ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตลาด MLM แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตลาด MLM แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2556

‘เยส ไอ แคน’ปล่อยอาวุธเด็ด หลังชิมลางตลาด MLM ไปได้สวย







Capture (Mobile)

 


ขายตรง “เยส ไอ แคน” เดินเครื่องรุกตลาดเครือข่ายโค้งสุดท้าย หวังสร้างการรับรู้ พร้อมยอมรับ 2 ปีโตช้า การดำเนินธุรกิจมีสะดุด แต่ไม่ล้ม...ล่าสุดเข็นสินค้านางเอก “X-Factor” ตัวใหม่เสริมทัพธุรกิจ หลังปล่อยกลุ่มอาหารเสริมพืชชิมลางไปแล้ว ประสบความสำเร็จเกินเป้า...เตรียมอัดโปรโมชั่นเสริม รุกตลาดต่างจังหวัดต่อยอด...แย้มเป้าสิ้นปีขอยอดแตะ 130 ล้าน


“บริษัท เยส ไอ แคน คอร์เปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด” ถือเป็นอีกหนึ่งขายตรงที่จำเป็นต้องสปีด เพราะการเปิดตลาด 2 ปี ไม่เป็นที่หวือหวาเท่าที่ควร ล่าสุด เตรียมสร้างการรับรู้แบรนด์บริษัทภายใต้มิติใหม่ เพราะช่วงตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ยังแจ้งเกิดตลาดขายตรงไทย ยังไม่เต็มรูปแบบมากนัก ส่งผลให้ยอดเติบโตช้ากว่าที่ควรจะเป็น


ล่าสุด จึงมีการจัดงานเปิดตัวสินค้าใหม่ส่งท้ายปี เพื่อต้องการสร้างการรับรู้ให้มากขึ้น...โดย “ภัททิยา พชรอัศวกาล” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เยส ไอ แคน คอร์ เปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ได้เปิดเผยกลยุทธ์ผ่าน “นสพ.ตลาดวิเคราะห์” ว่า ในช่วง 2 ปีที่บริษัทดำเนินธุรกิจขายตรง ถือว่าค่อนข้างประสบความสำเร็จอย่างมากพอสมควร ทั้งในเรื่องของยอดขายและสมาชิก โดยกลุ่มสินค้าที่เป็นตัวชูโรงในช่วงเริ่มแรกคือ กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเสริมพืช


หากเทียบอัตราการเติบโตในช่วงปีแรกกับปีที่ 2 พบว่า มีอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 10% ซึ่งถือว่าเป็นการเติบโตที่ดีทีเดียว โดยอัตราการเติบโตไม่ต้องการที่จะโตแบบก้าวกระโดด แต่ต้องการจะเติบโตอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง ณ วันนี้บริษัทมีผู้นำหลัก 12 ท่านด้วยกัน ที่สามารถก้าวขึ้นตำแหน่งเพรสซิเด้นท์


โดยผลิตภัณฑ์ “เยส ไอ แคน” มีอยู่ด้วยกัน 3 กลุ่มที่เปิดเกมบุกตลาด ประกอบด้วย


1. กลุ่มนาโนเกษตร อาหารเสริมพืชชนิดแคปซูลนาโน


2. กลุ่มคอสเมติก


3. นาโนสุขภาพ ล่าสุด ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เข้ามาเสริมทัพธุรกิจอีกหนึ่งรายการ คือ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสุขภาพที่ชื่อว่า “X-Factor” เป็นผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามาจากประเทศมาเลเซีย


“บริษัทฯ มีความมั่นใจว่า ผลิตภัณฑ์ใหม่ “X-Factor” จะเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่จะสร้างยอดขายให้กับบริษัทอย่างแน่นอน รองจากผลิตภัณฑ์อาหารเสริมพืช โดยเชื่อว่าจะช่วยดันยอดขายให้เติบโตก่อนสิ้นปีอยู่ที่ 130 ล้านบาท พร้อมกับมียอดขายเฉพาะในส่วนของผลิตภัณฑ์ “X-Factor” ในไตรมาสแรกอยู่ที่ 10 ล้านบาทด้วยเช่นกัน”


ส่วนกลยุทธ์การตลาดของ “เยส ไอ แคน” นอกเหนือจากการเสริมทัพด้วยสินค้าใหม่ นับจากนี้จะเน้นในเรื่องของการจัดรายการโปรโมชั่น พร้อมกับการรุกตลาดในพื้นที่ต่างจังหวัดเป็นหลักก่อน โดยปลุกสินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเสริมพืชเป็นตัวนำร่อง ส่วนในพื้นที่เขตเมืองจะเป็นการเน้นสินค้าใหม่ X-Factor เป็นหลัก


หากถามความพร้อมของ เยส ไอ แคน ณ เวลานี้ ถือว่าพร้อมอย่างมากทีเดียว ทั้งในเรื่องของสินค้า แผนการตลาด ระบบไอที ซึ่งอยากจะให้ทุกท่านได้ลองมาสัมผัสกับธุรกิจที่นี่ ก็จะรู้ว่าองค์ประกอบที่ได้กล่าวไว้ เยส ไอ แคน สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการของสมาชิกได้อย่างแน่นอน ส่วนทิศทางการแข่งขันในตลาดขายตรงนับจากนี้ เชื่อว่า ยังคงมีการแข่งขันที่รุนแรงอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน นางภัททิยา กล่าวทิ้งท้าย


 


 


 


Credit By : http://www.taladvikrao.com/

วันจันทร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2556

TDNA ผนึก 3 พันธมิตร แก้กฎหมายลุยอาเซียน







555 (Mobile)


TDNA เปิดตัวครั้งใหญ่ดึง 3 องค์กรพันธมิตรร่วมงานยักษ์ภายใต้แนวคิด "รวมพลังสร้างขายตรงยุคใหม่" กระหึ่มวงการขายตรงไทย โชว์ฟอร์มสดด้วยการเซ็นสัญญาจ้าง "ม.หอการค้าไทย" ทำวิจัยธุรกิจขายตรง โดยได้รับงบสนับสนุนจาก "นีโอไลฟ์ 2.64 ล้านบาท" เดินหน้าเซ็น MOU กับศูนย์อาเซียนเดินหน้าเชื่อมผลประโยชน์การค้าและขายตรงไทย-จีน-อาเซียน พร้อมแก้กฎหมายได้ สคบ. หนุน จัดเสวนากฎหมายขายตรง 1 ปี มีดีมีเสียตรงไหน ก่อนเดินหน้า รื้อ ซ่อม สร้าง จัดทำร่างแก้กฎหมายเสนอตั้งสนง. กำกับดูแลขายตรงเป็นการเฉพาะ


นายนิโรธ เจริญประกอบ นายกสมาคมธุรกิจเครือข่ายขายตรงไทย อดีตเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า เป็นความตั้งใจที่อยากจะร่วมพัฒนาวงการขายตรงไทยหลังจากที่เกษียณราชการ เพราะตลอดการทำงานราชการที่ต้องดูแลธุรกิจนี้ทำให้ได้เห็นว่าเป็นธุรกิจที่ดี ช่วยสร้างงานอาชีพให้คนไทยทุกระดับจำนวนมหาศาล แต่ด้วยความที่กฎหมายขายตรงที่ใช้อยู่ปัจจุบันอาจจะล้าหลังไปไม่ทันสถานการณ์ในหลายเรื่อง จึงได้เสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายขายตรงฉบับปัจจุบันให้สามารถจัดการปัญหาและกำกับดูแลธุรกิจขายตรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากธุรกิจนี้เติบโตต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าตลาดนับแสนล้านบาทต่อปี มีผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตจากสคบ.ตั้งแต่บังคับใช้กฎหมายจากปี 2545 ให้ดำเนินธุรกิจขายตรงๆ แล้วเกือบ 900 ราย รวมทั้งมีผู้เกี่ยวข้องนับล้านคน


สำหรับประเด็นสำคัญคือการรณรงค์ให้มีการแก้กฎหมาย คือการเสนอให้มีการจัดตั้งสำนักงานกำกับกิจการขายตรง โดยให้แยกธุรกิจตลาดแบบตรงออกไปเป็นกฎหมายอีกฉบับ รวมทั้งให้มีการตั้งกองทุนชดเชยให้ผู้เสียหายโดยจัดเก็บเป็นสัดส่วนเปอร์เซ็นตามรายได้ของผลประกอบการ


ด้านนายพิศิษฐ์ แทนทิว เลขาธิการสมาคมฯ และเป็นผู้ช่วยกรรมผู้จัดการ บริษัท นีโอ ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า ในทุกธุรกิจไม่มีสูตรสำเร็จว่าจะต้องมีกี่สมาคม ซึ่งที่ผ่านมามักมีผู้ไปให้ข้อมูลผิดๆ ว่าควรมีสมาคมเดียว แต่สุดท้ายก็มีสมาคมที่ 2 3 และ 4 ซึ่งประเด็นสำคัญคือสมาคมที่มีอยู่สามารถตอบสนองหรือรับใช้วงการนี้ได้ดีแค่ไหน ได้ทำหน้าที่อะไรบ้าง และสร้างประโยชน์ส่วนรวมให้วงการขายตรงได้จริงหรือไม่ และที่มาของการเกิด TDNA ก็เพราะยังมีบริษัทขายตรงจำนวนมากที่ยังไม่ได้สังกัดในสมาคมฯ นั้นๆ จากการที่มีบริษัทได้รับอนุมัติให้ทำธุรกิจขายตรงเกือบ 900 ราย ในจำนวนนี้ยังมีผู้ที่ทำธุรกิจอยู่เกินครึ่งหรือกว่า 45 ราย แต่เป็นสมาชิกสมาคมอื่นๆ ทั้ง 3 แห่ง รวมกันประมาณ 50 รายเท่านั้นเอง ซึ่งนับว่าน้อยมาก


ในส่วนของการวิจัยนั้นได้ตัดสินใจว่าจ้างศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ด้วยงบประมาณ 2,647,125 บาท โดยทั้งหมดได้รับการสนับสนุนเป็นเงินจากบริษัท นีโอ ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด นับเป็น 1 ใน 2 โครงการใหญ่ในการผลักดันการเปลี่ยนแปลงในเชิงยุทธศาสตร์ ขณะที่การเซ็น MOU กับศูนย์อาเซียนนั้น นายพิศิษฐ์ กล่าวอีกว่า ศูนย์อาเซียนหรือชื่อเต็ม "ศูนย์อาเซียน สมาคมส่งเสริมเศรษฐกิจและการค้ากวางตุ้ง-ฮ่องกง มณฑลกวางตุ้ง สาธารณรับประชาชนจีน" ได้เข้ามาเปิดสาขาประเทศไทย โดยมีอาจารย์ภูสิต เพ็ญศิริ เป็นรองประธานศูนย์ฯ โดย TDNA จะสนับสนุนช่วยเหลือด้านการจัดการพีอาร์ให้ศูนย์อาเซียนในไทย รวมถึงการสนับสนุนให้สมาชิก TDNA เข้าไปให้ประโยชน์ด้านสถานที่กับพัธมิตรศูนย์อาเซียน ทั้งในไทยและจีนโดยได้รับสิทธิในการพิเศษ


"คาดว่าความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยให้บริษัทสมาชิก TDNA สามาถที่จะขยายตลาดเข้าไปสู่อาเซียนรวมทั้งจีนที่จะเปิดตลาด MLM บางพื้นที่ในอนาคตได้ง่ายขึ้น" นายพิศิษฐ์ กล่าว




Credit By :http://www.ryt9.com

วันจันทร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2556

วิลเลนดรอฟ เร่งรุกตลาด MLM ลั่นฆ้องปลายปีโกยยอด 1,000 ล.







vv


นายใหญ่วิลเลนดรอฟ สั่งเร่งเครื่องบุกตลาด MLM เต็มพิกัด ทั้งเปิดตัวโปรดักต์ใหม่กระทุ้งยอด จัดโรดโชว์ สินค้าทั่วประเทศ จัดคอร์สฝึกอบรมติดอาวุธให้นักขาย ล่าสุด ทุ่มทุนจัดโปรฯ ท่องเที่ยว และโบนัสพิเศษ หวัง กระตุ้นผู้นำ เร่งขยายตลาด ด้าน ธนากร บุญวิจิตร ปลื้ม ยอดพุ่งไม่หยุด สมาชิกใหม่แห่สมัครเข้ามาเพียบ ระบุ แค่ 3 เดือน ทะลุ 12,000 รหัส ส่งซิกแม่ทีมซุ่มปูฐานตลาด ใน สปป.ลาว ส่งยอดเฉลี่ย 300,000 บาทต่อเดือน มั่นใจ สิ้นปีดันรายได้รวมแตะ 1,000 ล้านบาท

ธนากร บุญวิจิตร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท วิลเลนดรอฟ จำกัด เปิดเผยถึงกลยุทธ์การตลาดในปี 2556 ว่าบริษัทจะเน้นการทำตลาดแบบเชิงรุกจากปี 2555 มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาด เพื่อ กระตุ้นยอดขาย ล่าสุดได้เปิดตัวเครื่องสำอางใหม่ ซึ่งถือเป็น หมัดเด็ดที่จะมาช่วยกระตุ้นยอดขายในปีนี้ โดยจุดเด่นของ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว คือ มีส่วนผสมของทองคำ, ทองคำขาว, มุกและเพชร ขณะเดียวกันยังมีส่วนผสมของสเตมเซลล์ ได้แก่ แอปเปิ้ล, องุ่น และกุหลาบ รวมถึงมีสารอาหารที่สกัดจาก ไข่ปลาคาเวียร์รวมอยู่ด้วย ทำให้ลูกค้าที่ได้ทดลองใช้ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเห็นผลชัดเจน

นอกจากนี้บริษัทยังได้ออกเดินสายจัดโรด์โชว์ ตามภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ และตอกย้ำแบรนด์วิลเลนดรอฟให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ให้มากยิ่งขึ้น ขณะเดียวบริษัทยังได้จัดหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อ เป็นการติดอาวุธทางธุรกิจให้กับสมาชิกในการออกไปขยาย ตลาด โดยหลักสูตรของบริษัททั้งหมดมีตั้งแต่การจัดประชุม ตามบ้านภายใต้ชื่อ บ้านวิลเลนดรอฟ เพื่อให้สมาชิกมีความ เข้าใจธุรกิจขายตรงอย่างถูกต้องและถูกวิธีมากยิ่งขึ้น โดย เฉพาะหลักสูตรพิเศษซึ่งเป็นการพัฒนาศักยภาพให้สมาชิก ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในอนาคต เช่น หลักสูตร Exclusive Power I และ II ทั้งนี้ จากกลยุทธ์ที่กล่าวมาข้างต้น บริษัทยังได้จัด โปรโมชั่นพิเศษ อย่างโปรโมชั่นท่องเที่ยวทั้งในประเทศและ ต่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นพิเศษแบบรายสัปดาห์, รายเดือน และรายปี เพื่อเป็นการสร้างขวัญ และกำลังใจ ให้กับสมาชิกในการออกไปขยายตลาด ยกตัวอย่าง โปรโมชั่น พิเศษแบบรายปี สมาชิกท่านใดที่มีรายได้รวม 1,000,000 บาท บริษัทจะมอบทองคำมูลค่า 100,000 บาท ให้ทันที หรือ สมาชิกท่านใดที่มีรายได้รวมเกิน 2,500,000 บาท จะได้รับ รถยนต์เชฟโรเลตมูลค่า 700,000 บาท ฟรี หรือสมาชิกท่านใดที่มีรายได้รวมเกิน 4,500,000 บาท จะได้รับเงินสดฟรีทันที 1,000,000 บาท

หลังจากเราได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อปลายปี 2555 ที่ผ่านมา ปรากฏว่ากระแสตอบรับดีเกินคาด ทำให้ มียอดขายรวมอยู่ที่ 110 ล้านบาท ในปีที่แล้วเรายังไม่ได้ รุกตลาดอย่างเต็มที่มากนัก แต่ตั้งแต่ต้นปี 2556 เป็นไป เรา ได้วางแผนในการรุกตลาดอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการเปิด ตัวสินค้าใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นยอดขายโดย เฉพาะตัวเครื่องสำอางใหม่ที่ถือว่าเป็นพระเอกของเราในปีนี้ หลังจากเปิดตัวไปไม่นานตอนนี้มียอดสั่งซื้อเข้ามา เกิน 30,000 กระปุกแล้ว คาดว่าสิ้นปีนี้ไม่น่าจะต่ำกว่า 300,000 กระปุก เพราะคุณภาพที่ทุกคนใช้แล้วเพียงแค่ กระปุกเดียวก็เห็นผลอย่างชัดเจน ส่วนราคาของเราเมื่อเทียบ กับแบรนด์ดังๆ ถือว่าไม่แพงเลย เรากำหนดราคาสมาชิกอยู่ ที่ 3,500 บาท ดังนั้น หากคูณกับจำนวนตัวเลข 300,000 กระปุก ยอดขายก็เกิน 1,000 ล้านบาทแล้ว ซึ่งยังไม่นับรวม กับสินค้าตัวอื่นๆ ที่เราเตรียมจะทยอยเปิดตัวออกมาเรื่อยๆ ธนากร กล่าว

ในส่วนของภาพรวมไตรมาสแรกของปี บริษัทมีอัตรา เติบโตเป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากมีสมาชิกใหม่สมัครเข้ามา ร่วมธุรกิจเพิ่มขึ้น โดยในเดือนแรกเพิ่มขึ้น จาก 34,000 รหัส เป็น 46,000 รหัส หรือเพิ่มขึ้นกว่า 12,000 รหัส ซึ่งถือว่า เป็นตัวเลขที่มีอัตราการเติบโตสูงไม่น้อยเมื่อเทียบกับ 6 เดือน แรกที่เปิดดำเนินธุรกิจ ดังนั้น บริษัทเชื่อมั่นว่าจนถึงสิ้นปี จะมียอดขาย 1,000 ล้านบาท ตามที่ได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ อย่างแน่นอน

สำหรับจุดแข็งที่ทำให้บริษัทมีอัตราการเติบโตอย่าง ต่อเนื่องนั้น มาจากการที่บริษัทเป็นโรงงานผู้ผลิตเครื่อง- สำอางมานานกว่า 8 ปี ทำให้สามารถควบคุมต้นทุนการผลิต และกำหนดราคาเพื่อให้สามารถแข่งขันกับบริษัทอื่นๆ ได้ นอกจากนี้ยังสามารถปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความ ต้องการของผู้บริโภคได้ตามช่วงเวลาที่ต้องการ เช่น ช่วงนี้ เทรนด์ของเครื่องสำอางที่เกี่ยวกับผิวขาวใสมาแรง บริษัท ก็สามารถนำผลิตภัณฑ์ที่มีความแตกต่างจากท้องตลาดมา แข่งขันได้ ที่สำคัญบริษัทยังมีพาร์ตเนอร์เป็นผู้ผลิตวัตถุดิบ ที่มีคุณภาพจากต่างประเทศ โดยมีใบการันตีรับรองมาตรฐาน ระดับสากลจากสถาบันที่มีชื่อเสียงจากทั่วโลกให้การรับรอง ด้วย

นโยบายการทำตลาดของเราไม่เน้นหวือหวา แต่จะ เติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป ยอดขายจะต้องมาจากฐานของผู้บริโภคอย่างแท้จริงไม่ใช่เป็นการสร้างยอดหรือปั่นกระแส ดังนั้น เราจึงต้องการผู้นำที่มีความซื่อสัตย์สุจริตกับทีมงาน และองค์กรเข้ามาร่วมงาน นอกจากนี้ยังได้ปลูกฝังให้สมาชิก รู้จักการแบ่งปันให้กับผู้อื่น ด้วยการพาสมาชิกไปทำบุญและ จัดให้มีการปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่อง เพราะเราเชื่อว่าหาก บริษัทมีผู้นำที่มีจิตใจดี และมีคุณธรรมแล้ว จะไม่ก่อให้เกิด ปัญหาตามมาทีหลัง ที่สำคัญที่นี่เราจะไม่มีการซื้อตัวผู้นำ แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีผู้นำเข้ามาเสนอว่าจะช่วยให้บริษัทมียอด ขายเท่านั้นเท่านี้ก็ตาม เพราะเราต้องการที่จะอยู่ในธุรกิจนี้ ไปอีกนานๆ เราจึงไม่มีนโยบายในการให้ออฟเฟอร์กับพวก แม่ทีม

ธนากร กล่าวต่อว่า ในปี 2558 ที่จะเปิดประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน (AEC) บริษัทจึงได้เตรียมความพร้อม ในการที่จะขยายตลาดออกไปในกลุ่มประเทศอาเซียน โดย ตลาดที่น่าสนใจในการเข้าไปขยายตลาด ได้แก่ สปป.ลาว, พม่า และกัมพูชา โดยเฉพาะใน สปป.ลาว ล่าสุด ได้มีกลุ่่ม ผู้นำจากประเทศไทยเข้าไปขยายตลาดในประเทศดังกล่าว ผลปรากฏว่าได้รับการตอบรับที่ดี เนื่องจากมีผู้บริโภคใน สปป.ลาว ได้ใช้ผลิตภัณฑ์แล้วเห็นผลชัดเจน ประกอบกับ ราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับแบรนด์ดังๆ ส่งผลให้เกิดการ ขยายตลาดออกไปค่อนข้างเร็วมาก ทำให้ปัจจุบันบริษัท มียอดขาย เฉลี่ยเดือนละ 300,000 บาท โดยบริษัทได้ให้ คำมั่นสัญญากับกลุ่มผู้นำที่เข้าไปขยายตลาดในประเทศ ดังกล่าวว่า หากสามารถสร้างยอดขายเฉลี่ย 1,500,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 3 เดือนติดต่อกัน บริษัทจะเข้าไป เปิดสำนักงานใน สปป.ลาว ทันที






ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.The Power Network ฉบับที่ 221 ประจำวันที่ 16-30 เมษายน 2556