ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวธุรกิจเครือข่าย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวธุรกิจเครือข่าย แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ข่าวขายตรง (MLM) : ช้านักก็ต้อง 'ซื้อ' !







Currency-Exchange (Mobile)

 


วันนี้กับวงการขายตรงบ้านเรา ประเด็นการซื้อหัวบริษัทขายตรงที่มิได้ทำกิจการแล้ว เปลี่ยนเจ้าของใหม่ แล้วลุยขายตรง หรือประเด็นความล่าช้าในการออกใบอนุญาตของธุรกิจขายตรงที่ขอจดทะเบียนใหม่ จาก สคบ. ยังคงเป็นประเด็น "ทอร์คออฟเดอะทาวน์" กันในวงการนี้กันต่อไป เอาแค่สองประเด็นนี้ ในมุมมองของผู้เขียน หากให้ผู้เขียนมองในมุมของเอกชน ก็น่าจะมีมุมมองที่แตกต่างไปจากราชการ

อย่างเหตุและผลของการซื้อหัวบริษัทขายตรงที่มีใบอนุญาตจาก สคบ.อยู่แล้ว ถ้าเรามองเป็นเรื่องปกติ ก็ไม่น่าจะเป็นไร แต่หากมองไม่ใช่เรื่องปกติ ก็อาจว่ากันได้ ที่ว่าเป็นเรื่องปกติในมุมมองเอกชน อาจมองว่า ขี้เกียจเสียเวลายื่นจด สคบ. ใหม่ ซื้อแล้วเปลี่ยนกรรมการ เปลี่ยนชื่อบริษัท ก็เสร็จเรื่อง ส่วนจะเปลี่ยนแผนจ่ายผลตอบแทนใหม่หรือไม่ค่อยว่ากันอีกครา ส่วนมากผู้ที่ซื้อหัวบริษัทที่ผ่าน สคบ. แล้ว เกือบ 100% มีการปรับแผนการจ่ายผลตอบแทนแน่นอน โดยแจ้งไปยัง สคบ. เป็นลายลักษณ์อักษร ขอเปลี่ยนแผน เปลี่ยนคณะกรรมการ หรือบางทีพ่วงโลโก้ใหม่แถมไปด้วย การซื้อหัว ถามว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ คำตอบคือ "ถูก" เหมือนกับการเทคโอเว่อร์บริษัท ซึ่งสำหรับขายตรงในยุคที่ผ่านลายเซ็นต์ยากในสมัยปัจจุบัน

แต่ในมุม สคบ. อาจมองว่า กลุ่มคนบางกลุ่มขอยื่นจดทะเบียนขายตรง กับ สคบ. เพื่อไปจำหน่ายต่อ ปัจจุบันนี้ก็มีมากพอสมควร คนพวกนี้ทำกันเป็นกระบวนการ หรือไม่ก็ทำหน้าที่จัดหาให้ บอกขายกันในราคาตั้งแต่หลักล้าน ลดหลั่นมาจนถึงหลักหมื่น ต่อ 1 หัวบริษัท ปัจจุบันก็เลยเกิดอาชีพใหม่แฝงเข้ามาในวงการนี้การซื้อหัว สคบ. ปัจจุบัน เอกชนคงเข้าใจว่า ซื้อหัวที่ผ่านแล้ว หมายความว่ากฎหมายคงรับรองไปแล้ว ถึงแม้ว่าจะขอยื่นจดแผนใหม่ กฎหมายก็คงให้อภัยในช่วงที่ข้อยื่นจดแผนใหม่ ทั้งๆ จริงๆ ก็ยังผิดกฎหมายอยู่ดี หากดำเนินแผนการตลาดแผนใหม่ โดยยังไม่ผ่านการอนุมัติจาก สคบ. เพียงแต่อาจเข้าใจว่า สามารถประนีประนอมกันได้ ยังไม่ถึงขั้นร้ายแรง เหมือนกับ ดำเนินธุรกิจแล้วยังไม่มี สคบ. เลย ในทางกลับกัน ผู้เขียนคิดว่า สถานการณ์นี้ป้องกันได้ หาก สคบ. ไม่เป็นอย่างที่เขาเล่าว่า ยุคคุณ "จิรชัย" นั่งเลขาฯ เซ็นต์อนุมัติใบอนุญาตยากที่สุดในประวัติศาสตร์

นี่ก็เหมือน "เหล้าเก่า ในขวดใหม่" ที่เราเก็บมาตอกย้ำกันอีกรอบ สาธุๆ ผู้เขียนอาจเข้าข้างท่านว่า คงมีเหตุและผลหลายประการที่ท่านจำเป็นต้อง "สะตริ๊ก" ในการออกใบอนุญาตแต่ละใบเพราะในแวดวงธุรกิจขายตรงบ้านเราปัจจุบัน เสือ สิงห์ กระทิง แรด ก็เยอะเหลือเกินจริงๆ ธุรกิจสีแดง สีเทา สีดำ ก็เยอะเหลือหลายอย่างที่เขาว่า

เจ้าของกิจการบางรายก็เหลือเกินถูกกฎหมายไม่ค่อยชอบ ดันทะลึ่ง เล่นนอกกรอบกันอย่างเดียว อย่างบริษัทขายตรงแถวอิมพีเรียล ลาดพร้าว ก็มีบางบริษัท เล่นบทเอกชน ไม่สนกฎหมายยังไง ยังงั้น ตั้งท่าจะระดมเงินโกยเข้ากระเป๋าท่าเดียว แต่ แต่! ผู้เขียน อยากให้ท่านเข้าใจว่า การดำเนินธุรกิจขายตรงนั้น ไม่ใช่ว่ารอให้ผ่าน สคบ. ก่อนแล้วค่อยเปิดกิจการ บางครั้ง ผู้ประกอบการเขาดูที่จังหวะ โอกาส และต้องเตรียมงานล่วงหน้าเกิน 2 เดือน ถ้ามัวรอใบอนุญาตออกมาก่อน ซึ่งไม่รู้ปีไหน ถ้าแผนที่ยื่นไม่ได้โอเว่อร์อะไร ไม่ได้ผิดกฎหมายอะไร ผู้เขียนคิดว่า ท่านก็ไม่ควรดองเค็มไว้อย่างที่เขาร่ำลือกัน เพราะภาคธุรกิจจะได้รับความเสียหาย ไหนต้องลงทุนบุคลากร Back Office ควานหาผู้นำ จ่ายค่าสินค้า เตรียมการไว้เสร็จสรรพ แต่ สคบ. ยังไม่ผ่าน ก็ทำให้ธุรกิจสะดุด

3 เดือนยังไม่ได้ สคบ. แม่ทีมก็หาย สมาชิกก็ขาดความเชื่อถือ ธุรกิจก็ยากที่จะเดินต่อไปข้างหน้า ทุนรอนก็ริบหรี่ 3 เดือนแล้ว ยังไม่ได้รับการอนุมัติ ก็มีทางเดียวนะท่าน คือ "ถ้าช้านักก็ต้องซื้อหัวชาวบ้าน" อย่างเดียว อะนี่โทษกันไม่ได้ และอย่าได้ขัดขวาง หรือมองในแง่ร้ายกันเชียว


 


 


 


Credit By :http://www.ryt9.com

วันอังคารที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2556

ดี เน็ทเวิร์คเวิลด์ไวด์(D Network ) เปิดสำนักงานใหม่ใจกลางสาทรหวังกระทุ้งยอด 600 ล้าน







D network

 


เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2556 บริษัท ดีเน็ท เวิร์คเวิลด์ไวด์ จำกัด ขายตรงน้ำดีสัญชาติไทยได้เปิดตัวสำนักงานแห่งใหม่ บนชั้น 7 อาคาร ไทยซีซี ทาวเวอร์ เนื้อที่กว่า 220 ตารางเมตร ย่านธุรกิจใจกลางเมือง ภายใต้แนวคิดเปิดตลาดสู่กรุงเทพชั้นใน พร้อมทั้งภายในงานได้ประกาศเปิดตัว Dnetworkbook(www.dnetworkbook.com) โดยความร่วมมือกับ คุณ ณัฐชัย เตชะวิเชียร กรรมการผู้จัดการบริษัท วัน สต๊อป ครีเอชั่น จำกัด ทายาทโรงพิมพ์ยักษ์ใหญ่ ตั้งเป้าให้เป็น Online bookmart ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ขานรับนโยบายเมืองหนังสือโลก


โดย อ.สาคร ใสกมล ประธานผู้ก่อตั้ง คุณภูมิสนอง หล้าสุด และ คุณอุทัย แจ่มฟ้า ผู้ร่วมก่อตั้ง พร้อมทีมงานครบทีม ถือฤกษ์งามยามดีประกอบพิธีทางศาสนาพุธเพื่อความเป็นสิริมงคลในช่วงเช้า จากนั้นจึงได้จัดงานแถลงข่าวพร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ Six Powder อาหารเสริมสุขภาพครบวงจรภายในกล่องเดียว หวังกระตุ้นยอดธุรกิจทะลุ 600 ล้านบาท จากนั้นได้เปิดตัวบ้านหลังใหม่ พร้อมประกาศความร่วมมือกับทายาทพันล้านนักธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ เปิดตัว Dnetworkbook(www.dnetworkbook.com) โปรเจค Online Bookmart ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยซื้อหนังสือพร้อมได้รับ PV หวังลุยตลาดผู้ที่รักการอ่านโดยมีหนังสือกว่าหนึ่งพันหัวเรื่องในปัจจุบัน


ทั้งนี้บริษัทยังได้จัดงานประชุมขึ้น ณ ห้องแกรนด์ฮอลล์ ชั้น 9 ตึก ไทยซีซี ทาวเวอร์โดยมีพวกเข้าร่วมงานกว่า 500 ท่าน เพื่อรับฟัง วิสัยทัศน์ แนวคิดดีๆ จาก 3 ผู้ก่อตั้ง บริษัท ดีเน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด อีกทั้งไฮไลท์ในงานสำหรับผู้ที่ซื้อพ็อกเก็ตบุ๊ค ทำไมต้อง ดีเน็ทเวิร์ค (Why D Network) ลุ้นทองถึง มูลค่ากว่า 150,000 บาท จำนวน 12 เส้น พร้อมแจกผู้โชคดีในงานอีก 1 ท่าน เรียกได้ว่างานนี้เล่นเอาสมาชิกหลายท่านได้เฮกันอย่างสนุกสนาน


[gallery ids="16481,16482,16483,16484,16485,16486,16487,16488,16489,16490,16491,16492,16493,16494,16495,16496,16497,16498,16499,16500,16501,16502,16503,16504,16505,16506,16507,16508,16509,16510,16511,16512,16513,16514,16515,16516,16517,16518,16519,16520,16521,16522,16523,16524,16525"]

วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2556

ข่าวลาชูเล่(La Chul): พิธีประดับเข็มวันแห่งศักดิ์ศรี เวทีแห่งเกียรติยศ ลาชูเล่ ประจำปี 2555








 


ลาชูเล่...จัดพิธีประดับเข็มฉลองชัยแห่งความสำเร็จ สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการเกษตรอินทรีย์โชว์พืชผล บิ๊ก...จัมโบ้ ไจก้า ลาชูเล่ ปลอดสารพิษ 100% และปลุกตำนานทำขวัญข้าว ประเพณีวัฒนธรรมที่เก่าแก่ที่สุด สมศักดิ์ศรี...ยิ่งใหญ่...อลังการ...เหนือคำบรรยาย


ร.ต.ต. ดร.สุรเชษฐ์ เชื้อศรี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลาชูเล่ คอสเมติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท ลาชูเล่ (เอเชีย) จำกัด ได้ถือฤกษ์งามยามดี จัดงาน วันแห่งศักดิ์ศรี เวทีแห่งเกียรติยศ ประจำปี 2555 ในวันเสาร์ที่ 23 มีนาคม 2556 ณ ชั้น 4 ห้องวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ อย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งในปีนี้ ร.ต.ต. ดร.สุรเชษฐ์ เชื้อศรี แม้ทัพใหญ่ผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกลมุ่งมั่นเต็มใจเนรมิตงานประดับเข็มเกียรติยศแห่งความสำเร็จ ด้วยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชิดชูเกียรติและประดับเข็มเกียรติยศแห่งความสำเร็จ ด้วยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชิดชูเกียรติและประดับเข็มเกียรติยศแห่งความสำเร็จให้กับผู้บริหารการขายทั้ง 2 บริษัท ซึ่งรางวัลอันยิ่งใหญ่นี้เกิดจากความมุ่งมั่น ความพากเพียร ความอุตสาหะที่มีมาอย่างต่อเนื่องของทุกคน


ภายในงานมีการจัด มหกรรมแสดงผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม พร้อมบูทชงชิม ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มลดน้ำหนัก เข้าสู่ช่วงพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ที่หาดูได้ยาก พิธีทำขวัญข้าว สืบสานตำนานพระแม่โพสพ ประเพณีวัฒนธรรมของชาวนาที่เก่าแก่ที่สุด นำโดยศิลปินแห่งชาติ แม่ขวัญจิต ศรีประจันต์ ตำนานแม่เพลงพื้นบ้านและเพลงอีแซวอันดับหนึ่งของประเทศไทย พร้อมโซนนิทรรศการซึ่งประกอบไปด้วย ทุ่งเศรษฐี...เกษตรอินทรีย์ชีวภาพ ตื่นตากับพืชผลที่ใหญ่ที่สุด จากการใช้ ไจก้า ลาชูเล่ อาหารเสริมพืช ดินและน้ำ ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง นำเข้าจากประเทศอิสราเอล มหัศจรรย์แห่งการเกษตรยุคใหม่ และร่วมพูดคุยกับเกษตรกรผู้ใช้จริงทั่วทุกภาคของประเทศไทยอย่างใกล้ชิด ถัดมาสู่โซนเสริมอาหาร...สัมผัสประสบการณ์จริงและเห็นผลถึงผลลัพธ์จากการทาน ไบโอ เอนไซม์ ไลฟ์ พลัส อาหารเสริมนำเข้าจากเยอรมนี ฟื้นฟูสุขภาพ...ลดเบาหวาน...ต้านโรคร้าย ช่วงพิธีการในห้องวายุภักษ์พบกับเคล็ดลับสู่ความสำเร็จ ความสวยงามของการเริ่มธุรกิจกับลาชูเล่ จากท่านรองประธาน ดร.วรวุฒิ เจริญศรีพรพงศ์ ลุ้นระทึกกับช่วง จับ แจก ลุ้นรับรางวัลใหญ่รถจักรยานยนต์ฟีโน่รุ่นล่าสุด และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย มูลค่ากว่า 500,000 บาท

ปิดท้ายด้วยคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบจาก ตำนานเพลงเพื่อชีวิต คาราบาว และในช่วงท้ายสุดของงานยังมีการเซอร์ไพร้ส์สุดพิเศษตัดเค้กฉลองวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 54 ปี ร.ต.ต. ดร.สุรเชษฐ์ เชื้อศรี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลาชูเล่ คอสเมติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัทในเครือ


[gallery columns="4"]

ข่าว จี พินนาเคิ้ล(G Pinnacle): จี พินนาเคิ้ล จัดหนัก มีนา พารวยแจกมากกว่า 5 ล้าน








โดยเมื่อวันเสาร์ที่ 9 มีนาคม 2556 ที่ผ่านมา บริษัท จี พินนาเคิ้ล จำกัด (G Pinnacle Co., Ltd.)จัดแคมเปญแบบเน้นๆ เดือนมีนาคมโดยใช้ชื่อแคมเปญว่า "มีนา พารวย" แจกรถโตโยต้า คัมรี่ ถึง 4 คัน โดยบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคัก นำทีมโดย อ. อธิวัฒน์ รุ่งเรืองอัครสิน กล่าวตอกย้ำเรื่องสุดยอดโปรแกรมการตลาด โปรแกรมรายได้ที่เยอะแบบไร้ขีดจำกัด เท่านั้นยังไม่พอ ทางบริษัทยังมีผู้มากความสามารถอีกหลายท่าน อาธิเช่น ดร.จิรศักดิ์ โรจเสน , อ.ภูริวัฒน์ แก้วชังกล่าวเรื่อง ความมุ่งมั่นตั้งใจ ในธุกิจ MLM นอกจากนี้ยังได้มีการแนะนำผลิตภัณฑ์ของบริษัทด้วยเช่น โปรไบโอเฮริ์บ ชมพู , โปรไบโอเฮริ์บ เขียว , คอลลาเจน , ดิวตี้พลัสพร้อมทั้งมีจัดชงชิม ให้สมาชิกได้ลิ้มลองรสชาติของสุดยอดน้ำสมุนไพรกันถ้วนหน้าบรรยากาศภายในงานโดยรวมเป็นไปอย่างคึกคักตลอดทั้งงานสำหรับผู้ที่พลาดมาในงาน มีนา พารวย ไม่ต้องเสียใจไป เพราะ บริษัท จีพินนาเคิ้ลทุ่มงบ จัดประชุมย่อย OPP ทุกวันอาทิตย์ สามารถสอบถามผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม ได้ที่บริษัท จีพินนาเคิ้ล จำกัด โทร 02-580-9906 หรือ www.gpinnacle.co.th


[gallery columns="4"]


 

วันพุธที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2556

ไอยรา แพลนเน็ต (Aiyara Planet): งาน Grand Opening The Aiyara ปักธงไอยรา ขายตรงสีขาวสายเลือดไทย








เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2556 ที่ผ่านมา ทาง ไอยรา แพลนเน็ต (Aiyara Planet) ได้จัดงาน Grand Opening ปักธงไอยรา พร้อมเปิดตัว 4 ผลิตภัณฑ์ใหม่รุกตลาดอาหารเสริมสุขภาพความงาม โดย "นายจิรชัย มูลทองโร่ย" เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สำนักนายกรัฐมนตรีได้ให้เกียรติร่วมงานมอบรางวัลเกียรติยศ ณ โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ


ดร.กัมปนาท บุญราศี ประธานฯ บริษัท ไอยรา แพลนเน็ต จำกัด ได้กล่าวเปิดงานพร้อมให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนถึงวิสัยทัศน์ไอยราเกี่ยวกับแผนธุรกิจในปี 2556 ว่าต้องการเป็นบริษัทขายตรงที่เป็นสีขาวอย่างแท้จริง และจะพยายามสร้างแบรนด์ไอยราฯ อย่างต่อเนื่องตามช่องทางต่างๆ โดยยึดหลักความเป็นแบรนด์ที่ดีมีคุณภาพ สามารถทำให้คนประสบความสำเร็จได้ อีกทั้งยังมั่นใจ Aiyara Academe ที่ปลุกปั้นนักธุรกิจให้ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ไฮไลท์ของงานนี้คือการเปิดตัว 4ผลิตภัณฑ์ คือ คอลลามิน คอนลาเจนจากปลาทะเล แอล-กลูต้าไธโอน แอล-คาร์นิทีน Q10 และเซซามิน กาแฟปรุงสำเร็จ วีซ่า กาแฟ รสเข้ม เต็มประโยชน์ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมนูทรีสริม สุดยอดผลิตภัณฑ์ลดกระชับสัดส่วนสูตรใหม่ล่าสุด และ ออร่า ซันสกรีน SPF 50 PA +++


โดยภายในงานพบกับกิจกรรมภายในบูธต่างๆมากมายและยังมีการเปิดตัว แบรนด์แอมบาสเดอร์เครื่องสำอางคุณภาพเกรดพรีเมี่ยม นางสาวไทยปี 2553 น้องกิ๊ฟ กฤชภร หอมบุญญาศักดิ์ และยังมีการแสดงมินิคอนเสิร์ต โดยศิลปินชื่อดังอย่าง ไอซ์ ศรัณยู ทำเอาบรรยากาศหน้าเวทีภายในงานคับคลั่งไปด้วยเหล่าบรรดาแฟนเพลงอย่างล้นหลาม และช่วงท้ายสุดของงานยังมีการจับรางวัลใหญ่ แจกรถยนต์นิสสัน มาร์ช 1คัน มูลค่า 500,000 บาท งานนี้ถือว่าสำเร็จลุล่วงตรงตามคอนเซปต์ที่ท่านประธานได้กล่าวไว้ว่า We Care We Share We Glow อย่างแท้จริง

จัดทำเรียบเรียง www.thaimlmnews.com


[gallery columns="4"]

วันพุธที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2556

ข่าวนีโอไลฟ์ (Neo Life) : วางแผนชีวิตสไตล์นักธุรกิจ ท้าความสำเร็จไปกับ นีโอไลฟ์









มักจะมีคำพูดอยู่เสมอว่าการที่คนเราจะทำอะไรซักอย่างนั้น ถ้า อยากประสบความสำเร็จ จะต้องคิดแปลก และ ต่างจากคนอื่น เพราะในยุคปัจจุบันคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า ธุรกิจเครือข่าย ถือ ได้ว่าเป็นยุคที่มาแรงที่สุด เพราะสามารถตอบสนองความต้องการของ ผู้คนได้ทุกเพศ ทุกวัย ทุกฐานะ และทุกระดับการศึกษา


แวดวง ผู้นำ หรือ นักธุรกิจอิสระ สำหรับปักษ์นี้เราจึงมา เกาะติดกับตัวแทนคุณภาพที่สามารถซิวความสำเร็จมาครอบครองได้ ภายใต้รอบรั้ว นีโอ ไลฟ์ และจะขอจารึกลงในคอลัมน์ คลับเงินล้าน กันอีกครั้ง
เปิดผนึกหนุ่มนักสู้ที่มากความสามารถจนก้าวสู่ความสำเร็จใน การทำธุรกิจเครือข่าย ที่เริ่มจาก การคิดดี ทำดี พูดดี ชีวิตใหม่จึง บังเกิดกับผู้ชายคนนี้...จักรี พุทธา...ล่าสุด ประสบความสำเร็จสูงสุด กับการก้าวสู่ตำแหน่ง ประธานฝ่ายการตลาด บริษัท นีโอไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้อย่างน่าชื่นชม..!! ซึ่งเจ้าตัวได้ออกมาบอกกล่าวถึงความสำเร็จในครั้งนี้ ว่า การที่ เราขึ้นมาสู่จุดนี้ได้ก็เพราะการที่คิดดี พูดดี ทำดี เมื่อก่อนผมเป็นคนไม่ เอาใครไม่ค่อยคบเพื่อแต่เมื่อผมเข้ามาสู่บริษัท นีโอ ไลฟ์ทำให้ชีวิต ของผมนั้นเปลี่ยนแปลงไปในหลาย ๆ ด้าน
หากมองย้อนอดีตชีวิตหนุ่มผู้นี้ จักรี พุทธา เรียนจบทางด้าน ศิลปะ ทำงานด้านออกแบบลายผ้าอยู่ประมาณ 20 ปี จนได้ขึ้นตำแหน่ง ผู้จัดการแผนกโฟโต้กราฟิกออกแบบลายผ้า นี่คือ งานประจำหรือ มนุษย์เงินเดือน ที่ยึดอาชีพนี้มาตลอดระยะเวลา 20 ปี แต่เมื่อมอง ลงไปในกระเป๋าค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันนั้น รายรับแทบจะไม่พอกับ รายจ่ายในแตล่ะเดือน แตเขาผู้นี้ก็ยังมีหวังและพกพาความฝันที่ยิ่งใหญ่ ที่เก็บไว้ในใจอยู่เสมอ...แม้ขณะที่ยึดอาชีพงานประจำทำเป็นหลักอยู่ อยู่มาวันหนึ่ง...เมื่อฟ้าเป็นใจให้เดินเข้าสู่โลกใบใหม่กับ ธุรกิจ ขายตรง เพียงก้าวแรกโดนหลอกเข้าอย่างจัง เพราะไม่มีความรู้ใน ศาสตร์ของธุรกิจนี้อย่างแท้จริง ชีวิตที่เคยมุ่งหวัง กลับถูกปิดแทบจะสนิท อีกครั้ง และที่สำคัญไม่เคยมีความศรัทธาในธุรกิจขายตรงแต่อย่างใด เพราะยิ่งเหลียวมองไปดูชีวิตพี่สาว ที่ต้องล้มลุกคลุกคลานกับธุรกิจเครือ ข่ายมาหลายต่อหลายบริษัท แต่ก็ไม่เคยประสบความสำเร็จเสียที...
แต่ด้วยความตั้งใจ...เพราะการที่คนเราที่ทำอะไรแล้ว ต้องทำจริง และรู้ให้จริงยึดถือเป็นที่มั่นจึงลองเปิดใจ ศึกษาอย่างจริงจัง ผลที่ได้ รับคือ ไม่ว่าธุรกิจใดหากเราตั้งใจและลงมือทำอย่างจริงจังแล้ว ก็พบกับ ความสำเร็จ ที่เป็นจริง ทุกครั้งไป ...และที่นี่ นีโอ ไลฟ์ ก็เช่นเดียวกัน เมื่อลงมือทำและตั้งใจจริง เพียงเดือนแรก จักรี มีรายได้เข้ากระเป๋า 10,000 บาท นี่คือจุดเปลี่ยน ชีวิต นับแต่วินาทีนั้นมา... เพราะขายตรงเป็นเรื่องง่าย หากเราตั้งใจศึกษาและเรียนรู้โดย เฉพาะค่าย นีโอ ไลฟเขามีระบบการเรียนรู้ทางด้านธุรกิจขายตรงทุก อย่างพร้อมเพรียง ทั้งระบบการเรียนรู้ในหลักสูตรต่าง ๆ และทักษะใน การดำเนินธุรกิจ ตัวเราเพียงแค่เปิดใจยอมรับและนำตัวเองไปเรียนรู้ ระบบของบริษัท ซึ่งถ้าเรียนรู้อย่างถูกต้องแล้วมันก็จะไมมี่อะไรยาก และ สามารถลงมือปฏิบัติได้ทันที ถึงแม้จะมีการลองผิด ลองถูก ในช่วงแรก บ้าง แต่สุดท้ายก็หาอะไรที่เป็นสไตล์เรา...ได้ ณ วันนี้ นีโอ ไลฟ์ เป็นบริษัทมหาชนที่เป็นของประชาชนอย่าง แท้จริง เพราะที่นี่เปิดขึ้นมา เพื่อให้คนมาฝากชีวิตใหม่และสามารถรํ่ารวย บนเส้นทางขายตรงที่หล่อเลี้ยงครอบครัวได้อย่างไม่อายผู้ใด..!!
เมื่อก่อนผมไม่เคยคิดว่า ชีวิตผมจะมาฝากไว้กับธุรกิจเครือข่าย แต่ตอนนี้ บริษัท นีโอ ไลฟ์ฯ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ผมสามารถฝากชีวิต ไว้กับบริษัทนี้ได้ เพราะตอนนี้ครอบครัวของผมทุกคนได้มาทำธุรกิจ ขายตรงและเข้ามาฝากชีวิตไว้กับที่นี่ นีโอ ไลฟ์ กันทั้งครอบครัว จักรี เกริ่นถึงเส้นทางในอดีต และเล่าเทคนิคการทำธุรกิจต่อว่า การเป็นนักธุรกิจเครือข่ายที่ดี เราต้อง คิดดี ทำดี พูดดี อย่าง ที่เอ่ยมาในตอนต้น และตอกยํ้าการคิดบวก เพราะธุรกิจเครือข่ายถ้าใคร คิดลบจะไม่ประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน คือจะต้องคิดบวกเท่านั้น ถึงแม้กระทั่งโดนด่าว่าร้ายก็ตาม และไม่จำเป็นจะต้องตอบโต้ เพราะการ ทำ ธุรกิจ นีโอ ไลฟ์ ไม่ซื่อสัตย์แม้แต่ครั้งเดียว ก็เป็นอันว่า จบ... เปรียบเสมือน นํ้าผึ้งหยดเดียว หากทำไม่ดีเพียงครั้งเดียว ก็เสียหาย ไปหมดทั่วทั้งองค์กร จักรี ยังมีสิ่งดี ๆ ที่ได้รับจากธุรกิจ นีโอ ไลฟ์ ที่เห็นได้ชัด นั่นก็คือ นิสัยของตัวเราเองเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น รู้จักเข้าสังคม รู้จัก การวางตัวเป็นผู้นำที่ดี และการให้กำลังใจกับคนที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อน
บัดนี้...จักรี อยู่ในธุรกิจเครือข่ายมา 3 ปี 4 เดือน มีรถทั้งหมด 3 คัน และคันล่าสุดคือ เบนซ์ COS 250 ราคาประมาณ 5,600,000 บาท และมีบ้านอีกหนึ่งหลังบนเนื้อที่ 125 ตารางวา ราคาเฉียด 5 ล้านบาท และติดทริปการท่องเที่ยวต่างประเทศทุกครั้งที่มีการจัดโปรโมชั่นรวมทั้งสิ้นประมาณ 14 ครั้ง ทั้งทริปในและนอกประเทศ ปัจจุบัน จักรี ยังคว้ารายได้ 6 - 7 หลักมานอนกอดแบบสบายใจ และอีกสิ่งหนึ่งที่เขานั้นต้องการมากที่สุด นั่นก็คือ การนำพาทีมงานให้รับ รายได้หลักแสนต่อเดือน เพราะทุกคนต่างมีความมุ่งมั่นและตั้งใจจริงใน สิ่งนี้...กันทุกคน ต้องบอกว่า ทุกคนมีความฝัน แต่หลายคนก็เก็บความฝันนั้นเข้า กระเป๋า สมมติว่า มีเงินเดือน 10,000 บาท ทำอย่างไรถึงจะได้บ้านราคา เป็น 10 - 20 ล้านบาท ก็ต้องทำงานกี่ปี 50-60 ปี ถึงจะได้รึเปล่า แต่กับ การทำธุรกิจเครือข่ายเพียงใช้ระยะเวลาไม่เท่าไหร่ 5 - 10 ปี สามารถคว้า มาครอบครองได้ และไม่ใช่ได้คนเดียวด้วย เพราะคนที่เราพามาก็มีสิทธิ์ ได้เหมือนกับเรา เพราะนี่เป็นธุรกิจแห่งโอกาส ไม่ว่าใครที่เข้ามาก็มีโอกาส ทั้งหมด
จักรี ยังเล่าถึงสไตล์การทำงานส่วนตัวว่า จะต้องบอกเล่าให้เขา มองเห็นภาพจริง ๆ อาศัยความจริงใจ ไม่ใช่เป็นการหลอกลวง เพราะอดีต เขาเคยเป็นอย่างนั้นมาก่อน...แต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จสักที...และการทำงาน ทุกวันนี้ ต้องหมั่นเดินสายออกต่างจังหวัด ออกไปจัดโฮมมีตติ้ง หรือเปิด โอกาสทางธุรกิจร่วมกับทีมงานในต่างจังหวัดตลอด เดินทางไปพร้อม ๆ กับการท่องเที่ยว เที่ยวไปกินไป ทำงานไปอย่างสบายใจ สบายกาย และ สบายอุรา ต่าง ๆ ไปทั่วประเทศ ใคร ๆ ก็สามารถเข้าไปใช้บริการได้หากเป็นสมาชิกเพราะเจ้าของธุรกิจเป็นคนลงทุนในการเปิดสาขาทั่วประเทศ จะไม่มีการ แยกสาย แยกสาขา เมื่อใช้วิธีนี้ มันก็จะเกิดความสามัคคีในหมู่ของสมาชิก เพราะจะมีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และอีกไม่เกิน 5 ปีข้างหน้า บริษัท นีโอไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด อาจจะขึ้นมาเป็นอันดับ 3 ของธุรกิจเครือข่าย ณ ตอนนี้ระบบ ทุกอย่างเริ่มลงตัวแล้ว เพราะการว่าจ้างมืออาชีพเข้ามาช่วยวางระบบ ขององค์กร นั้นก็เพื่อตอกยํ้าถึงความพร้อม...นาทีที่ นีโอ ไลฟ์ ก้าวสู่ความยิ่งใหญ่อย่างเต็มภาคภูมิ...
จักรี อยากฝากอะไรสักอย่างหนึ่งไว้เป็นแง่คิด... ผมอยากให้ทุกคนมองเครือข่ายเป็นอาชีพ ๆ หนึ่งที่อยากจะ ทำ ไม่ใช่เลือกทำ เพราะคนส่วนใหญ่อาจมองเครือข่ายในแง่ ลบ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่เคยเข้ามาสัมผัส และไม่ได้ศึกษาแบบจริงจัง จึงอยากขอให้ทุก ๆ ท่านลองเข้ามาศึกษาอย่างจริงๆ จัง ๆ ก่อนที่จะตัดสินใจว่า ควรที่จะลงมือทำหรือไม่.. ซึ่งเครือข่ายให้อะไรกับคนมากมาย ทั้งอาชีพ ทั้งรายได้ และความ เป็นอยู่ที่ดีขึ้น สุขภาพดีขึ้น แข็งแรงขึ้น...ขออย่าตัดสินใจกับคำว่า ธุรกิจ ขายตรง แล้วก็ไม่มองกันเลย อยากให้ลองเปิดโอกาสแล้วเข้ามาศึกษา ดู แล้วจะรู้ว่ามันจริงอย่างที่เขาพูดหรือเปล่า..!! สิ่งที่ทำให้ผมประสบความสำเร็จได้ทุกวันนี้ ต้องขอขอบคุณ ดร.นพรุจ เวชกุล ประธานกรรมการบริหาร ที่สร้างบริษัทและระบบให้ คนที่ไม่เคยสัมผัสกับธุรกิจเครือข่ายสามารถประสบความสำเร็จได้ ขอบคุณ ดร.รัชนี มหานิยม ประธานกรรมการบริหารฝ่ายสมาชิก ที่ ท่านแนะนำให้รู้จักกับ บริษัท นีโอ ไลฟ์ฯ และขอบคุณสมาชิกทุกคน ที่มีความสามัคคีกัน จนทำให้ นีโอ ไลฟ์ ประสบความสำเร็จได้จนถึง ทุกวันนี้...และจะสำเร็จตลอดไป
ท้ายสุดนี้ ผมอยากทิ้งความหวังสักเล็ก ๆ น้อย ๆ ว่า การทำธุรกิจ เครือข่ายไม่เคยมีคำว่า สายเกินแก้ ถ้าดูดี ๆ ณ ที่ นีโอ ไลฟ์ แห่งนี้เปิด มาเป็นเวลา 12 ปี มีสมาชิกมากกว่า 9 แสนรหัส แต่ที่ลงมือทำงานอย่าง จริงจังมีไม่ถึง 5 แสนรหัส ซึ่งถือว่าน้อยมาก เมื่อเอาตัวเลขนี้ไปเทียบกับ ประชากรทั้งประเทศที่มีอยู่ ยิ่งตอนนี้จะมีการขยายการค้าไปสู่ป ระชาคม เศรษฐกิจอาเซียน (AEC) อีกด้วย ผมว่านับเป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่ยังมีให้ ไขว่คว้าอีกมาก หากสมาชิก นีโอ ไลฟ์ ทุก ๆ ท่านร่วมแรงร่วมใจ ร่วมสร้าง และร่วมลงมือทำ
...นี่เป็นวิถีทางเดินของผู้ที่ก้าวขึ้นมายิ่งใหญ่ จักรี พุทธา บนเส้นทาง นีโอ ไลฟ์ เส้นทางที่ไม่ได้ถูกปูไว้บนกลีบกุหลาบ แต่เป็น เส้นทางที่ถูกปูไว้บนเส้นทางของการ ลงมือทำ แล้วจะสำเร็จกัน ทุก ๆ คน..!!...ครับ




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 340 ประจำวันที่ 16-31 มีนาคม 2556

วันจันทร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2556

กิจกรรม J&C: Health&Beauty Expo 2013








Health&Beauty Expo 2013 "งานวันรักษสุขภาพ" ครั้งที่ 2 วัน อาทิตย์ ที่ 24 มีนาคม 2556 ณ๊ โรงแรมรัชดาซิตี้ เวลา 9.00-17.00 น.

ข่าวขายตรง: ขายตรงไทยอ่วมต้านทานค่าแรง น้ำมัน ไม่ไหว หันปรับราคาขึ้น








 


แม้จะเลยเทศกาลปีใหม่มาไม่กี่เดือน ฝันร้ายที่บริษัทขายตรงน้อยใหญ่แทบทุกเจ้าต้องแบกรับคือค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัวสวนกระแสข่าวที่บริษัทขายตรงหลายๆ บริษัทออกมาให้ข่าวเป็นมั่นเป็นเหมาะในช่วงปี 55 ที่ผ่านมาว่าธุรกิจเครือข่ายของตนเองไม่โดนผลกระทบแน่นอนและก็จะไม่ปรับราคาเพื่อยืนเคียงข้างสมาชิกและผู้บริโภคในสภาวะค่าครองชีพพุ่งสูงถึง 13.7% เพียงแค่ในช่วงเวลาราวๆ ปีเศษที่ผ่านมา


โดยบริษัทขายตรงบางเจ้าจมูกไวชิงปรับราคาสินค้าก่อนที่จะเป็นข่าวคึกโครมพร้อมอัดโปรโมชั่นหนักๆ ซึ่งถือว่าเป็นการเดินเกมส์ที่นับได้ว่าเนียนระดับไร้รอยต่อทีเดียว มีเพียงไม่กี่บริษัทเท่านั้นที่ออกมายอมรับว่าทนแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไม่ไหวจึงต้องทำการปรับราคาสินค้าขึ้นจากแต่ก่อน ส่วนขายตรงรายอื่นๆ ก็ทนกระแสไม่ไหวก็เรียงปรับราคาขายปลีกสินค้าแบบยกหน้ากระดานกันเลยทีเดียวเชียว ส่วนเจ้าอื่นๆ ที่ยังไม่ได้มีการปรับราคาสินค้าก็คงขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น


ซึ่งการปรับราคาครั้งนี้ก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องหน้าแปลกใจกันซักเท่าไหร่ด้วยทางกลไกลตลาดแล้วเป็นการยากมากที่จะยึดราคาค้าปลีกให้อยู่ในมาตรฐานเดิม ด้วยค่าแรงที่เพิ่มขึ้นพนักงานฝ่ายผลิตก็เลือกงานอยากได้งานสบายๆ ได้ค่าแรงสามร้อยบาท เด็กจบใหม่ชงกาแฟกินเองยังไม่เป็นแต่กับเรียกเงินเดือนหมื่นห้ามีเดินย่ำหางานกันเกลื่อนถนน แถมค่าเชื้อเพลิงก็ทยอยขึ้นกันแทบตั้่งตัวไม่ทัน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ทางผู้ประกอบการก็ต้องแบกรับแบกสู้กันต่อไป


 


จัดทำและเรียบเรียงโดย www.thaimlmnews.com
ขอบคุณรูปภาพจาก www.dailynews.com

ข่าวคังเซน-เคนโก (Kangzen-Kenko): พาท่องแดนต้องมนต์ "มาเลเซีย" 3 วัน 2 คืน








เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2556 ที่ผ่านมา บริษัทคังเซนเคนโก นำโดยคุณณัฐพัชร์ อำพันยุทธ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ นำทีมนักธุรกิจคังเซน ผู้พิชิตรางวัลท่องเที่ยว โครงการ UP5 ท่องแดนต้องมนต์ "มาเลเซีย" เมืองแห่งความหลากหลายทางวัฒนธรรม 3 วัน 2 คืน เพื่อท่องเที่ยวและพักผ่อนกับบรรยากาศในธรรมชาติ ความงดงามแห่งเมืองเกนติ้ง ไฮแลนด์ ประเทศมาเลเซีย ท่ามกลางความอบอุ่น สนุกสนาน กันทั่วหน้า


 


 

วันจันทร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2556

ข่าวไอยรา แพลนเน็ต (Aiyara Planet): สำราญ ศรีวรภัทร ทุกอย่างเป็นไปได้ ชีวิตไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ณ ไอยรา แพลนเน็ต








 


จากหนุ่มวิศวกร มาสู่การเป็น นักธุรกิจเครือข่าย ชีวิตนี้ได้ผ่านการ ทำงานมาหลายอย่างเเต่ก็ไม่พบกับ คำว่าอิสระซักที คุณสำราญ เดิม เป็นคนจังหวัดภูเก็ต แล้วได้เข้ามาเรียน ต่อ ที่กรุงเทพ ฯ มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้า พระนครเหนือ แล้วก็มาทำงานเป็น วิศวกรและเปิดร้านซ่อมคอมพิวเตอร์ ควบคู่กับการทำงานประจำไปด้วย รายได้ก็ดีพอสมควรแต่มีปัญหาเรื่องลูกน้อง ที่พอเราฝึกให้มีความชำนาญแล้วก็ออก ไปกันหมดทำให้เราต้องหาอาชีพอื่นมา สำรองโดยหันมาทำธุรกิจด้านเสื้อผ้าขายให้นักท่องเที่ยวที่ภูเก็ต ในช่วงแรกรายได้ เป็นหลักหมื่นบาทต่ออาทิตย์ แต่เนื่อง จากเกิดซึนามิเมื่อปี 2547 เลยทำให้เศรษฐกิจโดยรวมโดนผลกระทบธุรกิจเสื้อผ้า ก็เลยได้รับผลกระทบไปด้วย


ตัดสินใจเลือกไอยรา


ก่อนที่จะเข้ามาทำกับไอยรา แพลนเน็ต ผมเคยสัมผัสกับธุรกิจขายตรง มาบริษัทหนึ่งและถือว่าประสบความ สำเร็จพอสมควรและถือว่ามีรายได้เลี้ยง ชีพเราได้เลย แต่ก็พบว่ายังไม่มีอิสรภาพ ด้านเวลา จึงไปลองทำกับอีกหลายบริษัท ก็ไม่เคยพบกับคำว่าสำเร็จอย่างแท้จริง ในอาชีพขายตรง จึงหันหลังกลับแล้วคิด ทบทวนตัวเองว่าเราจะเลือกอาชีพ อะไรดี แต่ต้องขอบคุณ ดร.กัมปนาท บุญราศรี ที่ตัดสินใจ เปิดบริษัทเป็นของตนเอง ด้วยความรัก และศรัทธาในตัว ท่าน ผู้ที่เป็นทั้งครูบาอาจารย์และเข็มทิศ ชีวิตของผม จึงไม่ลังเลเลยที่จะตัดสินใจ เข้าร่วมงานกับ ไอยรา แพลนเน็ตแต่ ด้วยความเกรงใจและท่านก็เคยมี พระคุณต่อเรา จึงทำให้เรามาทำกับ ไอยราในที่สุด


เทคโนโลยีกับ ไอยรา แพลนเน็ต


ไอยราแพลนเน็ตเราจะสร้าง มาตรฐานเเละอาชีพขายตรงด้วยกัน โดยเฉพาะในเรื่องผลิตภัณฑ์ที่เราได้มี นักวิทยาศาสตร์เข้าร่วมทำงานวิจัยด้วย และใช้ระยะเวลาเพียง 1 ถึง 2 เดือนเราก็ เห็นผลของผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เเละระบบการเงินที่เรามีบัตรกดเงินสดที่ สามารถกดเงินได้ทั่วประเทศกับธนาคาร ไทยพาณิชย์ เเละเรายังมีระบบการจ่าย เงินผ่าน เซเว่น อีเลฟเว่น ทั่วประเทศอีก ด้วย


ไอยราเป็นทั้งบ้านเเละธุรกิจของผม


ในระบบของการทำงานเราโชคดีที่ ได้ผู้ที่มีประสบการณ์อย่างอาจารย์ ชาญวิทย์ เมธาชัยวุฒิที่ท่านมีประสบการ ทางการทำประกันชีวิตกว่า 20 ปี ท่าน สร้างระบบมาดีอยู่ ผมเพียงเเค่พาสมาชิกเข้ามาเรียนรู้ และคอยดูเเล อนุบาลสมาชิก เเละก็ส่งสมาชิก เข้าสู่ระบบการ เรียนรู้ไอยราอคาเดมี่เท่านี้เราก็จะ ได้นักธุรกิจที่มี คุณ ภ า พ แ ล ะ ประสิทธิภาพ


นักธุรกิจเครือข่ายที่ดี


นักธุรกิจเครือข่ายที่ดีไม่ต้องมีอะไร มากมาย เพียงมีคำเดียวอยู่ในหัวใจคือ ซื่อสัตย์ คำเดียว ผมเชื่อว่าทุกอย่างขึ้น อยู่กับคำว่าซื่อสัตย์เเละการทำตามหน้าที่ เราก็จะประสบความสำเร็จในชีวิต และ บริษัทของเราพยายามสร้างธุรกิจให้เป็น ธุรกิจสีขาว เพื่อ สร้างมาตรฐานของ ธุรกิจขายตรงใน ประเทศไทย


มองธุรกิจเครือข่าย


ธุรกิจเครือ ข่ายทุกวันนี้มี มากมายเกือบ 1,000 บริษัท ผม มองว่าเป็นโอกาส สำหรับอีกหลายคน ที่สามารถจะไขว่คว้าเเละก็ลงทุนขึ้นอยู่ กับว่าเราจะเลือกบริษัทที่ถูกหรือเปล่า และทุกวันนี้ธุรกิจทางด้านขายตรงมีการ แข่งขันสูงจึงทำให้หลาย บริษัทมีมาตรฐานที่ดีขึ้นกว่ายุคสมัยแรก ๆ


ช้าไปหรือเปล่าที่จะเข้าร่วมธุรกิจ


ผมว่าไม่ช้าไปนะถ้า จะมาร่วมกับไอยราใน ตอนนี้เพราะว่าไอยรา ออกเเบบมาเพื่อการ รองรับอนาคตอยู่แล้ว เราสามารถที่จะ ขยายธุรกิจของเราสู่ทั่วโลกได้ ถ้าเข้ามา ร่วมธุรกิจกับเราตอนนี้ถือว่าเป็นผู้ที่ร่วม สร้างบ่อน้ำบ่อใหญ่ด้วยกัน เเต่ถ้าเข้ามา ตอนที่บริษัทมีอายุครบ 10 ปี เปรียบ เสมือนว่าเรามาร่วมใช้บ่อน้ำบ่อใหญ่ด้วย กัน และจะประสบความสำเร็จด้วยกัน


สิ่งที่ได้จากไอยราแพลนเน็ต


ผมคิดว่าผมได้มาในที่ที่ไม่เคยมา และได้ยืนในที่ที่ไม่เคยยืน ณ ตอนนี้อยู่ตำเเหน่งโกลด์สตาร์ เเละมีเครือข่ายกว่า 8,000 คน รับเงินจากไอยราเดือนละ 3 เเสนบาท ตั้งแต่เริ่มทำกับไอยรามาเป็น เวลา 8 เดือน เเละรับเงินรวมไปเเล้ว 1.2 ล้านบาท เเละได้รับความสุขจากไอยรา เเพลนเน็ตที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับเรา


ขอบคุณไอยราแพลนเน็ต


ขอบคุณท่านประธานของเรา ดร.กัมปนาท บุญราศรี ประธาน กรรมการ ที่ทำให้ผมมีวันนี้และเป็นเเบบนี้ได้ ที่สร้างเเละเป็นต้นเเบบที่ดีของ เรา ขอบคุณ คุณเมย์ลดา บุญราศรี ผู้ อำนวยการบริหารทั่วไป ที่ช่วยสอนว่า ความซื่อสัตย์นั้นเป็นอย่างไร ขอบคุณคุณชาญวิทย์ เมธาชัยวุธ รองประธาน กรรมการ ที่มีระบบเรียนรู้ช่วยสอนให้ เรามีความรู้เรื่องเเผนธุรกิจและรู้จัก ธุรกิจดียิ่งขึ้นขอบคุณ รศ. ดร.ปรัชญา คงทวีเลิศ ที่ปรึกษาด้านการวิจัย ผลิตภัณฑ์ ที่คิดค้นผลิตภัณฑ์ที่ดีให้ กับทุกคนได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี ประสิทธิภาพเเละขอบคุณผู้นำทุกคน ว่าเราจะร่วมสร้างเเละเดินหน้าสู่คูวามสำเร็จไปด้วยกัน


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพธุรกิจเครือข่าย ฉบับที่ 245 ประจำวันที่ 1-15 กุมภาพันธ์ 2556

มาเลย์คลอดโรดแม็ปขายตรง 8 ปี เป้ารายได้8.6แสนล้าน/กู้ภาพลักษณ์MLM









มาเลเซียประกาศแผนแม่บทขายตรง (โรดแม็ป) ระยะ 8 ปี ตั้งแต่ปี ค.ศ.2013-2020 หรือ พ.ศ.2556-2563 กำหนดแนวทางพัฒนาอุตสาหกรรมขายตรงของประเทศอย่างมีแบบแผน สะท้อนภาพลักษณ์ให้ความสำคัญอย่างมากกับขายตรงและต้องการส่งเสริมให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ

ดาโต๊ะ เสรี อิสเมล ซาบรี ยาค๊อบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าภายใน ประเทศและคุ้มครองผู้บริโภค เผย โรดแม็ปอุตสาหกรรมขายตรงถูกดีไซน์ ขึ้นมาเพื่อสร้างศรัทธา ความมั่นใจและ ไว้วางใจจากประชาชนต่อ บริษัทขายตรง ภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น


ปี63ขายตรงปั๊มรายได้8.6แสนล้านโต 6-12 % ต่อปีล้อเศรษฐกิจ


ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจของ ประเทศฉบับที่ 10 ระหว่างปี ค.ศ.2011- 2015 หรือพ.ศ.2554- 2558 รัฐบาลตั้ง เป้าหมายธุรกิจขายตรงสร้างรายได้ให้ กับเศรษฐกิจของประเทศ 54,500 ล้าน ริงกิตหรือประมาณ 545,000 ล้านบาท ก่อนที่จะเพิ่มเป็น 86,000 ล้านริงกิตหรือ ประมาณ 860,000 ล้านบาทตามแผน พัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 11 ระหว่างปีค.ศ. 2016-2020 หรือพ.ศ.2559-2563 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าภายใน ประเทศและคุ้มครองผู้บริโภคของ มาเลเซียกล่าวว่า มีการคาดการณ์กันว่า ธุรกิจขายตรงมาเลเซียจะเติบโตประมาณ 6-12% ต่อปีและจะเป็นภาคธุรกิจสำคัญ ที่สร้างรายได้ให้ประชาชนของประเทศ กระตุ้นรายได้ประชาชาติเพิ่มขึ้นล้อไป กับการเติบโตของเศรษฐกิจจนถึงปี 2563


ผนึกดัน 3 พันธกิจยกค่าทุนมนุษย์ สร้างธุรกิจเข้มแข็ง-กู้ภาพลักษณ์


ภายใต้แผนแม่บทขายตรงกำหนด ให้มีความร่วมมือกันระหว่างรัฐบาล สมาคมการขายตรงมาเลเซีย (Direct Selling Association of Malaysia : DSAM) และสมาคมผู้จำหน่ายแบบ ตรงมาเลเซีย (Malaysian Direct Distributor Association : MDDA) เพื่อพัฒนา อุตสาหกรรมขายตรงของประเทศ โดย แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 เฟส เฟส แรกตั้งแต่ปี 2556-2558 เฟสสองตั้งแต่ปี 2559-2561 และเฟสสามปี 2562-2563 อิสเมล ซาบรีกล่าวว่า การมีแผนแม่บท ขายตรงจะทำให้เป้าหมาย 3 ข้อประสบ ความสำเร็จประกอบด้วยการยกระดับ คุณภาพของทุนมนุษย์หรือคุณค่าทาง เศรษฐกิจของคนให้สูงขึ้น สร้างระบบขาย ตรงและกฎหมายให้เข็มแข็งเพื่อส่งเสริม ภาพลักษณ์ ชื่อเสียงของธุรกิจรวมไปถึง การสร้างวัฒนธรรมการประกอบธุรกิจที่ ดีเยี่ยมเพื่อให้ธุรกิจขายตรงเติบโตอย่าง แข็งแกร่งและยั่งยืนตามเป้าหมายของรัฐบาล ขายตรงเป็นอุตสาหกรรมที่มี ความพิเศษมากเพราะเป็นแนวทางที่ ทรงประสิทธิภาพในการสร้างชุมชน การค้าขึ้นในภูมิภาคและส่งเสริม ระบบเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคงในอนาคต เพื่อส่งเสริม ธุรกิจนี้ในปี 2556 นี้รัฐบาลจะมีการ มอบรางวัลขายตรง (Direct Selling Award) เป็นเครื่องยืนยันถึงการ ยอมรับธุรกิจขายตรงมีบทบาทอย่าง มากต่อประเทศกำลังพัฒนาอิสเมล ซาบรียํ้าว่า ธุรกิจขาย ตรงถือกำเนิดขึ้นในมาเลเซียมากว่า 30 ปีก็จริงถ้าเปรียบเป็นคนก็เป็นผู้ใหญ่ แล้ว ดูเหมือนจะอิ่มตัวเพราะเติบโตเต็ม ที่แต่ยังสร้างโอกาสใหม่ๆ ในการเติบโต ได้ตลอด เป็นแหล่งผลิตบุคลากรระดับ บริหารที่มีประสบการณ์สูงและเครือ ข่ายจัดจำหน่ายกระจายไปทั่วประเทศ กระตุ้นเศรษฐกิจระดับภูมิภาคและระดับ ประเทศ ซึ่งการกฎหมายใหม่ยิ่งทำให้ ธุรกิจมามีมาตรฐานส่งเสริมการขยายตัว


ปี54ขายตรงมาเลย์พุ่ง 11% บริษัทต่างชาติทุนขั้นต่ำ 50 ล้าน


ตามสถิติของสมาพันธ์สมาคม การขายตรงโลก (World Federation of Direct Selling Association:WFDSA) ในปี 2554 ขายตรงมาเลเซียมียอดขาย ประมาณ 8,900 ล้านริงกิต (2,908 ล้าน ดอลลาร์) หรือประมาณ 89,000 ล้าน บาทเพิ่มขึ้น 11% เทียบกับปี 2253 นัก ขาย 7.4 ล้านคน อยู่อันดับ 11 ของโลกที่ มียอดขายทั้งสิ้น 153,727 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 4.6 ล้านล้านบาท นักขาย 91 ล้านคนและอันดับ 4 ในเอเชีย แปซิฟิก รองจากจีน ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้
เมื่อปีที่ผ่านมา รัฐบาลมาเลเซีย ร่วมมือกับ 2 สมาคมออกจรรยาบรรณ ขายตรงแห่งชาติหรือแนวปฏิบัติที่ดีเพื่อ กำกับดูแลธุรกิจขายตรงภายในประเทศ เพื่อให้ล้อไปกฎหมายใหม่ที่ประกาศ ใช้เมื่อปี 2553 โดยจรรยาบรรณเปรียบ เหมือนกฎหมายย่อยๆ ฉบับหนึ่งที่นำมา บังคับใช้กับบริษัทขายตรงระบบ MLM ทั้งหมดเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือธุรกิจ ขายตรง ปกป้องสิทธิประโยชน์ของผู้ บริโภคสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยว กับขายตรงถูกกฎหมาย และขายตรงผิด กฎหมายหรือ ปิระมิด สำหรับการดำเนินธุรกิจขายตรง ในมาเลเซียกรณีการลงทุนตั้งแต่ 2.5 ล้าน ริงกิตขึ้นไป (ประมาณ 25 ล้านบาทขึ้น ไป) สามารถขอรับการส่งเสริมการลงทุน ได้ โดยผู้ลงทุนควรตัดสินใจว่าจะลงทุน เองทั้งหมดหรือจะร่วมลงทุนกับท้อง ถิ่นหลังจากนั้นจัดทำรายงานข้อเสนอ โครงการพร้อมหลักฐานการลงทุนมายื่น ต่อMalaysia Industrial Development Authority (MIDA) เพื่อขอรับการส่งเสริม การลงทุนจะพิจารณาไม่เกิน 3 เดือน เมื่อได้รับอนุมัติต้องยื่นแบบฟอร์มเพื่อจดทะเบียนชื่อบริษัทจะใช้เวลาในการ พิจารณาราว12 วันเมื่อผ่านการอนุมัติผู้ ลงทุนต้องจัดทำตราบริษัทและส่งเอกสาร ให้ CCM ออกใบรับรองเพื่อนำไปจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทต่อไป
สิทธิประโยชน์จากโครงการที่ ได้รับการส่งเสริมการลงทุน กรณี อุตสาหกรรมทั่วไปจะได้รับลดหย่อนภาษีเงินได้ร้อยละ 30 เป็นเวลา 5 ปี กรณีกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ ทั้งหมดเป็นเวลา 5 ปี การนำเข้าสินค้าทุนสามารถนำมาหักค่าใช้จ่ายได้ร้อยละ 60 เป็นเวลา 5 ปี มาเลเซียเพิ่งประกาศใช้พระ ราชบัญญัติธุรกิจขายตรง ค.ศ.2010 (พ.ศ.2553) ซึ่งเป็นฉบับใหม่ที่แก้ไขจาก กฎหมายเดิม ค.ศ 1993 (พ.ศ. 2536) ส่วน ใหญ่แก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการปกป้อง สิทธิประโยชน์ของผู้บริโภคและบริษัท ขายตรงถูกกฎหมาย ขณะที่กฎหมาย หลักๆ ยังใช้ของเดิมได้แก่การดำเนิน ธุรกิจขายตรงจะต้องขออนุญาต โดย บริษัทที่เป็นของคนท้องถิ่น ของภูมิบุตรา หรือของชาวต่างชาติก็ได้ กรณีดำเนินธุรกิจโดยชาวต่าง ชาติจะต้องมีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 5 ล้านริงกิต (ประมาณ 50 ล้านบาท) ใน จำนวนนี้จะต้องกันหุ้นจำนวนไม่น้อยกว่า ร้อยละ 30 ให้แก่ผู้ร่วมทุนที่เป็นภูมิบุตรา สินค้าที่อนุญาตให้ดำเนินธุรกิจ ขายตรง ได้แก่สินค้าที่มีเครื่องหมาย รับรองมาตรฐานต่างๆ เช่น ISO, GMP, เครื่องหมายรับรอง Halal, สินค้าอาหาร เพื่อสุขภาพ อาหารเสริม ยาแผนโบราณ ที่ผ่านการรับรองส่วนสินค้าเครื่องสำอาง จะต้องขึ้นทะเบียนกับ Pharmaceutical Service Division, Ministry of Health




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพธุรกิจเครือข่าย ฉบับที่ 245 ประจำวันที่ 1-15 กุมภาพันธ์ 2556

วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ข่าว จี พินนาเคิ้ล จำกัด (G Pinnacle Co.,Ltd.) : กิจกรรมรักล้นใจ แจกเต็มๆ








เมื่อวันอาทิตย์ 17 กุมภาพันธ์ 2556 ที่ผ่านมา บริษัท จี พินนาเคิ้ล จำกัด (G Pinnacle Co.,Ltd.) ได้มีการจัดกิจกรรม รักล้นใจ แจกเต็มๆ ณ บริษัท จี พินนาเคิ้ล จำกัด(สำนักงานใหญ่) อาคารชัยพิทักษ์ 83/167 ถนนงามวงศ์วาน หมู่ 6 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพโดยมี คุณ ศุภกร รักษ์บุญยวง ประธานกรรมการบริหารบริษัท กล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งอัดโปรโมชั่นดีๆอีกมายมายภายในงาน อาทิเช่น Top Sponsor รับไปเลย โทรศัพท์มือถือ LG Touchscreen 1 เครื่อง , เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ลดน้ำาหนัก เลอแอน 2 กล่อง แลกซื้อ กาแฟมายด์พลัส ได้ในราคาเพียง 49 บาท เท่านั้น ฯลฯ โปรโมชั่นสมนาคุณพิเศษเฉพาะงานนี้งานเดียวเท่านั้น นอกจากนี้ยังได้มีการแนะน าผลิตภัณฑ์ของบริษัทด้วย เช่น โปรไบโอเฮริ์บ ชมพู , โปรไบโอเฮริ์บ เขียว , คอลลาเจน , ดิวตี้พลัส และอื่นๆอีกมากมาย บรรยากาศภายในงานโดยรวมเป็นไปอย่างคึกคักตลอดทั้งงาน มีกิจกรรมเล่นเกมส์ต่างๆ การร่วมสนุกร้องเพลงคาราโอเกะจากท่านสมาชิก ท าให้งานนี้ครึกครื้นยิ่งนัก ส าหรับผู้ที่พลาดมาในงาน รักล้นใจ แจกเต็มๆ สามารถสอบถามผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม ได้ที่ บริษัท จีพินนาเคิ้ล จ ากัด โทร 02-580-9906 หรือ www.gpinnacle.co.th


 


[gallery]

วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

เชิญร่วมสร้างประวัติศาสตร์ไอยรา Aiyara Planet Grand Openning


เริ่มจำหน่ายบัตร 17 กุภาพันธ์ 2556 พร้อมกันทั่วประเทศ
โดยภายในงานมีกิจกรรมมากไม่ว่า 1.ลุ้นรางวัลกว่า500,000฿ 2.หางบัตรแลกซื้อสินค้า1แถม1(ไม่มีPV)1บัตรได้แลกซื้อได้2สิทธิ3.ชมมินิคอนเสิรต์ศิลปินไอซ์ ศรัณยู4.ร่วมแสดงความยินดีกับ Gold Star มนุษย์เงินแสนและมนุษย์เงินล้านไอยรา5.พบกับแบรนด์แอมบาสเดอร์ไอลดา...น้องกิ๊ฟอดีตนางสาวไทยปี25536.ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาตร์หน้าใหม่ขายตรงไทย(event)

วันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2556

บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด ขายตรงน้ำดี สัญชาติไทย ได้จัดงานมอบเข็มเกียรติยศ สำหรับผู้ประสบความสำเร็จพร้อมฉลองยอดขายผลิตภัณฑ์ โกเรจินส์ ทะลุ 554 ล้านบาท ต้อนรับปีศักราช 2556 พร้อมตั้งเป้าปีนึ้ทะลุ 600 ล้านบาท








เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2556 ที่ผ่านมา ทางบริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด (D Network Worldwide) ได้จัดงานมอบเข็มเกียรติยศพร้อมฉลองยอดโกเรจินส์ทะลุ 554 ล้านบาท ณ โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ โดยเป้าหมายภายในงานเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้แก่สมาชิกและประกาศทิศทางบริษัทเพื่อลุยยอด 600 ล้านบาท โดยมีเข้าร่วมงานกว่า 2,000 คน


โดยอาจารย์สาคร ใสกมล ประธานกรรมการบริหารพร้อมด้วย ภูมิสนอง หล้าสุด และ อุทัย แจ่มฟ้า ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ จำกัด ได้เป็นประธานกล่าวเปิดงานและให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน


บริษัท ดี เน็ทเวิร์ค เวิลด์ไวด์ ปี 2556 ตั้งเป้า 600 ล้าน ลุยกลยุทธ์ตีนอกเข้าในโดยเปิดฐานบัญชาการแห่งใหม่ที่อาคารไทย ซีซี ทาวเวอร์ ด้วยงบลงทุนหลายสิบล้านบาท ที่ตั้งอยู่ใจกลางสาทรหวังสร้างนักธุรกิจขายตรงน้ำดีรุ่นใหม่ พร้อมดันยอด โกเรจินส์ ให้ได้ 67 ล้านเม็ด อีกทั้งคลอดสินค้า บานเย็น ลุยตลาดเกษตร บริษัทดี พร้อมคลอดพอร์คเก็ตบุ๊ค Why D Network คัมภีร์สำหรับนักธรุกิจเครือข่ายโดยเฉพาะ


โดยภายในงานพบกับพิธีกรที่มีชื่อเสียงมากมายไม่ว่าจะเป็น คุณจำเริญ รัตนตั้งตระกูล ซึ่งเป็นผู้ประกาศข่าวรายการ เช้านี้ที่นี่หมอชิต และรายการเกาะติดทางช่อง 7 สี และคุณอารยา ต่อตระกูล ผู้ประกาศข่าว ทางช่อง TBS เพื่อเพิ่มสีสันในงาน พบกับการแสดงอันตื่นตาตื่นใจกับนักแสดงชาย ภุสกร มิตรเอม หรือ ตั๊ก กับ บรรยากาศภายในงานที่มีทั้งระบบ ภาพ แสง สี และเสียงที่มีคุณภาพ


ภาพข่าวบางส่วนจาก: https://www.facebook.com/DNetworkUpdate
เรียบเรียง: www.thaimlmnews.com


[gallery link="file" columns="4"]

วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2556

ข่าวเพอร์เฟค รีซอร์สเซส ประเทศไทย (Perfect Resources Thailand) : เพอร์เฟค วาง 3 ยุทธศาสตร์ รุกสร้างแบรนด์ดันยอด 15 %








 


เพอร์เฟค ลุยเพิ่มงบการตลาด 2-3 เท่าตัว วาง 3 กลเม็ด อัพยอดขาย ดันแผนเชิงรุกเน้นอบรม ขยายฐานลูกค้า 30-40 ปี พร้อมเพิ่มความหลากหลายของสินค้า และ การเพิ่มทริปท่องเที่ยว ย้ำเร่งปั้นแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก ในกลุ่มเครือข่ายมากขึ้น วาดเป้ายอดขายโต 15%
เต้ เพีย เซง กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บริษัท เพอร์เฟค รีซอร์สเซส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แผนการรุกตลาดในปี 2556 บริษัทมีนโยบายที่จะสร้าง การเติบโตของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเพิ่มงบ การตลาด 8-9% ของยอดขาย จากเดิมที่ใช้ 2-3 เท่าตัว เพื่อขยายธุรกิจ 3 ด้าน ซึ่งประกอบด้วย 1.การเพิ่มการอบรม และการจัดประชุมเพิ่มขึ้น หรือจัดประชุม 2-3 ครั้งต่อเดือนเพิ่มเป็น 10 ครั้งต่อเดือน เพื่อให้ความรู้กับ สมาชิกในการขยายธรุกิจและการพัฒนาเครือข่ายมากขึ้น ภายใต้หลักสูตร Back to Basic ซึ่งหลักสูตรดังกล่าว จะเป็นการให้ความรู้เกี่ยวกับหลักการดำเนินธุรกิจ การบริหาร สายงานธุรกิจ วิธีการขยายธุรกิจ เน้นความเข้มข้นของ หลักสูตร Leadership Training ที่เน้นการพัฒนาเครือข่าย และการขึ้นสู่ความเป็นผู้นำ
ทั้งนี้ บริษัทมีเป้าหมาย ให้ความรู้กับนักธุรกิจ ที่ต้องการขยายฐานสมาชิกในกลุ่มอายุ 30-40 ปี เพิ่ม ซึ่ง ปัจจุบันเป็นฐานสมาชิกหลัก ถือเป็นความแตกต่างระหว่าง บริษัท กับธุรกิจเครือข่ายรายอื่นอย่างชัดเจน เพราะปัจจุบัน บริษัทขายตรงส่วนใหญ่จะเน้นการขยายฐานสมาชิกในกลุ่ม คนรุ่นใหม่ ทั้งนักศึกษา กลุ่มคนทำงาน หรือกลุ่ม Gen Y (Generation Y) ขณะที่บริษัทมองว่า กลุ่ม Gen Y เป็น กลุ่ม ที่มีการเปลี่ยนแปลงง่าย มีรอยัลตี้แบรนด์น้อย ขณะที่กลุ่ม คนอายุ 30-40 ปี มีความมั่นคงในทุกด้าน ทั้งเรื่องความจริงจัง ในการทำธุรกิจ มุ่งมั่นที่จะสร้างเครือข่ายให้เติบโต ความมี วุฒิภาวะ รู้จักคนไม่น้อย มีกำลังซื้อสูง รวมถึงความสามารถ ในการทำงานได้อย่างเต็มเวลา
ตัวอย่างที่วัดได้อย่างชัดเจนว่ากลุ่มคนอายุ 30-40 ปี เป็นกลุ่มที่มีความมั่นคงสูงนั้น เห็นได้จากการเติบโตของ ธุรกิจในภาคเหนือในช่วงที่ผ่านมา ที่เติบโตสูงมาก และ เป็นผลมาจากสมาชิกมีการทำธุรกิจแบบ Full Time อีกทั้ง บริษัทมีตัวอย่างแม่ทีมที่ประสบความสำเร็จ เป็นต้นแบบ ในการขยายเครือข่าย ทำให้สมาชิกใหม่และสมาชิกเก่า เกิดความกระตือรือร้นที่จะสร้างธุรกิจ
ในส่วนของกลยุทธ์ที่ 2 คือ การเพิ่มความหลากหลาย ของสินค้า เพื่อให้สมาชิกทำงานง่ายขึ้น ดังนั้น ในปี 2556 บริษัทมีแผนเปิดตัวสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาด 1-2 รายการ ใน กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ในกลุ่ม ฟังก์ชันนอลดริงก์ ซึ่งการที่บริษัทเลือกสินค้าในกลุ่มเครื่องดื่ม ฟังก์ชันนอลดริงก์ เพื่อเป็นการตอบโจทย์ความต้องการ ของผู้บริโภค และเพิ่มความง่ายในการทำธุรกิจให้กับสมาชิก คาดว่าจะสามารถเปิดตัวได้ในไตรมาสแรกของปีนี้
สำหรับปีที่ผ่านมาบริษัทได้ส่งสินค้าหลักลงตลาด คือ ปากกากดจุด หรือ Accupen ที่ใช้สำหรับการตรวจวัด สุขภาพเบื้องต้น ซึ่งถือเป็นตัวเบิกทางที่ทำให้ลูกค้าและ สมาชิกสนใจในการดูแลสุขภาพ และเป็นตัวช่วยต่อยอด ไปยังสินค้าอื่นๆ โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริม- อาหาร ขณะที่กลเม็ดข้อสุดท้ายนั้นบริษัทจะมีการเพิ่ม Incentive ด้านการท่องเที่ยวให้กับสมาชิก เพื่อกระตุ้นให้ สมาชิกสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะการท่องเที่ยวในต่างประเทศ ภายใต้แผนการตลาด Perfect Holiday Rewards ที่เอื้อ ตั้งแต่สมาชิกระดับล่างไปจนถึงระดับบน
นอกจากนี้บริษัทเตรียมแผนเร่งสร้างแบรนด์ให้เป็น ที่รู้จักในธุรกิจเครือข่ายมากขึ้น ด้วยการเตรียมจัดประชุม ครั้งใหญ่ที่ประเทศไทย ภายใต้ชื่องาน Perfect International Convention ที่คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานจากประเทศ ต่างๆ ทั้งไทย จีน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ เวียดนาม ประมาณ 5,000-6,000 คน
เราจะมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพ เพราะมองว่าการสร้างแบรนด์อย่างเดียวไม่เพียงพอ เพราะ สิ่งที่จะช่วยขับเคลื่อนให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้นั้น เครือข่าย ถือเป็นสิ่งที่สำคัญสุด เพราะหากเครือข่ายไม่มีประสิทธิภาพ ธุรกิจก็รอดยาก พร้อมทั้งจะมีการเพิ่มเติมในส่วนของการ โฆษณาประชาสัมพันธ์อีกด้วย

ขณะเดียวกันเพอร์เฟคมีแผนการขยายศูนย์บริการ ผู้นำเพิ่มเติม จากเดิมที่เปิดอยู่ที่ขอนแก่น โดยในปีนี้บริษัท มีแผนเปิดศูนย์บริการผู้นำที่ภาคใต้ และภาคอีสาน 1-2 แห่ง ซึ่งการเปิดศูนย์สมาชิกในระดับผู้นำจะลงทุนขยายศูนย์ ที่จะต้องใช้งบประมาณ 1 ล้านบาท ซึ่งทางบริษัทจะสนับสนุน ในเรื่องค่าใช้จ่ายสำหรับการอบรมด้านต่างๆ และให้ ผลตอบแทนธุรกิจประมาณ 10% ของยอดขาย PV

อย่างไรก็ดี ในปีที่ผ่านมาบริษัทมีอัตราการเติบโต ประมาณ 8-9% ซึ่งเติบโตต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้เดิม 10% อันเป็นผลมาจากการแข่งขันของธุรกิจขายตรง ที่สูงขึ้น และในปีนี้บริษัทเตรียมแผนการรุกตลาดโดย ตั้งเป้าเติบโต 15% รวมถึงการเพิ่มจำนวนสมาชิก 3-4 เท่าตัว จากปัจจุบันมีจำนวนสมาชิกประมาณ 50,000- 60,000 รหัส คิดเป็นสมาชิกทำธุรกิจและซื้อสินค้าเป็น ประจำประมาณ 30%


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ปีที่ 9 ประจำวันที่16-31มกราคม 2556 ฉบับที่ 215

ข่าวนีโอไลฟ์ (Neo Life) : นีโอไลฟ์ จัดงานมอบเข็มเกียรติยศครั้งยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี2555 พร้อมส่งท้ายปีมอบความสุขสู่สมาชิก









บริษัท นีโอ ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้จัดงานมอบเข็มเกียรติยศผู้ประสบความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี 2555 เพื่อ ต้อนรับการเข้าสู่พุทธศักราชใหม่ 2556 ในอีกไม่นาน งานนี้จัดขึ้นที่ อิมแพค เมืองทองธานี อาคารเอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 9 ซึ่งเป็นอาคาร หอประชุมที่ว่าใหญ่แล้ว แต่ครั้งนี้จำนวนประชากรชาวนีโอ ไลฟ์ แน่นขนัดขนาดที่เดินยังหายาก เนื่องด้วยผู้ประสบความสำเร็จในเดือนนี้ มีมากมายจริงๆ กว่า 1,000 ท่าน รวมทั้งผู้เข้าร่วมแสดงความยินดีกับผู้ที่ประสบความสำเร็จ และประชาชนทั่วไปที่สนใจตบเท้าเข้าร่วมงาน กว่า 10,000 ท่าน ในงานนี้ยังมีโปรโมชั่นสินค้าราคาโดนใจ ทั้งลดราคา และแถมอย่างมากมายพิเศษสุดสุด อย่างที่ไม่เคยมีที่ไหนจัดมาก่อน เพื่อเป็นการคืนกำไรให้แก่ลูกค้าส่งท้ายปีกันอย่างจุใจ
งานครั้งนี้จัดตรงกับวันคริสต์มาส บรรยากาศภายในงานจึงเป็นรูปแบบของความสุข มีทั้งกิจกรรมสอยดาวบนต้นคริสต์มาส โดยมีซานตี้แจกของที่ระลึกให้ผู้ที่เข้ามาร่วมงานทุกท่านได้ของติดมือกันไปครบทุกคน คนละชิ้นสองชิ้นเป็นอย่างน้อย ภายใต้แนวคิดของ ท่านประธาน ดร.นพรุจ เวชกุล ประธานกรรมการบริหาร, ท่านประธาน ดร.รัชนี มหานิยม ประธานกรรมการบริหารฝ่ายสมาชิกและ กรรมการผู้จัดการ, นิโรธ เจริญประกอบ ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ และ พิศิษฐ์ แทนทิว ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและกรรมการบริหาร รวมถึงคณะผู้บริหารฝ่ายการตลาด พร้อมด้วยพนักงานที่ร่วมกันจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อชาวนีโอ ไลฟ์ ทุกท่าน
นอกจากมาร่วมแสดงความยินดีกับผู้ประสบความสำเร็จในตำแหน่งต่างๆ แล้ว ทุกท่านยังได้รับของที่ระลึกกลับบ้านและยังมีความ สนุกสนานที่ทาง นีโอ ไลฟ์ จัดเตรียมมอบให้อีกหลากหลาย เช่น การแสดงจากผู้เข้าประกวด Neo Star Project 1 ซึ่งในครั้งนี้ เป็นการคัดผู้เข้ารอบที่ 2 ในกลุ่มสุดท้ายอีก 50 คน ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่กองประกวดจะทำการคัดเลือกผู้เข้าประกวดทั้งหมดกว่า 700 คน ให้เหลือเพียง 150 คน เพื่อคัดเอาความสามารถและค้นหาดาวดวงใหม่ให้กับ นีโอ ไลฟ์ เพียงเท่านั้นยังไม่พอ ยังมีการแสดงจาก นักร้องวง ETC มามอบบทเพลงเพราะๆ ละลายหัวใจชาวนีโอ ไลฟ์ฯ พร้อมด้วยดารารับเชิญ 2 ท่าน ได้แก่ ป๊อป-พิชฌพัฒน์ ตันทา น้องต่อจากแรงเงา และ เคน-ภูภูมิ พงศ์ภาณุ วีกิจจากแรงเงา มาโชว์น้ำเสียงและความหล่อให้เห็นกันอย่างชัดเจน ต่อด้วยการลุ้นรางวัลบัตรของขวัญจากประธาน รองประธานฝ่ายการตลาดหลากหลายรางวัล รวมไปถึง รางวัลสร้อยคอทองคำ หนักเส้นละ 1 บาท 2 รางวัล และสร้อยคอทองคำหนัก เส้นละ 2 สลึง 2 รางวัล ปิดท้ายด้วย รางวัลรถยนต์ Honda Brio จากหนังสือพิมพ์ สยามธุรกิจที่ตกเป็นของ บุญพา ทิพย์เพ็ง ชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช และรางวัลรถยนต์ Honda Brio จาก นีโอ ไลฟ์ ซึ่งผู้โชคดี ได้แก่ คำไสย ผาสุก จากสกลนคร ที่ได้รถยนต์ไปขับกันแบบสบายๆ มาร่วมงานกับ นีโอ ไลฟ์ จุใจจริงๆ




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ปีที่ 9 ประจำวันที่16-31มกราคม 2556 ฉบับที่ 215

วันอังคารที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2556

สัมภาษณ์ ดร.สมชาย หัชลีฬหา ประธาน Join & Coin กับความเป็นมาของนวัตกรรมขายตรงสะดวกซื้อที่เปิดโอกาสให้ทุกคนร่วมเข้ามาเป็นเจ้าของธุรกิจ









การตลาดในรูปแบบธุรกิจขายตรงหรือที่คนส่วนใหญ่จะรู้จักกันคือ MLM ที่ย่อมาจาก Multi Level Marketing หรือเรียกกันอีกอย่างว่าการตลาดแบบเครือข่าย NetworkMarketing ซึ่งเป็นการตลาดขายตรงหลายชั้นเพื่อแบ่งรายได้ให้แก่สมาชิกในองค์กร โดยผู้ที่เป็นสมาชิกจะเป็นผู้ที่ทำการกระจายสินค้าไปสู่มือผู้บริโภคเพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้แก่สมาชิก โดยมีองค์กรเป็นผู้สนับสนุนในการผลิตสินค้าและแผนการตลาด


โดยทั่วไปแล้วธุรกิจเครือข่ายจะมีข้อจำกัดอยู่ที่สมาชิกไม่สามารถนำสินค้าที่นอกเหนือจากแบรนด์ขององค์กรมาจัดจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภคได้และไม่มีการพัฒนาระบบการอำนวยความสะดวกให้แก่สมาชิกในด้านการซื้อขายสินค้า ไปยังถึงระบบการจัดส่งที่รวดเร็วเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคก่อให้เกิดความรู้สึกว่าธุรกิจนี้ไม่ใช่เป็นธุรกิจของตัวสมาชิกเองส่งผลให้สมาชิกได้หมดความรักและความเชื่อมั่นต่อองค์กรสุดท้ายก็ได้ปิดตนเองออกจากองค์กรที่ทำอยู่


ด้วยเหตุนี้ ดร.สมชาย หัชลีฬหา ประธานกรรมการบริหารบริษัท จอยแอนด์คอยน์คอร์ปอเรชั่นจำกัด จึงเกิดแนวคิดพัฒนาระบบธุรกิจขายตรงรูปแบบใหม่ที่แตกต่างจากรายอื่น โดยเน้นที่การได้รับประโยชน์อย่างเท่าเทียมกันทุกฝ่าย


ดร.สมชาย ได้ก้าวเข้ามาสู่ธุรกิจขายตรงเมื่อ 10 ปีก่อนโดยเริ่มจากการจำหน่ายธุรกิจโหย่งเหิง ยาน้ำสมุนไพรจีนเพื่อบำรุงสุขภาพ โดยเริ่มจากการจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าต่างๆ ตลอดจนถึงงานแสดงสินค้าต่างๆ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากทางผู้บริโภค จนมีผู้สนใจขอเข้ามาเป็นตัวแทนจำหน่าย ตลอดจนได้มีผู้มาชักชวนให้พัฒนามาเป็นธุรกิจในรูปแบบขายตรง ซึ่งเป็นการเพิ่มรายได้ให้แก่บริษัทมากขึ้นอีกทั้งยังช่วยให้ผู้คนทั่วไปสามารถสร้างรายได้สร้างอาชีพได้จริง


โดยในปีแรกที่ได้เข้ามาเริ่มต้นธุรกิจเครือข่ายก็สามารถทำยอดการจำหน่ายได้ถึง 180 ล้านบาท ซึ่งยอดการเจริญเติบโตของบริษัทในแต่ละปีนั้นมากกว่า 80% ในช่วง 4 ปีแรกจนกระทั่งได้ถูก อย. กล่าวว่าได้ทำการโฆษณาสินค้าเกินจริงก่อให้เกิดผลกระทบต่อบริษัทและยอดการจำหน่ายตลอดจนสมาชิกและผู้บริโภครู้สึกถึงความไม่เชื่อมั่นในตราสินค้าทำให้ปีถัดมายอดตกลงมาเหลืออยู่ที่ราว 400 ล้านบาท


ดร. สมชาย มีความเชื่อมั่นว่าเมื่อคนเราพบกับปัญหาและสามารถข้ามผ่านปัญหาที่เข้ามาได้มนุษย์เราจะแข็งแกร่งขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง จึงก่อให้เกิดแนวคิดในการนำสินค้าที่มีความหลากหลายมากกว่าหมื่นรายการมาจำหน่ายเพื่อแก้ไขปัญหาในข้างต้น รวมไปถึงการพัฒนารายได้ของธุรกิจให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น จึงก่อให้เกิดนวัตกรรมในระบบธุรกิจขายตรงที่มีจุดเด่นที่เรียกว่า Convenience MLMหรือเรียกอีกอย่างว่าขายตรงสะดวกซื้อ ซึ่งเป็นการนำสินค้าขายตรงต่างมาๆอยู่ภายในร้านสะดวกซื้อ ภายใต้ชื่อ Join Mart


นิยามของ นวัตกรรมขายตรง คือการที่เราเปลี่ยนธุรกิจขายตรงทั่วไปให้เป็นขายตรงสะดวกซื้อที่จะสามารถช่วยให้การกระจายสินค้าไปถึงมือผู้บริโภคได้ง่ายขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง อีกทั้งสมาชิกสามารถบริหารจัดการธุรกิจเองได้และมีระบบ อี-วอลเล็ต ที่เป็นระบบกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์มาช่วยในการบริหารจัดการในการซื้อขายสินค้า ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นนวัตกรรมที่จะเข้ามาเปลี่ยนบทบาทหน้าที่ขายตรงแบบทั่วไปให้มีศักยภาพและการขับเคลื่อนของธุรกิจที่พัฒนาไปอีกขั้นหนึ่ง


ดร. สมชาย ได้กล่าวต่ออีกว่า ซึ่งนวัตกรรมเหล่านี้ทำให้สมาชิกทุกคนเปรียบเหมือนเป็นเจ้าของธุรกิจและสามารถที่จะสร้างแรงผลักดันให้มีการทำธุรกิจมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งผลสำรวจได้พบว่า ถ้าหากสมาชิกมีความรู้สึกว่าตนเองเป็นเจ้าของในธุรกิจสูงก็จะสามารถดึงศักยภาพในการทำธุรกิจให้ดีขึ้นถึง 2-3 เท่า เพราะมีความรู้สึกว่านี่คือธุรกิจของตนเอง โดยที่ผ่านมามีสมาชิกได้นำไปขยายเป็นแฟรนไชส์แล้วได้ผลตอบรับที่ดี


สมาชิกมองเห็นว่านวัตกรรมนี้เป็นโอกาสให้กับสมาชิกและสมาชิกทุกคนสามารถสร้างรายได้สร้างอาชีพได้ด้วยระบบกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิคส์ สมาชิกสามารถเปิดร้านขายสินค้าได้ทุกที่หรือสามารถนำสินค้าที่มีอยู่สามารถเข้ามาร่วมขายด้วยก็ได้


โดยปกติทั่วไปแล้วบริษัทขายตรงจะไม่อนุญาตให้นำสินค้าอื่นที่ไม่ใช่แบรนด์ขององค์กรมาขาย แต่ทางเราอนุญาตและเปิดโอกาสให้ทางสมาชิกสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในตรงนี้ จึงก่อให้เกิดความรู้สึกว่าตนเองมีความเป็นเจ้าของธุรกิจมากกว่า อีกทั้งโดยทั่วไปแล้วธุรกิจขายตรงอื่นๆ จะไม่อนุญาตให้ทางสมาชิกเปิดร้าน แต่ทางเราคิดต่างและยังเปิดโอกาสให้คนที่มีความรู้ ความสามารถมีความชำนาญในพื้นที่ ที่เราไม่มีความสะดวกในการเข้ามาดูแล เราก็ให้คนที่ในพื้นที่สามารถขยายเข้าไปเปิดเป็นแฟรนไชส์ซึ่งคือการให้โอกาสเจ้าของร่วม


นอกจากนี้ ยังสามารถสร้างความแตกต่างด้วยสินค้าที่หลากหลายรวมถึงราคาในระดับที่ผู้บริโภคสามารถเข้ามาหยิบจับได้จริง โดยใช้หลักการกำไรที่โตขึ้นนั้นตามจำนวนสินค้าที่มากขึ้น โดยทางบริษัทจะเป็นผู้ให้การสนับสนุนสมาชิกที่อยู่ตามพื้นที่ต่างๆ เพื่อนำสินค้าไปจำหน่ายต่อ ซึ่ง ดร.สมชายเชื่อมั่นว่ารูปแบบการทำตลาด กลยุทธ์ และเครื่องมือเหล่านี้สามารถนำไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ได้


ดร.สมชายบอกต่อไปอีกว่า การพัฒนาธุรกิจที่ผ่านมา เขาเริ่มต้นจากการพัฒนาสินค้า ต่อมาคือการพัฒนาลูกค้า ตามด้วยการพัฒนาแพลตฟอร์มธุรกิจ ซึ่งไม่ได้มีแค่สินค้ากับลูกค้าเท่านั้น แต่ยังมีสมาชิกที่นำสินค้าไปจำหน่ายต่อด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อให้ทุกคนได้รับความพึงพอใจ และได้ประโยชน์ร่วมกัน


การพัฒนาโซลูชั่นนี้ทำให้เราค้นพบตัวตนที่แท้จริงและทำให้เราแสดงตัวตนให้คนอื่นรู้ว่าเราเป็นใคร ดังนั้นช่วงที่ผ่านมาเราถือว่าเป็นการทำวิจัยและพัฒนาดร.สมชายกล่าว ซึ่งต่อไปคือการหาวิธีการที่จะทำให้ลูกค้าอยู่กับแบรนด์ได้นานขึ้น มีความจงรักภักดีกับแบรนด์ รู้สึกดีกับบริษัทและสินค้า จึงเป็นเรื่องของการต่อยอด


สำหรับเป้าหมายที่ตั้งเป้าไว้ภายใน 2-3 ปีข้างหน้านี้คือ การมีสาขาของ JC Shop (เปลี่ยนชื่อจากJoin Mart) ในรูปแบบห้างขายตรงสะดวกซื้อจำนวน 3-4 สาขาตามจังหวัดใหญ่ๆ ที่มีสนามบินเพื่อเป็นฮับในการกระจายสินค้าสู่สาขาย่อยในพื้นที่ต่างๆ ที่มีอยู่แล้วกว่า 40 สาขาในปัจจุบัน โดยในจำนวนนี้ 30% คือสาขาแฟรนไชส์ที่สมาชิกนำไปเปิดธุรกิจเอง รวมทั้งพัฒนาช่องทางอี-วอลเล็ตให้สะดวกมากยิ่งขึ้นเพื่อที่สมาชิกจะสามารถนำระบบนี้ไปขยายสาขาเพื่อขายสินค้าเองได้ ซึ่งเขามั่นใจว่าวิธีนี้จะช่วยกระจายสินค้าในจังหวัดที่มีฮับอยู่ได้เร็วยิ่งขึ้น และจะเริ่มก่อสร้างภายในปี 2556 นี้ ซึ่งจะเริ่มเห็นอย่างเป็นรูปธรรมในปลายปีที่จะถึงนี้


ตอนนี้ Join & Coin มีสมาชิกทั่วประเทศทั้งหมดนับล้านราย โดยมีสมาชิกที่ดำเนินธุรกิจต่อเนื่องราวแสนรายหรือ 10% ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด ขณะเดียวกันก็มีจำนวนสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นถึงหลักแสนรายต่อปีเช่นกัน ซึ่งเป้าหมายที่เขาวางไว้อีกข้อหนึ่งคือพยายามเพิ่มจำนวนสมาชิกที่แอ็กทีฟให้มากขึ้นจาก 1 แสนรายเป็น 2 แสนรายต่อปี


ปัจจุบัน Join & Coin มีรายได้มากกว่า 2,000 ล้านบาทต่อปี โดยมีสินค้าหลักคือ โหย่งเหิง ที่สร้างยอดขายปีละเกือบ 1,000 ล้านบาทหรือคิดเป็นเกือบ 50% ของรายได้ทั้งหมด


ทั้งนี้ภายใน 2 ปี ข้างหน้านี้ทาง Join & Coin มีแผนที่จะเปลี่ยนตนเองให้เป็นบริษัทมหาชนเพื่อเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งตอนนี้ทางบริษัทมีทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 200 ล้านบาท ซึ่งทางบริษัทมีแผนที่จะเพิ่มเม็ดเงินการจดทะเบียนให้เป็นเป็น 300 ล้านบาท เพื่อนำเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ภายในปีหน้านี้ ซึ่งวัตถุประสงค์การเข้าตลาดหลักทรัพย์เพื่อที่จะนำเงินทุนเข้ามาเพื่อเปิดสาขาให้กระจายไปทั่วประเทศมากที่สุด


ในส่วนตลาดต่างประเทศนั้น ทาง Join & Coin ได้เปิดตลาดอยู่ในประเทศลาวและมาเลเซียซึ่งจะมีการเปิดตลาดต่อไปอีก 2 ประเทศด้วยกันในอนาคต และหลังจากประชาคมอาเซียนในปี 2558 ได้ถือกำเนิดขึ้น ดร.สมชาย คาดว่าจะขยายสาขาไปได้ถึง 8 สาขาในตลาดต่างประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ประชาคมอาเซียน


ดร.สมชาย ได้กล่าวถึงประชาคมอาเซียนที่จะเกิดขึ้นต่อด้วยว่า ตามที่คาดการณ์ไว้ประเทศต่างๆ จะเข้ามาสู่ประเทศไทยมากกว่าเพราะเชื่อว่าประเทศไทยจะกลายเป็นศูนย์กลางของประชาคมอาเซียนที่จะเกิดขึ้นในปี 2558 ซึ่งทางเราก็จะแบ่งตลาดได้ด้วยสินค้าที่มีคุณภาพและแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับในตลาดสากล ส่วนแผนในระยะยาวนั้นเราจำเป็นต้องการใช้คนในพื้นที่เข้าไปเพื่อแบ่งตลาดเข้ามา โดยใช้ระบบ One Code One World ให้คนต่างชาติเข้ามาเป็นสมาชิกเข้ารับการเทรนนิ่งเพื่อกลับไปยังประเทศและสามารถทำตลาดต่อไปได้


ในด้านยอดปี 2555 ที่ผ่านมาทาง บริษัท จอยแอนด์คอยน์คอร์ปอเรชั่น จำกัด มียอดการเจริญเติบโตอยู่ที่ 20% ซึ่งผิดจากที่ตั้งเป้าไว้เล็กน้อย และในส่วนปี 2556 ดร.สมชาย มั่นใจถึงศักยภาพขององค์กรและมองว่าในปี 2556 ที่จะถึงนี้จะเติบโตในด้านยอดขายและสมาชิกมากกว่า 20% ซึ่งในด้านกลยุทธ์ ดร.สมชาย ได้กล่าวว่า แผนที่จะผลักดันในการกระตุ้นการเติบโตของบริษัทนั้นได้แก่การเทรนนิ่งบุคลากรเพื่อเป็นการเสริมสร้างศักยภาพให้สมาชิกของ Join & Coin เพื่อให้ทุกคนมีองค์ความรู้นำมาพัฒนาในสายงานของตนเอง ซึ่งการพัฒนาบุคลากรคือการพัฒนาที่มั่นคงและยั่งยืนที่สุดในส่วนการส่งเสริมการตลาด ดร.สมชาย ได้มองถึงกลยุทธ์หลักคือ การจัดโปรโมชั่นและการจัดอีเว้นท์ ควบคู่กันไปเพื่อเป็นการกระตุ้นยอดขายให้แก่สมาชิกและบริษัท ทั้งนี้ในปี 2556 ระบบการจัดส่งของ Join & Coin จะมีความพร้อมซึ่งก็คือ ระบบการจัดส่งที่จะพัฒนาก้าวข้ามขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง ซึ่งการจัดส่งสินค้าของทางบริษัทนั้นจะสามารถจัดส่งสินค้าต่างๆ ได้ถึงมือผู้บริโภคอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพเพื่อตอบสนองความต้องการแก่ผู้บริโภค


และอีกสิ่งหนึ่งที่ ดร. สมชาย และ Join & Coin มุ่งหวังอย่างแท้จริงนั้นคือ เราไม่มองถึงประโยชน์ของการหารายได้เพียงอย่างเดียวแต่สิ่งที่เรามุ่งเน้นเป็นหลักตั้งแต่เริ่มธุรกิจมานั้นคือ โอกาสทางธุรกิจ และเราก็ให้ความสำคัญต่อทุกภาคส่วนนโยบายของเรานั้นคือการใช้แพลทฟอร์มที่จะเปิดโอกาสให้ผู้มีความสนใจในธุรกิจได้มีโอกาสเข้ามาร่วมก้าวเดินไปกับ Join & Coin พร้อมที่จะสร้างให้สมาชิกทุกคนมีวิธีคิดและหลักการเป็นของตนเอง ไม่จำเป็นต้องมาขึ้นกับบริษัท อนึ่ง บริษัทเรานั้นเปรียบเสมือนเป็นผู้ให้บริการแก่สมาชิก เพื่อช่วยเหลือให้สมาชิกทุกคนมีความสำเร็จ มีชีวิตที่ดี มีความคิดที่ดี เราไม่เคยคิดที่จะตีกรอบไว้ที่ว่าสมาชิกเมื่อมาซื้อของกับเราแล้วจะต้องนำสินค้าไปขายเพียงอย่างเดียวแต่ที่นี่สมาชิกทุกคนยังสามารถนำสินค้ามาขายด้วยและยังนำระบบไปขายต่อได้อีกด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้เรามองว่าเป็น นวัตกรรมขายตรงรูปแบบใหม่ซึ่งเป็นโอกาสแห่งชีวิตสำหรับผู้คน(Innovative Modern Trade MLM) ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้กับการนำบริษัท จอยแอนด์คอยน์คอร์ปอเรชั่น จำกัด ไปสู่การเป็นมหาชนหรือการตั้งระบบให้เป็นศูนย์กลางของการค้าขายรูปแบบใหม่ไม่ว่าจะเป็น ขายตรง ค้าปลีก หรือ ค้าส่ง จนกระทั่งถึงระดับสรรพสินค้าก็ตาม


ด้วยคอนเซ็ปที่ผ่านพ้นมาในอดีตนั้นก่อให้เกิดแผนใหม่ได้แก่แผนที่นำมาผสมซึ่งกันและกัน Hybrid ซึ่งเป็นกลยุทธ์แบบ Vertical Market หมายถึงเป็นการทำการตลาดแนวดิ่งไม่ว่าจะเป็นการผลิตเอง การขายส่ง การค้าปลีก จนไปถึงผู้บริโภค และก็ยังสมารถให้ผู้บริโภคสามารถเข้ามาเป็นสมาชิกเพื่อให้บริษัทเป็นผู้ให้บริการและผู้บริโภคก็จะสามารถกลายเป็นแฟนไชส์ซีของเราได้ ซึ่งแฟรนไชส์ซีก็มีโอกาสที่จะเป็นแฟนไชส์ซอว์ได้อีกด้วยหากผู้บริโภคผู้นั้นสามารถนำเอาธุรกิจนี้ไปขยายได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือนวัตกรรมทางการตลาดแบบใหม่ซึ่งเราเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้คือโอกาสสำหรับผู้คนในทุกช่วงอายุที่สามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโอกาสในส่วนนี้ได้


จัดทำและเรียบเรียงโดย www.thaimlmnews.com


วันพฤหัสบดีที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2556

ข่าวเอมสตาร์ (Aimstar Network) : เอมสตาร์...ส่งมอบความสำเร็จ เป็นทีม ภก.ธนะสิทธิ์ พรสิริกุลนันท์ ธัณย์ชยา พัชรกุลไพสิฐ นักธุรกิจเอมสตาร์ระดับทริปเปิ้ลไดมอนด์สตาร์









เอมสตาร์ โอกาสก้าวสำคัญของชีวิต


ภก.ธนะสิทธิ์ พรสิริกุลนันท์เดิมเป็นชาวจังหวัดสมุทรสงคราม จบการศึกษาจากคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลังจากจบการศึกษาได้รับราชการเป็นเภสัชกรประจำสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เมื่อปี 2547 ในตอนนั้นรับเงินเดือนเพียงแค่ 7,960 บาท ทำให้ ภก.ธนะสิทธิ์ มองหาโอกาสและช่องทางที่จะสร้างรายได้เพิ่มโดยที่คิดว่าอยากจะเปิดร้านขายยาเป็นของตัวเอง


แต่เนื่องจากไม่มีเงินลงทุนในการเปิดจึงมองหาวิธีในการสร้างรายได้เพื่อเป็นทุนในการเปิดร้านขายยา และในขณะนั้นก็ได้รับการแนะนำให้มารู้จักกับธุรกิจเอมสตาร์ ซึ่งเบื้องต้นคิดว่าจะหาเงินสักก้อนไปเป็นทุนในการเปิดร้านขายยาเนื่องจากธุรกิจเอมสตาร์ลงทุนน้อย แค่สมัครเพียง 300 บาท และใช้ความขยันส่วนตัวเพื่อสร้างรายได้โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลา วุฒิการศึกษา หรืออายุจึงได้ตัดสินใจคว้าโอกาสนี้ไว้ แล้วเริ่มทำธุรกิจเอมสตาร์อย่างจริงจัง


คุณธัณย์ชยา พัชรกุลไพสิฐ เป็นชาวเชียงใหม่โดยกำเนิด จบการศึกษาจากคณะบัญชีและการเงินการธนาคาร จากมหาวิทยาลัยพายัพ และเข้าทำงานประจำในสำนักงานบัญชีแห่งหนึ่งในเมืองเชียงใหม่ แต่ด้วยความฝันอยากมีสำนักงานบัญชีเป็นของตัวเอง จึงได้รู้จักธุรกิจเอมสตาร์จาก ภก.ธนะสิทธิ์ พรสิริกุลนันท์ และเมื่อเข้ามาศึกษาก็เห็นโอกาสของธุรกิจเอมสตาร์ ด้วยโครงสร้างธุรกิจที่ลงทุนน้อย ผลตอบแทนสูง ไม่มีความเสี่ยง ต่างจากธุรกิจอื่นๆ ที่เคยดูแลทางด้านบัญชีมาก่อน ที่ต้องลงทุนสูง ความเสี่ยงสูง ยุ่งยากเรื่องลูกจ้างและยังมีปัญหาต่างๆ อีกมากมาย จึงตัดสินใจทำธุรกิจเอมสตาร์อย่างจริงจังร่วมกัน


เอมสตาร์ กับระบบสู่ความสำเร็จ


แม้ว่า ภก.ธนะสิทธิ์ จะไม่เคยมีความรู้เกี่ยวกับธุรกิจเครือข่ายมาก่อน แต่ก็มีความตั้งใจที่จะประสบความสำเร็จในธุรกิจเอมสตาร์ และพบว่า เอมสตาร์ไม่ใช่เพียงแค่เปิดบริษัทขึ้นมาเท่านั้น แต่ยังมีระบบการเรียนรู้ที่สามารถสนับสนุนความเข้าใจในการสร้างธุรกิจเอมสตาร์ให้แก่นักธุรกิจเอมสตาร์อีกด้วย เอมสตาร์มรคอร์สการเรียนรู้ ที่ถ่ายถอดแนวคิดการสร้างธุรกิจเอมสตาร์อย่างถูกต้องและมั่นคง เช่น คอร์ส The Winner,Ruby Star Forurm Meeting,Diamond Star Forum Meeting และอื่นๆอีกมากมายอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทั้งสองได้เรียนรู้และลงมือทำอย่างจริงจัง


เอมสตาร์ ส่งมอบความสำเร็จ เป็นทีม


ทั้งสองใช้เวลาเพียง5เดือนก็สามารถประสบความสำเร็จเป็นนักธุรกิจเอมสตาร์ระดับรูบี้สตาร์ ที่มีรายได้มากกว่า 100,000 บาทต่อเดือน ซึ่งในความเป็นจริงไม่ว่าเราจะทำงานประจำหรือทำธุรกิจส่วนตัว ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะมีรายได้มากกว่า 100,000 บาท ภายในระยะเวลาเพียง 5 เดือนด้วย ศักยภาพของนักธุรกิจเอมสตาร์ที่ไร้ขีดจำกัด ภายในเดือนที่ 13 ทั้งสองสามารถมีรายได้มากกว่า 1,000,000 บาทต่อเดือนจากธุรกิจเอมสตาร์และธุรกิจก็ยังเติบโตต่อเนื่อง และประสบความสำเร็จมากขึ้น ทีมงานที่เข้ามาร่วมธุรกิจก็ยิ่งประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้นไป เริ่มจากที่ทั้งสองมีรายได้หลักล้านบาทต่อเดือน แต่ในปัจจุบันองค์กรธุรกิจเอมสตาร์ของทั้งสองได้มีนักธุรกิจเอมสตาร์ที่ประสบความสำเร็จมีรายได้หลักล้านบาทต่อเดือน เพิ่มขึ้นรวมถึง 5 รหัส และและมีเพื่อนๆ อีก 60 กว่ารหัสที่มีรายได้มากกว่า 300,000 บาท ต่อเดือน ถ้านับรายได้เดือนละ 100,000 บาท ก็มีมากกว่า 400 รหัส


ทั้งสองกล่าวว่า...ในเวลาเพียง 6 ปีกว่ากับเอมสตาร์ เราไม่ได้สำเร็จคนเดียว ซึ่งแตกต่างกับการเปิดธุรกิจส่วนตัวแล้วประสบความสำเร็จเพียงตัวเราคนเดียว แต่ความสำเร็จในเอมสตาร์คือการส่งมอบโอกาส และดูแลกันจนเพื่อนๆ ของเราประสบความสำเร็จ เราจึงประสบความสำเร็จ นับเป็นธุรกิจที่สวยงามและมีคุณค่าอย่างยิ่ง เราคงไม่มีโอกาสรู้ถึงความสวยงามในธุรกิจนี้หากวันแรกเราไม่เปิดโอกาสให้ตัวเองได้รู้จักกับเอมสตาร์จริงๆ


เอมสตาร์ โอกาสสู่การท่องโลกกว้างอย่างมีระดับ


ไม่เพียงแค่นี้ เราทั้งสองยังมีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลกกับเอมสตาร์กว่า 30 ประเทศ ฟรีๆ และเอมสตาร์ได้ให้การรับรองนักธุรกิจเอมสตาร์ที่ประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยม และประทับใจ เราเดินทางด้วยเครื่องบินชั้น Business Class กับโรงแรมระดับ 5 ดาว ขึ้นไป ด้วยห้องพักพิเศษระดับผู้นำ เรามีโอกาสได้สัมผัสประสบการณ์พิเศษในชีวิต ทุก ๆ ครั้งที่เดินทางท่องโลกกว้างกับเอมสตาร์ เช่น ขึ้นเครื่องบินส่วนตัว ได้นั่งเฮลิคอปเตอร์ มีรถลีมูซีนคันยาวมารับรองการเดินทาง มีรถคลาสสิคมารับไปช้อปปิ้ง เป็นต้น ในการเดินทางท่องเที่ยวกับเอมสตาร์ ถือเป็นประสบการณ์ชีวิตที่ทรงคุณค่า และเรายังสามารถพาคุณแม่ไปเที่ยวกับเอมสตาร์ได้อีกด้วย


เอมสตาร์กับรางวัลชีวิต


รางวัลชีวิตที่เราได้รับจากการลงมือทำธุรกิจเอมสตาร์อย่างจริงจัง วันนี้เรามีรถในฝัน ที่ไม่ใช่เป็นเพียงแค่รถในฝัน เรามีรถ Mercedes Benz 3 คัน ที่เราได้รับจากการทำเอมสตาร์ มีบ้านหลังใหม่ และมีคอนโดหรูใจกลางเมืองที่เราสามารถเลือกได้ว่าจะอยู่ที่ไหน ในวันไหนที่เราสะดวก


ยิ่งกว่านั้นเพื่อนๆ คณะเภสัชศาสตร์ที่ร่ำเรียนมาด้วยกัน จนเราชวนมาทำธุรกิจเอมสตาร์ ก็สามารถพลิกชีวิต มีบ้านหลังใหม่ มีรถคันใหม่ จนหลายๆคนก็สามารถปลดหนี้สินเก่าๆ ที่เคยมีมาก่อนให้หมดสิ้นไปได้และชีวิตวันนี้ก็เต็มไปด้วยความสุข ทุกคนใช้เครื่องมือที่เรียกว่า ธุรกิจเอมสตาร์ เป็นความสวยงามของธุรกิจที่คนส่วนใหญ่อาจจะยังไม่รู้ว่า เอมสตาร์... ธุรกิจเดียวสามารถพลิกชีวิตของเราและเพื่อนๆของเราได้พร้อมๆกันและยังทำให้เพื่อนๆที่ไม่ค่อยได้เจอกันหลังเรียนจบ เพราะมัวแต่ทำงานหาเงินกัน กลับมาเจอกัน พบปะสังสรรค์กันได้ในทุกๆวันเรียกว่าทุกวันคือวันศุกร์ วันที่ทุกคนมักรอคอย แต่วันนี้เราไม่ต้องรอคอยอีกต่อไปพวกเรามีอิสรภาพทางการเงินและเวลา เรามีเพท่อนใหม่ ที่รู้จักกันในเอมสตาร์ พวกเรามีวิถีชีวิตที่พิเศษกว่าคนอื่น พวกเราสามารถไปเลือกซื้อรถยุโรปด้วยกัน พวกเราไปเลือกซื้อบ้านและคอนโดด้วยกัน จากรายได้ที่เราได้รับจากธุรกิจเอมสตาร์ในเวลาเพียง1-3 ปี พวกเราสามารถตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ คนที่เรารัก ทุกครั้งที่กลับบ้านเราให้เงินพ่อแม่ เรามีเวลาให้พ่อแม่ ไม่ใช่ขอเงินพ่อแม่แล้วเอาเวลาไปใช้เพื่อความสุขส่วนตัว


ขอขอบคุณ ทญ. ลพา วัชรศรีโรจน์ ประธานผู้ก่อตั้งบริษัท เอม สตาร์ เน็ทเวิร์ค จำกัด ขอบคุณ นพ. พนินทร์ ชนเลอเกียรติ์ กรรมการผู้จัดการ ที่ไม่ใช่เป็นเพียงผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร แต่ท่านทั้งสองยังเป็นครูผู้ประสิทธ์ประสาทวิชาการสร้างชีวิตด้วยธุรกิจเอมสตาร์ให้เราและเพื่อนๆ ทีมงานของเราประสบความสำเร็จพลิกหน้าประวัติศาสตร์ชีวิตของเรา ให้มีแต่ความสุขความสำเร็จ ความมั่นคงและรอยยิ้มเป้าหมายต่อไปคือการเป็นนักธุรกิจเอมสตาร์ระดับ Crown Diamond Star และแบ่งปันโอกาสนี้ไปยังผู้คนทั้งใน AEC และต่างประเทศที่เอมสตาร์ไปดำเนินธุรกิจ เราชื่อว่าเอมสตาร์จะส่งมอบความสุข ความสำเร็จให้ผู้คนได้ทั่วโลก




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพธุรกิจเครือข่าย ประจำวันที่16-31ธันวาคม 2555 ปักษ์หลัง ฉบับที่ 242

วันศุกร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2556

เอ็มไออาร์ เวิลด์วายด์ MIR ตอกย้ำความสำเร็จ จัดงาน Grand Opening ณ สโมสรทหารบก !! พร้อมบทสัมภาษณ์ ภก.ดร.พิศาล จันทฤทธิรัศมี ประธานบริษัทฯ








ขายตรงน้องใหม่บริษัทเอ็มไออาร์ เวิลด์วายด์ MIR ของประธาน ภก.ดร.พิศาล จันทฤทธิรัศมี มาแรงเเบบฉุดไม่อยู่ เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2555 ที่ผ่านมา ได้จัดงาน Grand Opening ขึ้นที่ สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต โดยภายในงานได้รับการตอบรับจากสมาชิกอย่างล้นหลาม ซึ่งทางเว็บไซต์ไทยเอ็มแอลเอ็มนิวส์ก็ไม่พลาดที่จะเข้าไปสัมภาษณ์ภก.ดร.พิศาล จันทฤทธิรัศมี ถึงเรื่องราวข่าวสารต่างๆให้ทุกท่านได้ทราบโดยทั่วกัน


การเปิดตัวอย่างเป็นทางการสู่สาธารณะและสื่อมวลชนของบริษัท MIR WORLDWIDE


ประธานบริษัทเอ็มไออาร์ เวิลด์วายด์ MIR ดร.พิศาล จันทฤทธิรัศมี กล่าวถึงสาเหตุที่เราเลือกสโมสรทหารบกในการจัดงานเพราะเรามีฝันว่าเราจะสร้างระบบเครือข่ายขายตรงของประเทศไทยและของคนไทยเราไปสู่ระบบสากลไปสู่ตลาดโลก เพราะผมมีโอกาสเข้ามาทำตลาดขายตรงเมื่อ 9 ปีที่แล้ว เราก็พบว่าตลาดขายตรงบ้านเราจะถูกครอบครองโดยตลาดขายตรงต่างชาติกว่า 50 % ในฐานะที่ผมเป็นคนผลิตเครื่องสำอางและสินค้าดูแลบุคคล ที่ได้ส่งออกไปทั่วโลกมายาวนานกว่า 24 ปี แล้ว ส่งไปยังประเทศต่างๆที่เจริญกว่าเรา เราก็เลยมีแนวคิดว่า เราส่งสินค้าออกไปยังตลาดทั่วโลกได้ แล้วทำไมเราจึงไม่สามารถส่งธุรกิจของเราไปยึดตลาดทั่วโลกได้เช่นกัน และเราจะเปลี่ยนธุรกิจนี้เป็นธุรกิจสีขาวเราจะทำให้ธุรกิจสีขาวนี้เข้ากับธรรมชาติของธุรกิจขายปลีกอื่นๆได้ทั้งหมด เราจะไม่ไปแบบหนามทุเรียนที่หลายท่านก็อาจจะเคยทราบมาว่าธุรกิจขายตรงในประเทศเราเราก็มีหนามทุเรียนอยู่ หรืออาจจะถึงขั้นเป็นลัทธิต่างๆ จึงทำให้เราอยู่ในส่วนเล็กๆ เช่นธุรกิจขายปลีกมียอดอยู่ 1.4 ล้านๆบาท เราก็อยู่ประมาณ 5-6 หมื่นล้านบาท


แต่เรายังยืนยันว่า "ธุรกิจขายตรงนั้นเป็นธุรกิจที่มีสเน่ห์" อย่างน้อย 6 ด้านด้วยกัน คือ


1. เป็นการสร้างอาชีพ


2. เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มที่มากที่สุดในห่วงโซ่อุปทาน


3. เป็นมรดกให้ลูกหลานได้


4. เป็นการลงทุนน้อย ความเสี่ยงต่ำ


5. เป็นการสร้างองค์กร สร้างบุคคลให้มีคุณภาพ


6. เป็นการสร้างฝัน จากการขับเคลื่อนขององค์กร และบุคคล


ท่านประธานได้กล่าวเน้นย้ำว่าการทำธุรกิจขายตรงต้องทำให้เป็นธรรมชาติ


Soft Opening MIR WORLDWIDE


จากการ Soft Opening มา 4 เดือน ยอดของบริษัทเราก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รอบโบนัส 2 อาทิตย์ หลัง 4 เดือนที่ผ่านมา เกือบ 3 ล้าน จ่ายโบนัสออกไปประมาณ 2 ล้าน สิ้นปี 2555 ก็น่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกครั้งหนึ่ง


แผนธุรกิจของ MIR WORLDWIDE ในปีหน้า


เรื่องแผนธุรกิจในปลายปี 2556 หรืออาจะ 2557 เรามีแผนส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ เช่น ประเทศเวียดนาม อินเดีย มาเลเซีย อินโดนีเซีย สำหรับในประเทศพม่าเราคิดว่ายังไม่มีแผนในการดำเนินธุรกิจเพราะคิดว่าข้อมูลยังช้าไปหน่อย


ท่านประธานย้ำว่า ทุกๆธุรกิจมีโอกาสของตัวมันเอง ถ้าจะเป็นธุรกิจแบบเก่าๆ เดิมๆ ก็คงไม่ได้ อาจจะต้องเป็นธุรกิจแบบใหม่ เช่น Online Network คือผู้บริโภคต้องเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย และสินค้าของเราต้องดีจริง พวกปลุกปั่นข้อมูลหรือสร้างลัทธิเพื่อมาขาย คงไม่ได้ เพราะว่าผู้บริโภค ณ ปัจจุบันสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ตลอดเวลาเพราะฉะนั้น ยุคต่อไปคือถ้าไม่ดีจริงอยู่ไม่ได้ ต้องทำธุรกิจให้เข้ากับยุคของเวลาที่เปลี่ยนไป


สำหรับแผน ในตลาด AEC ที่กำลังจะมาถึง


เนื่องจากว่าเราเป็นบริษัทที่เน้นสินค้าในการผลิต ว่าสินค้าเราต้องดีจริง มีราคาถูกจริงและต้นทุนในการผลิตต้องต่ำ ที่สามารถสร้างคุณค่าให้ผู้บริโภคได้ เงินที่ผู้บริโภคจ่ายออกไปจะต้องน้อยกว่ามูลค่าที่เขาได้รับมายกตัวอย่างเช่นเดินทางไปทำการรักษาฝ้าที่โรงพยาบาลหมดค่าใช้จ่ายไปเป็นหลักแสน แต่พอมาใช้ผลิตภัณฑ์ของเราหมดค่าใช้จ่ายไปไม่กี่พันก็หายแล้ว เป็นต้น ส่วนในเรื่องของการกระจายสินค้าเรามีจุดกระจายสินค้าอย่างทั่วถึง จนมาถึงเรื่องการฝึกอบรมในองค์กร ไม่มีใครเป็นลูกจ้าง คือเราต้องมีวิธีการว่าเราจะทำอย่างไร ให้เขามีจิตรที่จะสู้มีจิตที่จะทำ เราจะต้องเน้นในเรื่องของการสร้างองค์กรของเรา เพราะระบบธุรกิจขายตรงของเราไม่ใช่ระบบโฆษณาต้องใช้ระบบคนขับเคลื่อนสินค้า


 


โดยสำหรับในงานนี้ ทาง MIR WORLDWIDE ได้เปิดตัว 7 ผลิตภัณฑ์ MIR เพื่อความอ่อนเยาว์ของผิวระดับเซลล์ Trace Elements


- MIR TRACE ELEMENT MITONUTRIENTS FACE & EYE MAKE UP REMOVER (For all skin type) ทำความสะอาดเครื่องสำอางบนใบหน้า ลำคอและดวงตาอย่างล้ำลึก


- MIR TRACE ELEMENT MITONUTRIENTS FACE WASH GEL (For all skin type)


ชำระล้างความมัน เครื่องสำอางที่ตกค้างและสิ่งสกปรกที่มาพร้อมกับมลภาวะ


- MIR TRACE ELEMENT MITONUTRIENTS DAY&NIGHT SERUM (For all skin type)


ช่วยควบคุมความมันบนใบหน้า


- MIR TRACE ELEMENT MITONUTRIENTS DAY CREAM SPF 60 PA++ (For all skin type)


ปกป้องเซลล์ผิวจากรังสี UVA ได้มากกว่า 60 เท่า ของผิวปกติ


- MIR TRACE ELEMENT MITONUTRIENTS NIGHT CREAM (For all skin type)


สำหรับผิวปกติถึงผิวแห้ง ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้แก่เซลล์ผิว


- MIR TRACE ELEMENT MITONUTRIENTS EYE CREAM (For all skin type)


ช่วยลดปัญหาริ้วรอยเหี่ยวย่น ความหย่อนคล้อย รอบดวงตา ถุงใต้ตา และรอยคล้ำ


- MIR TRACE ELEMENT MITONUTRIENTS MITONUTRIENTS NECK CREAM (For all skin type)


เพื่อการดูแลผิวบริเวณลำคอให้คงความกระชับ เต่งตึง เรียบเนียน


ทั้งนี้ภายในงานยังมีการบรรยายพิเศษจากอาจารย์สมคิด ลวางกูร กับหัวข้อการบรรยายพิเศษ ชื่อเรื่องว่า "กู เกิดมาเพื่อที่จะยิ่งใหญ่"
กับ สมคิด ลวางกูร


จัดทำและเรียบเรียงโดย www.thaimlmnews.com


[gallery columns="4"]

วันพุธที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ข่าวไบโอฟาร์มฯ (ฺBIOPHARM) : ไบโอฟาร์มฯ ลุยสร้างแบรนด์โค้งสุดท้าย เตรียมรับมือตลาดยาแข่งเดือด ปี 2556









ไบโอฟาร์มฯ กระตุ้นตลาดเร่งสร้างแบรนด์ช่วงปลายปี ติดตั้งป้าย Banner ทั่วประเทศ รุกสื่อออนไลน์ หวังผู้บริโภคจดจำสินค้าที่ได้มาตรฐานระดับโลก เตรียมรับมือตลาดยาแข่งขันสูงในปี 2556 คุณวีระพัฒน์ ถกลศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัทไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด ผู้นำนวัตกรรมเวชภัณฑ์และฟาร์มาฟู้ด บริษัทเรกและบริษัทเดียวในประเทศไทยที่ได้รับมาตราฐาน EU GMP ( PIC/S ) (มาตรฐานการผลิตยาระดับโลก) เปิดเผยว่า ในช่วงสุดท้ายของปีนี้ ไบโอฟาร์มได้ทำตลาดอย่างหนักเพื่อกระตุ้นยอดขายและให้ผู้บริโภคจดจำในแบรนด์และตัวสินค้ามากยิ่งขึ้น


โดยได้จัดทำป้าย Banner ติดตั้งกระจายไปยังต่างจังหวัด หัวเมือง และแหล่งชุมชน เพื่อสื่อสารให้กลุ่มผู้บริโภคได้รับรู้ว่าไบโอฟาร์มฯเป็นองค์กรที่จำหน่ายยาคุณภาพที่ได้รับมาตราฐานPIC/S ขณะเดียวกันยังได้สร้างการรับรู้ผ่านช่องทาง youtube (Biopharm Chemicals) ซึ่งเป็นสื่อออนไลน์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร สร้างการจดจำแบรนด์ และเพื่อให้กลุ่มผู้บริโภคได้ทราบถึงกิจกรรมต่างๆ ของทางไบโอฟาร์มฯ


ในปี 2556 ผมคาดว่าอุตสาหกรรมยาและเวชภัณฑ์จะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงเนื่องมาจากประชาชนหันมาให้ความสนใจและดูแลสุขภาพกันมากขึ้น ดังนั้นช่วงปลายปีนี้และต้นปีหน้าเราจะเห็นหลายๆ บริษัทให้ความสำคัญและใช้งบประมาณในการสร้างแบรนด์มากยิ่งขึ้น


ในปีนี้ไบโอฟาร์มฯจะเน้นกลยุทธ์การสร้างสรรค์กิจกรรมการตลาดด้วยนวัตกรรม เพื่อกระตุ้นยอดขายและขยายตลาดทั้งในส่วนของร้านขายยาและโรงพยาบาล ไปพร้อมกับการจัดกิจกรรมใหม่ๆในการส่งเสริมความสัมพันธ์กับลูกค้า ซึ่งจะมุ่งเน้นในเรื่องความแตกต่างในตัวของผลิตภัณฑ์ โดยคาดว่าจากการรุกตลาดอย่างต่อเนื่องและการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ จะทำให้ปี 2555 มีรายได้ 1,255 ล้านบาท ตามที่ตั้งเป้าไว้




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ อินเน็ตเวิร์ค ปักษ์เเรก ประจำวันที่ 1-15 ธันวาคม 2555 ฉบับที่ 155