ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นายสุธีร์ รัตนนาคินทร์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นายสุธีร์ รัตนนาคินทร์ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ข่าว เอเชีย สุพรีม (Asia Supreme) : 'เอเชีย สุพรีม' จับมือเมืองโสมขนเครื่องสำอางลุยขายอาเซียน

 








67617n_1l (Mobile)

"เอเชีย สุพรีม" ก้าวไปอีกขั้น จับมือบริษัทชั้นนำแดนกิมจิ "Amaranth Cosmetics" แตกไลน์เครื่องสำอาง นำร่อง 5-7 รายการลุยตลาดขายตรงอาเซียน


นายสุธีร์ รัตนนาคินทร์ ประธานกรรมการ บริษัท เอเชีย สุพรีม จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทมีการเติบโตแบบก้าวกระโดดและมีความแข็งแกร่ง มาจากการมีพันธมิตรคู่ค้าต่างประเทศเป็นจำนวนมาก และบริษัทมี นโยบายการเปิดสาขาในภูมิภาคเอเซีย ซึ่งปัจจุบันขยายเข้าไปแล้วในประเทศเพื่อบ้าน คือ มาเลเซีย ลาว เวียดนาม และกัมพูชา


นอกจากนี้เพื่อสร้างความแข็งแกร่งมากขึ้น บริษัทได้นำสินค้าที่เป็นนวัตกรรมเข้ามาจำหน่าย โดยปัจจุบันมีสินค้าจากนิวซีแลนด์ อเมริกา และมาเลเซีย ล่าสุดบริษัทได้จับมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัท ในเกาหลี และอมรัน เป็น 1 ใน 5 มาตรฐานโลก ผู้นำตลาดเกาหลี และระดับสากล 20 ประเทศที่มีสินค้าขายอยู่


"เพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจมากขึ้น บริษัทพยายามมองหาสินค้าที่มีนวัตกรรม นอกจากวันนี้เรามีคอสตูม จากนิวซีแลนด์และมีสินค้าหลายตัวจากอเมริกา หลายตัวมาจากมาเลเซีย นอกจากนี้ สกินแคร์ เครื่องสำอาง ปฏิเสธไม่ได้ว่า เกาหลี โดดเด่นมากในระดับโลก"


ล่าสุด บริษัทได้จับมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ Amaranth Cosmetics ซึ่งเป็นผู้นำตลาดด้านคอสเมติกส์จากประเทศเกาหลี ซึ่งติดอันดับ 1 ใน 5 มาตรฐานโลกและมีการจำหน่ายสินค้าไปสู่ 20 ประเทศทั่วโลก โดยเอเชีย สุพรีมจะเป็นตัวแทนจำหน่ายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แต่เพียงผู้เดียว


"สำหรับ Amaranth เป็นทั้งผู้ผลิตที่มีสินค้านวัตกรรมใหม่ๆ โดยมีทิศทางการทำธุรกิจไปในแนวทางเดียวกันกับเอเชียสุพรีม ซึ่ง 4 เดือนที่ผ่านมา ผมได้ไปเยี่ยมเยียนที่เมืองปูซาน เพื่อทำแนวทางธุรกิจร่วมกัน อย่างแรกคือการสนับสนุน โดยคัดเอาสินค้าที่เด่นที่สุด จำนวน 3 กลุ่ม 5-7 รายการ มาออกตลาดในไทย"


นายสุธีร์ กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้บริษัทได้สิทธิ์เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องสำอางของ Amanranch แต่เพียงผู้เดียวในไทยและในอาเซียนอีก 10 ประเทศ โดยคาดว่ายอดขายปีแรกน่าจะไม่ต่ำกว่า 100-120 ล้านบาท ทั้งนี้ช่องทางการทำตลาดไม่ได้จำกัดแค่ MLM แต่ยังมีช่องทางอื่นๆ ที่จะพัฒนาต่อไปคือ ซิงเกิ้ล แฟรนไชส์ นอกจากนี้บริษัทยังสามารถเป็นตัวแทนจำหน่ายในภูมิภาคนี้ในรูปแบบ OEM ได้อีกด้วย


"เอเชีย สุพรีมถือเป็นประตูเพื่อกระจายสินค้าไปสู่อาเซียน นอกจากนี้ยังถือเป็นการเพิ่มไลน์สินค้าจากเดิมที่เน้นขายกลุ่มเสริมอาหารเป็นหลัก การจับมือกับ Amanranch จะเป็นส่วนสำคัญในการทำตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะในกลุ่มอาเซียน ทั้ง มาเลเซีย เขมร ลาว และพม่า ที่จะเริ่มรุกตลาดต่างประเทศอย่างจริงจังตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป โดยหลังจากนี้จะมีการจับมือกับพันธมิตรในการนำเสนอสินค้าใหม่ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง มั่นใจว่าจะส่งผลให้ปี 2557 บริษัทจะทำรายได้ถึง 500 ล้านบาท จากรายได้ในสิ้นปีนี้น่าจะปิดที่ 160 ล้านบาท" นายสุธีร์ กล่าว


 


 


 


Credit By : http://www.ryt9.com

วันพฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ขายตรงแห่ปักธงอีสานรับมือเต็มสูบเปิดค้าเสรี







northeast_map (Mobile)

 


นายสุธีร์ รัตนนาคินทร์ ประธานกรรมการ บริษัท เอเชีย สุพรีม จำกัดเปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา บริษัทได้พยายามอัดสินค้าใหม่เน้นใช้โปรโมชั่นท่องเที่ยวล่อใจจัดอบรมสัมมนา และโฆษณาสื่อทุกช่องทางเพื่อผลักดันตัวเลขยอดขายให้เติบโตขึ้นโดยสิ้นปียังหวังว่า เราจะขยับไปได้ตามเป้าที่ 300 ล้านบาท และตอนนี้ทุกอย่างก็เติบโตมาถึง 500% แล้ว


อย่างไรก็ตาม สำหรับแผนการตลาดในครึ่งปีหลัง บริษัทฯ เตรียมเปิดสาขาเพิ่มเป็นแห่งที่ 5 ในภาคอีสาน โดยที่โฟกัสไว้เป็นจังหวัดใหญ่ๆ ที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น บุรีรัมย์, อุดรธานี, สุรินทร์, ศรีสะเกษ และนครราชสีมา เนื่องจากก่อนหน้านี้เปิดไปแล้ว 3 แห่ง คือที่ หาดใหญ่, พิษณุโลก และเชียงใหม่ นอกจากนี้ยังมีคลังสินค้าอีกกว่า 20 แห่งที่อยู่ตามจุดสำคัญครอบคลุมทั่วประเทศ


ขณะที่นายเทวัญ ดีใจงาม ประธานกรรมการและผู้ก่อตั้ง บริษัท ดีไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้ดีไลฟ์เตรียมที่จะบุกตลาดแบบเต็มอัตราศึกทั้งในส่วนของการขยายสาขาและการขยายโรงเรียนสอนธุรกิจ DNA ตามภูมิภาคต่างๆ โดยในปีนี้ดีไลฟ์จะมุ่งเน้นไปที่ภาคอีสานเสียส่วนใหญ่ ที่ถือเป็นเป้าหมายหลักของบริษัท โดยสาขาที่จะเปิดใหม่ประกอบด้วยขอนแก่น, อุบลราชธานี และร้อยเอ็ด ซึ่งสาขาแห่งใหม่ล่าสุดในจังหวัดขอนแก่นนั้นตั้งอยู่บนห้างโลตัสขอนแก่น และเชื่อว่าสาขาดังกล่าวนี้น่าที่จะเป็นอีกหนึ่งแห่งที่จะช่วยสร้างธุรกิจดีไลฟ์ให้ผู้บริโภคได้รู้จักด้วยเช่นกัน


"ขอนแก่นค่อนข้างมีขายตรงเข้ามาเปิดน้อยมาก ในขณะเดียวกันการเปิดสาขาที่ขอนแก่น ถือเป็นการสร้างความมั่นใจว่าธุรกิจดีไลฟ์ เป็นธุรกิจที่มีความมั่นคงรากฐานแข็งแกร่ง และต้องบอกว่าการที่เราเลือกเปิดสาขาที่ห้างโลตัสนั้นถือว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเปิดได้ เนื่องจากต้องผ่านหลายขั้นตอนพอสมควร และการที่ดีไลฟ์เข้ามาเปิดธุรกิจขายตรงที่ห้างโลตัสได้ ย่อมต้องเป็นธุรกิจที่ไม่ธรรมดาด้วยเช่นกัน"


 


 


 


Credit by : http://www.ryt9.com/

วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ข่าว เอเชีย สุพรีม (Asia Supreme) : เอเชีย สุพรีม เปิดเกมรุกตลาดเครือข่าย อัดยุทธศาสตร์ 4 ด้าน ดั้นเป้าสิ้นปี300 ล.








 


เอเชีย สุพรีม เข็นยุทธศาสตร์แ รงปี 56 หวังมุ่ง สานฝัน สมาชิกสู่ความสำเร็จ พร้อมแย้มปีที่ผ่านมาธุรกิจยังโตไม่ เต็มที่แบบก้าวกระโดด ประกาศอัดยุทธศาสตร์ 4 ด้าน พัฒนา สินค้าใหม่-ส่งเสริมกิจกรรมทางด้านการตลาด-เน้นสร้าง ระบบเสริมศักยภาพสมาชิก-สร้างแบรนด์บริษัทให้เกิด หวัง ดันยอดสิ้นปีทะลุ 300 ล้าน ชี้! ทิศทางธุรกิจขายตรงปี56 เติบโตดีไร้กังวล

นายสุธีร์ รัตนนาคินทร์ ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท เอเชีย สุ พรีม จำกัด เผยถึงภาพรวมธุรกิจของบริษัทฯ ในช่วงที่ผ่านมาว่า อัตราการเติบโตของบริษัทฯ ถือได้ว่ายังไม่ใช่เป็นการเติบโตแบบก้าว กระโดด โดยจะเป็นการเติบโตแบบธรรมชาติ ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ ได้ดำเนิน ธุรกิจมาแล้วประมาณ 1 ปี 6 เดือน แต่เริ่มดำเนินธุรกิจแบบ จริงจังเมื่อช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา เท่านั้นเอง โดยในช่วง 6 เดือนที่ ผ่านมานั้น เรียกได้ว่า บริษัทฯ ประสบความสำเร็จมาในระดับ หนึ่ง โดยมียอดขายในช่วงปีที่ ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 60 ล้าน บาท รวมถึงมีสมาชิกอยู่ที่ ประมาณ 6 พันกว่าคนด้วยกัน ที่ สำคัญ ในปีนี้ ต้องบอกว่าบริษัทฯ มีความพร้อมในหลาย ๆ ด้าน ไม่ ว่าจะเป็นในส่วนของระบบ เรื่อง ของการพัฒนาสมาชิก ความ พร้อมของผลิตภัณฑ์ เป็นต้น
สำหรับยุทธศาสตร์ที่ บริษัทฯ จะเน้นหนักในปีนี้นั้น มี อยู่ 3 เรื่อง ด้วยกัน คือ 1. การมุ่ง เน้นสร้างคุณภาพของผลิตภัณฑ์ และคุณภาพของสมาชิก 2. การ มีสถาบันในการที่จะพัฒนา บุคลากร ในการพัฒนาสมาชิก ให้มีศักยภาพ มีความมั่นคงอยู่ ในอาชีพ เพื่อพร้อมเข้าสู่อาเซียน และ 3. การให้ความสำคัญ ใน เรื่องของชุมชน สังคม ที่ถือว่ามี ส่วนสำคัญ ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ ก็ มีมูลนิธิที่เป็นของบริษัทฯ ด้วย
สิ่งที่บริษัทฯ คาดหวังใน ปีนี้นั้น คือ อยากจะเป็นอีกหนึ่ง องค์กรที่มีอัตราการเติบโตแบบ ก้าวกระโดดเหมือนเช่นดั่งบริษัท อื่น ๆ ซึ่งสิ่งที่ทำให้บริษัทฯ มี ความเชื่อมั่นว่าจะต้องมีอัตรา การเติบโตแบบก้าวกระโดดนั้น เป็นเพราะปัจจุบันนี้ บริษัทฯ เริ่ม มีผู้น้ำที่พร้อมสินค้าที่พร้อมรวม ถึงระบบการเทรนนิ่งที่พร้อม นั่นเอง ที่สำคัญ ในปีนี้ ยังมีเป้า หมายที่จะเติบโตอยู่ที่ประมาณ 300 ล้านบาท พร้อมกับคาดว่า จะมีสมาชิกสิ้นปีนี้อยู่ที่ประมาณ 20,000 คนด้วยกัน
นายสุธีร์ ยังเผยอีกว่า นอกเหนือจาก 3 ยุทธศาสตร์ที่ จะเน้นในปีนี้แล้ว การดำเนิน ธุรกิจเพื่อให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้ 300 ล้านบาทนั้น ทางเอเชีย สุพรีม เอง ยังเตรียมที่จะผลักดัน อีก 4 กลยุทธ์สำคัญ ในการไปให้ ถึงเป้าหมายอีกด้วย คือ 1. การ พัฒนาสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าในปี 2556 น่าที่จะมี กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่อยู่ที่ 14-15 กลุ่มเพื่อตอบสนองความ ต้องการของตลาดที่มีความ หลากหลาย 2. การส่งเสริม กิจกรรมทางด้านการตลาดอย่าง ต่อเนื่อง เช่น โปรโมชั่นต่าง ๆ ไม่ ว่าจะเป็นในส่วนของสินค้า หรือ โปรโมชั่นท่องเที่ยวทั้งในประเทศ และต่างประเทศ 3. เน้นในเรื่อง ของการสร้างระบบ เพื่อเชื่อมโยง การทำงานกับสมาชิกให้เป็นไป ในทิศทางเดียวกัน เพื่อสร้าง ศักยภาพของสมาชิกด้วย และ4. เน้นการสร้างแบรนด์ของบริษัทฯ ให้เกิดในปีนี้
ปีนี้บริษัทฯ ค่อนข้างที่จะ เตรียมการอย่างรัดกุมอย่างมาก ทีเดียว ทั้งในเรื่องของระบบ ออนไลน์ด้วย เนื่องจากปัจจุบัน นี้ สังคมยุคใหม่ถือเป็นสังคม เทคโนโลยี ที่มีความจำเป็นต่อ การทำงานในยุคนี้ค่อนข้างมาก ซึ่งบริษัทฯ เองจะให้ความสำคัญ ในเรื่องระบบไอทีอย่างมากที เดียวในปีนี้ เนื่องจากไม่คิดที่จะ หยุดยั้งการทำธุรกิจเพียงแค่ใน ประเทศเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังคงมุ่งเน้นไปที่ตลาด อาเซียนด้วย ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ เองก็มีเครือข่ายในประเทศ เพื่อน บ้านบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ลาว กัมพูชา พม่า เวียดนาม เป็นต้น และล่าสุดได้เตรียมการจับมือ กับพันธมิตรใหม่ในประเทศ เพื่อนบ้านอีก 2 ประเทศ คือ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เพื่อทำ ธุรกิจร่วมกันอีกด้วย
นายสุธีร์ กล่าวเสริมอีกว่า ปีนี้ บริษัทฯ จะมีในส่วนของศูนย์กระจายสินค้า รวมถึงระบบการ จัดจำหน่ายเพื่อที่จะให้เข้าถึงตัว สมาชิกได้เร็วมากขึ้นด้วย โดยจะ เป็นศูนย์ที่ให้ทั้งข้อมูลข่าวสาร กับสมาชิกที่มีอยู่ทั่วประเทศ ซึ่ง ปัจจุบันบริษัทฯ มีสาขาอยูทั้งสิ้น 3 สาขา คือ อิมพีเรียล ลาดพร้าว , หาดใหญ่ และเชียงใหม่ และ กำลังจะเปิดใหม่เป็นสาขาที่ 4 เร็วๆ นี้ ที่พิษณุโลก โดยเป้า หมายในปีนี้คาดว่าจะเปิดสาขา เพิ่มอีก 2-3 แห่งด้วยกัน ในพื้นที่ ภาคอีสานและภาคตะวันออก นอกจากนี้ ในปัจจุบันบริษัทฯ ยัง มีในส่วนของคลังสินค้าอยู่ 8 คลังทั่วประเทศอีกด้วย อีกทั้ง แผนงานที่จะเปิดคลังสินค้าใหม่ เพิ่มอีก 10 คลังในปีนี้ และ ปัจจุบันบริษัทฯ ยังมีสมาชิกที่ เป็นโมบายอีก 50 แห่งด้วยกัน พร้อมกับจะเพิ่มโมบายในปีนี้ให้ มากขึ้นอีกเป็น 100 โมบายด้วย ด้านนายเอกดนัย สุฉันทบุตร รองกรรมการผู้จัดการ ยังได้ เผยถึง กิจกรรมทางด้านการ ตลาดในปีนี้ว่า ทางบริษัทฯ ได้มี การวางนโยบายไว้อย่างชัดเจนที เดียว โดยจะมีการจัดกิจกรรมเป็น ในส่วนของการมอบของรางวัลใน เรื่องของการกระตุ้นยอดขาย สมาชิกที่จะมีการแบ่งออกเป็น ใน แต่ละไตรมาส เช่น ในส่วนของ กิจกรรมท่องเที่ยวนั้น ในปีนี้จะมี ไปเที่ยวในประเทศ 2 ครั้งและต่าง ประเทศ 2 ครั้ง (เวียดนาม และ นิวซีแลนด์) รวมถึงในส่วนของโปร โมชั่นรถยนต์ เป็นต้น
ต้องยอมรับว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานั้น อัตราการเติบโต ของธุรกิจขายตรง ค่อนข้างมีการ เติบโตอย่างมากทีเดียว และ ประเทศไทยก็ถือว่าเป็นประเทศ ที่มีศักยภาพอย่างมาก หากมอง ในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกัน ที่สำคัญ อุตสาหกรรมขายตรง ยังถือเป็นธุรกิจที่มีการเติบโต อย่างมั่นคงและต่อเนื่องทุกปีอีก ด้วย และเชื่อว่าอุตสาหกรรม ขายตรงในปี 2556 นี้ น่าที่จะ เติบโตกว่าในปีที่ผ่านมาอย่าง แน่นอน ที่สำคัญ จะเริ่มเห็น หลาย ๆ ค่าย ต่างออกอาวุธทาง ธุรกิจอย่างมากมายด้วยเช่นกัน นายสุธีร์ กล่าวทิ้งท้าย




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 338 ประจำวันที่ 16-28 กุมภาพันธ์ 2556

วันศุกร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2556

ขายตรงรุกไทย -เทศ ลุ้นเม็ดเงินทะลุแสนล้าน









ธุรกิจขายตรง ดูเหมือนจะยืนอยู่บนเส้นทางที่สดใส เมื่อเทียบกับอีกหลายธุรกิจ ยังเผชิญปัจจัยเสี่ยงทั้งต้นทุนที่พุ่งกระฉูด แถมโดนแย่งกำลังซื้อจากนโยบายคืนภาษีรถยนต์คันแรกที่ทำให้คนต้องกันเงินไว้ผ่อนรถในระยะยาว
สิ่งที่เป็นอานิสงส์ต่อธุรกิจขายตรง บรรดากูรูที่อยู่ในแวดวงตลาดขายตรงล้วนมองว่า หากมีการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ แล้วผู้ประกอบการไม่สามารถแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้นได้ จำเป็นต้องลดจำนวนพนักงาน จะกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้คนเหล่านี้หันสู่ธุรกิจขายตรง


อ้าแขนรับคนตกงาน


ต้อนรับปีมะเส็งด้วยนโยบายปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ ผู้ประกอบการธุรกิจหลายรายประเมินว่าจะมีคนตกงานอีกพอสมควร โดยเฉพาะเอสเอ็มอีที่คาดการณ์ว่าจะแบกรับภาระต้นทุนไม่ไหว คงปลดคนงานกันไม่มากก็น้อย


โดยนายสุธีร์ รัตนนาคินทร์ ประธานกรรมการ บริษัท เอเชีย สุพรีม จำกัด มองว่าการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน จะส่งผลกระทบต่อการจ้างงานอย่างแน่นอน และคนที่ได้รับผลกระทบและต้องตกงาน ย่อมหาทางออกให้ตนเอง ด้วยการหางาน อาชีพที่ไม่เคยถูกมองข้ามเลยนั่นคือ ธุรกิจขายตรง เพราะเป็นธุรกิจอิสระ สร้างรายได้ให้กับนักธุรกิจอย่างงดงาม แต่ต้องขยันปั่นยอดขายสักหน่อย


ที่สำคัญไปกว่านั้นได้คาดการณ์แนวโน้มขายตรงใน 1-2 ปีข้างหน้าจะมีคนเข้ามาอยู่ในธุรกิจมากขึ้น จากปัจจุบันที่มีอยู่ประมาณ 7-9 ล้านคน ซึ่งสอดคล้องกับนายกสมาคมขายตรงไทยอย่าง นายกิจธวัช ฤทธาวี ที่ก่อนหน้านี้เคยระบุว่าหากคนตกงาน อาชีพที่คนจะให้ความสนใจมายึดในการประกอบสัมมาอาชีพต่อไป ก็คือธุรกิจขายตรง ซึ่งในอดีตเมื่อมีคนตกงานก็จะหันไปซบเป็นสาวมิสทินกันไม่น้อย


เออีซีดันขายตรงไทยทะลุ 1 แสนล้าน


แนวโน้มขายตรงไทยยังคึกคักและเตรียมพร้อมในการรุกตลาดอาเซียนอย่างมาก เพราะเมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซีในปลายปี 2558 มีการคาดการณ์ตลาดจะมีมูลค่าสูงถึง 1 แสนล้านบาท จากปัจจุบันมูลค่าตลาดขายตรงไทยอยู่ที่ระดับ 8 หมื่นล้านบาท โดยทิศทางตลาดยังคงมีการเติบโตต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีปัจจัยเสี่ยงหลายด้าน ทั้งเรื่องของเศรษฐกิจซบเซา กำลังซื้อถดถอยก็ตาม ตลาดยังมีปัจจัยเอื้อจากการตื่นตัวของผู้ประกอบการจำนวนมากเริ่มจัดทัพธุรกิจและสินค้าไปตะลุยตลาดต่างประเทศ


ประเทศเพื่อนบ้านหรือ 9 ประเทศในอาเซียน กลายเป็นพื้นที่ที่ขายตรงไทยจะตรงดิ่งเข้ายึดพื้นที่ เพื่อชิงเค้กก้อนโตก่อนที่เออีซีจะเปิดจริงๆจัง โดยค่ายขายตรงที่ก้าวออกไปอาเซียนก็กิฟฟารีน, นูสกิน, วิลเลนดรอฟ, นีโอ ไลฟ์ และมิสทิน เป็นต้น เดินตามรอยแบรนด์ขายตรงระดับโลกที่เข้าไปยึดหัวหาดในประเทศเพื่อนบ้านกันแล้ว ไม่ว่าจะเป็น เอวอน, แอมเวย์ และออริเฟลม ฯลฯ


กิฟฟารีน นำร่องดันยอดตปท.โตเท่าตัว


สำหรับบริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด และมีแม่ทัพหญิงแกร่งอย่าง พ.ญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการบริษัท ได้วางแผนในการทำตลาดขายตรงเชิงรุกมากสำหรับบุกตลาดขายตรงไทยและอาเซียนมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศอินโดนีเซีย ตลาดที่มีประชากรขนาดใหญ่สุดของอาเซียน และสเต็ปต่อไปคือการขยายธุรกิจสู่ประเทศเวียดนาม ก่อนหน้านี้กิฟฟารีน เคยปักธงบุกขายตรงในลาว กัมพูชาและมาเลเซียเรียบร้อยแล้ว ที่สำคัญเมื่อเปิดเออีซีกิฟฟารีนยังตั้งเป้าโกยรายได้ต่างประเทศเป็น 500 ล้านบาท จากปัจจุบันอยู่ที่ 200 ล้านบาท


วิลเลนดรอฟ เป็นขายตรงที่ประกาศชัดบุกอาเซียนเต็มสูบทั้งพม่า อินโดนีเซีย โดยใช้โมเดลของธุรกิจจะแตกต่างกันไปตามตลาดโลคัล แต่ยักษ์ใหญ่ขายตรงของไทยอีกแบรนด์คือ มิสทิน โดยบริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ถึงกับผนึกสหพัฒน์ทุ่มงบลงทุน 100 ล้านบาท ปักหมุดสร้างฐานโรงงานในประเทศพม่าเพื่อผลิตสินค้าลุยตลาดอาเซียน และยังเป็นการดิ้นหนีต้นทุนค่าแรง 300 บาทด้วย โดยตลาดที่มิสทินจะโฟกัสนั้นก็ต้องไหลไปตามกระแส ไม่ว่าจะเป็นพม่า และอินโดนีเซียด้วย อีกยักษ์ใหญ่ขายตรงคือบริษัท นูสกิน เอ็นเตอร์ไพร์สฯ ที่ลุยอาเซียนด้วยการเปิดสำนักงานที่ประเทศเวียดนามเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แม้ว่าเศรษฐกิจเวียดนามจะชะลอตัว แต่ไม่ได้สร้างปัญหาให้กับธุรกิจขายตรงหลายชั้น(MLM)แต่อย่างใด โดยผู้บริหารฝ่ายขายของนูสกินเคยกล่าวไว้ว่า "เมื่อเศรษฐกิจไม่ดี คนจะหันมาหาเรา ในเวียดนามมีคนตกงานหลายล้านคน เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมมากๆ สำหรับMLM และรูปแบบการตลาดที่เพิ่งเริ่มโต"


ขายตรงไทยยังโตรับปีมะเส็ง


ส่วนเทรนด์ธุรกิจขายตรงไทยในปี 2556 ผู้ประกอบการได้คาดว่ายังเติบโตได้ โดยพ.ญ.นลินี กล่าวว่า หากไม่มีปัจจัยลบทั้งด้านการเมือง และภัยธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงขึ้น ขณะที่ปีนี้คาดว่าธุรกิจขายตรงจะเติบโตประมาณ 7-10% และมีมูลค่าราว 8 หมื่นล้านบาท ส่วนบริษัทคาดการณ์ยอดขายปีหน้าว่ายังคงเติบโตได้ต่อเนื่องระดับ 10% จากปีนี้ที่คาดว่าจะปิดยอดขายรวมแตะ 6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มียอดขาย 5.4 พันล้านบาท เช่นเดียวกับค่ายสุพรีม ที่ฟันธงขายตรงไทยปีหน้าโตแน่นอน


ขณะที่สินค้าดาวเด่นยังคงเป็นผลิตภัณฑ์ความงาม เพราะเศรษฐกิจจะโตหรือติดลบ คนไทยก็ยังรักสวยรักงาม ยิ่งสาวๆ ต้องดูดีไว้ก่อน การันตีประเด็นนี้ได้ โดยแอมเวย์ที่ระบุว่า การสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคผู้หญิงชาวไทยพบว่ามีความสนใจด้านความงามอย่างมาก และใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง มีการแต่งหน้าสูงสุดในโลกสัดส่วนประมาณ 98-99% รวมทั้งตลาดผลิตภัณฑ์ด้านความงามระดับพรีเมียมก็มีมูลค่าสูงมากถึง 1.1 หมื่นล้านบาท จากตลาดรวมทุกเซ็กเมนต์มีมูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาท ทำให้แอมเวย์ต้องยกเครื่องอาร์ทิสทรีทั่วโลก ดึงกูรูการตลาดเครื่องสำอางแบรนด์ดังเสริมทัพ ขึ้นชั้นเบอร์ 4 ของโลก จากเบอร์ 5


บรรดากูรูขายตรงออกมาฟันธงตลาดกันขนาดนี้ แต่หลายคนก็ได้แต่หวังว่า ปีมะเส็งจะไม่มีปัจจัยลบทั้งเศรษฐกิจ การเมือง และภัยธรรมชาติ มาหักธงเซียนขายตรงเป็นพอ!!




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ.ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 32 ฉบับที่ 2,806 วันที่ 3 - 5 มกราคม พ.ศ. 2556

วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ข่าว "เอเชีย สุพรีม-Asia supreme" : กอดคอแบรนด์นอกนำเข้าสินค้าใหม่ดันเป็นหัวหอกขายให้ได้ 120 ล.


เอเชีย สุพรีม ขายตรงวัยขวบเศษ จับมือ กู๊ดเฮลธ์ โพรดักส์ สั่งอิมพอร์ตสินค้า โคลอสตรุม จากนิวซีแลนด์ ขายผ่านช่องทาง MLM หวังปั้นให้เป็นผลิตภัณฑ์หัวหอกของบริษัท ตั้งเป้าใหญ่ปีแรกโกยให้ได้ 120 ล้านบาท ส่วนเรื่องตลาดเน้นจับลูกค้าภูธร มองที่ อีสานเป็นเป้าใหญ่ ดันระบบออนไลน์ช่วย สมาชิกทำงาน หวังดูดคนเข้าระบบ เพิ่ม 1 หมื่นรหัส ให้ทันสิ้นปี

นายสุธีร์ รัตนนาคินทร์ ประธานกรรมการ บริษัท เอเชีย สุพรีม จำกัด กล่าวว่า หลังจากที่บริษัท เอเชีย สุพรีม จำกัด ได้เปิดตัวครบรอบ 1 ปี โดยภาพรวมแล้วนั้น บริษัทมีการเจริญเติบโตไปใน ทิศทางที่ดี และถือได้ว่าเป็นการเริ่มต้นที่น่าพอใจ ซึ่งบริษัทได้เน้นย้ำวิสัยทัศน์ของ การก่อตั้งบริษัทเป็นหลัก นั่นก็คือการดำเนินธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซื่อสัตย์ มีจริยธรรม ไม่เอาเปรียบผู้บริโภค ด้วยสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ พร้อมเป็น ศูนย์กลางในการให้ความรู้ในด้านการดูแล สุขภาพอย่างถูกต้อง สนับสนุนให้นักธุรกิจ ของ เอเชีย สุพรีม บรรลุเป้าหมายและประสบความสำเร็จไปด้วยกัน

นอกจากนี้ เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา บริษัทได้มีการลงนามร่วมทุนกับ บริษัท กู๊ดเฮลธ์ โพรดักส์ ผู้ผลิตและจำหน่าย ผลิตภัณฑ์สุขภาพชั้นนำจากนิวซีแลนด์ เพื่อถือลิขสิทธิ์การเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าแต่เพียงผู้เดียวผ่านช่องทาง MLM ในอินโดจีน ซึ่งผลิตภัณฑ์ตัวแรกที่บริษัท เลือกเข้ามาจัดจำหน่ายนั้นก็คือ โคลอสตรุม นายสุธีร์ กล่าวเพิ่มเติม

ปัจจุบันบริษัทมีสินค้าอยู่แล้วทั้งหมด 5 รายการ โดยบริษัทต้องการที่จะใช้เวลา นับจากนี้เปิดตัวสินค้าเพิ่มในทุกไตรมาส เพื่อให้เกิดความครอบคลุมในเรื่องของความต้องการของประชาชนผู้บริโภค อีกทั้งยังต้องการสร้างความหลากหลายของสินค้าต่อไป

มร.เดวิด แบรนชาร์ด ผู้อำนวยการพัฒนาธุรกิจ บริษัท กู๊ดเฮลธ์ โพรดักส์ จำกัด กล่าวว่า กู๊ดเฮลธ์เป็นบริษัทชั้นนำในประเทศนิวซีแลนด์ ที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อเสริมสุขภาพภายใต้แบรนด์ Good Health ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพจากทั่วโลก การที่บริษัทตัดสินใจแต่งตั้ง เอเชีย สุพรีม เป็น ผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์แต่เพียงผู้เดียวในอินโดจีนครั้งนี้ เนื่องจากมีความเชื่อมั่น ในทีมผู้ถือหุ้น วิสัยทัศน์และประสบการณ์ ของทีมผู้บริหาร แผนธุรกิจ และศักยภาพ ของทีมผู้นำการขายของเอเชีย สุพรีม ที่จะช่วยให้สินค้าคุณภาพระดับมาตรฐานโลกของกู๊ดเฮลธ์ เป็นที่รับรู้และเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างกว้างขวางในเวลาอันรวดเร็ว ปัจจุบันสินค้าของกู๊ดเฮลธ์ มีจำหน่ายในทวีปต่างๆ ทั้งเอเชีย ยุโรป และออสเตรเลีย กว่า 20 ประเทศ

โคลอสตรุม เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากน้ำนมจากแม่วัวนมหลังแรกคลอดภายใน 72 ชั่วโมง น้ำนมจากนิวซีแลนด์เป็นที่รู้จักว่ามีคุณภาพดีที่สุดในโลก เพราะ เก็บสะสมจากแม่วัวที่เลี้ยงในทุ่งหญ้าเท่านั้น และนิวซีแลนด์มีมาตรฐานที่เข้มงวด ห้ามใช้ยาปฏิชีวนะและฮอร์โมนในแม่วัว จึงทำให้ผลิตภัณฑ์ โคลอสตรุม จากนิวซีแลนด์มีชื่อเสียงดังไปทั่วโลก มีคุณสมบัติช่วยในเรื่องของการเพิ่มภูมิคุ้มกันและช่วยให้มีคุณภาพร่างกายที่ แข็งแรง

นายเอกดนัย สุฉันทบุตร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชีย สุพรีม จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลิตภัณฑ์ โคลอสตรุม เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีคุณค่า และมีคุณภาพที่ดีที่สุดสำหรับทุกท่านเพื่อช่วยในเรื่องของการดูแลสุขภาพ ช่วยให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายจึงทำให้บริษัทนำผลิตภัณฑ์ โคลอสตรุม เข้ามาจำหน่ายเพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการดูแลสุขภาพของคนไทย บริษัทจะเน้นในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวผ่านทางตัวแทนจำหน่าย หรือสมาชิกเอเชีย สุพรีม รวมทั้งช่องทางออนไลน์ทางหน้าเว็บไซต์ของบริษัท สำหรับผลิตภัณฑ์ โคลอสตรุม นั้น บริษัทตั้งเป้าว่าจะสามารถทำยอดขายได้ถึง 120 ล้านบาทในปีนี้

อย่างไรก็ดี บริษัทยังได้พยายามพัฒนาในเรื่องของระบบออนไลน์ของบริษัท เพื่อให้เกิดความสะดวกสบายแก่สมาชิกในอนาคต โดยขณะนี้เรื่องของระบบออนไลน์บริษัทประสบความสำเร็จไปแล้วประมาณ 90-95% และในเดือนหน้า คาดว่าระบบออนไลน์ของบริษัทจะสมบูรณ์ 100%

ในส่วนของการเปิดสาขานั้น บริษัท เตรียมที่จะเปิดที่อิมพีเรียล ลาดพร้าว ไว้เพื่อเป็นศูนย์สาขาในประเทศ โดยในส่วนของต่างจังหวัดก็มีแล้วที่เชียงใหม่ หาดใหญ่ โดยบริษัทได้มองไปที่สระบุรี เป็นเป้าหมาย ต่อไปที่บริษัทจะเปิดขยายสาขาเพิ่ม โดยต้องการที่จะเดินหน้ารุกตลาดภาคตะวันออกเฉียงเหนือในอนาคต ซึ่งตลอด 1 ปีที่ผ่านมา บริษัทมีสมาชิกที่สนใจเข้าร่วมงานกับทางบริษัท กว่า 3 พันรหัส และคาดว่าภายในสิ้นปี นี้จะมียอดสมาชิกทั้งสิ้น 1 หมื่นรหัส พร้อมกันนี้ยังได้รับการตอบรับจากสมาชิกเป็นอย่างดี ทั้งในเรื่องของผลิตภัณฑ์ และผลตอบแทนของบริษัท ทำให้มียอดขายเติบโตอยู่ที่ 30% และ คาดว่าในอีก 3 ปีบริษัทจะมียอดขาย เป็น 500 ล้านบาท


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจฉบับที่ 1319 ประจำวันที่ 21-7-2012 ถึง24-7-2012