ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaimlmnews.com
เชื่อมต่อทุกข่าวสาร ยิงทุกประเด็นร้อน แหล่วรวมธุรกิจเครือข่าย

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ยูแคนดู youcando แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ยูแคนดู youcando แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

MLM เร่งติวเข้มแม่ทีม แห่เปิดหลักสูตรปั้นนักขายเป็นมือโปร







network-marketing-00212 (Mobile)


กลุ่มบริษัทขายตรง แห่เปิดหลักสูตรอบรมถี่ยิบ หวังเสริมเขี้ยวเล็บให้แม่ทีมขยายเครือข่าย "นีโอ ไลฟ์" ใช้หลักสูตรใหม่ "เคล็ด (ไม่) ลับคนอยากรวย" ออกสัญจร ปั้นนักขายรุ่นใหม่ทั่วประเทศ พร้อม เพิ่มการอบรมปฐมนิเทศและจิตวิทยา จาก 7 รุ่นเป็น 12 รุ่นต่อปี ด้าน "ไอยรา" เปิดบ้านอะคาเดมี่ 5 พร้อมเสริมหลักสูตรฝึกทักษะการเป็นผู้นำ ขณะที่ "ยูแคนดู" เปิดหลักสูตรปั้นนักขาย ตั้งแต่มือใหม่ยันมือโปร ส่วน "ดีไลฟ์" เดินหน้าปั้นวัฒนธรรม รักองค์กร หวังเป็นเกราะป้องกันสกัดค่ายอื่นดูดสมาชิก


ดร.นพรุจ เวชกุล ประธานกรรมการ บริหาร บริษัท นีโอ ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผย "สยามธุรกิจ" ว่า ปัจจุบันการพัฒนาสมาชิกและทีมงานเป็นเรื่องสำคัญมากในธุรกิจขายตรง ทางบริษัทจึงได้ เปิดหลักสูตรการอบรมรูปแบบใหม่ขึ้น ภายใต้ ชื่อ "หลักสูตรเคล็ด (ไม่) ลับ คนอยากรวย" และได้เริ่มออกสัญจรและเปิดสอนไปแล้วในหลายภูมิภาค ปรากฏว่ามีการตอบรับที่ดี และสามารถพัฒนานักขายรุ่นใหม่ๆ ของนีโอ ไลฟ์ ออกไปทำตลาดทั่วประเทศ นอกจาก นี้ บริษัทยังได้นำหลักสูตรปฐมนิเทศเดิมมา รวมกับหลักสูตรจิตวิทยา เรียกว่า "หลักสูตรปฐมนิเทศเชิงจิตวิทยา" พร้อมเพิ่มจำนวนรุ่นในการอบรมจาก 7-8 รุ่นต่อปีเป็น 12 รุ่น ต่อปี


ด้านนายกัมปนาท บุญราศรี ประธาน บริษัท ไอยรา แพลนเน็ต จำกัด เปิดเผยว่า "ตอนนี้บริษัทได้สร้างอะคาเดมี่ หรือเรียกว่าสถาบันพัฒนา นักธุรกิจไอยรา โดยแบ่งเป็นการเรียนเป็น 5 หลักสูตร อาทิ นักธุรกิจไอยรา ABC, YRTMS หน้าที่หลักของผู้นำทีม, วิถีผู้นำ A Leader, ไอยรา เอ็กเซ็กคิวทีฟ (ผู้บริหาร ไอยรา) และ VR ไอยรา (ความสำเร็จร่วมกัน) และยังมีหลักสูตรเสริมเข้ามาอีก คือ การอบรมวิทยากร, แคมป์ฝึกทักษะการเป็น ผู้นำ และปลุกยักษ์ โดยหลักสูตรทั้งหมดนี้ จะทำให้สมาชิกดำเนินธุรกิจได้อย่างมีคุณภาพ"


"ตอนนี้เรามีแผนกิจการทางการตลาดออกไปทำโรดโชว์ทั่วประเทศ โดยเราออกไปทำการตลาดตลอดทั้งเดือน เพราะตอนนี้บริษัทอยู่ในช่วงการสร้างรากฐานให้มั่นคง เพราะอย่างที่บอกไปว่าเปิดมาได้เพียงปีเศษๆ ทำให้พื้นที่บางส่วนของประเทศที่มีเครือข่ายน้อยมาก อย่างที่ ภาคอีสาน และภาคตะวันออก"


สำหรับภาพรวมธุรกิจในปี 2555 ที่ผ่านมา บริษัทสามารถสร้างยอดขายได้ถึง 100 ล้านบาท ทำให้มีแผนเดินหน้าธุรกิจเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นระบบการทำงาน ฝึกอบรม และการขยายตลาด ซึ่งบริษัทมีความพร้อม และลงตัวมากในขณะนี้ ทั้งที่เป็นแค่ปีแรก เท่านั้น โดยอีก 5 ปีข้างหน้า บริษัทมุ่งมั่นที่จะสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักและกลายเป็นบริษัทที่มีความมั่นคงที่สุดในทุกๆ ด้าน


สำหรับเป้าหมายในปี 2556 นี้ ประธาน ใหญ่ "ไอยรา" ได้กล่าวต่อว่า "ผมมั่นใจว่า ยอดขายจะขึ้นไปแตะที่ 300 ล้านบาท และจบสิ้นปีนี้ต้องมีสมาชิกอย่างน้อยเกิน 50,000 รหัส ส่วนศูนย์เซ็นเตอร์นั้น นอกจากที่กรุงเทพฯ แล้ว ยังมีอีกกว่า 50 ศูนย์ครอบคลุม ทั่วประเทศ พร้อมทั้งมีบริการแบบเคาน์เตอร์ เซอร์วิสกว่า 7 พันสาขา ที่ไปควบคู่กับเซเว่น อีเลฟเว่น สมาชิกสามารถชำระเงินผ่านบริการดังกล่าวได้ รวมทั้งตู้เอทีเอ็มของทุกธนาคาร"


นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมของ "ไอยรา" จะเป็นในกลุ่มอาหารเสริม ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม อาทิ สุขภาพความ งาม กระชับสัดส่วน การเกษตร และเครื่องดื่ม โดยผลิตภัณฑ์ของเราจะมีสารเซซามิน ที่ได้ การจดลิขสิทธ์จากสถาบันวิจัยสเต็มเซลล์ของอเมริกาแห่งเดียวเท่านั้น คือ สารเซนซามินจะอยู่ในงาดำ ทำให้บริษัทของเรากลายเป็นผู้นำในด้านการตลาดเกี่ยวกับ เซนซามิน ในเวลานี้


"ในส่วนของตลาดเออีซี ตอนนี้บริษัทได้เล็งจะขยายเข้าไปที่ประเทศใกล้ๆ อย่าง ลาว ก่อน เพราะเป็นเพื่อนบ้านเรา มีภาษาใกล้เคียงกัน โดยการผ่านตัวแทนพาร์ตเนอร์ที่ลาว และกำลังอยู่ในช่วงการขอ ใบอนุญาต อย. อยู่ในเวลานี้ จากที่ศึกษา ข้อมูล ผมว่า แนวทางการตลาดที่ลาวดีมาก เมื่อขยายตลาดที่ลาวเสร็จ ผมก็จะขยายต่อไปยัง พม่า, มาเลเซีย และเวียดนาม ต่อไป และเราได้วางเป้าหมายไปถึงปี 2558 คือเราใช้แนวคิด "Year of Sustainable" คือ ความยั่งยืนที่มีการเติบโตอย่างเป็นสเต็ป เป็นขั้นตอนยั่งยืนหมายถึง ไม่มีการสั่นคลอน แม้สภาพเศรษฐกิจเปลี่ยนไป ไม่มีการสั่นคลอนแม้มีค่ายใหม่เกิดขึ้น ไม่มีการสั่นคลอน แม้อาเซียนเปิด"


ด้านนายพิษณุ สกุลโรมวิลาส ประธานกรรมการบริษัท ยูแคนดู จำกัด กล่าวว่า "การนำระบบโปรแกรมการศึกษา และการให้บริการตามสถานที่ต่างๆ เข้ามาอยู่ในระบบ ขายตรงของยูเเคนดูนอกจากสมาชิกจะได้ประโยชน์โดยตรงแล้ว กลุ่มลูกค้าที่ไม่ต้องการจะทำธุรกิจ แต่อยากได้รับส่วนลดก็จะได้รับประโยชน์เช่นกัน เช่น เขาต้องการจะไปดูหนังอยู่แล้ว เเต่หากเป็น สมาชิกของเราก็ได้รับส่วนลดพิเศษและยังได้คะแนนอีกด้วย ซึ่งบริษัทจะนำคะเเนนดังกล่าวกลับมา คิดเป็นค่าคอมมิสชั่นกลับคืนมาให้อีกด้วย"


นอกจากนี้ การที่บริษัทได้จัดตั้งสถาบันยูเเคนดู อะคาเดมี่ซึ่งเป็นสถาบันที่เปิดโอกาสในการให้ความรู้ทั้งกับสมาชิกของยูเเคนดูและบุคคลทั่วไป ซึ่งปัจจุบันค่อนข้างได้รับการตอบรับค่อนข้างดีจากสมาชิกและะบุคคลทั่วไปโดยในเเต่ละสัปดาห์มีจำนวนผู้เข้ามาเรียนรู้ตามหลักสูตร ต่างๆ ที่บริษัทจัดไว้เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในอนาคตบริษัทมีเเผนจะจัดงานในลักษณะ ผสมระหว่างธุรกิจกับเอ็นเตอร์เทนเมนต์เข้าไว้ด้วยกัน โดยจะเป็นการทำธุรกิจแบบไม่เน้นธุรกิจเเต่เพียงอย่างเดียว "ยูเเคนดูนอกจากจะมีระบบฝึกอบรมที่โดดเด่นที่ช่วย สนับสนุนธุรกิจขายตรงแล้ว ยังมีบริษัทในเครือที่มีประสบการณ์ในการทำสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทรับจัดงานอีเวนต์ที่เป็นมืออาชีพมีระบบคอลเซ็นเตอร์ที่มาช่วยในการทำธุรกิจ"


ในส่วนของนายเทวัญ ดีใจงาม ประธานกรรมการ บริษัท ดีไลฟ์ อินเตอร์ เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า "ดีไลฟ์" มีจำนวนสมาชิกทั่วประเทศกว่า 2 แสนรหัส ซึ่งถือว่าไม่น้อยกว่าบริษัทอื่นๆ ที่ทำธุรกิจขายตรงเหมือนกัน แต่ได้ตั้งเป้า ไว้ว่า สิ้นปี 2556 จะต้องเพิ่มขึ้นไปอีกอย่าง น้อยก็ต้องเกือบ 3 แสนรหัส ส่วนสำนักงาน ใหญ่ยังใช้ ซ.นวมินทร์ 129 เป็นออฟฟิศกระจายสินค้า และฝึกอบรมหลักสูตรของบริษัท โดยในต่างจังหวัดมีศูนย์กระจายสินค้า อีก 2 แห่งอยู่ที่ จ.อุดรธานี และ จ.นครราชสีมา และสมาชิกส่วนใหญ่จะจัดตั้งเป็นร้านกระจายสินค้าเล็กๆ ขึ้นมาเองตามจังหวัดต่างๆ ในอนาคตหากมีสมาชิกในจังหวัดที่น่าสนใจแน่นพอ ก็จะเปิดเป็นศูนย์เซ็นเตอร์แห่งที่ 4 ต่อไป


"ตอนนี้บริษัทได้พยายามสร้างเลือดใหม่ให้มีความจงรักภักดีต่อองค์กร เน้นคนใหม่ที่ไม่เคยเข้าสู่ธุรกิจขายตรงมาก่อนนำเข้ามาฝึกอบรม และเสริมสร้างความรู้ รวมถึงวัฒนธรรมขององค์กรในการทำธุรกิจ อย่างมีความมั่นคงก้าวหน้าและยั่งยืน เพราะปัญหาที่เจอส่วนใหญ่มักจะมีแม่ทีมที่สมัครกับหลายบริษัทแล้วชอบมาดึงลูกทีมของบริษัทไปเป็นจำนวนมาก สร้างความเสียหายให้บริษัท จนเสียรายได้ไปเป็นจำนวนมาก"




Credit By :http://www.siamturakij.com

วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ข่าวยูแคนดู (youcando) : ระรินทร์ ขวัญเมือง Director มนุษย์เงินล้านคนที่ 2 ของยูแคนดู การให้และใส่ใจคือสิ่งที่ประเสริฐที่สุด









หลายคนต้องการโอกาสที่ดีให้กับชีวิต จึงต้องออกมาวิ่งหาโอกาสอยู่บ่อยครั้ง แต่มีอีกหลายคนที่แม้โอกาสจะวิ่งมาหา แต่กลับไม่ยอมที่ไขว่คว้าเอาไว้ ไม่ต่างกับ ระรินทร์ ขวัญเมือง ที่ตลอดชีวิตของเธอได้ออกตามหาคำว่า โอกาสที่ดีให้กับตัวเองมาโดยตลอด ยอมแลกกับตำแหน่งผู้บริหารของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งที่มีรายได้ 6 หลักต่อเดือน ออกมาค้นหาสิ่งในสิ่งที่ตนเองต้องการแต่เส้นทางชีวิตกลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ซ้ำร้ายชีวิตต้องตกต่ำจนแทบจะไม่มีที่ซุกหัวนอน


หากย้อนกลับไปเพียงแค่ 2-3 ปีที่แล้ว ชีวิตของ ระรินทร์ จากที่เคยใช้ชีวิตแบบไฮโซในจังหวัดขอนแก่น แต่ชีวิตผกผันต้องกลายมาเป็นแม่ค้าเปิดท้ายขายของตามตลาดนัด บ้านจากที่เคยอยู่อย่างสุขสบายต้องมาอาศัยรถเก่าๆ เป็นที่หลับนอน 2 คนกับแฟน แถมรายได้ที่เข้ามาก็ไม่พอกับรายจ่าย ทำให้เริ่มชักหน้าไม่ถึงหลัง จนกระทั่งมาพบกับจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิต


ด้วยความที่เราอยากจะเป็นนายตัวเอง ไม่อยากเป็นลูกจ้างใคร จึงตัดสินใจลาออกจากผู้บริหาร เพื่อมาเปิดธุรกิจเป็นของตัวเอง โดยมาทำในสิ่งที่เราถนัดคือ การนำเข้า-ส่งออก เปิดบริษัทรับเป็นที่ปรึกษาทางด้านนำเข้า-ส่งออก แต่จากการขาดการวิเคราะห์ที่ดี ทำให้ต้องประสบปัญหาขาดทุนอย่างย่อยับเพียงระยะเวลาไม่กี่เดือน ทำให้ต้องขายบ้านที่เก็บเงินซื้อมาด้วยน้ำพักน้ำแรง เพื่อใช้หนี้ที่มีอยู่ไปบางส่วน เหลือเพียงรถเก่าๆ หนึ่งคัน คิดว่าเอาไว้ต่อยอดทำอย่างอื่นไม่ได้ จากนั้นก็ปรึกษากับแฟนโดยผันตัวเองมาเปิดท้ายขายของวิ่งตามตลาดนัดใหญ่ทั่วภาคอีสาน ซึ่งระยะแรกก็ขายดี แต่พอนานเข้าก็เริ่มชักหน้าไม่ถึงหลัง


ระรินทร์ เล่าให้ฟังอีกว่า จุดเปลี่ยนของชีวิต คือการได้มาพบกับ คุณภูษณิศ สิทธิวศิน (คุณหน่อง) ซึ่งเป็นเพื่อนกันมานาน 10 กว่าปี ได้แนะนำให้รู้จักกับบริษัท ยูแคนดู ซึ่งตอนแรกเราก็ไม่เชื่อว่าธุรกิจนี้จะพลิกชีวิตได้จริง เพราะตนเองไม่เคยทำมาก่อน อีกอย่างก่อนหน้านี้เคยเห็นคุณหน่องทำธุรกิจแนวนี้มาหลายบริษัทแล้ว คิดว่าหน้าจะเหมือนกับบริษัทอื่นๆ ที่ผ่านมา แต่โชคดีที่วันนั้นทางทีมบอร์ดบริหารไปด้วยก็เลยได้นั่งคุยกัน จึงปรึกษากับแฟนว่าถ้าหากธุรกิจนี้สามารถเปลี่ยนเราได้จริงก็น่าลองดูนะ


แม้จะไม่มีประสบการณ์ในธุรกิจขายตรงมาก่อน แต่การที่มีโค้ชที่ดี และมีระบบช่วยสนับสนุนที่ดี ทำให้ ระรินทร์ ใช้ระยะเวลาเพียง 20 วันในการทำงาน สามารถพิชิตตำแหน่ง Supervisor ของบริษัท ยูแคนดู ด้วยรายได้รวม 89,400 บาท จากนั้นได้วางเป้าหมายในการขึ้นตำแหน่ง Manager และตำแหน่ง Director ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือนต่อมาก็สามารถพิชิตตำแหน่ง Director ซึ่งนั้นส่งผลให้เธอเป็นบุคคลที่มีรายได้หลักล้านบาทต่อเดือนเป็นคนที่ 2 ของบริษัทยูแคนดูทันที


แรงบันดาลใจที่ทำให้เราฮึดสู้จนมีรายได้เกือบแสนบาทภายในระยะเวลาแค่ 20 วัน เกิดจากความคิดที่ว่าในชีวิตนี้ไม่มีอะไรที่ยากลำบากไปกว่าในช่วงที่เป็นแม่ค้าที่วิ่งขายของตามตลาดนัดอีกแล้ว ซึ่งเราไม่อยากกลับไปอยู่ตรงจุดนั้นอีกแล้ว และหลังจากที่ตัดสินใจกับแฟนว่าจะลุยทำธุรกิจยูแคนดู ก็ไปปรึกษากับผู้แนะนำ (คุณหน่อง) ว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง ซึ่งทางผู้แนะนำก็ได้วางแผนการทำงานให้ และจากการได้เข้ามาอยู่ในธุรกิจนี้ยิ่งทำให้เรามีความเชื่อมั่นในตัวบริษัท สินค้า และแผนการจ่ายผลตอบแทนมากขึ้น เพราะยูแคนดูสามารถช่วยพลิกชีวิตได้จริงๆ จากเดิมที่เราเคยมองข้ามไป


ส่วนหลักในการทำงานที่ ระรินทร์ ใช้ยึดมั่นจนประสบความสำเร็จในธุรกิจยูแคนดูได้นั้น เธอบอกว่า คือ การให้ และใส่ใจทีมงานโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ซึ่งเป็นผลจากความห่วงใยที่ออกมาจากใจอย่างแท้จริง ซึ่งหลายคนอาจจะมองว่าเป็นการสร้างภาพก็ตาม แต่นั่นคือตัวตนของเราจริงๆ และหากทุกคนมีแต่ให้และใส่ใจทีมงานอย่างแท้จริงเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามเป้าหมายต่อไปคือการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดของบริษัทและการช่วยเหลือทีมงานที่เดินตามเรามาให้ประสบความสำเร็จเหมือนกับเราให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้


สุดท้ายเธอได้อยากฝากทิ้งท้ายสำหรับคนที่กำลังมองหาโอกาสที่จะเข้ามาในชีวิตว่า หากคิดจะทำอะไรสักอย่าง ควรที่จะปิดโอกาสให้ตัวเอง เท่ากับเปิดโอกาสให้เราก้าวไปสู่ความสำเร็จได้ หากมองย้อนกลับไปในอดีตที่ผ่านมาตนเองก็เคยปิดกั้นตนเอง ไม่เปิดใจรับธุรกิจขายตรง แต่พอเราเปิดโอกาสให้กับตัวเองกลับกลายเป็นว่าสิ่งที่เราค้นหามาทั้งชีวิตกลับอยู่ในธุรกิจขายตรงทั้งหมด ดังนั้นอย่าปฏิเสธในสิ่งที่ตนเองยังไม่รู้และไม่ข้าใจเพราะสิ่งที่คุณปฏิเสธอาจเป็นสิ่งที่คุณค้นหามาทั้งชีวิตก็ได้ !


 


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพLEADER TIME ฉบับที่ 217 ประจำวันที่ 16-28 กุมภาพันธ์ 2556

วันพุธที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2556

MLM Gossip (ล้วงลับคนธุรกิจเครือข่าย) ซุบซิบ ค่าย ยูแคนดู-Youcando กับ อ.พิษณุ สกุลโรมวิลาส








 


 


 


 


 


 


 


 


เเวะมานั่งจิบกาแฟ ณ ค่าย ขายตรงไฟเเรงอย่าง "บริษัท ยูเเคนดู จำกัด" ของ "อ.พิษณุ สกุลโรมวิลาส" ประธานกรรมการที่นับวันจะได้ยินเเต่ข่าวดีๆ เพียบเลย หลังเพิ่งจัดงานปีใหม่ฉลองยอดขายด้วยตัวเลขเเบบช็อก !! วงการขายตรงเมืองไทยที่ 300 ล้านบาทด้วยอายุแค่ 1 ขวบกับอีก 4 เดือนเอง ล่าาสุดแว่วๆ ได้ยินมาว่าปีงูเล็ก 2556 ปีนี้จะเกิดปรากฎการณ์ใหม่ที่เรียกว่า "youcando effect" แอบได้ยินมาว่าปีนี้จะได้เห็นชื่อของ "ยูแคนดู" ไปติดตามปั้มน้ำมันปตท. ทั่วประเทศ หรือไม่อาจจะดังไกลไปถึงวงการเเข่งรถระดับโลกก็อาจเ้ป็นไปได้ งานนนี้แบรนด์ขายตรงไทยจะดังไกลไปทั่วโลกจริงหรือไม่นั้น เอ้า !! งานนี้ต้องคอยติดตามกันให้ดีเเต่ขอบอกว่าห้ามกระพริบตาเด็ดขาด


 


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ LEADER TIME รายปักษ์ ประจำวันที่16-31มกราคม 2556 ฉบับที่ 215

วันศุกร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ยูแคนดูเติมความสุขอย่างต่อเนื่อง กินช็อปเที่ยวสุดลั๊ลลา ณ สิงคโปร์3วัน2คืน








เมื่อวันที่ 2-4 พฤศจิกายน 2555 ที่ผ่านมา บริษัท ยูแคนดู จำกัด นำโดย อ.พิษณุ สกุลโรมวิลาสประธานกรรมการ, อ.วสันต์ พงษ์สุประดิษฐ์ ประธานสถาบันฝึกอบรมยูแคนดู อะคาเดมี่ และ ภาคิน ยมโชติ ผู้จัดการทั่วไปได้ขนเอากองทัพนักธุรกิจอิสระที่ผ่านคุณสมบัติกว่า 120 ชีวิต บินลัดฟ้าไป กิน ช็อป เที่ยว สุดลั๊ลลา ณ ประเทศสิงคโปร์ แบบ VIP ด้วยสายการบินไทย TG 403 โดยวันแรกที่คณะเราเดินทางไปถึงสิงคโปร์ได้แวะรับประทานอาหารจีนที่ขึ้นชื่อ Straits Chinese หลังจากอิ่มท้องกันแล้วก็ได้เวลาเติมเต็มความสุขด้วยการขึ้นชิงช้าสวรรค์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก หรือที่รู้จักกัน สิงคโปร์ฟลายเออร์ เพื่อชื่นชมทัศนียภาพอันสวยงามของเกาะสิงคโปร์ ก่อนจะแวะช็อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมที่มารีน่า เบย์ แซนด์ จากนั้นได้ล่องเรือเพื่อชื่นชมบรรยากาศของ 2 ฝั่ง แม่น้ำในสิงคโปร์ และแวะถ่ายรูปกับเมอร์ไลอ้อนสัญลักษณ์ของประเทศสิงคโปร์ ก่อนจะเดินทางไปรับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร Ban Heng Pavillion จากนั้นก่อนเดินทางเข้าสู่ที่พัก ณ โรงแรมระดับ 5 ดาว Grand Park Orchard Hotel


เช้าของวันที่ 3 พฤศจิกายน หลังจากรับประทานอาหารเช้าที่โรงแรมได้ จัดไว้ให้แล้ว คณะเราได้เดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่ออีกแห่งของสิงคโปร์ นั่นคือ ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ ซึ่งถือเป็นสวนสนุกที่มีเครื่องเล่นใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมรเครื่องเล่นกว่า 24 ชนิด แบ่งเป็นทั้งหมด 7 โซน อาทิ โซนไซไฟโซนอียิปต์โบราณโซนเดอะลอส์ตเวิลด์หรือดินแดนจุลสิคปาร์คโซนมาดากัสการ์โซนนิวยอร์กโซนฮอลลีวู้ดและโซนฟาร์ ฟาร์ อเวย์ เป็นต้น หลังจากที่ถ่ายรูปกันไปเป็นที่ระลึกแล้วก็ได้ปล่อยให้ทุกคนได้เล่นเครื่องเล่นตามอัธยาศัย จากนั้นได้เดินทางไปร่วมงานปาร์ตี้สุดมัน ณ ห้องอาหาร Jewel Box ซึ่งเป็นการจัดงานเพื่อเลี้ยงขอบคุณทุกคนที่ร่วมเดินทางมาในทริปนี้ ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนานกันอย่างเต็มที่ ต่อด้วยเช้าของวันที่ 4 พฤศจิกายน หลังจากรับประทานอาหารเช้าคณะเราได้เดินทางไปสักการะวัด เจ้าแม่กวนอิม วัดแขก ก่อนจะไปนมัสการพระเขี้ยวแก้ว และแวะทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร Boon Tong Kee Chicken rice พร้อมช็อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมในห้างสรรพสินค้าชั้นนำบนถนนออร์ชาร์ด ก่อนจะเดินทางสู่สนามบินชางกี ประเทศสิงคโปร์ ด้วยสายการบิน TG408 กลับสู่สนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ Leader Time ปีที่9 ฉบับที่ 211 ปักษ์หลังประจำวันที่ 16-30 พฤศจิกายน 2555

วันพุธที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ยูแคนดูโหมลุยจัดงานอีเวนต์ ส่งซิกสิ้นปีมีลุ้น 300 ล้าน








ยูแคนดู ใช้แผนเด็ดโหมลุยจัดงานอีเวนต์ต่อเนื่อง หลังปีแรกผลตอบรับดีเกินคาดส่งผลให้มีสมาชิกเพิ่ม ยอดขายพุ่งไม่หยุดส่งซิกสิ้นปี55 มีลุ้นยอดแตะ 300 ล้านบาท ระบุ 17 พ.ย.นี้เตรียมจัดงานใหญ่ส่งท้ายปีฉลองตำแหน่งไดเรกเตอร์คนแรกของประเทศ


นายพิษณุ สกุลโรมวิลาส ประธานกรรมการ บริษัท ยูแคนดู จำกัด เปิดเผยกับหนังสือพิมพ์ Leader Time รายปักษ์ว่าอัตราการเติบโตในช่วง 1 ปีกว่า ที่ผ่านมาถือว่าเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นจำนวนสมาชิกที่มีมากกว่า 70,000 รหัส และในแง่ของยอดขายที่ปัจจุบันทะลุ 200 ล้านบาทไปเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งคาดว่าภายในอีกสองเดือนที่เหลือมีลุ้นทะลุ 300 ล้านบาทได้อย่างแน่นอน ซึ่งการเติบโตโตดังกล่าวถือว่าสูงที่สุดเมื่อเทียบกับบริษัทขายตรงในระดับเดียวกันที่เปิดดำเนินการมาอายุครบ1 ปี


ทั้งนี้องค์ประกอบที่ทำให้ยูแคนดูเติบโตสูงกว่าบริษัทที่เปิดมาพร้อมๆกัน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของผลิตภัณฑ์ที่ปัจจุบันมีครอบคลุมครบทุกกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มอาหารเสริม ,กลุ่มเครื่องสำอาง,กลุ่มการเกษตร,กลุ่มเครื่องครัวเรือนและกลุ่มอุปโภคบริโภค ซึ่งผลิตภัณฑ์ทุกกลุ่มของบริษัทถือเป็นสินค้านวัตกรรมใหม่และสามารถพิสูจน์ได้ด้วยตา อย่างไรก็ดีการที่บริษัทมีกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายจึงทำให้สมาชิกที่มาที่ยูแคนดูสามารถขยายตลาดได้ตามความถนัดของแต่ละคน


แม้เราเพิ่งเปิดดำเนินการมาได้เพียงปีเศษๆ แต่ยูแคนดูถือว่ามีความพร้อมมากกว่าบางบริษัทที่เปิดมาได้ใกล้เคียงกัน ซึ่งยอดขายที่เห็นเกิดจากตัวเลขที่แท้จริง ไม่ได้เกิดจากการสร้างยอดขึ้นมาแต่อย่างใด นอกจากเรามีผลิตภัณฑ์ที่ครบทุกกลุ่มแล้ว ในช่วง 1 ปีแรกเรายังสร้างเครื่องมือต่างๆ ให้กับสมาชิก เพื่อนำออกไปขยายตลาด อาทิ สื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ เรามีหนังสือพิมพ์ยูนิวส์ของเราเอง,ทีวีออนเน็ต,วิทยุออนเน็ตและสื่ออื่นๆเป็นต้น


นายพิษณุกล่าวอีกว่า สำหรับกลยุทธ์การตลาดในช่วง 2 เดือนที่เหลือนับจากนี้บริษัทจะยังคงใช้แนวทางเดิมเหมือนกับในช่วงต้นปีที่ผ่านมา คือ การจัดงานอีเวนต์ เพื่อเป็นการตอกย้ำแบรนด์ให้มากขึ้น และยังเป็นการสร้างความแตกต่างจากบริษัทขายตรงหลายๆ แห่ง ที่ยังคงทำการตลาดแบเดิมๆ ซึ่งการจัดอีเวนต์ที่ผ่านมาบริษัทได้สร้างการรับรู้ไปในระดับประเทศ ทำให้คนทั่วไปรู้จัก และยอมรับแบรนด์ดูแคนดูมากขึ้น นอกจากนี้บริษัทเตรียมจัดงานใหญ่ส่งท้ายปี เป็นงานประดับเข็มให้กับนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2555 นี้ ซึ่งการจัดงานดังกล่าวในครั้งนี้จะเป็นการมอบเข็มเกียรติยศให้กับนักธุรกิจที่ขึ้นตำแหน่งระดับไดเรกเตอร์ (Director) คนแรกของประเทศ และตำเหน่งอื่นๆด้วย


ในปีหน้า (2556) เราจะยังคงเน้นการจัดงานอีเวนต์ต่อไป เพราะเป็นแนวทางที่ดี ซึ่งที่ผ่านมาเราได้จัดงานอีเวนต์ใหญ่ระดับประเทศมาแล้ว เช่น งานลูกทุ่งจ๋า มหาสนุก ปรากฏว่าได้รับการตอบรับดีมาก ทำให้มีนักธุรกิจรุ่นใหม่ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบางคนไม่ได้อยากเข้ามาทำธุรกิจ แต่พอเข้ามาร่วมงานอีเวนต์ก็เกิดความประทับใจ ก็เลยตัดสินใจทำธุรกิจจนประสบความสำเร็จก็มี นอกจากนี้เรายังได้สร้างวัฒนธรรมที่เป็นแบบเฉพาะของยูแคนดูขึ้นมา ทำให้สมาชิกใหม่ๆ ที่เข้ามาเกิดความอบอุ่นและประทับใจ ถึงแม่จะมรคนชวนให้ทำค่ายอื่นเขาก็ไม่ไป




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย นสพ Leader Time ปีที่9 ฉบับที่ 211 ปักษ์หลังประจำวันที่ 16-30 พฤศจิกายน 2555

วันอาทิตย์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2555

แพนเค้ก ประทับใจร่วมงาน "ยูแคนดู-YouCanDo" - "มหกรรมคอนเสิร์ตเครือข่ายความสุข ตอน ลูกทุ่งจ๋า มหาสนุก"


แพนเค้ก เซอร์ไพรส์คอนเสิร์ต ยูแคนดู สวมบทสาวนาเกลือคู่กับหนุ่มนาข้าว สรเพชร ภิญโญ ศิลปินเจ้าของผลงานเพลง หนุ่มนาข้าวสาวนาเกลือ พร้อมมอบความสุขอย่างต่อเนื่องในเพลง ไหนว่าไม่ลืม และ จะขอก็รีบขอ กับมหกรรมคอนเสิร์ตเครือข่ายความสุขยูแคนดู ตอน ลูกทุ่งจ๋า มหาสนุก เมื่อวันที่ 21-22 เม.ย. ที่ผ่านมา ณ เอ็มซีซี ฮอลล์ เดอะมอลล์บางกะปิ


แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์ นางเอกเบอร์ 1 จากช่อง 7 มาร่วมร้องเพลงกับศิลปินลูกทุ่งต้นฉบับ สรเพชร ภิญโญ ในคอนเสิร์ตครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี มหกรรมคอนเสิร์ตเครือข่ายความสุข ตอน ลูกทุ่งจ๋า มหาสนุก ที่จัดขึ้นโดยยูแคนดู นางเอกชื่อดังมาร่วมร้องเพลงดังตลอดกาลอย่าง หนุ่มนาข้าวสาวนาเกลือ ผู้สื่อข่าวยูนิวส์รายงานว่า แพนเค้กทุ่มเต็มร้อยกับคอนเสิร์ตในครั้งนี้ เริ่มตั้งแต่มาฝึกซ้อมกับครูเพลงและฝึกซ้อมกับปริศนา วงศ์ศิริ ศิลปินเจ้าของผลงานเพลง สาวนาหารัก ซึ่งแพนเค้กได้ทุ่มเทอย่างเต็มที่ เพื่อให้คอนเสิร์ตฯ ครั้งนี้ออกมาประทับใจคนดูมากที่สุด


แพนเค้กได้กล่าวถึงการมาร่วมร้องเพลงในครั้งนี้ว่า เป็นเกียรติมากค่ะ ที่ได้มาร่วมร้องเพลงในคอนเสิร์ตครั้งนี้ แพนว่าเป็นคอนเสิร์ตที่ดี น่ารักมาก และอบอุ่นมากๆ ค่ะ เป็นเกียรติมากที่ได้มีโอกาสมาร่วมร้องเพลงลูกทุ่งบนเวทีร่วมกับศิลปิน เช่น คุณพ่อสรเพชร ภิญโญ ซึ่งตอนแรกที่ได้ทราบว่าจะได้ร้องเพลงนี้และร้องกับศิลปินต้นฉบับจริงๆ ที่เป็นผู้แต่งเพลงเองด้วย ทำตัวไม่ถูกและตื่นเต้นมาก กลัวว่าจะทำได้ไม่ดี แต่ได้คุณพ่อช่วยสอนตลอด แพนรู้สึกว่าเพลงลูกทุ่งเป็นอะไรที่น่าประทับใจ เป็นอมตะเสมอ แพนคิดว่าใครที่เป็นแฟนเพลงและรักเพลงลูกทุ่งอยู่แล้วและได้กลับมาเจอกันวันนี้ เจอครูเพลงและนักร้องในดวงใจ เป็นอะไรที่เป็นความประทับใจเสมอ มีทั้งเด็กๆ วัยรุ่น หรือมากันเป็นครอบครัว ผู้สูงอายุ วันนี้ทุกคนมารวมกันหมด เท่านี้ก็เป็นกำลังใจที่ดีสำหรับผู้จัดและผู้ฟังแล้วค่ะ


นอกจากนี้ ยังมีอีก 2 บทเพลงที่นางเอกชื่อดังเลือกมาร้องมอบความสุขให้แฟนๆ ลูกทุ่ง ได้แก่ เพลงไหนว่าไม่ลืม ของแม่ผ่องศรี วรนุช ซึ่งเป็นเพลงที่แพนเค้กนำมาร้องขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่เป็นครั้งแรก เรียกว่าฝึกฝนมาเพื่อยูแคนดูโดยเฉพาะ แม้จะเป็นเพลงที่เจ้าตัวยอมรับว่าร้องค่อนข้างยาก แต่เพื่อยูแคนดูก็จะทำเต็มที่ ปิดท้ายด้วยเพลงจังหวะสนุกสนาน จะขอก็รีบขอ ของศิรินทรา นิยากร แพนเค้กโชว์ลีลาทั้งร้องทั้งเต้นอย่างมืออาชีพ ความน่ารักสดใส รวมถึงแรงใจที่ทุ่มเกินร้อยได้ใจผู้ชมไปทั้งเอ็มซีซี ฮอลล์ รับเสียงปรบมือดังสนั่น


ขอบคุณยูแคนดูที่ทำให้แฟนๆ ได้มาฟังเพลง มารับความสุขอย่างเต็มที่ รวมทั้งมีความตั้งใจที่อยากจะมอบความสุขผ่านกิจกรรมดีๆ แบบนี้ และมีการมอบรายได้ให้การกุศล งานนี้ก็ถือว่าได้รับความสุขอย่างเต็มที่ แพนเชื่อว่าทุกคนจะได้รับความสุขกันอย่างถ้วนหน้า การพาครอบครัวมาชมเพลงเก่าในบรรยากาศอบอุ่นแบบนี้ ใกล้ชิดขอบเวทีแบบนี้ แพนก็ว่าเป็นอะไรที่น่าประทับใจมากๆ ค่ะ


httpv://www.youtube.com/watchv=w25PIX5U3qk

ที่มา :http://122.155.190.71/ycdnew/

“แพนเค้ก” ประทับใจร่วมงาน "ยูแคนดู-YouCanDo" - "มหกรรมคอนเสิร์ตเครือข่ายความสุข ตอน ลูกทุ่งจ๋า มหาสนุก"


“แพนเค้ก” เซอร์ไพรส์คอนเสิร์ต “ยูแคนดู” สวมบทสาวนาเกลือคู่กับหนุ่มนาข้าว “สรเพชร ภิญโญ” ศิลปินเจ้าของผลงานเพลง “หนุ่มนาข้าวสาวนาเกลือ” พร้อมมอบความสุขอย่างต่อเนื่องในเพลง “ไหนว่าไม่ลืม” และ “จะขอก็รีบขอ” กับมหกรรมคอนเสิร์ตเครือข่ายความสุขยูแคนดู ตอน ลูกทุ่งจ๋า มหาสนุก เมื่อวันที่ 21-22 เม.ย. ที่ผ่านมา ณ เอ็มซีซี ฮอลล์ เดอะมอลล์บางกะปิ


แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์ นางเอกเบอร์ 1 จากช่อง 7 มาร่วมร้องเพลงกับศิลปินลูกทุ่งต้นฉบับ สรเพชร ภิญโญ ในคอนเสิร์ตครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี “มหกรรมคอนเสิร์ตเครือข่ายความสุข ตอน ลูกทุ่งจ๋า มหาสนุก” ที่จัดขึ้นโดยยูแคนดู นางเอกชื่อดังมาร่วมร้องเพลงดังตลอดกาลอย่าง “หนุ่มนาข้าวสาวนาเกลือ” ผู้สื่อข่าวยูนิวส์รายงานว่า แพนเค้กทุ่มเต็มร้อยกับคอนเสิร์ตในครั้งนี้ เริ่มตั้งแต่มาฝึกซ้อมกับครูเพลงและฝึกซ้อมกับปริศนา วงศ์ศิริ ศิลปินเจ้าของผลงานเพลง สาวนาหารัก ซึ่งแพนเค้กได้ทุ่มเทอย่างเต็มที่ เพื่อให้คอนเสิร์ตฯ ครั้งนี้ออกมาประทับใจคนดูมากที่สุด


แพนเค้กได้กล่าวถึงการมาร่วมร้องเพลงในครั้งนี้ว่า “เป็นเกียรติมากค่ะ ที่ได้มาร่วมร้องเพลงในคอนเสิร์ตครั้งนี้ แพนว่าเป็นคอนเสิร์ตที่ดี น่ารักมาก และอบอุ่นมากๆ ค่ะ เป็นเกียรติมากที่ได้มีโอกาสมาร่วมร้องเพลงลูกทุ่งบนเวทีร่วมกับศิลปิน เช่น คุณพ่อสรเพชร ภิญโญ ซึ่งตอนแรกที่ได้ทราบว่าจะได้ร้องเพลงนี้และร้องกับศิลปินต้นฉบับจริงๆ ที่เป็นผู้แต่งเพลงเองด้วย ทำตัวไม่ถูกและตื่นเต้นมาก กลัวว่าจะทำได้ไม่ดี แต่ได้คุณพ่อช่วยสอนตลอด แพนรู้สึกว่าเพลงลูกทุ่งเป็นอะไรที่น่าประทับใจ เป็นอมตะเสมอ แพนคิดว่าใครที่เป็นแฟนเพลงและรักเพลงลูกทุ่งอยู่แล้วและได้กลับมาเจอกันวันนี้ เจอครูเพลงและนักร้องในดวงใจ เป็นอะไรที่เป็นความประทับใจเสมอ มีทั้งเด็กๆ วัยรุ่น หรือมากันเป็นครอบครัว ผู้สูงอายุ วันนี้ทุกคนมารวมกันหมด เท่านี้ก็เป็นกำลังใจที่ดีสำหรับผู้จัดและผู้ฟังแล้วค่ะ”


นอกจากนี้ ยังมีอีก 2 บทเพลงที่นางเอกชื่อดังเลือกมาร้องมอบความสุขให้แฟนๆ ลูกทุ่ง ได้แก่ “เพลงไหนว่าไม่ลืม” ของแม่ผ่องศรี วรนุช ซึ่งเป็นเพลงที่แพนเค้กนำมาร้องขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่เป็นครั้งแรก เรียกว่าฝึกฝนมาเพื่อยูแคนดูโดยเฉพาะ แม้จะเป็นเพลงที่เจ้าตัวยอมรับว่าร้องค่อนข้างยาก แต่เพื่อยูแคนดูก็จะทำเต็มที่ ปิดท้ายด้วยเพลงจังหวะสนุกสนาน “จะขอก็รีบขอ” ของศิรินทรา นิยากร แพนเค้กโชว์ลีลาทั้งร้องทั้งเต้นอย่างมืออาชีพ ความน่ารักสดใส รวมถึงแรงใจที่ทุ่มเกินร้อยได้ใจผู้ชมไปทั้งเอ็มซีซี ฮอลล์ รับเสียงปรบมือดังสนั่น


“ขอบคุณยูแคนดูที่ทำให้แฟนๆ ได้มาฟังเพลง มารับความสุขอย่างเต็มที่ รวมทั้งมีความตั้งใจที่อยากจะมอบความสุขผ่านกิจกรรมดีๆ แบบนี้ และมีการมอบรายได้ให้การกุศล งานนี้ก็ถือว่าได้รับความสุขอย่างเต็มที่ แพนเชื่อว่าทุกคนจะได้รับความสุขกันอย่างถ้วนหน้า การพาครอบครัวมาชมเพลงเก่าในบรรยากาศอบอุ่นแบบนี้ ใกล้ชิดขอบเวทีแบบนี้ แพนก็ว่าเป็นอะไรที่น่าประทับใจมากๆ ค่ะ”


httpv://www.youtube.com/watch?v=w25PIX5U3qk

ที่มา : http://122.155.190.71/ycdnew/

“แพนเค้ก” ประทับใจร่วมงาน "ยูแคนดู-YouCanDo" - "มหกรรมคอนเสิร์ตเครือข่ายความสุข ตอน ลูกทุ่งจ๋า มหาสนุก"


“แพนเค้ก” เซอร์ไพรส์คอนเสิร์ต “ยูแคนดู” สวมบทสาวนาเกลือคู่กับหนุ่มนาข้าว “สรเพชร ภิญโญ” ศิลปินเจ้าของผลงานเพลง “หนุ่มนาข้าวสาวนาเกลือ” พร้อมมอบความสุขอย่างต่อเนื่องในเพลง “ไหนว่าไม่ลืม” และ “จะขอก็รีบขอ” กับมหกรรมคอนเสิร์ตเครือข่ายความสุขยูแคนดู ตอน ลูกทุ่งจ๋า มหาสนุก เมื่อวันที่ 21-22 เม.ย. ที่ผ่านมา ณ เอ็มซีซี ฮอลล์ เดอะมอลล์บางกะปิ


แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์ นางเอกเบอร์ 1 จากช่อง 7 มาร่วมร้องเพลงกับศิลปินลูกทุ่งต้นฉบับ สรเพชร ภิญโญ ในคอนเสิร์ตครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี “มหกรรมคอนเสิร์ตเครือข่ายความสุข ตอน ลูกทุ่งจ๋า มหาสนุก” ที่จัดขึ้นโดยยูแคนดู นางเอกชื่อดังมาร่วมร้องเพลงดังตลอดกาลอย่าง “หนุ่มนาข้าวสาวนาเกลือ” ผู้สื่อข่าวยูนิวส์รายงานว่า แพนเค้กทุ่มเต็มร้อยกับคอนเสิร์ตในครั้งนี้ เริ่มตั้งแต่มาฝึกซ้อมกับครูเพลงและฝึกซ้อมกับปริศนา วงศ์ศิริ ศิลปินเจ้าของผลงานเพลง สาวนาหารัก ซึ่งแพนเค้กได้ทุ่มเทอย่างเต็มที่ เพื่อให้คอนเสิร์ตฯ ครั้งนี้ออกมาประทับใจคนดูมากที่สุด


แพนเค้กได้กล่าวถึงการมาร่วมร้องเพลงในครั้งนี้ว่า “เป็นเกียรติมากค่ะ ที่ได้มาร่วมร้องเพลงในคอนเสิร์ตครั้งนี้ แพนว่าเป็นคอนเสิร์ตที่ดี น่ารักมาก และอบอุ่นมากๆ ค่ะ เป็นเกียรติมากที่ได้มีโอกาสมาร่วมร้องเพลงลูกทุ่งบนเวทีร่วมกับศิลปิน เช่น คุณพ่อสรเพชร ภิญโญ ซึ่งตอนแรกที่ได้ทราบว่าจะได้ร้องเพลงนี้และร้องกับศิลปินต้นฉบับจริงๆ ที่เป็นผู้แต่งเพลงเองด้วย ทำตัวไม่ถูกและตื่นเต้นมาก กลัวว่าจะทำได้ไม่ดี แต่ได้คุณพ่อช่วยสอนตลอด แพนรู้สึกว่าเพลงลูกทุ่งเป็นอะไรที่น่าประทับใจ เป็นอมตะเสมอ แพนคิดว่าใครที่เป็นแฟนเพลงและรักเพลงลูกทุ่งอยู่แล้วและได้กลับมาเจอกันวันนี้ เจอครูเพลงและนักร้องในดวงใจ เป็นอะไรที่เป็นความประทับใจเสมอ มีทั้งเด็กๆ วัยรุ่น หรือมากันเป็นครอบครัว ผู้สูงอายุ วันนี้ทุกคนมารวมกันหมด เท่านี้ก็เป็นกำลังใจที่ดีสำหรับผู้จัดและผู้ฟังแล้วค่ะ”


นอกจากนี้ ยังมีอีก 2 บทเพลงที่นางเอกชื่อดังเลือกมาร้องมอบความสุขให้แฟนๆ ลูกทุ่ง ได้แก่ “เพลงไหนว่าไม่ลืม” ของแม่ผ่องศรี วรนุช ซึ่งเป็นเพลงที่แพนเค้กนำมาร้องขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่เป็นครั้งแรก เรียกว่าฝึกฝนมาเพื่อยูแคนดูโดยเฉพาะ แม้จะเป็นเพลงที่เจ้าตัวยอมรับว่าร้องค่อนข้างยาก แต่เพื่อยูแคนดูก็จะทำเต็มที่ ปิดท้ายด้วยเพลงจังหวะสนุกสนาน “จะขอก็รีบขอ” ของศิรินทรา นิยากร แพนเค้กโชว์ลีลาทั้งร้องทั้งเต้นอย่างมืออาชีพ ความน่ารักสดใส รวมถึงแรงใจที่ทุ่มเกินร้อยได้ใจผู้ชมไปทั้งเอ็มซีซี ฮอลล์ รับเสียงปรบมือดังสนั่น


“ขอบคุณยูแคนดูที่ทำให้แฟนๆ ได้มาฟังเพลง มารับความสุขอย่างเต็มที่ รวมทั้งมีความตั้งใจที่อยากจะมอบความสุขผ่านกิจกรรมดีๆ แบบนี้ และมีการมอบรายได้ให้การกุศล งานนี้ก็ถือว่าได้รับความสุขอย่างเต็มที่ แพนเชื่อว่าทุกคนจะได้รับความสุขกันอย่างถ้วนหน้า การพาครอบครัวมาชมเพลงเก่าในบรรยากาศอบอุ่นแบบนี้ ใกล้ชิดขอบเวทีแบบนี้ แพนก็ว่าเป็นอะไรที่น่าประทับใจมากๆ ค่ะ”


httpv://www.youtube.com/watch?v=w25PIX5U3qk

ที่มา : http://122.155.190.71/ycdnew/

วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2555

ยอดขาย บริษัทขายตรงฟันยอดขายกระฉูด ไตรมาสแรกของปี 2555

แหยงซ้ำรอย “เอาไม่อยู่” ผ่าน Q1 ขายตรงฟันยอดกระฉูด              !!!!
ผ่านไตรมาสแรกของปี 2555 ไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งถือเป็นด่านทดสอบอีกหนึ่งด่านของทุกธุรกิจ และแม้หลายธุรกิจจะยังซึมจากผลกระทบน้ำท่วมกันอยู่ก็ตาม แต่สำหรับธุรกิจขายตรงไทยแล้วกลับมียอดการเติบโตสวนกระแสหลังจากสิ้นเสียงนกหวีดปล่อยตัวในยกแรก ทุกค่ายต่างพากันเหยียบคันเร่งกันสุดแรง เหตุไม่มั่นใจว่าในอนาคตจะมีวิกฤติน้ำท่วมรอบใหม่เข้ามากระทบหรือไม่ โดยเฉพาะยักศ์ขายตรงรายเก๋าที่ต่างพากันงัดแผนเด็ดโกยยอดขายเป็นว่าเล่น ทั่งฟากสแตร์สเต็ปอย่าง “แอมเวย์-ซูเลียน-กิฟฟารีน” ยอด Q1 มาแรงไม่มีตก ยึดเก้าอี้อันดับ 1-3 อย่างเหนียวเน่น ขณะที่เหล่าบิ๊กไบนารี่ตบเท้ากันแข่งกวาดยอดพุ่งกระฉูดกันทั่วหน้าด้วยเช่นกัน


 



“แอมเวย์” ยึดเก้าอี้แชมป์ Q1 โตตามเป้า
“นายกิจธวัช ฤทธีราวี” กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ด้วยอัตราการเติบโตขอยอดขายในปี 2554 ที่ป่านมา แอมเวย์มีการชยายตัวเพิ่มขึ้นโดยมียอดขายรวมอยู่ที่ 15,500 ล้านบาท เติบโต 8% ส่งผลให้ในไตรมาสแรกของปีนี้แอมเวย์ยังคงเติบดตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 7-10% ทั้งนี้เป็นผลมาจากตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาบริษัทได้จัดกิจกรรมส่งเสริมกาตลาดมาอย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงดังกล่าวจะมีบริษัทเปิดใหม่เกิดขึ้นมากมาย ทำให้การแข่งขันในธุรกิจขายตรงในประเทศมีสีสันเพิ่มมากขึ้น แต่ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีเนื่องจากจะทำให้บริษัทมีการพัฒนาตัวเอง และเชื่อมั่นว่าการที่แอมเวย์ได้สร้างรากฐานการทำธุรกิจมานาน ทำให้นักธุรกิจของแอมเวย์ทุกคนมีความเป็นมืออาชีพ


 



“ซูเลียน” ปลื้มยอด Q1 ทะลุ 1,400 ล้าน
“ดร. ปิยะวัชร์ บุญยืนยงสกุล” ประธานกรรมการ บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แม้ในช่วงปลายปี 2554 ที่ผ่านมาซูเลียนจะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ แต่บริษัทสามารถสร้างยอดขายรวมในปี 2554 ที่ผ่านมาบริษัทสามารถสร้างยอดขายรวมในปี 2554 อยู่ที่ 5,540 ล้านบาท จากยอดขายดังกล่าวทำให้ซูเลียนก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทขายตรงที่มียอดขายเป็นอันดับ 2 ของประเทศ และตั้งแต่ต้นปี 2555 ที่ผ่านมาบริษัทได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย และจัดการประชุมให้ความรู้กับสมาชิกในศูนย์เอเยนซี่เฉลี่ยวันละ 200 แห่งทั่วประเทศ ส่งผลให้ยอดขายของบริษัทโดยเฉพาะในไตรมาสแรกเติบโตมากกว่า 20% หรือมียอดขายกว่า 1,400 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบดตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
“ไม่ว่าสถานการณ์บ้านเมืองจะวิกฤติอย่างไร คนก็ต้องกิน ต้องใช้ ต้องแปรงฟัน ยิ่งเศรษฐกิจไม่ดีสำหรับ ซูเลียน แล้วยิ่งสวนกระแส รวมถึงวันนี้แม้ ซูเลียน จะประสบความสำเร็จมากแค่ไหน หรือแม้กระทั้งจะทำได้ตามเป้าหมายแล้วก็ตามก็ไม่คิดที่จะหยุดอยู่แค่นี้เพราะชีวิตเรามีเป้าหมายเสมอและมีเป้าหมายให้ไปได้ตลอด


 



“กิฟฟารีน” ชี้ไตรมาสแรกโตตามเป้าที่ 10%
“นายพงศ์พสุ อุณาพรหม” ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสาร การตลาด บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด กล่าวถึงผลประกอบการของกิฟฟารีนในไตรมาสแรกว่า เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ กล่าวคือ ธุรกิจกิฟฟารีนเติบโตที่ตัวเลข 10% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาและถือว่าเป็นการเติบโตที่น่าพอใจมาก โดยสืบเนื่องจากบริษัทได้เปิดตัวสินค้าใหม่ๆ หลากรายการเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จึงส่งผลให้นักธุรกิจ และตลาดการจับจ่ายใช้สอบในธุรกิจกิฟฟารีนมีความคึกคัก รวมทั้งยังมีการจัดกิจกรรมในส่วนของการอบรมที่โรงแรมอินทรา และยังมีในส่วนของการสัมมนาในเขตพื้นที่ตามต่างขจังหวัดอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความเข้มข้นของธุรกิจฟื้นตัวเร็วมากจากเมื่อปีที่ผ่านมาที่ได้รับผลกระทบในส่วนของน้ำท่วมครั้งใหญ่
“ปีนี้กิฟฟารีนได้รุกหนักมาตั้งแต่ต้นปี โดยมีการทำงานภายใต้สมมุตืฐานที่ว่าน้ำกำลังท่วมอยู่เลยก็ว่าได้ ซึ่งจะมีการวางแผนงานทางด้านการผลิต ที่ต้องมีสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่องการขนส่ง มีการวางแผนใรการลุยธุรกิจทั้งแผน A และ แผน B จึงส่งผลให้ในไตรมาสแรกปีนี้ของกิฟฟารีนเติบโตเป็นอย่างที่น่าพอใจที่ตัวเลข 10% “ นายพงศ์พสุ กล่าว


 



“เอม สตาร์” ดันยอด 3 เดือนแรกพุ่ง 15%
“พญ.ลพา วัชรศรีโรจน์” ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท เอม สตาร์ เน็ทเวิร์ค จำกัด ระบุว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกของปีนี้เติบโตขึ้นอย่างมาก แต่กระนั้นก็ตามธุรกิจ เอม สตาร์ของเราจะไม่เหมือนบริษทอื่นๆ เพราะมีกาทำงานที่เน้นการสร้างผู้นำ จัดฝึกผบรมเรียนรู้ ให้กับนักธุรกิจอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งยังมีการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ของสินค้าหลากรายการ สอดรับกับแผนการทำงานของ “เอม สตาร์” ที่มีการซอบแบบถี่ยิบตั้งแต่ต้นปี เนื่องจากไม่สามารถคาดเดาได้ว่าน้ำจะท่วมหรือน้ำจะแล้ง ดังนั้น ไตรมาสแรกของปีนี้บริษัทจึงได้ลุยทำงานกันอย่างเต็มที่ ทำให้ยอดขายเติบโตเพิ่มขึ้น 15% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
“เชื่อว่าไตรมาส 2 และ 3 จะคึกคักมากกว่านี้ เนื่องจาก เอม สตาร์ จะรุกหนัก และลุยอย่างเต็มพิกัด จึงสามารถคาดการณ์ในส่วนของยอดขายในปลายปีนี้ว่าน่าจะปิดได้ที่ตัวเลข 5,000 กว่าล้านบาท เพราะธุรกิจเอม สตาร์ เป็นธุรกิจที่สร้างแรงเหวี่ยง ซึ่งจริงๆ แล้วเราต้องการที่จะทะลุยอดขาย 10,000 ล้านบาท แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย อย่างไรก็ตามปัจจุบันเรามีนักุรกิจที่เป็นมนุษย์เงินล้านเพิ่มขึ้นมาอีก  1 รหัสรวมเป็น 11 รหัส นี่จึงเป็นสิ่งที่สุดยอดที่สุดแล้ว เพราะเป็นการเติบโตและประสบความสำเร็จไปพร้อมกันระหว่างบริษัทและนักธุรกิจ เอม สตาร์ ซึ่งทางที่เรามาถึง ณ จุดนี้ได้คุณหมอรู้สึกพอใจอย่างมาก เพราะเราทำธุรกิจขึ้นมาทำธุรกิจขึ้นมามิใช่เพียงการขายของ แต่กำลังส่งมอบโอกาสที่ดี และสวยงามไปยังคนทั่วไปด้วยธุรกิจ เอม สตาร์” พญ.ลพา กล่าวทิ้งท้าย


 



“หมอเส็ง” โอ่ยอดขาย 3 เดือนแรกโต 25%
“นายฉัตรชัย แสงสุริยะฉัตร (คุณหมอเส็ง)” ประธานกรรมการ บริษัท แสงสุริยะฉัตร (2002) จำกัด กล่าวว่าสำหรับผลประกอบการไตรมาส 1 ของปีนี้ ธุรกิจหมอเส็งเติบโตราว 20-25% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาปีที่ผ่านมาซึ่งนับได้ว่าเป็นตัวเลขการเติบโตที่สูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้จากเดิมตั้งเป้าไว้ที่ 10-15% เท่านั้น ปัจจัยที่ผลักดันให้ยอดขายเติบโตได้นั้น มาจากแรงหนุนสำคัญที่บริษัทได้มุ่งเน้นโหมโฆษณาประชาสัมพันธ์รอบด้านอย่างต่อเนื่อง และคาดหวังว่าสิ่งที่ได้ทุ่มเทไปนั้นจะผลักดันให้ยอดขายโดยรวมพุ่งสุงถึง 4,000-5,000 ล้านบาท ภายในสิ้นปีนี้
“กลยุทธ์การตลาดแบบเดิมๆ เราจะมุ่งเน้นการเปิดศูนย์ให้บริการ เพื่อสร้างความสะดวกในการซื้อขาย การจัดฝึกอบรมสมาชิกให้มีความซื่อสัตย์ การเทรนนิ่งสินค้า แต่ในปีนี้ถือเป็นปีแห่งการลงทุนครั้งยิ่งใหญ่ ที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งจุมุ่งเน้นเจาะตลาดขายตรง และตลาดสากลสร้างความเชื่อมั่นทางธุรกิจอย่างเช่นล่าสุดได้โหมโฆษณาแบรนด์สินค้า ผ่านทางรถโดยสารประจำทาง ขสมก. Bus Ad จำนวน 10 คัน 10 สายทั่วกรุงเทพฯ อีกทั้งเพื่อเป็การขยายเครือข่ายรองรับการ เติบโตทางธุรกิจหมอเส็ง ได้จัดให้มีระบบคอลเซ็นเตอร์ เพื่อตอบคำถาม และมีปัญหาให้กับผู้ที่สนใจโทรมาปรึกษาได้ทุกวัน”


 



“J&C” จอย แอนด์ คอยน์ แรงดีไม่มีตก 3 เดือนฟัน 600 ล้าน
“ดร. สมชาย หัชลีฬหา” ประธานกรรมการ บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ จำกัด (J&C) เผยถึงตัวเลขยอดขายไตรมาสแรกของปี 2555 ว่า เติบโตเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้โดยมียอดขายอยู่ที่ 600 กว่าล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งปัจจัยที่ทำให้ยอดขายเติบโตดังกล่าวมาจากการที่บริษัทได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด และโปรโมชั่นต่างๆ ให้กับสมาชิกมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนทิศทางการเติบโตในไตรมาส 2 ของปีนี้คงต้องรอประเมินสถานการณ์ในภาพรวมของบริษัทก่อนว่า กิจกรรมที่ทำมาในช่วงไตรมาสแรกมากไป หรือน้อยเกินไป จากนั้นจึงจะค่อยมาปรับกลยุทธ์ด้านการตลาดกันอีกครั้ง
“ตอนนี้ยังไม่เห็นสัญญาณอะไรที่โดดเด่นมากนักสำหรับภาพรวมของธุรกิจขายตรง ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่าหลายบริษัทอยู่ระหว่างการปรับตัวเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ปกติหลังจากช่วงปลายปีที่แล้วได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมใหญ่ดังนั้นเอว่าตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป จะได้เห็นหลานยบริษัทปรับกลยุทธ์รูปแบบการนำเสนอธุรกิจแบบใหม่ และจัดโปรโมชั่นต่างๆมากขึ้น เพื่อกระตุ้นยอดขาย ซึ่งในส่วนของ J&C เองก็ได้เตรียมความพร้อมไว้แล้ว เพื่อกระตุ้นยอดขายให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2,500 ล้านบาทภายในสิ้นปีนี้”


 



“Cats.Com” บุกตลาดต่างประเทศโกยยอด 120 ล้านบาท
“นาย เอกวัฒน์ วงษ์ชูแก้ว” รองประธานบริหาร บริษัท แคทส์ ดอท คอม (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Cats.Com เปิดเผยว่า ยอดขายรวมในไตรมาสแรกของปีนี้อยู่ที่ 120 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 10 กว่าเปอร์เซ็นต์จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการที่บริษัทได้ขยายตลาดออกไปยัง่างประเทศโดยเฉพาะที่ประเทศกัมพูชาที่เพิ่งจัดงานแกรนด์โอเพ่นนิ่งไป โดยได้รับความสนใจจากสมาชิกในประเทศดังกล่าวเป็นจำนวนมาก และล่าสุดบริษัทได้เจรจากับนักลงทุนจากประเทศลาวเพื่อเข้าไปเปิดเป็นศูนย์สาขาในประเทศดังกล่าวเช่นกัน หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีสมาชิกบางส่วนได้เข้าไปขยายตลาดแล้วล่วงหน้าซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ยอดขายในปีนี้เติบโตตามที่ตั้งเป้าไว้ที่ 550 ล้านบาท
สำหรับแนวโน้มการเติบโตในไตรมาส 2 ของปีนี้นั้น นายเอกวัฒน์ กล่าวว่า บริษัทเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดเพิ่มอีกประมาณ 2-3 รายการ ทั้งในกลุ่มอาหารเสริม และเครื่องสำอาง เพื่อช่วยกระตุ้นยอดขาย นอกจากนี้ยังได้ขยายฐานตลาดใหม่ๆ เพิ่มขึ้น อาทิ การเข้าไปแนะแนวการทำธุรกิจขายตรงให้กับนักศึกษาของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน(กศน.) ในจังหวัดนครพนม ที่ยังอยู่ระหว่างการศึกษาอยู่ แต่สามารถมีรายได้เสริมอีกทางด้วย ซึ่งถือว่าได้รับความสนใจจากนักศึกษาและอาจารย์เป็นอย่างมาก


 



“ยูแคนดู” อู่ฟู่ 3 เดือนแรกโตเกินเป้า
“นายภคินท์ ยมโชติ” ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ยูแคนดู จำกัด กล่าวว่า ยอดขายในไตรมาสแรกของปีนี้อยู่ที่ 50 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 40 ล้านบาท ซึ่งปัจจัยการเติบโตดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการไปสร้างยอดขายขึ้นมา แต่เกิดจากการบริโภคของสมาชิกอย่างแท้จริง รวมถึงการที่บริษัทได้ทำกิจกรรมภายในและภายนอกองค์กร (CSR) ทำให้จำนวนสมาชิกเติบโตเพิ่มขึ้นมากกว่า 100% ต่อเดือนส่งผลให้ปัจจุบันมีจำนวนสมาชิกมากกว่า 3.5 หมื่นรหัสแล้ว
ส่วนกลยุทธ์ในช่วงไตรมาส 2 นั้นบริษัทจะเน้นการทำ CSR เพิ่มมากขึ้น และการทำการตลาดผ่านทางระบบดิจิตอลมาร์เก็ตติ้ง รวมถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เข้ามาเพิ่ม และการเปิดตัวสถานบันวิจัยและพัฒนายูแคนดู (R&D) อย่างเป็นทางการ เพื่อช่วยกระตุ้นยอดขาย และเพิ่มจำนวนสมาชิกให้มากขึ้น ขณะที่ไตรมาส 3-4 จะเน้นการตลาดด้านการท่องเที่ยวและกิจกรรมเพื่อสังคมมากขึ้น อย่างไรก็ตามจากอค์ประกอบดังกล่าวคาดว่าจะทำให้ยอดขายในช่วงสิ้นปีนี้เติบโตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 350-400 ล้านบาทได้อย่างแน่นอน


 



“ดีไลฟ์” เปลี่ยนแผนใหม่ดันยอดพุ่ง 120% 


“นายเทวัญ ดีใจงาม” ประธานกรรมการ บริษัท ดีไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า ยอดขายในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้มียอดขายอยู่ที่ 40 กว่าล้านลาท หรือเติบโตมากกว่า 120% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการปรับเปลี่ยนแผนการจ่ายผลตอบแทนให้กับสมาชิกจากเดิมเป็นแบบสแตร์เสต็ป มาเป็นโครงสร้างไบนารี่ ทำให้อัตราการเติบโตค่อนข้างชัดเจน รวมถึงการขยายศูนย์สาขาดีไลฟ์ เซ็นเตอร์ (DC) ทั่วประเทศ ทำให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภ ได้เร็วขึ้น ทำให้มั่นใจว่าสิ้นปีนี้ยอดขายน่าจะทะลุ 500 ล้านบาทได้อย่างแน่นอน


 



“Agel” ยอดพุ่งสวนกระแสโต 31%
นาย อครณัฐ สุทธพงษ์เกษตร รองประธานกรรมการ บริษัท อาเจล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด หรือ Agel กล่าวว่า ผลประกอบการไตรมาสแรกของปีนี้เติบโตเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4/2554 ที่ผ่านมาประมาณ 31% โดยมีองค์ประกอบหลายปัจจัยอาทิ
1. บริษัทแม่ในสหัฐอเมริกาประกาศชัดเจนว่าจะสนับสนุนการลงทุนในไทยอย่างเต็มที่
2. การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่หลายรายการซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค
3. การแสข่าวการโจมตีบริษัท อาเจล จากบริษัทคู่แข่งเริ่มน้อยลง ทำให้สมาชิกมีความเชื่อมั่นและมั่นใจในการทำงานมากยิ่งขึ้น
“ผลประกอบการใตรมาสแรกของปี่นี้เติบดตต่อเนื่องจาก ไตรมาส 4 ปีที่แล้วซึ่งเป้นการส่งสัญญาณให้เห็นแล้วว่าอาเจลณเริ่มกลับมาแล้ว แต่หากเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนคงต้องบอกว่าลดลง เนื่องจากปีที่แล้วเกิดปัญหาภายในขึ้น ขณะที่แนวโน้มไตรมาส 2 ของปีนี้เราเชื่อว่าอาเจลฯ จะยังคงเติบโตต่อเนื่องต่อไปอีก เพราะเราเตรียมจะเปิดตัวสินค้าใหม่เข้ามาเพิ่มอีกหลายรายการ อาทิ ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับดูแลช่องปาก และอาเจล โอเมก้า 3 ซึ่งจะทำให้ช่วยกระตุ้นยอดขายในไตรมาส 2 ได้นอกจากนี้บริษัทแม่ในสหรัฐฯ ยังไฟเขียวให้เข้าไปขยายตลาดไปยังประเทศกัมพูชา ซึ่งจะช่วยให้สมาชิกของอาเจลฯ ทำงานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น


อย่างไรก็ดีจากการคาดการณ์ของสมาคมการขายตรงไทย ได้ระบุถึงมูลค่าธุรกิจขายตรงในปี 2555 ว่าน่าจะอยู่ที่ตัวเลข 71,500 ล้านบาท หรือเติบโตร้อยละ 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ขยายตัวร้อยละ 5-7 เนื่องจากนำนวนผู้ว่างงานและความต้องการรายได้เสริมเพิ่มสูงขึ้น ด้านภาพการแข่งขันมีแนวโน้มว่าทุกค่ายจะหันมาเร่งสร้างยอดขายตั้งแต่ต้นปี เนื่องจากความไม่มั่นใจว่าในอนาคตจะมีปัจจัยเข้ามากระทบหรือไม่ประกอบกับหลายๆบริษัทชะลอหรืองดการออกแคมเปญมาตั้งแต่ปลายปีจากเหตุการณ์น้ำท่วม


ในขณะที่ ศูนย์วิจัยกสิการไทย มองว่าธุรกิจขายตรงยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีในปี 2555 เนื่องจากมีผู้ประกอบการรายใหม่สนใจเข้ามาในตลาดอย่างต่อเนื่อง ทั้งผู้ประกอบการจากสหรัฐฯ ที่เข้ามารุกธุรกิจนี้ในไทย และผู้ประกอบการคนไทยทำให้คาดว่าจะมีการแย่งตัวสมาชิกผู้แทนจำหน่าย โดยการปรับเพิ่มผลตอบแทน นอกจากนี้ การแข่งขันของผู้ประกอบการแต่ละค่าย ยังอาจเกิดขึ้นทั้งในมิติของสินค้า และการให้บริการที่มีคุณภาพมากขึ้น รวมทั้งการกระตุ้นยอดขายจากการปรับกลยุทธ์ด้วยการเสนอสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น เช่น การ ใช้คะแนนสะสมสำหรับซื้อสินค้าในราคาพิเศษ การเพิ่มแคมเปญทริปท่องเที่ยว เป็นต้น


 ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย:  นิตยสาร ลีดเดอร์ ไทม์   

ยอดขาย บริษัทขายตรงฟันยอดขายกระฉูด ไตรมาสแรกของปี 2555

แหยงซ้ำรอย “เอาไม่อยู่” ผ่าน Q1 ขายตรงฟันยอดกระฉูด              !!!!
ผ่านไตรมาสแรกของปี 2555 ไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งถือเป็นด่านทดสอบอีกหนึ่งด่านของทุกธุรกิจ และแม้หลายธุรกิจจะยังซึมจากผลกระทบน้ำท่วมกันอยู่ก็ตาม แต่สำหรับธุรกิจขายตรงไทยแล้วกลับมียอดการเติบโตสวนกระแสหลังจากสิ้นเสียงนกหวีดปล่อยตัวในยกแรก ทุกค่ายต่างพากันเหยียบคันเร่งกันสุดแรง เหตุไม่มั่นใจว่าในอนาคตจะมีวิกฤติน้ำท่วมรอบใหม่เข้ามากระทบหรือไม่ โดยเฉพาะยักศ์ขายตรงรายเก๋าที่ต่างพากันงัดแผนเด็ดโกยยอดขายเป็นว่าเล่น ทั่งฟากสแตร์สเต็ปอย่าง “แอมเวย์-ซูเลียน-กิฟฟารีน” ยอด Q1 มาแรงไม่มีตก ยึดเก้าอี้อันดับ 1-3 อย่างเหนียวเน่น ขณะที่เหล่าบิ๊กไบนารี่ตบเท้ากันแข่งกวาดยอดพุ่งกระฉูดกันทั่วหน้าด้วยเช่นกัน


 



“แอมเวย์” ยึดเก้าอี้แชมป์ Q1 โตตามเป้า
“นายกิจธวัช ฤทธีราวี” กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ด้วยอัตราการเติบโตขอยอดขายในปี 2554 ที่ป่านมา แอมเวย์มีการชยายตัวเพิ่มขึ้นโดยมียอดขายรวมอยู่ที่ 15,500 ล้านบาท เติบโต 8% ส่งผลให้ในไตรมาสแรกของปีนี้แอมเวย์ยังคงเติบดตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 7-10% ทั้งนี้เป็นผลมาจากตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาบริษัทได้จัดกิจกรรมส่งเสริมกาตลาดมาอย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงดังกล่าวจะมีบริษัทเปิดใหม่เกิดขึ้นมากมาย ทำให้การแข่งขันในธุรกิจขายตรงในประเทศมีสีสันเพิ่มมากขึ้น แต่ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีเนื่องจากจะทำให้บริษัทมีการพัฒนาตัวเอง และเชื่อมั่นว่าการที่แอมเวย์ได้สร้างรากฐานการทำธุรกิจมานาน ทำให้นักธุรกิจของแอมเวย์ทุกคนมีความเป็นมืออาชีพ


 



“ซูเลียน” ปลื้มยอด Q1 ทะลุ 1,400 ล้าน
“ดร. ปิยะวัชร์ บุญยืนยงสกุล” ประธานกรรมการ บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แม้ในช่วงปลายปี 2554 ที่ผ่านมาซูเลียนจะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ แต่บริษัทสามารถสร้างยอดขายรวมในปี 2554 ที่ผ่านมาบริษัทสามารถสร้างยอดขายรวมในปี 2554 อยู่ที่ 5,540 ล้านบาท จากยอดขายดังกล่าวทำให้ซูเลียนก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทขายตรงที่มียอดขายเป็นอันดับ 2 ของประเทศ และตั้งแต่ต้นปี 2555 ที่ผ่านมาบริษัทได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย และจัดการประชุมให้ความรู้กับสมาชิกในศูนย์เอเยนซี่เฉลี่ยวันละ 200 แห่งทั่วประเทศ ส่งผลให้ยอดขายของบริษัทโดยเฉพาะในไตรมาสแรกเติบโตมากกว่า 20% หรือมียอดขายกว่า 1,400 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบดตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
“ไม่ว่าสถานการณ์บ้านเมืองจะวิกฤติอย่างไร คนก็ต้องกิน ต้องใช้ ต้องแปรงฟัน ยิ่งเศรษฐกิจไม่ดีสำหรับ ซูเลียน แล้วยิ่งสวนกระแส รวมถึงวันนี้แม้ ซูเลียน จะประสบความสำเร็จมากแค่ไหน หรือแม้กระทั้งจะทำได้ตามเป้าหมายแล้วก็ตามก็ไม่คิดที่จะหยุดอยู่แค่นี้เพราะชีวิตเรามีเป้าหมายเสมอและมีเป้าหมายให้ไปได้ตลอด


 



“กิฟฟารีน” ชี้ไตรมาสแรกโตตามเป้าที่ 10%
“นายพงศ์พสุ อุณาพรหม” ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสาร การตลาด บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด กล่าวถึงผลประกอบการของกิฟฟารีนในไตรมาสแรกว่า เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ กล่าวคือ ธุรกิจกิฟฟารีนเติบโตที่ตัวเลข 10% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาและถือว่าเป็นการเติบโตที่น่าพอใจมาก โดยสืบเนื่องจากบริษัทได้เปิดตัวสินค้าใหม่ๆ หลากรายการเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จึงส่งผลให้นักธุรกิจ และตลาดการจับจ่ายใช้สอบในธุรกิจกิฟฟารีนมีความคึกคัก รวมทั้งยังมีการจัดกิจกรรมในส่วนของการอบรมที่โรงแรมอินทรา และยังมีในส่วนของการสัมมนาในเขตพื้นที่ตามต่างขจังหวัดอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความเข้มข้นของธุรกิจฟื้นตัวเร็วมากจากเมื่อปีที่ผ่านมาที่ได้รับผลกระทบในส่วนของน้ำท่วมครั้งใหญ่
“ปีนี้กิฟฟารีนได้รุกหนักมาตั้งแต่ต้นปี โดยมีการทำงานภายใต้สมมุตืฐานที่ว่าน้ำกำลังท่วมอยู่เลยก็ว่าได้ ซึ่งจะมีการวางแผนงานทางด้านการผลิต ที่ต้องมีสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่องการขนส่ง มีการวางแผนใรการลุยธุรกิจทั้งแผน A และ แผน B จึงส่งผลให้ในไตรมาสแรกปีนี้ของกิฟฟารีนเติบโตเป็นอย่างที่น่าพอใจที่ตัวเลข 10% “ นายพงศ์พสุ กล่าว


 



“เอม สตาร์” ดันยอด 3 เดือนแรกพุ่ง 15%
“พญ.ลพา วัชรศรีโรจน์” ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท เอม สตาร์ เน็ทเวิร์ค จำกัด ระบุว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกของปีนี้เติบโตขึ้นอย่างมาก แต่กระนั้นก็ตามธุรกิจ เอม สตาร์ของเราจะไม่เหมือนบริษทอื่นๆ เพราะมีกาทำงานที่เน้นการสร้างผู้นำ จัดฝึกผบรมเรียนรู้ ให้กับนักธุรกิจอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งยังมีการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ของสินค้าหลากรายการ สอดรับกับแผนการทำงานของ “เอม สตาร์” ที่มีการซอบแบบถี่ยิบตั้งแต่ต้นปี เนื่องจากไม่สามารถคาดเดาได้ว่าน้ำจะท่วมหรือน้ำจะแล้ง ดังนั้น ไตรมาสแรกของปีนี้บริษัทจึงได้ลุยทำงานกันอย่างเต็มที่ ทำให้ยอดขายเติบโตเพิ่มขึ้น 15% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
“เชื่อว่าไตรมาส 2 และ 3 จะคึกคักมากกว่านี้ เนื่องจาก เอม สตาร์ จะรุกหนัก และลุยอย่างเต็มพิกัด จึงสามารถคาดการณ์ในส่วนของยอดขายในปลายปีนี้ว่าน่าจะปิดได้ที่ตัวเลข 5,000 กว่าล้านบาท เพราะธุรกิจเอม สตาร์ เป็นธุรกิจที่สร้างแรงเหวี่ยง ซึ่งจริงๆ แล้วเราต้องการที่จะทะลุยอดขาย 10,000 ล้านบาท แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย อย่างไรก็ตามปัจจุบันเรามีนักุรกิจที่เป็นมนุษย์เงินล้านเพิ่มขึ้นมาอีก  1 รหัสรวมเป็น 11 รหัส นี่จึงเป็นสิ่งที่สุดยอดที่สุดแล้ว เพราะเป็นการเติบโตและประสบความสำเร็จไปพร้อมกันระหว่างบริษัทและนักธุรกิจ เอม สตาร์ ซึ่งทางที่เรามาถึง ณ จุดนี้ได้คุณหมอรู้สึกพอใจอย่างมาก เพราะเราทำธุรกิจขึ้นมาทำธุรกิจขึ้นมามิใช่เพียงการขายของ แต่กำลังส่งมอบโอกาสที่ดี และสวยงามไปยังคนทั่วไปด้วยธุรกิจ เอม สตาร์” พญ.ลพา กล่าวทิ้งท้าย


 



“หมอเส็ง” โอ่ยอดขาย 3 เดือนแรกโต 25%
“นายฉัตรชัย แสงสุริยะฉัตร (คุณหมอเส็ง)” ประธานกรรมการ บริษัท แสงสุริยะฉัตร (2002) จำกัด กล่าวว่าสำหรับผลประกอบการไตรมาส 1 ของปีนี้ ธุรกิจหมอเส็งเติบโตราว 20-25% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาปีที่ผ่านมาซึ่งนับได้ว่าเป็นตัวเลขการเติบโตที่สูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้จากเดิมตั้งเป้าไว้ที่ 10-15% เท่านั้น ปัจจัยที่ผลักดันให้ยอดขายเติบโตได้นั้น มาจากแรงหนุนสำคัญที่บริษัทได้มุ่งเน้นโหมโฆษณาประชาสัมพันธ์รอบด้านอย่างต่อเนื่อง และคาดหวังว่าสิ่งที่ได้ทุ่มเทไปนั้นจะผลักดันให้ยอดขายโดยรวมพุ่งสุงถึง 4,000-5,000 ล้านบาท ภายในสิ้นปีนี้
“กลยุทธ์การตลาดแบบเดิมๆ เราจะมุ่งเน้นการเปิดศูนย์ให้บริการ เพื่อสร้างความสะดวกในการซื้อขาย การจัดฝึกอบรมสมาชิกให้มีความซื่อสัตย์ การเทรนนิ่งสินค้า แต่ในปีนี้ถือเป็นปีแห่งการลงทุนครั้งยิ่งใหญ่ ที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งจุมุ่งเน้นเจาะตลาดขายตรง และตลาดสากลสร้างความเชื่อมั่นทางธุรกิจอย่างเช่นล่าสุดได้โหมโฆษณาแบรนด์สินค้า ผ่านทางรถโดยสารประจำทาง ขสมก. Bus Ad จำนวน 10 คัน 10 สายทั่วกรุงเทพฯ อีกทั้งเพื่อเป็การขยายเครือข่ายรองรับการ เติบโตทางธุรกิจหมอเส็ง ได้จัดให้มีระบบคอลเซ็นเตอร์ เพื่อตอบคำถาม และมีปัญหาให้กับผู้ที่สนใจโทรมาปรึกษาได้ทุกวัน”


 



“J&C” จอย แอนด์ คอยน์ แรงดีไม่มีตก 3 เดือนฟัน 600 ล้าน
“ดร. สมชาย หัชลีฬหา” ประธานกรรมการ บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ จำกัด (J&C) เผยถึงตัวเลขยอดขายไตรมาสแรกของปี 2555 ว่า เติบโตเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้โดยมียอดขายอยู่ที่ 600 กว่าล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งปัจจัยที่ทำให้ยอดขายเติบโตดังกล่าวมาจากการที่บริษัทได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด และโปรโมชั่นต่างๆ ให้กับสมาชิกมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนทิศทางการเติบโตในไตรมาส 2 ของปีนี้คงต้องรอประเมินสถานการณ์ในภาพรวมของบริษัทก่อนว่า กิจกรรมที่ทำมาในช่วงไตรมาสแรกมากไป หรือน้อยเกินไป จากนั้นจึงจะค่อยมาปรับกลยุทธ์ด้านการตลาดกันอีกครั้ง
“ตอนนี้ยังไม่เห็นสัญญาณอะไรที่โดดเด่นมากนักสำหรับภาพรวมของธุรกิจขายตรง ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่าหลายบริษัทอยู่ระหว่างการปรับตัวเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ปกติหลังจากช่วงปลายปีที่แล้วได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมใหญ่ดังนั้นเอว่าตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป จะได้เห็นหลานยบริษัทปรับกลยุทธ์รูปแบบการนำเสนอธุรกิจแบบใหม่ และจัดโปรโมชั่นต่างๆมากขึ้น เพื่อกระตุ้นยอดขาย ซึ่งในส่วนของ J&C เองก็ได้เตรียมความพร้อมไว้แล้ว เพื่อกระตุ้นยอดขายให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2,500 ล้านบาทภายในสิ้นปีนี้”


 



“Cats.Com” บุกตลาดต่างประเทศโกยยอด 120 ล้านบาท
“นาย เอกวัฒน์ วงษ์ชูแก้ว” รองประธานบริหาร บริษัท แคทส์ ดอท คอม (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Cats.Com เปิดเผยว่า ยอดขายรวมในไตรมาสแรกของปีนี้อยู่ที่ 120 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 10 กว่าเปอร์เซ็นต์จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการที่บริษัทได้ขยายตลาดออกไปยัง่างประเทศโดยเฉพาะที่ประเทศกัมพูชาที่เพิ่งจัดงานแกรนด์โอเพ่นนิ่งไป โดยได้รับความสนใจจากสมาชิกในประเทศดังกล่าวเป็นจำนวนมาก และล่าสุดบริษัทได้เจรจากับนักลงทุนจากประเทศลาวเพื่อเข้าไปเปิดเป็นศูนย์สาขาในประเทศดังกล่าวเช่นกัน หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีสมาชิกบางส่วนได้เข้าไปขยายตลาดแล้วล่วงหน้าซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ยอดขายในปีนี้เติบโตตามที่ตั้งเป้าไว้ที่ 550 ล้านบาท
สำหรับแนวโน้มการเติบโตในไตรมาส 2 ของปีนี้นั้น นายเอกวัฒน์ กล่าวว่า บริษัทเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดเพิ่มอีกประมาณ 2-3 รายการ ทั้งในกลุ่มอาหารเสริม และเครื่องสำอาง เพื่อช่วยกระตุ้นยอดขาย นอกจากนี้ยังได้ขยายฐานตลาดใหม่ๆ เพิ่มขึ้น อาทิ การเข้าไปแนะแนวการทำธุรกิจขายตรงให้กับนักศึกษาของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน(กศน.) ในจังหวัดนครพนม ที่ยังอยู่ระหว่างการศึกษาอยู่ แต่สามารถมีรายได้เสริมอีกทางด้วย ซึ่งถือว่าได้รับความสนใจจากนักศึกษาและอาจารย์เป็นอย่างมาก


 



“ยูแคนดู” อู่ฟู่ 3 เดือนแรกโตเกินเป้า
“นายภคินท์ ยมโชติ” ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ยูแคนดู จำกัด กล่าวว่า ยอดขายในไตรมาสแรกของปีนี้อยู่ที่ 50 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 40 ล้านบาท ซึ่งปัจจัยการเติบโตดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการไปสร้างยอดขายขึ้นมา แต่เกิดจากการบริโภคของสมาชิกอย่างแท้จริง รวมถึงการที่บริษัทได้ทำกิจกรรมภายในและภายนอกองค์กร (CSR) ทำให้จำนวนสมาชิกเติบโตเพิ่มขึ้นมากกว่า 100% ต่อเดือนส่งผลให้ปัจจุบันมีจำนวนสมาชิกมากกว่า 3.5 หมื่นรหัสแล้ว
ส่วนกลยุทธ์ในช่วงไตรมาส 2 นั้นบริษัทจะเน้นการทำ CSR เพิ่มมากขึ้น และการทำการตลาดผ่านทางระบบดิจิตอลมาร์เก็ตติ้ง รวมถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เข้ามาเพิ่ม และการเปิดตัวสถานบันวิจัยและพัฒนายูแคนดู (R&D) อย่างเป็นทางการ เพื่อช่วยกระตุ้นยอดขาย และเพิ่มจำนวนสมาชิกให้มากขึ้น ขณะที่ไตรมาส 3-4 จะเน้นการตลาดด้านการท่องเที่ยวและกิจกรรมเพื่อสังคมมากขึ้น อย่างไรก็ตามจากอค์ประกอบดังกล่าวคาดว่าจะทำให้ยอดขายในช่วงสิ้นปีนี้เติบโตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 350-400 ล้านบาทได้อย่างแน่นอน


 



“ดีไลฟ์” เปลี่ยนแผนใหม่ดันยอดพุ่ง 120% 


“นายเทวัญ ดีใจงาม” ประธานกรรมการ บริษัท ดีไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า ยอดขายในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้มียอดขายอยู่ที่ 40 กว่าล้านลาท หรือเติบโตมากกว่า 120% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการปรับเปลี่ยนแผนการจ่ายผลตอบแทนให้กับสมาชิกจากเดิมเป็นแบบสแตร์เสต็ป มาเป็นโครงสร้างไบนารี่ ทำให้อัตราการเติบโตค่อนข้างชัดเจน รวมถึงการขยายศูนย์สาขาดีไลฟ์ เซ็นเตอร์ (DC) ทั่วประเทศ ทำให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภ ได้เร็วขึ้น ทำให้มั่นใจว่าสิ้นปีนี้ยอดขายน่าจะทะลุ 500 ล้านบาทได้อย่างแน่นอน


 



“Agel” ยอดพุ่งสวนกระแสโต 31%
นาย อครณัฐ สุทธพงษ์เกษตร รองประธานกรรมการ บริษัท อาเจล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด หรือ Agel กล่าวว่า ผลประกอบการไตรมาสแรกของปีนี้เติบโตเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4/2554 ที่ผ่านมาประมาณ 31% โดยมีองค์ประกอบหลายปัจจัยอาทิ
1. บริษัทแม่ในสหัฐอเมริกาประกาศชัดเจนว่าจะสนับสนุนการลงทุนในไทยอย่างเต็มที่
2. การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่หลายรายการซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค
3. การแสข่าวการโจมตีบริษัท อาเจล จากบริษัทคู่แข่งเริ่มน้อยลง ทำให้สมาชิกมีความเชื่อมั่นและมั่นใจในการทำงานมากยิ่งขึ้น
“ผลประกอบการใตรมาสแรกของปี่นี้เติบดตต่อเนื่องจาก ไตรมาส 4 ปีที่แล้วซึ่งเป้นการส่งสัญญาณให้เห็นแล้วว่าอาเจลณเริ่มกลับมาแล้ว แต่หากเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนคงต้องบอกว่าลดลง เนื่องจากปีที่แล้วเกิดปัญหาภายในขึ้น ขณะที่แนวโน้มไตรมาส 2 ของปีนี้เราเชื่อว่าอาเจลฯ จะยังคงเติบโตต่อเนื่องต่อไปอีก เพราะเราเตรียมจะเปิดตัวสินค้าใหม่เข้ามาเพิ่มอีกหลายรายการ อาทิ ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับดูแลช่องปาก และอาเจล โอเมก้า 3 ซึ่งจะทำให้ช่วยกระตุ้นยอดขายในไตรมาส 2 ได้นอกจากนี้บริษัทแม่ในสหรัฐฯ ยังไฟเขียวให้เข้าไปขยายตลาดไปยังประเทศกัมพูชา ซึ่งจะช่วยให้สมาชิกของอาเจลฯ ทำงานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น


อย่างไรก็ดีจากการคาดการณ์ของสมาคมการขายตรงไทย ได้ระบุถึงมูลค่าธุรกิจขายตรงในปี 2555 ว่าน่าจะอยู่ที่ตัวเลข 71,500 ล้านบาท หรือเติบโตร้อยละ 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ขยายตัวร้อยละ 5-7 เนื่องจากนำนวนผู้ว่างงานและความต้องการรายได้เสริมเพิ่มสูงขึ้น ด้านภาพการแข่งขันมีแนวโน้มว่าทุกค่ายจะหันมาเร่งสร้างยอดขายตั้งแต่ต้นปี เนื่องจากความไม่มั่นใจว่าในอนาคตจะมีปัจจัยเข้ามากระทบหรือไม่ประกอบกับหลายๆบริษัทชะลอหรืองดการออกแคมเปญมาตั้งแต่ปลายปีจากเหตุการณ์น้ำท่วม


ในขณะที่ ศูนย์วิจัยกสิการไทย มองว่าธุรกิจขายตรงยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีในปี 2555 เนื่องจากมีผู้ประกอบการรายใหม่สนใจเข้ามาในตลาดอย่างต่อเนื่อง ทั้งผู้ประกอบการจากสหรัฐฯ ที่เข้ามารุกธุรกิจนี้ในไทย และผู้ประกอบการคนไทยทำให้คาดว่าจะมีการแย่งตัวสมาชิกผู้แทนจำหน่าย โดยการปรับเพิ่มผลตอบแทน นอกจากนี้ การแข่งขันของผู้ประกอบการแต่ละค่าย ยังอาจเกิดขึ้นทั้งในมิติของสินค้า และการให้บริการที่มีคุณภาพมากขึ้น รวมทั้งการกระตุ้นยอดขายจากการปรับกลยุทธ์ด้วยการเสนอสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น เช่น การ ใช้คะแนนสะสมสำหรับซื้อสินค้าในราคาพิเศษ การเพิ่มแคมเปญทริปท่องเที่ยว เป็นต้น


 ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย:  นิตยสาร ลีดเดอร์ ไทม์   

วันอาทิตย์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2555

มหกรรมคอนเสิร์ตเครือข่ายความสุข ตอน ลูกทุ่งจ๋า มหาสนุก ฟังเพลงเพราะๆ หัวเราะดังๆ


ศิลปินลูกทุ่งชื่อดังหลากหลายยุค
ประชันตลกสุดฮาทั่วฟ้าเมืองไทยกว่า ๑๐๐ ชีวิต
เครือข่ายความสุขยูแคนดูร่วมชุบชีวิตเพลงฮิตในอดีต
และคณะตลกสุดฮาทั่วฟ้าเมืองไทย
ให้กลับคืนสู่หัวใจมิตรรักแฟนเพลงอีกครั้ง



น่าตกใจเมื่อความสุขของคนไทยลดลง
จากการสำรวจของศูนย์เครือข่ายวิชาการเพื่อสังเกตการณ์และวิจัยความสุขชุมชนพบว่า ความสุขมวลรวมของประชาชนภายในประเทศ หรือ GDH ลดลงมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่ผ่านมา จากคะแนนรวม ๑๐ คะแนน เมื่อต้นเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ ๗.๕๕ คะแนน ปลายเดือนกรกฎาคมลดลงเหลือ ๖.๘๐คะแนน และล่าสุดสำรวจเมื่อเดือนมกราคม ๒๕๕๕ เหลือเพียง ๖.๖ คะแนน ขณะที่การจัดอันดับระดับประเทศของ Happy Planet Index ประเทศไทยตกจากอันดับที่ ๓๒ มาอยู่ที่อันดับ ๔๑ เป็นรองหลายชาติในเอเชีย ทั้งลาว มาเลเซีย จีน ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย


จากข้อมูลข้างต้นแสดงให้เห็นว่า ในช่วงที่คนไทยต้องเผชิญกับวิกฤติทางเศรษฐกิจ ปัญหาน้ำท่วม ความขัดแย้งทางการเมือง ทำให้คนไทยตกอยู่ในสภาวะเครียด อีกทั้งยังไม่เคยมีการจัดแสดงความบันเทิงเพื่อคลายความเครียดอย่างเต็มรูปแบบมาก่อน


ร่วมเติมความสุขให้คนไทย
บริษัท ยูแคนดู จำกัด ในฐานะบริษัทธุรกิจเครือข่ายที่สนับสนุนให้ทุกคนมีธุรกิจเป็นของตัวเองและดำเนินธุรกิจไปพร้อมๆ กับการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหานี้ จึงจัดมหกรรมคอนเสิร์ตเครือข่ายความสุข ตอน ลูกทุ่งจ๋า มหาสนุกขึ้น เพื่อเติมความสุขและรอยยิ้มให้เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งในประเทศไทย พร้อมร่วมอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและเชิดชูศิลปินที่ทรงคุณค่าของไทย


สุดยอดความยิ่งใหญ่กับ มหกรรมคอนเสิร์ตเครือข่ายความสุข ตอน ลูกทุ่งจ๋า มหาสนุก
เครือข่ายความสุขยูแคนดูชวนคนไทยมาดับร้อนผ่อนคลายในเดือนเมษายน และร่วมย้อนสัมผัสบรรยากาศลูกทุ่งวันวานกับสุดยอดเพลงลูกทุ่งดังหลากหลายยุคโดยนักร้องต้นฉบับตัวจริง อาทิ ชาย เมืองสิงห์, ชายธง ทรงพล, มนต์สิทธิ์ คำสร้อย, สดใส รุ่งโพธิ์ทอง, แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์, สัญญา พรนารายณ์, เสรี รุ่งสว่าง, รักชาติ ศิริชัย, กังวาลไพร ลูกเพชร, จีระพันธ์ วีระพงษ์, รุ่งเพชร แหลมสิงห์, สุริยา ชินพันธ์, จอมขวัญ กัลยา, อัมพร แหวนเพชร, เด่นชัย สายสุพรรณ, เพชร โพธาราม, ดาว มยุรี, น้ำอ้อย พรวิเชียร, ชินกร ไกรลาศ, ชัยชนะ บุญนะโชติ, สิทธิพร สุนทรพจน์, สรเพชร ภิญโญ, โรม ศรีธรรมราช, สายัณห์ สัญญา, ศรชัย เมฆวิเชียร, ศรเพชร ศรสุพรรณ, พิมพา พรศิริ ฯลฯ บรรเลงดนตรีสดโดยสุดยอดนักดนตรีชั้นครู อลังการโชว์กับแดนเซอร์มืออาชีพพร้อมแสง สี เสียงตระการตา สุดฮากับตลกชื่อดังทั่วฟ้าเมืองไทย อาทิ จำอวดหน้าม่าน โย่ง พวง นงค์, ดู๋ ดอกกระโดน, ดอน จมูกบาน, ถั่วแระ เชิญยิ้ม, หยอง ลูกหยี, โอเลี้ยง คนหัวหมอ ฯลฯ พิเศษสุดกับการเชิญผู้สูงอายุจากบ้านบางแคกว่า ๑๐๐ ท่าน มาร่วมสนุกและย้อนรำลึกถึงความสุขร่วมกันในคอนเสิร์ตครั้งนี้


รายชื่อศิลปินและคณะตลก
มหกรรมคอนเสิร์ตเครือข่ายความสุข ตอน ลูกทุ่งจ๋า มหาสนุก
ศิลปินในวันที่ 21 เมษายน 2555 มีดังนี้


1. กังวาลไพร ลูกเพชร
2. จีระพันธ์ วีระพงษ์
3. รุ่งเพชร แหลมสิงห์
4. มนต์สิทธิ์ คำสร้อย
5. อัมพร แหวนเพชร
6. สิทธิพร สุนทรพจน์
7. โรม ศรีธรรมราช
8. เสรี รุ่งสว่าง
9. สุริยา ชินพันธ์
10. แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์
11. เพชร โพธาราม
12. ดาว บ้านดอน
13. คัมภีร์ แสงทอง
14. พิมพา พรศิริ


อ่าง เถิดเทิง, ยาว-เขมร ลูกหยี, ดอน จมูกบาน, จ๋องแจ๋ง เชิญยิ้ม, เพชร ดาราฉาย ฯลฯ


ศิลปินในวันที่ 22 เมษายน 2555 มีดังนี้


1. ชาย เมืองสิงห์
2. สายัณห์ สัญญา
3. เพลิน พรหมแดน
4. สดใส รุ่งโพธิ์ทอง
5. ชัยชนะ บุญนะโชติ
6. ชินกร ไกรลาศ
7. ศรชัย เมฆวิเชียร
8. สัญญา พรนารายณ์
9. รักชาติ ศิริชัย
10. ศรเพชร ศรสุพรรณ
11. ชายธง ทรงพล
12. สรเพชร ภิญโญ
13. ปริศนา วงศ์ศิริ
14. ลุงเข้ม ซานต้า
15. เกรียงไกร กรุงสยาม


จำอวดหน้าม่าน โย่ง พวง นงค์, ดู๋ ดอกกระโดน,โอเลี้ยงคนหัวหมอ, หยอง ลูกหยี, แป๋ว บ้านโป่ง ฯลฯ


ซื้อบัตรได้ที่ thaiticketmajor.com 


 

ยูแคนดู เพิ่มสุขคนไทยจัด 'ลูกทุ่งจ๋า มหาสนุก'

[gallery]


ยูแคนดู เพิ่มสุขคนไทยจัด'ลูกทุ่งจ๋า มหาสนุก'



          พิษณุ สกุลโรมวิลาส ประธานกรรมการบริหารบริษัทบริษัท ยูแคนดู จำกัด เผยถึงการจัดงานมหกรรมคอนเสิร์ตเครือข่ายความสุข ตอน “ลูกทุ่งจ๋า มหาสนุก


“เรามีวัตถุประสงค์อยากสร้างความสุขให้คนไทย ซึ่งสิ่งที่เราพบข้อมูลจากหลายๆ หน่วยงานพบว่า เพลงลูกทุ่งเป็นสิ่งที่คนไทยทุกคนชอบมากที่สุด ไม่ว่าจะอยากจน หรือร่ำรวยมีกิจการ ซึ่งสังเกตได้ง่ายตามงานต่างๆ ทั้งที่เป็นทางการ และส่วนตัวสิ่งหนึ่งที่พวกเขาหยิบยกขึ้นมาคือการร้องเพลงลูกทุ่ง เราจึงคิดว่าทุกวันนี้ความสุขของคนลดลง เราซึ่งอยากจะเพิ่มเติมความสุขให้ทุกคน จึงเกิดโครงการนี้ขึ้นมา ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากนักร้องลูกทุ่งต้นฉบับหลายท่าน สายัณห์ สัญญา, ชาย เมืองสิงห์, มนต์สิทธิ์ คำสร้อย, สดใส รุ่งโพธิ์ทอง, แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์, ชินกร ไกรลาศ, ดาว มยุรี, อัมพร แหวนเพชร, ศรชัย เมฆวิเชียร์ ฯลฯ ร่วมด้วยตลกดังๆ เช่น หยอง ลูกหยี, ดู๋ ดอกกระโดน, ดอน จมูกบาน อ่าง เถิดเทิง ฯลฯ มาผ่อนคลายความเครียดจากวิกฤติต่างๆ ที่รุมเร้าคนไทย ทั้งยังอนุรักษ์และสืบสานเพลงลูกทุ่ง เชิดชูความสามารถของศิลปินนักร้องและตลกคุณภาพของเมืองไทยด้วยรายได้ส่วนหนึ่งมอบให้กองทุนตำรวจที่บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่คอนเสิร์ตจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 21-22 เมษายนนี้ ณ เอ็มซีซี ฮอลล์ เดอะมอลล์ บางกะปิ ผู้สนใจสามารถจองบัตรล่วงหน้าได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่www.thaiticketmajor.com <http://www.thaiticketmajor.com> ครับ"


 


วันเสาร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2555

‘ยูแคนดู’เขย่าเครือข่ายรูปแบบใหม่ ตอกย้ำแบรนด์ผ่านสื่อเอ็นเตอร์เทนเม้นท์


เจาะลึกเส้นทางเครือข่ายน้องใหม่ “ยูแคนดู” ลั่นกลองชัยหวังติด 1 ใน 5 อีก 5 ปีข้างหน้า...พร้อมประกาศยุทธหัตถีบุกตลาดเครือข่ายเต็มอัตราศึก...เผย 6 เดือนที่ผ่านมาธุรกิจเติบโตดีเกินคาด ฟันยอดขายไปแล้วกว่า 50-60 ล้าน...แย้มรุกธุรกิจรูปแบบใหม่ตอกย้ำแบรนด์ผ่านสื่อเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ล่าสุดเตรียมจัดงานมหกรรมคอนเสิร์ตเครือข่ายความสุขตอน “ลูกทุ่งจ๋า มหาสนุก” ขนทัพศิลปินลูกทุ่งกว่า 100 ชีวิต พร้อมเหล่าตลกชั้นนำมาร่วมความบันเทิง 21-22 เม.ย. นี้...เผยเตรียมพบสินค้าดีมีคุณภาพในปีนี้อีกเพียบ!


...เริ่มต้นเคลื่อนทัพได้อย่างน่าติดตามทีเดียว สำหรับเครือข่ายน้องใหม่ที่ชื่อ “ยูแคนดู” ซึ่งหลังจากที่ได้เปิดตัวผ่านสื่อเครือข่ายไปเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้หลายๆ คนต่างจับจ้องมองดูเครือข่ายพันธุ์ไทยแท้ “ยูแคนดู” นี้ว่าจะมีอะไรที่นำออกมาสร้างความแตกต่างให้กับธุรกิจเครือข่ายกันบ้าง แต่ทั้งนี้ หากมองไปในมุมที่ฉีกออกไป คงต้องบอกว่า ผู้ประกอบการรายใหม่ท่านใด ที่จะก้าวเข้ามาสู่แวดวงธุรกิจเครือข่ายได้นั้น “ไหวพริบ” และ “ปฏิภาณ” ต้องเฉียบคม โดนใจคนเครือข่ายแบบตรงจุด ถึงจะสามารถครองใจคนเครือข่ายได้ ทั้งในเรื่องของสินค้า แผนการตลาด ความพร้อมของบริษัท และผู้นำที่จะสร้างเครือข่ายนั่นเอง


วันนี้กับธุรกิจขายตรงพันธุ์ไทยแท้ที่ชื่อ “ยูแคนดู” ภายใต้การนำทัพหน้าของ “พิษณุ สกุลโรมวิลาส” ที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร บริษัท ยูแคนดู จำกัดนั้น คงต้องบอกว่า ค่ายนี้ย่อมต้องมีอะไรที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน ถึงกระโดดลงมาร่วมชิงชัยในธุรกิจเครือข่ายในช่วงเวลานี้


…ซึ่งช่วงแรกของการเปิดตัวขายตรงน้องใหม่ค่ายนี้นั้น เรียกได้ว่าก็ไม่ค่อยแตกต่างไปจากบริษัทขายตรงค่ายอื่นๆ สักเท่าไหร่ นั่นก็คือ การนำเสนอจุดเด่นของบริษัททั้งในเรื่องของแผนการตลาด สินค้าที่โดนใจ โดยการสร้างจุดเด่นและจุดขายของ “ยูแคนดู” ในช่วงเปิดตัวนั้น พบว่า เป็นการดึงความสนใจของธุรกิจด้วยการดึง “หมอนพพร” ร่วมคิดค้นสินค้าฟื้นฟูสุขภาพออกสู่ตลาด...และนี่ก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งใบเบิกทางธุรกิจของ “ยูแคนดู” ในการสร้างการรับรู้ก็เป็นได้


ส่วนอีกหนึ่งยุทธศาสตร์สร้างปีกธุรกิจให้แข็งแกร่งของ “ยูแคนดู” ในช่วงเวลานี้นั้น คงหนี้ไม่พ้นในเรื่องของการฝึกอบรมผู้นำสู่ความเป็นมืออาชีพทางธุรกิจนั่นเอง...โดยในช่วงที่ผ่านมา “ยูแคนดู” ยังได้มีการทุ่มงบกว่า 10 ล้านบาท ในการเปิดตัวสถาบันฝึกอบรม “ยูแคนดู อะคาเดมี่” อีกด้วย เพื่อหวังที่จะสร้างคนให้เป็นนักธุรกิจมืออาชีพ ภายใต้คอนเซ็ปต์ของธุรกิจที่ว่า “ทำธุรกิจให้เป็นเรื่องง่าย” พร้อมกับการเข็นสินค้าที่โดนใจสู่ผู้บริโภค!...ที่สำคัญ “ยูแคนดู” ยังมีแผนที่จะจัดงานในลักษณะผสมระหว่างธุรกิจกับเอ็นเตอร์เทนเม้นท์เข้าไว้ด้วยกัน โดยจะเป็นการทำธุรกิจแบบไม่เน้นธุรกิจแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่จะแทรกซึมธุรกิจไปกับการใช้สื่อเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ต่างๆ


...อย่างล่าสุด “ยูแคนดู” เอง ได้เตรียมจัดงานมหกรรมคอนเสิร์ตเครือข่ายความสุขตอน “ลูกทุ่งจ๋า มหาสนุก” เพื่อสร้างการรับรู้ผ่านสื่อเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ด้วยการขนทัพศิลปินลูกทุ่งต้นฉบับกว่า 100 ชีวิต จากหลายยุคโชว์สุดยอดเพลงดัง พร้อมเหล่าตลกชั้นนำมาหยอดมุขสุดฮากระจาย โดยงานนี้จะจัดขึ้นในวันที่ 21-22 เมษายนนี้


โดยวัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้นั้น นายพิษณุ สกุลโรมวิลาส ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ยูแคนดู จำกัด เปิดเผยว่า “การจัดงานคอนเสิร์ตในครั้งนี้นั้น ถือเป็นการประกาศเครือข่ายแห่งความสุขอย่างแท้จริง โดยเป็นการรวมพลศิลปินกว่า 100 ชีวิต จากนักร้องลูกทุ่งคุณภาพตลอดกาลที่มีชื่อเสียงโด่งดังทั่วฟ้าเมืองไทย มาร่วมขับร้องเพลงดังที่สุดแห่งยุคจากนักร้องต้นฉบับตัวจริง พร้อมการแสดงจากตลกชั้นนำที่จะมาเรียกเสียงหัวเราะ โดยงานนี้เรียกได้ว่าเป็นการทำให้ประชาชนได้สัมผัสถึงความสุขอย่างเต็มรูปแบบ ผ่อนคลายความเครียดจากวิกฤต การณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น พร้อมกับเป็นการร่วมอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและเชิดชูศิลปินที่ทรงคุณค่าของไทย”


นายพิษณุ เผยต่ออีกว่า มหกรรมคอนเสิร์ตนี้ถือเป็นการประกาศเครือข่ายความสุขอย่างแท้จริง โดยบริษัทฯ ได้ทุ่มงบเกือบ 2 ล้านบาท ในการจัดมหกรรมคอนเสิร์ตในครั้งนี้ เพื่อเป็นการย้ำแบรนด์ยูแคนดูให้คนรู้จักผ่านทางมหกรรมคอนเสิร์ตลูกทุ่งนั่นเอง และในอนาคตอันใกล้บริษัทฯ ก็ยังจะมีแนวทางในการทำตลาดผ่านสื่อเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ต่างๆ รวมถึงกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือสังคมต่างๆ มากมายด้วย


สำหรับภาพรวมธุรกิจ “ยูแคนดู” ตลอดระยะเวลาประมาณ 6 เดือนที่ผ่านมานั้น นายพิษณุ เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมา ธุรกิจของยูแคนดู เรียกได้ว่าเป็นการสร้างคนจากตัวสินค้าอย่างแท้จริง โดยไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การหากำไรเพียงอย่างเดียว ที่สำคัญ การทำธุรกิจของยูแคนดูจะอยู่กับความเป็นจริงมาโดยตลอด พร้อมกับตั้งเป้าหมายว่าภายใน 5 ปีข้างหน้านี้ ต้องมียอดขายที่มากกว่า 1,000 ล้านบาทให้ได้


ซึ่งในช่วง 1-2 ปีนับจากนี้ ขอมุ่งเน้นการสร้างทีมสมาชิกให้มีความแข็งแกร่งมากกว่าการสร้างยอดขายเป็นหลักก่อน โดยในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา บริษัทฯ สามารถสร้างยอดขายไม่ต่ำกว่า 50-60 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างน่าพอใจเป็นอย่างมากทีเดียว พร้อมกับมีจำนวนสมาชิกอยู่ที่ประมาณ 3 หมื่นรหัส และแอคทีฟอยู่ที่ประมาณหลักพัน


นายพิษณุ กล่าวต่อว่า ในปีนี้ อีกหนึ่งไฮไลท์ที่สำคัญ นอกเหนือจากการสร้างการย้ำแบรนด์ผ่านสื่อเอ็นเตอร์เทนเม้นท์แล้ว บริษัทฯ ยังเตรียมที่จะเปิดตัวสินค้าใหม่ออกมาสู่ตลาดเครือข่ายอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน อาทิ ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสกัดสมุนไพร “โอตอง” (O-TONG) ที่ถือเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่ยูแคนดูต้องการนำเสนอ โดยได้มีการทดลองตลาดไปแล้วประมาณเดือนกว่า และยังไม่ได้มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ซึ่งคาดว่าหากมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเมื่อไหร่ กระแสตอบรับน่าที่จะดีอย่างแน่นอน เห็นได้จาก ปัจจุบันยอดขายของผลิตภัณฑ์ “โอตอง” มียอดขายอยู่ในอันดับต้นๆ ของบริษัทฯ ซึ่งราคาสมาชิกขายอยู่ที่ 850 บาท ราคาปกติขายอยู่ที่ 1,100 บาท ปริมาณสุทธิ 750 มิลลิลิตร


พร้อมกันนี้ ยูแคนดูยังเตรียมที่จะออกสินค้าที่ฉีกหนี้คู่แข่งอีกด้วย ที่ชื่อว่า “แทนชา” ซึ่งเป็นงานวิจัยของทีมแพทย์ศิริราช คาดว่าจะวางจำหน่ายได้ไม่เกิน 1 เดือนนับจากนี้ โดยเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเหลือผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบเลือด นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังกำลังทดลองสินค้าเกี่ยวกับการลดความอ้วนอีกด้วย


“ในช่วงที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า การเปิดตัวสินค้าใหม่ เช่น กาเเฟ น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว และสินค้าอื่นๆ มีผลอย่างยิ่งที่ช่วยทำให้ยอดขายของบริษัทฯ เติบโตเพิ่มขึ้น นั่นก็หมายความว่าสินค้าของยูแคนดูเริ่มที่จะเข้าไปในใจของผู้บริโภคบ้างแล้ว”


นายพิษณุ กล่าวทิ้งท้ายต่อว่า “เราเชื่อว่าธุรกิจยูแคนดูนับจากนี้ จะต้องเป็นธุรกิจที่มีความยั่งยืน และคาดว่าตั้งแต่ครึ่งปีหลังของปีนี้เป็นต้นไป ธุรกิจยูแคนดูจะเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างน่าตกใจทีเดียว ซึ่งอาจจะเห็นตัวเลขยอดขายอยู่ที่ 30-40 ล้านบาท/เดือนก็เป็นได้ พร้อมกับน่าที่จะเริ่มเห็นความพร้อมหลายๆ ด้านในธุรกิจยูแคนดูด้วยเช่นกัน” …นับเป็นธุรกิจเครือข่ายน้องใหม่ที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่งทีเดียว สำหรับค่าย “ยูแคนดู” ที่ต้องบอกว่า เป็นอีกหนึ่ง “ม้ามืด” ที่ไม่ควรกะพริบตาเป็นอย่างยิ่ง และยิ่งด้วยแผนการโปรโมทตัวเองผ่านสื่อเอ็นเตอร์เทนเม้นท์แบบครบเรื่องด้วยแล้ว เรียกได้ว่า ค่ายนี้ต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน!...


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 317 ประจำวันที่ 1 - 15 เมษายน 2555

วันเสาร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2555

‘ยูแคนดู’ ขอแชร์เค้ก 400 ล. ปั้นแบรนด์สุขภาพดึง ‘ศิริราช’ ช่วยโกย


“ยูแคนดู” ขายตรงสัญชาติไทยน้องใหม่ รุกตลาดเครือข่ายปี 55 เต็มสูบ ล่าสุด ประกาศสร้างแบรนด์สินค้าด้วยคอนเซปต์ “ยูแคนดู เครือข่ายความสุข” ทำธุรกิจผสมผสานกับเอ็นเตอร์เทนเมนต์ นอกจากนี้ ยังเตรียม จับมือทีมแพทย์ศิริราชพยาบาล เปิดสถาบันวิจัย ยูแคนดู ตอกย้ำความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ คาดภายในสิ้นปี บริษัทมียอดขายไม่ต่ำกว่า 400 ล้านบาท

บริษัทขายตรงสัญชาติไทยน้องใหม่อย่าง “บริษัท ยูแคนดู จำกัด” แม้จะเพิ่ง เปิดตัวไปได้ประมาณ 5-6 เดือน แต่ได้สร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการขายตรงของเมืองไทยด้วยจำนวนยอดสมาชิกพุ่งสูง ทะลุ 3 หมื่นรหัส โดยนายพิษณุ สกุลโรมวิลาส ประธานกรรมการบริษัท ยูแคนดู จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ยูแคนดู มีสมาชิกประมาณ 3 หมื่นคน โดยในจำนวน นี้มีสมาชิกแอ็กทีฟหลักพันคน และในปัจจุบัน บริษัทมีรายได้แล้วทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 60 ล้าน บาท หรือเฉลี่ยเดือนละ 10 ล้านบาท โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทมียอดสมาชิก และยอดขายเพิ่มสูงขึ้นในทุกๆเดือนนั้น

นายพิษณุ กล่าวว่า เกิดขึ้นจากหลาย ปัจจัยด้วยกัน ทั้งจากการที่บริษัทมีผลิตภัณฑ์ ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ บริโภคแล้วมากกว่า 20 ตัว เช่น กาเเฟ น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์กาแฟ ซึ่งหลังจากเปิดตัวไปได้ไม่ถึง 2 เดือนปรากฏว่า ยอดขายทะลุ 2 หมื่นกล่อง และปัจจุบันกาแฟถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขายดีเป็นอันดับหนึ่งของบริษัท ซึ่งตนคิดว่าสาเหตุ สำคัญนอกจากรสชาติของกาแฟจะกลมกล่อม ถูกใจผู้บริโภคแล้ว ราคาต่อกล่องอาจ ถูกกว่าที่อื่นๆ ด้วย คือ มีราคาเพียง 115 บาท นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์น้ำมันรำข้าวและจูมกข้าวที่เปิดตัวในครั้งเเรกก็มียอดขาย มากกว่า 2,000 ขวด

ส่วนปัจจัยที่สร้างความสำเร็จให้กับบริษัทอีกประการหนึ่ง คือ การเปิดตัวสถาบัน ยูแคนดู อะคาเดมี่ ที่ได้รวบรวมเอาบรรดา เหล่านักพูดชื่อดังระดับเเถวหน้าของประเทศ มาให้ความรู้ ทั้งกับสมาชิกยูเเคนดูและบุคคล ทั่วไป ซึ่งปัจจุบันค่อนข้างได้รับการตอบรับ อย่างดีจากสมาชิกและประชาชนทั่วไป เพราะในเเต่ละสัปดาห์มีจำนวนผู้เข้ามาเรียนรู้ตามหลักสูตรต่างๆ ที่บริษัทจัดไว้เพิ่ม มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับแนวโน้มการทำตลาดในปี 2555 นั้น นายพิษณุ กล่าวว่า ปีนี้บริษัทมีเเผนจะจัดงานในลักษณะผสมระหว่างธุรกิจ กับเอ็นเตอร์เทนเมนต์เข้าไว้ด้วยกัน คือไม่เน้นการสร้างธุรกิจอย่างเดียว แต่จะสร้างความสุขและรอยยิ้มไปพร้อมกันด้วย โดยใช้ คอนเซปต์ของงานว่า “ยูแคนดู เครือข่ายความสุข” เพื่อย้ำแบรนด์ยูแคนดู ให้เป็นที่จดจำของผู้บริโภค อันจะช่วยให้นักธุรกิจของบริษัททำงานได้ง่ายขึ้น โดยนโยบายดังกล่าว บริษัทเริ่มต้นด้วยงานแรก คือ

“มหกรรมคอนเสิร์ตเครือข่ายความสุข ตอน ลูกทุ่งจ๋ามหาสนุก” ซึ่งจะเป็นการรวม ศิลปิน นักร้องลูกทุ่งคุณภาพตลอดกาลที่มี ชื่อเสียงโด่งดังทั่วฟ้าเมืองไทย กว่า 100 ชีวิต รวมทั้งศิลปินตลกชื่อดัง ที่จะมาให้ความสนุก ความสุขกับสมาชิกของบริษัทและประชาชน โดยทั่วไป ซึ่งนายพิษณุกล่าวว่าบริษัทใช้งบลงทุนในการจัดงานดังกล่าวประมาณ 2 ล้าน บาท ซึ่งตนคิดว่าคุ้มค่าอย่างแน่นอน

“โดยการทำธุรกิจแบบผสมเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ดังกล่าวตนมั่นใจว่า ยังไม่มีเครือ ข่ายอื่นใช้แนวคิดนี้มาก่อน ยูแคนดูจึงถือเป็นผู้นำในด้านนี้ และการจัดงานแต่ละครั้ง ตน มั่นใจถึงความมีคุณภาพและประสิทธิภาพ เพราะยูแคนดูมีบริษัทในเครือที่มีประสบการณ์ในการทำสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบริษัท รับจัดงานอีเวนต์ที่เป็นมืออาชีพ มีระบบคอลเซ็นเตอร์ที่จะมาช่วยในการประชาสัมพันธ์ มีทีมสนับสนุนเป็นของตัวเองทำให้การทำงานคล่องตัวขึ้น เช่น การจะออกเอกสารต่างๆหรือทำโบรชัวร์ออกมาไม่ต้องไปจ้างบริษัทอื่น และล่าสุดบริษัทได้นำระบบดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งมาใช้สำหรับการทำตลาดในระบบขายตรง เช่นการทำ SEO, VEDEO-MAIL, SMS-CRM วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ และเรดิโอ ออนไลน์ เป็นต้น”

ส่วนแผนงานด้านอื่นในปีนี้ นายพิษณุ เปิดเผยต่อว่า ขณะนี้บริษัทกำลังเตรียมที่จะ เปิดสถาบันวิจัย ยูแคนดู ร่วมกับทีมแพทย์แผนไทย ศิริราชพยาบาล เพื่อพัฒนาและเผยแพร่ผลิตภัณฑ์ยูแคนดูสู่ประชาชน โดย ขณะนี้บริษัทเตรียมจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ล่าสุด ที่เรียกว่า “OTang” หรือ โอตอง เป็นเครื่องดื่มสกัดจากสมุนไพร ซึ่งมีสรรพคุณในการต้านอนุมูลอิสระ อันเป็นบ่อเกิดของโรคมะเร็ง และภายในปี 55 นี้บริษัทน่าจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์อีกชนิดหนึ่ง คือ ผลิตภัณฑ์ Tancha หรือ แทนชา ซึ่งเป็นสมุนไพร ชงร้อน ในขณะเดียวกันบริษัทยังมีเเผนจะนำสินค้าในกลุ่มใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดเพิ่มอีก ได้แก่ กลุ่มการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล จนถึงชั้นประถมศึกษา ซึ่งปัจจุบันบริษัทในเครือได้ทำการตลาดอยู่แล้วโดยยูแคนดูจะพัฒนาโปรแกรมการศึกษาดังกล่าวเข้ามาสู่ระบบขายตรงโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ นายพิษณุ สกุลโรมวิลาส ประธานกรรมการ บริษัท ยูแคนดู จำกัด หรือที่เรารู้จักกันดีในนามนักพูดฝีปากกล้า ตำแหน่งประธานแห่งสภาโจ๊ก กล่าวว่า ภายในครึ่งปีหลังนี้ ตัวเลขยอดขายของบริษัทน่าจะก้าวกระโดด โดยตนคาดว่าแต่ละเดือนหลังจากนี้บริษัทน่าจะมีรายรับประมาณ 30-40 ล้านบาทต่อเดือน คือสิ้นปี ยูแคนดูต้องมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 400 ล้านบาท

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1286 ประจำวันที่ 24-3-2012 ถึง 27-3-2012

วันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ยูแคนดู โดดชิงเค้กขายตรงอีกรอบปีแรก 200 ล้าน TOP 5 MLM ใน 5 ปี




ยูแคนดู น้องใหม่ขายตรงประกาศขอลุยตลาดเครือข่ายอีกรอบ พร้อมจัดตั้งสถาบันฝึกอบรมดึงนักพูดระดับประเทศ และวิทยากรชื่อดังร่วมสถานบัน ปีแรกของแค่ 200 ล้าน วางแผน 5 ปี ติด TOP 5 MLM พร้อมวาดฝันรายได้ 5,000 ล้านบาท

คุณพิษณุ สกุลโรมวิลาส ประธานริษัท ยูแคนดู จำกัด กล่าวว่า บริษัท มีนโยบายมุ่งมั่นก้าวสู่การเป็นบริษัทเครือข่ายชั้นนำที่ทำรายได้ได้ติดดันดับหนึ่งในห้าของประเทศไทย ทำให้บริษัทเดินหน้าสร้างคนให้เป้นนักธุรกิจมืออาชีพภายใต้แนวคิด “ทำธุรกิจให้เป็นเรื่องง่าย” ด้วยการพัฒนาองค์กร แบบบูรณาการ

ทั้งด้านการเสนอผลิตภัณฑ์ภายใต้นวัตกรรมเพอตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคปัจจุบันโดยเฉพาะในกลุ่มอาหารเสริม เครื่องสำอาง เครื่องใช้ภายในบ้าน การเกษตร รวมถึงผลิตภัณฑ์ฟื้นฟูสุขภาพซึ่งพัฒนาและผลิตขึ้นภายใต้ลิขสิทธิ์ของหมอนพพร คอลัมนนิสต์ชื่อดังให้คำปรึกษาปัญหาทางเพศ และผลิตภัณฑ์เสริมภูมิต้านทานของร่างกายภายใต้ลิขสิทธิ์และการพัฒนาของหมอเพชร

นอกเหนือจากจุดเด่นด้านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพแล้ว ยูแคนดูต้องการสร้างความโดดเด่นใหกับนักธุรกิจมืออาชีพรุ่นใหม่ภายมต้ความเสมอภาคและเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เรียนรู้และพัฒนาตัวเองโดยไม่มีขีดจำกัด ทำให้บริษัทเปิดสถาบันฝึกอบรมยูแคนดู อะคาเดมี โดยมีอาจารย์วสันต์ พงศ์สุประดิษฐ์ นักฝึกอบรมมืออาชีพระดับแนวหน้าของประเทศที่คร่ำหวอดอยู่ในธุรกิจเครือข่ายมากกว่า 30 ปี เป็นประธานสถาบัน

อาจารย์วสัน พงศ์สุประดิษฐ์ ประธานสถานบันฝึกอบรมยูแคนดู กล่าวว่า สถานบันแห่งนี้ก่อตั้งโดยมีวัตุประสงค์เพื่อสร้างและพัฒนานักธุรกิจเครือข่ายให้รู้จักวิธีคิดและวิธีทำที่ถูกต้อง เหมาะสม สร้งสรรค์ และก้าวขึ้นเป็นนักธุรกิจมืออาชีพเป็นแบบอย่างให้กับนักธุรกิจรุ่นใหม่

ทั้งนี้ รูปแบบการฝึกอบรมหลักสูตรจะเน้นการพัฒนาตัวเองในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการเรียนรู้ท่ามกลางการปฏิบัติ (Learning by Doing) เพื่อให้เกิดความเป็นมืออาชีพและมีทักษะในการสื่อสารที่จะทให้ทุกเรื่องเข้าใจได้ง่าย สนุกสนาน เพลิดเพลินไปพร้อมกับการเรียนรู้ทำให้ทุกคนรู้สึกได้ว่าธุรกิจเป็นเรื่องที่ไม่ยากเกินไป และทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกันที่จะประสบความสำเร็จ

คุณพิษณุ กล่าวเพิ่มเติมว่า เป้าหมายของยูแคนดูในการสร้างนักธุรกิจอิสระให้เติบโตสู่ความเป็นมืออาชีพ จากปัจจุบันมีนัธุรกิจอิสระกว่า 5,000 คน และคาดว่าจะสร้งนักธุรกิจมืออาชีพออกสู่ตลาดมากกว่า 10,000 คนต่อปี และมียอดขายในปีแรก 200 ล้านบาท

ส่วนแผนงานระยะยาวตั้งเป้าหมายว่าจะมีนักธุรกิจอิสระเพิ่มขึ้นเป็น 500,000 คนผลักดันให้ยูแคนดูมียอดขายมากกว่า 5,000 ล้านบาท และทำให้บริษัทมีรายได้ติดอันดับหนื่งในห้าของบริษัทเครือข่ายที่ทำรายได้สูงสุดของประเทศภายใน 5 ปี

อ้างอิง : นสพ. inmarketing

'ยูแคนดู' รุกส่ง 'หมอนพพร' ชูโรงสินค้า



ยูแคนดู รุกตลาดขายตรง ดึง"หมอนพพร"ร่วมคิดค้นสินค้าฟื้นฟูสุขภาพออกสู่ตลาด ล่าสุดทุ่ม 10 ล้าน ตั้งสถาบันฝึกอบรมยูแคนดู อะคาเดมี่ สร้างนักขายมืออาชีพ วาดเป้า 5 ปี ติดท็อปไฟว์โกยรายได้กว่า 1,000 ล้านบาท
นายพิษณุ สกุลโรมวิลาส ประธานบริษัท ยูแคนดู จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจขายตรงแบบไบนารี เปิดเผยว่า จากแนวโน้มธุรกิจขายตรงที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และคนเริ่มมองหาอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ ดังนั้นเพื่อเป็นทางเลือกหนึ่งของคนที่ต้องการมีอาชีพที่สร้างรายได้ บริษัทได้ทำการขอใบอนุญาตดำเนินธุรกิจกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) เพื่อเปิดดำเนินธุรกิจในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ภายใต้การบริหารงานของคนไทย 100% โดยมีนโยบายต้องการก้าวสู่การเป็นบริษัทเครือข่ายชั้นนำที่ทำรายได้ติดอันดับ 1 ใน 5 ของประเทศไทย ภายใน 5 ปีข้างหน้า หรือมีรายได้มากกว่า 1,000 ล้านบาท
ทั้งนี้สำหรับแผนการรุกตลาดในระยะ 2 ปีแรกนั้น บริษัทจะเน้นการสร้างทีมสมาชิกให้มีความแข็งแกร่งมากกว่าการสร้างยอดขาย โดยมีเป้าหมายต้องการสร้างคนที่มีความรู้ในด้านธุรกิจ มีภาวะความเป็นผู้นำในการสร้างทีมงาน และภายในปีที่ 3 วาดเป้าจะมีแม่ทีมประมาณ 1,000 ราย และมีฐานสมาชิกกว่า 100,000 คน หลังจากนั้นจะเน้นการรุกตลาดโดยเน้นในเรื่องคุณภาพของสินค้าและความหลากหลายของสินค้า เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคและสมาชิกใน 4 กลุ่มสินค้าหลัก ประกอบด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร คิดเป็นสัดส่วน 40% กลุ่มเครื่องสำอาง 10% กลุ่มเครื่องใช้ภายในบ้าน 10% และกลุ่มการเกษตร 40%
"เพื่อเป็นการสร้างฐานของบริษัทให้แข็งแกร่ง ล่าสุดบริษัทได้ทุ่มงบ 10 ล้านบาท สำหรับการเปิดสถาบันฝึกอบรมยูแคนดู อะคาเดมี่ เพื่อสร้างคนให้เป็นนักธุรกิจมืออาชีพ ภายใต้แนวคิด "ทำธุรกิจให้เป็นเรื่องง่าย" ด้วยการเน้นพัฒนาองค์กรแบบบูรณาการทั้งด้านการนำเสนอองค์ความรู้ เพื่อสร้างให้นักธุรกิจเป็นมืออาชีพที่แท้จริง รวมทั้งการสร้างนักธุรกิจอิสระ ให้มีความเสมอภาคทั้งด้านโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอย่างไม่มีขีดจำกัด เพื่อให้มีองค์ความรู้ ความสามารถ และมุ่งมั่นพัฒนาตัวเองตลอดเวลาและก้าวสู่ความเป็นนักธุรกิจมืออาชีพอย่างภาคภูมิใจ ซึ่งความสำเร็จที่ผ่านมาตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี ในแวดวงธุรกิจขายตรง ถือเป็นจุดแข็งและสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กร ทำให้บริษัทมีความเชื่อมั่นในการถ่ายทอดประสบการณ์ตรงในการสร้างคน ให้ก้าวสู่การเป็นนักธุรกิจมืออาชีพ ซึ่งเป็นที่มาของสถาบันฝึกอบรมยูแคนดู อะคาเดมี่"
ขณะที่ในส่วนของสินค้านั้น จะเน้นการสร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ภายใต้นวัตกรรม เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ทั้งในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเสริม กลุ่มเครื่องสำอาง กลุ่มเครื่องใช้ภายในบ้าน และกลุ่มการเกษตร โดยในเบื้องต้นจะเน้นสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์ฟื้นฟูสุขภาพทั้งเพศหญิงและชาย ซึ่งพัฒนาและผลิตขึ้นภายใต้ลิขสิทธิ์ของหมอนพพร คอลัมน์นิสต์ชื่อดังที่ให้คำปรึกษาด้านปัญหาทางเพศ รวมถึงผลิตภัณฑ์เสริมภูมิต้านทานของร่างกายภายใต้ลิขสิทธิ์และการพัฒนาของอาจารย์เพชรบูรณ์ โรจนธรรมกุล โดยภายในกลางปี 2554 บริษัทตั้งเป้าที่จะสร้างนักธุรกิจมืออาชีพออกสู่ตลาดมากกว่า 10,000 คนต่อปี และสามารถทำรายได้ให้กับบริษัท 200 ล้านบาทในปีแรก

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,668 8-10 กันยายน พ.ศ. 2554

วันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

อ.วสันต์ จัดหนัก !ทุ่มสุดฝีมือปั้นนักธุรกิจยูเเคนดูสู่ความสำเร็จ



 

สั่นสะเทือนวงการขายตรง อ.วสันต์ พงศ์สุประดิษฐ์ นักฝึกอบรมระดับประเทศ ก่อตั้ง “ยูเเคนดู อะคาเดมี่” สถาบันฝึกอบรมเพื่อเตรียมคนเข้าสู่วงการธุรกิจเครือข่าย ซัพพอร์ท “ยูเเคนดู”บริษัทขายตรงมาเเรง พร้อมเกณฑ์ทัพนักฝึกอบรมชื่อดังระดับประเทศเป็น วิทยากรอบรมกว่า 13 หลักสูตรเพื่อให้ความรู้และเทคนิคการขายแก่นักธุรกิจยูเเคนดูอย่าง ไม่เคยมีมาก่อนในวงการขายตรง


พิธีเปิด สถาบันยูแคนดู อะคาเดมี่


อาจารย์วสันต์  พงศ์สุประดิษฐ์ นักพูดและนักฝึกอบรมชื่อดัง ผู้ก่อตั้งเเละดำรงตำเเหน่ง ประธานสถาบันฝึกอบรมยูเเคนดู องค์กรที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนธุรกิจเครือข่ายของ บริษัทยูเเคนดู บริษัทขายตรงน้องใหม่ที่เน้นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพโดยมี พิษณุ สกุลโรมวิลาศ ประธานสภาโจ๊กเป็นประธานบริหาร สถาบันยูเเคนดูเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเเล้วเมื่อ วันที่  4 กันยายน 2554 ณ อาคารรพ้อมพันธุ์ 2 ชั้น 5โดยมีนักพูดชื่อดังมาร่วมแสดงความยินดี อย่างคับคั่งยิ่ง อาทิ รศ.สุนีย์  สินธุเดชะ , รศ สุขุม นวลสกุล , อาจารย์จตุพล ชมพูนิช อาจารย์สมคิด ลวางกูล , อาจารย์ พนม ปีย์เจริญ , อาจารย์ พะเยาว์ พัฒนพงศ์ เป็นต้น

 

อาจารย์วสันต์  กล่าวถึงความสำคัญของการจัดตั้งสถาบันฝึกอบรมเเห่งนี้ว่า ยูเเคนดูเล็งเห็น ความสำคัญของการสร้างองค์กรความรู้และเพิ่มความมั่นใจให้กับนักธุรกิจ  จึงเปิด “ยูเเคนดู อะคาเดมี่” เพื่อฝึกอบรมนักธุรกิจของยูเเคนดูให้มีความรู้ในเทคนิคการขาย ความสามารถ ในการพูด และมีบุคลิกที่ดี ผลักดันให้ทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกันในการก้าวสู้ความสำเร็จใน วงการขายตรงที่กำลังมีการเเข่งขันกันอย่างมาก  “องค์ประกอบของธุรกิจเครือข่ายที่ดีจะต้องมีกระบวนการฝึกอบรมเสริมทักษะให้นักธุรกิจสามารถทำธุรกิจประสบความสำเร็จ  การฝึกอบรม เน้นไปที่การสร้างเสริมวิธีคิด ทัศนคติที่ดีต่อธุรกิจเครือข่าย  ทัศนคติที่ดีต่อองค์กร ทัศนคติต่อตัวเอง และทัศนคติที่ดีต่อผลิตภัณฑ์ที่จำหน่าย”

 

        ประธานสถาบัน ฯ กล่าวต่อว่า การจัดหลักสูตรอบรมของสถาบันฯเกิดจากประสบการณ์ฝึก


อบรมตนเองจากการจัดอบรมมากว่า 20 ปีเน้นฝึกอบรมเทคนิคต่างๆ ในการขายมีมากกว่า 13หัวข้อ เช่น เทคนิคการนำเสมอสินค้า เทคนิคการตอบโต้ข้อโต้เเย้ง  เป็นต้น ถ่ายทอดผ่านคณาจารย์ผู้มี ประสบการณ์ในด้านการพัฒนาบุคคลิกภาพระดับประเทศ ได้เเก่ รศ.สุนีย์ สินธุเดชะ , อาจารย์ วสันต์พงษ์สุประดิษฐ์ ,รศ. สุขุม  นวลกุล , อาจารย์ จตุพล ชมพูนิช, อาจารย์สมคิด  ลวางกูล อาจารย์ พนม ปีย์เจริญ , อาจารย์ พะเยาว์  พัฒนพงศ์ , อาจารย์ถาวร  โชติชื่น , ดร.เสรี วงษ์มณฑา รศ. วิกรณ์รักษ์ปวงชน , อาจารย์สเน่ห์ ศรีสุวรรณ , อาจารย์สุรวงษ์ วัฒกูล  และอาจารย์ อภิชาติ ดำดี จึงมั่นใจได้ว่าเนื้อหาจะเข้มข้น และเต็มไปด้วยความสนุกสนาน และที่สำคัญโอกาสที่นักพูดระดับ

ประเทศจะมารวมตัวกันอย่างนี้ไม่มีให้เห็นบ่อยนักจึงไม่อยากให้ทุกคนพลาดโอกาสดีๆแบบนี้ พบได้ทีเดียวที่ ยูแคนดู

ยูเเคนดูเปิดตัวเเรง 2 เดือนฟัน 30 ล้าน 5 ปีเตรียมช็อก ! MLMเมืองไทย





ยูแคนดูจ่อเปิดตัวสินค้าใหม่อีกเพียบ ประเดิม เดือนพ.ย.นี้ “น้ำผลไม้-เครื่องสำอางค์”ต่อด้วยปี 2555 เตรียมเปิดตัวระบบบริการเเบบครบวงจร ครั้งเเรกในไทยทั้ง ดูหนัง ทานข้าว เติมน้ำมันมี PV ให้ ดานผู้บริหาร”ภาคินท์ ยมโชติ”การันตีขอเวลา 5 ปีสร้างปรากฎการณ์ยูเเคนดูช็อค ! ตลาดขายตรงไทยหวังติด 1 ใน 5 ธุรกิจ มั่นใจยอดขายเกิน 5,000ล้านบาทเหตุมีระบบซัพพอร์ตความสำเร็จเพียบ ทั้งซื้อขายออนไลน์ 100% สุดยอดเทรนนิ่ง โปรเเกรม และระบบขนส่งสินค้าแบบทันใจ

บริษัทขายตรงสัญชาติไทยน้องใหม่อย่าง”บริษัท ยูเเคนดูจำกัด”
บริษัทขายตรงสัญชาติไทยน้องใหม่อย่าง”บริษัท ยูเเคนดูจำกัด” แม้จะเพิ่งเปิดตัวไปได้ไม่ถึง 2 เดือนแต่ได้สร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการขายตรงของเมืองไทยด้วยจำนวนยอดสมาชิกพุ่งสูง ทะลหมื่นรหัสส่งผลให้ยอดขายเเตะ 30 ล้านบาท โดย”นายภาคิณท์ ยมโชติ”ผู้จัดการทั่วไปบริษัท ยูเเคดูจำกัด เปิดเผยผ่านหนังสือพิมพ์ “Leader Time”รายปักษ์ยืนยันว่าปัจจัยที่ทำให้ยอดขาย ของบริษัทเติบโตเพิ่มขึ้นเกิดจากหลายปัจจัยทั้งจากการเปิดตัวสินค้าใหม่ เช่น กาเเฟ น้ำมันรำข้าว และจมูกข้าวและสินค้า ยูแคนดู อื่นๆที่ได้รับความสนใจจากนักธุรกิจเป็นอย่างมาก รวมถึงการเปิดตัวสถาบัน ยูเเคนดู อะคาดิมี่ ที่ได้รวบรวมเอาบรรดาเหลานักพูดชื่อดังระดับเเถวหน้าของประเทศมาให้ความรู้ ทั้งกับ สมาชิกยูเเคนดูและบุคคลทั่วไปโดยเฉพาะบุคคลทั่วที่เริ่มให้ความสนใจยูเเคนดูมากขึ้น “หลังจากเปิดตัว กาเเฟ ไปไม่ถึง 2 เดือนตอนนี้ยอดขายทะลุ 2 หมื่นกว่ากล่องแล้วรวมถึงตัว น้ำมันรำข้าวและจูมกข้าวที่เปิดตัววันเเรกมียอดขายมากกว่า 2,000ขวด นอกจากนี้ภายในเดือน พ.ย.นี้เรามีเเผนจะเปิดตัวสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาดอีกหลายรายการ เช่น เครื่องดื่มน้ำผลไม้ และเครื่อง สำอางค์ที่จะนำเข้าจากเกาหลีได้อีก 3-4 รายการรวมถึงสินค้าในกลุ่มเกษตรอีก 2-3 รายการ ในขณะเดียวกันบริษํทยังมีเเผนจะนำสินค้าในกลุ่มใหม่ๆเข้ามาทำตลาดเพิ่มอีก ได้แก่ กลุ่มการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงชั้นประถมศึกษา ซึ่งปัจจุบันนี้บริษัทนเครือได้ทำการ ตลาดอยู่แล้วโดยบริษัทจะพัฒนาโปรแแกรมการศึกษาดังกล่าวเข้ามาสู่ระบบขายตรงคาดว่าภายใน สิ้นปีสินค้าต่างๆเหล่านี้จะนำออกมาในตลาดทั้งหมด

ยูแคนดูปี 2555
สำหรับแนวโน้มการทำตลาดในปี 2555 นั้นนายภาคินท์ กล่าวว่า นอกจากบริษทจะให้ความ
สำคัญไปในกลุ่มสินค้าหลักๆแล้ว ยังมองในส่วนของงานการให้บริการต่างๆเข้ามาอยู่ในตลาด
ขายตรงด้วยซึ่งแม้ที่ผ่านมาจะมีหลายบริษัทพยายามจะนำระบบการให้บริการต่างๆเข้ามาอยู่ใน
ระบบขายตรงแต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากขาดในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานของระบบ
ซอฟเเวร์ที่ไม่สามารถรองรับได้ แต่ยูเเคนดูได้พัฒนาระบบซอฟเเวร์เตรียมรองรับไว้หมดแล้ว ดังนั้น
ภายในไตรมาสเเรกของปี 55 เป็นต้นไปสมาชิกที่ไปดูหนัง พักโรงเเรม เติมน้ำมันหรือเเม้แต่ไปทาน
อาหารตามร้านอาหารที่เข้าร่วมรายการกับยูเเคนดูก็จะได้คะแนนเพื่อเปลี่ยนมาเป็นคอมมิชชั่นให้กับสมาชิกได้
ยูแคนดูนำระบบโปรแกรมการศึกษา สร้างความแตกต่าง
“การนำระบบโปรแกรมการศึกษาและการให้บริการตามสถานที่ต่างๆ เข้ามาอยู่ในระบบ ขายตรงของยูเเคนดูนอกจากสมาชิกจะได้ประโยชน์โดยตรงแล้ว กลุ่มลูกค้าที่ไม่ต้องการจะทำธุรกิจ แต่อยากได้รับส่วนลดก็จะได้รับประโยชน์เช่นกัน เช่น เขาต้องการจะไปดูหนังอยู่แล้ว เเต่หากเป็น สมาชิกของเราก็ได้รับส่วนลดพิเศษและยังได้คะแนนอีกด้วย ซึ่งบริษัทจะนำคะเเนนดังกล่าวกลับมา คิดเป็นค่าคอมมิชชั่นกลับคืนมาให้อีกด้วย
นอกจากนี้การที่บริษัทได้จัดตั้งสถาบันยูเเคนดู อะคาเดมี่ซึ่งเป็นสถาบันที่เปิดโอกาสในการให้ความรู้ทั้งกับสมาชิกของยูเเคนดูและบุคคลทั่วไป ซึ่งปัจจุบันค่อนข้างได้รับการตอบรับค่อนข้างดีจากสมาชิกและะบุคคลทั่วไปโดยในเเต่ละสับปดาห์มีจำนวนผู้เข้ามาเรียนรู้ตามหลักสูตรต่างๆที่บริษัทจัดไว้เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องซึ่งในอนาคตบริษํทมีเเผนจะจัดงานในลักษณะผสมระหว่างธุรกิจกับเอ็นเตอร์เทนเม้นต์เข้าไว้ด้วยกัน โดยจะเป็นการทำธุรกิจแบบไม่เน้นธุรกิจเเต่เพียงอย่างเดียว“ยูเเคนดูนอกจากจะมีระบบฝึกอบรมที่โดดเด่นที่ช่วยสนับสนุนธุรกิจขายตรงแล้ว ยังมีบริษัทในเครือที่มีประสบการณ์ในการทำสื่อต่างๆไม่ว่าจะเป็นบริษํทรับจัดงานอีเว้นท์ที่เป็นมืออาชีพมีระบบคอลเซ็นเตอร์ที่มาช่วยในการทำธุรกิจ และระบบขนส่งสินค้า(โลจิสติกส์)ซึ่งได้จ้างบริษํทเคอร์รี่ ลอจิสติกส์ซึ่งเป็นบริษํทขนส่งระดับอินเตอร์มาเป็นผู้ดำเนินการให้ โดยลูกค้าสั่ง ซื้อสินค้าวันนี้ก่อนเที่ยง พรุ่งนี้ไม่เกิน 11.00 น.ได้รับสินค้ารวมถึงการมีห้องสตูดิโอที่ใช้ถ่ายทำ โฆษณาที่เป็นของตัวเอง ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้ทำให้ยูเเคนดูได้เปรียบบริษัทอื่นๆเป็นอย่างมาก”

นายภาคินท์ กล่าวอีกว่า “การที่เรามีทีมสนับสนุนเป็นของตัวเองทำให้ทำงานคล่องตัวขึ้นเช่น การจะออกเอกสารต่างๆหรือทำโบว์ชัวร์ออกมาไม่ต้องไปจ้างบริษัทอื่นทำให้ เเต่หากเรามีเป็นของตัวเองจะทำให้เราสะดวกยิ่งขึ้นและล่าสุดเราได้นำระบบดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งมาให้ในการทำการตลาดในระบบขายตรง โดยเราได้ทุ่มงบประมาณในระบบไอทีมาใช้นการทำธุรกิจเต็มรูปแบบ เช่นการทำ SEO, VEDEO-MAIL,SMS-CRM วีดีโอคอนเฟอร์เรนท์ และเรดีโอออนไลท์ เป็นต้นโดยเรา เปิดสอนระบบการทำงานผ่านออนไลน์ต่างๆ จากที่ไม่เป็นสามารถทำงานเป็นได้เลย “เชื่อว่าภาพของธุรกิจยูเเคนดูในอีก 5 ปีข้างหน้าจะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ๆด้วยการปลุกกระเเสให้กับวงการขายตรงเมืองไทย โดยเป้าหมายของยูเเคนดูในอีก 5ปีข้างหน้าจะต้องติด 1 ใน 5 ของบรษัทขายตรงในแบบไบนารี่โดยจะต้องมีสมาชิกกว่า 5 แสนคนและมียอดขายไม่ต่ำกว่า 5,000ล้านบาท อย่างแน่นอน และยูแคนดู พร้อมเติบโตอย่างยั่งยืนไปกับสมาชิก