ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิน วิน เวิลด์ไวด์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิน วิน เวิลด์ไวด์ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ข่าววิน วิน เวิลด์ไวด์ (WIN WIN WORLDWIDE) : วิน วิน' ฝ่าวิกฤติหวิดปิดกิจการ เฝ้าระวังแผนจ่ายตัดปัญหา Overpay







Capture

 


"วิน วิน เวิลด์ไวด์" ไขก๊อกยอดขายไม่กระเตื้องหลายปี เหตุเพราะคุมแผนจ่ายไม่อยู่ เจอปัญหา Overpay ขาดทุนยับหลายล้านบาท เกือบต้องปิดบริษัท เอาใหม่ประกาศ ตัวสู้ ตั้งปี 57 เป็นปีแห่งการปฏิวัติ ยกเครื่อง ปรับกลยุทธ์ ชู "คุณธรรม-คุณภาพ" สร้างภาพลักษณ์ โฟกัสหลักสูตรเทรนนิ่งปั้นสมาชิก เนรมิตศูนย์ธุรกิจภายใต้ชื่อ "บอส" ฝัน 3 ปี กระจายครบทุกอำเภอทั่วประเทศ


ภก.ประเสริฐ หวานยิ่ง ประธานกรรมการ บริษัท วิน วิน เวิลด์ไวด์ จำกัด หนึ่งในบริษัทขายตรง เปิดเผยว่า ทิศทางและนโยบายในการดำเนินธุรกิจของบริษัทนับตั้งแต่ปีหน้า หรือปี 2557 เป็นต้นไป บริษัทจะกลับมาให้ความสำคัญกับการทำธุรกิจขายตรง อย่างจริงจังอีกครั้งหนึ่ง หลังจากชะลอธุรกิจเพื่อปรับเปลี่ยนองค์กร มาระยะหนึ่ง ตลอดช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา


"กลยุทธ์หลักที่เราจะนำกลับมาใช้ในการบุกตลาดนับแต่นี้เป็นต้นไป เราเรียกว่ากลยุทธ์ "คุณธรรม" คู่ "คุณภาพ" เพื่อร่วมสร้างภาพธุรกิจขายตรง ให้มีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นในสายตาของสาธารณชน ทั้งในด้านของรูปแบบการดำเนินธุรกิจ และคุณภาพ ของสินค้าที่นำมาจัดจำหน่าย ซึ่งเชื่อแน่ว่ากลยุทธ์นี้ จะเป็นกลยุทธ์ที่ยั่งยืน และแตกต่างอย่างโดดเด่นจากคู่แข่งอื่นๆ ในตลาด และ สร้างความสำเร็จให้กับบริษัทได้อย่างแน่นอน"


อย่างไรก็ดี "วิน วิน" เปิดดำเนินธุรกิจขายตรงมาได้ประมาณ 7 ปี ซึ่งเดิมที บริษัทมีแผนการจ่ายในรูปแบบ "ไบนารี่" ต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงมาเป็น "สแตร์ สเต็ป" กลายเป็นว่าสมาชิกส่วนใหญ่ ไม่ชอบกับการที่บริษัทได้เปลี่ยนแผน ทำให้การย้ายออกของสมาชิกเกิดขึ้น


"ต้องยอมรับว่า ในช่วงที่ผ่านมามีสมาชิกของบริษัทบางคนมีการปรับเปลี่ยน แผนจ่าย ทำให้เกิดปัญหาจ่ายมากเกินไป หรือ Overpay (โอเวอร์เปย์) ขึ้น ทำให้บริษัทต้องแบกภาระในเรื่องของการจ่ายโบนัส โดยที่ช่วงนั้นบริษัทไม่สามารถควบคุมการจ่ายได้ กลายเป็นว่าบริษัทต้อง ขาดทุนในทุกเดือนหลายล้านบาท นำไปสู่ ความคิดที่จะปิดบริษัท แต่ด้วยการได้เจอกลุ่มผู้นำบางคนที่อยู่ใน จ.แพร่ ก็ทำให้มีความคิดใหม่ในการทำธุรกิจ และจะเริ่มลุย กันต่อในปีหน้า" ภก.ประเสริฐ เผย


ในส่วนภาพรวมของธุรกิจขายตรงในปีที่ผ่านมา ที่ยังคงเป็นเงาสะท้อนในสายตาประชาชน ก็คือ ธุรกิจขายตรงยังแยกไม่ออกกับธุรกิจหลอกลวงต้มตุ๋นที่เรียกว่า 'มันนี่เกม" เพราะฉะนั้น บริษัทในฐานะที่อยู่ในสมาคมขายตรงไทย (TDSA) และมีเป้าหมายที่จะทำธุรกิจขาย ตรงแบบไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง จึงชูกลยุทธ์ "คุณธรรม" มาเป็นอันดับแรกในการทำธุรกิจ เพื่อสร้างความรู้และชัดเจน ให้เกิดขึ้นในกลุ่มผู้ที่สนใจจะเข้ามาทำธุรกิจขายตรงว่า ธุรกิจขายตรงที่แท้จริงเป็นแบบไหน และแตกต่างจากมันนี่เกมอย่างไร


"ลูกทีมที่สนใจจะมาทำธุรกิจกับบริษัท เราจะบอกเลยว่าที่นี่ไม่สามารถสร้างคุณให้เป็นเศรษฐีร่ำรวยได้ ใน 3 เดือน 6 เดือน และไม่ต้องมาทุ่มเงินสต็อกสินค้า หรือชักชวนคนเข้ามาเป็นสมาชิกเยอะๆ เพื่อหวังจะได้ค่าแนะนำ หรือก้าวขึ้นตำแหน่ง สูงๆ เพราะเราไม่ใช่มันนี่เกม สิ่งที่สมาชิก จะได้จากที่นี่ คือ เราจะสอนให้คุณทำธุรกิจ สอนให้ขายสินค้าให้ขยายเครือข่ายและบริหารลูกทีมอย่างมีประสิทธิภาพ และเรา กล้าการันตีว่า ถ้าทำได้ตามแผนที่บริษัทวางไว้ คุณจะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากหมื่นเป็น แสน จากแสนเป็นล้านไม่น้อยไปกว่าขายตรงค่ายอื่น ภายใน 2-3 ปีอย่างแน่นอน" ภก.ประเสริฐ กล่าว


อีกกลยุทธ์หนึ่งของบริษัทที่ถูกนำมาเป็นหัวหอกในการบุกตลาดในครั้งนี้ก็คือ "คุณภาพ" ซึ่งหมายถึงคุณภาพของสินค้าที่นำมาจำหน่าย


นอกจากเรื่องคุณภาพของสินค้าแล้ว ภายใต้นโยบาย "คุณภาพ" ของบริษัทยังให้ความสำคัญกับเรื่อง "ราคา" สินค้าควบคู่ไปด้วย ในตลาดขายตรง สินค้า ที่ได้รับการยอมรับว่าคุณภาพดี เชื่อถือได้ ราคามักจะสูงกว่าสินค้าปกติในท้องตลาดมาก ทำให้ผู้บริโภคขาดความต่อเนื่องในการซื้อสินค้าไปใช้ในชีวิตประจำวัน และโดยหลักการตลาดแล้ว สินค้าขายตรง คือ สินค้าที่ตัดค่าการตลาด และค่าตัวแทนจำหน่ายออก ทำให้ต้นทุนต่ำกว่าสินค้าที่ขายในช่องทางปกติ ด้วยหลักการธุรกิจแบบนี้ บริษัทจึงสามารถตั้งราคาได้อย่างสมเหตุสมผล โดยไม่หวังผลกำไรมาก ขอเพียงมีรายได้ให้ตัวแทนสามารถสร้างธุรกิจให้เติบโตได้เท่านั้น


"ในส่วนของกลยุทธ์การทำตลาดอื่นๆ บริษัทจะทำตลาดแบบป่าล้อมเมือง คือ เริ่มจากต่างจังหวัด แล้วค่อยๆ ขยาย เข้ามาในกรุงเทพฯ โดยขณะนี้ตลาดที่แข็ง ที่สุดของเราคือในพื้นที่ภาคเหนือ อาทิ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และจะขยายไปให้คลุมพื้นที่มากขึ้น โดยในพื้นที่ภาคเหนือ บริษัทมีศูนย์บริการอยู่แล้ว ที่เชียงใหม่และ พิษณุโลก นอกจากนั้นแล้ว เราจะขยายพื้นที่ไปทางภาคอีสาน โดยมีการตั้งศูนย์บริการแล้วที่ขอนแก่น และจะขยายไปภูมิภาคอื่นๆ จนทั่วประเทศ


ลักษณะการขยายธุรกิจ บริษัทจะให้ สิทธิสมาชิกระดับผู้บริหาร เปิดสาขาในรูปแบบของโมบาย โดยเรียกว่า "บอส" ซึ่งแต่ละบอสก็จะรับผิดชอบบริหารงานขาย และบริหารสต็อกสินค้าในพื้นที่ของตน โดยจะได้รับค่าบริหารเป็นค่าตอบแทนนอกเหนือ จากเปอร์เซ็นต์จากยอดขายปกติ โดยบริษัท ตั้งเป้าว่า ในระยะเวลา 3 ปีต่อจากนี้ ศูนย์บอสจะมีครบทุกอำเภอทั่วประเทศ"


"สำหรับในส่วนของสินค้าของบริษัท ในปีนี้เราจะเน้นไปที่สินค้าใน 3 กลุ่มหลัก คือ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม และผลิตภัณฑ์ของใช้ภายในบ้าน ทั้งนี้ โดยมีแผนที่จะออกสินค้าใหม่ๆ ออก สู่ตลาดอย่างสม่ำเสมอ โดยเน้นที่สินค้าที่มีนวัตกรรม เช่น อาหารเสริม คอสเมติก เพื่อตอบสนองความต้องของลูกค้า และสร้าง รายได้ให้กับสมาชิกให้มีรายได้เพิ่มขึ้นตามจำนวนสินค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดไป" ประธาน วิน วิน กล่าวปิดท้าย


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com/


 

วันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

วิน วิน เวิลด์ไวด์ เปิดแผนปี 57 ชูโมเดลธุรกิจใหม่ “คุณธรรม” คู่ “คุณภาพ” พร้อมกลยุทธ์ป่าล้อมเมือง







prasret (Mobile)

 


เภสัชกร ประเสริฐ หวานยิ่ง ประธานกรรมการ บริษัท วิน วิน เวิลด์ไวด์ จำกัด หนึ่งในบริษัทขายตรง ที่อยู่ภายใต้สมาชิกของ สมาคมขายตรงไทย (TDSA) และดำเนินธุรกิจมาแล้วกว่า 8 ปี เปิดเผยถึงทิศทางและนโนบายในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ว่า นับตั้งแต่ปี 2557 เป้นต้นไป บริษัทจะกลับมาให้ความสำคัญกับการทำธุรกิจขายตรงอย่างจริงจังอีกครั้งหนึ่ง หลังจากชลอธุรกิจเพื่อปรับเปลี่ยนองค์กรมาระยะหนึ่ง ตลอดช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา


“กลยุทธ์หลัก ที่เรากลับนำมาใช้ในการบุกตลาดนับแต่นี้เป็นต้นไป เราเรียกว่ากลยุทธ์ “คุณธรรม” คู่ “คุณภาพ” เพื่อร่วมสร้างภาพธุรกิจขายตรง ให้มีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นในสายตาของสาธารณะชน ทั้งในด้านของรูปแบบการดำเนินธุรกิจ และคุณภาพของสินค้าที่นำมาจัดจำหน่าย ซึ่งเชื่อแน่ว่า กลยุทธ์นี้ จะเป็นกลยุทธ์ที่ยั่งยืน และแตกต่างอย่างโดดเด่นจากคู่แข่งอื่นๆ ในตลาด และสร้างความสำเร็จให้กับบริษัทได้อย่างแน่นอน”


ภาพรวมของธุรกิจขายตรงในปีที่ผ่านมา ที่ยังคงเป็นเงาสะท้อนในสายตาประชาชน ก็คือ ธุรกิจขายตรงยังแยกไม่ออกกับธุรกิจหลอกลวงต้มตุ๋นที่เรียกว่า”มันนี่ เกม” เพราะฉะนั้น บริษัทฯ ในฐานะที่อยู่ในสมาคมขายตรงไทย(TDSA) และมีเป้าหมายที่จะทำธุรกิจขายตรงแบบไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง จึงชูกลยุทธ์ “คุณธรรม” มาเป็นอันดับแรกในการทำธุรกิจ เพื่อสร้างความรู้และชัดเจนให้เกิดขึ้นในกลุ่มผู้ที่สนใจจำเข้ามาทำธุรกิจขายตรง ว่าธุรกิจขายตรงที่แท้จริงเป็นแบบไหน และแตกต่างจากมันนี่ เกม อย่างไร


“ลูกทีมที่สนใจจะมาทำธุรกิจกับบริษัท เราจะบอกเลยว่าที่นี่ไม่สามารถสร้างคุณให้เป็นเศรษฐีร่ำรวยได้ ใน 3 เดือน 6 เดือน และไม่ต้องมาทุ่มเงินสต็อกสินค้า หรือชักชวนคนเข้ามาเป็นสมาชิกเยอะๆ เพื่อหวังจะได้ค่าแนะนำ หรือก้าวขึ้นตำแหน่งสูงๆ เพราะเราไม่ใช่มันนี่ เกม สิ่งที่สมาชิกจะได้จากที่นี่ คือ เราจะสอนให้คุณทำธุรกิจ สอนให้ขายสินค้า ให้ขยายเครือข่ายและบริหารลูกทีมอย่างมีประสิทธิภาพ และเรากล้าการันตีว่า ถ้าทำได้ตามแผนที่บริษัทฯ วางไว้ คุณจะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากหมื่นเป็นแสน จากแสนเป็นล้าน ไม่น้อยไปกว่าขายตรงค่ยอื่น ภายใน 2-3 ปี อย่างแน่นอน” เภสัชกร ประเสริฐ กล่าว


อีกกลยุทธ์หนึ่งของบริษัทฯ ที่ถูกนำมาเป็นหัวหอกในการบุกตลาดในครั้งนี้ก็คือ “คุณภาพ” ซึ่งหมายถึงคุณภาพของสินค้าที่นำมาจำหน่ายนั่นเอง


“บริษัทเราก่อตั้งมาด้วยทีมงานที่มีความรู้และประสบการณ์ทางด้านสาธารณสุข ทั้งแพทย์ปัจจุบัน แพทย์แผนโบราณ เภสัชกร สัตวแพทย์ ทันตแพทย์ และผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านโภชนาการอาหารปลอดภัย ดังนั้น เราจึงคิดค้นและสรรหาสินค้าที่มีคุณภาพ และมีประสิทธิภาพจริงตามคำโฆษณามาให้สมาชิกจำหน่าย และที่สำคัญ สินค้าทุกตัวผ่านการตรวจสอบและอนุญาติจาก อ.ย. แล้วทั้งสิ้น จึงมั่นใจได้ว่า สินค้าของบริษัทมีคุณภาพจริงตามฉลากทุกประการ และจุดนี้จะช่วยเสริมให้สมาชิกทุกคน สามารถขายสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง และมีรายได้เพิ่มขึ้นตามศักยภาพและเครือข่ายของตนเองที่สร้างขึ้นอย่างแน่นอน”


นอกจากเรื่องคุณภาพของสินค้าแล้ว ภายใต้นโยบาย “คุณภาพ” ของบริษัทฯ เรายังให้ความสำคัญกับเรื่อง “ราคา” สินค้าควบคู่ไปด้วย ในตลาดขายตรง สินค้าที่ได้รับการยอมรับว่าคุณภาพดี เชื่อถือได้ ราคามักจะสูงกว่าสินค้าปกติในท้องตลาดมาก ทำให้ผู้บริโภคขาดความต่อเนื่องในการซื้อสินค้าไปใช้ในชีวิตประจำวัน และโดยหลักการตลาดแล้ว สินค้าขายตรง คือสินค้าที่ตัดค่าการตลาด และค่าตัวแทนจำหน่ายออก ทำให้ต้นทุนต่ำกว่าสินค้าที่ขายในช่องทางปกติ ด้วยหลักการธุรกิจแบบนี้ บริษัทฯ จึงสามารถตั้งราคาได้อย่างสมเหตุสมผล โดยไม่หวังผลกำไรมาก ขอเพียงมีรายได้ให้ตัวแทนสามารถสร้างธุรกิจให้เติบโตได้เท่านั้น


ในส่วนของกลยุทธ์การทำตลาดอื่นๆ บริษัทฯ จะทำตลาดแบบป่าล้อมเมือง คือ เริ่มจากต่างจังหวัด แล้วค่อยๆ ขยายเข้ามาในกรุงเทพน โดยขณะนี้ ตลาดที่แข็งที่สุดของเราคือในพื้นที่ภาคเหนือ อาทิ เชียง ใหม่ ลำพูน ลำปาง และจะขยายไปให้คลุมพื้นที่มากขึ้น โดยในพื้นที่ภาคเหนือ บริษัทมีศูนย์บริการอยู่แล้ว ที่เชียงใหม่และพิษณุโลก นอกจากนั้นแล้ว เราจะขยายพื้นที่ไปทางภาคอีสาน โดยมีการตั้งศูนย์บริการแล้วที่ขอนแก่น และจะขยายไปภูมิภาคอื่นๆ จนทั่วประเทศ


ลักษณะการขยายธุรกิจ บริษัท จะให้สิทธิสมาชิกระดับผู้บริหาร เปิดสาขาในรูปแบบของโมบาย โดยเรียกว่า “บอส” ซึ่งแต่ละบอส ก็จะรับผิดชอบบริหารงานขาย และบริหารสต็อกสินค้าในพื้นที่ของตน โดยจะได้รับค่าบริหารเป้นค่าตอบแทน นอกเหนือจากเปอร์เซ็นต์จากยอดขายปกติอีกด้วย


สำหรับในส่วนของสินค้าของบริษัท ในปีนี้เราจะเน้นไปที่สินค้าใน 3 กลุ่มหลัก คือ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม และผลิตภัณฑ์ของใช้ภายในบ้าน ทั้งนี้โดยมีแผนที่จะออกสินค้าใหม่ๆ ออกสู่ตลาดอย่างสม่ำเสมอ โดยเน้นที่สินค้าที่มีนวตกรรม เช่น อาหารเสริม คอสเมติก ฯลฯ เพื่อตอบสนองความต้องของลุกค้า และสร้างรายได้ให้กับสมาชิก ให้มีรายได้เพิ่มขึ้นตามจำนวนสินค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดไป


บริษัท วิน วิน เวิลด์ไวด์ จำกัด เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจขายตรงมากว่า 8 ปี และเป็นหนึ่งในสมาชิกของสมาคมขายตรงไทย (TDSA) โดยมีสินค้าหลักคือ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และผลิตภัณฑ์เสริมความงาม ซึ่งคิดค้นภายใต้ทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านสาธรณสุขโดยเฉพาะ 

วันพุธที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

'วิน วิน เวิลด์ไวด์' อัดสินค้าใหม่ขย่มเป้า เล็งเพิ่มศูนย์ 'บอส' เมืองใหญ่ล่ายอดขายปี 57







ข่าว-3 (Mobile)

 


"วิน วิน เวิลด์ ไวด์" ยิ้มออกหลังช่วงครึ่งปีที่ผ่านมายอดขายโต 20% ตั้งเป้าสิ้นปี 56 รายรับแตะ 100 ล้านบาท วางกลยุทธ์เพิ่ม สินค้า 6 รายการ เน้นตอบโจทย์ผู้บริโภคมาก ขึ้น พร้อมวางแผนล่วงหน้าปี 57 ผุดศูนย์ใหญ่กระจายสินค้า ใช้ชื่อ "บอส" รวดเดียว 10 สาขา ด้านตลาด AEC ชำเลืองประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ลาว, พม่า, กัมพูชา และเวียดนาม ปักมุด


ภก.ประเสริฐ หวานยิ่ง ประธาน บริษัท วิน วิน เวิลด์ไวด์ จำกัด เปิดเผยว่า เมื่อช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา บริษัทมีผลการดำเนินกิจการที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ภาวะเศรษฐกิจจะไม่ค่อยดี แต่บริษัทก็แสดงให้เห็นถึงความมั่นคง ที่จะยืนหยัดในธุรกิจขายตรง โดยมีการเติบโตถึง 20% หากเทียบ กับปีก่อนที่ประสบปัญหาน้ำท่วมในบางพื้นที่ ทำให้ยอดขายร่วง ไป 20 ล้านบาท แต่พอมาปีนี้ถือว่า อยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก


"ถือเป็นที่พอใจบริษัทสามารถทำได้ตามเป้าที่กำหนดเอาไว้ ซึ่งได้มีการจัดอบรมอย่างเข้มข้นให้กับแม่ทีมที่มีความจงรักภักดีกับบริษัท เพราะผู้นำเหล่านี้สมควรที่จะผลักดันให้เติบโตไปในระดับสุดยอด และจะช่วยออกไปขยายเครือข่ายให้กับบริษัทตาม พื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ แม้บริษัทจะยังไม่แข็งแรงเหมือนกับบริษัท ใหญ่ แต่ก็มีความสามัคคีเป็นปึกแผ่นไม่แพ้ที่ไหนแน่นอน"


อย่างไรก็ตาม "วิน วิน เวิลด์ไวด์" ได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ในสิ้นปีนี้ ซึ่งครึ่งปีหลัง จะโตเพิ่มอีก 20% เท่ากับว่า ทั้งปีเติบโตถึง 40% และมียอดขายที่ 100 ล้านบาทขึ้นไปให้ได้ โดยสมาชิกที่เข้ามาอบรมในแต่ละเดือนเฉลี่ยประมาณ 700-800 คน แต่ก็เป็น เรื่องธรรมดาที่จะเจอคนที่ใช่เข้ามาทำธุรกิจ จริงๆ ซึ่งแบ่งเป็นแอ็กทีฟที่ซื้อซ้ำบ่อยๆ ประมาณเกือบ 100 คน และกลุ่มสมาชิกเหล่านี้ บริษัทได้พาเข้าแคมป์อบรมเทรนนิ่ง อย่างเข้มข้น เพื่อให้ออกไปทำงานได้ต่อไป


ในส่วนของกิจกรรมทางการตลาด บริษัทได้กำลังจัดโปรโมชั่นท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ พร้อมกับจัดให้สมาชิกเก่า และใหม่ไปเข้าแคมป์อบรมพิเศษ เพื่อเสริม ทักษะเวลาออกไปเจอสถานการณ์จริงๆ จะได้รับมือตอบข้อซักถามได้ อีกทั้งในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ บริษัทได้เตรียมออกสินค้า เพิ่มอีก 6 รายการ อาทิ ครีมอาบน้ำ, กาแฟโสม, โฟมล้างหน้า, แชมพู, ทรีตเมนต์ และครีมหน้าใส เพื่อกระตุ้นยอดขายและตอบโจทย์ผู้บริโภคให้มากขึ้น


"ตอนนี้ได้วางกลยุทธ์การตลาด เริ่มจากจัดกิจกรรมแนะนำสินค้า เพื่อหาสมาชิก เพิ่ม และพัฒนาสมาชิกทุกคนให้เป็นผู้นำธุรกิจที่มีคุณภาพ โดยการเน้นฝึกอบรม จัด หลักสูตรสร้างความรู้ ความเข้าใจในเรื่อง ของสินค้า และแผนธุรกิจอย่างจริงจัง นอกจากนั้น ยังมีแผนจัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับสินค้าแก่ผู้บริโภคในทุกๆ พื้นที่ทั่ว 4 ภาค"


ขณะที่ศูนย์ธุรกิจของบริษัทในเวลานี้มีหลักๆ อยู่ที่ กรุงเทพฯ, ขอนแก่น, เชียงใหม่ และพิษณุโลก โดยศูนย์เหล่านี้จะทำหน้าที่คอยกระจายสินค้า จัดฝึกอบรมเทรนนิ่ง และ ฝึกสอนทำธุรกิจให้ทั้งหมด โดยยังมีศูนย์ย่อยที่สมาชิกไปทำกันเองเรียกว่าบอส มีอยู่ ประมาณ 5 สาขาด้วยกัน กระจายอยู่จุดสำคัญของภาคต่างๆ โดยภายในปีหน้าบริษัท จะขยายเพิ่มสาขาออกไปให้ได้อย่างน้อย 10 สาขาขึ้นไป


อย่างไรก็ดี บริษัทได้ให้สมาชิกเปิดธุรกิจในลักษณะที่คล้ายกับโมบาย ซึ่งบริษัท เรียกว่า "บอส" ซึ่งบอสจะให้ผู้นำ แต่ละพื้นที่เป็นผู้บริหารเองและบริษัทจะจ่ายค่าบริหารให้บอส 10% และขณะนี้ได้มีผู้นำ เปิด บอสไปแล้วประมาณ 4-5 บอส ในส่วนของ สาขาปัจจุบัน บริษัทมีทั้งหมด 3 แห่ง ได้แก่ เชียงใหม่ พิษณุโลก และขอนแก่น โดยสาขา จะเป็นศูนย์กลางในการกระจายสินค้าให้แก่ บอส ในจังหวัดที่มีสาขา และจังหวัดใกล้เคียง


นอกจากนี้ ในส่วนของสินค้าเพื่อการ เกษตร ปัจจุบันบริษัทได้เปลี่ยนระบบการขายจากที่เคยทำธุรกิจในเครือข่ายแบบหลายชั้นเปลี่ยนทำธุรกิจในแบบซิงเกิล โดยการร่วมมือกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในการจำหน่ายสินค้าให้แก่เกษตรกรในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี การที่บริษัทได้แยกสินค้าเพื่อการเกษตรไปทำธุรกิจแบบซิงเกิลนั้น เพราะต้องการที่จะ แยกธุรกิจออกให้เป็นสัดส่วนที่ชัดเจน ซึ่งการจำหน่ายสินค้าเกษตรกับ ธ.ก.ส. บริษัท ได้มีการเซ็นสัญญาแบบปีต่อปี


ภก.ประเสริฐ กล่าวต่อไปว่า สำหรับ ก้าวต่อไปของ วิน วิน จะเน้นการขยายธุรกิจ ด้วยผู้นำ เพราะโดยธรรมชาติของธุรกิจเครือข่าย การที่บริษัทจะเติบโตได้ส่วนหนึ่ง มาจากผู้นำ ดังนั้น บริษัทได้มีการทำธุรกิจเบื้องต้นให้กับสมาชิกไปจนถึงการแอดวานซ์ บวกกับสรรหาสินค้าใหม่ๆ ที่มีคุณภาพมาให้สมาชิกได้ทำตลาดอยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ดี บริษัทมีแผนจะทำการประชาสัมพันธ์บริษัทมากขึ้น โดยการทำการประชาสัมพันธ์ จะแบ่งเป็น 2 ด้าน คือ 1.บริษัทจะต้องเคลียร์ ภาพของตัวเองให้คนได้รู้ว่าเป็นบริษัทขายตรงจริงไม่ใช่บริษัทมันนี่เกม เพราะปัจจุบัน คนไทยมองว่าบริษัทขายตรงส่วนใหญ่ทำธุรกิจในลักษณะมันนี่เกม 2.การสร้างแบรนด์ ให้รู้จักผ่านการทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ มากขึ้น


ทั้งนี้ บริษัทได้วางแผนที่จะรุกตลาดออกไปในต่างประเทศ เริ่มจากประเทศ เพื่อนบ้านก่อนใกล้ๆ อาทิ ลาว, กัมพูชา, พม่า และเวียดนาม ซึ่งประเทศในแถบอาเซียนนี้ ค่อนข้างมีตลาดที่น่าสนใจและสามารถทำตลาดได้ดี และมีสมาชิกหลายคน เริ่มไปจำหน่ายสินค้าบ้างแล้ว ทั้งนี้ เพื่อเป็น การรองรับการเปิดตลาดเออีซีในปีอีก 2 ปี ข้างหน้าที่จะมาถึง


 


 


 


 


Credit By : http://www.siamturakij.com/


 

วันพฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2556

วิน วิน ผนึก ธ.ก.ส. บุกซิงเกิ้ล ตั้งเป้าท้ายปี ’56 เติบโต 20%







ข่าว-3 (Mobile)

 


วิน วิน วางหมากสิ้นปี ’56 โตเพิ่ม 20% ไม่หวั่น ทำธุรกิจกว่า 7 ปี แต่ยังไม่นิ่ง เดินหน้าค้นหาสมาชิก กลุ่ม Gen Y หวังสร้างผู้นำรุ่นใหม่ พร้อมสร้าง ภาพลักษณ์ให้เป็นขายตรงสีขาวผ่านสื่อ- ประชาสัมพันธ์ จับมือ ธ.ก.ส. ลุยตลาด สินค้าเกษตรซิงเกิ้ลเมืองเชียงใหม่


ภก.ประเสริฐ หวานยิ่ง ประธาน บริษัท วิน วิน เวิลด์ไวด์ จำกัด เปิดเผย ว่า ปัจจุบันตลาดหลักของบริษัทยังคงอยู่ที่ภาค-เหนือ เช่น จังหวัดแพร่ พิษณุโลก น่าน ลำปาง เป็นต้น โดยยอดขายสินค้ากว่า 90% มาจากภาค ดังกล่าว และในอนาคตบริษัทมีแผนที่จะขยาย ตลาดไปยังภาคเหนือ และภาคอื่นๆ อีกด้วย ขณะที่ สินค้าที่บริษัททำตลาดอยู่ในขณะนี้มี 2 กลุ่ม ได้แก่ เครื่องสำอาง และเสริมอาหาร ซึ่งสินค้า ทั้ง 2 กลุ่มนี้มีอัตราการเติบโตในสัดส่วนที่เท่ากัน และในอนาคตบริษัทเตรียมแผนส่งสินค้าในกลุ่ม สินค้ากลุ่มอุปโภค-บริโภค เข้ามาทำตลาดเพิ่ม


สำหรับภาพรวมบริษัทในปีนี้ ตั้งเป้าเติบโต 20% โดยเฉพาะในไตรมาสสุดท้าย คาดว่าจะมี อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นกว่าทุกปีที่ผ่านมา โดย บริษัทคาดว่าในปีนี้จะมียอดขายกว่า 50 ล้าน- บาท ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลให้บริษัทเติบโต เนื่องจาก ในช่วงที่บริษัทเปิดดำเนินธุรกิจมากว่า 7 ปี ได้มี การปรับเปลี่ยนหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นแผนการ จ่ายผลตอบแทน กลยุทธ์ต่างๆ หรือกลุ่มสมาชิก จึงทำให้บริษัทสามารถปรับตัวและรับมือกับ สถานการณ์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี


นอกจากนี้ บริษัทได้ดำเนินธุรกิจที่อยู่ ภายใต้คุณธรรมอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ของสมาชิกที่ทำธุรกิจแล้วมีรายได้จริง แผนการจ่ายผลตอบแทนต้องจ่ายได้จริง และสินค้าต้อง เป็นสินค้าที่มีคุณภาพ จึงจะสามารถผลักดัน ยอดขายให้มีอัตราการเติบโตได้ ซึ่งขณะนี้แผน ธุรกิจที่บริษัทใช้ คือ แผนการจ่ายผลตอบแทน ไบนารี่ และเน้นการทำตลาดในกลุ่ม Gen Y เพราะ บริษัทต้องการที่จะสร้างกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้เป็นผู้นำ


ทั้งนี้ ในอนาคตบริษัทจะทำธุรกิจโดยเน้น ให้สมาชิกเปิดธุรกิจในลักษณะที่คล้ายกับโมบาย ซึ่งบริษัทเรียกว่า “บอส” ซึ่ง บอส จะให้ผู้นำ แต่ละพื้นที่เป็นผู้บริหารเอง และบริษัทจะจ่าย ค่าบริหารให้บอส 10% และขณะนี้ได้มีผู้นำ เปิดบอสไปแล้วประมาณ 4-5 บอส ในส่วนของ สาขาปัจจุบัน บริษัทมีทั้งหมด 3 แห่ง ได้แก่ เชียงใหม่ พิษณุโลก และขอนแก่น โดยสาขา จะเป็นศูนย์กลางในการกระจายสินค้าให้แก่บอส ในจังหวัดที่มีสาขา และจังหวัดใกล้เคียง


ในส่วนของสินค้าเพื่อการเกษตร ปัจจุบัน บริษัทได้เปลี่ยนระบบการขายจากที่เคยทำธุรกิจ ในเครือข่ายแบบหลายชั้นเปลี่ยนทำธุรกิจในแบบ ซิงเกิ้ล โดยการร่วมมือกับธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในการจำหน่าย สินค้าให้แก่เกษตรกรในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งได้รับ ผลตอบรับเป็นอย่างดี การที่บริษัทได้แยกสินค้า เพื่อการเกษตรไปทำธุรกิจแบบซิงเกิ้ลนั้น เพราะ ต้องการที่จะแยกธุรกิจออกให้เป็นสัดส่วน ที่ชัดเจน ซึ่งการจำหน่ายสินค้าเกษตรกับ ธ.ก.ส. บริษัทได้มีการเซ็นสัญญาแบบปีต่อปี


ภก.ประเสริฐ กล่าวต่อไปว่า สำหรับก้าว ต่อไปของ วิน วิน จะเน้นการขยายธุรกิจด้วย ผู้นำ เพราะโดยธรรมชาติของธุรกิจเครือข่าย การที่บริษัทจะเติบโตได้ส่วนหนึ่งมาจากผู้นำ ดังนั้น บริษัทได้มีการทำธุรกิจเบื้องต้นให้กับ สมาชิกไปจนถึงการแอดวานซ์ บวกกับสรรหา สินค้าใหม่ๆ ที่มีคุณภาพมาให้สมาชิกได้ทำ ตลาดอยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ดีบริษัทมีแผน จะทำการประชาสัมพันธ์บริษัทมากขึ้น โดยการ ทำการประชาสัมพันธ์จะแบ่งเป็น 2 ด้าน คือ 1.บริษัทจะต้องเคลียร์ภาพของตัวเองให้คน ได้รู้ว่า เป็นบริษัทขายตรงจริงไม่ใช่บริษัทมันนี่ เกม เพราะปัจจุบันคนไทยมองว่าบริษัทขายตรง ส่วนใหญ่ทำธุรกิจในลักษณะมันนี่เกม 2.การ สร้างแบรนด์ให้รู้จักผ่านการทำโฆษณาประชา- สัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ มากขึ้น


 


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 232 ประจำวันที่ 16-31 ตุลาคม 2556

วันจันทร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ขายตรงเกษตรคึกรับฝนเปิดศึกชิงตลาด"ปุ๋ย"แสนล้าน!!!







Capture (Mobile)


สินค้าเกษตรเปิดกลยุทธ์รับหน้าฝน "ยูนิไลฟ์" เนรมิตศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่ พร้อมอัดศูนย์ตัวแทนจำหน่ายสินค้าเพิ่ม เน้นการโปรโมตผ่าน โลกออนไลน์เป็นหลัก ด้าน "วิน วิน เวิลด์ไวด์" จับมือ "ธ.ก.ส." ขยายฐานลูกค้า เชื่อตลาดรวมปุ๋ยทะลุแสนล้าน ส่วน "มาบุญครอง" หันมาจับกลุ่มเกษตร เปิดโครงการแจกสินค้าทดลอง ร่วมการถ่ายทอดความรู้มัดใจเกษตรกร


นางปราณี พุทธิพิพัฒน์ขจร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ยูนิไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยกับ "สยามธุรกิจ" ว่า ปี 2556 ได้เตรียมรุกหนักทางด้านกิจกรรมเกี่ยวกับการพัฒนาเครือข่าย โดยได้จัดทำโครงการฝึกอบรมหลักสูตรต่างๆ เพื่อพัฒนาสมาชิกผู้จำหน่ายอิสระให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านการขยายเครือข่ายธุรกิจ และส่งต่อองค์ความรู้ในด้านการเกษตรไปยังสมาชิกและเกษตรกร ด้วยการจัดโรดโชว์ทั่วประเทศ


ทั้งนี้ บริษัทยังได้เสริมศักยภาพทางด้านการกระจายสินค้า สู่สมาชิกและเกษตรกร ซึ่งบริษัทได้เปิดศูนย์กระจายสินค้าขนาด ใหญ่ ที่ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี เพื่อรองรับการกระจายสินค้าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในเขตภาคกลางซึ่งเป็น พื้นที่ที่มียอดการขายและสมาชิกผู้ทำธุรกิจและเกษตรกรอยู่หนาแน่น


ขณะที่สำนักงานตอนนี้มีสาขาอยู่แล้ว 35 แห่ง และได้พยายามเน้นสร้างศูนย์ตัวแทนจำหน่ายที่บริหารงานโดยสมาชิกอีกเกือบ 700 ศูนย์ ทั่วประเทศ ซึ่งมีสินค้าทั้งหมดกว่า 80 รายการ ส่วนใหญ่กว่า 90% เป็นผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตร แบ่งเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ คือ 1.กลุ่มเพิ่มผลผลิต เช่น ปุ๋ย ธาตุอาหารเสริม ฮอร์โมนพืช 2.กลุ่มป้องกันกำจัดศัตรูพืช เช่น ยากำจัดวัชพืช ยาป้องกันกำจัดโรคพืช ยากำจัดแมลง และกำลังมีสินค้าใหม่ๆ อีกกว่า 30 รายการ ที่จะทยอยออกสู่ตลาดในปีนี้ เพื่อให้เกษตรกร ได้เลือกใช้แก้ปัญหาในการทำการเกษตรได้ตามความเหมาะสม ในแต่ละพืช แต่ละพื้นที่


โดยทั้งหมดจะสามารถช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิตแล้ว ยังสามารถเพิ่มผลผลิตและเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรได้อีก ด้วย ซึ่งสินค้ายอดนิยมอันดับหนึ่งในขณะนี้ คือ "5 พลังยูนิไลฟ์" ผลิตภัณฑ์ที่สามารถทำให้เกษตรกรลดการใช้ปุ๋ยเคมีลงได้มากกว่า 50% โดยสินค้า "5 พลังยูนิไลฟ์" นี้สามารถใช้ได้กับทุกพืช ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ และที่สำคัญจุดเด่นของ "5 พลังยูนิไลฟ์" ก็คือการลดการใช้ปุ๋ยเคมี ซึ่งหมายความว่าเราสามารถช่วยลดมลภาวะของสิ่งแวดล้อม อันเกิดจากการใส่ปุ๋ยเคมีมากเกินความ จำเป็นไปได้


อย่างไรก็ตาม CEO ยูนิไลฟ์ฯ ยังได้กล่าวถึงปัญหาและอุปสรรคที่พบเจอ คือปัญหาที่ไม่สามารถควบคุมได้ ไม่ว่าจะเป็น น้ำท่วม ฝนแล้งก็มีส่งผลกระทบอยู่บ้างเล็กน้อย แต่ยูนิไลฟ์มีสินค้าหลากหลายที่สามารถตอบโจทย์ในสภาวการณ์ต่างๆ ได้ที่สำคัญบริษัทได้ดำเนินกิจกรรมบนสื่ออิน-เตอร์เน็ต และโซเชียลมีเดียเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมข้อมูลต่างๆ ของบริษัทไว้มากมาย สามารถเข้าเยี่ยมชม เว็บไซต์ของบริษัทได้ที่ www.unilife.co.th หรือ www.facebook.com/unilife.co.th


"บริษัทยังได้จัดทำช่องทีวีออนไลน์ บน youtube ที่ www.youtube.com/media4unilife เผยแพร่วิดีโอเกี่ยวกับการทำการเกษตรและการทำธุรกิจยูนิไลฟ์ ซึ่ง ผู้สนใจสามารถติดตามชมกันได้ หรืออีกช่องทางหนึ่งที่หน้าเพจ www.facebook. com/UnilifeTvOnline ซึ่งในปัจจุบันสมาชิก และเกษตรกรสามารถเข้าถึงสื่อเหล่านี้มากขึ้น" ปราณี กล่าว


+ "วิน วิน" จับมือ "ธ.ก.ส." เพิ่มช่องขาย


ด้าน เภสัชกรประเสริฐ หวานยิ่ง ประธาน บริษัท วิน วิน เวิลด์ ไวด์ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทยังเน้นการพัฒนา ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสินค้าทางการเกษตร เนื่อง จากที่ผ่านมากลุ่มสินค้าชนิดนี้ของบริษัทได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่าง ดีจากผู้บริโภค โดยสินค้าในกลุ่มเกษตรมีอยู่ทั้งหมด 3 รายการ ได้แก่ 1.วัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกันพืช 2.ออมเงินอาหารเสริมใบ 3.ปุ๋ยเม็ดออมเพชร ทางเดิน และราก


"บริษัทมีโรงงานผลิตปุ๋ยเป็นของตนเองอยู่ที่บางบัวทอง และแน่นอนว่าได้รับ ผลกระทบเป็นอย่างมากจากภาวะวิกฤติ น้ำท่วมในช่วงปลายปี 2554 ขณะนี้บริษัท ได้ปรับปรุงพื้นที่โรงงานเสร็จสมบูรณ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สามารถทำการผลิตได้อย่าง เต็มกำลัง โดยโรงงานดังกล่าวมีกำลังการผลิตปุ๋ยจัดจำหน่ายได้กว่า 100 ล้านบาทต่อ เดือน" ภก.ประเสริฐ เผย


นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนในการเข้า ร่วมกับ "ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร" หรือ ธ.ก.ส. เพื่อหาช่องทางจัดจำหน่ายใหม่ๆ โดยได้เข้าไปติดต่อกับหน่วยงาน "สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า" หรือ สกต. ธ.ก.ส.ที่ดูแลส่วนนี้โดยตรง จากเดิมที่บริษัทจำหน่ายปุ๋ยในพื้นที่เดียวในจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับรายได้ ต่อเดือนประมาณ 30-40 ล้านบาท ปีหน้า จะรุกเพิ่มไปอีก 10 จังหวัด โดยการเข้าร่วม กับ สกต.ซึ่งมีอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดย จะรุกในแถบภาคกลางก่อน และตั้งเป้าเพิ่ม ยอดขายเป็นหลักร้อยล้านบาท


ผลิตภัณฑ์การเกษตรของบริษัท จัดจำหน่ายในรูปแบบขายตรงชั้นเดียว ปัจจุบัน มีสัดส่วนอยู่ประมาณ 60% ส่วน สินค้า MLM ประมาณ 40% ปีหน้า สินค้า MLM มีแผน เพิ่มผลิตภัณฑ์คอลลาเจนเข้ามาเจาะตลาด ซึ่งสินค้าทุกตัวของบริษัทพัฒนาจากเภสัชกร และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ


"ส่วนตลาดปุ๋ยปี 56 เทรนด์ปุ๋ยอินทรีย์ บูมแน่นอน ขณะนี้มีมูลค่าการตลาดเป็นหลัก แสนล้านบาท อย่างไรก็ดี หลังจากเปิด AEC บริษัท วิน วินฯ จะขยายปุ๋ยไปต่างประเทศ คาดว่าน่าจะเริ่มต้นที่ประเทศลาว กัมพูชา และเวียดนามก่อน โดยการหาตัวแทนจำหน่าย ทั้งนี้การเตรียมพร้อมสำหรับตลาด ตรงนี้ คือ การพัฒนาภาษาอังกฤษของบุคลากร เพราะตนมองว่าภาษาอังกฤษเป็น ปัจจัยสำคัญมาก สำหรับความก้าวหน้าของ บริษัทและประเทศไทย หลังจากเปิด AEC" แม่ทัพ วิน วิน กล่าว


+ "มาบุญครอง" ผุดโครงแจกสินค้า


นายพิบูล ลิมปิวิวัฒน์กุล รองประธาน กรรมการบริหาร และกรรมการ ผู้จัดการ บริษัท มาบุญครอง จำกัด เปิดเผยว่า มาบุญครองได้จัดทำโครงการพัฒนา เกษตรกรไทยก้าวไกลสู่สากล โดยสารปรับปรุงดินศิริชัย และศิริชัย ไบโอพลัส เมื่อ วันที่ 10-11 ธ.ค.55 ที่ผ่านมา ซึ่งได้ผลตอบรับดีจนเกินคาด จึงมีนโยบายในการอัดฉีดงบประมาณเพิ่มเติมจากเดิม 30 ล้าน เป็น 50 ล้าน


สำหรับโครงการดังกล่าว เป็นโครงการ เพื่อแจกตัวอย่างผลิตภัณฑ์การเกษตร ให้เกษตรกรทั่วประเทศไทยกว่า 20,000 ครัว-เรือน ได้นำไปทดลองใช้ทำแปลงสาธิต ซึ่งเริ่มแจกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ไปเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2556 จากคุณภาพของผลิตภัณฑ์ การเกษตร ของมาบุญครองจะสามารถเห็นผลชัดเจน และสร้างยอดขายให้เติบโตในปี 2556 ให้เป็นไปตามเป้าหมาย


โครงการนี้จะมีการกระจายผลิตภัณฑ์ สู่กลุ่มเกษตรกรทั่วประเทศ ด้วยการแจกตัวอย่างผลิตภัณฑ์สารปรับปรุงดินให้กับเกษตรกรไทยทดลองใช้ให้ได้ผลจริง โดยโครงการที่ผ่านการอบรมสัมมนาในครั้งนี้ได้นำความรู้ไปถ่ายทอดสู่เกษตรกรไทย ซึ่ง ผู้นำโครงการฯ ที่เข้าร่วมกิจกรรม จะต้องมีคุณสมบัติเป็นสมาชิกและผู้ที่เชี่ยวชาญทางด้านการเกษตร โดยโครงการนี้จะรับสมัครจำนวน 400 คน ที่จะกระจายไปสู่เกษตรกรไทยทั่วประเทศ รวมถึงการส่งผล ให้เกษตรกรไทยได้ใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น


โดยหลังจากการเปิดตัวสินค้าการ เกษตรไปเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา บริษัทก็จะทำการเทรนนิ่ง กลุ่มสมาชิกนักขายอย่าง ต่อเนื่อง และมุ่งเป้าไปที่กลุ่มคนรากหญ้า ซึ่งเป็นกลุ่มผู้มีอาชีพเกษตรกร โดยหลังจาก ที่บริษัทเปิดตัวสินค้าแรกของปีในช่วงกลางปีนี้ บริษัทก็จะนำสินค้าเข้าสู่ตลาดเพิ่มอีก ซึ่งจะมีทั้งนำเข้ามาจากต่างประเทศ และกลุ่มสินค้าที่ผลิตในประเทศ


อย่างไรก็ดีปี 2556 มาบุญครอง เน้น หนักทางด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง นอกจากผลิตภัณฑ์การเกษตรที่ตั้งเป้าการจำหน่ายปี 2556 อัตราส่วน 60-70% ยังมีการพัฒนานวัตกรรมการผลิตใหม่ๆ ต่อยอดผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ซึ่งตั้งเป้าการจำหน่าย ปี 2556 อัตราส่วน 30-40% โดยในงานได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ SB-2 โคเอนไซม์ คิวเท็น ตราศิริชัย ผลิตภัณฑ์ เสริมอาหารเพื่อสุภาพสตรี สวยใสจากภายใน เปล่งประกายสู่ภายนอก และ D1 (ดี1) ตราศิริชัย ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสาร สกัดจากธรรมชาติเพื่อการล้างสารพิษ ทั่วร่างกาย ซึ่งได้รับความสนใจ และผลการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักธุรกิจมาบุญครอง




http://www.siamturakij.com

วันจันทร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2556

จับอุณหภูมิเดือด ค่ายขายตรงประลองตลาดปุ๋ย







p_409269 (Mobile)


นาทีนี้ ขายตรงเกษตร ดูเหมือนจะทวีความร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ จากมูลค่าตลาดเกษตรเมืองไทยมีมูลค่าหลักแสนล้านบาท ไม่น่าแปลกใจที่บริษัทขายตรงต่างมองเห็นโอกาสในการเข้าไปมีส่วนร่วมชิกเค็กก้อนใหญ่นี้ ปัจจุบันสินค้ากลุ่มเกษตรนับว่าเป็นที่นิยมของบรรดาเหล่าบริษัทขายตรงทั้งเก่าและรายใหญ่ต่างตบเท้าลุยด้านเกษตรกันถ้วนหน้า ที่แน่ๆคือเราได้เห็นผู้เล่นหน้าใหม่ที่เข้าสู่ตลาดขายตรงโดยมีสินค้าเกษตรเป็นตัวขับเคลื่อน และขายตรงชั้นนำก็แตกไลน์มาลองชิมลางสินค้าเพื่อการเกษตรบ้าง


ที่ฮือฮาในวงการขายตรงเป็นอย่างมาก เมื่อ ดร.สุรเชษฐ์ เชื้อศรี ประธานกรรมการบริษัท ลาชูเล่ จำกัด ประกาศก่อตั้งบริษัท อาชูเล่ เอเชีย และขนสินค้านวัตกรรมเพื่อการเกษตรสั่งตรงจากประเทศอิราเอล ภายใต้แผนธุรกิจมหัศจรรย์ TCM3 หรือ Triple Core Marketing ซึ่งเขามองว่า เป็นแผนการตลาดที่แรงที่สุดในยุคนี้ที่จ่ายได้เร็ว จ่ายได้จริง ลงทุนน้อยทำงานง่าย มีรายได้มั่นคง


"จากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ไจก้า ลาชูเล่ ออกมารุกตลาดกว่า 4 เดือนที่ผ่านมา ยอดขายมีอัตราการเพิ่มขึ้นในทุกๆเดือน ปัจจุบันมียอดขายรวมแล้ว 50 ล้านบาท โดยเชื่อมั่นว่ายอดขายในส่วนของผลิตภัณฑ์การเกษตรจะมีอัตราที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกๆเดือน และคาดว่าจะสามารถผลักดันให้ยอดขายถึง 500 ล้านบาทได้ภายในสิ้นปีนี้ อีกทั้งบริษัทเล็งเห็นถึงปัญหาด้านเกษตรที่เปรียบเสมือนกับเป็นอาชีพ บรรพบุรุษของไทยและเพื่อปลดหนี้ให้เกษตรกรไทย ด้วยสุดยอดผลิตภัณฑ์อาหารเสริมบำรุงพืชจุลินทรีย์ชีวภาพสูตรเข้มขน ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดที่ใช้กับพืชผักไม้ผลทุกชนิด สามารถเพิ่มพูนผลผลิตให้กับเกษตรกรมากยิ่งขึ้น อันได้แก่ (1.)สารอาหารบำรุงพื้ช(ชนิดผง)นาโน อะมิโนแมค ไจก้า ลาชูเล่-1 (2.)สารอาหารเสริมบำรุงพื้ชจุลินทรีย์(ชนิดน้ำ)นาโน จินซีแมค ลาชูเล่-1 (3.) สารเพิ่มประสิทธิภาพจับใบพื้ช นาโน นูแมค ไจก้า ลาชูเล่-2 (4.)สารอินทรีย์ปรับปรุงบำรุงดินนาโน ฮิวแมค ไจก้า ลาชูเล่-3 และ (5.) สารสกัดชีวภาพป้องกันแมลงและรักษาโรคพืช นาโนไฟท์แบค ไจก้า ลาชูเล่น-4" สุรเชษฐ์กล่าว แจกจริง ใช้แล้วเห็นผล


ออร์กาเนลไลฟ์ ต้นตำหรับขายตรงเกษตร


หากพูดถึงขายตรงเกษตรเชื่อว่าชื่อของ ภัคภณ ศรีคล้าย ประธานกรรมการบริษัท ออร์กาเนลไลฟ์ (ประเทศไทย) จำกัด กำลังเป็นที่รู้จักในแวดวงขายตรงเกษตร ในฐานะกูรูตัวจริงเรื่องเกี่ยวกับการเกษตร เพราะเกิดจากการสั่งสมประสบการณ์เป็นนักวิชาการเกษตรมากกว่า 30 ปี หลังจากเงียบหายไปนานถึง 3 ปี วันนี้การกลับมาของออแกเนลไลฟ์ ที่สะสางปัญหาภายในจนเสร็จสิ้น มุ่งทำตลาดสินค้าในกลุ่มเกษตรแบบถึงลูกถึงคนกับเกษตรกร กระจายศูนย์สาขากว่า 5 แห่ง อาทิ เชียงใหม่, บึงกาฬ, อุบลราชธานี, บุรีรัมย์ และชัยนาท ทำให้ปัจจุบัน ออแกแนลไลฟ์ มีฐานผู้บริโภคเป็นจำนวนมาก และพร้อมแล้วที่จะกลับเข้ามารุกตลาดขายตรงอีกครั้ง


หากมองจุดแข็งของ "ออร์กาเนลไลฟ์" คือ การชูผู้มีประสบการณ์ด้านการเกษตรโดยตรง 30 ปีและกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพระดับพรีเมี่ยมและใช้แล้วเห็นผลชัดเจน กว่า 30 รายการ ทำให้ออร์กาเยลไลฟ์มีความโดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่งอย่างมาก ซึ่งบริษัทถือว่าเป็นหัวใจหลักในการสร้างฐานตลาดผู้บริโภคแบบเครือข่ายอย่างแท้จริง


ขณะที่ พิบูล ลิมปิวิวัฒน์กุล รองประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท มาบุญครอง จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดการเกษตรก็เป็นนโยบายการทำตลาดหลักของบริษัทในปีนี้ โดยได้จัดทำโครงการพัฒนาเกษตรกรไทย ก้าวไกลสู่สากลขึ้น ทั้งนี้ได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัท คือ สารปรับปรุงดินศิริชัย และศิริชัยไบโอ พลัส ซึ่งมีการแจกผลิตภัณฑ์ตัวอย่างให้แก่เกษตรกรทั่วประเทศไทยกว่า 20,000 ครัวเรือน ทั่วประเทศ


ภายในสิ้นปี มาจากสินค้าเกษตร 60-70% โดยเราจะรุกด้านขายตรงเกษตรอย่างจริงจัง ซึ่งมุ่งจับกลุ่มรากหญ้า เราแจกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ให้เกษตรกรได้ทดลองโดยมุ่งเน้นที่พืชเศรษฐกิจของไทย อย่าง ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง และข้าวโพด เมื่อเห็นผลจะเกิดการบอกต่อ


เขายังมั่นใจว่าการขยายตลาดขายตรงเกษตรในปีนี้จะสามารถกระตุ้นยอดขายให้ก้าวกระโดดให้กับบริษัทถึง 2,000 ล้านบาทในปีนี้ด้วย


เทรนด์เกษตรอินทรีย์มาแรง


แม้ "วิน วิน เวิล์ดไวด์" จะไม่ได้จับขายตรงเกษตรอย่างเต็มรูปแบบ แต่ส่วนหนึ่งของนโยบายการเติบโตของบริษัทในปีนี้ก็ไม่ลืมที่จะเติบโตทางด้านนี้ โดยชูจุดเด่นที่เป็นโรงงานผลิตเอง และรูปแบบเน้นสินค้าออแกนิคส์ 100% โดยการันตีถึงประสิทธิภาพในราคาประหยัด


"เรามีโรงงานปุ๋ยน้ำของเราเอง เจอวิกฤตตอนน้ำท่วม โรงงานเพิ่งรีโนเวทเสร็จเมื่อ 2 - 3เดือนที่ผ่านมา ตอนนี้พร้อมผลิต โดยมีกำลังการผลิตเป็นยอดพันล้านได้ แม้เป็นโรงงานเล็กๆ ตอนนี้ปุ๋ยเราเน้นเป็นออแกนิคส์หนด พวกฆ่าแมลง ฆ่าหญ้า เราไม่เอาเลย เรามีแต่เป็นการเพิ่มผลผลิตพื้ชเป็นวัคซีนพืช ให้พืชแข็งแรง โค๊ตราคา 990 บาท ถึงมือผู้บริโภคเลย ปริมาณ 2 ลิตร ใช้กับนาข้าวได้ 25 ไร่ เราเข้าไปทำตลาดร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตร โดยผ่าน ส.ค.ต.หรือส่งเสริมสหกรณ์ด้านการตลาด" เภสัชกรประเสริฐ หวานยิ่ง ประธานบริษัท วิน วิน เวิล์ดไวด์ กล่าว


นี่เป็นเพียงตัวอย่างรูปแบบการทำตลาดของเหล่าบริษัทขายตรงในปีนี้ ซึ่งต่างใช้กลยุทธ์ที่หลากหลายให้ได้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย แน่นอนว่าจะเห็นการแข่งขันกันอย่างดุเดือดตลอดทั้งปี ซึ่งกลวิธีจะเป็นอย่างไร ก็เป็นเรื่องของแต่ละบริษัท แต่สิ่งที่ทุกบริษัทจะลืมไม่ได้ก็คือ ต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดที่เกษตรกรจะได้รับ มากกว่าการมุ่งส่วนแบ่งตลาด




Credit By :หนังสือพิมพ์บ้านเมือง

วันเสาร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2555

ข่าววิน วิน เวิลด์ไวด์ (Win Win Worldwide) : สู้ไม่ถอยครึ่งปีแรกทรงตัววางหมากดันสินค้าเกษตรกระทุ้งยอด


บริษัท วิน วิน เวิลด์ไวด์ ครวญ พิษน้ำท่วมปีที่แล้ว ทำบริษัท เสียหายหนัก สมาชิกระดับผู้นำหลายรายเลิกทำธุรกิจ ส่งผลให้ยอดขายบริษัทในปีนี้ชะลอตัว แต่ยันจะไม่มีการล้มเลิกกิจการแน่นอน ครึ่งปีหลังเร่งทำแผนฟื้นฟู วางหมากดันสินค้าเกษตรของบริษัทที่ยอดขายยังเติบโต เป็นตัวเดินทัพ เสริมแกร่งด้วยคอร์ส ติวเข้มสมาชิก หวังสร้างผู้นำรุ่นใหม่ กระตุ้นยอดขายปลายปี

นายประเสริฐ หวานยิ่ง ประธาน บริษัท วิน วิน เวิลด์ไวด์ จำกัด เปิดเผย สยามธุรกิจ ว่า ยอดขายของบริษัท ในครึ่งปีแรก ยังคงทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว ซึ่งปัจจัยสำคัญ เกิดจากการที่บริษัทได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมเมื่อปลายปี 54 โดยเฉพาะโรงงานการผลิต ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่บาง บัวทอง ได้รับผลกระทบ และความเสียหายเป็นอย่างมาก ทำให้กิจกรรม ทางการตลาดของบริษัทต้องหยุดชะงักไปในช่วงหนึ่ง

นอกจากนั้น ผลกระทบดังกล่าวยังได้บั่นทอนกำลังใจสมาชิกในระดับผู้นำของ บริษัท ทำให้ผู้นำจำนวนหนึ่งเลิกทำธุรกิจแล้วเปลี่ยนมาเป็นผู้บริโภคสินค้าอย่างเดียวแทน ซึ่งเรื่องดังกล่าว ตนก็ไม่มีความ คิดเห็นใดๆ น้อมรับการตัดสินใจของทุกคน แต่หากหลายคนจะคิดว่า ตนอาจท้อถอย จนถึงขนาดล้มเลิกกิจการ ขอยืนยันว่าเป็น ความคิดที่ผิด บริษัท วิน วิน ยังคงเดินหน้าบริหารและพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ไม่มีคำว่าล้มเลิกอย่างแน่นอน ดังหลักการ ทำงานของตน ที่ว่า ช้าแต่ชัวร์ เราจะไม่เน้นความหวือหวา หรือเข้ามาเพื่อแสวงหา ผลกำไร หรือทำธุรกิจแบบเอาเปรียบประชาชน บริษัทเน้นสร้างงาน สร้างรายได้ ให้กับสมาชิกอย่างมั่นคงและถาวร

ทั้งนี้ กลยุทธ์สำคัญที่จะเดินหน้านำ พาธุรกิจให้ก้าวพ้นวิกฤติในช่วงครึ่งปีหลัง และปีต่อไป คือ การจัดกิจกรรมแนะนำสินค้า เพื่อหาสมาชิกเพิ่ม และพัฒนาสมาชิกทุกคนให้เป็นผู้นำธุรกิจที่มีคุณภาพ โดยการเน้นฝึกอบรม จัดหลักสูตรสร้างความรู้ ความเข้าใจในเรื่องของสินค้า และแผนธุรกิจอย่างจริงจัง นอกจากนั้น บริษัท จะเน้นการอบรมหลักสูตรการทำงานภาย ใต้หลักคุณธรรม จริยธรรม เพราะตนมอง ว่าการจะทำธุรกิจได้อย่างยั่งยืนถาวร สมาชิก ภายในองค์กร จะต้องเป็นผู้มีความซื่อสัตย์ สุจริต ทำงานโดยไม่คิดเอาเปรียบใคร โดยเฉพาะผู้บริโภค หากตนสามารถพัฒนาสมาชิกทุกคนให้สามารถทำงานอย่างมืออาชีพ ภายใต้หลักคุณธรรม จริยธรรมแล้ว ตนเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า บริษัทจะยังคงอยู่ และเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ภายในสภาวการณ์ ความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ และการแข่ง ขันที่รุนแรงมากขึ้นในปัจจุบัน

แผนการตลาดที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง ในปีนี้ คือ การเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม สินค้าทางการเกษตร เนื่องจาก ที่ผ่านมา กลุ่มสินค้าชนิดนี้ของบริษัทได้รับกระแส ตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค โดยปัจจุบัน สินค้าในกลุ่มเกษตรมีอยู่ทั้งหมด 3 รายการ ได้แก่ 1.วัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกันพืช 2.ออมเงินอาหารเสริมใบ 3.ปุ๋ยเม็ดออมเพชร ทางเดิน และราก

ตนเชื่อว่าการรุกตลาดสินค้าเกษตร จะสามารถกระตุ้นยอดขายของบริษัทให้ถึงเป้า 100 ล้านบาทในช่วงปลายปีได้ซึ่งขณะนี้ตนก็ได้เริ่มออกพื้นที่ จัดกิจกรรม แนะนำผลิตภัณฑ์ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ เริ่มตั้งแต่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเป็น ต้นไป ส่วนสินค้าขายตรงกลุ่มอื่น ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือกลุ่มเครื่องสำอาง บริษัทก็จะดำเนินการตลาด ต่อไป แต่จะไม่เน้นเท่าตลาดปุ๋ย

นอกจากนี้ บริษัทได้มีการจัดกิจกรรม กระตุ้นยอดขายต่างๆ โดยเฉพาะโปรฯท่อง เที่ยว ซึ่งในช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาก็ได้นำสมาชิกท่องเที่ยวประเทศฮ่องกง ส่วนในช่วงปลายปี จะมีโปรฯไปทัวร์ประเทศ ลาว ขณะนี้มีสมาชิกสนใจ เริ่มสะสมยอดขายกันอย่างเต็มกำลัง

นายประเสริฐ ยังได้แสดงความคิดเห็นถึงประเด็นเร่งด่วนของ สคบ. หรือสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เกี่ยวกับการรณรงค์ให้มีการติดตราสัญลักษณ์ สคบ.บนสินค้า และสถานประกอบ การ ว่า ตนไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับแนวคิด ดังกล่าวของรัฐบาล เพราะปัจจุบันสินค้าต่างๆ ก็ถูกควบคุมโดยสำนักงานคณะกรรม การอาหารและยา (อย.), โดย สคบ. และการกำกับดูแลตามระเบียบข้อบังคับต่างๆ ของกฎหมายอยู่แล้ว ดังนั้น ตนจึงไม่เห็นความจำเป็นที่เราจะต้องมาเสียเวลา หรือเสียเงิน ในการติดตราสัญลักษณ์ สคบ.อีก อย่างไรก็ดี หากนโยบายดังกล่าวออกมาเป็นรูปเป็นร่าง และหลายฝ่ายเห็นชอบด้วย ตนก็ยินดีน้อมรับหลักการดังกล่าวได้ โดยไม่คิดเป็นปรปักษ์กับหลักการของรัฐบาล แต่อย่างใด


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1333 ประจำวันที่ 8-9-2012 ถึง11-9-2012

วันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ยอดขาย ‘วิน วิน’ ปี 2554 ปิดที่ 50 ล้าน วางหมากเข้า ตลท. ปรับทิศเน้นปุ๋ยออแกนิกส์




ภก. ประเสริฐ หวานยิ่ง ประธานบริษัท วิน วิน เวิลด์ ไวด์ จำกัด เปิดเผยกับ เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ว่า นโยบายการตลาดในปีนี้ บริษัทจะเน้นทำตลาดปุ๋ยอินทรีย์เป็นหลัก โดยจะเน้นสินค้า 3 ตัวหลัก ได้แก่
1. วัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกันพืช 2. ออมเงินอาหารเสริมใบ 3. ปู่ยเม็ดออมเพชร ทางเดิน และ ราก
ที่เป็นงานวิจัย และผ่านการทดลองแล้วในนระยะเวลา 4 เดือน

สำหรับแผนการรุกตลาดปุ๋ยอินทรีย์ในปีนี้บรัทมองเป็นโอกาส หลังจากได้จับมือกับพันธมิตรเกษตรกรรายใหญ่หลายราย โดยบริษัทมีโรงงานผลิตปุ๋ยที่โรงงานบางบังทอง และได้รับผลกระทบจากเหตุการณืน้ำท่วมในช่วงปลายปีที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้โรงงานผลิตปุ๋ยสามารถผลิตปุ๋ยได้แล้วประมาณ 50% และคาดว่าจะสามารถผลิตปุ๋ยได้ตามปกติ 100% ประมาณปลายเดือนมกราคม 2555

ในส่วนของภาพรวมตลาดขายตรง ยังมีโอกาสเติบโตสุง จากปัจจัยด้านเศรษฐกิจที่คนยังไม่กล้านำเงินมาลงทุน ดังนั้น สิ่งที่ยังเป็นโอกาสคือ ธุรกิจขายตรงที่ไม่ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล ขณะที่บริษัทจะบริหารุรกิจขายตรงแบบค่อยเป็นค่อยไป ค่อยๆ เติบโตช้าๆ อย่างมั่นคง โดยปีนี้บริษัทจะเน้น ตลาดปุ๋ย 50% ซึ่งบริษัทจะเปิดตัวสินค้าใหม่เป้นจุลินทรีย์ ย่อยสลายตอซังข้าว 3-4 รายการ และธุรกิจขายตรง 50%

ขณะที่ตลาดปุ๋ยออแกนิกส์ ในปัจจุบันยังมีโอกาสเติบโตสูง และเป็นตลาดที่ยังไม่มีคู่แข่งมากนัก เนื่องจากตลาดปุ๋ยโดยรวมเกษตรกรยังนิยมใช้ปุ๋ยเคมมีมากถึง 90% อย่างไรก็ดีบริษัทเตรียมแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอีก 3-4 รายการในปีนี้โดยสินค้าดังกล่าวจะเป็นซีเรียล และ แคลเซียมที่คาดว่าจะผ่านการอนุมัติจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ประมาณเดือนเมษายนนี้

ตอนนี้สินค้าเรามี 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ ปุ๋ย ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเครื่องสำอาง รวมสินค้า ทั้งสิ้น 48 รายการ ส่วนจำนวนสมาชิกตอนนี้มีน้อยมาก หาคนที่ทำจริงจังยาก เพราะตลาดขายตรงตอนนี้แข่งขันกันแรง อย่างตอนนี้เราทำคือ การปลูกฝังอบรมจริยธรรมจรรรยาบรรณของธุรกิจขายตรงให้กับสมาชิก ถ้าถามว่าหลังจากเราปรับแผนการจ่ายผลตอบแทนเมื่อหลายปีก่อนมาถึงตอนนี้เราอยู่ขั้นไหน ตอนนี้ วิน วิน อยู่ในขั้นดูมดัก เป็นเด็กกำลังหัดเดิน อันนี้คงต้องใช้เวลา อีก 1-3 ปี ในการค่อยๆ เดินไปทีละก้าว

อย่างไรก็ตาม ในอนาคตบริษัทตั้งเป้าให้พนักงานมีเงินเดือนที่มั่นคง และ ให้ผู้นำและแม่ทีมมีรายได้ที่มั่นคง ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีจำนวนผู้นำประมาณ 10 รหัส และในอนาคต บริษัทยังคงดำเนินงานตามเจตนารมณ์เดิม ด้วยการเตรียมแผนจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อีก 2-3 ปีข้างหน้าและเมื่อถึงเวลานั้นบริษัทจะมียอดขายปีละไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท

ภก.ประเสริฐ เผยทิ้งท้ายว่า ปีที่ผ่านมาบริษัทปิดยอดขายทั้งปีประมาณ 50 ล้านบาท และในปีนี้ตั้งเป้ายอดขายไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท จากสินค้าปุ๋ยที่จะเข้ามาช่วยผลักดันตลาดให้เป็นไปตามเป้าหมายในสิ้นปี

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับที่ 191 ประจำวันที่ 16 - 31 มกราคม 2555

วันพุธที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

MLM ค่ายเล็กขนอาวุธเปิดศึกเน้นจุดต่างสร้างจุดขาย



ปี 2555 นี้ เป็นปีทองของธุรกิจขายตรง จากการคาดคะเนของบรรดากูรูผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง แน่นอนสิ่งที่ต้องตามมาคือ การแข่งขันของเหล่าแบรนด์ขายตรง ไม่ว่าจะเป็นชื่อเล็ก กลาง หรือว่าใหญ่ ทั้งหมดล้วนแล้วต้องการ ส่วนแบ่งจากเค้กก้อนโตของมูลค่าการตลาดขายตรงเข้าบัญชีของตนเองให้มากที่สุด

เทรนด์การแข่งขันในปีนี้ จะหนักไปที่เรื่องของสินค้านวัตกรรม ที่ ต้องมีของใหม่มาวางตลาด เพื่อสร้าง กระแสให้เกิดขึ้นในหมู่ผู้บริโภคในยุคเสริมอาหารค้างฟ้าเช่นนี้ ที่สำคัญอย่างที่สุด โปรแกรมการฝึกนักขายให้ มีความเป็นมืออาชีพ และมีประสิทธิภาพในงานขาย ย่อมไม่สามารถมองข้าม ซึ่งบรรดาค่ายขายตรงต่างขนอาวุธในแผนงานนี้สาดเข้าใส่กันอย่าง ดุเดือดตั้งแต่ต้นปี

>> ‘อาเจล’ ล้ำสมัยผุดตู้กดสินค้าบริษัท

นายวสันต์ ลิขิตเสถียร รองประธานอาวุโส บริษัท อาเจล อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย ว่า กลยุทธ์แรกที่อาเจลวางไว้ คือการเปิด ตัวผลิตภัณฑ์เจลใหม่ถึง 3 ตัว หลังจากออก ผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่ม Body Care และ Hair Series มากกว่า 10 ตัว ในปีที่ผ่านมา ซึ่ง แต่ละตัวได้รับการตอบรับอย่างดีจากสมาชิก และนักธุรกิจอาเจลทั้งภายในประเทศไทยและกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านในแถบอาเซียน โดยผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ถือว่า มีสัดส่วนการ ขายประมาณ 25% จากยอดขายรวม

“อาเจลวางแผนไว้ว่า ปีนี้บริษัทจะสร้างความเติบโตอย่างต่อเนื่องในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิว และเส้นผม รวมถึงกลุ่มออรัลแคร์ คือเพิ่มสัดส่วนขึ้นเป็น 30-35% ตาม ความต้องการของสมาชิก และจะนำผลิตภัณฑ์ เจลต่างๆ ออกมาวางจำหน่ายตลอดปี 55 ให้ได้ 10-12 ตัวด้วยกัน”

กลยุทธ์ถัดไปบริษัทเตรียมออกสิทธิพิเศษให้กับสมาชิกอย่างหลากหลาย เช่น การออกโปรฯ พิเศษ เพิ่มรายได้ 50% จาก รายได้ปกติที่อยู่ในแผนรายได้เดิมให้กับผู้นำที่เข้าร่วมธุรกิจ, การมีเครื่องมือทาง การเงินสำหรับสมาชิก ให้สามารถผ่อนจ่าย ได้ ด้วยการร่วมมือกันระหว่างอาเจลกับธนาคารต่างๆ ในประเทศไทย, สำหรับผู้ที่สมัครสมาชิกใหม่บริษัทมีทุนประกันชีวิต ซึ่งเป็นความร่วมมือกับบริษัทเมืองไทยประกัน ชีวิต เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่เริ่มต้นทำธุรกิจกับบริษัท, และความล้ำสมัย

ที่สำคัญ อาเจลยังได้ผุดแผนหนึ่งขึ้น เพื่อเป็นการสร้างความสะดวกให้กับสมาชิก ผู้บริโภคของบริษัท โดยการทำตู้หยอดเหรียญอาเจล ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกับตู้ กดน้ำดื่มกระป๋อง โดยเครื่องนี้จะเป็นการ ซื้อสินค้าอาเจลผ่านตู้ โดยจะติดตั้งไว้ตาม สถานที่สำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า หรือสนามบิน เพื่อความสะดวก รวดเร็วต่อสมาชิกของบริษัทในการใช้สินค้า ซึ่งในส่วนนี้คาดว่า น่าจะเริ่มมีให้เห็นในปี 2555 นี้

ด้านการขยายเครือข่าย อาเจลวาง เป้าหมายไว้ว่าในปี 55 บริษัทจะขยายสาขา ให้ได้มากกว่า 20 สาขาทั่วประเทศ และในกลุ่มประเทศอาเซียน เพื่อรองรับเขตความ ร่วมมืออาเซียน (AFTA) ในปี 2558 โดย ประเทศที่เปิดตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้วคือ มาเลเซีย และสิงคโปร์ ถัดไปบริษัทจะเตรียม เปิดตัวที่ประเทศพม่า เวียดนาม ลาว และ ท้ายสุดกับกัมพูชาในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้

>> “วิน วิน” เน้นกระจายการอบรม

ด้านเภสัชกรประเสริฐ หวานยิ่ง ประธาน บริษัท วิน วิน เวิลด์ไวด์ จำกัด เผยว่า กลยุทธ์การฝึกอบรม บริษัทจะเน้น ให้สมาชิกทุกคนสามารถจัด out meeting หรือการเรียนรู้สินค้า พูดขายสินค้า และการจัดประชุมให้มีความชำนาญ เพราะตน มั่นใจว่าหากเราเน้นการฝึกอบรมดังกล่าว จะเป็นสิ่งที่ช่วยให้การขยายงาน ขยายเครือข่ายของทีมสมาชิกและบริษัทเป็นไป ด้วยความง่ายดาย

“ตนมองว่าในปีนี้กลุ่มคนอาจเข้ามา สมัครเป็นสมาชิกไม่มากนัก เนื่องจากประชาชน ส่วนใหญ่ในภาคกลางได้รับผลกระทบจาก ภาวะน้ำท่วมในช่วงที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ ตาม ผู้บริโภคโดยทั่วไปที่เข้ามาน่าจะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจุดนี้ “วิน วิน” ตั้งเป้าว่าผู้บริโภคน่าจะเข้ามาใช้สินค้าของบริษัทเพิ่ม ขึ้นประมาณ 1 หมื่นคนในปี 55

โดยบริษัทได้ตั้งยอดขายในปีนี้ไว้ที่ 100 ล้านบาท แม้อาจต้องเจอวิกฤติใดๆ อีก ก็ตาม ส่วนการขยายสาขาเครือข่ายในขณะนี้ บริษัทไม่มีนโยบายที่จะเปิดเพิ่มเติม หลังจากเปิดศูนย์สาขาที่เชียงใหม่, พิษณุโลก, ขอนแก่น และสุราษฎร์ธานี แต่ทั้งนี้สมาชิก อาจจะจัดตั้งเป็นลักษณะของศูนย์บอส ซึ่ง คล้ายกับศูนย์โมบายในสมัยก่อน คือจะเป็น ศูนย์สาขาที่บริษัทให้สมาชิกขายสินค้าเอง แล้วเราก็จะให้ค่าบริหารแก่เขาประมาณ 10%

>> “อีซี่ ฟาร์แมกซ์” งัด 427 รหัสปั้นมือทอง

นอกเหนือจาก 2 ค่ายที่กล่าวมา ด้านนายศุภชาติ อังคสุวรรณศิริ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อีซี่ ฟาร์แม็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ยังได้เปิดเผยถึงแผนการตลาดของบริษัทปี 55 ว่า บริษัทได้มีการปรับในเรื่องของแผนการ จ่ายของบริษัท ให้เหมาะสมกับตลาดในประเทศไทย ซึ่งในส่วนของแผนการตลาด ที่บริษัทได้ปรับขึ้นใหม่นี้ ก็เป็นแผนที่ได้รับ อนุญาตจากหน่วยงานรัฐ โดยสคบ. เป็นที่ เรียบร้อย อีกทั้งบริษัทยังได้ใช้เวลาในช่วง ที่ผ่านมาในการจดยื่นสินค้าต่อทางอย. เพื่อ ที่จะได้ใช้ในการลุยตลาดอย่างเต็มที่ในอนาคต

นอกจากนี้ บริษัทยังได้ผุดเรื่องของ ระบบการเรียนรู้ขึ้นมาใหม่ โดยใช้ชื่อระบบ ว่า “427” ซึ่งเป็นระบบการเรียนรู้ สร้างนักธุรกิจอิสระของบริษัท เพื่อให้สมาชิกทั้งเก่าและใหม่ได้ทำงานง่ายยิ่งขึ้นโดยสามารถแยกออกมาได้ดังนี้ 4 คือ 4 ขั้นตอนในการเรียนรู้ ได้แก่ 1.รู้จักสินค้า โดยที่สมาชิกต้องมีความรู้ความเข้าใจในสินค้า มีการใช้เพื่อเป็นการ ตอบคำถามลูกค้าให้ได้อย่างถูกต้อง 2.การ เรียนรู้ในงานขาย โดยการศึกษาวิธีการทำงานขายตรง เพื่อมีความรู้ในการชักชวน คน 3.การชักชวน คือ การชวนคนเข้ามาในระบบขายตรงของบริษัท และ 4.การติดตาม คือ การติดตามทีมงานของตนเอง

ถัดมาคือเลข 2 เลข 2 ในที่นี้ คือ การหาเครือข่ายของตัวเอง 2 คน วางองค์กร ซ้าย ขวา และเลข 7 คือ ตัวเลขของโครงสร้างเครือข่ายของตนเอง โดยหลังจากที่วาง 2 คน ซ้าย ขวา แล้ว หลัง จากนั้น ก็หาอีกข้างละ 7 คน เพื่อที่จะให้เครือข่ายเพิ่มทวีคูณ และต่างคนก็ต่างทำ เช่นนี้ไปเรื่อยๆ

ซึ่งจากแผนที่กล่าวมา บริษัทมีความ มั่นใจว่า จะสามารถทำให้บริษัทมียอดขาย และสมาชิกเพิ่มขึ้นได้อย่างมหาศาล ซึ่งใน ส่วนของการเรียนรู้ “427” นี้ บริษัทได้นำเข้าไปแทรกในหลักสูตรการอบรมของบริษัท อย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของการสร้างผู้นำ และการสร้างนักธุรกิจอิสระของบริษัท

>> “แฮปปี้ เอ็มพีเอ็ม” วางโปรฯ เที่ยวเต็มพรืด

สุดท้ายข้ามฟากมาที่ นายพีรพงษ์ หลังปูเต๊ะ กรรมการบริหาร บริษัท แฮ็ปปี้ เอ็มพีเอ็ม จำกัด ซึ่งมีการเปิดเผยในส่วนของแผนงานว่า ในเรื่องของสินค้า บริษัท กำหนดไว้ว่าปีนี้ เราจะนำสินค้าใหม่ออกสู่ ตลาดประมาณ 2 กลุ่ม ส่วนแรกจะเป็นผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเครื่องยนต์ เพื่อรองรับ กับอุปกรณ์เครื่องยนต์รุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องยนต์ที่ใช้ระบบคอมมอนเรล หรือใช้ระบบก๊าซเอ็นจีวีในการขับเคลื่อน ส่วน กลุ่มสินค้าอีกชนิดหนึ่งก็คือ ผลิตภัณฑ์ Slack ซึ่งเป็นสินค้าในกลุ่มลดน้ำหนัก ที่จะ นำมาโมดิฟายใหม่ เพิ่มคุณภาพ และเปลี่ยน รูปลักษณ์ เพื่อดึงดูดใจสมาชิก

ขณะเดียวกันในเรื่องของแผนโปรโมชั่น ในปีนี้บริษัทกำหนดว่า ในช่วงครึ่งปีแรก เราจะนำสมาชิกไปท่องเที่ยวหลาย ประเทศด้วยกัน ซึ่งประเดิมประเทศแรกใน ปลายเดือนมกราคมนี้ด้วยการนำสมาชิกทัวร์ลาวใต้ ถัดจากนั้นในช่วงเดือนพฤษภาคม บริษัทจะขนขบวนสมาชิกท่องเที่ยว 3 ประเทศดัง ไม่ว่าจะเป็น ฮ่องกง มาเก๊า และเสิ่นเจิ้น ประเทศจีน ส่วนผู้ที่เปิดโมบาย ใหม่ เมื่อซื้อสินค้าครบตามที่บริษัทกำหนด จะมีการแถมสินค้าพิเศษให้ เช่น ซื้อสินค้า ครบ 4 ชิ้น ได้สินค้าราคาพิเศษ 1 ชิ้น เพราะนอกจากสมาชิกจะได้ซื้อสินค้าราคา ประหยัดแล้ว ยังถือเป็นการโปรโมตโมบาย ไปด้วยในตัว

ในส่วนของการฝึกอบรมนั้น ขณะนี้ บริษัทได้นำเอาหลักสูตรเดิมที่เคยมีอยู่แล้ว นำมาปรับปรุงใหม่ พร้อมๆ กับเติมเต็มหลักสูตรใหม่เข้ามาเสริมองค์ความรู้แก่สมาชิก ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีหลักสูตรเส้นทางรวยเพิ่มเติมเข้ามา โดยจะบ่งบอกถึงการทำงานในแฮ็ปปี้ เอ็มพีเอ็ม ให้ประสบ ความสำเร็จและสร้างความร่ำรวยในอนาคต นั้นทำอย่างไร ซึ่งบริษัทได้มีการเขียนโปรแกรมขึ้นมาใหม่และจัดอบรมใหม่เพื่อหลักสูตรนี้โดยเฉพาะ โดยบริษัทคาดว่าจากแผนงานดังกล่าวจะสามารถดึงดูดใจให้ประชาชนเข้าร่วมเป็นสมาชิกของ แฮ็ปปี้ เอ็มพีเอ็มได้ 100%

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1271 ประจำวันที่ 1-2-2012 ถึง 3-2-2012

วันพุธที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2555

‘วิน วิน เวิลด์ไวด์’ ยอดร่วง 20 ล. วางแผนจับลูกค้าธ.ก.ส.ขายปุ๋ยฟันกำไร



“วิน วิน เวิลด์ไวด์” โอดครวญ วิกฤติน้ำท่วมปลายปีก่อน เล่นงานยอดขายบริษัทหนัก ลดลงกว่าเป้า 20 ล้านบาท เตรียมขุนยอดคืนด้วย การส่งสินค้าเกษตรอย่างปุ๋ยของบริษัทปั่นรายรับ วางแผนจับลูกค้า ธ.ก.ส. เป็นหลักในอนาคต พร้อมกลยุทธ์ปั้นนักขายเพิ่มอัพบัญชี แตะ 100 ล้านบาท

เภสัชกรประเสริฐ หวานยิ่ง ประธาน บริษัท วิน วิน เวิลด์ไวด์ จำกัด เปิดเผยกลยุทธ์การตลาดปี 2555 กับ “สยามธุรกิจ” ว่า “ในปีหน้า “วิน วิน” จะเน้นกลยุทธ์สำคัญ 2 ประการ คือ การผลิตสินค้าใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น และการเน้นในเรื่องของการอบรมหรือ out meeting”

“โดยขณะนี้บริษัทมีไลน์สินค้าอยู่ 3 กลุ่มด้วยกัน คือ ผลิตภัณฑ์ปุ๋ย และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเครื่องสำอาง ซึ่งใน กลุ่มเสริมอาหาร และเครื่องสำอาง เราวางแผนไว้ว่า จะออกสินค้าใหม่อย่างละประมาณ 5 ตัว ส่วนผลิตภัณฑ์ปุ๋ยบริษัทจะผลิตเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 2-3 ตัว และในเร็วๆ นี้ปุ๋ยของเราจะเข้าไปตีตลาดใน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การ เกษตร หรือ ธ.ก.ส.และเข้าสู่เกษตรกรรายใหญ่ให้จงได้” ประธาน วิน วิน เผยด้านกลยุทธ์การฝึกอบรม บริษัทจะ เน้นให้สมาชิกทุกคนสามารถจัด out meeting หรือการเรียนรู้สินค้า พูดขายสินค้า และการจัดประชุมให้มีความชำนาญ เพราะ ตนมั่นใจว่าหากเราเน้นการฝึกอบรมดังกล่าว จะเป็นสิ่งที่ช่วยให้การขยายงาน ขยายเครือข่ายของทีมสมาชิกและบริษัทเป็นไปด้วยความง่ายดาย

ทั้งนี้ “ประเสริฐ” ยังได้เปิดเผยถึงเป้าหมายสมาชิกในปี 55 ว่า “ตนมองว่าในปีนี้กลุ่มคนอาจเข้ามาสมัครเป็นสมาชิก ไม่มากนัก เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ในภาคกลางได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมในช่วงที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตามผู้บริโภคโดยทั่วไปที่เข้ามาน่าจะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจุดนี้ “วิน วิน” ตั้งเป้าว่าผู้บริโภคน่าจะเข้ามาใช้สินค้าของบริษัทเพิ่มขึ้นประมาณ 1 หมื่นคนในปี 55
ส่วนความเสียหายที่เกิดกับบริษัทในช่วงน้ำท่วมนั้น เภสัชกรประเสริฐ กล่าว ว่า บริษัทได้รับผลกระทบอย่างหนักตลอด ระยะเวลาสองเดือนที่เกิดอุทกภัย เนื่องจาก โรงงานผลิตปุ๋ย ซึ่งตั้งอยู่ที่บางบัวทอง ผลิต สินค้าไม่ได้เลย บริษัทจึงได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก คือ ยอดขายในช่วงสองเดือน นั้นลดลงถึง 50% ทำให้ยอดขายปลายปี 54 ลดลงเหลือ 50 ล้านบาท จากที่ตั้งเป้า ไว้ว่า น่าจะได้ประมาณ 70 ล้านบาท
อย่างไรก็ดี ในปีนี้บริษัทได้เล็งเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 100 ล้านบาท แม้อาจ ต้องเจอวิกฤติใดๆ อีกก็ตาม ส่วนการขยาย สาขาเครือข่าย ในขณะนี้บริษัทไม่มีนโยบาย ที่จะเปิดเพิ่มเติม หลังจากเปิดศูนย์สาขาที่ เชียงใหม่, พิษณุโลก, ขอนแก่น และสุราษฎร์ธานี แต่ทั้งนี้สมาชิกอาจจะจัดตั้ง เป็นลักษณะของศูนย์บอส ซึ่งคล้ายกับศูนย์ โมบายในสมัยก่อน คือจะเป็นศูนย์สาขาที่ บริษัทให้สมาชิกขายสินค้าเอง แล้วเราก็จะ ให้ค่าบริหารแก่เขาประมาณ 10%

นอกจากนี้ แม่ทัพ วิน วิน ยังได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับทิศทางของธุรกิจ ขายตรงโดยภาพรวมว่า “ตนมองว่าจริงๆ ธุรกิจเครือข่ายโดยรวมดีอยู่แล้ว โดยเฉพาะบริษัทที่อยู่ในสมาคมขายตรง เนื่อง จากเขาได้ดำเนินการด้วยหลักคุณธรรม ซึ่งตนคิดว่าบริษัทไหนที่ใช้หลักคุณธรรม จริยธรรมในการทำธุรกิจ บริษัทเหล่านั้นก็จะไม่มีวันลำบาก ยอดขายจะต้องเพิ่มขึ้น อย่างแน่นอน ส่วนบริษัทไหนที่ทำธุรกิจใน รูปแบบมันนี่เกม ตนมั่นใจว่าอยู่ได้ไม่นาน เพราะพฤติกรรมเช่นนั้นเหมือนกับทุบหัวให้เขาเข้าบ้าน เสร็จแล้วก็จบเกมกันไป ดังนั้นเมื่อมองโดยภาพรวมแล้วตนมั่นใจว่างานขายตรงจะต้องเติบโตขึ้นอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นบริษัทขนาดเล็กหรือใหญ่”

“ธุรกิจเครือข่ายในขณะนี้น่าจะเป็น ที่พึ่งของคนจน คนรากหญ้าได้ดีที่สุด เพราะการลงทุนน้อยลงในการเข้ามาทำธุรกิจ และตนคิดว่าตอนนี้ธุรกิจเครือข่าย น่าจะเป็นธุรกิจเดียวที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นคนที่จะเข้ามาในบริษัทเครือข่าย จึงควรเลือกดูบริษัทที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะจะได้ไม่เสียเวลาในการดำเนินธุรกิจ และคนที่เข้ามาก็ควรทำงานแบบค่อยเป็น ค่อยไป คือ ศึกษาอย่างถ่องแท้ก่อน อย่าทำแบบก้าวกระโดด “แค่นี้ก็คงจะประสบความสำเร็จได้ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม” ประเสริฐ กล่าว

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ. สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1265 ประจำวันที่ 11-1-2012 ถึง 13-1-2012

วันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ท่านรองประธาน นายสัตวแพทย์กษิดิ์เดช ได้เข้าร่วม โครงการสัตวแพทย์พระราชทาน ในพระราชดำริ



ท่านรองประธาน สัตวแพทย์กษิดิ์เดช  ธีรนิตยาธาร และคณะอธิบดีกรมปศุสัตว์ คุณปรีชา  สมบูรณ์ประเสริฐ ,

รองอธบดีกรมปศุสัตว์สัตวแพทย์หญิงฉวีวรรณ  วิริิยะภาค ได้เข้าร่วมโครงการสัตวแพทย์พระราชทานใน

พระราชดำริสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในวันที่  8 - 10 มิถุนายน 2554 ณ สวนชมวิวเทศบาล

ท่าม่่วงจังหวัดกาญจนบุรี

[gallery link="file"]

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: บริษัท วิน วิน เวิลด์ไวด์ จำกัด