กฤตภัค หัชลีฬหา ได้ให้เกียรติไปเป็นตัวแทนชาวคณะฯ ไปร่วมทำบุญซื้อที่ดินที่วัดไทยในแอลเอ จากนั้นชาวคณะ J&C ได้เดินทางไปช้อปปิ้งส่งท้าย ที่ Citadel Outlets ก่อนที่จะไป ไชนีสเธียเตอร์ สถานที่ใช้มอบรางวัลออสการ์และชมรอยฝ่ามือและเท้าของดาราฮอลลีวู้ดชื่อดัง จากนั้นไปชมย่านเบเวอร์รี่ฮิลล์ ที่อยู่ของมหาเศรษฐีระดับโลก และถนนโรดิโอไดรฟ์ ที่เป็นแหล่งรวมแบรนด์เนมชั้นนำทั่วโลก พร้อมทั้งแวะรับประทานอาหาร seafood นั่งชมบรรยากาศพระอาทิตย์ตกที่ Redondo Beach


ก่อนจะเตรียมตัวเดินทางกลับมายังประเทศไทย เรียกได้ว่าทริปนี้เป็นประสบการณ์พิเศษสุดหรูและอลังการทริปหนึ่งในชีวิตของชาวคณะ J&C ที่ บริษัท จอยแอนด์คอยน์ คอปอร์เรชั่น จำกัด มอบให้เป็นดั่งของขวัญส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่สุดค้ำค่าเลยก็ว่าได้ สมกับคำกล่าวที่ว่า จอยแอนด์คอยน์ โอกาสดีๆ ที่มีไม่รู้จบ จริง จริง

วันพฤหัสบดีที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2556

ข่าว จอยน์ แอนด์ คอยน์ (Join and Coin-J&C) :ทุกอย่างเป็นไปได้เสมอ...สำหรับคนที่มีความเชื่อแล้วลงมือทำ









หลายคนอาจจะเคยมีประสบการณ์ที่ขมขื่นกับ ธุรกิจขายตรง มาก่อนเช่นเดียวกับ อดีตหนุ่มและสาวโรงงาน อย่าง คุณธัญพิสิษฐ์ อุษากานต์ ศรีบาง ที่ประสบความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่าในธุรกิจขายตรง มานับไม่ถ้วนจนต้องเมินหน้าหนีกับอาชีพนี้ไปหลายต่อหลายครั้งแต่มาวันนี้คำๆ นี้ จอย แอนด์ คอยน์ ทำให้ทั้งคู่กลับพบกับ ความสำเร็จ ในธุรกิจขายตรงจนลืมความล้มเหลวในอดีตไปได้อย่างน่าติดตามเพราะ จอย แอนด์ คอยน์สามารถสร้างอาชีพและความมั่นคงให้กับเขาและเธอได้อย่างยั่งยืนจนถึงทุกวันนี้หลังจากตัดสินใจเข้าร่วมธุรกิจเมื่อกว่า 9 ปีที่ผ่านมา ที่สำคัญวันนี้ทั้งคู่สามารถสร้างรอยยิ้มให้กับผู้คนที่อยู่รอบข้างด้วยการส่งต่อและมอบความสำเร็จมากมายให้อีกหลายครอบครัวทีเดียว


อดีตเมื่อวันวาน กี่ ขายตรงก็ไม่สำเร็จ


คุณธัญพิสิษฐ์ เดิมเป็นคนศรีสะเกษ ส่วนคุณอุษากานต์เป็นคนจังหวัดนครศรีธรรมชาติ ทั้งคู่ได้เดินทางมาหางานทำที่กรุงเทพฯ และก็ได้รู้จักกันในโรงงานแหห่งหนึ่งในอำเภอพระประแดงและก็ได้คบหารู้จักกันตั้งแต่นั้นมา ทั้งคู่ได้ทำงานอยู่ในโรงงานมาหลายปี


และต่อมาได้มีโอกาสรู้จักกับบริษัทขายตรงบริษัทหนึ่ง เมื่อกว่า 10 ปีก่อน แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ เจอแต่ความล้มเหลว จากบริษัทที่ 1 ก็ไปบริษัทที่ 2 และบริษัทที่ 3 ผ่านไป 2-3 บริษัททำอย่างไรทั้งคู่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ จึงมองหาอาชีพใหม่และต่างคนก็ต่างแยกย้ายไปเรียนต่อและก็ทำงานไปด้วยเพื่อส่งเสียตัวเองเรียนจนจบและมองหางานใหม่อื่นๆทำแทน


J&C เปลี่ยนความคิด ดึงคืนกลับขายตรง


คุณธัญพิสิษฐ์ เล่าถึงการกลับมาทำธุรกิจขายตรงกับจอย แอนด์ คอยน์ ว่าขณะที่ศึกษาต่อและทำงานขับรถส่งของเพื่อหาเงินส่งเสียตัวเองเรียนไปด้วยนั้น มีคนรู้จักซึ่งเคยทำธุรกิจเครือข่ายมาด้วยกันและเราก็ให้ความนับถือในตัวเขามาตลอด ได้โทรศัพท์มาชักชวนและเล่าเรื่องราวของบริษัทขายตรงแห่งหนึ่งคือ บริษัทจอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ J&C ให้ฟังเพื่อที่จะพาเรากลับไปทำขายตรงอีกครั้ง


แต่เราก็ได้ปฎิเสธอยู่หลายครั้ง จนวันเวลาผ่านไป 5 เดือน เราก็ตัดสินใจใหม่ซึ่งตอนนั้นบริษัทเพิ่งเปิดไปได้แค่หนึ่งปีและก็ไม่ได้มีชื่อเสียงอะไร แต่เนื่องจากผู้ที่แนะนำเป็นคนที่เราเชื่อถือจนได้ไปร่วมฟังการบรรยายเปิดตัวบริษัทครบรอบ 1 ปี ก็เลยกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการได้เห็นและเปลี่ยนความคิดของเรา ประการแรกคือการใช้บ้านเป็นออฟฟิส และประการที่สองมีโรงงานผลิตยาและสินค้าเป็นของตัวเองทำให้เราเกิดความมั่นใจในตัวของบริษัทจึงเข้าไปร่วมทำตั้งแต่นั้นมา


ระบบประชุม เปลี่ยน...ชีวิตให้สำเร็จ


แรกๆก็เผชิญปัญหาต่างๆ เหมือนๆ กับบริษัทขายตรงอื่นๆ ที่เคยทำมา แต่ได้รับการถ่ายทอดประสบการณ์จากผู้ที่แนะนำและการแชร์ประสบการณ์ความสำเร็จจากหลายๆ คนในห้องประชุมเริ่มทำให้เรากลับมาทบทวนตัวองใหม่ ว่าที่ผ่านมา เราไม่ประสบความสำเร็จ และล้มเหลวมาโดยตลอดนั้น ที่แท้ก็เป็นเพราะ ความคิดของตัวเราเอง ขึ้นชื่อว่าการทำธุรกิจในการทำงานเราต้องเจอกับอุปสรรคอยู่แล้ว ปัญหาแรกคือตัวของเราเองคืออุปสรรคเนื่องจากตัวเองเคยทำขายตรงมาก่อนแล้วไม่เคยประสบความสำเร็จเลย ในตอนนั้นทำให้เราขาดความมั่นใจ ทำให้เราต้องเปลี่ยนความคิดของตัวเองให้ได้ก่อน พอเราเกิดความเชื่อว่าสิ่งที่เราทำอยู่นั้นมันดีจริง ทำให้เราสามารถประสบความสำเร็จในชีวิตได้


คุณธัญพิสิษฐ์เล่าต่อว่า นอกจากนั้นยังสามารถทำประโยชน์ให้กับคนอื่นได้จริงอีกด้วย เพียงแค่นี้เราก็สามารถเอาชนะความคิดตัวเองได้แล้ว เพียงแค่เปลี่ยนความคิด และปัญหาใหญ่ของการขายตรงก็คือ การชักชวนผู้คนมาทำธุรกิจร่วมกับเรา ในการชักชวนคนก็พยายามพูดคุยกับเพื่อนสนิทอยู่หลายคนพาเข้าเยี่ยมชมบริษัทแต่ในช่วงแรกๆ ก็ไม่ประสบความสำเร็จสักเท่าไหร่ เพราะในช่วงนั้นเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ต้องยอมรับว่าธุรกิจขายตรงทุกคนต่างมองในแง่ลบ เมื่อเจอปัญหามากๆ ชักชวนคนไม่ได้ก็เกิดความท้อ ก็เลยหันหน้าพาตัวเองไปเข้าประชุม ฟังผู้สำเร็จมาเล่าถึงประสบการณ์ความสำเร็จให้ฟัง ทำให้เราเกิดความมั่นใจและทำให้เราเติบโตขึ้นมาเรื่อยๆ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา


บริหารทีมงานสู่ความสำเร็จด้วยการ ตั้งเป้าหมาย


ด้านการบริหารทีมงานของเราจะทำงานภายใต้ระบบ FIVE STARS TEAM โดยได้รับการพัฒนาจากคนที่มีประสบการณ์นับสิบๆ ปีของทีมงานของเรา มารวบรวมประสบการณ์ต่างๆ จึงกลายเป็นเป็นระบบการทำงานสำหรับคนที่จะเริ่มเข้ามาทำธุรกิจขายตรงกับ J&C เพื่อการทำงานอย่างเป็นระบบและประสบกับความสำเร็จ ในการฝึกอบรมจะมีทั้งแบบรายวัน รายสัปดาห์และแบบรายเดือน


เป้าหมาย คือ เราต้องการสร้างเครือข่ายของเราให้ประสบความสำเร็จในอาชีพนี้ให้ได้ และก็สามารถเห็นผลได้ว่าเขาสำเร็จได้จริง ทำงานได้จริง โดยในตอนนี้มีหลายคนที่มีชีวิตเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น เพราะระบบที่เราสร้างขึ้นมา FIVE STARS TEAM


สิ่งที่ได้จาก จอยแอนด์คอยน์


ตั้งแต่ทำงานธุรกิจเครือข่ายกับ จอย แอนด์ คอยน์ มาเป็นเวลา 9 ปี สิ่งแรกที่ได้คือมีโอกาสได้ไปซื้อที่ดินที่จังหวัดชัยภูมิ 100 กว่าไร่ ลงทุนปลูกยางพารา สัปปะรดและต้นยูคาลิปตัส ซื้อบ้าน 1 หลัง หมู่บ้านเพอร์เฟคมาสเตอร์พีช ราคารวมตกแต่งกว่า 10 ล้าน บาท ได้ซื้อรถเบนซ์ E 200 1 คัน และมีเงินเลี้ยงดูครอบครัวพ่อแม่ของทั้งคู่ได้ท่องเที่ยวกับ จอย แอนด์ คอยน์ ทั้งในและต่างประเทศมากกว่า 40 ประเทศ มีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไม่ต้องตื่นเช้าเพื่อตอกบัตรเข้าทำงานมีอิสระในการใช้ชีวิตมากขึ้นและอิสระทางการเงินตอนนี้รับรายได้หลายแสนบาทต่อเดือนจาก J&C และมีเครือข่ายภายใต้องค์กรหลายหมื่นคน


ช้าไปหรือเปล่าที่จะร่วมธุรกิจกับ J&C


ในความคิดของผมไม่มีอะไรที่ช้าไปกับการเปิดโอกาสให้กับตัวเอง เพราะว่าตอนนี้บริษัทของเราได้พัฒนาไปเยอะมากเมื่อเทียบกับ 10 ปีที่แล้ว ในตอนนี้บริษัทที่มีชื่อเสียงและมีประสบการณ์ในการบริหารงาน มีความมั่นคงและมีสินค้าที่ดีหลากหลายรายการ เปรียบเสมือนคนที่มาแรกเริ่มของบริษัทเหมือนเดินบนถนนลูกรัง แต่คนที่เข้ามาใหม่ในตอนนี้เหมือนเดินบนถนนลาดยาง เพราะเรามีระบบการทำงานที่ดีที่รองรับนักธุรกิจหน้าใหม่ เพื่อที่จะมาร่วมประสบความสำเร็จกับบริษัทได้เลยทันที


ขอบคุณ จอย แอนด์ คอยน์


สิ่งแรกที่อยากจะขอบคุณ ดร. สมชาย หัชลีฬหา ประธาน บริษัทจอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ที่ได้สร้างและออกแบบริษัทให้มีความแตกต่างให้มีทางเลือกที่หลากหลายและนวัตกรรมใหม่ๆ ทำให้เราได้เปลี่ยนชีวิตมาจนถึงทุกวันนี้ และขอบคุณผู้ที่เปิดโอกาสให้รู้จักกับจอยแอนด์คอยน์ คุณทองเพชร-สิตา มะลิงาม ตำแหน่ง Marketing President บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอณ์ปอเรชั่น จำกัด ที่ทำให้เราพบกับธุรกิจดีๆ อย่างจอย แอนด์ คอยน์ ทำให้เราประสบความสำเร็จในชีวิตได้ในวันนี้




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพธุรกิจเครือข่าย ประจำวันที่16-31ธันวาคม 2555 ปักษ์หลัง ฉบับที่ 242

วันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ผ่าปฏิบัติการเชิงรุก "จอย แอนด์ คอยน์ J&C" ย้ำ!ธุรกิจสำเร็จได้ต้องยึด3องค์ประกอบ


จอย แอนด์ คอยน์ เปิดกลยุทธ์สร้างฝันคนเครือข่าย พร้อมแนะ 3 องค์ประกอบนำทางธุรกิจสู่ความสำเร็จ เผยแผนการตลาดในวันนี้ ต้องครบสูตรและเอื้อประโยชน์ต่อทุกฝ่าย ส่วนสินค้าและบริการต้องยอดเยี่ยมสะกดใจสมาชิกด้วย... ด้าน ดร.สมชาย ชี้!วันนี้รูปแบบธุรกิจแนวใหม่ด้านไอทีกำลังมีบทบาทที่สำคัญในการทำธุรกิจให้ง่ายขึ้นกว่าในอดีต ลั่น!เตรียมสร้างสาขาไซส์ใหญ่ ให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปีนับจากนี้ รองรับการขยายตัวที่จะมีขึ้นในอนาคตอันใกล้

ดร.สมชาย หัชลีฬหา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เผยต่อ ตลาดวิเคราะห์ ว่า การทำธุรกิจขายตรงให้ประสบความสำเร็จในปัจจุบันนี้นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมี 3 องค์ประกอบหลัก คือ
1. เรื่องแผนการตลาด
2. เรื่องสินค้าและบริการ
3. เรื่องการรับรู้หรือการยอมรับ

โดยองค์ประกอบแรก คือ เรื่องของแผนการตลาดนั้น แต่ละบริษัทควรที่จะต้องออกแบบแผนการตลาด ด้วยการทำอย่างไร ให้ผู้ที่เข้ามาสู่ธุรกิจได้ผลประโยชน์ทุกคน และสามารถสร้างเครือข่ายได้เยอะ ๆ

วันนี้ต้องบอกว่า ที่จอย แอนด์ คอยน์ นั้น มี 2 แผนอยู่ในที่เดียวกัน หรือที่เรียกว่า ไฮบริดคอนเซ็ปต์ ซึ่งเป็นแผนที่มีการผสมผสานเพื่อสร้างความน่าสนใจ ด้วยรูปแบบของการจูงใจรายได้ จากแผนการตลาดและแรงจูงใจจากอย่างอื่นด้วย เช่น โปรโมชั่นการท่องเที่ยว การทำโปรโมชั่นต่าง ๆ เป็นต้น

องค์ประกอบที่ 2 คือ เรื่องของสินค้าและบริการ ที่ถือเป็นสิ่งที่สำคัญในการทำธุรกิจขายตรงอย่างมาก โดยสินค้าต้องมีความหลากหลายและครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย เช่นเดียวกับที่จอย แอนด์ คอยน์ เอง ที่มีสินค้ามากถึง 10,000 รายการ ทั้งในหมวดสุขภาพ หมวดความสวยความงาม หมวดสินค้าเกษตร หมวดสินค้าอุปโภคและบริโภค เป็นต้น

นอกจากนี้ ในเรื่องของการบริการ จอย แอนด์ คอยน์ ยังเน้นหนักอีกว่า ต้องทำให้ลูกค้าเกิดความพอใจและเกิดความเชื่อมั่นในเรื่องของคุณภาพ ที่สำคัญ บริษัทฯ กล้ายืนยันว่า สินค้าของบริษัทฯ ทุกตัว มีใบรับรองคุณภาพ

Certificate และเป็นที่ยอมรับ รวมถึงสินค้าทุกรายการ มีการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายด้วย
หัวใจที่สำคัญของการทำธุรกิจ เรื่องของการบริการ ถือว่าค่อนข้างมีความสำคัญอย่างมาก เห็นได้จากวันนี้บริษัทฯ ได้มีการเน้นในเรื่องของการฝึกอบรมให้พนักงานเกิดความเข้าใจในส่วนของการบริการให้มากขึ้น เพื่อให้ผู้ที่ได้รับการบริการเกิดความพอใจ พร้อมกับมองว่า วันนี้คนที่ชวนเข้ามาในธุรกิจจอย แอนด์ คอยน์ เราไม่ได้ชวนแค่เข้ามาเป็นนักขายอิสระหรือแค่บริโภคเท่านั้น แต่ต้องสามารถที่จะไปเปิดร้านเอง รวมถึงเปิดเป็นแฟรนไชส์ได้ด้วย

ดร.สมชาย เผยต่ออีกว่า ปัจจุบันนี้รูปแบบของการทำธุรกิจไม่ได้ตอบสนองเพียงแค่คนบางกลุ่มเท่านั้น แต่ต้องตอบสนองคนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นร้านโชห่วยหรือร้านขายปลีกย่อย ที่สามารถเข้ามาทำได้หมด เพื่อเป็นการยกระดับของตัวเขาเอง

ทั้งนี้ ในเรื่องของความสะดวกสบายในการทำธุรกิจก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญด้วยเช่นกัน ซึ่งทางจอย แอนด์ คอยน์เอง ก็ได้ให้ความสำคัญ ในเรื่องนี้มาโดยตลอด ภายใต้ปณิธานที่ว่า ขายตรงสะดวกซื้อ อาชีพที่เป็นไปได้ ทำง่ายและมั่นคง ซึ่งปัจจุบันนี้ บริษัทฯ ได้มีการสร้างเครื่องมือการทำงาน เพื่อให้ตอบสนองกับความต้องการของสมาชิกให้ได้มากที่สุด รวมถึงการทำให้สมาชิกทำงานง่ายขึ้นกว่าในอดีต ด้วยเครื่องมือที่ชื่อว่า ระบบ E-Wallet หรือระบบกระเป๋าเงินออนไลน์
ระบบ E-Wallet หรือระบบกระเป๋าเงินออนไลน์นั้น เป็นการซื้อขายออนไลน์ ที่ผู้จำหน่ายอิสระ สามารถทำงานด้วยตัวเองได้ และก็สามารถที่จะลงพื้นที่ในทุกพื้นที่ได้ ถ้ามีอินเตอร์เน็ต ซึ่งรูปแบบของการทำธุรกิจต่อจากนี้ จะไม่เป็นการให้ผู้จำหน่ายอิสระหอบสินค้าไปนำเสนออีกต่อไป แต่จะเป็นการนำเสนอสินค้า รวมถึงธุรกิจ ผ่านระบบออนไลน์นั่นเอง

ดร.สมชาย เผยต่ออีกว่า อีกหนึ่งเครื่องมือในการช่วยให้สมาชิกของบริษัทฯ ทำงานง่ายขึ้นนั่นก็คือ ในส่วนของสาขา โดยปัจจุบันนี้ บริษัทฯ ได้มีการลงทุนที่จะสร้างสาขาที่มีขนาดใหญ่ในจังหวัดใหญ่ ๆ บ้างแล้ว โดยคาดว่าไม่เกิน 2 ปีนับจากนี้น่าที่จะแล้วเสร็จอย่างแน่นอน

วันนี้จอย แอนด์ คอยน์ มีเป้าหมายต้องการที่จะสร้างขนาดของสาขาให้ใหญ่ขึ้น โดยในแต่ละสาขา จะต้องมีสถานที่ฝึกอบรม เสมือนหนึ่งเป็นซูเปอร์มาเก็ต มีที่จอดรถ มีที่ล้างรถ เรียกได้ว่ามีทุกอย่างในที่แห่งเดียว ซึ่งเชื่อว่ารูปแบบของธุรกิจของเรา น่าที่จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของทุกคนได้อย่างแน่นอน
สำหรับสาขาที่ทางจอย แอนด์ คอยน์ ได้เข้าไปลงทุนนั้น ในเฟสแรก อยู่ที่เชียงใหม่ พิษณุโลก ชลบุรี และที่สุขาภิบาล 3 (รามคำแหง 129) สุราษฎร์ธานี ตรัง หาดใหญ่ โดยสาขาดังกล่าวจะเป็นจุดศูนย์กลางในการกระจายสินค้าเพื่อความสะดวกสบายของสมาชิก และรองรับกับการเติบโตในอนาคตนั่นเอง
และองค์ประกอบที่ 3 คือ เรื่องของการรับรู้หรือการยอมรับ โดยจะต้องให้ผู้ที่เข้าสู่ธุรกิจเกิดการยอมรับ รวมถึงมีความฮึกเหิมในการทำงานตลอดเวลา และมีทัศนคติที่ดีต่อธุรกิจ

ผมขอบอกได้เลยว่า วันนี้คนที่ทำธุรกิจสำเร็จหรือไม่สำเร็จนั้น บางครั้งไม่ได้อยู่ที่การมีเครื่องมือดี หรือว่ามีความสามารถเท่านั้น โดยจะต้องมีความสามารถในการเข้าใจธุรกิจที่ทำด้วย รวมถึงผู้ที่เข้ามาสู่ธุรกิจนี้แล้ว ต้องมีความหวังและเกิดความหวังที่จะทำ ซึ่งจุดนี้ คือ แรงบันดาลใจ ที่จะทำให้เรานั้น อยากที่
จะทำและเกิดความมุ่งมั่นต่อไป

ดร.สมชาย กล่าวอีกว่า ปัจจุบันนี้บริษัทฯ ได้มีการออกแบบรูปแบบการฝึกอบรมใหม่ ซึ่งตนเองเป็นผู้สอน โดยเป็นการให้ความรู้กับสมาชิกที่อยากจะเรียนให้สำเร็จ พร้อมกับต้องการเพิ่มศักยภาพของตัวเอง

วันนี้บริษัทฯ ตั้งเป้าหมาย อยากที่จะมีผู้ที่เข้าร่วมอบรมครั้งละ 1,000 คน ให้ได้ โดยต้องบอกว่า ขณะนี้ จอย แอนด์ คอยน์ มีคนเข้ามาเป็นสมาชิกเดือนละ 10,000 คนเลยทีเดียว และบริษัทฯ ยังมีแนวคิดที่ว่า จะทำอย่างไรให้คน 1,000 คนมีความรู้ให้ได้ ซึ่งหากจะให้สอนคน 10,000 คน คงไม่มีความสามารถแน่นอน

ประธานฯ จอย แอนด์ คอยน์ เสริมต่อว่า ในการเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถ รวมถึงศักยภาพและการนำเสนอ ไปพร้อม ๆ กับการสร้างแรงกระตุ้นให้เกิดการฮึกเหิม และเกิดความเชื่อมั่นในธุรกิจนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความชำนาญ ซึ่งหากเมื่อทุกคนเกิดความชำนาญแล้ว ทุกอย่างก็จะง่ายและการทำงานก็จะสำเร็จด้วย

การทำธุรกิจที่จอย แอนด์ คอยน์ จะสำเร็จหรือไม่สำเร็จ ไม่ได้อยู่ที่ว่า มีความสามารถอย่างเดียว ต้องมีความสามารถทั้งกายและใจด้วย โดยใจก็สำคัญเช่นกัน ทัศนคติต้องดี โดยความพร้อมทั้งหมดที่จอย แอนด์ คอยน์ ได้สร้างในวันนี้ ผมเชื่อเหลือเกินว่า สิ่งเหล่านี้ จะเป็นโมเดลที่จะทำให้ทุกคน ไปสู่ความสำเร็จโดยไม่ยาก ดร.สมชาย กล่าวทิ้งท้าย

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ. ตลาดวิเคราะห์ ประจำวันที่ 1- 15 ธันวาคม 2555 ฉบับ 333

วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

MLM Gossip (ล้วงลับคนธุรกิจเครือข่าย) ซุบซิบ ค่าย จอย แอนด์ คอนย์ (J&C) กับ ดร. สมชาย หัชลีฬหา

 









 


 


 


 


 


 


 


 


สำหรับ ดร.สมชาย หัชลีฬหา บิ๊กบอสใหญ่แห่งขายตรงสะดวกซื้อ J&C ก็ชีพจรลงเท้าไม่ต่างกัน เริ่มจาก ต้นเดือนสัมมนาที่พัทยา ต่อด้วยไป ดูงานขอนแก่น กลางเดือนพาสมาชิก หลายร้อยชีวิตไปหลั่นล้าที่เมืองจีน กลับมาต่อด้วยไปดูงานที่พม่า ปิดท้าย ของเดือนด้วยสัมมนาที่พัทยา Again แล้วเริ่มต้นเดือนด้วยงานของ สมาคม- พัฒนาการขายตรงไทย (TSDA) นี่ยังไม่รวมทริปท่องเที่ยวอเมริกา กับสมาชิก J&C ตอนคริสต์มาส อีกนะเจ้าคะ โอ้ว...มายก็อด ตาราง แน่นได้อีกนะเจ้าคะ ว่าแต่ได้มองหาตัวช่วยไว้บ้างมั้ยเอ่ย เพราะ เห็นสาวๆ รอสมัครเป็นผู้ช่วยส่วนตั๊ว ส่วนตัว ของลูกชายท่าน ดร.กันใหญ่ เลยล่ะเจ้าค่ะ...อิอิ


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ปีที่9 ฉบับที่ 211 วันที่ 16-30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 



วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2555

จอย แอนด์ คอยน์ (J&C) ลุยตลาดโค้งสุดท้ายตบเท้าจัดงานส่วนภูมิภาค


จอย แอนด์ คอยน์ J&C รุกจัดงานฝึกอบรมควบกับการพัฒนาระบบออนไลน์ เสนอแนวทางตลาดแบบใหม่ผ่านเทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมจัดงานใหญ่ตามภูมิภ่ค ประเดิมจัดงานต้นแบบหาดใหญ่ที่แรก ล่าสุดทุ่มทุน 25 ล้านบาท ซื้อที่ดินสร้างห้างโมเดร์นเทรด หาดใหญ่ ลั่นไม่หวั่นสถานการณ์น้ำพร้อมรับมือเต็มที่


ดร.สมชาย หัชลีฬหา ประธานกรรมการ บริหาร บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (J&C) เปิดเผยกับ เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ว่า แผนการตลาดในไตรมาสสุดท้าย บริษัทจะยังคงเน้นการฝึกอบรมให้กับสมาชิก เป็นหลัก โดยในช่วงที่ผ่านมา บริษัทจะเน้นฝึกอบรมให้กับสมาชิกกลุ่มย่อย แต่ในไตรมาสสุดท้ายจะเน้นฝึกอบรมในรูปแบบที่ใหญ่ขึ้น ควบคู่กับการพัฒนาระบบออนไลน์และการนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาใช้ในการดำเนินงาน ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรองรับบริษัท ที่มีการกำหนดให้เป็นขายตรงแบบโมเดิร์นเทรดมากขึ้น


ล่าสุด บริษัทได้จัดงานประกาศเกียรติคุณ MPD ระดับภูมิภาค ประจำปี 2555 ที่อำเภอ หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งงานดังกล่าวจัดขึ้น เพมื่อมอบเข็มเกียรติยศให้กับนักธุรกิจที่ยังไม่ขึ้นตำแหน่งสูงในภาคใต้ โดยการจัดงานดังกล่าวเป็นงานมอบเข็มเกียรติยศในระดับภูมิภาคของบริษัทและจะเป็นงานต้นแบบของการจัดงานในระดับภูมิภาค ซึ่งครั้งต่อไปจะจัดขึ้นในเดือนธันวาคมที่ภาคอีสาน ในจังหวัดขอนแก่น และต่อด้วย ภาคเหนือตามลำดับ


ในส่วนของร้านจอยมาร์ทปัจจุบันมีมากกว่า 40 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งขณะนี้บริษัทไม่มีแผนเน้นการขยายสาขาเพิ่มแต่จะเน้นการปรับรูปแบบของสาขาให้เป็นโมเดิร์นเทรดรวมถึงการเพิ่มจุดบริการ อีวอลเรท ซึ่งปัจจุบันมีจุดบริการ อีวอลเรท เพิ่มขึ้นกว่า 100 จุดทั้งนี้เพื่อเป็นการรองรับการสร้างห้างขายตรงตามจังหวัดใหญ่เพื่อเป็นฮับของภูมิภาคต่างๆ


เราได้จัดสรรงบประมาณ 25 ล้านบาท ซื้อที่ดีประมาณ 3 ไร่ บนถนนลพบุรีราเมศสร้างห้างฯ ขายตรงสะดวกซื้อ สาขาหาดใหญ่ คาดว่หากไม่มีอะไรผิดพลาด ห้างฯ ดังกล่าวจะสามารถเริ่มลงเสาได้ในเดือนกันยายนนี้


สำหรับภาพรวมของธุรกิจขายตรงในไตรมาสสุดท้าย บริษัทมองว่าจากสถานการณ์โลกในปัจจุบันที่ฝั่งยุโรปและสหรัฐอเมริกาได้มีนโยบายคิดอี 3 (มาตรการผ่อนคลายเชิงประมาณรอบ 3 ) เข้ามาช่วยในการเพิ่มสภาพคล่องเศรษฐกิจ ทำให้มีการจัดจ่ายใช้สอยและการลงทุนเพิ่มขึ้นนั้น บริษัทคาดว่าตั้งแต่ปลายปีนี้ไปจนถึงต้นปีหน้าจะทำให้การซื้อขายและการลงทุนในประเทสไทยรวมไปถึงทั่วทวีปเอเชียจะมีการปรับตัวและอัตราการซื้อขาย และการลงทุนจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย


ดร.สมชาย กล่าวต่อไปว่า สถานการณ์น้ำในปีนี้บริษัทไม่ได้กังวลแต่อย่างใด เนื่องจากการที่ได้เฝ้าสังเกตและติดตามสถานการณ์นั้น พบว่า ปริมาณน้ำในเขื่อนยังสามารถรอบรับปริมาณน้ำได้อีก ซึ่งมีปริมาณมากบวกกับทิศทางของน้ำแล้วในปีนี้ไม่น่าจะท่วม หรือหากท่วมจริงๆ บริษัทก็ได้เตรียมมาตรการรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวไว้แล้ว โดยปีนี้บริษัทได้เตรียมสต๊อกสินค้าไว้รองรับสำหรับช่วงเวลา 2 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่โรงงานไม่สามารถผลิตสินค้าได้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตามปีที่ผ่านมาบริษัทไม่ได้ผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมตามสาขาต่างๆ แต่จะมีปัญหาในการขนส่งสินค้าจากโรงงานไปสต๊อกไว้เพื่อจัดจำหน่ายได้ไม่เพียงพอ


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 208 วันที่ 1- 15 ตุลาคม พ.ศ. 2555

วันเสาร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2555

J&C ทุ่มงบเนรมิตงานประกาศเกียรติคุณ MDP ภาคใต้ ประจำปี 2555 สุดอลังการ!!!


เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน 2555 ที่ผ่านมา บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ทุ่มงบกว่า 3 ล้านบาท เนรมิตห้องคอนแวนชั่นฮอลล์ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติ 60 ปี มอ. หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จัดงานประกาศเกียรติคุณ MDP ระดับภูมิภาค (ภาคใต้) ประจำปี 2555 ขึ้น โดยมีดร.สมชาย และดร.กฤตภัค หัชลีฬหา เป็นประธานในงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารของบริษัทฯ มีการแสดงเปิดงานอย่างยิ่งใหญ่อลังการด้วยนาฏศิลป์ไทยประยุกต์ ในงานนี้มีผู้เข้ารับโล่และเข็มประกาศเกียรติคุณ ในตำแหน่ง Manager แผน Balance Team จำนวน 41 รหัส และตำแหน่ง Director แผน Balance Team จำนวน 22 รหัส พร้อมกันนี้ผู้เข้าร่วมงานยังได้โอกาสรับฟังการแบ่งปันประสบการณ์ดีๆ จากผู้ประสบความสำเร็จในธุรกิจ ต่อจากนั้นประธานกรรมการ ดร.สมชาย หัชลีฬหา ได้ขึ้นกล่าวแสดงวิสัยทัศน์และแผนการทำงานของบริษัทที่พร้อมก้าวสู่ ทศวรรษใหม่จอยแอนด์คอยน์ ห้างขายตรงโมเดิร์นเทรดแห่งแรกของไทย ภายในงาน J&C Shop รูปแบบใหม่มาเปิดขายสินค้า รวมทั้งสินค้าจากพันธมิตรธุรกิจกว่า 30 ราย เพิ่อให้พี่น้องสมาชิกชาวใต้ที่เดินทางมาร่วมงานอย่างล้นหลามเกินความคาดหมายกว่า 4,000 คน ได้ช้อปกันอย่างจุใจ ปิดท้ายการฉลองความสำเร็จด้วยมินิคอนเสิร์ตจากนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ฝน ธนสุนทร และการจับฉลากผู้โชคดีรับรางวัล รถยนต์ NISSAN MARCH และในครั้งหน้าเตรียมพบกันที่ภาคอีสาน ซึ่งดร. สมชายได้กระซิบมาแล้วว่ายิ่งใหญ่อลังการไม่แพ้กันอย่างแน่นอน

วันอังคารที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2555

J&C นำทัพผู้พิชิตโปรโมชั่นกว่า 300 คน ตะลุยเที่ยวสิงคโปร์ 3 วัน 2 คืน


เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2 กันยายน 2555 ที่ผ่านมา บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด นำโดยดร.สมชาย และดร.กฤตภัค หัชลีฬหา พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร นำสมาชิกผู้พิชิตโปรโมชั่นกว่า 300 คน ลัดฟ้าตะลุยเที่ยวประเทศสิงคโปร์ 3 วัน 2 คืน เป็นการฉลองความสำเร็จสำหรับขุนพลผู้พิชิตโปรโมชั่นของบริษัทอย่างยิ่งใหญ่ เมื่อเดินทางไปถึงในวันแรกสมาชิกได้ตื่นตาตื่นใจกับความงามของ Marina Bay Sand ศูนย์กลางความบันเทิงแห่งเอเชีย ความอลังการของสวนลอยฟ้า Sands Sky Park จากนั้นปิดท้ายวันด้วยอาหารค่ำสุดหรู พร้อมฟังสัมมนาทางธุรกิจ โดยดร.สมชาย ประธานกรรมการของ J&C ต่อจากนั้นได้เดินทางเข้าพักโรงแรม Mandarin Orchard โรงแรมหรูระดับ 5 ดาวเพื่อการพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบ ถัดมาสนุกกันต่อด้วยการเดินทางเข้าชมอาคารรัฐสภา Parliament House และพลาดไม่ได้กับการถ่ายรูปร่วมกับสัญลักษณ์ของเกาะสิงคโปร์ Merlion หรือสิงโตทะเล ตื่นตากับการชมวิวมุมกว้าง 360 องศา ด้วย Singapore Flyer ที่สูงที่สุดในโลก จากนั้นเดินทางไปสนุกสุดเหวี่ยงกันที่ Universal Studio แห่งใหม่ล่าสุดในเอเชียบนเกาะเซนโตซ่า ปิดท้ายด้วยอาหารค่ำพร้อมปาร์ตี้คาราโอเกะกันอย่างสนุกสนาน สมกับที่มุ่งมั่นทำงานกันมาอย่างต่อเนื่อง วันสุดท้ายสมาชิกทุกท่านได้ช้อปปิ้งอย่างจุใจกับสินค้าแบรนด์เนมมากมายในห้างสรรพสินค้าที่เรียงรายอยู่บนถนนออชาร์ด พร้อมกับอาหารจานเด็ดที่พลาดไม่ได้ นั่นก็คือ ข้าวมันไก่สิงคโปร์อันลือชื่อ ณ ภัตตาคารบุญทองกี่ จากนั้นจึงได้เหินฟ้ากลับสู่กรุงเทพฯกัน พร้อมกับความทรงจำดีๆ และพลังใจที่ลุกโชนพร้อมจะก้าวไปสู่ความสำเร็จกับจอยแอนด์คอยน์ในทริปอื่นๆ อีกครั้ง

วันอาทิตย์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2555

MLM Gossip (ล้วงลับคนธุรกิจเครือข่าย) - ซุบซิบ ค่าย "จอย แอนด์ คอนย์ (J&C)" กับ "ดร. สมชาย หัชลีฬหา"


.....งานนี้เล่นทำเอา ดร. สมชาย หัชลีฬหา ประธานฯ ค่าย จอย แอนด์ คอนย์ ที่มีคอนเน็คชั่นค่อนข้างดีกับ อดีตเลขาฯ สคบ.เกิดอาการอยากร้องเพลง ...ช่างเขาเถอะปล่อยเขาไปทันที...!! หันกลับ ลุยงานของตัวเองต่อ...มิน่าอ่ะคร้าบ...ล่าสุด ขับ รถ Audi รุ่น Q7 คันใหม่ที่ถอยมาไว้ ขับลุยงานต่างจังหวัดโดย เฉพาะ เพื่อขยายสาขา เตรียมรุกเปิดห้างขายตรง โมเดิร์นเทรด ว่ากันว่าราคา ของรถคงไม่ต้องพูดถึงอะนะ ...เพราะแค่เฉพาะราคาป้ายทะเบียน 8888 ก็ซื้อรถหรูคันใหม่มาขับเล่นได้อีกหนึ่งคัน แย้ววววคร้าบบบบทั่น!! .....


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ ธุรกิจเครือข่าย ฉบับที่ 233 วันที่ 1-15 สิงหาคม พ.ศ. 2555

วันศุกร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ข่าวจอยน์แอนด์คอยน์ (J&C) : ให้ "กิมเอ็ง" นำทางเข้า "มหาชน" ใน 3 ปี


ครั้งเมื่อ ดร.สมชาย หัชลีฬหา ประธานกรรมการ บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่นจำกัด ร่วมออก รายการโทรทัศน์ เส้นทางนักขาย ทาง Nation Channel ประจำเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมาได้กล่าวเปิดประเด็นถึงผลการดำเนินงานในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมาว่า


ตัวเลขที่เกิดขึ้นจริง ปัจจุบันค่าเฉลี่ยที่เติบโตยังอยู่ในเป้าที่ตั้งไว้คือ 20% แต่สำหรับจำนวนผู้จำหน่ายอิสระที่เข้ามาร่วมธุรกิจเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ก็มากกว่า 20% นิดหน่อยเติบโตอย่างต่อเนื่องถือว่าอยู่ในเป้าแต่ว่ายังไม่ถูกใจมากนัก และคาดว่าในครึ่งปีหลังน่าจะมากกว่านี้


ทิศทางการเติบโตใน 6 เดือนหลังของปีนี้
ดร.สมชาย กล่าวว่ายังมีความเชื่อว่าการเติบโตจะมากกว่า 20% แน่นอน ด้วยสิ่งที่บริษัทดำเนินการไปนั้นล้วนเป็นนวัตกรรมที่มีอยู่ต่อเนื่องจากที่เริ่มใน 6 เดือนแรกของปีนี้ แล้วก็มีระบบที่พัฒนาเพิ่มขึ้น เช่น เรื่องของการที่มีพันธมิตรหรือนวัตกรรมทางเทคโนโลยี ที่เรียกว่า อีวอลเล็ต ก่อนหน้านี้พยายามสร้างความเข้าใจให้กับผู้จำหน่ายอิสระทั่วไป ถึงระบบเครื่องมือนี้ว่าดีอย่างไร


ปกติแล้วผู้จำหน่ายอิสระเวลาที่ทำธุรกิจ การซื้อการขายจะต้องมาซื้อสินค้าที่สาขาอย่างเดียว แต่วันนี้ระบบของ J&C ออกแบบระบบ อีวอลเล็ต ที่เป็นกระเปาเงินแบบเดบิต ที่ไม่ต้องมารอสั่งออเดอร์ที่สาขา แต่สามารถสั่งออเดอร์ในเว็บไซต์ได้ด้วยตนเองได้ทำด้วยตนเอง เสมือนเป็นเจ้าของธุรกิจเอง แล้วก็มีวงเงินให้ตามจำนวนเงินที่เติมเข้ามา คล้ายระบบ อีสมาร์ทเพิร์ส ดร.สมชายกล่าว และว่า


แตกต่างกันที่ระบบอีสมาร์ทเพิร์สไม่ได้ผลตอบแทนอะไรกลับไป แต่อีวอลเล็ตของ J&C มีผลตอลแทนในแง่ของคะแนนที่ได้ซื้อสินค้าไป มีค่าตอบแทนจากการบริหารศูนย์ ตัวเขาเองสามารถที่จะขายอะไรก็ได้ ที่เวลาขายลูกค้าสามารถออนไลน์ได้ทันที มีผลตอบแทนทันทีเพียงแต่ว่าไม่ต้องขนของไป สามารถให้ลูกค้าไปรับของที่สาขาไหนก็ได้ หรือจะให้ส่งมาที่บ้าน แค่เพียงคลิ๊ก


นี่คือวิธีการที่ J&C ออกแบบเทคโนโลยีมาเป็นเวลา 2 ปีวันนี้ค่อนข้างสมบูรณ์ ทำให้คนทำงานได้ง่ายขึ้น ลองคิดดูว่า บริษัทได้สร้างสาขาอยู่ในจังหวัดใหญ่ๆ ให้สมาชิกที่เป็นผู้จำหน่ายอิสระสามารถมีระบบของตัวเองไปทำงานที่บ้าน เอาสัญลักษณ์ J&C มีชั้นวางสินค้าสักสองถึงสามชิ้น คือเอาสินค้าที่จำเป็นไปวางไว้หน้าบ้านของเรา ก็เหมือนเป็นร้านเล็กๆ คนผ่านไปผ่านมาก็ซื้อขายได้ ทำระบบเองขายเอง ไม่ได้เป็นขายปลีกแต่เป็นระบบที่ขายเอง


เมื่อมีระบบแล้วอยากทำธุรกิจเป็นของตนเอง ต้องทำอย่างไร
สามารถเอาสินค้าเข้าระบบได้ คือ อยากจะเอาอะไรมาขายก็ทำได้เพียงแจ้งกับทางบริษัทเข้ามา เป็นระบบเดียวกับการนำสินค้าไปฝากขายในห้างสรรพสินค้า มีวิธีการที่ไม่แตกต่างกันแล้วก็ง่ายในการทำธุรกิจ ระยะหลังเราจะมีร้านค้าเป็นร้านโชว์ห่วยมาเอาระบบของเราไปใช้เยอะมาก เพราะไม่ต้องวุ่นวายอะไร


สิ่งที่เราค้นพบก็เป็นสิ่งเดียวกับที่เราได้วิจัยมากว่า การที่เราทำให้คนมีระบบอยุ่ในมือเสมือนว่าเขาเป็นเจ้าของธุรกิจ ในแง่มุมของการเป็นเจ้าของกิจการ ถ้าเขาไม่มีระบบเขาไม่สามารถจะจัดการเองและรู้สึกว่าไม่มีความเป็นเจ้าของ ก็จะไม่ต่างอะไรกับผู้บริโภคทั่วไป แต่วันนี้ที่เราชวนมาเป็นหุ้นส่วนคือให้มีความเป็นเจ้าของร่วมกัน


ดร.สมชายกล่าวย้ำว่า เอาระบบไปใช้ บริหารจัดการเอง อยากรู้อะไรก็ได้รู้ เพราะมีฐานข้อมูล หัวใจของการทำธุรกิจคือต้องมีการประเมิน เวลาจะทำอะไรต้องมองว่าจะขายอะไรได้บ้าง มากหรอน้อย ลูกค้าอยู่ตรงไหนของประเทศ แล้วลูกค้าของ J&C เป็นคนประเภทไหน มีรายได้อย่างไร บริโภคครั้งละเท่าไหร่ ต่อหัวต่อคนเท่าไหร่ สิ่งเหล่านี้เป็นข้อมูลสำคัญ ซึ่งตรงนี้ถ้าเข้าในระบบบริหารจัดการ จึงสร้างระบบที่สามารถดูแลจัดการเอง


พอเขามีความเข้าใจระบบจะทำให้รู้สึกว่าเป็นธุรกิจของเขาและอยากจะทำ อยากทำต่อเนื่องเพราะว่าได้เห็นการเติบโตอย่างเป็นรูปธรรมแล้วก็มีการวิเคราะห์ได้ เปรียบเทียบได้ว่าโตอย่างไร มีความสำเร็จอย่างไร


การจับมือร่วมกับ บมจ.โตเกียวมารีนประกันชีวิต (ประเทศไทย)
ในแง่ของการเป็นพันธมิตรกันนั้น J&C ไม่ได้เพียงสินค้าของบริษัทนี้เท่านั้น สินค้าของบริษัทมีอีกหลายพันรายการจะมาจากพันธมิตร เช่น สินค้าอุปโภคบริโภคที่ร่วมกับเครือสหพัฒน์ สินค้าการเกษตรก็มีโรงงานที่มาตราฐานประมาณ 2-3 แห่ง ก็ส่งสินค้าที่ดีให้กับบริษัท มีสินค้าเครื่องสำอาง สินค้าเพื่อสุขภาพ แต่ที่สำคัญสำหรับวันนี้คือ มีการเอาสินค้าเข้ามาตัวหนึ่ง ซึ่งเป็นสินค้าใหม่ ยังไม่มีใครทำก็คือเรื่องของการประกันชีวิต (ไม่ใช่ประกันวินาศภัย)


คือปกติ J&C เราก็มีประกันภัยอยู่แล้ว อุบัติเหตุ วินาศภัยต่างๆ เช่นสมาชิก อาจจะจ่าย 1 พันบาท คุ้มครอง 1 ล้านบาท คุ้มครอง 1 ปีถือว่าเบี้ยถูกมาก อุบัติเหตุ เกิดขึ้น 1 ครั้งรับ 1 ล้านบาท มีคนที่ได้ประโยชน์จากตรงนี้พอสมควร สามารถทำให้เขาประสบความสำเร็จในแง่ของการวางแผนการจัดการลดความเสี่ยง คือการป้องกันความเสี่ยง เพราะทุกคนมีความเสี่ยง แต่ในแง่ของประกันชีวิต ความเสี่ยงของอุบัติเหตุทุกคนก็ระวังอยู่แล้ว


แต่การระวังชีวิตในระยะยาว จึงเป็นการฝากเงินแล้วยังคุ้มครองชีวิตในระยะยาวด้วย เช่นโครงงานเกษียณสำหรับการทำงานวันนี้ไป 10-20 ปี ช่วงที่มีเวลาเก็บเงิน เราเอาเงินไปฝากทุกปี เกิดฝากไปสัก 8 ปี แล้วถืงปีที่ 9 หยุดทำงาน ก็ไม่ต้องฝกอีก แต่รอถึงปีที่ 20 ก็มีเงินตอบแทนกลับมา เป็นเหมือนเงินบำนาญโครงการนี้ดูแลไปจนถึงอายุ 90 ปี สามารถรับเงินไปได้เรื่อยๆ และเมื่อเสียชีวิตก็มีเงินก้อน สามารถส่งต่อให้ลูกหลานได้


การจับมือร่วม ต่างกันอย่างไรกับประกันทั่วไป
ต่างกันตรงที่ประโยชน์ที่จะได้รับในแง่ของผู้จำหน่ายอิสระเอง ถ้าอยากจะเก็บเงินและอยากได้โครงการดีดี ลงทุนน้อยแล้วก็มีผลตอบแทนกลับมาด้วย ตามปกติถ้าเป็นสมาชิกแล้วซื้อประกันคงไม่ได้อะไร แต่ถ้าเป็นสมาชิกของ J&C ซื้อประกันจะได้รับค่าคอมมิชั่นอยู่แล้ว แต่ทางโตเกียวมารีนกรุณายกในส่วนนั้นให้กับทาง J&C แล้วเราก็นำตรงนั้นมาบริหาร เราไม่ได้เอาผลประโยชน์อย่างเดียว


แต่เอาประโยชน์มาแบ่งสรรปันส่วนให้กับสมาชิกที่อยากจะฝากเงิน อยากมีการวางแผนชีวิตในระยะยาว ว่าหลังเกษียณจะมีรายได้จะมีเงินบำนาญให้สักเดือนละ 30,000-50,000 บาท หรือบางคนอยากจะมีรายได้สัก 1 แสนบาท จะอยู่ได้อย่างไร ก็นำเงินมาฝากแล้วค่าคอมมิชั่นที่เราจะให้ เราก็นำมาคืนให้กับสมาขิก ซึ่งในแง่ของคนที่ทำขายตรงแล้ว ถ้าจะเอาค่าคอมมิชชั่นมาเป็นของตัวเองก็ไม่ต้องไปเป็นตัวแทน เพียงเป็นสมาชิก J&C ก็สามารถซื้อประกันได้เหมือนเป็นตัวแทนประกัน


คิดอย่างไรกับโครงการมอบตราสัญลักษณ์พร้อมการประกันภัยสินค้าธุรกิจขายตรงจากสคบ.
นโยบายการมอบตราสัญลักษณ์ถือเป็นเรื่องดี เป็นการยกมาตรฐานอุตสาหกรรมขายตรง แต่ว่าในแง่ของ ผู้ประกอบการไม่ค่อยสบายใจสักเท่าไหร่ที่อยู่ๆก็มีต้นทุน โดยหลักการแล้วได้เข้ารับฟัง ซึ่งผมเองก็เป็นเลขาสมาคมพัฒนาธุรกิจขายตรงไทยมีโอกาสได้เข้าไปร่วมในการร่างระเบียบว่าด้วยเรื่องของการกำหนดกฏเกณฑ์ให้ตราสัญลักษณ์กับผู้ที่ต้องการได้ตราสัญลักษณ์


เมื่อกฏออกมาหลายๆ กฏ เราก็ได้บอกว่า ทำไปแล้วก็เป็นสิ่งที่คณะท่านรัฐมนตรีได้ร่างมาแล้ว การเปลี่ยนแปลงก็จะไปทางท่านรัฐมนตรีซะมากกว่า ซึ่งหมายความว่าเป็นแนวทางที่ดี แต่ว่าก็ต้องเข้าใจเรื่องของอุตสาหกรรมขายตรงด้วยโดยเงื่อนไขก็จะไม่เหมือนซะทีเดียวกับความเข้าใจ กฏเกณฑ์ของท่านรัฐมนตรีบอกว่าอยากให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้อง สคบ. ให้ตราสัญลักษณ์ไปเลยเป็นธุรกิจติดดาว แต่ประเด็นคือจะติดดาวต้องคุ้มครองด้วยนะ


ทำไมธุรกิจขายตรงต้องติดดาว
เมื่อไหร่ที่เกิดความเสียหาย ต้องมีบริษัทประกันมาดูแล หากมีใครร้องเรียนสินค้าไม่ได้มาตรฐาน ซื้อแล้วไม่ตรงกับตามโฆษณา บริษัทประกันภัยจ่ายทันทีที่มีคนร้องเรียน แต่ถ้าจ่ายแล้วภายหลังตรวจพบว่า ไม่ได้เป็นความผิดของลูกค้าแต่เป็นความผิดของบริษัท บริษัทก็ต้องจ่ายเงินให้กับบริษัทประกันต่อ แต่ถ้าเป็นความผิดของลูกค้า ตรงนี้ประกันจะเป็นคนจ่าย จึงเป็นความสุ่มเสี่ยง ที่บริษัทประกันก็ต้องยอมรับว่าทุกปีก็ต้องมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น


ซึ่งตรงนี้เท่าที่ตรวจสอบมาจากหลายๆสมาคม หลายๆผู้ประกอบการ โดยเฉพาะรายใหญ่อาจจะต้องเป็นภาระเพราะว่าเท่าที่ดูตัวเลข เท่าที่ท่านผู้อำนวยการฝ่ายขายตรงสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ที่พิจารณาในเรื่องของเกณฑ์การคิดค่าเบี้ยประกัน เบี้ยการเก็บในแต่ละปี ขึ้นอยู่กับรายได้


เช่นกรณีตัวอย่าง ถ้าไปแจ้งกับทางกรมสรรพกรว่ามีรายได้ 1พันล้านบาท มีเรตเก็บตั้งแต่ 0.1 ประมากณร้อยละ 10 สตางค์ ไปถึง 0.5 ก็คือร้องละ 50 สตางค์ความแตกต่างขึ้นอยู่กับความสุ่มเสี่ยงอาจจะถูกเก็มมากหน่อย ใน 1 ปี จะถูกเก็บถึง 5 ล้านบาท แล้วถ้าบริษัทใหญ่ๆมีรายได้หมื่นล้านบาท จะต้องเสียมากถึง 50 ล้านบาท ถ้าอยู่ในสมาคมแล้วมีประวัติดีอาจจะถูกเรียกเก็บน้อยลงมา หรือลดลงไปกึ่งหนึ่ง ก็ยังถูกเรียกเก็บถึง 25 ล้านบาท แล้วบริษัทใหญ่ๆที่มีการเคลมปีละ 25 ล้านบาท ต้องมาดูกันว่าจะมีแบบนี้หรือเปล่า


ตอนนี้เท่าที่ได้คุยก็ได้รับความกรุณา ได้คุยกับท่าน ผอ. ว่าอาจจะไม่ถึง 0.5 อาจจะเริ่มสัก 0.1 เป็นเกณฑ์ แล้วก็อาจจะเป็น 0.05 ซึ่งบริษัทใหญ่กะเหลือประมาณ 2.5 ล้านบาทต่อปี ก็คือว่าไม่หนักหนาเท่าไหร่ สำหรับเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหม่ผมก็ยังตอบไม่ได้ว่าผลจะเป็นอย่างไร ถามว่าทำให้ผู้บริโภคมั่นใจก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ก็มีความเป็นห่วงเรื่องค่าใช้จ่าย แล้วตัวบริษัทประกันก็มีการกำหนดมาแล้วว่าเป็นบริษัทเดียวกัน จึงตอบไม่ได้ว่าบริษัทอื่นๆ มีระบบการเก็บเบี้ยเท่ากันมั้ย นี่ก็เป็นสิ่งที่ต้องคิดต่อ


ห้างขายตรงสะดวกซื้อเป็นอย่างไรบ้าง สาขาใหม่ที่ไหนบ้าง
ที่เพิ่งเปิดไปก็คือสาขาสกลนคร สาขาประจวบฯ แล้วก็สาขาที่เปิดเร็วๆนี้ก็สาขาพัทลุงที่ทำขึ้นมาใหม่ ส่วนสาขาใหม่ที่เราจะวางแผนเปิดเป็นห้างสรรพสินค้าสะดวกซื้อ เนื้อที่ตั้งแต่ 1,500 ตารางเมตรขึ้นไปจะเริ่มสร้างในเดือนหรือสองเดือนนี้ กำลังรอใบอนุญาตการสร้างสมบูรณ์ ซึ่งนั้นหมายความว่าทุกสาขา ที่สาขาหาดใหญ่ สาขาสุราษฏร์ธานี สาขาตรัง สาขาแพร่ และสาขาพิษณุโลก อันนี้ก็คือสาขาหลักที่จะลงเสาเข็มแล้วก็สร้าง


คาดว่าปีหน้าจะมีสัก 5-6 สาขาที่เสร็จแล้วก็มีความพร้อมที่จะให้บริการสมาชิกแล้วก็มีภาพลักษณ์ที่มองเห็นได้ชัดแล้วก็จับต้องได้เป็นตัวสินค้า เหมือนอย่างที่เราจัดงานเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาบริษัทเองก็มีกรจัดงานแล้วจำลองเหตุการณ์ให้เหมือนห้างจริง คือเอาสินค้าที่หลากหลายไปโชว์อยู่ในงานเลย แล้วก็เห็นว่าสินค้าหมื่นรายการซื้อขายกันอย่างไร สามารถทำให้ทุกรายการกลับมาเป็นประโยชน์กับสมาชิกได้อย่างไร อันนี้ก็ทำให้เห็นอยู่แล้ว


J&C ใช้เกณฑ์อะไรในการเลือกสถานที่สร้างห้าสะดวกซื้อ
ส่วนใหญ่ตอนนี้ที่เป็นนโยบายคือ เลือกพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่น ในย่านธุรกิจ พื้นที่ทุกพื้นที่ในจังหวัดใหญ่ๆ ส่วนใหญ่พื้นที่จะอยู่ใกล้กับห้างบิ๊กซี โลตัส จะอยู่ในเส้นเดียวกัน ไม่ห่างกันมาก ถึงห่างก็ไม่เกิด 2 กิโลเมตร อย่างที่สาขา พิษณิโลกก็ใกล้กันเลย แล้วก็สาขาแพร่อยู่ตรงข้ามกันเลย ทุกที่จะไม่ห่างกันมาก


ภาพของ J&C อีก 5 ปีจะเป็นอย่งไร
สิ่งที่เป็นโมเดลทั้งหมดที่พูดมา จะเป็นรูปธรรมทั้งหมดใน 3 ปีข้างหน้า ผมมั่นใจเหลือเกินว่า คงจะเห็นเป็นภาพเด่นชัด ไม่ว่าจะเป็นสาขาที่เสมือนว่าเป็นห้างจริงๆ บรรยากาศรูปร่างหน้าตาคงจะคล้ายๆกับเทสโก้ โลตัสมินิ ที่เราคุ้นเคยกันตามต่างจังหวัด ของเขาชั้นเดียวของเราอาจจะเป็นสองชั้นหรือสามชั้น เพราะธุรกิจนี้ไม่ใช่แค่จับจ่ายใช้สอยเพียงอย่างเดียว แต่ว่าเรามีระบบฝคกอบรมที่จะทำให้คนที่ไม่เก่งไม่รู้อะไรเลยเข้ามาเรียนรู้ ฉะนั้นชั้นสองหรือชั้นสามจะเป็นที่ฝึกอบรม


ถ้าโมเดลนี้สำเร็จเราอยากจะให้เกิดขึ้นเร็ว ซึ่งเพื่อเหลือเกินว่า 3 ปีบริษัทคงมีความพร้อมในการลงทุน และถ้าจำเป็นต้องระดมทุนเราก็จะเป็นบริษัทมหาชน โดยหาคนที่สนใจร่วมลงทุน เท่าที่เราคุยไปแล้ว แล้วอยู่ในชั้นเตรียมตัวไว้ อยู่ที่ว่าจะเข้าหรือไม่เข้าอันนั้นเป็นอีกเรื่อง ณ ตอนนี้ก็เริ่มใช้ ออดิเตอร จากตลาดหลักทรัพย์


ดร.สมชายกล่าวว่า สำหรับพี่เลี้ยงใหญ่ ก็คือคนที่เรารุ้จักคุ้นเคยกันดีก็คือ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำของไทย ซึ่งวันก่อนได้คุยกับคุณมนตรี ศรไพศาล ซึ่งท่านก็เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท กิมเอ็ง ท่านกรุณาบอกว่ายังไงก็แล้วแต่ จะมาดูแลเรื่องนี้ จะทำยังไงต้องการใช้เงินทุนอย่างไร แล้วก็ทำให้ประชาชนมีโอกาสได้มีส่วนร่วมเป็นเจ้าของร่วม J&C ได้ ท่านก็บอก เกรงว่าสมาชิกจะซื้อกันเอง


ท้ายรายการ ดร.สมชาย หัชลีฬหา กล่วว่า สำหรับผู้สนใจเข้าร่วมงานกับ J&C ท่านยินดีให้คำปรึกษาเพื่อการตัดสินใจก่อนร่วมงาน โดยเน้นย้ำว่า J&C เป็นบริษัทขายตรงที่มี เครื่องมือ พร้อมสนับสนุนการทำงานให้นักธุรกิจอิสระอย่างสมบูร์ ด้วยความภูมิใจที่ทำให้ทุกคนมีเขี้ยวเล็บจะไปต่อกรกับการแข่งขันที่เข้มข้นในตลาด นอกจากนั้นบริษัทยังเปิดดอกาสให้ทุกคนได้แข่งขันและรับโปรโมชั่นช่วยซ้าย 5 คน ขวา 5 คน เป็นองค์กรเข้ามา รับเพียง 200 คน แล้วเราจะทำให้คนเหล่านั้นประสบความสำเร็จต่อไป!!


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ธุรกิจเครือข่าย ฉบับที่ 233 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 1-16 สิงหาคม 2555